แผนการจดั การเรียนรูท้ ่ี ๑๔ ชั้นประถมศกึ ษาปที ่ี ๖
กลุ่มสาระการเรียนร้ภู าษาไทย (ภาษาพาที) ภาคการเรยี นที่ ๑ ปี ๒๕๖๔
รายวิชาภาษาไทย รหัสวิชา ท ๑๖๑๐๑ เวลา ๘ ช่วั โมง
หนว่ ยการเรยี นร้ทู ี่ ๒ เรื่อง ควาย ขา้ วและชาวนา เวลา ๑ ช่ัวโมง
เรื่อง คาเปน็ คาตายและการผันวรรณยกุ ต์ ผู้สอน : พระมหาพีรพล ขุนศรี
สอนวนั ท่.ี .......เดอื น...........................พ.ศ. .........
สาระที่ ๔ หลักการใช้ภาษาไทย
มาตรฐาน ท ๔.๑ เข้าใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย การเปล่ยี นแปลงของภาษาและพลัง
ของภาษา ภูมิปัญญาทางภาษา และรกั ษาภาษาไทยไวเ้ ปน็ สมบัติของชาติ
๑. สาระสาคญั
๑.๑ ความคิดรวบยอด
คาเป็น คือคาที่ประสมสระเสียงยาว แม่ ก กา มีตัวสะกดในแม่ กง กน กม เกย
เกอว และ ประสมสระเกิน อา ใอ ไอ เอา ส่วนคาตาย คือคาที่ประสมสระเสียงส้ัน ในแม่ ก กา
ยกเว้นสระเกนิ อา ใอ ไอ เอา และ มตี วั สะกดในแม่ กก กด กบ
เสียงวรรณยุกต์ คือ เสียงท่ีมีการเปลี่ยนระดับสูงต่าโดยสายเสียง และเปล่งออกมาพร้อม
กับเสียงสระ เช่น คา ข่า ค่า ( ข้า ) ค้า ขา แต่ละคามีเสียงพยัญชนะและเสียงสระเหมือน กัน
ต่างกันเพยี งระดับเสียงหรือเสียงวรรณยุกต์
๑.๒ สมรรถนะสาคัญของผู้เรยี น
- ความสามารถในการส่อื สาร
- ความสามารถในการคิด
- ความสามารถในการใชท้ ักษะชีวติ
๒. ตวั ช้วี ดั
มาตรฐาน ท ๔.๑ ป.๖ / ๑ วเิ คราะห์ชนิดและหนา้ ท่ีของคาในประโยค
๓. จุดประสงค์การเรียนรู้
ความรู้ความเข้าใจ (K)
- นกั เรยี นบอกลกั ษณะของคาเป็นคาตายได้
- นกั เรยี นผนั วรรณยกุ ต์ได้
- นักเรียนบอกเสยี งวรรณยกุ ตใ์ นคาต่าง ๆ ได้
ทักษะและการฝกึ ปฏิบตั ิ (P)
- นักเรียนแยกการสะกดคา และบอกความหมายของคาในบริบทตา่ ง ๆ
เจตคติ (A)
- รักความเป็นไทย
- ใฝเ่ รยี นรู้
- มวี ินัย
๔. สาระการเรยี นรู้
๔.๑ สาระการเรยี นรูแ้ กนกลาง
๏ ชนิดของคา
๔.๒ สาระการเรยี นรูย้ ่อย
๏ คาเป็น คาตาย
๏ การผันวรรณยกุ ต์
๕. ช้ินงาน / หลกั ฐานร่องรอยแสดงความรู้
๕.๑ การทาใบงาน
๕.๒ แบบบนั ทึกผลการประเมนิ
๖. กิจกรรมการเรยี นรู้
๖.๑ ทบทวนเน้ือหาท่ีเรียนในชั่วโมงที่แล้วด้วยการให้นักเรียนนาใบงานชุดที่ ๘ – ๙
มาร่วมกันตรวจสอบและเฉลยอีกครั้ง จากน้ันให้นักเรียน เล่นเกม “บิงโกมาตราตัวตัวสะกด” ศึกษา
วิธีเลน่ ทท่ี ้ายแผน
๖.๒ ให้นักเรียนศึกษาเร่ือง คาเป็นคาตายและการผันวรรณยุกต์ จากหนังสือเรียนภาษาพาที
ชั้น ป.๖ หน้า ๓๐ – ๓๒ ครูอธิบายเพิ่มเติมให้นักเรียนศึกษาใบความรู้ ( ท้ายแผน ) ประกอบ เปิด
โอกาสให้นักเรยี นซักถามปญั หาข้อสงสยั
๖.๓ ครมู อบหมายให้นกั เรยี นแตล่ ะคนสรุปเร่อื งคาเป็น คาตาย ในรปู แบบแผนผังความคิด
๖.๔ นักเรียนทาแบบฝึก เรื่องคาเป็นคาตาย จากนั้นนาส่งครู ครูเฉลยและนักเรียน
แลกเปลีย่ นกนั ตรวจสอบความถูกต้อง
๖.๕ ให้นกั เรียนจดบนั ทกึ หลกั การ ข้อสงั เกตคาเป็นคาตาย จากน้ันครูเขยี นคาบนกระดาน คา
ว่า โรงเรียน วัด โบสถ์ ครู และสุ่มเขียนชื่อนักเรียน ๓ คน และให้นักเรียนตอบว่าคาท่ีครูเขียน คือ
คาเป็น หรอื คาตาย
๖.๖ ครูอธิบายสรปุ เรื่องคาเปน็ คาตาย
๗. สื่อ / แหลง่ เรียนรู้ / บคุ คล
ลาดบั ท่ี รายการสื่อ กิจกรรมที่ใช้ แหลง่ ที่ไดม้ า
ครใู ช้ประกอบคาอธิบาย
๑ ใบความรู้ ครจู ัดเตรียม
ครจู ัดทา
๒ ใบงาน ชดุ ที่ ๑๐ – ๑๑ นกั เรยี นทาใบงาน ครจู ัดทา
ครูจัดทา
๓ แบบฝกึ นกั เรียนทาแบบฝึก
ครูจัดทา
๔ หนงั สอื เรยี นรายวิชาพืน้ ฐาน นักเรยี นอ่านเร่ือง ครจู ัดทา
ครูจัดทา
ภาษาไทย ชดุ ภาษาเพอ่ื ชวี ติ
ภาษาพาที ชัน้ ป.๖
๕ เกณฑ์การประเมนิ ( Rubric ) สร้างกฎของการประเมิน
๖ เกมบงิ โก “มาตราตัวสะกด” นักเรียนเล่นเกม
๗ แบบประเมนิ การสังเกต บนั ทึกการสงั เกตพฤติกรรม และ
พฤติกรรม และแบบ บันทกึ ผลงานรายบคุ คล
ประเมินผลงานรายบุคคล
๘. วดั ผลประเมินผล เครื่องมอื ทใ่ี ช้ใน วธิ กี ารประเมิน เกณฑก์ ารประเมิน
การประเมิน
กจิ กรรมทป่ี ระเมนิ สงั เกตรายบคุ คล ๘ - ๑๐ = ดีมาก
แบบประเมินการสงั เกต ๖ – ๗ = ดี
๑. สงั เกตพฤติกรรมด้าน พฤติกรรม และแบบ ๕ = พอใช้
คุณลักษณะอันพึง ประเมนิ ผลงาน ต่ากว่า ๕ = ปรับปรงุ
ประสงค์
๒. นกั เรยี นร่วมกจิ กรรม แบบประเมนิ การสงั เกต สังเกตรายกลุ่ม ๘ - ๑๐ = ดีมาก
พฤติกรรม และแบบ ๖ – ๗ = ดี
๓. นักเรียนทาใบงาน ประเมนิ ผลงาน
ชดุ ท่ี ๑๐ ๕ = พอใช้
แบบประเมินการสังเกต
๔. นกั เรียนทาใบงาน พฤติกรรม และแบบ ต่ากว่า ๕ = ปรับปรงุ
ชดุ ท่ี ๑๑ ประเมนิ ผลงาน
ตรวจงานรายบคุ คล ๘ - ๑๐ = ดมี าก
แบบประเมนิ การสังเกต ๖ – ๗ = ดี
พฤติกรรม และแบบ
ประเมินผลงาน ๕ = พอใช้
ต่ากว่า ๕ = ปรบั ปรุง
ตรวจงานรายบคุ คล ๘ - ๑๐ = ดมี าก
๖ – ๗ = ดี
๕ = พอใช้
ต่ากวา่ ๕ = ปรับปรุง
การประเมิน ดา้ นทกั ษะ / กระบวนการ
ประเดน็ การประเมนิ เกณฑก์ ารให้ระดบั คะแนน
ทกั ษะการ สรุป ดี (๒) พอใช้ (๑) ปรับปรงุ (๐)
เนือ้ หา
สรุปเนื้อหาได้กระชับ สรุปเนื้อหาได้กระชบั สรุปเนอ้ื หาได้ไม่กระชบั
การรายงานหนา้ ช้ัน
ใจความครบถ้วน ใจความเกือบครบถ้วน ใจความและไม่ครบถ้วน
การปฏบิ ตั ิงานตาม
ข้ันตอน สามารถส่ือใหผ้ ู้อื่นเข้าใจ สามารถสอ่ื ให้ผู้อน่ื เข้าใจ สามารถสอ่ื ใหผ้ ู้อ่นื เขา้ ใจ
ความคิดสรา้ งสรรค์
ความเป็นระเบียบ ไดง้ า่ ย ได้ ได้นอ้ ย
เรียบรอ้ ยของการทา
ใบงาน สามารถพดู รายงานไดด้ ี สามารถพูดรายงานได้ดี สามารถพดู รายงานไดด้ ี
พูดเสยี งดังฟังชัด ได้สาระ พดู นา้ เสยี งชดั เจน พูดน้าเสยี งไม่ชัดเจน ไม่
ชัดเจน วางบุคลกิ ในการ สอดคล้องกบั เนื้อหาท่ี คอ่ ยสอดคล้องกับเน้ือหา
พูดได้ดีมาก พดู วางบคุ ลิกในการพดู ท่ีพดู วางบคุ ลกิ ในการ
ไดด้ ี พูดไม่ค่อยดี
มีทกั ษะการปฏบิ ตั ิงาน มีการปฏบิ ตั ิงานตาม ยงั ไมส่ ามารถปฏิบัติงาน
ตามขัน้ ตอน ได้อย่าง ขน้ั ตอนได้ตามลาดับ ตามข้นั ตอนได้
ถูกต้องและเหมาะสม
มีความคดิ สร้างสรรค์ดี พอมีความคิดท่ี ยงั ขาดความคิดท่ี
สร้างสรรค์อยู่บ้าง สรา้ งสรรค์
มีทักษะสามารถสรา้ งงาน สามารถสร้างงานที่สวน ไม่มีความสวยงาม และ
ทส่ี วยงาม และมีความ งามพอใชไ้ ด้ และมี ไม่ประณีต
ประณตี ดี ความประณตี ในบางส่วน
การประเมนิ ด้านคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
ประเดน็ การประเมนิ เกณฑ์การให้ระดบั คะแนน
ซื่อสัตย์สจุ ริต
มวี ินัย ดี (๒) พอใช้ (๑) ปรบั ปรุง (๐)
ใฝเ่ รียนรู้ ทางานอย่าง ทางานอย่าง ทางานอย่าง
อยู่อยา่ งพอเพยี ง
มีจิตสาธารณะ ตรงไปตรงมา ยอมรับ ตรงไปตรงมา ไม่ ตรงไปตรงมา ไม่
ในขอ้ ผิดพลาดและ ยอมรับในข้อผดิ พลาด ยอมรับในขอ้ ผดิ พลาด
บกพร่องของตนเอง และบกพรอ่ งของตนเอง และบกพรอ่ งของตนเอง
พอใจในสง่ิ ทต่ี นมี พอใจในสิ่งทตี่ นมี ไมค่ ่อยพอใจในสิ่งที่ตนมี
รูจ้ กั ควบคมุ อารมณ์ รู้จกั ควบคมุ อารมณ์ บ้าง ไมร่ จู้ ักควบคุมอารมณ์
ปฏบิ ัตติ นอย่ใู นระเบยี บ ปฏบิ ัตติ นอยใู่ นระเบียบ ปฏบิ ัติตนอยู่ในระเบียบ
วินัย แตง่ กายถูกตอ้ ง วินยั การแต่งกายไม่ วินยั นอ้ ย ไมค่ ่อยแต่ง
ตามระเบยี บของ ค่อยถูกต้องตามระเบยี บ กายถกู ต้องตามระเบยี บ
โรงเรียนตลอดเวลา ของโรงเรียน ของโรงเรยี น
มีความมานะมงุ่ มัน่ ใน มีความมานะมงุ่ มัน่ ใน ไมม่ ีความมานะมุ่งมัน่ ใน
การทางานที่ได้รับ การทางานทไี่ ด้รับ การทางานทีไ่ ด้รับ
มอบหมาย ศึกษา มอบหมาย ศึกษา มอบหมาย ไมค่ ่อย
คน้ คว้าดว้ ยตนเอง ค้นควา้ ดว้ ยตนเองเปน็ ศกึ ษาค้นควา้ ด้วยตนเอง
ทางานเสร็จทันเวลาและ บางคร้งั ทางานเสร็จ ทางานเสรจ็ ไม่ทันเวลา
ถกู ต้อง ทันเวลาเปน็ บางครั้ง
ใช้วสั ดอุ ุปกรณก์ ารเรยี น ใชว้ สั ดุอปุ กรณ์การเรียน ใช้วสั ดุอปุ กรณก์ ารเรียน
ทีร่ าคาถูกและใช้อยา่ ง ที่ราคาค่อนขา้ งแพงและ ทร่ี าคาค่อนขา้ งแพงและ
คุม้ คา่ ใชจ้ นหมดแลว้ ใชอ้ ยา่ งคุ้มคา่ ใชจ้ นหมด ใช้อย่างคุ้มคา่ ใช้ไม่
ค่อยซ้ือใหม่ หมดแลว้ ซ้อื ใหม่
มีความเสียสละเพื่อ มีความเสียสละเพือ่ ไมค่ ่อยเสียสละเพ่อื
สว่ นรวม ไม่เอาเปรียบ ส่วนรวมเป็นบางครั้ง ส่วนรวม ชอบเอาเปรยี บ
ไม่เหน็ แก่ตัวช่วยเหลอื ไมเ่ อาเปรยี บไมเ่ ห็นแก่ คนอนื่ ค่อนขา้ งเห็นแก่
หมู่คณะได้เปน็ อยา่ งดี ตัว ไมค่ ่อยชว่ ยเหลอื หมู่ ตวั ไม่ค่อยช่วยเหลือหมู่
คณะ คณะ
บันทกึ ขอ้ เสนอแนะของหัวหนา้ กลุ่มสาระการเรียนรู้หรือผ้ทู ไ่ี ดร้ ับมอบหมาย
……………………………………………………………………………………………………….…………………………………………
…………………………………………………………….……………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………….…………………………………………
…………………………………………………………….……………………………………………………………………………………
ลงช่อื ……………………………………..
(นางลุวัลย์ พิมพส์ วัสดิ์)
ตาแหนง่ หัวหน้ากลมุ่ สาระการเรยี นร้ภู าษาไทย
วันท่ี……เดอื น……………..พ.ศ……….
บนั ทึกขอ้ เสนอแนะของฝ่ายวิชาการหรือผู้ท่ไี ดร้ บั มอบหมาย
……………………………………………………………………………………………………….…………………………………………
…………………………………………………………….……………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………….…………………………………………
…………………………………………………………….……………………………………………………………………………………
ลงชือ่ ……………………………………..
(นางสาวนิลมณี บวั ระภา)
ตาแหน่ง หวั หนา้ งานฝา่ ยวชิ าการ
วันที่……เดือน……………..พ.ศ……….
บนั ทึกข้อเสนอแนะของผบู้ ริหารหรอื ผ้ทู ่ไี ด้รับมอบหมาย
……………………………………………………………………………………………………….…………………………………………
…………………………………………………………….……………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………….…………………………………………
…………………………………………………………….……………………………………………………………………………………
ลงชือ่ ……………………………………..
(นายจิตรกร โคตะวินนท์)
ตาแหนง่ ผอู้ านวยการโรงเรียนองคก์ ารบริหารส่วนจังหวดั เลย ๒ (บ้านขอนแดง)
วนั ที่……เดอื น……………..พ.ศ……….
บันทึกผลหลังกระบวนการจัดการเรียนรู้
ผลการเรยี นรทู้ ี่เกดิ ข้นึ กับผูเ้ รียน (เก่ง ดี มสี ขุ )
…………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………….………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………
ปญั หา / อปุ สรรค
…………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………….……………………………………………………………………………..
ข้อเสนอแนะ / แนวทางแก้ไข
…………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………….…………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………….
ลงชอ่ื ……………………………………..
( พระมหาพีรพล ขุนศรี )
นสิ ติ ฝึกประสบการณ์สอนในสถานศกึ ษา
วนั ท่ี……เดอื น……………..พ.ศ……….
เกมบิงโก “ มาตราตวั สะกด”
จุดม่งุ หมาย
๑. เพื่อใหน้ กั เรียนสามารถแยกมาตราตวั สะกดได้
๒. เพ่ือใหน้ กั เรียนสามารถนาความรู้เร่ืองมาตราตวั สะกดมาใชต้ ่อในเร่ืองคาเป็น
คาตาย
สื่อ
๑. เกมบิงโก มาตราตวั สะกด
๒. รางวลั สาหรับผชู้ นะ
วธิ ีดาเนินกจิ กรรม
กิจกรรมน้ีเหมาะสาหรับนกั เรียนในระดบั ประถมศกึ ษาปี ที่ ๕ – ๖ ก่อนจะเล่น
กิจกรรมน้ีนกั เรียนตอ้ งรู้จกั ลกั ษณะของมาตราตวั สะกดเสียก่อน
ใบความรเู้ รื่อง คาเป็ นคาตายและการผนั วรรณยุกต์
คาเป็ นคาตาย
คาเป็ น มีลกั ษณะสาคญั อยา่ งใดอยา่ งหน่ึง ดงั น้ี
๑. ประสมสระเสียงยาว แม่ ก กา
๒. มีตวั สะกดในแม่ กง กน กม เกย เกอว
๓. ประสมสระเกิน อา ใอ ไอ เอา
คาตาย มีลกั ษณะอยา่ งใดอยา่ งหน่ึง ดงั น้ี
๑. ประสมสระเสียงส้ัน แม่ ก กา ยกเวน้ สระเกิน อา ใอ ไอ เอา
๒. มีตวั สะกดในแม่ กก กด กบ
เสียงวรรณยุกต์ คือ เสียงที่มีการเปล่ียนระดบั สูงต่าโดยสายเสียง และเปล่งออกมา
พร้อมกบั เสียงสระ เช่น คา ข่า คา่ ( ขา้ ) คา้ ขา แต่ละคามีเสียงพยญั ชนะและเสียงสระ
เหมือนกนั ต่างกนั เพียงระดบั เสียงหรือเสียงวรรณยกุ ต์
เสียงในภาษาไทยมีครบท้งั เสียงสระ เสียงพยญั ชนะ และเสียงวรรณยกุ ต์ กล่าวคือ
คา แต่ละคาซ่ึงมีเสียงพยญั ชนะและเสียงสระเดียวกนั เมื่อเสียงวรรณยกุ ตเ์ ปล่ียนไปจะมี
ความหมายต่างกนั หรือไม่กก็ ลายเป็นคาท่ีไม่มีความหมาย เช่น ตู ตู่ ตู้ แตล่ ะคามี
ความหมายต่างกนั ส่วน ตู๊ ตู๋ ไม่มีความหมาย
ภาษาท่ีมีเสียงวรรณยกุ ตอ์ ยา่ งภาษาไทยมีนอ้ ย ภาษาจีน ภาษาอ่ืนส่วนมากมีเพียง
เสียงสระและพยญั ชนะ ไม่มีเสียงวรรณยกุ ต์ เม่ือระดบั เสียงของคาหน่ึงเปล่ียนไปคาน้นั ก็
ยงั คงมีความหมายเช่นเดิม เช่น ภาษาองั กฤษ ฝรั่งเศส เขมร พม่า บาลี สันสกฤต เป็น
ตน้
ความแตกต่างระหวา่ งคาในภาษาท่ีมีเสียงวรรณยกุ ต์ เช่น ภาษาไทยกบั คาในภาษา
ท่ีไม่มีเสียงวรรณยกุ ตเ์ ช่น ภาษาองั กฤษ ท่ีเห็นไดช้ ดั กค็ ือ คา Car ในภาษาองั กฤษออก
เสียง คา ถึงแมจ้ ะเปลี่ยนเสียงวรรณยกุ ตเ์ ป็น ข่า คา่ ( ขา้ ) คา้ ขา กย็ งั คงความหมายวา่
รถยนต์ เช่นเดิมส่วน คาไทย คา ขา่ ค่า ( ขา้ ) คา้ ขา แต่ละคามีความหมายต่างกนั ไป
เสียงวรรณยกุ ตใ์ นภาษาไทยมี ๕ เสียง คือ
๑. เสียงสามญั คือ เสียง ที่มีระดบั ปานกลางและมีระดบั คงท่ีตลอดไป เช่น กา
นอน ใน รัง
๒. เสียงเอก คือ เสียง ที่เร่ิมตน้ ระดบั เสียงต่ากวา่ เสียงสามญั คาตาย เสียงจะคง
ระดบั ตลอด เช่น เดก็ จะ เกบ็ ผกั คาเป็ น เสียงคงระดบั อยชู่ ว่ั ระยะหน่ึงแลว้ ค่อย ๆ
ลดลงเลก็ นอ้ ย เช่น กวา่ แข่ง ต่อ ส่นั
๓. เสียงโท คือ เสียงที่เร่ิมตน้ ระดบั สูงกวา่ เสียงสามญั แลว้ ค่อยลดระดบั ต่ากวา่
เสียงเอก เช่น ที่ วา่ แยก ได้
๔. เสียงตรี คือ เสียงที่เร่ิมตน้ ระดบั สูงกวา่ เสียงสามญั เลก็ นอ้ ย บางทฤษฎีวา่ เสมอ
เสียงโท คาตาย เสียงคงระดบั สูงเดิมไวต้ ลอด เช่น คิด ลึก นะ จะ๊ คาเป็ น เสียงค่อย ๆ
เปล่ียนระดบั สูงข้ึนกวา่ เดิมเลก็ นอ้ ย เช่น รู้ แลว้ คลอ้ ง ไว้
๕. เสียงจตั วา คือ เสียงที่เริ่มตน้ ระดบั ต่ากวา่ เสียงเอกแลว้ ลดลงอีก ต่อจากน้นั
เปลี่ยนระดบั สูงข้ึนตามลาดบั เสมอเสียงตรี เช่น หนู เห็น เขา ไหม
กล่าวโดยสรุปเสียงวรรณยกุ ต์ในภาษาไทย มี ๒ พวก คือ
วรรณยุกต์ระดับ มีระดบั เสียงค่อนขา้ งคงท่ีตลอด ไดแ้ ก่ วรรณยกุ ตส์ ามญั
วรรณยกุ ตเ์ อก และวรรณยกุ ตต์ รี
วรรณยุกต์เปลยี่ นระดับ มีการเปลี่ยนแปลงระดบั เสียง ไดแ้ ก่ วรรณยกุ ตโ์ ทเปลี่ยน
จากสูงลงต่า และวรรณยกุ ตจ์ ตั วาเปลี่ยนจากต่าข้ึนสูง
ความสาคญั ของเสียงวรรณยกุ ต์
คาพดู ที่มีความหมายสื่อความเขา้ ใจกนั ได้ จะตอ้ งประกอบดว้ ยเสียงพยญั ชนะ
สระ และวรรณยกุ ตอ์ ยา่ งใดอยา่ งหน่ึง เม่ือเสียงใดเสียงหน่ึงเปลี่ยนไปความหมายของคา
น้นั จะผดิ แผกไปหรือกลายเป็นคาที่ไม่มีความหมาย คาที่มีเสียงพยญั ชนะและสระเสียง
เดียวกนั แต่ต่างกนั ที่เสียงวรรณยกุ ต์ ยอ่ มมีความหมายต่างกนั หรือกลายเป็นคาที่ไม่มี
ความหมาย เช่น กู กู่ กู้ ต่างมีความหมายผดิ กนั กู๊ กู๋ ไม่มีความหมาย
การผนั วรรณยกุ ต์ของอกั ษรสามหมู่
การผนั วรรณยกุ ตข์ องอกั ษรสามหมู่มีความสาพนั ธก์ บั คาเป็นคาตาย ดงั น้ี
อกั ษรกลาง คาเป็นผนั ไดค้ รบ ๕ เสียง อกั ษรกลางคาตายผนั ได้ ๔ เสียง
สามญั เอก โท ตรี จตั วา
คาเป็ น กา ก่า กา้ ก๊า ก๋า
คาตาย - กะ กะ้ ก๊ะ ก๋ะ
อกั ษรสูง คาเป็นผนั ได้ ๓ เสียง อกั ษรสูงคาตายผนั ได้ ๒ เสียง
สามญั เอก โท ตรี จตั วา
คาเป็ น - ข่า ขา้ - ขา
คาตาย - ขะ ขะ้ - -
อกั ษรต่า คาเป็นผนั ได้ ๓ เสียง อกั ษรต่าคาตายผนั ได้ ๓ เสียง
สามญั เอก โท ตรี จตั วา
คา้ -
คาเป็ น คา - ค่า คะ ค่ะ
โนต้ โน๋ต
คาตายสระเสียงส้ัน - - ค่ะ
คาตายสระเสียงยาว - - โนต
ใบงาน ชุดท่ี ๑๐
คาชี้แจง ใหน้ กั เรียนดูคาท่ีกาหนดใหต้ ่อไปน้ีแลว้ ขีดเครื่องหมาย ในช่อง
ท่ีเป็นคาเป็นและคาตายและมีเสียงวรรณยกุ ตใ์ ด
ท่ี คาทกี่ าหนดให้ คาเป็ น คาตาย เสียงวรรณยกุ ต์
๑ กาบ
๒ ฝัด
๓ เพล้ีย
๔ ขา้ ว
๕ กลอ้ ง
๖ แอก
๗ ไถ
๘ คราด
๙ ควาย
๑๐ ชาวนา
๑๑ พบ
๑๒ หก
๑๓ ปด
๑๔ เทจ็
๑๕ โมก
ชื่อ.................................................................เลขท่ี ..................... ช้ัน...............
ใบงาน ชุดท่ี ๑๑
คาชี้แจง ใหน้ กั เรียนหาคาที่มีพยญั ชนะตน้ เป็นอกั ษรสูงหรืออกั ษรต่าที่เป็น
อกั ษรคู่ มาผนั วรรณยกุ ตค์ ู่กบั คาต่อไปน้ีใหไ้ ดค้ รบ ๕ เสียง
ที่ คา เสียงและรูปวรรณยุกต์ จัตวา
สามญั เอก โท ตรี
๑ ทอง
๒ เซา
๓ ขา
๔ ขาว
๕ ฝาน
๖ คนั
๗ ทน
๘ ฉาง
๙ ฮวง
๑๐ พาน
ช่ือ.................................................................เลขที่ ..................... ช้ัน...............
แบบบันทึกผลการประเมินการเรียนรู้ กลมุ่ สาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชุดภาษาพาที
ชุดภาษาพาที บทที่ ๒ ควาย ข้าวและชาวนา แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี ๑๔ คาเป็ นคาตายและการผนั วรรณยุกต์
เลข ดา้ นคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ ดา้ นผลงาน
ท่ี มี ิวนัย
ใ ่ฝเ ีรยนรู้
ชื่อ – สกุล อ ่ยูอย่างพอเ ีพยง
มุ่งม่ันในการทางาน
รักความเ ็ปนไทย
รวมคะแนน ้ดานคุณ ัลกษณะ ฯ
ทาแบบทดสอบก่อน
เ ีรยน
ทาแบบ ึฝกหัด ชุดที่ ๑
รวม
่ผาน / ไม่ ่ผาน
๓ ๓ ๓ ๓ ๓ ๑๕ ๓๐ ๑๐ ๕๕
๑ ด.ช.กชกร ราชบวั ศรี
๒ ด.ช.ปิยะวฒั น์ สารวงษ์
๓ ด.ช.ธนพร สารภี
๔ ด.ช.ธนโชติ อินพนิ จิ
๕ ด.ญ.กัญญารตั น์ บุตรโยจันโท
๖ ด.ญ.จรี าพร โสมาศรี
๗ ด.ญ.ธนษิ ฐา จาปานลิ
๘ ด.ญ.ปารชิ าติ เสรฐิ ศรี
๙ ด.ญ.พมิ พศิ า แพงคาศรี
๑๐ ด.ญ.สุชาวดี สารโยธา
๑๑ ด.ญ.ธิดารัตน์ สสี ัน
๑๒
๑๓
๑๔
๑๕
๑๖
๑๗
ความหมายระดับคุณภาพ ๓ หมายถึง ดี เกณฑ์ระดับคะแนน ๕๐ – ๕๕ = ๓
๒ หมายถึง พอใช้ ๓๐ – ๔๙ = ๒
๑ หมายถงึ ปรับปรงุ ๐ - ๒๙ = ๑
เกณฑ์การผ่าน ไดค้ ะแนน ๑ ขึ้นไป
ลงชือ่ ...........................................ผูป้ ระเมิน
(พระมหาพีรพล ขุนศรี)