42
อายุ 46 - 55 ปี คิดเป็นร้อยละ 25.58 ส่วนใหญ่เป็นผู้ที่สำเร็จการศึกษาสูงสุดในประถมศึกษา คิดเป็นร้อยละ
72.09 รองลงมามธั ยมศึกษา/ปวช. คิดเปน็ รอ้ ยละ 13.95
กลุ่มตัวอย่างทำเกษตรในตำบลไผ่ชะเลือด ร้อยละ 34.89 รองลงมาตำบลคู้ลำพัน ร้อยละ
23.26 ตำบลหาดยาง ร้อยละ 18.60 ตำบลดงกระทงยาม ร้อยละ 13.95 และตำบลบางกุ้ง ร้อยละ 9.30 หรือ
สามารถจำแนกตามอำเภอ พบว่า กลุ่มตัวอย่างทำเกษตรท่ีอำเภอศรีมโหสถ ร้อยละ 53.49 และอำเภอศรีมหาโพธิ
ร้อยละ 46.51 ซ่ึงเปน็ สัดสว่ นท่ีใกลเ้ คียงกนั
กลุ่มตัวอย่างมีอาชีพเกษตรกรเป็นหลักส่วนใหญ่ได้ขึ้นทะเบียนเกษตรกร ร้อยละ 93.02 และ
ไม่ขึ้นทะเบียนเกษตรกร เพียงร้อยละ 6.98 และส่วนใหญ่ไม่มีประกอบอาชีพเสริม ร้อยละ 62.79 และมีการ
ประกอบอาชีพเสริม ร้อยละ 37.21 เช่น ค้าขาย รับจ้างบริการทางการเกษตร เป็นต้น รวมทั้งมีจำนวนสมาชิกใน
ครัวเรือนสว่ นใหญ่มีจำนวนมากกวา่ 5 คน ร้อยละ 37.21
ตารางท่ี 4.6 ขอ้ มลู ทั่วไปของเกษตรกร จำนวน รอ้ ยละ
(n=43) 100.00
รายการ
25 65.12
เพศ 18 34.88
ชาย
หญิง 2 4.65
อายุ 4 9.30
25 - 35 ปี 11 25.58
36 - 45 ปี 16 37.21
46 - 55 ปี 10 23.26
56 - 65 ปี
มากกว่า 65 ปี 31 72.09
ระดบั การศึกษา 2 4.65
ประถมการศึกษา 6 13.95
มธั ยมตอนต้น 2 4.65
มธั ยมปลาย/ปวช. 2 4.65
ปวส.
ปรญิ ญาตรขี ้ึนไป
ทมี่ า : จากการสำรวจ
43
ตารางที่ 4.6 ขอ้ มูลท่ัวไปของเกษตรกร (ตอ่ )
รายการ จำนวน รอ้ ยละ
(n=43) 100.00
ตำบล
ไผ่ชะเลือด 15 34.89
หาดยาง 8 18.60
บางก้งุ 4 9.30
ดงกระทงยาม 6 13.95
คู้ลำพัน 10 23.26
อำเภอ
ศรีมโหสถ 23 53.49
ศรมี หาโพธิ 20 46.51
การข้นึ ทะเบยี นเกษตรกร
ขน้ึ 40 93.02
ไม่ขึน้ 3 6.98
อาชพี เสริม
ไมป่ ระกอบอาชพเสรมิ 27 62.79
ประกอบอาชพี เสรมิ 16 37.21
จำนวนสมาชกิ ในครัวเรือน
1-2 คน 14 32.56
3-4 คน 13 30.23
มากกว่า 5 คน 16 37.21
ท่ีมา : จากการสำรวจ
4) ปญั หาและขอ้ เสนอแนะเพมิ่ เตมิ ของเกษตรกรกลุม่ ตัวอย่างแต่ละมิติ
4.1) ปัญหาและข้อเสนอแนะของเกษตรกรในพื้นที่ของมิติด้านทรัพยากรธรรมชาติและ
สง่ิ แวดลอ้ ม
1) ปญั หา: น้ำไม่เพียงพอในชว่ งฤดูแลง้ คนทอ่ี ยูป่ ลายน้ำไม่ค่อยได้รบั นำ้
ข้อเสนอแนะ: ต้องการเครื่องสูบน้ำด้วยไฟฟ้า เพื่อบรรเทาภัยพิบัติ และแก้ไข
ปรับปรุงระบบชลประทาน เช่น การสร้าง ปตร.วังชนั และการปรับปรุงคลอง เป็นต้น
44
2) ปัญหา: โรคและแมลงศัตรูพืช เช่น โรคใบขาว เชื้อรา ใบไหม้ เพลี้ยหนอน ข้าวดีด
นำ้ เปรีย้ ว ดนิ เปรี้ยว
ข้อเสนอแนะ: ควรให้ความรู้เกษตรกรอย่างต่อเนื่อง เช่น วิธีการป้องกันโรคและ
ศัตรพู ืช การปรับปรงุ พืน้ ท่ี การคดั พันธุข์ า้ วปลูก เปน็ ต้น
4.2) ปัญหาและข้อเสนอแนะของเกษตรกรในพื้นท่ีของมติ ิด้านเศรษฐกิจ
1) ปัญหา: การปลูกข้าวมีต้นทุนสูง เพราะต้องซื้อน้ำมันสำหรับสูบน้ำเป็นหลัก รวมถึง
ราคาพนั ธุ์ข้าว คา่ ปุ๋ย ยาฆา่ แมลงยงั มีราคาคอ่ นขา้ งสูง
ข้อเสนอแนะ: ระยะยาว ควรปรับปรุงระบบแพร่กระจายน้ำ หรือปรับเปลี่ยนสินค้า
ในพื้นที่ที่ใช้น้ำน้อยกว่าข้าว หรือใช้น้ำอย่างคุม้ ค่ามีรายได้ผลตอบแทนท่ีดีกว่าเมื่อเทียบกับการใช้น้ำที่เท่ากัน วิจัย
ทดลองในพ้ืนท/่ี แนะนำพนั ธ์ขุ ้าวท่ีอายุส้ัน ใชน้ ำ้ นอ้ ย ทนตอ่ ดินเปรยี้ ว ระยะส้ัน ควรปรบั วธิ กี ารผลติ เช่น เปียกสลับ
แห้ง การปรับพื้นที่ดิน และเลือกใช้พันธุ์ข้าวที่เหมาะสมกับช่วงเวลา และรวมกลุ่มการรวมกันซื้อปัจจัยการผลิตและ
การบรหิ ารจัดการน้ำ
2) ปญั หา: ขาดแคลนเงนิ ทนุ
ข้อเสนอแนะ: ควรมีนโยบายประกันรายได้เกษตรกรเพื่อมีเงินทุนส่วนต่างไว้ลงทุน
และควรมีการศึกษามาตรการเยียวยากรณีเป็นพื้นที่หน่วงน้ำ เช่น เงินชดเชยค่าเสียโอกาสการใช้ประโยชน์ที่ดิน/
ชดเชยความเสียหาย/สนับสนุนปจั จัยฟื้นฟพู ื้นท่ี
4.3) ปญั หาและข้อเสนอแนะของเกษตรกรในพื้นท่ีของมติ ิดา้ นสงั คม
1) ปญั หา: เกษตรกรบางรายไม่ให้ความรว่ มมือในการรับผิดชอบค่าน้ำมนั และค่าใช้จ่ายใน
การซอ่ มแซมเคร่ืองสบู นำ้ ของกล่มุ สมาชกิ เกษตรกรที่รวมทุนสูบทอยจัดหาน้ำ
ข้อเสนอแนะ: ควรหารอื จดั ตงั้ กลมุ่ เครือข่ายผู้ใชน้ ้ำอย่างเป็นทางการเพื่อมกี ติการ่วมกนั
2) ปัญหา: การสื่อสารแจ้งข่าวสารไม่ทั่วถึง เช่น แจ้งการเปิดประตูระบายน้ำ ไม่มี/ไม่
ทราบว่าแจ้งก่อนปล่อยน้ำ เป็นตน้
ขอ้ เสนอแนะ: ควรหารปู แบบการส่ือสารสู่เกษตรกรพ้ืนท่ีนี้ที่เหมาะสมร่วมกัน
3) ปัญหา: เกษตรกรผู้ปลูกข้าวไม่สามารถใช้น้ำจากผู้เลี้ยงปลาได้ และผู้เลี้ยงปลามีท่อสูบ
เขา้ สระขนาดใหญ่กว่าชาวนาจึงดูดน้ำจำนวนมาก
ข้อเสนอแนะ: ควรมีการจัดการน้ำกับการประมงให้อยู่ร่วมกับนาข้าวได้ หรือมีการ
รว่ มกนั เจรจาตอ่ รองระหว่างผูเ้ ลีย้ งปลากับชาวนา
4.1.2 ข้อคน้ พบจากการสอบทานขอ้ มูลหนว่ ยงานในพ้นื ที่
สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 6 ได้รวบรวมข้อมูลจากการสัมภาษณ์ข้อมูลและจากการรวบรวมจาก
แบบสอบถามผลการดำเนนิ งานในพืน้ ท่บี างพลวงโมเดลจากหน่วยงานในพื้นท่ี พบว่า
45
1. มีโครงการช่วยเหลือและพัฒนาเกษตรกรหลากหลายโครงการ เช่น โครงการระบบส่งเสริมเกษตร
แบบแปลงใหญ่ โครงการเกษตรอินทรีย์ ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) แต่
เป้าหมายพัฒนาดำเนินการในพืน้ ทตี่ า่ งกนั
2. มีคณะทำงานพัฒนาบางพลวงโมเดลแต่ยังไม่ได้ขับเคลื่อนร่วมกัน มีเพียงกรมชลประทาน
ดำเนินการเปน็ หลัก ควรมีการทำงานแบบบูรณาการรว่ มกนั เพื่อพัฒนาพ้นื ท่ีบางพลวงอย่างเป็นรูปธรรม
3. โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาบางพลวงได้ชี้แจงการดำเนินการบางพลวงโมเดลไม่สามารถทำได้
ทันทีตามการขยายผลของบางระกำโมเดลเพราะมีข้อแตกต่างจากต้นแบบการบริหารจัดการบางระกำโมเดล
กับบางพลวงโมเดล ดงั นี้
ประเดน็ ปัญหา อปุ สรรคในการพิจารณาพ้ืนที่ล่มุ ต่ำ (ขยายผล) บางพลวงโมเดล
1) สภาพพื้นที่ไม่เป็นพื้นที่ลุ่มต่ำที่เกดิ น้ำท่วมเป็นประจำ เนื่องจากพื้นที่ดำเนินการมีค่าระดับสงู
กวา่ ระดับในแม่นำ้ ปราจีนบรุ ี
2) เป็นโครงการรับน้ำนอง แต่ไมม่ แี หล่งนำ้ ตน้ ทุนเปน็ ของตนเอง ทำให้ปริมาณนำ้ ไมเ่ พยี งพอที่จะ
สนับสนุนการเลอื่ นเวลาเพาะปลูก
3) ไมส่ ามารถลำเลียงน้ำผ่านระบบชลประทาน/ระบบคลองท่ีสามารถควบคุมได้
4) ไมเ่ ป็นพ้นื ทปี่ ิดล้อมทก่ี ักเกบ็ น้ำได้ และไม่มแี นวเขตท่ีชัดเจน
5) ไมม่ ีทางระบายน้ำเข้า-ออกได้
6) การเก็บกักน้ำไม่มีระดับควบคมุ ท่ีไม่กระทบกับชมุ ชนและเส้นทางสัญจร
7) ประสบปญั หาความเค็มจากแม่น้ำบางประกงหนุนสงู ข้นึ มายังแมน่ ำ้ ปราจีนบุรีมากกวา่ ปกติ
8) เป็นพื้นที่ทับซ้อนกับแผนป้องกันน้ำท่วมตัวเมืองปราจีนบุรี โดยการผันน้ำเข้าบริเวณ
ประตรู ะบายนำ้ (ปตร.) หาดยางในช่วงฤดูนำ้ หลาก
9) เป็นพื้นที่สบู ทอยน้ำเข้าช่วยเหลือ สำรองน้ำดิบเพือ่ ใช้ในการผลิตน้ำประปาหมู่บา้ น ในช่วง
ฤดแู ลง้
ดังนั้น ควรมีการจัดการในด้านโครงสร้างพื้นฐานเพื่อสร้างน้ำต้นทุน การบังคับน้ำ และคลองส่ง
ลำเลียงนำ้ ทส่ี ะดวกให้ได้ก่อนจึงจะสามารถบรหิ ารจดั การให้เป็นบางพลวงโมเดลไดด้ ขี น้ึ ในอนาคต
ทงั้ น้ี จากข้อมูลข้อค้นพบดังกล่าวที่สำนักงานเศรษฐกจิ การเกษตรที่ 6 ได้รวบรวบทงั้ จากข้อมูล Agri-
Map ข้อมูลจากหน่วยงานในระดับพื้นที่ ข้อมูลจากเกษตรกรในพื้นที่บางพลวงโมเดล โดยมีกรอบการวิเคราะห์ 3
มิติ ได้แก่ มิติทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม มิติเศรษฐกิจ และมิติภูมิสังคม เพื่อนำมาวิเคราะห์แล้วจัดทำแนวทางการ
บริหารจัดการสินค้าเกษตรสำคัญในพื้นที่ประสบภัยพิบัติซ้ำซาก กรณีศึกษาบางพลวงโมเดลที่เหมาะสมเสนอในที่
ประชมุ หารอื กลุ่มย่อยในระดบั พืน้ ท่ี (Focus Group) ตอ่ ไป
46
4.2 ผลสรปุ จากการจัดประชุม Focus Group
สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรท่ี 6 ได้จัดประชุมหารอื Focus Group เรื่อง ถอดบทเรียนแนวทางการ
บริหารจัดการสินค้าเกษตรสำคัญในพื้นที่ประสบภัยพิบัติซ้ำซาก กรณีศึกษาบางพลวงโมเดล เมื่อวันที่ 8
เมษายน พ.ศ. 2564 ณ ห้องประชมุ อบต.ดงกระทงยาม อ.ศรมี หาโพธิ จ.ปราจีนบุรี มีผูเ้ ขา้ ร่วมประชุมทง้ั หนว่ ยงาน
สังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์จังหวัดปราจีนบุรี ผู้นำชุมชนในพื้นที่ และเกษตรกรในพื้นที่นำร่อง จำนวน 38
คน โดยมวี ตั ถุประสงค์เพ่ือ
1. เพื่อนำเสนอผลสรุปจากการถอดบทเรียน “แนวทางการบริหารจัดการพื้นที่และสินค้าเกษตรสำคัญ
ในพืน้ ทีป่ ระสบภัยพิบัตซิ ำ้ ซาก กรณีศกึ ษาบางพลวงโมเดล”
2. เพื่อตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล โดยรบั ฟงั ความคิดเห็นจากผเู้ ข้าร่วมประชุมเกี่ยวกับแนวทางการ
พฒั นาการบรหิ ารจัดการพื้นท่ี และสนิ ค้าเกษตรสำคัญในพ้ืนทีโ่ ครงการ
3. เพื่อนำผลการประชุม Focus Group ไปปรับปรุงรายงานการถอดบทเรียนฯ ให้ถูกต้องสมบูรณ์
และสะทอ้ นสภาพจริงให้มากขึ้น และนำไปเสนอผู้ทเี่ ก่ยี วข้องเพอื่ ขบั เคล่ือนแนวทางบริหารจัดการ
4. เพื่อให้กองนโยบายและแผนพัฒนาการเกษตร สศก. (ส่วนกลาง) นำข้อมูลไปพิจารณาประมวลสรุป
ภาพรวม “แนวทางการบริหารจัดการสินค้าเกษตรสำคัญในพื้นที่ประสบภยั พิบัติซ้ำซากระดับประเทศ” เพื่อเสนอ
ต่อผู้บริหารระดับสูงของ กษ. ให้นำไปพิจารณาดำเนินมาตรการ หรือโครงการจัดทำโมเดลนำร่องด้านการบริหาร
จดั การพนื้ ท่ีประสบภยั พบิ ตั ซิ ้ำซาก ให้แกพ่ ื้นที่อน่ื ๆ ทัว่ ประเทศ ทม่ี ลี กั ษณะท่ีคล้ายคลึงหรอื ใกล้เคียงกัน
ในสว่ นสาระสำคญั ท่ีนำเสนอข้อมลู ในทป่ี ระชุมหารอื Focus Group ได้แก่ สรุปขอ้ ค้นพบตามแนวคิดการ
พัฒนาท่ยี ่งั ยนื ใน 3 มิติ ท่สี ำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 6 ไดร้ วบรวมวเิ คราะห์ผลข้อมลู และความกา้ วหนา้ ของ
แผนบรรเทาอุทกภัยจังหวัดปราจีนบุรี ท่ีสำนักงานก่อสร้างชลประทานขนาดใหญ่ที่ 7 และโครงการส่งน้ำและ
บำรุงรักษาบางพลวงนำเสนอเพื่อให้ที่ประชุมรับทราบและสร้างความเข้าใจในความก้าวหน้าในการบริหารจัดการ
น้ำของกรมชลประทานให้กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในพื้นที่ รวมทั้งสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 6 นำเสนอเพ่ือ
พิจารณาสนิ ค้าทางเลือกที่มีอนาคตของภาคตะวนั ออก (Future Crop) ภายใต้โครงการบริหารจัดการการผลิต
สนิ ค้าเกษตรตามแผนที่เกษตรเพ่ือการบริหารจดั การเชิงรุก (Agri-Map) เพอื่ เป็นข้อมลู ประกอบการตัดสินใจให้
เกษตรกรใช้วิเคราะห์เพ่อื เปรยี บเทียบตน้ ทนุ ผลตอบแทนจากการปลูกข้าว และหากมปี รมิ าณน้ำ/การจัดการน้ำตาม
แผนบรรเทาอทุ กภัยจังหวดั ปราจนี บรุ ีอาจทำใหเ้ กษตรกรปรบั เปลีย่ นการผลติ /ทำไรน่ าสวนผสมทเี่ หมาะสมกับพื้นท่ี
ต่อไป และร่วมพจิ ารณาร่างข้อเสนอแนวทางการบริหารจัดการพนื้ ทแี่ ละสินค้าเกษตรที่สำคัญในพื้นท่ีประสบภัย
พิบัติซ้ำซาก เพื่อรับฟังข้อคิดเห็นจากที่ประชุมเพื่อปรับกระบวนการให้เหมาะสมกับบริบทพื้นที่จังหวัดปราจีนบุรี
ผลสรุปจากการจดั ประชมุ Focus Group ไดด้ งั นี้
4.2.1 ความกา้ วหนา้ ของแผนบรรเทาอุทกภยั จังหวัดปราจนี บุรี
สำนักงานก่อสร้างชลประทานขนาดใหญ่ที่ 7 นำเสนอโครงการบรรเทาอุทกภัยของจังหวัดปราจีนบุรี
มี 3 โครงการใหญ่ ได้แก่
47
1) โครงการประตูระบายน้ำวังชัน บริเวณคุ้งน้ำพื้นที่กระเพาะหมู แม่น้ำปราจีนบุรี ระหว่าง
ต.บางกุ้ง และ ต.สัมพันธ์ อ.ศรีมหาโพธิ ก่อสร้างประตูระบายน้ำและบานระบายน้ำบานระบาย Flood Gate
จำนวน 2 บาน Regulating Gate จำนวน 2 บานระดับธรณีบานระบาย เป็นการปรับปรุงประตูระบายน้ำ
4 ช่องขนาดใหญ่ และขุดลอกแม่น้ำให้ใหญ่ขึ้น รวมทั้งปรับปรุงภูมิทัศน์บริเวณโดยรอบประตูระบายน้ำบ้านวังชัน
งบประมาณ 1,368 ล้านบาท ระยะเวลาในการก่อสร้าง 3 ปี (ปี 2566 - 2569) ความก้าวหน้า อยู่ระหว่างการ
สำรวจออกแบบ
ภาพท่ี 4.6 โครงการก่อสรา้ งประตรู ะบายนำ้ บา้ นวังชัน ตำบลบางกงุ้ และตำบลสัมพนั ธ์ อำเภอศรมี หาโพธิ
ท่มี า สำนักงานกอ่ สร้างชลประทานขนาดใหญ่ท่ี 7
2) โครงการปรบั ปรุงคลองธรรมชาติ ทางระบายนำ้ ประตรู ะบายน้ำและสถานสี บู น้ำในพื้นที่โครงการ
ส่งนำ้ และบำรงุ รักษาบางพลวง จำนวน 7 สาย ความยาวรวม 80.86 กม. ปรบั ปรุงและขุดลอกคลองส่งนำ้ ก่อสร้าง
ประตูระบายน้ำในแต่ละโซน ก่อสร้างสถานีสูบน้ำแบบ 2 ทาง ณ ตำแหน่งประตูระบายน้ำ สถานีสูบน้ำที่มีอยู่เดิม
รวม 5 แห่ง และปรังปรุงคลองคูมอญ ก่อสร้างประตูระบายน้ำวัดไผ่ขวาง บานระบายแบบตรง จำนวน 4 บาน
พร้อมก่อสร้างแนวป้องกันตลิ่งบริเวณท้ายน้ำ และขุดลอกคลองส่งน้ำของแม่น้ำ 7 สายให้ใหญ่ขึ้น เพื่อป้องกัน
ปัญหาการกดั เซาะตล่ิงริมลำน้ำ เพื่อให้น้ำไหลได้สะดวกตามทีก่ รมชลประทานได้คำนวณปริมาณนำ้ ไว้ เพื่อเป็นการ
ป้องกันน้ำท่วมในตัวเมืองปราจีนบุรี งบประมาณ 950.70 ล้านบาท ระยะเวลาในการก่อสร้าง 3 ปี
(ปี 2567 - 2570) ความก้าวหนา้ อยูร่ ะหว่างการสำรวจออกแบบ
48
ภาพที่ 4.7 งานปรับปรงุ คลองธรรมชาติ ทางระบายน้ำ ประตรู ะบายน้ำ และสถานสี ูบนำ้ ในพนื้ ทบี่ างพลวง
ทีม่ า สำนักงานก่อสรา้ งชลประทานขนาดใหญ่ที่ 7
3) โครงการก่อสร้างคลองผันน้ำและประตูระบายน้ำที่เกี่ยวข้อง เพื่อแก้ไขปัญหาในพื้นที่
อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี การสร้างคลองผันน้ำ 2 สาย ได้แก่ คลองผันน้ำแควหนุมาน และคลองผันน้ำพระปรง
ก่อสร้างประตูระบายน้ำในเขตพื้นทีป่ ิดล้อม คันกั้นนำ้ ดา้ นต้นน้ำของชุมชนกบนิ ทร์บุรี งบประมาณ 5,781.56 ล้าน
บาท ระยะเวลาในการก่อสร้าง 3 ปี (ปี 2569 - 2572) ความก้าวหนา้ อยู่ระหว่างการสำรวจออกแบบ
ภาพที่ 4.8 งานก่อสร้างคลองผนั น้ำและประตูระบายน้ำที่เก่ยี วข้องเพื่อแกไ้ ขปัญหาในพ้นื ที่ อ.กบินทรบ์ ุรี
ที่มา สำนักงานกอ่ สรา้ งชลประทานขนาดใหญ่ที่ 7
49
นอกจากนี้ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาบางพลวงและคณะได้ให้ข้อมูลการบริหาร
จัดการน้ำในทุ่งบางพลวงต้องดหู ลายมิตคิ รอบคลมุ พื้นที่ 2 จังหวัด ได้แก่จังหวัดปราจีนบรุ ีและฉะเชิงเทราเพราะมี
เพียงแม่น้ำปราจีนบุรีที่ไหลด้านบนพื้นที่และต่ำกว่าระดับพื้นที่ตอนบนในการรับน้ำเพราะไม่มีเขื่อนเป็นแหล่งน้ำ
ตน้ ทนุ รวมท้งั มีพืน้ ที่สงู กว่าระดับน้ำทะเลไม่เทา่ กันแบง่ เป็น 3 เขต จงึ ตอ้ งอาศยั การบริหารจัดการตามน้ำข้ึนน้ำลง
ของหลักจนั ทรคตปิ ระกอบด้วย เพ่ือบรรเทาปญั หาทง้ั น้ำทว่ ม นำ้ แล้ง นำ้ เคม็
สำหรับความก้าวหน้าเพิ่มเติมในการจัดทำแผนหลักการดำเนินงานและการจัดทำโครงการ
นำร่องพื้นที่ลุ่มต่ำเป็นพื้นที่รับน้ำนองที่ คณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (กนช.) เห็นชอบแล้ว ของลุ่มน้ำบาง
ปะกง 1 ได้คัดเลือกพื้นที่ลุ่มต่ำรองรับน้ำนองทุ่งบางพลวง ขนาดพื้นที่ 252,535 ไร่ คลอบคลุมพื้นที่ อ.ศรีมหาโพธิ
อ.ศรีมโหสถ และ อ.เมือง จ.ปราจีนบุรี อ.พนมสารคาม อ.บางคล้า และ อ.ราชสาส์น จ.ฉะเชิงเทรา ในรูปแบบที่ 3
ใช้เป็นทางน้ำผ่าน (ช่วงน้ำหลาก) โดยตัดน้ำเข้าทุ่งมีสถานีสูบน้ำผลักดัน และปรับปรุงสายคลองเพื่อเพิ่มขีด
ความสามารถในการรับน้ำให้มากขึ้น ซึ่งมีแผนปฏิบัติการ 8 ขั้นตอน ตั้งแต่ปี 2564 -2568 ได้แก่
1) การเตรียมคัดเลือกพื้นที่ 2) ประชุมชี้แจง รับฟังความคิดเห็นของประชาชน 3) ปรับแก้รูปแบบ/วิธีการพัฒนา
โครงการตามผลการรับฟังข้อคิดเห็นของประชาชน 4) กำหนดวิธีการบริการการใช้พื้นที่ 5) กำหนดแนวทางการ
ดำเนินการในพน้ื ที่ 6) สำรวจ 7) ออกแบบ และ8) ก่อสรา้ ง
ภาพที่ 4.9 แผนปฏบิ ตั ิการพื้นท่ลี ุ่มต่ำรองรบั นำ้ นอง
ท่มี า โครงการส่งน้ำและบำรงุ รกั ษาบางพลวง
4.2.2 สินค้าทางเลือกที่มีอนาคตของภาคตะวันออก (Future Crop) ภายใต้โครงการบริหารจัดการ
การผลติ สินค้าเกษตรตามแผนที่เกษตรเพื่อการบริหารจัดการเชิงรุก (Agri-Map)
โดย สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 6 นำเสนอสินค้าทางเลือกท่ีมีอนาคตของภาคตะวันออก
(Future Crop) เพื่อให้ที่ประชุมและเกษตรกรในพื้นที่โครงการบางพลวงโมเดลพิจารณาประกอบการตัดสินใจเพ่อื
50
ปลูกผสมผสานหรือแบ่งพ้นื ท่ีมาทำการผลิตในสนิ คา้ ทางเลือกได้แก่ ไผ่ หญา้ เนเปยี ร์ กุ้งก้ามกราม มะพร้าวน้ำหอม
และสนิ ค้าทางเลือกทมี่ ีอนาคตของจังหวัดปราจีนบรุ ี ได้แก่ ไม้ดอกไมป้ ระดับ (ตน้ โมก) สรุปได้ดงั นี้
1) ไผ่ เป็นไม้พุ่มในวงศ์หญ้า ที่ปลูกและเติบโตได้ทุกสภาพดิน สามารถทนต่อสภาพอากาศท่ี
แปรปรวนในปัจจุบันไดเ้ ป็นอย่างดี จดุ แข็งของไผ่ คอื เติบโตเรว็ ทกุ สว่ นของไผใ่ ช้ประโยชนไ์ ดท้ ้งั หมด สามารถสรา้ ง
รายไดไ้ ดท้ ั้งปี
ต้นทุนการผลิตไผ่ (หน่อ) มีต้นทุนรวมเท่ากับ 13,716 บาท/ไร่/ปี โดยส่วนใหญ่จะเป็นต้นทุน
ผนั แปร เท่ากบั 11,741 บาท/ไร่/ปี เชน่ คา่ แรงงาน ไดแ้ ก่ คา่ ดแู ลรกั ษา คา่ เก็บเกี่ยว ส่วนคา่ วสั ดุ ได้แก่ ค่าปุ๋ย ค่า
วัสดุการเกษตร โดยที่ผลผลิตต่อไร่ เท่ากับ 2,330 กิโลกรัมต่อไร่ ณ ราคาเฉลี่ยที่เกษตรกรขายได้ 14 บาทต่อ
กโิ ลกรัม เกษตรกรจะได้ผลตอบแทนตอ่ ไร่ 33,482 บาท ดงั นัน้ เมื่อเกษตรกรปลูกไผเ่ กษตรกรจะได้ผลตอบแทนสุทธิ
ต่อไร่ เท่ากับ 19,767 บาท คิดเป็นร้อยละ 144 ของต้นทุนการผลิต ซึ่งมากกว่าผลตอบแทนสุทธิจากการปลูกข้าว
ดังนั้นไผ่จึงเป็นสินค้าทางเลือกหนึ่งที่มีศักยภาพในพื้นที่ ในการปรับเปลี่ยนพื้นที่ข้าวในเขตเหมาะสมน้อยหรือไม่
เหมาะสม เป็นพชื ทางเลือกท่ีมีผลตอบแทนทีด่ ีกว่า อยา่ งไรกต็ าม ขอ้ มลู นคี้ ือข้อมูลประกอบการตัดสินใจ เกษตรกร
ควรศึกษาข้อมูลแนวโน้มความต้องการตลาดและแหล่งรับซื้อผลผลิตของไผ่เพื่อเลือกพันธุ์ไผ่ที่สอดรับกับตลาด
รวมทง้ั ศกึ ษาการปลกู และการดูแลไผ่แต่ละชนดิ ใหเ้ หมาะสมกบั บรบิ ททางภมู ิสังคมและวิถชี ีวติ ของเกษตรกร
2) หญ้าเนเปยี ร์ เป็นสินคา้ ที่มีศักยภาพผลิตไม่เพียงพอกับตลาด จดุ แขง็ ของหญ้าเนเปียร์ คือ เป็นพืช
อาหารสัตว์ที่มีคุณค่าทางอาหารสัตว์สูง เติบโตเร็วและให้ผลผลิตต่อไร่สูง สามารถเก็บเกี่ยวต้นได้ตลอดทั้งปี
และเก็บเก่ยี วไดน้ าน 5 - 7 ปี ตอ่ การปลูก 1 ครั้ง ตลาดอาหารสตั ว์มีความตอ้ งการ โดยเฉพาะโครงการโคบาลบูรพา
กล่มุ เลี้ยงโคนม กลมุ่ เลี้ยงไกช่ น และแหลง่ เลย้ี งสตั ว์น้ำ
สำหรบั ตน้ ทนุ การผลิตหญา้ เนเปยี ร์ มีต้นทุนรวมเท่ากับ 7,577 บาท/ไร่/ปี โดยสว่ นใหญ่จะเปน็
ต้นทุนผันแปรเท่ากับ 6,372 บาท/ไร่/ปี เช่น ค่าแรงงานเก็บเกี่ยว ค่าพันธุ์ เป็นต้น หรือคิดเป็นร้อยละ 84 ของ
ต้นทุนการผลิตทั้งหมด มีผลผลิตต่อไร่ขายสด 26,453 กิโลกรัม ราคาที่เกษตรกรขายได้ 0.29 บาท/กิโลกรัม
ให้ผลตอบแทนตอ่ ไร่เท่ากบั 17,724 บาท มีผลตอบแทนสทุ ธติ ่อไร่เท่ากับ 10,147 บาท มอี ัตราผลตอบแทนสทุ ธิต่อ
การลงทุน 1.34 ถือว่ามีกำไรต่อการลงทุน อย่างไรก็ตาม ข้อมูลนี้คือข้อมูลประกอบการตัดสินใจ เกษตรกรควร
ลงทุนแหล่งน้ำเพื่อเสริมแหล่งปลูกหญ้าเนเปียร์ให้มีผลผลิตต่อไร่ที่เพิ่มขึ้น และบำรุงดูแลเพื่อเพิ่มอายุขัยการเก็บ
เกี่ยวตามลักษณะสายพันธ์ุ ซึ่งมากกว่าผลตอบแทนสุทธิจากการปลูกข้าว ดังนั้น หญ้าเนเปียร์ จึงเป็นสินค้า
ทางเลือกหนึ่งที่สามารถปรับเปลี่ยนการปลูกข้าว และมันสำปะหลังที่อยู่ในเขตเหมาะสมน้อยหรือไม่เหมาะสมได้
หรอื แหลง่ เกิดโรคใบดา่ ง
3) กุ้งก้ามกราม เป็นสินค้าผสมผสานเลย้ี งร่วมกับสัตว์น้ำอ่ืนได้เหมาะสมกับศักยภาพของพื้นท่ี จุดแข็ง
ของกุง้ ก้ามกราม เป็นสนิ ค้าทท่ี ำรายได้ใหก้ บั เกษตรกรในภาคตะวนั ออก มรี าคาสูง มีตลาดรองรับ มีแพกุ้งอยภู่ ายใน
51
จังหวัดปราจีนบุรี ลักษณะการขาย กุ้งมีชีวิต เป็นการอ๊อกกุ้งก้ามกราม ใส่รถออกซิเจนกระจายไปตลาดต่าง ๆ
ในประเทศ และกุ้งแช่แขง็ ส่งออกห้องเยน็ ไปขายทั้งตลาดในประเทศและตลาดตา่ งประเทศ
ต้นทุนการเลี้ยงกุ้งก้ามกราม มีต้นทุนรวมต่อไร่ เท่ากับ 23,195 บาท แบ่งเป็นต้นทุนผันแปร
20,314บาท หรือคิดเป็นร้อยละ 87.58 ต้นทุนคงที่ 2,881 บาท หรือคิดเป็นร้อยละ 12.42 โดยท่ีผลผลิตต่อไร่
เทา่ กบั 180 กโิ ลกรมั ต่อไร่ ณ ราคาเฉลี่ยทเ่ี กษตรกรขายได้ 190 บาทตอ่ กิโลกรัม เกษตรกรจะไดผ้ ลตอบแทนต่อไร่
34,200 บาท ดงั น้นั เมอ่ื เกษตรกรเลีย้ งกุ้งก้ามกรามเกษตรกรจะได้ผลตอบแทนสุทธิต่อไร่ เทา่ กับ 11,005 บาท คิด
เป็นร้อยละ 47.44 ของต้นทุนการผลิต ซึ่งมากกว่าผลตอบแทนสุทธิจากการปลูกข้าว ดังนั้นกุ้งก้ามกรามจึงเป็น
สินค้าทางเลือกหนึ่งที่มีศักยภาพในพื้นที่ ในการปรับเปลี่ยนพื้นที่ข้าวไม่เหมาะสมที่อยู่ในพื้นที่ลุ่มของจังหวัด เป็น
สินคา้ ทางเลอื กทีม่ ีผลตอบแทนทด่ี ีกวา่ ผลตอบแทนสทุ ธกิ ารเลยี้ งกงุ้ ก้ามกราม 11,005 บาทต่อไร่
4) มะพร้าวน้ำหอม เป็นสินค้าที่มีศักยภาพผลิตไม่เพียงพอกับตลาด จุดแข็งของมะพร้าวน้ำหอม คือ
ลักษณะต้นเตี้ย ให้ผลผลิตเร็ว เริ่มเก็บผลผลิตได้หลังปลูกประมาณ 3 ปี ผลดก มีช่วงอายุให้ผลผลิตคุ้มค่าทาง
เศรษฐกิจประมาณ 20 ปี ผลผลิตมีคุณลักษณะพิเศษ คือ น้ำมะพร้าวหอม เน้ือมะพร้าวมีรสชาติหวานกลมกล่อม
และมีกลิ่นหอมชื่นใจ สามารถแปรรูปสร้างมูลค่าเพิ่มได้หลากหลาย ตลาดมีความต้องการ สามารถใช้ใน
อุตสาหกรรมเครอื่ งดม่ื ท้ังภายในและสง่ ออกต่างประเทศ ประกอบกับมีแนวโน้มการส่งออกสูงขึน้ โดยเฉพาะส่งออก
ไปยังประเทศจีน เนื่องจากมีรสชาติและกลิ่นที่เป็นเอกลักษณ์ นอกจากนี้ในช่วง 4 - 5 ปีที่ผ่านมา เครื่องดื่มสุขภาพ
(Sport Drink) เป็นที่นิยมมากขึ้น ซึ่งนอกจากจะให้ความสดชื่นแล้วยังสามารถบำรุงผิวพรรณได้ ทำให้เกิดการแปร
รปู เป็นนำ้ มะพร้าวบรรจภุ ัณฑ์มากข้ึน และท่สี ำคญั ภาครัฐได้มีการสนับสนุนใหเ้ กดิ การรวมกลมุ่ เกษตรกร ในรปู แบบ
“ระบบส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่” ให้มีอำนาจต่อรองกับพ่อค้าคนกลางได้ ทั้งนี้ มะพร้าวน้ำหอมสามารถ
ให้ผลผลิตได้ทกุ เดือนเกษตรกรจงึ สามารถมรี ายได้ท้ังปี
ต้นทุนการผลิตมะพร้าวน้ำหอม พบว่า มีต้นทุนรวมเท่ากับ 14,392 บาท/ไร่/ปี โดยส่วนใหญ่
จะเป็นต้นทุนผนั แปร เท่ากับ 11,783 บาท/ไร่/ปี เช่น ค่าปุ๋ย ค่าแรงงานในการดูแลรักษา เป็นต้น หรือคิดเป็นร้อย
ละ 81.87 ต่อต้นทุนการผลิตทั้งหมด มีผลผลิตมะพร้าวเฉลี่ย 2,273 กิโลกรัม/ไร่/ปี ราคาที่เกษตรกรขายได้เฉล่ีย
7.65 บาท/กิโลกรัม ทำให้มีผลตอบแทนสุทธติ อ่ ไร่เท่ากับ 2,996 บาท ซึ่งมากกวา่ ผลตอบแทนสทุ ธิจากการปลกู ข้าว
ดังนั้น มะพร้าวน้ำหอม จึงเป็นสินค้าทางเลือกหนึ่งที่สามารถปรับเปลี่ยนการปลูกข้าวและยางพาราที่อยู่ในเขต
เหมาะสมน้อยหรอื ไมเ่ หมาะสมได้
5) ต้นโมก เป็นสินค้าที่มีศักยภาพผลิตไม่เพียงพอกับตลาด จุดแข็งของ โมก เป็นไม้ดอกไม้ประดับ
ที่เป็นไม้กระถางที่ปลูกและเติบโตได้ทุกสภาพดิน เติบโตเร็ว เก็บเกี่ยวได้ตลอดทั้งปี สามารถทนต่อสภาพอากาศ
ทแี่ ปรปรวนในปจั จุบนั ได้เปน็ อย่างดี เป็นไมด้ อกไมป้ ระดับทน่ี ยิ มไว้จดั ทำสวน ตลาดนยิ มตกแตง่ บ้านจัดสรร การจัด
นิทรรศการงานต่าง ๆ เติบโตเร็ว เกษตรกรมีความชำนาญในการปลูกต้นโมก มีแหล่งรวบรวมจำหน่ายไม้ดอก
ไม้ประดับขนาดใหญ่ ที่มีชื่อเสียงในจังหวัด “ตลาดไม้ดอกไม้ประดับ บ้านดงบัง” จ.ปราจีนบุรี แหล่งผลิตและจัด
จำหน่ายเส้นทางคมนาคมสะดวกใกล้ กทม. และจังหวัดนครนายก ใหผ้ ลผลิตต่อไรส่ ูง เฉลีย่ ผลผลิต 3,641 ต้นต่อไร่
52
มตี ลาดรองรับทกุ ภาค เช่น กทม. นนทบรุ ี นครนายก ชลบรุ ี และนครราชสมี า ส่งออกไปต่างประเทศ เชน่ สิงคโปร์
มาเลเซยี เวียดนาม อินโดนเี ซีย และเกาหลี เป็นต้น
ต้นทุนการผลิตต้นโมก มีต้นทุนรวมเท่ากับ 42,744 บาท/ไร่/ปี โดยส่วนใหญ่จะเป็นต้นทุน
ผันแปร เท่ากับ 40,392 บาท/ไร่/ปี เช่น ค่าแรงงาน ได้แก่ ค่าดูแลรักษา ค่าตัดแต่งกิ่ง ค่าเก็บเกี่ยว ส่วนค่าวัสดุ
ได้แก่ ค่าพันธุ์ ค่าวัสดุการเกษตรและวัสดุส้ินเปลือง โดยท่ีผลผลิตต่อไร่ เท่ากับ 3,641 ต้นต่อไร่ ณ ราคาเฉลี่ยที่
เกษตรกรขายได้ 28 บาทต่อกิโลกรัม เกษตรกรจะได้ผลตอบแทนต่อไร่ 100,164 บาท ดังนั้นเมื่อเกษตรกรปลูก
ต้นโมกเกษตรกรจะได้ผลตอบแทนสุทธิต่อไร่ เท่ากับ 57,420 บาท คิดเป็นร้อยละ 134 ของต้นทุนการผลิต ซ่ึง
มากกว่าผลตอบแทนสุทธิจากการปลูกข้าว ดังนั้น ต้นโมกจึงเป็นสินค้าทางเลือกหนึ่งที่มีศักยภาพในพื้นที่ ในการ
ปรบั เปลยี่ นพืน้ ท่ีขา้ วในเขตเหมาะสมน้อยหรือไม่เหมาะสม เป็นพชื ท่ีมผี ลตอบแทนทีด่ กี ว่าอย่างไรก็ตาม ข้อมูลนี้คือ
ข้อมูลประกอบการตัดสินใจ เกษตรกรควรลงทุนต้นพันธุ์ แหล่งน้ำ เพื่อเสริมแหล่งปลูกต้นโมกให้มีผลผลิตต่อไร่ที่
เพิม่ ขึน้
สรุปผลจากที่ประชุมได้รับทราบข้อมูลสินค้าทางเลือก และเห็นชอบในส่วนสินค้าทางเลือกที่มี
อนาคต (Future Crop) สอดรับกับภูมิสังคมของเกษตรกรในด้านพืชทั้ง 4 ชนิด ได้แก่ ไผ่ หญ้าเนเปียร์
มะพร้าวน้ำหอม และต้นโมก ให้มีพื้นที่ปลูกสินค้าทางเลือกต้นแบบ แบบ Learning by Doing ควรหาพื้นที่
เป้าหมาย และควรมีเกษตรกรต้นแบบเพื่อเป็นตัวอย่างให้กับเกษตรกรได้ศึกษาดูต้นแบบความสำเร็จ ตั้งแต่เรื่อง
แหล่งเงินทุน หาพันธุ์ดี วิธีการเพาะปลูกพืชทางเลือก การดูแลรักษาไปจนถึงด้านการตลาด และต้องมีการติดตาม
ประเมินผลทบทวนแล้วปรับปรุงแก้ไข หากประสบผลสำเร็จให้ทำการขยายผล สำหรับข้อมูลที่เกษตรกรในพื้นท่ี
โครงการบางพลวงโมเดลพิจารณาประกอบการตัดสินใจและหากสนใจเพื่อปลูกผสมผสานหรือแบ่งพื้นที่มาทำการ
ผลติ ในสนิ ค้าทางเลอื กสามารถตดิ ตอ่ สอบถามสำนกั งานเศรษฐกจิ การเกษตรท่ี 6 เพมิ่ เติมตอ่ ไป
4.2.3 แนวทางการบริหารจัดการพื้นที่และสินค้าเกษตรที่สำคัญในพื้นที่ประสบภัยพิบัติซ้ำซาก
(8 Step of Work)
จากการสรุปผลการวิเคราะห์ข้อมูล ผลการถอดบทเรียนและสรุปบทเรียน เห็นชอบข้อเสนอแนว
ทางการบริหารจัดการพื้นที่และสินค้าเกษตรที่สำคัญในพื้นที่ประสบภัยพิบัติซ้ำซาก (8 Step of Work) เพื่อให้
หน่วยงานท่เี กยี่ วข้องนำไปใช้ประโยชนใ์ นทางปฏิบตั ิไดด้ งั น้ี
1. คาดการสถานการณ์ของแต่ละปี ว่าจะเกิดสถานการณ์ภัยพิบัติในช่วงเวลาใด หน่วยงานใด
ที่เกี่ยวข้องต้องมีกิจกรรมใดในการเตรียมพร้อมให้ความช่วยเหลือเกษตรกร โดยคณะทำงานบริหารจัดการพื้นที่และ
สินคา้ ฯ (สป.กษ. เปน็ หน่วยงานหลกั ประสาน)
2. การวางแผนการจัดสรรน้ำของชลประทาน เช่น การผันน้ำไปยังพื้นที่ กรณีของน้ำท่วม ต้องมี
การจูงใจ สำหรับพื้นที่รับน้ำอย่างไรในการเลื่อนปฏิทินเพาะปลูก เป็นต้น โดยคณะทำงานบริหารจัดการพื้นที่และ
สนิ ค้าฯ (ชป. เปน็ หน่วยงานหลกั ประสานหารอื สทนช.+คณะกรรมการลุ่มน้ำฯ)
53
3. ชี้แจงความเข้าใจกบั ผู้ที่เกี่ยวข้องในพืน้ ที่ เพื่อรวบรวมเป็นแนวทางในการแก้ไขปัญหาของแต่
ละพื้นที่ร่วมกันเป็นแผนเตรียมพร้อมป้องกันและบรรเทาภัยพิบัติ โดยคณะทำงานบริหารจัดการพื้นที่และสินค้าฯ
(ชป., สป.กษ., กข., กสก. เป็นหน่วยงานหลักประสาน)
4. วางแผนการผลิตร่วมกัน กำหนดปฏิทินการเพาะปลูกพืชที่เหมาะสมสอดคล้องกับสภาพพื้นที่
การบริหารจัดการน้ำและพิจารณาถึงความต้องการของตลาด เช่น พันธุ์ข้าวที่เหมาะสมกับพื้นที่และตลาดรองรับ
สินค้าทางเลือกท่ีมีอนาคตตลาดรองรับ เป็นตน้ โดยคณะทำงานบรหิ ารจัดการพื้นท่ีและสินค้าฯ (กข., กป., ปศ., กสก.,
กสส., พณ. เป็นหนว่ ยงานหลักประสาน)
5. การเก็บเกย่ี ว โดยใช้หลกั ตลาดนำการผลิต โดยคณะทำงานบรหิ ารจัดการพนื้ ที่และสนิ ค้าฯ (กสส.
, พณ. เปน็ หนว่ ยงานหลักประสานรว่ มบูรณาการกบั หอกาค้าจังหวัด)
6. การหาอาชีพเสริม เพื่อให้เกษตรกรสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ในช่วงที่เกิดภัยพิบัติซึ่งเหมาะกับ
สภาพของพื้นที่ที่เกิดภัยพิบัติ และเชื่อมโยงกับตลาดได้ โดยคณะทำงานบริหารจัดการพื้นที่และสินค้าฯ (กสก., กป.,
ปศ., พช., กศน.เปน็ หนว่ ยงานหลักประสาน)
7. กิจกรรมฟื้นฟูหลังเกิดภัยพิบัติ ควรมีกิจกรรมใดบ้าง เพื่อเข้ามาช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับ
ผลกระทบ เช่น การฟนื้ ฟูดนิ ปัจจยั การผลติ ตา่ ง ๆ เป็นตน้ โดยคณะทำงานบริหารจัดการพื้นท่ีและสินคา้ ฯ (พด., กสก.
, กข., กป., ปศ., วก. เปน็ หน่วยงานหลักประสาน)
8. ตดิ ตามสรุปผลการดำเนนิ งาน ทกุ ปีควรสรุปผลการดำเนนิ งานว่าสามารถทำได้ตามแผนท่ีวางไว้
มากน้อยเพียงใด ซึ่งจะนำไปสู่แผนการจัดการเชิงพื้นที่ ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถนำไปใช้ประโยชน์ต่อไป
โดยคณะทำงานบรหิ ารจัดการพื้นท่ีและสินค้าฯ (สป.กษ., สศก. เป็นหนว่ ยงานหลกั ประสาน)
54
ภาพท่ี 4.10 8 Step of Work แนวทางการบรหิ ารจดั การพ้ืนที่และสนิ ค้าเกษตรสำคญั
ในพน้ื ที่ประสบภยั พบิ ัตซิ ำ้ ซาก
ทมี่ า : สำนักงานเศรษฐกจิ การเกษตรท่ี 6
4.2.4 ข้อสรปุ และขอ้ เสนอแนะจากข้อคดิ เหน็ ในท่ปี ระชมุ Focus Group
1. ควรมีการจัดการในด้านโครงสร้างพื้นฐานเพื่อสร้างน้ำต้นทุน การบังคับน้ำ และคลองส่งลำเลียงน้ำ
ทสี่ ะดวกใหไ้ ดก้ ่อนจงึ จะสามารถบรหิ ารจดั การให้เป็นบางพลวงโมเดลได้ดีขนึ้ ในอนาคต
2. ที่ประชุมเห็นด้วยกับแผนบรรเทาอุทกภัยของจังหวัดปราจีนบุรี และพร้อมให้การสนับสนุน สร้าง
ความเข้าใจให้กับคนในพื้นที่ และขอความร่วมมือเกษตรกรจัดตั้งเครือข่ายกลุ่มผู้ใช้น้ำเพื่อเป็นประโยชน์ในการ
แลกเปลี่ยนรับร้ขู า่ วสารและข้อเสนอแนะในการบริหารจัดการร่วมกันตลอดสายคลอง
3. หน้าที่ขอบเขตความรับผิดชอบในแต่ละสายคลองบางสายคลองเป็นอำนาจหน้าที่การจัดการคลอง
ของกรมชลประทาน และบางสายคลองเป็นของท้องถิ่นดูแล ควรมีการบริหารจัดการน้ำเป็นเครือข่ายกลุ่มผู้ใช้น้ำ
ตลอดสาย เพื่อให้โครงการส่งน้ำฯ บางพลวงที่จัดการสลับปิด-เปิด ประตูระบายน้ำ (ปตร.) สนามพลีเพื่อแบ่งปันน้ำ
ดนั นำ้ ใหต้ ำบลไผ่ชะเลือดกับตำบลค้ลู ำพนั เพราะเกดิ ประโยชนร์ ว่ มกัน
4. พื้นทนี่ ำรอ่ งของบางพลวงโมเดลมีความเหมาะสมมากต่อการปลูกข้าว และมพี นั ธข์ุ า้ วท่ีหลากหลาย
เพราะด้วยระดับพื้นที่สูงต่ำแตกต่างกันจึงตอ้ งเลือกพันธุ์ข้าวทีห่ ลากหลายนับเป็นการปรบั ตัวของเกษตรกร ควรมีการ
เลือกพื้นที่นำร่องทำการปรับพื้นที่ด้วยเทคโนโลยี Land leveling หมายถึง การปรับระดับดินหรือปรับพื้นที่ที่มี
55
ลักษณะ สูงๆ ต่ำ ๆ ให้ราบเรียบสม่ำเสมอ ตามระดับหรือความลาดเทที่ต้องการ เพื่อให้สามารถทำการให้น้ำ
ชลประทานทางผวิ ดนิ หรอื การทำงานของเครื่องมือเคร่ืองจักรทางการเกษตรเปน็ ไปอยา่ งมีประสทิ ธิภาพ
5. ส่วนการไม่ทราบแหล่งที่มาและแหล่งรับรองพันธุ์ของเกษตรกรซึ่งส่งผลต่อการผลิตข้าว
ควรมีหน่วยงานจากกรมการข้าวเข้ามาส่งเสริมให้ความรู้ กำกับดูแลแหล่งขายเมล็ดพันธุ์เพื่อให้มีคุณภาพ ควรดำเนิน
กจิ กรรมชว่ ยจัดหาเมล็ดพันธ์ุ ตรวจสอบเมล็ดพันธ์ุคุณภาพก่อนปลูก และการผลิตแปลงเมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพ รวมท้ัง
ควรทำการส่งเสรมิ การทำเกษตรแบบแปลงใหญข่ า้ วในพืน้ ท่ีบางพลวงโมเดล
6. ที่ประชุมเห็นชอบเลือกสินค้าทางเลือกที่มีอนาคต (Future Crop) ด้านพืชทั้ง 4 ชนิด ได้แก่ ไผ่
หญ้าเนเปียร์ มะพรา้ วน้ำหอม และตน้ โมก ใหม้ ีพื้นทปี่ ลูกสนิ ค้าทางเลอื กต้นแบบ แบบ Learning by Doing ควรหา
พื้นที่เป้าหมาย และควรมีเกษตรกรต้นแบบเพื่อเป็นตัวอย่างให้กับเกษตรกรได้ศึกษาดูต้นแบบความสำเร็จ ตั้งแต่
เรื่องแหล่งเงินทุน หาพันธุ์ดี วิธีการเพาะปลูกพืชทางเลือก การดูแลรักษาไปจนถึงด้านการตลาด และต้องมี
การติดตามประเมินผลทบทวนแล้วปรบั ปรุงแก้ไข หากประสบผลสำเร็จให้ทำการขยายผลต่อไป
7. ที่ประชุมเห็นชอบแนวทางการบริหารจัดการพื้นที่และสินค้าเกษตรที่สำคัญในพื้นทีป่ ระสบภยั
พิบัติซ้ำซาก เสนอแนะควรเน้นการทำงานบูรณาการหน่วยงานภายใน กษ. และภายนอก กษ. และเกษตรกรควร
ร่วมบูรณาการแบบมีพื้นทีเ่ ป้าหมายเดียวกนั ในพื้นที่โครงการบางพลวง เพื่อแก้ไขปัญหาในแตล่ ะมติ ิ โดยใช้กลไกล
คณะทำงานบริหารจัดการภัยพิบัติระดับจังหวัด และคณะทำงานบริหารจัดการพื้นที่และสินค้าฯ ระดับจังหวัด
เป็นกลไกวางแผนและขับเคลื่อนแนวทางการบริหารจัดการพื้นที่และสินค้าเกษตรที่สำคัญในพื้นที่ประสบภัย
พิบัติซ้ำซาก เช่น หน่วยงานในสังกัดกรมชลประทานช่วยเหลือเรื่องบริหารจัดการน้ำ และส่งเสริมสร้างการรับรู้
ขอ้ มลู ขา่ วสาร เกษตรกรควรรวมกลุ่มผู้ใชน้ ้ำเป็นเครือข่ายทุ่งบางพลวง กรมการข้าวสนับสนนุ องค์ความรู้เรื่องการ
จัดการวิธีการผลิต เทคโนโลยี และแนะนำพันธุ์ข้าวที่เหมาะสมกับแต่ละพื้นที่ที่ประสบภัยต่างกันรวมทั้งการทำ
ระบบส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่ข้าว กรมพัฒนาที่ดิน และกรมส่งเสริมการเกษตรช่วยเหลือเรื่องการลด
ต้นทุน ปรับปรุงดิน และการเพิ่มผลผลิต และกรมส่งเสริมสหกรณ์ กรมพัฒนาชุมชน และกระทรวงพาณิชย์พัฒนา
ด้านตลาดสินค้าเกษตรและผลิตภัณฑ์จากสินคา้ เกษตรในพืน้ ที่ สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดและสำนักงาน
เศรษฐกจิ การเกษตร รว่ มสรุปตดิ ตามประเมนิ ผลเพื่อปรับแผนต่อไป เปน็ ตน้
8. เกษตรและสหกรณจ์ ังหวัดปราจนี บรุ ี เสนอว่ากอ่ นท่ีโครงการบรรเทาอุทกภยั ของจังหวัดปราจีนบุรี
3 โครงการใหญ่ จะเริ่มโครงการในปี 2566 – 2570 ดังนั้น ในช่วงปี 2564 – 2565 ควรดำเนินการคู่ขนานโดยให้
หน่วยงานภายใน กษ. และภายนอก กษ. ร่วมบูรณาการในพื้นที่โครงการบางพลวง เพื่อเป็นการช่วยเหลือบรรเทา
ทุกข์ให้แก่เกษตรกร และพร้อมเป็นหน่วยประสานความร่วมมือและรายงานขอรับการสนับสนุนต่อผู้ว่าราชการ
จงั หวัดและผูบ้ รหิ ารกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
บทที่ 5
บทสรปุ และขอ้ เสนอแนะ
5.1 บทสรปุ
โครงการบางพลวงโมเดล จังหวัดปราจีนบุรี ได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศ ได้แก่
ฝนตกล่าช้า ปริมาณวันฝนตกน้อย ปริมาณนา้ ฝนลดลงต่้ากว่าเกณฑ์ปกติ ความผันผวนของสภาพภูมิอากาศที่บางปี
เกิดภาวะภัยแล้งรุนแรงแต่บางปีเกิดอุทกภัยน้าไหลหลากเข้าท่วมบ้านเรือนและพืนท่ีท้าการเกษตร โดยเฉพาะ
อุทกภัยที่เกิดในลุ่มน้าปราจีนท่ีเกิดขึนเป็นประจ้าทุกปี เกิดเป็นพิบัติซ้าซาก ซ่ึงมีแนวโน้มทวีความรุนแรงมากขึน
ส่งผลให้ประชาชนในจังหวัดปราจีนบุรี ได้รับความเสียหายในชีวิต ทรัพย์สิน โครงสร้างพืนฐาน พนื ท่ีท้าการเกษตร
และพืชผลทางการเกษตรอย่างมาก โดยเฉพาะการเกิดมหาอุทกภัยในปี 2554 ที่จังหวัดปราจีนบุรีไดร้ ับผลกระทบ
ในคราวนัน พืนท่ีการเกษตรในเขตอ้าเภอศรีมหาโพธิ อ้าเภอศรีมโหสถ อ้าเภอบ้านสร้าง อ้าเภอเมือง จังหวัด
ปราจีนบุรี ซ่ึงเป็นแหล่งผลิตสินค้าข้าวที่ส้าคัญของจังหวัดปราจีนบุรีได้รับผลกระทบอย่างมาก เนื่องจากพืนท่ีส่วน
ใหญ่เป็นพืนท่ีลุ่มต้่า เป็นแหล่งรับน้าท้าให้เกิดน้าท่วมขังเป็นระยะเวลานาน จนเป็นวิถีปกติของเกษตรกรในพืนท่ี
ดงั กลา่ ว
ส้านักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 6 ชลบุรี ตระหนักถึงความส้าคัญของแนวทางการบริหารจัดการพืนที่
บางพลวงโมเดล จึงได้ด้าเนินการถอดบทเรียนทังทางด้านการบริหารจัดการพืนท่ี และสินค้าเกษตรส้าคัญที่อยู่
ในพืนที่โครงการบางพลวงโมเดล โดยมีวิธีการศึกษาโดยรวบรวมข้อมูลจากหลักฐานที่เกิดขึนของหน่วยงานท่ี
เก่ียวข้องในการร่วมบูรณาการงานในโครงการ และสอบถามข้อมูลเชิงลึกจากการใช้แบบสัมภาษณ์ เพ่ือรวบรวม
ข้อมูลเชิงลึกเพิ่มเติม ด้วยวิธีจัดประชุมกลุ่มย่อยกับเกษตรกร และหน่วยงานท่ีเกี่ยวข้องในการร่วมบูรณาการงาน
ในโครงการ มุ่งเน้นสรุปสาระส้าคัญเกี่ยวกับรูปแบบการขับเคล่ือนการด้าเนินโครงการ แนวทางการบริหารจัดการ
ด้านพืนท่ี และด้านสินค้าเกษตรส้าคัญ และน้าผลการศึกษาที่ได้มาน้าเสนอในเวทีการประชุมหารือกลุ่มย่อย
(Focus Group) ท่ีประกอบด้วยผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในโครงการบางพลวงโมเดล เพื่อรับทราบผลและน้ามาท้าการ
วิเคราะห์ สังเคราะห์ เพ่ือถอดบทเรียนเสนอให้ผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หัวหน้าส่วน
ราชการทังในและนอกสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ น้าไปใช้ในการบริหารจัดการพืนที่และการบริหารจัดการ
สนิ คา้ เกษตรสา้ คัญในพืนที่โครงการบางพลวงโมเดล โดยนา้ ไปประกอบการพจิ ารณาก้าหนดนโยบาย และมาตรการ
เพ่ือช่วยเหลือ แก้ไขปัญหาในระดับพืนท่ีอย่างต่อเน่ือง และเป็นต้นแบบในการขยายผลด้าเนินโครงการในพืนที่
ประสบภัยพิบตั ิท่ีมีลักษณะใกล้เคียงกนั ในพืนท่ีอ่ืนๆของประเทศให้บรรลุผลส้าเร็จทังประสิทธิภาพและประสิทธผิ ล
โดยอาศัยแนวคิดการบริหารจัดการทรัพยากรและส่ิงแวดล้อม (น้า) เชิงพืนท่ี แนวคิดการบริหารจัดการสินค้า
เกษตรท่ีส้าคัญ แนวคิดการบริหารจัดการผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในการด้าเนินโครงการ (Stakeholder) กรอบแนวทาง
การแก้ไขปญั หาอทุ กภยั อยา่ งเปน็ ระบบ
5.1.1 สรุปผลการดาเนินงานในพื้นที่โครงการบางพลวงโมเดล
1. การบริหารจดั การนา้ ของโครงการ
พืนท่ีโครงการบ้ารุงรักษาและส่งน้าบางพลวงรับผิดชอบพืนท่ีโครงการ 499,000 ไร่ เป็นพืนที่
ชลประทาน 439,375 ไร่ แบ่งเป็นจังหวัดปราจีนบุรี 319,780 ไร่ จังหวัดฉะเชิงเทรา 119,595 ไร่ โดยในพืนท่ีมี
ประตูระบายน้า (ปตร.) ทังหมด 29 แห่ง ปตร. ริมแม่น้า 11 แห่ง ปตร.กลางคลอง 18 แห่ง ท่อระบายน้าทังหมด
57
40 แห่ง คันกันน้า ยาวทังสิน 86 กม. ทางน้าชลประทาน 54 สาย ยาว 386 กม.คลองธรรมชาติ 79 สาย ยาว 237
กม. รวมคลองทังสิน 133 สาย ยาว 622 กม. โดยการบริหารจัดการน้าในทุ่งบางพลวงต้องดูหลายมิติครอบคลุม
พืนที่ 2 จังหวัด ได้แก่จังหวดั ปราจีนบุรีและฉะเชงิ เทราเพราะมีเพียงแม่น้าปราจีนบรุ ีที่ไหลดา้ นบนพนื ที่และต่้ากว่า
ระดับพืนที่ตอนบนในการรับน้าเพราะไม่มีเขื่อนเป็นแหล่งน้าต้นทุน รวมทังมีพืนที่สูงกว่าระดับน้าทะเลไม่เท่ากัน
แบ่งเป็น 3 เขต จึงต้องอาศัยการบริหารจัดการตามน้าขึนน้าลงของหลักจันทรคติประกอบด้วย เพ่ือบรรเทาปัญหา
ทังน้าท่วม น้าแล้ง น้าเค็ม โดยการบริหารจัดการน้ามีการจัดสรรน้าและการใช้น้าของพืนท่ีชลประทานในเขต
โครงการบ้ารุงรักษาและส่งน้าบางพลวง อาศัยการรับน้านองจากแม่น้าปราจีนบุรี และแม่น้าบางปะกงเข้ามาใช้ใน
พืนท่โี ครงการทงั ในฤดูฝนและฤดูแลง้
ส้าหรบั ปญั หาทเี่ กดิ ขนึ ในพนื ทโี่ ครงการมีทงั 3 ภยั ได้แก่
1) ปัญหาอุทกภัย ประกอบด้วย 1.1) น้าท่วมฉับพลัน (Flash Flood) และ 1.2) น้าท่วมล้น
ตล่ิงล้าน้า(River Flood) เกดิ จากน้าจากต้นน้าท่ีมาจากท่ีลาดชนั สูงกวา่ มีการระบายนา้ ได้ดีกวา่ เม่ือถงึ พืนที่ราบท่ีมี
การระบายได้ชา้ ในกรณีทมี่ นี ้ามากจะเกดิ การสะสมและล้นตล่ิงได้
2) ปัญหาภัยแล้ง
3) ปัญหานา้ เค็มรุกลา้ มากขึน
กรมชลประทานได้เสนอแนวทางแก้ไขปัญหาท่ีผ่านมาจากบทเรียนบางระก้าโมเดล สู่ บางพลวง
โมเดล โดยหลกั เกณฑท์ ่ใี ชใ้ นการพจิ ารณาพนื ทล่ี มุ่ ตา้่ จากต้นแบบ บางระกา้ โมเดล ประกอบดว้ ย
1) เป็นพนื ทีล่ ่มุ ต้า่ ทเ่ี กิดน้าท่วมเปน็ ประจ้า
2) มีแหลง่ นา้ ต้นทุนเพยี งพอทีจ่ ะสนบั สนนุ การเลอ่ื นเวลาเพาะปลูก
3) สามารถล้าเลียงน้าผ่านระบบชลประทาน/ระบบคลองทส่ี ามารถควบคุมได้
4) เป็นพืนท่ีปิดล้อมกกั เก็บนา้ ได้ และมีแนวเขตชดั เจน
5) มีทางระบายน้าเข้า-ออกได้
6) การกักเกบ็ น้าจะต้องมีระดบั ควบคุมทไี่ มก่ ระทบกบั ชมุ ชนและเส้นทางสญั จร
7) ตอ้ งก้าหนดกฎระเบยี บ หรอื เงอื่ นไขการขบั เคลื่อนโมเดล
ทังนี หากจะน้าไปขยายผลในพืนที่ลุ่มอ่ืน ๆ เกษตรกรและหน่วยงานภาครัฐในพืนท่ีต้องให้ความ
ร่วมมือ และหากไม่ด้าเนินการอาจท้าให้เกษตรกรในพนื ท่ีประสบปัญหาขาดแคลนรายไดใ้ นช่วงประสบภัย น้าท่วม
ขังซา้ ซาก ซ่ึงทา้ ใหภ้ าครฐั ต้องเสียงบประมาณเพอ่ื ฟืน้ ฟเู ยียวยาเกษตรกร
ดังนัน พืนท่ีบางพลวงได้น้ามาประยุกต์ใช้จากต้นแบบบางระก้าโมเดลเสนอเป็นบางพลวงโมเดล
โดยการก้าหนดพืนที่น้าร่องในพืนท่ี 7 ต้าบลใน 3 อ้าเภอ ได้แก่ ต้าบลหาดยาง ต้าบลบางกุ้ง ต้าบลดงกระทงยาม
อ้าเภอศรีมหาโพธิ ต้าบลคู้ล้าพัน ต้าบลไผ่ชะเลือด อ้าเภอศรีมโหสถ ต้าบลท่างาม ต้าบลบางเดชะ อ้าเภอเมือง
ปราจีนบุรี พืนท่ีประมาณ 21,474 ไร่ แบ่งพืนท่ีเป็น 7 เขต (Zoning) สร้างจุดท้านบชั่วคราวและจุดติดตังเคร่ือง
สูบน้า 7 สายคลอง ซึ่งประมาณการต้องมีต้นทุนน้าอัตราการใช้น้าวันละ 200,000 ลบ.ม. ช่วงเดือน เมษายนถึง
เดือนพฤษภาคม รวมปริมาณน้าทังสิน 6,000,000 ลบ.ม. เพ่ือใช้ในการจัดสรรน้าเพื่อการเพาะปลูกก่อนฤดูกาล
ปกติเพ่ือหลีกเล่ียงการเก็บเกี่ยวข้าวช่วงฤดูน้าหลากและเพ่ือเป็นพืนท่ีรับน้านองในการหน่วงน้าในพืนท่ีน้าร่องเพื่อ
ป้องกันน้าท่วมในพืนที่เศรษฐกิจเขตอ้าเภอเมืองปราจีนบุรี และในการปรับเปล่ียนปฏิทินการเพาะปลูกข้าวต้อง
58
เล่ือนการเพาะปลูกข้าวให้เร็วขึนจากเดิมกลางเดือนพฤษภาคมเก็บเกี่ยวเดือนกันยายน ปรับให้เป็นปลูกเร่ิม
เพาะปลูกกลางเดือนเมษายนเก็บเก่ียวเสร็จกลางเดือนสิงหาคม เพื่อหลีกเล่ียงฤดูน้าหลากระหว่างกลางเดือน
สิงหาคมถึงกันยายน แต่เมื่อพิจารณาถึงความเปน็ ไปได้เชงิ ลึกแล้ว พบวา่ บางพลวงโมเดลยังไม่สามารถดา้ เนินการ
ได้เพราะเป็นโครงการรับน้านอง ไม่มีแหล่งน้าตน้ ทุนเป็นของตนเอง ท้าให้ปริมาณน้าไม่เพยี งพอที่จะสนับสนุนการ
เล่ือนเวลาเพาะปลูก ดังนัน ควรมีการจัดการในด้านโครงสร้างพืนฐานเพ่ือสร้างน้าต้นทุน การบังคับน้า และคลองส่ง
ลา้ เลยี งนา้ ทสี่ ะดวกใหไ้ ดก้ อ่ นจึงจะสามารถบรหิ ารจดั การใหเ้ ป็นบางพลวงโมเดลไดด้ ีขึนในอนาคต
2. ข้อค้นพบตามแนวคิดการพฒั นาท่ียง่ั ยืนใน 3 มิติในพืน้ ทบี่ างพลวงโมเดล
ข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่างโดยการสัมภาษณ์ตามแบบสอบถาม สรุปตามหลักการพัฒนาที่ยั่งยืนใน
3 มิติ ดังนี มิติด้านทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม มิติด้านเศรษฐกิจ มิติด้านสังคม แบ่งผลวิเคราะห์หลาย
ประเดน็ เช่น ข้อมูลท่ัวไปของเกษตรกรกลุ่มตัวอย่างและลักษณะการผลิต ตน้ ทุนและผลตอบแทนทางการเกษตร
ในพนื ท่บี างพลวง และปัญหา ขอ้ เสนอแนะเพ่มิ เตมิ ของเกษตรกรกลุ่มตวั อยา่ งในแต่ละมิติ เปน็ ต้น ดงั นี
1) มิติด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สศท.6 ค้นพบข้อมูลพืนที่ความเหมาะสม
ของการปลูกข้าวตามแผนที่ Agri-map ของพืนที่ปลูกข้าวในต้าบลน้าร่องท่ีอยู่ในบางพลวงโมเดล จ้านวน 5 ต้าบล
พบว่า พ้ืนท่ี 5 ตาบลนาร่องของบางพลวงโมเดลส่วนใหญ่เป็นพื้นท่ีเหมาะสมสูงแก่การปลูกข้าว จานวน
37,440 ไร่ เหมาะสมปานกลาง จานวน 12,419 ไร่ และเป็นพ้ืนท่ีไม่เหมาะสมเพียง 332 ไร่ และจากการสุ่ม
สา้ รวจสรุปได้ว่าเกษตรกรสว่ นใหญ่อาศัยใช้นา้ จากแหล่งน้าธรรมชาติ บ่อขุดเองและแหล่งน้าชลประทาน แตแ่ หล่งน้า
ยงั ไมเ่ พยี งพอร้อยละ 58 เปน็ พนื ที่รบั น้านองหนว่ งน้าช่วงเดือนกันยายนถึงตลุ าคม ร้อยละ 70 เกษตรกรสว่ นใหญเ่ ก็บ
เก่ียวผลผลิตได้ทันก่อนฤดูน้าหลากหรือรับน้านองหน่วงน้าร้อยละ 87 และมีเก็บเกี่ยวไม่ทันร้อยละ 12 แต่เป็นการ
เสียหายบางส่วนไม่เสียหายโดยสินเชิงทงั แปลง เกษตรกรส่วนใหญ่ไม่ได้ใชป้ ระโยชนจ์ ากเป็นพืนที่หน่วงน้าร้อยละ 84
และมีการรวมกลุ่มผู้ใช้น้าแบบไม่เป็นทางการร้อยละ 49 ส่วนพันธุ์ข้าวท่ีพบหลากหลายเป็นพันธ์ุที่ราชการรับรอง
ร้อยละ 53 เช่น กข 41 43 47 51 61 ไรซ์เบอร่ี พิษณุโลก 2 สุพรรณบุรี 1 และเป็นพันธ์ุพืนเมืองและพันธ์ุอ่ืน ๆ
ร้อยละ 47 เช่น ข้าวเหลือง ข้าวขาวหลวง ขา้ วอยธุ ยา 1 ข้าวส่เี ดือน จสั มนิ MG1
2) มิติด้านเศรษฐกิจ เกษตรกรส่วนใหญ่สังกัดกลุ่ม ธกส.ร้อยละ 86 ส่วนใหญ่มีพืนที่ท้า
การเกษตรมากกว่า 50 ไร่ ร้อยละ 37 ลักษณะการถือครองที่ดินส่วนใหญ่เป็นพืนที่เช่าร้อยละ 56 ลักษณะการใช้
พืนท่ีการเกษตรส่วนใหญ่ท้านา ร้อยละ 81 เกษตรกรส่วนใหญ่ไม่คิดเปล่ียนไปท้าเกษตรด้านอ่ืน ๆ ที่มีรายได้
มากกว่าการท้านาเพียงอย่างเดียวเน่ืองจากเป็นพืนที่เช่าไม่สามารถปรับเปลี่ยนพืนที่ได้ และไม่มี ความรู้ในการ
ประกอบอาชพี อ่ืน ๆ และมีพ่อค้ามาซือข้าวท่ีนาหลายเจ้าท้าให้มีการแข่งขันราคาและเกษตรกรสามารถเลือกท่ีจะ
ขายได้ แต่หากมีน้าส่งมาตามคลองได้ต่อเนื่องจึงจะคิดปรับเปลี่ยนปลูกพืชทางเลือกอื่นผสมผสานบ้างต่อไป
ซ่ึงสามารถสรุปข้อมูลต้นทุนและผลตอบแทนในการผลิตข้าว โดยการศึกษานีตอ้ งการพิจารณาถึงช่วงเวลาการเป็น
พืนท่ีรับน้านองช่วงเดือนกันยายน-ตุลาคม จึงพิจารณาแบ่งช่วงเวลาเดือนเก็บเกี่ยวดังนี ส้านักงานเศรษฐกิจ
การเกษตรที่ 6 ท้าการส้ารวจและวิเคราะห์ข้อมูลต้นทุนจากกลุ่มตัวอย่าง พบว่า ข้าวนาปี ต้นทุนเฉลี่ยต่อไร่
4,242.71 บาท ส่วนใหญ่เป็นต้นทุนเงินสดที่เป็นปัจจัยการผลิต ผลผลิตต่อไร่ 738.85 กิโลกรัม ราคาที่เกษตรกร
ขายได้ 7,780 บาทต่อตัน ได้ผลตอบแทนต่อไร่ 5,748.25 บาท เมื่อเกษตรกรปลูกข้าว 1 ไร่ แล้วเกษตรกรจะได้
ผลตอบแทนสุทธิต่อไร่ เท่ากับ 1,505.54 บาท คิดเป็นร้อยละ 35.49 ของต้นทุนการผลิต ส่วนข้าวนาปรัง ต้นทุน
59
เฉลี่ยต่อไร่ 4,419.57 บาท ส่วนใหญ่เป็นต้นทุนเงินสดท่ีเป็นปัจจัยการผลิต ผลผลิตต่อไร่ 659 กิโลกรัม ราคา
ที่เกษตรกรขายได้ 8,150 บาทต่อตัน ได้ผลตอบแทนต่อไร่ 5,370.85 บาท เมื่อเกษตรกรปลูกข้าว 1 ไร่
แล้วเกษตรกรจะได้ผลตอบแทนสุทธิต่อไร่ เท่ากับ 951.28 บาท คิดเป็นร้อยละ 21.52 ของต้นทุนการผลิต
ซงึ่ จะเหน็ ไดว้ า่ ผลตอบแทนจาการท้าข้าวนาปไี ดผ้ ลตอบแทนทีม่ ากกวา่ ขา้ วนาปรัง
3) มิติด้านสังคม จากการส้ารวจพบว่า กลุ่มเกษตรกรตัวอย่างเป็นเพศชายร้อยละ 65 เพศ
หญิง ร้อยละ 35 การขนึ ทะเบยี นเกษตรกร เกษตรกรส่วนใหญ่ขึนทะเบียนเกษตรกรรอ้ ยละ 93 ด้านอาชีพ เกษตรกรมี
อาชีพเสริมร้อยละ 37 เช่น รับจ้างท่ัวไป ค้าขาย และลูกจ้างภาครัฐ ด้านระดับการศึกษา เกษตรกรส่วนใหญ่จบ
การศึกษาระดับประถมศึกษาร้อยละ 72 จ้านวนสมาชิกในครัวเรือนเฉล่ีย 4 คน แบ่งเป็น แรงงานในครัวเรือนภาค
การเกษตรเฉลย่ี 2 คน และเปน็ แรงงานนอกภาคเกษตรเฉลย่ี 2 คน
5.2 ข้อเสนอแนะ
5.2.1 ข้อเสนอแนะจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในพ้ืนที่โครงการบางพลวงโมเดลตามมิติการพัฒนาอย่าง
ยง่ั ยนื
ข้อเสนอแนะจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในพืนท่ีโครงการบางพลวงโมเดลของมิติด้านทรัพยากรธรรมชาติ
และสิ่งแวดล้อม มติ ิดา้ นเศรษฐกิจและมติ ดิ ้านสังคม เพ่ือแก้ไขปญั หาในระดบั พืนที่ สรปุ ได้ดงั นี
1) เกษตรกรพร้อมสนับสนุนการปรับปรุงระบบแพร่กระจายน้าในระยะยาว และสนับสนุน
การแก้ไขปรับปรุงระบบชลประทาน เช่น การสร้างประตูระบายน้าวังชัน และการปรับปรุงล้าคลอง เป็นต้น เพื่อ
บรรเทาปัญหาแปลงทอ่ี ยปู่ ลายน้าไม่ค่อยไดร้ บั น้ามปี ัญหาน้าไมเ่ พียงพอในช่วงฤดแู ลง้ และปัญหาอทุ กภยั ในฤดฝู นท่ี
มีพายุหรือฤดูน้าหลาก
2) การจัดการกลุ่มเครือข่ายผู้ใช้น้าควรส่งเสริมให้เกษตรกรรวมกลุ่มเครือข่ายความร่วมมือ
การบริหารจัดการน้ากับหน่วยงานชลประทาน เช่น การจัดการสลับปิด-เปิด ประตูระบายน้า (ปตร.) สนามพลีเพ่ือ
แบ่งปนั นา้ ดันน้าใหต้ ้าบลไผช่ ะเลอื ดกบั ต้าบลคลู้ า้ พนั ท่อี ยปู่ ลายน้าเพือ่ เกดิ ประโยชน์รว่ มกนั เปน็ ต้น
3) เมื่อมีการจัดตังกลุ่มเครือข่ายผู้ใช้น้าอย่างเป็นทางการควรหารือกติการ่วมกันเพราะยังมีปัญหา
เกษตรกรบางรายไม่ให้ความร่วมมือในการรับผิดชอบค่าน้ามันและค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมเคร่ืองสูบน้าของกลุ่ม
สมาชิกเกษตรกรท่รี วมทนุ สบู ทอยจัดหานา้
4) เกษตรกรและหน่วยงานในระดับพืนที่ควรหารูปแบบการส่ือสารสู่เกษตรกรกลุ่มผู้ใช้น้าในพืนท่ีท่ี
เหมาะสมร่วมกันเพราะยังมีการสอื่ สารแจง้ ข่าวสารไมท่ ่วั ถึง เช่น แจ้งการเปดิ ประตรู ะบายนา้ ไมม่ ี/ไม่ทราบวา่ แจง้ กอ่ น
ปลอ่ ยน้า เป็นต้น
5) หน่วยงานจัดการดา้ นน้าควรตรวจสอบสมรรถนะเคร่ืองสูบน้าให้พร้อมใช้งานและจดั สรรเครื่อง
สูบนา้ ให้กลมุ่ เกษตรกรผู้ใชน้ า้ โดยเฉพาะหนว่ ยงานควรมีเคร่ืองสูบน้าดว้ ยไฟฟา้ เพ่ือเป็นการลดตน้ ทนุ การสูบน้าของ
เกษตรกรท่ตี อ้ งการเพ่อื บรรเทาภยั พิบัติ
6) หน่วยงานด้านข้าวควรวิจัยทดลองพันธุ์ข้าวในพืนท่ี/แนะน้าพันธ์ุข้าวท่ีอายุสัน ใช้น้าน้อย
ทนตอ่ ดินเปรียว ควรให้ความรู้เกษตรกรอยา่ งต่อเนอื่ ง น้าเทคโนโลยนี วัตกรรมการปรบั พนื ท่ีนา Land leveling มา
ทดลองใช้ และสนับสนุนการปรับวิธีการผลิต เช่น เปียกสลับแห้ง การปรับพืนท่ีดิน การคัดพันธ์ุข้าวปลูก เลือกใช้
พนั ธุ์ข้าวท่ีเหมาะสมกับช่วงเวลา และวิธีการป้องกันโรคและศัตรูพืช เป็นต้น เพราะเกิดปัญหาโรคและแมลงศัตรูพืช
เชน่ โรคใบขาว เชือรา ใบไหม้ เพลียหนอน ข้าวดีด น้าเปรยี ว ดนิ เปรยี วในพืนท่ี เปน็ ต้น
60
7) ศูนย์วิจัยข้าวและสหกรณ์ควรสนับสนุนให้เกษตรกรเป็นสมาชิกแปลงใหญ่และสหกรณ์เพื่อ
ประโยชนใ์ นการรวมกลุ่มการรวมกันซือปัจจยั การผลติ
8) ควรแนะน้าข้อมูลประกอบการตัดสินใจให้เกษตรกรพิจารณาการปรับเปลี่ยนสินค้าในพนื ที่ท่ีใช้
น้านอ้ ยกวา่ ข้าว หรอื ใช้นา้ อย่างคมุ้ ค่ามรี ายไดผ้ ลตอบแทนท่ีดีกว่าเมอื่ เทียบกับการใชน้ า้ ทีเ่ ทา่ กนั
9) เกษตรกรสนับสนุนการมีนโยบายประกันรายได้เกษตรกรเพื่อมีเงินทุนส่วนต่างไว้ลงทุน และ
ควรมีการศึกษามาตรการเยียวยากรณีเปน็ พืนท่ีหน่วงน้า เช่น เงินชดเชยค่าเสียโอกาสการใช้ประโยชน์ท่ีดนิ /ชดเชย
ความเสียหาย/สนบั สนุนปจั จยั ฟ้นื ฟูพืนท่ีปัญหา: ขาดแคลนเงนิ ทุน
10) การจัดการทางสังคมในการอยู่ร่วมกันในพนื ที่ควรมีการจัดการน้ากับการประมงให้อยู่ร่วมกับนา
ข้าวได้ หรือมีการร่วมกันเจรจาต่อรองระหว่างผู้เลียงปลากับชาวนา เพ่ือบรรเทาปัญหาของการใช้น้าร่วมกัน เช่น
เกษตรกรผู้ปลูกข้าวไม่สามารถใช้น้าจากผู้เลียงปลาได้ และผู้เลียงปลามีท่อสูบเข้าสระขนาดใหญ่กว่าชาวนาจึงดูดน้า
จ้านวนมาก เปน็ ต้น
5.2.2 ขอ้ เสนอแนะเชงิ นโยบาย
1) ก่อนที่โครงการบรรเทาอุทกภัยของจังหวัดปราจีนบุรี 3 โครงการใหญ่ จะเริ่มโครงการในปี
2566 –2570 ดังนัน ในช่วงปี 2564 – 2565 ควรด้าเนินการคู่ขนานโดยให้หน่วยงานภายใน กษ. และภายนอก
กษ. ร่วมบูรณาการในพืนท่ีโครงการบางพลวง เพ่ือเป็นการช่วยเหลือบรรเทาทุกข์ให้แก่เกษตรกร ซ่ึงเกษตรและ
สหกรณ์จังหวัดปราจีนบุรีในฐานะผู้แทนกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในระดับจังหวัด พร้อมเป็นหน่วยประสาน
ความร่วมมือและรายงานขอรับการสนับสนุนตอ่ ผ้วู ่าราชการจงั หวัดและผู้บรหิ ารกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
2) ใช้กลไกลคณะทางานบริหารจัดการภัยพิบัติระดับจังหวัด และคณะทางานบริหารจัดการพ้ืนท่ี
และสินค้าฯ ระดับจังหวัด เป็นกลไกวางแผนและขับเคลื่อนแนวทางการบริหารจัดการพ้ืนที่และสินค้าเกษตรที่
สาคัญในพื้นที่ประสบภัยพิบัติซ้าซาก จากการเห็นชอบสนับสนุนการขับเคล่ือนแนวทางการบริหารจัดการพ้ืนที่
และสินค้าเกษตรที่สาคัญในพื้นที่ประสบภัยพิบัติซ้าซาก (8 step of work) ที่เสนอแนะควรเน้นการท้างาน
บูรณาการหน่วยงานภายใน กษ. และภายนอก กษ. และเกษตรกรควรร่วมบรู ณาการแบบมีพืนที่เป้าหมายเดียวกัน
ในพืนที่โครงการบางพลวง เพ่ือแก้ไขปัญหาในแต่ละมิติตามกรอบการพัฒนาอย่างย่ังยืน เช่น หน่วยงานในสังกัด
กรมชลประทานช่วยเหลือเรื่องบริหารจัดการน้า และส่งเสริมสร้างการรับรู้ข้อมูลข่าวสาร เกษตรกรควรรวมกลุ่ม
ผู้ใช้น้าเป็นเครือข่ายทุ่งบางพลวง กรมการข้าวสนับสนุนองค์ความรู้เรื่องการจัดการวิธีการผลิต เทคโนโลยี
และแนะน้าพันธุข์ ้าวท่ีเหมาะสมกับแต่ละพนื ที่ที่ประสบภัยต่างกนั รวมทังการทา้ ระบบสง่ เสรมิ การเกษตรแบบแปลง
ใหญข่ ้าว กรมพัฒนาทด่ี นิ และกรมสง่ เสรมิ การเกษตรชว่ ยเหลือเรอ่ื งการลดตน้ ทุน ปรับปรุงดิน และการเพิ่มผลผลติ
และกรมส่งเสริมสหกรณ์ กรมพฒั นาชุมชน และกระทรวงพาณิชย์พัฒนาด้านตลาดสินค้าเกษตรและผลิตภัณฑ์จาก
สินค้าเกษตรในพืนที่ ส้านักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดและส้านักงานเศรษฐกิจการเกษตร ร่วมสรุปติดตาม
ประเมินผลเพื่อปรับแผนต่อไป เปน็ ตน้
2.1) ควรก้าหนดแผนการด้าเนินการภายใต้โครงการบางพลวงโมเดลในระยะยาวที่ชัดเจน และ
ตอ่ เนอ่ื ง เพ่อื ให้โครงการประสบความส้าเร็จได้อยา่ งยงั่ ยืน อีกทังสามารถใชเ้ ป็นตน้ แบบในการแกไ้ ขปัญหาและพัฒนา
ในพนื ทีอ่ น่ื ที่มีลกั ษณะพนื ทห่ี รอื ประสบปัญหาในลักษณะคลา้ ยคลงึ กนั ตอ่ ไป เน่อื งจากโครงการบางพลวงโมเดลเป็น
61
โครงการที่มุ่งส่งเสริมและสนับสนุนให้เกิดการแก้ไขปัญหาอุทกภัยและพัฒนาการจัดการน้าอย่างเป็นระบบและมี
ประสิทธิภาพ
2.2) ควรมีหลักเกณฑ์ในการเลือกพืนที่ในการบริหารจัดการเชิงพืนท่ี และบริหารจัดการสินค้า
เกษตรสา้ คัญในพนื ท่ีประสบภัยพบิ ตั ิซ้าซาก ซง่ึ ประกอบด้วย 7 ประการ ไดแ้ ก่
1) ตอ้ งเปน็ พนื ทีล่ ุ่มตา้่ ทปี่ ระสบปญั หาอทุ กภัยเปน็ ประจา้
2) ต้องมีแหลง่ นา้ ต้นทุนเพียงพอทจี่ ะสนบั สนนุ การเลื่อนเวลาการปลกู ขา้ วนาปี
3) ต้องมีระบบชลประทาน และต้องสามารถล้าเลียงน้าผ่านระบบชลประทานที่สามารถ
ควบคมุ ได้
4) ต้องเปน็ พืนทีป่ ิดลอ้ มเกบ็ นา้ ได้ และมแี นวเขตชดั เจน
5) ต้องมที างระบายนา้ เขา้ ออกได้
6) การเก็บกกั นา้ ต้องมรี ะดบั ควบคมุ ทไ่ี มก่ ระทบกบั ชุมชนและเส้นทางสัญจร
7) ต้องก้าหนดกฎระเบียบ หรือเง่ือนไขในการขับเคล่ือนด้วยโมเดลว่า หากจะน้าไปขยาย
ผลในพนื ที่ลุ่มต่้าอ่ืน ๆ เกษตรกรและหน่วยงานภาครัฐในพนื ทตี่ ้องให้ความร่วมมือ และหากไม่ดา้ เนินการอาจท้าให้
เกษตรกรในพืนท่ีประสบปัญหาขาดแคลนรายได้ในช่วงน้าท่วมขังซ้าซาก ซึ่งท้าให้ภาครัฐต้องเสียงบประมาณเพ่ือ
ฟน้ื ฟูเยยี วยาเกษตรกร
2.3) หน่วยงานจากกรมชลประทาน กรมทรัพยากรน้า ท้องถ่ิน และเกษตรกรสนับสนุนแผน
บรรเทาอทุ กภัยของจังหวัดปราจีนบุรี และพร้อมรว่ มสร้างความเข้าใจใหก้ ับคนในพนื ที่ และขอความร่วมมอื เกษตรกร
จัดตังเครือข่ายกลุ่มผู้ใช้น้าเพ่ือเป็นประโยชน์ในการแลกเปล่ียนรับรู้ข่าวสารและข้อเสนอแนะในการบริหารจัดการ
รว่ มกันตลอดสายคลอง รวมทงั เพ่อื สร้างความเข้าใจรบั ทราบหนา้ ท่ขี อบเขตความรับผิดชอบในแตล่ ะสายคลองบางสาย
คลองเปน็ อา้ นาจหนา้ ทกี่ ารจัดการคลองของกรมชลประทาน และบางสายคลองเป็นของท้องถน่ิ ดูแล
2.4) หน่วยงานจากกรมการข้าวเข้ามาส่งเสริมใหค้ วามรู้ กา้ กับดูแลแหล่งขายเมล็ดพนั ธ์ุเพอื่ ให้มี
คณุ ภาพ ควรดา้ เนินกิจกรรมช่วยจัดหาเมล็ดพนั ธุ์ ตรวจสอบเมลด็ พนั ธุค์ ณุ ภาพก่อนปลูก และการผลิตแปลงเมลด็ พนั ธ์ุ
ข้าวคุณภาพ รวมทังควรทา้ การสง่ เสริมการท้าเกษตรแบบแปลงใหญ่ขา้ วในพืนทบ่ี างพลวงโมเดลเพือ่ ลดผลเสียจากการ
ไม่ทราบแหล่งท่ีมาและแหล่งรับรองพนั ธข์ุ องเกษตรกรซ่ึงส่งผลต่อประสิทธิภาพการผลิตข้าว รวมทังพนื ที่น้าร่องของ
บางพลวงโมเดลมีความเหมาะสมมากต่อการปลูกข้าว และมีพันธุ์ข้าวที่หลากหลายเพราะด้วยระดับพืนท่ีสูงต้่า
แตกตา่ งกนั จึงตอ้ งเลือกพนั ธ์ุข้าวทีห่ ลากหลายนับเปน็ การปรบั ตวั ของเกษตรกร ควรมีการเลือกพนื ที่น้าร่องทา้ การปรับ
พืนที่ด้วยเทคโนโลยี Land leveling หมายถึง การปรับระดับดินหรือปรับพืนท่ีที่มีลักษณะสูงต่้าให้ราบเรียบ
สม่้าเสมอ ตามระดับหรือความลาดเทที่ตอ้ งการ เพ่ือให้สามารถท้าการให้น้าชลประทานทางผิวดิน หรือการท้างาน
ของเครอื่ งมือเครื่องจักรทางการเกษตรเป็นไปอยา่ งมีประสทิ ธิภาพ
2.5) ส่งเสริมให้มีพืนที่ปลูกสินค้าทางเลือกที่มีอนาคต (Future Crop) ต้นแบบ ด้านพืชทัง
4 ชนิด ได้แก่ ไผ่ หญ้าเนเปียร์ มะพร้าวน้าหอม และต้นโมก แบบ Learning by Doing ควรหาพืนที่เป้าหมาย
และควรมีเกษตรกรต้นแบบเพอื่ เป็นตัวอย่างให้กับเกษตรกรได้ศึกษาดตู ้นแบบความส้าเร็จ ตังแต่เร่ืองแหล่งเงนิ ทุน
หาพันธ์ุดี วิธีการเพาะปลูกพืชทางเลือก การดูแลรักษาไปจนถึงด้านการตลาด และต้องมีการติดตามประเมินผล
ทบทวนแลว้ ปรบั ปรงุ แก้ไข หากประสบผลสา้ เร็จใหท้ ้าการขยายผลต่อไป
บรรณานกุ รม
เกษศิรินทร์ พิบูลย์ Nicolas Faysse และแมน ปุโรทกานนท์. (2562). ยุทธศาสตร์เพื่ออนาคตภาคการเกษตรในเขต
พื้นที่ชลประทานบางพลวง จังหวัดปราจีนบุรี [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: http://deltasoutheastasia-
doubt.com/wp-content/uploads/2019/05/StrategicDocumentPrachinburiActors_%E0%B8%8
9%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%A9%E0%B8%
B2%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2.pdf (วนั ทส่ี ืบค้นข้อมูล: 12 มีนาคม 2563).
กรมชลประทาน. (2563). ปฏิทินการเพาะปลูกข้าวนาปใี นพ้ืนท่โี ครงการบางพลวงโมเดล. ในการประชุมหารือกลุ่ม
ย่อย (Focus Group) เร่อื ง “ถอดบทเรยี นแนวทางการบริหารจดั การสนิ คา้ เกษตรสำคัญในพน้ื ท่ีประสบ
ภัยพิบัตซิ ำ้ ซาก กรณศี กึ ษาบางพลวงโมเดล. ปราจนี บรุ ี: กระทรวงเกษตรและสหกรณ.์
กรมปองกันและบรรเทาสาธารณภัย. (2547). กำหนดการบริหารจัดการสาธารณภัย. กรุงเทพฯ: กระทรวง
มหาดไทย.
กรมพัฒนาที่ดิน. (2553). คู่มือการปฏิบัติงาน กระบวนการจัดทำข้อมูลและแผนที่ พื้นที่เสี่ยงภัยธรรมชาติ.
กรงุ เทพฯ: กระทรวงเกษตรและสหกรณ์.
เกอ้ื วงศบ์ ญุ สิน. (2538). ประชากรกบั การพัฒนา. กรุงเทพฯ: โรงพมิ พจ์ ุฬาลงกรณม์ หาวทิ ยาลยั .
คณะกรรมาธิการกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ. ความหมายของการพัฒนาทียั่งยืน [ออนไลน์]. เข้าถึง
ได้จาก https://so06.tci-thaijo.org/index.php/jsrc/article/view/211501 (วันที่สืบค้นข้อมูล: 20
เมษายน 2563).
คณะกรรมาธิการโลกวา่ ดว้ ยวัฒนธรรมและกากรพัฒนา. วัฒนธรรมอันหลากสีของมนุษยชาต.ิ ม.ป.ป. : ม.ป.ท.
โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาบางพลวง. (2564). แผนปฏิบัติการพื้นที่ลุ่มต่ำรองรับน้ำนอง. ในการประชุมหารือ
กลุ่มย่อย (Focus Group) เรื่อง “ถอดบทเรียนแนวทางการบริหารจัดการสินค้าเกษตรสำคัญในพื้นที่
ประสบภัยพบิ ตั ซิ ้ำซาก กรณีศกึ ษาบางพลวงโมเดล. ปราจนี บรุ ี: กระทรวงเกษตรและสหกรณ.์
ประยูร วงศ์จันทรา. (2554). แนวคิดการบริหารจัดการทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม. มหาสารคาม : สำนักพิมพ์
มหาวทิ ยาลยั มหาสารคาม.
ไพฑรู ย์ พงศะบุตร. (2544). พจนานุกรมฉบบั ท่ี 27. กรุงเทพฯ: ไทยวฒั นาพานชิ .
สำนกั งานก่อสร้างชลประทานขนาดใหญ่ที่ 7. (2564). งานกอ่ สร้างคลองผันน้ำและประตรู ะบายน้ำที่เก่ียวข้องเพื่อ
แก้ไขปัญหาในพื้นที่ อ.กบินทร์บุรี. ในการประชุมหารือกลุ่มย่อย (Focus Group) เรื่อง “ถอดบทเรียน
แนวทางการบริหารจัดการสินค้าเกษตรสำคัญในพื้นที่ประสบภัยพิบัติซ้ำซาก กรณีศึกษาบางพลวง
โมเดล. ปราจนี บุรี: กระทรวงเกษตรและสหกรณ.์
สำนักงานก่อสร้างชลประทานขนาดใหญ่ที่ 7. (2564). โครงการก่อสร้างประตูระบายน้ำบ้านวังชัน ตำบลบางกุ้ง
และตำบลสัมพันธ์ อำเภอศรีมหาโพธิ. ในการประชุมหารือกลุ่มย่อย (Focus Group) เรื่อง
“ถอดบทเรียนแนวทางการบริหารจดั การสินค้าเกษตรสำคัญในพ้ืนที่ประสบภัยพิบัตซิ ้ำซาก กรณีศึกษา
บางพลวงโมเดล. ปราจนี บุรี: กระทรวงเกษตรและสหกรณ.์
64
สำนักงานกอ่ สร้างชลประทานขนาดใหญท่ ่ี 7. (2564). งานปรับปรงุ คลองธรรมชาติ ทางระบายน้ำ ประตรู ะบายน้ำ
และสถานีสูบน้ำในพื้นที่บางพลวง. ในการประชุมหารือกลุ่มย่อย (Focus Group) เรื่อง “ถอดบทเรียน
แนวทางการบริหารจัดการสินค้าเกษตรสำคัญในพื้นที่ประสบภัยพิบัติซ้ำซาก กรณีศึกษาบางพลวง
โมเดล. ปราจีนบรุ ี: กระทรวงเกษตรและสหกรณ์.
สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 2. (2561). ประเมินผลโครงการบริหารจัดการน้ำเพื่อสนับสนุนการเพาะปลูกข้าว
นาปใี นพื้นท่ลี ุ่มตำ่ ในเขตชลประทาน. ม.ป.ท.
สำนักงานเศรษฐกจิ การเกษตรท่ี 2. (2562). การศึกษาวิเคราะหด์ า้ นเศรษฐกจิ สนิ ค้าเกษตรทส่ี ำคัญตามแผนที่
Agri-Map. พิษณโุ ลก: กระทรวงเกษตรและสหกรณ.์
สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร. (2563). ข้อมูลเอกภาพ. กรุงเทพฯ: กระทรวงเกษตรและสหกรณ์.
สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรท่ี 6. (2563). แนวทางการบริหารจัดการสินค้าเกษตรสำคัญในระดับพื้นที่ตามแผนท่ี
เกษตรเพ่อื การบริหารจดั การเชิงรกุ (Agri-Map) ภาคตะวันออก. ชลบรุ ี: กระทรวงเกษตรและสหกรณ.์
สุทธิดา ศิริบุญหลง. (2554). การพัฒนาแบบยั่งยืน กระบวนการกระทำทางเศรษฐกิจสังคมและการเปลี่ยนแปลง
ธรรมชาติเชิงสร้างสรรค์ [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก http://www.oocities.org (วันที่สืบค้นข้อมูล: 20
เมษายน 2563).
ศศินา ภารา. (2550). ทรพั ยากรธรรมชาติและสงิ่ แวดล้อม. กรงุ เทพฯ: เอ็กซเปอร์เนท็ .
65
ภาคผนวก
66
ภาคผนวก ก
แบบสอบถามเกษตรกร
67
สำหรบั เจา้ หน้าที่ ใชใ้ นราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
........................................ แบบสอบถามเกษตรกร ภายใต้โครงการบริหารจดั การการผลิตสินค้าเกษตรตามแผนท่ี
รหัสครวั เรอื น เกษตรเพอื่ บริหารจดั การเชงิ รกุ (Agri-Map) เรอื่ ง การบริหารจดั การสินค้าเกษตร
สำคัญในพน้ื ท่ีประสบภัยธรรมชาตซิ ำ้ ซาก (บางพลวงโมเดล) ปี 2563
ชือ่ เกษตรกร..........................................................................................ท่านได้ขึ้นทะเบยี นเกษตรกรหรอื ไม่ ขึน้ ไม่ขน้ึ
อายุ..........ปี บ้านเลขท.ี่ ...........หมู่ท.ี่ ..........ชอื่ หมู่บา้ น...............................ตำบล............................อำเภอ...............................จงั หวดั
.........................................รหสั ไปรษณยี .์ ...........................โทร..............................
ผสู้ ัมภาษณ.์ ...........................หนว่ ยงาน...................จงั หวัด...................โทร................. สัมภาษณ์วนั ท่ี…..เดอื น.........พ.ศ.2564
ข้อ 1 อาชพี หลกั และอาชีพรองของเกษตรกร(กรณุ าใสห่ มายเลข 1,2,3,...เรียงลำดบั ตามกิจกรรมท่ีใชเ้ วลาในการปฏิบตั มิ ากท่ีสดุ ในรอบปีไปหา
น้อย)
เกษตรกรรม คา้ ขาย ธุรกจิ สว่ นตวั เงินเดอื นประจำ (ขา้ ราชการ/ลูกจา้ ง/พนักงานราชการ ฯลฯ)
รบั จ้างท่ัวไป รบั จ้างทางการเกษตร อืน่ ๆ (ระบุ).......................................................................................
ข้อ 2 ระดับการศกึ ษา ไม่ได้เรียน ประถมศึกษา มธั ยมศกึ ษาตอนต้น มธั ยมศึกษาตอนปลาย / ปวช.
ปวส./อนปุ รญิ ญา ปริญญาตรีขึ้นไป อน่ื ๆ (ระบ)ุ …..........................................................................
ข้อ 3 จำนวนสมาชิกในครวั เรือน / จำนวนแรงงานทท่ี ำการเกษตร / การเปน็ สมาชิกกล่มุ องค์กร / สถาบันเกษตรกร (ข้อมลู ณ วนั ที่
สัมภาษณ)์
3.1 จำนวนสมาชกิ ในครัวเรือนทง้ั หมด..........คน 3.1.1 ใชแ้ รงงานในการเกษตร..........คน 3.1.2 ไมไ่ ด้ใช้แรงงานในการเกษตร..........คน
3.2 ครัวเรอื นมีสมาชิกสังกัดกลมุ่ /องคก์ รสถาบันเกษตรกร มี ไม่มี
ถา้ มี ประเภทกลุ่ม/องคก์ ร/สถาบันเกษตรกรทสี่ มาชิกในครอบครวั สังกดั ไดแ้ ก่ (ตอบไดม้ ากกว่า 1 ขอ้ )
ธกส. กลมุ่ เกษตรกร สหกรณ์ กลมุ่ แปลงใหญ่ กลุ่มวิสาหกิจชมุ ชน กลมุ่ แมบ่ ้าน อ่ืน ๆ (ระบุ)........
ขอ้ 4 ในรอบปที ผ่ี า่ นมา สมาชกิ วยั แรงงานของครัวเรือนเกษตรกรได้มีการเคลอื่ นย้ายแรงงาน/ยา้ ยถนิ่ ฐานไปทำงานทอี่ ่นื หรอื ไม่ อย่างไร
ไมม่ ี มีการเคล่ือนยา้ ยแรงงาน จำนวน.....................คน
ถา้ มี วัตถปุ ระสงค์ของการเคลือ่ นยา้ ยแรงงาน คือ
ไม่มีงานในพื้นที่ทำ........ราย ย้ายตามฤดกู าล........ราย ระยะเวลา..........เดือน/ปี ยา้ ยตามครอบครวั .......ราย อื่นๆ (ระบ)ุ ......
ขอ้ 5 ขนาดพน้ื ทก่ี ารเกษตร / ลกั ษณะการถอื ครอง / ประเภทเอกสารสทิ ธขิ์ องเกษตรกร
5.1 พื้นทกี่ ารเกษตรทงั้ หมด…....ไร…่ ....งาน แบง่ เป็น ของตนเอง…....ไร…่ ....งาน เช่า…....ไร…่ ....งาน ได้ทำฟรี…....ไร…่ ....งาน
5.2 ประเภทเอกสารสทิ ธ์ขิ องพืน้ ที่ ส.ป.ก.4-01 โฉนด นส.2 นส.3 นส.4 นส.5 อื่นๆ (ระบุ)............................
ขอ้ 6. ลกั ษณะการใชพ้ ้นื ท่กี ารเกษตร
6.1 แหลง่ นำ้ ท่ใี ชท้ ำการเกษตรในพน้ื ที่เข้ารว่ มโครงการ มแี หล่งนำ้ ในพื้นทรี่ วม.....ไร่.....งาน......ตรว. ไมม่ ีแหลง่ น้ำ
6.1.1 ประเภทและขนาดของแหลง่ น้ำ (ขนาดแหลง่ น้ำไม่รวมพ้ืนที่ขอบบอ่ )(ตอบไดม้ ากกว่า 1 ขอ้ )
บ่อขดุ เอง..........บอ่ ขนาด กวา้ ง......................................................ม.
บ่อขดุ โดยกรมพัฒนาทดี่ ิน.........บ่อ กวา้ ง......................................ม.
แหล่งน้ำธรรมชาติ กว้าง.................................................................ม.
แหล่งน้ำชลประทาน บอ่ นำ้ บาดาล อนื่ ๆ (ระบ)ุ .................................................................
6.1.2 แหล่งน้ำมเี พียงพอสำหรบั ใชท้ ำการเกษตรในพน้ื ที่เหรือไม่ มนี ำ้ เพียงพอทง้ั ปี มนี ำ้ ไมเ่ พยี งพอทัง้ ปี ใช้ได.้ ..............เดือน
6.1.3 การรวมกลุ่มผู้ใชน้ ้ำ มี ไม่มี
6.2 การมีนาขา้ วของครวั เรอื น ไมม่ นี าข้าวมีนาขา้ ว.....ไร่.....งาน......ตรว.
ถา้ มี ปรมิ าณขา้ วท่ผี ลติ ไดม้ ีเพยี งพอต่อการบรโิ ภคในครัวเรือนหรือไม่ เพียงพอทั้งปี เพยี งพอ......เดือน ไม่เพยี งพอ
ไม่ไดเ้ ก็บไว้ (ขายท้งั หมด)
6.3 การปลกู พชื ในพ้ืนที่ มีการปลูกพืช พนื้ ท.่ี ......ไร.่ .....งาน........ตรว.จำนวน.........ชนิด ไมไ่ ดป้ ลูกพชื
6.4 การเล้ยี งสตั ว์บกในพืน้ ท่ี มีการเลี้ยงสัตว์ พื้นท่ี.......ไร.่ .....งาน........ตรว.จำนวน..........ชนิด ไม่ได้เล้ยี ง
6.5 การเลี้ยงสตั ว์นำ้ ในพน้ื ท่ี มกี ารเลี้ยงสัตว์นำ้ พ้นื ที่......ไร่.......งาน........ตรว.จำนวน..........ชนิด ไม่ได้เลีย้ ง
68
6.6 การมที อี่ ย่อู าศยั /ทีพ่ กั ช่วั คราวในพืน้ มีทอี่ ย่อู าศยั พ้นื ท่ี......ไร่.......งาน........ตรว. ไม่มีที่อยู่อาศยั
ข้อ 7. การเพาะปลกู ของเกษตรกรในพนื้ ทีบ่ างพลวง ปี 2563 (ขา้ วนาปี)
7.1 เรมิ่ ทำการเพาะปลูกข้าวนาปเี ม่ือใด วนั ที่.......................เดอื น………………………….
7.2 เมลด็ พนั ธ์ขุ า้ วท่ีใช้ในการเพาะปลกู กข 61 กข 41 กข 43 อนื่ ๆ (ระบุ).................................................................
7.3 เมล็ดพนั ธุข์ ้าวทใ่ี ชไ้ ดร้ บั การรบั รองคุณภาพเมลด็ พันธ์ของทางราชการ ไดร้ บั การรับรอง ไมไ่ ดร้ ับการรับรอง ไม่ทราบ
7.3.1 เหลง่ เมล็ดพันธ์ (ตอบไดม้ ากกว่า 1 ข้อ) ศนู ยว์ จิ ยั /ศูนย์เมลด็ พันธ์ุขา้ ว สหกรณ์/กลุ่มเกษตรกร
บริษัท/ร้านค้า/สมาคม/ชมรม ของตนเอง แหล่งอนื่ (ระบ)ุ .................................................................
7.4 เกบ็ เกยี่ วผลผลิตไดเ้ ม่อื ใด วนั ที่.......................เดือน………………………….
7.5 เก็บเกย่ี วได้ทนั กอ่ นฤดูน้ำหลากหรือไม่ ทนั ไม่ทัน เพราะ.................................................................. พืน้ ท่เี สยี หาย....................ไร่
ข้อ 8. ผลกระทบ
8.2 พน้ื ท่เี กษตรของทา่ น เป็นพนื้ ทรี่ ับนำ้ นอง/กักเกบ็ นำ้ เป็นแก้มลิงช่วั คราว หรอื ไม่ (ส.ค. – พ.ย.)
1) ไม่ได้เปน็
2) เปน็ โดย (1) รอรบั น้ำเขา้ พื้นท่ี (น้ำยงั ไมเ่ ข้า) คาดว่า วันที่ .....................................................................
(2) รบั น้ำเข้าพนื้ ทีแ่ ลว้ เมอื่ .......................................................................................................
8.3 ทา่ นใช้ประโยชน์จากพนื้ ทห่ี น่วงน้ำ หรอื ไม่ อยา่ งไร (เป็นแหลง่ อาหารธรรมชาติ คือ การทำการประมง ตามวิถขี องเกษตรกรพ้ืนทล่ี ุ่มตำ่ )
1) ไม่ไดใ้ ช้ เพราะ *........................................................................................................................................................*
2) ไดใ้ ช้ อยา่ งไร (1) ทำประมงเป็นอาหาร (กิน)
(2) ทำประมงเป็นรายได้เสริม (ขาย)
(3) อนื่ ๆ *..................................................................................................................................*
8.4 หลังจากเก็บเกยี่ วขา้ วนาปีแลว้ ท่านได้/จะ ทำนาต่อในชว่ งเดอื น ส.ค. – พ.ย. หรือไม่
1) ไม่ไดท้ ำตอ่ เนื่องจาก.........................................................................
2) ทำตอ่ โดยเริ่มปลูก เม่อื วันที่ ....................................... เพราะ *..............................................................................*
8.5 หลังจากน้ี ท่านคิดจะเปลย่ี นไปทำการเกษตร ดา้ นอืน่ ๆ แทนการปลูกข้าว หรือไม่ (เช่น ปลกู พชื อนื่ ๆ /เลยี้ งสตั ว์ / ประมง / รบั จา้ งทาง
การเกษตร)
1) ไมเ่ ปลีย่ น เหมอื นเดิม (ชาวนา)
2) ทำเหมือนเดมิ และ เสรมิ ปลูกพชื ชนิดอนื่ หรือทำปศสุ ัตว์ ได้แก่ *...........................................................................*
3) เปล่ยี นไปทำการเกษตรด้านอ่ืน ๆ *..........................................................................................................................*
8.6 พนื้ ทเี่ กษตรของทา่ นได้รบั ผลกระทบจากการจดั การแกป้ ัญหานำ้ เคม็ หรอื ไม่
1) ได้รบั ผลกระทบเชงิ ได้ประโยชน์ ไดแ้ ก่ *...................................................................................................................*
2) ไม่ได้รับผลกระทบเชิงไดป้ ระโยชน์ ได้แก่*................................................................................................................*
8.7 หากเกิดผลกระทบจากปัญหานำ้ เค็มรุกลำ้ ทา่ นมกี ารปรบั ตัวในการผลิตทางการเกษตรอยา่ งไร
1) ไมป่ รับตัว
2) ปรับตวั ไดแ้ ก่ ได้แก่ *...............................................................................................................................................*
ข้อ 9 มูลคา่ ผลผลติ และตน้ ทนุ ทางการเกษตรในพ้นื ทีบ่ างพลวง สอบถามเฉพาะกิจกรรมทอ่ี ย่ใู นพืน้ ที่
มูลค่าผลผลติ การเกษตรในพื้นที่ (บาท
ราคา ผลผลิต จำหนา่ ย บริโภค แจก/
(บาท/ ท้งั หมด ใหฟ้ รี
ชนิด พชื /สตั ว/์ ประมง หนว่ ย แหล่งรับซื้อ ผอู้ ่ืน
ปริมาณ ปรมิ าณ ปรมิ าณ ปรมิ าณ
ดา้ นพชื (ระบุ)
รวม ดา้ นพืช
ท) ตน้ ทนุ การผลิตในพ้นื ที่ (เงนิ สดและไมเ่ ปน็ เงินสด) (บาท)
เก็บไว้ คา่ พันธ์ุ ปยุ๋ /ยา/ แรงงาน นำ้ มนั / อนื่ ๆ (ระบุ) รวม ต้นทุน ผลตา่ ง
ทำพันธุ์ อาหารสตั ว์ (ปลกู ,ดแู ล, ไฟฟา้ (มลู คา่
เงิน ตน เก็บเกีย่ ว) เงิน ตน หัก
ปรมิ าณ สด เอง เงนิ ตน สด เอง ตน้ ทุน
(ซื้อ) สด เอง เงนิ ตน เงิน เงนิ ตน
(ซ้อื ) สด เอง สด สด เอง
(จ้าง)
69
70
ปัญหา ประเด็นปญั หา/ข้อเสนอแนะ
ขอ้ 10 ด้านการผลิต ………………………………………………………………………………………………………………………………………….
1) เรือ่ งพนั ธุ์ ………………………………………………………………………………………………………………………………………….
2) เร่อื งดนิ ………………………………………………………………………………………………………………………………………….
………………………………………………………………………………………………………………………………………….
3) แหลง่ นำ้ ………………………………………………………………………………………………………………………………………….
………………………………………………………………………………………………………………………………………….
4) การจดั การเรอื่ งโรคและแมลง ………………………………………………………………………………………………………………………………………….
………………………………………………………………………………………………………………………………………….
5) การดูแลรกั ษา ………………………………………………………………………………………………………………………………………….
………………………………………………………………………………………………………………………………………….
6) การจดั การหลงั เกบ็ เกี่ยว ………………………………………………………………………………………………………………………………………….
………………………………………………………………………………………………………………………………………….
7) แรงงาน ………………………………………………………………………………………………………………………………………….
8) การแปรรูป/เทคโนโลยี ………………………………………………………………………………………………………………………………………….
………………………………………………………………………………………………………………………………………….
9) เงนิ ลงทุน ………………………………………………………………………………………………………………………………………….
………………………………………………………………………………………………………………………………………….
10) ความรู้ ………………………………………………………………………………………………………………………………………….
………………………………………………………………………………………………………………………………………….
………………………………………………………………………………………………………………………………………….
………………………………………………………………………………………………………………………………………….
ข้อ 11 ด้านการตลาด ………………………………………………………………………………………………………………………………………….
1) แหลง่ จำหนา่ ย ………………………………………………………………………………………………………………………………………….
………………………………………………………………………………………………………………………………………….
………………………………………………………………………………………………………………………………………….
2) ราคาท่ีไดร้ บั ………………………………………………………………………………………………………………………………………….
………………………………………………………………………………………………………………………………………….
………………………………………………………………………………………………………………………………………….
………………………………………………………………………………………………………………………………………….
3) การประชาสัมพนั ธ์ ………………………………………………………………………………………………………………………………………….
………………………………………………………………………………………………………………………………………….
………………………………………………………………………………………………………………………………………….
………………………………………………………………………………………………………………………………………….
ขอ้ 12 ดา้ นอ่นื ๆ ………………………………………………………………………………………………………………………………………….
1) การสนบั สนุนจากภาครัฐ ………………………………………………………………………………………………………………………………………….
2) การรวมกลมุ่ ………………………………………………………………………………………………………………………………………….
………………………………………………………………………………………………………………………………………….
3) อ่นื ๆ อาทเิ ช่น ต้องการใหม้ ี ………………………………………………………………………………………………………………………………………….
คณะทำงานเป็นรปู ธรรมในพน้ื ท่ี, อาชีพ ………………………………………………………………………………………………………………………………………….
เสริม/อาชพี ทดแทน, การเยียวยา เป็น ………………………………………………………………………………………………………………………………………….
………………………………………………………………………………………………………………………………………….
ขอขอบคณุ ท่ีใหค้ วามรว่ มมอื คณะทำงาน ในการใหข้ ้อมูลพน้ื ฐานการเกษตรเพ่ือใชป้ ระโยชน์ในการขบั เคลือ่ นโครงการตอ่ ไป
71
ภาคผนวก ข
แบบสอบถามหนว่ ยงานภาครัฐ
72
สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 6 ขอขอบคณุ ในการอนเุ คราะห์ใหข้ ้อมลู เพือ่ นำไปประกอบการจัดทำ
โครงการบริหารจัดการการผลิตสนิ ค้าเกษตรตามแผนทเ่ี กษตรเพ่ือการบริหารจัดการเชิงรกุ (Agri-Map)
ปงี บประมาณ 2564 กจิ กรรม ถอดบทเรียน การบริหารจัดการสินคา้ เกษตรสำคัญในพน้ื ทีป่ ระสบภัย
ธรรมชาตซิ ำ้ ซาก (โครงการบางพลวงโมเดล)
1. หน่วยงานของท่านได้ร่วมบูรณาการขับเคลื่อนกิจกรรม แผนงาน โครงการ เกี่ยวกับการบริหารจัดการ
พ้ืนที่ หรอื การบรหิ ารจัดการสนิ ค้าเกษตรสำคญั ในเขตพืน้ ที่บางพลวง อยา่ งไรบา้ ง เช่น Zoning แปลง
ใหญ่ ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร(ศพก.) เกษตรทฤษฎีใหม่ ศูนย์เรียนรู้จุด
ต้นแบบ เป็นต้น โปรดสรุปสาระสำคัญพอสังเขป (พร้อมขอเอกสารผลการดำเนินงาน หรือ Link ข้อมูล
เพ่ือนำมาพิจารณาประกอบการจัดทำเอกสารรายงานการถอดบทเรียนฯ )
1.1 การดำเนินงานภายใต้งบปกติ (หากดำเนนิ การหลายปี ให้ระบุจำแนกรายปี 2562 -2563)
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
1.2 การดำเนินงานภายใต้งบจังหวัด (หากดำเนนิ การหลายปี ใหร้ ะบจุ ำแนกรายปี 2562 -2563)
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
1.3 การดำเนนิ งานภายใตง้ บอ่ืนๆ (หากดำเนนิ การหลายปี ให้ระบุจำแนกรายปี 2562 -2563)
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
2. แผนการดำเนินงาน ปี 2564 ที่ดำเนินงานในเขตพื้นที่บางพลวง ปี 2564 (ขอรายละเอียด
มา review เพอ่ื ประกอบการจดั ทำรายงาน) ดงั นี้
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
3.ปญั หาอปุ สรรคของเกษตรในพน้ื ท่ีบางพลวงท่ีท่านพบ
3.1 ปญั หา........................................................................................................................ ..............................
ข้อเสนอแนะเพื่อการแกไ้ ข...................................................................................................................... .
3.2 ปัญหา......................................................................................................................................................
ขอ้ เสนอแนะเพ่ือการแก้ไข.......................................................................................................................
3.3 ปัญหา........................................................................................................................... ...........................
ขอ้ เสนอแนะเพื่อการแก้ไข.......................................................................................................................