The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ศิลปะการป้องกันตัวขิงแต่ละประเทศในอาเซียน

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Burapa Thaimkoed, 2020-10-21 01:16:13

ศิลปะการป้องกันตัวขิงแต่ละประเทศในอาเซียน

ศิลปะการป้องกันตัวขิงแต่ละประเทศในอาเซียน

ศิลปะการป้องกนั ตวั ในอาเซยี น
จัดทำโดย

นำยบูรพำ เทียมเกิด 63050670
กลมุ่ 2

ศิลปะการป้องกนั ตัวประเทศไทย

มวยไทยเป็นกีฬาเก่าแก่ของไทยเป็นท่ีนิยมของประชาชน
ทกุ ชน้ั ทกุ สมยั ในชนั้ ตน้ มวยไทยไม่ไดม้ ีกติกาเป็นลายลกั ษณอ์ กั ษร แต่
นายสนามย่อมชีแ้ จงใหน้ กั มวยคแู่ ขง่ ขนั ทราบถึงหลกั เกณฑใ์ นการ
แขง่ ขนั นนั้ ๆ หลกั เกณฑต์ า่ งๆเหลา่ นีเ้ ม่ือไดใ้ ชก้ นั มากขึน้ ก็กลายเป็น
ประเพณี และใชเ้ ป็นหลกั เกณฑส์ าหรบั การแข่งขนั ในเวลาต่อมา

ประวัติความเป็นมาของมวยไทย

มวยไทยเริ่มขน้ึ ในสมยั ไมป่ รำกฏ และไมม่ ีหนังสือเลม่ ใดเขียนไวว้ ่ำจะเกิดขนึ้ ในสมัย
ใด แตเ่ ท่ำทีไ่ ด้ปรำกฏน้ันมวยไทยได้เกิดขนึ้ มำนำนแลว้ และอำจเกิดขน้ึ มำพร้อมๆกับชำตไิ ทย
เพรำะมวยไทยน้ันเปน็ ศิลปะประจำชำติไทยเรำจรงิ ๆยำกทีช่ ำติอนื่ จะลอกเลียนแบบได้

มวยไทยในสมยั ก่อนเท่ำทท่ี รำบจะมกี ำรฝกึ ฝนอยู่ในบรรดำหมู่ทหำร เพรำะในสมยั ก่อน
ไทยเรำไดม้ กี ำรรบพุง่ และสรู้ บกันกับประเทศเพื่อนบำ้ นบ่อยคร้งั กำรส้รู บในสมยั นั้นยงั ไม่มีปืนจะสู้
กันแตด่ ำบสองมอื และมือเดยี ว เม่อื เป็นเช่นนีก้ ำรรบพุง่ กม็ ีกำรรบประชิดตัว คนไทยเห็นวำ่ ในสมัย
นั้นกำรรบด้วยดำบเปน็ กำรรบพุง่ ท่ีประชดิ ตวั มำกเกนิ ไปบำงคร้งั คูต่ อ่ สอู้ ำจเขำ้ มำฟันเรำไดง้ ำ่ ย คน
ไทยจงึ ไดฝ้ กึ หดั กำรถีบและเตะคู่ตอ่ สูเ้ อำไว้เพอ่ื คู่ตอ่ สู้จะได้เสียหลกั แลว้ เรำจะไดเ้ ลอื กฟันง่ำยขนึ้ ทำ
ใหค้ ตู่ ่อสแู้ พไ้ ด้

ต่อมำเมอื่ ในหมทู่ หำรได้มีกำรฝกึ ถีบเตะแลว้ ก็เกดิ มีผคู้ ิดวำ่ ทำอย่ำงไรจงึ จะใช้กำรถบี เตะนน้ั
มำเปน็ ศลิ ปะสำหรบั กำรตอ่ สู้ดว้ ยมอื ได้ จงึ ต้องใหม้ ีผู้ทีจ่ ะคดิ จะฝึกหัดกำรตอ่ สู้ป้องกนั ตัวสำหรบั
กำรใช้แสดงเวลำมงี ำนเทศกำลต่ำงๆไวอ้ วดชำวบำ้ นและเป็นของแปลกสำหรับชำวบ้ำน เมอ่ื เป็น
เช่นน้ีนำนเขำ้ ชำวบ้ำนหรอื คนไทยไดเ้ หน็ กำรถีบเตะแพร่หลำยและบ่อยคร้งั เข้ำ จงึ ทำใหช้ ำวบ้ำนมี
กำรฝกึ หดั มวยไทยกันมำกจนถงึ กบั ต้ังเปน็ สำนกั ฝกึ กันมำกมำย แตส่ ำหรบั ที่ฝกึ มวยไทยน้ันก็ต้อง
เปน็ สำนกั ดำบทม่ี ชี ื่อดีมำก่อนและมอี ำจำรยด์ ไี ว้ฝึกสอน

ศลิ ปะการป้องกนั ตวั ประเทศพม่า

• มวยพมำ่ โบรำณ
ในประเทศพม่ำมศี ิลปะกำรต่อส้หู ลำกหลำยแน่นอนเปน็ ของแต่ละ
เชือ้ ชำติ เช่น

มวยรำไวย์ - มอญ
มวยบนั โด - ไทยใหญ่
มวยปล้ำนำบำน - อนิ เดยี
พรยิ - ฮนิ ดู

สำหรับพม่ำแล้วเดิมที่ไมม่ ีศลิ ปะกำรต่อสู้เป็นของตนเอง
แต่พอชำวพมำ่ รบชนะชำวมอญได้ ก็ได้นำเอำมวยรำไวยข์ องมอญ
ไปผสมกบั พรยิจนเกดิ เป็น มวยรำไวย์ ฉบบั พมำ่ คณุ สมบตั มิ วยรำ
ไวยข์ องพมำ่ จะนำคณุ สมบัติท้ัง 3 ประกำรมำใช้ทุกครงั้ เวลำข้นึ
เวทตี อ่ สู้

มวยราไวย์

เดิมที่เปน็ ศิลปะกำรต่อสขู้ องชนชำตมิ อญแตพ่ มำ่ ก็นำมำเปน็ ของ
ตนเอง ลักษณะกำรตอ่ สู้ขอมวยชนดิ นี้คือ ไรเ้ ชงิ สะเปะสะปะ มวย
ม่วั มวยวดั เน้นใจกับพุง่ ปะทะ เตะเจำะยำง เขำ่ ข้อศอก ก้ำนคอ
เปน็ ตน้ เป็นมวยเนน้ ควำมบันเทงิ มำกกวำ่ กฬี ำเปน็ ทีน่ ิยมกับทุกชน
ชนั้ ของสงั คม กำรมสี ่วนรว่ มคอื กำรเปิดให้ชำยใด ๆ ไมว่ ำ่
พระมหำกษตั ริยห์ รือปุถุชน สำมำรถขนึ้ ชกไดต้ ำมอัธยำศยั หลงั จำก
ทส่ี มเด็จพระนเรศวรได้ถำ่ ยทอดวชิ ำมวยไทยให้กับมอญ ชำวมอญก็
ไดก้ ่อตง้ั มวยรำไวยใ์ หม่โดยท่ยี ังให้พม่ำใช้มวยรำไวยแ์ บบเก่ำของตน
ท่กี ล่ำวมำขำ้ งต้น

เคมโป คาราเต้ – เคมโปเปน็ กีฬำ
ทม่ี รี ำกฐำนมำจำกประเทศญ่ีปุ่น โดยมีสำนักงำน
ใหญ่ของสหพนั ธอ์ ย่ทู ี่โอซำกำ ประเทศญปี่ ุ่น
ได้รับควำมนยิ มในมำเลเซีย, เวียดนำม, ตมิ อร์
และ บรไู น โดยในอินโดนเี ซียมีคนเล่นกฬี ำชนิดน้ี
กวำ่ 400,000 คน เทำ่ ทีได้สัมผัสจำกกำรอธิบำย
และกำรสำธิตแลว้ ไม่คอ่ ยจะต่ำงจำกคำรำ เต้ โดย
จะเป็นกำรผสมผสำนกันระหว่ำงเทควันโด-ยูโด-
คำรำเต้ ซึง่ กำรแตง่ ตัวกม็ ลี ักษณะคล้ำยกัน
ดว้ ย สว่ นกำรออกอำวธุ จะใชท้ ง้ั กำรเตะ, ต่อย
, ทุม่ , บดิ , ล็อก ตัดสนิ แพช้ นะด้วยคะแนน แบง่
กำรแข่งขันเปน็ รุ่นนำ้ หนกั เชอ่ื ว่ำอนิ โดนีเซยี จะ
เดนิ หน้ำเตม็ ที่เพือ่ บรรจเุ คมโปในซีเกมส์คร้ังต่อๆ
ไปโดยเฉพำะซีเกมสค์ รง้ั ที่ 26 ทอี่ ินโดนเี ซยี จะเปน็
เจ้ำภำพในปี 2554

ศลิ ปะการปอ้ งกนั ตัวประเทศอินโดนเี ซีย

ตารุง เดราจัต

ตารุง เดราจัต (กฬี าต่อสู้) ในกำรแขง่ ขนั กฬี ำซเี กมส์ 2011 ท่ปี ระเทศอินโดนีเซีย
ปลำยปีนี้ เจ้ำภำพไดบ้ รรจุ “ตำรุง เดรำจัต” ศิลปะกำรต่อสู้และป้องกันตัวของชำว
ชวำตะวนั ตก เปน็ กฬี ำสำธติ แม้กีฬำชนดิ นีจ้ ะยังไม่คุ้นหูของคนไทย แตส่ ำหรบั ชำวอิน
โดเซยี แล้ว นค่ี ือกฬี ำระดบั ชำติทใ่ี ช้ทดสอบควำมแขง็ แกร่งของรำ่ ยกำยและจิตใจ
เตะ… หมัด… ถบี … คอื กำรออกอำวุธหลกั 3 อยำ่ ง ของ “ตำรุง เดรำจัต” ศิลปะกำร
ตอ่ สูแ้ ละป้องกนั ตวั ที่คนอินโดนเี ซียทุกเพศทุกวยั รู้จกั กนั อยำ่ งแพรห่ ลำย โดยมนี ำยอัช
หมัด เดดจัต หรือคนทีน่ เี่ รียกว่ำ “ซำง กูร”ู เป็นผคู้ ดิ ค้นศลิ ปะกำรต่อส้ชู นิดนีข้ น้ึ มำ
เมอื่ ประมำณ 40 ปกี อ่ นเน่อื งจำกในวยั หนมุ่ เคำ้ มกั จะถูกเพอื่ นๆ รมุ แกและทำร้ำย จึง
พยำยำมฝึกฝนร่ำงกำยให้แข็งแรง พร้อมๆ ไปกับกำรนำเอำจดุ เด่นของศิลปะกำรตอ่ สู้
หลำกหลำยแขนง มำประยกุ ตเ์ ข้ำด้วยกนั จนกลำยแบบฉบบั ของตวั เอง โดยต้ังชื่อ
วำ่ “ตำรงุ เดรำจตั ” ตอ่ มำไม่ วำ่ จะซำงกูรใู นวัยหนมุ่ จะถกู รุมแตะ ต่อย หรือทำรำ้ ย
ดว้ ยของแข็ง เคำ้ ก็สำมำรถเอำชนะฝำ่ ยตรงข้ำมได้เสมอ เพรำะตำรงุ เดรำจตั ไมไ่ ดใ้ ช้
พละกำลังด้ำนร่ำงกำยเพยี งอยำ่ งเดียว ยงั ต้องรวบรวมสมำธิและควำมแข็งแกร่งดำ้ น
จติ ใจให้เปน็ หน่งึ เดยี วกับร่ำงกำยด้วย
ตารุง เดราจตั ได้รับกำรบรรจใุ หเ้ ปน็ กีฬำสำธติ ในกำรแขง่ ขันซีเกมส์ 2011 ที่
ประเทศอินโดนีเซีย

ศิลปะการป้องกนั ตวั ประเทศเวยี ดนาม

โววนี ัม (Vovinam) เปน็ ชื่อของกฬี ำประจำชำติของประเทศเวยี ดนำม ทเ่ี ป็นรูปแบบ
ลักษณะของศิลปะป้องกันตัว โดยที่ VO ท่อี ่ำนว่ำโวมีควำมหมำยว่ำกำรต่อสู้ ส่วน
VINAM หมำยถงึ ประเทศเวยี ดนำม เม่ือรวมกันจะมีควำมหมำยท่ีแปลได้ว่ำ กำรตอ่ สู้
ของเวียดนำม จึงกลำยมำเป็นศลิ ปะกำรตอ่ สู้ประจำชำตแิ ละเปน็ กีฬำทีผ่ ู้คนใน
ประเทศเวียดนำมรจู้ ักกนั เป็นอยำ่ งดี
กีฬำหรือศลิ ปะกำรต่อสปู้ ระจำชำติของประเทศเวียดนำมถกู คดิ ค้นข้นึ โดย มำสเตอร์
เหวง ลอค ในชว่ งทถี่ ูกฝร่งั เศสเข้ำมำยดึ ครองผืนแผ่นดินเวยี ดนำม ทำใหไ้ ด้คดิ ค้น
ศลิ ปะกำรต่อสเู้ พ่อื เอำไว้ใหช้ ำวเวียดนำมไดฝ้ ึกปกป้องตัวเองจำกกำรถูกกดขขี่ ม่ แหง่
จำกกำรถูกยึดดินแดน โดยใชห้ ลกั แนวคิดแบบหยินและหยำง แข็งและอ่อน
ผสมผสำนรวมกนั เปน็ หน่ึงเดียวในทุกส่วน ไมว่ ำ่ จะเปน็ กำรใชม้ ือท่ีตง้ั รับปรบั เปลย่ี น
กลำยเปน็ หมดั ในระยะประชิด ใช้ขอ้ ศอกกลำยเปน็ สว่ นปอ้ งกันพร้อมกบั จู่โจมกลบั คู่
ต่อส้ดู ว้ ยควำมรวดเรว็ อกี ทง้ั ยังใชก้ ำรเตะเป็นกำรจโู่ จม เพ่อื ผลักคู่ต่อสู่ใหอ้ อกหำ่ ง
เม่อื ถูกโจมตใี นระยะประชิด ซึง่ กระบวนทำ่ ท้ังหมดในกำรใชร้ ำ่ งกำยในกำรต่อสไู้ ด้
ถูกผนวกให้เขำ้ กับกำรใช้อำวุธนำนำชนิดไดอ้ ย่ำงคล่องแคลว่ ท้ัง ดำบ พลอง มีด พดั
ทำให้กลำยเป็นศลิ ปะกำรตอ่ สู้ทมี่ ีเทคนคิ ในกำรป้องกนั และโจมตที ี่หลำกหลำยมี
ควำมเป็นเอกลักษณท์ ่ีโดดเดน่ กว่ำศลิ ปะกำรตอ่ สูช้ นิดอ่นื ภำยในประเทศ พรอ้ มทั้ง
สำมำรถนำไปใชใ้ นกำรปอ้ งกนั ตวั ในชวี ิตจริงไดอ้ ย่ำงมีประสิทธภิ ำพ จึงทำให้ศลิ ปะ
ปอ้ งกนั ตวั แบบโววีนัม ถูกพัฒนำกลำยมำเป็นกีฬำศิลปะป้องกันตวั ประจำชำติ
เวยี ดนำมจวบจนปจั จบุ ัน

ศิลปะการป้องกันตัวประเทศลาว

มวยลำยลำววรี บุรุษชนชำติลำวแตโ่ บรำณ ได้คิดค้นศิลปะกำรตอ่ สู้ทีเ่ รยี กว่ำ "มวย
ลำย ลำว" (Mouay Lai Lao) ซ่งึ เป็นทว่ งท่ำลีลำกำรชกมวยแบบลำวท่ีดเู ขม้ แขง็ น่ำเกรงขำม แต่ก็
ผสำนไวด้ ้วยลีลำควำมสวยงำมผ่ำนท่ำทำงของรำ่ งกำยมวยลำยลำวมีตน้ กำเนดิ เกิดมำจำกทำ่ ทำง
กำรชกมวยตงั้ แตส่ มัยโบรำณทีเ่ รียกกันว่ำ "มวยเสือลำกหำง" และสืบทอดตอ่ กนั มำโดยมักจะนำมำ
แสดงในงำนเทศกำลต่ำง ๆ เชน่ งำนบญุ บงั้ ไฟ ซึง่ ผ้ทู มี่ ำแสดงจะเป็นท่มี ีควำมชำนำญในทกั ษะ
ศลิ ปะกำรตอ่ สชู่ นิดนโ้ี ดยตรง
มวยเสอื ลำกหำง หรือ มวยลำยลำว แสดงถึงกำรตอ่ สูท้ ีเ่ คลือ่ นไหวรำ่ งกำยดว้ ยควำมออ่ นช้อย
นมุ่ นวล แตะทวำ่ ในแตล่ ะท่วงทำ่ ก็เต็มไปด้วยพละกำลงั และควำมแขง็ แรงเพือ่ ลม้ คตู่ ่อสู้ฝ่ำยตรง
ข้ำมให้จงได้ โดยมที ีเด็ดอยทู่ ่ีท่ำไมต้ ำยทีเ่ รียกวำ่ "หำงเสอื สะบัด"
ในปัจจบุ ัน บรรดำนกั กีฬำ และผู้ฝึกสอนมวยลำยลำวกไ็ ด้มกี ำรสืบทอด และพฒั นำปรับปรุงท่วงท่ำ
ให้มีควำมสวยงำม ออ่ นชอ้ ยมำกขึ้น แตส่ ำหรับคตู่ ่อสู้ มวยลำยลำวยังคงเป็นเชิงมวยท่ีอันตรำย ทม่ี ิ
อำจประมำทฝมี อื ไดเ้ ลย

ศประเทศบรไู นดารสุ ซาลาม ประเทศสิงคโปร์
และมาเลเซยี

• Pencak silat หรอื silat นน้ั เปน็ กฬี ำศลิ ปะกำรต่อสทู้ ีม่ ตี ้นกำเนิดมำจำกเอเชยี ตะวันออกเฉยี ง
ใต้แมว้ ำ่ "Silat" เป็นคำทร่ี จู้ ักกันอย่ำงกวำ้ งขวำงในภูมิภำคเอเชียตะวนั ออกเฉยี งใต้ ทว่ำแตล่ ะ
ประเทศกจ็ ะมกี ำรพดู ถึงกีฬำประเภทน้ีตำมภำษำท้องถิน่ ของตัวเอง เช่น gayong และ cekak
(มำเลเซียและสงิ คโปร์), ศลิ ปะกำรต่อสู้ (ประเทศไทย) และ pasilat (ฟลิ ิปปนิ ส์), pencak silat
(อินโดนีเซยี )

• pencak silat ถกู นำมำใชต้ ัง้ แตป่ ี 1948 เพื่อรวมโรงเรียนศลิ ปะกำรตอ่ สู้แบบดัง้ เดิมหลำยแห่ง
ในอนิ โดนีเซยี โดยตำมประวัตศิ ำสตร์นน้ั pencak silat ถกู คน้ พบครั้งแรกใน Riau ระหวำ่ ง
อำณำจักร Srivijaya ในศตวรรษท่ี VII จำกน้ันแพร่กระจำยไปยังแหลมมลำยูและเกำะชวำ และ
จำกนั้นในศตวรรษที่ 16 อำณำจกั รมหำรำชไดใ้ ช้ศิลปะกำรต่อสู้เปน็ ศำสตร์แหง่ สงครำมเพอ่ื
ขยำยอำณำเขตของตน

โดย pencak silat นั้นจะมหี ลัก 3 ขอ้ คือ
1. จงภกั ดีต่อพระเจ้ำโดยกำรนมสั กำร
2. ซื่อสตั ยแ์ ละทุม่ เทให้กับผปู้ กครอง
3. ซื่อสตั ยต์ อ่ รัฐและสังคมที่ดี
ลกั ษณะของ Pencak Sila :
- ลกั ษณะทวั่ ไป:
1. ใช้ทุกสว่ นของร่ำงกำย เช่น แขนหรือขำเปน็ เครื่องมือในกำรโจมตคี ตู่ ่อสู้และปอ้ งกันตนเอง
2. สำมำรถทำกำรต่อสโู้ ดยมีหรือไมม่ ีเครอื่ งมือ (อำวุธ)ก็ได้
3. Pencak silat ไม่ต้องมอี ำวุธโดยเฉพำะ แต่จะเป็นวตั ถใุ ด ๆ กไ็ ดท้ สี่ ำมำรถใช้เป็นอำวธุ ในกำรต่อสู้
-ลกั ษณะเฉพำะทำง:
1. ทัศนคติของควำมสงบ ใจเย็น หำจดุ อ่อน และระวงั ภยั รอบข้ำงเวลำศตั รเู ขำ้ มำจโู่ จม
2. ไมเ่ พียงแต่อำศัยควำมแขง็ แกรง่ หรือพลัง แตใ่ ช้ควำมยืดหยนุ่ ควำมคล่องตวั ควำมวอ่ งไวและแม่นยำ
3. ให้ควำมสำคัญกับตำแหนง่ และกำรเปลี่ยนแปลงของน้ำหนกั ตัวที่มำกข้ึน
4. ใช้ประโยชนจ์ ำกกำรโจมตี / พลงั ของคูต่ อ่ สู้
5. ปลดปล่อยพละกำลงั อยำ่ งมีประสิทธภิ ำพมำกที่สดุ
Pencak Silat ในปัจจุบัน ไดพ้ ฒั นำเป็นวงกวำ้ ง และไมไ่ ด้เป็นทรี่ ูจ้ กั แค่ภูมภิ ำคเอเชยี ตะวันออกเฉียงใต้
อกี แลว้ แต่ยงั เปน็ ทีร่ ู้จกั ในงยโุ รป อเมรกิ ำ
จนในตอนนศ้ี ิลปะกำรปอ้ งกนั ตวั Pencak Silatกไ็ ดเ้ ขำ้ ไปเป็นส่วนหน่ึงของในกำรแขง่ ขันระดับนำนำชำติ
โดยเฉพำะอยำ่ งยิ่งกำรแข่งขนั ใน SEA Games

ทา่ รากาเนิดจากช่อดอกบอมอรใ์ นกระแสน้าวน
Mubin Sheppard ไดก้ ล่ำวถงึ ตำนำนสลิ ะไว้วำ่ กำรต่อส้แู บบสิละมมี ำต้งั แต่ 400 ปีมำแล้วโดยกำเนิดท่ีเกำะสุมำตรำ ต่อมำผู้สอนได้ดดั แปลงแกไ้ ขให้เขำ้ กบั ยคุ

สมัย ตำนำนวำ่ สมยั หน่ึงสำมสหำยเช้อื สำยสมุ ำตรำ ชื่อ บูฮนั นุดดิน ซัมซุดดิน และฮำมนิ นุดดนิ เดินทำงจำกมินงั กำบงั ฝั่งตะวนั ตกของเกำะสุมำตรำไปศึกษำวิทยำ
ยุทธ ณ เมืองอะแจ ซง่ึ อยู่ทำงทิศตะวนั ออกเฉยี งเหนือของสมุ ำตรำ สำนกั วทิ ยำยทุ ธนั้นอยู่ใกล้สระน้ำใหญ่ นำ้ ในสระไหลมำจำกหนำ้ ผำสงู ชัน ริมสระมีตน้ บอมอร์
ออกดอกสมี ว่ งสดกลมกลืนกับสนี กกินปลำ ซง่ึ ถลำร่อนเล่นนำ้ เนอื งนติ ย์ วันหน่ึง ฮำมนิ นดุ ดินไปตกั นำ้ ที่สระแห่งน้ัน เขำสังเกตเห็นว่ำแรงน้ำตกทำใหน้ ำ้ ในสระเปน็
ระลอกคล่นื หมุนเวียน และที่น่ำทึง่ คอื ดอก บอมอรช์ อ่ หน่งึ ซึง่ หลน่ จำกตน้ ถูกนำ้ พดั ตกลงกลำงสระแล้วจึงถอยยอ้ นกลบั ไปใกลต้ ลง่ิ ลอยไปลอยมำ เช่นนี้ประหนงึ่ วำ่ มี
ชีวติ จิตใจ ฮำมนิ นดุ ดนิ เพม่ิ ควำมพศิ วงถึงกบั วำงกระบอกไม้ไผ่ซึ่งบรรจนุ ้ำ แล้วจ้องมองดอกไม้ในสระเป็นเวลำนำน จำกนนั้ ชำยหนุ่มรีบควำ้ ดอกไมช้ ่อนัน้ กลบั มำ เขำ
ไดน้ ำลีลำกำรลอยของดอกบอมอร์มำประยกุ ตส์ อนกำรร่ำยรำให้แก่เพื่อนท้งั สองและชว่ ยกันคิดวธิ ีเคลื่อนไหวโดยอำศยั แขนขำ เพือ่ ป้องกนั ฝ่ำยปรปักษ์ วชิ ำสิละจึง
เกิดขน้ึ ดว้ ยประกำรฉะนี้

เม่อื สำมสหำยเดินทำงกลับถน่ิ เดิมแลว้ ต่ำงตัง้ ตวั เปน็ ครสู อนวิทยำยทุ ธและศำสนำอสิ ลำม ปรำกฏวำ่ มีผูส้ นใจสมัครฝกึ ฝนกำรตอ่ ส้แู บบสลิ ะจนเปน็ ท่ีแพร่หลำย
ออกไปตำมลำดับ เมือ่ จะฝึกสลิ ะ ผสู้ มัครใจต้องนำไหวค้ รู โดยนำผำ้ ขำว ขำ้ วสมำงัด ด้ำยขำว และแหวน 1 วง มำมอบใหก้ ับครฝู ึก ผ้เู ป็นศษิ ย์ใหม่จะต้องมีอำยไุ มน่ อ้ ย
กว่ำ 15 ปี ระยะเวลำที่เรยี น 3 เดือน 10 วัน จงึ จะจบ หลักสูตรกำรสอนนนั้ จะมคี รูสลิ ะคนหนึ่งตอ่ ศิษย์ 14 คน ในรนุ่ หนึ่ง ๆ ผ้ทู ่ีเกง่ ท่สี ดุ จะได้รับแหวนจำกครู และ
ได้รบั เกยี รตเิ ป็นหวั หน้ำทมี และสอนแทนครูได้ กำรแต่งกำยของนักสิละเทำ่ ท่สี งั เกตมุ่งท่ีควำมสวยงำมเปน็ ประกำรสำคญั เช่น มีผำ้ โพกศีรษะ สวมเสอ้ื คอกลมหรอื คอ
ตัง้ นงุ่ กำงเกงขำยำว แล้วมผี ้ำโสร่งเรียกผ้ำชอเกตลำย สดสวยสวมทับพรอ้ มกบั มผี ำ้ ลอื ปกั คำดสะเอวหรือมิฉะนนั้ ก็คำดเขม็ ขดั ทบั โสร่งให้กระชับ นอกจำกน้นั เหนบ็
กรชิ ตำมฉบบั นกั สู้ไทยมสุ ลิม

เรม่ิ ตน้ ด้วยการสาลามตั
ก่อนนกั สลิ ะลงมอื ต่อสู้ ท้งั คูจ่ ะทำควำมเคำรพกนั และกนั เรียกว่ำ “ สำ

ลำมตั ” คอื ตำ่ งสัมผสั มอื แล้วแตะที่หน้ำผำก หลงั จำกนนั้ จงึ เริ่มวำดลวดลำย
รำ่ ยรำตำมศิลปะสลิ ะ บำงครง้ั นักสู้ตำ่ งกระทบื เท้ำให้เกดิ เสยี งหรือมฉิ ะน้ัน
เอำฝำ่ มือตที ตี่ ้นขำของตนเอง เพ่อื ใหเ้ กดิ เสียงขม่ ขวญั ปรปกั ษ์ เมื่อรำไปรำมำ
หรือก้ำวไปถอยมำ ประหนึ่งวำ่ เปน็ กำรลองเชงิ พอสมควรแล้วต่ำงหำทำงพิชติ
คู่ต่อสู้ คอื หำจังหวะให้มือฟำดหรอื ใช้เทำ้ ดนั ร่ำงกำยฝำ่ ยตรงกันข้ำม จงั หวะ
กำรประชดิ ตัวนั้นดเู หมือนว่ำจะห้ำหัน่ กันชวั่ ฟ้ำแลบ ขณะน้ันดนตรีก็โหม
จังหวะกระชั้น พลอยให้คนดูระทึกใจ ฝ่ำยใดทำให้คตู่ อ่ ส้ลู ้มลงหรืออำศยั กำร
ตัดสินจำกผู้ดูรอบสนำมวำ่ เป็นเสียงปรบมอื ใหฝ้ ่ำยใดดงั ฝำ่ ยนนั้ เป็นฝ่ำยชนะ

ประเทศกมั พชู า

• Pradal Serey คืออะไร Pradal Serey เป็นศลิ ปะกำรป้องกันตัวของประเทศ
กมั พูชำซึ่งเปน็ ของครอบครวั ของเอเชยี ตะวันออกเฉียงใต้คิกบ็อกซิง่ ในแง่น้ี Pradal
Serey จะคล้ำยกับมวยไทยเพรำะทัง้ สองของพวกเขำภำยในชนิดเดยี วกนั ของศลิ ปะ
กำรต่อสูท้ ่อี ยใู่ นภูมภิ ำคเอเชยี น้ี แตย่ งั รวมถึงรูปแบบอน่ื ๆ ในประเทศทแ่ี ตกต่ำงกัน
เชน่ กำรดังต่อไป:
Muay Thai in Thailand. มวยไทยในประเทศไทย

• Tomoi in Malaysia. Tomoi ในประเทศมำเลเซีย
• Lao Boxing in Laos. ลำวมวยในประเทศลำว
• Lethwei in Myanmar. Lethwei ในพมำ่

มันอำจเป็นไปได้วำ่ Pradal Serey เก่ำกวำ่ มวยไทยเน่อื งจำกกัมพชู ำเปน็ "กรซี " ของ
คำบสมุทรอินโดจนี และอีกหลำยประเทศ ในวัดองั กอรท์ ีม่ หี ลกั ฐำนของกำรดำรงอยู่
ของมนั ในฐำนะที่เปน็ อำณำจักรเขมรเป็นส่วนใหญข่ องคำบสมุทรอินโดจีนมนั เป็น
ตรรกะของรฐั ทมี่ บี รรพบุรษุ จำกคิกบ็อกซิง่ มีคนเขมรเปน็ ฝ่ำยกัมพชู ำได้รับอิทธิพล
กำรพฒั นำของไทยลำวพม่ำและวัฒนธรรมของประเทศเวยี ดนำม ดว้ ยเหตนุ ี้คน
จำนวนมำกในปจั จุบันกมั พชู ำพจิ ำรณำว่ำมนั เป็น Pradal Serey ศิลปะกำรป้องกัน
ตัวทถ่ี ูกตอ้ งของเอเชยี ตะวันออกเฉียงใต้แมว้ ำ่ มนั จะแสดงให้เหน็ วำ่ พวกเขำสำมำรถ
แตกต่ำงกันในหลำย ๆ ดำ้ น
ในระหวำ่ งกำรประชมุ สุดยอด 1995 ของอำเซียน, สมำคมเอเชยี ตะวนั ออกเฉยี งใต้
องคก์ ำรสหประชำชำติ, กัมพชู ำเสนอใหร้ วมกันเอเชียตะวนั ออกเฉยี งใต้คิกบ็อกซิ่ง
ภำยใตช้ อื่ Sovanna ภูมิ (Golden Land), คำทท่ี ำมำจำกภำษำบำลี, ภำษำของ
บรรพบุรุษทีเ่ ปน็ ทร่ี ำกของทสี่ ดุ ของ เซำทอ์ ีสท์เอเชียเช่นภำษำเขมรและไทย . แต่
ประเทศไทยคดั คำ้ นวำ่ แต่ละประเทศเอเชยี ตะวนั ออกเฉยี งใตม้ สี ไตล์คิกบ็อกซ่งิ ของ
ตัวเองและว่ำประเทศไทยทำคิกบอ็ กซ่ิง ประทว้ งกัมพูชำไม่ได้มสี ่วนร่วมในกำร
แข่งขันระหว่ำงประเทศใด ๆ

ศลิ ปะการป้องกันตัว ศิลปะกฬี ำกำรตอ่ สแู้ บบอำร์นสิ เอสคริม่ำ เป็นศลิ ปะกีฬำกำรตอ่ สู้ทแี่ ตกตำ่ งจำกกำร
ประเทศฟลิ ิปปินส์ ตอ่ สชู้ นดิ อน่ื เน่ืองจำกเปน็ กฬี ำทีใ่ ชอ้ ำวธุ ในกำรทำกำรแข่งขันเปน็ หลกั กอ่ นท่จี ะ
เปล่ยี นมำใช้มอื เปล่ำในกำรเขำ้ ปะทะ และใชเ้ ทคนิคกำรกำ้ วเท้ำหรือฟุตเวิร์คเป็นกำร
หลบหลกี และหำช่องจงั หวะในกำรเขำ้ โจมตอี ีกคร้งั โดยท่ีไมเ่ นน้ กำรป้องกนั แต่เนน้
กำรโจมตีเปน็ หลัก และแรงของกำรเขำ้ ปะทะไมไ่ ด้เกดิ จำกกำรใชพ้ ละกำลงั แตเ่ กิด
จำกกำรใช้ทำ่ ทำงในกำรเคลื่อนไหวเข้ำโจมตี

อำร์นิส หรือ "การประลองแห่งความตาย" คอื ศลิ ปะกำรต่อสู้ประจำชำตขิ อง ฟิลปิ ปินส์ โดยมีควำมโดดเดน่ อยทู่ ีก่ ำรเคลอื่ นไหวและ
กวดั แกวง่ อำวุธพร้อมดว้ ยเทคนิคในกำรปัดปอ้ งและหลบลกี อำรน์ ิส ถกู พฒั นำเรื่อยมำตั้งแตช่ ว่ งปี 1521 ซ่ึงในชว่ งเวลำน้ัน อำรน์ สิ
ไม่ได้ดูเปน็ กฬี ำท่ีแปลกและดเู ปน็ กีฬำต่อสู้ทป่ี ลอดภัยเหมือนในซีเกมส์ 2019 ครงั้ น้ี เพรำะแรกเริม่ นั้นอำวุธทอี่ ย่ใู นมอื หำใชท่ ่อนไม้
และกระบอง ทวำ่ มนั คือมดี ส้นั อำวุธท่ีชำวฟิลิปปนิ ส์ในยคุ นั้นหำได้งำ่ ยทสี่ ดุ
ซงึ่ กำรฝกึ ฝนและกำรตอ่ สูแ้ บบฉบบั ของ อำร์นสิ นเี่ องท่ีชำติชำวเกำะอยำ่ งพวกเขำใชต้ อ่ สกู้ ับกำรรุกรำนของ สเปน โดยกองทัพของ
ยอดนักเดินเรอื อย่ำง เฟอรด์ นิ ำนด์ มำเจลลัน ทใ่ี ชป้ ืนคำบศลิ ำเปน็ อำวุธ จนสำมำรถตำ้ นได้ในชว่ งเวลำหนึ่ง ก่อนจะเป็นฝำ่ ยต้องยอม
ศิโรรำบในภำยหลัง
และหลงั จำกสเปนยดึ ครองสำเรจ็ อำร์นิส ถูกพฒั นำตอ่ ด้วยกำรนำวิชำดำบแบบสเปนมำผสมผสำน ผลกั ดันใหเ้ ป็นศลิ ปะกำรต่อสู้ท่ี
นอกจำกจะใชอ้ ำวุธแล้ว ยังตอ้ งใชค้ วำมเร็วของมอื ในกำรปดั ป้อง รวมถงึ ควำมไวของฟุตเวริ ์กในกำรหลบหลีกดว้ ย เน่ืองจำกแรงใน
กำรเขำ้ ปะทะของ อำรน์ ิส นนั้ ไม่ไดเ้ กดิ จำกกำรใช้พละกำลัง (ยกตัวอยำ่ งเช่น กำรงำ้ งหมดั ชกแบบสดุ แรง) แตเ่ กิดจำกกำรใช้ท่ำทำงใน
กำรเคลื่อนไหวเขำ้ โจมตี


Click to View FlipBook Version