การพฒั นาทกั ษะการเปา่ ขลยุ่ เพยี งออในระบบเสียงสงู
โดยใช้คูม่ อื การเป่าขลุ่ยเพียงออประกอบการเรียนการสอน
ของนกั เรยี นช้ันมธั ยมศึกษาปที ี่ 3
โรงเรียนบางปะอนิ “ราชานเุ คราะห์ ๑” จงั หวดั พระนครศรีอยธุ ยา
นางสาวสมาพร สมสืบ
ตาแหน่ง ครู วทิ ยฐานะ ครชู านาญการ
กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ศลิ ปะ
ภาคเรยี นที่ 1 ปีการศกึ ษา 2564
โรงเรยี นบางปะอนิ “ราชานเุ คราะห์ ๑”
สานกั งานเขตพนื้ ทก่ี ารศกึ ษามัธยมศกึ ษาพระนครศรีอยธุ ยา
การพฒั นาทกั ษะการเป่าขลุ่ยเพยี งออในระบบเสยี งสูง
โดยใชค้ ่มู อื การเปา่ ขลุ่ยเพียงออประกอบการเรียนการสอน ของนกั เรยี นชนั้ มธั ยมศึกษาปที ่ี 3
โรงเรียนบางปะอิน “ราชานเุ คราะห์ ๑” จงั หวดั พระนครศรีอยุธยา
ผูว้ จิ ัย นางสาวสมาพร สมสืบ
โรงเรียนบางปะอนิ “ราชานเุ คราะห์ ๑” อาเภอบางปะอนิ จังหวัดพระนครศรอี ยธุ ยา
1. ที่มาและความสาคญั ของปัญหา
ขล่ยุ เป็นเครอื่ งดนตรีประเภทเครื่องเป่า ซ่งึ มีหลักฐานว่าเกดิ ขึ้นตงั้ แต่สมยั ท่ีไทยยังตัง้ รกรากอย่ทู างตอน
ใต้ของจีนคือมณฑลยูนานของจีนในปัจจุบัน ซ่ึงในสมัยสุโขทัยมีการกล่าวถึงเสียงพิณ เสียงพาทย์
แต่ไม่มีการกล่าวถึงเสียงขลุ่ยในหลักศิลาจารึก ขลุ่ยไทยมาปรากฏหลักฐานชัดเจนในสมัยพระบรม -
ไตรโลกนาถ และหลงั จากน้นั ขลุ่ยไทยจึงปรากฏหลักฐานว่ามีการใชต้ ลอดมาจนถงึ ปัจจบุ นั
ขล่ยุ นับวา่ เป็นเครอ่ื งดนตรที ่ใี กลเ้ คียงกบั คนไทยมากท่สี ุดชนิดหนง่ึ คนท่ัวๆไปนยิ มเป่าขลุ่ยมากกว่าเล่น
เครื่องดนตรีชนิดอื่น เนื่องจากขลุ่ย เป็นเคร่ืองดนตรีที่สามารถนาติดตัวได้สะดวกเสียงไพเราะการหัดเบ้ืองต้น
ไม่ยากนัก โดยทวั่ ไปคนมักเขา้ ใจว่าขลุ่ยนน้ั เล่นง่าย แตค่ วามจริงแล้วสงิ่ ที่เราเห็นว่าง่ายทีส่ ุดกลบั เปน็ สิง่ ที่เลน่ ยาก
ท่ีสดุ คนที่เปา่ ขลุย่ ไดด้ ีในปจั จุบนั จงึ หาได้ยาก นกั ดนตรีจึงขาดครผู ้แู นะนาไปดว้ ย (วรพจน์ มานะสมปอง, 2549)
การเป่าขลุ่ยเพียงออ มีเทคนิคหลายอย่าง การใช้น้ิว การใช้ลม การใช้ล้ิน และเทคนิคส่วนบุคคล
ของผู้บรรเลงขลุ่ยเพียงออ นอกจากน้ีหากจะเป่าขลุ่ยเพียงออได้ดีนั้น จะต้องอาศัยทักษะการฟัง การเคลื่อนไหว
ทกั ษะการสร้างสรรค์ เข้ามาควบค่กู นั จึงจะทาให้เทคนคิ การเป่าขลยุ่ เพียงออนา่ ฟังขนึ้
การเรียนการสอนในระดับมัธยมศึกษาปีท่ี 3 ผู้เรียนนอกจากจะได้เรียนทางด้านวิชาการแล้ว ผู้เรียน
ยังต้องได้รับการพัฒนาการทางด้านดนตรีเพื่อพัฒนาศักยภาพทางสมองให้ครบถ้วน ซึ่งในวิชา ศิลปะ
(ดนตรีไทย) น้ันเคร่ืองดนตรีไทยท่ีสามารถเรียนได้อย่างสะดวกทั้งในเร่ืองการพกพา หาซื้อได้ง่ายและราคาถูก
คือ ขลุ่ยเพียงออ แต่ในการฝึกเป่าขลุ่ยเพียงออให้มีประสิทธิภาพ ผู้เรียนต้องมีการเรียน และการฝึกฝนในข้ัน
พื้นฐานอย่างถูกต้อง แต่เน่ืองด้วยนักเรียนบางคนก็จะประสบ ปัญ หาในเร่ืองของการเป่าเสียงสูง
โดยอาจจะเป็นเพราะการปิดนิ้วรูบังคับเสียงไม่สนิท การใช้ลมไม่ถูกต้อง เป็นต้น ด้วยเหตุผลดัง กล่าว
จึงทาให้ผู้วิจัยได้พัฒนาแบบฝึกหัดการเป่าขลุ่ยเพียงออเบ้ืองต้นในระบบเสียงสูง เพ่ือแก้ปัญหาในการ
เป่าขลุ่ยเพียงออในระบบเสียงต่าของนักเรียนมัธยมศึกษาปีท่ี 3 โรงเรียนบางปะอิน “ราชานุเคราะห์ ๑”
และทาให้ผู้เรียนสามารถเป่าขลุ่ยเพียงออได้อย่างถูกต้อง ทั้งยังช่วยให้การจัดการเรียนการสอนดนตรี
มปี ระสทิ ธิภาพมากยิง่ ขึ้นและสง่ ผลให้ผเู้ รียนสามารถพฒั นาการเป่าขลุย่ เพยี งออในข้นั สงู เป็นลาดบั ไป
2. ความมุ่งหมายของการวจิ ยั
2.1 เพื่อพฒั นาทักษะการเปา่ ขลุย่ เพียงออในระบบเสยี งสูง ของนักเรยี นชั้นมธั ยมศึกษาปที ่ี 3
2.2 เพอ่ื ทราบถึงประสิทธิภาพในเรื่องการพัฒนาการเป่าขลุ่ยเพียงออของผู้เรยี นโดยการใช้คู่มือการเป่า
ขลยุ่ เพยี งออในระบบเสียงสูง ประกอบการเรยี นการสอน
3. ประโยชน์ท่ีคาดว่าจะได้รบั
3.1 ไดค้ ่มู อื การเป่าขลุ่ยเพียงออขนั้ พน้ื ฐานในระบบเสียงสูงท่มี ปี ระสิทธภิ าพ
3.2 ทราบประสิทธิภาพและผลสัมฤทธิ์ของนักเรียนจากการใช้คู่มือการเป่าขลุ่ยเพียงออขั้นพื้นฐาน
ในระบบเสยี งสงู ประกอบการเรยี นการสอน เพอื่ ใช้เป็นแนวทางในการพัฒนาการเป่าขลุ่ยเพยี งออตอ่ ไป
4. ตัวแปรท่ศี ึกษา
4.1 ตวั แปรต้น คอื คู่มือการเป่าขลุ่ยเพยี งออข้ันพืน้ ฐานในระบบเสยี งสูง
4.2 ตวั แปรตาม คอื ประสิทธภิ าพในการเปา่ ขล่ยุ เพยี งออของนักเรียน
5. กลมุ่ เป้าหมายของการวจิ ยั
นกั เรียนชั้นมัธยมศกึ ษาปที ี่ 3/1 จานวน 32 คน โรงเรียนบางปะอนิ “ราชานเุ คราะห์ ๑”
อาเภอบางปะอนิ จงั หวัดพระนครศรอี ยุธยา ภาคเรียนท่ี 1 ปีการศึกษา 2564
6. กรอบแนวคิดในการวิจัย
คู่มือการเป่าขล่ยุ เพยี งออ ประสิทธิภาพในการเป่าขล่ยุ เพยี งออของนักเรียน
7. ระยะเวลาในการดาเนินการวจิ ยั
ระยะเวลาในการดาเนินการวจิ ยั ภาคเรยี นท่ี 1 ปกี ารศึกษา 2564
8. วธิ กี ารดาเนินการวจิ ัย
ผูศ้ กึ ษาไดแ้ บง่ วธิ ีการดาเนินการวิจัยออกเป็น 5 ข้ันตอน ดงั ตอ่ ไปน้ี
ขัน้ ที่ 1 การศกึ ษาขอ้ มลู พ้นื ฐาน
ขนั้ ท่ี 2 สร้างคมู่ ือการเปา่ ขลุ่ยเพียงออขน้ั พืน้ ฐานในระบบเสยี งสงู
ข้นั ท่ี 3 การทดลองใช้คมู่ ือการเปา่ ขลุ่ยเพยี งออขนั้ พืน้ ฐานในระบบเสยี งสงู
ข้ันที่ 4 วเิ คราะหพ์ ัฒนาการของนักเรียนจากการใช้คมู่ อื การเป่าขลุ่ยเพียงออขัน้ พน้ื ฐาน
ในระบบเสยี งสงู
ขนั้ ท่ี 5 สรปุ ความพงึ พอใจของผเู้ รียนทีม่ ตี ่อคู่มอื การเปา่ ขลุ่ยเพียงออข้ันพ้นื ฐานในระบบ
เสยี งสงู
ขนั้ ท่ี 1 การศึกษาข้อมูลพืน้ ฐาน
ผู้ศกึ ษาไดศ้ กึ ษาขอ้ มูลพื้นฐาน เพ่ือนามาเป็นแนวทางในการสร้างค่มู ือการเป่าขลยุ่ เพียงออ
ขัน้ พนื้ ฐานในระบบเสยี งสูง ดงั ตอ่ ไปน้ี
1.1 สารวจความพรอ้ มทางด้านอปุ กรณ์การเรยี น และทักษะการเปา่ ขล่ยุ ของนกั เรียน
1.2 ศึกษาข้อมูลเกี่ยวกบั การพฒั นาและการสรา้ งค่มู ือในการเรยี นการสอน การประเมิน
คณุ ภาพของคมู่ อื
1.3 ศึกษาขอ้ มลู เรอ่ื งการเป่าขลุ่ยเพียงออ ได้แก่ ลกั ษณะขอ้ มูลพ้ืนฐาน
วธิ ีการเปา่ ขลยุ่ เพยี งออท่ีถูกต้อง ตลอดจนเพลงทีใ่ ชใ้ นการเปา่ ขลยุ่ เพยี งออ
ขั้นท่ี 2 สรา้ งคมู่ อื การเปา่ ขลุย่ เพียงออ
2.1 สรา้ งคมู่ อื การเปา่ ขลยุ่ เพียงออทีป่ ระกอบด้วย แบบฝกึ หัด เทคนิค และเพลงที่ใช้ฝึก
ปฏบิ ัติ
2.2 สรา้ งเครอื่ งมือทใี่ ชใ้ นการเก็บรวบรวมข้อมูล เพอื่ ประเมนิ ประสิทธิภาพของคมู่ ือและ
ประเมนิ พัฒนาการเปา่ ขลยุ่ เพียงออของนักเรียน ได้แก่ แบบทดสอบก่อนเรยี น
แบบทดสอบหลงั เรยี น
ขั้นที่ 3 การทดลองใช้คู่มอื การเป่าขลุ่ยเพียงออ
3.1 กลุม่ ตัวอยา่ ง คือ นกั เรียนระดับช้ันมธั ยมศึกษาปที ่ี 3/1 โรงเรยี นบางปะอิน
“ราชานุเคราะห์ ๑” ภาคเรยี นท่ี 1 ปีการศึกษา 2564
3.2 เครอ่ื งมอื ท่ีใชใ้ นการศึกษา ได้แก่ แบบทดสอบก่อนเรยี น แบบทดสอบหลงั เรียน และ
แบบประเมนิ การใชค้ ่มู ือการเปา่ ขลยุ่ เพยี งออ
3.3 วธิ ดี าเนนิ การ
3.3.1 วางแผนการจัดการเรียนรู้โดยใช้คมู่ อื การเป่าขล่ยุ เพียงออท่ผี ูว้ ิจยั สร้างขนึ้
3.3.2 สังเกตการเป่าขลยุ่ เพียงออของนักเรียน ใช้แบบทดสอบก่อนเรยี น
3.3.3 จดั กิจกรรมการเรียนการสอนโดยใช้คูม่ อื การเป่าขลุย่ เพียงออให้กับนกั เรียน
ในกลมุ่ ตวั อย่าง
3.3.4 หลงั จากจดั กิจกรรมการเรียนการสอนโดยใชค้ ู่มือการเปา่ ขลยุ่ เพียงออที่ผู้วิจยั
สร้างขึ้น ใหน้ กั เรยี นกลมุ่ ตวั อยา่ งทาแบบทดสอบหลังเรียน
3.3.5 ประเมินประสิทธภิ าพการใช้คูม่ ือการเป่าขลุ่ยเพียงออ โดยดจู ากพฒั นาการ
ของผ้เู รยี นระหวา่ งกอ่ นเรียนและหลังเรียน
ข้นั ที่ 4 วเิ คราะหพ์ ฒั นาการของนกั เรียนจากการใช้คู่มือการเปา่ ขลยุ่ เพยี งออ
4.1 การวิเคราะห์ขอ้ มูล
วิเคราะห์พัฒนาการของผู้เรียนในเรื่องการเป่าขลุ่ยเพียงออ จากคะแนนในแบบทดสอบก่อนเรียน
และแบบทดสอบหลังเรียน โดยการหาคา่ เฉล่ยี
การเสนอผลการวิเคราะห์ขอ้ มลู ผู้วิจัยจึงไดก้ าหนดสัญลักษณ์ท่ีใชใ้ นการวิเคราะห์ ดงั น้ี
แทน ระดับคะแนนเฉลย่ี (Means)
สตู รในการคานวณหาค่าเฉลย่ี
คอื ค่าเฉล่ยี
คือ ผลรวมของขอ้ มูลทง้ั หมด
คือ จานวนข้อมลู ทง้ั หมด
4.2 นาข้อมูลที่ได้จากแบบทดสอบก่อนเรียนมาเปรียบเทียบกับคะแนนแบบทดสอบหลังเรียน
มาวิเคราะห์ประสิทธิผลการจัดการเรียนการสอนโดยใช้ชุดคู่มือการเป่าขลุ่ยเพียงออท่ีสร้างข้ึน เพื่อเปรยี บเทียบ
พฒั นาการของนักเรียนในการเปา่ ขลุย่ เพียงออ
4.3 สรุปและอภิปรายผลเกี่ยวกับประสิทธิภาพคู่มือการเป่าขลุ่ยเพียงออ และพัฒนาการ
ของนักเรยี นในการเปา่ ขลุย่ เพียงออ
ขั้นที่ 5 สรปุ ความพงึ พอใจของผเู้ รียนทม่ี ตี ่อคมู่ ือการเปา่ ขลุ่ยเพียงออ
การวิเคราะห์หาระดับความพึงพอใจของผู้เรียนที่มีต่อคู่มือการเป่าขลุ่ยเพียงออ ผู้วิจัยจะเก็บข้อมูล
โดยใชแ้ บบประเมนิ และวเิ คราะหข์ อ้ มูลดว้ ยการหาค่าเฉล่ีย
ระดับคะแนนเฉล่ียระดับความพึงพอใจของผู้เรียนท่ีมีต่อคู่มือการขับร้องเพลงไทย มีค่าเฉล่ียทักษะ
ท้ังหมด 5 ระดับ
4.1 – 5 จดั อยู่ในเกณฑ์ ดมี าก
3.1 - 4 จัดอยูใ่ นเกณฑ์ ดี
2.1 – 3 จดั อยใู่ นเกณฑ์ ปานกลาง
1.1 – 2 จดั อยใู่ นเกณฑ์ พอใช้
0– 1.00 จดั อยูใ่ นเกณฑ์ ควรปรับปรงุ
9. เคร่อื งมอื ทใ่ี ชใ้ นการทาวิจัย
9.1 แบบทดสอบกอ่ นเรยี น
9.2 แบบทดสอบหลังเรยี น
9.3 แบบประเมินการใชค้ มู่ อื การเป่าขลุ่ยเพยี งออ
10. การเกบ็ รวบรวมขอ้ มลู
10.1 เก็บรวบรวมข้อมลู จากแบบทดสอบก่อนเรียน โดยมีครผู ู้สอนเป็นผ้ปู ระเมิน
10.2 เกบ็ รวบรวมข้อมูลจากแบบทดสอบหลังเรยี น โดยครูผสู้ อนเป็นผู้ประเมนิ
10.3 เกบ็ รวบรวมข้อมูลจากการสงั เกตพฤติกรรมรายบุคคล โดยมคี รูผสู้ อนเปน็ ผปู้ ระเมิน
11. การวิเคราะห์ขอ้ มูล
ตอนที่ 1 ข้อมูลเปรียบเทียบคะแนนพัฒนาทักษะการปิดน้ิวรูบังคับเสียง และคุณภาพเสียงในการ
เปา่ ขลยุ่ เพียงออ โดยการใชค้ มู่ อื การเปา่ ขลยุ่ เพยี งออประกอบการเรียนการสอน
ตารางท่ี 1 ตารางเปรียบเทียบคะแนนเฉลี่ยก่อนเรียนและคะแนนเฉล่ียหลังเรียน เรื่อง การปิดนิ้วรู
บังคับเสียง และคณุ ภาพเสยี งในการเป่าขลุ่ยเพียงออของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3/1
ระดับ ทดสอบกอ่ นเรียน ทดสอบหลังเรียน
คะแนน
ระดบั คะแนนการปดิ ระดับคะแนนคณุ ภาพ ระดับคะแนนการปิด ระดบั คะแนน
เสยี ง
นิว้ รูบงั คบั เสยี ง เสยี งทีเ่ ป่า นวิ้ รูบังคบั เสียง คุณภาพเสียงท่เี ป่า
เสยี งโด (สูง) 1.00 1.00 2.00 2.00
เสยี งเร (สูง) 1.07 1.07 2.50 2.23
เสยี งมี (สูง) 1.37 1.13 2.80 2.70
เสียงฟา (สงู ) 2.07 1.23 2.80 2.77
เสยี งซอล 2.93 2.67 2.93 2.80
เสียงลา 2.93 2.67 2.90 2.83
เสียงที 2.97 2.73 2.97 2.93
เสยี งโด สงู 1.03 1.03 2.37 2.57
เสียงเร สงู 1.03 1.07 2.53 2.47
เสยี งมี สงู 1.27 1.27 2.27 2.20
รวม 1.76 1.59 2.61 2.55
จากตารางท่ี 1 ในภาพรวมนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี 3/1 มีค่าเฉล่ียคะแนนแบบทดสอบ
ก่อนเรียน เร่ืองการปิดน้ิวรูบังคับเสียงมีค่าเท่ากับ 1.76 และคุณภาพของเสียง มีค่าเท่ากับ 1.59 โดยมีค่าเฉลี่ย
อยู่ในเกณฑ์ปรับปรุง ส่วนค่าเฉลี่ยคะแนนแบบทดสอบหลังเรียน เร่ืองการปิดน้ิวรูบังคับเสียง มีค่าเท่ากับ 2.61
และคุณภาพของเสียง มคี า่ เทา่ กับ 2.55 มคี ่าเฉลยี่ อยู่ในเกณฑป์ านกลาง
จากตารางท่ี 1 ทกั ษะการปดิ นิ้วรูบังคบั เสยี งจากแบบทดสอบกอ่ นเรียนในเสียงโด (สงู ) ( = 1.00) เสียง
เร (สูง) ( = 1.07) เสียงโด (สูง) ( = 1.03) และเสียงเร (สูง) ( = 1.03) ผู้เรียนส่วนมากอยู่ในเกณฑ์ระดับ
ปรับปรุง เพราะผู้เรียนไม่สามารถปิดน้ิวรูบังคับเสียงได้สนิทหรือปิดไม่ถึงบ้าง ควบคุมเสียงเป่าไม่ได้ ส่งผลให้
ระดับคุณภาพเสียงเสียงโด (สูง) ( = 1.00) เสียงเร (สูง) ( = 1.07) เสียงโด (สูง) ( = 1.03) และเสียงเร
(สงู ) ( = 1.07) ของผ้เู รยี นส่วนมากอยใู่ นเกณฑร์ ะดับปรบั ปรงุ
ส่วนทักษะการปดิ น้ิวรูบังคบั เสยี งจากแบบทดสอบกอ่ นเรียนในเสียงมี (สงู ) ( = 1.37) และเสียงมี(สูง)
( = 1.27) ผู้เรียนส่วนมากอยู่ในเกณ ฑ์ระดับปานกลาง ส่งผลให้ระดับคุณ ภาพเสียงเสียงมี (สูง)
( = 1.13) และเสียงมี (สูง) ( = 1.27) ผู้เรียนสว่ นมากอยู่ในเกณฑ์ระดับปานกลาง ในสว่ นของทักษะ การปิด
นวิ้ รูบังคับเสียงจากแบบทดสอบกอ่ นเรียนของเสยี งฟา ( = 2.07) ผู้เรยี นส่วนมากอยู่ในเกณฑ์ระดับดี แต่ระดับ
คุณภาพเสียงของเสียงฟา ( = 1.23) ผู้เรียนส่วนมากอยู่ในเกณฑ์ระดับปานกลาง ถึงแม้ผู้เรียนจะสามารถปิด
นวิ้ รูบังคบั เสียงฟา อย่ใู นเกณฑ์ดี แต่เพราะผู้เรียนยังใชล้ มในการเป่าขลุ่ยเพยี งออยังไมด่ ีพอที่จะทาให้เกิดเสียงฟา
อยา่ งมีคณุ ภาพ
นอกจากน้ีทักษะการปิดนิ้วรูบังคับเสียงจากแบบทดสอบก่อนเรียนในเสียงซอล ( = 2.93)
เสียงลา ( = 2.93) และเสียงที ( = 2.97) ผู้เรียนส่วนมากอยู่ในเกณฑ์ระดับดี ส่งผลให้ระดับคุณภาพเสียง
เสี ยงซอล ( = 2.67) เสียงล า ( = 2.67) และเสียงที ( = 2.73) ผู้เรียน ส่วน ม าก อยู่ใน เกณ ฑ์
ระดับดี
จากตารางที่ 1 เมื่อผู้เรียนได้มีการพัฒนาทักษะการเป่าขลุ่ยเพียงออผ่านการใช้คู่มือประกอบการเรียน
การสอน คะแนนทักษะการปิดนิ้วรูบังคับเสียงจากแบบทดสอบหลังเรียนใน เสียงโด (สูง) ( = 2.00) เสียงเร
(สู ง) ( = 2.50) เสี ย งมี (สู ง) ( = 2.80) เสี ย งฟ า ( = 2.80) เสี ย งซ อ ล ( = 2.93) เสี ย งล า
( = 2.90) เสียงที ( = 2.97) เสียงโด (สูง) ( = 2.37) เสียงเร (สูง) ( = 2.53) และเสียงมี (สูง)
( = 2.27) ของผู้เรียนส่วนมากเพิ่มข้ึนอยู่ในเกณฑ์ระดับดี ส่งผลให้คุณภาพเสียงโด (สูง) ( = 2.00)
เสียงเร (สูง) ( = 2.23) เสียงมี (สูง) ( = 2.70) เสียงฟา ( = 2.77) เสียงซอล ( = 2.80) เสียงลา
( = 2.83) เสียงที ( = 2.93) เสียงโด(สูง) ( = 2.57) เสียงเร (สูง) ( = 2.47) และเสียงมี (สูง)
( = 2.20) ของผู้เรียนสว่ นมากเพม่ิ ขึ้นด้วยอยู่ในเกณฑร์ ะดบั ดี
จากตารางสรุปได้ว่า เม่ือผู้เรียนได้ผ่านการใช้คู่มือการเป่าขลุ่ยเพียงออในระบบเสียงสูง ส่งผลให้ผู้เรียน
มีพัฒนาการทด่ี ีข้ึน ไมว่ ่าจะเป็นในเรอ่ื งของการปดิ น้วิ ท่ีสามารถปิดนวิ้ ที่รูบงั คับเสียงไดส้ นิทและส่งผลต่อคณุ ภาพ
เสียงท่ีดีข้ึน แต่ก็ยังคงมีผู้เรียนบางคนยังคงเกิดปัญหาในการปิดน้ิวในเสียงโด (สูง) และเสียงเร(สูง) บ้าง
เพราะเน่อื งจากระยะเวลาในการฝกึ ซอ้ มน้อยเกินไป ทาใหย้ งั ไม่สามารถปฏบิ ัติได้ดเี ทา่ ท่คี วร
ตอนที่ 2 ความพึงพอใจท่ีมีต่อคู่มือการเป่าขลุ่ยเพียงออในระบบเสียงสูงท่ีใช้ในการประกอบการเรียน
การสอน
ตารางที่ 2 วิเคราะห์ระดับความพึงพอใจของผู้เรียนหลังการใช้คู่มือการเป่าขลุ่ยเพียงออในระบบเสียง
สงู ประกอบการเรยี นการสอน
หวั ข้อประเมิน ดมี าก ดี ปานกลาง พอใช้ ควร
(5) (4) (3) (2) ปรบั ปรุง
(1)
1. ความเกี่ยวข้องและความถกู ตอ้ งของเนื้อหา 37 5 4.88
1.1 เขา้ ใจเนื้อหาเกย่ี วกับขล่ยุ เพียงออ
1.2 เข้าใจลักษณะและวธิ ีการเปา่ ขลุ่ยเพยี งออ 32 10 4.76
2. คณุ ภาพของชดุ ส่อื การเรยี นรู้ 38 4 4.90
2.1 ความชัดเจนของเนื้อหา และรูปภาพ
ในการเปา่ ขลยุ่ เพยี งออ
2.2 ความเหมาะสมของชุดแบบฝึกหัดในการ 34 6 2 4.76
เป่าขลุ่ยเพียงออ 35 6 1 4.80
3. กระตนุ้ ความสนใจในการเรยี นรู้
3.1 ความน่าสนใจของแบบฝึกหัดและเพลง
ท่ีใช้ในการเปา่ ขลยุ่ เพียงออ
3.2 ความชื่นชอบในการเรียนด้วยคู่มือการเป่า 31 8 3 4.66
ขลุ่ยเพียงออในระบบเสยี งสงู
จากตารางที่ 2 พบผู้เรียนส่วนใหญ่มีระดับความพึงพอใจต่อคู่มือการเป่าขลุ่ยเพียงอออยู่ในระดับ
ดีมาก ในเร่อื ง ความชัดเจนของเนื้อหา รูปภาพ ในการเป่าขลุ่ยเพียงออ ( = 4.90) ความเข้าใจเน้ือหาเกี่ยวกับ
ขลุ่ยเพียงออความเหมาะสมของชุดแบบฝึกหัดในการเป่าขล่ยุ เพียงออ ( = 4.88) ความน่าสนใจของแบบฝึกหัด
และเพลงท่ีใช้ในการเป่าขลุ่ยเพียงออ ( = 4.80) ความเข้าใจลักษณะและความเหมาะสมของชุดแบบฝึกหัด
ในการเป่าขลุย่ เพียงออ ( = 4.76) และความชืน่ ชอบในการเรียนด้วยคมู่ ือการเป่าขลยุ่ เพียงออในระบบเสียงสูง
( = 4.66)
12. สรุปผลการวิจัย
การวิจัยปฏิบัติการในช้ันเรียนเรื่อง การพัฒนาทักษะการเป่าขลุ่ยเพียงออในระบบเสียงสูง โดยใช้คู่มือ
การเป่าขลุ่ยเพยี งออประกอบการเรยี นการสอน ของนกั เรยี นมัธยมศึกษาปที ี่ 3 ซง่ึ มวี ัตถุประสงค์การวิจยั คือ
1. เพอื่ พฒั นาทกั ษะการเป่าขลุ่ยเพยี งออในระบบเสียงสูง ของนักเรยี นชนั้ มธั ยมศึกษาปีที่ 3
2. เพื่อทราบถึงประสิทธิภาพในเร่ืองการพัฒนาการเป่าขลุ่ยเพียงออของผู้เรียนโดยการใช้คู่มือการเป่า
ขล่ยุ เพียงออในระบบเสียงสูงประกอบการเรียนการสอน มเี น้ือหาสาระโดยสรุปได้ดังตอ่ ไปน้ี
พัฒนาการของผู้เรียนในเรื่องการเป่าขลุ่ยเพียงออในระบบเสียงสูง พบว่า มีการพัฒนาเพ่ิมขึ้น
ในระดับดี โดยเรื่องของการปิดน้ิวรูบังคับเสียงให้สนิทนั้น จากการทดสอบก่อนเรียนครั้งแรกพบว่า ในเสียงโด
(สูง) เสียงเร (สูง) เสียงมี (สูง) และเสียงฟา (สูง) ผู้เรียนไม่สามารถปิดน้ิวรูบังคับเสียงได้สนิท ส่งผลให้คุณภาพ
เสียงออกมาไม่ได้ตามมาตรฐาน แต่เม่ือผู้เรียนได้รับการฝึกทักษะจากคู่มือเพ่ือพัฒนาทักษะต่างๆ ทาให้ผู้เรียน
มีทักษะทางด้านการเป่าขลุ่ยเพียงออด้านการปิดน้ิวรูบังคับเสียงดีข้ึนพัฒนาขึ้นจากเกณฑ์ปรับปรุง มาอยู่
ในเกณฑ์ระดับปานกลาง ส่งผลให้คุณภาพเสียงท่ีอยู่ในเกณฑ์ปรับปรุงพัฒนาขึ้นอยู่ในเกณฑ์ปานกลาง
และสามารถทาได้ดีจนคุณภาพเสียงท่ีออกมาดีขนึ้ ตามลาดับ
คู่มือการพัฒนาการเป่าขลุ่ยเพียงออในระบบเสียงสูงท่ีผู้วิจัยสร้างขึ้น ซ่ึงประกอบด้วยส่วนประกอบ
ของขลุ่ย แบบฝึกหัดแบบต่างๆ การปิดนิ้วรูบังคับเสียงให้สนิท การไล่เสียง การควบคุมการใช้ลมในการเป่า
ตลอดจนเพลงท่ีใช้ฝึก สามารถใช้สาหรับการพัฒนาผู้เรียนให้มีทักษะในการเป่าขลุ่ยได้ดีขึ้นโดยเฉพาะในส่วน
ของระบบเสียงสงู และยังส่งผลให้เสยี งขลุย่ ที่เป่าออกมามีคุณภาพเสยี งตามมาตรฐาน
ในความพึงพอใจของผู้เรียนที่มีต่อคู่มือการเป่าขลุ่ยเพียงออ ท่ีผู้วิจัยสร้างข้ึนและนามาใช้ในการ
ประกอบการเรียนการสอนน้ัน ผู้เรียนส่วนใหญ่มีระดับความพึงพอใจในคู่มืออยู่ในเกณฑ์ดีมาก รวมทั้งการนา
คู่มือมาใช้ในการประกอบการเรียนการสอนยังส่งผลให้ผู้เรียนมีการพัฒนาทักษะทางด้านการเป่าขลุ่ยได้ดี
ในระดับหน่ึง แต่เนื่องจากทักษะทางด้านการเป่าขลุ่ยของดนตรีไทยนั้น เป็นทักษะภาคปฏิบัติท่ีต้องอาศัย
การฝึกฝนอย่างสม่าเสมอ อีกทั้งเวลาในการเรียนรู้ของผู้เรียนท่ีผู้วิจัยใช้ทดลองเพียงแค่ภาคเรียนเดียว
ทาให้การพัฒนาทกั ษะการเป่าขลุ่ยเพียงออของผู้เรยี นพัฒนาขึน้ อยู่ในระดบั ปานกลางเท่าน้นั
นางสาวสมาพร สมสบื
ครู วิทยฐานะ ครูชานาญการ
ผูว้ จิ ัย
บรรณานกุ รม
กรมวิชาการ กระทรวงศึกษาธิการ. (2539). ครูกับการวิจัยเพื่อพัฒนาการเรียนการสอน. กรุงเทพฯ :
คุรุสภาลาดพรา้ ว.
กิดานันท์ มลิทอง. (2548). เทคโนโลยีและการส่ือสารเพอ่ื การศึกษา. กรงุ เทพมหานคร: อรณุ การพิมพ.์
ชัยวุฒิ อินทะพงษ์. (2552). รายงานการศึกษาวิจัยการพัฒนาคู่มือการเป่าขลุ่ยเพียงออเบื้องต้น ตาม
วธิ กี ารสอนของครูจาเนียร ศรีไทยพันธ์.ุ คณะครุศาสตร์ จฬุ าลงกรณม์ หาวิทยาลัย.
ณรทุ ธ์ สุทธจิตต.์ (2544). พฤติกรรมการสอนดนตรี. พิมพ์ครง้ั ท่ี 3. กรงุ เทพมหานคร: สานกั พิมพ์แห่ง
จฬุ าลงกรณม์ หาวทิ ยาลยั .
เด่นดวง ยศวิจิตร. (2550). การพั ฒ น าชุดการสอน เรื่อง แ บ บ ฝึกทั กษ ะการเป่ าขลุ่ยเพี ยงออ
ชน้ั มัธยมศึกษาปที ่ี 4 ภาคเรยี นท่ี 1 ปกี ารศึกษา 2550 โรงเรียนกันทรารมณ์ .
ปี๊บ คงลายทอง. (2538). เพลงปี่ฉุยฉาย : การวิเคราะห์ทางดนตรีวิทยาและภาพสะท้อนแห่งความงาม.
ปริญญานิพนธ์ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาวัฒนธรรมศึกษา แขนงวิชาวัฒนธรรมการดนตรี
บณั ฑิตวทิ ยาลัย มหาวทิ ยาลัยมหดิ ล.
วรพจน์ มานะสมปอง . (2549). วิเคราะห์เดี่ยวขลุ่ยเพียงออเพลงกราวใน ทางครูจาเนียร ศรีไทยพันธ์ุ.
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณม์ หาวทิ ยาลยั .
อาภรณ์ ใจเทยี่ ง. (2550). หลักการสอน (ฉบบั ปรับปรุง). พิมพค์ รง้ั ท่ี 4. กรงุ เทพฯ : โอเดียนสโตร.์
เอกชัย ก่ีสุขพันธ์. (2527). หลักการบริหารการศึกษาทั่วไป. (พิมพ์คร้ังที่ 2). กรุงเทพฯ : ภาควิชาบริหาร
การศกึ ษา คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณม์ หาวิทยาลยั .
อรนุชา อัฏฏะวัชระ. (2545). การนาเสนอแบบฝึกทักษะการเป่ารีคอร์เดอร์โดยใช้โน้ตสากล ด้วยวิธี
ผสมผสานการอ่านโน้ตกับการร้องโน้ต สาหรบั นักเรียนระดบั ชั้นประถมศกึ ษาปีที่ 3 โรงเรยี น สาธิต
จุฬาลงกรณม์ หาวิทยาลัย ฝา่ ยประถม : รายงานการวิจยั .กรงุ เทพมหานคร : จฬุ าลงกรณ์มหาวิทยาลัย.