The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

หน่วยที่ 5 การบรรจุภัณฑ์การคิดต้นทุนและกำหนดราคาขาย
การเลือกใช้บรรจุภัณฑ์ และการจัดตกแต่งขนมไทยเพื่อจำหน่าย เพื่อเป็นการเพิ่มมูลค่าให้แก่สินค้า การคิดต้นทุนและกำหนดราคาขาย

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Siwaporn.jtn, 2020-04-24 01:10:30

หน่วยที่ 5 การบรรจุภัณฑ์การคิดต้นทุนและกำหนดราคาขาย

หน่วยที่ 5 การบรรจุภัณฑ์การคิดต้นทุนและกำหนดราคาขาย
การเลือกใช้บรรจุภัณฑ์ และการจัดตกแต่งขนมไทยเพื่อจำหน่าย เพื่อเป็นการเพิ่มมูลค่าให้แก่สินค้า การคิดต้นทุนและกำหนดราคาขาย

หีบห่อขนมไทย อัตลักษณ์ทรงคุณค่า

อีกหนึ่งเอกลักษณ์จากภูมิปัญญา ท่ีสร้างเสน่ห์ให้ขนมไทย
ธรรมชาติเกื้อกูลการดารงชีวิตของมนุษย์มาแต่ไหนแต่ไร คนสมัยก่อนชีวิตผูกพันกับ
ธรรมชาติจึงหยิบจับสิ่งรอบตัวมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด อย่างต้นกล้วยท่ีใช้ได้แทบทุกส่วน ท้ังกินผล
หยวกกล้วย หัวปลีใช้เป็นวัตถุดิบทาอาหาร ลาต้นทากระทง ใบใช้ทาบายศรีประกอบพิธีกรรมทาง
ศาสนา ทาภาชนะอย่างกระทงใบตองไปจนถึง ‘หีบห่อขนมไทย’ หลากรูปทรงซึ่งยังคงใช้มาจนถึง
ปัจจุบัน
‘หีบห่อขนมไทย’ นับว่าเป็นภูมิปัญญาที่สร้างอัตลักษณ์ท้ังในแง่รูปทรงและการนาวัสดุ
มาใช้ เพราะไม่ได้มีแต่ใบตอง เม่ือภูมิศาสตร์เป็นอีกปัจจัยหน่ึงเราจึงได้เห็นหีบห่อขนมจากวัสดุ
หลากหลาย เช่น ใบเตย ใบมะพร้าวที่ข้ึนอยู่ท่ัวไป หาได้ง่าย ใบจากในพื้นที่ที่มีป่าชายเลน หรืออย่างใบ
กะพ้อท่ีพบได้ทั่วถ่ินภาคใต้
ท้ัง ‘วัสดุธรรมชาติ’ และ ‘รูปทรง’ หีบห่อขนมไทยท่ีมีความหลากหลายยังสะท้อนถึงภูมิปัญญา
ของคนสมัยก่อน ท่ีช่างคิดช่างประดิษฐ์ ออกแบบรูปทรงและเลือกคุณสมบัติของวัสดุให้สอดคล้องกับ
การนาไปใช้ห่อขนมแต่ละประเภท ท้ังความเหมาะสมกับเนื้อขนม การให้กลิ่น และกรรมวิธีท่ีทาให้ขนม
สุก
ใบตอง ใบตองท่ีนิยมใช้ห่อขนมคือ ใบกล้วยน้าว้ากับใบกล้วยตานี ซึ่งแต่เดิมน้ันหาได้ท่ัวไปเพราะกล้วย
เป็นพืชท่ีปลูกไว้ประจาบ้าน และด้วยเส้นใยใบตองสดท่ีทนทานต่อความเย็นและความร้อน จึงใช้ห่อผัก
เพ่ือคงความสด ห่ออาหาร ขนม ทั้งปิ้ง นึ่ง ย่าง ได้ ท้ังยังเพ่ิมกล่ินหอมให้อาหาร ส่วนใบตองแห้งก็มี
กล่ินหอมเฉพาะตัว นิยมห่อขนมกวนอย่างกะละแม โดยหีบห่อขนมไทยท่ีใช้ใบตองน้ันมีหลายรูปทรงท่ี
เราเห็นบ่อย เช่น

ทรงเต้ีย มีฟังก์ชันการห่อในแง่ของภาชนะบรรจุ ปิดมิดชิดด้วยไม้กลัดท่ีทาจากทางมะพร้าว เพ่ือความ
สะอาดและสะดวกหยิบจับ จาพวกขนมถาดตัดชิ้น เช่น หม้อแกง ขนมช้ัน เปียกปูน และข้าวเหนียว
สังขยาหน้าต่างๆ

ทรงสูง เหมาะกับขนมประเภทน่ึง เช่น ใส่ไส้ ขนมกล้วย ซึ่งนอกจากใช้ใบตองยังต้องมีใบมะพร้าวเจียน
ปลายใบแฉลบให้แหลมสวยงามทาเตี่ยวคาดหนีบใบตองท้ังสองข้างไว้เพื่อเพิ่มความแน่นหนาไม่ให้ขนม
ทะลักออกมาเม่ือสุก แล้วกลัดด้วยไม้กลัดทางมะพร้าว
กระทง ข้ึนรูปด้วยการจับมุมและกลัดด้วยไม้กลัดที่ทาจากทางมะพร้าว นอกจากเป็นภาชนะยังใช้ใส่
ขนมประเภทนึ่งให้ขึ้นฟู ดูสวยเต็มถ้วย เช่น ขนมตาล ขนมกล้วย

ห่อเปิดหน้า เป็นการห่อแบบพับ โดยวางขนมตรงกลางใบตองแล้วห่อด้านข้าง พับปลายใบตองเก็บใต้
ฐาน ไม่ต้องใช้ไม้กลัด ฟังก์ชั่นก็ตามช่ือ คือ ใช้ห่อข้าวเหนียวหน้าต่างๆ เปิดให้เห็นเด่นชัดว่าเป็นข้าว
เหนียวหน้าอะไร เช่น หน้ากุ้ง หน้าปลา สังขยา

ห่อข้าวต้มมัด กับห่อขนมเทียน เป็นทรงจาเพาะ เมื่อเห็นก็รู้ได้ทันทีว่าเป็นขนมอะไร อย่าง ‘ขนม
เทียน’ ทรงสามเหลี่ยม บ้างเรียกทรงเจดีย์ ทรงนมสาว เป็นการห่อแบบพับ นอกจากความสวยงามของ
รูปทรงยังมีนัยยะทางศาสนา เปรียบขนมเทียนเหมือนแสงเทียน บ้างว่าเหมือนเจดีย์ จึงเป็นขนมในงาน
บุญใหญ่ๆ ทางภาคเหนือ เรียกว่า ‘ขนมจ๊อก’ ส่วน ‘ข้าวต้มมัด’ เป็นการห่อพับใบตองหลายช้ันแล้ว
จับคู่มัดรวมกันด้วยตอก (ไม้ไผ่เหลาเส้น) ให้แน่นหนา กันไม่ให้นา้ เข้า ขณะต้ม ซ่ึงแต่เดิมข้าวต้มใช้วิธี
ต้มก่อนเปล่ียนเป็นน่ึง คนสมัยก่อนยังเช่ือว่า หากคู่รักนาข้าวต้มมัดไปทาบุญในวันเข้าพรรษา จะครอง
รักคู่กันยาวนาน

กะพ้อ ต้นกะพ้อพบเห็นได้ทั่วไปในพื้นท่ีภาคใต้ เป็นพืชตระกูลปาล์ม นิยมนาใบอ่อนมาห่อขนมต้ม
เรียกว่า ‘ข้าวต้มใบกะพ้อ’ หรือเรียกสั้นๆ ว่า ‘ต้ม’ รูปทรงสามเหลี่ยม เป็นขนมต้มที่มีส่วนประกอบ

ของข้าวเหนียว กะทิ น้าตาล ถ่ัว ผัดรวมกันแล้วเอาไปห่อต้ม คล้ายข้าวต้มมัด อาจไม่คุ้นหน้าคุ้นตานัก
เพราะเป็นขนมท้องถิ่นภาคใต้ นิยมทาในช่วงเทศกาลงานบุญและงานประเพณีต่างๆ เช่น งานชักพระ
งานเดือนสิบ งานบวช
ใบเตย เตยเป็นพืชที่พบเห็นได้ท่ัวไป นอกจากให้สีเขียวสวยๆ ให้กล่ินหอมในขนมไทย ยังนามาสานเป็น
กระทงส่ีเหล่ียมจัตุรัสเล็กๆ ใส่ขนมกวนอย่างตะโก้ เป็นภาชนะรูปทรงน่ารัก และช่วยเพ่ิมกล่ินหอม
อ่อนๆ ให้ตะโก้ ซึ่งนับวันจะหาตะโก้ในกระทงใบเตยได้ยากขึ้น เพราะต้องใช้เวลาในการสาน

ใบตาล ดั้งเดิมนั้นใช้ห่อขนมน่ึงอย่าง ‘ขนมตาล’ โดยใช้ใบตาลอ่อนสานเป็นรูปทรงสามเหลี่ยมกลวง
เว้นตรงกลางไว้หยอดขนมตาล ก่อนนาไปน่ึงจนฟูดูน่ากิน เป็นเอกลักษณ์ด้ังเดิมของขนมตาลท่ีใช้
ส่วนผสมลูกตาลทาขนม ไปจนถึงหีบห่อจากใบตาล ขนมตาลในห่อใบตาลยังพอเห็นได้บ้างในพ้ืนท่ี
จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เพชรบุรี ท่ีปลูกต้นตาลกันมาก

ใบจาก ต้นจาก พืชตระกูลปาล์มที่เจริญเติบโตได้ดีบริเวณป่าชายเลน ใบจากมีความเหนียวและกว้าง
นามาห่อ ‘ขนมจาก’ ขนมแป้งกวนกับนา้ ตาลและมะพร้าวขูด ก่อนนาใบจากมาห่อแล้วป้ิงไฟ กลิ่นจาก
ไหม้น้ันทาให้ขนมหอมเป็นเอกลักษณ์ แต่บางพ้ืนท่ีที่หาใบจากได้ยาก ก็ใช้ใบมะพร้าวแทนได้ นอกจาก
ขนมจากยังมีข้าวต้มมัดท่ีใช้ใบจากห่อแทนใบตอง ในพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการที่ต้นจากหาได้ง่าย

หีบห่อขนมไทย นอกจากฟังก์ช่ันการใช้งานในแง่ภาชนะ บรรจุภัณฑ์ ความประณีตในการออกแบบ
รูปทรงที่สวยงามยังเป็นสัญญะเก่ียวโยงกับความเช่ือ จึงเป็นอีกหนึ่งเอกลักษณ์ท่ีช่วยสร้างเสน่ห์ให้แก่
ขนมไทย จน Kanita Leather แบรนด์กระเป๋าหนัง ได้แรงบันดาลใจหยิบจับไปออกแบบเป็นกระเป๋า
รูปทรงหีบห่อขนมไทย เพ่ิมมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์ ได้รับความนิยมท้ังคนไทยและต่างประเทศ... นี่แหละ
หนา อัตลักษณ์สร้างค่า

อ้างอิง
- หนังสือขนมแม่เอ๊ย โดยส.พลายน้อย
- หนังสือร้อยเรื่องเคร่ืองอาหาร จากวันวานถึงวันน้ี โดยเดือนฉาย คอมันตร์
- ศิลปะการห่ออาหารด้วยใบตอง โดยกระทรวงวัฒนธรรม

บรรจุตกแต่ง

ความสาคัญของวัสดุเคร่ืองใช้ในขบวนการบรรจุและตกแต่ง
1.1 ทาหน้าที่บรรจุใส่ ได้แก่ ใส่หรือห่อขนม
1.2 ทาหน้าท่ีปกป้องคุ้มครอง ได้แก่ ป้องกันไม่ให้ขนมเสียรูปทรง แตกหัก ไหลซึม
1.3 ทาหน้าที่รักษาคุณภาพอาหาร ได้แก่ ป้องกันความช้ืนจากภายนอก
1.4 ทาหน้าท่ีรักษาส่ิงแวดล้อม ได้แก่ ใช้วัสดุที่ให้ปริมาณขยะน้อย ย่อยสลายได้ง่าย
1.5 ทาหน้าท่ีส่งเสริมการขาย ได้แก่ บรรจุภัณฑ์ท่ีออกแบบสวยงามสามารถใช้เป็นส่ือโฆษณาได้ด้วย

ตนเอง
ชนิดของวัสดุเคร่ืองใช้ในขบวนการบรรจุและตกแต่ง

-ใบตองสด ใช้ห่อขนมสด ขนมน่ึง ขนมต้ม ชนิดต่าง ๆ ขนมไทยส่วนใหญ่ ใช้ใบตองสดในการบรรจุ
และตกแต่ง ให้ดูสวยงาม เช่น ขนมตาล ขนมกล้วย ข้าวต้มมัด ขนมสอดไส้เป็นต้น

-ใบตองแห้ง สมัยโบราณใช้ใบตองอ่อน นามาตากแดดแล้วรีดจนเรียบ ใช้กรรไกรตัดเป็นรูปร่างเรียง
เก็บไว้สาหรับห่อขนม เช่น ขนมกะละแมเสวย ขนมเทียนสลัดงา และขนมเข่ง

-ใบเตย
-กระดาษแก้ว ใช้ห่อขนมให้ดูสวยงาม สะอาด น่ารับประทานและเก็บไว้ได้นานพอสมควร เช่น
ทอฟฟ่ีกล้วยกวน สับปะรดกวน พุทรากวน เป็นต้น
-ถ้วยพลาสติกใส ปัจจุบันนิยมใช้วัสดุอ่ืน ๆ มาใช้บรรจุอาหารแทนใบตองอย่างสมัยก่อน ถ้วย
พลาสติกที่นิยมในปัจจุบันม่ีรูปร่างหลายแบบ เช่น รูปหัวใจ รูปกลม และรูปส่ีเหล่ียม นิยมนามาบรรจุ
ขนมประเภทวุ้นหน้าต่าง ๆ ขนมช้ันกุหลาบ หรือขนมที่ตกแต่งเป็นช้ิน หรือพอดีคา เพื่อสะดวกในการ
บรรจุและจาหน่าย ท้ังยังสวยงามน่ารับประทาน
-กล่องกระดาษ นอกจากการห่อแล้ว การบรรจุขนมต่าง ๆ ลงในกล่องก็จะทาให้สะอวกในการซ้ือ
นากลับบ้าน ซึ่งในปัจจุบันนิยมกันมากน้ัน ขนาดของกล่องกระดาษจะข้ึนอยู่กับชนิดของขนมที่อัดบรรจุ
ซ่ึงจาเป็นจะต้องมีขนาดที่พอเหมาะ สวยงาม สะดวกในการนาติดตัวและช่วยให้ขนมสะอาดน่า
รับประทาน กล่องกระดาษสามารถดัดแปลงรูปร่างได้หลายแบบตามความคิดสร้างสรรค์ของผู้จาหน่าย
ซึ่งจะทาให้ขบวนการบรรจุไม่เหมือนใคร
-ถาดโฟม เป็นท่ีนิยมใช้กันมากท่ีสุดในปัจจุบัน เพราะสะดวก หาซื้อได้ง่าย ราคาถูก การจัดบรรจุ
ชนมไทย ลงบนถาดโฟม และปิดทับด้วยกระดาษพลาสติกได้ จะทาให้มองเห็นอาหารท่ีอยู่ภายใน ซ่ึงจะ
ช่วยดึงดูดให้ผู้ซื้อสนใจ ขนมท่ีอยู่ภายในได้
วิธีการห่อ การตกแต่ง และการบรรจุขนมไทย
วิธีการห่อ และการบรรจุด้วยใบตองสด
การห่อสวม เป็นการห่อของเล็ก ๆ น้อย ๆ แบบช่ัวคราว และห่ออาหารจานวนไม่มาก

-ตัดใบตองเป็นรูปรี ใช้ใบตอง 2แผ่น แผ่นใหญ่อยู่ข้างนอก ขนาดตามต้องการ หงายด้านนวลขึ้น
แผ่นเล็กอยู่ด้านใน ควา่ ด้านนวลลงไปประกบกับแผ่นใหญ่

-นาอาหารท่ีจะห่อวางบนใบตองแผ่นเล็ก จับเส้นกลางทั้งสองข้างโอบขึ้นมาด้วยมือท้ังสองข้าง ให้
ด้านซ้ายอยู่ข้างใน ด้านขวาหุ้มทับด้านซ้ายสวมกันจนมุมล่าง และปลายใบตอง เรียงแหลมประกบกัน
สนิท กลัดไม้กลัดตรงขึ้นไปทางยอดแหลม
การห่อทรงเต้ีย ใช้ห่อขนม เช่น ข้าวเหนียวสังขยาหน้าต่าง ๆ ขนมหม้อแกง ห่อขนมถาดเพ่ือจาหน่าย
ได้ทุกประเภท

-เลือกใบตองให้ได้ขนาดตามต้องการและเช็ดใบตองให้สะอาด ตัดเป็นรูปรีปลายแหลม ลักษณะ
เช่นเดียวกับการห่อสวม แต่มีขนาดกว้างมากกว่าการห่อสวมประมาณ 1 นิ้ว ใช้ใบตอง 2 แผ่น มีแผ่น
เล็กกับแผ่นใหญ่ โดยให้แผ่นเล็กอยู่ด้านใน ควา่ ด้านนวลทับลงบนแผ่นใหญ่

-นาอาหารมาห่อ โดยใช้มือซ้ายจับชายใบตอง ด้านซ้ายยกข้ึนไปสวมกับใบตองด้านขวา ให้ชาย
ใบตองด้านขวาทับด้านซ้ายแล้วกลัดด้วยไม้กลัด
การห่อทรงสูง ใช้ห่อขนมประเภทที่ต้องน่ึง เช่น ขนมสอดไส้ ขนมกล้วย ขนมตาล ซึ่งต้องมีใบมะพร้าว
มาทาเป็นเตี่ยว เพื่อบังคับชายใบตองท้ังสองด้านไม่ให้เปิดออก ป้องกันขนมทะลักออกมา และทาให้ดู
สวยงามข้ึน

-เลือกใช้ใบตองตรงส่วนกลางใบ ช่วงยาวพอประมาณ ฉีกใบตองขนาดกว้างตามต้องการ เลือก
ทางมะพร้าวท่ีมีความยาวพอดีไว้สาหรับรัด

-ตัดใบตองเรียงหัวและท้ายใช้ 2 ขนาด แผ่นเล็กอยู่ด้านใน แผ่นใหญ่อยู่ด้านนอก ประกบกันตัดขนม
มาใส่ตรงกลาง ห่อเช่นเดียวกับการห่อทรงเตี้ย นาทางมะพร้าวที่เตรียมไว้มารัดตรงกลางแล้วกลัดด้วย
ไม้กลัด
การห่อขนมเทียน คนไทยโบราณจนถึงปัจจุบันทากันโดยนาขนมเทียนให้ทาบุญตักบาตรเน่ืองในวัน
สงกรานต์

-ตัดใบตองเป็นใบกลมท้ังสองช้ิน ชิ้นในมีขนาดเล็กและอ่อนกว่า ทานา้ มันเพื่อกันขนมติดใบตอง
-พับใบตองเป็นรูปกรวยทามุมแหลมตรงกึ่งกลางใบตอง
-ใส่ขนมห่อโดยการพับใบตองท่ีมีรอยจีบปิดทับขนม แล้วพับริมท้ังสองข้างทบกลับเข้ามา สอดปลาย
ใบตองเก็บให้เรียบร้อย นาไปวางควา่ ลงกับลังถึงเตรียมน่ึง
การห่อข้าวต้มผัด ข้าวต้มผัด ทาด้วยข้าวเหนียว ผัดกับกะทิ ปรุงรสด้วยเกลือ และน้าตาลทรายมีข้าว
สุกงอม และเผือกเป็นไส้
-ฉีกใบตองตามต้องการ ใช้ 2 ขนาดเล็กและใหญ่ วางใบตองประกบกัน
-ใส่ข้าวต้มผัด พับชายใบตองตามยาวม้วนเข้าให้แน่น
-มือซ้ายจับไว้ มือขวาจับจีบทีละด้าน แล้วพับชายใบตองทับลงด้านล่าง ทาอย่างเดียวกันอีก 1 ข้าง
แล้วนามาวางซ้อนกัน มัดด้วยตอกให้แน่นนาไปน่ึง
การห่อข้าวต้มนา้ วุ้น ข้าวต้มนา้ วุ้นใช้รับประทานกับนา้ เชื่อมและน้าแข็งไส คล้ายขนมประเภทลอยแก้ว

-เช็ดใบตองให้สะอาด ฉีกใบตองกว้าง 1-1 1/2 น้ิว
-จับใบตองด้านแป้งทามุมคล้ายกรวยแหลม ใส่ข้าวเหนียวจนเต็มกรวย หันด้านกรวยไว้ท่ีอุ้งมือซ้าย
มือขวาจับชายที่เหลือพับทบทามุม 2 มุม ท่ีปากกรวยให้แหลมสนิท
-พับทบมุมไปเร่ือย ๆ ดึงให้แน่น แล้วปักไม้กลัดตรงกลางแทงให้ทะลุอีกด้าน เมื่อห่อเสร็จจะมี
ลักษณะเป็นสามเหล่ียม
การห่อข้าวเหนียวป้ิง
-เช็ดใบตองให้สะอาด ฉีกใบตอง 4 – 4
-ใส่ข้าวเหนียวท่ีมูลแล้วพร้อมไส้ พับทบใบตองข้ึนมาเกือบเป็นมุมฉาก แล้วม้วนเป็นกรวยไปจนสุด
ใบตอง
-พับปากกรวยด้านยาวเข้าไป ท้ังซ้าย ขวา
-พับทบชายที่เหลือลงมากลัดด้วยไม้กลัด

กล่องขนม

กล่องขนม โดดเด่น หน้าตาไม่ซา้ ใคร ทางเลือกขนมไทย

หากกล่าวถึงขนม หลายคนคงปฏิเสธไม่ได้ว่ามีให้เห็นมากมาย ท้ังขนมไทย ขนมเทศ ขนมสด
ขนมแห้ง หลากหลายขนมท่ีมีอยู่ในปัจจุบัน สถานท่ีขายอาจจะเป็นรถเข็นสาหรับพ่อค้าแม่ค้าขนมไทย
สตรีทฟู๊ด ขายข้างทาง เน่ืองจากคนไทยชอบทาขนม กล่องขนม จึงเป็นที่ต้องการสาหรับการสร้างแบ
รนด์
โดยเฉพาะอย่างย่ิงคนไทยชอบทานของหวานเป็นทุนเดิม ทาให้ขนมขายดี บางรายแค่เร่ิมทาขนมเป็น
รายได้เสริม บางรายเห็นรายได้ดีก็หันมาทาขนมเป็นรายได้หลัก ซ่ึงปัจจุบันนนอกจากขนมหวานแล้ ว
และในบางปีท่ีราคาผลิตผลไม้ตกต่าอย่างมาก จะเห็นการแปรรูปผลไม้มาเป็นขนมในรูปแบบต่าง ๆ
บรรจุลงใน กล่องขนม อย่างดี ทาให้เก็บรักษาได้นาน และเป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าอีกด้วย
บางครั้งจะเห็นขนมท่ีแปรรูปมาจากผลไม้มาวางขายนอกฤดูกาลตามสถานท่ีท่องเท่ียวหรือตาม ร้านขาย
ของฝาก

นอกจากขนมที่เราเห็นจนชินตาตามท้องตลาดท่ัว ๆ ไปแล้ว เด๋ียวน้ีขนมหน้าตาแปลก
ประหลาดใหม่ ๆ น่าลองก็มีให้เห็นมากเช่นกัน ลองเดินเข้าไปในร้านสะดวกซื้อ 7-11 ในชั้นวางขนมจะ
พบกับแพ็คเกจหน้าตาสวยงามมากมาย รูปแบบของแพ็คเกจก็โดดเด่น ให้แล้วอยากให้ซื้อหามา
รับประทาน ท้ังในเร่ืองการออกแบบ เร่ืองของรูปภาพหน้าแพ็คเกจ กล่องใส่ขนม ขนาดบรรจุท่ีแลดู
พอเหมาะพอกินต่อคา หรือไม่มากไป ไม่น้อยไป ซ้ือแล้วกินหมดพอดีอิ่มหรือพอดีหายอยาก หรือแม้แต่
บางแพ็คเกจที่มีขนาดใหญ่ก็ออกแบบมามีลักษณะคล้ายซิบรูดปิดกรณีไม่สามารถกินหมดในครั้งเดียวได้
รูปแบบของ กล่องขนม

ในท้องตลาด จะเห็นรูปแบบของกล่องบรรจุภัณฑ์สาหรับใส่ขนมมากมายหลายรูปแบบ ทั้ง
กล่องขนมที่เป็นกระดาษ กล่องขนมพลาสติก ท้ังขนมท่ีก่ึงพลาสติก ก่ึงกระดาษ กล่องหลุม กล่องขนม
เค้ก กล่องขนมหวาน กล่องขนมแบบใส เห็นขนมในกล่อง กล่องขนมแบบทึมมองไม่เห็นขนมภายใน
กล่องแบบฟอยล์ กล่องชิฟฟ่อน ฯลฯ มีตัวอย่างคร่าว ๆ ของการออกแบบกล่องขนมในรูปทรงต่าง ๆ
ดังนี้

1. กล่องแบบส่ีเหลี่ยมผืนผ้า เป็นกล่องที่เหมาะสาหรับใส่ขนมขนาดใหญ่ท่ีมีหน้ากว้าง ต้องการโชว์
หน้าตาของขนม พวกขนมเค้ก พิซซ่า

2. กล่องทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัส เหมาะกับขนมท่ีมีขนาดช้ินเล็ก รูปทรงต่าง ๆ เช่น เค้กแบบตัดเป็นช้ิน
คัพเค้ก บราวนี่ ฯลฯ

3. กล่องแบบสามเหลี่ยม เหมาะสาหรับขนมชิ้นเล็ก ๆ ไม่ต้องการโชว์หน้าขนม สามารถวางทับกัน
ได้ พวกขนมคุกก้ี ฯลฯ

4. กล่องทรงกล่องเค้ก เป็นทรงกล่องยอดนิยม สาหรับกล่องขนมเค้ก หรือทากล่องอาหารว่าง
(snack box) อาหารต่าง ๆ เนื่องจากรูปทรงน้ีใช้กระดาษไม่มาก ทาให้ประหยัดค่าผลิตกล่อง
ลักษณะกล่องเป็นแบบลิ้นเสียบขัดล็อคกันเองในตัว ไม่ต้องใช้แม็กเย็บ

5. กล่องทรงแบบกล่องฝาครอบ เป็นกล่อง 2 ชิ้นประกบกัน คือมีตัวกล่องกับฝา แต่ใช้กระดาษ
ค่อนข้างเยอะกว่าทรงอื่น เพราะในการทากล่อง 1 ใบ เหมือนใช้กระดาษสาหรับกล่อง 2 ใบ ซึ่ง
กล่องลักษณะนี้เหมาะกับสินค้าท่ีเน้นหรูหรา มีราคาแพง ทาให้สามารถเพิ่มมูลค่าได้อีกโดยการ
ทาตัวล็อคด้านใน สาหรับจัดวางสินค้าลงกล่อง เหมาะสาหรับทากล่องขนม

วัสดุท่ีใช้ในการผลิตกล่องขนม

การผลิตกล่องขนม จะต้องทราบถึงรูปแบบของกล่องพลาสติกหรือกล่องกระดาษแต่ละชนิด
ด้วยว่ามีคุณสมบัติอย่างไร ปลอดภัยต่ออาหารซึ่งคือขนมท่ีเป็นสินค้าหรือไม่ การเลือกใช้กล่องแต่ละ
ชนิด มีความสาคัญเช่นเดียวกัน เพราะหากต้องการเพิ่มประสิทธิภาพในการพิมพ์ ข้ึนอยู่กับประเภทของ
กล่อง และราคาท่ีของแต่ละชนิดย่อมต่างกัน ทาให้สามารถกาหนดราคาของตัวกล่องขนมเพื่อคานวณ
ต้นทุนค่าใช้จ่ายได้ด้วย
กระดาษกล่องขาวเคลือบ นิยมใช้บรรจุสินค้าอุปโภคและบริโภค เพราะสามารถพิมพ์ระบบออฟเซ็ท ลง
สีได้หลายสีสวยงามสมจริง ทาให้ขนมท่ีบรรจุภายในกล่องดูมีคุณค่าขึ้น เรียกอีกอย่างว่ากระดาษเทา –
ขาว หาซ้ือได้ง่าย การเลือกใช้กล่องกล่องกระดาษแข็ง ควรพิจารณาคุณสมบัติท่ีเก่ียวกับการใช้งาน
สามารถในการรับน้าหนักได้ประมาณ 2 – 3 ปอนด์ แล้วแต่ขนาดและความหนาของกระดาษ ความ
เรียบของผิวกระดาษ ความหนา ความขาว สว่าง สามารถพิมพ์สีสันได้ดี หากเลือกใช้กระดาษปอนด์ มี
ความหนามากกว่า 160 แกรม ก็เป็นทางเลือกที่ดีการพิมพ์เพราะสามารถป้องกันการซึมของหมึกได้ แต่
เม่ือพิจารณาราคากระดาษปอนด์แล้วแพงพอ ๆ กับกระดาษท่ีออกแบบสาหรับอิงค์เจ็ต ผู้ใช้จึงหันไปใช้
กระดาษอิงค์เจ็ตแทน

กล่องกระดาษเคลือบพิเศษ หรือกระดาษอิงค์เจ็ต เป็นกระดาษท่ีพิมพ์ได้ด้านเดียว และพิมพ์ได้
สองด้าน ท่ีมีการเคลือบ ทาให้มีคุณสมบัติในการรองรับหยดหมึกท่ีจะพิมพ์บนกระดาษ กระดาษอิงค์เจ็ต
มีระดับคุณภาพดีสามารถรองรับการพิมพ์ได้ถึง 1440
กระดาษกล่องแป้ง ลักษณะด้านหนึ่งมีสีขาวอีกด้านหนึ่งมีสีเทาเหมาะผลิตงานประเภท กล่องใน ชนิด
ของ กระดาษกล่องแป้ง หน้าขาวหลังเทา และกระดาษกล่องแป้งหน้าขาวหลังขาว เหมาะสาหรับใช้ทา
กล่องขนม

กล่องเคลือบผิวอะลูมิเนียม มีการเคลือบสารสีขาวพิเศษ ขัดมันด้วยลูกกลิ้งโครเมียม เพ่ือให้
ผิวหน้าเรียบ มีการประกบพลาสติกที่เคลือบด้วยไออะลูมิเนียม เพ่ือให้มันเงาสวยงามเหมาะสาหรับใช้
ทากล่องบรรจุอาหารที่มีราคาค่อนข้างสูงหรือขนมระดับพรีเมียม
กระดาษคราฟท์สีนา้ ตาลสาหรับทาผิวกล่อง ผลิตจากเย่ือ Recycled 100% เพื่อส่งเสริมด้านการ
อนุรักษ์สิ่งแวดล้อม มีคุณสมบัติเด่นในเรื่องการวางเรียงซ้อน เหมาะกับสินค้าส่งออกท่ีระบุให้ใช้กล่องท่ี
ทาจากการ Recycled ทั้งหมด ซ่ึงทาให้ภาพลักษณ์ของแบรนด์ดูดีในสายตาผู้บริโภคด้วย

การผลิตกล่องขนม ท่ีดีน้ัน ควรได้รับการรับรองเก่ียวกับกล่องบรรจุอาหารตามหลักมาตรฐานสากล ซึ่ง
ควรมีระบุรายละเอียดสิ่งต่อไปน้ีให้ชัดเจนคือ เคร่ืองหมายการค้าท่ีจดทะเบียน ช่ือสินค้า สาคัญมากนั่น
คือ ตรา อย. รับรองคุณภาพสินค้าประเภทอาหารและยาท่ีเป็น อย. ของแท้ ไม่ใช่การปลอมหรือสวม
เลข อย. ของผู้อ่ืน สถานท่ีตั้งของผู้ผลิตขนม วัน/เดือน/ปีท่ีผลิต และวันหมดอายุที่ข้างกล่องขนม ควร
เป็นข้อความท่ีเมื่อผู้บริโภคอ่านแล้ว รู้สึกม่ันใจอยากซื้อไว้รับประทาน

การคานวณต้นทุนการผลิตแบบง่าย

การคานวณต้นทนุ เปน็ ส่วนหนึง่ ของระบบบัญชแี ละการเงนิ ของกิจการ เปน็ การบนั ทกึ การวดั ผลและรายงาน
ขอ้ มลู เก่ียวกับต้นทนุ ของสินค้าของกจิ การ โดยท่ัวไปการคานวณตน้ ทุนจะใชเ้ วลาและลงรายละเอียดมากใน
กจิ การทผ่ี ลติ สนิ คา้ แตไ่ ม่ไดห้ มายความวา่ กิจการประเภทอื่นเช่นกจิ การขายส่ง ขายปลกี ร้านอาหารหรือ
บริการตา่ งๆไม่มีความสาคญั ในการทีต่ ้องคานวณตน้ ทนุ เลย การคานวณต้นทุนสามารถนาไปใชไ้ ดใ้ นทกุ กจิ การ
เพราะมคี วามสาคญั ต่อการบรหิ ารจดั การธุรกิจดงั นี้

1. เพอ่ื ใหท้ ราบถงึ ตน้ ทุนการผลิตและตน้ ทุนขายของธรุ กิจ
2. เพอ่ื สามารถนาตน้ ทนุ ทั้งหมดของกิจการมาเปรียบเทียบกับรายได้จากการขายเพื่อจะได้ทราบว่ามีกาไร
หรือขาดทนุ ในการขายสินคา้
3. เพื่อคานวณหรอื ตีราคาสนิ คา้ คงเหลอื ที่ขายได้ไม่หมดวา่ มีมูลค่าเท่าไหร่
4. เพื่อใช้ในการวางแผ
นและควบคุมการซอื้ สนิ คา้ และจัดทางบประมาณในการซอื้ สินค้า รวมทง้ั ต่อรองราคากับผูข้ ายวัตถดุ ิบ
5. เพอื่ ใช้ในการตัดสินใจว่าสนิ ค้าใดควรขายตอ่ ไปและสินค้าใดควรเลกิ ขาย (ในกรณที ผี่ ู้ผลิตมสี ินค้าหลาย
ชนดิ )
ต้นทุนแบ่งออกได้เปน็ 2 ลกั ษณะ
1. ต้นทุนผันแปร คอื ต้นทุนทผ่ี ันแปรตามจานวนหนว่ ยทผี่ ลติ หรอื ขาย เช่น วัตถดุ ิบ คา่ แรงทางตรง
คา่ ใช้จา่ ยในการผลติ ทางตรงเป็นต้น

2. ต้นทุนคงท่ีคอื ตน้ ทนุ ทเ่ี กิดขน้ึ ไมว่ า่ กจิ การจะไดข้ ายสนิ ค้าหรอื ไม่ ต้นทุนนี้จะไมเ่ ปลยี่ นแปลงตามจานวน
หนว่ ยท่ีผลิตหรือขาย เช่น เงินเดอื นพนักงานหนา้ ร้าน ค่าเช่ารา้ น คา่ เสอื่ มราคา ค่าประกันภยั เป็นตน้

ดงั น้ันต้นทนุ การผลติ จะประกอบไปด้วยวัตถุดบิ +คา่ แรงงาน + ค่าใชจ้ า่ ยในการผลติ ซึ่งท้ังสามรายการน้ีเปน็
เพยี งส่วนของการผลิตเท่านน้ั หากเราจะคิดต้นทนุ รวมของสนิ ค้าแล้วเราจาเปน็ ต้องนาค่าใช้จ่ายในการขายและ
ดาเนนิ การมารวมด้วยเชน่ เงินเดอื น , คา่ คอมมิชชัน่ พนักงานขาย, คา่ แรงพนกั งานขายหน้าร้าน, คา่ การตลาด
(โฆษณา,แผ่นพับ), ค่าเช่าสานกั งานและร้าน, ค่าไฟฟา้ และนา้ ประปา, คา่ โทรศพั ท,์ คา่ นา้ มันรถ,ดอกเบี้ย, ค่า
เชา่ รถ, คา่ ใชจ้ า่ ยเบ็ดเตล็ด ฯลฯ เพ่อื การคานวณตน้ ทุนใหใ้ กล้เคยี งความจรงิ หากเราคานวณแคว่ ัตถดุ ิบ
ค่าแรงงานและคา่ นา้ ค่าไฟฟ้า กอ็ าจทาใหเ้ ราได้ตน้ ทุนสินค้าทีน่ อ้ ยกวา่ ความเปน็ จริงและมีผลทาใหต้ ง้ั ราคาขาย
ท่ตี ่าไปและอาจขาดทุนได้

วิธกี ารค้านวณหาตน้ ทนุ การผลติ แบบงา่ ยมีสตู รดังนี้

การคานวณแบบง่ายๆนเ้ี หมาะกบั ผปู้ ระกอบการรายเลก็ ทีม่ สี นิ คา้ หรอื ผลิตภณั ฑน้อยชนดิ อาจขายเพยี ง
นา้ พรกิ หรือแชมภูก็ได้ ซง่ึ เหมาะกับการคานวณสินค้าประเภทโอทอปทม่ี ีความชัดเจนในเรือ่ งการใช้วตั ถุดบิ
คา่ แรงงานตอ่ รอบการผลติ และไมม่ ีการเกบ็ สต๊อกวัตถุดิบไว้ การคานวณจาเปน็ ต้องคิดเพ่ือให้ทราบถึงต้นทุน
ผลิตต่อหนว่ ย และนาต้นทุนผลิตไปรวมกบั คา่ ใชจ้ ่ายในการดาเนนิ การเพอ่ื ใหท้ ราบถงึ ต้นทุนรวมของสินคา้ อกี
ครัง้ หนึง่ ยกตวั อย่างเชน่

ปา้ แจว๋ ผลติ และขายสง่ กล้วยตากในราคากลอ่ งละ 20 บาท โดยมรี ายได้จากการขายเดือนละ 12,000 บาท
(ขาย 600 กลอ่ งตอ่ เดือน) ปา้ แจว๋ มีการบนั ทกึ ค่าใชจ้ า่ ยที่เกิดขน้ึ ในเดือนเมษายน 2560 ดงั น้ี

ต้นทนุ การผลติ และคา่ ใชจ้ า่ ยกล้วยตากในเดือนเมษายน 2560

วันทรี่ ายการ จ้านวน หน่วยละจา้ นวนเงนิ รวม(บาท)หมายเหตุ

ค่าวัตถุดบิ

3 ซ้ือกลว้ ยนา้ วา้ 150 หวี4 600 -
3 นา้ ตาลทราย 5 กก. 15 75 -
3 น้าผ้ึง 3 ขวด 60 180 -
3 ซือ้ กล่องพลาสตกิ 400 ใบ 1 400 1,255.00
10 ซอ้ื กลว้ ยนา้ วา้ 150 หวี4 600 -

วันทรี่ ายการ จ้านวน หน่วยละจ้านวนเงนิ รวม(บาท)หมายเหตุ

10 นา้ ตาลทราย 5 กก. 15 75 -
10 นา้ ผ้ึง
17 ซือ้ กล้วยนา้ ว้า 3 ขวด 60 180 855.00
17 นา้ ตาลทราย
17 น้าผ้ึง 150 หวี4 600 -
25 ซอ้ื กล้วยน้าว้า
25 น้าตาลทราย 5 กก. 15 75 -
25 น้าผ้ึง
- รวมคา่ วตั ถุดบิ 3 ขวด 60 180 855.00

150 หวี4 600 -

5 กก. 15 75 -

3 ขวด 60 180 855.00

-- - 3,820.00

คา่ แรงงาน

6 จ่ายพน่ี ้อย 2 วนั 100 200 -
6 จา่ ยตวั เอง 3 วนั 100 300 500.00
13 จา่ ยพน่ี อ้ ย 2 วนั 100 200 -
13 จ่ายตวั เอง 3 วัน 100 300 500.00
20 จ่ายพีน่ ้อย 2 วนั 100 200 -
20 จ่ายตวั เอง 3 วัน 100 300 500.00
27 จ่ายพนี่ อ้ ย 2 วัน 100 200 -
27 จา่ ยตวั เอง 3 วัน 100 300 500.00
- รวมคา่ แรงงาน -- - 2,000.00

คา่ ใช้จา่ ยในการผลิต

3 ซอ้ื สกอ๊ ตเทป 12 ม้วน15 180 -
5 ถงุ พลาสตกิ 2 กก. 80 160 -
9 คา่ รถไปส่งของ 1 ครั้ง 100 100 -
16 ค่ารถไปสง่ ของ 1 ครั้ง 100 100 -
23 ค่ารถไปสง่ ของ 1 ครั้ง 100 100 -
30 ค่ารถไปส่งของ 1 ครั้ง 100 100 -
- รวมคา่ ใช้จ่ายในการผลิต -- - 740.00

ค่าใช้จา่ ยในการขายและดา้ เนนิ การ

20 ค่าไฟฟ้า 1 เดอื น 500 500 -
150 -
21 คา่ นา้ ประปา 1 เดือน 150 - 650.00

- รวมค่าใช้จ่ายในการขายและด้าเนนิ การ- -

รายได้จากการขายกล้วยตากในเดือนเมษายน 2560

วันทร่ี ายการ จ้านวน หน่วยละจา้ นวนเงินรวม(บาท) หมายเหตุ

9 ซื้อกล้วยน้าวา้ 150 กล่อง20 3,000 -
3,000 -
16 นา้ ตาลทราย 150 กล่อง20 3,000 -
3,000 -
23 น้าผึง้ 150 กล่อง20 - 12,000.00

30 ซอื้ กลอ่ งพลาสตกิ 150 กลอ่ ง20

- รวมยอด - -

จากตัวอย่างขา้ งตน้ เราสามารถคานวณต้นทุนการผลติ ของกลว้ ยตากไดด้ งั นี้

ตน้ ทนุ การผลติ = (วตั ถุดบิ +คา่ แรง+คา่ ใช้จา่ ยในการผลิต) /จานวนหน่วยทีผ่ ลติ ได้

= (3,820+2,000+740) = 6,560 / 600 กล่อง

ต้นทนุ การผลติ ต่อหน่วย = 6,560/600 = 10.93 บาทต่อกลอ่ ง

หากปา้ แจ๋วต้องการทราบถึงตน้ ทนุ รวมสนิ ค้าก็จะตอ้ งนาค่าใชจ้ ่ายในการขายและดาเนนิ การมาใสด่ ว้ ยซึ่ง
ค่าใช้จ่ายเหลา่ นสี้ ว่ นใหญม่ ักจะเปน็ ค่าใชจ้ า่ ยคงที่ ไมค่ อ่ ยข้นึ ลงตามการผลิตมากนัก เพือ่ การตง้ั ราคาที่ทาให้ไม่
ขาดทุน ผู้ประกอบการควรนามาคานวณเปน็ ต้นทนุ รวมสนิ ค้าภายหลังจากการคานวณต้นทุนการผลติ ตอ่ หน่วย
แลว้

สตู รการค้านวณทัง้ จา้ นวน

= (6,560+650) = 7,210 /จานวนหน่วยท่ีผลติ

ต้นทุนรวมของสินคา้ ต่อหนว่ ย = 7,210/600 = 12.02 บาท ต่อกลอ่ ง

จากการคานวณแบบง่ายๆนที้ าใหป้ า้ แจว๋ ทราบว่าหากขายไดเ้ ดือนละ 600 กลอ่ งจะมีต้นทนุ สนิ คา้ 12.02
บาทและมตี น้ ทุนลิต 10.93 บาท การทปี่ า้ แจ๋วตง้ั ราคาขายไว้ท่ี 20 บาทต่อกลอ่ งจึงทาให้ปา้ แจว๋ ไดก้ าไร
ประมาณกล่องละ 8 บาทจะมกี าไรตอ่ เดอื นประมาณ 4800 บาท ผปู้ ระกอบการทีย่ ังไมเ่ คยคานวณต้นทุนผลิต
และตน้ ทนุ รวมสินค้าไว้ ลองฝกึ จดบนั ทึกคา่ ใชจ้ ่ายท้ังหมด คา่ วัตถุดบิ คา่ แรงงาน ใหไ้ ดอ้ ยา่ งน้อย 1 เดอื นเพอ่ื
นาตวั เลขในเดอื นทจ่ี ดบันทกึ มาคานวณหาต้นทุนทีแ่ ทจ้ รงิ ของสินค้าตนเองเพอ่ื จะไดไ้ ม่ขาดทนุ เพราะการต้งั
ราคาขายที่ตา่ ไป

สูตร

จานวนท่ใี ช้ x ราคาทซ่ี อ้ื ÷ ปริมาณทีซ่ ้ือ = ราคาท่ีใชจ้ รงิ

เชน่ ในสตู รใช้น้าตาลทราย 90 กรัม 90 x 25 ÷ 1,000 = 2

1.ราคาวัตถุดบิ ท้ังหมด
2. 35 - 50 % ของราคาวตั ถุดบิ เปน็ ค่าแรงและเช้อื เพลงิ (แล้วแต่ความยากง่าย และขนั้ ตอนในการทา)
3. 10% ของราคาวตั ถดุ ิบรวมกับค่าแรงและเช้อื เพลิง เป็นค่าเสียหายอืน่ ๆ (ของเหลอื ของท้้งิ )
นา 1 + 2 + 3 ไดเ้ ทา่ ไหร่ คอื ต้นทนุ สุทธิ

สมมติ วนั น้ีเราทา ทองหยอด ซึ่งขัน้ ตอนไมย่ าก
สว่ นผสม เราใช้
1. แป้งทองหยอด 500 กรัม (ถุง 1 กโิ ลกรมั ราคา 120 บาท) = 60 บาท
2. กล่นิ มะลิ 1 ขวด = 45 บาท
3. ไข่แดง 8 ฟอง (ไข่ 10 ฟอง 32 บาท) = 26 บาท
4. น้าตาลทราย 90 กรมั (กโิ ลกรมั ละ 22 บาท) = 2 บาท
5. แบะแซ อกี 100 กรมั (กโิ ลกรมั ละ 40 บาท) = 4 บาท
รวมเป็นตน้ ทนุ วัตถดุ บิ ทง้ั ส้ิน 137 บาท
คา่ เชื้อเพลิงและแรงงาน คิด 35% ของตน้ ทนุ วัตถดุ ิบ เพราะขน้ั ตอนไมย่ าก = 48 บาท
ค่าเสยี หายอืน่ ๆ (ของเหลอื ของทงิ้ ) 10% ของราคาวัตถุดบิ รวมกบั คา่ แรงและเชือ้ เพลงิ = (10% ของ 137 +
48 บาท) = 19 บาท
รวมเป็นต้นทนุ สุทธิ = 137 + 48 + 19 = 204 บาท
อตั ราส่วนขา้ งบนทาขนมได้ 6 กลอ่ ง
ต้นทนุ ตอ่ 1 กลอ่ ง จงึ เท่ากับ 34 บาท


Click to View FlipBook Version