The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

2123(POE)เกษรินทร์ พิมท่าโพธิ์

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

วิจัยในชั้นเรียน

2123(POE)เกษรินทร์ พิมท่าโพธิ์

43 บทที่ 5 สรุป อภิปราย และข้อเสนอแนะ การวิจัย เรื่อง การศึกษาผลการจัดการเรียนรู้แบบทำนาย สังเกต อธิบาย (POE) ร่วมกับ เทคนิคการใช้คำถาม เรื่อง น้ำ เพื่อพัฒนาการคิดวิเคราะห์ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 จากการ เก็บรวบรวมข้อมูลและวิเคราะห์ข้อมูลสามารถสรุปผล อภิปรายผล และให้ข้อเสนอแนะ ดัง รายละเอียดต่อไปนี้ 1. วัตถุประสงค์ของการวิจัย 2. สมมติฐานของการวิจัย 3. ขอบเขตของการวิจัย 4. เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย 5. การเก็บรวบรวมข้อมูล 6. การวิเคราะห์ข้อมูล 7. สรุปผลการวิจัย 8. อภิปรายผล 9. ข้อเสนอแนะ วัตถุประสงค์ของการวิจัย 1. เพื่อศึกษาความสามารถในการคิดวิเคราะห์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 หลังการจัดการเรียนรู้แบบทำนาย สังเกต อธิบาย (POE) ร่วมกับเทคนิคการใช้คำถาม เรื่อง น้ำ 2. เพื่อเปรียบเทียบการคิดวิเคราะห์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ก่อน และหลังการ จัดการเรียนรู้แบบทำนาย สังเกต อธิบาย (POE) ร่วมกับเทคนิคการใช้คำถาม เรื่อง น้ำ สมมติฐานของการวิจัย 1. หลังการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบทำนาย สังเกต อธิบาย (POE) ร่วมกับเทคนิคการใช้ คำถาม เรื่อง น้ำ นักเรียนมีความสามารถในการคิดวิเคราะห์ หลังเรียนไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 2. หลังการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบทำนาย สังเกต อธิบาย (POE) ร่วมกับเทคนิคการใช้ คำถาม เรื่อง น้ำนักเรียนมีการคิดวิเคราะห์หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน ขอบเขตของการวิจัย 1.1 ประชากร ประชากรที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ เป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนประจักษ์ ศิลปาคาร อำเภอเมืองอุดรธานี จังหวัดอุดรธานี ปีการศึกษา 2566 จำนวน 152 คน จาก 5 ห้องเรียน


44 1.2 กลุ่มตัวอย่าง กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ เป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนประจักษ์ ศิลปาคาร อำเภอเมืองอุดรธานี จังหวัดอุดรธานี ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 จำนวน 1 ห้องเรียน จำนวนนักเรียน 29 คน ซึ่งได้มาจากการเลือกแบบเจาะจง 2. ตัวแปรที่ศึกษา 2.1 ตัวแปรต้น การจัดการเรียนรู้แบบทำนาย สังเกต อธิบาย (POE) ร่วมกับเทคนิค การใช้คำถาม เรื่อง น้ำ 2.2 ตัวแปรตาม ทักษะการคิดวิเคราะห์ 3. เนื้อหาที่ใช้ในการวิจัย การวิจัยครั้งนี้ผู้วิจัยใช้เนื้อหาจากหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง 2560 ) กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รายวิชา วิทยาศาสตร์ กายภาพ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 สาระที่ 2 วิทยาศาสตร์กายภาพ มาตรฐาน ว 2.1 ตัวชี้วัด 8, 9, 10, 11, 12 และ 13 เรื่อง น้ำ ประกอบด้วยเนื้อหาย่อยดังนี้ 3.1 โมเลกุลของน้ำ 3.1.1 สารโคเวเลนต์ 3.1.2 การเปลี่ยนสถานะของน้ำและความมีขั้ว 3.2 สารในแหล่งน้ำธรรมชาติ 3.2.1 สารประกอบไอออนิก 3.2.2 การเปลี่ยนแปลงสถานะของสารประกอบไอออนิก 3.3 การละลายของสารในน้ำ 3.3.1 การละลายแบบแตกตัว 3.3.2 การละลายแบบไม่แตกตัว 4. ระยะเวลาที่ใช้ในการวิจัย การวิจัยครั้งนี้ผู้วิจัยได้ทำการศึกษาในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 โดยใช้เวลาในการ ทดลอง 9 ชั่วโมง สัปดาห์ละ 2 ชั่วโมง รวมทั้งหมด 5 สัปดาห์ เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย 1. แผนการจัดการเรียนรู้แบบทำนาย สังเกต อธิบาย (POE) ร่วมกับเทคนิคการใช้คำถาม เรื่อง น้ำ จำนวน 4 แผน รวมจำนวนทั้งสิ้น 9 ชั่วโมง โดยมีค่าดัชนีความสอดคล้อง (IOC) ของแผน เท่ากับ 1.00 2. แบบทดสอบวัดการคิดวิเคราะห์เรื่อง น้ำ เป็นแบบปรนัย 4 ตัวเลือก จำนวน 20 ข้อ มีค่า ดัชนีความสอดคล้อง (IOC) เท่ากับ 1.00


45 การเก็บรวบรวมข้อมูล 1. ก่อนการทดลอง ให้นักเรียนกลุ่มตัวอย่างทำแบบทดสอบวัดการคิดวิเคราะห์ เพื่อนำคะแนน มาวิเคราะห์เป็นคะแนนก่อนเรียน 2. ผู้วิจัยดำเนินการสอนนักเรียนกลุ่มตัวอย่าง โดยใช้แผนการจัดการเรียนรู้แบบทำนาย สังเกต อธิบาย (POE) ร่วมกับเทคนิคการใช้คำถาม จำนวน 4 แผน รวม 9 ชั่วโมง รวมทั้งหมด 5 สัปดาห์ 3. เมื่อสิ้นสุดการทดลอง ทำการทดลองหลังเรียน โดยให้นักเรียนกลุ่มตัวอย่างทำแบบทดสอบ วัดการคิดวิเคราะห์ทางการเรียนวิทยาศาสตร์ ชุดเดิมกับทดสอบก่อนเรียน เพื่อนำคะแนนมาวิเคราะห์ เป็นคะแนนหลังเรียน การวิเคราะห์ข้อมูล นำคะแนนการคิดวิเคราะห์ก่อนเรียนและหลังเรียน มาคิดคะแนนเป็นร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D) แล้วนำคะแนนทั้งสองมาเปรียบเทียบโดยใช้สถิติ t-test Dependent สรุปผลการวิจัย ผลการศึกษาและเปรียบเทียบผลการคิดวิเคราะห์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ที่ได้รับการ จัดการเรียนรู้แบบทำนาย สังเกต อธิบาย (POE) ร่วมกับเทคนิคการใช้คำถาม พบว่า นักเรียนมีคะแนน เฉลี่ยก่อนเรียน เท่ากับ 12.17 คิดเป็นร้อยละ 40.57 และคะแนนเฉลี่ยหลังเรียนเท่ากับ 22.45คิดเป็น ร้อยละ 47.83 ซึ่งไม่น้อยกว่าเกณฑ์ร้อยละ 60 เป็นไปตามสมมติฐานที่กำหนดไว้ และเมื่อเปรียบเทียบ คะแนนก่อนเรียนและหลังเรียน พบว่า นักเรียนมีคะแนนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน อภิปรายผล จากการศึกษาผลการจัดการเรียนรู้แบบทำนาย สังเกต อธิบาย (POE) ร่วมกับเทคนิคการใช้ คำถาม เรื่อง น้ำ เพื่อพัฒนาการคิดวิเคราะห์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ผู้วิจัยได้อภิปรายผล การศึกษาเป็นประเด็นต่าง ๆ ดังนี้ ผลการศึกษาการคิดวิเคราะห์ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โดยการจัดการเรียนรู้แบบ ทำนาย สังเกต อธิบาย (POE) ร่วมกับเทคนิคการใช้คำถาม พบว่า นักเรียนมีคะแนนเฉลี่ยก่อนเรียน เท่ากับ 12.17 คิดเป็นร้อยละ 40.57 และคะแนนเฉลี่ยหลังเรียนเท่ากับ 22.45 คิดเป็นร้อยละ 47.83 ซึ่งไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 เมื่อเปรียบเทียบคะแนนระหว่างก่อนเรียนและหลังเรียน พบว่า นักเรียนมี คะแนนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน ทั้งนี้อาจเนื่องมาจากการจัดการเรียนรู้แบบทำนาย สังเกต อธิบาย (POE) ร่วมกับเทคนิคการใช้คำถาม เป็นการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่ครูสร้างความสนใจให้เกิดขึ้นกับ ผู้เรียนด้วยวิธีการต่าง ๆ เช่น สถานการณ์คำถาม เหตุการณ์ขั้นนี้จะเป็นการสร้างแรงจูงใจของผู้เรียน ที่จะศึกษา จากนั้นกระตุ้นให้ผู้เรียนได้ใช้ความความรู้เดิม ประสบการณ์เดิม ในการทำนายหรือคาด เดาคำตอบ แล้วจึงร่วมกันคิด ร่วมกันวางแผนในการศึกษาหาคำตอบพร้อมลงมือปฏิบัติเพื่อให้ได้ คำตอบ เมื่อได้ผลจากการปฏิบัติแล้วผู้เรียนต้องร่วมกันอภิปรายผลที่ได้จากการทดลอง หาเหตุผล หลักการ ทฤษฎีประกอบ พร้อมทั้งเปรียบเทียบกับคำทำนายก่อนหน้าว่าคำตอบที่ได้เป็นไปตามที่


46 ทำนายไว้หรือไม่ เพราะเหตุใด ขั้นตอนนี้จะช่วยให้ผู้เรียนเรียนรู้โดยการสร้างองค์ความรู้ด้วยตนอง เมื่อผู้เรียนได้คำตอบที่ถูกต้องพร้อมเหตุผลประกอบแล้วผู้เรียนก็ใช้ความรู้ที่เรียนมาเชื่อมโยงกับ ความรู้ใหม่สถานการณ์ใหม่ เหตุการณ์ใหม่ที่คล้ายกันจนได้คำตอบของสถานการณ์ใหม่ขั้นตอนนี้จะ ทำให้ผู้เรียนได้ฝึกคิดวิเคราะห์จากขั้นตอนดังกล่าว ผู้เรียนได้สืบค้นเสาะหา สำรวจตรวจสอบ และ ค้นคว้าโดยการลงมือปฏิบัติทำให้ผู้เรียนเกิดความเข้าใจและเกิดการรับรู้อย่างมีความหมาย จึง สามารถสร้างเป็นองค์ความรู้ของผู้เรียนเองและเก็บเป็นข้อมูลไว้ในสมองได้อย่างยาวนาน สามารถ นำมาใช้เมื่อมีสถานการณ์ใหม่ ๆ เข้ามา การที่ผู้เรียนจะสามารถสร้างองค์ความรู้ได้ด้วยตนเองนั้น จะต้องผ่านกระบวนการเรียนรู้ที่หลากหลายโดยเฉพาะอย่างยิ่งการเรียนรู้ที่ได้ลงมือปฏิบัติจริงด้วย ตนเอง เพื่อผู้เรียนจะเกิดกระบวนการคิดนำไปสู่การแก้ปัญหาได้ทำให้ผู้เรียนมีทักษะการคิดวิเคราะห์ สูงขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับทฤษฎีพัฒนาการทางสติปัญญาของเพียเจต์ซึ่งอธิบายว่าพัฒนาการทางเชาว์ ปัญญาของบุคคลมีการปรับตัวทางกระบวนการดูดซึม (Assimilation) และกระบวนการปรับ โครงสร้างทางปัญญา (Accommodation) คือ พัฒนาการเกิดขึ้นเมื่อบุคคลรับและซึมซาบข้อมูลหรือ ประสบการณ์เข้าไปสัมผัสกับความรู้หรือโครงสร้างทางปัญญาที่มีอยู่เดิม หากไม่สามารถสัมพันธ์กัน ได้จะเกิดภาวะไม่สมดุลขึ้น (Disequilibrium) บุคคลจะพยายามปรับสภาพให้อยู่ในภาวะสมดุล (Equilibrium) โดยใช้กระบวนการปรับโครงสร้างทางปัญญาทุกคนจะมีพัฒนาการทางเชาว์ปัญญา เป็นลำดับขั้นจากการมีปฏิสัมพันธ์และประสบการณ์กับสิ่งแวดล้อมตามธรรมชาติและประสบการณ์ที่ เกี่ยวกับความคิดเชิงตรรกะและคณิตศาสตร์รวมทั้งถ่ายทอดความรู้ทางสังคม วุฒิภาวะ และ กระบวนการพัฒนาความสมดุลของบุคคลนั้น และสอดคล้องกับแนวคิดทฤษฎีการสร้างความรู้ด้วย ตนเอง (Cognitive Constructivism) มีพื้นฐานจากแนวคิดของเพียเจต์ (piaget) แนวคิดทฤษฎีนี้เน้น ผู้เรียนเป็นผู้สร้างความรู้โดยการลงมือกระทำ เพียเจต์ (piaget) เชื่อว่าถ้าผู้เรียนถูกกระตุ้นด้วยปัญหา ที่ก่อให้เกิดความขัดแย้งทางปัญญา (Cognitive Conflict) หรือที่เรียกว่าการเสียสมดุลทางปัญญา (Disequilibrium) ผู้เรียนต้องพยายามปรับโครงสร้างทางปัญญา (Cognitive structuring) ให้เข้าสู่ ภาวะสมดุล (Equilibrium) โดยการดูดซึม (Assimilation) ได้แก่ การรับข้อมูลใหม่จากสิ่งแวดล้อม เข้าไปไว้ในโครงสร้างทางปัญญาและการปรับเปลี่ยนโครงสร้างทางปัญญา (Accommodation) คือ การเชื่อมโยงโครงสร้างทางปัญญาทางปัญญาเดิมหรือความรู้เดิมที่มีมาก่อนรับรู้ข่าวสารใหม่ จนกระทั่งผู้เรียนสามารถปรับโครงสร้างทางปัญญาเข้าสู่สภาพสมดุลหรือสามารถที่จะสร้างความรู้ใหม่ ขึ้นมาได้ หรือเกิดการเรียนรู้นั่นเอง ผลการวิจัยครั้งนี้ สอดคล้องกับงานวิจัยของสิทธิวัฒน์ เข็มอุทา (2558) นักเรียนที่เรียนด้วย หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ร่วมกับการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบทำนาย สังเกต อธิบาย (POE) เรื่อง ดาว ฤกษ์และระบบสุริยะ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่า ก่อนเรียน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และสอดคล้องกับงานวิจัยของนริศรา วงศ์อามาตย์ (2558) นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ที่เรียนด้วยวงจรการเรียนรู้แบบทำนาย สังเกต อธิบาย (POE) ร่วมกับการเรียนรู้แบบใช้ปัญหาเป็นฐาน มีคะแนนเฉลี่ยก่อนเรียนและหลังเรียนเท่ากับ 12.43 หรือ ร้อยละ 41.43 และ 26.09 หรือร้อยละ 86.95 ตามลำดับ โดยที่คะแนนเฉลี่ยหลังเรียนไม่น้อยกว่าร้อย ละ 80 และมีคะแนนเฉลี่ยหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน


47 ข้อเสนอแนะ จากผลการวิจัยดังกล่าว ผู้วิจัยมีข้อเสนอแนะ ดังนี้ 1. ข้อเสนอแนะในการนำผลการวิจัยไปใช้ 1.1 ผู้ที่ศึกษาควรมีการกำหนดกติกาและข้อตกลงต่าง ๆ ให้ชัดเจนในการจัดกิจกรรมแต่ ละครั้งจะช่วยให้นักเรียนเข้าใจกิจกรรมเนื้อหาและขั้นตอนการปฏิบัติกิจกรรมเป็นอย่างดี 1.2 ควรศึกษาแนวคิด รูปแบบ ขั้นตอนของการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้การจัด กิจกรรมการเรียนรู้แบบทำนาย สังเกต อธิบาย (POE) ให้เข้าใจอย่างถ่องแท้ก่อน เพื่อความมี ประสิทธิภาพในการนำผลการวิจัยไปใช้ 1.3 ควรศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ด้วย เช่น สภาพแวดล้อมของชั้น เรียน ความแตกต่างระหว่างบุคคล กระบวนการทำงานกลุ่ม รวมไปถึงสื่อประกอบการจัดกิจกรรมการ เรียนรู้ด้วย 2. ข้อเสนอแนะในการทำวิจัยครั้งต่อไป 2.1 ควรศึกษาผลการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบทำนาย สังเกต อธิบาย (POE) ในเนื้อหา วิทยาศาสตร์เรื่องอื่น ๆ กับนักเรียนระดับชั้นอื่น ๆ โดยปรับกิจกรรมให้เหมาะสมกับเนื้อหา เวลา และ วัยของผู้เรียน เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อการจัดการเรียนรู้อย่างกว้างขวาง 2.2 ควรมีการศึกษาการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบทำนาย สังเกต อธิบาย (POE) ร่วมกับ เทคนิคอื่น ๆ เช่น การเขียนสรุปเป็นแผนผังความคิด เพราะจะทำให้นักเรียนสามารถสรุปประเด็นที่ นักเรียนเข้าใจและสามารถเห็นภาพรวมของแต่ละเรื่อง


48 บรรณานุกรม กระทรวงศึกษาธิการ. (2545). หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานพุทธศักราช 2544. พิมพ์ครั้งที่ 3 กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์คุรุสภาลาดพร้าว. . (2551). หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์ คุรุสภาลาดพร้าว. กรมวิชาการ กระทรวงศึกษาธิการ. (2544). หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2544. กรุงเทพฯ : คุรุสภาลาดพร้าว. กอบแก้ว สิงหเนตรวัฒน์. (2555). การศึกษาความเข้าใจมโนมติทางวิทยาศาสตร์ และความสัมพันธ์ ระหว่างความเชื่อในแรงจูงใจกับการเปลี่ยนแปลงมโนมติ เรื่อง การรักษาดุลยภาพของ เซลล์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ด้วยกิจกรรมการเรียนรู้แบบ Predict-Observe-Explain (POE). วารสารศึกษาศาสตร์มหาวิทยาลัยขอนแก่น, 35(2), 7–15. กฤตกร สภาสันติกุล. (2558). ผลของกลวิธีการสอนเคมีโดยใชการทํานาย การสังเกตการอธิบาย อยางมีขั้นตอนที่มีตอความสามารถในการสรางคําอธิบายทางวิทยาศาสตรและความมี เหตุผลของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปที่ 4. วารสารเล็กทรอนิกสทางการศึกษา, 29(2), 219– 237. กฤตลักษณ์ ดีแป้น. (2561). ผลการจัดการเรียนรู้แบบทำนาย สังเกต อธิบาย เสริมด้วยบันทึกการ เรียนรู้ต่อความเข้าใจมโนมติสารละลายกรดเบสและความสามารถในการคิดวิเคราะห์ของ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1. วิทยานิพนธ์ครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาวิทยาศาสตร ศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี. เกรียงศักดิ์เจริญ วงศ์ศักดิ์. (2546). ภาพอนาคตและคุณลักษณะของคนไทยที่พึงประสงค์. กรุงเทพฯ : สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ. _______. (2547). การคิดเชิงวิเคราะห์(Analytical Thinking). (พิมพ์ครั้งที่ 4). กรุงเทพฯ : ซัคเซสมีเดีย. _______. (2553). การคิดเชิงวิเคราะห์(Analytical Thinking). (พิมพ์ครั้งที่ 6). กรุงเทพฯ : ซัคเซสมีเดีย. ชนาธิป พรกุล. (2554). การสอนกระบวนการคิดทฤษฎีและการนำไปใช้. พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพฯ : วีพริ้นท์ (1991) จำกัด. ชาตรี เกิดธรรม. (2545). เทคนิคการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ. กรุงเทพฯ : ไทยวัฒนาพานิช. ทิศนา แขมมณี. (2545). ศาสตรการสอน. กรงเทพมหานคร : สํานักพิมพแหงจุฬาลงกรณ มหาวิทยาลัย. . (2557). ศาสตร์การสอน องค์ความรู้เพื่อจัดกระบวนการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ. พิมพ์ ครั้งที่ 18. กรุงเทพฯ : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.


49 ปพิชญา ปากเมย. (2557). การเปลี่ยนแปลงมโนมติทางวิทยาศาสตร์ เรื่อง พลังงานความร้อนของ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โดยใช้วิธีสอนแบบ Predict - Observe - Explain (POE). วารสารศึกษาศาสตร์ ฉบับวิจัยบัณฑิตศึกษา มหาวิทยาลัยขอนแก่น, 8(2), 267–274. เผชิญ กิจระการ. (2542). การวิจัยและทฤษฎีเทคโนโลยีการศึกษา (พิมพ์ครั้งที่ 2). ภาควิชา เทคโนโลยีและสื่อสารการศึกษา คณะศึกษาศาสตร์. มหาวิทยาลัยมหาสารคาม. พิชิต ฤทธิ์จรูญ. (2545). หลักการวัดและประเมินผลการศึกษา (Measurement Evaluation). พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพฯ: ศูนย์หนังสือราชภัฏพระนคร. พิมพันธ์ เดชะคุปต์. (2544). การเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ: แนวคิด วิธีและเทคนิคการ สอน 1. กรุงเทพฯ: เดอะมาสเตอร์กรุ๊ป แมเนจเม้นท์. พิริยา พงษ์ภักดิ์. (2556). การพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์เรื่องกระบวนการเปลี่ยนแปลงของ เปลือกโลกโดยใช้วิธี Predict - Observe - Explain (POE) สำหรับนักเรียนชั้น ประถมศึกษาปีที่ 6. วารสารศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น, 36(2), 74–83. พวงรัตน์ทวีรัตน์. (2530). การสร้างและการพัฒนาแบบทดสอบผลสัมฤทธิ์. กรุงเทพฯ: สำนัก ทดสอบทางการศึกษาและจิตวิทยา มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ. . (2540). การสร้างและพัฒนาและทดสอบผลสัมฤทธิ์. กรุงเทพฯ : สํานักทดสอบทาง การศึกษา มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร. รุจาภา ประถมวงษ . (2551). การเปรียบเทียบความสามารถในการคิดวิเคราะห ทักษะกระบวนการ ทางวิทยาศาสตรขั้นพื้นฐาน และผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน กลุมสาระการเรียนรูวิทยา ศาสตร เรื่อง สารในชีวิตประจําวัน ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปที่ 6 ที่เรียนด้วยการ จัดการเรียนรูแบบวัฏจักรการเรียนรู5 ขั้น (5E) กับการจัดการเรียนรูแบบวัฏจักรการ เรียนรู7 ขั้น (7E). ปริญญาการศึกษามหาบณฑิต สาขาวิชาการวิจัยการศึกษา มหาวิทยาลัย มหาสารคาม. วรรณทิพา รอดแรงค้า. (2540). การสอนวิทยาศาสตร์ที่เน้นทักษะกระบวนการ. กรุงเทพฯ: พัฒนา คุณภาพวิชาการ (พว.). . (2546). การจัดการเรียนรู้กลุ่มวิทยาศาสตร์ หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน. กรุงเทพฯ : คุรุสภาลาดพร้าว. . (2562). คู่มือครูรายวิชาพื้นฐาน วิทยาศาสตร์กายภาพ เล่ม 1 ชั้นมัธยมศึกษาชั้นปีที่ 5. กรุงเทพฯ : กระทรวงศึกษาธิการ. สมนึก ภัททยธนี. (2541). การวัดผลการศึกษา . พิมพครั้งที่ 2 .กาฬสินธุ : ประสานการพิมพ . (2550). การวัดผลการศึกษา. พิมพ์ครั้งที่ 4. กาฬสินธุ์: ประสานการพิมพ์. สิทธิวัฒน์ เข็มอุทา. (2558). การพัฒนาหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ร่วมกับการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ แบบวัฏจักรการเรียนรู้ 7E เรื่อง ดาวฤกษ์และระบบสุริยะ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษา


50 ปีที่ 5.เอกสารประกอบงานวิจัย. สาขาวิทยาศาสตร์ คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร, จังหวัดพิษณุโลก. สาคร ธรรมศักดิ์. (2541). ผลการสอนตามแนวคอนสตรัคติวิซึมแบบร่วมมือที่มีต่อผลสัมฤทธิ์ ทางการเรียนและความสามารถในคิดแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปี ที่ 4. ปริญญานิพนธ์กศ.ม. (การมัธยมศึกษา).กรุงเทพฯ: บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศรี นคริทรวิโรฒ. สำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ. (2551). ตัวชี้วัดและสาระการเรียนรู้แกนกลางกลุ่มสาระการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์ชุมชนสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทยจำกัด. สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานกระทรวงศึกษาธิการ. (2554). การจัดการเรียนรู้โดย ใช้เทคนิค POE (Predict-Observe-Explain). กรุงเทพฯ : กระทรวงศึกษาธิการ. สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ. (2560). ตัวชี้วัดและสาระการ เรียนรู้แกนกลาง กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์(ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) ตาม หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์ชุมชน สหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทยจำกัด. สมเกียรติ พรพิสุทธิมาศ. (2551). การสอนวิทยาศาสตร์โดยเนนทักษะกระบวนการ. วารสารกาวทัน โลกวิทยาศาสตรปที่ 8(2). Haysom, John & Bowen, Michael. (2010). Predict - Observe-Explain Activities Enhancing Scientific Understanding. America : The National Science Teachers Association. KearneyM., Treagust D. F., Yeo S. and Zadnik M. G., (2001). Students and teacher perceptions of the use of multimedia supported predict-observe-explain task to probe understanding. Res. Sci. Educ.. 31: 589-615. White,R.T & Gunstone, R.F (1992). Probing Understanding. London : Falmer Press. Wu, T. Y & Tsai, C. C., (2005). Effects of Constructivist – Oriented Instruction on Elementary School Students Cognitive Structures. Journal of Biology Education, 39(3): 113-119.


51 ภาคผนวก


52 ภาคผนวก ก รายชื่อผู้เชี่ยวชาญที่ตรวจสอบเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย


53 รายนามผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบคุณภาพเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ผู้เชี่ยวชาญด้านการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์ ที่ประเมินแผนจัดการเรียนรู้และแบบทดสอบ การคิดวิเคราะห์ มีรายนามดังต่อไปนี้ 1. นายสราวุฒิ สุริยา ตำแหน่ง ครู วิทยฐานะ ชำนาญการพิเศษ (ฟิสิกส์) กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรียนประจักษ์ศิลปาคาร อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี 2. นางสาวจริญา จำใบรัก ตำแหน่ง ครู วิทยฐานะ ชำนาญการพิเศษ (เคมี) กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรียนประจักษ์ศิลปาคาร อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี 3. นางสาวมาริสา แสนสระดี ตำแหน่ง ครู วิทยฐานะ ชำนาญการ (เคมี) กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรียนประจักษ์ศิลปาคาร อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี


54 ภาคผนวก ข การวิเคราะห์ค่าดัชนีความสอดคล้อง (IOC) ของแผนการจัดการเรียนรู้ และแบบทดสอบการคิดวิเคราะห์


55 แบบประเมินความเที่ยงตรงเชิงเนื้อหา (Content Validity) แผนการจัดการการเรียนรู้แบบทำนาย สังเกต อธิบาย (POE) ร่วมกับเทคนิคการใช้คำถาม เรื่อง น้ำ รายวิชาวิทยาศาสตร์กายภาพ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โดยผู้เชี่ยวชาญ คำชี้แจง: 1. แบบประเมินนี้สำหรับผู้เชี่ยวชาญเพื่อใช้ประเมินความเที่ยงตรงเชิงเนื้อหาของแผนการจัดการ การเรียนรู้แบบทำนาย สังเกต อธิบาย (POE) ร่วมกับเทคนิคการใช้คำถาม และแบบทดสอบการคิด วิเคราะห์เรื่อง น้ำ รายวิชาวิทยาศาสตร์กายภาพ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5ซึ่งจะใช้เป็นเครื่องมือในการเก็บ รวบรวมข้อมูลการดำเนินการวิจัย ประกอบด้วยแผนการจัดการเรียนรู้จำนวน 4 แผนและแบบทดสอบ การคิดวิเคราห์ดังนี้ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 1 เรื่อง โมเลกุลของน้ำและสารโคเวเลนต์ 2 ชั่วโมง แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 2 เรื่อง การเปลี่ยนแปลงสถานะของน้ำและความมีขั้ว 2 ชั่วโมง แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 3 เรื่อง สารประกอบไอออนิก 2 ชั่วโมง แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 4 เรื่อง การละลายของสารในน้ำ 3 ชั่วโมง 2. ให้ผู้เชี่ยวชาญประเมินความเที่ยงตรงเชิงเนื้อหาของแผนการจัดการการเรียนรู้โดยพิจารณา จากค่าดัชนีความสอดคล้อง (Index of item Objective Congruence: IOC) ระหว่างจุดประสงค์ การเรียนรู้ เนื้อหา กระบวนการจัดการเรียนรู้ สื่อการเรียนรู้ และการวัดประเมินผลของแต่ละแผนการ จัดการเรียนรู้โดยพิจารณาตรวจสอบให้คะแนน ดังนี้ ให้คะแนน +1 เมื่อแน่ใจว่าองค์ประกอบของแผนการจัดการเรียนรู้และแบบทดสอบการคิด วิเคราะห์เหมาะสมและสอดคล้องกัน ให้คะแนน 0 เมื่อไม่แน่ใจว่างองค์ประกอบของแผนการจัดการเรียนรู้และแบบทดสอบการคิด วิเคราะห์มีความเหมาะสมและสอดคล้องกัน ให้คะแนน -1 เมื่อแน่ใจว่าองค์ประกอบของแผนการจัดการเรียนรู้และแบบทดสอบการคิด วิเคราะห์ไม่เหมาะสมและไม่สอดคล้องกัน ขอขอบพระคุณผู้เชี่ยวชาญมา ณ โอกาสนี้


56 แบบประเมินความเที่ยงตรงเชิงเนื้อหา (Content Validity) แผนการจัดการการเรียนรู้แบบทำนาย สังเกต อธิบาย (POE) ร่วมกับเทคนิคการใช้คำถาม เรื่อง น้ำ รายวิชาวิทยาศาสตร์กายภาพ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โดยผู้เชี่ยวชาญ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 1 เรื่อง โมเลกุลของน้ำและสารโคเวเลนต์จำนวน 2 ชั่วโมง ตารางที่ 4 การวิเคราะห์ดัชนีความสอดคล้องของแผนการจัดการเรียนรู้แบบทำนาย สังเกต อธิบาย (POE) ร่วมกับเทคนิคการใช้คำถาม เรื่อง น้ำ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โดย ผู้เชี่ยวชาญ ที่ รายการประเมิน ความคิดเห็นของ ผู้เชี่ยวชาญ R IOC คนที่ 1 คนที่ 2 คนที่ 3 1. สาระสำคัญ +1 +1 +1 3 1.00 1.1 เขียนได้ใจความสำคัญของเรื่อง +1 +1 +1 3 1.00 1.2 สอดคล้องกับจุดประสงค์การเรียนรู้ +1 +1 +1 3 1.00 2. จุดประสงค์การเรียนรู้ +1 +1 +1 3 1.00 2.1 ถูกต้องครอบคลุมเนื้อหา +1 +1 +1 3 1.00 2.2 สามารถวัดและประเมินได้ +1 +1 +1 3 1.00 3. สาระการเรียนรู้สอดคล้องกับตัวชี้วัด/จุดประสงค์การเรียนรู้ +1 +1 +1 3 1.00 4. กระบวนการจัดการเรียนรู้ +1 +1 +1 3 1.00 4.1 การจัดกิจกรรมการเรียนรู้เป็นไปตามการจัดการเรียนรู้แบบ ทำนาย สังเกต อธิบาย (POE) ร่วมกับเทคนิคการใช้คำถาม +1 +1 +1 3 1.00 4.2 กิจกรรมการเรียนรู้สอดคล้องกับจุดประสงค์การเรียนรู้และ เนื้อหา/สาระการเรียนรู้ +1 +1 +1 3 1.00 4.3 กิจกรรมเหมาะสมกับระดับของผู้เรียน +1 +1 +1 3 1.00 4.4 กิจกรรมสนับสนุนให้ผู้เรียนได้ลงมือปฏิบัติกิจกรรมด้วยตนเอง +1 +1 +1 3 1.00 4.5 กิจกรรมส่งเสริมผลการเรียนรู้ด้านความรู้ของผู้เรียน +1 +1 +1 3 1.00 4.6 กิจกรรมส่งเสริมทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ของผู้เรียน +1 +1 +1 3 1.00 4.7 กิจกรรมส่งเสริมให้ผู้เรียนได้แสดงความคิด และนำเสนอผลงาน +1 +1 +1 3 1.00 4.7 เวลาที่ใช้เพียงพอต่อกิจกรรมการเรียนรู้ +1 +1 +1 3 1.00 5. สื่อการเรียนรู้เหมาะสมกับสาระการเรียนรู้ +1 +1 +1 3 1.00 6. การวัดและประเมินผล +1 +1 +1 3 1.00 6.1 การวัดและประเมินผลมีความหลากหลาย +1 +1 +1 3 1.00 6.2 วิธีวัดและเครื่องมือวัด สามารถวัดได้ +1 +1 +1 3 1.00 6.3 ตรงและครบถ้วนตามจุดประสงค์การเรียนรู้ +1 +1 +1 3 1.00


57 แบบประเมินความเที่ยงตรงเชิงเนื้อหา (Content Validity) แผนการจัดการการเรียนรู้แบบทำนาย สังเกต อธิบาย (POE) ร่วมกับเทคนิคการใช้คำถาม เรื่อง น้ำ รายวิชาวิทยาศาสตร์กายภาพ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โดยผู้เชี่ยวชาญ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 2 เรื่อง การเปลี่ยนแปลงสถานะของน้ำและความมีขั้ว จำนวน 2 ชั่วโมง ตารางที่ 4 การวิเคราะห์ดัชนีความสอดคล้องของแผนการจัดการเรียนรู้แบบทำนาย สังเกต อธิบาย (POE) ร่วมกับเทคนิคการใช้คำถาม เรื่อง น้ำ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โดย ผู้เชี่ยวชาญ ที่ รายการประเมิน ความคิดเห็นของ ผู้เชี่ยวชาญ R IOC คนที่ 1 คนที่ 2 คนที่ 3 1. สาระสำคัญ +1 +1 +1 3 1.00 1.1 เขียนได้ใจความสำคัญของเรื่อง +1 +1 +1 3 1.00 1.2 สอดคล้องกับจุดประสงค์การเรียนรู้ +1 +1 +1 3 1.00 2. จุดประสงค์การเรียนรู้ +1 +1 +1 3 1.00 2.1 ถูกต้องครอบคลุมเนื้อหา +1 +1 +1 3 1.00 2.2 สามารถวัดและประเมินได้ +1 +1 +1 3 1.00 3. สาระการเรียนรู้สอดคล้องกับตัวชี้วัด/จุดประสงค์การเรียนรู้ +1 +1 +1 3 1.00 4. กระบวนการจัดการเรียนรู้ +1 +1 +1 3 1.00 4.1 การจัดกิจกรรมการเรียนรู้เป็นไปตามการจัดการเรียนรู้แบบ ทำนาย สังเกต อธิบาย (POE) ร่วมกับเทคนิคการใช้คำถาม +1 +1 +1 3 1.00 4.2 กิจกรรมการเรียนรู้สอดคล้องกับจุดประสงค์การเรียนรู้และ เนื้อหา/สาระการเรียนรู้ +1 +1 +1 3 1.00 4.3 กิจกรรมเหมาะสมกับระดับของผู้เรียน +1 +1 +1 3 1.00 4.4 กิจกรรมสนับสนุนให้ผู้เรียนได้ลงมือปฏิบัติกิจกรรมด้วยตนเอง +1 +1 +1 3 1.00 4.5 กิจกรรมส่งเสริมผลการเรียนรู้ด้านความรู้ของผู้เรียน +1 +1 +1 3 1.00 4.6 กิจกรรมส่งเสริมทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ของผู้เรียน +1 +1 +1 3 1.00 4.7 กิจกรรมส่งเสริมให้ผู้เรียนได้แสดงความคิด และนำเสนอผลงาน +1 +1 +1 3 1.00 4.7 เวลาที่ใช้เพียงพอต่อกิจกรรมการเรียนรู้ +1 +1 +1 3 1.00 5. สื่อการเรียนรู้เหมาะสมกับสาระการเรียนรู้ +1 +1 +1 3 1.00 6. การวัดและประเมินผล +1 +1 +1 3 1.00 6.1 การวัดและประเมินผลมีความหลากหลาย +1 +1 +1 3 1.00 6.2 วิธีวัดและเครื่องมือวัด สามารถวัดได้ +1 +1 +1 3 1.00 6.3 ตรงและครบถ้วนตามจุดประสงค์การเรียนรู้ +1 +1 +1 3 1.00


58 แบบประเมินความเที่ยงตรงเชิงเนื้อหา (Content Validity) แผนการจัดการการเรียนรู้แบบทำนาย สังเกต อธิบาย (POE) ร่วมกับเทคนิคการใช้คำถาม เรื่อง น้ำ รายวิชาวิทยาศาสตร์กายภาพ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โดยผู้เชี่ยวชาญ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 3 เรื่อง สารประกอบไอออนิก จำนวน 2 ชั่วโมง ตารางที่ 4 การวิเคราะห์ดัชนีความสอดคล้องของแผนการจัดการเรียนรู้แบบทำนาย สังเกต อธิบาย (POE) ร่วมกับเทคนิคการใช้คำถาม เรื่อง น้ำ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โดย ผู้เชี่ยวชาญ ที่ รายการประเมิน ความคิดเห็นของ ผู้เชี่ยวชาญ R IOC คนที่ 1 คนที่ 2 คนที่ 3 1. สาระสำคัญ +1 +1 +1 3 1.00 1.1 เขียนได้ใจความสำคัญของเรื่อง +1 +1 +1 3 1.00 1.2 สอดคล้องกับจุดประสงค์การเรียนรู้ +1 +1 +1 3 1.00 2. จุดประสงค์การเรียนรู้ +1 +1 +1 3 1.00 2.1 ถูกต้องครอบคลุมเนื้อหา +1 +1 +1 3 1.00 2.2 สามารถวัดและประเมินได้ +1 +1 +1 3 1.00 3. สาระการเรียนรู้สอดคล้องกับตัวชี้วัด/จุดประสงค์การเรียนรู้ +1 +1 +1 3 1.00 4. กระบวนการจัดการเรียนรู้ +1 +1 +1 3 1.00 4.1 การจัดกิจกรรมการเรียนรู้เป็นไปตามการจัดการเรียนรู้แบบ ทำนาย สังเกต อธิบาย (POE) ร่วมกับเทคนิคการใช้คำถาม +1 +1 +1 3 1.00 4.2 กิจกรรมการเรียนรู้สอดคล้องกับจุดประสงค์การเรียนรู้และ เนื้อหา/สาระการเรียนรู้ +1 +1 +1 3 1.00 4.3 กิจกรรมเหมาะสมกับระดับของผู้เรียน +1 +1 +1 3 1.00 4.4 กิจกรรมสนับสนุนให้ผู้เรียนได้ลงมือปฏิบัติกิจกรรมด้วยตนเอง +1 +1 +1 3 1.00 4.5 กิจกรรมส่งเสริมผลการเรียนรู้ด้านความรู้ของผู้เรียน +1 +1 +1 3 1.00 4.6 กิจกรรมส่งเสริมทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ของผู้เรียน +1 +1 +1 3 1.00 4.7 กิจกรรมส่งเสริมให้ผู้เรียนได้แสดงความคิด และนำเสนอผลงาน +1 +1 +1 3 1.00 4.7 เวลาที่ใช้เพียงพอต่อกิจกรรมการเรียนรู้ +1 +1 +1 3 1.00 5. สื่อการเรียนรู้เหมาะสมกับสาระการเรียนรู้ +1 +1 +1 3 1.00 6. การวัดและประเมินผล +1 +1 +1 3 1.00 6.1 การวัดและประเมินผลมีความหลากหลาย +1 +1 +1 3 1.00 6.2 วิธีวัดและเครื่องมือวัด สามารถวัดได้ +1 +1 +1 3 1.00 6.3 ตรงและครบถ้วนตามจุดประสงค์การเรียนรู้ +1 +1 +1 3 1.00


59 แบบประเมินความเที่ยงตรงเชิงเนื้อหา (Content Validity) แผนการจัดการการเรียนรู้แบบทำนาย สังเกต อธิบาย (POE) ร่วมกับเทคนิคการใช้คำถาม เรื่อง น้ำ รายวิชาวิทยาศาสตร์กายภาพ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โดยผู้เชี่ยวชาญ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 4 เรื่อง การละลายของสารในน้ำ จำนวน 3 ชั่วโมง ตารางที่ 4 การวิเคราะห์ดัชนีความสอดคล้องของแผนการจัดการเรียนรู้แบบทำนาย สังเกต อธิบาย (POE) ร่วมกับเทคนิคการใช้คำถาม เรื่อง น้ำ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โดย ผู้เชี่ยวชาญ ที่ รายการประเมิน ความคิดเห็นของ ผู้เชี่ยวชาญ R IOC คนที่ 1 คนที่ 2 คนที่ 3 1. สาระสำคัญ +1 +1 +1 3 1.00 1.1 เขียนได้ใจความสำคัญของเรื่อง +1 +1 +1 3 1.00 1.2 สอดคล้องกับจุดประสงค์การเรียนรู้ +1 +1 +1 3 1.00 2. จุดประสงค์การเรียนรู้ +1 +1 +1 3 1.00 2.1 ถูกต้องครอบคลุมเนื้อหา +1 +1 +1 3 1.00 2.2 สามารถวัดและประเมินได้ +1 +1 +1 3 1.00 3. สาระการเรียนรู้สอดคล้องกับตัวชี้วัด/จุดประสงค์การเรียนรู้ +1 +1 +1 3 1.00 4. กระบวนการจัดการเรียนรู้ +1 +1 +1 3 1.00 4.1 การจัดกิจกรรมการเรียนรู้เป็นไปตามการจัดการเรียนรู้แบบ ทำนาย สังเกต อธิบาย (POE) ร่วมกับเทคนิคการใช้คำถาม +1 +1 +1 3 1.00 4.2 กิจกรรมการเรียนรู้สอดคล้องกับจุดประสงค์การเรียนรู้และ เนื้อหา/สาระการเรียนรู้ +1 +1 +1 3 1.00 4.3 กิจกรรมเหมาะสมกับระดับของผู้เรียน +1 +1 +1 3 1.00 4.4 กิจกรรมสนับสนุนให้ผู้เรียนได้ลงมือปฏิบัติกิจกรรมด้วยตนเอง +1 +1 +1 3 1.00 4.5 กิจกรรมส่งเสริมผลการเรียนรู้ด้านความรู้ของผู้เรียน +1 +1 +1 3 1.00 4.6 กิจกรรมส่งเสริมทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ของผู้เรียน +1 +1 +1 3 1.00 4.7 กิจกรรมส่งเสริมให้ผู้เรียนได้แสดงความคิด และนำเสนอผลงาน +1 +1 +1 3 1.00 4.7 เวลาที่ใช้เพียงพอต่อกิจกรรมการเรียนรู้ +1 +1 +1 3 1.00 5. สื่อการเรียนรู้เหมาะสมกับสาระการเรียนรู้ +1 +1 +1 3 1.00 6. การวัดและประเมินผล +1 +1 +1 3 1.00 6.1 การวัดและประเมินผลมีความหลากหลาย +1 +1 +1 3 1.00 6.2 วิธีวัดและเครื่องมือวัด สามารถวัดได้ +1 +1 +1 3 1.00 6.3 ตรงและครบถ้วนตามจุดประสงค์การเรียนรู้ +1 +1 +1 3 1.00


60 ตรวจสอบคุณภาพของเครื่องมือของผู้เชี่ยวชาญ การหาค่าดัชนีความสอดคล้องของแบบทดสอบการคิดวิเคราะห์วิชาวิทยาศาสตร์กายภาพ (Index of Item Objective Congruence: IOC) เรื่อง น้ำ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โดยผู้เชี่ยวชาญ ตารางที่5 การวิเคราะห์ดัชนีความสอดคล้องของแบบทดสอบการคิดวิเคราะห์ เรื่อง น้ำ ของนักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โดยผู้เชี่ยวชาญ ข้อที่ คะแนนของผู้เชี่ยวชาญ รวม ค่า IOC แปลผล หมายเหตุ คนที่ 1 คนที่ 2 คนที่ 3 1 +1 +1 +1 3 1 ใช้ได้ 2 +1 +1 +1 3 1 ใช้ได้ 3 0 +1 +1 3 0.67 ใช้ได้ 4 +1 +1 +1 3 1 ใช้ได้ 5 +1 +1 +1 3 1 ใช้ได้ 6 +1 +1 +1 3 1 ใช้ได้ 7 +1 +1 +1 3 1 ใช้ได้ 8 +1 0 +1 3 0.67 ใช้ได้ 9 +1 +1 +1 3 1 ใช้ได้ 10 +1 +1 0 3 0.67 ใช้ได้ 11 +1 0 +1 3 0.67 ใช้ได้ 12 +1 +1 +1 3 1 ใช้ได้ 13 +1 +1 +1 3 1 ใช้ได้ 14 +1 +1 +1 3 1 ใช้ได้ 15 +1 +1 +1 3 1 ใช้ได้ 16 +1 +1 0 3 0.67 ใช้ได้ 17 0 +1 +1 3 0.67 ใช้ได้ 18 +1 +1 +1 3 1 ใช้ได้ 19 +1 +1 +1 3 1 ใช้ได้ 20 +1 +1 +1 3 1 ใช้ได้


61 ตารางที่6 ผลการวิเคราะห์ค่าความยากง่าย (p) และอำนาจจำแนก ( r) และค่าความเชื่อมั่น (rtt) ของแบบทดสอบการคิดวิเคราะห์เรื่อง น้ำ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ข้อที่ ค่าความยากง่าย (p) แปลผล อำนาจจำแนก (r) แปลผล แปลผลคุณภาพของข้อสอบ 1 0.73 ใช้ได้ 0.74 ใช้ได้ ใช้ได้ 2 0.64 ใช้ได้ 0.48 ใช้ได้ ใช้ได้ 3 0.79 ใช้ได้ 0.71 ใช้ได้ ใช้ได้ 4 0.70 ใช้ได้ 0.46 ใช้ได้ ใช้ได้ 5 0.73 ใช้ได้ 0.45 ใช้ได้ ใช้ได้ 6 0.48 ใช้ได้ 0.35 ใช้ได้ ใช้ได้ 7 0.42 ใช้ได้ 0.33 ใช้ได้ ใช้ได้ 8 0.33 ใช้ได้ -0.09 ตัดทิ้ง ปรับปรุงหรือตัดทิ้ง 9 0.21 ใช้ได้ -0.05 ตัดทิ้ง ปรับปรุงหรือตัดทิ้ง 10 0.58 ใช้ได้ 0.33 ใช้ได้ ใช้ได้ 11 0.52 ใช้ได้ 0.33 ใช้ได้ ใช้ได้ 12 0.61 ใช้ได้ 0.27 ใช้ได้ ใช้ได้ 13 0.52 ใช้ได้ 0.44 ใช้ได้ ใช้ได้ 14 0.24 ใช้ได้ -0.13 ตัดทิ้ง ปรับปรุงหรือตัดทิ้ง 15 0.09 ทิ้ง 0.01 ตัดทิ้ง ปรับปรุงหรือตัดทิ้ง 16 0.64 ใช้ได้ 0.42 ใช้ได้ ใช้ได้ 17 0.68 ใช้ได้ 0.30 ใช้ได้ ใช้ได้ 18 0.45 ใช้ได้ 0.43 ใช้ได้ ใช้ได้ 19 0.79 ใช้ได้ 0.71 ใช้ได้ ใช้ได้ 20 0.70 ใช้ได้ 0.67 ใช้ได้ ใช้ได้ หมายเหตุ ข้อสอบที่เลือกใช้จำนวน 20 ข้อ จะต้องมีลักษณะดังต่อไปนี้ ค่า p มีค่าตั้งแต่ 0.20 - 0.80 ค่า r มีค่าตั้งแต่ 0.20 ขึ้นไป ค่าความเชื่อมั่น (K-R20) ของแบบทดสอบทั้งฉบับเท่ากับ 0.81


62 ภาคผนวก ค ตัวอย่างแผนการจัดการเรียนรู้แบบทำนาย สังเกต อธิบาย (POE)


63 แผนการจัดการเรียนรู้(POE) กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีรายวิชาวิทยาศาสตร์กายภาพ รหัสวิชา ว32121 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 น้ำ เวลา 9 ชั่วโมง เรื่อง การละลายของสารในน้ำ เวลา 3 ชั่วโมง ครูผู้สอน นางสาวเกษรินทร์ พิมท่าโพธิ์ โรงเรียนประจักษ์ศิลปาคาร วันที่ ........ /......... /......... ------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------ 1. มาตรฐานการเรียนรู้ ว 2.1 เข้าใจสมบัติของสสาร องค์ประกอบของสสาร ความสัมพันธ์ระหว่างสมบัติของสสาร กับโครงสร้างและแรงยึดเหนี่ยวระหว่างอนุภาค หลักและธรรมชาติของการเปลี่ยนแปลงสถานะของ สสาร การเกิดสารละลาย และการเกิดปฏิกิริยาเคมี 2. ตัวชี้วัด ม. 5/13 ระบุว่าสารเกิดการละลายแบบแตกตัวหรือไม่แตกตัว พร้อมให้เหตุผลและระบุว่า สารละลายที่ได้เป็นสารละลายอิเล็กโทรไลต์ หรือนอนอิเล็กโทรไลต์ 3. จุดประสงค์การเรียนรู้ 3.1 ด้านความรู้ (K) - นักเรียนสามารถระบุว่าสารเกิดการละลายน้ำแบบแตกตัวหรือไม่แตกตัวจากสูตร เคมีของ สารและสารละลายที่ได้เป็นสารละลายอิเล็กโทรไลต์หรือนอนอิเล็กโทรไลต์ได้ 3.2 ด้านทักษะ/กระบวนการ (P) - นักเรียนสามารถจำแนกประเภทของสารละลายโดยใช้การเปลี่ยนสีของกระดาษ ลิตมัสและ การนำไฟฟ้าเป็นเกณฑ์ได้ 3.3 ด้านคุณลักษณะ (A) - นักเรียนตั้งใจเรียนและรับผิดชอบต่องานที่ได้รับมอบหมาย 4. สาระสำคัญ สารละลายนํ้าได้เมื่อองค์ประกอบของสารสามารถเกิดแรงดึงดูดกับโมเลกุลของน้ำได้ โดยการ ละลายของสารในน้ำเกิดได้ 2 ลักษณะ คือ การละลายแบบแตกตัว และการละลายแบบไม่แตกตัว การละลายแบบแตกตัวเกิดขึ้นกับสารประกอบไอออนิก และสารโคเวเลนต์บางชนิดที่มีสมบัติเป็นกรด หรือเบส โดยเมื่อสารเกิดการละลายแบบแตกตัวจะได้ไอออนที่สามารถเคลื่อนที่ได้ทำให้ได้สารละลาย ที่นําไฟฟ้า ซึ่งเรียกว่า ละลายอิเล็กโทรไลต์การละลายแบบไม่แตกตัวเกิดขึ้นกับสารโคเวเลนต์ที่มีขั้ว สูง สามารถดึงดูดกับโมเลกุลของน้ำได้ดี โดยเมื่อเกิดการละลายโมเลกุลของสารจะไม่แตกตัวเป็น ไอออน และสารละลายที่ได้จะไม่นำไฟฟ้า ซึ่งเรียกว่า สารละลายนอนอิเล็กโทรไลต์


64 5. สาระการเรียนรู้ 1. สารอิเล็กโทรไลต์ 2. สารนอนอิเล็กโทรไลต์ 6. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 6.1 มีวินัย 6.2 ใฝ่เรียนรู้ 6.3 มุ่งมั่นในการทํางาน 7. สมรรถนะสําคัญของผู้เรียน 7.1 ความสามารถในการสื่อสาร 7.2 ความสามารถในการคิด 7.2.1 ทักษะการสังเกต 7.2.2 ทักษะการสำรวจค้นหา 7.2.3 ทักษะการวิเคราะห์ 7.2.4 ทักษะการลงความเห็นจากข้อมูล 7.2.5 ทักษะการตีความหมายและลงข้อสรุป 8. กิจกรรมการเรียนรู้ : รูปแบบการสอนแบบทำนาย สังเกต อธิบาย (POE) ขั้นที่ 1 การนำเข้าสู่บทเรียนและสร้างแรงจูงใจ 1. ครูเกริ่นนำโดยกล่าวว่า จากที่นักเรียนได้เรียน เรื่อง สารละลาย ซึ่งนักเรียนทราบอยู่แล้ว ว่า ในชีวิตประจำวันของเรามีสารละลายอยู่มากมาย อยู่ในสถานะของแข็ง ของเหลว และแก๊ส 2. ครูให้นักเรียนแต่ละคนยกตัวอย่าง สารละลายที่พบในชีวิตประจำวัน ทั้ง 3 สถานะ ห้าม ซ้ำ (แนวคำตอบ : เหล็กกล้าไร้สนิม น้ำอัดลม อากาศ เป็นต้น) ขั้นที่ 2 การนำเข้าสู่กิจกรรมหรือการทดลอง 1. ครูทำการสาธิตการทดลองให้นักเรียนดูเพื่อทบทวนความรู้เดิม โดยครูนำ โซเดียมคลอไรด์ตักลงในบีกเกอร์ที่มีน้ำอยู่และทำการคน พร้อมทั้งให้นักเรียนสังเกตการเปลี่ยนแปลง โดยการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นเรียกว่า การละลาย และของเหลวที่ได้จากการละลาย เรียกว่า สารละลาย 2. ครูถามคำถามนักเรียนว่า สารละลายหมายถึงอะไร (แนวคำตอบ : สารละลาย หมายถึง ของผสมเนื้อเดียวกันที่ประกอบไปด้วยตัวทำละลายและตัวถูก) 3. ครูถามคำถามนักเรียนว่า ในการทดลองนี้สารใดเป็นตัวทำละลาย สารใดเป็นตัวถูกละลาย (แนวคำตอบ : นํ้าเป็นตัวทำละลาย โซเดียมคลอไรด์หรือเกลือเป็นตัวถูกละลาย) 4. ครูกระตุ้นนักเรียนโดยการถามคำถามว่า โซเดียมคลอไรด์ละลายน้ำได้อย่างไร (ครูจะยังไม่เฉลยคําตอบ)


65 5. ครูนำเสนอ และแนะนำสารเคมี วัสดุและอุปกรณ์การทดลอง โดยมีรายละเอียด ดังนี้ สารเคมี - น้ำกลั่น - โซเดียมคลอไรด์ (NaCl) - โซเดียมไฮดรอกไซด์ (NaOH) - แคลเซียมคลอไรด์ (CaCl2) - แคลเซียมคาร์บอเนต (CaCO3) วัสดุอุปกรณ์ - บีกเกอร์ขนาด 250 mL - แท่งแก้วคนสาร - ช้อนตักสาร - เครื่องตรวจการนำไฟฟ้า - กระดาษลิตมัส ขั้นที่ 3 การทำนาย 1. ให้นักเรียนแบ่งกลุ่มออกเป็นกลุ่มละ 5-6 คน จากนั้นครูแจกใบกิจกรรมการทดลอง เรื่อง การละลายของสารในน้ำ 2. นักเรียนร่วมกันศึกษากิจกรรมการทดลอง เรื่อง การละลายของสารในน้ำ โดยอ่าน จุดประสงค์ และวิธีดำเนินกิจกรรมให้เข้าใจภายในกลุ่ม จากนั้นตรวจสอบความเข้าใจการอ่านโดยใช้ คำถาม ดังต่อไปนี้ • กิจกรรมนี้เกี่ยวกับเรื่องอะไร • กิจกรรมนี้มีจุดประสงค์อะไร • วิธีดำเนินกิจกรรมมีขั้นตอนโดยสรุปอย่างไร • นักเรียนต้องสังเกตหรือรวบรวมอะไรบ้าง 3. ให้นักเรียนแต่ละกลุ่มช่วยกันทำนายผลที่เกิดขึ้นจากกิจกรรม จากนั้นบันทึกผลการ ทำนายของตนเองลงในแบบบันทึกกิจกรรม ขั้นที่ 4 การอภิปรายสิ่งที่ทำนาย 1. ครูสุ่มนักเรียนออกมานำเสนอผลการทำนายหรือผลที่คาดว่าจะเกิดขึ้น พร้อมให้แสดง เหตุผลประกอบแต่ละตอน 2. นักเรียนแต่ละกลุ่มเปรียบเทียบการทำนายหรือผลที่คาดว่าจะเกิดขึ้นกับกลุ่มอื่น ๆ ว่า เหมือนหรือต่างกันหรือไม่ อย่างไร เพราะเหตุใดถึงคิดเช่นนั้น ขั้นที่ 5 การสังเกต - นักเรียนแต่ละกลุ่มทำการทดลองในใบกิจกรรม เรื่อง การละลายของสารในน้ำ พร้อม สังเกตและบันทึกผลการทดลอง


66 ขั้นที่ 6 การอธิบาย 1. นักเรียนแต่ละกลุ่มอภิปรายผลการทดลองร่วมกัน โดยเปรียบเทียบกับการทำนายของ นักเรียนว่าเหมือนหรือต่างจากผลการสังเกตอย่างไร 2. นักเรียนส่งตัวแทนกลุ่มออกมานำเสนอผลที่ได้ เปรียบเทียบผลการทดลองของสารที่เกิด ขึ้นกับผลการทำนายว่าเหมือนหรือต่างกันอย่างไร เพราะเหตุใดถึงเป็นเช่นนั้น ขั้นที่ 7 การให้คำอธิบายทางวิทยาศาสตร์ นักเรียนและครูร่วมสรุปผลการทดลองและอธิบายองค์ความรู้ในเชิงวิทยาศาสตร์ ดังนี้ การละลายของสารในน้ำเกิดขึ้นเมื่อโมเลกุลของน้ำเข้าไปแทรกระหว่างโมเลกุลหรือ ไอออนของตัวละลายได้เป็นสารละลาย โดยการละลายของสารในน้ำมี 2 ลักษณะ คือ การละลาย แบบแตกตัว และการละลายแบบไม่แตกตัว ครูอธิบายเพิ่มเติมว่า เมื่อ NaCl ละลายน้ำจะแตกตัวเป็น Na+ และ Clกระจายตัวอยู่ ในน้ำ โดยไอออนแต่ละชนิดมีโมเลกุลของน้ำล้อมรอบ ซึ่งแสดงด้วยสัญลักษณ์ Na+ (aq) และ Cl- (aq) เมื่อต่อเข้ากับวงจรไฟฟ้าไอออนบวกจะเคลื่อนที่เข้าหาขั้วลบ และขั้วลบเคลื่อนที่เข้าหาขั้วบวก ทำให้ กระแสไฟฟ้าไหลผ่านได้ ส่งผลให้สารละลายสามารถนำไฟฟ้าได้ การละลายในน้ำลักษณะนี้เรียกว่า การละลายแบบแตกตัว สารละลายที่ได้เรียกว่า สารละลายอิเล็กโทรไลต์และการละลายแบบไม่แตก ตัวเกิดขึ้นกับสารโคเวเลนต์ที่มีโมเลกุลขนาดเล็กหรือเป็นสารโคเวเลนต์ที่สามารถสร้างพันธะไฮโดรเจน กับน้ำได้ซึ่งสารละลายที่ได้จะไม่นำไฟฟ้า เรียกว่า สารละลายนอนอิเล็กโทรไลต์ ครูให้ความรู้ว่า สารละลายอิเล็กโทรไลต์นำไฟฟ้าได้ เนื่องจากไอออนสามารถเคลื่อนที่ ได้ในสารละลาย ดังรูป 2.10 (ข) จากนั้นอธิบายเพิ่มเติมว่า สารประกอบไอออนิกที่อยู่ในสถานะ ของแข็ง ไม่นำไฟฟ้า เนื่องจากไอออนมีแรงยึดเหนี่ยวระหว่างกันมากจึงไม่สามารถเคลื่อนที่ได้ ครูให้ความรู้ว่า นอกจากสารประกอบไอออนิกแล้ว สารโคเวเลนต์ที่มีสมบัติกรด-เบส บางชนิดสามารถละลายในน้ำแล้วแตกตัวเป็นไอออนได้ โดยยกตัวอย่างการแตกตัวของกรดไฮโดรคลอ ริก จากนั้นให้พิจารณาตาราง 2.6 เพื่อให้เห็นตัวอย่างของสารประกอบไอออนิกและสารโคเวเลนต์ที่มี สมบัติเป็นกรดและเบสที่พบในชีวิตประจำวัน ขั้นที่ 8 การติดตามผล 1. ครูตั้งคำถามเพื่อให้นักเรียนตอบเป็นการนำความรู้ที่ได้มาเชื่อมโยงกับการใช้ประโยชน์ใน ชีวิตประจำวัน ดังนี้ - นักเรียนร่วมกันยกตัวอย่างสารละลายอิเล็กโทรไลต์และการนำไปใช้ประโยชน์ใน ชีวิตประจำวัน 2. นักเรียนทำแบบฝึกหัดท้ายบทที่ 2 และแบบฝึกหัดที่ 2.4 เรื่อง การละลายแบบแตกตัว และไม่แตกตัวและการนำไฟฟ้าของสารละลาย เพื่อทบทวนความรู้


67 9. การวัดและประเมินผล จุดประสงค์ เครื่องมือ วิธีการวัด เกณฑ์การประเมิน - นักเรียนสามารถระบุ ว่าสารเกิดการละลาย น้ำแบบแตกตัวหรือไม่ แตกตัวจากสูตรเคมี ข อ ง ส า ร แ ล ะ สารละลายที่ได้เป็น สารละลายอิเล็กโทร ไลต์หรือนอนอิเล็กโทร ไลต์ได้(K) - แบบสังเกตการตอบ คำถาม - ตรวจผลงาน/ แบบฝึกหัด - สังเกตการตอบ คำถาม - แบบฝึกหัด 2.4 เรื่อง การละลายของ สารในน้ำ ได้คะแนนร้อยละ 60 ขึ้นไป - นักเรียนสามารถ จำแนกประเภทของ สารละลายโดยใช้การ เปลี่ยนสีของกระดาษ ลิตมัส และการนำ ไฟฟ้าเป็นเกณฑ์ได้(P) - ตรวจใบกิจกรรม เรื่อง การละลายของ สารในน้ำ - การนำเสนอหน้าชั้น เรียน - ใบกิจกรรม เรื่อง การละลายของสารใน น้ำ - แบบประเมินการ นำเสนอหน้าชั้นเรียน ได้คะแนนร้อยละ 60 ขึ้นไป - มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ มุ่งมั่นในการทำงาน และรับผิดชอ บ ต่ อ ห น ้ า ที่ ที่ ไ ด ้ รั บ มอบหมาย (A) - แบบประเมิน คุณลักษณะอันพึง ประสงค์ - สังเกตพฤติกรรม ได้คะแนนในระดับ 3 (ดี) ขึ้นไป


68 บันทึกผลหลังสอน ผลการจัดการเรียนการสอน ด้านความรู้(K) ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ด้านทักษะกระบวนการ (P) ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ด้านคุณลักษณะ (A) ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ปัญหา / อุปสรรค ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ข้อเสนอแนะ / แนวทางแก้ไข ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ลงชื่อ........................................ ครูผู้สอน (.................................................) วันที่...........เดือน............................พ.ศ. .............


69 ความคิดเห็นของครูพี่เลี้ยง ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ลงชื่อ.................................................... (.....................................................) ตำแหน่ง…………………………………………….…. วันที่...........เดือน..........................พ.ศ. .............. ความคิดเห็นของผู้อำนวยการโรงเรียน / ผู้ที่ได้รับมอบหมาย เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่ นำไปใช้สอนได้ ควรปรับปรุงก่อนนำไปใช้ ความคิดเห็นหรือข้อเสนอแนะ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ลงชื่อ.................................................... (.....................................................) ตำแหน่ง…………………………………………….…. วันที่...........เดือน..........................พ.ศ. ..............


70


71


72 แบบฝึกหัด 2.4 เรื่อง การละลายของสารในน้ำ คำชี้แจง : ให้นักเรียนเติมคำตอบให้สมบูรณ์และระบายสีความสว่างของหลอดไฟให้สอดคล้องกับ การนำไฟฟ้า HCl การละลายน้ำแบบ…………………………………….. F2 การละลายน้ำแบบ …………………………………….. NaOH การละลายน้ำแบบ ………………………………… C2H5OH การละลายน้ำแบบ ……………………………… C12H22O11 การละลายน้ำแบบ …………………………… NaCl การละลายน้ำแบบ …………………………………… C6H12O6 การละลายน้ำแบบ ……………………………… Ca(OH)2 การละลายน้ำแบบ ……………………………… สารละลายอิเล็กโทรไลต์ (Electrolyte solution) หมายถึง …………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. สารละลายนอนอิเล็กโทรไลต์ (Non-electrolyte solution) หมายถึง …………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….


73 ภาคผนวก ง แบบทดสอบวัดการคิดวิเคราะห์


74 แบบทดสอบวัดทักษะการคิดวิเคราะห์(ก่อนเรียน-หลังเรียน) เรื่อง น้ำ คำชี้แจง ให้นักเรียนเลือกคำตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงข้อเดียว แล้วทำเครื่องหมาย X ทับอักษรหน้า คำตอบนั้น 1. ข้อใดไม่ใช่ลักษณะของสารโคเวเลนต์ ก. มีการใช้เวเลนต์อิเล็กตรอนร่วมกัน ข. เกิดจากการรวมตัวของธาตุอโลหะ ค. สามารถเป็นได้ทั้งพันธะเดี่ยว พันธะคู่ และพันธะสาม ง. เป็นแรงยึดเหนี่ยวระหว่างไอออนบวก และไอออนลบ 2. สารใดต่อไปนี้ไม่ใช่สารโคเวเลนต์ ก. NH3 ข. NaCl ค. C2H2 ง. H2SO4 3. สารใดต่อไปนี้เป็นสารมีขั้ว ก. Cl2 Br2 I2 ข. Br2 H2 O2 ค. NO HF HBr ง. CH4 CO2 C2H4 4. สารใดต่อไปนี้มีจุดเดือดต่ำสุด ก. N2 ข. NO ค. NH3 ง. HCl 5. สารใดเกิดพันธะไฮโดรเจนได้ ก. H-S H-Cl H-I ข. F-H O-H N-H ค. H-Br N-H H-I ง. O-H H-Cl F-H 6. สารใดต่อไปนี้มีพันธะไฮโดรเจนเป็นแรงยึดเหนี่ยวระหว่างโมเลกุล ก. CH3-CH2-CHO ข. CH3-COO-CH3 ค. CH3-CH2-O-CH3 ง. CH3-CH2-COOH


75 7. จากสารต่อไปนี้ HCl CH4 H2O CH3COOH การเรียงลำดับจุดเดือดได้ถูกต้อง ก. HCl < CH4 < H2O < CH3COOH ข. CH4 < HCl < H2O < CH3COOH ค. CH3COOH < HCl < CH4 < H2O ง. H2O < HCl < CH4 < CH3COOH 8. ข้อใดเป็นแรงยึดเหนี่ยวระหว่างโมเลกุล ก. พันธะโคเวเลนต์ ข. พันธะไฮโดรเจน ค. พันธะไอออนิก ง. พันธะโลหะ 9. สารในข้อใดเป็นสูตรเอมพิริคัล ก. NaNO3, NH4F ข. BaSO4, CuS ค. NaF, NaCl ง. CO2, HCl 10. การแตกตัวของ CaCO3 มีไอออนใดเกิดขึ้น ก. Ca2+ และ CO3 2- ข. Ca2+ และ CO3 - ค. Ca+ และ CO3 2- ง. Ca+ และ CO3- 11. สารในข้อใดต่อไปนี้เกิดการละลายแบบไม่แตกตัว ก. HCl ข. MgO ค. CaCl2 ง. C2H5OH 12. สารใดเมื่อละลายน้ำสามารถนำไฟฟ้าได้ ก. NaCl ข. C6H12O6 ค. C2H5OH ง. CH2COCH3


76 13. องค์ประกอบที่มีปริมาณมากที่สุดในน้ำทะเล คืออะไร ก. โซเดียมคาร์บอเนต ข. โปแตสเซียมคลอไรด์ ค. แมกนีเซียมคลอไรด์ ง. โซเดียมคลอไรด์ 14. เมื่อน้ำได้รับพลังงานจากสิ่งแวดล้อมหรือจาการให้ความร้อนโดยตรง โมเลกุลของน้ำในสถานะ ของเหลวซึ่งอยู่ติดกันจะมีการเคลื่อนที่อย่างไร ก. ชิดกันมากขึ้น ข. แข็งตัว ค. ห่างกันมากขึ้น ง. เกิดการอ่อนตัว และกระจัดกระจาย 15. H2O จัดเป็นสารมีขั้วหรือไม่ อย่างไร ก. มีขั้ว เพราะเป็นธาตุชนิดเดียวกัน ข. มีขั้ว เพราะเป็นธาตุต่างชนิดกัน ค. ไม่มีขั้ว เพราะเป็นธาตุต่างชนิดกัน ง. ผิดทุกข้อ 16. โมเลกุลของน้ำ ประกอบด้วยอะตอมของธาตุใดบ้าง ก. O 2 อะตอม และ H 1 อะตอม ข. O 1 อะตอม และ H 2 อะตอม ค. O 1 อะตอม และ H 1 อะตอม ง. O 2 อะตอม และ H 2 อะตอม 17. จากสูตรโครงสร้างโมเลกุลของยูเรีย (CH4N2O) มีพันธะชนิดใดบ้าง ก. พันธะเดี่ยว 6 พันธะ พันธะคู่ 1 พันธะ ข. พันธะเดี่ยว 4 พันธะ พันธะคู่ 1 พันธะ ค. พันธะเดี่ยว 5 พันธะ พันธะคู่ 1 พันธะ ง. พันธะเดี่ยว 4 พันธะ พันธะคู่ 1 พันธะ


77 18. ข้อใดกล่าวถึงสารละลายได้ถูกต้อง ก. สารที่มีเนื้อสารเหมือนกันตลอดทุกส่วน ข. สารที่มีเนื้อสารมองดูใส ไม่มีสี กลิ่น และรส ค. สารที่ไม่บริสุทธิ์ เกิดจากสารบริสุทธิ์ตั้งแต่ 2 ชนิดผสมกัน ง. สารที่มีจุดหลอมเหลวต่ำกว่า 100 องศาเซลเซียส ใช้ข้อมูลต่อไปนี้ตอบคำถามข้อ 19-20 สารละลาย 1 mol/dm3 การเปลี่ยนสีของกระดาษลิตมัส ความสว่างของหลอดไฟ A น้ำเงิน แดง สว่างมาก B ไม่เปลี่ยนสี ไม่สว่าง C แดง น้ำเงิน สว่างน้อย D ไม่เปลี่ยนสี สว่างปานกลาง 19. สารละลายใดเป็นสารอิเล็กโทรไลต์ ก. A, B, C ข. B, C, D ค. A, C, D ง. A, B, D 20. สารละลายนอนอิเล็กโทรไลต์ ได้แก่สารชนิดใด ก. A ข. B ค. C ง. D


78 ภาคผนวก จ ภาพกิจกรรม


79 ภาพกิจกรรมการจัดการเรียนการสอนในชั้นเรียน ภาพประกอบการสอนแผนที่ 1 เรื่อง โมเลกุลของน้ำและสารมีขั้ว ภาพประกอบการสอนแผนที่ 2 เรื่อง การเปลี่ยนสถานะของน้ำและความมีขั้ว


80 ภาพประกอบการสอนแผนที่ 3 เรื่อง สารประกอบไอออนิก ภาพประกอบการสอนแผนที่ 4 เรื่อง การละลายของสารในน้ำ


81 ประวัติย่อของผู้วิจัย


82 ประวัติย่อของผู้วิจัย ชื่อ นางสาวเกษรินทร์ พิมท่าโพธิ์ วัน เดือน ปีเกิด 25 ธันวาคม 2544 สถานที่เกิด จังหวัดบึงกาฬ สถานที่อยู่ปัจจุบัน บ้านเลขที่ 29 หมู่ 5 ตำบลหนองทุ่ม อำเภอเซกา จังหวัดบึงกาฬ 38150 เบอร์โทรศัพท์ 08-114-02644 ประวัติการศึกษา วุฒิการศึกษา ชื่อสถาบัน ปีที่สำเร็จการศึกษา ระดับชั้นประถมศึกษา โรงเรียนหนองทุ่มวิทยา 2556 ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น โรงเรียนเซกา 2559 ระดับมัธยมศึกษาตอปลาย โรงเรียนเซกา 2552 ครุศาสตรบัณฑิต มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี กำลังศึกษาอยู่ชั้นปีที่ 4 สถานที่ฝึกประสบการณ์วิชาชีพครูโรงเรียนประจักษ์ศิลปาคาร 99 หมู่ 4 ตำบลหนองบัว อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี 41000


Click to View FlipBook Version