กิจกรรมการเรียนรูแบบ “STEAM EDUCATION” เรื่อง คุณนายลืมตื่น ภาคเรียนที่ 1 ปการศึกษา 2565 ผูจัดทํา นักเรียนชั้นอนุบาล 3/1 คุณครูที่ปรึกษา คุณครูธันฐภัทร แกวบุญมา คุณครูปยะวดี ชางหลอ โรงเรียนฐานปญญา ๔๕/๕๙๗ หมู ๑๔ แขวงบางหวา เขตภาษีเจริญ กรุงเทพมหานคร ๖
กิจกรรมการเรียนรูแบบ “STEAM EDUCATION” เรื่อง คุณนายลืมตื่น ภาคเรียนที่ 1 ปการศึกษา 2565 ผูจัดทํา นักเรียนชั้นอนุบาล 3/1 ระยะเวลาในการดําเนินกิจกรรม ระหวางวันที่ 23 สิงหาคม - 23 กันยายน 2565 คุณครูที่ปรึกษา คุณครูธันฐภัทร แกวบุญมา คุณครูปยะวดี ชางหลอ โรงเรียนฐานปญญา 45/597 หมู 14 แขวงบางหวา เขตภาษีเจริญ กรุงเทพมหานคร 10160
ที่มาของการจัดกิจกรรมการเรียนรูแบบ “STEAM EDUCATION” การจัดการเรียนการสอนแบบSTEAM นี้เกิดจากวันหนึ่งขณะที่เด็กกําลังเรียนวิชาศิลปะ ครูผูสอนไดใหเด็กระบายสี ภาพดอกไม และในขณะที่เด็กกําลังทํางานของตนเองอยูนั้น นองนูโนไดกลาวถามคุณครูวา นองนูโน : คุณครูขาที่บานหนูก็มีดอกไมคะ ดอกอะไรก็ไมรู พอตอนเชาก็จะบานนอยๆ แตพอตอนสายๆก็จะบาน ดอกใหญคะ คุณครู : หรอคะ เอ?? แตมันดอกอะไรอะ ดอกทานตะวันหรือปาวคะ นองนูโน : ไมใชคะ หนูรูจักดอกทานตะวันคะ อันนี้เปนดอกเล็กๆ และมีหลายๆสีคะ คุณครู : ถาอยางนั้นพรุงนี้นองนูโนลองเก็บดอกไมนั้นมาใหครูแกวดูหนอยนะคะ ครูแกวอยางรูวามันคือดอกอะไร นองนูโน : ไดคะ ในวันตอมานองนูโนจึงไดนำดอกไมชนิดนั้นมาใหครูและเพื่อนๆดู และไดมีการสอบถามมาจากคุณแมของนองถึง เรื่องดอกไมที่นองนูโนนำมาวันนี้ คุณครูจึงไดเลาเรื่องราวทั้งหมดใหคุณแมฟง เมื่อคุณแมรับรูเรื่องราวแลวจึงบอกกับ คุณครูวา หากครูตองการที่จะนำเด็กๆปลูกดอกไมชนิดนี้ คุณแมยินดีเก็บดอกไมใหแลวจะฝากนองมาโรงเรียนในวันถัดไป ครูจึงเห็นวาเปนการสงเสริมการเรียนรูที่ดี และเห็นเด็กๆใหความสนใจในการสนทนาเรื่องดอกไม ครูจึงตกลงกับเด็กๆวา เราจะปลูกดอกไมชนิดนี้ดวยกัน
วัตถุประสงคของการจัดกิจกรรมการเรียนรูแบบ “STEAM EDUCATION” 1. เรียนรูการเปลี่ยนแปลงของธรรมชาติจากสิ่งตางๆรอบตัว 2. ฝกทักษะการสืบเสาะหาความรู 3. ฝกทักษะการใชภาษาสื่อสาร 4. การใชประสาทสัมผัส 5. ฝกทักษะการคิดสรางสรรค คิดวิเคราะหและคิดแกปญหา 6. เพื่อใหเด็กสามารถทํางานรวมกับผูอื่นได ขอบเขตการคนควาในการจัดกิจกรรมโครงงาน STEAM 1. ดานเนื้อหา - ศึกษาวิธีการปลูกตนคุณนายตื่นสาย 2. ดานสถานที่ - หองเรียนชั้นอนุบาล -/1 - แหลงเรียนรูในโรงเรียน - หองคอมพิวเตอร 3. ดานเวลา - ระยะเวลาในการดําเนินกิจกรรม วันที่ 23 สิงหาคม - 23 กันยายน 2565 ËéͧàÃÕ¹ ÅÒ¹Í๡»ÃÐʧ¤ì áËÅè§à¾ÒлÅÙ¡ Ëéͧ¤ÍÁ¾ÔÇàµÍÃì
วัสดุ/อุปกรณ ที่ใชในการจัดกิจกรรมโครงงาน STEAM เรื่อง “คุณนายลืมตื่น” á¡éǾÅÒʵԡ ´Ô¹»ÅÙ¡ ªé͹µÑ¡´Ô¹ ºÑÇô¹éÓ ´Í¡¤Ø³¹Òµ×è¹ÊÒ àª×Í¡
แผนการจัดประสบการณการเรียนรู STEAM EDUCATION แผนกปฐมวัย โรงเรียนฐานปญญา โรงเรียนฐานปญญาแผนกปฐมวัย ไดจัดกิจกรรมโครงงานการเรียนรูแบบ “STEM EDUCATION” โดยมีแนว ทางการจัดการเรียนการสอนที่เนนการบูรณาการระหวางเนื้อหาบทเรียนและทักษะทางกระบวนการดานวิทยาศาสตร เทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร ศิลปะ และคณิตศาสตรมาผสมผสานเพื่อสงเสริมใหเด็กคิดแกปญหา มีความคิด สรางสรรค การเรียนรูผานการเลน และสภาพแวดลอมที่เอื้อตอการสำรวจ การตั้งคำถาม การคนหาคำตอบที่สอดคลองกับ ความสนใจของเด็ก รวมถึงเปดโอกาสใหเด็กไดศึกษาในสิ่งที่สนใจดวยตนเองหรือศึกษารวมกับกลุมเพื่อน ครูจึงได ออกแบบกิจกรรมการเรียนใหสอดคลองกับความรูพื้นฐานของเด็กๆ นอกจากนี้ยังเนนความสำคัญเรื่องการรูหนังสือใน ชีวิตประจำวันที่มีความหมายตอตัวเด็ก ตลอดจนการพัฒนาทักษะทั้ง ๔ ดาน ผานประสบการณตรงไดอยางเหมาะสมกับวัย ของเด็ก ครูจัดกิจกรรมการเรียนรูเรื่อง คุณนายตื่นสาย เพื่อเรียนรูธรรมชาติรอบตัว โดยเนนใหเด็กไดสังเกตสิ่งตางๆที่ได เรียนรูในบทเรียนนี้ เรียนรูวิธีการปลูกดอกไมการดูแล/บำรุงรักษาตนดอกไมหลังจัดกิจกรรมแลวมีการสรุป, อภิปราย ความรู, บอกประโยชนที่ไดจากการทำกิจกรรม, ประเมินพัฒนาการของผูเรียนตามที่กำหนด, ประเมินดานความรูจากการ ตอบคำถาม, ประเมินดานทักษะจากการสังเกตและการลงมือปฏิบัติ, ประเมินดานเจตคติจากการสังเกตพฤติกรรมเด็กใน การทำกิจกรรม, และประเมินความรูสึกที่มีตอกิจกรรมและตอผลงาน เปนตน เพื่อใหเด็กมีความสุข สนุกกับกิจกรรมการ เรียนการสอนแบบSTEAM EDUCATIONตอไป จุดประสงค 1. เพื่อเรียนรูชื่อดอกไม รูปทรง ลักษณะ สี กลิ่น และขนาด 2. เพื่อเรียนรูสวนประกอบของดอกไม 3. เพื่อเรียนรูวิธีการปลูกตนดอกคุณนายตื่นสาย 4. รูวิธีการดูแลดอกคุณนายตื่นสาย 5. เพื่อใหรูจักประโยชนและโทษของดอกไม 6. เพื่อใหเด็กไดเรียนรูจากประสบการณจริง
การบูรณาการเขากับสาระการเรียนรู ๔ เรื่อง ที่ครอบคลุมพัฒนาการทั้ง ๔ ดาน แนวความรู/หลักการคิดดาน STEAM บรูณาการสอดคลองกับ สาระการเรียนรู ๔ เรื่อง ประสบการณสําคัญดาน พัฒนาการแกผูเรียน S วิทยาศาสตร (Science) : -การสํารวจ -การคนควา -การคิด,แกปญหา -การสังเกต,สนใจ -การสงสัยและตั้งคําถาม -การตั้งสมมุติฐาน -การทดลอง -การรวบรวมขอมูล -การสรุป ๑. เรื่องราวเกี่ยวกับตัวเด็ก ไดแก - การใชประสาทสัมผัส เชน การหยิบ-จับ ๒. เรื่องราวเกี่ยวกับบุคคล และสถานที่รอบตัวเด็ก ไดแก - สถานที่ในการศึกษาคนควา คือหองเรียน, บริเวณโรงเรียน ๓. ธรรมชาติรอบตัวเด็ก ไดแก - การใหความสนใจในสิ่ง ตองการเรียนรู ๔.สิ่งแวดลอมรอบตัวเด็ก ไดแก - การภาษาสื่อสารระหวาง เด็กและครู ดานรางกาย - การเคลื่อนไหวรางกายในการทํา กิจกรรม - การใชกลามเนื้อมัดเล็ก,กลามเนื้อมัด ใหญ - การประสานสัมพันธระหวางมือกับตา และหู ดานอารมณ-จิตใจ - ความสุข, ความราเริงแจมใส, ความ สนใจในกิจกรรม - การแสดงความคิดเห็นตนเองในการ สนทนารวมกับผูอื่น - การแสดงอารมณและความรูสึก ดานสติปญญา - การคิดรวบยอด การคิดเชิงเหตุผล - การตัดสินใจและการแกปญหา - การสังเกตลักษณะและความสัมพันธ ของสิ่งตางๆผานประสาทสัมผัส - การตั้งคําถาม การคนหาคําตอบใน เรื่องที่สนใจ - การศึกษาในเรื่องที่เด็กสนใจ - การมีความคิดรวบยอดกับสิ่งตางๆที่ เกิดประสบการณการเรียนรู
แนวความรู/หลักการคิดดาน STEAM บรูณาการสอดคลองกับ สาระการเรียนรู ๔ เรื่อง ประสบการณสําคัญดาน พัฒนาการแกผูเรียน T เทคโนโลยี (Technology) : -การใชงานเครื่องมือและ อุปกรณตางๆ -การเขาถึงอุปกรณและ เทคโนโลยี -สื่อการเรียนรูตางๆ ๑. เรื่องราวเกี่ยวกับตัวเด็ก ไดแก - การใชประสาทสัมผัส เชน การหยิบ-จับ - รูจักอุปกรณตางๆรอบตัวใน การดําเนินงาน ๒. เรื่องราวเกี่ยวกับบุคคล และสถานที่รอบตัวเด็ก ไดแก - สถานที่คนควาในหองเรียน - แหลงเรียนรูนอกหองเรียน - หองสืบคนขอมูล (คอมพิวเตอร) ๓. ธรรมชาติรอบตัวเด็ก ไดแก - ประยุกตใชอุปกรณในการ ดําเนินโครงงาน ๔.สิ่งแวดลอมรอบตัวเด็ก ไดแก - การใชอุปกรณตางๆ, สื่อการ สอน และการสื่อสารระหวาง เด็กและครู ดานรางกาย - การเคลื่อนไหวรางกายขณะทํา กิจกรรมหรือสรางงานศิลปะ,ชิ้นงาน - การใชกลามเนื้อมัดเล็ก,กลามเนื้อมัด ใหญ - การประสานสัมพันธระหวางมือกับตา และหู ดานอารมณ-จิตใจ - ความพึงพอใจ, และความราเริงแจมใส หรือมีความสุขขณะทํากิจกรรมรวมกับ ผูอื่น - การควบคุมอารมณและความรูสึก ตนเองตอผูอื่น - การแสดงออกและความมั่นใจ - การสรางสรรคและทําสิ่งตางๆ - การรอคอยตามลําดับกอนหลัง ดานสังคม - การปฏิสัมพันธรวมกับผูอื่น เชนให ความรวมมือ, การสนทนา - การใชภาษาที่เหมาะสมกับวัย - การมีวินัย มีความรับผิดชอบ รูจัก ชวยเหลือและแบงปน
แนวความรู/หลักการคิดดาน STEAM บรูณาการสอดคลองกับ สาระการเรียนรู ๔ เรื่อง ประสบการณสําคัญดาน พัฒนาการแกผูเรียน E วิศวกรรมศาสตร (Engineering) : -การกําหนดปญหา -การวางแผน -การออกแบบ -การลงมือปฏิบัติ -การแกปญหา ๑. เรื่องราวเกี่ยวกับตัวเด็ก ไดแก - รูจักสิ่งตางๆรอบตัวในการ ดําเนินงานหรือขั้นตอนการ สํารวจ ๒. เรื่องราวเกี่ยวกับบุคคล และสถานที่รอบตัวเด็ก ไดแก - สถานที่คนควาในหองเรียน - แหลงเรียนรูนอกหองเรียน ๓. ธรรมชาติรอบตัวเด็ก ไดแก - รูจักคิดแกปญหาในสิ่งที่เห็น หรือสิ่งที่เกิดขึ้นขณะ ดําเนินโครงงาน ๔.สิ่งแวดลอมรอบตัวเด็ก ไดแก - การวางแผน การลงมือ ปฏิบัติของเด็ก ดานสังคม - การปฏิสัมพันธรวมกับผูอื่น ใหความ รวมมือ, การสนทนา - การใชภาษาที่เหมาะสมในการสื่อสาร - การมีวินัย มีความรับผิดชอบ รูจัก ชวยเหลือและแบงปน ดานสติปญญา - การคิดออกแบบ วางแผน และลําดับ ขั้นตอนในการปลูก - การสังเกต การวัด - อธิบายความเหมือน-แตกตางในเรื่องที่ เรียน - การตั้งประเด็นคําถามและหัดใช ความคิดเบื้องตน เชน คําถาม “อะไร, ทําไม, จากไหน, อยางไร, ตอนไหน, เมื่อไหร” เปนตน
แนวความรู/หลักการคิดดาน STEAM บรูณาการสอดคลองกับ สาระการเรียนรู ๔ เรื่อง ประสบการณสําคัญดาน พัฒนาการแกผูเรียน A ศิลปะ (Arts) : -ทักษะดานศิลปะ -ผลงาน, ชิ้นงาน -การสรางสรรค -การคิดจิตนาการ -การถายทอดเรื่องราวผาน งานศิลปะรูปแบบตางๆ ๑. เรื่องราวเกี่ยวกับตัวเด็ก ไดแก - การใชประสาทสัมผัส เชน การหยิบ-จับ, สรางสรรค ผลงาน ๒. เรื่องราวเกี่ยวกับบุคคล และสถานที่รอบตัวเด็ก ไดแก - สถานที่คนควาและ ดำเนินงานในหองเรียน ๓. ธรรมชาติรอบตัวเด็ก ไดแก - การสรางสรรคผลงานจาก เรื่องที่เรียนและสื่อความคิด จากเรื่องที่เรียน ๔.สิ่งแวดลอมรอบตัวเด็ก ไดแก - การใชสิ่งตางๆประกอบเขา ดวยกันอยางเหมาะสมเพื่อ สรางสรรคผลงานศิลปะ ดานรางกาย - การเคลื่อนไหวขณะทำกิจกรรมศิลปะ หรือการประดิษฐ - การใชกลามเนื้อมัดเล็ก,กลามเนื้อมัด ใหญ - การประสานสัมพันธระหวางมือกับตา และหู ดานอารมณ-จิตใจ - การสรางสรรคและประดิษฐผลงาน - ความพึงพอใจตอผลงาน, และความรา เริงแจมใสหรือมีความสุขขณะทำ กิจกรรมรวมกับผูอื่น - การควบคุมอารมณและความรูสึก ตนเองตอผูอื่น - การแสดงออกและความมั่นใจ - การรอคอยตามลำดับกอนหลัง ดานสังคม - การปฏิสัมพันธรวมกับผูอื่น ใหความ รวมมือการสนทนา - การใชภาษาที่เหมาะสมในการสื่อสาร - การมีวินัย มีความรับผิดชอบ รูจัก ชวยเหลือและแบงปน ดานสติปญญา - การใหเด็กทำกิจกรรมศิลปะที่ หลากหลายดวยตนเอง - การถายทอดความคิดออกมาโดยใชสื่อ ตางๆ - การคิดสรางสรรค, ออกแบบงาน - การเปดโอกาสใหเด็กลองจินตนาการ ตามเนื้อเรื่องหรือตามสมมุติฐานที่ตั้ง ขึ้นมา - การสงเสริมงานศิลปะใหแกผูเรียนใน รูปแบบตางๆ เชน วาด, ปน, ระบาย, เปา, ตัด, ปะ, เรียง, แยก, รอย เปนตน
แนวความรู/หลักการคิดดาน STEAM บรูณาการสอดคลองกับ สาระการเรียนรู ๔ เรื่อง ประสบการณสําคัญดาน พัฒนาการแกผูเรียน M คณิตศาสตร (Mathematics) : -การคําณวน -การนับจํานวน -การวัดปริมาตร -รูปทรง , รูปแบบ -การเรียงลําดับ -การเปรียบเทียบ -รูจักรูปราง, รูปทรงและ ขนาด -ความสัมพันธของ สิ่งตางๆ ๑. เรื่องราวเกี่ยวกับตัวเด็ก ไดแก - การใชประสาทสัมผัส เชน การหยิบ-จับ, การรับรูสิ่ง ตางๆที่เรียน ๒. เรื่องราวเกี่ยวกับบุคคล และสถานที่รอบตัวเด็ก ไดแก - สถานที่คนควาและ ดําเนินงานในหองเรียน ๓. ธรรมชาติรอบตัวเด็ก ไดแก - การเชื่อมโยงจากเรื่องที่ เรียนเพื่อนําไปใชใน ชีวิตประจําวัน ๔.สิ่งแวดลอมรอบตัวเด็ก ไดแก - การแสดงความคิดเห็นและ ทําความเขาใจที่สอดคลองกับ เนื้อเรื่องที่เรียน ดานรางกาย - การเคลื่อนไหวขณะทํากิจกรรมศิลปะ หรือการประดิษฐ - การใชกลามเนื้อมัดเล็ก,กลามเนื้อมัด ใหญ - การประสานสัมพันธระหวางมือกับตา และหู ดานอารมณ-จิตใจ - การควบคุมอารมณและความรูสึก ตนเองตอผูอื่น - การแสดงออกและความมั่นใจ - การรอคอยตามลําดับกอนหลัง ดานสังคม - การปฏิสัมพันธรวมกับผูอื่น ใหความ รวมมือ, การสนทนา - การใชภาษาที่เหมาะสมในการสื่อสาร - การมีวินัย มีความรับผิดชอบ รูจัก ชวยเหลือและแบงปน ดานสติปญญา - การคําณวนจํานวนและปริมาณ - การนับและแสดงจํานวน - การเปรียบเทียบขนาด - การวัดความยาวและความสูง - การเรียนรูรูปราง, รูปทรง - การสังเกตลักษณะและสวนประกอบ - การเปลี่ยนแปลงและความสัมพันธของ สิ่งตางๆโดยใชประสาทสัมผัสอยาง เหมาะสม - การเรียงลําดับของสิ่งของ - การจําแนกสิ่งของ, การจัดกลุม
ขั้นตอนการดำเนินกิจกรรมตามแนวการจัดประสบการณ การเรียนรูแบบ STEAM EDUCATION วันที่ 23 สิงหาคม - 23 กันยายน พ.ศ 2565 กิจกรรมเรื่อง คุณนายลืมตื่น 1. สาระการเรียนรู ดอกไมแตละชนิดมีชื่อ รูปทรง ลักษณะ สี กลิ่น และขนาดที่ตางกัน เชน ดอกมะลิ ดอกกุหลาบ ดอกทานตะวัน ดอกคุณนายตื่นสาย เปนตน ดอกไมมีสวนประกอบตางๆ เชน ราก กาน ใบ ดอก เปนตน และมีการปลูกที่หลากหลาย เชน ปลูกใชเมล็ด ปลูกตนกลา ตอนกิ่ง ปกชํา ดอกไมจะเจริญงอกงามไดโดยการดูแล รดนํ้า พรวนดิน ใสปุย ไมเด็ดหรือทําลาย ดอกไมก็จะโตสวยงาม ดอกไมนั้นมีทั้งประโยชนและโทษ เชน ประดับเพื่อความสวยงาม ใหแทนความรูสึก ไหวบูชาพระ และอีกมากมาย 2. สาระที่ควรเรียนรู สิ่งที่เด็กรูแลว สิ่งที่เด็กอยากรู สิ่งที่เด็กควรเรียนรู - เกิดขึ้นตามธรรมชาติ , ปลูก - ไมเด็ดหรือทำลาย - ดอกไมมีสีสวยงาม - วิธีการปลูกดอกไม - ชื่อ สี ลักษณะ กลิ่น ขนาดของ ดอกไม - ประโยชนและโทษของดอกไม - สวนประกอบของดอกไม - การดูแลรักษา - การดูแลรักษาธรรมชาติและ สิ่งแวดลอม 3. ประสบการณสำคัญ ดานรางกาย - การเขียนภาพและการเลนกับสี - การหยิบจับอุปกรณ - การประสานสัมพันธระหวางมือกับตา - การเคลื่อนไหวสวนตางๆของรางกายขณะทำกิจกรรม
ดานอารมณ-จิตใจ - การมีความมุงมั่นที่จะทำงานใหสำเร็จ - การชื่นชม สนใจ มีความสุขขณะทำกิจกรรม - การเลนและทำกิจกรรมรวมกับผูอื่นตามความสามารถของตนเอง - การควบคุมอารมณของตนเองและแสดงออกไดเหมาะสมตามสถานการณ ดานสังคม - การเพาะปลูกและการดูแลตนไม - การรักษาความสะอาดและดูแลรักษาธรรมชาติ - การสนทนาแลกเปลี่ยนความคิดเห็น - การชวยเหลือและแบงปน ดานสติปญญา - นับจำนวนและวัดความสูงของตนดอกคุณนายตื่นสาย - เปรียบเทียบขนาดและรูปรางของผีเสื้อ - จำแนกผีเสื้อกลางวัน กลางคืน - บอกชื่อสวนประกอบตางๆของผีเสื้อได - การอธิบายขั้นตอนการเกิดของผีเสื้อได (วงจรชีวิตผีเสื้อ) - การออกแบบขั้นตอนการประดิษฐผีเสื้อ 4. ความรูและทักษะใน ๔ สาระของการจัดกิจกรรมแบบ STEAM S (Science) - การสำรวจสิ่งตางๆรอบตัว - การสังเกตขนาดและสีของดอกไม - การตั้งคำถามในเรื่องที่สนใจ - การสืบเสาะหาความรูเพื่อคนหาคำตอบของขอสงสัยตางๆ T (Technology)-การหยิบจับอุปกรณและวัสดุที่ใชในการเพาะปลูกและการดูแลตนคุณนายตื่นสาย - การใชอุปกรณในการสรางสรรคผลงานศิลปะ - เรียนรูและสืบคนผานอุปกรณทางเทคโนโลยี E (Engineering) - การกำหนดวิธีการเพาะปลูก - การรวบรวมขอมูลเพื่อแสวงหาวิธีการแกปญหาหรือสนองความตองการ - ติดตามผลการดําเนินงาน - แกใขปญหาหรือบอกขอบกพรองในขั้นตอนการดำเนินงาน
A (Arts) - รองเพลง ทําทาประกอบเพลง - การคิดสรางสรรค, ออกแบบงานศิลปะ - การถายทอดความคิดเรื่องที่เรียนรูและสรุปใจความสําคัญได - การใหเด็กทํากิจกรรมศิลปะที่หลากหลายดวยตนเอง - การสงเสริมงานศิลปะใหแกผูเรียนในรูปแบบตางๆ เชน วาด, ระบาย, เปา, ตัด, ปะ, เรียง, แยก, รอย - การเปดโอกาสใหเด็กลองจินตนาการตามเนื้อเรื่องหรือตามสมมุติฐานที่ตั้งขึ้นมา M (Mathematics) - การนับจำนวนสวนตางๆของดอกคุณนายตื่นสาย - การเรียนรูเรื่องรูปทรง - การวัดความความยาว - การคาดคะเนตำแหนงในการจัดวางของตน - การจำแนกสี - การเปรียบเทียบขนาดของดอกไม - การเรียนรูเรื่องมิติสัมพันธ พื้นที่ และตำแหนงในการออกแบบ 5. กิจกรรมการเรียนรู ขั้นตอนการจัดกิจกรรมเสริมประสบการณโครงงาน Steam ขั้นนำเขาสูบทเรียน - ครูสนทนาประสบการณเดิมเรื่องดอกไมที่เด็กรูจัก - เด็กทำกิจกรรมเคลื่อนไหวรางกายประกอบเพลง ขั้นกิจกรรมการเรียนรู - ครูสนทนากับเด็กเรื่องดอกไม โดยจัดการเรียนรูใหเด็กแบบรายวันดังนี้ วันที่1 เรียนรูเรื่องรูปทรง ชื่อ สี กลิ่น และขนาดของดอกไม วันที่2 เรียนรูเรื่องสวนประกอบของดอกไม วันที่3 เรียนรูเรื่องวิธีการปลูกตนดอกคุณนายตื่นสาย วันที่4 เรียนรูเรื่องการดูแลรักษาดอกไม วันที่5 เรียนรูเรื่องประโยชนและโทษของดอกไม - ครูนำเด็กสำรวจแหลงเรียนรูนอกหองเรียนเพื่อฝกใหเด็กไดสังเกตสิ่งตางๆระหวางการสำรวจ - เด็กสืบคนขอมูลจากแหลงเรียนรูในหองคอมพิวเตอรเกี่ยวกับวิธีการปลูก - ครูนำเด็กลงมือปฏิบัติปลูกตนดอกคุณนายตื่นสายตามวิธีที่เด็กๆไดรวมกันสืบคนมา - เด็กชวยกันเก็บอุปกรณและทำความสะอาดรางกายของตนเอง - ครูนำเด็กสังเกตการเจริญเติบโตของตนดอกคุณนายตื่นสายทุก 1 สัปดาหหลังการปลูก ขั้นสรุป - รวมกันอภิปรายสรุปเกี่ยวกับขั้นตอนการปลูก - สรุปสิ่งที่เด็กรูแลว สิ่งที่เด็กอยากรู และสิ่งที่เด็กควรรู - ประเมินผลการจัดกิจกรรมของเด็กๆ - บันทึกผลหลังการสังเกตในแตละครั้ง
สื่อการสอน - แกวนํ้าพลาสติก - ดินปลูก - ตนดอกคุณนายตื่นสาย - บัวรดนํ้า - นิทาน - บัตรภาพ - พรั่วตักดิน - แบบบันทึกการเจริญเติบโต 6.กำหนดปญหาของการจัดกิจกรรมตามแนวการจัดประสบการณการเรียนรู STEAM - การดูแลรักษาตนดอกคุณนายตื่นสายไมใหตาย 7. การดำเนินงานโครงงาน STEAM เรื่องคุณนายลืมตื่น 1. วันที่ 23 สิงหาคม 2565 - ครูทบทวนประสบการณเดิมกับเด็กๆ เรื่องดอกไมที่เด็กรูจัก - ครูสนทนากับเด็กเรื่อง รูปทรง ชื่อ สี กลิ่น และขนาดของดอกไมชนิดตางๆ พรอมทั้งนำภาพดอกไมตางๆแสดงใหเด็กดู ไดแก ดอกกุหลาบ ดอกทานตะวัน ดอกมะลิดอกบัว ดอกดาวเรือง ดอกเข็ม และดอกคุณนายตื่นสาย ครูอธิบายใหเด็ก ทราบตามหัวขอการเรียนรูและบอกครูชื่อดอกไมแตละชนิดที่เห็น จากนั้นครูตั้งคำถามกับเด็กๆ ดังนี้ • เด็กๆคิดวาดอกไมอะไรมีกลิ่นหอมบางคะ • ดอกไมที่เด็กๆเห็นมีสีอะไรบาง แลวมีดอกอะไรบางที่มีสีเหมือนกัน - ครูเลือกอาสาสมัครเด็กออกมาชี้ภาพดอกไมที่ตนเองรูจักและชอบ พรอมทั้งเลาใหเพื่อนฟงถึงเหตุผลที่ชอบ - ครูและเด็กตกลงกันวาจะสำรวจแหลงเรียนรูนอกหองเรียนเพื่อหาดอกไมชนิดตางๆที่สามารถพบเห็นไดในโรงเรียน - เด็กออกสำรวจบริเวณโรงเรียน หากพบเจอดอกไมที่รวงหลนใหเด็กเก็บมาใหครู ครูและเด็กรวมกันสนทนาเกี่ยวกับ ดอกไมที่เก็บไดโดยใชคำถามดังนี้ • ดอกไมที่เด็กๆเก็บมาแตละดอกมีขนาดเทากันหรือไมคะ • ดอกไมที่เราเจอมีขนาดเทากันหรือไม และมีสีอะไรบาง • เด็กๆรูไหมคะวาเด็กไมที่เก็บมามีชื่อเรียกวาอะไรบาง - ครูและเด็กทำความสะอาดรางกายกอนกลับเขาหองเรียน 2. วันที่ 24 สิงหาคม 2565 - ครูเลานิทานใหเด็กฟงเรื่องดอกไมกับสัตวปา และสนทนาเนื้อหานิทาน - ครูและเด็กรวมกันสนทนาเกี่ยวกับสวนประกอบของดอกไมครูนำภาพดอกไมมาแสดงใหดู - ครูวาดภาพดอกไมขนาดใหญบนกระดาน และทำลูกศรชี้บอกตำแหนงของสวนประกอบตางๆใหเด็กรูจัก - ครูขออาสาสมัครออกมาชี้ภาพสวนประกอบของดอกไมตามที่ครูบอก - เด็กวาดภาพสวนประกอบของดอกไมตามคำบอกของเพื่อนลงบนกระดาน แลวสงปากกาใหเพื่อนคนตอไปพรอมกับบอก สวนประกอบที่ตองการใหเพื่อนวาด
3. วันที่ 25 สิงหาคม 2565 - ครูและเด็กรวมกันรองเพลงดอกไม และทำทาประกอบ - เด็กดูภาพดอกคุณนายตื่นสายที่บานพรอมกันอยางสวยงาม และเปดโอกาสใหเด็กๆถามคำถามในสิ่งที่อยากรูเกี่ยวกับ ดอกคุณนายตื่นสาย • เด็กๆเคยเห็นดอกไมชนิดนี้มากอนหรือไม • ทำไมดอกคุณนายตื่นสายมีมากมายหลายสี - จากนั้นครูนำเด็กๆไปหองคอมพิวเตอรเพื่อชวยกันหาคำตอบที่เด็กสงสัยโดยการดู YouTube การปลูกตนคุณนายตื่น สาย - ครูนำเด็กไปลานเอนกประสงคแนะนำวัสดุอุปกรณตางๆ พรอมทั้งสนทนาเกี่ยวกับขั้นตอนการปลูก โดยใหเด็กๆชวยกัน คิดบอกวิธีจากที่ดูมา และลงมือปฏิบัติปลูกดอกไมพรอมๆกันไปตามขั้นตอนที่เด็กและครูชวยกันบอก - เมื่อปลูกดอกไมเสร็จ เด็กชวยกันเก็บวัสดุอุปกรณ และทำความสะอาดรางกายกอนเขาหองเรียน 4. วันที่ 26 สิงหาคม 2565 - ครูนำเด็กออกนอกหองเรียนไปแหลงเรียนรูสวนไมไทยในโรงเรียน - ครูนำเด็กนั่งบริเวณที่เหมาะกับการเลานิทาน จากนั้นครูเลานิทานเรื่อง ดอกไมผจญภัย ใหเด็กฟง - ครูสนทนาเนื้อหานิทาน เกี่ยวกับดอกไมที่มีความสวยงามกับดอกไมที่เริ่มเหี่ยวเฉาในนิทาน และเปดโอกาสใหเด็กถาม คำถามจากดอกไมที่เห็นทั้ง 2 แบบในนิทาน - เด็กและครูรวมกันหาคำตอบจากคำถาม เชน • ดอกไม 2 แบบนี้เหมือนกันหรือตางกันอยางไร • ทำไมดอกไมแบบที่ 1 ถึงมีดอกไมสวยงาม ทำไมแบบที่ 2 ไมมีดอกและเริ่มเหี่ยวเฉา • เราจะมีวิธีการดูแลรักษาดอกไมอยางไรบาง - ครูนำเด็กไปดูแลตนดอกคุณนายตื่นสายที่ตนเองปลูกไว - เมื่อรดน้ำดอกคุณนายตื่นสายเสร็จ เด็กชวยกันเก็บอุปกรณ และทำความสะอาดรางกายกอนเขาหองเรียน 5. วันที่ 27 สิงหาคม 2565 - ครูนำภาพพวงมาลัย และดอกไมปลอมในแจกัน มาใหเด็กดูและสนทนาเกี่ยวกับประโยชนและโทษของดอกไม - ครูตั้งคำถามจากภาพที่เด็กเห็น และรวมกันตอบคำถาม • ดอกไมมีประโยชนหรือไม อยางไร • เด็กๆชอบดอกไมอะไรมากที่สุด เพราะอะไร • เด็กๆรูไหมคะวาดอกไมบางชนิดก็เปนโทษตอคน - อาสาสมัครมาบอกเลาดอกไมที่ชื่นชอบ - ครูสนทนาเกี่ยวกับโทษของดอกไมที่เด็กอาจจะยังไมรูจัก เชน ดอกไมบางชนิดมียางเปนพิษ เกสรของดอกไมบางชนิด ทำใหคนเปนภูมิแพ หรือหอบ, คัน เปนตน - เด็กๆคิดวาดอกคุณนายตื่นสายที่เราปลูกมีประโยชนและโทษอยางไรบางคะ เด็กชวยกันคิดหาคำตอบถึงประโยชนและ โทษของดอกคุณนายตื่นสาย - ครูและเด็กรวมกันสรุปเกี่ยวกับประโยชนและโทษของดอกไม 6. ทุกๆสัปดาห ครูจัดเวลาวางใหเด็ก 1วัน ในการสังเกตการเจริญเติบโตและการเปลี่ยนแปลงของดอกคุณนายตื่นสาย เพื่อบันทึกผลลงในแบบบันทึกสวนตัวของเด็ก
8. สาธิตการใชงาน - เด็กๆนำดอกคุณนายตื่นสายมาประดับเรียงกัน 9. นำเสนอผลงาน - เด็กๆนำเสนอกระเชาดอกคุณยายตื่นสายของตนเองรวมกับเพื่อน 10. สรุปและอภิปรายผลรวมกัน - ครูและเด็กรวมกันอธิบายผลการจัดกิจกรรมรวมกัน - เด็กไดรับความรูรอบดานจากการจัดกิจกรรม - เปดโอกาสใหเด็กไดใชเทคนิคทางดานวิทยศาสตรในการดำเนินงาน 11. ประเมินผล - สังเกตพฤติกรรมและการมีสวนรวม - สังเกตการสนทนาและตอบคำถาม - การแกปญหาในการทำกิจกรรม - สังเกตการจำแนกและจัดกลุมดอกไมตาม สี และขนาด 12. บันทึกผลหลังการจัดประสบการณกิจกรรมการเรียนรูแบบ STEAM ผลที่นักเรียนไดรับ จุดควรพัฒนา แนวทางแกไข/ผลการพัฒนา - การสํารวจและชื่นชมธรรมชาติ เรียนรู เกี่ยวกับธรรมชาติ - การลําดับขั้นตอนในการดําเนินงาน - การเรียนรูเกี่ยวกับวิธีการปลูกดอกไม - การเคลื่อนไหวสวนตางๆของรางกาย - การทํางาน, การมีสวนรวมกับผูอื่น - การตอบคําถามจากการคิด, การคนหา คําตอบจากเรื่องที่สงสัย - การบอกความตองการ,เลาเรื่อง,เลา ประสบการณ - การมีจิตสุนทรียกับงานศิลปะ - เกิดความภาคภูมิใจและชื่นชมในผลงาน ของตนเอง ....................................................... ....................................................... ....................................................... ....................................................... ....................................................... ....................................................... ....................................................... ....................................................... ....................................................... ....................................................... ....................................................... ....................................................... ....................................................... ....................................................... ....................................................... ....................................................... ....................................................... ....................................................... ....................................................... .......................................................
ขั้นตอนการดำเนินโครงงาน STEAM เรื่อง คุณนายลืมตื่น ทักษะ STEAM ที่เด็กไดรับคือ S: sciences การสังเกต สงสัยและตั้งคําถาม ทดลองหาคําตอบ เรียนรูและอธิบายสิ่งตางๆที่เกิดขึ้นรอบตัว T: technology วัสดุและอุปกรณ เครื่องมือตางๆ M: mathematics ทักษะทางคณิตศาสตร (การวัด, นับ, เรียงลําดับ, เปรียบเทียบ, รูปราง, รูปทรง, ขนาด) ครูทบทวนประสบการณเดิมเกี่ยวกับดอกไมที่เด็กรูจัก และใหเด็กบอกชื่อดอกไมที่ตนเองรูจักหรือดอกไมที่ตนเองพบเห็นอยู บอยๆ จากนั้นครูไดนําเขาสูบทเรียนเรื่องรูปทรง ชื่อ สี กลิ่น และขนาดของดอกไม ครูนําภาพมาใหเด็กดูไดแกดอกกุหลาบ ดอกมะลิดอกทานตะวัน ดอกบัว ดอกดาวเรือง ดอกเข็ม และดอกคุณนายตื่นสาย ครูใหอาสาสมัคร 3-4 คน ออกมาบอก เหตุดอกไมที่ตนเองชอบและบอกเหตุผลที่ชื่นชอบดอกไมนั้นใหเพื่อนฟง ครูและเด็กๆตกลงกันวาจะออกสํารวจหาดอกไมตามแหลงเรียนรูนอกหองเรียนในบริเวณโรงเรียน เพื่อสังเกตขนาด สี รูปทรง และรูจักชื่อของดอกไมรวมถึงกลิ่นของดอกไม เด็กๆเริ่มการออกสำรวจหาดอกไม้ เด็กช่วยกันเก็บดอกไม้ที่พบเพื่อนำมาสังเกต
ระหวางการสํารวจดอกไมของเด็กๆนั้นครูไดพูดแนะนําใหเด็กมองหาดอกไมสีตางๆที่พบวามีดอกอะไรบางและสีอะไร แลว ใหเด็กชวยกันเก็บดอกไมที่พบใสในตะกรา โดยมีขอตกลงวาหามเด็ดดอกไมออกจากตน เพราะนั่นถือเปนการทําลาย ธรรมชาติ เด็กๆตางสนุกสนานกับการสํารวจหาดอกไม เด็กสังเกตสีของดอกไม้ที่พบตามแหล่งเรียนรู้ต่างๆในโรงเรียน เด็กพบเห็นดอกไม้หลายชนิดที่มีขนาดต่างกัน ครู : เด็กๆช่วยกันสำรวจนะคะว่าที่โรงเรียนของเรามีดอกไม้อะไรบ้างที่เด็กรู้จัก และดอกนั้นมีสีอะไร เด็ก : ค่ะ/ครับ น้องโฟ : ดอกนี้มีสีชมพูค่ะ น้องเฟรย่า : ดอกนี้สีม่วงค่ะ น้องโมล่า : อันนี้สีเหลือง น้องเอมี่ : ของหนูเป็นดอกสีขาวค่ะ
เมื่อเด็กสํารวจดอกไมตามแหลงเรียนรูตางๆครบแลว ครูจึงนําเด็กนั่งพักผอน จากนั้นแบงกลุมใหเด็กชวยกันจําแนกดอกไม ตามที่เรียนมาดังนี้ 1.จําแนกตามสี 2.จําแนกตามขนาด 3.จําแนกตามกลิ่น ครู : เด็กๆรู้ไหมคะว่าดอกไม้ที่เด็กๆเก็บได้นั้นมีดอกอะไรบ้าง เด็ก : ไม่รู้ค่ะ น้องเฟรย่า : แต่ครูแก้วคะหนูเห็นดอกไม้ในโรงเรียนเรามีตั้งหลายสีเลยค่ะ ครู : ดีค่ะ ถ้าอย่างนั้นเราจะมาช่วยกันจำแนกของดอกไม้ที่เด็กๆเก็บมาได้นะคะ แล้วเราก็จะได้นับจำนวนดูค่ะ ว่าดอกไม้ที่เด็กๆเก็บมานั้นมีจำนวนเท่าไหร่ ดอกไม้ชนิดต่างๆที่เด็กๆเก็บได้ระหว่างการสำรวจ จำแนกดอกไม้ตามสี จำแนกดอกไม้ตามขนาด จำแนกดอกไม้ตามรูปทรง
ทักษะ STEAM ที่เด็กไดรับคือ S: sciences การสังเกต สงสัยและตั้งคําถาม ทดลองหาคําตอบ เรียนรูและอธิบายสิ่งตางๆที่เกิดขึ้นรอบตัว T: technology วัสดุและอุปกรณ เครื่องมือตางๆ A: arts การใชทักษะทางดานภาษา ดนตรี ศิลปะสรางรูปแบบหรือสื่อความรูอยางสรางสรรค ครูเลานิทานเรื่องดอกไมกับสัตวปาใหเด็กฟง จากนั้นครูสนทนาเนื้อหานิทานกับเด็ก แลวใหอามาสมัครออกมาทํา บทบาทสมมุติจากเนื้อเรื่องที่ไดฟงตามความเขาใจของตนเองใหเพื่อนดู เมื่อจบแลวครูไดสนทนากับเด็กเรื่องสวนประกอบ ของดอกไม โดยครูนําภาพดอกไมของจริงมาใหเด็กดู จากนั้นครูวาดภาพดอกไมลงบนกระดานและอธิบายใหเด็กเขาใจถึง สวนประกอบตางของดอกไมจากนั้นครูทบทวนความรูความเขาใจของเด็กโดยใหเด็กชี้สวนประกอบตางๆที่ครูบอก จากนั้นสลับใหเพื่อนเปนผูบอกสวนประกอบของดอกไมแลวใหเด็กวาดภาพสวนนั้นบนกระดาน ครูเล่านิทานให้เด็กฟังจากนั้นให้เด็กย้อนเล่าในบทบาทสมมุติตามความเข้าใจของตนเอง อาสาสมัครชี้ส่วนประกอบต่างๆของดอกไม้ตามคำบอก
เมื่อเสร็จสิ้นบทเรียนแลวครูนําเด็กๆออกไปทํากิจกรรมกลางแจงนอกหองเรียน ครูอธิบายวิธีการเลนและกฎกติกาในการ เลนใหเด็กทราบ จากนั้นใหสัญญาณในการเริ่มเลน เด็กๆสลับกันออกมาวาดภาพส่วนประกอบของดอกไม้ตามคำบอกของเพื่อน เด็กเล่นเกมกลางแจ้งบริเวณลานเอนกประสงค์
ทักษะ STEAM ที่เด็กไดรับคือ S: sciences การสังเกต สงสัยและตั้งคําถาม ทดลองหาคําตอบ เรียนรูและอธิบายสิ่งตางๆที่เกิดขึ้นรอบตัว T: technology วัสดุและอุปกรณ เครื่องมือตางๆ E: engineering การออกแบบ การลงมือปฏิบัติ การวางแผน การแกปญหาอยางเปนระบบ A: arts การใชทักษะทางดานภาษา ดนตรี ศิลปะสรางรูปแบบหรือสื่อความรูอยางสรางสรรค M: mathematics ทักษะทางคณิตศาสตร (การวัด, นับ, เรียงลําดับ, เปรียบเทียบ, รูปราง, รูปทรง, ขนาด) ครูนําเด็กทํากิจกรรมเคลื่อนไหวรางกายและทําทาประกอบเพลง จากนั้นสนทนากับเด็กๆเรื่องวิธีการปลูกดอกไม จากประสบการณเดิมของเด็ก แลวใหอาสาสมัครออกมาเลาประสบการณที่ผานมาเกี่ยวกับปลูกดอกไมของตนเองวาเปน อยางไร เด็กๆเคลื่อนไหวร่างกายประกอบเพลงดอกไม้
ครูเริ่มสนทนากับเด็กในเรื่องการปลูกดอกคุณนายตื่นสาย โดยตั้งคําถามกระตุนใหเด็กเกิดกระบวนการคิดดังนี้ เมื่อเด็กๆคนหาขอมูลเกี่ยวกับการปลูกดอกคุณนายตื่นสายไดเรียบรอยแลว ครูนําเด็กๆกลับหองเรียนเพื่อเตรียม อุปกรณในการปลูกดอกคุณนายตื่นสาย ครู : เด็กๆคะวันนี้ครูแก้วจะพาเด็กๆไปปลูกดอกคุณนายตื่นสาย แต่เอ๊ะ!! ก่อนที่เราจะลงมือปฏิบัตินี้มี ใครรู้บ้างไหมคะว่าดอกคุณนายตื่นสายนี้มีวิธีการปลูกอย่างไร เด็ก : ไม่รู้ค่ะ/ครับ ครู: ถ้าอย่างนั้นวันนี้ครูแก้วจะพาเด็กๆไปหาข้อมูลเกี่ยวกับวิธีการปลูกดอกคุณนายตื่นสายที่ห้อง คอมพิวเตอร์กันค่ะ และเมื่อเราหาข้อมูลได้ตามที่ต้องการแล้ว เราจะลงมือปฏิบัติจริงในการปลูก ดอกคุณนายตื่นสายกันค่ะ เด็กๆร่วมกันค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับวิธีการปลูกดอกคุณนายตื่นสาย ด้วยการดูYouTube เด็กนำแก้วน้ำที่เตรียมมาจากบ้านมาให้ครูเจาะรูระบายน้ำเพื่อทำเป็นกระถางปลูกดอกคุณนายตื่นสาย
เมื่อเตรียมอุปกรณครบแลวครูนําเด็กๆไปยังลานเอนกประสงคเพื่อลงปฏิบัติจริงในการปลูกดอกคุณนายตื่นสาย โดยครูแนะนําวัสดุอุปกรณตางๆใหเด็กรูจักและบอกวิธีการใชงาน จากนั้นครูสนทนาทบทวนขั้นตอนการปลูกและใหเด็ก ชวยกันคิดบอกวิธีปลูกที่ดูมาจากYouTubeแลวลงมือปลูกตามขั้นตอนที่เด็กบอกโดยพรอมกัน ครูนำเด็กๆไปยังลานเอนกประสงค์ ครูแนะนำอุปกรณ์ต่างๆให้เด็กรู้จัก ขั้นตอนที่ 1 เตรียมดิน ขั้นตอนที่ 2 นำดินใส่กระถางแล้วใช้มือกดดินใน กระถางให้แน่น
ขั้นตอนที่ 3 เสียบต้นคุณนายตื่นสายลงใน กระถางตามรูด้านข้างที่เจาะรูไว้ ขั้นตอนที่ 4 เตรียมกระถางดอกคุณนายตื่นสาย ไปยังโรงเพาะปลูก ขั้นตอนที่ 6 เด็กรดน้ำดอกคุณนายตื่นสาย ของตนเอง ขั้นตอนที่ 5 เด็กวางกระถางดอกคุณนายตื่นสายเพื่อ เตรียมรดน้ำ ขั้นตอนที่ 7 เด็กห้อยกระถางดอก คุณนายตื่นสายบนราวในโรงเพาะปลูก
ทักษะ STEAM ที่เด็กไดรับคือ S: sciences การสังเกต สงสัยและตั้งคําถาม ทดลองหาคําตอบ เรียนรูและอธิบายสิ่งตางๆที่เกิดขึ้นรอบตัว T: technology วัสดุและอุปกรณ เครื่องมือตางๆ E: engineering การออกแบบ การลงมือปฏิบัติ การวางแผน การแกปญหาอยางเปนระบบ A: arts การใชทักษะทางดานภาษา ดนตรี ศิลปะสรางรูปแบบหรือสื่อความรูอยางสรางสรรค ครูสนทนาทบทวนกับเด็กเกี่ยวกับกิจกรรมการปลูกดอกคุณนายตื่นสายที่จัดขึ้นเมื่อวานนี้(วันที่ 3) จากนั้นครูนํา เด็กออกไปยังแหลงเรียนรูสวนไมไทยในโรงเรียน แลวนําเด็กนั่งบริเวณที่แหมาะกับการเลานิทาน ครูเลานิทานเรื่อง “ดอกไมผจญภัย” ใหเด็กฟง เมื่อเลาจบครูจึงไดสนทนาเนื้อหานิทานเกี่ยวกับดอกไมที่มีความสวยงามกับดอกไมที่เริ่มเหี่ยว เฉา และตั้งคําถามกับเด็กๆดังนี้ ครู : เด็กๆคิดว่าดอกไม้ทั้ง 2 แบบ จากนิทานเรื่องนี้มันเหมือนหรือต่างกันอย่างไรคะ น้องกัสโต้: มันไม่เหมือนกันครับ อันหนึ่งมันสวย อีกอันหนึ่งมันเหี่ยวแล้วครับ ครู: แล้วทำไมมันถึงเหี่ยวล่ะคะ น้องไบร์ท : เพราะว่ามันต้องรดน้ำ เหมือนดอกไม้ที่บ้านหนูครับ ครู: แล้วนอกจากรดน้ำแล้วเราจะดูแลรักษาดอกไม้ของเราได้อย่างไรให้มีความสวยหรือให้ดอกไม้ บานอยู่ได้นานๆคะ น้องนูโน่ : ต้องไม่เด็ดดอกไม้ค่ะ ครู: ใช่แล้วค่ะ แต่เอ๊ะ!! นอกจากไม่เด็ดดอกไม้แล้วเด็กพอจะรู้อีกไหมคะว่าเราดูแลรักษาหรือบำรุง ดอกไม้ของเราได้อย่างไร เด็กๆ : (เงียบ) ไม่รู้ครับ/ค่ะ ครู: นอกจากรดน้ำดอกไม้และไม่เด็ดดอกไม้แล้ว เราต้องบำรุงดอกไม้ด้วยการใส่ปุ๋ยเผื่อบำรุงดอกไม้ เหมือนเราให้อาหารดอกไม้ค่ะ ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวเราจะไปรดน้ำดูแลดอกคุณนายตื่นสายของเรา กันนะคะ เด็กๆอยากไปดูดอกไม้ที่เราปลูกไว้เมื่อวานนี้กันไหมคะ เด็กๆ : อยากไปแล้วค่ะ/ครับ
ครูนำเด็กออกมาเรียนรู้บริเวณสวนไม้ไทยและเล่า นิทานให้เด็กฟัง ครูสนทนาเนื้อหานิทานและตั้งคำถามกับเด็กๆ เพื่อให้ เด็กได้ฝึกการคิด เด็กๆเข้าโรงเพาะเพื่อรดน้ำดอกไม้ ครูและเด็กนร่วมกันสรุปเรื่องการดูแลรักษาดอกไม้
ทักษะ STEAM ที่เด็กไดรับคือ S: sciences การสังเกต สงสัยและตั้งคําถาม ทดลองหาคําตอบ เรียนรูและอธิบายสิ่งตางๆที่เกิดขึ้นรอบตัว T: technology วัสดุและอุปกรณ เครื่องมือตางๆ E: engineering การออกแบบ การลงมือปฏิบัติ การวางแผน การแกปญหาอยางเปนระบบ A: arts การใชทักษะทางดานภาษา ดนตรี ศิลปะสรางรูปแบบหรือสื่อความรูอยางสรางสรรค ครูสนทนาเกี่ยวกับประโยชนและโทษของดอกไมกับเด็ก และอธิบายใหเด็กทราบวาดอกไมมีประโยชนอยางไรบาง เชน นํามาตกแตงหรือประดับหอง/สถานที่ได ดอกไมใหแทนความรูสึก นําไปไหวบูชาพระ นําไปสกัดทํานํ้าหอม ดอกไม บางชนิดนั้นก็สามารถนํามารับประทานไดหากปรุงสุก นอกจากนี้ดอกไมยังใหโทษแกมนุษยดวยเชน มียางที่เปนพิษ เกสร ของดอกไมทําใหเปนภูมิแพ หรือหอบ บางคนอาจเกิดอาการคันหากสัมผัสโดนดอกไมเปนตน จากนั้นครูใหเด็กชวยกันคิด หาคําตอบวาดอกคุณนายตื่นสายที่เราปลูกนั้นมีประโยชนหรือโทษอยางไรบาง ครูสนทนากับเด็กเรื่องประโยชน์ และโทษของดอกไม้ ครูนำดอกไม้ประดิษฐ์ มาให้เด็กดูเพื่อให้ ทราบถึงประโยชน์ของ ดอกไม้
ครูใหอาสาสมัครมาบอกดอกไมที่ตนเองชอบและบอกเหตุผลที่ชื่นชอบ แลวใหเด็กแบงกลุมบอกเกี่ยวกับประโยชน และโทษของดอกคุณนายตื่นสายตามความรูความเขาใจของตนเอง ครูให้เด็กช่วยกันคิดค้นหาคำตอบเกี่ยวกับประโยชน์และโทษของ ดอกคุณนายตื่นสาย เด็กทำกิจกรรมเคลื่อนไหวร่างกายหลังเสร็จสิ้นการสนทนาเนื้อหา บทเรียน
ทักษะ STEAM ที่เด็กไดรับคือ S: sciences การสังเกต สงสัยและตั้งคําถาม ทดลองหาคําตอบ เรียนรูและอธิบายสิ่งตางๆที่เกิดขึ้นรอบตัว T: technology วัสดุและอุปกรณ เครื่องมือตางๆ A: arts การใชทักษะทางดานภาษา ดนตรี ศิลปะสรางรูปแบบหรือสื่อความรูอยางสรางสรรค M: mathematics ทักษะทางคณิตศาสตร (การวัด, นับ, เรียงลําดับ, เปรียบเทียบ, รูปราง, รูปทรง, ขนาด) หลังการปลูกดอกคุณนายตื่นสาย ครูไดจัดวันและเวลาใหเด็ก 1 วันในแตละสัปดาหเพื่อใหเด็กไดฝกการสังเกต เจริญเติบโตของดอกคุณนายตื่นสาย และสังเกตการเปลี่ยนแปลงของดอกไมในกระถางตนเอง โดยวันนี้ครูไดสนทนากับ เด็กวาจะนําเด็กไปรดนํ้าดอกคุณนายตื่นสายที่ไดปลูกไวแลวแนะนําใหเด็กสังเกตกระถางดอกไมของตนเองวาเปลี่ยนไป อยางไรบาง แลวนํากลับมาบันทึกผลหลังจัดกิจกรรม ครูนำกระถางดอกคุณนายตื่นสายลงมาด้านล่าง เพื่อให้เด็กรดน้ำได้สะดวก เด็กรดน้ำ ดอกคุณนายตื่นสายกระถางของตนเอง เมื่อเด็กรดน้ำตามกระถางของตนเองเสร็จแล้วนำ กระถางดอกคุณนายตื่นสายกลับไปห้อยไว้ยังโรง เพาะตามเดิม
ในขณะที่เด็กรดนํ้าอยูนั้นครูไดทดลองถอนตนดอกคุณนายตื่นสายออกมา 1 ตน แลวใหเด็กสังเกตรวมกันวามีการ เปลี่ยนแปลงหรือไม หากเปลี่ยนมีไปมีอะไรที่เปลี่ยน แลวใหเด็กชวยกันคิดหาคําตอบ เพื่อตอบคําถามของครูขณะกําลัง ดูแลรักษาดอกคุณนายตื่นสาย จากนั้นครูนําเด็กกลับเขาหองเรียนเพื่อสรุปผลการเจริญเติบโต และการเปลี่ยนแปลงของ ดอกคุณนายตื่นสาย แลวใหเด็กบันทึกผลลงในสมุดบันทึกการปลูกดอกคุณนายตื่นสาย ครูถอนลำต้นออกมา 1 ต้นแล้วให้เด็กสังเกตว่ามีการ เปลี่ยนแปลงอย่างไร? (ดอกคุณนายตื่นสายเริ่มมีราก) ส่วนของสำต้นนั้นยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงมากนัก ยังไม่มี ดอกตูมหรือดอกบาน ก้านและลำต้นยังเป็นลักษณะเดิม ไม่มีการแตกยอดหรือขยายใบเพิ่มใดๆ
เด็กวาดภาพบันทึกผลการเจริญเติบโตและสังเกตการ เปลี่ยนแปลงของดอกคุณนายตื่นสายลงแบบบันทึกของตนเอง โดยครูแนะนำเด็กว่ากระถางแต่ละคนอาจมีการเปลี่ยนแปลง หรือเติบโตไม่เท่ากัน ดังนั้นไม่สามารถลอกเลียนผลบันทึกของ เพื่อนได้ ครั้งที่ 1 เด็กวาดภาพบันทึกผลการเจริญเติบโตของดอกคุณนายตื่นสาย โดยใช้การสังเกต
ทักษะ STEAM ที่เด็กไดรับคือ S: sciences การสังเกต สงสัยและตั้งคําถาม ทดลองหาคําตอบ เรียนรูและอธิบายสิ่งตางๆที่เกิดขึ้นรอบตัว T: technology วัสดุและอุปกรณ เครื่องมือตางๆ A: arts การใชทักษะทางดานภาษา ดนตรี ศิลปะสรางรูปแบบหรือสื่อความรูอยางสรางสรรค M: mathematics ทักษะทางคณิตศาสตร(การวัด, นับ, เรียงลําดับ, เปรียบเทียบ, รูปราง, รูปทรง, ขนาด) ครูสนทนากับเด็กวาในวันนี้ครบรอบสัปดาหที่ 2 ของการปลูกดอกคุณนายตื่นสาย ครูจะนําเด็กไปสังเกตการ เจริญเติบโต และการเปลี่ยนแปลงของดอกคุณนายตื่นสายกันอีกครั้ง แลวนํากลับมาบันทึกผลเชนครั้งที่ 1 ที่เราทํากันมา จากนั้นครูและเด็กๆเดินไปยังโรงเพาะปลูก เด็กๆปฏิบัติคล้ายกับการดูแลรดน้ำครั้งที่ 1 คือก่อนรดน้ำเด็กนำกระถางมาวางด้านล่างเพื่อความสะดวกในการ รดน้ำ จากนั้นรดน้ำดอกไม้ตามกระถางของตนเอง
ในสัปดาหที่ 2 นี้เด็กๆสังเกตเห็นไดวาดอกคุณนายตื่นสายที่อยูในกระถางของตนเองนั้นมีความยาวขึ้น จากการ คาดคะเนดวยสายตา และมีใบที่เยอะขึ้นจากเดิม ครูจึงทดลองถอนตนคุณนายตื่นสายออกมา 1 ตนตามเดิมแลวนับจํานวน ใบวา 1 ตนนี้จะมีใบกี่ใบ เด็กเริ่มสังเกตในกระถางของตนเองจะมีใบเยอะมาก ขึ้น ลำต้นยาวกว่าเดิมในครั้งที่แล้ว ครูถอนต้นดอกคุณนายตื่นสายออกมา 1 ต้นแล้วให้ เด็กลองนับดูว่าใน 1 ต้นนั้นจะมีกี่ใบโดยการ คาดคะเน ครั้งที่ 2 เด็กๆบันทึกผลการเจริญเติบโตและการเปลี่ยนแปลงลงในแบบบันทึกอีกครั้ง แล้วทำการ เปรียบการเจริญเติบโตระหว่างครั้งที่ 1 และ 2 ว่าต่างกันอย่างไร
ทักษะ STEAM ที่เด็กไดรับคือ S: sciences การสังเกต สงสัยและตั้งคําถาม ทดลองหาคําตอบ เรียนรูและอธิบายสิ่งตางๆที่เกิดขึ้นรอบตัว T: technology วัสดุและอุปกรณ เครื่องมือตางๆ A: arts การใชทักษะทางดานภาษา ดนตรี ศิลปะสรางรูปแบบหรือสื่อความรูอยางสรางสรรค M: mathematics ทักษะทางคณิตศาสตร (การวัด, นับ, เรียงลําดับ, เปรียบเทียบ, รูปราง, รูปทรง, ขนาด) สัปดาหที่ 3 ในการสังเกตการเจริญเติบโตของดอกคุณนายตื่นสาย เด็กๆ สังเกตเห็น ไดอยางชัดเจนวา ดอกคุณนายตื่นสายเริ่มเติบโตมากขึ้น ลําตนสูงและยาวขึ้น มีใบเยอะมากกวาเดิม บางกานของดอกคุณนายตื่นสายจะเริ่มมีดอกตูม เด็กๆตางตื่นเตนที่ไดเห็นดอกไมของตนเองเริ่มมีดอก เด็กรดน้ำดอกคุณนายตื่นสายของตัวเอง ครูชี้ให้เด็กสังเกตดูดอกคุณนายตื่นสายเมื่อวาง รวมกัน จะเห็นว่ามีใบเยอะมากกว่าครั้งที่ 2 ลำต้น เริ่มสูงขึ้น บางต้นนั้นเริ่มมีดอกตูมเกิดขึ้นมาแล้ว
ครูให้เด็กยกกระถางดอกไม้ของตนเองออกมา แล้วลองสังเกตดูว่าในกระถางดอกไม้ของตนเองมีดอก ตูมหรือไม่ เด็กวาดภาพบันทึกผลการเจริญเติบโตและการเปลี่ยน ที่ได้พบลงในแบบบันทึกของตนเอง ครั้งที่ 3 เด็กวาดภาพบันทึกผลการเจริญเติบโตของดอกคุณนายตื่นสาย โดยใช้การสังเกต
ทักษะ STEAM ที่เด็กไดรับคือ S: sciences การสังเกต สงสัยและตั้งคําถาม ทดลองหาคําตอบ เรียนรูและอธิบายสิ่งตางๆที่เกิดขึ้นรอบตัว T: technology วัสดุและอุปกรณ เครื่องมือตางๆ A: arts การใชทักษะทางดานภาษา ดนตรี ศิลปะสรางรูปแบบหรือสื่อความรูอยางสรางสรรค M: mathematics ทักษะทางคณิตศาสตร (การวัด, นับ, เรียงลําดับ, เปรียบเทียบ, รูปราง, รูปทรง, ขนาด) สัปดาหที่ 4 ครูนําเด็กๆไปสังเกตการเจริญเติบโตของดอกคุณนายตื่นสาย โดยครั้งนี้เด็กๆไดเห็นดอกคุณนายตื่น สายที่ตนเองปลูกไวเริ่มออกดอกบานมีสีสันสวยงาม โดยแตละกระถางจะมีสีสันที่แตกตางกันออกไปเชน สีชมพู สีแดง สี เหลืองสีมวง เปนตน ซึ่งดอกคุณนายตื่นสายบางกระถางนั้นก็ยังไมบานและยังเปนดอกตูมอยูครูจึงไดอธิบายสาเหตุใหเด็ก ฟงหลายๆดาน เชน อาจเปนเราดูแลรดนํ้านอยเกินไป, ดอกไมเราอาจโดนแสงแดดมากเกินไป, อาจมีอาหารในดินไม เพียงพอ, สําตนอาจมีขนาดเล็กทําใหออกดอกชา เปนตน และเพื่อเปนการใหกําลังใจแกเด็กคนที่ดอกคุณนายตื่นสายยังไมบานออกดอกนั้น ครูจึงบอกกับเด็กๆวา จะใหนํา ดอกไมไปดูแลตอที่บานเมื่อออกดอกบานแลวใหผูปกครองถายรูปสงใหคุณครูดู จะไดรูวาดอกคุณนายตื่นสายของเด็กนั้นมีสี อะไรกันบาง ครูนำเด็กมายังโรงเพาะปลูก เด็กๆสังเกตเห็นว่า ดอกไม้ของตนเริ่มออกดอกบานแล้ว เด็กตื่นเต้น และสนทนากับกลุ่มเพื่อนด้วยกันว่าดอกไม้ของ ตนเองเป็นสีอะไรบ้าง
เด็กรดน้ำดอกไม้ของตนเอง ครูให้เด็กบอกสีของดอกไม้จากต้นนี้ น้องติ๊งค์ : ของหนูเป็นสีขาวค่ะ ครู : อันนี้สีอะไรคะเด็กๆ ครู : ดอกนี้บานสวยมากเลยค่ะ ครู : ถ้าดอกไม้ของใครยังไม่บานหรือยังไม่ออกดอกไม่เป็นไรนะคะ เดี๋ยวครูแก้วจะแจกดอกไม้ให้เด็กนำกลับไป ดูแลต่อที่บ้านค่ะ และเมื่อดอกไม้บานแล้วก็ถ่ายรูปมาให้ครูแก้วดูนะคะ ครูแก้วจะได้รู้ว่าเด็กได้ดูแลต้นไม้ดี อยู่หรือเปล่า แล้วเวลาออกดอกมาดอกไม้ของหนูจะเป็นสีอะไรก็อยากรู้ค่ะ เด็กๆ : ได้ครับ/ค่ะ
ครูแจกดอกคุณนายตื่นสายใหกับเด็กๆคืน ตามชื่อที่ไดติดปายไว เมื่อกลับเขาหองเรียนครูใหเด็กบันทึกผลการ เจริญเติบโตของดอกคุณนายตื่นสาย จากนั้นครูไดสงขอความผานแชทไลนเพื่อแจงใหผูปกครองทราบถึงกิจกรรมที่ไดจัดขึ้น นี้และประชาสัมพันธขอความรวมมือใหผูปกครองรวมกับบุตรหลานชวยกันดูแลดอกไมของเด็กๆ จนบานออกดอกตาม ความตั้งใจของเด็กๆในการทํากิจกรรมนี้ และเพื่อเปนการติดตามผลการดําเนินกิจกรรมจนลุลวงครูไดแจงใหผูปกครอง ถายรูปสงภาพดอกไมที่ปลูกใหครูดูเมื่อดอกไมบานเพื่อเปนการเสริมกําลังใจกับเด็กๆ ครูและเด็กร่วมถ่ายรูปกิจกรรมและนำส่งผู้ปกครอง ดอกคุณนายตื่นสายที่เด็กปลูก ครั้งที่ 4 เด็กวาดภาพบันทึกผลการเจริญเติบโตของดอกคุณนายตื่นสาย โดยใช้การสังเกต
ครูไดสนทนากับผูปกครองเกี่ยวกับกิจกรรมการปลูกดอกคุณนายตื่นสาย เพื่อติดตามผลการเจริญเติบโตของดอก คุณนายตื่นสายที่เด็กๆนํากลับบาน เพื่อใหเด็กไดเกิดความภาคภูมิใจในผลงานของตนเอง ผูปกครองตอบรับและใหความ รวมมือกับครูเปนอยางดี ชวยกันดูแลดอกคุณนายตื่นสายรวมกับเด็กจนดอกไมบาน แลวถายรูปความสําเร็จของเด็กๆสงให ครูดู ครูกลาวชมเชยเด็กในหองเรียนพรอมกับบอกใหทราบวาครูเห็นภาพที่ผูปกครองสงมาแลว ครูนําภาพที่ผูปกครอง สงมานั้นแสดงใหเด็กๆและเพื่อนรวมชั้นเรียนดูทําใหเด็กรูปลื้มและภาคภูมิใจในตนเอง
ภาพกิจกรรมที่ผูปกครองสงใหจากแชทไลนกลุมและแชทไลนสวนตัว เด็กๆดีใจเมื่อครูกลาวคําชมและโชวภาพของ ตนเองใหเพื่อนๆดู ของเลโก้ก็ออกดอกแล้วค่ะ T T
ประโยชนและความสำคัญของการจัดการเรียนรูแบบ STEAM ระดับปฐมวัย การจัดการเรียนรูแบบสะตรีมระดับการศึกษาปฐมวัยผานการเรียนรูจากการปฏิบัติจริงที่เนนผูเรียนเปนสำคัญ และการรับรูผานประสาทสัมผัสทั้ง ๕ โดยบูรณาการองคความรูและทักษะ กระบวนการตางๆจาก ๔ สาระการเรียนรูเริ่ม จากการกำหนดปญหาโดยมีการตั้งคำถามกระตุนใหเด็กตั้งสมมุติฐานหรือคาดเดาคำตอบ จากนั้นคนควาและทดลองเพื่อหา คำตอบและนำเสนอผานการออกแบบ การคิดคน หรือประดิษฐชิ้นงาน ครูเปนผูดูแลอำนวยความสะดวก ดูแลใหเด็กลงมือ ปฏิบัติดวยตนเองเพื่อเปนการฝกฝนศักยภาพการเชื่อมโยงความคิด การคิดสรางสรรค การคิดแกปญหา และการคิดแบบมี วิจารณญาณ รวมถึงการพัฒนาทักษะดานการสื่อสาร นอกจากนี้ในแตละกิจกรรมยังบรูณาการศิลปะ(Art) ที่ชวยเสริมสราง จินตนาการและความคิดสรางสรรค ซึ่งมีความสำคัญตอการพัฒนาสำหรับเด็กปฐมวัยในดานตาง แนวทางพัฒนาการดานตางๆที่เด็กไดรับการจัดการเรียนรู - ดานรางกาย ไดแก เด็กฝกการเคลื่อนไหวรางกายโดยใชทักษะเกี่ยวกับการเคลื่อนที่ ทักษะการเคลื่อนไหวกลามเนื้อ สวนตางๆ (กลามเนื้อมัดเล็ก กลามเนื้อมัดใหญ) - ดานภาษา ไดแก การพัฒนาผานการอานใหฟง สนทนา แสดงความคิดเห็น พูดแสดงความรูสึก ทองคำกลอน รอง เพลง เลาเรื่องราวที่พบเห็น เลาสิ่งที่คิด หรือสื่อสารตามจินตนาการที่อยากสื่อสาร - ดานศิลปะ ไดแก การเนนใหเด็กไดทำกิจกรรมศิลปะหลากหลายดวยมือของตนเอง เชน วาด ปน เปาสี รอย ตัด ปะ ระบายสี ฯลฯ - ดานอารมณและจิตใจ ไดแก อารมณหรือความรูสึกที่แสดงออกมาจากภายในจิตใจของเด็ก เชน ความประทับใจ ดีใจ เสียใจ ตื่นเตน การแสดงออกตามสถานการณอยางเหมาะสม - ดานการคิด ไดแก ฝกใหเด็กตั้งประเด็นคำถาม และหัดใชความคิด รับรูวาการคิดนำไปสูคำตอบที่สงสัย เชน สิ่งนี้คืออะไร, มีไวทำไม, ไดมาจากไหน, ถาไมมีจะใชอะไรแทนไดบาง, ใครสรางขึ้นมา ฯลฯ - ดานสติปญญา ไดแก การนับ รูปราง, รูปทรง ขนาด เปรียบเทียบ จำแนก การวัด การสังเกต - คุณธรรม ไดแก การชวยเหลือ ความรับผิดชอบ ในการทำงานหรือกิจกรรมกลุมรวมกัน - ดานแนวคิดการเรียนรูศตวรรษที่ 21 ไดแก การคิดเชื่อมโยง การคิดแกปญหา การคิดสรางสรรค การการให ความรวมมือและการสื่อสาร และการใชเทคโนโลยี
ปญหาในการดำเนินโครงงาน 1. ตนคุณนายตื่นสายบางตนในกระถางของเด็กมีการแหงตาย 2. การนำแกวน้ำพลาสติกมาเจาะรูระบายน้ำตองใชปนกาวที่เปนความรอนจิ้มเขาไปที่แกวพลาสติก จึงจะเกิดเปนรูระบาย น้ำซึ่งตองใชอุปกรณที่เปนอันตราย แนวทางการแกไขปญหาในการดำเนินโครงงาน 1. ครูแนะนำกับเด็กวา หากตนไมของเราโดนแดดมากเกินไปก็จะทำใหตนแหงตายได หรือหากเรารดน้ำมากจนเกินไปแลว นำไปหอยที่โรงเพาะปลูก น้ำระบายออกไมมากก็จะทำใหรากเนาสงผลใหลำตนของดอกไมตายได 2. ครูเปนผูปฏิบัติขั้นตอนนั้นแทนเด็ก ขอแนะนำเพิ่มเติม 1. การใหเด็กไดมีสวนรวมในการเตรียมอุปกรณมาจากบาน (แกวนํ้าพลาสติก) จะทําใหเด็กรูสึกตื่นเตนกับกิจกรรม อยากรู อยากเรียน และบอกเลาเรื่องราวตางๆใหผูปกครองฟงได 2. การนําเด็กออกไปเรียนตามแหลงเรียนรูตางๆภายในบริเวณโรงเรียนหรือการสํารวจ ครูจะสนทนากับเด็กเกี่ยวกับเรื่อง การดูแลรักษาธรรมชาติและสิ่งแวดลอมภายในบริเวณโรงเรียน ไมเด็ด หรือทําลายดอกไม ตลอดจนสิ่งตางๆที่พบ ครู โนมนาวสงเสริมใหเด็กมีใจรักธรรมชาติ
¼ Å § Ò ¹ ¢ Í § Ë ¹Ù
ความคิดเห็นของครูผูสอน การจัดประสบการณใหกับเด็กปฐมวัยจำเปนตองจัดใหมีสภาพแวดลอมที่ชวยพัฒนาเด็กทั้งดานรางกาย ดาน อารมณและจิตใจ ดานสังคม และดานสติปญญา เนื่องจากการสรางประสบการณในชวงวัยนี้มีความสำคัญอยางยิ่งที่จะ สงผลตอนิสัยรักการเรียนรู และสิ่งสำคัญในการสอนSTEAM ใหแกเด็กระดับปฐมวัยนั้นคือ เด็กตองเรียนรู มีความเขาใจ รูจักสังเกต และมีความคิดรวบยอดในสิ่งที่เรียนรู สิ่งเหลานี้จะชวยสรางความกระตือรือรน เกิดความอยากรูอยากเรียน อยากสำรวจ โดยเปดโอกาสใหเด็กไดศึกษา สำรวจ กระตุนใหคิดและแสดงความสามารถ ครูผูสอนอาจแนะนำเพิ่มเติมหรือ ดูแลอยางใกลชิดในบางกิจกรรม เพื่อใหการเรียนรูประสบความสำเร็จไดดียิ่งขึ้น เด็กจะเกิดความภาคภูมิใจในผลการเรียนรู ที่เกิดจากการลงมือปฏิบัติดวยตนเอง กิจกรรมที่จัดขึ้นกับเด็กนี้ไดพัฒนาทักษะสรางเสริมประสบการณสำคัญทั้ง ๔ ดาน ไดแก ดานรางกาย : มีทักษะการเคลื่อนไหว การใชกลามเนื้อ การประสานสัมพันธระหวางมือกับตา และหู ดานอารมณ-จิตใจ : มีความราเริงแจมใส เรียนรูและทำงานอยางมีความสุข ควบคุมอารมณตนเองไดเหมาะสมกับวัย มี ความรูสึกที่ดีตอตนเองและผูอื่น มีความมั่นใจกลาแสดงออก ชื่นชมศิลปะ ดนตรีและรักธรรมชาติ ดานสังคม : มีวินัย มีความรับผิดชอบ การมีสวนรวม การชวยเหลือและแบงปน การปฏิสัมพันธที่ดีกับผูอื่น ดานสติปญญา : มีความสนใจเรียนรูสิ่งรอบตัว ซักถามอยางตั้งใจ รักการเรียนรู มีความคิดรวบยอดเกี่ยวกับสิ่งตางๆที่เกิด จาก ประสบการณการเรียนรู มีจินตนการความคิดสรางสรรค อีกทั้งการดำเนินในครั้งนี้สำเร็จลุลวงไดผลตามจุดประสงคที่กำหนดนั้น สวนหนึ่งคือความรวมมือจากผูปกครอง นักเรียนในหอง ทั้งเรื่องการจัดเตรียมอุปกรณใหกับเด็ก และการติดตามผลการปลูกรวมกับครู ขอขอบคุณทานผผูปกครอง มายังโอกาสนี้ ลงชื่อ..................................................... (นางธันฐภัทร แกวบุญมา) ครูประจำชั้นอนุบาล ๓/๑
ความคิดเห็นของครูผูชวย หลังการจัดกิจกรรมการเรียนรูแบบโครงงานเรื่อง “คุณนายลืมตื่น” เด็กๆตางใหความสนใจและตั้งใจจัดกิจกรรม รวมกัน สังเกตไดวาเด็กๆใหมีความรับผิดชอบ ใหความรวมมือในการทำกิจกรรมใหสำเร็จดวยตนเอง เด็กๆมีความสุขขณะ ทำกิจกรรมรวมกัน ไดสนทนาพูดคุยและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นรวมกัน ไดรูจักชวยเหลือและแบงปนกัน กิจกรรมครั้ง สงเสริมใหเด็กรูจักทักษะตามหลักการเรียนรูแบบSTEAM ครบทุกดาน เชนฝกการสังเกต การเปรียบเทียบ การปฏิบัติที่ เชื่อมโยงเขากับการใชชีวิตในปจจุบัน จึงทำใหกิจกรรมครั้งนี้สำเร็จลุลวงไปดวยดี ตามเปาหมายที่ครูกำหนดไว ลงชื่อ..................................................... (นางสาวปยะวดี ชางหลอ) ครูผูชวยอนุบาล ๓/๑
แบบประเมินการจัดการเรียนรู STEAM ระดับปฐมวัย ปการศึกษา ๒๕๖๕ ระดับอนุบาล ๓ /๑ เรื่อง คุณนายลืมตื่น โปรดทำเครื่องหมาย ( √ ) ลงในชองที่ตรงกับความคิดเห็นของทาน ที่ รายการ ๕ ๔ ๓ ๒ ๑ หมายเหตุ ๑ ที่มาและความสำคัญของโครงงาน ๒ วัตถุประสงคของโครงงาน ๓ วิธีการดำเนินการ ๔ เนื้อหาสาระของโครงงาน ๕ นักเรียนมีสวนรวมในโครงงาน ๖ ประโยชนที่ไดรับจากโครงงาน ๗ สอดคลองกับหนวยการจัดประสบการณ ๘ สรุปการคนควา ๙ มีการใชกระบวนการในการศึกษาคนควา ๑๐ แหลงการศึกษาคนควา ๑๑ ระยะเวลาในการศึกษาคนควา ขอเสนอแนะ .................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................. ลงชื่อ................................................................ (นางสาวฐิตาภรณ ฐานปญญา) ผูอํานวยการหลักสูตรปฐมวัย