The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

การพัฒนากิจกรรมการจัดการเรียนรู้วิทยาการคำนวณด้วย Hibou Coding and Robotic เพื่อส่งเสริมกระบวนการคิดเชิงคำนวณสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by packymay2828, 2023-02-23 07:12:45

การพัฒนากิจกรรมการจัดการเรียนรู้วิทยาการคำนวณด้วย Hibou Coding and Robotic เพื่อส่งเสริมกระบวนการคิดเชิงคำนวณสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3

การพัฒนากิจกรรมการจัดการเรียนรู้วิทยาการคำนวณด้วย Hibou Coding and Robotic เพื่อส่งเสริมกระบวนการคิดเชิงคำนวณสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3

43 ผู้วิจัยได้กำหนดแบบร่างของกิจกรรมการจัดการเรียนรู้วิทยาการคำนวณด้วย Hibou Coding and Robotic สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ซึ่งประกอบ ด้วย องค์ประกอบ รายละเอียด ขั้นตอน และกระบวนการของกิจกรรมการเรียนรู้ที่ได้ จากการสัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญด้านกิจกรรมการจัดการเรียนรู้แบบผสมผสาน ด้าน การจัดการเรียนรู้วิทยาการคำนวณ และด้านการคิดเชิงคำนวณมาวิเคราะห์เพื่อ กำหนดจุดประสงค์เชิงพฤติกรรม การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ เกณฑ์การวัดและ ประเมินผล พัฒนาเป็นกิจกรรมการจัดการเรียนรู้แบบผสมผสานเพื่อศึกษาการคิด เชิงคำนวณ ผลงานการเขียนโปรแกรมและความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการ เรียนด้วยกิจกรรมการจัดการเรียนรู้วิทยาการคำนวณด้วย Hibou Coding and Robotic สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 3. ขั้นการพัฒนา ในการวิจัยครั้งนี้ผู้วิจัยได้ทำการพัฒนาเครื่องมือเพื่อดำเนินการวิจัยดังต่อไปนี้ 1. กิจกรรมการจัดการเรียนรู้วิทยาการคำนวณด้วย Hibou Coding and Robotic เพื่อส่งเสริมกระบวนการคิดเชิงคำนวณสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนบ้านสันป่าสัก อ.หางดง จ.เชียงใหม่ 2. บทเรียนออนไลน์ วิชา วิทยาการคำนวณ 3. แผนการจัดการเรียนรู้ 4. แบบวัดการคิดเชิงคำนวณ 5. แบบประเมินการสร้างผลงาน 6. แบบประเมินความพึงพอใจจากการเรียน 4. ขั้นดำเนินการทดลอง 1. เตรียมสถานที่ที่ใช้ในการทดลองการเรียนด้วยกิจกรรมการจัดการเรียนรู้วิทยาการ คำนวณด้วย Hibou Coding and Robotic สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 เป็น ห้องปฏิบัติการคอมพิวเตอร์


44 2. ผู้วิจัยชี้แจงแนวทางกับนักเรียนกลุ่มทดลอง โดยให้นักเรียนดำเนินการตามแนวทาง และ แผนการจัดการเรียนรู้ 1 หน่วยการเรียนรู้ ระยะเวลา 5 สัปดาห์สัปดาห์ละ 2 คาบเรียน คาบเรียนละ 60 นาที 5. ขั้นการเก็บรวบรวมข้อมูล 1. หลังจากนักเรียนได้เรียนตามกิจกรรมการจัดการเรียนรู้วิทยาการคำนวณด้วย Hibou Coding and Robotic แล้วจึงให้ผู้เรียนทำแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน วิชา วิทยาการคำนวณ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 2. ให้ผู้เรียนทำแบบวัดการคิดเชิงคำนวณ วิชาวิชาวิทยาการคำนวณชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ที่ ผู้วิจัยได้ศึกษา ค้นคว้า และรวบรวมจากงานวิจัย 3. ให้ผู้เรียนทำแบบประเมินความพึงพอใจจากการเรียนด้วยกิจกรรมการจัดการเรียนรู้ วิทยาการคำนวณด้วย Hibou Coding and Robotic สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปี ที่ 3 4. ผู้วิจัยเก็บรวมรวมข้อมูลในการดำเนินการ คือ เก็บรวบรวมข้อมูลจากผลงานการเขียน โปรแกรม ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน การวัดการคิดเชิงคำนวณ และ ความพึงพอใจในการ พัฒนากิจกรรมการจัดการเรียนรู้วิทยาการคำนวณด้วย Hibou Coding and Robotic เพื่อส่งเสริมกระบวนการคิดเชิงคำนวณสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียน บ้านสันป่าสัก อ.หางดง จ.เชียงใหม่ 6. ขั้นการวิเคราะห์ข้อมูล การวิเคราะห์ข้อมูลในการวิจัยครั้งนี้ วิเคราะห์กระบวนการคิดเชิงคำนวณของนักเรียน กลุ่มเป้าหมาย ดังนี้ 1. วิเคราะห์และสรุปผลคะแนนการคิดเชิงคำนวณจากแบบวัดการคิดเชิงคำนวณ สำหรับ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 2. วิเคราะห์และสรุปผลการสร้างผลงานจากการใช้เกณฑ์คะแนนแบบรูบริควัด พฤติกรรม การคิดเชิงคำนวณ


45 3. วิเคราะห์และสรุปผลความพึงพอใจที่มีต่อการเรียนด้วยกิจกรรมการจัดการเรียนรู้ วิทยาการคำนวณด้วย Hibou Coding and Robotic สรุปผลการวิจัย ผลการพัฒนากิจกรรมการจัดการเรียนรู้วิทยาการคำนวณด้วย Hibou Coding and Robotic เพื่อส่งเสริมกระบวนการคิดเชิงคำนวณสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนบ้านสันป่าสัก อ.หางดง จ.เชียงใหม่ สามารถ สรุปผลการวิจัยได้ดังนี้ 1. การพัฒนากิจกรรมการจัดการเรียนรู้วิทยาการคำนวณด้วย Hibou Coding and Robotic พบว่า คณะครูให้ความเห็นว่ากิจกรรมการจัดการเรียนรู้วิทยาการคำนวณ ด้วย Hibou Coding and Robotic ที่ผู้วิจัยได้พัฒนาขึ้น ในด้านเนื้อหาอยู่ในระดับ มากที่สุด (X̅= 4.72, S.D. = 0.48) ด้านการออกแบบกิจกรรมอยู่ในระดับมากที่สุด (X̅= 4.73, S.D. = 0.46) และ ด้านสื่อการเรียนการสอน อยู่ในระดับมากที่สุด (X̅= 4.83, S.D. = 0.29) 2. ผลการใช้กระบวนการคิดของนักเรียนที่เรียนด้วยกิจกรรมการจัดการเรียนรู้ วิทยาการคำนวณด้วย Hibou Coding and Robotic สามารถแบ่งได้เป็น 2 องค์ประกอบ คือ ผลคะแนน การคิดเชิงคำนวณ และผลคะแนนการสร้างผลงานจาก การเรียนซึ่งสามารถสรุปผลได้ดังนี้ 2.1 การเปรียบเทียบผลคะแนนการคิดเชิงคำนวนของนักเรียนที่เรียนด้วย กิจกรรมการจัดการเรียนรู้วิทยาการคำนวณด้วย Hibou Coding and Robotic พบว่า คะแนนการคิดเชิงคำนวณหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ที่ระดับ .05 2.2 คะแนนการสร้างผลงานจากการเรียนด้วยกิจกรรมการจัดการเรียนรู้ วิทยาการคำนวณด้วย Hibou Coding and Robotic ที่แสดงถึงกระบวนการคิดเชิง คำนวณของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 พบว่า นักเรียนมีการใช้พฤติกรรมการคิด คำนวณทั้ง 4 องค์ประกอบ 8 พฤติกรรมบ่งชี้ตามเกณฑ์การประเมินผลงาน อยู่ใน ระดับ ดีมาก (X̅= 3.40)


46 3. ความพึงพอใจของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ที่มีต่อกิจกรรมการจัดการเรียนรู้ วิทยาการคำนวณด้วย Hibou Coding and Robotic ด้านเนื้อหา ด้านกิจกรรมการ เรียนการ สอน ด้านสื่อการเรียนรู้และด้านประโยชน์ที่ได้รับจากการเรียนรู้ใน ภาพรวมอยู่ในระดับมาก (X̅= 4.48, S.D. = 0.54) อภิปรายผล จากการวิจัย เรื่อง การพัฒนากิจกรรมการจัดการเรียนรู้วิทยาการคำนวณด้วย Hibou Coding and Robotic เพื่อส่งเสริมกระบวนการคิดเชิงคำนวณสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนบ้านสันป่าสัก อ.หางดง จ.เชียงใหม่ สามารถนำมาอภิปรายผล ได้ดังนี้ 1. การพัฒนากิจกรรมการจัดการเรียนรู้วิทยาการคำนวณด้วย Hibou Coding and Robotic พบว่าคณะครูให้ความเห็นในด้านสื่อการเรียนการสอนอยู่ในระดับมาก ที่สุด เป็น ลำดับที่ 1 ด้านการออกแบบกิจกรรมอยู่ในระดับมากที่สุด เป็นลำดับที่ 2 และด้านเนื้อหา อยู่ในระดับ มากที่สุด เป็นลำดับสุดท้าย 2. เมื่อเปรียบเทียบผลวิเคราะห์ กระบวนการคิดเชิงคำนวณหลังเรียนของผู้เรียนที่เรียน ด้วยกิจกรรมการจัดการเรียนรู้วิทยาการคำนวณด้วย Hibou Coding and Robotic มีคะแนนสูงกว่า ก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 โดยผลการคิดเชิง คำนวณหลังเรียน (X̅= 14.76, S.D. = 2.53) ซึ่งสูงกว่าการคิดเชิงคำนวณก่อนเรียน (X̅= 7.91, S.D. = 2.28) เป็นการยอมรับสมมติฐาน ที่ตั้งไว้ว่าผลการคิดเชิงคำนวณ หลังเรียนของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ที่เรียนโดยกิจกรรมการจัดการเรียนรู้ วิทยาการคำนวณด้วย Hibou Coding and Robotic สูงกว่า ก่อนเรียน 3. ผลการศึกษาความพึงพอใจของผู้เรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 พบว่า ผู้เรียนมีความพึง พอใจอยู่ในระดับมาก ซึ่งเป็นไปตามสมมติฐานการวิจัยที่ตั้งไว้ เมื่อพิจารณา เรียงลำดับจากมากไปน้อย เป็นรายด้าน 1.ด้านประโยชน์ที่ได้รับจากการเรียนรู้ 2. ด้านเนื้อหา 3. ด้านสื่อการเรียนรู้และ 4. ด้านกิจกรรมการเรียนการสอน ในส่วนของ ด้านประโยชน์ที่ได้รับจากการเรียนรู้ พบว่า ผู้เรียนมี ความพึงพอใจอยู่ในระดับมาก ที่สุด


47 ข้อเสนอแนะ 1. อาจมีการศึกษาที่เกี่ยวกับการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบอันปลั๊ก กับการจัดการเรียนรู้ แบบใช้ปลั๊กอย่างละครึ่งเทอม หรือกำหนดอัตาราส่วน เพื่อศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการ เรียนของนักเรียน ที่เรียนวิทยาการคำนวณ 2. งานวิจัยนี้ได้สัมภาษณ์นักเรียนเพิ่มเติมอย่างไม่เป็นทางการ พบว่า นักเรียนสามารถ เชื่อมโยงการจัดกิจกรรมการเรียนกับชีวิตประจำวันได้ นำเสนอตัวอย่างของปัญหา วิธีการแก้ปัญหาที่ แสดงถึงการคิดเชิงคำนวณได้เป็นองค์ประกอบแยกย่อย ดังนั้น วิจัย ครั้งต่อไปอาจเป็นการศึกษา องค์ประกอบย่อยของการคิดเชิงคำนวณด้วยรูปแบบการจัด กิจกรรมการเรียนรู้ที่หลากหลาย 3. อาจมีการวิจัยที่เกี่ยวกับการประเมินความสามารถในการคิดเชิงคำนวณที่เกิดจาก รายวิชา นอกเหนือจากการเรียนในหลักสูตรวิทยาการคำนวณ แต่สามารถบ่งบอกได้ว่า ผู้เรียนเกิดแนวคิดเชิงคำนวณ 4. ในระหว่างการเก็บข้อมูลกับกลุ่มตัวอย่างนักเรียน พบว่า มีหลายปัจจัยที่ทำให้ผู้เรียนเกิด กระบวนการคิดเชิงคำนวณที่แตกต่างกัน การวิจัยครั้งต่อไปสามารถศึกษาปัจจัยที่ส่งผล ต่อการคิดเชิง คำนวณในองค์ประกอบต่าง ๆ ได้


48 บรรณานุกรม เรืองรอง, ภ., แก้วอุไร, ร., นาม่วงอ่อน, ศ., ช้างขวัญยืน, อ., & เต็งคิว, ศ. (2561). Computational Thinking กับการศึกษาไทย. Panyapiwat Journal, 10(3), 322-330. Barr, D., Harrison, J., & Conery, L. (2011). Computational thinking: A digital age skill for everyone. Learning & Leading with Technology, 38(6), 20-23. บัญญพนต์, พ., & พนมพร, ด. (2559). เกมบนโปรแกรมเชิงจนิตภาพและแนวคิดเชิงค านวณอย่าง เป็นระบบ. Journal of Information Science & Technology, 6(2). de Campos, G. M., Cavalheiro, S., Foss, L., Pernas, A. M., de Brum Piana, C. F., Aguiar, M., . . . Reiser, R. (2014). Organizaçao de informaçoes via pensamento computacional: Relato de atividade aplicada no ensino fundamental. Paper presented at the Anais do Workshop de Informática na Escola. Curzon, P., McOwan, P. W., Plant, N., & Meagher, L. R. (2014). Introducing teachers to computational thinking using unplugged storytelling. Paper presented at the Proceedings of the 9th workshop in primary and secondary computing education. Atmatzidou, S., & Demetriadis, S. (2014). How to support students’ computational thinking skills in educational robotics activities. Paper presented at the Proceedings of 4th International Workshop Teaching Robotics, Teaching with Robotics & 5th International Conference Robotics in Education. Pinto-Llorente, A. M., Martín, S. C., González, M. C., & García-Peñalvo, F. J. (2016). Developing computational thinking via the visual programming tool: Lego Education WeDo. Paper presented at the Proceedings of the Fourth International Conference on Technological Ecosystems for Enhancing Multiculturality.


49 ศรีวงษ์ญาติดี, ศ., & สงคราม, เ. (2560). การพัฒนารูปแบบการเรียนรู้โปรแกรมหุ่นยนต์ด้วยวัฏจักร กา เรียนรู้ 7E เพื่อส่งเสริมความสามารถในการแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์. Online Journal of Education, 12(3), 185-201. จินตวีร์ คล้ายสังข์. (2552). ผลของการเรียนแบบผสมผสานที่ใช้คอร์สแวร์ในรูปแบบที่ต่างกันที่มีต่อ ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรู้และความพึงพอใจของผู้เรียนระดับปริญญาบัณฑิตที่มีระดับความสามารถ ทางการเรียนรู้ต่างกันในรายวิชาโปรแกรมการเรียนการสอนผ่านเว็บขั้นนำ. จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผนวกเดช สุวรรณทัต. (2562). เรียนโค้ดดิ้งไม่ใช้คอมพิวเตอร์. Retrieved from https://www.pongkoiim.com/go/?p=371


50 ภาคผนวก


51 ภาคผนวก ก รายนามผู้เชี่ยวชาญ


52 รายนามผู้เชี่ยวชาญ 1.นางสาวปรียาดา ทะพิงค์แก ครูชำนาญการพิเศษ กลุ่มสาระๆ : วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรียนบ้านสันป่าสัก อำเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม่ 2.นางศิรากานต์ ไชยชนะ ครู ชำนาญการพิเศษ กลุ่มสาระๆ : วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรียนบ้านสันป่าสัก อำเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม่ 3.นายกลวัชร โชติวรานนท์ ครู อันตราจ้าง กลุ่มสาระๆ : วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรียนบ้านสันป่าสัก อำเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม่


53 ภาคผนวก ข รายชื่อนักเรียนกลุ่มตัวอย่าง


54 รายชื่อนักเรียนกลุ่มตัวอย่างนักเรียนชุมนุมชุมนุมนักประดิษฐดิจิตอล ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนบ้านสันป่าสัก อำเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม่ ลำดับที่ ชื่อ-สกุล ห้อง หมายเหตุ 1 เด็กชายชนาภัทร แก้วโหว้ 1 2 เด็กชายณัฐวุฒิ ต๊ะย่า 1 3 นายบุญสม ลุงสก 1 4 เด็กชายน้ำมนต์ ลุงหลิ่ง 1 5 นายขวัญ คำใส 1 6 เด็กหญิงชยุดา จันทร์เต็ม 1 7 เด็กหญิงเสาวภรณ์ ตุษราย 1 8 นางสาวคำคม แสงเลา 1 9 เด็กชายชานนท์ หน่ออินตา 2 10 เด็กชายสุชาติ นาติ 2 11 เด็กชายอ่องหลู่ ลุงซอ 2 12 เด็กชายชาญชัย ลุงจัน 2 13 เด็กชายพุฒินาท วัชรเสวี 2 14 เด็กชายศุภชัย ไชวงศ์ 2 15 เด็กหญิงกินรี จีโน 2 16 เด็กหญิงชีวาพร สละม่วง 2 17 เด็กหญิงนิชนันท์ อินต๊ะ 2 18 เด็กหญิงดวงจันทร์ เมืองทอน 2 19 เด็กหญิงดน ลุงซอ 2 20 เด็กหญิงจีน ลุงจิ่ง 2 21 เด็กหญิงมาลัยพร ลุงหมาย 2


55 22 เด็กหญิงอัมพร เจริญสุข 3 23 เด็กหญิงธนัญญา ชันชนา 3 24 เด็กหญิงเสาวภา จันทา 3 25 เด็กชายจิรัฏฐ์ อำนาจพรสกุล 3 26 เด็กชายรัฐศาสตร์ พนมรำไพ 3 27 เด็กชายธัชธรรม บุญประเสริฐ 3 28 เด็กชายเดชะสิทธิ์ เตชะสาย 3 29 เด็กหญิงแสงจันทร์ เลามี 4 30 เด็กหญิงเพ็ญพิชชา คะปานา 4 31 เด็กหญิงศิริลักษณ์ จองทอน 4 32 เด็กหญิงแสงสะ สายวี 4 33 เด็กหญิงปติมา ยอดยิ่ง 4


56 ภาคผนวก ค ตัวอย่างเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ตัวอย่างแบบประเมินความพึ่งพอใจ


57


58


59 แบบประเมินความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อกิจกรรมการจัดการเรียนรู้วิทยาการคำนวณด้วย Hibou Coding and Robotic เพื่อส่งเสริมกระบวนการคิดเชิงคำนวณสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษา ปีที่ 3 โรงเรียนบ้านสันป่าสัก อ.หางดง จ.เชียงใหม่ คำชี้แจง โปรดทำเครื่องหมาย ✔ ลงในช่องระดับความพึงพอใจ ตามความหมายของระดับประมาณ ค่าความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อกิจกรรมการจัดการเรียนรู้วิทยาการคำนวณด้วย Hibou Coding and Robotic ซึ่งกำหนดเกณฑ์ตัดสินความพึงพอใจเป็นระดับ ดังนี้ ระดับ 5 หมายถึง มีความพึงพอใจในระดับ มากที่สุด ระดับ 4 หมายถึง มีความพึงพอใจในระดับ มาก ระดับ 3 หมายถึง มีความพึงพอใจในระดับ ปานกลาง ระดับ 2 หมายถึง มีความพึงพอใจในระดับ น้อย ระดับ 1 หมายถึง มีความพึงพอใจในระดับ น้อยที่สุด


60 ส่วนที่ 1 : ข้อมูลทั่วไปของผู้ตอบแบบสอบถาม เพศ ☐ ชาย ☐ หญิง อายุ ☐ 14 ปี ☐ 15 ปี ☐ 16 ปี ส่วนที่ 2 : ระดับความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อกิจกรรมการจัดการเรียนรู้วิทยาการคำนวณด้วย Hibou Coding and Robotic รายการประเมิน ระดับความพึงพอใจ 5 4 3 2 1 1. ด้านเนื้อหา 1.1 เนื้อหาที่นำมาน่าสนใจ 1.2 เนื้อหาเหมาะสมสำหรับนักเรียน 1.3 เนื้อหามีความทันสมัย 1.4 เนื้อหาเหมาะสมกับเวลา 2. ด้านกิจกรรมการเรียนการสอน 2.1 จัดกิจกรรมอย่างเป็นลำดับขั้นตอน 2.2 สนับสนุนให้เกิดการเรียนรู้ด้วยตนเอง 2.3 การเรียนการสอนช่วยลดอุปสรรคในเรื่องเวลาเรียน 2.4 นักเรียนสามารถสร้างผลงานได้จริง 3. ด้านสื่อการเรียนรู้ 3.1 สื่อการสอนทันสมัย และสอดคล้องกับเนื้อหา 3.2 คำชี้แจง แนะนำ การอำนวยความสะดวกมีความชัดเจน 3.3 มีสื่อประกอบช่วยให้สร้างผลงานได้ง่ายขึ้น 3.4 สื่อการสอนมีความน่าสนใจ 4. ด้านประโยชน์ที่ได้รับจากการเรียนรู้


61 4.1 เกิดความเข้าใจในเนื้อหาที่มากขึ้น 4.2 เกิดการเรียนรู้ได้ทุกที่ทุกเวลา 4.3 นักเรียนมีความพึงพอใจในการร่วมกิจกรรมการเรียนรู้ 4.4 กิจกรรมการคิดเชิงคำนวณเข้าใจง่าย นำไปใช้ได้จริง ข้อเสนอแนะ ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………


62 ภาคผนวก ง ภาพประกอบการเรียนการสอนโดยใช้ชุดกิจกรรม


63


64


65 ประวัติผู้จัดทำ ชื่อ นายนิพนธ์ เพาพาน วันเกิด 28 มีนาคม 2543 ภูมิลำเนา 322 หมู่ 3 ตำบลหางดง อำเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม่ 50230 ประวัติการศึกษา พ.ศ. 2555 จบการศึกษาหลักสูตรประถมศึกษาจากโรงเรียนบ้านทรายมูล อำเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม่ พ.ศ. 2558 จบการศึกษาหลักสูตรมัธยมศึกษาตอนต้นจากโรงเรียนหางดงรัฐ ราษฎร์อุปถัมภ์อำเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม่ พ.ศ. 2561 จบการศึกษาหลักสูตรมัธยมศึกษาตอนปลาย โรงเรียนหางดงรัฐ ราษฎร์อุปถัมภ์อำเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม่ ปัจจุบัน ศึกษาระดับปริญญาตรี สาขาคอมพิวเตอร์ศึกษา คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่


Click to View FlipBook Version