The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

3. แนวทางการปฏิบัติทางคลินิกของการดูดเสมหะจากท่อช่วยหายใจด้วยระบบปิด

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Prang Panwasa, 2022-09-23 11:11:42

3. แนวทางการปฏิบัติทางคลินิกของการดูดเสมหะจากท่อช่วยหายใจด้วยระบบปิด

3. แนวทางการปฏิบัติทางคลินิกของการดูดเสมหะจากท่อช่วยหายใจด้วยระบบปิด

CHRISTIAN UNIVERSITY OF THAILAND

แนวทางการปฏิบัติทางคลินิกของ
การดูดเสมหะจากท่อช่วยหายใจด้วยระบบปิด

CLOSED TRACHEAL
SUCTIONING SYSTEMS : CTSS

From American association for respiratory care (AARC) Clinical
Practice Guidelines: Artificial Airway Suctioning 2022

การดูดเสมหะ หมายถึง การใช้สายยางดูดเสมหะ
ซึ่งปราศจากเชื้อผ่านเข้าทางปาก และ จมูก
หรืออุปกรณ์ที่ใส่เข้าไปในหลอดลม

เช่น Endotracheal,Tracheostomy tube เป็นต้น
เพื่ อนำเสมหะออกจากทางเดินหายใจ
เนื่ องจากผู้ป่วยไอขับเสมหะออกเองไม่ได้
หรือการเก็บเสมหะเพื่ อส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการ

ขั้นตอนการดูดเสมหะ/ข้อบ่งชี้ มีดังนี้

1. การประเมิน

1.1 การประเมินเพื่อการดูดเสมหะ อาการที่ตรวจแล้วจำเป็นต้องได้รับการดูดเสมหะ ได้แก่
1.1.1 พบปัจจัยเสี่ยงต่อเสมหะอุดกั้นภายในทางเดินหายใจ

ผู้ป่วยขับเสมหะออกเองไม่ได้
เสมหะปริมาณมาก ลักษณะเสมหะเหนียว

1.1.2 อาการแสดงของเสมหะอุดกั้นภายในทางเดินหายใจ
ผู้ป่วยมีอาการเหนื่อย หายใจลำบาก
หายใจเสียงดัง หรือการได้ยินเสียงเสมหะภายในหลอดลมของผู้ป่วย
อัตราชีพจรและการหายใจเพิ่มขึ้น
การฟังปอดได้เสียงผิดปกติ (Adventitions sound) เช่น Crepitation, Rhonchi
เป็นต้น
ผิวหนัง เล็บมือ หรือเล็บเท้า มีสีเขียวคล้ำจากการพร่องออกซิเจน (Cyanosis)

Created by 2nd year BNS students & 1st year BME students Academic 2021

CHRISTIAN UNIVERSITY OF THAILAND

2. อุปกรณ์

เครื่องดูดเสมหะ เครื่องตรวจฟัง
(Portable Suction, stethoscope
Mobile suction
หรือ Wall Suction)

สายดูดเสมหะระบบปิด 0.9%NSS Solution
(Closed suction set) ขนาด 100 ml และ
ขนาด 12 Fr.- 14 Fr. ชุดให้สารน้ำ (Set IV

สำลีปราศจากเชื้อ Mask

70% Alcohol

น้ำสะอาดปราศจากเชื้อ (Sterile Water)
ขนาด 500-1000 ml.
สำหรับล้างสายดูดเสมหะ

ผ้าขนหนูขนาดเล็ก

ชามรูปไตหรือภาชนะที่รองรับ

ถุงมือสะอาด
(Dispossible gloves)

Created by 2nd year BNS students & 1st year BME students Academic 2021

CHRISTIAN UNIVERSITY OF THAILAND



3. การเตรียมผู้ป่วย

3.1 อธิบายให้ผู้ป่วยให้เข้าใจ 3.2 การจัดท่าที่เหมาะสมในการดูดเสมหะ
เพื่อช่วยลดความกลัว คือ ต้องจัดท่านอนศีรษะ 30 องศา
และให้ความร่วมมือ (Semi-Fowler’s position)

เพื่อป้องกันการสำลัก

4. การปฏิบัติการดูดเสมหะตามหลักฐานเชิงประจักษ์

4.1 ใส่สายดูดเสมหะลงจนถึงตำแหน่ง carina
จากนั้นให้ดึงสายขึ้นมา 1 เซนติเมตร จึงค่อยทำการดูดเสมหะ

เพื่อไม่ให้เกิดการบาดเจ็บของเนื้อเยื่อ

4.2 ไม่ควรดูดเสมหะเกิน 3 ครั้ง/รอบ
เพื่อป้องกันการพร่องออกซิเจน

4.3 ระยะเวลาที่ใช้ในการดูดเสมหะแต่ละครั้ง น้อยกว่าหรือเท่ากับ 15 วินาที
เพื่อป้องกันกล่องเสียงหดเกร็ง (laryngospasm)
ภาวะขาดออกซิเจน และการกระตุ้น Vagus nerve ทำให้หัวใจเต้นผิดจังหวะ

4.4 หยุดพักนาน 20-30 วินาที ระหว่างการดูดเสมหะแต่ละครั้ง
เพื่อป้องกันภาวะพร่องออกซิเจน

4.4 หยุดพักนาน 20-30 วินาที 4.5 กรณีดูดเสมหะครบ 3 ครั้งแล้ว
แต่ผู้ป่วยยังมีเสมหะมาก ให้เว้นระยะการดูด
ระหว่างการดูดเสมหะแต่ละครั้ง
เพื่อป้องกันภาวะพร่องออกซิเจน เสมหะซ้ำอย่างน้อย 2 -3 นาที

Created by 2nd year BNS students & 1st year BME students Academic 2021

CHRISTIAN UNIVERSITY OF THAILAND

4. การปฏิบัติการดูดเสมหะตามหลักฐานเชิงประจักษ์ (ต่อ)

4.6 กรณีผู้ป่วยมีเสมหะเหนียว ควรใช้ Heat Nebulizer แทนการใช้ NSS เนื่องจากมีการ
วิจัยเชิงทดลองแบบสุ่มและมีกลุ่มควบคุม (Randomized control trial) เกี่ยวกับผลการ
ใช้ NSS ในการดูดเสมหะ ดังนี้

1. ไม่ช่วยให้เสมหะอ่อนตัวลง และไม่ช่วยดูดเสมหะได้
มากขึ้น แต่ช่วยให้ปริมาณเสมหะมีมากขึ้นเท่านั้น

2. เป็นการกระตุ้นให้ผู้ป่วยไอ ซึ่งจะส่งผลให้อัตรา
การเต้นของหัวใจเพิ่มขึ้น และระดับ Oxygen

Saturation ลดลง

3. สาร surfactant ในปอดลดลง ส่งผลให้ความ
สามารถในการหดตัว-ขยายตัวของปอดลดลง

4. โอกาสติดเชื้อมีแบคทีเรียในระบบหายใจเพิ่มขึ้น

Created by 2nd year BNS students & 1st year BME students Academic 2021

CHRISTIAN UNIVERSITY OF THAILAND

4. การปฏิบัติการดูดเสมหะตามหลักฐานเชิงประจักษ์ (ต่อ).

4.7 การดูดเสมหะควรทำอย่างน้อยทุก 8 ชั่วโมง หรือเมื่อมีเสมหะ
หรือผู้ป่วยร้องขอ เพื่อป้องกันการอุดตันของเสมหะในท่อช่วยหายใจ

4.8 การดูดเสมหะควรยึดหลักการปลอดเชื้อ
(Aseptic/Sterile technique)
เพื่อลดโอกาสการติดเชื้อเพิ่มขึ้น

4.9 การเลือกสายดูดเสมหะ : ควรมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง
ไม่เกิน ½ ของเส้นผ่าศูนย์กลางภายในของท่อช่วยหายใจ
หรือเบอร์ 12 Fr. -14 Fr.
เพื่อป้องกันภาวะปอดแฟบ (Lung collapse) เนื่องจากสายดูดเสมหะ
ขนาดใหญ่จะทำให้ช่องว่างของท่อหายใจลดลงจนไม่เพียงพอ
สำหรับอากาศภายนอกที่จะไหลเข้ามาแทนที่อากาศที่ดูดออก

4.10 แรงดันสุญญากาศที่ใช้ในการดูดเสมหะ
ในผู้ป่วยวัยผู้ใหญ่ไม่เกิน -200 mmHg
หรือ ระหว่าง -80 ถึง -120 mmHg

Created by 2nd year BNS students & 1st year BME students Academic 2021

CHRISTIAN UNIVERSITY OF THAILAND

5. การประเมินผลการดูดเสมหะ
ข้อบ่งชี้ที่แสดงว่า การดูดเสมหะมีประสิทธิภาพ คือ

5.1 ปริมาณเสมหะลดลง
5.2 อัตราการหายใจ 12- 20 ครั้ง/ นาที และอัตราชีพจร 60- 80 ครั้ง/ นาที
5.3 ไม่มีอาการหายใจลำบาก
5.4 ไม่ได้ยินเสียงเสมหะภายในช่องปาก,ลำคอ หรือท่อช่วยหายใจของผู้ป่วย
5.5 ผิวหนังไม่ซีด เล็บมือหรือเล็บเท้า ไม่มีสีเขียวคล้ำจากการพร่องออกซิเจน
5.6 ระดับความอิ่มตัวของออกซิเจนในเลือด มากกว่า ≥ 95%

6. ภาวะแทรกซ้อน

ภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นจากการดูดเสมหะ ได้แก่
1. การดูดเสมหะนานเกินไป >>>
การระคายเคืองของหลอดเสียงและกล่องเสียง หลอดเสียงบวม กล่องเสียงหดเกร็ง
(laryngospasm) ขาดออกซิเจน และมีอาการผิดปกติของการเต้นของหัวใจ
2. การใช้แรงดูดที่ไม่เหมาะสมหรือปลายของสายดูดเสมหะดูดถูกเยื่อบุในทางเดินหายใจ
>>> เกิดบาดแผลของเนื้อเยื่อ
3. มีผลกระทบต่อระบบการไหลเวียนโลหิต >>> เกิดภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ
(cardiac arrhythmias) หัวใจเต้นช้า (bradycardia) หรือหัวใจเต้นเร็วผิด
จังหวะ (tachyarrhythmias) ความดันโลหิตสูงขึ้น ความดันในกะโหลกศีรษะสูง
(increased intracranial pressure) และมีคาร์บอนไดออกไซด์คั่ง

Created by 2nd year BNS students & 1st year BME students Academic 2021

CHRISTIAN UNIVERSITY OF THAILAND

References :
สุวีณา เบาะเปลี่ยน และคณะ. (2561). การพัฒนาหุ่นฝึกทักษะการดูดเสมหะทางท่อ
ช่วยหายใจและท่อ. หลอดลมคอ: นวัตกรรมการศึกษาทางการพยาบาล
Development of Endotracheal and Tracheostomy Tube Suctioning Model:
A Nursing Educational Innovation. วารสารพยาบาลตำรวจ, 19(3), 62-70.
Thomas C Blakeman., et al. (2022). AARC Clinical Practice Guidelines:
Artificial Airway Suctioning. RESPIRATORY CARE. 67(2), 258-271.
https://ns.mahidol.ac.th/english/th/departments/FN/th/km/km_Suction.html
Retrieved: 29 May 2022

scan me!

Created by 2nd year BNS students & 1st year BME students Academic 2021


Click to View FlipBook Version