The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

สัมมนาการจัดการเรียนรู้ระดับประถมศึกษาในยุคไทยแลนด์ 4

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by , 2022-04-08 06:06:16

สัมมนาการจัดการเรียนรู้ระดับประถมศึกษาในยุคไทยแลนด์ 4

สัมมนาการจัดการเรียนรู้ระดับประถมศึกษาในยุคไทยแลนด์ 4

การจดั การเรียนร้รู ะดับประถมศึกษาในยคุ ไทยแลนด์ 4.0

จดั ทำโดย

นางสาว แก้วกังสดาล อินดวง 62031280165

นางสาว นศิ ากร อาสารักไพร 62031280175

นางสาว พชิ ญา พงษพ์ รหมณ์ 62031280179

นางสาว ภทั รวดี เพิ่มพลู 62031280180

สาขาการประถมศกึ ษา

เสนอ
ผศ.ดร. อสิ ระ ทับสีสด

รายงานนีเ้ ปน็ ส่วนหน่ึงของวชิ าวจิ ัยและสมั มนา
ปัญหาในชัน้ เรียนประถมศึกษา 1104903
ชั้นปที ี่ 3 ภาคเรียนที่ 2 ปกี ารศกึ ษา 2564
คณะครศุ าสตร์ มหาวทิ ยาลยั ราชภัฏอุตรดติ ถ์

การจดั การเรยี นรู้ระดบั ประถมศึกษาในยุคไทยแลนด์ 4.0

1.Thailand 4.0
- Thailand 4.0 คืออะไร
-ยุค 4.0 กบั การเปล่ยี นแปลงการศึกษา
-บทบาทของครผู ู้สอนในยคุ Thailand 4.0
- ส่ิงที่การเรยี นการสอนยุค 4.0 ทำให้เกดิ ผลดี
- ส่ิงท่ีการเรยี นการสอนยุค 4.0 ยงั ทำได้ไม่ดี
2.การศกึ ษาของประเทศไทย
-ทำไมระบบการศกึ ษาไทยจึงพฒั นาชา้
-สาเหตทุ ่ีทำใหก้ ารศกึ ษาของไทยพฒั นาชา้
3.การจดั การเรยี นรู้
-ความหมายของการจดั การเรียนรู้
-การจดั การเรียนรรู้ ะดบั ประถมศกึ ษา

1.Thailand 4.0

-Thailand 4.0 คืออะไร

คำว่า 4.0 หมายถึง ลำดับการพฒั นาอุตสาหกรรมในคร้ังที่ 4 โดยเรมิ่ ต้งั แตป่ ี 2000 เป็นต้นมา ซ่ึงหมายถงึ การพฒั นา
ทางดา้ นการนำเทคโนโลยีและความคิดสร้างสรรค์มาใช้เพื่อขบั เคลื่อนเศรษฐกจิ โดยในประเทศไทยมีการใช้
นโยบาย Thailand 4.0 เพ่อื ใช้ในการขับเคล่ือนเศรษฐกจิ ในดา้ นตา่ งๆ ด้วยนวตั กรรม ซงึ่ ไดแ้ ก่ การผลกั ดนั สนิ ค้าที่
บริโภคในเชงิ นวัตกรรม การขับเคลอื่ นภาคอตุ สาหกรรมด้วยเทคโนโลยแี ละความคิดสรา้ งสรรค์
https://www.tot.co.th/sme-tips/SME-tips/2020/07/16/4.0-era-teaching-that-needs-to-
know?fbclid=IwAR2MGO8-EU_V1fjLPF5w7_QdbGZppHN6JsKNgsI9zLVQ7Xm8luZgiHdc56I

“ไทยแลนด์4.0” เป็นวสิ ัยทัศนเ์ ชิงนโยบายการพฒั นาเศรษฐกิจของประเทศไทย หรอื โมเดลพัฒนาเศรษฐกิจของ
รฐั บาล ภายใตก้ ารนำของพลเอกประยทุ ธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหนา้ คณะรกั ษาความสงบแห่งชาติ
(คสช.) ท่ีเข้ามาบริหารประเทศบนวิสัยทัศนท์ ี่วา่ “มนั่ คง มั่งค่งั และยั่งยนื ” ที่มภี ารกิจสำคญั ในการขบั เคลื่อนปฏิรปู
ประเทศดา้ นตา่ ง ๆ เพอื่ ปรบั แก้ จัดระบบ ปรบั ทศิ ทาง และสรา้ งหนทางพฒั นาประเทศให้เจรญิ สามารถรับมือกับ
โอกาสและภัยคุกคามแบบใหม่ ๆ ทเี่ ปลย่ี นแปลงอย่างเร็ว รุนแรงในศตวรรษท่ี 21 ได้
https://www.excise.go.th/cs/groups/public/documents/document/dwnt/mjgy/~edisp/uatucm282
681.pdf

“Thailand 4.0” หรอื “ประเทศไทย 4.0” เป็นยคุ แห่งการขบั เคลอื่ นเศรษฐกิจด้วยนวัตกรรม จากท่ีแต่กอ่ นเราลง
มอื ทำมาก แต่ไดผ้ ลตอบแทนนอ้ ย มาเปน็ ลงมือทำน้อยๆ แต่ไดผ้ ลตอบแทนมหาศาล โดยการเอาความคิด
สร้างสรรค์เป็นแรงผลกั ดนั และนำนวัตกรรมเขา้ มาช่วย เปลี่ยนจากการผลิตสินค้าไปสูก่ ารบริการมากขึ้น

https://gnews.apps.go.th/news?news=2430

วเิ คราะห์ Thailand 4.0 คอื อะไร

“ไทยแลนด์4.0” เป็นวิสยั ทศั น์เชงิ นโยบายการพฒั นาเศรษฐกจิ ของประเทศไทย หรอื โมเดลพฒั นาเศรษฐกจิ ของ
รัฐบาล เป็นยุคแห่งการขบั เคลือ่ นเศรษฐกจิ ด้วยนวตั กรรม จากท่ีแต่ก่อนเราลงมอื ทำมาก แตไ่ ด้ผลตอบแทนน้อย มา
เป็นลงมือทำนอ้ ยๆ แตไ่ ดผ้ ลตอบแทนมหาศาล โดยการเอาความคิดสร้างสรรคเ์ ปน็ แรงผลักดัน และนำนวตั กรรม
เขา้ มาช่วย เปลีย่ นจากการผลิตสินคา้ ไปสู่การบริการมากขนึ้

-ยคุ 4.0 กับการเปลีย่ นแปลงการศึกษา

เพือ่ ใหก้ ารเรยี นการสอนตอบสนองต่อการพฒั นาอุตสาหกรรมในยคุ 4.0 จึงทำให้การเรยี นการสอนมกี ารใช้
เทคโนโลยี รวมถึงเคร่ืองไมเ้ ครือ่ งมือทเ่ี ชอ่ื มตอ่ กบั ระบบอินเทอรเ์ น็ตได้ ทำใหเ้ กดิ การเปลี่ยนแปลงข้ึนหลายอย่างใน
ระบบการศกึ ษา ซึ่งได้แก่

ห้องเรียนอัจฉรยิ ะ

การเรยี นรใู้ นยคุ 4.0 ไม่ไดจ้ ำกัดเพยี งในหนงั สอื เรียนอีกต่อไป เม่ือมกี ารนำเทคโนโลยีเข้ามาใชใ้ นห้องเรียน อย่าง
Smart Board หรอื Presentation ท่มี ีภาพประกอบ เขา้ มารว่ มด้วย จะช่วยใหผ้ เู้ รียนสามารถมองเห็นภาพและทำ
ความเขา้ ใจในเร่อื งทีย่ ากไดเ้ ร็วยิ่งขน้ึ นอกจากนใี้ นขณะทมี่ ีการสอนในห้องเรียน ก็มีการถา่ ยทอดสดไปยงั ห้องเรียน
ในโรงเรยี นหรือสถานท่ีอนื่ ๆ ผ่านระบบการ Live ได้อีกดว้ ย

ระบบ E-learning และการทดสอบออนไลน์

เมอื่ พูดถงึ ระบบการเรยี นแบบ E-learning ในยคุ ปจั จุบนั ที่มีการพัฒนาให้ผเู้ รยี นสามารถเรยี นรู้ได้ด้วยตัวเองได้งา่ ย
ผา่ นทางแอปพลิเคชนั หรือ E-book โดยผ้สู อนมีหนา้ ทเ่ี พียงชีแ้ นะแนวทางในการเรียนรู้ นอกจากน้ียังมรี ะบบการ
ทำแบบทดสอบหรือสอบยอ่ ยที่ทำบนระบบออนไลน์ไดเ้ ลย ช่วยให้ประหยัดเวลาในการตรวจและจัดเก็บคะแนนได้
อยา่ งรวดเร็ว

บคุ ลากรทางการศกึ ษา
ผลของการเรียนการสอนในแบบยคุ 4.0 ทำใหบ้ ุคลากรทางการศกึ ษาเองต้องปรบั ตวั และวางแผนกันใหม่ เน่อื งจาก
มีเรือ่ งการใช้เทคโนโลยีเขา้ มารวมกับการสอนด้วย แต่ถือเป็นโอกาสทีด่ ที ีผ่ ู้สอนจะสามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบการ
สอนให้ผู้เรียนสามารถเข้าใจไดง้ า่ ย ดว้ ยการสอดแทรกส่ือการเรียนตา่ งๆ เขา้ ไประหว่างสอนได้ไมว่ า่ จะเป็น ภาพ
เสียง วดิ ิโอ

นักเรียน นกั ศึกษา รวมถึงคนทว่ั ไป

นีค่ อื เหตผุ ลหลกั ท่ีต้องมกี ารปรบั เปลีย่ นรปู แบบการเรยี นการสอนใหท้ ันสมยั มากข้ึน ด้วยการนำเทคโนโลยีและ
อนิ เทอร์เน็ตมากผนวกเข้าด้วยกัน นัน่ เพื่อใหผ้ เู้ รยี นทุกคนไม่วา่ จะเป็นนักเรยี น นักศึกษา สามารถเขา้ สรู่ ะบบของ
การเรยี นการสอนท่ีเป็นรปู แบบการเรยี นรู้ดว้ ยตนเอง และมอี ยู่อยา่ งไม่จำกดั บนโลกอินเทอร์เน็ต นอกจากน้ียงั ทำ
ให้คนท่ัวไปสามารถเข้าถึงแหล่งเรยี นร้ทู ี่พวกเขาสนใจเฉพาะทาง ได้มโี อกาสได้พัฒนาทักษะทตี่ ้องการได้ โดยทเี่ ห็น
ได้ชดั เจนในขณะน้ีคอื มหาวิทยาลัยชน้ั นำและเว็บไซต์ที่เปน็ E-learning มกี ารปลอ่ ยคอร์สเรยี นออนไลน์ ทคี่ นท่ัวไป
สามารถเขา้ ไปเรยี นไดฟ้ รี

https://www.tot.co.th/sme-tips/SME-tips/2020/07/16/4.0-era-teaching-that-needs-to-
know?fbclid=IwAR2MGO8-EU_V1fjLPF5w7_QdbGZppHN6JsKNgsI9zLVQ7Xm8luZgiHdc56I

“การศึกษาในยคุ Thailand 4.0” เปน็ การเตรียมมนุษย์ใหเ้ ป็นมนษุ ย์ กล่าวคือนอกจากให้ความรู้แลว้ ตอ้ งทำให้
ผเู้ รยี นเปน็ คนท่รี ักท่จี ะเรียน มคี ุณธรรมและสามารถอยรู่ ว่ มกบั ผ้อู ืน่ ได้ด้วย นนั่ ก็คือการสรา้ งคนให้มที ักษะใน
ศตวรรษท่ี 21 โดยเน้นทกั ษะในการคดิ วเิ คราะหเ์ ปน็ หลัก ในขณะเดียวกนั Thailand 4.0 คอื การพัฒนาประเทศให้
มคี วามทนั สมยั มรี ายไดม้ ากข้ึนและก้าวพน้ จากกบั ดักประเทศที่มีรายไดป้ านกลางโดยจะต้องผลติ นวตั กรรมใหม่ ๆ
เพอ่ื เปน็ ฐานในการพัฒนาประเทศและตอ้ งสามารถติดตอ่ ค้าขายกบั นานาประเทศได้ด้วย นอกจากนี้การศึกษายุค
4.0 เป็นการเรยี นการสอนที่ใหผ้ เู้ รยี นสามารถนำองค์ความรู้ทีม่ ีอย่ทู กุ หนแห่งบนโลกนี้มาบูรณาการเชงิ สรา้ งสรรค์
เพอ่ื พฒั นานวตั กรรมต่าง ๆ มาตอบสนองความตอ้ งการของสงั คมซึ่งการเรียนการสอนในปจั จบุ ันยงั คงหา่ งไกลใน

หลาย ๆ มติ ิ เชน่ ไม่เคยสอนให้ผู้เรียนไดค้ ดิ เองทำเอง ส่วนใหญ่ยงั คงสอนให้ทำโจทยแ์ บบเดิม ๆ อกี อย่างคือผ้เู รยี น
เริม่ ไมร่ ้จู ักสังคม ส่วนใหญใ่ ช้เวลาในโลกออนไลน์ไปกบั เกมส์ การชอ้ ปปิง้ การแชท เฟสบคุ๊ ไลนแ์ ละอินสตราแกรม
ส่วนใหญ่เป็นสงั คมมายา ซ่ึงเทคโนโลยีไม่ได้ผดิ แต่เหรยี ญ มีสองด้าน เทคโนโลยีก็เช่นกัน จะนำไปใชใ้ นด้านใดให้เกดิ
ประโยชน์ เป็นความยากและท้าทายของผู้ท่ตี ้องทำหนา้ ที่สอนในยคุ นเี้ พราะการเรยี นการสอนในยคุ 4.0 ต้องปล่อย
ใหผ้ ู้เรียนได้ใช้เทคโนโลยีในการเรียนรูด้ ว้ ยตนเอง ปลอ่ ยให้กล้าคดิ และกลา้ ทจี่ ะผดิ แตท่ ั้งหมดก็ยังคงต้องอยูใ่ น
กรอบท่ีสังคมต้องการหรอื ยอมรับได้ ไมใ่ ช่วา่ เก่งจรงิ คดิ อะไรใหม่ ๆ ได้เสมอและมีความคดิ สร้างสรรค์แต่ไมเ่ ปน็ ท่ี
ยอมรับของสังคมซงึ่ ปัจจยั หลักของการใช้เทคโนโลยที ี่เกดิ ความคุ้มคา่ ได้แก่ 1) การใช้อินเทอรเ์ นต็
(Internet)เคร่อื งมือสำคญั สำหรับการคน้ หาความรูเ้ ปน็ แหล่งข้อมูลทส่ี ำคญั 2) ความคดิ สร้างสรรค์ (Creative
Thinking)เปน็ พรสวรรค์ หลักสูตรการเรียนการสอนควรจะเปดิ โอกาสให้ผเู้ รียนกล้าที่จะคดิ นอกกรอบหรือตอ่
ยอดจากตำราเรียนและ 3) การปฏิ สั มพั นธก์ ั บสั งคม (SocietyInteraction) เพอ่ื ท่ีจะสามารถตอบสนองความ
ต้องการของสังคมและทำงานร่วมกันในสงั คมได้ควรมกี จิ กรรมท่ีสนบั สนุนการทำงานแบบเป็นกลมุ่ หรอื ทีม แหล่ง
เรียนรู้และแสวงหาความรดู้ ้วยตนเองจากแหลง่ เรยี นรู้ภายในและภายนอกโรงเรยี นครู คือผสู้ นบั สนนุ และเป็น
แหลง่ เรียนร้ขู องผ้เู รยี น

file:///C:/Users/TravelMate/Downloads/dream_aunti,+%7B$userGroup%7D,+05%E0%B8%81%E0
%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%A8%E0%B8%B6%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B8%B2%E0%B9
%83%E0%B8%99%E0%B8%A2%E0%B8%B8%E0%B8%84+Thailand+4.pdf

รมช.ศึกษาธิการ กลา่ ววา่ “การศึกษาในยคุ Thailand 4.0” มีความหมายมากกวา่ การเตรียมความพรอ้ มของคน
หรอื ใหค้ วามรู้กับคนเท่านน้ั แตเ่ ป็นการเตรยี มมนุษย์ให้เป็นมนษุ ย์ กล่าวคือ นอกจากใหค้ วามรแู้ ลว้ ต้องทำใหเ้ ขา
เปน็ คนทีร่ กั ที่จะเรียน มีคณุ ธรรม และสามารถอยรู่ ่วมกับผูอ้ ่ืนได้ดว้ ย น่ันก็คอื การสรา้ งคนให้มที กั ษะในศตวรรษที่
21 โดยเน้นทกั ษะในการคดิ วิเคราะหเ์ ป็นหลกั ในขณะเดยี วกนั Thailand 4.0 คือ การพัฒนาประเทศให้มคี วาม
ทันสมัย มรี ายได้มากข้นึ และก้าวพน้ จากกับดักประเทศท่ีมีรายได้ปานกลาง โดยจะต้องผลติ นวัตกรรมใหม่ ๆ เพ่ือ
เปน็ ฐานในการพฒั นาประเทศ และต้องสามารถติดตอ่ คา้ ขายกบั นานาประเทศได้ด้วย

https://www.chiangmainews.co.th/page/archives/540859/

วเิ คราะห์ ยคุ 4.0 กับการเปลีย่ นแปลงการศกึ ษา

การศึกษาจงึ ต้องเรง่ ดำเนนิ การปฏริ ปู การเรยี นรู้ให้กับเด็กไทยได้เข้าก้าวสู่ Thailand 4.0 อย่างเป็นรปู ธรรมใน
หลายดา้ น เช่นการพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษ เป็นหัวใจสำคญั ในการส่ือสารกับนานาชาติ ทัง้ เพื่อการตดิ ต่อสอ่ื สาร

การแลกเปลีย่ นความรู้ การประสานความรว่ มมือ และการคา้ ขาย ซงึ่ ทีผ่ า่ นมากระทรวงศึกษาธิการได้ดำเนินการ
ยกระดบั ภาษาอังกฤษของประเทศผ่านโครงการสำคัญตา่ ง ๆ เช่น การพฒั นาครูภาษาอังกฤษผา่ นกระบวนการ
Boot Camp, จัดทำแอพพลิเคชนั่ Echo Hybrid, Echo English

-บทบาทของครผู ู้สอนในยุคThailand 4.0

รฐั มนตรีชว่ ยวา่ การกระทรวงศึกษาธิการ (ส านกั งานคณะกรรมการการอดุ มศึกษา, 2559: 10;ธนวฒั น์ศรี
ไพโรจนแ์ ละคณะ. 2561 : 98) กลา่ ววา่ การศกึ ษาในยุค Thailand4.0 ควรมกี ารสรา้ งคนหรือผเู้ รียนให้มที ักษะใน
ศตวรรษท่ี 21 ดว้ ยเช่นกนั ดงั นัน้ ในยคุ น้ี การกำหนดสมรรถนะและบทบาทของครูผสู้ อนในศตวรรษที่ 21 จึงมีการ
กลา่ วถงึ เปน็ ลำดับแรก ๆ เนือ่ งจากคุณภาพของครูผ้สู อนมกั เป็นปัจจัยสำคัญของความสำเรจ็ ทางด้านการศึกษา
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ตอ่ ประสิทธภิ าพในการเรียนรู้ของผู้เรยี น และหน้าที่ของครผู ู้สอนจึงมิใชก่ ารสอนหนังสือเพื่อสง่
ตอ่ ความรู้ไปสู่ผู้เรียนเทา่ น้ัน แตค่ รคู วรเป็นผทู้ มี่ ีบทบาทในการหล่อหลอมใหเ้ กดิ ทกั ษะทสี่ ำคัญแกผ่ ู้เรยี นอย่าง
ตอ่ เน่อื ง ครผู สู้ อนจึงมหี นา้ ท่ีเป็น “ผู้อำนวยความสะดวกในการเรยี นรู้ หรอื เรียกวา่ กระบวนกร
(facilitator)”มากกว่าซ่ึงบทบาทสำคัญของครผู สู้ อนในยุค 4.0 คือ ครมู ีหน้าที่วางแผนการจดั การเรยี นรู้ ออกแบบ
กิจกรรมการเรยี นรู้ และเตรียมส่อื อปุ กรณ์การเรยี นรใู้ หม้ ีความเหมาะสมกบั วัยและเน้อื หาที่เรียน รวมท้ังครผู สู้ อน
ควรกระตุน้ และสรา้ งแรงจงู ใจใหผ้ เู้ รียนสนใจในการเรียนรโู้ ดยครผู ู้สอนควรจัดการเรยี นรู้ท่ีเปิดโอกาสใหผ้ ู้เรียนเกิด
การเรียนร้อู ยา่ งแท้จรงิ ควรมลี กั ษณะที่เอ้ือต่อการเรยี นรู้จากประสบการณจ์ ริง ได้ลงมอื ปฏบิ ตั ิ และรูว้ ธิ ีแสวงหา
ความรู้ดว้ ยตนเองจากแหลง่ ความรตู้ า่ ง ๆ จนทำใหผ้ เู้ รียนสามารถนำองค์ความรู้ท่ีมีอยู่มาบรู ณาการเชิงสรา้ งสรรค์
เพอ่ื สรา้ งผลผลิตหรือนวตั กรรมตา่ ง ๆ ขนึ้ มาไดเ้ พ่ือเปน็ การตอบสนองความต้องการของประเทศ ซึ่งคุณลักษณะน้ี
จะติดตัวผู้เรียนไปตลอดชวี ิต ต้องฝึกให้ผเู้ รียนเรียนรภู้ ูมิปญั ญาหลกั ของไทยและจากทวั่ โลก ที่สำคัญต้องให้ผเู้ รียน
เรยี นร้กู ระบวนการทจ่ี ะแสวงหาความรใู้ หม่ ๆ อยเู่ สมอ โดยสอนวธิ วี ิจัยต้งั แตช่ น้ั ประถมศึกษาจนถึง
ระดบั อุดมศึกษา และครผู ู้สอนก็ต้องทำวจิ ยั ชัน้ เรยี น โดยนำผลการวิจยั ดา้ นการเรียนกาสอนมาพัฒนาการจดั การ
เรียนรู้ให้มีประสิทธภิ าพอยู่เสมอ เพราะการวิจยั เปน็ กระบวนการในการแสวงหาคำตอบ การแสวงหาความรู้ใหม่
และการสร้างองค์ความรู้ใหม่ทนี่ า่ เช่อื ถือได้ โดยผ่านกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ และการวิจยั ดา้ นการเรยี นกา
สอนนบั เป็นตัวบง่ ชีข้ องความกา้ วหน้าของศาสตร์ทางการสอนประเภทหนึ่ง (ชนาธิป พรกุล,2552: 6; ทศิ นา แขม
มณ,ี 2553: 471)

ครูผูส้ อนควรจัดการเรียนรโู้ ดยให้ผู้เรียนร้จู กั การคิดวเิ คราะห์ เน้นการวิเคราะห์ปัญหาเป็นรายบุคคลมีการ
แลกเปลยี่ นความคิดเห็น ยอมรับความคิดเห็นท่ีแตกต่าง ฝึกให้ผ้เู รยี นตรวจสอบ ทบทวน และกำกับตนเอง
โดยเฉพาะอยา่ งยิ่ง ตอ้ งมีความมั่นใจในตนเอง และสนบั สนุนใหผ้ ู้เรยี นกลา้ คดิ นอกกรอบ คดิ สงิ่ ทแี่ ปลกแหวกแนวไม่

เหมอื นความคดิ ของคนท่วั ไป ครูควรเตรยี มคำถามท่ีแปลกใหม/่ ท้าทายความสามารถของผ้เู รยี น และในการสอนให้
ผู้เรยี นสามารถสรา้ งนวตั กรรมได้น้ัน ครูผสู้ อนตอ้ งฝกึ ใหผ้ ู้เรยี นเรียนรผู้ า่ นการทำโครงการ/โครงงานทม่ี ีการสรปุ ผล
การศกึ ษาค้นคว้าในรปู แบบการจัดสัมมนา การเสวนา และการจัดนิทรรศการ เป็นตน้ เพราะรูปแบบการเรียนรู้
ลักษณะน้จี ะเป็นเวทีใหผ้ ูเ้ รยี นไดฝ้ กึ การบริหารจดั การ การวางแผน การแกป้ ัญหา ตลอดจนการแลกเปลย่ี นเรยี นรู้
กบั เพื่อน ๆ อันเป็นกระบวนการทจ่ี ะช่วยทำใหผ้ ู้เรยี นไดผ้ ลิตผลงาน หรือนวตั กรรมที่เป็นองค์ความรูจ้ าก
กระบวนการเรียนรู้ทสี่ ร้างสรรคน์ ่นั เองดังนน้ั การจัดการเรียนรูข้ องครผู สู้ อนในยุค 4.0 จึงควรเป็นการเรียนการสอน
ท่ีเน้นการคดิ อย่างสรา้ งสรรค์ (Creative Learning) ด้วยเช่นกัน

นอกจากน้ี การสร้างชมุ ชนแห่งความสงสัย (Community of Inquiry) ก็นับเปน็ ภารกจิ หลักอีกอยา่ งหนงึ่ ของ
ครูผูส้ อน โดยครตู อ้ งสรา้ งบรรยากาศในการเรียนรทู้ ่ีทำให้ผ้เู รยี นมีความกระหายใคร่รู้ กระตือรือรน้ และอยาก
ค้นหาคำตอบ เพราะความสงสยั จะนำไปสกู่ ารต้งั คำถามและแสวงหาคำตอบ ซ่ึงจะทำให้ผู้เรยี นกลายเป็น“Active
Learner” โดยผ่านกระบวนการเรยี นรู้โดยยดึ ปัญหาเป็นฐาน (Problem Base Learning = PBL) ซ่งึ ผู้เรยี นอาจจะ
ค้นหาค าตอบทีเ่ ปน็ จริงได้จากทง้ั ในโรงเรยี นและนอกโรงเรียน ดเิ รก พรสีมา (2559) กลา่ ววา่ ในกระบวนการของ
การเรยี นร้โู ดยยึดปญั หาเปน็ ฐาน ผูเ้ รียนอาจคน้ หาค าตอบได้จากห้องทดลอง ห้องปฏิบตั ิการแปลงสาธติ โรงงาน
สถานประกอบการ บริษัท ห้างร้านที่เป็นธรุ กิจของรัฐและเอกชน จึงทำให้เกดิ คำวา่ “Work–based Learning”
หรอื “Work-integrated Learning” หรอื “Site-based Learning” ขึ้น และสถานประกอบการเหลา่ นี้กจ็ ะ
กลายเป็นสว่ นหน่งึ ของห้องเรียนในยคุ 4.0 และจากการจัดการเรียนรู้โดยยดึ ปัญหาเปน็ ฐานน้ี กจ็ ะช่วยใหค้ รูผูส้ อน
และผเู้ รียนค้นพบความรใู้ หม่ สรา้ งสรรคค์ วามรใู้ หม่ และสร้างนวัตกรรมใหม่ไดเ้ พราะการเปิดโอกาสใหผ้ ู้เรียนได้
เผชญิ สถานการณท์ ่ีเปน็ ปญั หาจริง และร่วมกันคิดหาทางแก้ปญั หาต่าง ๆ จะชว่ ยให้ผูเ้ รียนเกิดการเรยี นรู้อย่างมี
ความหมาย (Meaningful Learning) และนำไปสู่การพฒั นาทกั ษะกระบวนการต่าง ๆ ที่จ าเป็นต่อการดำรงชีวิต
และการเรยี นร้ตู ลอดชีวติ (ทศิ นา แขมมณี, 2553: 137)

file:///C:/Users/TravelMate/Downloads/bird_mark,+Journal+manager,+145_%E0%B8%9E%E0%B8
%B2%E0%B8%AA%E0%B8%99%E0%B8%B2+%E0%B8%88%E0%B8%B8%E0%B8%A5%E0%B8%A
3%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%99%E0%B9%8C%20(1).pdf

วเิ คราะห์บทบาทของครผู ู้สอนในยคุ Thailand 4.0

จงึ สรุปได้วา่ บทบาทและหนา้ ท่ขี องครูผสู้ อนในยุค Thailand4.0 คอื เปน็ ผู้อำนวยความสะดวกในการเรยี นรทู้ ่ที ำ
หน้าทีห่ ล่อหลอมใหผ้ ูเ้ รียนเกิด “ทักษะ” ด้านตา่ ง ๆ ท่ีคงอยู่และมีพัฒนาการเกดิ ขนึ้ อยา่ งต่อเนอื่ ง และเนน้ ให้
ผู้เรยี นใชก้ ารคิดวิเคราะหก์ ารแก้ปัญหา และการคดิ สร้างสรรค์ ทีส่ ามารถนำไปเป็นฐานในการสรา้ งผลผลติ หรอื

นวัตกรรม ได้ในอนาคต เพ่ือตอบสนองนโยบาย Thailand4.0 ของประเทศคือ การก้าวไปสปู่ ระเทศทมี่ รี ายได้สูง
และทรัพยากรบุคคลของประเทศเป็นผู้มคี วามรคู้ วามสามรถ และใช้ความสามารถนัน้ ในการขับเคลื่อนประเทศ

- ส่ิงทก่ี ารเรียนการสอนยุค 4.0 ทำให้เกดิ ผลดี

ขอ้ ดีของการใช้รปู แบบการเรียนการสอนแบบ 4.0 ชว่ ยใหผ้ ูเ้ รียนสามารถเรยี นรไู้ ด้ด้วยตนเองได้งา่ ย และการ
เช่ือมต่อกับอนิ เทอรเ์ นต็ ก็สามารถเขา้ ถึงไดต้ ลอดเวลา

1. การเขา้ ถงึ ไดจ้ ากทุกหนทุกแหง่

เมอ่ื ระบบการเรยี นรเู้ ช่ือมต่อกับระบบอินเทอร์เนต็ จะชว่ ยใหผ้ ู้เรยี นสามารถเรียนรไู้ ด้จากท่ีไหนก็ได้ ผา่ นทาง
คอมพวิ เตอรห์ รือสมาร์ทโฟนของพวกเขา และนอกจากน้ียงั ทำลายข้อจำกัดของการเรียนตามชั่วโมงเรียน เพราะ
ผเู้ รยี นสามารถจดั ตารางเองว่าจะเรียนตอนไหน เนื่องจากเขา้ ถึงได้ตลอด 24 ช่วั โมง

2. การเข้าถงึ ความร้ไู ดแ้ บบไม่มที ี่สิ้นสุด

การเรียนรู้ด้วยเทคโนโลยที ำใหก้ ารเรยี นร้นู อกห้องเรียนมีอะไรให้เรียนรู้อกี มากมาย เพราะการเข้าถงึ ของ

เทคโนโลยใี นปัจจุบันทำให้คนส่วนใหญ่สามารถเขา้ ถงึ แหลง่ การเรียนรทู้ ก่ี ว้างใหญบ่ นอนิ เทอรเ์ นต็ และยงั สามารถ

เลอื กเรยี นรู้ในวิชาท่ีไม่มีสอนในหอ้ งเรยี น โดยผสู้ อนนน้ั เป็นผเู้ ชี่ยวชาญในด้านน้นั ๆ โดยเฉพาะ

3. ข้อมลู การเรียนรู้ทอ่ี ัปเดตอยเู่ สมอ

บนอินเทอรเ์ น็ตสามารถอปั เดตส่ิงตา่ งๆ ไดใ้ นรปู แบบ Real-Time ซ่ึงน่ันหมายความวา่ เน้อื หาทผ่ี เู้ รยี นจะได้พบบน
อนิ เทอร์เน็ตสว่ นใหญ่ จะเป็นขอ้ มลู ที่ไดร้ ับการอัปเดตอยู่เสมอ ให้ทันต่อสถานการณ์และการเปล่ยี นแปลงต่างๆ
โดยผเู้ รยี นสามารถสังเกตไดจ้ ากปีทมี่ ีการแก้ไขล่าสดุ

https://www.tot.co.th/sme-tips/SME-tips/2020/07/16/4.0-era-teaching-that-needs-to-
know?fbclid=IwAR2MGO8-EU_V1fjLPF5w7_QdbGZppHN6JsKNgsI9zLVQ7Xm8luZgiHdc56I

- สิง่ ที่การเรยี นการสอนยุค 4.0 ยังทำได้ไมด่ ี

เม่ือมีขอ้ ดีแล้วการเรยี นการสอนในยุคดิจิทัลก็ยังมเี รือ่ งทีต่ ้องปรบั ปรงุ อยู่หลายดา้ น เนื่องจากยังเปน็ เร่ืองใหม่กบั
หลายฝ่าย รวมถงึ ความเสถียรของระบบการเรียนรู้ดว้ ย

1. ความตง้ั ใจของผู้เรยี นนอ้ ยลง

สำหรับการเรยี นจากระบบออนไลน์ ถ้าไดล้ องนัง่ เรียนเองสกั บทเรยี นหนงึ่ จะพบว่ามีหลายสิง่ รอบตวั ทท่ี ำใหเ้ สยี
สมาธไิ ด้ง่าย และการโฟกัสกับเนอ้ื หาทีเ่ รียนน้นั ยังทำได้ไม่ดเี หมือนกับตอนที่เรยี นในห้องเรียน ซึ่งตรงน้ีเองผู้เรยี น
อาจจะต้องวางแผนเร่ืองการรับมือด้วยการย้ายสถานที่ไปเรียนในท่ีมกี ารบกวนนอ้ ยท่สี ุด เพ่อื ให้มีสมาธิกับเน้ือหา
มากขน้ึ

2. ปัญหาด้านเทคนิค

ดว้ ยความทห่ี ลายสถาบนั ท่ีมกี ารจัดการสอน ยังคงเปน็ มือใหมใ่ นการจดั การสอนทำใหม้ ีปัญหาด้านเทคนิคเกิดขนึ้
บ่อยคร้งั เชน่ ระบบมปี ัญหา พบการบัค เนอ้ื หาท่ีไม่ครบถว้ น ซึ่งทางสถาบันท่ีมีการจัดการสอนจะต้องหาวธิ รี บั ฟตี
แบคจากผู้เรยี นเพอื่ ทำการแก้ไขให้สมบรู ณ์

3. การสนทนาโตต้ อบที่ขาดประสิทธิภาพ

การเรยี นรูโ้ ดยเฉพาะรปู แบบออนไลนท์ ำใหผ้ ู้สอนไม่ร้วู ่าผูเ้ รียนนั้นได้รับเน้ือหาท่สี อนไปครบถว้ นหรอื ไม่ และตวั
ผู้เรยี นเองก็มีโอกาสในการถามข้อสงสัยน้อย ทำให้ขาดประสิทธิภาพของการส่ือสารระหวา่ งผเู้ รยี นและผสู้ อนได้
ง่าย จึงจำเปน็ ต้องมกี ารแก้ไข เช่น การจดั Session ใหผ้ ้เู รยี นทต่ี ้องการถามคำถามได้สนทนาพูดคุยกับผูส้ อน
โดยตรง หรือการมชี ่องคอมเมนต์เอาไวใ้ ห้ผเู้ รยี นได้สนทนาโตต้ อบผา่ นตวั หนังสือ

https://www.tot.co.th/sme-tips/SME-tips/2020/07/16/4.0-era-teaching-that-needs-to-
know?fbclid=IwAR2MGO8-EU_V1fjLPF5w7_QdbGZppHN6JsKNgsI9zLVQ7Xm8luZgiHdc56I

2.การศึกษาของประเทศไทย

-ทำไมระบบการศึกษาไทยจงึ พัฒนาช้า

"การศกึ ษา" นบั วา่ มีความสำคัญมากต่อการพัฒนาบุคลากรตลอดจนไปถึงเปน็ พน้ื ฐานของการพัฒนาส่วนอนื่ ๆ ดว้ ย
เพราะไมว่ ่าจะทำการพฒั นาส่วนใดต้องเริม่ มาจากการพฒั นาคนเสยี ก่อน ดงั นั้นการพัฒนาคนสามารถทำไดห้ ลาย ๆ
รูปแบบ อย่างทส่ี ำคัญทสี่ ดุ ของการพฒั นาคนคอื การให้การศึกษา ดังนน้ั การพัฒนาประเทศต้องพัฒนาควบคู่ไปกับ
การพฒั นาคนโดยตอ้ งคำนึงถึงการศึกษาเปน็ สำคญั โดยเฉพาะอย่างยิง่ ในยคุ ของเทคโนโลยีสารสนเทศทก่ี า้ วล้ำนำ
โลกไปมาก การศึกษาก็ตอ้ งพัฒนาไปให้ทนั กับโลก

สำหรับการศกึ ษาในประเทศไทย หากดจู ากสภาพท่เี กดิ ขน้ึ ในสังคมหลาย ๆ ฝา่ ยกำลังเข้าใจเป็นไปใน
แนวทางเดยี วกันคือการศกึ ษาของไทยกำลังมปี ัญหา จะเห็นได้ว่าเป็นปัญหาท่ีได้รบั ความสนใจจากสงั คม ซ่ึงมีการ
ทำวิจยั ออกมาหลาย ๆ ครงั้ ที่สะท้อนถงึ ความล้มเหลวของการศึกษาในบ้านเรา ปัญหาต่าง ๆ ท่เี กิดข้นึ กบั เด็กและ

เยาวชนไทยเปรียบเสมอื นสายพานความปว่ ยไข้ทางสงั คมท่ีสะท้อนถึงปรากฏการณค์ วามอ่อนแอของทกุ ภาคส่วน
ทั้งสถาบันครอบครัวอ่อนแอ พนื้ ที่อบายมขุ ขาดการควบคุม อันเป็นปฐมเหตุของปัญหาพฤติกรรมเด็กและเยาวชน
ไมว่ า่ เปน็ ปญั หาตดิ ห้าง เทยี่ วกลางคนื กนิ เหล้า สูบบุหร่ี และมเี พศสัมพนั ธ์กอ่ นวยั อนั ควร อนั จะนำไปสู่ผลกระทบ
กบั ปัญหาต่าง ๆ ท่ีเกดิ ขน้ึ ตามมาอยา่ งมากมาย

เคยมีการสมั มนาเรอื่ ง "แนวทางการแก้ไขปัญหาพฤติกรรมและคา่ นิยมทางสังคมท่ีไม่เหมาะสมของ
นักเรยี น นสิ ติ นักศึกษาในปัจจบุ นั " ซง่ึ จัดโดยคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การศกึ ษา สภาผู้แทนราษฎร ซงึ่ รศ.ดร.
โภคนิ พลกลุ ประธานรัฐสภา กล่าวว่า ปญั หาพฤติกรรมและค่านิยมทางสงั คมที่ผิดของวัยรนุ่ ไทยในปัจจบุ นั มีความ
รนุ แรงจนกลายเป็นวิกฤติทางสังคม ซงึ่ ปัญหาอันดบั หนงึ่ คือ ยาเสพตดิ รองลงมาคือการมเี พศสัมพนั ธ์ก่อนวยั อัน
ควรโดยเฉล่ียจะมเี พศสัมพนั ธ์ครง้ั แรกอายุ 16 ปี เปน็ ทีม่ าของการทำแท้ง การทอดทงิ้ เด็ก เดก็ ถูกทำร้าย การติดเชื้อ
เอดส์ และการขายบริการทางเพศ นอกจากน้ยี ังมีปญั หาอุบัติเหตจุ ากความมนึ เมา คึกคะนอง ทา้ ทายกฎระเบยี บ
ส่วนปญั หาที่กำลังมีแนวโน้มขยายตวั และรนุ แรงในวัยรุ่นคือ การทำรา้ ยผู้อน่ื และทำร้ายตนเอง โดยการคดิ ฆ่าตัว
ตาย ซึ่งปัญหาสว่ นใหญ่มาจากความออ่ นแอของสถาบนั ครอบครัว สถาบนั การศึกษา สถาบันศาสนาและชุมชน
รวมถงึ ส่อื โดยเฉพาะโทรทศั น์และเทคโนโลยีสารสนเทศ ดงั นนั้ จงึ จำเปน็ ที่ทุกฝา่ ยตอ้ งร่วมมือกันและรีบแก้ไขปัญหา
วยั รุ่น

ผลจากการตดิ ตามการปฏิรูปการศกึ ษาในรอบ 6 ปี หลงั การประกาศใช้ พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.
2542 โดยประเมนิ จากคณุ ภาพภายนอกสถานศึกษา 17,562 แหง่ ทั่วประเทศ คดิ เป็นร้อยละ 49.1 ของโรงเรียน
ทัง้ หมด พบว่า การจดั การเรียนการสอนของครูยึดผเู้ รียนเปน็ สำคัญ ยังมีคณุ ภาพอยูใ่ นระดบั ร้อยละ 39.2 การจดั
กจิ กรรมท่ีกระตุน้ ผ้เู รียนให้รจู้ ักคิด วเิ คราะห์ คดิ สร้างสรรค์ คิดแก้ปัญหาและตัดสินใจ มีคณุ ภาพอยู่ระดับ รอ้ ยละ
13.5 และครูสามารถนำผลการประเมินมาปรบั การเรียนและเปลยี่ นการสอนเพ่ือพฒั นาคณุ ภาพเพียงร้อยละ 21.6
ของสถานศกึ ษาท้ังหมด การประเมนิ คุณภาพทางด้านผ้เู รียนพบวา่ ยังมีผลสมั ฤทธ์ิ ทางการเรยี นระดับต่ำมากในทุก
กลุ่ม โดยเฉพาะความสามารถในการคิดวิเคราะห์ สังเคราะห์ มีวิจารณญาณและความคดิ สรา้ งสรรค์ มีคุณภาพ
ระดบั ดีเพยี งร้อยละ 11.1 และการมีทกั ษะในการแสวงหาความรูด้ ้วยตนเอง รักการเรียนรูแ้ ละพัฒนาตนเองอย่าง
ต่อเนอ่ื ง มีคุณภาพดเี พยี งร้อยละ 26.5 ของสถานศกึ ษาท้งั หมด สว่ นผลการประเมนิ ของผูต้ รวจราชการ พบว่า
โครงสร้างการบริหารการศึกษาในส่วนกลาง ยงั ขาดการประสานเช่ือมโยงนโยบายและยุทธศาสตร์ ส่วนภูมิภาค
พบว่าผู้แทนกระทรวงในจังหวัดยังไมช่ ดั เจน การกระจายอำนาจไม่เปน็ ไปตามกฎหมาย ทีส่ ำคัญครูจำนวนมากยัง
สอนแบบเดิม ขาดความรู้ในเน้อื หาวชิ าและทักษะการจัดการเรยี นการสอน โดยเฉพาะครูในโรงเรียนขนาดเล็กขาด
โอกาสพฒั นามาก เพราะไมส่ ามารถท้งิ ห้องเรยี นได้ การติดตามผลยงั ไมเ่ ขม้ แขง็ ไม่ได้ถูกนำมาใช้ใหเ้ ป็นประโยชน์
ทางการศกึ ษา

-สาเหตทุ ี่ทำใหก้ ารศกึ ษาของไทยพัฒนาช้า

1. ระดับนโยบาย

ในเร่อื งเกยี่ วกบั นโยบาย ซงึ่ เป็นระดบั ประเทศ จะเห็นไดว้ า่ รฐั บาลหลายยุคยงั ใหค้ วามสำคัญกับเร่ือง
การศกึ ษาในระดบั รองเม่ือเทียบกับปัญหาด้านอ่ืนๆ ความจริงแลว้ เร่อื งการศึกษาถือว่าเป็นปญั หาท่ีสำคญั และ
เรง่ ด่วนของประเทศ ซงึ่ มีข้อทนี่ ่าสังเกตวา่ ผู้ท่ีจะมารับผิดชอบกำกบั ดูแลการศกึ ษาของชาติกลบั กลายเปน็ ว่าไมไ่ ด้
เปน็ บุคคลทม่ี ีความรู้มีความเข้าใจงานด้านการศึกษา หรอื มีความร้แู ละประสบการณ์ทางดา้ นการศึกษาไม่มากนัก
กลา่ วคืออาจมีความรแู้ ละประสบการณใ์ นวชิ าชีพอื่น แต่เมอื่ มารับผดิ ชอบงานทางดา้ นการศึกษากลับไม่สามารถ
กำกับดูแล และกำหนดนโยบายดา้ นการศึกษาให้บรรลผุ ลสำเร็จตามเป้าหมาย และนโยบายการศกึ ษาของชาตไิ ด้
ดังนน้ั จงึ ส่งผลกระทบต่อการปฏิรปู การศึกษาและแนวทางการปฏิบตั ิกับบุคลากรทางการศึกษา ท้ังๆทีใ่ นวง
การศกึ ษามีบุคลากรที่มีความรคู้ วามสามารถอย่างมากมาย

2. ระดับผปู้ ฏิบัติ

ในระดับผู้ปฏบิ ตั อิ นั ดับแรกก็ต้องนึกถงึ ครู ผูใ้ หค้ วามรู้ ประสิทธปิ ระสาทวิชา เป็นผถู้ า่ ยทอดใหก้ บั
นกั เรยี น สำหรบั ประเทศไทยจะเห็นได้วา่ ในอดตี นั้นอาชีพครูเปน็ อาชพี ท่มี ีความสำคญั มเี กยี รติ ซง่ึ แตกต่างจาก
ปัจจบุ นั มาก โดยเฉพาะอย่างย่ิงเห็นไดจ้ ากการสอบเขา้ มหาวทิ ยาลยั คณะที่จบออกมาเปน็ ครนู นั้ นกั เรยี นจะให้
ความสำคญั น้อย เลอื กเป็นอันดับทา้ ย ๆ หรือสอบเข้าอะไรไมไ่ ดจ้ ึงตอ้ งไปเรยี นครู ได้ยินคนในสงั คมกล่าวกนั อย่าง
นั้น ทำใหผ้ ู้ทต่ี อ้ งการเข้ามาเพอ่ื เป็นครจู รงิ ๆ มีน้อยลงทุกวัน เมอื่ ไมม่ ีจติ วญิ ญาณในการเป็นครแู ลว้ การจะสอนให้
ได้ประสิทธิภาพดกี น็ ้อยลงตามความสำคัญ จะทำอยา่ งไรให้เดก็ มที ัศนคติทีด่ ีต่ออาชีพครแู ละต้องการเปน็ ครู เลือก
คณะครเู ปน็ อนั ดบั แรก ๆ และสง่ิ ทตี่ อกยำ้ ลงไปอกี คือครจู ำนวนไมน่ ้อยเป็นผ้ทู ี่มีหน้สี นิ มาก เน่ืองมาจาก
ค่าตอบแทนจากอาชีพการเป็นครูน้อย ไมเ่ พียงพอต่อการครองชีพกับสังคมปจั จบุ ัน ทำให้ครูสว่ นหน่ึงสนใจท่จี ะหา
รายได้เลี้ยงครอบครัวมากกวา่ การสอนหนงั สือ เช่นการสอนพเิ ศษ ตัง้ ใจทำอาชีพเสริมมากกว่า ไมเ่ พยี งเทา่ นน้ั ครูที่
เป็นครดู ว้ ยจติ วิญญาณทเี่ หลืออยู่น้อยแล้ว ยังมีเรอ่ื งของการประเมนิ ผล ความเจรญิ กา้ วหนา้ ในอาชีพโดยเฉพาะ
การเลือ่ นวทิ ยฐานะไม่ไดว้ ดั จากความสำเร็จของนักเรยี น แต่วัดจากผลงานทางวชิ าการ ดงั นนั้ ครูบางส่วนจึงสนใจท่ี
จะทำผลงานทางวชิ าการมากกวา่ การสอนเพ่อื ให้นกั เรยี นได้รับความรู้จริง ๆ ครจู ึงเปน็ ปจั จยั สำคญั ทท่ี ำให้
การศึกษาไทยพฒั นาไดช้ ้า

3. ระบบการศึกษาของไทย

การศึกษาของประเทศไทยเริ่มตน้ มาจากวฒั นธรรมของคนไทยที่ได้รบั การสงั่ สอนมาตง้ั แตโ่ บราณให้
เคารพเชอื่ ฟังครูบาอาจารย์ ซ่งึ จะเห็นได้ว่ามวี นั ไหว้ครู ดังน้ันครสู มัยก่อนจะดุและนกั เรียนจะเชอื่ ฟังมาก นกั เรยี น
จะกลวั ไม่กล้าถาม ไม่กลา้ ตอบ ทำให้ปลูกฝงั มาจนถงึ ปจั จุบนั นกี้ ็ยังเป็นระบบทฟี่ ังจากครูอย่างเดยี ว ไม่กลา้ คดิ ไม่
กลา้ แสดงความคดิ เห็น วเิ คราะห์ไม่เปน็ การศึกษาไทยเป็นระบบป้อนเขา้ อย่างเดียว ไม่มีการแลกเปลยี่ นกัน หรือมี
กน็ อ้ ยมาก มีการสนใจใฝห่ าความรดู้ ้วยตนเองน้อย ทำให้เด็กคิดไม่เปน็ วิเคราะหไ์ ม่เป็น ย่งิ มกี ารเนน้ ยำ้ ด้วยการ
สอบโดยอาศยั ความจำเปน็ หลักนกั เรียนก็จะท่องจำอยา่ งเดียว ที่ซ้ำร้ายกวา่ น้นั สงั คมปลูกฝงั ใหน้ ักเรยี นต้องเปน็ คน
เก่ง ซ่ึงนกั เรยี น ก็จะแข่งกนั โดยไม่คิดถงึ เรื่องอื่น ๆ เม่ือผิดหวังรนุ แรงก็ไม่สามารถแก่ปัญหาตนเองได้ เหล่าน้เี ปน็ ตน้
แต่กเ็ หน็ ว่าในปจั จบุ ันจะได้พัฒนาและเปลย่ี นรปู แบบการเรียนการสอนแล้ว เดก็ กลา้ คดิ กลา้ ทำมากข้ึน ก็นบั วา่ เป็น
จุดที่ดที ีจ่ ะพัฒนาให้ทัดเทียมประเทศอ่นื ต่อไป

นอกจากนั้นการเรียนการสอนในโรงเรยี นก็ไม่มีมาตรฐานเดียวกัน เคร่ืองมืออุปกรณ์ สื่อการเรียนการ
สอนก็แตกต่างกันมาก ไม่ว่าจะเป็นโรงเรยี นรฐั บาลดว้ ยกัน หรอื โรงเรยี นเอกชน ต่างจังหวัดน้นั ไม่มีอปุ กรณส์ ือ่ การ
สอนเลยในขณะที่กรุงเทพฯ มีมากมาย ทำให้เด็กมีมาตรฐานไม่เหมือนกันอยู่แลว้ และนำเกณฑเ์ ดียวกนั มาวัดทำให้
เกิดความล้มเหลวทางการศึกษา และในโรงเรยี นก็ไม่ไดส้ อนเตม็ ท่ีเพราะต้องการให้นักเรยี นมาเรียนพิเศษอันนำมา
ซ่ึงรายไดเ้ พิ่ม สิ่งท่สี ะท้อนให้เหน็ ถึงการพัฒนาชา้ ของระบบการศึกษาอีกอย่างหนึ่งคือสถาบันกวดวชิ า จะเหน็ ได้ว่า
เปน็ ท่ีนา่ สนใจมาก มผี ้เู รยี นเยอะเสียค่าเลา่ เรียนแพงมาก แตธ่ รุ กจิ พวกน้ีก็ยังอยู่ได้ แสดงว่ามีคนเรยี นมากขน้ึ เร่ือย
ๆ ถ้าหากมีการสอนท่ดี ีในโรงเรียนแล้วเด็กก็จะไมต่ ้องมาเรียนพิเศษมากมายขนาดน้ัน

https://www.mcu.ac.th/article/detail/448?fbclid=IwAR1jUAUexib-
xvb9FNoZv_aXN73uTfE6PtIgF9Pgy-6q9ALOdlTdjOY-A3U

วิเคราะห์ การศกึ ษาของประเทศไทย

จากปัญหาท่ีกล่าวมาในข้างต้น มีทง้ั สาเหตุหลกั และสาเหตุรองหลายประการท่ีทำใหก้ ารพฒั นาการศกึ ษาของไทย
ยังไปไม่ถงึ ไหน พัฒนาไดช้ ้า แตอ่ ย่างไรก็ตามผเู้ ขียนเห็นวา่ ยังไมส่ ายเกนิ ไปทจี่ ะผ่าตัดการศึกษาของไทยให้ดีขน้ึ
ทงั้ นี้การแกป้ ญั หาการศึกษาบุคลากรทเ่ี กย่ี วขอ้ งจะต้องร่วมมอื ร่วมใจกนั ทง้ั ระบบ เร่ิมตงั้ แตผ่ ทู้ ่จี ะมากำกบั ดแู ลงาน
ทางดา้ นการศึกษา รัฐบาลจะตอ้ งแตง่ ต้ังบคุ คลทมี่ ีความรู้ความสามารถ มวี สิ ัยทศั นท์ างดา้ นการศึกษาจริงๆ มา
รบั ผดิ ชอบ นอกจากนั้นการกำหนดหลักสตู รการเรียนการสอนจะต้องกำหนดใหม้ หี ัวข้อวชิ าคณุ ธรรม จรยิ ธรรมไว้
ในทุกหลังสูตรทุกระดบั จะต้องเพ่ิมขวญั และกำลังใจให้กับครู การเลอื่ นวทิ ยฐานะของครตู ้องมีความเหมาะสมและ
เป็นธรรม และทสี่ ำคัญในสว่ นของผู้ปกครอง สอ่ื มวลชน สถาบนั ทางศาสนา ต้องแสดงบทบาทและหน้าทใ่ี นการมี

สว่ นรวมกับการพฒั นาการศึกษาไดด้ ว้ ย หากทุกฝ่ายท่ีเกย่ี วข้องกับการศึกษาตระหนักถงึ ความสำคัญในบทบาทและ
หน้าท่ีและรว่ มมือรว่ มใจกันอย่างจริงจงั ผเู้ ขยี นเชอื่ ว่าการศึกษาของไทยจะพัฒนาได้อย่างไม่ชา้ เหมือนท่ผี า่ นมา

3.การจดั การเรียนรู้
-ความหมายของการจดั การเรยี นรู้

การเรียนรู้ (Learning) หมายถึง กระบวนการทบ่ี ุคคลเกดิ การเปล่ียนแปลงพฤติกรรม การพัฒนาความคดิ และ
ความสามารถ โดยอาศยั
ประสบการณ์และปฏสิ มั พนั ธ์ระหว่างผู้เรียนและ ส่ิงแวดล้อม

บลูม (Bloom, 1956) ได้จําแนกการเรียนรู้ไว้เป็น 3 ดา้ น คือ
1. ด้านพทุ ธพิ ิสยั (Cognitive Domain) หมายถึง พัฒนาการด้านสติปัญญาและความคิด
2. ด้านจิตพิสัย (Affective Domain) หมายถงึ พฒั นาการทางด้านคามรู้สกึ นึกคดิ ความสนใจ ค่านิยม ความ
ซาบซง้ึ การปรับตวและเจตคติต่างๆ
3. ด้านทกั ษะพสิ ัย (Psychomotor Domain) หมายถึง การพัฒนาทักษะในทางปฏบิ ตั ิ ได้แก่ทกั ษะในการใช้
อวยั วะต่างๆ เช่น การเคล่ือนไหว การลงมือทาํ งาน การทาํ การทดลอง
กาจเ์ ย (Gagne, 1970) ไดเ้ สนอเง่ือนไขของการเรียนรู้ไว้ 8 ประการคอื
1. การเรยี นรู้เม่อื ไดร้ ับสัญญาณ (Signal Learning)
2. การเรียนรู้ในลกั ษณะของการกระตุ้น-ตอบสนอง(Stimulus-Response Learning)
3. การเรียนรู้โดยการเช่อื มโยงการกระตุ้น-ตอบสนอง (Chaining)
4. การเรียนรู้โดยสร้างความสมพันธ์กระตุ้น-ตอบสนองด้วยภาษา (Verbal Association)
5. การเรียนรู้แบบแยกแยะ (Discrimination Learning)
6. การเรียนรู้ในแนวความคิดหลัก (Concept Learning)
7. การเรียนรู้ในกฎเกณฑ์ (Rule Learning)
8. การเรียนรู้เชงิ แก้ปญั หา (Problem Solving)

https://sites.google.com/site/citwithyasahrabkhru1/kar-cad-kar-reiiy-nka-rsxn/khwam-saakhay-
khxng-kar-cadkar-reiyn-ru

การจดั การเรียนรู้ (Learning Management)นักการศกึ ษาได้ให้ความหมายของการจัดการเรยี นรู้ ไว้ดังน้ี

สมุ น อมรววิ ัฒน์ 2533:460) ไดใ้ หค้ วามหมายของการจัดการเรียนรคู้ อื สถานการณอ์ ย่างหน่งึ ที่มีสง่ิ ต่อไปนเี้ กิดขนึ้
ไดแ้ ก่

1. มีความสัมพันธแ์ ละมีปฏิสมั พนั ธเ์ กิดขนึ้ ระหวา่ งผู้สอนกับ ผเู้ รียน ผ้เู รียนกับผูเ้ รียน ผู้เรยี นกบั สิ่งแวดล้อม
และผ้สู อนกบั ส่งิ แวดลอ้ ม

2. ความสัมพันธ์และการมปี ฏสิ ัมพันธก์ ่อให้เกดิ การเรียนรแู้ ละประสบการณ์ใหม่

3. ผ้เู รยี นสามารถนำประสบการณใ์ หมน่ นั้ ไปใชไ้ ด้

วชิ ัย ประสทิ ธว์ ุฒเิ วชช์ (2542 :255) ไดก้ ล่าววา่ การจดั การเรียนร้เู ปน็ กระบวนการทมี่ ีระบบระเบยี บคลอบคลมุ การ
คำเนนิ การ ตง้ั แตก่ ารวางแผน การจัดการเรียนรู้ จนถึงการประเมนิ ผล ฮู และ ดันแคน (Hough and Duncan
1970: 144) อธิบายความหมายของการจัดการเรยี นรู้ว่าหมายถึง กจิ กรรมทีบ่ ุคคลไดใ้ ชค้ วามร้ขู องตนเองอย่าง
สรา้ งสรรคเ์ พื่อสนับสนนุ ใหผ้ ู้ อื่นเกิดการเรยี นรู้ และมีความผาสขุ ดงั นน้ั การจัดการเรียนรู้จึงเปน็ กิจกรรมในแงม่ ุม
ต่างๆ 4 ด้านดังน้ี

1. การจดั การหลักสูตร(Curriculum)

2. การจัดการเรียนการสอน(Instruction)

3. การวัดผล(Measuring)

4. การประเมนิ ผลการเรยี นร(ู้ Evaluation)หลงั การเรยี นการสอน

https://khanitta2542.blogspot.com/2019/05/learning-management.html

วิเคราะห์ ความหมายของการจัดการเรยี นรู้

การจดั การเรียนรู้ คือ การจัดสถานการณส์ ภาพการณ์หรือกิจกรรมการเรียนรใู้ หผ้ เู้ รียนไดม้ ีประสบการณ์อัน
กอ่ ให้เกดิ การเรยี นรไู้ ด้ง่าย ซึง่ จะส่งผลใหผ้ เู้ รยี นมีความเจริญงอกงามและพัฒนาการท้งั ทางกายและทางสมอง

อารมณ์และสงั คมการจดั การเรยี นรู้คอื การอบรมผู้เรียนโดยการจดั กจิ กรรม อปุ กรณ์และการแนะแนวให้กับผู้เรยี น
การจัดการเรียนรู้คือ การจดั ประสบการณ์ให้แก่ผู้เรียน

การจดั การเรยี นรู้คอื การช่วยให้ผู้เรียนเกิดการเรยี นรู้และความสามารถในการนําความรู้นัน้ ไปใช้ในชีวติ ประจําวนั
ได้

การจัดการเรียนรู้คือ การจัดกิจกรรมต่างๆให้ผู้เรยี นได้มสี ่วนร่วม

การจัดการเรยี นรู้คือ การแนะแนวทางให้ผู้เรยี นคน้ พบความรู้ด้วยตนเอง

การจัดการเรยี นรู้คือการจดั สรรประสบการณ์ที่เลือกสรรแล้วเป็นอยา่ งดใี หก้ ับผู้เรียนจากความหมายของการ
จัดการเรยี นรู้ท่กี ล่าวมานจะเห็นได้วา่ การจดั การเรยี นรู้มีความหมายครอบคลมุ ทั้งดา้ นวิธกี าร กระบวนการและตวั
บคุ คล

ดงั น้ัน จึงอาจสรปุ ความหมาย ของการจัดการเรียนรูได้วา่ การจัดการเรียนรู้คอื กระบวนการปฏิสมั พันธ์ระหว่าง
ผู้สอนกับผู้เรยี นเพ่ือที่จะทําให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ตามวัตถปุ ระสงค์ของผู้สอน

-การจดั การเรยี นรู้ระดับประถมศกึ ษา

หลักสูตรประถมศกึ ษามีหลกั การสำคญั ดงั น้ี เปน็ การศึกษาขัน้ พ้ืนฐาน เพ่ือปวงชน เปน็ การศกึ ษา ที่มงุ่ ใหผ้ ู้เรยี น นำ
ประสบการณ์ ท่ีได้ จากการเรียน ไปใช้ประโยชน์ ในการดำรงชวี ิต เป็นการศึกษา ที่มงุ่ สร้าง เอกภาพของชาติ โดยมี
เปา้ หมายหลกั ร่วมกัน แต่ให้ทอ้ งถ่นิ มีโอกาส พฒั นาหลักสตู รบางสว่ น ใหเ้ หมาะสม กบั สภาพ และความต้องการ
ได้

จุดมุง่ หมาย

การศึกษาระดบั ประถมศึกษา เป็นการศึกษาพืน้ ฐาน ท่มี ุง่ พัฒนา ผู้เรียน ให้สามารถ พฒั นา คณุ ภาพชีวติ ให้พรอ้ ม
ท่ี จะทำประโยชน์ ใหก้ บั สังคม ตามบทบาท และหน้าที่ ของตน ในฐานะพลเมืองดี ตามระบอบ การปกครอง แบบ
ประชาธปิ ไตย ทมี่ ี พระมหากษตั ริย์ เปน็ ประมุข โดยใหผ้ ู้เรียน มคี วามรู้ และทกั ษะพื้นฐาน ในการดำรงชวี ิต ทนั ตอ่
การเปล่ยี นแปลง มีสุขภาพสมบูรณ์ ทั้งร่างกาย และจิตใจ ทำงานเป็น และครองชวี ิต อยา่ งสงบสขุ ในการจดั
การศึกษา ตามหลกั สูตรน้ี จะตอ้ งม่งุ ปลูกฝงั ใหผ้ เู้ รียน มีคณุ ลกั ษณะ ดงั ต่อไปนี้ มีทักษะพ้ืนฐานในการเรยี นรู้ คง
สภาพ อ่านออก เขียนได้ และคิดคำนวณได้ มีความรู้ ความเข้าใจ เกย่ี วกบั ตนเอง ธรรมชาตแิ วดลอ้ ม และการ
เปลยี่ นแปลง ของสงั คมสามารถปฏบิ ตั ติ น ในการรักษาสุขภาพ อนามัย ของตนเอง และครอบครัว สามารถ
วิเคราะหส์ าเหตุ และเสนอแนวทาง แก้ไขปัญหา ท่ีเกดิ ขน้ึ กับตนเอง และครอบครวั ได้อย่างมีเหตุผล ด้วยทักษะ

กระบวนการ ทางวิทยาศาสตรม์ คี วามภูมิใจ ในความเป็นไทย มนี สิ ัย ไมเ่ หน็ แกต่ วั ไมเ่ อาเปรียบผอู้ ืน่ และอยู่รวม กับ
ผู้อืน่ ได้ อย่างมีความสขุ มนี สิ ัยรัการอ่าน และใฝห่ าความรู้ อยู่เสมอ มีความรู้ และทกั ษะพน้ื ฐาน ในการทำงาน มี
นสิ ยั รกั การทำงาน และสามารถทำงาน ร่วมกบั ผู้อน่ื ได้ มีความรู้ ความเข้าใจ เกย่ี วกับสภาพ และการเปล่ยี นแปลง
ของสังคม ในบ้าน และชุมชน สามารถปฏิบตั ติ น ตามบทบาท และหน้าที่ ในฐานะสมาชิกทด่ี ี ของบ้าน และชุมชน
ตลอดจน อนรุ กั ษ์ และพัฒนา สง่ิ แวดล้อม ศาสนา ศลิ ปะ วฒั นธรรม ในชุมชน รอบๆบ้าน

https://sites.google.com/site/notneesiamza/home/education/radab-prathm-
suksa?fbclid=IwAR0IwqeDifuKVzAJvcypFqfLpuu0MEsVE2zHzoQOjbATOBmTEml1u9hXX1k

ประถมศกึ ษาเป็นการศกึ ษาในระดบั การศึกษาขั้นพน้ื ฐาน โดยทว่ั ไปแลว้ การศึกษาในระดับประถมศึกษาจะมี
ระยะเวลาในการเรียนประมาณ 5 - 8 ปี ขน้ึ อย่กู บั การวางแผนจัดการศึกษาของแตล่ ะประเทศ สำหรับประเทศไทย
มีจัดการเรยี นการสอนในระดับช้ันประถมศึกษา 6 ปี ต้ังแต่ในระดบั ประถมศึกษาปที ่ี 1 ถึงประถมศึกษาปที ่ี 6 โดยผู้
เขา้ ศึกษาในระดับประถมศึกษามักจะมีอายุประมาณ 6-7 ปี โดยในปจั จุบันน้ยี ังมีเด็กกว่า 61 ล้านคนท่ไี มม่ ีโอกาสได้
เรยี นในระดับประถมศกึ ษา ซ่ึง 47% ในจำนวนน้ีจะหมดโอกาสการเข้าศกึ ษาต่ออย่างสนิ้ เชงิ อย่างไรกต็ าม ยเู นสโก้
ได้พยายามสนับสนุนให้เกดิ การศกึ ษาสำหรับทกุ คน โดยได้ดำเนนิ การท่ีเรยี กว่าการศึกษาเพ่ือปวงชน ซึ่งทุกประเทศ
จะตอ้ งประสบความสำเรจ็ ในดา้ นจำนวนคนเขา้ ศึกษาในระดับประถมศกึ ษาตามประกาศของ ยูเนสโก้ ภายในปี
พ.ศ. 2558 หลังจากนักเรียนจบชน้ั ประถมศึกษาแล้วจะสามารถเข้าศกึ ษาต่อในระดับชัน้ มธั ยมศึกษาได้ ซงึ่ นักเรยี น
เหลา่ น้มี ักจะมีอายปุ ระมาณ 11 - 13 ปี

https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%A8%E0%B8%B6%
E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B8%B2#%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%94%E0%B8%B1%E0
%B8%9A%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%96%E0%B8%A1%E0%B8%A8%E0%B8
%B6%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B8%B2


Click to View FlipBook Version