การศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรยี นวิชาศลิ ปะ เรือ่ งรำวงมาตรฐาน ของนักเรียนชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ่ี ๑
โรงเรยี นบางปะอิน “ราชานเุ คราะห์ ๑” จังหวดั พระนครศรีอยุธยา โดยการใช้บทเรียนสอื่ ประสม
ผู้วิจยั นางกนั ตฤ์ ทัย พนั ธ์ุสวัสด์ิ
โรงเรยี นบางปะอิน “ราชานเุ คราะห์ ๑” จงั หวัดพระนครศรีอยุธยา
๑. ความเปน็ มาและความสำคัญของปัญหา
ปัจจุบันเทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทในการจัดการเรียนการสอนเป็นอย่างมาก คอมพิวเตอร์ เป็น
เทคโนโลยีที่นำมาใช้ในระบบการศึกษา เพ่ือใช้ในการสร้างส่ือการเรียนการสอนในลักษณะส่ือประสม
ทำให้การเรียนการสอนมีการโต้ตอบกันระหวา่ งผู้เรียนกบั คอมพิวเตอร์ เช่นเดียวกับการเรียนการสอนระหว่าง
ครูกับนักเรียนท่ีอยู่ในห้องเรียนปกติ สื่อประสม จะประกอบด้วยตัวอักษร ภาพกราฟฟิก ภาพน่ิง
ภาพเคลื่อนไหวและเสียงในลักษณะของสื่อหลายมิติ (Hypermedia) เพื่อถ่ายทอดเน้ือหา บทเรียน หรือองค์
ความรู้ในลักษณะท่ีใกล้เคียงกับการสอนจริงในห้องเรียนมากท่ีสุด ทำให้ผู้เรยี นสนุกไปกับการเรียนไม่รู้สึกเบ่ือ
หน่าย และผเู้ รยี นสามารถทบทวนบทเรียนไดด้ ้วยตนเอง
โรงเรียนบางปะอิน “ราชานุเคราะห์ ๑” ส่งเสริมการใช้เทคโนโลยี โดยแบ่งการจัดการเรียนการสอน
ออกเป็น ๘ กลุ่มสาระการเรียนรู้ดังนี้ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย, คณิตศาสตร์, วิทยาศาสตร์, พลศึกษา,
สงั คมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม, การงานอาชีพและเทคโนโลยี ภาษาตา่ งประเทศ, และศิลปะ ซึง่ การเรียนรู้
ในวิชาศิลปะ เร่ือง รำวงมาตรฐาน เป็นส่วนหน่ึงของกลุ่มสาระการเรียนรู้ที่ควรค่าแก่การอนุรักษ์ สืบทอด
ดา้ นนาฏศิลป์ไทยซ่ึงเป็นเอกลักษณ์ประจำชาติ ล้วนแต่เป็นพ้ืนฐานความรู้เบ้ืองต้นทจ่ี ะส่งเสริมผู้เรียนให้เป็นผู้
มคี วามรู้ ความเขา้ ใจ และสามารถบูรณาการความรู้กบั ความคดิ รวบยอดของตนเอง แตด่ ว้ ยความหา่ งไกลในสิ่ง
ที่ผู้เรียนต้องเรียนรู้ นั้นยังส่งผลให้การจัดการเรียนการสอนแบบปกติในชั้นเรียนไม่เอื้ออำนวยต่อองค์ความรู้
ใหม่ ๆ ทีจ่ ะสง่ ผลไปยงั ผู้เรยี นไดศ้ ึกษาหาความร้ไู ด้อย่างเตม็ ที่
ด้วยเหตุผลที่กล่าวมาข้างต้นน้ี ผู้วิจัยจึงมีความสนใจที่จะพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาศิลปะ
เรื่องรำวงมาตรฐาน ของนักเรียนช้ันมัธยมศึกษาปีท่ี ๑ โรงเรียนบางปะอิน “ราชานุเคราะห์ ๑” จังหวัด
พระนครศรอี ยุธยา โดยการใช้บทเรียนส่อื ประสม
๒. วัตถปุ ระสงคข์ องการวจิ ยั
๑. เพือ่ สรา้ งบทเรยี นสื่อประสม เรือ่ งรำวงมาตรฐาน
๒. เพ่ือพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาศิลปะ เรื่องรำวงมาตรฐาน ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี ๑
โดยใช้บทเรียนสอื่ ประสม
๓. ผลทคี่ าดวา่ จะไดร้ ับ
๑. ได้บทเรยี นส่ือสะสม เรือ่ งรำวงมาตรฐาน ใชป้ ระกอบการเรยี นการสอน
๒. สามารถนำบทเรียนส่ือสะสม เพ่ือเป็นตัวอย่างในการประยตุ ์ใช้กับการเรียนการสอนอน่ื ได้
๔. ตวั แปรที่ศกึ ษา
๑. ตัวแปรตน้ คือ บทเรียนสอ่ื ประสมสม เร่อื งรำวงมาตรฐาน วชิ าศิลปะ
๒. ตัวแปรตาม คือ ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนช้ันมัธยมศึกษาปีท่ี ๑ โรงเรียนบางปะอิน
“ราชานุเคราะห์ ๑” จงั หวดั พระนครศรีอยุธยา
๕. กลมุ่ เป้าหมายของการวจิ ัย
นักเรียนช้ันมัธยมศึกษาปีท่ี ๑/๑ โรงเรียนบางปะอิน “ราชานุเคราะห์ ๑” จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
ภาคเรียนท่ี ๑ ปกี ารศึกษา ๒๕๖๔
๖. กรอบแนวคิดในการวิจัย ผลสมั ฤทธ์ทิ างการเรียนของนักเรยี น
บทเรยี นสือ่ ประสมสม เรอ่ื งรำวงมาตรฐาน
๗. ระยะเวลาในการดำเนินการวิจยั
ระยะเวลาในการดำเนินการวิจยั ภาคเรียนที่ ๑ ปีการศกึ ษา ๒๕๖๔
๘. วธิ ีการดำเนินการวิจัย
ผู้วิจัยไดด้ ำเนนิ การวิเคราะหข์ ้อมูล ดังนี้
๑. ศึกษาผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนวิชาศิลปะของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ ที่ได้รับการจัดการ
เรยี นรู้โดยใช้บทเรียนสอ่ื ประสม โดยใช้คะแนนจากการทดสอบกอ่ นเรยี นและหลังเรียน วิเคราะหโ์ ดยใช้วิธีทาง
สถิตแิ บบ t–test Dependent Samples ตามสตู รของ พวงรตั น์ ทวรี ตั น์ (๒๕๔๓: ๑๖๕ – ๑๖๗)
๒. ศึกษาหาค่าความตรงหรือความเท่ียงตรงของคำถามในแบบทดสอบ ท่ีใช้วัดผลสัมฤทธิ์ทางการ
เรียนวิชาวิชาศิลปะ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ ท่ีได้รับการจัดการเรียนรู้โดยใช้บทเรียนสื่อประสม
โดยใช้คะแนนจากการให้ผู้เชี่ยวชาญทำแบบทดสอบหาค่าความเที่ยงตรง วิเคราะห์โดยใช้วิธีหาคุณภาพของ
ขอ้ สอบกอ่ นนำขอ้ สอบไปใช้
๓. ศึกษาหาค่าความยากของคำถามในแบบทดสอบ ท่ีใช้วัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาศิลปะ ของ
นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี ๑ ท่ีได้รับการจัดการเรียนรู้โดยใช้บทเรียนสื่อประสม โดยใช้คะแนนจากการ
ทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียน วิเคราะห์โดยใช้วิธีทางวิเคราะห์โดยใช้วิธีหาค่าความยากของข้อสอบก่อนนำ
ข้อสอบไปใช้
สถิตพิ ้ืนฐาน
- หาคา่ เฉลี่ยคำนวณจากสูตร (พวงรตั น์ ทวรี ตั น์. ๒๕๔๐: ๑๓๗)
=
เม่ือ แทน คา่ เฉล่ยี ของคะแนน
แทน ผลรวมของคะแนนท้ังหมด
แทน จำนวนนกั เรียนในกลุม่ ตวั อยา่ งท้ังหมด
- หาค่าความเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) ของคะแนน คำนวณจากสูตร (พวงรัตน์ ทวีรัตน์. ๒๕๔๐:
๑๔๓)
S.D.=
เม่ือ S.D. แทน คา่ ความเบยี่ งเบนมาตรฐาน
แทน จำนวนนกั เรียนในกลุ่มตัวอย่างท้ังหมด
แทน ผลรวมของคะแนนท้งั หมด
แทน ผลรวมของคะแนนแตล่ ะตวั ยกกำลงั สอง
สถิตทิ ่ใี ชท้ ดสอบสมมตฐิ าน
ส ถิ ติ ท่ี ใช้ ใน ก ารต รว จ ส อ บ ส ม ม ติ ฐ าน ค ำน ว ณ จ าก สู ต ร t–test Dependent Sample
(พวงรัตน์ ทวีรตั น์. ๒๕๔๐: ๑๖๕ – ๑๖๗)
t = D
n D2 − ( D)2
n −1
เมื่อ t แทน คา่ ทีใ่ ช้พจิ ารณาการแจกแจงแบบที
D แทน ความแตกต่างของคะแนนแต่ละคู่
n แทน จำนวนคูข่ องคะแนนจากการสอบครง้ั แรกและคร้ังหลัง
แทน ผลรวมของความแตกต่างการทดสอบก่อนและหลังการใช้บทเรยี นสื่อประสม
แทน ผลรวมของความแตกต่างการทดสอบก่อนและหลังการใช้บทเรียนสื่อประสม
แต่ละตัวยกกำลังสอง
สถิตทิ ่ใี ชท้ ดสอบคา่ ความเทยี่ งตรงของแบบทดสอบ
สถิตทิ ่ีใช้ทดสอบคา่ ความเทยี่ งตรงของแบบทดสอบ โดยหาค่าดัชนีความสอดคลอ้ ง คำนวณจากสตู ร
IOC = R
N
IOC แทน คา่ ดชั นคี วามสอดคล้องระหว่างขอ้ สอบกบั จุดประสงค์ (Index of Item –
Objective Congruence)
R แทน ผลรวมของคะแนนความคิดเหน็ ของผูเ้ ช่ียวชาญ
Nแทน จำนวนผ้เู ชย่ี วชาญ
สถิติท่ีใช้ทดสอบคา่ ความยากของแบบทดสอบ
สถติ ิที่ใชท้ ดสอบคา่ ความยากของแบบทดสอบ คำนวณจากสตู ร
กรณีที่ 1 ไม่ได้แบ่งนักเรยี นเปน็ กลมุ่ สูงและกลุ่มต่ำ
P= R
N
P แทน คา่ ความยาก
R แทน จำนวนคนท่ที ำข้อสอบถกู
N แทน จำนวนคนผเู้ ขา้ สอบทั้งหมด
คา่ p ทีใ่ ชไ้ ด้ ควรมีคา่ อยู่ระหว่าง .2 ถงึ .8
ค่า P ระหวา่ ง 0.00 - 0.19 แสดงวา่ เปน็ ขอ้ สอบทย่ี ากมาก
คา่ P ระหว่าง 020 - 0.40 แสดงวา่ เป็นข้อสอบท่คี ่อนขา้ งยาก
ค่า P ระหวา่ ง 0.41 - 0.60 แสดงว่า เป็นขอ้ สอบที่ยากงา่ ยพอเหมาะ
คา่ P ระหวา่ ง 0.61 - 0.80 แสดงว่า เปน็ ขอ้ สอบท่ีค่อนข้างง่าย
คา่ P ระหวา่ ง 0.81 - 1.00 แสดงว่า เปน็ ขอ้ สอบทงี่ ่ายมาก
๙. เครือ่ งมอื ทใ่ี ชใ้ นการวจิ ยั
การวจิ ยั คร้งั นี้ผูว้ จิ ยั เลือกเครอ่ื งมอื ทใ่ี ช้ในการศกึ ษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรยี น
๑. แผนการจัดการเรยี นรู้
๒. แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ก่อนเรียน และหลังเรียนวิชาศิลปะ เรื่องรำวงมาตรฐาน
ของนกั เรียนชน้ั มัธยมศึกษาปีที่ ๑ โรงเรียนบางปะอิน “ราชานุเคราะห์ ๑” จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยการ
ใช้บทเรยี นสอ่ื ประสม
๓. บทเรยี นสื่อประสมวิชาศิลปะ เร่อื งรำวงมาตรฐาน
๑๐. การเกบ็ รวบรวมขอ้ มลู
๑. ผวู้ จิ ัยใหน้ ักเรยี นชนั้ มัธยมศึกษาปที ่ี ๑ ทำแบบทดสอบกอ่ นเรยี นเรื่องเร่อื งรำวงมาตรฐาน
๒. ผูว้ จิ ัยใช้บทเรยี นสอ่ื ประสมเร่ืองรำวงมาตรฐาน สอนนกั เรยี นช้ันมธั ยมศกึ ษาปที ่ี ๑
๓. ผวู้ ิจยั ใหน้ กั เรียนชั้นมธั ยมศกึ ษาปที ่ี ๑ ทำแบบทดสอบหลงั เรียน เรอ่ื งรำวงมาตรฐาน
๔. นำคะแนนกอ่ นและหลังเรียน ทนี่ ักเรียนไดท้ ำแบบทดสอบมาเปรยี บเทียบโดยการวิเคราะห์ข้อมลู
๑๑. การวเิ คราะหข์ ้อมลู
การเสนอผลการวิเคราะหข์ ้อมูลและแปรผลข้อมูล ผวู้ จิ ยั ได้เสนอตามลำดบั ดังนี้
๑. ผลการศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาศิลปะ ของนักเรียนช้ันมัธยมศึกษาปีท่ี ๑ ท่ีได้รับการ
จดั การเรียนรู้ โดยใช้บทเรยี นสอ่ื ประสมวิชาศลิ ปะ เรือ่ งรำวงมาตรฐาน กอ่ นเรียนและหลังเรยี น
ตารางท่ี ๑ แสดงการพัฒนาผลสัมฤทธ์ิทางการเรยี นวิชาศิลปะ ของนักเรียนช้ันมัธยมศึกษาปีท่ี ๑ ท่ีได้รับการ
จดั การเรียนรู้ โดยใช้บทเรียนสื่อประสม วชิ าศลิ ปะ เร่ืองรำวงมาตรฐาน กอ่ นเรียนและหลงั เรยี น
คะแนนท่ไี ด้
เลขท่ี เลขประจำตวั ช่ือ สกลุ กอ่ นเรยี น หลงั เรยี น
x
x
1 27198 เดก็ ชายกตัญญ์ปัฐน์ ไกรภริ มย์ 59
2 27199 เดก็ ชายกตัญญู ไกรโสภา
3 27200 เดก็ ชายคุณภทั ร พงษ์กิจ 49
4 27201 เด็กชายธนพนธ์ ดำขำ
5 27202 เด็กชายธนภูมิ รกั ใคร่ 58
6 27203 เด็กชายธารณ์ ออ่ นวงศ์
7 27204 เด็กชายนครินทร์ อทุ าน 59
8 27205 เดก็ ชายภัทรกร เชื้อนาค
9 27206 เดก็ ชายภครศิ โป่วตระกูล 69
10 27207 เดก็ ชายรังษิมนั ต์ุ มังคลรงั ษี
11 27208 เดก็ ชายสิทธิโชค เกดิ แก้ว 58
12 27209 เด็กชายสทิ ธินนท์ มีพารา
13 27210 เด็กชายสริ วิชญ์ มหาสมิติ 69
14 27211 เด็กชายสขุ ธชั อดุ มวงศ์
15 27212 เดก็ หญิงเกวลิน คุขุนทด 78
16 27213 เดก็ หญิงขวัญจิรา วัฒนศริ ิ
69
69
49
39
48
59
58
69
คะแนนท่ไี ด้
เลขท่ี เลขประจำตวั ช่ือ สกลุ กอ่ นเรียน หลงั เรียน
x
x
17 27214 เด็กหญงิ จดิ าภา ณ สมบูรณ์ 7 10
18 27215 เดก็ หญงิ ชนัญชิดา นาคตระกูล 5 10
19 27216 เด็กหญิงฐิตาภรณ์ นุ่มพรม 5 10
20 27217 เดก็ หญิงณภสั ญานนั ท์ แหยมน้อย 5 10
21 27218 เดก็ หญิงณัฐธดิ า หอมจันทร์ศรี 5 10
22 27219 เด็กหญิงณิชาพชั ร บญุ ปกครอง 59
23 27220 เดก็ หญงิ นภสร สงวนสตั ย์ 59
24 27221 เด็กหญงิ นวภรณ์ สมติ ะมาน 5 10
25 27222 เดก็ หญงิ บษุ บา มาเลงิ 5 10
26 27223 เดก็ หญงิ ปวณี า สำราญเรงิ จติ ต์ 69
27 27224 เดก็ หญิงพิมพพ์ ิกา วงษา 69
28 27225 เดก็ หญงิ พรเมษา บญุ ญฤทธิ์ 6 10
29 27226 เด็กหญงิ ไพลนิ พมิ พิเสน 79
30 27227 เด็กหญิงลดาวัลย์ ธรรมนวิ ร 58
31 27228 เด็กหญงิ วนิตา ทองมา 59
32 27229 เดก็ หญิงสุชานันท์ ชิตนาม 7 10
33 27230 เดก็ หญงิ ฬยี ากร นามวงษา 4 10
34 27231 เด็กหญิงอชริ ยา มากคณา 5 10
35 27232 เด็กหญิงอนุสรา รกั ษาสกลุ 5 10
36 27233 เดก็ หญิงไอรดา สุดยินดี 6 10
ตารางท่ี ๒ ผลการศึกษาผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนวิชาศิลปะ ของนักเรียนช้ันมัธยมศึกษาปีที่ ๑ ท่ีได้รับการ
จัดการเรียนรู้ โดยใช้บทเรยี นสื่อประสม วชิ าศลิ ปะ เรอื่ งรำวงมาตรฐาน กอ่ นเรียนและหลงั เรียน
ผลสัมฤทธท์ิ างการเรยี น N S.D t
ทดสอบก่อนเรยี น 36 5.31 0.9202 20.9๒
ทดสอบหลังเรียน
36 9.19 140
0.7099
จากตารางที่ ๑ และ ๒ แสดงว่า คะแนนผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาศิลปะของนักเรียนที่ได้รับการ
จัดการเรียนรู้ โดยใช้บทเรียนสื่อประสมวิชาศิลปะ เรื่องรำวงมาตรฐาน หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน อย่างมี
นยั สำคัญทางสถติ ิท่ีระดบั .๐๕ น่ันคอื ผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนวิชาศลิ ปะ ของนักเรียนชั้นมัธยมศกึ ษาปีที่ ๑ ท่ี
ได้รับการจัดการเรียนรู้โดยใช้บทเรียนส่ือประสมวิชาศิลปะ เร่ืองรำวงมาตรฐาน หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน
ซง่ึ เปน็ ไปตามสมมติฐานทผ่ี ูว้ จิ ยั ไดต้ ง้ั ไว้
ตารางที่ ๓ ผลการศึกษาค่าดัชนีความสอดคล้อง แบบทดสอบเรื่องรำวงมาตรฐาน โขน ก่อนนำไปใช้จริงกับ
กล่มุ ตวั อย่าง
จุดประสงค์ ข้อสอบ คะแนนความคิดเหน็ ของผู้เช่ียวชาญ R IOC
ข้อท่ี ข้อที่ คนท่ี 1 คนที่ 2 คนที่ 3
1 +1 +1 +1 +3 1.0
2 +1 +1 +1 +3 1.0
3 +1 0 +1 +2 1.0
4 +1 +1 +1 +3 1.0
1 5 +1 +1 0 +2 0.6
6 +1 +1 +1 +3 1.0
7 +1 +1 +1 +3 1.0
8 0 +1 +1 +2 0.6
9 +1 0 +1 +2 0.6
10 +1 +1 0 +2 0.6
จากตารางที่ ๓ แสดงว่า ผลจากการคำนวณหาค่าดัชนีความสอดคล้อง (IOC) ของแบบทดสอบ
ก่อนเรียน และหลังเรียน ได้ผ่านการประเมินจากผู้เชี่ยวชาญท้ัง ๓ ท่าน ว่ามีความสอดคล้องกับจุดประสงค์ท่ี
ระบุไว้ในจดุ ประสงค์ จากเกณฑ์วดั ค่าIOC ต้งั แต่ 0.5 – 1.00 ถอื ว่าแบบทดสอบนนั้ สามารถนำไปใช้ได้จริง
ตารางท่ี ๔ ผลการศึกษาคา่ ความยาก ของแบบทดสอบ เรอื่ ง รำวงมาตรฐาน ก่อนนำไปใช้จริงกับกลุม่ ตัวอยา่ ง
ขอ้ ที่ คนที่ตอบถูก คนท่ตี อบผดิ P=
R L 0.4
18 13
29 12 0.4
3 10 11 0.5
49 12 0.4
5 10 11 0.5
6 12 9 0.6
7 11 10 0.5
88 13 0.4
9 11 10 0.5
10 14 7 0.6
จากตารางท่ี ๔ แสดงว่า ผลจากการคำนวณหาค่าความยากของแบบทดสอบก่อนเรียน และหลังเรียน
จากเกณฑ์วัดค่าความยาก เป็นสัดสว่ นระหว่าง จำนวนผู้ตอบคำถามน้นั ๆ ไดถ้ ูกต้องกับจำนวนผู้ทตี่ อบทง้ั หมด
แทนดว้ ยสญั ลกั ษณ์ P ซึง่ มีเกณฑ์ในการพจิ ารณาดังนี้
ค่า P ระหวา่ ง 0.00-0.19 แสดงวา่ เป็นข้อสอบที่ยากมาก
คา่ P ระหว่าง 020-0.40 แสดงว่า เป็นข้อสอบทค่ี ่อนข้างยาก
คา่ P ระหวา่ ง 0.41-0.60 แสดงว่า เปน็ ข้อสอบที่ยากงา่ ยพอเหมาะ
คา่ P ระหวา่ ง 0.61-0.80 แสดงวา่ เปน็ ขอ้ สอบท่ีค่อนขา้ งงา่ ย
คา่ P ระหวา่ ง 0.81-1.00 แสดงว่า เปน็ ข้อสอบที่งา่ ยมาก
จากตารางแสดงการคำนวณถือวา่ แบบทดสอบน้ันสามารถนำไปใช้ไดจ้ ริง
๑๒. สรปุ ผลการวิจยั
การศึกษาผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนวิชาศิลปะ เร่ืองรำวงมาตรฐาน ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี ๑
โรงเรียนบางปะอิน “ราชานุเคราะห์ ๑” จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยการใช้บทเรียนสื่อประสม
จากผลในการวิจัยในครั้งน้ี ผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนก่อนเรียนและหลังเรียนในวิชาศิลปะ เรื่องรำวงมาตรฐาน
ของนักเรยี นชั้นมธั ยมศึกษาปีที่ ๑ โรงเรียนโรงเรียนบางปะอิน “ราชานุเคราะห์ ๑” จงั หวัดพระนครศรอี ยุธยา
มีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติท่ีระดบั .05 โดยมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรยี นหลังเรยี นสูงกว่าก่อนเรียน
แสดงให้เห็นว่าส่ือประสมวิชาศิลปะ เร่ืองรำวงมาตรฐาน เป็นสื่อการเรียนการสอนสำหรับใช้ในการเรียนการ
สอน ได้ผลในระดับที่น่าพอใจ จากการที่ได้สังเกตของผู้วิจัยพบว่า นกั เรียนให้ความสนใจกับการเรียนการสอน
โดยใช้สื่อประสม เพราะนักเรียนสามารถดูข้ันตอนเรียนรู้ด้วยวีดีโอ สามารถทบทวนเนื้อหาของการเรียน
ได้ด้วยตนเอง ซ่ึงส่อื ประสมวิชาศิลปะได้จัดทำขึ้นอย่างเป็นลำดบั ข้ันตอน มีสีสันสวยงาม มีเสยี งเพลงประกอบ
ทำให้นักเรียนไม่เกิดเบื่อหน่ายกับการเรียนรู้ สังเกตได้จากการทำแบบทดสอบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน
เปรียบเทยี บกอ่ นเรียนและหลังเรยี น
บรรณานกุ รม
กิดานันท์ มลทิ อง.เทคโนโลยกี ารศึกษาและนวตั รกรรม. กรงุ เทพฯ : จฬุ าลงกรณม์ หาวิทยาลัย,๒๕๔๐
ชาญยทุ ธ์ ผลาพฤกษ.์ การพฒั นาสอ่ื ประสมประกอบการสอน กลมุ่ ทกั ษะการเรยี นร้ภู าษาไทย
เร่อื ง รามเกียรติ์ ตอนกมุ ภกรรณทดน้ำ สำหรับนกั เรยี นช้นั ประถมศึกษาปที ่ี ๖.
การศึกษาค้นควา้ อสิ ระ กศ.ม มหาสารคาม : มหาวิทยาลัยมหาสารคาม, ๒๕๔๗.
ชยั ยงค์ พรหมวงศ.์ คำบรรยายวิชาบทเรยี นสำเร็จรปู .กรงุ เทพฯ : จฬุ าลงกรณม์ หาวทิ ยาลัย,๒๕๓๒
ชัยยงค์ พรหมวงศ์.ระบบส่ือการสอน ในเทคโนโลยีและสื่อสารการศกึ ษา. กรุงเทพฯ: ชุมนุมสหกรณ์
การเกษตรแห่งประเทศไทย,๒๕๒๓
ณรงค์ สมพงศ.์ สือ่ เพอื่ งานสง่ เสริมเผยแพร่.กรุงเทพมหานคร : โอเดยี นสโตร์,๒๕๓๕
ราชบัญฑิตยสถาน.ศัพท์เทคโนโลยีสารสนเทศ ฉบับราชบณั ฑิตยสถาน.กรงุ เทพมหานคร : หา้ งหุ้นส่วนจำกัด
ส่าอรุณการพมิ พ์,๒๕๔๒
ศิวาพร ฉายชัยภูมิ. การพัฒนาสื่อประสมเพื่อพัฒนาทักษะการฟังภาษาอังกฤษ ของนักเรียนชั้น
ประถมศึกษาปีท่ี ๖. การศึกษาค้นคว้าอิสระ กศ.ม. มหาสารคาม : มหาวิทยาลัยมหาสารคาม,
๒๕๔๘.
สมหมาย บำรุง. การพัฒนาชุดส่ือประสม กลุ่มสร้างเสริมประสบการณ์ชีวิต เรื่อง จังหวัดร้อยเอ็ดของ
นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๔. วิทยานิพนธ์ กศ.ม. มหาสารคาม : มหาวิทยาลัยมหาสารคาม,
๒๕๔๕.