ทฤษฎีการเรยี นรูข้ องบรูเนอร์
(JEROME S . BRUNER)
บรเู นอร (Bruner) เป็นนักจิตวทิ ยาในยคุ ใหม ชาวอเมรกิ ันคนแรกที่
สบื สานความคิดของเพียเจต โดยเช่ือวาพฒั นาการและการเรียนรขู อง
เด็กเกิดจากกระบวนการภายในอนิ ทรยี (Organism) เน นความสาํ คัญ
ของส่ิงแวดลอมและวัฒนธรรมทแี่ วดลอมเด็ก ซ่งึ จะพัฒนาไดด เี พียงใด
นัน้ ข้ึนอยกู บั ประสบการณและสง่ิ แวดลอมรอบตัวเด็ก และชีใ้ หเ ห็น
วา การศึกษาวา เด็กเรยี นรูอยางไร ควรศึกษาตวั เดก็ ในชนั้ เรยี นไมค วร
ใชห นแู ละนกพริ าบ ทฤษฎขี องบรเู นอรเน นหลักการ กระบวนการคิด
ซ่งึ ประกอบดว ย ลกั ษณะ 4 ขอ คอื แรงจงู ใจ (Motivation)
โครงสรา ง (Structure) ลาํ ดับขัน้ ความตอ เน่ือง (Sequence)
และการเสริมแรง(Reinforcement)
สาํ หรบั ในหลกั การที่เป็นโครงสรางของความรูข องมนษุ ย
บรเู นอรแบง ขัน้ พัฒนาการคิดในการเรียนรูของมนุษยอ อกเป็น 3 ขนั้ ดวยกนั
ซ่ึงคลายคลึงกบั ขนั้ พฒั นาการทางสตปิ ัญญาของเพียเจต ไดแก
1. ขัน้ การกระทาํ (Enactive Stage)เด็กเรยี นรจู ากการกระทาํ และการสมั ผสั
2. ขนั้ คิดจินตนาการหรอื สรา งมโนภาพ (Piconic Stage)เด็กเกดิ ความคิด
จากการรับรตู ามความเป็นจรงิ และการคดิ จากจินตนาการดวย
3. ขัน้ ใชส ัญลักษณและคิดรวบยอด (Symbolic Stage)
เด็กเริม่ เขา ใจเรียนรคู วามสัมพันธข องสง่ิ ตางๆรอบตวั และพัฒนาความคดิ รวบ
ยอดเกี่ยวกบั ส่ิงท่ีพบเห็น
แนวทางในการจดั การเรยี นการสอน
บรูเนอรไ์ ด้กล่าวถึงทฤษฎีในการจดั การเรยี นการสอน
วา่ ควรประกอบด้วยลักษณะสาํ คัญ 4 ประการ คือ
2 ผเู้ รยี นต้องมแี รงจูงใจภายใน มคี วามอยากรู้ อยากเห็น
สงิ ต่างๆรอบตัว
2 โครงสรา้ งของบทเรยี นซงึ ต้องจดั ให้เหมาะสมกับผเู้ รยี น
3 การจดั ลําดับความยาก-ง่ายของบทเรยี นโดยคํานงึ ถึง
พฒั นาการทางสติปญญาของผเู้ รยี น
4 การเสรมิ แรงของผเู้ รยี น
จดั ทําโดย
นางสาว ทัศนีย ดชี ่ืน เลขที่ 9
สาขาวชิ าการศึกษาปฐมวัย ชนั้ ปีท่ี 3