คำนำ
ในปั จจุบันประเทศไทยมีการส่งอาหารออกขายต่าง
ประเทศมากการถนอมอาหารจึงเป็นสิ่งสำคัญมาก เรา
จึงจะนำเสนอวิธีการถนอมอาหารอย่างถูกวิธีและถูก
ต้อง และยังนำไปใช้ในชีวิตประจำวันเพื่อการดำรงชีพ
ได้อย่างประหยัดอีกด้วย
สาารบัญ
หน้ า
บทที่ 1 การเก็บรักษาอาหาร....................................1
1.1 การเก็บรักษาอาหารสด.............................................2
1.2 การเก็บรักษาอาหารแห้ง...........................................3
1.3 การเก็บรักษาอาหารที่อุณหภูมิห้อง............................4
1.4 การเก็บอาหารแบบแช่เยือกแข็ง................................2
การเก็บรักษาอาหาร
อาหารแต่ละประเภทมีกระบวนการผลิตที่แตกต่างกันออก
ไป รวมถึงรูปร่าง ขนาด ปริมาณสารอาหารที่แตกต่างกัน
ด้วย ทำให้ต้องมีการจัดเก็บซึ่งอาจจัดเก็บในช่วงระยะเวลา
สั้นๆ หรือจัดเก็บไว้เป็นระยะเวลายาวนานทั้งนี้ต้องเหมาะ
สมกับสภาพแวดล้อมในการจัดเก็บอาหารชนิดนั้นๆ เช่น
มีอุณหภูมิหรือความชื้นที่เหมาะสม ตลอดจนอาจ
เกี่ยวข้องกับบรรจุภัณฑ์เพื่อป้ องกันการเสื่อมสภาพด้าน
คุณค่าทางโภชนาการของอาหารรวมทั้งป้ องกันการเจริญ
เติบโตของจุลินทรีย์ ที่ทำให้เกิดโรคในอาหารด้วย
1.1) การเก็บรักษาอาหารสด
อาหารสด เป็นอาหารที่มีการเปลี่ยนแปลงสภาพทางเคมี ทางกายภาพ และ
การทำลายโดยจุลินทรีย์ได้ง่าย จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้อาหารสดเสื่อมสภาพและ
เสียคุณค่าทางโภชนาการได้ง่าย ดังนั้นจึงต้องรีบเก็บรักษาในห้องเย็นหรือตู้
เย็นที่มีอุณหภูมิประมาณ 1-4 องศาเซลเซียส อย่างไรก็ตาม ในห้องเย็นนั้น
การสูญเสียน้ำหนักของอาหารสดก็เกิดขึ้นได้ตลอดเวลา เราสามารถเพิ่ม
กระบวนการเก็บรักษาโดยการควบคุมความชื้นในห้องเย็น (ร้อยละ 80) และ
การห่อหุ้มอาหารด้วยกระดาษเคลือบขี้ผึ้งจะช่วยยืดอายุการเก็บอาหารได้อย่าง
น้ อย 5-10 วัน เพราะเป็นการช่วยชะลอการระเหยของน้ำจากอาหารได้อย่าง
น้ อยร้อยละ 5-10 นอกจากนี้ ความเย็นจะช่วยลดอัตราการหายใจและยับยั้ง
การเจริญเติบโตของจุลินทรีย์ได้
เนื้อสัตว์ประเภทต่างๆ เนื้อสัตว์เป็นอาหารที่เน่าเสียได้เร็ว เพราะประเทศไทย
มีอากาศร้อนเหมาะในการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรีย ซึ่งเป็นต้นเหตุของ
การเน่าเสียเราควรเก็บเนื้ อสัตว์ไว้ในช่องด้านล่างของช่องแช่แข็งซึ่ งจะมี
อุณหภูมิประมาณ 0-2 องศาเซลเซียสหรือจะใส่ในบรรจุภัณฑ์ที่มีฝาปิดอย่าง
มิดชิดหรือแช่ไว้ในซ่องแช่แข็งซึ่งจะมีอุณหภูมิต่ำกว่า 0 องศาเซลเซียสซึ่งจะ
ช่วยให้เก็บอาหารประเภทนี้ได้ยาวนานขึ้น
ไข่ เน่าเสียง่าย ควรเก็บไว้ในส่วนที่เป็นตัวตู้ซึ่งสามารถเก็บได้นานถึง 3
สัปดาห์
นอกจากนี้เราควรหมั่นสำรวจวันหมดอายุของอาหารที่เก็บไว้ในตู้เย็น และไม่
ควรเก็บอาหารไว้มากเกินไป จนการถ่ายเทอากาศในตู้เย็นเป็นไปได้ยาก
เพราะจะทำให้อาหารเสื่อมคุณภาพได้
1.2) การเก็บรักษาอาหารแห้ง
อาหารแห้ง เป็นอาหารที่ผ่านการแปรรูปเรียบร้อยแล้ว โดยระเหยน้ำออกจึงมี
ปริมาณน้ำเหลืออยู่ในอาหารน้ อยทำให้การเก็บรักษาอาหารแห้งทำได้ง่ายกว่า
อาหารสด เพียงควบคุมปริมาณความชื้นในอาหารให้ต่ำกว่าร้อยละ 1-10 และ
เก็บรักษาไว้ในภาชนะที่ปิดสนิท เพื่อป้ องกันการกัดแทะของหนู มด
แมลงสาบ ตัวอย่างการเก็บรักษาอาหารแห้งเช่น
2. 1 ข้าวสาร สำหรับข้าวสารบรรจุถุงต้องเก็บรักษาในที่แห้ง ไม่เปียกชื้นและ
สำคัญที่สุดอย่าให้โดนน้ำ บริเวณที่วางหรือห้องจัดเก็บต้องสะอาดปราศจากสิ่ง
สกปรก สิ่งเจือปน และสารเคมีต่างๆ เช่น ไม่ควรจัดเก็บวางใกล้สารเคมี
ควรหลีกเลี่ยงแดด กรณีรับประทานไม่หมดหลังเปิดถุงสินค้าแล้วควรปิดถุงให้
สนิทเพื่อป้ องกันความชื้นสิ่งสกปรกและการเสื่อมคุณภาพของข้าว
2. 2 กระเทียม หอมแดง ควรผูกรวมกันเป็นมัด หรือกระจุกแล้วแขวนไว้ที่
สูงเพื่อฝั่งลมให้แห้งอยู่เสมอทำให้เก็บไว้ได้นาน
2. 3 เนื้อแห้ง ปลาแห้ง ควรเก็บใส่ถุงพลาสติกแล้วปิดปากถุงให้สนิท แล้ว
นำเข้าตู้เย็นจะช่วยยืดอายุการเก็บได้นานและชะลอการเกิดกลิ่นเหม็นหืนได้
2. 4 แป้ ง ควรเก็บในภาชนะที่แห้งและปิดสนิทเพราะแป้ งถ้ามีความชื้นสูงจะ
ทำให้ขึ้นราได้ง่าย
2. 5 น้ำตาล ควรเก็บใส่ภาชนะที่แห้งมีฝาปิดสนิทไม่ให้มีความชื้น
1.3) การเก็บรักษาอาหารที่อุณหภูมิห้อง
อาหารและผลิตภัณฑ์อาหารกลุ่มนี้ เช่น ธัญพืช ถั่ว อาหาร
กระป๋ อง และอาหารบรรจุขวดที่ผ่านการฆ่าเชื้อแล้ว ซึ่ง
ผลิตภัณฑ์กลุ่มนี้ต้องอยู่ในบรรยากาศหรือสภาวะแวดล้อมที่แห้ง
ไม่มีความชื้น เพราะความชื้นจะทำให้เชื้อราและจุลินทรีย์ที่ทำให้
เกิดโรคเจริญเติบโตได้ดี สำหรับผลิตภัณฑ์อาหารกระป๋ องเมื่อเปิด
แล้วควรเก็บในตู้เย็นไม่ควรวางทิ้งไว้
1.4 การเก็บอาหารแบบแช่เยือกแข็ง
ปั จจุบันอาหารแช่เยือกแข็งมีบทบาทต่อวิถีชีวิตคนไทยและคนทั่วโลกมากขึ้น
ตลาดของผลิตภัณฑ์อาหารแช่เยือกแข็งเติบโตอย่างรวดเร็ว เนื่องจากการ
พัฒนาเทคโนโลยีการทำความเย็นการกระจายสินค้าการขยายตัวของร้าน
สะดวกซื้อ ห้างสรรพสินค้า ที่มีการพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารแช่เยือกแข็งรูป
แบบใหม่ๆอยู่ตลอดเวลานอกจากนี้อาหารแช่เยือกแข็งยังสามารถลดเวลาใน
การเตรียมอาหาร สะดวกในการใช้เพียงนำมาละลายในเตาอบหรือเตา
ไมโครเวฟ ก็สามารถได้อาหารที่มีคุณภาพใกล้เคียงกับอาหารสด หรืออาหาร
ปรุงเสร็จใหม่ๆ ส่งผลให้ปริมาณการบริโภคอาหารแช่เยือกแข็งของผู้บริโภค
เพิ่มขึ้นทุกปีอาหารที่นิยมนำมาแช่เยือกแข็ง เช่น อาหารทะเล เนื้อสัตว์ต่างๆ
ผัก และผลไม้บางชนิด นอกจากนี้ในปัจจุบันยังนิยมแช่เยือกแข็งเพื่อรักษา
อาหารสำเร็จรูปเมื่อต้องการรับประทานก็นำมาอุ่นได้ง่ายและสะดวกต่อผู้
บริโภค
การแช่เยือกแข็งแบ่งเป็น 2 แบบคือ
1. การแช่เยือกแข็งแบบช้า (Slow Freezing) เป็นวิธีการแช่เยือกแข็งโดย
ทำให้ผลิตภัณฑ์อาหารทั้งสิ้นเยือกแข็งภายในเวลาตั้งแต่ 3-72 ชั่วโมง โดยใช้
อุณหภูมิต่ำกว่า-15 องศาเซลเซียสการแช่แข็งจะดำเนินไปอย่างช้าๆ โดยน้ำที่
อยู่ภายนอกเซลล์จะแข็งตัวเร็วกว่าน้ำที่อยู่ภายในเซลล์ เนื่องจากน้ำภายนอก
เซลล์มีความเข้มข้นของตัวถูกละลายต่ำกว่าการทำให้อาหารแข็งตัวอย่างช้าๆนี้
น้ำจะค่อยๆแยกตัวออกจากในเนื้ อสัตว์รวมตัวเป็ นเกล็ดน้ำแข็งที่มีผลึกใหญ่มี
ขนาดไม่สม่ำเสมอจะอยู่ระหว่างเซลล์ในบริเวณที่มีน้ำมาก เมื่อกลายเป็นน้ำ
แข็งจะขยายตัวจนดันเซลล์ให้แตกได้ดังนั้นเมื่อนำเอาอาหารประเภทนี้มา
ละลายถ้าเซลล์แตกจำนวนมากๆ สารอาหารต่างๆ ก็จะไหลออกมาทำให้
รสชาติของอาหารด้อยลงและมีลักษณะแข็ง
2. การแช่เยือกแข็งแรมเร็ว (Quick Freering) เป็นวิธีการแช่เยือกแข็งโดย
ทำให้ผลิตภัณฑ์อาหารทั้งในเยือกแข็งภายในเวลา 30 นาที หรือน้ อยกว่า
นั้น อุณหภูมิอาจอยู่ระหว่าง 15 ถึง-40 องศาเซลเซียสการแช่เยือกแข็ง
แบบนี้อุณหภูมิของผลิตภัณฑ์อาหารจะลดลงอย่างรวดเร็ว เกล็ดน้ำแข็ง
ขนาดเล็กจะเกิดขึ้นอย่างเป็ นระเบียบทั่วเนื้ อเยื่ อของสัตว์ทั้งภายนอกและ
ภายใน การถ่ายเทความร้อนอย่างรวดเร็วจะทำให้เกล็ตน้ำแข็งเล็กๆไม่
สามารถเพิ่มขนาดได้ จึงได้น้ำแข็งเล็กๆที่มีขนาดสม่ำเสมอกระจายอยู่
ภายในเซลล์เมื่อนำอาหารแช่เยือกแข็งมาละลายผลึกน้ำแข็งเล็กๆย่อม
ละลายอย่างรวดเร็วและนำยังคงอยู่ภายในเซลล์ ทำให้สูญเสียสารอาหาร
น้ อยและอาหารมีคุณภาพดี
ข้อควรปฏิบัติเกี่ยวกับอาหารแช่เยือกแข็ง
1. เมื่อซื้ออาหารแช่เยือกแข็งมาควรรีบเก็บในของน้ำแข็งอย่างรวดเร็ว
อย่าปล่อยให้ละลายเพราะน้ำในอาหารจะไหลออกมาอาหารจะเสียรสชาติ
และคุณค่าทางโภชนาการไปกับน้ำ
2. วิธีละลายน้ำแข็งจากอาหารที่ดีที่สุดก่อนนำไปประกอบอาหาร ควรนำ
อาหารออกจากซองน้ำแข็งมาใส่ตู้เย็นชั้นล่าง ถึงแม้จะใช้เวลานานแต่ได้ผล
ดีกว่าละลายนอกตู้เย็นเพราะอุณหภูมิภายนอกตู้สูงกว่า จุลินทรีย์เจริญ
เติบโตรวดเร็วอาหารก็จะเน่าเปื่ อยเสียง่าย ไม่ควรละลายโดยเทน้ำราด
อาหารเพราะน้ำจะพาสารต่างๆที่ให้รสชาติและคุณค่าทางโภชนาการออกไป
ด้วย
3. การแช่เยือกแข็งในครัวเรือน ควรกะปริมาณของอาหารสำหรับแช่
เยือกแข็งที่พอเหมาะที่จะใช้แต่ละคราว บรรจุภาชนะแยกเป็นส่วนๆส่วนที่
ทำให้ละลายแล้วต้องใช้หมดในคราวเดียวกัน ไม่ควรนำอาหารมาละลาย
แล้วนำไปแช่แข็งซ้ำอีกเพราะจะทำให้สูญเสียน้ำและสารอาหารมากขึ้น
การเก็บรักษาผลผลิตทางการเกษตร
เกษตรกรรม เป็นอาชีพหลักของคนไทยดังนั้นประเทศไทยจึงมีสินค้าที่เป็นผลผลิตทางการเกษตร
จำหน่ายทั้งในประเทศและต่างประเทศ ผลผลิตทางการเกษตรที่สดมีแหล่งกำเนิดอยู่ใกลจากตลาดรับ
ซื้อมักจะเน่าเสียได้ง่าย ดังนั้นการดูแลควบคุมคุณภาพของผลผลิตให้ถึงมือผู้บริโภคในสภาพที่ยังสด
ใหม่จึงเป็ นสิ่งสำคัญการเก็บรักษาการบรรจุภัณฑ์เป็ นขั้นตอนหนึ่ งที่จะช่วยรักษาคุณภาพและลดความ
เสียหายที่เกิดกับผลผลิตได้
สาเหตุที่ทำให้ผักผลไม้สดเสื่อมคุณภาพเกิดจากปัจจัยต่างๆ ดังนี้
1. การหายใจ เป็นกระบวนการเปลี่ยนแปลงทางเคมีของเอนไซม์ ทำให้มีการเปลี่ยนโครงสร้างของ
อาหารพวกแป้ ง โปรตีน และไขมันที่พืชสะสมไว้แล้วปล่อยพลังงานออกมาและสร้างแก๊สคาร์บอนได
ออกไซต์ขึ้น อัตราการเน่าเสียจึงเป็นสัดส่วนโดยตรงกับอัตราการหายใจของพืช การเสื่อมคุณภาพของ
ผลไม้สดเนื่องจากการหายใจเช่นทำให้คุณค่าทางอาหารลดน้ อยลง รสชาติเปลี่ยนไปสูญเสียน้ำหนักและ
ทำให้อาหารในเนื้อเยื่อของผลิตผลลดน้ อยลงเป็นเหตุให้ผลิตผลสุกงอมและเน่าเสียในที่สุด
2. การคายน้ำ ผักผลไม้ประกอบด้วยน้ำเป็นส่วนใหญ่ (ร้อยละ 80 หรือมากกว่า) และในระยะการ
เจริญเติบโตจะได้รับน้ำอย่างพอเพียงโดยผ่านทางระบบรากของพืช แต่เมื่อเก็บเกี่ยวมาแล้วน้ำเหล่านี้
ถูกตัดขาดผลิตผลพืชมีชีวิตอยู่ได้ด้วยน้ำที่สะสมไว้เมื่อผลิตผลยังหายใจอยู่การคายน้ำก็ยังคงเกิตอยู่ต่อ
ไปด้วยการสูญเสียน้ำทำให้น้ำหนักลดลงยิ่งสูญเสียน้ำเพิ่มขึ้นรูปร่างและความยืดหยุ่นของผลิตผลพืชจะ
ยิ่งลดลงจนอ่อนนิ่มและเที่ยวแห้งไป
3. ความชื่น ถ้าความชื้นในอากาศน้ อยการสูญเสียน้ำของพืชผ่านทางกระบวนการคายน้ำจะยิ่งเร็วขึ้น
ดังนั้น ถ้าเราสามารถควบคุมอิทธิพลที่มีต่อการคายน้ำโดยการเก็บผลิตผลไว้ในสภาพแวดล้อม
อมความชื้นสูงมากๆก็จะสามารถช่วยยืดอายุหลังการเก็บเกี่ยวได้มาก
4. อุณหภูมิ มีอิทธิพลโดยตรงต่อกระบวนการหายใจของพืช ถ้าปล่อยให้อุณหภูมิของผลิตผลพืชสูง
ขึ้นอัตราการหายใจก็จะสูงขึ้นด้วย ทำให้ผักผลไม้เน่าเสียเร็วดังนั้นการรักษาอุณหภูมิของผลิตผลพีซให้
อยู่ในระดับต่ำจะทำให้กระบวนการหายใจลดลงเป็ นการช่วยยืดอายุหลังการเก็บเกี่ยวของผลิตผลพืชได้
ทางหนึ่ ง
อุณหภูมินอกจากมีอิทธิพลต่อการหายใจแล้ว ยังก่อให้เกิดความเสียหายต่อผลิตผลพืชด้วย เช่น เก็บ
ผลิตผลพืชไว้ที่อุณหภูมิเกิน 40 องศาเซลเซียสจะก่อให้เกิดความเสียหายต่อเนื้อเยื่อ ถ้าเก็บที่ 60
องศาเซลเซียสกระบวนการเกี่ยวกับเอนไซม์ทุกชนิดจะหยุดและผลิตผลก็จะตาย เกิดความเสียหาย
5.การเกิดแผลและการช้ำ การเกิดแผลและการซ้ำของผลิตผลพืชนอกจากทำให้เซลล์แตกและเนื้อเยื่อ
เสียหาย แล้วยังทำให้สูญเสียน้ำโดยตรงและที่สำคัญกว่านั้นคือทำให้กระบวนการหายใจของเนื้อเยื่อที่
ถูกทำลายจะสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ยังเป็นทางผ่านให้เชื้อราและแบคทีเรียเข้าทำลายผลิตผลได้
ง่ายยิ่งขึ้นด้วย
2.1)การยืดอายุผักและผลไม้
หลักการที่ใช้ยืดอายุผักและผลไม้ คือ การควบคุมกระบวนการ
เปลี่ยนแปลงผลิตผลที่นำไปสู่ความเสื่อมสลายโดยการควบคุมอัตราการ
หายใจของผลิตผลหลังการเก็บเกี่ยวให้เกิดขึ้นน้ อยที่สุด ซึ่งสามารถทำให้
ยึดอายุได้นานโดยการจัดการปัจจัยภายนอกให้เหมาะสม ได้แก่
1. ควบคุมอุณหภูมิให้เหมาะสมกับผลิตผลแต่ละชนิด
2. ควบคุมความชื้นภายในภาชนะบรรจุไม่ให้เกิดหยดน้ำ
3. ควบคุมและป้ องกันการเข้าทำลายของโรคและแมลง
4. ควบคุมปริมาณแก๊สเอทิลีนที่ผักผลไม้สร้างขึ้นภายในภาชนะบรรจุไม่
ให้มีปริมาณมาก เนื่องจากสามารถทำความเสียหายให้กับผลิตผลได้
5. ควรจัดบรรยากาศแวดล้อมผลิตผลสดภายหลังการบรรจุให้เหมาะสม
แล้วปล่อยให้มีการปรับสภาพภายในภาชนะบรรจุด้วยตัวของผลิตผลเอง
การยืดอายุตอกไม้
ดอกไม้ จัดเป็นผลิตผลทางการเกษตรชนิดหนึ่งซึ่งต้องผลิตให้ได้คุณภาพสูง เนื่องจาก
การผลิตดอกไม้ให้มีคุณภาพดีจะช่วยให้เกษตรกรสามารถจำหน่ายได้ในราคาสูง ตาม
ไปด้วยโดยคุณภาพดอกไม้ที่ดีหมายถึงลักษณะและคุณสมบัติรวมของดอกไม้ที่อยู่ใน
ระดับที่ยอมรับกันได้ระหว่างผู้บริโภคกับผู้ผลิต การผลิตดอกไม้ให้ได้คุณภาพต้องมี
ระบบประกันคุณภาพซึ่งเกี่ยวข้องตั้งแต่การวางแผนการผลิตจนถึงตลาดซึ่งระบบการ
ประกันคุณภาพจะทำให้ผู้ใช้ดอกไม้มั่นใจว่าจะได้ดอกไม้ที่มีคุณภาพดี
ปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการเสื่อมสภาพของดอกไม้ มีดังนี้
1. น้ำ ดอกไม้จะเที่ยวหรือเสื่อมสภาพเนื่องจากไม่สามารถดูดน้ำไปใช้ได้อาจเกิดจาก
สาเหตุหลายประการ เช่น เนื้อเยื่อของก้านดอกเสื่อมสภาพ หรือเกิดการอุดตันจาก
แบคทีเรีย หรือในท่อลำเลียงน้ำมีฟองอากาศเกิดขึ้น นอกจากนี้คุณภาพของน้ำก็เป็น
ตัวกำหนดว่าดอกไม้จะใช้ประโยชน์จากน้ำนั้นได้หรือไม่ตาม ปกติน้ำที่ใช้ในการแช่
ดอกไม้ต้องมีคุณภาพดีเช่นมีเกลือปะปนอยู่น้ อยมากหรือไม่มีเลยน้ำที่ไม่มีประจุหรือน้ำ
กลั่นจะเหมาะสมมากกว่าน้ำประปาน้ำที่มีฟลูออไรด์ปะปนอยู่จะลดอายุการปั กแจกันของ
ดอกไม้บางชนิดเช่นแกลดิโอลัสและเยอบีรา ฯลฯ น้ำที่มีความเป็นกรดจะเคลื่อนที่ไปใน
ก้านดอกได้ดีกว่าน้ำที่มีความเป็ นกลางหรือด่าง
2. แก๊สเอทิลีน ดอกไม้หลายชนิดตอบสนองต่อแก๊สเอทิลีนในระดับที่ต่ำมาก เช่น
ดอกคาร์เนชั้นถ้าหากได้รับเอทิลีนในระดับเพียง 1 ต่อล้านส่วนก็สามารถตอบสนองโดย
แสดงอาการเหี่ยวและกลีบม้วนเข้าหาดอก ซึ่งอาการนี้เรียกว่า Sleepiness ดอก
กล้วยไม้บางชนิดจะมีสีซีดและเหี่ยวลงเมื่อได้รับแก๊สเอทิลีน
3. สารควบคุมการเจริญเติบโต มีสารควบคุมการเจริญเติบโตของพืชหลายชนิด ที่
สามารถช่วยTะยกระบวนการเสื่อมสภาพของดอกไม้ได้ เช่น BA (Benzyladenine) จะ
ช่วยชะลอการสูญเสียความเบียวของใบพืช และ NAA (Naphthyl acetic acid) ช่วยลด
การหลุดร่วงของดอก เช่น ดอกอะกาแพนทัส
4. สารเคมี สารเคมีหลายชนิดช่วยชะลอการเสื่อมสภาพของดอกไม้ได้ เช่น
ซิลเวอร์ในเตรต ซิลเวอร์ไทโอซัลเฟต น้ำตาลทราย และสารฆ่าเชื้อจุลินทรี ย์
สารเคมีที่ใช้ในการชะลอการเสื่อมสภาพนั้นมีวัตถุประสงค์ในการใช้สารต่างๆ กัน
เช่น ใช้เพื่อทำให้ดอกไม้ที่เที่ยวกลับคืนสู่สภาพเดิม ใช้เพื่อเพิ่มอาหารในระยะ
เวลาสั้นๆ ใช้เพื่อกระตุ้นให้ดอกบาน หรือใช้เป็นสารละลายในการปักแจกัน
5.สภาพแวดล้อม เช่น อุณหภูมิ ความชื้น มีผลกระทบต่อการเสื่อมคุณภาพมาก
โดยเฉพาะอุณหภูมิที่สูงจะเร่งการเสื่อมสภาพของดอกไม้
รายชื่อผู้จัดทำ
นายวิชชากร นนทรีย์ เลขที่ 25 ปวส.1/18
นายชญานนท์ วิญญาณ เลขที่ 35 ปวส 1/18