The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

การศึกษาแนวทางการบริหารจัดการสิ่งปฏิกูลจากฟาร์มสุกรเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by forestgumz, 2023-08-17 02:36:32

การศึกษาแนวทางการบริหารจัดการสิ่งปฏิกูลจากฟาร์มสุกรเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ

การศึกษาแนวทางการบริหารจัดการสิ่งปฏิกูลจากฟาร์มสุกรเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ

30 ที่มา: กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษพลังงาน กระทรวงพลังงาน, 2553 ภาพที่ 3.6 บอหมักแบบ Modified Covered Lagoon 3.5 กฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวของกับฟารมเลี้ยงสุกรในประเทศไทย ประเทศไทยมีกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวของกับฟารมเลี้ยงสุกร โดยมีหนวยงานหลัก ที่เกี่ยวของกับการออกขอกําหนดที่เกี่ยวของกับฟารมเลี้ยงสุกรในดานอนามัยสิ่งแวดลอม ไดแก กระทรวง เกษตรและสหกรณ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอม และกระทรวงสาธารณสุข 3.5.1 กระทรวงเกษตรและสหกรณ 1) ประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ เรื่อง มาตรฐานฟารมเลี้ยงสุกรของประเทศไทย พ.ศ. 2542 (2544) โดยมาตรฐานฟารมเลี้ยงสุกรนี้ กำหนดขึ้นเปนมาตรฐานเพื่อใหฟารมที่ตองการขึ้นทะเบียนเปนฟารมที่ ไดมาตรฐานเปนที่ยอมรับ ไดยึดถือปฏิบัติเพื่อใหไดการรับรองจากกรมปศุสัตว ซึ่งมาตรฐานนี้เปนเกณฑ มาตรฐานขั้นพื้นฐานสำหรับฟารมที่จะไดรับการรับรอง โดยไดกำหนดวิธีปฏิบัติดานการจัดการฟารม การจัดการ ดานสุขภาพสัตว และการจัดการดานสิ่งแวดลอมเพื่อใหไดสุกรที่ถูกสุขลักษณะและเหมาะสมตอผูบริโภค 2) ประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ เรื่อง กําหนดมาตรฐานสินคาเกษตร: การปฏิบัติการที่ดี สําหรับฟารมสุกรตามพระราชบัญญัติมาตรฐานสินคาเกษตร พ.ศ. 2551 (2565) โดยแนวปฏิบัตินี้จัดทำขึ้นเพื่ออธิบาย สาระสำคัญของขอกำหนดในมาตรฐานสินคาเกษตร เรื่อง การปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีสำหรับฟารมสุกร (มกษ. 6403) เพื่อใชเปนเอกสารสำหรับผูที่นำมาตรฐานดังกลาวไปใชทำความเขาใจ โดยมีขอกำหนดภายใตรายการตางๆ ไดแก องคประกอบฟารม อาหารและน้ำสำหรับสุกรการจัดการฟารม สุขภาพสัตวสวัสดิภาพสัตว สิ่งแวดลอม การบันทึกขอมูล  3.5.2 กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอม 1) พระราชบัญญัติสงเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดลอมแหงชาติ พ.ศ. 2535 (2535) เพื่อให มีการบําบัดน้ำเสียเปนไปตามมาตรฐานที่ กําหนดกอนการระบายน้ำทิ้งลงสูแหลงน้ำสาธารณะและมีการลงโทษ กรณีที่มีการระบายน้ำทิ้งเกินคามาตรฐานที่กําหนด 2) ประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอม เรื่อง กำหนดมาตรฐานควบคุมการระบาย น้ำทิ้งจากแหลงกำเนิดมลพิษประเภทการเลี้ยงสุกร (2564) เพื่อปรับปรุงการกำหนดมาตรฐานควบคุมการระบายน้ำทิ้ง จากแหลงกำเนิดมลพิษประเภทการเลี้ยงสุกรใหเหมาะสมสอดคลองกับสภาพการณปจจุบัน ดังนี้


31 ตารางที่ 3.2 คามาตรฐานควบคุมการระบายน้ำทิ้งจากแหลงกำเนิดมลพิษประเภทการเลี้ยงสุกร ลำดับ พารามิเตอร คามาตรฐาน ประเภท ก ประเภท ข ประเภท ค 1 ความเปนกรดและดาง (pH) 5.5 - 9.0 5.5 - 9.0 5.5 - 9.0 2 บีโอดี (Biochemical Oxygen Demand ) ไมเกิน 40 มิลลิกรัม ตอลิตร ไมเกิน 80 มิลลิกรัม ตอลิตร ไมเกิน 80 มิลลิกรัม ตอลิตร 3 ของแข็งแขวนลอยทั้งหมด (Total Suspended Solids ) ไมเกิน 150 มิลลิกรัม ตอลิตร ไมเกิน 200 มิลลิกรัม ตอลิตร ไมเกิน 200 มิลลิกรัม ตอลิตร 4 ซีโอดี (Chemical Oxygen Demand ) ไมเกิน 250 มิลลิกรัม ตอลิตร ไมเกิน 350 มิลลิกรัม ตอลิตร ไมเกิน 350 มิลลิกรัม ตอลิตร 5 ทีเคเอ็น (Total Kjeldahl Nitrogen ) ไมเกิน 120 มิลลิกรัม ตอลิตร ไมเกิน 200 มิลลิกรัม ตอลิตร ไมเกิน 200 มิลลิกรัม ตอลิตร 6 ฟอสฟอรัสรวม (Total Phosphorus) ไมเกิน 5 มิลลิกรัมตอ ลิตร ไมเกิน 5 มิลลิกรัมตอ ลิตร ไมเกิน 5 มิลลิกรัมตอ ลิตร ที่มา : ประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอม, 2564 3) ประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอม เรื่อง กำหนดใหการเลี้ยงสุกรเปน แหลงกำเนิดมลพิษที่จะตองถูกควบคุมการปลอยน้ำเสียลงสูแหลงน้ำสาธารณะหรือออกสูสิ่งแวดลอม (2564) ซึ่งกำหนดใหการเลี้ยงสุกรประเภท ก ประเภท ข และประเภท ค เปนแหลงกำเนิดมลพิษ ที่จะตองถูกควบคุมการ ปลอยน้ำเสียลงสูแหลงน้ำสาธารณะหรือออกสูสิ่งแวดลอมนอกเขตที่ตั้ง หามมิใหเจาของหรือผูครอบครอง แหลงกำเนิดมลพิษปลอยน้ำเสียลงสูแหลงน้ำสาธารณะหรือออกสูสิ่งแวดลอม เวนแตน้ำเสียจะมีลักษณะเปนไปตาม มาตรฐานควบคุมการระบายน้ำทิ้งที่กำหนดไวในประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอม เรื่อง กำหนดมาตรฐานควบคุมการระบายน้ำทิ้งจากแหลงกำเนิดมลพิษประเภทการเลี้ยงสุกร แตทั้งนี้ตองไมใชวิธีการ ทำใหเจือจาง (Dilution) 4) ประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอม เรื่อง กำหนดมาตรฐานคาความเขม กลิ่นของอากาศเสียที่ปลอยทิ้งจากสถานที่เลี้ยงสัตว (2556) โดยกําหนดมาตรฐานคาความเขมกลิ่นของอากาศเสีย ที่ปลอยทิ้งจากสถานที่เลี้ยงสัตว ตองมีคาความเขมกลิ่นไมเกิน 30 หนวย (Odor Unit : OU) 3.5.3 กระทรวงสาธารณสุข 1) พระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. 2535 (2535) และที่แกไขเพิ่มเติม โดย พระราชบัญญัติฉบับนี้ไดบัญญัติในสวนที่เกี่ยวของกับการเลี้ยงสัตว และบทลงโทษ ดังนี้ (1) การกำจัดสิ่งปฏิกูลและขยะมูลฝอย หมวด 3 มาตรา 20 (2) เหตุรำคาญ หมวด 5 มาตรา 25 มาตรา 26 มาตรา 27 และมาตรา 28 (3) การควบคุมการเลี้ยงสัตวหรือการปลอยสัตว หมวด 6 มาตรา 29 (4) กิจกรรมที่เปนอันตรายตอสุขภาพ หมวด 7 มาตรา 31 และมาตรา 32 (2) (5) บทลงโทษ หมวด 5 มาตรา 73 และมาตรา 74


32 2) ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง กิจการที่เปนอันตรายตอสุขภาพ พ.ศ. 2558 (2558) ไดกำหนดใหกิจการที่เกี่ยวกับสัตวเลี้ยง ประกอบดวย (1) การเพาะพันธุ เลี้ยง และการอนุบาลสัตวทุกชนิด และ (2) การประกอบกิจการเลี้ยง รวบรวมสัตว หรือธุรกิจอื่นใดอันมีลักษณะ ทํานองเดียวกัน เพื่อใหประชาชนเขาชมหรือ เพื่อประโยชนของกิจการนั้น ทั้งนี้ ไมวาจะมีการเรียกเก็บคาดูหรือคาบริการในทางตรงหรือทางออมหรือไมก็ตาม เปนกิจการที่เปนอันตรายตอสุขภาพ 3) ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง กำหนดประเภทหรือขนาดของกิจการ และหลักเกณฑ วิธีการ และเงื่อนไข ที่ผูขออนุญาตจะตองดำเนินการกอนการพิจารณาออกใบอนุญาต พ.ศ. 2561 (2561) ไดกำหนด ใหกิจการที่เกี่ยวกับสัตวเลี้ยงโดยการเพาะพันธุ เลี้ยง และการอนุบาลสัตวทุกชนิด เฉพาะการ เพาะพันธุเลี้ยง และการอนุบาลสุกร เปนกิจการที่ผูขออนุญาตจะตองดำเนินการกอนการพิจารณาออก ใบอนุญาต เพื่อประโยชนในการปองกัน เหตุรำคาญหรือผลกระทบตอสภาวะความเปนอยูที่เหมาะสมกับ การดำรงชีพของประชาชน ชุมชนหรือสิ่งแวดลอม 4) ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง หลักเกณฑในการรับฟงความคิดเห็นของประชาชน ที่เกี่ยวของ พ.ศ. 2561 (2561) ไดกำหนดหลักเกณฑในการรับฟงความคิดเห็นของประชาชนที่เกี่ยวของ กอนการ พิจารณาออกใบอนุญาตประกอบกิจการใดที่อาจกอใหเกิดเหตุรำคาญหรือผลกระทบตอสภาวะความเปนอยูที่ เหมาะสมกับการดำรงชีพของประชาชน ชุมชน หรือสิ่งแวดลอม ซึ่งกิจการที่เกี่ยวกับสัตวเลี้ยงโดยการเพาะพันธุ เลี้ยง และการอนุบาลสัตวทุกชนิด เฉพาะการเพาะพันธุ เลี้ยง และการอนุบาลสุกร เปนกิจการที่จะตองรับฟง ความคิดเห็นของประชาชนที่เกี่ยวของกอนการพิจารณาออกใบอนุญาตประกอบกิจการ 3.6 กระบวนการบำบัดน้ำเสีย การใชระบบบําบัดน้ำเสียแบบไมใชอากาศในการบําบัดน้ำเสีย โดยมีวัตถุประสงคที่จะนำกาซชีวภาพ ที่ผลิตไดไปใชเปนพลังงานทดแทน จำเปนอยางยิ่งที่จะตองควบคุมการทำงานของระบบใหดำเนินไปอยาง มีประสิทธิภาพและเสถียรภาพ ดังนั้นตองมีการรักษาและตรวจสอบการทำงานของหนวยบําบัดยอยตาง ๆ ใหทำงาน เปนไปอยางมีประสิทธิภาพสูงสุด ตองมีการตรวจสอบการทำงานของอุปกรณตาง ๆ อยูอยางสม่ำเสมอ โดยวงจร บำบัดน้ำเสียเริ่มจากกระบวนการทำความสะอาดโรงเรือน ทำใหเกิดน้ำเสียขึ้น โดยน้ำเสียจะถูกรวบรวมและ สงผานระบบรางหรือทอไปยังบอดักทรายเพื่อแยกทรายและขยะออกกอน จากนั้นจะมีการปลอยน้ำเสียไหล และของเสียไหลเขาบอรวมน้ำเสียและบอเติม เพื่อนำเขาสูบอหมัก ซึ่งบอบำบัดน้ำเสียแบบผลิตกาซชีวภาพ จะถูกออกแบบใหเหมาะสมกับปริมาณน้ำเสียที่จะเกิดขึ้นในฟารมแตละแหง เมื่อน้ำเสียและของเสียไหลเขาสู บอบำบัดน้ำเสียแบบผลิตกาซชีวภาพแลว จะเกิดกระบวนการยอยสลายสารอินทรียในน้ำเสีย เกิดกาซชีวภาพ ลอยสะสมดานบน ทำใหผาพีวิซีโปงพองขึ้นเรื่อย ๆ แรงดันของกาซในบอหมักจะดันกาซเขาสูระบบทอและ ดันกากตะกอนลนออกเขาสูบอรับกากตะกอนหรือบอดึงกากตะกอนและบอสูบตะกอน โดยกาซชีวภาพที่ได ลำเลียงผานระบบทอเพื่อนำนำไปใชประโยชน ในสวนของตะกอนที่ไดจากบอสูบตะกอนสามารถใชประโยชน กับพืชสวน ไร นา หรือตากแหงเพื่อการจำหนาย สำหรับน้ำที่ผานการบำบัดสามารถนำไปใชประโยชนภายใน ฟารม หรือปลอยลงแหลงน้ำตามธรรมชาติได ดังภาพที่ 3.7


33 ที่มา: กรมปศสุัตว ภาพที่ 3.7 กระบวนการบำบัดน้ำเสีย 3.7 ลักษณะทั่วไปของฟารมสุกรกลุมตัวอยาง 3.7.1 ลักษณะสวนบุคคล (ตารางที่ 3.3) 1) เพศ ผูเลี้ยงสุกรเปนเพศชายมีจำนวน 85 ราย และเพศหญิง 59 ราย คิดเปนรอยละ 58.70 และ รอยละ 41.30 ของกลุมตัวอยาง ตามลำดับ 2) อายุ ผูเลี้ยงสุกรมีอายุระหวาง 40 - 49 ป มากที่สุด จำนวน 47 ราย คิดเปนรอยละ 32.64 รองลงมา คือ อายุระหวาง 50 – 59 ป จำนวน 45 ราย คิดเปนรอยละ 31.25อายุระหวาง 60 ปขึ้นไป จำนวน 32 ราย คิดเปนรอยละ 22.32และอายุระหวาง 30 – 39 ป จำนวน 20 ราย คิดเปนรอยละ 13.89 บอผึ่ง 1 บอผึ่ง 2 บอผึ่ง 3 บอผึ่ง 4 บอดกัทราย บอรวมน้ำเสีย บอสูบตะกอน บอดงึกาก บอบำบัดนำ้เสีย น้ำที่ผานการบำบดัแลวสามารถระบายสูแหลงน้ำธรรมชาติหรือนำกลับมาใชหมุนเวียนภายในฟารมรดพื้นที่เพาะปลูก น้ำเสยีจากฟารม บอเติม นำกาซไปใชประโยชน ถังควบคุมแรงดัน วัสดุปรับปรุงดิน บอน้ำลน ลานตากตะกอน หมายเหตุ รดพื้นที่เพาะปลูก ทิศทางการไหลของน้ำเสีย ทิศทางการไหลของ Biogas ทิศทางการไหลของตะกอน ปมน้ำ


34 3) ประสบการณทำระบบบำบัดน้ำเสียแบบผลิตกาซชีวภาพ ผูเลี้ยงสุกรที่มีประสบการณทำระบบบำบัดน้ำเสียแบบผลิตกาซชีวภาพระยะเวลา 6 - 10 ป มากที่สุด จำนวน 66 ราย คิดเปนรอยละ 45.65 รองลงมา คือ ระยะเวลา 1 - 5 ป จำนวน 32 ราย คิดเปนรอยละ 22.46 ระยะเวลา 11 - 15 ป จำนวน 22 ราย คิดเปนรอยละ 15.22 ระยะเวลา 16 - 20 ป จำนวน 21 ราย คิดเปน รอยละ 14.49 และระยะเวลามากกวา 20 ปขึ้นไป จำนวน 3 ราย คิดเปนรอยละ 2.17 ตารางที่ 3.3 ลักษณะสวนบุคคลของเกษตรกรกลุมตัวอยาง ป 2564 รายการ จำนวน (ราย) รอยละ 1. เพศ หญิง 59 41.30 ชาย 85 58.70 รวม 144 100.00 2. อายุ ต่ำกวา 30 ป - - 30 – 39 ป 20 13.89 40 – 49 ป 47 32.64 50 – 59 ป 45 31.25 ตั้งแต 60 ปขึ้นไป 32 22.32 รวม 144 100.00 3. ประสบการณทำระบบบำบัดน้ำเสียแบบผลิตกาซชีวภาพ 1 - 5 ป 32 22.46 6 – 10 ป 66 45.65 11 – 15 ป 22 15.22 16 – 20 ป 21 14.49 มากกวา 20 ปขึ้นไป 3 2.17 รวม 144 100.00 ที่มา : จากการสำรวจ 3.7.2 การเลี้ยงสุกรของเกษตรกร 1) ลักษณะการเลี้ยงสุกร ฟารมสุกรที่ผูเลี้ยงสุกรขุนแบบเกษตรพันธสัญญามีจำนวน 141 ฟารม คิดเปนรอยละ 97.92 ของกลุมตัวอยาง และเลี้ยงสุกรขุนแบบอิสระ จำนวน 2 ฟารม คิดเปนรอยละ 2.08 ซึ่งการเลี้ยงสุกรขุน แบบเกษตรพันธสัญญา จะทำสัญญาสงมอบหรือจำหนายกับบริษัทคูสัญญา และบริษัทคูสัญญาไดมีการสนับสนุนให เกษตรกรจัดทำระบบบำบัดน้ำเสียแบบผลิตกาซชีวภาพ โดยบริษัทจะใหคาตอบแทนเพิ่มขึ้นประมาณ 10 - 20 สตางคต อกิโลกรัม เพื่อจูงใจเกษตรกร 2) ขนาดพื้นที่ฟารม ฟารมสุกรสวนใหญมีขนาดพื้นที่ฟารมระหวาง 1 - 10 ไรจำนวน 90 ฟารม คดิเปนรอยละ 62.50 รองลงมา คือ มีขนาดพื้นที่ฟารมระหวาง 11 - 20 ไร จำนวน 30 ฟารม คิดเปนรอยละ 20.83 มีขนาดพื้นที่


35 ฟารมระหวาง 21 - 30 ไร จำนวน 11 ฟารม คิดเปนรอยละ 7.64 มีขนาดพื้นที่ฟารมระหวาง 31 - 40 ไร จำนวน 4 ฟารม คิดเปนรอยละ2.78และมีขนาดพื้นที่ฟารมมากกวา40ไรขึ้นไป จำนวน 9 ฟารม คดิเปนรอยละ6.25 3) จำนวนสุกรในฟารม ฟารมสุกรสวนใหญมีจำนวนสุกรตั้งแต 500 - 5,000 ตัวตอรุน จำนวน 132 ฟารม คิดเปน รอยละ 91.67 รองลงมา คือ มีจำนวนสุกรตั้งแต 50 - 499 ตัวตอรุน จำนวน 6 ฟารม คิดเปนรอยละ 4.17 และ มีจำนวนสุกรมากกวา 5,000 ตัว ขึ้นไปตอรุน จำนวน 6 ฟารม คิดเปนรอยละ 4.17 4) จำนวนโรงเรือนเลี้ยงสุกร ฟารมสุกรสวนใหญมีโรงเรือนเลี้ยงสุกร 1 หลัง มีจำนวน 78 ฟารม คิดเปนรอยละ 54.17 รองลงมา คือ มีโรงเรือนเลี้ยงสุกร 2 หลัง มีจำนวน 39 ฟารม คิดเปนรอยละ 27.08 มีโรงเรือนเลี้ยงสุกร 3 หลัง มีจำนวน 21 ฟารม คิดเปนรอยละ 14.58 และมีโรงเรือนเลี้ยงสุกร 4 หลัง ขึ้นไป มีจำนวน 6 ฟารม คิดเปนรอยละ 4.17 5) ปริมาณน้ำเสีย ฟารมสุกรขนาดกลาง จำนวน 132 ฟารม มีปริมาณน้ำเสียเฉลี่ย 7,412 ลบ.ม. ตอฟารมตอป รองลงมา คือ ฟารมสุกรขนาดเล็ก จำนวน 6 ฟารม มีปริมาณน้ำเสียเฉลี่ย 3,374 ลบ.ม. ตอฟารมตอป และ ฟารมสุกรขนาดใหญ จำนวน 6 ฟารม มีปริมาณน้ำเสียเฉลี่ย 50,400 ลบ.ม. ตอฟารมตอป ตารางที่ 3.4 การเลี้ยงสุกรของเกษตรกรกลุมตัวอยาง ป 2564 รายการ จำนวน (ฟารม) รอยละ 1. ลักษณะการเลี้ยง เลี้ยงสุกรขุนแบบเกษตรพันธสัญญา 141 97.92 เลี้ยงสุกรขุนแบบอิสระ 3 2.08 รวม 144 100.00 2. ขนาดพื้นที่ฟารม 1 - 10 ไร 90 62.50 11 – 20 ไร 30 20.83 21 – 30 ไร 11 7.64 31 – 40 ไร 4 2.78 มากกวา 40 ไร ขึ้นไป 9 6.25 รวม 144 100.00 3. จำนวนสุกรในฟารม ตั้งแต 50 - 499 ตัวตอรุน 6 4.17 ตั้งแต 500 - 5,000 ตัวตอรุน 132 91.67 มากกวา 5,000 ตัวตอรุน 6 4.17 รวม 144 100.00


36 ตารางที่ 3.4 (ตอ) รายการ จำนวน (ฟารม) รอยละ 4. จำนวนโรงเรือนเลี้ยงสุกร 1 หลัง 78 54.17 2 หลัง 39 27.08 3 หลัง 21 14.58 4 หลัง ขื้นไป 6 4.17 รวม 144 100.00 5. ปริมาณน้ำเสีย ฟารมขนาดเล็ก (เฉลี่ย 3,374 ลบ.ม.ตอฟารมตอป) 6 4.17 ฟารมขนาดกลาง (เฉลี่ย 7,412 ลบ.ม.ตอฟารมตอป) 132 91.67 ฟารมขนาดใหญ (เฉลี่ย 50,400 ลบ.ม.ตอฟารมตอป) 6 4.17 รวม 144 100.00 ที่มา : จากการสำรวจ


บทที่ 4 ผลการวิจัย 4.1 ตนทุนการผลิตและผลตอบแทนของการใชประโยชนกาซชีวภาพเปนพลังงานทดแทนภายในฟารม 4.1.1 ฟารมขนาดเล็ก จากการศกึษาตนทุนการผลิตและผลตอบแทนของการใชประโยชนกาซชีวภาพเปนพลังงานทดแทน ภายในฟารมของฟารมสุกรขนาดเล็ก (สุกรขุนตั้งแต 50 - 499 ตัว) พบวา เกษตรกรมีตนทุนการผลิตกาซชีวภาพ จากสิ่งปฏิกูลในฟารมสุกรเฉลี่ยฟารมละ 122,225.59 บาทตอป จำแนกเปนตนทุนที่เปนเงินสด 21,460.38 บาทตอป และตนทุนที่ไมเปนเงินสด 100,765.21 บาทตอป และเมื่อพิจารณาตามประเภทตนทุน พบวา ตนทุนผันแปร ประกอบดวย คารวบรวมน้ำเสีย คาแรงงาน คาไฟและน้ำมันเชื้อเพลิง คาบำรุงรักษาเครื่องยนตฉุดพัดลมโรงเรือน และคาเสียโอกาสเงินลงทุน มีตนทุนผันแปรเฉลี่ยฟารมละ 64,893.10 บาทตอป หรือคิดเปนรอยละ 53.09 ของ ตนทุนรวม โดยตนทุนคารวบรวมน้ำเสียเปนตนทุนผันแปรที่มีสัดสวนสูงที่สุด คิดเปนรอยละ 28.53 ของตนทุนรวม สำหรับตนทุนคงที่ ประกอบดวย คาใชที่ดิน คาเสื่อมระบบบำบัดน้ำเสียและเครื่องยนตฉุดพัดลมโรงเรือน คาเสียโอกาสเงินลงทุนระบบบำบัดน้ำเสียและเครื่องยนตฉุดพัดลมโรงเรือน มีตนทุนคงที่เฉลี่ยฟารมละ 57,332.49 บาทตอป หรือคิดเปนรอยละ 46.91 ของตนทุนรวม โดยตนทุนคาเสื่อมเครื่องยนตฉุดพัดลมโรงเรือน เปนตนทุนคงที่ที่มีสัดสวนสูงที่สุด คดิเปนรอยละ 21.44 ของตนทุนรวม (ตารางที่4.1) ฟารมสุกรขนาดเล็ก เลี้ยงสุกรขุนเฉลี่ยรุนละ 442 ตัว น้ำหนักสุกรขุนเฉลี่ย 60 กิโลกรัม โดยน้ำหนัก สุกร 500 กิโลกรัม เทากับน้ำหนักหนวยปศุสัตว (นปส.) 1 หนวย ซึ่งสุกรขุน 442 ตัว คิดเปน 53.04 นปส. ทั้งนี้ จากขอมูลของกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษพลังงาน พบวา 1 นปส. จะผลิตกาซชีวภาพได 0.85 ลบ.ม. ตอวัน ดังนั้น การเลี้ยงสุกรขุน 53.04 นปส. จะผลิตกาซชีวภาพได 45.08 ลบ.ม. ตอวัน การเลี้ยงสุกรขุน มีระยะเวลายืนคอกเฉลี่ยรุนละ 159 วัน จึงผลิตกาซชีวภาพได 7,167.72 ลบ.ม. ตอรุน เลี้ยงสุกรขุนปละ 2 รุน จึงมีผลผลิตกาซชีวภาพเฉลี่ยฟารมละ 14,335.44 ลบ.ม. ตอป (ตารางที่ 4.1) ทั้งนี้ จากขอมูลของกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษพลังงาน พบวา กาซชีวภาพ 1 ลบ.ม. (คาความรอน 21 เมกกะจูล) เทียบเทาน้ำมันดีเซล 0.6 ลิตร ซึ่งฟารมขนาดเล็กไดนำกาซชีวภาพมาใชเปน พลังงานทดแทนการใชน้ำมันดีเซลสำหรับเครื่องฉุดพัดลมโรงเรือน ทำใหลดปริมาณการใชน้ำมันดีเซลลง เฉลี่ยฟารมละ 2,461.24 ลิตรตอป เทียบเทาปริมาณกาซชีวภาพ 4,102.07 ลบ.ม. สงผลใหฟารมขนาดเล็กลดตนทุน คาน้ำมันดีเซลในการเลี้ยงสุกร หรือเปนผลตอบแทนทางออมจากการผลิตกาซชีวภาพจากสิ่งปฏิกูลในฟารมสุกร คิดเปนมูลคา 68,840.88 บาทตอฟารมตอป ณ ราคาน้ำมันดีเซล ป 2564 เฉลี่ยลิตรละ 27.97 บาท (ตารางที่ 4.2) 4.1.2 ฟารมขนาดกลาง จากการศกึษาตนทุนการผลิตและผลตอบแทนของการใชประโยชนกาซชีวภาพเปนพลังงานทดแทน ภายในฟารมของฟารมสุกรขนาดกลาง (สุกรขุนตั้งแต 500 - 5,000 ตัว) พบวา เกษตรกรมีตนทุนการผลิต กาซชีวภาพจากสิ่งปฏิกูลในฟารมสุกรเฉลี่ยฟารมละ 292,318.83 บาทตอป จำแนกเปนตนทุนที่เปนเงินสด 44,032.31 บาทตอป และตนทุนที่ไมเปนเงินสด 248,286.52 บาทตอป และเมื่อพิจารณาตามประเภทตนทุน


38 พบวา ตนทุนผันแปร ประกอบดวย คารวบรวมน้ำเสีย คาแรงงาน คาไฟและน้ำมันเชื้อเพลิง คาบำรุงรักษา เครื่องยนตฉุดพัดลมโรงเรือน และคาเสียโอกาสเงินลงทุน มีตนทุนผันแปรเฉลี่ยฟารมละ 147,303.68 บาทตอป หรือ คิดเปนรอยละ 50.39 ของตนทุนรวม โดยตนทุนคารวบรวมน้ำเสียเปนตนทุนผันแปรที่มีสัดสวนสูงที่สุด คิดเปน รอยละ 26.84 ของตนทุนรวม สำหรับตนทุนคงที่ ประกอบดวย คาใชที่ดิน คาเสื่อมระบบบำบัดน้ำเสียและ เครื่องยนตฉุดพัดลมโรงเรือน คาเสียโอกาสเงินลงทุนระบบบำบัดน้ำเสียและเครื่องยนตฉุดพัดลมโรงเรือน มีตนทุนคงที่เฉลี่ยฟารมละ 145,015.15 บาทตอป หรือคิดเปนรอยละ 49.61 ของตนทุนรวม โดยตนทุนคาเสื่อม เครื่องยนตฉุดพัดลมโรงเรือนเปนตนทุนคงที่ที่มีสัดสวนสูงที่สุด คิดเปนรอยละ 18.28 ของตนทุนรวม (ตารางที่ 4.3) ฟารมสุกรขนาดกลาง เลี้ยงสุกรขุนเฉลี่ยรุนละ 1,046 ตัว น้ำหนักสุกรขุนเฉลี่ย 60 กิโลกรัม โดยน้ำหนัก สุกร 500 กิโลกรัม เทากับน้ำหนักหนวยปศุสัตว (นปส.) 1 หนวย ซึ่งสุกรขุน 1,046 ตัว คิดเปน 125.52 นปส. ซึ่งการเลี้ยงสุกรขุน 125.52 นปส. จะผลิตกาซชีวภาพได 106.69 ลบ.ม. ตอวัน การเลี้ยงสุกรขุนมีระยะเวลายืนคอก เฉลี่ยรุนละ 147 วัน จึงผลิตกาซชีวภาพได 15,683.43 ลบ.ม. ตอรุน เลี้ยงสุกรขุนปละ 2 รุน จึงมีผลผลิต กาซชีวภาพเฉลี่ยฟารมละ 31,366.86 ลบ.ม. ตอป (ตารางที่ 4.3) ทั้งนี้ ฟารมขนาดกลางไดนำกาซชีวภาพมาใชเปนพลังงานทดแทนการใชน้ำมันดีเซลสำหรับ เครื่องฉุดพัดลมโรงเรือน ทำใหลดปริมาณการใชน้ำมันดีเซลลงเฉลี่ยฟารมละ 2,739.70 ลิตรตอป เทียบเทา ปริมาณกาซชีวภาพ 4,566.17 ลบ.ม. สงผลใหฟารมขนาดกลางลดตนทุนคาน้ำมันดีเซลในการเลี้ยงสุกร หรือเปน ผลตอบแทนทางออมจากการผลิตกาซชีวภาพจากสิ่งปฏิกูลในฟารมสุกรคิดเปนมูลคา 76,629.41 บาทตอฟารมตอป ณ ราคาน้ำมันดีเซล ป 2564 เฉลี่ยลิตรละ 27.97 บาท (ตารางที่ 4.4) 4.1.3 ฟารมขนาดใหญ จากการศึกษาตนทุนการผลิตและผลตอบแทนของการใชประโยชนกาซชีวภาพเปนพลังงานทดแทน ภายในฟารมของฟารมสุกรขนาดใหญ (สุกรขุนมากกวา 5,000 ตัว) พบวา เกษตรกรมีตนทุนการผลิตกาซชีวภาพ จากสิ่งปฏิกูลในฟารมสุกรเฉลี่ยฟารมละ 802,589.08 บาทตอป จำแนกเปนตนทุนที่เปนเงินสด 226,207.41 บาทตอป และตนทุนที่ไมเปนเงินสด 576,381.66 บาทตอป และเมื่อพิจารณาตามประเภทตนทุน พบวา ตนทุนผันแปร ประกอบดวย คารวบรวมน้ำเสีย คาแรงงาน คาไฟและน้ำมันเชื้อเพลิง คาบำรุงรักษาเครื่องกำเนิดไฟฟา และ คาเสียโอกาสเงินลงทุน มีตนทุนผันแปรเฉลี่ย 448,456.33 บาทตอป หรือคิดเปนรอยละ 55.88 ของตนทุนรวม โดยตนทุนคารวบรวมน้ำเสียเปนตนทุนผันแปรที่มีสัดสวนสูงที่สุด คดิเปนรอยละ 26.94 ของตนทุนรวม สำหรับ ตนทุนคงที่ประกอบดวย คาใชที่ดิน คาเสื่อมระบบบำบัดน้ำเสียและเครื่องกำเนิดไฟฟา คาเสียโอกาสเงินลงทุน ระบบบำบัดน้ำเสียและเครื่องกำเนิดไฟฟา มีตนทุนคงที่เฉลี่ย 354,132.75 บาทตอป หรือคิดเปนรอยละ 44.12 ของตนทุนรวม โดยตนทุนคาเสื่อมเครื่องกำเนิดไฟฟา เปนตนทุนคงที่ที่มีสัดสวนสูงที่สุด คิดเปนรอยละ 20.26 ของตนทุนรวม (ตารางที่ 4.5) ฟารมสุกรขนาดใหญ เลี้ยงสุกรขุนเฉลี่ยรุนละ 7,429 ตัว น้ำหนักสุกรขุนเฉลี่ย 60 กิโลกรัม โดยน้ำหนัก สุกร 500 กิโลกรัม เทากับน้ำหนักหนวยปศุสัตว (นปส.) 1 หนวย ซึ่งสุกรขุน 7,429 ตัว คิดเปน 891.48 นปส. ซึ่งการเลี้ยงสุกรขุน 891.48 นปส. จะผลิตกาซชีวภาพได 757.76 ลบ.ม. ตอวัน การเลี้ยงสุกรมีระยะเวลายืนคอก


39 เฉลี่ยรุนละ 143 วัน จึงผลิตกาซชีวภาพได 108,359.68 ลบ.ม. ตอรุน เลี้ยงสุกรขุนปละ 2 รุน จึงมีผลผลิต กาซชีวภาพเฉลี่ยฟารมละ 216,719.36 ลบ.ม. ตอป (ตารางที่ 4.5) ทั้งนี้ จากขอมูลของกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษพลังงาน พบวา กาซชีวภาพ 1 ลบ.ม. (คาความรอน 21 เมกกะจูล) เทียบเทาไฟฟา 1.2 หนวย (kWh) ซึ่งฟารมขนาดใหญไดนำกาซชีวภาพมาใชเปน เชื้อเพลิงสำหรับเครื่องกำเนิดไฟฟาเพื่อผลิตไฟฟาใชภายในฟารม ทำใหลดปริมาณการซื้อไฟฟาลงเฉลี่ยฟารมละ 257,290.51 หนวย (kWh) เทียบเทาปริมาณกาซชีวภาพ 214,408.76 ลบ.ม. สงผลใหฟารมขนาดใหญลดตนทุน คาไฟฟาในการเลี้ยงสุกร หรือเปนผลตอบแทนทางออมจากการผลิตกาซชีวภาพจากสิ่งปฏิกูลในฟารมสุกรคิดเปน มูลคา 995,714.27 บาทตอฟารมตอป ณ ราคาคาไฟฟา ป 2564 เฉลี่ย 3.87 บาทตอหนวย (ตารางที่ 4.6) ตารางที่ 4.1 ตนทุนการผลิตกาซชีวภาพเปนพลังงานทดแทนภายในฟารมขนาดเล็ก ป 2564 หนวย : บาท/ฟารม/ป รายการ เงินสด ไมเปนเงินสด รวม รอยละ 1. ตนทุนผันแปร 21,460.38 43,432.72 64,893.10 53.09 1.1 คารวบรวมน้ำเสีย 34,876.21 34,876.21 28.53 1.2 คาแรงงาน 7,600.00 7,687.50 15,287.50 12.51 1.3 คาไฟ และน้ำมันเชื้อเพลิง 1,649.00 1,649.00 1.35 1.4 คาบำรุงรักษาเครื่องยนตฉุดพดัลม 11,782.00 11,782.00 9.64 1.5 คาเสียโอกาสเงนิลงทุน 429.38 869.01 1,298.39 1.06 2. ตนทุนคงที่ 57,332.50 57,332.50 46.91 2.1 คาใชที่ดิน 2,500.00 2,500.00 2.05 2.2 คาเสื่อมระบบบำบัดน้ำเสยี 15,811.23 15,811.23 12.94 2.3 คาเสื่อมเครื่องยนตฉุดพัดลม 26,205.56 26,205.56 21.44 2.4 คาเสียโอกาสเงนิลงทุนระบบบำบัดน้ำเสีย 10,260.67 10,260.67 8.39 2.5 คาเสียโอกาสเงนิลงทุนเครื่องยนตฉุดพัดลม 2,555.04 2,555.04 2.09 3. ตนทุนรวม 21,460.38 100,765.22 122,225.60 100.00 4. ผลผลิตกาซชีวภาพ (ลบ.ม.) 14,335.44 5. ตนทุนรวมตอผลผลิต (บาท/ลบ.ม.) 8.53 ที่มา : จากการคำนวณ


40 ตารางที่ 4.2 ผลตอบแทนจากการผลิตกาซชีวภาพเปนพลังงานทดแทนภายในฟารมขนาดเล็ก ป 2564 รายการ ผลตอบแทน 1. ปริมาณน้ำมันดีเซลที่ใชลดลง (ลิตร/ป/ฟารม) 2,461.24 2. ราคาน้ำมันดเีซลเฉลยี่(บาท/ลติร) 27.97 3. มูลคาน้ำมันดีเซลที่ใชลดลง (บาท/ป/ฟารม ) 68,840.88 4. ปริมาณกาซชีวภาพที่นำมาใชในฟารม (ลบ.ม./ป/ฟารม) 4,102.07 ที่มา : จากการคำนวณ ตารางที่ 4.3 ตนทุนการผลิตกาซชีวภาพเปนพลังงานทดแทนภายในฟารมขนาดกลาง ป 2564 หนวย : บาท/ฟารม/ป รายการ เงินสด ไมเปนเงินสด รวม รอยละ 1. ตนทุนผันแปร 44,032.31 103,271.37 147,303.68 50.39 1.1 คารวบรวมน้ำเสีย 78,461.20 78,461.20 26.84 1.2 คาแรงงาน 23,960.00 23,034.00 46,994.00 16.08 1.3 คาไฟ และน้ำมันเชื้อเพลิง 4,215.00 4,215.00 1.44 1.4 คาบำรุงรักษาเครื่องยนตฉุดพดัลม 15,100.00 15,100.00 5.17 1.5 คาเสียโอกาสเงนิลงทุน 757.31 1,776.17 2,533.48 0.86 2. ตนทุนคงที่ 145,015.15 145,015.15 49.61 2.1 คาใชที่ดิน 6,755.39 6,755.39 2.31 2.2 คาเสื่อมระบบบำบัดน้ำเสยี 46,145.00 46,145.00 15.79 2.3 คาเสื่อมเครื่องยนตฉุดพัดลม 53,437.00 53,437.00 18.28 2.4 คาเสียโอกาสเงนิลงทุนระบบบำบัดน้ำเสีย 29,994.25 29,994.25 10.26 2.5 คาเสียโอกาสเงนิลงทุนเครื่องยนตฉุดพัดลม 8,683.51 8,683.51 2.97 3. ตนทุนรวม 44,032.31 248,286.52 292,318.83 100.00 4. ผลผลิตกาซชีวภาพ (ลบ.ม.) 31,366.86 5. ตนทุนรวมตอผลผลิต (บาท/ลบ.ม.) 9.32 ที่มา : จากการคำนวณ


41 ตารางที่ 4.4 ผลตอบแทนจากการผลิตกาซชีวภาพเปนพลังงานทดแทนภายในฟารมขนาดกลาง ป 2564 รายการ ผลตอบแทน 1. ปริมาณน้ำมันดีเซลที่ใชลดลง (ลิตร/ป/ฟารม) 2,739.70 2. ราคาน้ำมันดเีซลเฉลยี่(บาท/ลติร) 27.97 3. มูลคาน้ำมันดีเซลที่ใชลดลง (บาท/ป/ฟารม ) 76,629.41 4. ปริมาณกาซชีวภาพที่นำมาใชในฟารม (ลบ.ม./ป/ฟารม) 4,566.17 ที่มา : จากการคำนวณ ตารางที่ 4.5 ตนทุนการผลิตกาซชีวภาพเปนพลังงานทดแทนภายในฟารมขนาดใหญ ป 2564 หนวย : บาท/ฟารม/ป รายการ เงินสด ไมเปนเงินสด รวม รอยละ 1. ตนทุนผันแปร 226,207.41 222,248.92 448,456.33 55.88 1.1 คารวบรวมน้ำเสีย - 216,256.80 216,256.80 26.94 1.2 คาแรงงาน 123,908.57 123,908.57 15.44 1.3 คาไฟ และน้ำมันเชื้อเพลิง 16,200.00 16,200.00 2.02 1.4 คาบำรุงรักษาเครื่องกำเนดิไฟฟา 80,000.00 80,000.00 9.97 1.5 คาเสียโอกาสเงนิลงทุน 6,098.84 5,992.12 12,090.96 1.51 2. ตนทุนคงที่ - 354,132.75 354,132.75 44.12 2.1 คาใชที่ดิน - 15,571.43 15,571.43 1.94 2.2 คาเสื่อมระบบบำบัดน้ำเสยี- 84,210.00 84,210.00 10.49 2.3 คาเสื่อมเครื่องกำเนิดไฟฟา - 162,619.00 162,619.00 20.26 2.4 คาเสียโอกาสเงนิลงทุนระบบบำบัดน้ำเสีย - 54,736.50 54,736.50 6.82 2.5 คาเสียโอกาสเงนิลงทุนเครื่องกำเนิดไฟฟา - 36,995.82 36,995.82 4.61 3. ตนทุนรวม 226,207.41 576,381.67 802,589.08 100.00 4. ผลผลิตกาซชีวภาพ (ลบ.ม.) 216,719.36 5. ตนทุนรวมตอผลผลิต (บาท/ลบ.ม.) 3.70 ที่มา : จากการคำนวณ


42 ตารางที่ 4.6 ผลตอบแทนจากการผลิตกาซชีวภาพเปนพลังงานทดแทนภายในฟารมขนาดใหญ ป 2564 รายการ ผลตอบแทน 1. ปริมาณไฟฟาที่ใชลดลง (หนวย/ป/ฟารม ) 257,290.51 2. ราคาคาไฟฟาเฉลี่ย (บาท/หนวย) 3.87 3. มูลคาไฟฟาที่ใชลดลง (บาท/ป/ฟารม) 995,714.27 4. ปริมาณกาซชีวภาพที่นำมาใชในฟารม (ลบ.ม./ป/ฟารม) 214,408.76 ที่มา : จากการคำนวณ เมื่อพิจารณาศักยภาพของฟารมสุกรแตละขนาดในการบริหารจัดการการผลิตกาซชีวภาพเปน พลังงานทดแทนภายในฟารมแลว (ตารางที่ 4.7) พบวา ฟารมสุกรขุนแตละขนาดยังมีปริมาณกาซชีวภาพ ที่ไมไดถูกนำมาใชประโยชนเหลืออยู โดยฟารมขนาดกลาง มีปริมาณกาซชีวภาพที่ไมไดถูกนำมาใชประโยชนมากที่สุด จำนวน 26,800.69 ลบ.ม.ตอฟารมตอป รองลงมา ไดแก ฟารมขนาดเล็ก จำนวน 10,233.37 ลบ.ม.ตอฟารมตอป และ ฟารมขนาดใหญ จำนวน 2,310.60 ลบ.ม.ตอฟารมตอป หากฟารมสุกรนำกาซชีวภาพมาใชประโยชนเต็มศักยภาพ การผลิต โดยกาซชีวภาพ 1 ลบ.ม. (คาความรอน 21 เมกกะจูล) เทียบเทาน้ำมันดีเซล 0.6 ลิตร และไฟฟา 1.2 หนวย (kWh) ฟารมขนาดเล็กซึ่งมีผลผลิตกาซชีวภาพ 14,335.44 ลบ.ม. จะสามารถลดปริมาณการใช น้ำมันดีเซลในการเลี้ยงสุกรได8,601.26 ลิตรคิดเปนมูลคา 240,577.24 บาทตอฟารมตอป และฟารมขนาดกลาง ซึ่งมีผลผลิตกาซชีวภาพ 31,366.86 ลบ.ม. จะสามารถลดปริมาณการใชน้ำมันดีเซลในการเลี้ยงสุกรได 18,820.12 ลิตร คิดเปนมูลคา 526,398.76 บาทตอฟารมตอป ณ ราคาน้ำมันดีเซล ป 2564 เฉลี่ยลิตรละ 27.97 บาท ในขณะที่ ฟารมขนาดใหญซึ่งมีผลผลิตกาซชีวภาพ 216,719.36 ลบ.ม.ตอฟารมตอป จะสามารถลดปริมาณการซื้อไฟฟา ในการเลี้ยงสุกรได 260,063.23 หนวย (kWh) คิดเปนมูลคา 1,006,444.70 บาทตอฟารมตอป ณ ราคาคาไฟฟา ป 2564 เฉลี่ย 3.87 บาท/หนวย ตารางที่ 4.7 ศักยภาพของฟารมสุกรแตละขนาดในการบริหารจัดการการผลิตกาซชีวภาพ ป 2564 รายการ ฟารมขนาดเล็ก ฟารมขนาดกลาง ฟารมขนาดใหญ 1. ผลผลิตกาซชีวภาพ (ลบ.ม/ฟารม /ป) 14,335.44 31,366.86 216,719.36 2. ปริมาณกาซชีวภาพที่นำมาใช (ลบ.ม./ฟารม/ป) 4,102.07 4,566.17 214,408.76 3. ตนทุนรวม (บาท/ฟารม/ป) 122,225.59 292,318.83 802,589.08 4. ผลตอบแทน (บาท/ฟารม/ป) 68,840.88 76,629.41 995,714.27 5. ปริมาณกาซชีวภาพที่ไมไดนำมาใช (ลบ.ม./ฟารม/ป) 10,233.37 26,800.69 2,310.60 6. ผลตอบแทนหากใชกาซชีวภาพ (บาท/ฟารม/ป) 240,577.24 526,398.76 1,006,444.70 เต็มศักยภาพการผลิต ที่มา : จากการคำนวณ


43 4.2 การวิเคราะหโซอุปทานการผลิตกาซชีวภาพจากสิ่งปฏิกูลในฟารมสุกร โครงสรางโซอุปทานการผลิตกาซชีวภาพจากสิ่งปฏิกูลในฟารมสุกรจะแสดงถึงความเชื่อมโยง ของผูมีสวนเกี่ยวของทั้งหมดตลอดโซอุปทานกาซชีวภาพ โดยแบงออกเปน 3 สวน ดังนี้ 1) ตนน้ำ มีผูเกี่ยวของที่สำคัญ ไดแก เกษตรกรผูเลี้ยงสุกร จำนวน 144 ฟารม เปนผูผลิตน้ำเสียซึ่งเปน วัตถุดิบในการผลิตกาซชีวภาพ จำแนกเปนฟารมสุกรที่เขารวมโครงการลดกาซเรือนกระจกภาคสมัครใจตาม มาตรฐานของประเทศไทย (Thailand Voluntary Emission Reduction Program : T-VER) หรือ โครงการ T-VER ในพื้นที่ ต.ทามะนาว อ.ชัยบาดาล จ.ลพบุรี จำนวน 11 ฟารม และฟารมสุกรที่ไมไดเขารวมโครงการ T-VER จำนวน 133 ฟารม ทั้งนี้ หากจำแนกตามขนาดฟารมจะประกอบดวยฟารม 3 ขนาด ดังนี้ 1.1) ฟารมขนาดเล็ก 6 ฟารม เลี้ยงสุกรขุนปละ 2 รุน เฉลี่ยรุนละ 442 ตัว รวมปละ 884 ตัว ระยะเวลายืนคอกเฉลี่ยรุนละ 159 วัน มีอัตราการเกิดน้ำเสียเฉลี่ยวันละ 0.024 ลบ.ม.ตอตัว ซึ่งจะมีปริมาณ น้ำเสียเฉลี่ยฟารมละ 3,373 ลบ.ม.ตอป รวมปริมาณน้ำเสียทั้งหมด 20,238 ลบ.ม.ตอป 1.2) ฟารมขนาดกลาง 132 ฟารม เลี้ยงสุกรขุนปละ 2 รุน เฉลี่ยรุนละ 1,046 ตัว รวมปละ 2,092 ตัว ระยะเวลายืนคอกเฉลี่ยรุนละ 147 วัน มีอัตราการเกิดน้ำเสียเฉลี่ยวันละ 0.024 ลบ.ม.ตอตัว ซ่งึจะมีปริมาณน้ำเสีย เฉลี่ยฟารมละ 7,381 ลบ.ม.ตอป รวมปริมาณน้ำเสียทั้งหมด 974,292 ลบ.ม.ตอป 1.3) ฟารมขนาดใหญ 6 ฟารม เลี้ยงสุกรขุนปละ 2 รุน เฉลี่ยรุนละ 7,429 ตัว รวมปละ 14,858 ตัว ระยะเวลายืนคอกเฉลี่ยรุนละ 143 วัน มีอัตราการเกิดน้ำเสียเฉลี่ยวันละ 0.024 ลบ.ม.ตอตัว ซึ่งจะมีปริมาณ น้ำเสียเฉลี่ยฟารมละ 50,993 ลบ.ม.ตอปรวมปริมาณน้ำเสียทั้งหมด 305,958 ลบ.ม.ตอป 2) กลางน้ำ มีผูเกี่ยวของที่สำคัญ ไดแก องคการบริหารจัดการกาซเรือนกระจก (องคการมหาชน) หรือ อบก. และวิสาหกิจชุมชนกลุมผูใชกาซจากมูลสัตว ต.ทามะนาว จ.ลพบุรี โดย 2.1) อบก. ทำหนาที่เปนหนวยงานที่รับขึ้นทะเบียนโครงการ T-VER และใหการรับรองปริมาณ กาซเรือนกระจกที่ลด/กักเก็บไดภายใตโครงการ T- VER หรือเรียกวาคารบอนเครดิต รวมทั้งทำหนาที่เปนตัวกลาง ในการซื้อขายคารบอนเครดิต ซึ่งฟารมสุกร จำนวน 11 ฟารม ในพื้นที่ ต.ทามะนาว อ.ชัยบาดาล จ.ลพบุรี ไดเขารวมโครงการ T-VER ประเภทการจัดการของเสีย ซึ่งเปนกลไกสนับสนุนใหเกิดการลดการปลอยกาซเรือน กระจกในประเทศไทยโดยความสมัครใจ และสามารถนำปริมาณกาซเรือนกระจกที่เกิดขึ้นภายใตโครงการ T-VER หรือเรียกกวาคารบอนเครดิต ไปใชในการแลกเปลี่ยนหรือจำหนายเพื่อชดเชยกับปริมาณกาซเรือนกระจก ที่ปลอยออกมาจากกิจกรรมตางๆ ขององคกร บุคคล หรือผลิตภัณฑ 2.2) วิสาหกิจชุมชนกลุมผูใชกาซจากมูลสัตว ต.ทามะนาว จ.ลพบุรี จำนวน 11 ฟารม ที่เขารวม โครงการ T-VER ทำหนาที่เปนตัวกลางในการบริหารจัดการการสงกาซชีวภาพที่เกิดขึ้นจากฟารมสุกรไปยัง ครัวเรือนในชุมชน ต.ทามะนาว จ.ลพบุรี จำนวน 486 ครัวเรือน เพื่อใชทดแทนกาซหุงตม LPG โดยวิสาหกิจชุมชนฯ บริหารงานในรูปแบบของคณะกรรมการ ซึ่งมีการแบงเปนฝายเพื่อกำกับดูแลระบบตางๆ เชน ดูแลบอหมัก จุดเดรนน้ำ แนวทอ และซอมแซมเตาที่ใชกับกาซชีวภาพ นอกจากนี้ วิสาหกิจชุมชนฯ ไดนำรายไดจากการขาย คารบอนเครดิตและจากการเก็บคาบริการการใชกาซมาใชบำรุงรักษาระบบกาซชีวภาพของชุมชน รวมทั้ง แบงผลกำไร  ใหแกสมาชิก โดยปนผลใหเจาของฟารมสุกรที่ผลิตกาซรอยละ 25 นำสมทบเขากลุมผูใชกาซจากมูลสัตวรอยละ 35


44 ใชปนผลตามหุนและสวัสดิการแกสมาชิกรอยละ 20 ใชเปนคาตอบแทนคณะกรรมการรอยละ 10 และเปน คาตอบแทนตัวแทนคณะกรรมการเก็บคากาซรายเดือนรอยละ 10 3) ปลายน้ำ มีผูเกี่ยวของที่สำคญั ไดแกผูใชกาซในชุมชน ต.ทามะนาว และผูซื้อคารบอนเครดิตที่เกิดขึ้น ภายใตโครงการ T- VER โดย 3.1) ผูใชกาซในชุมชน ต.ทามะนาว จำนวน 486 ครัวเรือน ทำหนาที่เปนผูใชบริการกาซชีวภาพของ โครงการ T-VER เพื่อการหุงตม และจายคาบริการใหกับวิสาหกิจชุมชนกลุมผูใชกาซจากมูลสัตว ต.ทามะนาว จ.ลพบุรี เปนรายเดือน 3.2) ผูซื้อคารบอนเครดิตที่เกิดขึ้นภายใตโครงการ T- VER ไดแก องคกรธุรกิจ ภาครัฐ โรงงาน และ บุคคล ที่ตองการซื้อคารบอนเครดิตเพื่อมาชดเชยปริมาณกาซเรือนกระจกที่ปลอยมาจากกิจกรรมตางๆ ของตน สำหรับกิจกรรมในโซอุปทานการผลิตกาซชีวภาพจากสิ่งปฏิกูลในฟารมสุกร จะเริ่มตั้งแตกระบวนการ ผลิตในระดับตนน้ำของฟารมสุกรจนถึงปลายน้ำที่เปนผูบริโภคในประเทศ (ภาพที่ 4.1) ดังนี้ 1) กระบวนการผลิตของฟารมสุกรจะเริ่มตนจากกิจกรรมการทำความสะอาดคอกและโรงเรือน ซึ่งฟารม สุกรสวนใหญจะทำความสะอาดทุกวันใชเวลาประมาณ 2 ชั่วโมงตอโรงเรือน และน้ำเสียที่เกิดจากกระบวนการ ทำความสะอาดโรงเรือนจะถูกรวบรวมผานระบบรางหรือทอจากโรงเรือนเลี้ยงสุกรไปยังบอรวบรวมมูลสัตวและน้ำเสีย สงผานไปยังบอดักทรายเพื่อแยกทรายและขยะออกโดยจะปลอยน้ำเสียเขาบอบำบัดน้ำเสียแบบผลิต กาซชีวภาพทั้งหมด ซึ่งแตละฟารมจะออกแบบบอบำบัดน้ำเสียแบบผลิตกาซชีวภาพใหเหมาะสมกับปริมาณ น้ำเสียที่จะเกิดขึ้นในแตละวัน เมื่อน้ำเสียเขาสูบอบำบัดแลว จะยอยสลายสารอินทรียในน้ำเสีย เกิดกาซชีวภาพ ลอยขึ้นไปสะสมดานบนทำใหผาพีวิซีโปงพองขึ้นเรื่อย ๆ ใชเวลาประมาณ 30 วัน จึงพรอมนำกาซชีวภาพไปใช ประโยชนโดยลำเลียงผานระบบทอ จากการสำรวจ พบวา เกษตรกรผูเลี้ยงสุกร 144 ฟารม ผลิตกาซชีวภาพไดรวม 5,526,754.32 ลบ.ม.ตอป แบงออกเปนผลผลิตกาซชีวภาพของฟารมสุกรที่เขารวมโครงการ T-VER ในพื้นที่ ต.ทามะนาว อ.ชัยบาดาล จ.ลพบุรี 345,035.46 ลบ.ม.ตอป คิดเปนรอยละ 6.24 ของปริมาณผลผลิตกาซชีวภาพทั้งหมด และผลผลิตกาซชีวภาพ ของฟารมสุกรที่ไมไดเขารวมโครงการ T-VER 5,181,718.86 ลบ.ม.ตอป คิดเปนรอยละ 93.76 ของปริมาณ ผลผลิตกาซชีวภาพทั้งหมด โดยมีการกระจายของผลผลิตกาซชีวภาพ ดังนี้ 1.1) ผลผลิตกาซชีวภาพของฟารมสุกรที่เขารวมโครงการ T-VER ในพื้นที่ ต.ทามะนาว อ.ชัยบาดาล จ.ลพบุรี จำนวน 345,035.46 ลบ.ม.ตอป ไดนำมาใชเปนพลังงานทดแทนภายในฟารม 170,709.46 ลบ.ม.ตอป คิดเปนรอยละ 3.09 ของปริมาณผลผลิตกาซชีวภาพทั้งหมด สำหรับกาซชีวภาพสวนที่เหลือ 174,326 ลบ.ม.ตอป คิดเปนรอยละ 3.15 ของปริมาณผลผลิตกาซชีวภาพทั้งหมด ถูกสงไปใหกับผูใชกาซในชุมชน ต.ทามะนาว โดยมีวิสาหกิจชุมชนกลุมผูใชกาซจากมูลสัตว ต.ทามะนาว จ.ลพบุรี เปนตัวกลางในการบริหารจัดการสงกาซชีวภาพ ผานระบบทอไปยังครัวเรือนในชุมชน ต.ทามะนาว เพื่อใชทดแทนกาซหุงตม LPG จำนวน 486 ครัวเรือน โดยเปดการใชกาซใหแกครัวเรือน 230 ครัวเรือน ใน 2 ชวงเวลา คือ 05.00 - 9.00 น. และ 16.00 - 21.00 น. เก็บคาบริการเดือนละ 55 บาทตอครัวเรือน และที่เหลือ 256 ครัวเรือน เปดใหใชกาซไดแบบ 24 ชั่วโมง เก็บคาบริการเดือนละ 60 บาทตอครัวเรือน โดยในป 2564 วิสาหกิจชุมชนฯ มีรายไดจากการเก็บคาบริการ


45 กาซชีวภาพรวมปละ 336,120 บาท ซึ่งการนำกาซชีวภาพจากฟารมสุกรมาใชในชุมชนสงผลใหครัวเรือนประหยัด คาใชจายกาซหุงตมครัวเรือนละ 2,806 บาทตอป 1.2) ผลผลิตกาซชีวภาพของฟารมสุกรที่ไมไดเขารวมโครงการ T-VER จำนวน 5,181,718.86 ลบ.ม.ตอป ไดนำมาใชเปนพลังงานทดแทนภายในฟารม 1,862,130 ลบ.ม.ตอป คิดเปนรอยละ 33.70 ของปริมาณผลผลิต กาซชีวภาพทั้งหมด สำหรับกาซชีวภาพสวนที่เหลือ 3,319,588.86 ลบ.ม.ตอป คิดเปนรอยละ 60.06 ของ ปริมาณผลผลิตกาซชีวภาพทั้งหมด ไมไดนำมาใชประโยชน 2) การขึ้นทะเบียนโครงการ T-VER และการรับรองปริมาณกาซเรือนกระจก หรือคารบอนเครดิต โดย อบก. ซึ่งเปนผูพัฒนาโครงการ T-VER เพื่อสงเสริมและสนับสนุนใหทุกภาคสวนมีสวนรวมในการลด กาซเรือนกระจกในประเทศโดยความสมัครใจ และสามารถนำปริมาณการลดการปลอยกาซเรือนกระจกที่เกิดขึ้น หรือคารบอนเครดิต ไปขายในตลาดคารบอนภาคสมัครใจในประเทศได ซึ่งฟารมสุกร จำนวน 11 ฟารม ของ ต.ทามะนาว อ.ชัยบาดาล จ.ลพบุรี ไดรวมกันดำเนินการขึ้นทะเบียนโครงการ T-VER และไดถูกประเมิน ปริมาณกาซเรือนกระจกที่ลดหรือกักเก็บไดจากการดำเนินโครงการ โดยในป 2564 อบก. ไดรับรองปริมาณ กาซเรือนกระจกที่ลดหรือกักเก็บไดจากการดำเนินกิจกรรมของฟารมสุกรที่เขารวมโครงการ T-VER ซึ่งมีการบำบัด น้ำเสียแบบผลิตกาซชีวภาพและสงกาซชีวภาพไปใหกับชุมชน โดยมีปริมาณคารบอนเครดิตที่ไดรับการรับรอง จำนวน 5,156 ตันคารบอนไดออกไซดเทียบเทา นอกจากนี้ อบก. ทำหนาที่เปนตัวกลางในการซื้อขายคารบอนเครดิต โดยผูที่ตองการซื้อขาย จะตองยื่นขอเปดทะเบียนบัญชีซื้อขายคารบอนเครดิตกับ อบก. กอน และหลังจากการซื้อขายและชำระเงิน เกิดขึ้นแลว อบก. จะถายโอนคารบอนเครดิตจากบัญชีผูขายไปยังผูซื้อ ผูซื้อคารบอนเครดิตในประเทศ ไดแก องคกรธุรกิจ ภาครัฐ โรงงาน หรือบุคคลตางๆ ที่ตองการนำคารบอนเครดิตไปใชชดเชยกิจกรรมการปลอย กาซเรือนกระจกของตนเอง ซึ่งในป 2564 มีปริมาณคารบอนเครดิตที่ไดรับการรับรอง จำนวน 5,156 ตัน คารบอนไดออกไซดเทียบเทา มีราคาซื้อขาย 200 บาทตอตันคารบอนไดออกไซดเทียบเทา มีรายไดจากการขาย คารบอนเครดิต 1,031,200 บาท ซึ่งรายไดที่เกิดจากการขายคารบอนเครดิตจะถูกโอนเขาบัญชีของวิสาหกิจ ชุมชนกลุมผูใชกาซจากมูลสัตว ต.ทามะนาว จ.ลพบุรี เพื่อนำมาใชบำรุงรักษาระบบกาซชีวภาพของฟารมที่เขารวม โครงการและชุมชน รวมทั้งแบงผลกำไรใหแกสมาชิก


46 ที่มา : จากการสำรวจ ภาพที่ 4.1 โครงสรางและกิจกรรมในโซอุปทานการผลิตกาซชีวภาพจากสิ่งปฏิกูลในฟารมสุกร 4.3 แนวทางการบริหารจัดการสิ่งปฏิกูลจากฟารมสุกรเพื่อสรางมูลคาเพิ่มทางเศรษฐกิจ 4.3.1 การวิเคราะหจุดแขง็จุดออน โอกาส และอุปสรรค ของการบริหารจัดการสิ่งปฏิกูลจากฟารม สุกรเพื่อสรางมูลคาเพิ่มทางเศรษฐกิจ การวิเคราะหสภาพแวดลอม (SWOT Analysis) มีวัตถุประสงคเพื่อคนหาปจจัยเชิงกลยุทธ (Strategic Factors) ซึ่งแบงออกเปนปจจัยจากสภาพแวดลอมภายในและภายนอกองคการ ในการวิจัยครั้งนี้ ไดจัดประชุมกลุมยอย (Focus Group) ในแตละพื้นที่เพื่อทำการระดมความคิดเห็น และนำขอมูลมาวิเคราะห สภาพแวดลอมภายใน เพื่อหาจุดแข็ง (Strengths) และจุดออน (Weaknesses) ดวยเครื่องมือ McKinsey’s 7S Framework (ตารางที่ 4.8) และทำการวิเคราะหสภาพแวดลอมภายนอก เพื่อหาโอกาส (Opportunities) และอุปสรรค (Threats) ดวยเครื่องมือ PESTEL (ตารางที่ 4.9) 3.09 % ตนน้ำ ผลผลิต : กาซชีวภาพ กลางน้ำ ผลผลิต : คารบอนเครดิต กาซชีวภาพ ปลายน้ำ ผลผลิต : คารบอนเครดิต กาซชีวภาพ 6.24 % ฟารมสุกร 100% วิสาหกิจชุมชนกลุม ผูใชกาซจากมูลสตัว ผูใชกาซ 93.76 % ไมไดนำมาใชในฟารม 60.06 % ใชในฟารม 36.79 % 3.15 % 3.15 % 33.70 % 60.06 %


47 ตารางที่ 4.8 ตัวแปรจุดแข็ง จุดออน ของการบริหารจัดการสิ่งปฏิกูลจากฟารมสุกร ดวย McKinsey’s 7S McKinsey’s 7S Framework จุดแข็ง (Strengths) จุดออน (Weaknesses) กลยุทธ (Strategy) S1 การเลี้ยงสุกรในรูปแบบเกษตรพันธสัญญา สงเสริมใหเกิดการพัฒนาการทำระบบ บำบัดน้ำเสียแบบผลิตกาซชีวภาพ S2 มีฟารมตนแบบของการจัดการสิ่งปฏิกูล จากฟารมสุกรเปนแหลงเรียนรูในการ พัฒนา W1 ฟารมสุกรมีลักษณะความเปนปจเจกนยิม ขาดการรวมกลุมในการพัฒนา ทำให เทคโนโลยีในการผลิตและการนำกาซ ชีวภาพไปใชประโยชนมีประสิทธิภาพ ที่แตกตางกันตามแตศักยภาพของฟารม โครงสราง (Structure) S3 เจาของกิจการเปนผูมีอำนาจในการ ตัดสินใจและการควบคุมทำใหการ บริหารงานสะดวกและรวดเร็ว W2 กิจการเจาของคนเดียวมีขอจำกัด ดานเงินทุนในการขยายกิจการและ การพัฒนาเทคโนโลยีการบริหารจัดการ ระบบกาซชีวภาพในฟารม ระบบ (System) S4 วัตถุดิบในการผลิตกาซชีวภาพมีสม่ำเสมอ และเพียงพอตอการนำมาใชเปนพลังงาน ทดแทนภายในฟารม S5 กาซชีวภาพสามารถนำไปใชเปนพลังงาน ทดแทน ชวยลดตนทุนการผลิตสุกร ในฟารมและสรางรายไดเพิ่มจากการ จำหนายกากตะกอนเปนสารปรับปรุงดิน ใหกับเกษตรกรผูปลูกพืชในพื้นที่ W3 เกษตรกรมีขอจำกัดดานเงินลงทุน ในพัฒนาการผลิตและการนำกาซชีวภาพ ไปใชประโยชน W4 ระบบการกรองกาซชีวภาพยังไมมี ประสิทธิภาพเนื่องจากมีกาซไขเนา และไอน้ำที่ติดมากับกาซสงผลใหอายุ การใชงานของเครื่องยนตสั้นลง W5 การกอสรางบอบำบัดน้ำเสียแบบผลิต กาซชีวภาพบางฟารมนำแบบจากฟารม อื่นมาประยุกตใชและไมมีวิศวกรควบคุม การกอสรางทำใหการผลิตกาซชีวภาพ ไมเต็มระสิทธิภาพ คานิยมรวม (Shared values) S6 ระบบบำบัดน้ำเสียแบบผลิตกาซชีวภาพ ชวยแกปญหาดานสิ่งแวดลอมและ ลดความขัดแยงกับชุมชนใกลเคียงได รูปแบบ (Style) W6 การบริหารงานมุงพัฒนาประสิทธิภาพ การเลี้ยงสุกรมากกวาการพัฒนา เทคโนโลยีในการผลิตกาซชีวภาพและ การนำมาใชประโยชน


48 ตารางที่ 4.8 (ตอ) McKinsey’s 7S Framework จุดแข็ง (Strengths) จุดออน (Weaknesses) ทักษะ (Skill) W7 ฟารมขนาดเล็กและฟารมขนาดกลาง ที่ไมมีทักษะทางดานชาง เมื่อเจอปญหา จุกจิกจากเครื่องยนตเสียหายบอย มีความเสี่ยงที่จะเลิกนำกาซชีวภาพ มาใชเปนพลังงานทดแทน บุคลากร (Staff) S7 บุคลากรจะพักอยูภายในฟารมเมื่อมีปญหา เกิดขึ้นสามารถแกไขปญหาไดทันทวงที S8 ฟารมขนาดใหญจะมีชางประจำฟารมดูแล และแกไขปญหาของระบบบำบัดน้ำเสีย และเครื่องกำเนิดไฟฟาเมื่อเกิดขัดของ W8 ลูกจางของฟารมไมมีเสนทาง ความกาวหนาในอาชีพจึงขาดความ กระตือรือรนในการทำงาน ที่มา: จากการวเิคราะห วิเคราะหสภาพแวดลอมภายนอก เพื่อหาโอกาส (Opportunities) และอุปสรรค (Threats) ดวยเครื่องมือ PESTEL ตารางที่ 4.9 ตัวแปรโอกาส อุปสรรค ของการบริหารจัดการสิ่งปฏิกูลจากฟารมสุกร ดวย PESTEL PESTEL โอกาส (Opportunities) อุปสรรค (Threats) การเมือง (Political) O1 นโยบาย และยุทธศาสตรการพัฒนา ประเทศใหความสำคัญกับการสงเสริม พัฒนาและการเสริมสรางความมั่นคงทาง พลังงาน T1 การสงเสริมและสนับสนุนของหนวยงานรัฐ ในการพัฒนาระบบกาซชีวภาพในฟารม สุกรไมมีความตอเนื่อง O2 ปตท.ใหการสนับสนุนทางวิชาการ ในระบบสงจายกาซชีวภาพไปใหชุมชนทำ ใหชุมชนไดรับความมั่นคงทางพลังงาน O3 โมเดลเศรษฐกิจ BCG เปนเปาหมาย การพัฒนาประเทศ เศรษฐกิจ (Economic) O4 ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงและกาซธรรมชาติมี แนวโนมสูงขึ้น ประชาชนจึงหันมาให ความสำคัญกับพลังงานทางเลือก O5 ราคาปุยเคมีมีแนวโนมสูงขึ้นดวยปจจัย ของสถานการณโลก และกระแสการ บริโภคอาหารที่ไมใชสารเคมี T2 การเขาถึงแหลงเงินทุนปลอดดอกเบี้ยหรือ ดอกเบี้ยต่ำของเกษตรกรมีขอจำกัด T3 การนำกาซชีวภาพไปใชประโยชนนอก ฟารมตองใชเงินลงทุนสูง เพื่อวางระบบทอ สงกาซชีวภาพจากฟารมไปยังชุมชน


49 ตารางที่ 4.9 (ตอ) PESTEL โอกาส (Opportunities) อุปสรรค (Threats) สังคม (Social) O6 ระบบคารบอนเครดิตเปนแนวทาง การพัฒนาของโลก และของไทย O7 ชุมชนใกลเคียงมีความตองการใช ประโยชนกาซชีวภาพจากฟารมสุกร O8 เกษตรกรผูปลูกพืชมีความตองการ ใชน้ำและกากตะกอนจากการบำบัด น้ำเสียเพื่อเปนสารปรับปรุงดิน T4 ขอจำกัดในการจำหนายไฟฟาจากพลังงาน ทางเลือกคอนขางมากไมจูงใจใหเกษตรกร ผลิตเพื่อจำหนาย เทคโนโลยี (Technological) O9 มีชุดความรูและองคความรูในการ บริหารจดัการฟารมสุกรและพัฒนา ระบบพลังงานชีวภาพจากสถาบัน การศึกษา ภาคเอกชน และ หนวยงานภาครัฐ T5 เทคโนโลยีระบบ solar cell มีความทันสมัย และราคาลดลงจากที่ผานมาทำใหผูบริโภค สามารถเขาถึงไดมากขึ้น T6 เครื่องกำเนิดไฟฟามีราคาสูงเกินความสามารถ ในการลงทุนของเกษตรกรผเูลี้ยงสุกรทั่วไป สิ่งแวดลอม (Environmental) O10 ภาวะโลกรอนที่เกิดขึ้นทั่วโลกทำให ผูคนเกิดความตระหนักในการรกัษา สิ่งแวดลอมมากขึ้น กฎหมาย (Legal) T7 ระเบียบกฎหมายยังไมเอื้อตอการสราง คุณคา และมูลคาเพิ่มจากกาซชีวภาพในเชิงพาณิชย T8 กลไกทางภาษี และการเงิน ยังไมจูงใจใหเกิด การลงทุนพัฒนาระบบพลังงานทดแทนใน ฟารมสุกร ที่มา: จากการวเิคราะห จากนั้นนำตัวแปรสภาพแวดลอมภายใน และภายนอกของการบริหารจัดการสิ่งปฏิกูลจากฟารม สุกร มาจัดความสำคัญของตัวแปรโดยใหผูเขารวมประชุมประเมินทุกตัวแปรวา ตัวแปรสภาพแวดลอมภายใน และภายนอกมีความสำคัญมากนอยตอการบริหารจัดการสิ่งปฏิกูลจากฟารมสุกรมากนอยเพียงใด หลังจากนั้น นำผลการประเมินรายบุคคลดังกลาว มาคำนวณลำดับความสำคญั โดยตัดคะแนนสูงสุดและต่ำสุดออก แลวหา คาเฉลี่ยของคะแนน (Mean) และแบงขอมูลออกเปนชั้น “อันตรภาคชั้น” จำนวน 3 ชั้น ตามเกรด A B C โดยใชสูตร I=(MAX-MIN)/N ซึ่ง เกรด A หมายถึง ประเด็นที่มีความสำคัญมาก เกรด B หมายถึง ประเด็นที่มี ความสำคัญปานกลาง และเกรด C หมายถึง ประเด็นที่มีความสำคัญนอย ซึ่งจากการวิเคราะหความเหมาะสม ของตัวแปร และไดมีการจัดความสำคัญของตัวแปรสามารถสรุปผลไดดังตารางที่ 4.10


50 ตารางที่ 4.10 สรุปผลการวิเคราะหจุดแข็ง จุดออน โอกาส และอุปสรรค ของการบริหารจัดการสิ่งปฏิกูลจาก ฟารมสุกร ปจจัย SWOT คาเฉลี่ย เกรด จุดแข็ง S1การเลี้ยงสุกรในรูปแบบเกษตรพันธสัญญาสงเสริมใหเกิดการพัฒนาการ ทำระบบบำบัดน้ำเสียแบบผลิตกาซชีวภาพ 4.15 A S2 มีฟารมตนแบบของการจัดการสิ่งปฏิกูลจากฟารมสุกรเปนแหลงเรียนรู ในการพัฒนา 3.89 B S3 เจาของกิจการเปนผูมีอำนาจในการตัดสินใจและการควบคุม ทำใหการบริหารงานสะดวกและรวดเร็ว 4.08 A S4 วัตถุดิบในการผลิตกาซชีวภาพมีสม่ำเสมอและเพียงพอตอ การนำมาใชเปนพลังงานทดแทนภายในฟารม 4.27 A S5 กาซชีวภาพสามารถนำไปใชเปนพลังงานทดแทน ชวยลดตนทุนการ ผลิตสุกรในฟารมและสรางรายไดเพิ่มจากการจำหนายกากตะกอนเปน สารปรับปรุงดินใหกับเกษตรกรผูปลูกพืชในพื้นที่ 4.14 A S6 ระบบบำบัดน้ำเสียแบบผลิตกาซชีวภาพชวยแกปญหาดานสิ่งแวดลอม และลดความขัดแยงกับชุมชนใกลเคียงได 4.10 A S7 บุคลากรจะพักอยูภายในฟารมเมื่อมีปญหาเกิดขึ้นสามารถแกไขปญหา ไดทันทวงที 3.43 C S8 ฟารมขนาดใหญจะมีชางประจำฟารมดูแลและแกไขปญหา ของระบบบำบัดน้ำเสียและเครื่องกำเนิดไฟฟาเมื่อเกิดขัดของ 3.88 B จุดออน W1 ฟารมสุกรมีลักษณะความเปนปจเจกนิยม ขาดการรวมกลุมในการ พัฒนา ทำใหเทคโนโลยีในการผลิตและการนำกาซชีวภาพไปใช ประโยชนมีประสิทธิภาพที่แตกตางกันตามแตศักยภาพของฟารม 4.19 A W2 กิจการเจาของคนเดียวมีขอจำกัดดานเงินทุนในการขยายกิจการและ การพัฒนาเทคโนโลยีการบริหารจัดการระบบกาซชีวภาพในฟารม 3.96 A W3 เกษตรกรมีขอจำกัดดานเงินลงทุนในพัฒนาการผลิตและการนำ กาซชีวภาพไปใชประโยชน 3.88 B W4 ระบบการกรองกาซชีวภาพยังไมมีประสิทธิภาพเนื่องจากมีกาซไขเนา และไอน้ำที่ติดมากับกาซสงผลใหอายุการใชงานของเครื่องยนตสั้นลง 3.79 B W5 การกอสรางบอบำบัดน้ำเสียแบบผลิตกาซชีวภาพบางฟารมนำแบบ จากฟารมอื่นมาประยุกตใชและไมมีวิศวกรควบคุมการกอสรางทำ ใหการผลิตกาซชีวภาพไมเต็มระสิทธิภาพ 3.56 C W6 การบริหารงานมุงพัฒนาประสิทธิภาพการเลี้ยงสุกรมากกวา การพัฒนาเทคโนโลยีในการผลิตกาซชีวภาพและการนำมาใชประโยชน 3.70 B


51 ตารางที่ 4.10 (ตอ) ปจจัย SWOT คาเฉลี่ย เกรด จุดออน W7 ฟารมขนาดเล็กและฟารมขนาดกลางที่ไมมีทักษะทางดานชาง เมื่อเจอปญหาจุกจิกจากเครื่องยนตเสียหายบอย มีความเสี่ยง ที่จะเลิกนำกาซชีวภาพมาใชเปนพลังงานทดแทน 3.68 C W8 ลูกจางของฟารมไมมีเสนทางความกาวหนาในอาชีพจึงขาดความ กระตือรือรนในการทำงาน 3.53 C โอกาส O1 นโยบาย และยุทธศาสตรการพัฒนาประเทศใหความสำคัญกับการ สงเสริมพัฒนาและการเสริมสรางความมั่นคงทางพลังงาน 4.21 A O2 ปตท.ใหการสนับสนุนทางวิชาการในระบบสงจายกาซชีวภาพไปให ชุมชนทำใหชุมชนไดรับความมั่นคงทางพลังงาน 3.50 C O3 โมเดลเศรษฐกิจ BCG เปนเปาหมายการพัฒนาประเทศ 4.18 A O4 ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงและกาซธรรมชาติมีแนวโนมสูงขึ้น ประชาชน จึงหันมาใหความสำคัญกับพลังงานทางเลือก 3.59 B O5 ราคาปุยเคมีมีแนวโนมสูงขึ้นดวยปจจัยของสถานการณโลก และกระแสการบริโภคอาหารที่ไมใชสารเคมี 3.26 C O6 ระบบคารบอนเครดิตเปนแนวทางการพัฒนาของโลกและประเทศ ไทย 4.26 A O7 ชุมชนใกลเคียงมีความตองการใชประโยชนกาซชีวภาพจากฟารม สุกร 3.52 C O8 เกษตรกรผูปลูกพืชมีความตองการใชน้ำและกากตะกอนจาก การบำบัดน้ำเสียเพื่อเปนสารปรับปรุงดิน 3.29 C O9 มีชุดความรู และองคความรู ในการบริหารจัดการฟารมสุกร และ พัฒนาระบบพลังงานชีวภาพ จากสถาบันการศึกษา ภาคเอกชน และหนวยงานภาครัฐ 4.31 A O10 ภาวะโลกรอนที่เกิดขึ้นทั่วโลกทำใหผูคนเกิดความตระหนักใน การรักษาสิ่งแวดลอมมากขึ้น 3.15 C อุปสรรค T1 การสงเสริมและสนับสนุนของหนวยงานรัฐในการพัฒนาระบบ กาซชีวภาพในฟารมสุกรไมมีความตอเนื่อง 4.25 A T2 การเขาถึงแหลงเงินทุนปลอดดอกเบี้ยหรือดอกเบี้ยต่ำของ เกษตรกรมีขอจำกัด 4.01 B T3 การนำกาซชีวภาพไปใชประโยชนนอกฟารมตองใชเงินลงทุนสูง เพื่อวางระบบทอสงกาซชีวภาพจากฟารมไปยังชุมชน 3.97 B


52 ตารางที่ 4.10 (ตอ) ปจจัย SWOT คาเฉลี่ย เกรด อุปสรรค T5 เทคโนโลยีระบบ solar cell มีความทันสมัยและราคาลดลงจากที่ ผานมา ทำใหผูบริโภคสามารถเขาถึงไดมากขึ้น 3.68 C T6 เครื่องกำเนิดไฟฟามีราคาสูงเกินความสามารถในการลงทุนของ เกษตรกรผูเลี้ยงสุกรทั่วไป 3.52 C T7 ระเบียบกฎหมายยังไมเอื้อตอการสรางคุณคาและมูลคาเพิ่ม จากกาซชีวภาพในเชิงพาณิชย 3.96 B T8 กลไกทางภาษี และการเงิน ยังไมจูงใจใหเกิดการลงทุนพัฒนา ระบบพลังงานทดแทนในฟารมสุกร 4.27 A ที่มา: จากการวเิคราะห 4.3.2 การกำหนดกลยุทธของการบริหารจัดการสิ่งปฏิกูลจากฟารมสุกรเพื่อสรางมูลคาเพิ่มทาง เศรษฐกจิ โดยกลยุทธจับคูทางเลือก “TOWS Matrix” โดยในขั้นตอนนี้เปนการนำเอาจุดแข็ง จุดออน โอกาส และอุปสรรค มาจัดกลุมใหสอดคลองและ สามารถสรางแนวทางการบริหารจัดการสิ่งปฏิกูลจากฟารมสุกรเพื่อสรางมูลคาเพิ่มทางเศรษฐกิจตามเปาหมาย ที่จะชวยใหฟารมสุกรไปสูการพัฒนาที่ยั่งยืนตามโมเดลเศรษฐกิจ BCG โดยจะคัดเลือกจุดแข็ง จุดออน โอกาส และอุปสรรค ในแตละดานที่มีคาคะแนนสูง และมีสวนเบี่ยงเบนมาตรฐานนอยมาพิจารณาในการกำหนด กลยุทธกอน ซึ่งจากการใชแบบจำลอง “TOWS Matrix” สามารถกำหนดกลยุทธไดดังตารางที่ 4.11 ดังนี้ 1) กลยุทธเชิงรุก (SO Strategies) เปนการใชจุดแข็งมาสรางขอไดเปรียบจากโอกาส ไดแก (1) เสริมสรางความมั่นคงทางพลังงานในชุมชนดวยการจัดการสิ่งปฏิกูลในฟารมสุกร (2) พัฒนาขีดความสามารถของเกษตรกรผูเลี้ยงสุกรเพื่อรักษาสิ่งแวดลอม และสรางรายได ฟารมสุกรจากระบบคารบอนเครดติ (3) สรางสรรคคณุภาพชีวิต และสิ่งแวดลอมดวยการจัดการสิ่งปฏิกูลในฟารมสุกรที่ยั่งยืน 2) กลยุทธเชิงแกไข (WO Strategies) เปนการสรางขอไดเปรียบจากโอกาสเพื่อแกไขจุดออน ไดแก (1) สรางคุณคาจากการจัดการสิ่งปฏิกูลในฟารมสุกรเพื่อลดรายจาย เพิ่มรายไดและพัฒนา คุณภาพชีวิตเกษตรกร (2) จัดการความรู และพัฒนาบุคลากรเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการจัดการสิ่งปฏิกูล ในฟารมสุกร 3) กลยุทธเชิงปองกัน (ST Strategies) เปนการใชจุดแข็งเอาชนะอุปสรรค ไดแก สงเสริมการ ลงทุนเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการบริหารจัดการสิ่งปฏิกูลในฟารมสุกรดวยกลไกทางการเงนิและการบูรณาการ ระหวางภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม และภาคีทุกภาคสวนทั้งในและตางประเทศ


53 4) กลยุทธเชิงตั้งรับ (WT Strategies) เปนการลดจุดออนและหลีกเลี่ยงอุปสรรค ไดแก ปรับระบบการบริหารและการบริการของหนวยงานภาครัฐใหสะดวก ทันสมัย สอดคลองตามมาตรฐานสากล รองรับการจัดการสิ่งปฏิกูลในฟารมสุกรเพื่อสรางมูลคาเพิ่มทางเศรษฐกิจ ตารางที่ 4.11 การกำหนดกลยุทธดวย TOWS Matrix ปจจัยภายใน ปจจัยภายนอก กลยุทธ จุดแข็ง (S) โอกาส (O) กลยุทธเชิงรุก(SO) S1 การเลี้ยงสุกรในรูปแบบเกษตร พันธสัญญาสงเสริมใหเกิดการ พัฒนาการทำระบบบำบัดน้ำเสีย แบบผลิตกาซชีวภาพ S2 มีฟารมตนแบบของการจัดการ สิ่งปฏิกูลจากฟารมสุกรเปนแหลง เรียนรูในการพัฒนา S3 เจาของกิจการเปนผูมีอำนาจในการ ตัดสินใจและการควบคุม ทำให การบริหารงานสะดวกและรวดเร็ว S4 วัตถุดิบในการผลิตกาซชีวภาพ มีสม่ำเสมอและเพียงพอตอการ นำไปใชเปนพลังงานทดแทนในฟารม S5 กาซชีวภาพสามารถนำไปใชเปน พลังงานทดแทน ชวยลดตนทุนการ ผลิตสุกรในฟารมและสรางรายได เพิ่มจากการจำหนายกากตะกอน เปนสารปรับปรุงดินใหกับเกษตรกร ผูปลูกพืชในพื้นที่ S6 ระบบบำบัดน้ำเสียแบบผลิต กาซชีวภาพชวยแกปญหาดาน สิ่งแวดลอมและลดความขัดแยง กับชุมชนใกลเคียงได O1 นโยบาย และยุทธศาสตรการ พัฒนาประเทศใหความสำคัญ กับการสงเสริมพัฒนาและการ เสริมสรางความมั่นคงทางพลังงาน O3 โ ม เ ด ล เศ ร ษ ฐก ิ จ BCG เ ป น เปาหมายการพัฒนาประเทศ O4 ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงและกาซ ธร ร ม ช าติ ม ี แ น วโ น  ม ส ู ง ขึ้ น ประชาชนจึงหันมาใหความสำคัญ กับพลังงานทางเลือก O6 ระบบคารบอนเครดิตเปนแนวทาง การพัฒนาของโลกและประเทศไทย O9 มีชุดความรู และองคความรู ในการ บริหารจัดการฟารมสุกร และพัฒนา ระบบพลังงานชีวภาพจากสถาบัน การศึกษา ภาคเอกชน และหนวยงาน ภาครัฐ O10 ภาวะโลกรอนที่เกิดขึ้นทั่วโลก ทำใหผูคนเกิดความตระหนักในการ รักษาสิ่งแวดลอมมากขึ้น 1) เสริมสรางความมั่นคงทางพลังงาน ในชุมชนดวยการจัดการสิ่งปฏิกูล ในฟารมสุกร (S1 S4 S5 O1 O4 O9) 2) พัฒนาขีดความสามารถของเกษตรกร ผูเลี้ยงสุกรเพื่อรักษาสิ่งแวดลอม และสรางรายไดฟารมสุกรจาก ระบบคารบอนเครดิต (S1 S3 S4 O3 O6 O9) 3) สรางสรรคคุณภาพชีวิต และ สิ่งแวดลอมดวยการจัดการ สิ่งปฏิกูลในฟารมสุกรที่ยั่งยืน (S2 S4 S5 S6 O3 O9 O10)


54 ตารางที่ 4.11 (ตอ) ปจจัยภายใน ปจจัยภายนอก กลยุทธ จุดออน (W) โอกาส (O) กลยุทธเชิงแกไข (WO) W1 ฟารมสุกรมีลักษณะความเปน ปจเจกนิยม ขาดการรวมกลุมในการ พัฒนา ทำใหเทคโนโลยีในการผลิต และการนำกาซชีวภาพไปใช ประโยชนมีประสิทธิภาพที่แตกตาง กันตามแตศักยภาพของฟารม W2 กิจการเจาของคนเดียวมีขอจำกัด ดานเงินทุนในการขยายกิจการและ การพัฒนาเทคโนโลยีการบริหาร จัดการระบบกาซชีวภาพในฟารม W3 เกษตรกรมีขอจำกัดดานเงินลงทุน ในพัฒนาการผลิตและการนำกาซ ชีวภาพไปใชประโยชน W4 ระบบการกรองกาซชีวภาพยังไมมี ประสิทธิภาพเนื่องจากมีกาซไขเนา และไอน้ำที่ติดมากับกาซสงผลให อายุการใชงานของเครื่องยนตสั้นลง W6 การ บร ิ หาร งานม ุ  งพ ั ฒ น า ประสิทธิภาพการเลี้ยงสุกรมากกวา การพัฒนาเทคโนโลยีในการผลิต กาซชีวภาพและการนำมาใช ประโยชน O1 นโยบาย และยุทธศาสตรการพัฒนา ประเทศใหความสำคัญกับการ สงเสริมพัฒนาและการเสริมสราง ความมั่นคงทางพลังงาน O3 โมเดลเศรษฐกิจ BCG เปนเปาหมาย การพัฒนาประเทศ O4 ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงและกาซ ธรรมชาติมีแนวโนมสูงขึ้นประชาชน จึงหันมาใหความสำคัญกับพลังงาน ทางเลือก O5 ราคาปุยเคมีมีแนวโนมสูงขึ้นดวย ปจจัยของสถานการณโลก และ กระแสการบริโภคอาหารที่ไมใช สารเคมี O6 ระบบคารบอนเครดิตเปนแนวทาง การพัฒนาของโลกและประเทศไทย O9 มีชุดความรู และองคความรู ในการ บริหารจัดการฟารมสุกร และพัฒนา ร ะ บบ พ ล ั งงา นช ี วภาพจาก สถาบันการศึกษา ภาคเอกชน และ หนวยงานภาครัฐ 1) สรางคุณคาจากการจัดการสิ่งปฏิกูล ในฟารมสุกรเพื่อลดรายจาย เพิ่ม รายไดและพัฒนาคุณภาพชีวิตแก เกษตรกร (W3 W4 W6 O3 O4 O5 O6) 2) จัดการความรู และพัฒนาบุคลากร เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการ จัดการสิ่งปฏิกูลในฟารมสุกร (W1 W2 W6 O1 O3 O9) จุดแขง็ (S) อุปสรรค (T) กลยทุธเชิงปองกนั (ST) S1 การเลี้ยงสุกรในรูปแบบเกษตร พันธสัญญาสงเสริมใหเกิดการ พัฒนาการทำระบบบำบัดน้ำเสีย แบบผลิตกาซชีวภาพ T1 การสงเสริมและสนับสนุนของ หนวยงานรัฐในการพัฒนาระบบ กาซชีวภาพในฟารมสุกรไมมี ความตอเนื่อง สงเสริมการลงทุนเพื่อเพิ่มขีด ความสามารถในการบริหารจัดการ สิ่งปฏิกูลในฟารมสุกรดวยกลไกทาง การเงิน และการบูรณาการระหวาง ภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม และภาคี ทุกภาคสวนทั้งในและ ตางประเทศ (S1 S4 S5 T1 T2 T3 T8)


55 ตารางที่ 4.11 (ตอ) ปจจัยภายใน ปจจัยภายนอก กลยุทธ จุดแขง็ (S) อุปสรรค (T) S4 วัตถุดิบในการผลิตกาซชีวภาพ มีสม่ำเสมอและเพียงพอตอการ นำมาใชเปนพลังงานทดแทนภายใน ฟารม T2 การเขาถึงแหลงเงินทุนปลอด ดอกเบี้ยหรือดอกเบี้ยต่ำของ เกษตรกรมีขอจำกัด S5 กาซชีวภาพสามารถนำไปใชเปน พลังงานทดแทน ชวยลดตนทุนการ ผลิตสุกรในฟารมและสรางรายไดเพิ่ม จากการจำหนายกากตะกอนเปนสาร ปรับปรุงดินใหกับเกษตรกรผูปลูกพืช ในพื้นที่ T3 การนำกาซชีวภาพไปใชประโยชน นอกฟารมตองใชเงนิลงทุนสูง เพื่อ วางระบบทอสงกาซชีวภาพจาก ฟารมไปยังชุมชน T8 กลไกทางภาษี และการเงิน ยังไมจูง ใจใหเกิดการลงทุนพัฒนาระบบ พลังงานทดแทนในฟารมสุกร จุดออน (W) อุปสรรค (T) กลยุทธเชิงตั้งรับ (WT) W1 ฟารมสุกรมีลักษณะความเปนปจเจก นิยม ขาดการรวมกลุมในการพัฒนา ทำใหเทคโนโลยีการผลิตและการนำ กาซชีวภาพไปใชประโยชน  มี ประสิทธิภาพที่แตกตางกันตาม ศักยภาพของฟารม W2 กิจการเจาของคนเดียวมีขอจำกัดดาน เงินทุนในการขยายกิจการและการ พัฒนาเทคโนโลยีการบริหารจัดการ ระบบกาซชีวภาพในฟารม T1 การสงเสริมและสนับสนุนของ หนวยงานรัฐในการพัฒนาระบบ กาซชีวภาพในฟารมสุกรไมมีความ ตอเนื่อง T7 ระเบียบกฎหมายยังไมเอื้อตอการ สรางคุณคาและมูลคาเพิ่มจาก กาซชีวภาพในเชิงพาณิชย T8 กลไกทางภาษี และการเงิน ยังไมจูง ใจใหเกิดการลงทุนพัฒนาระบบ พลังงานทดแทนในฟารมสุกร ปรับระบบการบริหารและการบริการของ หนวยงานภาครัฐใหสะดวก ทันสมัย สอดคลองตามมาตรฐานสากล รองรับ การจัดการสิ่งปฏิกูลในฟารมสุกรเพื่อสราง มูลคาเพิ่มทางเศรษฐกิจ (W1 W2 W4 T1 T7 T8) W4 ระบบการกรองกาซชีวภาพยังไมมี ประสิทธภิาพเนื่องจากมีกาซ ไขเนาและไอน้ำทตี่ิดมากับกาซ สงผลใหอายุการใชงานของ เครื่องยนตส ั้นลง ที่มา: จากการวเิคราะห


56 4.3.3 แนวทางการพัฒนาการบริหารจัดการสิ่งปฏิกูลจากฟารมสุกรเพื่อสรางมูลคาเพิ่มทางเศรษฐกิจ ประกอบดวย 7 กลยุทธ ดังนี้ กลยุทธที่ 1 เสริมสรางความมั่นคงทางพลังงานในชุมชนดวยการจัดการสิ่งปฏิกูลในฟารมสุกร โดย 1) สงเสริมเกษตรกร กลุมเกษตรกรผูเลี้ยงสุกรเรียนรูการจัดการสิ่งปฏิกูลในฟารมสุกรที่เปนพื้นที่ ตนแบบ พรอมทั้งยกระดับพื้นที่ตนแบบใหเปนศูนยเรียนรูแบบเบ็ดเสร็จ และสงเสริม สนับสนุนงบประมาณ เพื่อการขยายตนแบบความสำเร็จใหครอบคลุมทุกพื้นที่ที่มีฟารมสุกร 2) สงเสริม สนับสนุน ฟารมสุกรในการตอยอดการจัดการพลังงานในชุมชนเพื่อเพิ่มขีด ความสามารถในการสรางคุณคาและมูลคาทางการเกษตร และการลดตนทุนในกระบวนการผลิตในวิสาหกิจ ชุมชน เพื่อเปนพลังงานทดแทนการใชน้ำมันเชื้อเพลิง ที่ขยายครอบคลุมหลากหลายครัวเรือนเพิ่มมากขึ้น เพื่อรวมลดรายจายพลังงานในภาคครัวเรือน 3) แสวงหาความรวมมือกับองคกรภาคเอกชนทั้งในและตางประเทศที่มีศักยภาพสูง เพื่อรวม กิจกรรมการสรางมูลคาทางธุรกิจและการรับผิดชอบตอสังคม เพื่อการเพิ่มขีดความสามารถในการพึ่งตนเอง ทางพลังงานของชุมชน ผานกิจกรรม CSR แกชุมชน 4) สงเสริม สนับสนุน การศึกษาวิจัยเพื่อสรางนวัตกรรมทางพลังงานจากฟารมสุกรใหมีหลากหลายมิติ ที่จะกอประโยชนแกการจัดการพลังงานในชุมชนที่ยั่งยืน เชน การบริหารจัดการระบบการผลิต การจัดการระบบ สายสงพลังงานชีวมวล เทคโนโลยีและนวัตกรรมในการบริหารจัดการการผลิตพลังงานจากชีวมวล เปนตน 5) สงเสริม สนับสนุนการเขาถึงพลังงานชุมชน ดวยระบบไบโอแกสที่รวมกลุมกันเปนเครือขาย ทั้งกลุมผูเลี้ยง ผูผลิต และผูใช โดยการสงเสริมทางการเงิน การเขาถึงแหลงทุนดอกเบี้ยต่ำจากสถาบันการเงิน กลยุทธที่ 2 พัฒนาขีดความสามารถของเกษตรกรผูเลี้ยงสุกรเพื่อรักษาสิ่งแวดลอม และสรางรายได ฟารมสุกรจากระบบคารบอนเครดิต โดย 1) เรงดำเนินการจัดทำระเบียบปฏิบัติของหนวยงานรัฐเพื่อการสรางรายไดจากระบบคารบอน เครดิต พรอมทั้งการประสาน และเชื่อมโยงการทำธุรกรรมระหวางหนวยงานรัฐ ภาคอุตสาหกรรมที่ปลอย คารบอนเครดติกับฟารมสุกรในรูปแบบของ Business matching 2) เสริมสรางความรูความเขาใจแกเกษตรกรใหเขาใจ เขาถึง และพัฒนาดวยกระบวนการคารบอน เครดิต ที่งายตอการปฏิบัติพัฒนาสูมาตรฐาน ตรวจวินิจฉัยตัวเอง และรับประโยชนจากคารบอนเครดติ 3)สื่อสาร ประชาสัมพันธเพื่อใหกลุมเปาหมายที่จะซื้อหรือลงทุนดานคารบอนเครดิตเพื่อเขามารับซ้ือ คารบอนเครดติในประเทศไทยดวยนโยบายการจูงใจระหวางประเทศ 4) ศึกษาความเปนไปไดในการนำคารบอนเครดิตมาเปนสินทรัพยทางธุรกิจที่ใหในการทำนิติกรรม ทางการเงนิได 5) เสริมสรางความรวมมือกับสถาบันการศึกษาในการใหความรู คำปรึกษาแกกลุมเกษตรกรในการ ใหความรูเกี่ยวกับคารบอนเครดิต


57 กลยุทธที่ 3 สรางสรรคคุณภาพชีวิต และสิ่งแวดลอมดวยการจัดการสิ่งปฏิกูลในฟารมสุกร ที่ยั่งยืน โดย 1) จัดทำคูมือการบริหารจัดการฟารมสุกรดวยโมเดลเศรษฐกิจ BCG และเกณฑมาตรฐานฟารม สุกรที่ยั่งยืนดวยโมเดลเศรษฐกิจ BCG พรอมทั้งระบบการตรวจประเมิน รับรองมาตรฐาน 2) เสริมสรางความรู ความเขาใจในแนวปฏิบัติแกเกษตรกร และดำเนินการจัดหาที่ปรึกษาที่มี ความรู ความเชี่ยวชาญในการพัฒนา 3) ยกระดับฟารมสุกรที่มีศักยภาพในการเปนศูนยการเรียนรูการจัดการฟารมดวยโมเดลเศรษฐกิจ BCG เพื่อใหเปนหองเรียนภาคปฏิบัติการ โดยหนวยงานภาครัฐจะสนับสนุนสิ่งอำนายความสะดวกในการเรียนรู การยกยอเชิดชูเกียรติฟารมตนแบบ 4) ดำเนินการจัดงานมหกรรมฟารมสุกรยั่งยืนดวยโมเดลเศรษฐกิจ BCG เพื่อการสรางกระแส และ จูงใจฟารมสุกรเขาสูระบบฟารมที่ยั่งยืน กลยุทธที่ 4 สรางคุณคาจากการจัดการสิ่งปฏิกูลในฟารมสุกรเพื่อลดรายจาย เพิ่มรายไดและ พัฒนาคุณภาพชีวิตเกษตรกร โดย 1) สงเสริมการรวมกลุมของผูเลี้ยงสุกรในการจัดตั้งเปนวิสาหกิจชุมชนปุยอินทรียจากมูลสุกร พรอม ทั้งสนับสนุนการจัดหาเครื่องจักร อุปกรณ ประกอบการผลิตปุยอินทรีย การจัดหาพาราโบลาโดมเพื่อการตาก มูลสุกร และเครื่องบรรจุถุง 2) สงเสริมสนับสนุนการพัฒนาปุยสูตรน้ำจากมูลสุกร เพื่อการนำไปใชประโยชนในพืชเฉพาะกลุม พรอมทั้งสนับสนุนการวิจัยและพัฒนาในการคิดคนสูตรปุยที่เหมาะกับสภาพดิน หรือพืชเฉพาะ 3) สงเสริมการจัดการแปลงเกษตรคณุภาพ เกษตรสีเขียวดวยการจัดการสิ่งปฏิกูลในฟารมสุกร โดย การสงเสริม สนับสนุนการวิจัยเพื่อสรางองคความรูจากการนำสิ่งปฏิกูลในระบบฟารมสุกรไปใชเปนปุยในการ เพิ่มผลผลิตทางการเกษตร เพื่อใหเปนมาตรฐานในการบำรุงดินและดูแลในรายพืช 4) สงเสริม สนับสนุน การจัดการสิ่งปฏิกูลในฟารมสุกรเพื่อเพิ่มผลิตภาพการผลิตในฟารม โดยการ สงเสริมสนับสนุนเกษตรกรใหมีบทบาทสำคัญในการจัดการระบบนิเวศของฟารม เพื่อการลดปญหาการ แพรกระจายของเชื้อโรค มลพิษ ที่สงผลตอสุขภาวะสวนบุคคล และอนามัยสิ่งแวดลอมของชุมชน กลยุทธที่ 5 จัดการความรู และพัฒนาบุคลากรเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการจัดการสิ่งปฏิกูล ในฟารมสุกร โดย 1) สงเสริมความรวมมือกับสถาบันการศึกษาในการพัฒนาหลักสูตร การจัดการเรียนการสอน ที่บูรณาการ การบริหารจัดการสิ่งปฏิกูลในฟารมสุกรใหเกิดมูลคาทางเศรษฐกิจ 2) สนับสนุนการพัฒนาขีดความสามารถของบุคลากรภาครัฐในการบูรณาการ การสงเสริมการเพิ่ม ผลิตภาพฟารมสุกรกับการบริหารจัดการฟารมเพื่อการเพิ่มผลผลิตการเกษตร


58 3) ฝกอบรมและพัฒนาเกษตรกรตนแบบของการบริหารจัดการฟารมสุกร การจัดการสิ่งปฏิกูลในฟารม สุกร เพื่อทำหนาที่เปนครูในการขยายองคความรูใหเขาถึงเกษตรกรทั่วประเทศ พรอมทั้งสนับสนุนสื่อการเรียนรู 4) พัฒนาระบบการเรียนรูการจัดการสิ่งปฏิกูลในฟารมสุกรใหเกิดคุณคาและมูลคาในรูปแบบของ เนื้อหาและวีดีโอดิจิทัลเปนตอน เพื่องายตอการเรียนรู แบงปน กลยุทธที่ 6 สงเสริมการลงทุนเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการบริหารจัดการสิ่งปฏิกูลในฟารมสุกร ดวยกลไกทางการเงิน และการบูรณาการระหวางภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม และภาคีทุกภาคสวน ทั้งในและตางประเทศ โดย 1) สงเสริม สนับสนุนการใชมาตรการจูงใจทางภาษี การสงเสริมการลงทุน เพื่อหนุนเสริมใหมีการ ลงทุนในฟารมสุกรเพื่อการจัดทำระบบการจัดการสิ่งปฏิกูลเปนพลังงานชีวมวล 2) สงเสริม สนับสนุนนักลงทุนจากตางประเทศที่เปนตนแบบปฏิบัติที่ดีระดับโลก มาใชพื้นที่ ประเทศไทยเปนฐานในการพัฒนาพลังงานจากมูลสุกร โดยการจูงใจดวยมาตรการทางภาษี และการลงทุนรวม 3) แสวงหาความรวมมือกับสถาบันการเงินในการเขามามีสวนรวม ในหวงโซคุณคาของการจัดการ สิ่งปฏิกูลในฟารมสุกร ใหเกิดมูลคาทางเศรษฐกิจ การใหเงินกูดอกเบี้ยต่ำ หรือมาตรการอื่นๆ ที่เปนนโยบายตอ สถาบันการเงินนั้นๆ โดยมีหนวยงานรัฐเปนผูสนับสนุน กลยุทธที่ 7 ปรับระบบการบริหารและการบริการของหนวยงานภาครัฐใหสะดวก ทันสมัย สอดคลองตามมาตรฐานสากล รองรับการจัดการสิ่งปฏิกูลในฟารมสุกรเพ่ือสรางมูลคาเพิ่มทางเศรษฐกิจ โดย 1) ปรับปรุง พัฒนา รวมศูนยแอพพลิเคชั่นที่เกี่ยวของกับการบริหารจัดการฟารมสุกรใหอยูในแหลง เดียว เพื่องายตอการจัดการ พรอมทั้งออกแบบและพัฒนาแอพพลิเคชั่นการบริหารจัดการฟารมสุกรและสิ่งปฏิกูล 2) สรางสรรครูปแบบ มาตรการ และระเบียบปฏิบัติเพื่อการสงเสริม สนับสนุนเกษตรกรในการรวม ลงทุนระหวางภาครัฐกับเกษตรกร กลุมเกษตรกร ที่เนนการใหเกษตรกรเปนศนูยกลางในการพึ่งตนเองไดอยาง ยั่งยืน โดยหนวยงานรัฐเปนผูรวมตั้งตนและใหคำปรึกษาแบบครบวงจร 3) ปรับปรุง พัฒนา ระเบียบปฏิบัติเพื่อใหสอดรับกับปฏิญญาความรวมมือการลดคารบอนของโลก ทั้งนี้คำนึงถึงระเบียบปฏิบัติ ที่เปนสากลและบริบทของประเทศไทยเปนสำคัญ และใหหนวยงานรัฐเปนกลไก กลางสำคัญในการเจรจาความรวมมือ และสรางความรวมมือในการสรางหลักประกันความเสี่ยง 4) ศึกษา วิเคราะหความเปนไปไดและความคุมคา ในการนำผลสำเร็จของการจัดการสิ่งปฏิกูลใน ฟารมสุกร เพื่อใหมีมาตรการทางภาษีเพื่อสามารถนำไปใชลดหยอนได 5) สงเสริมใหเกษตรกรมีสวนรวมในการเสริมสรางธรรมาภิบาลของรัฐ ในการบริหารจัดการ สิ่งปฏิกูลเพื่อใชในการผลิต


บทที่ 5 สรุปและขอเสนอแนะ 5.1 สรุป 5.1.1 ตนทุนการผลิตและผลตอบแทนของการใชประโยชนกาซชีวภาพเปนพลังงานทดแทนภายในฟารม 1. ฟารมขนาดเล็ก พบวา มีตนทุนการผลิตกาซชีวภาพเฉลี่ย 122,225.59 บาทตอฟารมตอป และ มีผลตอบแทนจากการนำกาซชีวภาพมาใชเปนพลังงานทดแทนภายในฟารมเฉลี่ย 68,840.88 บาทตอฟารมตอป 2. ฟารมขนาดกลาง พบวา มีตนทุนการผลิตกาซชีวภาพเฉลี่ย 292,318.83 บาทตอฟารมตอป และ มีผลตอบแทนจากการนำกาซชีวภาพมาใชเปนพลังงานทดแทนภายในฟารมเฉลี่ย 76,629.41 บาทตอฟารมตอป 3. ฟารมขนาดใหญ พบวา มีตนทุนการผลิตกาซชีวภาพเฉลี่ย 802,589.08 บาทตอฟารมตอป และ มีผลตอบแทนจากการนำกาซชีวภาพมาใชเปนพลังงานทดแทนภายในฟารมเฉลี่ย 995,714.27 บาทตอฟารมตอป เมื่อพิจารณาศักยภาพของฟารมสุกรแตละขนาดในการบริหารจัดการกาซชีวภาพเปนพลังงาน ทดแทนภายในฟารมแลว พบวา ปริมาณกาซชีวภาพที่ไมไดถูกนำมาใชประโยชนของฟารมขนาดกลาง มีปริมาณมากที่สุด จำนวน 26,800.69 ลบ.ม.ตอฟารมตอป รองลงมา ไดแก ฟารมขนาดเล็ก จำนวน 10,233.37 ลบ.ม.ตอฟารมตอป และฟารมขนาดใหญ จำนวน 2,310.60 ลบ.ม.ตอฟารมตอป หากฟารมสุกรนำกาซชีวภาพมาใชประโยชนเต็มศักยภาพการผลิต โดยกาซชีวภาพ 1 ลบ.ม. (คาความรอน 21 เมกกะจูล) เทียบเทาน้ำมันดีเซล 0.6 ลิตร และไฟฟา 1.2 หนวย (kWh) ฟารมขนาดเล็กซึ่งมี ผลผลิตกาซชีวภาพ 14,335.44 ลบ.ม. จะสามารถลดปริมาณการใชน้ำมันดีเซลในการเลี้ยงสุกรได 8,601.26 ลิตร คิดเปนมูลคา 240,577.24 บาทตอฟารมตอป และฟารมขนาดกลางซึ่งมีผลผลิตกาซชีวภาพ 31,366.86 ลบ.ม. จะสามารถลดปริมาณน้ำมันดีเซลในการเลี้ยงสุกรได 18,820.12 ลิตร คิดเปนมูลคา 526,398.76 บาทตอฟารมตอป ณ ราคาน้ำมันดีเซล ป 2564 เฉลี่ยลิตรละ 27.97 บาท ในขณะที่ฟารมขนาดใหญซึ่งมีผลผลิตกาซชีวภาพ 216,719.36 ลบ.ม.ตอฟารมตอป จะสามารถลดปริมาณการซื้อไฟฟาในการเลี้ยงสุกรได 260,063.23 หนวย (kWh) คิดเปน มูลคา 1,006,444.70 บาทตอฟารมตอป ณ ราคาคาไฟฟา ป 2564 เฉลี่ย 3.87 บาทตอหนวย 5.1.2 การวิเคราะหโซอุปทานการผลิตกาซชีวภาพจากสิ่งปฏิกูลในฟารมสุกร เกษตรกรผูเลี้ยงสุกร 144 ฟารม ผลิตกาซชีวภาพไดรวม 5,526,754.32 ลบ.ม.ตอป แบงออกเปน ผลผลิตกาซชีวภาพของฟารมสุกรที่เขารวมโครงการ T-VER ในพื้นที่ ต.ทามะนาว อ.ชัยบาดาล จ.ลพบุรี 345,035.46 ลบ.ม.ตอป คิดเปนรอยละ 6.24 ของปริมาณผลผลิตกาซชีวภาพทั้งหมด และผลผลิตกาซชีวภาพ ของฟารมสุกรที่ไมไดเขารวมโครงการ T-VER จำนวน 5,181,718.86 ลบ.ม.ตอป คิดเปนรอยละ 93.76 ของ ปริมาณผลผลิตกาซชีวภาพทั้งหมด โดยมีการกระจายของผลผลิตกาซชีวภาพ ดังนี้ 1) ผลผลิตกาซชีวภาพของฟารมสุกรที่เขารวมโครงการ T-VER ในพื้นที่ ต.ทามะนาว อ.ชัยบาดาล จ.ลพบุรี จำนวน 345,035.46 ลบ.ม.ตอป ซึ่งกาซชีวภาพที่ผลิตไดถูกนำมาใชเปนพลังงานทดแทนภายในฟารม 170,709.46 ลบ.ม.ตอป คิดเปนรอยละ 3.09 ของปริมาณผลผลิตกาซชีวภาพทั้งหมด สำหรับกาซชีวภาพสวนที่เหลือ 174,326 ลบ.ม.ตอป คิดเปนรอยละ 3.15 ของปริมาณผลผลิตกาซชีวภาพทั้งหมด ถูกสงไปใหกับผูใชกาซในชุมชน


60 ต.ทามะนาว โดยมีวิสาหกิจชุมชนกลุมผูใชกาซจากมูลสัตว ต.ทามะนาว จ.ลพบุรี เปนตัวกลางในการบริหารจัดการ สงกาซชีวภาพผานระบบทอไปยังครัวเรือนในชุมชน ต.ทามะนาว เพื่อใชทดแทนกาซหุงตม LPG จำนวน 486 ครัวเรือน 2) ผลผลิตกาซชีวภาพของฟารมสุกรที่ไมไดเขารวมโครงการ T-VER จำนวน 5,181,718.86 ลบ.ม.ตอป ซึ่งกาซชีวภาพที่ผลิตไดถูกนำมาใชเปนพลังงานทดแทนภายในฟารม 1,862,130 ลบ.ม.ตอป คิดเปนรอยละ 33.69 ของปริมาณผลผลิตกาซชีวภาพทั้งหมด สำหรับกาซชีวภาพสวนที่เหลือ 3,319,588.86 ลบ.ม.ตอป คิดเปนรอยละ 60.06 ของปริมาณผลผลิตกาซชีวภาพทั้งหมด ไมไดนำมาใชประโยชน สำหรับปริมาณคารบอนเครดิตในป 2564 ที่เกิดจากการดำเนินกิจกรรมของฟารมสุกรที่เขารวม โครงการ T-VER จำนวน 5,156 ตันคารบอนไดออกไซดเทียบเทา จะถูกขายใหกับซื้อคารบอนเครดิตในประเทศ ไดแก องคกรธุรกิจ ภาครัฐ โรงงาน หรือบุคคลตางๆ ที่ตองการนำคารบอนเครดิตไปใชชดเชยกิจกรรมการปลอย กาซเรือนกระจกของตนเอง ในราคา 200 บาทตอตันคารบอนไดออกไซดเทียบเทา คิดเปนมูลคา 1,031.200 บาท โดยผูที่ตองการซื้อขายจะตองยื่นขอเปดทะเบียนบัญชีซื้อขายคารบอนเครดิตกับ อบก. กอน และหลังจากการ ซื้อขายและชำระเงินเกิดขึ้นแลว อบก. จะถายโอนคารบอนเครดิตจากบัญชีผูขายไปยังผูซื้อ ซึ่งรายไดที่เกิดจากการ ขายคารบอนเครดิตจะถูกโอนเขาบัญชีของวิสาหกิจชุมชนกลุมผูใชกาซจากมูลสัตว ต.ทามะนาว จ.ลพบุรี เพื่อ นำมาใชบำรุงรักษาระบบกาซชีวภาพของฟารมที่เขารวมโครงการและชุมชน รวมทั้งแบงผลกำไรใหแกสมาชิก 5.1.3 แนวทางการพัฒนาการบริหารจัดการสิ่งปฏิกูลจากฟารมสุกรเพื่อสรางมูลคาเพิ่มทางเศรษฐกิจ ประกอบดวย 7 กลยุทธ ดังนี้ กลยุทธที่ 1 เสริมสรางความมั่นคงทางพลังงานในชุมชนดวยการจัดการสิ่งปฏิกูลในฟารมสุกร กลยุทธที่ 2 พัฒนาขีดความสามารถของเกษตรกรผูเลี้ยงสุกรเพื่อรักษาสิ่งแวดลอม และสรางรายได ฟารมสุกรจากระบบคารบอนเครดติ กลยุทธที่ 3 สรางสรรคคุณภาพชีวิต และสิ่งแวดลอมดวยการจัดการสิ่งปฏิกูลในฟารมสุกรที่ยั่งยืน กลยุทธที่ 4 สรางคุณคาจากการจัดการสิ่งปฏิกูลในฟารมสุกรเพื่อลดรายจาย เพิ่มรายได และ พัฒนาคุณภาพชีวิตแกเกษตรกร กลยุทธที่ 5 จัดการความรู และพัฒนาบุคลากรเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการจัดการสิ่งปฏิกูล ในฟารมสุกร กลยุทธที่ 6 สงเสริมการลงทุนเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการบริหารจัดการสิ่งปฏิกูลในฟารมสุกร ดวยกลไกทางการเงิน และการบูรณาการระหวางภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม และภาคีทุกภาคสวน ทั้งในและตางประเทศ กลยุทธที่ 7 ปรับระบบการบริหารและการบริการของหนวยงานภาครัฐใหสะดวก ทันสมัย สอดคลอง ตามมาตรฐานสากล รองรับการจัดการสิ่งปฏิกูลในฟารมสุกรเพื่อสรางมูลคาเพิ่มทางเศรษฐกิจ


61 5.2 ขอเสนอแนะ 5.2.1 กองทุนเพื่อสงเสริมการอนุรักษพลังงาน ควรพิจารณาสนับสนุนเงินทุนดอกเบี้ยต่ำหรือ เงินยืมปลอดดอกเบี้ยใหแกฟารมสุกรขนาดกลางและขนาดเล็กนำไปพัฒนาระบบบำบัดน้ำเสียแบบผลิต กาซชีวภาพและระบบพลังงานทดแทนในฟารมใหมากขึ้น 5.2.2 ฟารมขนาดเล็กและขนาดกลางที่มีพื้นที่อยูในบริเวณใกลเคียงกัน และมีกาซชีวภาพเหลือใช ควรรวมกับภาคีเครือขายภาควิชาการ ภาครัฐและภาคเอกชนที่เกี่ยวของ จัดทำโครงการเพื่อขึ้นทะเบียน โครงการลดกาซเรือนกระจกภาคสมัครใจตามมาตรฐานของประเทศไทย (T - VER) ของ อบก. เพื่อขอรับรอง คารบอนเครดิต และนำรายไดมาใชในการพัฒนาพลังงานทดแทนภายในฟารมและสงใหกับชุมชนในพื้นที่ใชประโยชน 5.2.3 กรมปศุสัตวควรพิจารณานำแนวทางการพัฒนาการบริหารจัดการสิ่งปฏิกูลจากฟารมสุกร เพื่อสรางมูลคาเพิ่มทางเศรษฐกิจ ไปจัดทำแผนงานและโครงการพัฒนาฟารมสุกรใหเกิดการผลิตที่เปนมิตรกับ สิ่งแวดลอม เพื่อเปนสวนหนึ่งในการผลักดันโมเดลเศรษฐกิจสูการพัฒนาที่ยั่งยืนใหบรรลุเปาหมาย 5.2.4 องคการบริหารจัดการกาซเรือนกระจก (องคการมหาชน) ควรสงเสริมใหภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคอุตสาหกรรม ซื้อคารบอนเครดิตเพื่อชดเชยกับปริมาณกาซเรือนกระจกที่ปลอยออกมาจากกิจกรรมตางๆ ขององคกรใหมากขึ้น ซึ่งเมื่อความตองการคารบอนเครดิตเพิ่มขึ้นจะสงผลใหราคาปรับตัวสูงขึ้น จูงใจให เกษตรกรผูเลี้ยงสุกรลงทุนทำบอบำบัดน้ำเสียแบบผลิตกาซชีวภาพและขึ้นทะเบียนโครงการลดกาซเรือนกระจก ภาคสมัครใจตามมาตรฐานของประเทศไทย (T - VER) เพิ่มขึ้น


บรรณานุกรม กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษพลังงาน. (2552). โครงการศึกษาการเพิ่มมูลคาน้ำที่ผานการบำบัดจาก ระบบผลิตกาซชีวภาพฟารมสุกรตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง. [ออนไลน]. สืบคนขอมูลวันที่ 23 พฤษภาคม 2565 เขาถึงไดจากเว็บไซต https://webkc.dede.go.th/testmax/sites/ default/files/ final%20report.pdf. กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษพลังงาน กระทรวงพลังงาน. (2553). การผลิตกาซชีวภาพจากของเสีย ฟารมปศุสัตว และโรงงานอุตสาหกรรม. [ออนไลน]. สืบคนขอมูลวันที่ 20 พฤษภาคม 2565 เขาถึงได จากเว็บไซต http://www2.dede.go.th/km%5Fber/Attach/Biogas-present.pdf. กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษพลังงาน กระทรวงพลังงาน. (2553). คูมือการปฏิบัติงานที่ดีของระบบ ผลิตกาซชีวภาพจากน้ำเสียมูลสัตว. (พิมพครั้งที่ 1). กรุงเทพฯ: สำนักวิจัย คนควาพลังงาน กรมพัฒนา พลังงานทดแทนและอนุรักษพลังงาน. กรมควบคุมมลพิษ. (2553). คูมือการประเมินปริมาณน้ำเสียและปริมาณมลพิษจากการเลี้ยงสุกร. กรุงเทพมหานคร. กรมควบคุมมลพิษ. (2553). คูมือแนวทางการจัดการกลิ่นจากฟารมสุกร. [ออนไลน]. สืบคนขอมูลวันที่ 4 มิถุนายน 2565 เขาถึงไดจากเว็บไซต https://www.pcd.go.th/wp-content/uploads/2020/05/ pcdnew-2020-05-19_06-51-11_032038.pdf. กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษพลังงาน กระทรวงพลังงาน. (2554). คูมือการพัฒนาและการลงทุน ผลิตพลังงานทดแทน. [ออนไลน]. (ชุดที่ 5). สืบคนขอมูลวันที่ 5 พฤษภาคม 2565 เขาถึงไดจากเว็บไซต www.dede.go.th. กรมอนามัย. (2561). แนวทางการจัดการและแกไขปญหาเหตุรําคาญจาก การประกอบกิจการที่เปนอันตราย ตอสุขภาพประเภทการเลี้ยงสุกรสำหรับองคกรปกครองสวนทองถิ่น. กรุงเทพฯ: กรมอนามัย กระทรวง สาธารณสุข. กรกช สกุลฐิติธนานนท. (2563). อิทธิพลของปจจัยแหงความสำเร็จที่มีตอประสิทธิผลในการปฏิบัติงานของ บุคลากร โรงเรียนในเครืออัสสัมชัญ. วารสารมนุษยศาสตรและสังคมศาสตร มหาวิทยาลัยธนบุรี. 14 (2) ประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ เรื่องมาตรฐานฟารมเลี้ยงสุกรของประเทศไทย พ.ศ.2542. (2544, 22 มีนาคม). ราชกิจจานุเบกษา. เลม 118 ตอนพิเศษ 27 ง. หนา 4. ประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอม เรื่องกำหนดมาตรฐานคาความเขมกลิ่นของอากาศเสีย ที่ปลอยทิ้งจากสถานที่เลี้ยงสัตว. (2556, 15 กรกฎาคม). ราชกิจจานุเบกษา. เลม 130 ตอนพิเศษ 85 ง. หนา 9.


64 ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่องกิจการที่เปนอันตรายตอสุขภาพ พ.ศ. 2558. (2558, 17 กรกฎาคม). ราชกิจจานุเบกษา. เลม 132 ตอนพิเศษ 165 ง. หนา 16 - 23. ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่องกำหนดประเภทหรือขนาดของกิจการ และหลักเกณฑ วิธีการ และเงื่อนไข ที่ผูขออนุญาตจะตองดำเนินการกอนการพิจารณาออกใบอนุญาต พ.ศ. 2561. (2561, 21 ธันวาคม). ราชกิจจานุเบกษา. เลม 135 ตอนพิเศษ 328 ง. หนา 34 - 33. ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง หลักเกณฑในการรับฟงความคิดเห็นของประชาชนที่เกี่ยวของ พ.ศ. 2561. (2561, 21 ธันวาคม).ราชกิจจานุเบกษา. เลม 135 ตอนพิเศษ 328 ง. หนา 36 - 38. ประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอม เรื่องกำหนดใหการเลี้ยงสุกรเปนแหลงกำเนิดมลพิษ ที่จะตองถูกควบคุมการปลอยน้ำเสียลงสูแหลงน้ำสาธารณะหรือออกสูสิ่งแวดลอม. (2564, 4 มกราคม). ราชกิจจานุเบกษา. เลม 138 ตอนพิเศษ 2 ง. หนา 41. ประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอม เรื่องกำหนดมาตรฐานควบคุมการระบายน้ำทิ้งจาก แหลงกำเนิดมลพิษประเภทการเลี้ยงสุกร. (2564, 4 มกราคม). ราชกิจจานุเบกษา. เลม 138 ตอนพิเศษ 2 ง. หนา 38 - 40. ประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ เรื่องกำหนดมาตรฐานสินคาเกษตร: การปฏิบัติที่ดีสำหรับฟารมสุกร ตามพระราชบัญญัติมาตรฐานสินคาเกษตร พ.ศ.2551. (2565, 6 มิถุนายน). ราชกิจจานุเบกษา. เลม 139 ตอนพิเศษ 126 ง. หนา 9. ญานิศา แสนศรี และคณะ. (2558). การศกึษาหวงโซอุปทานและโลจิสติกสของการผลิตไฟฟาจากหญาเนเปยร กรณีศึกษา บริษัท เคซีเอฟ กรีน เอนเนอจี จำกัด. กรุงเทพฯ: คณะวิศวกรรมศาสตร มหาวิทยาลัย เกษตรศาสตร. ณิชชา บูรณสิงห. (2563). กาซชีวภาพผลผลิตจากมูลสัตวสูพลังงานทดแทน. [ออนไลน]. (Academic focus. สำนักวิชาการ. สำนักงานเลขาธิการสภาผูแทนราษฎรเดือนเมษายน). สืบคนขอมูลวันที่ 18 พฤษภาคม 2565 เขาถึงไดจากเว็บไซต https://www.parliament.go.th/ewtadmin/ewt/ parliament_parcy/ewt_dl_link.php?nid=66535&filename=thai_national_assembly. บดินทร ลือเลิศยศ. (2547). การประเมินผลการลงทุนโครงการผลิตกาซชีวภาพจากมูลสุกร ของประเวศฟารม ในอำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย. เชียงใหม: บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเชียงใหม. ปยพงศ พงษอนันต. (2554). ปจจัยที่มีผลตอการตัดสินใจของผูประกอบกิจการฟารมสุกรในการเลือกติดตั้ง ระบบโคเวอรลากูนเพื่อนํากาซชีวภาพมาใชเปนพลังงานทดแทน. เชียงใหม: บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเชียงใหม. พฤทธ รำพึงกิจ. (2546). ประสิทธิภาพทางเศรษฐกิจของบอกาซชีวภาพในจังหวัดเชียงใหม. เชียงใหม: บัณฑิต วิทยาลัย มหาวิทยาลัยเชียงใหม.


65 พระราชบัญญัติสงเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดลอมแหงชาติ พ.ศ.2535. (2535, 4 เมษายน). ราชกิจจานุเบกษา. เลม 109 ตอนที่ 37. หนา 1 - 43. พระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. 2535. (2535, 5 เมษายน). ราชกิจจานุเบกษา. เลม 109 ตอนที่ 38. หนา 1 - 33. ยรรยง ศรีสม. (2553). หวงโซคุณคา (value chain) ในงานโลจิสติกส ตอนที่ 1 และ ตอนจบ. [ออนไลน]. วารสารสงเสริมเทคโนโลยี37(210-211). สืบคนขอมูลวันที่ 18 พฤษภาคม 2565 เขาถึงไดจากเว็บไซต https://www.tpa.or.th/publisher/pdfFileDownloadS/TN211A_p039-44.pdf. วัลลภ รัฐฉัตรานนท. (2557). เทคนิควิจัยทางสังคมศาสตร. กรุงเทพฯ : มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร. วงกต วงศอภัย และปุน เที่ยงบูรณธรรม. (2551). Biogas Situation and Development in Thai Swine Farm. เชียงใหม: คณะวิศวกรรมศาสตร มหาวิทยาลัยเชียงใหม. วิสาขา ภูจินดา. (2558). คูมือเทคนิคการผลิตกาซชีวภาพระดับครัวเรือนและชุมชน. [ออนไลน]. (สำนักงาน คณะกรรมการวิจัยแหงชาติ (วช) สำนักวิจัย สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร). สืบคนขอมูลวันที่ 25 พฤษภาคม 2565 เขาถึงไดจากเว็บไซต http://www.thai-explore.net/file_upload/ submitter/ file_doc/2239c166617116b10359ee7b92d32bcd4fa.pdf. สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย. (2553). รายงานฉบับสมบูรณ โครงการศึกษาแนวทางการจัดการหวง โซอุปทานและโลจิสติกสของสินคาเกษตร. [ออนไลน]. สืบคนขอมูลวันที่ 5 พฤษภาคม 2565 เขาถึงได จากเว็บไซตhttps://tdri.or.th/wp-content/uploads/2012/09/a148.pdf สมชัย จันทรสวางและสุริยะ สะวานนท. (2543). การประมวลสถานภาพองคความรูดานการจัดการของเสีย ในระบบการผลิตสุกร. กรุงเทพฯ: ภาควิชาสัตวบาล มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร. สมนึก แกวเกาะสะบา. (2549). ปจจัยที่มีผลตอการยอมรับการใชกาซชีวภาพ ของผูเลี้ยงสุกรในจังหวัดลำพนู. เชียงใหม: บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเชียงใหม. สุชน ตั้งทวีวิพัฒนและคณะ. (2563). การใชกาซชีวภาพจากมูลสุกรเปนพลังงานทดแทนผลิตกระแสไฟฟา ในชุมชน. เชียงใหม: ภาควิชาสัตวศาสตรและสัตวน้ำ คณะเกษตรศาสตร มหาวิทยาลัยเชียงใหม. สุพัฒน อุยไพบูลยสวัสดิ์. (2553). เศรษฐศาสตรจุลภาค 1. กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยรามคําแหง. สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน กระทรวงพลังงาน. (2565). วารสารนโยบายพลังงาน. [ออนไลน]. (ฉบับที่ 102). สืบคนขอมูลวันที่ 5 พฤษภาคม 2565 เขาถึงไดจากเว็บไซต http://www.eppo.go.th/ images/Infromation_service/journalissue/ISSUE102.pdf. สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร. (2562). สถิติการเกษตรของประเทศไทย ป 2561. กรุงเทพฯ: สำนักงานเศรษฐกิจ การเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ.


66 สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร. (2564). สถิติการเกษตรของประเทศไทย ป 2563. กรุงเทพฯ: สำนักงานเศรษฐกิจ การเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ. อรทัย วรรคาวิสันต. (2552). การวิเคราะหความเปนไปไดโครงการลงทุนผลิตกาซชีวภาพจากมูลสัตว. [ออนไลน]. (การศึกษาเฉพาะบุคคล บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยกรุงเทพ). สืบคนขอมูลวันที่ 26 พฤษภาคม 2565 เขาถึงไดจากเว็บไซต http://dspace.bu.ac.th/bitstream/123456789/570/1/ orathai_wakk.pdf. เอกชัย อภิศักดิ์กุล และ ทรรศนะ บุญขวัญ. (2549). การจัดการเชิงกลยุทธ แปลและเรียบเรียงจาก Strategic management /Michael A. Hitt, R. Duane Ireland และ Robert E. Hoskisson. (พิมพคร้งัที่1) . กรุงเทพฯ : โรงพิมพแหงจุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย. เอกกมลเอี่ยมศรี. (2554).PEST Analysisการทำความเขาใจใน “ภาพรวม” ที่ทำใหเกิดการเปลี่ยนแปลง.สืบคนขอมูล เมื่อ 22 พฤษภาคม 2565 เขาถึงไดจากเว็บไซต https://eiamsri.wordpress.com/2011/06/03/ Hao Yu. (2018). A Value Chain Analysis for Bioenergy Production from Biomass and Biodegradable Waste: A Case Study in Northern Norway. Michael A. Hitt, R. Duane Ireland, Robert E. Hoskisson. (2005). Strategic Management: Competitiveness and Globalization. Thomson/South-Western. Porter, M. E. (1979). Decision Support Tools: Porter's Value Chain. Cambridge University: Institute for Manufacturing (IfM). Schaper. C. (2010). Strategisches Management in der Landwirtschaft: Wettbewerbsfahigkeit- Risi-komanagement-Neue Markte. Gottingen.


67 ภาคผนวก


ภาคผนวกที่ 1 แบบสอบถามการศึกษาแนวทางการบริหารจัดการสิ่งปฏิกูล จากฟารมสุกรเพื่อสรางมูลคาเพิ่มทางเศรษฐกิจ


71 ชื่อ-สกุล ผูใหขอมูล................................................................................. บานเลขที่.............................. . หมู.....................ตำบล............................อำเภอ.............................จังหวัด............................................... โทรศพัท.............................. ชื่อฟารม.................. ................................................................................... หมายเลขแบบสอบถาม...................................วันที่สัมภาษณ.............................................................. ชื่อพนักงานสัมภาษณ........................................................................................................................... แบบสอบถาม การศึกษาแนวทางการบริหารจัดการสิ่งปฏิกูลจากฟารมสุกรเพื่อสรางมูลคาเพิ่มทางเศรษฐกิจ สวนที่ 1 ขอมูลทั่วไป 1. ฟารมกอต้งัเมื่อปพ.ศ. ………………………………………………….. ดำเนินการมาแลว …………………………………. ป 2. ขนาดพื้นที่ฟารมทั้งหมด................ไร เพื่อเลี้ยงสุกร…………..….…ไร เพื่อบำบัดน้ำเสีย...................................ไร อื่นๆ ……………………………………………………………. 3. จำนวนสุกรขุน ป 2564 รุน ปริมาณสุกรขุนเขาเลี้ยง (ตัว) จำนวนวันที่ยืนคอก (วัน) 1 2 3 พักคอก .................ครั้ง ๆ ละ .......................วัน จำนวนโรงเรือนเลี้ยงสุกรขุน.................โรง ลักษณะโรงเรือน ระบบปด ระบบเปด 4. ทานมีการบริหารจัดการของเสียในฟารมอยางไรบาง (ลดของเสีย นำมาใชซ้ำ การกำจัดที่เหมาะสม) ขยะมูลฝอย(ถุงอาหารสัตวเขม็ฉีดยาขวดยาฯลฯ)ซากสุกรที่เสียชีวิตกลิ่นเหม็น (จากเศษอาหาร มลูและปสสาวะ น้ำเสีย) .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................................


72 5. เริ่มทำระบบบำบัดน้ำเสียชนิดไดกาซชีวภาพเมื่อปพ.ศ. ……………..………….. ดำเนนิการมาแลว …………………. ป 6. ทานไดรับทราบขอมูล/เขารวมการอบรม/ไดรับการสนับสนุนงบประมาณ ในการทำระบบบำบัดน้ำเสียชนิดได กาซชีวภาพจากหนวยงานใดบาง (กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษพลังงาน/กรมปศสุัตว/ สถาบันการศึกษา ฯลฯ) .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... 7. แหลงที่มาของเงินทุนระบบบำบัดน้ำเสียชนิดไดกาซชีวภาพ ทุนตนเอง...................................................... กูยืมเงินลงทุนจาก............................................................. สวนที่2 การจัดการหวงโซคุณคาการผลิตกาซชีวภาพ 1.กิจกรรมหลัก Primary Activity 1.1 ดานโลจิสติกสขาเขา Inbound Logistics 1) น้ำเสีย (จากการลางโรงเรือนและคอกเลี้ยงสุกร การระบายความรอน สวมน้ำและน้ำปสสาวะ ไหลลงรางหรือ ทอสงน้ำเสีย ไปยังบอรวบรวมน้ำเสีย) ปริมาณการใชน้ำเพื่อลางโรงเรือน จำนวน ………………………. ลบ.ม./วัน วันละ 1 ครั้ง วันละ 2 ครั้ง 2 วัน 1 ครั้ง อื่นๆ ……………………… ปริมาณน้ำเสียที่เขาระบบบำบัดน้ำเสีย จำนวน ………………………. ลบ.ม./วัน แหลงที่มาของน้ำเสีย ฟารมตนเอง ฟารมใกลเคยีง (ชื่อฟารม) ……………………………………………จำนวน................ลบ.ม./วัน 2) มูลสุกร ปริมาณมูลสุกรทั้งหมด ………………………. ก.ก./วัน - มูลสุกรที่นำไปเขาระบบบำบัดน้ำเสีย ………………………. ก.ก./วัน วิธีดำเนินการ (ลางลงรางหรือทอสงน้ำเสีย ไปยังบอรวบรวมน้ำเสีย) .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................................


73 1.2 ดานการดำเนินการ/กระบวนการแปรรูป Operations 1) บอบำบัดน้ำเสียชนิดไดกาซชีวภาพเปนระบบใด แบบ Modified Cover Lagoon จำนวน …………………………….. บอ กวาง ……………เมตร * ยาว ………เมตร * ลึก ………… เมตร = …………………. ลูกบาศเมตร แบบ Cover Lagoon จำนวน …………………………….. บอ กวาง ……………เมตร * ยาว ………เมตร * ลึก ………… เมตร = …………………. ลูกบาศเมตร แบบโดมคงที่ Fixed dome จำนวน …………………………….. บอ กวาง ……………เมตร * ยาว ………เมตร * ลึก ………… เมตร = …………………. ลูกบาศเมตร บอหมักแบบราง Channel Digester จำนวน …………………………….. บอ กวาง ……………เมตร * ยาว ………เมตร * ลึก ………… เมตร = …………………. ลูกบาศกเมตร แบบอื่นๆ จำนวน …………………………….. บอ กวาง ……………เมตร * ยาว ………เมตร * ลึก ………… เมตร = …………………. ลูกบาศกเมตร 2) ทำไมถึงตัดสินใจเลือกระบบตามขอ 1) และแบบแปลนของระบบไดมาจากแหลงใด (จางวิศวกรออกแบบเอง/ แบบของ ปศ./ แบบของกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนรุักษพลังงาน-พ.พ./ แบบของ มช.) .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... 3) ระยะเวลาที่หมักจนเกิดกาซชวีภาพ (แฟบ-โปง ) ใชเวลา ……………………………………. วัน 4) อธิบายกระบวนการตั้งแตน้ำเสียออกจากโรงเรือนไปจนถึงการผลิต biogas และใชประโยชน (วาดรูป) .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................................


74 5) เครื่องมืออุปกรณและการลงทุนระยะยาว (ที่มีอายุมากกวา 1 ปขึ้นไป) รายการ จำนวน (หนวย) มูลคา แรกซื้อ/ กอสราง (บาท/ หนวย) เปอรเซ็นต ใชงานกับ การผลิต/ ใชประโยชน กาซชีวภาพ มูลคา เมื่อขาย ซาก (บาท) จำนวนป ที่ใชงาน ตั้งแตซ ื้อ จนสนิ้ อายุ (ป) คาซอม/บำรุงรักษา ป 2564 (บาท) อายุการใช งานหลัง การซอม ครั้งนี้ (ป) จางซอม (บาท) ซอมเอง (บาท) (1) (2) (3) (4) (5) (6) (7) (8) (9) คาลงทุนระบบบำบัด น้ำเสียแบบผลิต กาซชีวภาพ 1.บอรวมน้ำเสยี (CT) 2.บอดักทราย 3.บอบำบัดน้ำเสยี biogas 4.บอสูบตะกอน 5.ลานตากตะกอน 6.บอผึ่ง 7.บอบำบัดขั้นหลัง 8.เครื่องสูบน้ำเสีย 9.เครื่องสูบตะกอน อื่นๆ………………………….. อื่นๆ………………………….. คาลงทุนระบบการนำกาซ ไปใชประโยชน 1.ระบบทอกาซ 2.Gas blower 3.ปมน้ำใน H2S Scrubber 4.เครื่องทำความเย็น 5.เครื่องปนไฟฟา กาซชีวภาพ Generator…………….kw/h


75 รายการ จำนวน (หนวย) มูลคา แรกซื้อ/ กอสราง (บาท/ หนวย) เปอรเซ็นต ใชงานกับ การผลิต/ ใชประโยชน กาซชีวภาพ มูลคา เมื่อขาย ซาก (บาท) จำนวนป ที่ใชงาน ตั้งแตซ ื้อ จนสนิ้ อายุ (ป) คาซอม/บำรุงรักษา ป 2564 (บาท) อายุการใช งานหลัง การซอม ครั้งนี้ (ป) จางซอม (บาท) ซอมเอง (บาท) (1) (2) (3) (4) (5) (6) (7) (8) (9) 6.เครื่องปนไฟฟาแบบฉุด/ น้ำมัน น้ำมัน............................... แรงมา.............................. วัตต.................................. 7. เครื่องอบแหงมูล (แยก ปุยแหง) 8. เครื่องอัดมูลแบบเม็ด อื่นๆ………………………….. อื่นๆ………………………….. อื่นๆ………………………….. 6) คาวัสดุและคาใชจายอื่นๆ ในการผลิต/นำไปใชประโยชนกาซชีวภาพ ป 2564 รายการ หนวย ปริมาณ ราคา บาท/หนวย % การใชใน ซื้อ ตนเอง/ฟรี กิจกรรม (1) (2) (3) (4) (5) (6) คาน้ำ - ลางโรงเรือน ลบ.ม. คาไฟ - ใชกับเครื่องสูบน้ำ หนวย - ใชกับปมน้ำ หนวย อื่นๆ................................................. อื่นๆ................................................


76 รายการ หนวย ปริมาณ ราคา บาท/หนวย % การใชใน ซื้อ ตนเอง/ฟรี กิจกรรม (1) (2) (3) (4) (5) (6) คาน้ำมันเชื้อเพลิง -ใชกับเครื่องสูบน้ำ ลิตร -ใชกับเครื่องปนไฟ ลิตร อื่นๆ................................................. คาน้ำมันหลอลื่น -ใชกับเครื่อง.................................... ลิตร อื่นๆ................................................. ลิตร คาสารเคมี/จุลินทรีย - ชนิดน้ำ........................................ ลิตร - ชนิดผง........................................ กก. - น้ำหมัก ลิตร กระสอบ/ถุงปุย ถุงมือ รองเทายาง รถเข็น อื่นๆ................................................. อื่นๆ.................................................


77 7) คาจางแรงงานในการผลิต/นำไปใชประโยชนกาซชีวภาพ ป 2564 กิจกรรม จำนวน คน ชั่วโมงการทำงาน (ชม./วัน) จำนวน วันที่ใช แรงงาน (วัน) อัตราคาจาง % การใช แรงงานใน กิจกรรม จาง ตนเอง บาท/คน/วัน บาท/คน/วัน (1) (2) (3) (4) (5) (6) (7) (8) ลางโรงเรือนและคอก ดูแลรักษาราง/ทอสง น้ำเสียไปยังบอรวบรวม น้ำเสีย ดูแลรักษาระบบการผลิต กาซชีวภาพ ดูแลรักษาระบบการนำ กาซชีวภาพไปใชประโยชน ขนยายกากตะกอนมาตาก บรรจุกากตะกอน ลงกระสอบ/ถุงปุย ขนสงกากตะกอนไป จำหนาย อื่นๆ.................................. อื่นๆ................................. 1.3 ดานโลจิสติกสขาออก Outbound Logistics 1) ปริมาณกาซชีวภาพที่ผลิตได.......................................... ลบ.ม./วัน ถูกนำไปใชประโยชน ดังนี้  1.1) ใชประโยชนในฟารม รอยละ..............…… ของปริมาณกาซชีวภาพที่ผลิตได (1) ทดแทนพลังงานไฟฟา ปริมาณ ………………… กิโลวัตต ราคา ...................... บาท/กิโลวัตต มูลคา ………………………….. บาท ฟารมสุกรมีคาไฟฟาเฉลี่ย....................................... บาท/เดือน เมื่อใชกาซชีวภาพ คาไฟลดลงเหลือ....................................... บาท/เดือน


78 ใชกับเครื่องใชไฟฟาอะไรบาง ปริมาณการใชกี่ชั่วโมง/วัน .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... (2) ทดแทนกาซ LPG ปริมาณ ……………………กิโลกรัม ราคา ...................... บาท/กิโลกรัม มูลคา ………………………….. บาท ใชทำอะไรบาง เชน หุงตมเครื่องทำน้ำอุน ตูกกลูกหมูพัดลมโรงเรือนฯลฯ ปริมาณการใชกี่ชั่วโมง/วัน .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... ฟารมสุกรสุกรมีคากาซ LPG เฉลี่ย....................................... บาท/เดือน เมื่อใชกาซชีวภาพ คากาซ LPG ลดลงเหลือ....................................... บาท/เดือน 1.2) ใชประโยชนในครัวเรือน รอยละ..............…… ของปริมาณกาซชีวภาพที่ผลิตได (1) ทดแทนพลังงานไฟฟา ปริมาณ ………………… กิโลวัตต ราคา ...................... บาท/กิโลวัตต มูลคา ………………………….. บาท ครัวเรือนมีคาไฟฟาเฉลี่ย....................................... บาท/เดือน เมื่อใชกาซชีวภาพ คาไฟลดลงเหลือ....................................... บาท/เดือน ใชกับเครื่องใชไฟฟาอะไรบาง ปริมาณการใชกี่ชั่วโมง/วัน .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... (2) ทดแทนกาซ LPG ปริมาณ ……………………กิโลกรัม ราคา ...................... บาท/กิโลกรัม มูลคา ………………………….. บาท ครัวเรือนมีคากาซ LPG เฉลี่ย....................................... บาท/เดือน เมื่อใชกาซชีวภาพ คากาซ LPG ลดลงเหลือ....................................... บาท/เดือน ใชทำอะไรบาง ปริมาณการใชกี่ชั่วโมง/วัน .................................................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................................


79 1.3) ใชประโยชนในชุมชน รอยละ..............…… ของปริมาณกาซชีวภาพที่ผลิตได (1) ทดแทนพลังงานไฟฟา ปริมาณ ………………… กิโลวัตต ราคา ...................... บาท/กิโลวัตต มูลคา ………………………….. บาท ชุมชนมีคาไฟฟาเฉลี่ย....................................... บาท/เดือน เมื่อใชกาซชีวภาพ คาไฟลดลงเหลือ....................................... บาท/เดือน ใชกับเครื่องใชไฟฟาอะไรบาง ปริมาณการใชกี่ชั่วโมง/วัน .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... (2) ทดแทนกาซ LPG ปริมาณ ……………………กิโลกรัม ราคา ...................... บาท/กิโลกรัม มูลคา ………………………….. บาท ชุมชนมีคากาซ LPG เฉลี่ย....................................... บาท/เดอืน เมื่อใชกาซชีวภาพ คากาซ LPG ลดลงเหลือ....................................... บาท/เดือน ใชทำอะไรบาง ปริมาณการใชกี่ชั่วโมง/วัน .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... 2) ปริมาณกากตะกอนที่ผลิตได ……………………………………. ก.ก./วัน ถูกนำไปใชประโยชน ดังนี้ ใชเอง ………………. ก.ก. จำหนายเปนปุย.................... ก.ก. ๆ ละ ........................ บาท ทำปุยอัดเม็ด ………………. ก.ก. ขาย ก.ก. ๆ ละ ........................ บาท ลูกคาคือใคร …………………………………………………………………………………………………………………………….. มาซื้อที่ฟารม จัดสงใหลูกคา คาขนสง.................................. บาท/เที่ยว วิธีดำเนินการ (เชน เก็บไปตาก/ขนไปตากอยางไร/ใชเวลาตากกี่วัน/เก็บในโรงปุยกี่วัน/บรรจุถุงกี่ ก.ก.) .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................................


Click to View FlipBook Version