รายงาน เรื่องมลพิษทางน ้า รายวิชาวิทยาศาสตร์และสิ่งแวดล้อมเพื่อชีวิต (ศท 0303) ภาคเรียนที่ 2 ปี การศึกษา 2565 จัดท าโดย 1.นางสาวชมพูนุท อุค ารหัสนักศึกษา 6405017098003 2.นางสาวฐิติกานต ์ฟักสุวรรณ รหัสนักศึกษา 6405017098004 3.นางสาววิจิตรตรา โครสขึง รหัสนักศึกษา 6405017098017 4.นางสาวอารียา พกิุลศรีรหัสนักศึกษา 6405017098026 สาขาวิชาการจัดการโลจิสติกส์รุ่น7 เสนอ อาจารย์วัชราภรณ์ ชนะเคน วิทยาลยัชุมชนมุกดาหาร สถาบันวิทยาลยัชุมชน กระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร ์ วิจัยและนวตักรรม วิทยาลัยชุมชนมุกดาหาร MUKDAHAN COMMUNITY COLLEGE
ค ำน ำ รายงานฉบบัน้ีเป็ นส่วนหน่ึงของวิชาวิทยาศาสตร ์ และสิ่งแวดลอ ้ ม หลักสูตร อนุปริญญา สาขาวิชาการจัดการโลจิสติกส์ วิทยาลยัชุมชนมุกดาหารจดัทา ข้ึนเพื่อให้ได้ ศึกษาหาความรู้ในเรื่องราวของมลพิษทางน้า โดยไดศ้ึกษาจากแหล่งเรียนรู้ ต่างๆ เช่น แหล่ง ความรู้ จากเวบ ็ไซตต ์ ่างๆ ท้งัน้ีในรายงานน้ีมีเน้ือหาประกอบดว ้ ยความรู้ เกี่ยวกบัความหมาย ของมลพิษทางน้า สาเหตุของการเกิดมลพิษทางน้า แนวทางการแกไ้ ขปัญหาหรือป้ องกนัการ เกิดมลพิษตลอดจนการประยุกต์ใช้ในชีวิตประจา วนั ใหเ ้ กิดผลดีต่อคนในชุมชนและ ประเทศชาติต่อไป คณะผจู้ ดัทา หวงัวา่รายงานฉบบัน้ีจะเป็ นประโยชน ์ใหค ้ วามรู้ในเรื่องการเกิด มลพิษและการแกไ้ ขปัญหาและหวงัวา่จะเป็ นประโยชน ์ ต่อผทู้ี่สนใจศึกษามลพิษทางน้า เป็ น อยา่งดีและขอขอบคุณอาจารยว ์ ชัราภรณ ์ ชนะเคนที่ใหค ้ า ปรึกษาและคอยช่วยเหลืออยเู่สมอ จนท าให้งานประสบความส าเร็จตามวัตถุประสงค์ หากมีข้อผิดพลาดประการใด คณะผู้จัดท า ก ็ ตอ ้ งขออภยัไว ้ ณ ที่น้ีดว ้ ย คณะผู้จัดท า ชมพูนุท อุค า ฐิติกานต์ฟักสุวรรณ วิจิตรตราโคตรสขึง อารียา พิกุลศรี วันที่ 3กุมภาพันธ์ 2566
สารบัญ หน้า ค าน า ก สารบัญ ข ความหมายของมลพิษทางน้า ลกัษณะของน้า เสีย 1 ตวัอยา่งสารของมลพิษทางน้า 2 สาเหตุของมลพิษทางน้า 6 แนวทางแกไ้ ขปัญหามลพิษทางน้า 11 ข่าวสาร 16 ปัญหาและอุปสรรคในการท างาน 17 ข้อเสนอแนะเกี่ยวกบัการแกไ้ ขปัญหา 18 บรรณานุกรม 20 ภาคผนวช 21
เนื้อหารายงาน มลพิษทางน ้า มลพิษทางน้า หมายถึงสภาพของน้า ที่ถูกเจือปนดว้ยมลพิษต่างๆไม่วา่จะเป็นสารประกอบอินทร และสารประกอบอนินทรียใ์นปริมาณมากพอที่จะทา ใหเ้กิดความเสียหายต่อคุณภาพน้า ระบบนิเวศรวมท้งั ก่อใหเ้กิดอนัตราต่อมนุษย์สัตว์และพืชมลพิษทางน้า หมายถึง สภาวะที่น้า เสื่อมคุณภาพหรือมีคุณสมบัติ เปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากมีสิ่งแปลกปลอมที่ไม่พึงปรารถนาปนเป้ือน เช่น สารเคมีเช้ือโรค สารกมัมนัตรังสี ความร้อน เป็ นต้น ท าให้เกิดความเสียหายต่อการใช้ประโยชน์ที่พึงประสงค์ น้า เสีย หมายถึง น้า ที่ผา่นกิจกรรมการใชป้ระโยชน์ดา้นต่างๆ แลว้จาก ชุมชน บ้านเรือน สถาน ประกอบการต่างๆ ตลอดจนอุตสาหกรรมต่างๆ มลพิษทางน ้าอาจก่อให้เกิดสภาพปัญหาต่างๆ ได้ดังนี้ 1. การก่อใหเ้กิดผลเสียต่อสุขภาพอนามยัของมนุษย์สัตว์และพืช จากการบริโภคโดยตรงไดแ้ก่การที่น้า เน่าเสียจนกลายเป็นแหล่งสะสมของเช้ือโรคต่างๆ เมื่อสิ่งมีชีวิตบริโภคน้า เหล่าน้นัอาจก่อใหเ้กิดโรคภยัไข้ เจ็บต่างๆ ได้เช่น โรคทอ้งร่วงโรคบิด เป็นตน้หรือถา้แหล่งน้า เจือปนดว้ยโลหะหนกัเช่น ปรอท เมื่อนา แหล่งน้า เหล่าน้นัมาบริโภคจะส่งผลต่อระบบประสาทของสิ่งมีชีวิตและอาจถึงแก่ชีวิตได้ 2. การก่อใหเ ้ กิดความเดือดร ้ อนร าคาญ เช่น กลิ่นเหมน ็ ที่เกิดจากการเน่าเสียของแหล่งน้า
3. การก่อใหเ้กิดผลเสียหายต่อเศรษฐกิจถา้แหล่งน้า เกิดมลพิษยอ่มส่งผลต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจเช่น ประมงการขนส่งทางน้า การเกษตรกรรม เป็นตน้ แหล่งที่มาของมลพิษทางน ้าได้แก่ 1. จากชุมชนและอาคารที่พักอาศัย ที่เกิดจากการซักล้าง หรือขยะปฏิกูลต่างๆ เป็ นต้น 2. จากโรงงานอุตสาหกรรม ไดแ้ก่ของเสียต่างๆ ที่เกิดข้ึนจากกระบวนการผลิต โดยส่วนใหญ่มกัเป็นโลหะ หนัก หรือสารพิษต่างๆ 3. จากเหมืองแร่ ซึ่งมักมีตะกอนของเศษหิน แร่ โลหะหนัก และสารพิษต่างๆ 4. จากการเกษตรกรรม มกัจะเป็นสารเคมีจา พวก ปุ๋ยเคมียาปราบศตัรูพืช ยาฆ่าแมลง ที่ใชใ้นพ้ืนที่ เกษตรกรรม 5. จากการคมนาคมขนส่ง เช่น การรั่วไหลของน้า มนัหรือสารเคมีต่างๆ จากเรือลงสู่แหล่งน้า สารที่ก่อใหเ้กิดมลพิษทางน้า ไดแ้ก่สารเคมีที่มีอยใู่นน้า แลว้ก่อให้เกิดภาวะมลพิษทางน้า ข้ึน สาร มลพิษทางน้า สามารถจา แนกออกไดเ้ป็น 6 ประเภท ดงัน้ีคือ 1. สิ่งมีชีวิต (biological agents)ไดแ้ก่สิ่งมีชีวิตที่ทา ให้น้า เสียหรือเสื่อมคุณภาพ เช่น -จุลินทรียท์ ี่ทา ใหเ้กิดโรคเช่น แบคทีเรียโพรโตซวั ไวรัส รา ในน้า จะพบจุลินทรีย์
- สาหร่าย สาหร่ายจะเจริญเติบโตในแหล่งน้า ที่มีสารอาหารมาก สาหร่ายจะเพิ่มจา นวนอยา่งรวดเร็ว ทา ให้ เกิดการตายและการเน่าของสาหร่ายอนัเป็นเหตุให้น้า เน่าและแหล่งน้า ขาดออกซิเจน 2. สารเคมีที่มีอยู่อุดมสมบูรณ์หรือเกนิอุดมสมบูรณ์(chemical that enrich and over enrich) ไดแ้ก่ สารอินทรีย์ซ่ึงเป็นของเสียจากโรงงานอุตสาหกรรมผลิตน้า ตาลโรงงานผลิตสุรา - เบียร์ โรงฆ่าสัตว์ โรงงานอาหารกระป๋ อง ของเสียจากบ้านเรือน ซึ่งของเสียที่ปล่อยออกมาจะมีโปรตีน คาร์โบไฮเดรต ไขมัน ผงซกั ฟอกไฮโดรคาร์บอน และขยะปะปนอยู่ส่วนสารอนินทรียไ์ดแ้ก่น้า ที่มีเกลือไนเทรต และเกลือ ฟอสเฟต ที่มาจากการเกษตรกรรม สารอินทรียจ์ะถูกยอ่ยสลายโดยแบคทีเรียและเห็ด ราในน้า เกิดเป็น สารอาหารที่อุดมสมบูรณ์ของสาหร่ายและพืชน้า น้า ที่มีไนเทรตและฟอสเฟตอยู่ในปริมาณสูงจะช่วยท าให้ สาหร่ายและพืชน้า เติบโตและเพิ่มจา นวนมากมายอยา่งรวดเร็วเมื่อสาหร่ายและพืชน้า ตายจึงเกิดการเน่า ของน้า เรียกวา่เกิด ยูโทรพิเคชนัข้ึน 3. พิษของสารเคมี (chemical poison) สารอนินทรียแ์ละสารอินทรียห์ลายชนิดที่ก่อใหเ้กิดอนัตรายต่อ สิ่งมีชีวิตที่ใชน้ ้า ในการอุปโภค- บริโภค หรือบริโภคสัตวน์ ้า จากแหล่งน้า ที่มีสารเคมีเป็นพิษเจือปนอยู่สา รอนินทรียท์ ี่จดัเป็นสารมลพิษทางน้า ไดแ้ก่โลหะหนกัเช่น โลหะที่มีความถ่วงจา เพาะมากกวา่น้า 5 เท่าข้ึน ไป มีอตัราการขยายตวัค่อนขา้งชา้ทา ใหส้ะสมอยใู่นสิ่งแวดลอ้มไดน้านในรูปของตะกอน สิ่งมีชีวิต ในน้า จะไดร้ับโลหะหนกัจากน้า พืชน้า สัตวน์ ้า จากการกินตามห่วงโซ่อาหาร ดงัน้นัจึงเกิดการสะสมโลหะ หนกัในเน้ือเยอื่สัตว์และเน้ือเยอื่พืช โดยสะสมสารมลพิษเพิ่มข้ึนตามลา ดบัข้นัการบริโภค โลหะหนกัที่พบในแหล่งน้า ไดแ้ก่สารหนูตะกวั่ปรอท แคดเมียม สังกะสีโครเมียม แมงกานิสเป็นตน้ โลหะหนกัที่มีบทบาทต่อภาวะมลพิษทางน้า มากที่สุดคือปรอท ตะกวั่และแคดเมียม ถา้มีมากเกินขีดจา กดั แล้วจะท าให้เป็ นพิษต่อร่างกาย ดังเช่นพิษของปรอทท าให้เกิดโรคมินามาตะในชาวประมงญี่ปุ่ นบริเวณอ่าว มินามาตะ พิษของแคดเมียม ท าให้เกิดโรคอิไต-อิไต ในประเทศญี่ปุ่ น ในประเทศไทย ประชาชนในอ าเภอ ร่อนพิบูลจงัหวดันครศรีธรรมราช เป็นโรคไขด้า เนื่องจากน้า ดื่มมีสารหนูเจือปนอยมู่าก พิษของตะกวั่ใน ชุมชนคลิต้ีจงัหวดักาญจนบุรีเป็นตน้ พิษจากอนินทรียสารไดแ้ก่พิษของยาฆ่าแมลง เช่น ดีดีทีคลอเคน สารประกอบเบนซิน เช่น ฟีนอล ปัจจุบนัพบสารชนิดใหม่ที่เป็นพิษต่อสิ่งแวดลอ้ม คือโพลีคลอรีเนเตตไบเฟนิล(polychlorinated biphenyl or PCB) หรือ พีซีบีสารชนิดน้ีสลายตวัยาก สารชนิดน้ีใชเ้ป็นตวัระบายความร้อนของเครื่องจักร ใชใ้นการทา หมอ้แปลงไฟฟ้า ทา ความสะอาดเครื่องมืออิเลก็ทรอนิกส์เมื่อพีซีบีผา่นลงแหล่งน้า จะผา่นเขา้สู่ สิ่งมีชีวิตตามโซ่อาหารเมื่อมนุษยก์ินปลาหรือสัตวน์ ้า ที่มีพีซีบีสะสมอยมู่ากจะทา ใหเ้กิดความผิดปกติและ ตายเนื่องจากขบวนการทางสรีรวิทยาขัดข้องจากการสา รวจพีซีบีบริเวณข้วัโลกเหนือพบวา่แมวน้า นก เพนกวิน และสาหร่ายมีสารชนิดน้ีอยใู่นเน้ือเยอื่ค่อนขา้งสูง
4. สารลอยผิวหน้าน ้า สารแขวนลอยและตะกอน สารลอยผิวหนา้น้า คือน้า มนัคราบน้า มนัและสารอื่น ๆ ซ่ึงบางชนิดติดไฟได้จึงเกิดอนัตรายกบัสัตวน์ ้า นอกจากน้ียงัก้นัไม่ใหแ้ สงผา่นลงสู่น้า และก้นัก๊าซ ออกซิเจนไม่ใหส้ามารถแพร่ลงสู่น้า ได้ตวัอยา่งต่อไปน้ีเป็นสารที่ลอยผิวหนา้น้า คือใบไม้กิ่งไม้แผน่ โฟม ถุงพลาสติกกระป๋อง สารแขวนลอยและตะกอนที่มกัจะเป็นอนุภาคของดินขนาดต่าง ๆ ซ่ึงทา ใหน้ ้า ข่นุจะ ตกตะกอนจมลงสู่กน้แหล่งน้า เมื่อมีน้า หนกัมากข้ึน 5. สารกัมมันตภาพรังสี (radioactive substance) เช่น ยูเรเนียม สตรอนเตรียม ซีเซียม ไอโอดีน เป็ นต้น สารกมัมนัตภาพรังสีดงักล่าวจะผา่นลงสู่แหล่งน้า ไดโ้ดยวิธีต่าง ๆ ดงัน้ี -จากกระบวนการผลิตแร่ยูเรเนียม -จากการช าระล้างเครื่องนุ่งห่มของเจ้าหน้าที่ห้องปฏิบัติการด้านกัมมันตภาพรังสี -จากของเสียซึ่งมาจากห้องปฏิบัติการด้านกัมมันตภาพรังสี -ของเสียจากโรงพยาบาล ที่มีการตรวจและรักษาโรคโดยสารกัมมันตภาพรังสี -จากกระบวนการผลิตธาตุเช้ือเพลิงจากแร่ยูเรเนียม - น้า จากโรงไฟฟ้าปรมาณู -จากฝุ่ นกัมมันตภาพรังสีซึ่งเกิดจากการทดลองอาวุธนิวเคลียร์ สารกมัมนัตภาพรังสีจากหอ้งปฏิบตัิการและโรงพยาบาลน้นัอยใู่นระดบัต่า เมื่อผา่นลงสู่แหล่งน้า จะ มีการทบัถมในกน้แหล่งน้า จึงก่อใหเ้กิดปัญหาดา้นการขยายทางชีววิทยาต่า กวา่ โรงไฟฟ้าปรมาณูและจาก ฝุ่ นกัมมันตภาพรังสีมาก 6. ความร้อน (heat) เนื่องจากน้า เป็นตวันา ความร้อนที่ดีจึงใชน้ ้า เป็นตวัระบายความร้อนของเครื่องจกัรใน โรงไฟฟ้าโรงกลนั่น้า มนั โรงงานปฏิกรณ์ปรมาณูน้า ที่ใชร้ะบายความร้อนน้ีเมื่อผา่นออกมาจากอุปกรณ์ ต่าง ๆ ที่ตอ้งการระบายความร้อนก็จะมีอุณหภูมิสูงมากจึงกลายเป็นน้า เสียเมื่อถูกนา ลงสู่แหล่งน้า ธรรมชาติจะทา ใหน้ ้า ในแหล่งน้า ธรรมชาติมีอุณหภูมิสูงข้ึนอยา่งรวดเร็วเป็นอนัตรายต่อตวัอ่อนและตวั เตม็วยัของสัตวน์ ้า ในบริเวณน้นัอาจทา ใหส้ ัตวน์ ้า ตายหมด บางส่วนตอ้งอพยพหนีไปหาที่อยใู่หม่บริเวณน้ี อาจไม่มีสิ่งมีชีวิตอาศยัอยเู่ลย สารมลพิษทางน้า ที่กล่าวมาแลว้ 6 ประเภทน้นัอาจจดัเป็น 3 กลุ่มใหญ่ คือ สารมลพิษทางเคมี สารมลพิษ ทางชีววิทยา และสารมลพิษทางกายภาพ ดังตาราง
ตาราง ตัวอย่างสารมลพิษทางน ้า สารมลพิษเคมี สารมลพิษทางชีววิทยา สารมลพิษทางกายภาพ กรด แบคทีเรีย ความร้อน เบส ไวรัส สี เกลือ เช้ือโรคต่าง ๆ กลิ่น ยาฆ่าแมลง สาหร่าย สารกมัมนัตภาพรังสี ผงซักฟอก อุจจาระ – ปัสสาวะ สารแขวนลอย ไอออนบวกของโลหะหนัก ลิกนิล กรวด – ทราย สาเหตุของมลพษิทางน ้า มลพิษทางน้า สามารถเกิดข้ึนจากหลายสาเหตุท้งัสาเหตุจากธรรมชาติและสาเหตุจากมนุษย์สา นกั ชลประทานที่ 2 ไดใ้หส้าเหตุเกี่ยวกบัสาเหตุของมลพิษดงัน้ี 1.ธรรมชาติแหล่งน้า ต่างๆ อาจเกิดจากการเน่าเสียไดเ้องเมื่ออยใู่นภาวะที่ขาดออกซิเจน ส่วนใหญ่มีสาเหตุ เกิดจากการเพิ่มจา นวนอย่างรวดเร็วของแพลงตอนแล้วตายลงพร้อมๆ กันเมื่อจุลินทรีย์ท าการย่อยสลายซาก แพลงตอนทา ให้ออกซิเจนในน้า ถูกนา ไปใชม้ากจนเกิดการขาดแคลนได้นอกจากน้ีการเน่าเสียอาจเกิดได้ อีกประการหน่ึงคือเมื่อน้า อยู่ในสภาพนิ่งไม่มีการหมุนเวียนถ่ายเท 1.น้า ทิ้งและสิ่งปฏิกูลจากแหล่งชุมชน ไดแ้ก่อาคาร บา้นเรือน สา นกังาน อาคารพาณิชย์โรงแรม เป็นตน้ สิ่งปะปนมากบัน้า ทิ้งประกอบดว้ยสารอินทรียซ์ ่ึงจะถูกยอ่ยสลายโดยผยู้อ่ย 2.สลายสารอินทรียท์ ี่สา คญัคือแบคทีเรีย ซ่ึงมีท้งัแบคทีเรียแอโรบิค(aerobic bacteria) เป็ นแบคทีเรียที่ต้อง ใช้ออกซิเจนอิสระในการย่อยสลายสารอินทรีย์ กับแบคทีเรียแอนาโรบิค (anaerobic bacteria) เป็ นแบคทีเรีย ที่ย่อยสลายสารอินทรีย์ได้โดยไม่ต้องอาศัยออกซิเจนอิสระ อีกชนิดหนึ่งคือ แบคทีเรียแฟคัลเตตีฟ
(facultativebacteria) เป็นแบคทีเรียพวกที่สามารถดา เนินชีวิตอยไู่ดท้ ้งัอาศยัและไม่ตองอาศัยออกซิเจนอิสระ ้ ท้งัน้ีข้ึนอยกู่บั ปริมาณออกซิเจนในสภาวะแวดลอ้มน้นับทบาทในการยอ่ยสลายสารเหล่าน้ีของแบคทีเรียแอ โรบิคต้องใช้ออกซิเจนในปริมาณมาก การหาปริมาณของออกซิเจนที่จุลินทรีย์ต้องการใช้ในการย่อยสลาย อินทรียท์า ใหป้ริมาณออกซิเจนที่ละลายน้า 3.การเกษตรเป็นสาเหตุหน่ึงที่ทา ใหน้ ้า เสียเช่น การเล้ียงสัตว์เศษอาหารและน้า ทิ้งจากการ ทิ้งคอกสัตวล์งสู่ แม่น้า ลา คลอง ซ่ึงก่อใหเ้กิดโรคระบาด การใชปุ้๋ยไนเตรตของเกษตรกรเมื่อปุ๋ยลงสู่แหล่งน้า จะทา ใหน้ ้า มี ปริมาณเกลือไนเตรตสูงถ้าดื่มเข้าไปจะท าให้เป็ นโรคพิษไนเตรต ไนเตรตจะเปลี่ยนเป็ นไนไตรต์แล้วรวมตัว กบัฮีโมโกลบินอาจทา ให้เกิดอนัตรายถึงแก่ชีวิตได้นอกจากน้ีเกษตรกรนิยมใชส้ารกา จดัศตัรูพืชมากข้ึน สาร ที่ตกค้างตามต้นพืช และตามผิวดิน จะถูกชะลา้งไปกบัน้า ฝนและไหลลงสู่แหล่งน้า สารที่สลายตวัชา้จะ สะสมในแหล่งน้า น้นัมากข้ึนจนเป็นอนัตรายได้ 4.โรงงานอุตสาหกรรม ของเสียจากโรงงานอุตสาหกรรม เช่น โรงงานปลาป่ น โรงงาน ผลิตภัณฑ์นม โรงโม่ แป้ง โรงงานอาหารกระป๋ อง ส่วนใหญ่มีสารอินทรีย์พวกโปรตีน คาร์โบไฮเดรตปนอยู่มากสารอินทรีย์ที่ถูก ปล่อยออกมากบัน้า ทิ้งน้ีก็จะถูกยอ่ยสลายทา ใหเ้กิดผลเช่นเดียวกบัน้า ทิ้งที่ถูกปล่อยจากชุมชน นอกจากน้ี อาจมีสารพิษชนิดอื่นปะปนอยดู่ว้ยข้ึนอยกู่บั ประเภทของโรงงาน เช่นปรอทจากโรงงานผลิตโซเดียมไฮดร อกไซดซ์ ่ึงเป็นสารพิษต่อสัตวน์ ้า และผนู้า สัตวน์ ้า ไปบริโภคนอกจากน้ีน้า ทิ้งจากโรงงานบางประเภท ทา ให้ สภาพกรดเบส ของแหล่งน้า น้นัเปลี่ยนไป เช่นน้า ทิ้งจากโรงงานกระดาษมีค่าPH สูงมาก น้า ทิ้งจากโรงงาน บางประเภท เช่นจากโรงไฟฟ้าอาจทา ใหอุ้ณหภูมิของน้า เปลี่ยนแปลงไป สภาพเช่นน้ีไม่เหมาะกบัการดา รง ชีพของสิ่งมีชีวิตในน้า 5.การคมนาคมทางน้า ในการเดินเรือตามแหล่งน้า ลา คลอง ทะเล มหาสมุทร มีการทิ้งของ เสียที่ ประกอบดว้ยสารอินทรีย์และน้า มนัเช้ือเพลิงถา้มีโอกาสรั่วไหลลงน้า ไดแ้ละมีจา นวนมากก็จะทา ใหส้ ัตวน์ ้า ขาดออกซิเจน และเป็ นผลเสียต่อระบบนิเวศ
ผลกระทบของมลพิษทางน ้า 1. การประมง น้า เสียทา ใหส้ ัตวน์ ้า ลดปริมาณลง น้า เสียที่เกิดจากสารพิษอาจทา ใหป้ลาตายทนัทีส่วน น้า เสียที่เกิดจากการลดต่า ของออกซิเจนละลายในน้า ถึงแมจ้ะไม่ทา ใหป้ลาตายทนัทีแต่อาจทา ลาย พืชและสัตวน์ ้า เลก็ๆ ที่เป็นอาหารของปลาและตวัอ่อน ทา ใหป้ลาขาดอาหารก่อใหเ้กิดผลเสียหาย ต่อการประมงและเศรษฐกิจ ปริมาณออกซิเจนละลายในน้า ถา้หารลดจา นวนลงมาก ๆ ในทนัทีก็ อาจท าใหป้ลาตายไดน้อกจากน้ีน้า เสียยงัทา ลายแหล่งเพาะวางไข่ของปลาเนื่องจากการตกตะกอน ของสารแขวนลอยในน้า เสียปกคลุมพ้ืนที่วางไข่ของปลา ซ่ึงเป็นการหยดุย้งัการแพร่พนัธุ์ทา ใหป้ลา สูญพันธุ์ได้ 2. การสาธารณสุข น้า เสียเป็นแหล่งแพร่เช้ือโรคทา ใหเ้กิดโรคระบาด เช่น โรคอหิวาตกโรคไทฟอยด์ บิด เป็นแหล่งเพาะเช้ือยงุซ่ึงเป็นพาหะของโรคบางชนิด เช่น มาเลเรียไขเ้ลือดออกและสารมลพิษที่ ปะปนในแหล่งน้า ถา้เราบริโภคเขา้ไปจะทา ใหเ้กิดโรคต่าง ๆ เช่น โรคมินามาตะเกิดจากการ รับประทานปลาที่มีสารปรอทสูง โรคอิไต-อิไต เกิดจากการได้รับสารแคสเมียม 3. การผลิตน ้าเพื่อบริโภคและอุปโภค น้า เสียกระทบกระเทือนต่อการผลิตน้า ดื่มน้า ใชอ้ยา่งยงิ่แหล่งน้า สา หรับผลิตน้า ประปาไดจ้ากแม่น้า ลา คลอง เมื่อแหล่งน้า เน่าเสียเป็นผลให้คุณภาพน้า ลดลง ค่าใชจ้่ายในกระบวนการผลิตเพื่อให้น้า มีคุณภาพเขา้เกณฑม์าตรฐานน้า ดื่มจะเพิ่มข้ึน 4. การเกษตร น้า เสียมีผลกระทบต่อการเพาะปลูกและสัตวน์ ้า น้า เสียที่ก่อใหเ้กิดความเสียหายต่อ การเกษตร ส่วนใหญ่เป็นน้า เสียที่มีความเป็นกรดเป็นด่างสูง น้า ที่มีปริมาณเกลืออินนทรีย์หรือ สารพิษสูง ฯลฯ ซ่ึงเกิดจากโรงงานอุตสาหกรรมปล่อยน้า เสียและเกิดจากผลของการทา เกษตรกรรม
นนั่เอง เช่น การชลประทาน สร้างเขื่อนกกัเก็บน้า ไวใ้ชเ้พื่อการเกษตร ท้งัน้ีเนื่องจากคุณสมบตัิน้า ในธรรมชาติประกอบดว้ยเกลืออนินทรียเ์จือปนอยโู่ดยเฉพาะเกลือคลอไรด์ขณะที่ใชน้ ้า เพื่อ การเกษตรน้า จะระเหยเป็นไอโดยธรรมชาติปริมาณเกลืออนินทรียจ์ะระเหยจะตกคา้งในดินเมื่อมี การสะสมมากเขา้ปริมาณเกลือในดินสูงข้ึน ทา ให้ดินเคม็ไม่เหมาะแก่การเพาะปลูก ปริมาณเกลืออนิ นทรียท์ ี่ตกคา้งอาจถูกถ่ายทอดลงสู่แม่น้า ในที่สุด วิธีการป้องกันมลพิษทางน ้า เราสามารถมีส่วนร่วมในการรักษาสภาพที่ดีของแหล่งน้า ไดโ้ดย 1.ไม่ทิ้งของเสียลงสู่แหล่งน้า และทางระบายน้า สาธารณะ 2.บา บดัน้า เสียข้นัตน้ก่อนระบายลงแหล่งน้า หรือท่อระบายน้า 3.ช่วยกนัลดปริมาณการใชน้ ้า และลดปริมาณขยะในบา้นเรือน 4.ลดหรือหลีกเลี่ยงการใช้สารเคมี ปุ๋ ย สารก าจัดศัตรูพืชในกิจกรรมทางเกษตร หรือสารเคมีที่ใช้ในบ้านเรือน 5.ควรนา น้า เสียกลบัมาใชป้ระโยชน์ 6.สา รวจเพื่อลดปริมาณน้า เสียของแต่ละข้นัตอนการผลิตในโรงงานอุตสาหกรรม 7.สร้างจิตสา นึกของประชาชนในตระหนกัถึงความสา คญัของการรักษาคุณภาพแหล่งน้า และประหยดัการ ใชน้ ้า เท่าที่จา เป็น
8.ใชน้ ้า อยา่งรู้คุณค่าลดปัญหามลพิษ การจัดการปัญหามลพิษทางน ้า 1.ส่งเสริมการเกษตรแบบธรรมชาติเพื่อหลีกเลี่ยงการใชปุ้๋ยเคมีและยาฆ่าแมลงหรือใชโ้ดยไม่ก่อใหเ้กิด ผลเสียต่อแหล่งน้า 2.แนะนา ใหเ้กษตรกรใชร้ะบบการเกษตรแบบผสมผสาน ซ่ึงจะมีท้งัการปลูกพืชและเล้ียงสัตวเ์พื่อใหเ้กิด ของเสียน้อย โดยการน ามูลสัตว์ไปเป็ นปุ๋ ย 3.ก าหนดใหเ้กษตรกรสร้างถงัหรือบ่อเก็บน้า โสโครก 4.ปลูกพืชคลุมดินเพื่อช่วยลดตะกอนและสารพิษที่จะไหลลงสู่แหล่งน้า 5.การทา ระบบบา บดัน้า เสียในฟาร์ม แนวทางการแก้ไขมลพิษทางน ้า การป้องกนัและบา บดัภาวะมลพิษทางน้า 1. ดา เนินการป้องกนัและแกไ้ขอยา่งเป็นระบบท้งัพ้ืนที่ลุ่มน้า จากตน้น้า ถึงปากแม่น้า โดยมีการ จัดล าดับความส าคัญของปัญหาและการจัดท าแผนปฏิบัติการป้องกันและแก้ไขปัญหา 2. ควบคุมภาวะมลพิษจากแหล่งกา เนิดประเภทต่างๆ ไดแ้ก่ชุมชนและอุตสาหกรรม โดยการ ควบคุมน้า ทิ้งใหเ้ป็นไปตามมาตรฐาน 3. การลดภาวะมลพิษจากแหล่งกา เนิด ไดแ้ก่การส่งเสริมการใชเ้ทคโนโลยหีรือการผลิตที่สะอาด และน าของเสียไปใช้ให้เกิดประโยชน์ 4. ควบคุมการใชท้ ี่ดินที่ใกลแ้หล่งน้า ไดแ้ก่กา หนดแหล่งน้า ดิบเพื่อควบคุมและฟ้ืนฟูและจดัเขต ที่ดินสา หรับกลุ่มอุตสาหกรรมที่ก่อมลพิษ 5. ใชม้าตรการให้ผกู้่อมลพิษตอ้งเป็นผจู้่ายค่าบา บดั โดยการส่งเสริมใหม้ีการจดัเก็บค่าธรรมเนียม บา บดัน้า เสียจากชุมชน 6. ส่งเสริมใหภ้าคเอกชนเขา้มามีส่วนร่วมและสนบัสนุนในการก่อสร้างระบบบา บดัน้า เสีย
7. ปรับปรุงกฎหมายและเข้มงวดกับมาตรการที่ให้ภาคอุตสาหกรรมและกิจกรรมพาณิชยกรรมน า น้า เสียเขา้สู่ระบบบา บดัน้า เสียรวม ก่อนปล่อยน้า เสียลงสู่แหล่งน้า 8. ส่งเสริมและสนบัสนุนใหผ้แู้ทนชุมชน ประชาคม และองคก์รปกครองส่วนทอ้งถิ่นมีส่วนร่วม ในการป้องกนัและแกไ้ขปัญหาในพ้ืนที่ 9. รณรงค์และประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนได้รับความรู้และเกิดจิตส านึกเกี่ยวกับการป้องกันและ แกไ้ขปัญหาภาวะมลพิษทางน้า อยา่งต่อเนื่อง 10. กา หนดใหม้ีการสร้างระบบบา บดัน้า เสียรวมของชุมชน โดยตอ้งสามารถรวบรวมน้า เสียเขา้สู่ ระบบได้ไม่น้อยกว่าร้อยละ 70 ของน้า เสียที่เกิดข้ึน มาตรการการควบคุมการปล่อยน ้าทิง้จากกจิกรรมต่างๆลงสู่ลา น ้า เพื่อเป็นการแกไ้ขบรรเทาความเสื่อมโทรมและภาวะมลพิษในลา น้า ไดแ้ก่แม่น้า ลา คลอง บึงอ่าง เก็บน้า ทะเลสาบ และทะเลภายในน่านน้า ไทยกรมเจา้ท่า ไดป้ระกาศในกิจกรรมสิ่งปลูกสร้างทุกประเภทที่ ปล่อยน้า ทิ้งลงสู่แหล่งน้า ดงักล่าว ตอ้งขออนุญาตการปล่อยน้า ทิ้งจากกรมเจา้ท่า ดงัน้ี 1. กิจกรรมและสิ่งปลูกสร้างไดแ้ก่ภตัตาคารร้านอาหารโรงแรม โรงงานอุตสาหกรรม โรงพยาบาล ที่มีการปล่อยน้า ทิ้งลงสู่ลา น้า ใหเ้จา้ของกิจการขา้งตน้ยนื่คา ร้องขออนุญาตปล่อยน้า ทิ้งพร้อมกบั เสนอแบบผงัท่อปล่อยน้า ทิ้งต่อกรมเจา้ท่าและตอ้งมีการต่ออายใุบอนุญาตทุกปี 2. การขออนุญาตดงักล่าวจะตอ้งผา่นการตรวจสอบคุณภาพน้า ทิ้งตามมาตรฐานคุณภาพน้า ทิ้งจาก อาคารและมาตรฐานน้า ทิ้งจากโรงงานอุตสาหกรรม ในกรณีที่คุณภาพน้า ทิ้งเกินมาตรฐานดังกล่าว จะตอ้งดา เนินการแกไ้ขปรับปรุงจนไดต้ามมาตรฐานฯ จึงจะไดร้ับอนุญาตใหป้ล่อยน้า ทิ้งลงสู่ลา น้า ได้ และการฝ่ าฝื นจะต้องได้รับโทษตามกฎหมาย 3. เจา้ของกิจการจะตอ้งใหค้วามร่วมมือในการอา นวยความสะดวกใหก้บันกัวิชาการสิ่งแวดลอ้ม กอง วิชาการ กรมเจ้าท่าเข้าตรวจสภาพการปล่อยน้า ทิ้งในสถานประกอบกิจการไดใ้นเวลาเปิดทา การ
ลักษณะของน ้าเสีย 1) น้า เสียทางกายภาพ (Physical Waste Water) สังเกตได้จาก อุณหภูมิ (Temperature) อุณหภูมิของน้า ที่สิ่งมีชีวิตจะอยู่ไดอ้ยา่งปกติในน้า จะข้ึนอยกู่บัความสามารถในการ ทนไดข้องสิ่งมีชีวิตน้นัๆ สัตวน์ ้า ในประเทศไทยจะอยใู่นน้า ไดร้ะหวา่งอุณหภูมิ20-35 องศาเซลเซียส ถ้า ร้อนหรือเยน็กวา่น้ีอาจทา ให้ตายได้ • สีและความขุ่น (Color and Turbidity) น้า เสียจะมีสีของน้า เปลี่ยนแปลงไปจากธรรมชาติจนมีสีดา สี แดง สีเขียว หรือสีอื่นๆ เนื่องจากสารแขวนลอยและสารละลายรวมท้งัสารอินทรียท์ ี่ละลายในน้า • กลิ่น (Odor) น้า ที่มีกลิ่นมกัเป็นน้า เสีย ซ่ึงอาจจะมีสารเคมีหรือ สิ่งเน่าเปื่อยปะปนอยู่จนทา ใหม้ี กลิ่น กลิ่นของน้า ข้ึนอยกู่บั ปริมาณสิ่งปฏิกูลที่ละลายอยใู่นน้า • การน าไฟฟ้า (Electrical Conductivity) หมายถึงความสามารถของน้า ในการเป็นสื่อนา ไฟฟ้าการ วัดการน าไฟฟ้าสามารถอธิบายถึงความเข้มข้นของแร่ธาตุหรือสารประกอบต่างๆ ถ้าสารละลายปน อยู่มากจะท าให้ค่าการน าไฟฟ้ามากด้วย • ของแขง็ในน้า (Total Solids) หมายถึงของแขง็ที่อยใู่นรูปสารที่ละลายและสารแขวนลอยในน้า ถา้ นา น้า ที่มีของแข็งเกินกว่า 1,000 มิลลิกรัม/ลิตรไปใชผ้ลิตน้า ประปาแลว้จะเสียค่าใชจ้่ายสูงมาก • ลักษณะทางกายภาพอื่นๆ เช่น ความหนาแน่น และความหนืด ซึ่งจะเปลี่ยนไปตามอุณหภูมิ ความ กดดนัของบรรยากาศความลึกความเขม้ขน้ของสารแขวนลอย หรือความเคม็ของน้า 2) น้า เสียทางเคมีสังเกตหรือตรวจสอบไดจ้าก
• ความกระด้าง(6) (Hardness) เป็ นสภาพที่ไม่เกิดฟองกับสบู่ • ความเป็นกรดด่างของน้า (pH value of water) ค่าที่เหมาะสมสา หรับน้า ดื่มจะอยู่ระหวา่ง 6-8 ถ้าน้อย หรือมากกว่า 5.0-9.0 แลว้ สิ่งมีชีวิตในน้า น้นัจะไดร้ับอนัตราย • ปริมาณออกซิเจนละลาย (Dissolved Oxygen หรือ DO) ออกซิเจนที่ละลายน้า เป็นแหล่งออกซิเจน สา หรับจุลินทรียใ์นน้า ในการหายใจและยอ่ยสารอินทรียใ์นน้า ดงัน้นัออกซิเจนที่ละลายในน้า จึง ช่วยลดปริมาณสารอินทรียแ์ละแบคทีเรียบางชนิดได้และยงัช่วยทา ให้น้า มีรสดีข้ึนดว้ย น้า ธรรมชาติที่มีคุณภาพดีมี DO อยู่ประมาณ 5-7 มิลลิกรัม/ลิตร หากน้า เสียจะมีDO น้อยกว่า 3 มิลลิกรัม/ลิตรแต่มาตรฐานคุณภาพน้า ทา ใหป้ลาและสัตวน์ ้า มีชีวิตอยไู่ดต้อ้งไม่นอ้ยกว่า 2 มิลลิกรัม/ลิตร ความต้องการออกซิเจนมี 2 กรณี คือ 1) ความต้องการออกซิเจนทางชีวเคมี (Biochemical Oxygen Demand : BOD) เป็ นค่าที่ใช้วัด ปริมาณออกซิเจนที่ใชโ้ดยแบคทีเรียในการย่อยสลายสารอินทรียใ์นน้า สามารถบอกความสกปรก ของน้า ได้ซ่ึงพระราชบญัญตัิน้า ทิ้งจากโรงงานอุตสาหกรรมกา หนดไวว้า่น้า ทิ้งก่อนปล่อยลงสู่ แม่น้า ลา คลองตอ้งมีBOD ไม่เกิน 20 มิลลิกรัม/ลิตร(7) 2) ความต้องการออกซิเจนทางเคมี (Chemical Oxygen Demand : COD) เป็ นปริมาณออกซิเจน ท้งัหมดที่ตอ้งการเพื่อใชใ้นการออกซิไดซ์สารอินทรียใ์นน้า ใหก้ลายเป็นคาร์บอนไดออกไซดแ์ละ น้า โดยอาศยัหลกัวา่สารอินทรียเ์กือบท้งัหมดสามารถที่จะถูกออกซิไดซ์โดยตวัเติมออกซิเจนอยา่ง แรงภายใต้สภาวะที่เป็ นกรด ปกติค่า COD จะสูงกว่าค่า BOD • โลหะหนัก (Heavy Metals) โลหะหนกัที่มีบทบาทต่อสิ่งแวดลอ้ม มากที่สุด คือ ปรอท ตะกวั่ แคดเมียม สารหนู ลักษณะของการเป็ นพิษ เกิดเนื่องจากโลหะหนักมักสะสมอยู่ในห่วงโซ่อาหาร และในกระบวนการทางชีวภาพ 3.น้า เสียทางชีววิทยา (Biological Wastewater) สภาพน้า เสียทางชีววิทยา หมายถึง น้า มีสิ่งที่มีชีวิตเป็นพิษเป็นภยัต่อมนุษย์สัตว์และพืช การตรวจวดั ความสกปรกของน้า ทางดา้นชีววิทยาจะตรวจโดยการหาปริมาณของโคลิฟอร์ม แบคทีเรีย ซ่ึงเป็น จุลินทรีย์ที่อยู่ในล าไส้ของสัตว์เลือดอุ่น สามารถทนต่อสภาพแวดล้อมได้ดี มีอยู่ในอุจจาระประมาณ 95% และตามแหล่งน้า ธรรมชาติ5%
ข่าวสารในปี 2565-2566 เกี่ยวกับผลกระทบที่เกิดจากมลพิษทางน ้า ประชาชนตกใจ สภาพน ้าในบึงทุ่งสร้างเน่าเสียมีปลาลอยตายเป็นแพ ฝากเทศบาล ตรวจสอบให้ทีวันที่4กุมภาพนัธ์ ปลาตาย - ประชาชนไปเดินเที่ยวและออกก าลังกายที่สวนสาธารณะ บึงทุ่งสร้างอ.เมืองขอนแก่น ตกใจเห็น สภาพน้า ในบึง เน่าเสียผิวน้า เป็นฟองฟอด มีปลาลอยตาย เป็นแพ ไม่ทราบวา่สาเหตุเกิดจากอะไรฝากให้ เทศบาลเมืองขอนแก่น ตรวจสอบและหาทางแกไ้ข ชาวบา้นกลวัปลาตายท้งับึง https://www.thairath.co.th/tags
ทร. เร่งขจัดคราบน ้ามันระยอง โปรยสารเคมีทุ่นลอบกัก คาด 5วันคลคี่ลายวันที่7 มรกราคม 2565 ทร. จดัต้งัศูนยอ์า นวยการป้องกนัและขจดัมลพิษทางน้า เนื่องจากน้า มนักองทัพเรือ (ศอปน.ทร.) เพื่อเร่งขจัด คราบน้า มนัที่รั่วไหลในทะเลระยอง โดยส่งเครื่องบินข้ึนสา รวจและตรวจสอบทิศทางการรั่วไหล พร้อมนา สารเคมีข้ึนไปโปรย พร้อมทุ่นลอบกกัดูดสารพิษทิ้งคาดคลี่คลายใน 5วนัยนัรั่วลงทะเลแค่2 หมื่นลิตร เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 27 ม.ค. 65 ที่ห้องโพธิ์ สามต้น หอประชุมกองทัพเรือ พล.ร.ท.ปกครอง มนธาตุผลิน โฆษกกองทพัเรือ เปิดแถลงข่าวการจดัต้งัศูนยอ์า นวยการป้องกนัและขจดัมลพิษทางน้า เนื่องจากน้า มนั กองทพัเรือ (ศอปน.ทร.) เพื่อเร่งขจดัคราบน้า มนัที่รั่วไหลในทะเลระยอง โดยมีผูร้่วมแถลงข่าวประกอบดว้ย นางสาวพรพิมล เจริญส่ง ผูอ้า นวยการกองจดัการคุณภาพน้า กรมควบคุมมลพิษ นายพิทกัษ์วฒันพงศพ์ ิศาล ผอู้า นวยการสา นกัความปลอดภยัและสิ่งแวดลอ้มทางน้า กรมเจา้ท่า และ ดร.พรศรีสุทธนารักษ์รองอธิบดี กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง https://www.salika.co/2022/01/14/waste-water-management-research-2565/
โรงงานผลติน ้าตาล ปล่อยน ้าเสียลงลา ห้วยจ.กาญจนบุรีวันที่1กุมภาพนัธ์ 2566 ชาวบ้านหมู่16ต าบลหลุมรัง อ าเภอบ่อพลอย จังหวัดกาญจนบุรี เดือดร้อนจากฝุ่น และน้า เสียของโรงงานผลิต น้า ตาลและผลิตกระแสไฟฟ้า หายใจลา บากใชน้ ้า เพื่อการเกษตรไม่ได้ปลาลอยตาย ส่งกลิ่นเหมน็ ตวัแทนชาวบา้น เล่าวา่น้า ในลา หว้ยเริ่มเป็นสีดา และเน่าเสียมาไดร้ะยะหน่ึงแลว้นอกจากน้ียังมีฝุ่ นละลอง ปลิวเข้าบ้านหายใจล าบากหรือหากนา ผา้ไปตากก็จะมีฝุ่นติดเส้ือผา้เตม็ไปหมดน ามาสวมใส่ไม่ได้เพราะ เหมน็และคนัชาวบา้นตอ้งการใหท้างโรงงานเร่งแกป้ ัญหาที่เกิดข้ึน ผู้สื่อข่าวรายงานว่าระหวา่งที่กา ลงัสอบถามความเดือดร้อนจากชาวบา้นอยนู่้นั ทางโรงงานได้ส่งเจ้าหน้าที่มา พูดคุยกบัชาวบา้น เพื่อหาทางแกไ้ขและมีการเก็บตวัอยา่งน้า ในลา หว้ยไปตรวจสอบ จากน้นัจะนา รถแบคโฮ มาขดุลอกลา หว้ย เพื่อใหน้ ้า สามารถไหลระบายไปตามลา หว้ยได้เมื่อดา เนินการแลว้เสร็จ จะนา ปูนขาวมาเท ลงลา หว้ยเพื่อปรับสภาพน้า ใหใ้สสะอาด เพื่อใหช้าวบา้นสามารถใชน้ ้า ทา การเกษตรไดเ้หมือนเดิม https://news.ch7.com/detail/621268
ชาวบ้านแฉโรงงานปล่อยน ้ามันเสีย ท าให้ปลากระชังตาย จ.ประจวบคีรีขันธ์วันที่19 ธันวาคม 2565 ชาวบา้นผเู้ล้ียงปลากระชงัในอ าเภอบางสะพานจังหวัดประจวบคีรีขันธ์รวมตัวกันออกมาร้องเรียน หลงัจากโรงงานอุตสาหกรรมปล่อยน้า มนัเสียลงคลองสาธารณะท าให้ปลากระชังของชาวบ้านตายนับพันตัว เสียหายนับหมื่นบาทจึงเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งมาตรวจสอบ เรื่องน้ีถูกเปิดเผยโดยชาวบา้นผเู้ล้ียงปลากระชงัในต าบลแม่ร าพึงอ าเภอบางสะพาน เล่าว่าตอนน้ีกลุ่มผเู้ล้ียง ปลากระชังหลายรายประสบปัญหาปลาที่เล้ียงไวใ้นคลองสาธารณะทยอยลอยตายยกกระชังหลายพันตัวโดย ไม่ทราบสาเหตุต่อมาชาวบ้านพบว่ามีโรงงานอุสาหกรรมแห่งหนึ่งต้งัอยไู่กลค้ลองสาธารณะไดป้ล่อยน้า มนั เสียมาตามท่อน้า ทิ้งของโรงงานจนมีคราบลอยอยบู่นผิวน้า มาอยบู่ริเวณกระชงัปลาแม้โรงงานส่งเจ้าหน้าที่ ลงมาฉีดพ่นสารเคมีกา จดัคราบน้า มนัแลว้แต่ก็ยังส่งผลกระทบต่อปลาในกระชัง https://news.ch7.com/detail/611896
ปัญหาและอุปสรรคในการท างาน 1.การพูดคุยและการลงความคิดเห็นไม่ชัดเจน 2.ปัญหาของการวางแผน ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหา 1.วานแผนโครงเรื่องและสื่อสารข้อมูลให้ชัดเจน 2.มอบหมายงานและมอบหน้าที่ความรับผิดชอบให้ชัดเจน
บรรณานุกรม https://www.thairath.co.th/tags https://www.salika.co/2022/01/14/waste-water-management-research-2565/ https://news.ch7.com/detail/621268 https://news.ch7.com/detail/611896
ภาคผนวก