การผลิตและการใชส ารบำบดั น�ำเสยี
ขจดั กลนิ่ เหม็นซุปเปอร พด.6
กองเทคโนโลยชี วี ภาพทางดนิ กรมพฒั นาทด่ี นิ
กระทรวงเกษตรและสหกรณ
การบาบดั นา้ เสีย ขจดั กลนิ่ เหม็น
ดว้ ยสารเร่งซุปเปอร์ พด.6
นำ้ เสยี ชุมชน มี ค่ า พ า ร า มิ เ ต อ ร์ เ กิ น ม า ต ร ฐ า น
กาหนด เช่น pH < 5.5 และ >9.0,
น้ำเสยี จำกบอ่ เลย้ี งสตั ว์นำ้ BOD > 20 mg/l, COD > 300
นำ้ เสียจำกฟำรม์ สัตว์ mg/l, total N > 20 mg N/l,
น้ำเสียจำกนำ้ ท่วม total P > 2 mg P/l เป็นต้น
เป็นแหลง่ สะสมเชือ้ โรค และ
ลกู น้ายุงราคาญ
น้ำเสยี กรมพัฒนาทีด่ ิน
กรมพฒั นำทด่ี นิ คน้ คว้ำวิจยั และผลติ สำรเรง่ ซุปเปอร์ พด.6
สำหรบั ใช้ผลิตสำรบำบัดนำ้ เสีย ขจัดกล่นิ เหม็น และกำจดั
ลกู น้ำยงุ รำคำญ
วิธกี ำรผลติ สำรบำบดั น้ำเสยี ขจดั กลิน่ เหม็นซปุ เปอร์ พด.6
ผลติ โดยหมักขยะเศษอำหำร ผลิตโดยกำรขยำยเช้อื ผลติ โดยกำรต่อเช้อื
สำรเรง่ ซปุ เปอร์ พด.6
นำ้ ผำ่ นกำร
บำบัด วิธกี ำรใช้สำรบำบดั น้ำเสยี ขจัดกลิ่นเหมน็ ซุปเปอร์ พด.6
• คณุ ภำพนำ้ ดขี ึ้น ท้ังสี บำบดั นำ้ เสยี ชมุ ชน บำบดั นำ้ เสียใน
กล่นิ และควำมขุน่ หรือพื้นที่น้ำทว่ ม บอ่ เลยี้ งสัตวน์ ำ้
ของน้ำลดลง
กำจัดลูกน้ำยงุ รำคำญ
• DO เพิ่มขน้ึ
• BOD ลดลง
ทำควำมสะอำดคอกสตั ว์
คำำ�นำ�ำ
ประเทศไทยมีีปริมีาณขยะมีูลฝอยเพิ่�ิมีข้�นทุกปี รวมีท้�งขยะเศษอาหารหรือ
ขยะอินทรีย์ด้้วย โด้ย สารอินทรีย์ในขยะเมีื�อมีีการย่อยสลาย จะทำให้เกิด้สภาพิ่
ความีเป็นกรด้ในด้ิน น�ำเสียจากกองขยะ จ้งมีีความีเป็นกรด้ ปนเป�้อนเชื้�ือโรค
น�ำจากขยะสามีารถร�้วซึ้มีลงสู่ด้ินและแหล่งน�ำในบริเวณใกล้เคียง ก็จะทำให้น�ำ
ในแหล่งน�ำน้�นเน่าเสียไหลปนเป�้อนสู่สิ�งแวด้ล้อมี นอกจากนี�ย้งมีีปัญหาน�ำเน่าเสีย
โด้ยเฉพิ่าะอย่างยิ�งแหล่งน�ำชืุ้มีชื้น อาคารบ้านเรือนต่่างๆ เน�ืองจากปัญหาน�ำท�ิง
จากอาคารบ้านเรอื นซึ�้งปนเป�้อนขยะเศษอาหาร และคราบไขมี้น และนำ� ท�งิ จากการ
ทำฟาร์มีปศุส้ต่ว์ท�ีไมี่ผ่่านการบำบ้ด้น�ำเสียด้้วย แหล่งน�ำเน่าเสียในชืุ้มีชื้นต่่างๆ
ย้งเป็นแหล่งสะสมีเชื้ื�อโรค และเป็นแหล่งเพิ่าะลูกน�ำยุง โด้ยเฉพิ่าะลูกน�ำยุงรำคาญ
ซึ้�งชื้อบวางไข่ในแหล่งน�ำเน่าเสีย ท่อระบายน�ำต่ามีชืุ้มีชื้น และแหล่งน�ำใกล้บริเวณ
ที�มีีการทำฟาร์มีปศุส้ต่ว์ เป็นแหล่งพิ่าหะของโรคไข้สมีองอ้กเสบ และโรคเท้าชื้้าง
จากปัญหาด้้งกล่าว กรมีพิ่้ฒนาที�ด้ินได้้มีีการศ้กษา วิจ้ยการใชื้้ประโยชื้น์จุลินทรีย์
ทางการเกษต่รและส�ิงแวด้ล้อมีท�ีมีีประสิทธิิภาพิ่ในการย่อยสลายสารอินทรีย์
พิ่ฒ้ นาเปน็ ผ่ลิต่ภณ้ ฑ์ส์ ารเรง่ ซึุปเปอร ์ พิ่ด้.6 ซึ�ง้ ประกอบด้ว้ ยจุลนิ ทรยี ท์ �มี ีีประสิทธิภิ าพิ่
ชื้่วยย่อยขยะอินทรีย์ท�ีประกอบด้้วยโปรต่ีน และไขมี้น ชื้่วยลด้ปริมีาณขยะอินทรีย ์
และผ่ลิต่เป็นสารบำบ้ด้น�ำเสียและขจ้ด้กล�ินเหมี็น มีีการสน้บสนุนผ่ลิต่ภ้ณฑ์์จุลินทรีย์
ด้้งกล่าวให้เกษต่รกรและผู่้สนใจนำไปใชื้้ในการบำบ้ด้น�ำเสียและขจ้ด้กลิ�นเหมี็น
นอกจากนี�ได้้วิจ้ยและค้ด้เลือกจุลินทรีย์ Bacillus sphaericus ที�สามีารถกำจ้ด้
ลูกนำ� ยงุ รำคาญในแหลง่ นำ� เสยี ได้้
เอกสารค่มู ีือฉบบ้ น� ี ได้้รวบรวมีข้อมีลู เกี�ยวก้บลก้ ษณะและคณุ สมีบ้ต่ิของน�ำเสยี
การบำบ้ด้น�ำเสียทางชื้ีวภาพิ่ การผ่ลิต่สารบำบ้ด้น�ำเสียและขจ้ด้กลิ�นเหมี็นด้้วย
สารเร่งซึุปเปอร์ พิ่ด้.6 การใชื้้ และคำแนะนำ รวมีท�้งปัจจุบ้นย้งมีีผ่ลิต่สารบำบ้ด้
น�ำเสีย ขจ้ด้กล�ินเหมี็นโด้ยวิธิีการขยายเชื้ื�อ ท�ีเป็นการลด้ข้�นต่อน และระยะเวลา
ในการผ่ลิต่ สำหร้บใชื้้บำบ้ด้น�ำเสียในพิ่ื�นที�ประสบอุทกภ้ยได้้อย่างรวด้เร็ว ซึ้�งเอกสาร
คมู่ ีือฉบ้บนี�จะเป็นประโยชื้นต์ ่่อผ่อู้ ่าน เพิ่ื�อเป็นองคค์ วามีรู ้ และสามีารถนำเทคโนโลยี
ไปใชื้้ได้้จรงิ ในพิ่น�ื ท �ี และปฏิิบ้ต่ไิ ด้้อย่างถูกต่้อง
ส�รบัญั
ลัักษณะแลัะคุุณสมบััติิของน้ำ�ำ�เสีย.............................................01
ก�รบัำ�บััดน้ำำ�� เสียท�งชีีวภ�พ..................................................04
คุว�มหม�ยของส�รเรง่ ซุุปเปอร์ พด.6......................................05
บัทบั�ทของจุุลันิ ้ำทรีย์ส�รเร่งซุุปเปอร์ พด.6................................05
ก�รผลัิติส�รบั�ำ บััดน้ำ��ำ เสยี แลัะขจุัดกลัิ�น้ำเหม็น้ำ จุ�กขยะเศษอ�ห�ร.......07
ก�รผลัติ ิส�รบั�ำ บัดั น้ำ��ำ เสยี แลัะขจุัดกลัิ�น้ำเหมน็ ้ำ ด้วยส�รเรง่ ซุุปเปอร์ พด.6
โดยวิธีีก�รขย�ยเชี้�อ...........................................................08
ก�รผลัิติส�รบั�ำ บัดั น้ำ��ำ เสียแลัะขจุดั กลั�นิ ้ำเหม็น้ำ ดว้ ยก�รติ่อเชี�อ้ ...........09
ก�รใชี้ส�รบั�ำ บััดน้ำ��ำ เสียแลัะขจุัดกลัิ�น้ำเหม็น้ำ..................................10
ก�รใชีส้ �รเรง่ ซุุปเปอร์ พด.6 ใน้ำก�รกำ�จุดั ลักู น้ำ�ำ� ยงุ รำ�คุ�ญ.............11
ประโยชีน้ำ์ของส�รบั�ำ บััดน้ำ�ำ�เสียแลัะขจุัดกลัิ�น้ำเหม็น้ำที�ผลัิติจุ�กส�รเร่ง
ซุุปแปอร์ พด.6..................................................................12
คุ�ำ แน้ำะน้ำำ�.........................................................................12
ก�รใชี้ส�รบัำ�บััดน้ำ��ำ เสียแลัะขจุัดกลั�ิน้ำเหม็น้ำใน้ำพ�้น้ำท�ีติ่�งๆ..................12
ลักั ษณะแลัะคำุณสมบััติิของนำำ�� เสยี
นำำ��เสียเกิดิ จากิ กิารย่อ่ ย่สลาย่สารอินทรยี ่เ์ ช่น่ ส�ิงปฏิกิ ิูล ขย่ะมููลฝอย่
โดย่กิจิ กิรรมูของจุลินทรีย่์ ขณะท่เ� กิดิ กิารย่อ่ ย่สลาย่ มู่กิารใช่อ้ อกิซิเิ จน
ในนำ�า ทาำ ให้อ้ อกิซิเิ จนลดลง จากิน้�นสารอนิ ทรีย่์จะถูกู ิย่่อย่สลาย่ต่อ่
โดย่จุลนิ ทรีย่ท์ ่�ไมูใ่ ช่อ้ ากิาศต่่อไป เกิดิ กิ๊าซิไฮโดรเจนซิล้ ไฟด์ (กิา๊ ซิไข่เนา่ )
กิา๊ ซิแอมูโมูเนย่ ่ กิ่อให้้เกิิดกิล�ินเห้มู็น มูส่ ่ดำาคลา�ำ
ลัักษณะคำณุ สมบััติิของนำำ��เสยี
นา้� เสยี จากกจิ กรรมีต่า่ ง ๆ ในชื้วี ติ ่ประจำวน้ ต่อ่ สิ�งมีีชื้วี ิต่ เชื้น่ ปรอท โครเมีียมี ทองแด้ง
ซึ�้งมีีองคป์ ระกอบต่่าง ๆ (ณษิ าและคณะ, 2561; ปกต่จิ ะอยใู่ นนา�้ เสยี จากโรงงานอตุ ่สาหกรรมี
Bitton, 2005) ด้้งน�ี และสารเคมีที ีใ� ชื้ใ้ นการกำจด้ ้ศต้ ่รพู ิ่ชื ื้ทปี� นมีา
1. สารอิินทรีย์์ ได้้แก่ คาร์โบไฮเด้รต่ ก้บน�ำทิง� จากการเกษต่ร สำหรบ้ ในเขต่ชืุ้มีชื้น
โปรต่ีน ไขมี้น เชื้่น เศษข้าว ก๋วยเต่�ียว อาจมีีสารมีลพิ่ิษน�ี มีาจากอุต่สาหกรรมี
นำ� แกง เศษใบต่อง พิ่ชื ื้ผ่้ก ชื้�นิ เนื�อ เป็นต่น้ ในครว้ เรอื นบางประเภท เชื้น่ รา้ นชื้บุ โลหะ
ซึ้�งสามีารถถูกย่อยสลายได้้โด้ยจุลินทรีย์ อู่ซึ่อมีรถ และน�้าเสียจากโรงพิ่ยาบาล
ทใ�ี ชื้อ้ อกซึิเจน ทำใหร้ ะด้บ้ ออกซึิเจนละลายน�้า เปน็ ต่น้
(Dissolved Oxygen) ลด้ลงเกิด้สภาพิ่ 4. น�้ามัันและสารลอิย์น�้าต่่าง ๆ เป็น
เน่าเหมี็นได้้ ปริมีาณของสารอินทรีย์ในน้�า อุปสรรคต่่อการส้งเคราะห์แสงและกีด้ขวาง
นิยมีว้ด้ด้้วยค่าบีโอด้ี (BOD) เมี�ือค่าบีโอด้ี การกระจายของออกซึเิ จนจากอากาศลงสนู่ า�้
ในน�้าสงู แสด้งว่ามีสี ารอินทรีย์ปะปนอยมู่ ีาก ทำให้เกดิ ้สภาพิ่ไมี่น่าดู้
และสภาพิ่เนา่ เหมี็นจะเกิด้ขน�้ ได้้งา่ ย 5. ขอิงแข็ง เมี�อื จมีต่ว้ ส่กู ้นลำ น�ำ ทำให้
2. สารอินนิ ทรยี ์์ ได้้แก่ แรธ่ ิาตุ่ต่า่ ง ๆ เกิด้สภาพิ่ไร้ออกซึิเจนที�ท้องน�ำ ทำให้แหล่ง
ที�อาจไมี่ทำให้เกิด้น้�าเน่าเหมี็น แต่่อาจเป็น นำ� ต่�นื เขิน ความีข่นุ สูง มีีผ่ลกระทบต่อ่ การ
อน้ ต่รายต่่อสิ�งมีชี ื้วี ิต่ ได้้แก่ คลอไรด้,์ ซึล้ เฟอร์ ด้ำรงชื้ีพิ่ของส้ต่วน์ า�้
เป็นต่้น 6. สารก่อิให้เกิดฟอิงหรือิสารซัักฟอิก
3. โลหะหนักและสารพิิษ อาจอยู่ใน ไดแ้ ก ่ ผ่งซึก้ ฟอก สบ ู่ ฟองจะกดี ้กน้ การกระจาย
รูปของสารอนิ ทรีย ์ หรืออนินทรีย์และสามีารถ ของออกซึิเจนในอากาศสู่น้�า และอาจเป็น
สะสมีอยู่ในวงจรอาหาร เกิด้เป็นอ้นต่ราย อ้นต่รายต่่อสิ�งมีชี ื้วี ิต่ในน�า้
01
7. จุุลินทรีย์์ น�้าเสียจากโรงฟอกหน้ง การเจรญิ เต่บิ โต่และเพิ่ม�ิ ีปรมิ ีาณอยา่ งรวด้เรว็
โรงฆ่่าสต้ ่ว์ หรือโรงงานอาหารกระป๋อง จะมีี ของสาหร่าย (Algae Bloom) ซึ�ง้ เปน็ สาเหตุ่
จุลินทรีย์เป็นจำนวนมีากจุลินทรีย์เหล่านี� สำคญ้ ทำใหร้ ะด้บ้ ออกซึเิ จนในนา�้ ลด้ลงต่า้� มีาก
ใชื้้ออกซึิเจนในการด้ำรงชื้ีวิต่สามีารถ ในชื้่วงกลางคืน อีกท�้งย้งทำให้เกิด้ว้ชื้พิ่ืชื้น้�า
ลด้ระด้้บของออกซึิเจนละลายน�้าทำให้เกิด้ ซึ้�งเป็นปญั หาแก่การสญ้ จรทางนา�้
สภาพิ่เนา่ เหมีน็ นอกจากนจ�ี ลุ นิ ทรยี บ์ างชื้นดิ ้ 9. กล�นิ เกิด้จากก๊าซึไฮโด้รเจนซึล้ ไฟด้์
อาจเป็นเชื้ื�อโรคท�ีเป็นอ้นต่รายต่่อประชื้าชื้น ซึ�้งเกิด้จากการย่อยสลายของสารอินทรีย์
เชื้น่ จลุ นิ ทรยี ใ์ นนา้� เสยี จากโรงพิ่ยาบาล แบบไร้ออกซึเิ จนหรือกลนิ� อ�นื ๆ จากโรงงาน
8. ธาตุ่อิาหาร ไดแ้ ก ่ ไนโต่รเจน และ อุต่สาหกรรมีต่่าง ๆ เชื้่น โรงงานทำปลา
ฟอสฟอร้ส เมี�ือมีีปริมีาณสูงจะทำให้เกิด้ โรงฆ่่าส้ต่ว์ เป็นต่น้
องคำป์ ระกอบัแลัะคำุณลักั ษณะนำ�ำ� เสยี ที่ี�แสดงโดยพ�ร�มเิ ติอร์
องค์ประกอบและคุณล้กษณะน�ำเสียท�ี 3. ป็ริมัาณขอิงแข็ง (Solids) หมีายถ้ง
แสด้งโด้ยพิ่ารามีิเต่อร์ (ณิษาและคณะ, 2561; ปรมิ ีาณสารต่่าง ๆ ที�มีีอยู่ในนำ� เสยี ทง�้ ในลก้ ษณะ
Tchobanoglous et al., 2004; Chowdhury et al., ท�ีไมี่ละลายนำ� และทีล� ะลายนำ� (Dissolved Solids)
2010) ด้้งน�ี ของแข็งบางชื้นิด้มีีน้�าหน้กเบาและแขวนลอยอยู่
1. ค่่าค่วามัเป็็นกรด-ด่าง (pH) เป็นค่าที� ในน�า้ (Suspended Solids) บางชื้นดิ ้หนก้ และ
บอกถง้ ความีเป็นกรด้เป็นด้่างของนำ� เสีย ท�้วไป จมีต่ว้ ลงเบื�องลา่ ง (Settleable Solids) ของแขง็
สงิ� มีชีื้วี ติ ่ในนำ� และจลุ นิ ทรยี ใ์ นถง้ บำบด้ ้จะด้ำรงชื้พี ิ่ ที�ไมี่ละลายน�ำ อาจสร้างปัญหาในการอุด้ต่้น
ได้้ด้ใี นสภาะเปน็ กลาง คือ pH ประมีาณ 6-8 เคร�อื งเต่ิมีอากาศ และถา้ ปล่อยทงิ� ในปรมิ ีาณมีาก
2. บีโี อิดี (Biochemical Oxygen Demand) จะทำให้เกิด้ความีสกปรกและต่�ืนเขินในลำน้�า
เป็นค่าท�ีบอกถ้งปริมีาณออกซึิเจนที�จุลินทรีย์ ธิรรมีชื้าต่ิ ต่ลอด้จนบด้บ้งแสงแด้ด้ท�ีส่องลง
ใชื้้ในการย่อยสลายสารอินทรีย์ ถ้าค่าบีโอด้ีสูง สู่ท้องน�ำ
แสด้งว่าความีต่้องการออกซึิเจนสูง น�้นคือ 4. ไนโต่รเจุน (Nitrogen) เป็นธิาต่จุ ำเปน็
มีีความีสกปรกหรือสารอนิ ทรีย์ในนา�้ มีาก ในการสร้างเซึลล์ของส�ิงมีีชื้ีวิต่ ไนโต่รเจน
02
จะเปลี�ยนสภาพิ่เป็นแอมีโมีเนีย ถ้าหากในน้�า ลอยน้�า ทำให้เกิด้สภาพิ่ไมี่น่าดู้และขวางก้�น
มีอี อกซึเิ จนพิ่อเพิ่ยี งกจ็ ะถกู ยอ่ ยสลายไปเปน็ ไนไต่รต่์ การซึ้มีของออกซึิเจนจากอากาศสู่แหล่งน�้า
และไนเต่รท ด้้งน้น� การปล่อยนำ� เสียมีสี ารประกอบ นอกจากน�ยี ้งมีีค่าบีโอด้ีสูงเพิ่ราะเป็นสารอินทรีย ์
ไนโต่รเจนสูงจ้งทำให้ออกซึิเจนที�มีีอยู่ในน�ำ 6. ซัโี อิดี (Chemical Oxygen Demand, COD)
ลด้น้อยลง คอื คา่ ปรมิ ีาณออกซึเิ จนทใี� ชื้ใ้ นการยอ่ ยสารอนนิ ทรยี ์
5. ไขมันั และนา้� มันั (Grease and Oil) สว่ นใหญ่ ด้้วยวิธิีการทางเคมีีมี้กใชื้้เทียบหาค่าบีโอด้ี
ได้้แก่ น�ำมี้นและไขมี้นจากพิ่ืชื้และส้ต่ว์ที�ใชื้้ ซึ้�งปกต่ ิ COD : BOD ของนา้� เสียชืุ้มีชื้นประมีาณ
ในการทำอาหาร สบจู่ ากการอาบนา�้ ฟองสารซึก้ ฟอก 2-4 เท่า
จากการชื้ำระล้าง สารเหล่านี�มีีน้�าหน้กเบาและ
ก�รพิจ�รณ�นำ�ำ� เสียจ�กแหลั่งติ�่ งๆ
1. นำำ�� เสียชุมุ ชุนำ • ค่า COD เกิน 300 มีิลลิกร้มีต่่อลิต่ร
(การเลย�ี งสกุ ร ประเภท ก) หรือ 400 มีลิ ลิกรม้ ี
• pH ต่ำ� กวา่ 5.5 และสงู กว่า 9.0 ต่่อลิต่ร (การเลีย� งสกุ ร ประเภท ข)
• ค่า BOD เกิน 20 มีิลลิกร้มีต่อ่ ลิต่ร
• ปรมิ ีาณของแขง็ เกนิ 30 มีลิ ลกิ รม้ ีต่อ่ ลติ ่ร • สารแขวนลอย เกิน 150 มีลิ ลกิ ร้มีต่อ่ ลิต่ร
• ไนโต่รเจนท�้งหมีด้ เกิน 20 มีิลลิกร้มี (การเล�ยี งสุกร ประเภท ก) หรือ 200 มีิลลิกรม้ ี
ไนโต่รเจนต่่อลติ ่ร ต่่อลิต่ร (การเลยี� งสุกร ประเภท ข)
• ฟอสฟอร้สท้�งหมีด้ เกิน 2 มีิลลิกร้มี
ฟอสฟอรส้ ต่อ่ ลิต่ร • ไนโต่รเจนในรปู TKN เกิน 120 มีลิ ลกิ รม้ ี
• นำ� มี้นและไขมี้น เกิน 5 มีลิ ลิกรม้ ีต่่อลิต่ร ต่่อลิต่ร (การเลี�ยงสุกร ประเภท ก) หรือ
200 มีิลลกิ ร้มีต่อ่ ลติ ่ร (การเลย�ี งสกุ ร ประเภท ข)
2. นำำ��เสียจ�กฟ�ร์มสุกร
• pH ต่ำ� กว่า 5.5 และสูงกวา่ 9.0
• ค่า BOD เกิน 60 มีิลลิกร้มีต่่อลิต่ร
(การเลยี� งสุกร ประเภท ก) หรือ 100 มีิลลิกร้มี
ต่อ่ ลติ ่ร (การเลย�ี งสกุ ร ประเภท ข)
หม�ยเหติุ
กิารเล�่ย่งสกุ ิร ประเภท กิ ห้มูาย่ถูงึ กิารเล่�ย่งสกุ ิรพ่่อพ่้นธุ์ุแ์ มู่พ่้นธุ์์ุ สุกิรขนุ ห้รอื ลูกิสุกิร
ช่นดิ ใดช่นดิ ห้น�งึ ห้รอื ต่้�งแต่่ 2 ช่นิดข้น� ไปท�ม่ ู่นาำ� ห้น้กิห้น่วย่ปศสุ ต้ ่ว์เกินิ กิวา่ 600 ห้น่วย่ กิารเลย่� ่งสุกิร
ประเภท ข ห้มูาย่ถูึง กิารเล่�ย่งสุกิรพ่อ่ พ่น้ ธุ์ุแ์ มูพ่ ่้นธุ์์ุ สุกิรขนุ ห้รือลกู ิสกุ ิรช่นดิ ใดช่นดิ ห้น�งึ ห้รือ
ต่�้งแต่่ 2 ช่นิดข�้นไปท�ม่ ูน่ าำ� ห้นก้ ิห้น่วย่ปศสุ ต้ ่ว์ต่�้งแต่่ 60 ห้น่วย่ แต่ไ่ มูเ่ กินิ 600 ห้น่วย่
03
ก�รบัำ�บััดนำ�ำ�เสยี ที่�งชุวี ภ�พ
ก�รบัำ�บััดนำ�ำ� เสีย ห้มูาย่ถูึง กิารกิาำ จด้ ห้รอื ทำาลาย่สง�ิ ปนเป้�อนในน�าำ เส่ย่ให้้ห้มูดไป
ห้รือเห้ลือน้อย่ท�่สุดให้้ได้มูาต่รฐานท�่กิาำ ห้นดและไมู่ทาำ ให้้เกิิดมูลพ่ิษต่่อสิ�งแวดล้อมู
ก�รบั�ำ บัดั ที่�งชุีวภ�พ (Biological Treatment)
การบำบด้ ้ทางชื้ีวภาพิ่ (Biological Treatment) มีปี ริมีาณลด้ลง น�ำเสียมีีคณุ ภาพิ่ด้ีข้น� โด้ยจลุ ินทรีย์
เป็นวิธิีการบำบ้ด้น�ำเสียโด้ยใชื้้กระบวนการ เหล่าน�ีมีีท้�งแบบใชื้้ออกซึิเจน หรือไมี่ใชื้้ออกซึิเจน
ทางชื้วี ภาพิ่หรอื ใชื้จ้ ลุ ินทรยี ์ ในการกำจด้ ้สง�ิ เจือปน ซึ้�งจุลินทรีย์ในระบบบำบ้ด้น�ำเสียมีีความีหลาก
ในน�ำเสียโด้ยเฉพิ่าะสารคาร์บอนอินทรีย์ต่่างๆ หลายจ้งมีีการค้ด้เลือกจุลินทรีย์ต่ามีธิรรมีชื้าต่ิ
เชื้น่ คาร์โบไฮเด้รต่ โปรต่ีน และไขมี้น รวมีท�ง้ เพิ่ื�อใชื้้เป็นห้วเชื้�ือจุลินทรีย์ท�ีเหมีาะสมี
สารอินทรยี ์ไนโต่รเจน และฟอสฟอร้ส ซึง�้ สามีารถ มีีประสิทธิิภาพิ่ในการบ้าบ้ด้ เต่ิมีลงในระบบ
ถูกย่อยสลายโด้ยจุลินทรีย์เพิ่ื�อใชื้้เป็นอาหาร บ้าบ้ด้น�ำเสีย เชื้่น แบคทีเรียผ่ลิต่กรด้แลคต่ิก
และเป็นแหล่งพิ่ล้งงานของจุลินทรีย์ ทำให้ แบคทีเรียส้งเคราะห์แสง แอคต่ิโนมี้ยซึีส ยีสต่์
สารอินทรีย์ในน�ำเสียท�ีผ่่านการบำบ้ด้แล้ว และ รา เป็นต่้น
คำว�มส�ำ คำญั ของจุลัินำที่รยี ์ติ่อก�รบัำ�บัดั นำำ��เสยี แลัะขจดั กลั�นิ ำเหมน็ ำ
• จลุ ินทรยี ์ชื้ว่ ยยอ่ ยสลายสารอนิ ทรีย์ เพิ่�ือลด้คา่ BOD ทำใหเ้ พิ่�ิมีปริมีาณออกซึิเจนในนำ�
• ลนิ ทรีย์ชื้่วยปร้บสภาพิ่ความีเป็นกรด้-ด้า่ ง ในน�ำ
• จุลินทรีย์ย้บย้ง� การเกดิ ้กา๊ ซึไฮโด้รเจนซึ้ลไฟด้์ หรือก๊าซึไข่เน่า
04 ภาพิ: https://www.organictotto.com
คำว�มหม�ยของส�รเร่งซุุปเปอร์ พด.6
ส�รเร่งซุุปเปอร์ พด.6
สารเร่งซึุปเปอร์ พิ่ด้.6 เป็นจุลินทรีย์ท�ีเพิ่ิ�มีประสิทธิิภาพิ่การหมี้กขยะ
เศษอาหารในสภาพิ่ท�ีไมี่มีีอากาศหรือมีีอากาศน้อย และย่อยสลายสารอินทรีย ์
เพิ่อ�ื ผ่ลิต่สารบำบ้ด้น�ำเสีย ขจ้ด้กลน�ิ เหมีน็ และจลุ นิ ทรียก์ ำจ้ด้ลกู นำ� ยงุ รำคาญ
ประกอบด้้วยจุลินทรีย์ 5 ชื้นิด้ ได้้แก่ ยีสต่์ แบคทีเรียผ่ลิต่กรด้แลคต่ิก
แบคทีเรียยอ่ ยโปรต่ีน แบคทีเรยี ยอ่ ย ไขมีน้ และแบคทีเรยี กำจด้ ้ลกู น�ำยุงรำคาญ
ส�รบัำ�บัดั นำ��ำ เสียแลัะขจดั กลัน�ิ ำเหมน็ ำส�รเรง่ ซุปุ เปอร์ พด.6
เป็นของเหลวที�ได้้จากการย่อยสลายขยะ ผ่ลิต่จากการขยายเชื้�ือสารเร่งซึุปเปอร์ พิ่ด้.6
เศษอาหาร เชื้่น ผ่ก้ ผ่ลไมี้ เน�ือส้ต่ว ์ และข้าว ในน�ำต่าล ซึ�้งมีีคุณสมีบ้ต่ิ ในการบำบ้ด้น�ำเสีย
โด้ยกิจกรรมีของจุลินทรีย์ในสารเร่งซึุปเปอร์ พิ่ด้.6 ลด้กลิ�นเหมี็นต่ามีท่อระบายน�ำ แหลง่ นำ� เสยี ชื้มุ ีชื้น
ในสภาพิ่ที�ไมี่มีีอากาศหรือมีีอากาศน้อย หรือ ทำความีสะอาด้คอกส้ต่ว ์ และพิ่�ืนที�น�ำท่วมี
บัที่บั�ที่ของจลุ ัินำที่รยี ส์ �รเรง่ ซุุปเปอร์ พด.6
จุุลันิ ้ำทรยี ์ใน้ำส�รเรง่ ซุปุ แปอร์ พด.6 มบี ัทบั�ท ดังน้ำี�
1 แบัคุทีเรยี ผลัิติกรดแลัคุติคิ ุ: Lactobacillus sp.
มีีบทบาทในการทำให้เกดิ ้ต่ะกอนของโปรต่ีนในน�ำเสีย เชื้่น นำ� เสยี
จากโรงผ่ลิต่นมี รวมีท�้งชื้่วยปร้บค่าความีเป็นกรด้เป็นด้่าง โด้ยเฉพิ่าะ
สภาพิ่น�ำเสียที�เป็นด้่าง ทำให้มีีสภาพิ่ที�เหมีาะสมีต่่อการเจริญ
ของจลุ ินทรยี ก์ ล่มุ ีอื�น
2 แบัคุทเี รียยอ่ ยโปรตินี ้ำ: Bacillus sp.
ผ่ลติ ่เอนไซึมี์โปรต่ิเอส ชื้ว่ ยย่อยสลายโปรต่ีนในนำ� เสีย
05
3 แบัคุทเี รยี ย่อยไขมนั ้ำ: Bacillus sp.
ผ่ลติ ่เอนไซึมี์ไลเปส ชื้ว่ ยย่อยสลายนำ� มี้นและไขมี้นในน�ำเสีย
4 ยีสติ:์ Saccharomyces sp.
ผ่ลิต่แอลกอฮอล์และกรด้อินทรยี ์ ในกระบวนการหมีก้ วส้ ดุ้อินทรยี ์
ได้เ้ ปน็ นำ� ต่าลใชื้เ้ ปน็ สารอาหารใหก้ บ้ จลุ นิ ทรยี ท์ เ�ี ปน็ ประโยชื้นก์ ลมุ่ ีอนื� ๆ
เชื้่น แบคทเี รียผ่ลติ ่กรด้แลคต่กิ
5 แบัคุทเี รยี ก�ำ จุัดลักู น้ำำ�� ยุงรำ�คุ�ญ: Bacillus sphaericus
ผ่ลิต่สารพิ่ิษ เมี�ือลูกน�ำยุงรำคาญกนิ แบคทีเรยี B. sphaericus เขา้ สู่
ระบบทางเด้ินอาหารสารพิ่ิษจากแบคทีเรียจะถูกย่อยโด้ยเอนไซึมี์
ท�ีมีีสภาวะเป็นด้่างท�ีอยู่ในกระเพิ่าะของลูกน�ำยุงทำให้เกิด้เป็นสารพิ่ิษ
ทีพ� ิ่ร้อมีออกฤทธิ ิ� (active toxin) ทำใหเ้ กดิ ้บาด้แผ่ลในทางเด้ินอาหาร
ของลกู นำ� ยุงและต่ายในทส�ี ุด้
ลูกู น้ำ�ำ�ยุุง
รำ�ำ ค�ญป็กติ
ลูกู น้ำำ�� ลูำ�ไส้้ลูกู น้ำำ��
ยุงุ รำำ�ค�ญ ยุงุ รำำ�ค�ญเป็น็ ้ำ
ได้ร้ ำับเชื้�อ้ แผลูจ�กส้�รำพิษิ
B. sphaericus ที่ผ�่ ลูติ โด้ยุ
06 แบคที่่เรำยี ุ
ก�รผลัิติส�รบัำ�บัดั นำ��ำ เสยี แลัะขจัดกลันิ� ำเหม็นำจ�กขยะเศษอ�ห�ร
ผลัติ ิจ�กก�รหมกั ขยะเศษอ�ห�ร
สว่ นผสมั 40 กโิ ลกรม้ ี
เศษอาหารในคร้วเรอื น 10-20 กโิ ลกร้มี
กากน�ำต่าล 5-10 กิโลกร้มี)
(หรือน�ำต่าลทราย 10 ลิต่ร (หรอื ท่วมีว้สดุ้หมี้ก)
นำ� ประมีาณ 1 ซึอง (25 กร้มี)
สารเร่งซึุปเปอร์ พิ่ด้.6
วธิ ีีก�รผลัติ ิ
1. ผ่สมีน�ำก้บกากนำ� ต่าลในถ้งหมีก้ คนใหเ้ ข้าก้น
2. ใสส่ ารเรง่ ซึปุ เปอร ์ พิ่ด้.6 ลงในสว่ นผ่สมีของนำ� กบ้ กากนำ� ต่าล คนประมีาณ 5-10 นาที
3. เทเศษอาหารลงในถง้ หมีก้ คนให้ส่วนผ่สมีเข้าก้น
4. ปดิ ้ฝาไมี่ต่้องสนทิ โด้ยในระหว่างการหมีก้ ใหค้ นทุก ๆ 2-3 วน้
5. ใชื้้ระยะเวลาหมีก้ 20-30 ว้น แล้วกรองนำน�ำไปใชื้้ หรือบรรจุใสภ่ าชื้นะเก็บไว้ในที�
14
3
25
07
ก�รผลัิติส�รบั�ำ บััดนำำ��เสยี แลัะขจัดกลั�ินำเหม็นำ ด้วยส�รเรง่
ซุปุ เปอร์ พด.6 โดยวธิ ีกี �รขย�ยเชุ�อ้
ก�รผลัติ ิโดยวิธีีก�รขย�ยเชุ�้อส�รเร่งซุุปเปอร์ พด.6
ส่วนผสมัในการขย์าย์เชื้อื� ิ 5 กโิ ลกรม้ ี (หรือน�ำต่าลทราย 2.5 กโิ ลกร้มี)
กากนำ� ต่าล 50 ลติ ่ร
น�ำ 1 ซึอง (25 กร้มี)
สารเรง่ ซึปุ เปอร์ พิ่ด้.6
วิธีกี �รขย�ยเชุ�อ้
1. ผ่สมีนำ� ก้บกากน�ำต่าลในถ้งหมี้กคนใหเ้ ข้ากน้
2. ใส่สารเร่งซึุปเปอร ์ พิ่ด้. 6 ในส่วนผ่สมีของน�ำและกากน�ำต่าล แลว้ คนใหเ้ ขา้ กน้
3. ปิด้ฝา ต่้�งท�งิ ไว้ในที�ร่มี และคนวน้ ละ 1 คร้ง�
4. ขยายเชื้ื�อเปน็ เวลา 4 ว้น จ้งนำไปใชื้้ได้้ (ไมี่ควรเก็บไว้นานเกนิ 7 ว้น)
ข้อพจิ �รณ�
เมีอ�ื ขยาย 4 ว้น จะเกิด้คราบเชื้ือ� และฟองกา๊ ซึด้า้ นบน นำไปทน้ ที
12
3 4
08
ก�รผลัติ ิส�รบัำ�บััดนำ��ำ เสยี แลัะขจดั กลันิ� ำเหม็นำ ด้วยก�รติ่อเชุ�้อ
1. สว่ น้ำผสมใน้ำก�รเพม�่ ปริม�ณติน้ ้ำติอเชีอ�้
กากนำ� ต่าล 5 กิโลกรม้ ี (หรอื น�ำต่าลทราย 2.5 กิโลกร้มี)
นำ� 50 ลติ ่ร
สารเร่งซึปุ เปอร ์ พิ่ด้.6 1 ซึอง (25 กร้มี)
2. ส่วน้ำผสมใน้ำก�รขย�ยเชี�อ้ 5 กิโลกร้มี (หรือนำ� ต่าลทราย 2.5 กโิ ลกร้มี)
50 ลิต่ร
กากน�ำต่าล 2 ลิต่ร
น�ำ
ต่น้ ต่อเชื้�อื
วธิ ีกี �รขย�ยเชุ�้อ
1. เพิ่ิ�มีปริมีาณต่้นต่อเชื้�อื ทำโด้ยผ่สมีนำ� ก้บกากนำ� ต่าลในถง้ หมี้กคนใหล้ ะลายเข้ากน้ ใสส่ ารเรง่
ซึปุ เปอร ์ พิ่ด้.6 ปิด้ฝา ต่้�งท�ิงไวใ้ นทีร� ม่ ี และคนว้นละ 1 คร�้ง ขยายเชื้อื� เปน็ เวลา 4 วน้
2. นำต่น้ ต่อเชื้�ือท�ีเพิ่�มิ ีปริมีาณไว ้ อต้ ่รา 2 ลติ ่ร มีาขยายเชื้ื�อ โด้ยผ่สมีน�ำกบ้ กากน�ำต่าลในถ้งหมีก้
คนใหล้ ะลายเข้ากน้ ใส่ต่้นต่อเชื้ื�อ ปิด้ฝา ต่ง�้ ไว้ในท�รี ม่ ี และคนว้นละ 1 คร้ง� ขยายเชื้อื� เปน็ เวลา 4 วน้
จง้ นำไปใชื้ไ้ ด้ ้ (ไมีค่ วรเกบ็ ไวน้ านเกิน 7 ว้น)
ส�รเร่งซุุปเปอร์ พด.6 1 ซุอง ติ้น้ำติอเชี้อ� 2 ลัิติร
ก�กน้ำ�ำ� ติ�ลั น้ำ�ำ� 50 ลัติ ิร ก�กน้ำำ�� ติ�ลั น้ำำ�� 50 ลัติ ิร
5 กโิ ลักรัม คุน้ำทุกวัน้ำ 5 กิโลักรมั คุน้ำทกุ วัน้ำ
1. เพ�่มปริม�ณติน้ ้ำติอเชี้อ� เป็น้ำเวลั� 4 วนั ้ำ 2. ขย�ยเชีอ�้ เปน็ ้ำเวลั� 4 วัน้ำ
ไดต้ ิน้ ้ำติอเชีอ�้ 50 ลัติ ิร ผลัติ ิส�รบัำ�บัดั น้ำ��ำ เสยี ได้ 1,250ลัติ ิร
09
ก�รใชุส้ �รบัำ�บััดนำ��ำ เสยี แลัะขจดั กลัิน� ำเหมน็ ำ
อตั ิร�แลัะวิธีีก�รใชีส้ �รบัำ�บััดน้ำ��ำ เสยี แลัะขจุัดกลั�นิ ้ำเหม็น้ำ
1 บั�ำ บัดั นำ��ำ เสยี ในำชุุมชุนำ
บำบ้ด้น�ำเสียในท่อระบายน�ำ คูคลอง ใชื้้สาร
บำบ้ด้น�ำเสียและขจ้ด้กล�ินเหมี็นอ้ต่รา 1 ลิต่ร
ต่อ่ นำ� 10 ลูกบาศก์เมีต่ร ทุกๆ 3-7 ว้น
2 บัำ�บััดนำ��ำ เสยี ในำพ้น� ำที่ี�ก�รเกษติร
• บำบ้ด้น�ำเสียในบ่อเลี�ยงส้ต่ว์น�ำ ใชื้้สาร
บำบ้ด้น�ำเสียและขจ้ด้กล�ินเหมี็นอ้ต่รา 1 ลิต่ร
ต่่อน�ำ 10 ลูกบาศก์เมีต่ร ทุกๆ 3-7 วน้
• ทำความีสะอาด้คอกสต้ ่ว ์ ใชื้อ้ ต้ ่ราเจอื จาง 1:10
ราด้ใหท้ ้�วพิ่น�ื ที�บำบ้ด้ทกุ ว้น หรือทกุ ๆ 3 ว้น
10
3 บั�ำ บัดั นำำ��เสยี ในำพน�้ ำที่ี�นำ��ำ ที่่วมขงั
• ใชื้้สารบำบ้ด้น�ำเสียและขจ้ด้กลิ�นเหมี็น
ที�ผ่ลิต่จากสารเร่งซึุปเปอร ์ พิ่ด้.6 จำนวน 1 ลติ ่ร
ต่่อน�ำเสีย 10 ลูกบาศก์เมีต่ร โด้ยเทหรือสาด้
ให้ท้�วพิ่ืน� ที�ในนำ� เสยี ทุก ๆ 3-7 วน้ จนกวา่ นำ�
จะใสและกลิ�นลด้ลง ควรใชื้้ในสภาพิ่น�ำน�ิงเน่าเสีย
เริ�มีส่งกล�นิ เหมีน็
ติัวอย่�ง
- พิ่�นื ท�ี 1 ไร่ ระด้้บนำ� สงู 30 เซึนต่เิ มีต่ร
ใชื้้สารบำบ้ด้น�ำเสียและขจ้ด้กลิ�นเหมี็น 50 ลิต่ร
- พิ่น�ื ท�ี 1 ไร่ ระด้้บนำ� สงู 50 เซึนต่ิเมีต่ร
ใชื้้สารบำบ้ด้น�ำเสียและขจ้ด้กลิ�นเหมี็น 80 ลิต่ร
หมัาย์เหตุ่ : อิัต่ราการใชื้ข้ น้� อิย์่กับีระดบั ีค่วามัลก้
ขอิงน้า�
ก�รใชุส้ �รเร่งซุุปเปอร์ พด.6 ในำก�รก�ำ จดั ลักู นำ��ำ ยงุ รำ�คำ�ญ
ใชื้ส้ ารเรง่ ซึปุ เปอร์ พิ่ด้.6 จำนวน 1 ซึอง (แบบผ่งแห้ง) ในพิ่ื�นที � 10 ต่ารางเมีต่ร
โด้ยโรยกระจายให้ทว้� และสม้ ีผ่ส้ ลูกน�ำยุงรำคาญ ยุงรำคาญเปน็ พิ่าหะ โรคไขส้ มีองอก้ เสบ
ทลี� ูกนำ� อาศ้ยอยู่ในแหล่งนำ� เสีย
11
ประโยชุนำข์ องส�รบั�ำ บััดนำ�ำ�เสยี แลัะขจดั กลั�นิ ำเหม็นำ
ที่ีผ� ลัิติจ�กส�รเรง่ ซุปุ เปอร์ พด.6
• ชื้ว่ ยบำบด้ ้นำ� เสยี และลด้กลิน� เหมีน็ ต่ามีทอ่ ระบายน�ำ แหล่งน�ำเนา่ เสยี ต่ามีบ้านเรือน
และชื้มุ ีชื้น ซึ�้งเกดิ ้จากกจิ กรรมีของจุลินทรยี ท์ �ีย่อยโปรต่นี ไขมี้น และผ่ลิต่กรด้อนิ ทรยี ์
• ทำความีสะอาด้คอกส้ต่ว์ เน�ืองจากค่าความีเป็นกรด้เป็นด้่างของสารบำบ้ด้น�ำเสีย
อยรู่ ะหวา่ ง 3-4 มีีผ่ลทำให้จุลนิ ทรีย์ทก�ี อ่ ให้เกิด้การเน่าเหมี็นไมีส่ ามีารถเจริญเต่บิ โต่ได้ ้
• กำจ้ด้ลกู นำ� ยงุ รำคาญ
คำ�ำ แนำะนำ�ำ
• สารบำบ้ด้น�ำเสียและขจ้ด้กลิ�นเหมี็น ที�ผ่ลิต่ด้้วยสารเร่งซึุปเปอร์ พิ่ด้.6
โด้ยวธิ ิีการ ขยายเชื้�ือและต่่อเชื้อ�ื เมีือ� ผ่ลิต่แลว้ ไมี่ควรเก็บไว้นานเกนิ 7 ว้น
• สามีารถใชื้น้ ำ� ต่าลทราย แทนกากน�ำต่าลได้้ โด้ยใชื้น้ ำ� ต่าลทราย 5-10 กิโลกร้มี
สำหรบ้ การหมี้กขยะเศษอาหาร หรือ 2.5 กโิ ลกรม้ ี สำหรบ้ การขยายเชื้�อื 50 ลติ ่ร
• กรณีผ่ลติ ่ในปรมิ ีาณมีากใชื้เ้ ครอื� งเต่ิมีอากาศแทนการกวนได้ ้
• ควรขยายเชื้ื�อในที�ร่มี
ก�รใชุส้ �รบัำ�บัดั นำ�ำ�เสยี แลัะขจัดกลัน�ิ ำเหม็นำในำพ้�นำที่ี�ติ�่ งๆ
1. นำ�ำ�เสียชุมุ ชุุนำ
การบำบ้ด้น�ำเสยี โด้ยใชื้้สารบำบด้ ้นำ� เสยี และขจด้ ้กล�นิ เหมี็นทีผ� ่ลิต่จากสารเรง่ ซึุปเปอร์ พิ่ด้.6 ในคคู ลอง
ที�มีนี ำ� เนา่ เสยี ทีเ� กิด้จากการทงิ� น�ำเสียจากการเล�ยี งส้ต่ว์และน�ำเสียชื้มุ ีชื้นพิ่บว่า เมีื�อมีีการใชื้้ทกุ ๆ 5 ว้น
ภายใน 1 เด้อื น สง่ ผ่ลใหค้ ณุ ภาพิ่นำ� ด้ขี น�้ โด้ยค่าปริมีาณออกซึเิ จนทีใ� ชื้ก้ ารยอ่ ยสลายสารอินทรยี ์
หรือ BOD ลด้ลง จาก 19.3 มีิลลกิ ร้มีต่่อลิต่ร เปน็ 3.41 มีิลลกิ รม้ ีต่่อลิต่ร ซึ�้งลด้ลงคิด้เปน็ ร้อยละ 82.33
12
2. นำ�ำ� เสียจ�กนำ��ำ ที่่วมขงั เปน็ ำเวลั�นำ�นำ
การบำบด้ ้น�ำเสยี จากการเกิด้อุทกภย้ ในพิ่ืน� ที�ภาคกลาง โด้ยใชื้ส้ ารบำบด้ ้น�ำเสียและ ขจ้ด้กล�ินเหมี็น
ทผ�ี ่ลิต่โด้ยวิธิกี ารขยายเชื้อ�ื สารเรง่ ซึปุ เปอร ์ พิ่ด้.6 ใชื้บ้ ำบ้ด้น�ำเสียอ้ต่รา 80 ลิต่ร ต่่อไร่ พิ่บวา่
คณุ ภาพิ่นำ� ด้ีข�น้ ท้ง� สี กล�นิ และความีขุ่นของน�ำลด้ลง ปรมิ ีาณออกซึเิ จนทลี� ะลาย น�ำ (DO) มีีคา่ เฉลยี�
เพิ่มิ� ีข�้นจาก 3.3 เป็น 4.9 มีิลลกิ ร้มีต่่อลิต่ร เพิ่ม�ิ ีข้น� คดิ ้เป็นร้อยละ 33
ก�รบั�ำ บััด ก�รบัำ�บัดั
น้ำำ�� เสยี น้ำ�ำ� เสยี
ใน้ำพ้�น้ำท�ี ใน้ำพ�้น้ำที�
น้ำ��ำ ท่วม น้ำ��ำ ท่วม
จุังหวัด ติ�ก จุงั หวดั ศรสี ะเกษ
ก�รบัำ�บััด ก�รบัำ�บัดั
น้ำำ��เสยี น้ำำ��เสีย
ใน้ำพ�น้ ้ำท�ี ใน้ำพ�้น้ำที�
น้ำ�ำ� ท่วม น้ำ��ำ ท่วม
จุังหวัด น้ำคุรปฐม จุงั หวดั ขอน้ำแกน่ ้ำ
ก�รบัำ�บัดั
น้ำ��ำ เสีย
ใน้ำพน�้ ้ำท�ี
น้ำ��ำ ท่วม
จุงั หวัด ชียั น้ำ�ท
ก�รบัำ�บััด
น้ำ�ำ�เสีย
ใน้ำพน้� ้ำที�
น้ำำ�� ทว่ ม
จุังหวดั รอ้ ยเอ็ด
13
คำณะผู้จดั ที่ำ�
ที่ปี� รึกษ�
อธิบิ ด้่กรำมพิัฒน้ำ�ที่�่ด้ิน้ำ
รำองอธิบิ ด้ก่ รำมพิฒั น้ำ�ที่�่ด้นิ ้ำ ด้�้ น้ำวิชิ ื้�ก�รำ
รำองอธิบิ ด้่กรำมพิัฒน้ำ�ที่่�ด้ิน้ำ ด้�้ น้ำป็ฏิบิ ัติก�รำ
รำองอธิบิ ด้ก่ รำมพิฒั น้ำ�ที่�่ด้ิน้ำ ด้�้ น้ำบรำิห�รำ
คำณะผู้ดำ�เนำินำก�ร
น้ำ�ยุอ�ที่ิตยุ์ ศุขุ เกษม น้ำ�งน้ำวิลูจัน้ำที่รำ์ ชื้ะบ�
น้ำ�ยุอรำรำณพิ พิุที่ธิโส้ น้ำ�งพิิกลุ ู เกตุชื้�ญวิทิ ี่ยุ์
น้ำ�งจนั ้ำจริ ำ� แส้งส้เ่ หลูอ้ ง น้ำ�งส้�วิส้มุ �ลู่ กลู�งส้ขุ
น้ำ�งส้�วิพิมิ พิ์ธิิด้� เรำอื งไพิศุ�ลู น้ำ�งส้�วิพิน้ำดิ ้� ป็รำเี ป็รำมโมที่ยุ์
น้ำ�งมน้ำตร์ ำะวิี ม่แตม้ น้ำ�งส้�วิฎ�น้ำุภ� อยุู�อน�ุ ้ำพิะเน้ำ�
น้ำ�งส้�วิส้ิรำนิ ้ำภ� ชื้นิ ้ำออ� น้ำ น้ำ�งส้�วิกน้ำกวิรำรำณ เชื้อ้� พิัน้ำธิ์ุ
น้ำ�งส้�วิด้�รำ�รำัตน้ำ์ โฮต�ก้� น้ำ�งส้�วิก�น้ำต์มณ่ จัน้ำที่รำ์ข�วิ
ข้อมลู ัเพ�ิมเติมิ
กองเที่คโน้ำโลูยุ่ชื้่วิภ�พิที่�งด้ิน้ำ กรำมพิฒั น้ำ�ที่ด่� ้นิ ้ำ กรำะที่รำวิงเกษตรำแลูะส้หกรำณ์
โที่รำ 0 2579 0679 FB: กองเที่คโน้ำโลูยุช่ ื้ว่ ิภ�พิที่�งด้ิน้ำ กรำมพิัฒน้ำ�ที่่�ด้นิ ้ำ
14