The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by norapong638644, 2021-12-23 01:33:38

unit2

unit2

7

หนว ยที่ 2
เคร่อื งมือในงานเขยี นแบบ

บทนํา
เครอ่ื งมือในงานเขยี นแบบมหี ลายอยางหลายประเภท ชางเขียนแบบที่ดจี งึ ตอ งมคี วามรู

ความเขาใจและ รจู ักวธิ กี ารใชเคร่ืองมือและอปุ กรณตา ง ๆ ในการเขยี นแบบ ตลอดจนเขาใจ
เทคนิควธิ ีการเขยี นแบบ จงึ จะไดงานเขียนแบบทีด่ ีและถกู ตอง
2.1 ชนิดเครือ่ งมือในงานเขยี นแบบ

2.1.1 โตะเขยี นแบบ เปน โตะทใ่ี ชสาํ หรับยึดตดิ กระดาษเขียนแบบ ใชร วมกับไมท ีและ
ฉากสามเหลยี่ ม ตลอดจนวางเครอื่ งมือเขียนแบบอน่ื ๆ ลักษณะรปู รางโดยทว่ั ไปมโี ครงสรางเปน
เหลก็ กลองสเ่ี หล่ยี มมกี ระดานท่ียดึ ตดิ กับตวั โตะ เอยี งทาํ มมุ กับตวั กระดานโดยทว่ั ไปเปน ไมอ ดั ท่ี
ปด ทับดว ยวัสดุทผ่ี วิ เรยี บ เชน โฟไมกา , เมลามนี เปนตน พน้ื ผวิ วสั ดุปด ทบั จะเปน ผวิ ดา น กระดาน
รูปรา งเปนสเี่ หลี่ยมผืนผา มีหลายแบบหลายขนาด เชน ขนาด 40 x 60 เซนตเิ มตร , ขนาด 60 x
100 ซนติเมตร, ขนาด 80 x 120 ซนติเมตร เปน ตน ทข่ี อบกระดานทั้งส่ดี า นตอ งเรียบตรง และได
ฉากกนั โตะ เขียนแบบมหี ลายแบบหลาย ดังแสดงในรูปที่ 2.1, 2.2 และ 2.3

รปู ท่ี 2.1 แสดงโตะเขยี นแบบพรอ มชดุ อปุ กรณ รูปท่ี 2.2 แสดงโตะ เขยี นแบบที่สามารถปรบั มุมเอยี งได

รปู ท่ี 2.3 แสดงโตะเขยี นแบบพรอ มทีสไลด

8

2.1.2 กระดานเขยี นแบบ เปนอุปกรณเ ขยี นแบบท่ใี ชง านเชน เดยี วกบั โตะ เขียนแบบ ไมม ี
โครงตัวและขาโตะสามารถเคลื่อนยายไปไหนไดงา ยและสะดวกสบาย ขอบกระดานท้งั สีด่ า นเรยี บ
ตรง และไดฉากกัน สามารถทาํ ขึ้นมาใชเองได โดยใชไ มอ ัดหรอื ไมแ ผน ทม่ี พี น้ื ผวิ เรยี บตดั ตามขนาด
ท่ตี อ งการ แลวขดั ผิวและขอบกระดานใหเรียบ หากตอ งการกระดานทใี่ ชกับกระดาษขนาด A3 ควร
ใชกระดานขนาดประมาณ 40 x 60 เซนตเิ มตร

ตัวหนบี กระดาษ

ไมที ฉากสามเหล่ียม

รูปที่ 2.4 แสดงกระดานเขียนแบบ รูปท่ี 2.5 แสดงกระดานเขียนแบบชนิดมาตรฐาน
พรอ มอปุ กรณ พรอมอุปกรณ

ที่มา : www.technologystudent.com/despro2/basdrw2.htm ทมี่ า : คาํ นงึ คําพุฒ, 2527 หนา 29

2.1.3 ไมท ี (T-Square) และทสี ไลด (T-Slide) เปน เคร่อื งมอื ทใี่ ชสาํ หรับเขยี นเสน ตรง
ในแนวนอน และใชรวมกับฉากสามเหลยี่ มในการเขยี นเสน ในแนวด่งิ และเสน เอียงมมุ ตาง ๆ มี
ลักษณะรปู รางเปนตวั ที (T) มสี วนประกอบ 2 สวน คอื สว นหัว (Head) และสวนใบ (Blade) ซึง่ ท้งั
สองสวนจะยดึ ติดกนั โดยทาํ มมุ ฉากตอ กนั สว นใบจะมสี เกลติดยาวตลอดความยาว โดยทัว่ ไปจะมี
หนว ยเปน ระบบเมตรกิ ทว่ี ัดเปน เซนติเมตร วสั ดุโดยทั่วไปจะเปน ไมแ ละพลาสตกิ

รปู ที่ 2.6 แสดงลกั ษณะไมท ี

9

ทสี ไลด เปนเคร่ืองมือทีใ่ ชท าํ งานในลักษณะเชนเดยี วกบั ไมท ี สามารถนํามาประกอบกับ
โตะเขยี นแบบ หรือกระดานเขยี นแบบได โดยใชห ลกั การทาํ งานของเชอื กและรอก มคี วามสะดวก
รวดเร็วในการใชงาน และมคี วามขนานเทยี่ งตรงกวา ไมท ี ดังแสดงในรูปท่ี 2.7

รูปที่ 2.7 แสดงทีสไลดทีต่ ดิ ตง้ั บนโตะ เขยี นแบบ
2.1.4 ฉากสามเหลย่ี ม (Set Square) เปน เครื่องมอื ท่ีใชเพ่อื ขีดเขียนเสน ในแนวดงิ่ และ
เสนในแนวเอยี ง การใชง านจะใชรวมกบั ไมท ีมีอยู 2 แบบ ดังน้ี

2.1.4.1 ฉากสามเหล่ียมแบบตายตัว มรี ปู รางเปนสามเหลี่ยมมมุ ฉากมี 3 ดา น
3 มุม โดยจะมมี ุมฉากอยูหนง่ึ มมุ มอี ยู 2 แบบ คือ แบบมุมภายใน 45, 45 และ 90° และมุมภายใน
30, 60 และ 90° วัสดุโดยทวั่ ไปจะเปน พลาสตกิ ใสมีสเกลอยทู ดี่ า นขา ง มีทง้ั สเกลระบบเมตรกิ ท่ีวัด
เปนเซนติเมตร และระบบอังกฤษทว่ี ัดเปน นว้ิ ดงั แสดงในรปู ที่ 2.8

(ก) มมุ 45, 45 และ 90° (ข) มุม 30, 60 และ 90°
รูปที่ 2.8 แสดงฉากสามเหล่ียมแบบตายตัว

10

2.1.4.2 ฉากสามเหลยี่ มแบบปรับมมุ ได ลกั ษณะรปู รา งเปน สามเหล่ียมที่
สามารถปรบั มมุ ตาง ๆ ได ดังแสดงในรปู ที่ 2.9

เกลียวล็อค
สเกล

รปู ท่ี 2.9 แสดงฉากสามเหลย่ี มแบบปรับมุมได

ท่ีมา : www.technologystudent.com/despro2/basdrw4.htm

2.1.5 วงเวยี น เปนเครือ่ งมอื ทีใ่ ชสําหรบั การเขยี นสว นโคง หรอื วงกลมมลี ักษณะเปน ขา
สองขาตดิ กัน โดยสามารถปรับขยายขาใหก วา งหรือแคบได ปลายขาขา งหนงึ่ จะตดิ เหลก็ ปลาย
แหลมไว สว นปลายขาอีกขา งจะมชี ดุ จับยดึ ดินสอ แบงตามลกั ษณะการใชงานได 4 แบบ ดงั นี้

2.1.5.1 วงเวยี นขนาดเลก็ เปนวงเวยี นทใี่ ชเขียนสว นโคง หรือวงกลมทม่ี ีขนาด
เลก็ ลกั ษณะรปู รา งมขี าสองขา โดยขาขางหนงึ่ จะยดึ ตดิ เหลก็ ปลายแหลม สว นขาอีกขา งหนงึ่ จะมี
ชดุ จบั ยึดดนิ สอ การขยายความกวา งขาวงเวยี นจะใชส กรูเปนตวั ปรบั โดยมีแรงสปรงิ เปน ตวั ดันไว
ดังแสดงในรูปท่ี 2.10 (ก)

2.1.5.2 วงเวยี นขนาดกลาง เปนวงเวยี นทใ่ี ชเขียนสว นโคง หรอื วงกลมขนาด
กลางท่ีใชโดยท่ัวไป ดงั แสดงในรปู ท่ี 2.10 (ข)

(ก) วงเวยี นขนาดเล็ก (ข) วงเวยี นขนาดกลาง

รูปท่ี 2.10 แสดงวงเวียนขนาดเลก็ และวงเวยี นขนาดกลาง

11

2.1.5.3 วงเวยี นถายขนาด เปนวงเวยี นทม่ี ีลกั ษณะรปู รา งคลา ยกบั วงเวยี นทใี่ ช
ในงานเขียนแบบทัว่ ไปแตป ลายขาวงเวียนจะเปน ปลายแหลมทง้ั สองขา ง ใชสําหรบั วดั ระยะขนาด
จากบรรทดั แลว ไปถายขนาดลงบนแบบงาน หรือใชแบงเสนตรงออกเปน สวน ๆ เทา ๆ กนั ดงั แสดง
ในรปู ที่ 2.11 (ก)

2.1.5.4 วงเวยี นคาน เปน วงเวียนทใี่ ชสําหรับเขยี นสว นโคง หรือวงกลมขนาด
ใหญ มสี ว นประกอบหลักอยู 3 สว น คือ สวนทห่ี นึง่ เปน แกนหลักมีลกั ษณะรูปรางเปนคานตรงยาว
สว นที่สองเปน ชุดเหลก็ ปลายแหลม และสว นทส่ี ามเปน ชดุ ดินสอ ซึ่งสว นท่ีสองและสามสามารถ
เลอื่ นไปมาบนคานแกนหลกั และจะมีสกรทู ี่สามารถลอ็ กตาํ แหนงได ดงั แสดงในรูปที่ 2.11 (ข)

(ก) วงเวยี นถา ยขนาด (ข) วงเวยี นคาน

รูปท่ี 2.11 แสดงวงเวยี นถา ยขนาดและวงเวียนคาน

2.1.6 ดินสอ เปน เคร่ืองมอื ทใ่ี ชในการขดี เขยี นเสน ลงบนผิวกระดาษเขยี นแบบ ตวั ไส
ดนิ สอทําจากกราไฟท มีอยู 2 แบบ ดังนี้

2.1.6.1 ดนิ สอเปลอื กไม เปน ดนิ สอเปลอื กไมที่หมุ ไสด ินสอขนาด 2 มลิ ลเิ มตร
เวลาใชง านจะตอ งเหลาใหไสด นิ สอยาวยนื่ ออกมาจากเปลือกไม และลบั ปลายใหแ หลมเลก็ ดัง
แสดงในรปู ท่ี 2.12

รูปที่ 2.12 แสดงดนิ สอเปลือกไม

12

2.1.6.2 ดินสอแบบเปลยี่ นไส เปนดนิ สอท่ไี มมเี ปลอื กดนิ สอ มีแตไ สด นิ สอ โดย
ใชคกู บั ตวั โครงปากกา ใชง า ยและสะดวก มีอยู 2 แบบ คือ

1) ดินสอแบบไสใ หญ ตวั โครงดินสอเปน ทอ พลาสตกิ ที่ใสไ สด นิ สอ
ขนาด 2 มลิ ลเิ มตรอยูภายใน มีระบบกลไกในการจบั ยดึ ไสดินสอ เม่ือกดกลไกไสด นิ สอก็เล่ือนเขา
ออกได ดังแสดงในรูปที่ 2.13

รูปท่ี 2.13 แสดงดนิ สอกดแบบไสใ หญ 2 มิลลเิ มตร

2) ดนิ สอแบบไสม าตรฐาน ลักษณะการทํางานคลา ยกันกบั ดนิ สอแบบ
ไสใหญ แตไสด ินสอแบบน้ีจะขนาดเลก็ เหมอื นเข็ม มีหลายขนาด เชน 0.3, 0.5 และ 0.7 มิลลเิ มตร
ใชงานสะดวกเพียงกดใหปลายดินสอยืน่ ออกมาจากดามดนิ สอเพยี งเลก็ นอ ย ไมต อ งเหลาและลับ
ปลายดินสอเลย ใชส ําหรับขีดเสน ตามขนาดความหนาท่ตี องการ ดังแสดงในรปู ท่ี 2.14

รปู ที่ 2.14 แสดงดินสอกดแบบไสม าตรฐาน

คบคนพาล พาลพาไปหาผดิ
คบบณั ฑติ พาไปหาผล

13

เกรดตามความแข็งของไสดนิ สอ แบง ได 3 ระดบั ดงั นี้
ก. แบบไสแขง็ ใชส าํ หรับเขยี นงานทต่ี อ งการความเท่ยี งตรงสูง หรือการรา งแบบ เสนท่เี ขยี น

จะมคี วามเบาบาง มตี ้งั แตเ บอร 9H - 4H โดยเบอรท่มี ีตวั เลขมากกจ็ ะมคี วามแข็งมาก
ข. แบบไสแ ขง็ ปานกลาง ใชสําหรับการเขยี นแบบทั่วไปมตี งั้ แตเ บอร 3H - B
ค. แบบไสออน ใชส าํ หรับการเขียนงานศลิ ปะชนดิ ตา ง ๆ เชน การวาดภาพแรเงา ไมเ หมาะที่

จะนาํ มาใชในงานเขียนแบบ เน่อื งจากเสนมคี วามหยาบและเลอะงา ยมตี งั้ แตเบอร 2B - 7B โดย
เบอรทมี่ ตี ัวเลขมากก็จะมีความออนมาก

การเขยี นเสน รา ง เราควรเลือกใชด ินสอแบบไสแ ขง็ ปานกลางเบอร 2H - 3H และควรใช
ดินสอเบอร F - HB เมอื่ เขียนเสนเตม็ บางหรือเสน เตม็ หนาจะทาํ ใหไดค วามหนาเสนเขียนแบบ
หลายขนาด การใชดนิ สอเปลือกไมจ ะตอ งเหลาใหปลายแหลมอยเู สมอจะทําใหเ สน มคี วามคมชดั

9H 8H 7H 6H 5H 4H 3H 2H H F HB B 2B 3B 4B 5B 6B 7B

(ก) แบบไสแ ขง็ (ข) แบบไสแ ข็งปานกลาง (ค) แบบไสออน
รูปที่ 2.15 แสดงการแบงเกรดความแขง็ ของไสด นิ สอ

2.1.7 ปากกาเขยี นแบบ เปน เครือ่ งมือทใ่ี ชส าํ หรบั การขดี เขยี นเสนลงในกระดาษไข
ลักษณะคลายปากกาหมกึ ซมึ เสนทเ่ี ขยี นจะไดค วามหนาของเสน ตามมาตรฐาน มหี ลายขนาด
ตงั้ แต 0.13, 0.18, 0.25, 0.35, 0.5, 0.7, 1.0, 1.4 และ 2 .0 มลิ ลิเมตร สําหรบั งานเขยี นแบบทวั่ ไป
จะนยิ มใชกลมุ เสน 0.5 ซึง่ จะใชปากกาเขยี นแบบจาํ นวน 3 ดา ม คอื ปากกาขนาด 0.5, 0.35 และ
0.25 มลิ ลิเมตร

รปู ที่ 2.16 แสดงปากกาและขนาดเสนทีเ่ ขยี นจากปากกาเขยี นแบบ

14

2.1.8 เครื่องมอื และอุปกรณชว ยในงานเขยี นแบบ นอกจากเครอื่ งมอื ตา งๆ ดังทก่ี ลา ว
มาแลว นนั้ งานเขียนแบบกจ็ ะมเี ครอ่ื งมอื และอปุ กรณชว ยในงานเขยี นแบบตาง ๆ เพ่อื ชว ยใหการ
เขยี นแบบมีความสะดวก รวดเรว็ สวยงาม และมปี ระสิทธภิ าพใหดยี งิ่ ขึน้ มีหลายชนิด ดังน้ี

2.1.8.1 ยางลบ เปน อุปกรณใชลบรอยขีดเขยี นที่ไมต องการออกจากบนพนื้ ผวิ
กระดาษ มี 2 แบบคือ ยางลบดนิ สอ และยางลบหมึก

2.1.8.2 แผนกนั ลบ เปน แผนพลาสตกิ บางๆ ที่เจาะรรู ปู รางแบบตา ง ๆ เพอื่ ใช
สาํ หรบั ลบในพื้นผวิ ทตี่ อ งการลบเทา นนั้ ดงั แสดงในรูปที่ 2.17

รปู ที่ 2.17 แสดงแผน กนั ลบ

2.1.8.3 แปรงปด เปนแปรงทใ่ี ชปดเศษยางลบหรอื สง่ิ สกปรกออกจากกระดาษ
2.1.8.4 เพลทแบบตาง ๆ เปนอปุ กรณทเ่ี จาะรูตามลกั ษณะรูปรา งตา งๆ เพ่อื ใช
เปนแบบในการเขยี นรูปรางตามแบบ เชน เพลทตวั เลข-ตัวอักษร, เพลทวงกลมวงรี เปน ตน ดงั
แสดงในรปู ที่ 2.18

(ก) เพลทวงกลม (ข) เพลทวงรี

รปู ท่ี 2.18 แสดงเพลทวงกลมและเพลทวงรี

ที่มา : www.technologystudent.com/despro2/basdrw4.htm

15

2.1.8.5 กระดกู งู เปน เสน พลาสติกออนทมี่ รี ปู รางเปนส่เี หล่ยี มคางหมู สามารถ
ดัดโคง งอเปน สว นโคง ตามทตี่ อ งการ เพ่อื ใชเปน แบบในการเขียนสว นโคง ดงั แสดงในรูปที่ 2.19

รูปที่ 2.19 แสดงการใชงานกระดูกงู

ทม่ี า : www.technologystudent.com/despro2/basdrw4.htm

2.1.8.6 บรรทดั เขียนสวนโคง เปน แผนพลาสติกทม่ี ีสว นโคง รัศมหี ลายขนาด
สมั ผัสตอเนอ่ื งกนั ไปตลอด ใชส ําหรบั เขยี นสว นโคง ตา งๆ การใชงานจะวางทับใหตรงจุดของสวน
โคงอยางนอย 3 จดุ แลวจงึ เขยี นไปตามแนวสวนโคง ดังแสดงในรูปท่ี 2.20

แนวสวนโคง

รูปท่ี 2.20 แสดงบรรทัดเขยี นสวนโคง

ทม่ี า : www.technologystudent.com/despro2/basdrw4.htm

2.1.8.7 ลรี อย (Leroy) เปน อุปกรณช ว ยในการเขยี นตวั เลข-ตัวอักษร เพอ่ื อํานวย
ความสะดวกและรวดเรว็

2.1.8.8 เครื่องเหลาดินสอ เปน อุปกรณในการเหลาดนิ สอเปลอื กไม
2.1.8.9 บรรทดั วดั มุม ใชใ นการเขียนมมุ เปนองศา ดังแสดงในรูปที่ 2.21

รปู ที่ 2.21 แสดงบรรทัดวดั มมุ

ที่มา : www.technologystudent.com/despro2/basdrw4.htm

16

2.1.8.10 กระดาษทราย ใชสาํ หรับการลบั ปลายดินสอใหแ หลม
2.1.8.11 เทปกาว ใชส ําหรบั ยดึ กระดาษใหตดิ กบั โตะเขียนแบบ

2.2 เทคนคิ วธิ ีการใชเ คร่อื งมือเขยี นแบบ
2.2.1 ลาํ ดบั ขน้ั การตดิ ยึดกระดาษกับโตะ เขยี นแบบ
ขน้ั ที่ 1 วางกระดาษลงบนโตะ เขยี นแบบ โดยใหเ สน ขอบกระดาษขนานกบั ขอบ
ของไมที แลว ติดเทปกาวจดุ ที่ 1 ทีม่ ุมบนดา นซา ยมือ ดงั แสดงในรูปท่ี
2.22 (ก)
ขั้นท่ี 2 รดี กระดาษจากจดุ ท่ี 1 มุมบนซา ยมอื ลงมายงั มมุ ลา งขวามือแลวยดึ ดว ย
เทปกาวจุดที่ 2 ดังแสดงในรปู ท่ี 2.22 (ข)
ข้นั ที่ 3 รีดกระดาษจากจุดที่ 1 มุมบนซายมอื พรอมกบั รดี จากจดุ ที่ 2 มุมลา ง
ขวามือ มายงั มมุ บนขวามอื จดุ ท่ี 3 แลวยดึ ดวยเทปกาว ดังแสดงในรปู ท่ี
2.22 (ค)
ข้ันที่ 4 รีดกระดาษจากจดุ ท่ี 3 (มุมบนขวามอื ) ลงมายงั มมุ ดา นลา งซา ยมอื ให
ตรงึ แลวยึดดว ยเทปกาวจดุ ที่ 4 ดงั แสดงในรูปที่ 2.22 (ง)

(ก) แสดงขนั้ ที่ 1 (ข) แสดงขั้นท่ี 2

(ค) แสดงขั้นที่ 3 (ง) แสดงข้ันที่ 4

รปู ท่ี 2.22 แสดงลําดับขนั้ การตดิ ยดึ กระดาษเขยี นแบบบนโตะ เขยี นแบบ

17
2.2.2 การเลอื่ นไมท ขี ้ึนลง มือซา ยตอ งจบั สวนหวั ไมท ี และกดใหแ นบติดกับขอบโตะ
แลวเล่อื นขน้ึ -ลงไปตามตําแหนง ท่ตี องการเขยี นเสน ดังแสดงในรปู ที่ 2.23

รูปท่ี 2.23 แสดงทศิ ทางการเล่ือนไมท ขี นึ้ ลง
2.2.3 การเลอ่ื นฉากสามเหลี่ยมบนไมท ี มือซา ยจับสวนหัวไมท ี และกดใหข อบหวั ไมท ี
แนบตดิ กบั ขอบโตะ มือขวาจบั ฉากสามเหลี่ยมแลว เลอื่ นไปมาซายขวา โดยขอบฉากสามเหลี่ยม
จะตอ งแนบกบั ขอบไมท ี ดังแสดงในรปู ที่ 2.24

รูปที่ 2.24 แสดงทิศทางการเล่อื นฉากสามเหลย่ี มบนไมที
2.2.4 การเขยี นเสน ตรงในแนวนอนดว ยไมท ี มอื ซา ยตองจับสวนหัวไมท ี และกดให
แนบติดกบั ขอบโตะ สว นมือขวาจับดินสอแลว ขีดเสน จากดา นซา ยไปทางขวามือ โดยใหสวนปลาย
ดนิ สอตดิ กบั ขอบไมที ดังแสดงในรปู ที่ 2.25

รปู ท่ี 2.25 แสดงการเขยี นเสน ตรงในแนวนอนดว ยไมท ี

18

2.2.5 การเขยี นเสน ตรงในแนวตง้ั ดว ยฉากสามเหลยี่ ม
กดใหข อบหวั ไมทแี นบติดกับขอบโตะ แลว วางฉากสามเหลี่ยมใหแ นบขนานกบั ขอบ

ไมที แลวใชม อื ซายกดฉากสามเหลยี่ มใหแ นบกับกระดาษเขยี นแบบ มือขวาจบั ดนิ สอแลว ขดี เสน
จากดา นลา งขน้ึ ไปทางดา นบนตามแนวตง้ั ฉากของฉากสามเหลยี่ ม ดังแสดงในรปู ท่ี 2.26

รปู ที่ 2.26 แสดงการเขยี นเสน ตรงในแนวต้ังดว ยฉากสามเหล่ยี ม

2.2.6 การเขยี นเสน ตรงในแนวเฉียงดว ยฉากสามเหล่ยี ม
กดใหห วั ไมท ีแนบติดกับขอบโตะ แลว วางฉากสามเหลย่ี มใหแ นบขนานกบั ไมท ี แลว

ใชม ือซา ยกดฉากสามเหลย่ี มใหแนบกบั กระดาษเขยี นแบบ มือขวาจบั ดนิ สอแลวขีดเสนจาก
ดา นซา ยไปทางขวามือตามแนวเฉยี งของฉากสามเหลยี่ ม โดยใหส ว นปลายดินสอตดิ กับขอบไมที
ดงั แสดงในรูปท่ี 2.27

รปู ที่ 2.27 แสดงการเขยี นเสน ตรงในแนวเอียงดว ยฉากสามเหลย่ี ม

มนี ดิ มีหนอ ย คอ ยสะสมไว

อยาเรง รีบใช ฟมุ เฟอยนักหนา

เกบ็ เล็กเก็บนอย คอ ยคอยเพมิ่ มา

เมือ่ ถึงวนั หนา สนิ ทรัพยอนนั ต

(หมายถงึ เกบ็ รายไดเ ลก็ ๆ นอ ยๆ สะสมไป ในภายหนาจะเปน ทรัพยใหญข ึ้น)

(คาํ ใบ เก็บเบย้ี ใตถุนรา น)

19

2.2.7 การใชฉ ากสามเหลย่ี มในทศิ ทางมุมตาง ๆ
2.2.7.1 การใชฉ ากสามเหลยี่ มเขยี นเสนในแนวตงั้ ฉาก

(ก) ฉากสามเหลี่ยม 45, 45 และ 90° (ข) ฉากสามเหล่ยี ม 30, 60 และ 90°

รูปท่ี 2.28 แสดงการใชฉ ากสามเหล่ยี มเขียนเสนตรงในแนวตงั้ ฉาก

2.2.7.2 การใชฉ ากสามเหลย่ี มเขียนเสน เอยี งทาํ มมุ 30 องศา

(ก) แบบมุม 90° อยดู า นลาง (ข) แบบมมุ 90° อยูดา นบน

รูปท่ี 2.29 แสดงการใชฉากสามเหลี่ยมเขียนเสน ตรงในแนวเอียงมุม 30 องศา

2.2.7.3 การใชฉ ากสามเหลย่ี มเขยี นเสนเอียงทาํ มุม 45 องศา

(ก) แบบมมุ 90° อยูดา นลา ง (ข) แบบมมุ 90° อยูด านบน

รปู ท่ี 2.30 แสดงการใชฉ ากสามเหลีย่ มเขยี นเสนตรงในแนวเอยี งมุม 45 องศา

20

2.2.7.4 การใชฉากสามเหลย่ี มเขยี นเสน เอียงทาํ มุม 60 องศา

(ก) แบบมมุ 90° อยดู านลา ง (ข) แบบมมุ 90° อยดู านบน

รปู ท่ี 2.31 แสดงการใชฉ ากสามเหล่ยี มเขียนเสน ตรงในแนวเอยี งมุม 60 องศา

2.2.7.5 การใชฉ ากสามเหลยี่ มประกอบกนั เขียนเสนเอยี งทาํ มมุ 15 องศา

รูปที่ 2.32 แสดงการใชฉ ากสามเหลยี่ มเขียนเสน ตรงในแนวเอียงมมุ 15 องศา
2.2.7.6 การใชฉ ากสามเหลย่ี มประกอบกนั เขียนเสนเอยี งทาํ มมุ 75 องศา

รูปที่ 2.33 แสดงการใชฉ ากสามเหลย่ี มเขยี นเสน ตรงในแนวเอียงมมุ 75 องศา

21

2.2.8 การใชว งเวยี นเขยี นวงกลมหรือสว นโคง
ขน้ั ท่ี 1 ตง้ั ระยะรัศมีทต่ี อ งการกับสเกลบรรทัด

รปู ที่ 2.34 แสดงการตัง้ ระยะรศั มวี งเวยี นกบั สเกลบรรทดั
ข้ันที่ 2 วางปลายขาเหลก็ วงเวยี นลงในตาํ แหนง จดุ ศนู ยกลางวงกลมหรอื รัศมี

รูปที่ 2.35 แสดงการวางตาํ แหนง ปลายขาวงเวียน

ข้ันท่ี 3 เร่มิ เขยี นวงกลมหรือสวนโคงโดยหมนุ วงเวยี นไปตามเข็มนาฬิกาและให
เอียงไปดา นหลังประมาณ 15 องศา

รูปที่ 2.36 แสดงการเขยี นวงกลม

22

2.2.9 การต้งั ปลายดนิ สอวงเวยี น
2.2.9.1 ดนิ สอจะตองสัน้ กวา ปลายขาเหลก็ วงเวยี นเลก็ นอ ย
2.2.9.2 ปลายดนิ สอควรลับปลายเปน รปู ปากเปด
2.2.9.3 เพอ่ื ใหน าํ้ หนักเสน เขม ควรใชด นิ สอปลายวงเวยี นเกรดความแขง็
ประมาณ 2B

รูปที่ 2.37 แสดงลกั ษณะของปลายดนิ สอของวงเวียน
2.2.10 การจบั ดินสอเขยี นแบบ

ตองจับดินสอใหกระชบั มอื พอดีไมแนน หรอื หลวมจนเกนิ ไป แนวแกนของดนิ สอควร
ทํามมุ กับพืน้ กระดาษเปน มมุ ประมาณ 60 องศา ปลายดินสอตองชดิ กบั ขอบของไมที หรือขอบไม
ฉากสามเหลยี่ ม ขณะเขยี นเสนควรหมนุ ดนิ สอไปดวยชา ๆ ตามทศิ ทางเข็มนาฬกิ าจะทาํ ใหเ สน ที่
เขยี นมีความหนาสมา่ํ เสมอกนั ตลอดความยาวเสน ดังแสดงในรูปที่ 2.38

รูปที่ 2.38 แสดงการจับดนิ สอ

23

2.2.11 การเลอื กใชเกรดดนิ สอในการเขียนแบบ
2.2.11.1 การเขยี นเสน รา งแบบ ควรใชด ินสอทม่ี ีไสแ ขง็ เกรด ตง้ั แต 9H ถึง 4H
(ขอ แนะนาํ ควรใชด นิ สอไสแ ข็งเกรด 4H)
2.2.11.2 การเขียนเสน ขอบรปู เสนแนวตดั ควรใชดินสอทม่ี ไี สแ ขง็ เกรด ตัง้ แต
3H ถงึ B (ขอแนะนาํ ควรใชด นิ สอไสแข็งเกรด HB)

บทสรุป
การเขยี นแบบเปนงานที่ตอ งใชเ ครอื่ งมอื และอุปกรณชวยในงานเขยี นแบบ ฉะนน้ั ผูเ ขยี น

แบบจึงตองมคี วามเขา ใจ และรูเทคนคิ วธิ กี ารใชเ ครื่องมอื ตา งๆ เปน อยา งดี จึงจะทาํ ใหไ ดงานเขยี น
แบบท่ีดีมคี ุณภาพ

หนาทีท่ ี่ธรรมมอบให

มวั หมายมน่ั กม็ ืดมนท จนหมนหมอง
กผ็ อ งใส
ไมม งุ มัน่ หมายปอง งานใดใด
หรอื ”ของก”ู
ยามประกอบ กจิ การ สวา ง-สงบ
เกดิ “ก”ู - “สู”
อยาเดอื ดใจ เปน “ตัวกู” ฉลาดดู
รูนิพพาน
ประคองจติ ใหส ะอาด- ยง่ิ เย็นเยน็
ดง่ั ไฟผลาญ
อะไรกระทบ ไมเตลิด ท่ีธรรมประทาน
กอนตายเอย ฯ
ทาํ หนา ที่ ธรรมชาติ
พทุ ธทาสภกิ ขุ
สงบอยู เย็นอยู:

มแี ตเ ย็น เยน็ เย็น

ไมก ลบั เปน รอ นใจ

เพราะทําถกู ตามหนาท่ี

จงึ นพิ พาน คอื เย็นได

24

แบบทดสอบเพ่ือประเมินผลหลังการเรียนรู
หนว ยท่ี 2 เครือ่ งมอื ในงานเขียนแบบ

จงทาํ เคร่ืองหมายกากบาท (X) ลงทบั หวั ขอ ท่ถี กู ทส่ี ดุ เพียงขอ เดยี ว

1. ไมท มี ีสว นประกอบกี่สว น

ก. 1 สวน ข. 2 สวน ค. 3 สวน ง. 4 สว น

2. ทสี ไลดเ ปน เคร่ืองมอื ท่ใี ชเชน เดียวกบั ไมท ี โดยใชห ลักการทาํ งานของอะไร

ก. เชือก ข. รอก

ค. สกรู ง. เชือกและรอก

3. ฉากสามเหลี่ยมมีมมุ ภายในรวมกนั ก่อี งศา

ก. 60 องศา ข. 90 องศา

ค. 120 องศา ง. 180 องศา

4. ขอ ใดคือมุมภายในท้ังสามของฉากสามเหลี่ยม

ก. 90, 60, 45 ข. 90, 60, 30

ค. 90, 45, 30 ง. 60, 45, 45

5. ตองการเขยี นวงกลมหรอื สว นโคง ขนาดใหญ ควรใชว งเวยี นในขอ ใด

ก. วงเวยี นขนาดเลก็ ข. วงเวยี นขนาดกลาง

ค. วงเวยี นถายขนาด ง. วงเวียนคาน

6. ขอ ใดเปนวัสดทุ ใ่ี ชทาํ ไสด ินสอ

ก. คารบอน ข. กราไฟท

ค. ลกิ ไนท ง. วลุ แฟรม

7. ขอ ใดเปน ดนิ สอท่ีเหมาะสาํ หรบั การใชเขยี นงานศลิ ปะประเภทแรเงา

ก. 3H ข. H ค. HB ง. 5B

8. อปุ กรณในขอ ใดท่ใี ชสําหรบั เขยี นสว นโคง

ก. กระดูกงู ข. เพลทวงรี

ค. บรรทดั เขยี นสว นโคง ง. กระดูกงูและบรรทดั เขยี นสวนโคง

25

9. เทคนคิ การใชว งเวียนเพ่ือเขียนวงกลมหรอื สวนโคง ควรเอนเอียงวงเวยี นไปดานหลงั ประมาณกี่

องศา

ก. 15 องศา ข. 30 องศา

ค. 45 องศา ง. 60 องศา

10. เทคนิคการจับดินสอเพือ่ เขยี นแบบควรจบั ใหแนวแกนดินสอเอียงกบั พนื้ กระดาษประมาณกี่

องศา

ก. 15 องศา ข. 30 องศา ค. 45 องศา ง. 60 องศา


Click to View FlipBook Version