ตอน พระลักษณ์ถูก ถู หอกโมกขศักดิ์ ต ดิ์ อน พระลักษณ์ถูก ถู หอกโมกขศักดิ์ เรื่รื่อรื่ง รามเกียรติ์ รื่อรื่ง รามเกียรติ์ วรรณคดีไทย ดี
"พระลักษณ์ถูกหอกโมกขศักดิ์" เป็นเรื่องราวที่เล่าถึงการยึดถือ มรดกของเกษตรกรชาวนาที่โดดเด่นด้วยพลังแห่งความ ศรัทธาและความยืดหยุ่นของจิตใจ ในเวทีของศรัทธา, พระ ลักษณ์เป็นตัวแทนของความยั่งยืนและความมุ่งมั่นในการ สร้างสรรค์ชีวิตที่รุ่งโรจน์ เมื่อวันหนึ่ง, พระลักษณ์ถูกหอกโมกขศักดิ์อันทรงพลัง ท้าทาย ด้วยความมุ่งมั่นที่ไม่ยอมทน, เขาต้องเผชิญหน้ากับท้าทายและ ทรยศ ทั่งโรคภัยและความจดจ่อของชีวิต. แต่เพียงแค่พลัง น้ำ ใจที่ไม่ยอมทนล้มละลาย, พระลักษณ์ต้องพุ่งหน้าไปข้างหน้า, ต่อสู้กับความหายนะ และสร้างสรรค์ชีวิตใหม่ในรอบรู้ใจของเขา "พระลักษณ์ถูกหอกโมกขศักดิ์" เป็นตำ นานของความกล้าหาญ และความอดทน ที่เติบโตเป็นเรื่องราวหลายเรื่องที่ส่งเสริมให้ เราเข้าใจถึงความหมายและคุณค่าของความมุ่งมั่น และพลังที่ อุทิศตนเพื่อความเป็นสิริมงคลในชีวิต ในทุกหน้าของ "พระลักษณ์ถูกหอกโมกขศักดิ์", มีการเปิดเผย ความสำ คัญของการมีจิตใจที่ไม่หดหู่, การยึดมั่นศรัทธา, และ ความเข้มแข็งในการฟื้นฟูตนเอง ฉันหวังว่าผู้อ่านทุกท่านจะได้ รับความบันเทิงและประทับใจจากการตามกำ ลังของ "พระ ลักษณ์ถูกหอกโมกขศักดิ์" จัดทำ โดย นางสาว ณัฐสินี คงวารี คำ นำ
สารบัญ เรื่อง หน้า พระลักษณ์ 1 แนะนำ ตัวละครอื่นๆ 2-4 เนื้อเรื่อง 5-17 บรรนานุกรม 18 ผู้ตรวจอักษร 19
ประวัติความเป็นมาของพระลักษณ์ พระลักษมณ์ เป็นชื่ออนุชาของพระราม ตามเรื่องรามเกียรติ์ พระลักษมณ์เป็นพระโอรสลำ ดับที่ ๓ ของท้าวทศรถ ประสูติ จากนางสมุทรเทวี (อ่านว่า สะ-หฺมุด-เท-วี) แม้จะมีพระสัต รุด (อ่านว่า สัด-ตะ-หฺรุด) เป็นอนุชาร่วมพระมารดา แต่พระ ลักษมณ์ก็สนิทกับพระรามมากกว่า พระลักษมณ์ได้ขอโดย เสด็จพระรามออกเดินป่าด้วย และประสบทุกข์ยากนานา ระหว่างที่เดินป่าและสู้รบกับฝ่ายทศกัณฐ์ จนถึงกับเกือบ สิ้นพระชนม์ชีพด้วยหอกโมกขศักดิ์ของกุมภกรรณและหอก กระบิลพัท (อ่านว่า กฺระ-บิน-ละ-พัด) ของอินทรชิต (อ่านว่า อิน-ทอ-ระ-ชิด). ชื่อของพระลักษมณ์มาจากภาษาสันสกฤต ว่า ลกฺษมณ (อ่านว่า ลัก-สะ –มะ -นะ) แปลว่า ผู้มี เครื่องหมายอันเป็นมงคล หรือผู้มีลักษณะดี. ในภาษาไทย เขียนเป็น ๒ อย่าง คือ ลักษณ์ กับ ลักษมณ์ ต่างกันที่รูปแรก เขียนไม่มี ม แต่รูปหลังเขียนมี ม หน้า ณ. 1
เป็นอวตารของ พญาอนันตนาคราช แท่นบรรทม ของ พระนารายณ์ กับสังข์ของพระนารายณ์ มี พระวรกายสีเหลืองดั่งทองทาเป็นโอรสของท้าวทศ รถ และนางสมุทรชา มีพระอนุชาฝาแฝด คือพระ สัตรุด พระลักษมี มเหสีของพระนารายณ์ อวตารลงมา เกิดเพื่อเป็นคู่ครองของพระราม ตามบัญชาของ พระอิศวร นางสีดาเป็นพระธิดาของทศกัณฐ์ กับนางมณโฑ แนะนำ ตัวละครเพิ่มเติม กุมภรรณ เป็นโอรสท้าวลัสเตียนกับนางรัชฎาเป็นอนุชา ของทศกัณฐ์เป็นเชษฐาของพิเภกทูษณ์ขรตรี เศียรและนางสำ มนักขา พระลักษณ์ นางสีดา 2
แนะนำ ตัวละครเพิ่มเติม ทศกัณฐ์ เป็นโอรสของท้าวลัสเตียนกับนางรัชดา ผู้ครองกรุง ลงกา ในอดีตชาติเป็นยักษ์ทำ หน้าที่ล้างเท้าเทวดา ที่เชิงเขาไกรลาส ชื่อนนทก สุครีพ ป็นพญาวานรในเรื่อง รามเกียรติ์ มีกายสีแดง เป็นลูกชายของ พระอาทิตย์ กับ นางกาลอัจนา เป็นทหารเอกของ พระราม มีศักดิ์เป็นน้าของ หนุมาน พิเภก มีกายสีเขียว เป็นน้องของทศกัณฐ์และกุมภกรรณ มีความ รู้ทางโหราศาสตร์ อดีตชาติเป็นเวสสุญาณเทพบุตร พระ อิศวรสั่งให้ไปจุติเป็นพี่น้องร่วมท้องเดียวกันกับทศกัณฐ์ เพื่อเป็นไส้ศึก คอยบอกความลับต่าง ๆ ให้แก่พระราม พร้อมประทานแว่นวิเศษติดที่ดวงตาขวา มองเห็นได้ทั้ง สามโลก แม้กระทั่งอดีตและอนาคต 3
หนุมาน แนะนำ ตัวละครเพิ่มเติม เป็นบุตรนางสวาหะ เกิดจากอาวุธและกำ ลังของพระอิศวรที่ ให้พระพายนำ ไปซัดใส่ปากนางสวาหะ และพระอิศวรสั่งให้ พระพายเป็นบิดา หนุมานจึงมีอีกชื่อหนึ่งว่าวายุบุตร หนุมาน เป็นวานรเผือกมีฤทธิ์มาก เป็นทหารเอกของพระราม มีตรี เป็นอาวุธ หนุมานเป็นบิดาของมัจฉานุและอสุรผัด นิลนนท์ คือพระเพลิง*แบ่งภาคลงมาเกิดเป็นวานรเมืองชมพู เมื่อท้าวมหาชมพูเจ้าเมืองชมพูยอมสวามิภักดิ์พระรามแล้วก็ ให้นิลนนท์คุมทัพวานรเมืองชมพูมาสมทบกับทัพวานรของ เมืองขีดขินเพื่อเป็นกำ ลังให้พระรามรบกับทศกัณฐ์ 4
เนื้อเรื่อง กุมภกรรณได้ประลองยุทธ์กับพระลักษณ์พอ หอมปากหอมคอ ทั้งสองฝ่ายจึงออกอาวุธร้าย ของต้น พระลักษณ์ยิงศรไปต้องรถศึกของกุมภ กรรณหักจนขุนมารตกลงมากองที่พื้นดินแต่ก็ สามารถยันกายคว้าหัวรถทรงของพระลักษณ์ ได้ พระหน้าทองกระโดดขึ้นเหยีบบ่าเอาคันศร ตีร่างยักษ์ใหญ่ ขณะเดียวกันกุมภกรรณได้ จังหวะซัดหอกโมกขศักดิ์ไปที่อกของพระ ลักษณ์จนร่วงหล่นลงดิน กุมภรรณเห็นว่าศัตรู แน่นิ่งเหมือนคนตาย กอปรกับเข้าใกล้เวลาค่ำ แล้ว มหาอุปราชแห่งมารจึงชักทัพกลับเข้า ลงกา 5
เนื้อเรื่อง สุครีพถลาเข้าประคองนาย ขุนศึกอย่างหนุมาน องคต และขุนกระบี่อื่นๆหาวิธีการช่วยชีวิตพระลักษณ์จนสุด ปัญญา จึงสั่งให้นิลนนไปทูลพระรามให้ออกมาแก้ไข เหตุการณ์โดยเร็ว หลังจากที่นิลนนถึงค่ายการบทูล เหตุการณ์ตามจริง พระรามก็แทบจะเป็นลมหมดสติ ตามน้องไปอีกคน แต่ทนฝืนพยุงกายฝ่าความมืดมาสู่ สนามรบเพื่อดูอาการของน้องสุดที่รัก แต่นิลนนท์ก็พา อ้อมเขาหลงป่าไปมาเพราะไม่คุ้นชินกับความมืด ไม่ถึง สมรภูมิซะที พระรามกริ้วมากจึงคว้าศรจันทวาทิตย์ แผลงขึ้นไปบนฟ้า ทันใดนั้นเกิดดวงจันทร์ขึ้นสามดวง ส่องแสงสว่างทั่วฟ้า จนนิลนนท์สามารถจำ ทางได้ สามารถพาพระรามมาถึงยังสนามรบ เมื่อองค์รามเห็น หอกปักอยู่ที่ร่างแน่นิ่งของของน้องชาย พระรามแทบ จะทรุดกายสิ้นลมตามน้องร่วมชีวิต ไม่ว่าจะออกแรงชัก หอกออกเท่าไหร่ศาตราแห่งองค์พรหมก็ไม่ขยับเขยื้อน แม่แต่น้อย พระรามได้แต่ร้องไห้ฟูมฟายอาลัยนิอง ประคองศรีษะพระลักษณ์มาเกยไว้ที่ตัก ลูบผม ซับเหงื่อ ที่ไหลอาบพักตร์ย้อนลงจนโทรมกาย ร้องพลาง สั่งพลาง 6
เนื้อเรื่อง โอ้อนิจาเจ้าเพื่อนยาก แสนทุกข์ลำ บากมาด้วยพี่ เลื่องชื่อลือฤทธิ์ทั้งธาตรี หรือมาแพ้อสุรีพาลา เสียแรงไวกูณฐ์มาด้วยกัน ว่าจะล้างอาธรรม์ริษยา เจ้ามาสิ้นชีพชีวา แต่พี่ยาจะทำ ศึกไป ถึงมีชัยได้เมียก็เสียน้อง จะต้องการอะไรก็หาไม่ ครั้นจะกลับคืนเข้าเวียงชัย ใครเลยจะนับว่าเป็นชาย ทั้งสามสมเด็จพระชนนี จะโศกาโกรธพี่ไม่รู้หาย ว่ารักเมียใช้น้องไปให้ตาย ความอายจะชั่วกัลปา เสียเมียรักแล้วมิหนำ มาซ้ำ เสียองค์กนิษฐา จะอยู่ไยให้ทนเวทนา จะสู้สิ้นชีวาด้วยน้องรัก ไปเมืองฟ้าสุราลัย ให้ลับตาพวกภัยปรปักษ์ ร่ำ พลางกอดองค์พระลักษมณ์ ซบพักตร์กันแสงไม่สมประดี 6
เนื้อเรื่อง พระรามร้องไห้รำ พรรณจนขาดสติฟูมฟายไม่รู้ สึกองค์ จนพญาพิเภกเห็นท่าไม่ดี กลัวจะเสีย นายไปอีกคนจึงต้องฝืนกฎของตนกราบทูลก่อน ที่ท่านจะทรงถาม เพราะตามปกติพญาพิเภกจะ ไม่บอกอะไรก่อนที่องค์รามจะถาม บางครั้ง เหตุการณ์เกือบบานปลายจนจะแก้ไขไม่ได้ พญา พิเภกก็ไม่ปริปากเพราะนายไม่ถาม แต่คราวนี้ โหรประจำ กองทัพทูลว่า (นักเรียนไทยรุ่นคุณแม่ คุณอาต้องท่องกลอนบทนี้อย่างขึ้นใจ เพราะ ท่านเคยท่องก่อนโรงเรียนเลิก รุ่นผมไม่ทัน ครับ... เชิญท่องอาขยานออกเสียงตามเพื่อระลึก ถึงความหลังนะครับ) 7
เนื้อเรื่อง บัดนั้น พญาพิเภกยักษี เห็นพระองค์ทรงโศกโศกี อสุรีกราบลงกับบาทา ทูลว่าพระลักษมณ์สุริยวงศ์ ยังไม่ปลงชีวังสังขาร์ อันโมกขศักดิ์อสุรา พรหมาประสิทธิ์ประสาทไว้ ทรงอานุภาพฤทธิรุทร ต้องใครจะฉุดนั้นไม่ไหว แต่มียาคู่หอกชัย ให้ไว้สำ หรับแก้กัน แม้นละไว้จนรุ่งราตรี ต้องแสงพระรวีจะอาสัญ ขอให้ลูกพรายเทวัญ ไปห้ามพระสุริยันในชั้นฟ้า อย่าเพ่อรีบรถบทจร ข้ามยุคธรภูผา แล้วให้ไปเก็บตรีชวา ทั้งยาชื่อสังกรณี ยังเขาสรรยาบรรพต ปรากฎอยู่ยอดคีรีศรี กับปัจมหานที สรรพยาทั้งนี้มาให้ทัน แม้นว่าได้บดชโลมลง องค์พระอนุชาไม่อาสัญ จะดำ รงคงชีพชีวัน หอกนั้นก็จะหลุดขึ้นมา 8
เนื้อเรื่อง เมื่อพระรามได้ฟังวิธีแก้จากพิเภกแล้วพอจะมีความหวัง พอจะมีทางให้น้องรอด จึงกวักมือเรียกหนุมานมารับคำ สั่ง อันดูเหมือนภาระกิจนี้จะยิ่งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยทำ มา เพราะมีชีวิตของพระลักษณ์เป็นเดิมพัน “บุตรแห่งพระ พายจงรับคำ สั่งข้า... ท่านเหาะขึ้นไปห้ามพระอาทิตย์อย่า เพิ่งชักรถขึ้นจากขอบฟ้า แล้วจงรีบไปเก็บยาชนิดต่างๆ ตามที่พญาพิเภกบอก หลังจากนั้นจงไปนำ ปัญจมหานที จากราชสำ นักกรุงอโยธยา แล้วรีบนำ สิ่งต่างๆมาที่นี่ให้ทัน ก่อนที่พระอาทิตย์จะขึ้นจากขอบฟ้า อย่าเสียเวลา เลย....หนุมานขุนกระบี่ของข้า” (สังกรณีและตรีชวา คือ สมุนไพรต่างชนิดกัน แต่ทั้งคู่มาจากเขาสรรยาบรรบต จากชื่อของภูเขาลูกนี้น่าจะเป็นที่ที่มีต้นสมุนไพรหลาก ชนิดโดยขึ้นอยู่บนเขาลูกเดียวกัน ปัญจนทีคือน้ำ จาก แม่น้ำ ศักดิ์สิทธิ์ห้าสาย “คงคา” “ยมนา” “อจิรวดี” “สรภู” “มหี” นำ น้ำ จากแม่น้ำ ศักดิ์สิทธิ์ทั้งห้ามารวมกัน เพื่อใช้ประกอบพระราชพิธีต่างๆเช่นใช้สุหร่ายรถทรงก่อน ออกรบ ใช้ประพรมในงานมงคลต่างๆ เป็นต้น) 9
เนื้อเรื่อง หนุมานน้อมรับคำ สั่ง กลับตัวถีบทะยานขึ้นฟ้ามุ่งหน้าสู่ทิศ ตะวันออก เหาะจนถึงรถทรงของพระอาทิตย์ พลางนึกขึ้น ได้ว่าพระอาทิตย์นั้นร้อนมากนักจึงอ้อมเกาะที่หลังรถทรง และดึงไว้ไม่ให้เคลื่อนไปข้างหน้า องค์สุรีย์ตกใจนึกว่าถูก โจมตีโดยราหูจึงผินพักตร์มาดูที่ท้ายรถ แต่ด้วยอำ นาจแห่ง พระอาทิตย์ได้แผดเผาร่างกายของหนุมานจนเหลือแต่เศษ ขนเพชรสุกสกาวติดค้างอยู่ที่ท้ายรถเท่านั้น ก็สงสัยว่าใคร บังอาจมายื้อรถไว้ จึงท่องมนตร์ได้สามคาบชุบเจ้าของ ขนเพชรให้ฟื้นขึ้นมาเพื่อจะได้ซักถามต่อไป เป่าพลวด พลันเกิดเป็นวานรมีทั้งกุณฑล ขนเพชร เขี้ยวแก้ว แล้ว ถามว่า “ไอ้ลิงเผือก เจ้าไม่กลัวตายหรือทำ ไมมึงจึงมายื้อ รถกูไว้” หนุมานก้มเศียรลงกราบและทูลพระอาทิตย์ว่า “ตัวข้าน้อยชื่อหนุมาน เป็นทหารของพระรามผู้เป็น อวตารองค์นารายณ์ เพลานี้ได้ยกพลบุกลงกาหมายล้าง อธรรม แต่พลาดพลั้งเสียทีจนพระอนุชาลักษมัณต้องหอก โมกขศักดิ์ของกุมภกรรณหมดสติไป ข้าน้อยได้รับบัญชา ให้ออกหายาให้ครบตำ หรับก่อนแสงอาทิตย์จะต้องพื้นโลก 10
เนื้อเรื่อง หากยังแก้ไขไม่ทันจนอรุณรุ่ง อนุชาแห่งองค์รามก็จะเสียชีวิต ทันที... แล้วนายข้าก็จะไม่มีใจจะทำ การล้างอธรรมต่อไป ข้า จึงมาทูลขอให้พระสุริยาให้งดออกโคจรผ่านโลกในวันนี้” พระอาทิตย์เข้าใจและหนักใจอย่างมาก เพราะหน้าที่ขององค์ ท่านคือการให้แสงสว่างแก่โลกอย่างขาดมิได้ จึงตอบไปว่า “จะห้ามไม่ให้เราหยุดรถนั้นมิสามารถทำ ได้ แต่เราจะชะลอรถ เข้ากลีบเมฆเพื่อประวิงเวลามิให้สว่างเต้มที่ เราทำ ได้แค่นี้ สุดแต่กรรมขององค์อนุชา... บัดนี้ท่านจงรีบออกไปเก็บยาให้ ครบโดยเร็วเถิด” หนุมานน้อมรับเพราะนั่นคือสิ่งที่ พระอาทิตย์ทำ ได้อย่างดีที่สุดแล้ว บุตรพระพายเหาะมาถึงเขา สรรพยา ตะโกนเรียกหาสมุนไพรทั้งสองชนิด “สังกรณี ตรี ชวา เจ้าอยู่ไหน” ต้นไม้ทั้งสองขานรับ บ้างเสียงมาจากยอด เขาแต่พอหนุมานกระโดดขึ้นจะถึงต้นก็หายวับไปกับตา บ้างก็ ส่งเสียงรับมาจากตีนเขาพอหนุมานตามเสียงลงมาพบแต่พอ จะเอื้อถึงลำ ต้นก็หายไปอีก ขุนกระบี่จึงเสกให้หางของตนนั้น ยาวออกสามารถตวัดพันจากตีนเขาจนถึงยอดเขาโดยรอบ จน สามารถเก็บยาทั้งสองชนิดได้สำ เร็จ จากนั้นทะยานเหาะมุ่ง หน้าสู่กรุงอโยธยา เพียงชั่วอึดใจก็มาถึงมหานครแห่งสุริยวงศ์ 11
เนื้อเรื่อง หนุมานเห็นพระพรตและพระสัตรุดออกว่าราชการอยู่ จึงลง จากอากาศเข้ากราบแทบบาทน้องพระจักราผู้เป็นนาย สอง กษัตริย์และมุขมนตรีรู้สึกแปลกใจว่าลิงเผือกตัวนี้มาจากไหน มาทำ อะไรที่นี่ พระพรตเห็นท่าทางของหนุมาน ทรงมั่นใจว่านี่ ไม่ใช่ลิงธรรมดาแน่ๆจึงถามว่า “ตัวท่านมีนามว่ากระไร เป็น เชื้อวงค์เผ่าไหน แล้วมีใครเป็นนายใช้ให้มาเพื่อการใด” หนุมานก้มกราบแนะนำ ตัว “อันตัวข้าบาทเป็นทหารขององค์ รามมีชื่อว่าหนุมาน ทศกัณฐ์เจ้าแห่งอสูรบังอาจมาลักเอาพระ แม่สีดาไปขังที่ลงกา ขณะนี้องค์รามลักษณ์ได้กรีฑาพลลิงจาก ขีดขินและเมืองมหาชมพูเข้าโจมตีเมืองลงกาหมายชิงพระ มเหสีคืน แต่พระลักษณ์พลาดท่าต้องหอกจากกุมภกรรณใน สนามรบจนสิ้นสติ จะดึงเท่าไหร่ก็ไม่สามารถดึงหอกนั้นออก ได้ องค์รามจึงบัญชาให้หม่อมฉันมาเข้าเฝ้าเพื่อขอปัญจนที จากพระองค์ เชิญน้ำ ศักดิ์สิทธิ์นี้ไปผสมยาใช้แก้ไขให้พระ ลักษณ์ฟื้นก่อนอรุณรุ่งที่จะถึง” เมื่อพระพรตและพระสัตรุด ได้ยินดังนั้นก็ร้องไห้ปานจะขาดใจ เพราะหลังจากกันที่กลาง ป่าใกล้เขาสัตกูฏ นี่คือครั้งแรกที่ทั้งสองพระอนุชาและชาวอ โยธยาได้ยินข่าวความเป็นไปของพระราม... 12
เนื้อเรื่อง โอ้อนิจาพระทรงจักร เป็นปิ่นปักสามภพจบสวรรค์ หรือมาต้องเดินป่าอารัญ ตามกันทั้งสามเสด็จจร ได้ยากลำ บากแล้วมิหนำ ซ้ำ จากอัคเรศดวงสมร จนต้องข้ามมหาสาคร ตามไปราญรอนปัจจามิตร เสียแรงตัวน้องเอากำ เนิด เกิดร่วมสุริย์วงศ์พระจักรกฤษณ์ มิได้ตามเสด็จพระทรงฤทธิ์ อาชีวิตสนองพระบาทา ดั่งไม่จำ นงจงรัก ภักดีต่อองค์พระเชษฐา ได้แต่พระลักษณ์อนุชา ไปร่วมชีวาพระจักรี เป็นเพื่อนรณรงค์ยงยุทธ์ จนต้องอาวุธยักษี ร่ำ พลางต่างทรงโศกี ดั่งหนึ่งชีวีจะวายปราณ 13
เนื้อเรื่อง พระพรตน้ำ ตานองหน้า ตีบตันในลำ คอแต่ต้องฝืนองค์เข้มแข็งเป็นดั่ง เสาหลักของอโยธยาต่อไป “พี่รามต้องเดินดงถึงสิบสี่ปีตามสัจจะ แล้ว นี่ต้องมาพลัดพรากจากสีดาองค์มเหสีสุดที่รัก ขนาดต้องยกพลข้ามน้ำ ข้ามทะเลเสี่ยงอันตรายเพื่อทวงนางคืน แถมครานี้เคราะห์กรรมซ้ำ เติม น้องลักษณ์ที่ทรงถนอมดั่งลูกมาต้องหอกของพวกยักษ์ร้ายอีก... เสีย แรงที่ข้าเป็นหน่อเนื้อร่วมสายโลหิต เป็นอนุชาลำ ดับถัดจากพระองค์ ข้ามิอาจช่วยเหลือตามถวายงานอะไรได้เลย.. เพราะข้าคือข้าบาทแห่ง องค์อวตารที่ต้องปกครองอโยธยาแทนองค์ท่านตามพระราชบัญชา...” พอสองพี่น้ององค์พรตและสัตรุดได้สติคืนก็พระราชทานขวดแก้วที่ บรรจุปัญจานทีส่งให้พญาลิงและฝากข้อความถึงพี่ชายคนโตว่า “หนุมานท่านจงกราบพระบาทพระอวตารแทนเราสองพี่น้อง จงทูลว่า ถึงเราสองพี่น้องจะสำ เร็จราชการปกครองอโยธยาแทนพระองค์ แต่ เราก็ไม่เคยได้สนใจในพระราชบันลังค์อันเป็นของกรรมสิทธิขององค์ รามเลย หลังจากที่ไกลเสด็จพี่ที่แสนดีของน้อง เราสองคนยังไม่เคย พบกับความสบายใจแม้แต่วินาทีเดียว ข้าไม่เคยหายใจอย่างทั่วท้อง เลยตั้งแต่วันที่ต้องบอกลาพระองค์ที่กลางป่า หากไม่กลัวผิดพระราช บัญชา เราพรตและสัตรุดคงจะกรีฑาทัพลงไปพระองค์ท่านช่วยรบกับ หมู่มารอีกแรง เราและประชาชนแห่งอโยธยาเฝ้ารอวันที่ทั้งสาม กษัตริย์คืนกลับสู่นครอย่างปลอดภัย....จงรีบไปเถิดหนุมาน ทหารกล้า แห่งองค์ราม” 14
เนื้อเรื่อง หนุมานก้มกราบรับคำ ใส่เกล้า คว้าขวดน้ำ สำ คัญกลับตัวเหาะตรงสู่ สมรภูมิ พอมาถึงตรงเข้ากราบแทบบาทพระรามแล้วส่งส่วนผสมยา ทั้งหมดให้แก่นาย พร้อมทูลเนื้อความที่พระอนุชาพรตและสัตรุดฝากมา ทุกถ้อยคำ พระรามยินดียิ่ง ส่งเครื่องปรุงยาทั้งหมดให้แก่พิเภกผู้เตรียม ตัวรอปรุงยาไว้แล้ว ถึงจะอยู่ในความมือแห่งราตรีกาลพญาพิเภกยัง สามารถแบ่งสัดส่วนยา สังกรณี ตรีชวา และปัญจที ออกเป็นส่วนเท่าๆกัน อย่าชำ นาญ พญายักษ์บริกรรมบทพรหมคุณพลางนำ ส่วนผสมทั้งหมดบด ด้วยหินบดยาจนเข้ากันดี จากนั้นทายาลงที่แผลจากพิษหอกโมกขศัดิ์ พร้อมเสกเป่าซ้ำ ด้วยคาถาแห่งพรหมา ทันใดนั้นโมกขศักดิ์ยอดแห่งศาตรา ก็หลุดออกจากร่างพระลักษณ์โดยไม่ปรากฎรอยแผลใดๆทั้งสิ้น อนุชา แห่งองค์รามฟื้นคืนสติดั่งไม่เคยมีเหตุร้ายเกิดขึ้นมาก่อน ก้มลงกราบ พระรามที่ตักและขอพระราชทานอภัยที่ตนเสียทีรบแพ้แก่กุมภกรรณ “น้องเสียทีรบแพ้เจ้ายักษ์ร้ายกุมภกรรณ ทำ ให้เสียพระเกียรติแห่งองค์ อวตารถือเป็นอาญาถึงชีวิต แต่ก็ยังทรงช่วยน้องให้มีชีวิตรอดอีกครั้ง นับ เป็นพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น จากนี้ข้าขอสนองคุณแทบพระบาท จนกว่าจะชีวิตจะหาไม่...” พระรามได้แต่ร้องไห้โอบกอดน้องอย่างยินดี แล้วปลอบว่า “หากลักษณ์น้องของพี่มีอันเป็นไป พี่คงต้องตายตามเจ้าแน่ เพราะจะมีเหตุผลใดเล่าที่องค์รามจะมีชีวิตอยู่โดยไม่มีองค์ลักษณ์เคียงข้าง พี่คงจะไม่อาจทนทุกข์ทรมานมีชีวิตอยู่ต่อไปโดยไม่มีเจ้า.... พญาสุครีพ ท่านจงสั่งให้ไพร่พลยกทัพกลับสู่พลับพลาเพื่อพักผ่อนเถิด และเราจะได้ ร่วมคิดอ่านรับการศึกในภายหน้า” 15
เนื้อเรื่อง กองสอดแนบของลงกาที่เฝ้าดูอยู่เห็นว่าศัตรูสามารถ แก้ไขจนพระลักษณ์ฟื้นขึ้นมาได้ จึงรีบกลับเข้าเมือง ไปทูลพญาทศกัณฐ์ “ขอเดชะ อันพระลักษณ์ที่ต้อง หอกโมกขศักดิ์ของพระมหาอุปราชกุมภกรรณจนแน่ นิ่ง บัดนี้ได้รับการแก้ไขจนฟื้นขึ้นมาได้อีกและขณะ ทัพพลลิงได้ถอยกลับสู่พลับพลาตั้งแต่ก่อนรุ่งสาง แล้วพะยะค่ะ” ทศกัณฐ์รู้สึกเหมือนถูกฟ้าผ่า ดั่งชัย ชนะหบุดมือ มึนงงว่าศัตรูสามารถฟื้นจากพิษของ โมกขศักดิ์ได้อย่างไร “มโหทรเสนาข้า เจ้าจงรีบไป เชิญกุมภกรรณมาหาข้าเดี๋ยวนี้” มโหทรรีบรุดไป ตามกุมภกรรณถึงปราสาท เพียงชั่วครู่กุมภกรรณก็ มาปรากฎตัวในท้องพระโรง ทศกัณฐ์มิรอช้า “นี่ กุมภกรรณน้องพี่ เจ้าลองพิจารณาดูสิว่าเหตุใดเจ้า มนุษย์ตัวเล็กจึงได้รอดพ้นจากพิษแห่งโมกขศักดิ์ หอกที่สามารถพิชิตได้ทั้งสามโลกไปได้ 16
เนื้อเรื่อง ” กุมภกรรณในขณะนี้ก็มึนงงไม่แพ้พี่ทูลว่า “ถวาย พระพรราชาแห่งมารทศกัณฐ์.... พี่ท่านข้าก็สับสนมิแพ้ ท่านเท่าใดหรอก โมกขศักดิ์สามารถชนะเหล่าเทพได้ อย่างสบายๆ แต่เพราะเจ้าไส้ศึกพิเภกบกวิธีแก้กลนี่ เหล่ามนุษย์ผู้เป็นนาย เจ้าลักษณ์ร่างน้อยถึงได้รอดชีวิต ไปได้.....ข้านี้เจ็บใจยิ่งนัก ข้าสัญญาว่าจากนี้ไปเหล่า มนุษย์และวานรจะไม่มีโอกาสมีชีวิตบนแผ่นดินลงกาอีก แล้ว ข้าจะล้างพวกมันให้สิ้นแผ่นดินของเรา...” ทศกัณฐ์ เข้าสวมกอดน้องสุดที่รักอย่างแนบแน่น “มิเสียทีที่พี่ ไว้ใจ มิเสียแรงที่เจ้าเกิดเป็นน้องพี่ ทำ เถิดทำ ในสิ่งที่เจ้า เห็นควร...” กุมภกรรณก้มลงกราบพร้อมลาออกไป จัดการกับผู้รุกรานอีกครั้ง แต่ในครั้งนี้พญากุมภกรรณมี แววตาที่โหดเหี้ยมกว่าเดิม มีความอำ มหิตมากกว่าทุก ครั้งที่เคยออกรบ เพราะครั้งนี้คือภาระกิจที่ต้องสำ เร็จ อย่างเบ็ดเสร็จ 17
บรรณานุกรม พุทธเลิศหลา , พระบาทสมเด็จพระ./( 2510)./เลม /(2)./ บท ละครเรื่องรามเกียรติ์./กรุงเทพ ฯ:/ องคการคาของคุรุสภา. เสาวลักษณ อนันตศานต./(2531)./วรรณกรรมพระบาทสมเด็จ พระพุทธเลศหล้านภาลัย./(3)./ กรุงเทพ ฯ :/ กิ่งจันทนการพิมพ. ศรีสุรางค พูลทรัพย์. /(2538,/20/เมษายน-มิถุนายน)./ “ความ รูและขอคิดที่ไดจากการประชุมรามายณะนานาชาติ./วารสาร ราชบัณฑิตยสถาน,/3-12(11),131-152 นาย สมลักษณ์ (ลักษณวงศ์) วงศ์สมาโนดน์. (2556).รามเกียรติ์ ตอน "พระลักษมณ์ต้องหอกโมกขศักดิ์". สืบค้น 20 ธันวาคม 2566, จาก https://www.gotoknow.org/posts/45698 สัมพันธ์จันทร์ผา.(นามแฝง)./(2556). รามเกียรติ์ ตอน ศึกกุมภกัณฐ์ ตอนที่ 2. สืบค้น 22 ธันวาคม 2566, จาก https://wwwsamsampanchanpa.blogspot.com จอมยุทธ แห่งบ้านจอมยุทธ. (ม.ป.ป.). รามเกียรติ์ตอนกุมภกรรณออก ศึก. สืบค้น 25 ธันวาคม 2566, จาก https://m.baanjomyut.com/library/thai_literature/ramayana/31.ht ml 18
ผู้ตรวจอักษร นาย ณัฐพนธ์ ตั้งภูมิจิต ม.6/6 เลขที่.4 นาย กิตติกร นพกิจ ม.6/6 เลขที่.5 น.ส.ศรุตพร เชาวลิต ม.6/6 เลขที่ 43 19