The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

โรคมะนาวและการกำจัด

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by mthavatchai, 2021-01-21 23:28:26

โรคมะนาวและการกำจัด

โรคมะนาวและการกำจัด

โรคและแมลงศัตรูท่ีสำคญั ของมะนำว

โรคแคงเกอร์

โรคน้ีสาเหตุมาจากเช้ือแบคทีเรีย เขา้ ทาลายไดท้ ้งั ใบอ่อน ก่ิง และ
ผลมะนาว ทาใหเ้ กิดเป็นแผลตกสะเก็ดนูนสีน้าตาลออ่ นถึงแก่ ท้งั ใบ
ก่ิงและผล แผลจะขยายใหญ่ข้นึ เรื่อยๆเห็นเป็นวงซอ้ นๆกนั ตอ่ มาจะ
เหลือง
กำรป้องกันและวธิ ีกำจดั
1. ไม่ขยายพนั ธุท์ ่ีเป็นโรคแคงเกอร์จากตน้ อม่ทเี่ ป็ นโรคอยแู่ ลว้
เพราะจะทาใหต้ น้ ลูกอาจตดิ โรคข้นึ ได้
2. ตดั ส่วนทเี่ ป็ นโรคออก โดยการเผาทาลายทง้ิ

3. ทุกคร้ังท่แี ตกใบอ่อน ใหฉ้ ีดพ่นน้ำส้มควนั ไม้ท่ีตกตะกอนแลว้
อตั รา1200 ซีซีตอ่ น้า 20 ลิตร หรือฉีดพน่ อะบาเม็กตนิ
พน่ ตดิ ต่อกนั ท 5-7 วนั
4. ป้องกนั แมลงทเ่ี ป็นพาหะนาโรค เช่น หนอนชอนใบ

วธิ ีควบคู่ จำกภูมปิ ัญญำชำวบ้ำน : ท่ใี ชไ้ ดผ้ ลในการกาจดั โรค

แครงเกอร์มะนาว (เหมาะสาหรบั โรคแครงเกอร์ทร่ี ะบาดใน
ช่วงแรกๆ)
วธิ ีที่ 1 วตั ถดุ บิ ทีต่ ้องเตรียมดงั นี้ :
1. ปูนกินหมำก 2 ขดี
2. น้ำเปล่ำ 20 ลิตร
วิธีกำรทำ/นำไปใช้ :
- นาปนู กินหมากท่ีไดม้ าผสมกบั น้า ท้งิ ไวป้ ระมาณ 5-10 นาที
จากน้นั กรองเอาแตน่ ้าปนู แลว้ ใชเ้ ศษผา้ จุ่มน้าปนู ท่ีไดท้ าบางๆ
บริเวณลาตน้ ของมะนาวที่เกิดโรคแครงเกอร์ ซ่ึงคร้ังแรกจะทำ 3 วนั
ต่อ 1 คร้ัง ติดต่อกนั 3 คร้งั หลงั จำกน้ัน ให้ทำสัปดำห์ละคร้ัง และ

1

สงั เกตวา่ ถา้ อาการของโรคแคงเกอร์ลดลง ใหล้ ดการทาลงเหลือ
เพยี งเดือนละ 1 คร้งั ใชป้ ระจาเพอื่ ควบคุมไม่ใหโ้ รคแครงเกอร์
แพร่กระจาย

2

วธิ ีที่ 2 วัตถุดบิ ทต่ี ้องเตรียมดังนี้ :
1. ปูนขาวก่อสรา้ ง 1 ถุง ขนาด 5 กก.
2. น้าเปล่า 100 ลิตร

วิธีกำรทำ/นำไปใช้ :
- นำปูนขำวก่อสร้ำงมาละลายน้า ทงิ้ ไวป้ ระมาณ 15-20 นาที ให้
นอนกน้ จากน้นั กรองเอาเฉพาะน้าปนู ใสประมาณ 2 ลิตร ผสมกบั
น้าเปล่า 100 ลิตร ฉีดพน่ ตน้ มะนาวใหท้ วั่ 7 วนั คร้ังเพอ่ื ป้องกนั กาจดั
โรคแครงเกอร์ที่กาลงั ระบาด
หมำยเหตุ : เนื่องจากน้าปนู พวกน้ีเป็นด่าง จึงไม่ควรผสมรวมกับป๋ ยุ
,ฮอร์โมนทางใบ,สมุนไพรตา่ งๆและสารเคมีใดๆ ทางใบท่เี ป็ นกรด
เพราะจะทาใหน้ ้าปูนใสเส่ีอมสภาพ จงึ เหมาะกบั ใชเ้ ด่ียวๆเทา่ น้นั

3

โรคยำงไหล
มีอาการเหมือนยางไหลบริเวญลาตน้ และก่ิงกา้ น เปลือกจะเน่าและ
แผลจะลุกลามไปถึงเน้ือไม้

กำรป้องกนั และวธิ ีกำจดั
1. ตดั แตง่ ก่ิงและกาจดั วชั พชื ใหแ้ สงแดงไดส้ ่องถึง

2. เม่ือเกิดแผลควรทาบาดแผลดว้ ยสารทองแดงหรือกามะถนั
ผสมปูนขาว
3. กาจดั ก่ิงทีม่ ีบาดแผลมากโดยการตดั และเผาทงิ้ เพอื่ ให้เป็นท่ี
ระบาดไปยงั ตน้ อื่น
2. กำมะถนั กบั ปูนขำว ทาทยี างไหล สำรป้องกันเชื้อรำ

4

โรครำกเน่ำ
โรครากเน่าหรือโคนเน่าเกิดจากเช้ือราโฟทอ็ ฟโธในช่วงฤดูฝนและ
ฤดูหนาว มีอาการรากฝอยและรากแขนง จะเน่ามสี ีน้าตาลหรือดา
ลกั ษณะเหนียว ไม่ยยุ่ เปลือกของลาตน้ จะปริแตกออก เม่ือรากและ
ตน้ ถูกทาลายมากๆ จะทาใหใ้ บเหลืองและร่วงหล่น
กำรป้องกนั และวธิ ีกำจดั
1.อยา่ ใหม้ ีน้าขงั บริเวณโคนตน้
2.ไม่ควรใส่ป๋ ุยหมกั หรือป๋ ุยคอกมากเกินไปในฤดูฝน
3.ใช้ เมทำแลคซิลป้องกันรำ ทาแผลท่ีเน่าบริเวณโคนตน้ และใชร้ ด
น้าบนดินในรากเน่า ใชไ้ ตรโครเดอร์ม่ำฉีดพ่น โรคเมลำโนส
(Melanose) ใชส้ ารกลุ่มทองแดง ไตรโครเดอร์ม่ำ

5

โรคใบแก้ว
ใบจะด่างเป็ นสีเหลือง หรือขาวใสระหวา่ งเสน้ ใบ ใบมีขนาดเลก็ ลง
ผลมีขนาดเลก็ น้าหนกั นอ้ ย ตน้ จะโทรม และจะตายในท่สี ุด

กำรป้องกนั และวธิ ีกำจดั
1. ใส่ป๋ ุยท่ีมีธาตสุ งั กะสีและธำตแุ มกนีเซียม
2. 2. ประสภาพของดินใหอ้ ยใู่ นระดบั 6.0-6.5 กาจดั ส่วนท่เี ป็ น

โรคโดยการเผาทงิ้
3. ใชส้ ำรไดเมทโธเอท ในอตั รา 30 ซีซี. (2 ชอ้ นโตะ๊ ) ตอ่ น้า 20

ลิตร หรือ ใชอ้ ะบาเมก็ ตนิ โมโนโครโตฟอส

6

แมลงศัตรูมะนำวได้ตลอดท้ังปี แค่มนี ำ้ ส้มควนั ไม้

วธิ ีการควบคุมศตั รูพชื ไดท้ กุ ช่วงฤดู ดว้ ยวิธีการดงั ต่อไปน้ี

++ สูตรเด็ดใช้กำหรำบแมลงศัตรูมะนำวได้ตลอดท้ังปี ++
วสั ด-ุ อุปกรณ์ :

1. ขวดน้าพลาสตกิ (ขวดเลก็ 500มล.)
2. เชือกมดั
3. น้าสม้ ควนั ไม้
++ วธิ ีกำรทำ/กำรนำไปใช้ ++
1. นาขวดน้าพลาสตกิ ท่ีเหลือใชม้ าเจาะรูใหร้ อบขวดประมาณ 6 -
8 รู เพอื่ ใหก้ ล่ินขา้ งในขวดออกมาได้
2. ใชน้ ้าสม้ ควนั ไมท้ ไี่ ด้ มาใส่ลงไปในขวดน้าทเี่ ตรียมไว้
ประมาณ 3 - 4 ชอ้ นโตะ๊ (55 CC.)

7

3. นาขวดท่ีใส่น้าสมควนั ไมไ้ ปมดั ไวก้ บั ก่ิงมะนาว ทิ้งไวใ้ หก้ ล่ิน
ของนาสม้ ควนั ไมอ้ อกฤทธ์ิช่วยใหแ้ มลงศตั รูมะนาวไม่กลา้ เขา้ ใกล้
ซ่ึงหลงั จากน้าสม้ ควนั ไมใ้ นขวดแหง้ หมดไปเรากส็ ามารถเติมได้
เรื่อยๆ
++ ประโยชน์ ++
สามารถป้องกนั แมลง เช่น ผีเสื้อกลำงวนั ,แมลงค่อมทอง,เพลีย้ ไฟ
,และไรแดงตา่ งๆ

8

หนอนชอนใบ
หนอนจะชอนไชและกดั กินอยใู่ ตผ้ วิ ใบหากกดั กินยอดใหม่ใบจะไม่
สมบูรณ์ และยงั ทาใหใ้ บอ่อนบดิ เบ้ยี เสียรูปทรง และเป็ นช่องทางให้
เช้ือแบคทีเรียทีเ่ ป็นสาเหตขุ องโรคแคงเกอร์เขา้ ทาลายในระยะตอ่ มา

กำรป้องกันและวธิ ีกำจดั
1. ระยะทมี่ ะนาวเร่ิมผลิใบอ่อน ใชอ้ ะบำเม็กติน ฉีดพ่นช่วงติด

ยอดอ่อน เข้ียวกระแต
2. ฉีดพน่ น้ายาฉุนผสมเหลา้ ขาว 40 ดีกรี แช่ยาเสน้ ในน้าสะอาด 1

ลิตร อยา่ งนอ้ ย 3 ชว่ั โมง กรองเอาน้า เติมเหลา้ ขาว 1 ชอ้ นโตะ๊
เขยา่ ใหเ้ ขา้ กนั ฉีดเวน้ 2 วนั จงึ ฉีดใหม่ ฉีด 3 คร้งั เม่ือใบมีอายุ
ครบ 9-10 วนั สูตรน้ีใชค้ วบคุมแมลงไดเ้ กือบทกุ ชนิด

9

หนอนแก้วส้ มกินใบ
การเขา้ ทาลายตวั หนอนท่ฝี ักจากไข่จะกดั กินใบอ่อน ยอดอ่อน และ
ช่วงที่หนอนเร่ิมมีอายุ 5 - 6 วนั จะกินจุ ทาใหส้ ม้ เสียหาย

กำรป้องกนั และวธิ ีกำจดั
ฉีดพน่ ดว้ ยสารเอน็ โดซลั แฟน (ธีโอดำน 35% QG) อตั รา 20 - 30 ซี
ซี. ตอ่ น้า 20 ลิตร หรือ
เมทธามิโดฟอน (ทำมำรอน 50% LC) อตั รา 20 - 30 ซีซี. ต่อ
น้า 20 ลิตร หรือ
โมโนโครโตฟอส (นูวำครอน56% SC) อตั รา 20 ซีซี. ต่อน้า 20 ลิตร

10

เพลยี้ ไฟ เพลยี้ อ่อน
เพล้ียไปจะดูดกินน้าเล้ียงจากส่วนต่างๆ ของพชื เช่น ใบอ่อน ดอก
และผลออ่ น ทาใหใ้ บอ่อนบดิ เบ้ยี ว ดอกหรือผลอ่อนร่วง



กำรป้องกันและวธิ ีกำจดั
1. หมน่ั ตรวจดูตามใบอ่อน ดอกและยอดอ่อนของมะนาวอยา่ ง

สม่าเสมอ
2. ใบที่มีลกั ษณะแคระแกรนใหเ้ ดด็ ท้ิงใหห้ มด
3. ถา้ มีมากใชย้ าฉีดพน่ ชนิดสารกาจดั แมลพวก อะบำเมก็ ติน

คำร์โบซัลแฟน(เชฟวนิ ) ,เปอร์เมทริก เป็นตน้

11

เพลยี้ แป้ง (Mearly Bug)
เป็นแมลงทีค่ อยดูดกินน้าเล้ียงตามตน้ ไม้ ยอดใบอ่อนหรือใตพ้ มุ่ ใบ
โดยอาศยั มดคอยคาบเพล้ียไปวางตามยอดไม้

กำรป้องกันและวธิ ีกำจัด
ฉีดสารป้องกนั กาจดั ศตั รูพชื หรือใชน้ ำ้ ส้มสำยชู 1 ฝำ ผสมกบั
น้ำเปล่ำ 2-3 ลติ ร พอใหเ้ จือจาง นาไปผสมกบั น้ายาลา้ งจานอีก
เล็กนอ้ ย แลว้ ฉีดพน่ ท่ตี วั เพล้ีย ไม่นานเพล้ียจะหายไป

12

กำจดั เพลยี้ ไฟ โดยไม่ใช้สำรเคมี

เพล้ียไฟเป็นแมลงจาพวกปากดูด ขนาดเล็กลาตวั ยาวประมาณ 1-2
มิลลิเมตร มีท้งั ชนิดมีปี กและไม่มีปีก ตวั เตม็ วยั มีสีดา ตวั อ่อนสี
เหลืองอ่อน ระยะเวลาต้งั แต่ตวั อ่อนถึงตวั เตม็ วยั นานประมาณ 15
วนั ซ่ึงเพล้ียไฟท้งั ตวั อ่อนและตวั เตม็ วยั จะทาลายพชื โดยการดูดกิน
น้าเล้ียงจากใบอ่อนโดยอาศยั อยตู่ ามซอกใบ
มกั ระบำดในระยะแตกยอดใหม่ เม่ือใบพชื โตข้ึนก็จะถูกทาลาย
ปลายใบจะเห่ียวขอบใบจะมว้ นเขา้ หากลางใบและอาศยั อยใู่ นใบท่ี
มว้ นน้นั พบระบาดในช่วงอากาศร้อนแหง้ แลง้ หรือฝนท้งิ ช่วงนาน
ตดิ ต่อกนั หรือสภาวะพชื ที่ขาดน้า
สูตรสมุนไพรกำจดั เพลยี้ ไฟ :

1.ยาสูบ 1 ขีด
2.มะพรา้ วขดู 2 ขดี
3.น้าสบั ปะรดสุก 1 ลิตร
4.กาแฟผง 1 ขดี
5. น้าเปล่า 1 ลิตร

13

ข้นั ตอนกำรทำ :
1.นายาสูบ 1 ขีด และมะพร้าวขดู 2 ขดี มาคลุกเคลา้ ใหเ้ ขา้ กนั แลว้
เตมิ นำ้ ร้อนลงไป 1 ลิตร พอเร่ิมเยน็ ก็ใหก้ รองและค้นั เอาเฉพาะน้า
จะไดส้ ารสกดั ยาสูบกะทิสด
2.น้าผลสบั ปะรดสุก 1 ลิตร ผสมกบั น้าสารกดั ยาสูบกะทสิ ด
3.เตมิ กาแฟผงอีก 1 ขดี คนใหเ้ ขา้ กนั กจ็ ะไดส้ ารกาจดั เพล้ียไฟ

อตั รำกำรใช้ :
ใหผ้ สมสารธรรมชาติกาจดั เพล้ียไฟกบั น้าในอตั รา 1 ลิตร ต่อน้า 200
ลิตร ฉีดช่วงทีไ่ มผ้ ลออกดอกหรือพลเพล้ีย แต่ถา้ พบเพล้ียไฟระบาด
อยอู่ ีก กใ็ หฉ้ ีดพน่ ซ้าภายใน 7 วนั สารดงั กล่าวจะมีฤทธ์ิทาลายระบบ
ประสาทของเพล้ียไฟ ตวั อ่อนและไข่

14

ไรแดง
จะสามารถเขา้ ทาลายใบต้งั แตเ่ พสลาดจนถึงใบแก่ สามารถเพม่ิ
จานวนไดอ้ ยา่ งรวดเร็ว ดูดกินน้าเล้ียงจากใบ ทาใหเ้ กิดแผลเลก็ ๆ ผวิ
ใบกรา้ น จะมองเห็นคลา้ ยฝ่นุ เลก็ ๆ อยบู่ นใบ ถา้ ทาลายรุนแรงใบจะ
หลุดล่วงในทส่ี ุด

กำรป้องกันและวธิ ีกำจัด
1. หมน่ั ตรวจดูตามใบอ่อน ดอกและยอดอ่อนของมะนาวอยา่ ง

สม่าเสมอ
2. ฉีดพน่ ดว้ ยกามะถนั ผงชนิดละลายน้าในทเี่ หมาะสม
3. กำมะถนั ผง ผสมปูนขำว ละลายน้า 4 ชอ้ นตอ่ น้า 20 ลิตร

ฉีดพน่ ทุก 15 วนั

15

รำดำ
มะนาวท่ใี บดาเรียกวา่ ราดา เช้ือราชนิดน้ีข้ึนปกคลุมผวิ ใบเพราะวา่ มี
เพล้ียแป้ง เพล้ียหอย เพล้ียอ่อน ดูดกินน้าเล้ียง เม่ือเพล้ียขบั ถ่ายสาร
เหนียวราดาจะข้ึนปกคลุม
แนวทางป้องกนั กาจดั คือตอ้ งกำจัดเพลยี้ และราดาจะไม่เกิด โดย
การฉีดพน่ สำรไตรโครเดอร์ม่ำ ทกุ 7-10 วนั การทีใ่ บสีดาไม่มีสี
เขียวทาใหใ้ บน้นั สรา้ งอาหารสงั เคราะหไ์ ม่ได้ ตน้ ไม่เจริญเตบิ โต

16

โรคเมลำโนส (Melanose)
โรครำน้ำหมำก โรคน้ีมกั เกิดกบั ใบทเี่ ร่ิมเพสลาด โดยเกิดตุ่มคลา้ ย
กระดาษทรายน้า หรือเกิดรอยเป้ื อนคลา้ ยน้าหมากบนใบ

1. ตดั แต่งก่ิงและทรงพมุ่ ของตน้ สม้ ไม่ใหร้ กทึบ
2. หากพบโรคในระยะแรกเร่ิม ฉีดไตรโครเดอร์ม่ำร์ หรือ
สารเคมีป้องกนั กาจดั เช้ือรา เช่น ซีเนบ มำเนบ หรือแมนโค
เซบ เพอื่ ป้องกนั การระบาดของโรค
3. ในกรณีทีเ่ กิดการระบาดของโรค ควรใชส้ ารเคมีป้องกนั
กาจดั เช้ือราโพรพิเนบ คลอโรทาโลนิล หรือคำร์เบนดำซิม
ฉีดพน่ ประมาณ 7 - 10 วนั /คร้งั ฉีดพน่ 2 - 3 คร้ังตดิ ตอ่ กนั

17

แมลงค่อมทอง
การเขา้ ทาลายระยะตวั หนอนจะกดั กินรากพชื ในดิน เมื่อเป็นตวั แก่
จะเขา้ ทาลายในระยะที่ตน้ มะนาวแตกใบออ่ น กดั กินยอดอ่อน ใบ
อ่อน รวมท้งั กินดอกดว้ ย ซ่ึงก่อความเสียหายมาก

ใหต้ วั แก่ท้งั ตวั หล่นจากตน้ ลงสู่พน้ื ดิน จงึ ควรใชส้ วงิ รออยใู่ ตก้ ่ิง
หรือใตท้ าการเขยา่ ตน้ ซ่ึงจะไดต้ วั แก่ใหน้ าไปเผาทาลายเสีย

- ฉีดพน่ ดว้ ยโมโนโครโตฟอส อตั รา 20 ซีซี. ตอ่ น้า 20 ลิตร
หรือ เมทธามิโดฟอส อตั รา 20 ซีซี. ต่อน้า 20 ลิตร
หรือใชส้ ารชีวภณั ฑ์ เช่น เช้ือรำบวิ เวอร์เรีย และเช้ือราเมธำไรเซียม
หรือเช้ือรา5พฆิ าต

18

ป้องกนั กำจดั มวนเขยี วในสวนมะนำว ด้วยนำ้ กะปิ

มวนเขียว ลว้ นเป็นศตั รูตวั สาคญั ทีท่ าใหต้ น้ และผลมะนาวไดร้ บั
ความเสียหาย เขา้ มาดูดกินน้าเล้ียงที่ผลมะนาว เปิ ดช่องทางใหเ้ ช้ือ
โรคอยา่ งแคงเกอร์เขา้ ทาลายไดง้ า่ ย กจ็ ะกลายเป็นมะนาวผวิ ไม่สวย
เทคนิคการป้องกนั กาจดั แมลงมวนเขยี วในสวนมะนาวโดยไม่พ่งึ พา
สารเคมี

นากะปิ แกง จานวน 3 กิโลกรัม ผสมน้า 30 ลิตร คนใหเ้ ขา้ กนั กรอง
เอาแต่น้า ฉีดพน่ ในสวนมะนาวในช่วงเทยี่ ง อตั ราน้ีสาหรับมะนาว
จานวน 3 ไร่ จะเห็นไดว้ า่ แมลงมวนเขียวและแมลงต่างๆ จะไม่มี
และผวิ มะนาวกส็ วยข้ึน (ฉีดในช่วงท่ีมะนาวออกผล)

19

รูปผลท่ไี ดจ้ ากการผสมพนั ธุไ์ ม่สมบูรณ์
ผลเสียหายจากโดนแดดเผา

20

รูปผลเสียหำยจำกกำรทำลำยของ Glass hopper

โรคที่พบมากในการปลูกมะนาวคาเวยี ร์ไดแ้ ก่โรค
Melanose(DIaporthe citri) , โรคเช้ือราซ่ึงจะทาใหเ้ กิดจดุ น้าตาล , จุด
ดา ท่กี ่ิง และผล นอกจากน้ีโรคน้ีจะทาใหก้ ่ิงตายได้ ฉน้นั การตดั แต่ง
ก่ิงภายหลงั เก็บเกี่ยว เพอื่ กาจดั กิ่งทเ่ี ป็นโรค และกิ่งทแ่ี หง้ ตาย มีความ
จาเป็ นอยา่ งยง่ิ โดยทวั่ ไปชาวสวนมะนาวคาเวยี ร์ท่ีออสเตรเลียจะไม่
ใชส้ ารเคมีพน่ ในช่วงท่ีมีดอก

21

ตน้ มะนาวคาเวยี ร์มกั จะพบวา่ มีกิ่งแหง้ ตายอยเู่ สมอ โดยมกั จะ
เกิดในพ้นื ทที่ เ่ี ป็นน้าแขง็ นอกจากน้ีอาการกิ่งแหง้ ตายอาจเกิดจาก
การใหน้ ้าไม่เพยี งพอ การขาดน้าจาทาลายระบบรากของมะนาวคา
เวยี ร์ซ่ึงจะทาใหต้ น้ ตายได้

นอกจากน้ียงั พบความเสียหายของผลหลงั เก็บเก่ียว โดยจะเกิด
ในผลทเ่ี ปี ยกน้า และแช่เยน็ โดยเกิดโรค Oleocellosis ซ่ึงจะทาให้
ต่อมไขมนั ที่ผวิ แตก เกิดลกั ษณะเหมือนไหม้ ผวิ จะแหง้ มีสีน้าตาล
แขง็ ๆ

22

อาการของใบพชื แสดงการขาดธาตอุ าหาร

23

1 พืชโตช้ำ ต้นแคระแกรน ใบมีสีเหลือง ขำด N
2 ใบแก่สีม่วงแดง ขอบใบม้วน ผอมสูง ลำต้นบิด ขำด P
3 ใบแก่มีสีเหลืองซีด มีจดุ สีนำ้ ตำลไหม้ขำด K
4 ใบสีจุดสีเหลืองท่วั ท้ังใบ ปลำยใบแห้งขำด Mg
5 ใบซีด มีจดุ ด่ำงกระจำย ใบม้วนเข้ำข้ำงในขำด Mo
6 ใบมีจุดเหลืองคล้ำยรำสนิมขำด Zn
7 ใบมสี ีเขียวจดั แต่ค่อยๆกลำยเป็ นสีเหลืองขำด Cu
8 ใบมขี นำดเลก็ ใบอ่อนมจี ดุ สีขำวหรือจดุ สีเหลอื ง
ขำด Mn
9 ใบอ่อนเลก็ กว่ำปกติ มสี ีเหลืองระหว่ำงเส้นใบขำด
เหล็ก Fe
10 พืชชะงกั กำรเติบโต ใบมสี ีเหลืองขำดกำมะถนั S
11 ใบอ่อนไม่คลอ่ี อกจำกกัน ใบบดิ เบยี้ ว ม้วนงอไป
ข้ำงหน้ำ ขำด Ca
12 ยอดใบไหม้ โตช้ำ ขำด Boron

24

ในฤดูฝนไม่ควรจะปล่อยใหล้ ูกสุกจดั คาตน้ เพราะจะเกิดการ
เสียหายเน่ืองจากผลแตกได้

รูปผลเสียหายจากการโดนหนามท่มิ

25

รำยกำรวสั ดอุ ปุ กรณ์
1. ปูนขำวก่อสร้ำง
2. ปนู แดง
3. นำ้ ส้มควนั ไม้
4. นำ้ ส้มสำยชู
5. กำมะถนั ผง
6. กะปิ
7. ยำเส้น
8. เหล้ำขำว
9. ด่ำงทบั ทมิ

26

10. สรุป สำรป้องกันโรคพืชท่ีต้องสำรองไว้ใช้ในระยะต่ำง ๆ ได้แก่
-นำ้ ส้มควนั ไม้ ปูนขำว ปูนแดง กำมะถนั ผง ยาเสน้
น้าสม้ สายชู เหลา้ ขาว ด่างทบั ทิม
-ไตรโครเดอร์ม่ำร์ เช้ือราบิวเวอร์เรีย เมธาไรเซียม
-อะบำเม็กติน เชฟวนิ เอน็ โดซลั แฟน แมนโคเซบ
เมธาแลคซิน

11. สรุป ป๋ ุยที่ต้องสำรองไว้ใช้ในระยะต่ำง ๆ ได้แก่
สูตรเสมอ 15-15-15, 16-16-16, + + 46-0-0, 30-0-0, 15-0-0
สูตรดอกผล 8-24-24, 10-52-17, 5-20-25
สูตรฮอโมนทำงใบ 12-12-12, 18-6-6, 30-0-0, 0-52-34,
กระตุ้นดอก เปิ ดตำดอก 10-52-17, 5-20-25, 25-7-7 บำรุงใบ

27


Click to View FlipBook Version