The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ประวัติศาสตร์-ชาติไทย

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by fonfon260537, 2021-12-20 21:24:31

ประวัติศาสตร์-ชาติไทย

ประวัติศาสตร์-ชาติไทย

วิชาประวัติศาสตรช์ าติไทย
ระดับมัธยมศกึ ษาตอนตน้

รหัสวิชาสค22020

โดย
อาจารย์ ฤทัยรตั น์ ใยอ่นุ ครกู ศน.ตาบลมะขามหย่ง
อาจารย์ นาฝน พรนิ รมั ย์ ครกู ศน.ตาบลหว้ ยกะปิ

กศน.อาเภอเมืองชลบุรี

หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ 3
บทเรยี นจากเหตกุ ารณท์ างประวตั ศิ าสตร์ ในสมยั กรุงศรอี ยธุ ยา และกรุงธนบรุ ี

เรอื่ งท่ี 1 สงครามช้างเผอื ก
ความเปน็ มา

สงครามช้างเผือก เป็นสงครามก่อนการเสียกรุงศรีอยุธยาคร้ังท่ีหน่ึง สงครามมีสาเหตุมา
จาก ในปีพ.ศ. 2106 พระเจ้าบุเรงนอง ทรงส่งเคร่ืองราชบรรณาการมาถวายสมเด็จพระมหาจักรพรรดิ
เพอื่ ทลู ขอชา้ งเผอื ก 2 เชอื ก เนือ่ งจากกรุงศรีอยุธยาในขณะน้ันมีช้างเผือกอยู่ท้ังหมด 7 เชือก ฝ่ายขุนนาง
จึงมีความเห็นเป็นสองฝ่ายฝ่ายหน่ึงต้องการให้ส่งช้างเผือกไปถวายแก่พระเจ้าบุเรงนองเพ่ือหลีกเล่ียง
สงคราม ส่วนอีกฝ่ายอันได้แก่ พระราเมศวร พระยาจักรี พระสุนทรสงคราม ไม่เห็นด้วยกับการส่ง
ช้างเผอื กไป เน่ืองจากจะเป็นการอ่อนข้อให้หงสาวดี ในท่ีสุดสมเด็จพระมหาจักรพรรดิก็ทรงมีพระบรม
ราชโองการไมป่ ระทานช้างเผอื ก แล้วมี พระราชสาสนต์ อบกลับไปดงั นี้

“ช้างเผือกย่อมเกดิ สาหรับบญุ บารมขี องพระเจา้ แผน่ ดนิ ผเู้ ปน็ เจ้าของ เมื่อพระเจา้ หงสาวดี
ไดบ้ าพญ็ ธรรมใหไ้ พบรู ณ์คงจะไดช้ ้างเผือกมาสบู่ ารมีเปน็ มนั่ คงอย่าได้ทรงวิตกเลย”

พร้อมรับสั่งใหเ้ ตรยี มไพร่พลพรอ้ มรับศึกอย่างเขม้ แขง็ ทางฝา่ ยพระเจา้ บเุ รงนองได้ยกทพั
รวมพลทีเ่ มอื งเมาะตะมะ จดั ทัพใหญ่ออกเปน็ 5 ทพั มีเจ้าเมืองเชยี งใหม่ควบคมุ กองเรือ-เสบียง ล่องลงมาถึงเมือง
ตาก รวมไพล่พลเป็นจานวนประมาณ 500,000 คน ส่วนทางอยุธยาได้เตรียมพลพร้อมรบและเรือรบจานวนมาก
เพื่อป้องกันการโจมตีจากทัพหลวงของหงสาวดีทางด่านเจดีย์สามองค์แต่เหตุการณ์ไม่เป็นดังที่คาดไว้ กองทัพ
พมา่ กลบั ยกทัพมาทางดา่ นแม่ละเมา และเข้าตกี าแพงเพชรจนชนะ แล้วแยกทัพไปตีสุโขทัย เน่ืองด้วยทางสุโขทัย
มีกาลังน้อยกว่ามาก แต่ก็สู้รบอย่างเต็มความสามารถ แต่ท้ายที่สุดก็ถูกพม่ายึดเมืองได้สาเร็จ จากน้ันพม่าจึงล้อม
เมืองพิษณุโลกพระมหาธรรมราชาก็ต่อสู้เต็มความสามารถเช่นกัน แต่เกิดไข้ทรพิษข้ึนในเมือง และเสบียงอาหาร
ก็หมดจึงยอมจานน หลังจากที่พม่าได้หัวเมืองฝ่ายเหนือแล้วจึงบังคับให้พระมหาธรรมราชา และเจ้าเมืองถือน้า
กระทาสัตยใ์ ห้อยู่ใต้บังคับของพม่า พร้อมทั้งส่ังให้ยกทพั ตามลงมาเพือ่ ตกี รงุ ศรีอยธุ ยาดว้ ย

ในเวลาต่อมากองทัพพม่าก็ยกมาประชิดเขตเมืองใกล้ทุ่งลุมพลีพระมหาจักรพรรดิทรงให้กองทัพบก
กองทัพเรือ ระดมยิงใส่พม่าเป็นสามารถ แต่สู้ไม่ได้จึงถอย ทางพม่ายึดได้ป้อมพระยาจักรี (ทุ่งลุมพลี) ป้อมจาปา
ปอ้ มพระยามหาเสนา (ทุ่งหันตรา) แล้วล้อมกรุงศรีอยุธยาอยู่นาน พระมหาจักรพรรดิทรงเห็นว่าพม่ามีกาลังมาก
การทจ่ี ะออกไปรบเพื่อเอาชัยคงจะยากนัก จึงทรงส่ังให้เรือรบนาปืนใหญ่ล่องไปยิงทหารพม่าเป็นการถ่วงเวลาให้
เสบียงอาหารหมด หรอื เขา้ ฤดนู า้ หลากพม่าคงจะถอยไปเอง แตพ่ ม่าไดเ้ ตรียมเรอื รบและปนื ใหญม่ าจานวนมาก ยิง
ใสเ่ รือรบไทยพังเสยี หายหมด แลว้ ต้ังปนื ใหญย่ งิ เขา้ มาในพระนครทุกวนั ถูกชาวบ้านลม้ ตาย บา้ นเรอื น วดั เสียหาย
มาก ทางพระเจ้าบเุ รงนอง จงึ มีพระราชสาสน์ ามาวา่ จะรบต่อไปหรือยอม เป็นไมตรี เน่ืองด้วยทางไทยเสียเปรียบ
มาก พระมหาจักรพรรดิจึงทรงยอมเป็นไมตรี ทาให้ฝ่ายไทยต้องเสียช้างเผือกจาก 2 เชือกเป็น 4 เชือกและทุกปี
ต้องส่งช้างให้ 30 เชือก พร้อมเงิน 300 ชั่ง รับตัวพระยาจักรี ไปเป็นตัวประกัน นอกจากนี้ยังจะขอเก็บภาษีอากร
จากเมืองมะริดท่ีขึ้นกับไทยอีกด้วย ขณะน้ันสมเด็จพระนเรศวรทรงพระชมมายุได้ 9 พรรษาถูกนาเสด็จไป
ประทบั ท่ีกรงุ หงสาวดเี พือ่ เป็นองค์ประกันด้วย

เรื่องที่ 2 การเสียกรุงศรอี ยุธยา คร้งั ท่ี1

ความเปน็ มา

สงครามเสียกรุงคร้ังที่ 1 พ.ศ. 2112

การเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งท่ีหน่ึง เป็นส่วนหน่ึงของความขัดแย้งระหว่าง
อาณาจักรพม่า และอาณาจักรกรุงศรีอยุธยา อันเป็นผลมาจากพระเจ้าบุเรงนอง
ต้องการได้กรุงศรีอยุธยาเป็นประเทศราช และอาจถือได้ว่าเป็นผลสืบเน่ืองมาจาก
สงครามชา้ งเผือก ในปี พ.ศ. 2106 ท่ที รงตีกรุงศรีอยุธยาไม่สาเร็จ ความขัดแย้งภายใน
กรุงศรีอยุธยาระหว่างสมเด็จพระมหาจักรพรรดิกับเจ้าเมืองพิษณุโลก พระมหาธรรม
ราชา ซ่ึงมีพระทัยฝักใฝ่พม่าได้ นาไปสู่ความพินาศของกรุงศรีอยุธยาในท่ีสุด
จนกระทงั่ สมเดจ็ พระนเรศวรมหาราชทรงประกาศอิสรภาพให้กับอาณาจักรอยุธยาใน
อีก 15 ปตี อ่ มา

หลังจากเสร็จส้ินสงครามช้างเผือก สมเด็จพระมหาจักรพรรดิได้ปรับปรุงบ้านเมือง
เพ่ือเตรียมรับศึก รวมท้ังสร้างสัมพันธไมตรีกับพระเจ้าไชยเชษฐาธิราชแห่งอาณาจักรล้านช้าง ซ่ึงเป็นเหตุ
ให้สมเด็จพระมหินทราธิราช พระราชโอรสของสมเด็จพระมหาจักรพรรดิเกิดความขัดแย้ง กับพระมหา
ธรรมราชา เจ้าผู้ครองเมืองพิษณุโลก สมเด็จพระมหินทราธิราช จึงได้ให้พระเจ้าไชยเชษฐาธิราช ส่ง
กองทัพมาช่วยตีเมืองพิษณุโลก แต่พระมหาธรรมราชาสามารถป้องกันเมืองไว้ได้ พระเจ้าบุเรงนองทรง
ทราบเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทรงสถาปนาพระมหาธรรมราชา เป็นเจ้าประเทศราชของกรุงหงสาวดี ปกครอง
เมืองพิษณุโลกและหัวเมืองฝ่ายเหนือ โดยไม่ข้ึนต่อ กรุงศรีอยุธยา จากการขัดแย้งระหว่างพระมหาธรรม
ราชากบั สมเดจ็ พระมหินทราธิราช ทาใหท้ างกรุงศรีอยุธยาอ่อนแอลง 68 ในปี พ.ศ. 2111 พระเจ้าบเุ รงนอง

ยกทัพใหญ่มาหมายตกี รงุ ศรอี ยธุ ยาให้แตกพา่ ย

กองทพั พมา่ ลอ้ มกรุงศรอี ยธุ ยาอยูห่ ลายเดอื น แตก่ ย็ ังไม่สามารถเข้ายึดไดเ้ พราะ
ทหารกรุงศรี อยุธยาได้ต่อสู้อย่างเข้มแข็ง เพื่อรอให้ถึงฤดูน้าหลาก ซ่ึงจะท าให้กองทัพพม่าตั้งค่ายอยู่
ไม่ได้ ระหว่างท่ีศึกมาประชิดกรุงน้ัน สมเด็จพระมหาจักรพรรดิประชวรและเสด็จสวรรคตใน เดือน
พ ฤ ษ ภ า ค ม พ . ศ . 2 1 1 1 พ ร ะ ม หิ น ท ร์ เ ส ด็ จ ขึ้ น ค ร อ ง ร า ช ย์ เ ป็ น ก ษั ต ริ ย์ พ ร ะ น า ม ว่ า
สมเดจ็ พระมหินทราธริ าช และทรงต่อสปู้ อ้ งกนั กรุงศรอี ยุธยาตอ่ ไป หลังจากนั้นทางพม่าได้ใช้กลอุบาย
ให้พระยาจกั รมี าเปน็ ไส้ศึก กรงุ ศรอี ยุธยาจงึ เสยี แกพ่ ม่าในปี พ.ศ. 2112

จากเหตุการณ์ในครั้งนี้ท าให้สมเด็จพระมหินทราธิราชถูกจับไปเป็นเชลย ท่ีหงสาวดี
รวมทั้งขา้ ราชบริพารอกี จานวนหน่งึ และทาให้กรุงศรีอยุธยาได้กลายเป็นประเทศราช ของกรุงหงสาวดี
นบั แต่นั้นมา ซง่ึ นบั เปน็ การสญู เสยี อิสรภาพของคนไทยเป็นครง้ั แรก

เรอื่ งท่ี 3 สงครามยุทธหัตถขี องสมเด็จพระเนรศวรมหาราช

ประวัตสิ งคราม
ในปีพ.ศ. 2135 พระเจ้านันทบเุ รง โปรดใหพ้ ระมหาอุปราชา นากองทัพทหาร 240,000 คน

มาตีกรุงศรีอยุธยาหมายจะชนะศึกในครั้งน้ี สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ทรงทราบว่า พม่าจะยกทัพ
ใหญ่มาตี จึงทรงเตรียมไพร่พล มีก าลัง 100,000 คน เดินทางออกจากบ้านป่าโมก ไปสุพรรณบุรีข้าม
น้าตรงท่าท้าวอู่ทอง และต้ังค่ายหลวงบริเวณหนองสาหร่าย เช้าวันจันทร์ แรม 2ค่า เดือนยี่ ปีมะโรง
พ.ศ. 2135 สมเด็จพระนเรศวรมหาราช และสมเด็จพระเอกาทศรถทรงเครื่องพิชัยยุทธ
สมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงช้าง นามว่า เจ้าพระยาไชยานุภาพ ส่วนสมเด็จพระเอกาทศรถ
ทรงช้างนามว่า เจ้าพระยาปราบไตรจักร ช้างทรงของท้ังสองพระองค์นั้นเป็นช้างชนะงา คือชา้ งมีงา
ที่ไดร้ บั การฝกึ ใหร้ จู้ กั การต่อสูม้ าแล้ว หรือเคยผ่านสงครามชนช้างชนะช้างตัวอื่นมาแล้ว ซ่ึงเป็นช้างที่
กาลังตกมัน ในระหว่างการรบจึงวิ่ง ไล่ตามพม่าหลงเข้าไปในแดนพม่า มีเพียงทหารรักษาพระองค์
และจาตรุ งคบาทเท่าน้นั ทีต่ ดิ ตามไปทนั

สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ทอดพระเนตรเห็นพระมหาอุปราชาทรงพระคชสารอยู่ในร่ม
ไมก้ บั เหลา่ ท้าวพระยา จงึ ทราบไดว้ ่าช้างทรงของสองพระองค์หลงถลาเข้ามาถึงกลางกองทัพและตกอยู่
ในวงล้อมข้าศึกแล้ว แต่ด้วยพระปฏิภาณไหวพริบของสมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงเห็นว่าเป็นการ
เสียเปรียบข้าศึกจึงไสช้างเข้าไปใกล้แล้วตรัสถามด้วยคุ้นเคยมาก่อนแต่วัยเยาว์ว่า “พระเจ้าพ่ีเราจะยืน
อยู่ใยในร่มไม้เล่า เชิญออกมาทายุทธหัตถีด้วยกันให้เป็นเกียรติยศไว้ใน แผ่นดินเถิด ภายหน้าไปไม่มี

พระเจา้ แผน่ ดนิ ท่ีจะไดย้ ุทธหัตถแี ล้ว”

พระมหาอุปราชาได้ยินดังน้ัน จึงไสช้างนามว่า พลายพัทธกอ เข้าชนเจ้าพระยาไช
ยานุภาพเสียหลัก พระมหาอุปราชาทรงฟัน สมเด็จพระนเรศวรมหาราชด้วยพระแสงของ้าว
แต่สมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงเบ่ียงหลบทัน จึงฟันถูกพระมาลาหนังขาด จากนั้น
เจ้าพระยาไชยานภุ าพชนพลายพัทธกอเสียหลัก สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ทรงฟันด้วยพระ
แสงของ้าวถูกพระมหาอุปราชาเข้าที่อังสะขวา ส้ินพระชนม์อยู่ บนคอช้าง ส่วนสมเด็จพระ
เอกาทศรถ ทรงฟันเจ้าเมืองจาปะโรเสียชีวิตเช่นกัน ทหารพม่าเห็นว่า แพ้แน่แล้ว จึงใช้ปืน
ระดมยิงใส่สมเด็จพระนเรศวรมหาราชได้รับบาดเจ็บ ทันใดนั้น ทัพหลวงไทย ตามมาช่วยทัน
จึงรับทั้งสองพระองค์กลับพระนคร พม่าจึงยกทัพกลับกรุงหงสาวดีไป นับแต่น้ันมา ก็ไม่มี

กองทพั ใดกล้ายกทพั มากลา้ กรายกรุงศรีอยธุ ยาเป็นระยะเวลาอกี ยาวนาน

เรือ่ งท่ี 4 การเสยี กรงุ ศรีอยุธยา คร้งั ที่ 2

ความเป็นมา ในสมัยท่ีพระเจ้าเอกทัศน์ปกครองเมืองน้ัน บ้านเมืองมีความอยู่เย็นเป็นสุข
การคา้ ขายเจรญิ ก้าวหน้า แต่บ้างกบ็ นั ทกึ ไว้วา่ ในสมยั พระเจา้ เอกทศั น์ ทรงทาให้เมืองถดถอย พระชายา
มีอานาจเท่ากับพระเจ้าแผ่นดิน จากเดิมผู้ท่ีกระทาความผิดร้ายแรงจะถูกประหารชีวิต แต่กลับเปล่ียน
มาเปน็ การริบทรพั ยก์ ลายเปน็ ของพระชายา จนทาใหเ้ ชื้อพระวงศ์หลายคน ไม่พอใจแล้วเร่ิมตั้งตนเป็น
กบฏ โดยมีความหวังว่าตนจะได้เป็นใหญ่ซ่ึงก็ได้รับการสนับสนุนจาก ขุนนางและชาวบ้าน ทาให้
บ้านเมืองเร่ิมมีการแบ่งเป็นฝักเป็นฝ่าย เพราะเหตุน้ีเองท่ีทาให้กรุงศรี อยุธยาเริ่มมีความตกต่างเส่ือม
ถอยลงไปทกุ วัน

เ ม่ื อ พ ร ะ เ จ้ า อ ล อ ง พ ญ า แ ห่ ง เ มื อ ง พ ม่ า ไ ด้ ท ร า บ ถึ ง ปั ญ ห า ใ น ก รุ ง ศ รี อ ยุ ธ ย า
พระเจ้าอลองพญาจึงได้ประกาศสงครามกับเมืองอยุธยา เพ่ือทีจ่ ะได้เมืองอยุธยาเป็นเมืองข้ึน แต่
ในระหว่างการทาศึกพระเจ้าอลองพญาก็ได้ส้ินพระชนม์ลงและพ่ายแพ้กลับไป หลังจากนั้น ฝั่ง
อยุธยาคิดว่าไดโ้ อกาส เจา้ เมอื งจึงตอบโต้โดยการส่งทูตไปย่ัวยุให้ประเทศราชต่าง ๆ ของพม่า เกิด
การแขง็ ขอ้ เม่อื พระเจ้ามังระกษัตริย์องค์ใหม่ของพม่าได้ทราบถึงเหตุการณ์ทเี่ กิดขึ้น จึงตัดสินใจ
สง่ เนเมียวสีหบดแี ละมงั มหานรธาไปปราบเมอื งข้นึ ทีแ่ ขง็ ข้อใหห้ มด

ทัพของเนเมียวสีหบดีก็ได้เข้าตีในแคว้นล้านช้าง เชียงตุงและเชียงใหม่ จึงได้รับชัยชนะ
ด้วยจานวนคน 20,000 คน ส่วนทัพของมังมหานรธาก็ได้เข้าตีเมืองทวาย และ ทัพของ
พระเจ้ามังระก็เข้าตีที่เมืองมณีปุระ หลังจากท่ีได้ชัยชนะแล้วทัพของพระเจ้ามังระ ก็ไปรวมตัวกับ
ทัพของมังมหานรธารวมเป็นกาลังผลกว่า 30,000 คน หลังจากน้ันพระเจ้ามังระ จึงได้ทาการ
ประกาศศกึ กบั เมอื งอยุธยา เพราะเพียงแคต่ อ้ งการท าลายอทิ ธิพลของเมืองอยุธยา ให้สิ้น เพื่อจะได้
ไมม่ ใี ครมายยุ งการก่อกบฏอีก โดยพระเจ้ามังระได้ประกาศออกไปว่าหากเมือง ใดทย่ี อมเข้าร่วมแต่
โดยดี โดยส่งกาลังพลส่งเสบียงมาเข้าร่วมด้วยจะเว้นไว้ แต่หากหัวเมืองใด ขัดขืนก็จะถูกเผาใหส้ ิ้น
ในไม่ช้า

พระเจ้าเอกทัศน์ก็ทราบถึงข่าวแล้วได้รวมก าลังพลกว่า 60,000 คน และวาง กาลังพลไว้ที่
เมืองกาญจนบุรี เมอื งสุโขทัย เมืองพิษณุโลก และได้เตรียมกองทพั ไว้ตั้งรับที่ กรุงศรีอยุธยา ส่วนในฝั่ง
ของพม่าก็ได้เร่ิมการโจมตีโดยแบง่ การโจมตีของทัพของเนเมียวสีหบดี โดยเร่ิมตีเมืองจากเมืองลาปาง
กาแพงเพชร สุโขทัย พิษณุโลก จนไปถึงเมืองอยุธยา ส่วนทาง ฝ่ายทัพของมังมหานรธาก็ได้แบ่งการ
โจมตีเปน็ 3 ทาง ในทางแรกเป็นการโจมตจี ากเมืองเมาะตามะ แล้วตามด้วยเมืองสุพรรณบรุ ี ทางท่สี อง
โจมตโี ดยเรมิ่ จากเมอื งมะรดิ เมอื งเพชรบุรี เมอื งชุมพร นนทบรุ ี ในทางท่ีเปน็ การโจมตีเร่ิมจากทวายไป
ยังเมืองกาญจนบุรีและทั้ง 3 ทัพก็ไปรวมตัวกัน ที่กรุงศรีอยุธยา และสาเหตุท่ีทัพของเนเมียวสีหบดี
และทัพของมังมหานรธาสามารถเข้าไปถึง กรุงศรีอยุธยาได้ง่ายก็เพราะว่าการต้านทานของแต่ละเมือง
น้ันมีการต้านทานเพียงเล็กน้อย ท่ีเป็นเช่นน้ี ก็เน่ืองมาจากความกลัวของหัวเมืองจากการโจมตีของ
พมา่

พระเจ้าเอกทัศน์จึงได้ตัดสินใจให้สร้างค่ายล้อม
เมืองเอาไว้ท้ัง 8 แห่ง ซึ่งใน วันที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2309 พม่า
ได้รุกคืบไปอยู่ใกล้กับกาแพงเมืองและได้สร้างค่ายกว่า 27 ค่าย
ล้อมรอบกรุงศรีอยุธยาเอาไว้ เมื่อพวกขุนนางรู้ก็พากันกันหนี
เอาตัวรอด เพราะคิดว่าอย่างไร กรุงศรีอยุธยาก็ต้องผ่ายแพ้
ให้กับพม่าแน่นอน ระหว่างท่ีกองทัพพม่าล้อมกรุงศรีอยุธยาอยู่
นัน้ พระยาตาก (สิน) เห็นว่า ไม่อาจจะต่อสู้พม่าได้ จึงรวบรวม
สมคั รพรรคพวกประมาณ 500 คน ตีฝา่ วงล้อมของกองทัพพม่า
ออกไปทางทิศตะวันออก และไปต้ังอยู่ท่ีเมืองจันทบุรี เพื่อหา
ฐานที่มั่นวางแผนกลับมาตีกองทัพ พม่าต่อไป ในท่ีสุดฝ่ายพม่า
ที่ต้ังทัพล้อมกรุงศรีอยุธยาอยู่น้ันก็สามารถตีกรุงศรีอยุธยาได้
สาเร็จ เป็นครั้งที่ 2 ในปี พ.ศ. 2310 จากเหตุการณ์ในคร้ังน้ี ทา
ให้บ้านเมืองสูญเสียคร้ังยิ่งใหญ่ เพราะพม่าได้ ทาลายบ้านเรือน
และวัดต่าง ๆ ด้วยการจุดไฟเผา รวมท้ังกวาดต้อนผู้คนไปเป็น

เชลย และ นาทรัพยส์ มบัตติ ่าง ๆ กลับไปเปน็ จานวนมาก

สาเหตขุ องสงคราม

พระเจา้ มงั ระสบื ราชย์ตอ่ จากพระเจ้ามงั ลอก พระเชษฐา ใน พ.ศ. 2306 และ อาจนบั ได้วา่
พระเจา้ มงั ระมพี ระราชดาริพชิ ติ ดินแดนอยุธยานับแต่นนั้ ในคราวท่พี ระเจ้าอลองพญา 73 เสดจ็ มาบุก
ครองอาณาจักรอยุธยาน้ัน พระเจา้ มงั ระก็ทรงรว่ มทพั มาดว้ ย หลังเสวยราชย์แลว้ ดว้ ยความที่ทรงมี
ประสบการณ์ในการสรู้ บคร้ังก่อน พระเจ้ามังระจึงทรงทราบจุดออ่ นของอาณาจักร อยุธยาพอสมควร
และตระเตรียมงานสงครามไวเ้ ปน็ อันดี

ในรัชกาลพระเจ้ามังระ มีการปราบกบฏในแว่นแคว้นต่าง ๆ และพระองค์ ก็ทรงเห็น
ความจาเป็นต้องลดอานาจของกรุงศรีอยุธยาลง ถึงขนาดต้องใหแ้ ตกสลายหรือ อ่อนแอไป เพื่อ
มิให้เป็นที่พ่ึงของเหล่าหัวเมืองที่คิดตีตัวออกห่างได้อีก พระองค์ไม่มีพระราชประสงค์ในอันท่ี
จะขยายอาณาเขตอย่างเคย ในเวลาไล่เล่ียกัน หัวเมืองล้านนาและหัวเมืองทวาย ก็กระด้าง
กระเดื่องต่ออาณาจักรพม่า พระเจ้ามังระจึงต้องทรงส่งร้ีพลไปปราบกบฏเด๋ียวนั้น ฝ่ายพม่า
บนั ทึกว่าอยุธยาได้ส่งก าลังมาหนุนกบฏล้านนาน้ีด้วย แต่พงศาวดารไทยระบุว่า ทหาร อยุธยา
ไมไ่ ด้รว่ มรบ เพราะพมา่ ปราบปรามกบฏเสรจ็ กอ่ นกองทพั อยุธยาจะไปถึง

นอกจากนี้ คาดว่ามสี าเหตอุ ืน่ ๆ อันนาไปสู่การสงครามกบั อยธุ ยาด้วยเป็นต้นว่า

อยธุ ยาไมส่ ง่ หยุ ตองจา ท่ีเป็นผู้นากบฏมอญ คืนพม่าตามท่ีพม่าร้องขอ (ตามความเข้าใจของ ชาวกรุง
เก่าพระเจ้ามังระ หมายพระทัยจะเป็นใหญ่เสมอพระเจ้าบุเรงนอง หลังพระเจ้าอลองพญา รุกรานใน

ค ร้ั ง ก่ อ น มี ก า ร ต ก ล ง ว่ า ฝ่ า ย อ ยุ ธ ย า จ ะ ถ ว า ย ร า ช บ ร ร ณ า ก า ร แ ต่ ก ลั บ บิ ด พ ลิ้ ว
(ปรากฏใน The Description of theBurmese Empire) หรือไม่ก็พระเจ้ามังระ มี
พระดาริว่า อาณาจักร อยุธยาอ่อนแอ จึงสบโอกาสที่จะเข้าช่วงชิงเอาทรัพย์ศฤงคาร และจะได้นาปใช้

เตรียมตวั รับศกึ กบั จนี ด้วย

เรอื่ งท่ี 5 การกอบกู้เอกราชของสมเดจ็ พระเจ้าตากสนิ มหาราช

เหตุการณน์ ี้เกดิ ขึน้ ในช่วงกอ่ นทก่ี รงุ ศรอี ยธุ ยาจะถกู ตแี ตกในครงั้ ท่ี 2 ขณะท่ีพม่า ล้อมกรุงศรี
อยธุ ยา พระยาวชิรปราการ (ตาแหน่งสดุ ทา้ ยของพระเจ้าตากสิน) เจา้ เมืองกาแพงเพชร ซึง่ ถูกเรยี กตัวมา
ชว่ ยรักษากรุง เห็นวา่ จะรกั ษากรงุ ไว้ไม่ได้ จึงรวบรวมผคู้ นได้ประมาณ 500 คน ตีฝ่าแนวรบของทหาร
พม่าออกไปทางหัวเมืองชายทะเลตะวันออก เมอื่ ผา่ นเมืองใดก็จะสง่ ทหาร เข้าไปชักชวนใหเ้ จา้ เมอื งมา
ร่วมมือกัน ถ้าเมืองใดไม่ยอมก็จะใชก้ าลงั เข้าโจมตี ทาให้พระเจ้าตากสนิ มกี าลังมากขน้ึ พระเจา้ ตากสิน
เหน็ ว่าการจะกู้ชาตบิ า้ นเมืองให้สาเร็จนนั้ จะต้องมบี ารมีเป็นทน่ี บั ถอื ยาเกรงของคนท้งั หลาย จึงประกาศ
ต้ังตนเปน็ เจา้ ท่ีเมืองระยอง ด้วยความเหน็ ชอบของ บรรดาทหารและประชาชน หลังจากนนั้ จึงเดินทางไป
ยังจันทบรุ ี แต่ไดร้ ับการต่อต้าน พระเจ้าตากสิน

จึงทรงแสดงความสามารถใช้กลวิธีปลุกใจทหารและสร้างแรงบันดาลใจ โดยให้
ทหาร ทุบหม้อข้าวหม้อแกงก่อนเข้าตี หวังจะไปกินอาหารมื้อต่อไปในเมือง ซ่ึงได้ผล
เพราะทหารเกิด ก าลังใจทีจ่ ะต้องตีเมืองจันทบุรีให้ได้ ไม่เช่นนั้นจะไม่มีอาหารกิน การตี
จันทบุรีจึงสาเร็จ และ พระเจ้าตากสินจึงใช้เมืองจันทบุรีเป็นศูนย์กลางในการกู้เอกราช
การยกทัพของพระเจา้ ตากสิน ท่ตี ีฝ่าพม่าออกไปมีเส้นทางเดินทพั ผ่านไปตามเมืองต่าง ๆ
ถ้าพิจารณาตามสถานที่ของจังหวัด ในปัจจุบันก็จะผ่านจังหวัดพระนครศรีอยุธยา –
นครนายก – ปราจนี บรุ ฉี ะเชิงเทรา – ชลบรุ ี– ระยอง – จนั ทบุรี

เม่ือพระเจ้าตากสินมีกาลังไพร่พลมากขึ้น จึงได้ยกทัพมาตีธนบุรีเป็นด่านแรก ได้ปะทะกับ
กาลังของนายทองอิน คนไทยท่ีพม่าแต่งตั้งให้เป็นผู้รักษากรุง พระเจ้าตากสินชนะ จับนาย
ทองอินประหารชีวิต จากน้ันจึงเดินทัพต่อไปท่ีกรุงศรีอยุธยาในค่ าวันเดียวกันนั่นเอง ศึกกู้
ชาติอย่างแท้จริงได้เริ่มขึ้นในเช้าวันเพ็ญ เดือน 12 ตรงกับวันศกุ ร์ที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2310
ณ ค่ายโพธ์ิสามต้น ซึ่งอยู่เหนือกรุงศรีอยุธยาขึ้นไปเล็กน้อย มีกองก าลังของพม่าคุมเชิงอยู่ มี
สุกี้พระนายกองเป็นผู้บังคับบัญชา พระเจ้าตากสินรบชนะพม่าที่ค่ายโพธ์ิสามต้น ซ่ึงถือเป็น
การกู้ เอกราชคืนจากพม่าได้สาเร็จ โดยใช้เวลาเพียง 7 เดือนเศษเท่านั้นนับจากเสียกรุงศรี
อยุธยาในปี พ.ศ. 2310 ปีต่อมาพระเจ้าตากสินได้ย้ายราชธานีจากกรุงศรีอยุธยาไปอยู่ที่กรุง
ธนบุรซี งึ่ มีชื่อ เต็มวา่ “กรุงธนบรุ ีศรีมหาสมทุ ร” และไดป้ ราบดาภิเษกข้นึ เปน็ กษัตริย์ทรงพระ

นามวา่ สมเด็จ พระบรมราชาธริ าชที่ 4

เม่อื ขึ้นครองราชย์เปน็ กษัตรยิ ์แลว้ พระองค์ยังมไิ ดม้ ีอานาจเบด็ เสรจ็ ครอบคลมุ อาณาจกั รไทย
ท้ังหมด เพราะว่าหลังจากกรุงศรีอยุธยาแตกแล้วแผ่นดินว่างกษัตริย์ บ้านเมือง ระส่าระสาย คนไทย
แตกแยกออกเป็นชุมนุมใหญ่น้อยมากมาย แต่ละชุมนุมต่างรบราฆ่าฟัน กันเองเพ่ือแย่งชิงเสบียงอาหาร
และปล้นสะดมทรัพย์สินหรือเสริมสร้างอานาจ ซึ่งพระเจ้าตากสิน ได้ทรงวางแผนการที่จะรวบรวม
ชุมนุมต่าง ๆ การปราบปรามชุมนุมต่าง ๆ เป็นความจาเป็นทาง การเมือง เพราะชุมนุมเหล่านี้ส่วนใหญ่มี

ความไดเ้ ปรยี บพระเจา้ ตากสินทงั้ สน้ิ

ขอบคุณคะ่


Click to View FlipBook Version