The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ละครไทยในสมัยต่างๆ

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by na no, 2023-12-04 06:38:47

วิวัฒนาการละครไทย

ละครไทยในสมัยต่างๆ

วิวัฒนาการละครไทย


สมัยน่านเจ้า มีละครเรื่อง นามาโนราห์ เป็น นิยายของพวกชาวไต ซึ่งเป็น ชนกลุ่มน้อย ทางตอนใต้ของจีน ต่อมาเพี้ยนมาเป็น มโนราห์ นอกจากนั้น มีการแสดง ของ ชาว ไต เช่น ระบำ หมวก ระบำ นกยูง อีกด้วยสมัย น่านเจ้า มีละครเรื่อง นามาโนราห์ เป็นนิยาย ของพวกชาวไต ซึ่งเป็น ชนกลุ่มน้อยทาง ตอนใต้ของจีน ต่อมาเพี้ยนมาเป็น มโนราห์ นอกจากนั้น มีการแสดง ของ ชาวไต เช่น ระบำ หมวก ระบำ นกยูง อีกด้วย สมัยน่านเจ้า


สมัยกรุงธนบุรี สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรีโปรดละคร มาก ทรงควบคุมการแสดงละครและ พระราชนิพนธ์บทละคร เรื่อง รามเกียรติ์ 5 ตอน คือ หนุมานเกี้ยว นางวานรินทร์ ท้าวมาลีวราชว่าความ ทศกัณฐ์ตั้งพิธีทรายกรด (เผารูป เทวดา) พระลักษมณ์ถูกหอกกบิลพัท ปล่อยม้าอุปการ


สมัยอยุธยา สมัยอยุธยามีละคร 3 ประเภทคือ ละครชาตรีซึ่งเป็นละครดั้งเดิม ละครนอกที่แก้ไขมาจาก ละคร ชาตรี และละครในเป็นละครของผู้ หญิง มีบทละครสำ หรับแสดง ละคร 22 เรื่อง เช่น มโนห์รา คาวี อิเหนา อุณรุท รามเกียรติ์ ดาหลัง


สมัยรัตนโกสินทร์ ในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น ตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 1 จนถึงรัชกาลที่ 4 การแสดงนาฏศิลป์มีวิวัฒนาการออกมาในรูปโขน ละคร โดยมีองค์ พระมหากษัตริย์เป็นองค์อุปถัมภ์และได้มีการรวบรวมข้อมูลไว้เป็น ลายลักษณ์อักษร เพื่อใช้ประโยชน์ในการอ้างอิง


ราชกาล ที่1 พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ ๑ (ครองราชย์ พ.ศ. ๒๓๒๕ - ๒๓๕๒) ทรงพระราชนิพนธ์บทละครเรื่อง รามเกียรติ์ขึ้นเพื่อใช้ในพิธี สมโภชพระนครใหม่ คือ กรุงรัตนโกสินทร์ ระหว่าง พ.ศ. ๒๓๒๘ - ๒๓๒๙ เนื้อ เรื่องประกอบด้วยเรื่องราวน่ารู้ต่างๆ เริ่มด้วยหิรัญยักษ์ม้วนแผ่นดิน และกำ เนิด ตัว ละครสำ คัญๆ ทั้งฝ่ายยักษ์ ลิง และ ...


ราชกาล ที่2 ละครหลวงรัชกาลที่ ๒ ปรากฏว่าเล่นละครในแต่เรื่องอิเหนากับเรื่อง รามเกียรติ์ บางทีจะเล่นเรื่องอุณรุทบ้าง แต่เรื่องดาหลังนั้น หาได้ เล่นไม่ พระบาทสมเด็จฯ พระพุทธเลิศหล้านภาลัย ทรงพระราชนิพนธ์ บทละครเรื่องอิเหนากับเรื่องรามเกียรติ์ขึ้นใหม่สำ หรับเล่นละคร หลวง


ราชกาล ที่3 รัชกาลที่ ๓ พระบาทสมเด็จฯ พระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรง รั งเกียจการเล่นละคร พอเสวยราชย์ก็โปรดให้เลิกละครหลวง เสีย ไม่ทรงเล่นละครจนตลอดรัชกาล เล่ากันมาว่า ถึงโขน ข้าหลวงเดิม ซึ่งโปรดให้ฝึกหัดไว้เมื่อครั้งยังเป็นกรม


ราชกาล ที่4 รัชกาลที่ ๔ แต่แรกยังไม่มีละครหลวง เพราะละครหลวงเลิกเสียเมื่อรัชกาลที่ ๓ แต่พระบาทสมเด็จฯ พระจอมเกล้า เจ้าอยู่หัว ไม่ทรงรังเกียจการเล่นละคร เหมือนอย่างพระบาทสมเด็จฯ พระนั่ง เกล้าเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางโสมนัส จึงทรงหัดละครเด็กผู้หญิง


สมัยรัชกาลที่ 5พระบาทสมเด็จพระ จุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว การละครใน ยุคนี้เริ่มมีการเปลี่ยนแปลง เนื่องจากการละครแบบตะวันตก หลั่งไหลเข้าสู่วงการนาฏศิลป ทำ ให้ เกิดละครประเภทต่างๆขึ้นมากมาย เช่น ละครพันทาง ละคร ดึกดำ บรรพ์ ละครร้อง ละครพูด และลิเก ราชกาล ที่5


ราชกาล ที่6 สมัยพระบาทสมเด็จ พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวนับ เป็นยุคทองของศิลปะด้าน การแสดง ทั้งแบบจารีตคือ โขน ละครนอก ละครใน และ ละครแบบใหม่ซึ่งได้รับ อิทธิพลของประเทศตะวัน ตก อันได้แก่ ละครร้อง ละครพูด ละครดึกดำ บรรพ์


ราชกาล ที่7 รัชกาลที่ 7 คือ การแสดงที่ดำ เนิน เรื่องราวซึ่งเน้นผู้แสดงสวม บทบาทฟ้อนรำ ประกอบบทร้อง และการบรรเลงดนตรี ที่ปรากฏ อยู่ในประเทศไทยในช่วงเวลาดัง กล่าว รูปแบบการแสดงมีลักษณะ เฉพาะของคณะที่สืบมาแต่เดิม


สมัยรัชกาลที่ 8 รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล การแสดงนาก ศิลป์ โขน ละคร อยู่ในการกำ กับดูแลของกรมศิลปากรในสมัยนี้ หลวงวิจิตรวาท การ เป็นผู้ริเริ่มก่อตั้งสถาบันการเรียนการสอนศิลปะการแสดง โขน ละคร ดนตรี ปี่พาทย์ มีการแสดงละครปลุกใจให้รักชาติ เช่นเรื่องอานุภาพพ่อขุนรามคำ แหง เจ้าหญิงแสนหวี พระเจ้ากรุงธน อานุภาพแห่งความรัก อานุภาพแห่งความเสีย สละ เลือดสุพรรณ เป็นต้น ราชกาล ที่8


รัชกาลที่ 9 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพล อดุลยเดช โปรดเกล้าฯให้บันทึกภาพยนตร์ส่วน พระองค์ บันทึกท่ารำ หน้าพาทย์องค์พระพิราพ ท่ารำ เพลงหน้าพาทย์ของพระ นาง ยักษ์ ลิง ได้ โปรดเกล้าให้จัดพิธีไหว้ครู มอบท่ารำ องค์พระพิร าพและปรานผู้ประกอบพิธีไหว้ครูให้แก่ศิลปินกรม ศิลปากรในมัยนี้ การละครเฟื่องฟูมาก มีการจัด แสดงละครกันอย่างแพร่หลาย ราชกาล ที่9


Click to View FlipBook Version