The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

คู่มือการร้องขอตั้งผู้จัดการมรดก

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Gubgift Pitchakorn, 2023-03-16 00:13:44

คู่มือการร้องขอตั้งผู้จัดการมรดก

คู่มือการร้องขอตั้งผู้จัดการมรดก

Keywords: คู่มือการร้องขอตั้งผู้จัดการมรดก

คู่มืคู่ อ มื การ ร้อ ร้ งขอตั้ง ตั้ ผู้จัผู้ด จั การ มรดก


สารบัญ หน้า มรดก 1 การจัดการมรดก 2 การตั้งผู้จัดการมรดก 3 การขอเป็นผู้จัดการมรดก 4 ผู้จัดการมรดกมีได้กี่แบบ 7 บุคคลใดมีอำนาจร้องขอให้ศาลแต่งตั้ง 9 ผู้จัดการมรดกหรือร้องคัดค้านการตั้งผู้จัดการมรดก การรับมรดกแทนที่ 12 หลักการแบ่งมรดก 13 วิธีการแบ่งมรดกอย่างง่ายๆ 14 การแบ่งปันทรัพย์มรดกระหว่างทายาทอาจทำได้ 15


สารบัญ(ต่อ) หน้า การร้องขอตั้งผู้จัดการมรดกจำเป็นต้องมี 16 ทนายความหรือไม่ อำนาจและหน้าที่ของผู้จัดการมรดก 17 หน้าที่ของผู้จัดการมรดก 18 ความสิ้นสุดของการเป็นผู้จัดการมรดก 20 คุณสมบัติของผู้จัดการมรดก 21 เขตอำนาจศาลในการร้องขอตั้งผู้จัดการมรดก 22 เอกสารที่ใช้ในการยื่นคำร้องขอตั้งผู้จัดการมรดก 23 ค่าใช้จ่ายในการร้องขอจัดการมรดก 30 วิธีการและขั้นตอนในการร้องขอตั้งผู้จัดการมรดก 31 การยื่นคำร้องผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ 33 ระยะเวลาในการดำเนินการร้องขอตั้งผู้จัดการมรดก 35 อายุความ 35


คู่มือการร้องขอตั้งผู้จัดการมรดก | 1 มรดก คือ มรดก คือ ทรัพย์สินทุกชนิดของผู้ตาย เช่น ที่ดิน บ้าน รถยนต์ เงินสด รวมทั้งสิทธิ หน้าที่ และความรับผิดต่างๆ เช่น หนี้เงินกู้ หนี้ค่าเช่า ของผู้ตายซึ่งมีอยู่ ก่อนหรือในขณะถึงแก่ความตาย หรือผู้ตายมีรับสิทธิได้รับอยู่แล้วก่อนตาย โดยจะตก ทอดมาสู่ทายาท แต่สำหรับความรับผิดต่างๆนั้น ทายาทรับผิดเท่าที่ไม่เกินทรัพย์ มรดกที่ตกทอดแก่ทายาท เว้นแต่ ทรัพย์สิน สิทธิ หน้าที่ และความรับผิดที่ตาม กฎหมายหรือโดยสภาพแล้ว เป็นการเฉพาะตัวของผู้ตายโดยแท้ เช่น ผู้ตายเป็นเป็น ผู้จัดการมรดกของบิดาผู้ตาย เมื่อผู้ตายถึงแก่ความตาย ความเป็นผู้จัดการมรดกของ บิดา ก็สิ้นไปด้วย ไม่อาจตกสู่ทายาทของผู้ตายได้ เนื่องจากเป็นการเฉพาะตัวของ ผู้ตาย (ป.พ.ป มาตรา 1600)


คู่มือการร้องขอตั้งผู้จัดการมรดก | 2 การจัดการมรดก คือ เมื่อบุคคลใดได้ถึงแก่ความตาย ทรัพย์สิน สิทธิ หน้าที่และความรับผิด ที่เรียกว่า มรดก ของบุคคลนั้นก็จะตกทอดไปแก่ทายาท แม้มรดกจะตกทอดไปยัง ทายาทแล้ว แต่อาจจะมีปัญหาหรือมีเหตุขัดข้องในการจัดการหรือแบ่งมรดกของ ผู้ตาย เช่น ธนาคารไม่ยอมให้ถอดเงินในบัญชีเงินฝากของผู้ตาย หรือสำนักงานที่ดิน ไม่ยอมให้เปลี่ยนแปลงชื่อในทะเบียน จนกว่าศาลจะมีคำสั่งตั้งผู้จัดการมรดกก่อน จึงจะต้องมีบุคคลที่จะเข้ามาเป็นผู้รวบรวมทรัพย์สินของเจ้ามรดกเพื่อแบ่งปัน ทรัพย์สินให้กับทายาทหรือเพื่อชำระหนี้ให้กับเจ้าหนี้ของเจ้ามรดก โดยเรียกบุคคล ดังกล่าวว่า “ผู้จัดการมรดก” เพื่อทำการแบ่งทรัพย์มรดกหรือจัดการชำระหนี้ของ ผู้ตายก่อนนำทรัพย์มาแบ่งแก่ทายาท โดยผู้จัดการมรดกเปรียบเสมือนเป็นตัวแทน ตามกฎหมายของทายาทเจ้ามรดกทุกคน


คู่มือการร้องขอตั้งผู้จัดการมรดก | 3 การตั้งผู้จัดการมรดก คือ การยื่นคำร้องขอต่อศาลกรณีที่เจ้ามรดกถึงแก่ความตายและมีทรัพย์สินตก ทอดแก่ทายาท อาจจะเป็นทายาทโดยธรรมหรือทายาทโดยพินัยกรรม ในกรณีที่ ทรัพย์สินซึ่งมีทะเบียน เช่น โฉนดที่ดิน ทะเบียนรถยนต์ ทะเบียนอาวุธปืน เป็นต้น หรือการที่ธนาคารไม่ยอมให้ดำเนินเกี่ยวกับธุรกรรม ซึ่งทรัพย์สินเหล่านี้ในการจัดการ มรดกเจ้าพนักงานจะไม่ดำเนินการเปลี่ยนแปลงทางทะเบียนหากไม่มีคำสั่งศาลตั้ง ผู้จัดการมรดกตามกฎหมายเสียก่อน ด้วยเหตุขัดข้องดังกล่าวจึงทำให้ต้องมายื่นคำ ร้องขอให้ศาลตั้งผู้จัดการมรดกเสียก่อนเพื่อดำเนินการรวบรวมทรัพย์สินของผู้ตาย นำไปทำการแบ่งปันให้กับทายาทตามที่กฎหมายกำหนดต่อไป


คู่มือการร้องขอตั้งผู้จัดการมรดก | 4 การขอเป็นผู้จัดการมรดก จะขอเป็นผู้จัดการมรดกได้ เมื่อใด เมื่อเจ้ามรดกถึงแก่ความตาย และมีทรัพย์มรดก และมีเหตุขัดข้องที่จะต้อง จัดการมรดกโดยการตายของเจ้ามรดกที่ทายาทสามารถร้องขอเป็นผู้จัดตั้งมรดกได้ แบ่งออกเป็น 2 กรณี


คู่มือการร้องขอตั้งผู้จัดการมรดก | 5 กรณีที่ 1 การตายตามลักษณะธรรมชาติ โดยถือเอาระบบหายใจหยุดทำงาน คือการที่ หัวใจหยุดเต้นไม่ว่าจะป่วยตายถูกฆ่าตาย หรือประสบอุบัติเหตุตาย ก็ถือว่าเป็นการตายโดย ธรรมชาติ ซึ่งการตายอาจจะเกิดกรณีที่บุคคลหลายคนตายร่วมกันในเหตุการณ์เดียว เช่น รถ คว่ำ เรือล่ม เครื่องบินตก เป็นต้น ในกรณีที่มีคนตายหลายคนร่วมกัน บางครั้งก็จะไม่ สามารถบอกได้ว่าใครตายก่อนตายหลัง ซึ่งการตายของบุคคลมีความสำคัญต่อสิทธิในการ รับมรดกและสิทธิอื่นๆ ที่ทายาทของผู้ตายจะได้รับ ดังนั้นจึงจำเป็นต้องทราบถึงเวลาตายที่ แน่นอนด้วย เช่น กรณีที่เกิดรถคว่ำและผู้โดยสารตายหมดทุกคน ถ้าผู้ที่ตายดังกล่าวนั้นเป็น พ่อ แม่ ลูก กัน ซึ่งต่างก็มีสิทธิรับมรดกซึ่งกันและกันได้ ย่อมเกิดปัญหาว่าพ่อแม่ลูก ใครตาย ก่อนกัน ในกรณีเช่นนี้กฎหมายได้กำหนดให้ถือว่าทุกคนตายพร้อมกัน ซึ่งในทางมรดก ถ้าบุคคลหลายคนตายพร้อมกัน ย่อมไม่มีสิทธิรับมรดกซึ่งกันและ กัน เนื่องจากตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1639 “ถ้าบุคคลใดซึ่งจะ เป็นทายาทตามมาตรา 1629 (1) , (3) , (4) หรือ (6) ถึงแก่ความตาย หรือถูกกำจัดมิให้รับ มรดกก่อนเจ้ามรดกตาย ถ้าบุคคลนั้นมีผู้สืบสันดานก็ให้ผู้สืบสันดานรับมรดกแทนที่ ถ้า ผู้สืบสันดานคนใดของบุคคลนั้นถึงแก่ความตาย หรือถูกกำจัดเช่นเดียวกัน ก็ให้ผู้สืบสันดาน ของผู้สืบสันดานนั้นรับมรดกแทนที่ และให้มีการรับมรดกแทนที่กันเฉพาะส่วนแบ่งของ บุคคลเป็นรายๆ สืบต่อกันเช่นนี้ไปจนหมดสาย” ตามมาตรา 1639 จะใช้คำว่า “ตายก่อนเจ้ามรดก” หมายความว่า ต้องเป็นกรณี ตายก่อนเจ้ามรดกเท่านั้น หรือ รวมถึงกรณีตายพร้อมกับเจ้ามรดก ดังนั้นผู้สืบสันดานของ บุคคลที่ตายพร้อมกัน จะไม่มีสิทธิรับมรดกแทนที่เลย ดังนั้นคำว่าตายก่อนเจ้ามรดก ความหมายว่า บุคคลที่จะเป็นทายาทโดยธรรม ไม่มีสภาพบุคคลอยู่ในเวลาที่เจ้ามรดกถึงแก่ ความตาย กล่าวคือตายก่อนและรวมถึงการตายพร้อมกันกับเจ้ามรดก


คู่มือการร้องขอตั้งผู้จัดการมรดก | 6 กรณีที่ 2 การตายโดยผลของกฎหมาย หรือที่เรียกว่า การสาบสูญ คือการที่บุคคลถูกศาล สั่งให้เป็นคน “สาบสูญ” กล่าวคือ ต้องสูญหายไปโดยไม่มีผู้ใดพบเห็นอย่างน้อย 5 ปี หรือ สูญหายไปตามเหตุที่กฎหมายกำหนดให้ลดเวลาเหลือ 2 ปี และผู้มีส่วนได้เสียได้ทำการร้อง ขอต่อศาล ให้ศาลสั่งให้เป็นคนสาบสูญ ตามมาตรา 62 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ซึ่งมีสภาพเท่ากับคนที่ตายไปแล้ว ทำให้ทายาทสามารถรับมรดกของผู้ที่ศาลสั่งให้ตายทาง กฎหมายนี้ได้ ซึ่งในทางมรดก มาตรา 1602 บัญญัติไว้ว่า “เมื่อบุคคลใดต้องถือว่าถึงแก่ความ ตายตามความในมาตรา 62 แห่งประมวลกฎหมายนี้ มรดกของบุคคลนั้นตกทอดแก่ ทายาท” ตามมาตรา 1602 บัญญัติให้การตายโดยสาบสูญ มรดกของบุคคลนั้นตกทอดสู่ ทายาท เช่นเดียวกับการตายธรรมดา ซึ่งในการพิจารณาว่าใครบ้างจะมีสิทธิรับมรดกใน ฐานะทายาท จะต้องพิจารณาในวันที่เจ้ามรดกถึงแก่ความตาย ก็คือวันที่ครบ 5 ปี หรือ 2 ปี แล้วแต่กรณี หากทายาทคนใดตายไปก่อน หรือยังไม่มีสภาพบุคคลย่อมไม่มีสิทธิรับ มรดก


คู่มือการร้องขอตั้งผู้จัดการมรดก | 7 ผู้จัดการมรดกมีได้กี่แบบ และมีอำนาจอย่างไรบ้าง ผู้จัดการมรดกมีได้ 2 แบบ คือ 1.ผู้จัดการมรดกโดยพินัยกรรม ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1712 ผู้จัดการมรดกโดย พินัยกรรมอาจตั้งขึ้นได้ด้วย 2 วิธี (1) โดยผู้ทำพินัยกรรมเอง หมายความว่า เจ้ามรดกเป็นผู้กำหนดว่าใครจะเป็น ผู้จัดการมรดก โดยการระบุไว้ในพินัยกรรม โดยจะต้องระบุให้ชัดเจนว่า จะตั้งบุคคลใดเป็นผู้จัดการมรดก เช่น ข้าพเจ้าขอตั้ง นายยุติธรรม เป็นธรรม ให้เป็นผู้จัดการมรดกของข้าพเจ้า (2) โดยบุคคลซึ่งระบุไว้ในพินัยกรรม ให้เป็นผู้ตั้ง หมายความว่า เจ้ามรดกเป็นผู้ กำหนดให้บุคคลอื่น เป็นผู้ตั้งผู้จัดการมรดกอีกทีหนึ่ง แต่ทั้งนี้ผู้ถูกให้เป็นผู้ตั้ง ผู้จัดการมรดก อาจจะตั้งตนเองเป็นผู้จัดการมรดกของเจ้ามรดกก็ได้ เช่นระบุ ไว้ว่า ให้นายเที่ยงธรรม ซื่อตรง เป็นผู้ตั้งบุคคลใดบุคคลหนึ่งให้เป็นผู้จัดการ มรดกก็ได้ ตามที่นายเที่ยงธรรม ซื่อตรงจะเห็นสมควร โดยการตั้งผู้จัดการมรดกโดยพินัยกรรม เจ้ามรดกอาจตั้งทายาทหรือ บุคคลภายนอกที่มิใช่ทายาทของเจ้ามรดกเป็นผู้จัดการมรดกก็ได้


คู่มือการร้องขอตั้งผู้จัดการมรดก | 8 2.ผู้จัดการมรดกตามคำสั่งศาล ผู้จัดการมรดกโดยคำสั่งศาลมี 2 ประเภทด้วยกัน คือ 1.ผู้จัดการมรดกที่มีอำนาจทั่วไป หมายความว่า ผู้จัดการมรดกที่สามารถจัดการ ทรัพย์มรดกของผู้ตายได้ทั้งหมด 2.ผู้จัดการมรดกที่มีอำนาจเฉพาะ หมายความว่าผู้จัดการมรดกที่มีอำนาจจัดการ ทรัยพ์มรดกอย่างใดอย่างหนึ่งโดยเฉพาะ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1713 ได้กำหนดให้ทายาทหรือ ผู้มี ส่วนได้เสียหรือพนักงานอัยการจะร้องต่อศาลขอให้ตั้งผู้จัดการมรดกก็ได้ ซึ่งเมื่อทายาท หรือผู้เสียได้เสียได้ร้องต่อศาลเพื่อให้ตั้งตนเองหรือบุคคลเป็นผู้จัดการมรดก หรือพนักงาน อัยการได้ร้องต่อศาลให้บุคคลใดเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตาย เมื่อศาลได้มีคำสั่งให้ตั้งบุคคล นั้นเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายแล้ว บุคคลนั้นก็จะคือว่าเป็นผู้จัดการมรดกตามคำสั่งศาล ซึ่งตามบทบัญญัติของมาตรา 1713 มีหลักเกณฑ์ต่อไปนี้ เหตุที่ศาลจะตั้งผู้จัดการมรดก ศาลจะตั้งผู้จัดการมรดกเฉพาะในกรณีที่ทายาท โดยธรรมหรือผู้รับพินัยกรรมได้สูญหาย หรืออยู่นอกอาณาเขต หรือเป็นผู้เยาว์ หรือในกรณี มีเหตุขัดข้องในการจัดการมรดกอย่างใดอย่างหนึ่ง เช่น กรณีที่ธนาคารหรือสำนักงานที่ดิน บอกว่าต้องมีการตั้งผู้จัดการมรดกก่อนจึงจะสามารถดำเนินการถอนเงินหรือเปลี่ยนแปลง ชื่อในโฉนดที่ดินได้ หรือการที่พินัยกรรมของผู้ตายกำหนดให้ทายาทที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ เป็นผู้จัดการมรดก หรือในกรณีที่ทายาทบุคคลใดบุคลลหนึ่งคัดค้านในการแบ่งทรัพย์มรดก หรือมีผู้คัดค้านเกี่ยวกับทรัพย์ที่เป็นมรดก หรือในกรณีที่ข้อกำหนดในพินัยกรรมไม่มี ผลบังคับ เป็นต้น


คู่มือการร้องขอตั้งผู้จัดการมรดก | 9 บุคคลใดมีอำนาจร้องขอให้ศาลแต่งตั้งผู้จัดการมรดก หรือร้องคัดค้านการตั้งผู้จัดการมรดก บุคคลผู้มีอำนาจร้องขอให้ศาลแต่งตั้งผู้จัดการมรดกหรือร้องคัดค้านการตั้งผู้จัดการ มรดก ได้แก่ 1.ทายาท ทายาทที่จะมีสิทธิร้องขอศาลตั้งผู้จัดการมรดก หมายถึง ทายาทที่มีสิทธิ รับมรดกเท่านั้น ซึ่งอาจจะเป็นทายาทโดยธรรมหรือผู้รับพินัยกรรมก็ได้ ทายาทโดย ธรรมไม่ได้หมายถึง ทายาททุกลำดับตามที่กฎหมายกำหนด เพราะถ้ามีทายาทลำดับ ต้นอยู่ ทายาทลำดับหลังย่อมไม่มีสิทธิรับมรดก เช่น ผู้ตายมีทั้งบุตรและพี่น้องร่วม บิดามารดา เช่นนี้จะถือว่าบุตรมีสิทธิได้รับมรดก ส่วนพี่น้องร่วมบิดามารดาจะไม่มี สิทธิรับมรดก ดังนั้นทายาทที่มีสิทธิยื่นคำร้องขอตั้งผู้จัดการมรดกก็คือบุตร และ รวมถึงทายาทที่เสียสิทธิในการรับมรดกไปแล้วด้วย ก็ย่อมไม่มีสิทธิยื่นคำร้องขอตั้ง ผู้จัดการมรดกได้ ทายาทโดยธรรมที่มีสิทธิได้รับมรดก (ป.พ.พ. มาตรา1629) 1.ผู้สืบสันดาน เช่น ลูก หลาน เหลน ลื่อ รวมทั้งบุตรนอกกฎหมายที่บิดาได้ รับรองโดยพฤติการณ์ และบุตรบุญธรรม 2.บิดามารดา (แต่ บิดานอกกฎหมายที่ให้การรับรองโดยพฤติการณ์ ผู้รับบุตรบุญ ธรรม จะไม่ถือว่าเป็นทายาทของบุตรและไม่สิทรับมรดกของบุตรหรือของบุตรบุญธรรม) 3.พี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกัน 4.พี่น้องร่วมบิดา หรือร่วมมารดาเดียวกัน 5.ปู่ ย่า ตา ยาย *โดยถือตามหลักสายโลหิต 6.ลุง ป้า น้า อา 7.คู่สมรส ที่จดทะเบียนสมรสถูกต้องตามกฎหมาย


คู่มือการร้องขอตั้งผู้จัดการมรดก | 10 2.ผู้มีส่วนได้เสีย หมายถึง บุคคลนั้นจะเป็นผู้รับประโยชน์ถ้ามีผู้จัดการมรดกขึ้นมา หรือจะเสียประโยชน์ถ้าไม่มีผู้จัดการมรดก โดยไม่จำเป็นต้องเป็นทายาทโดยธรรมหรือผู้รับ พินัยกรรมโดยตรง ผู้มีส่วนได้เสียอาจเป็นบุคคลดังต่อไปนี้ 1.ผู้สืบสิทธิของทายาท คือ ทายาทของทายาทผู้มีสิทธิรับมรดก เช่น หลานของเจ้า มรดก หรือภรรยาที่ชอบด้วยกฎหมาย 2.ผู้แทนโดยชอบธรรมของทายาท คือ บิดามารดาที่ยังมีอำนาจปกครอง ผู้รับผู้เยาว์ เป็นบุตรบุญธรรม 3.ผู้ปกครองผู้เยาว์ กรณีผู้เยาว์ไม่มีบิดามารดาหรือบิดามารดาถูกถอนอำนาจ ปกครองแล้วมีการตั้งผู้ปกครอง 4.ผู้อนุบาลคนไร้ความสามารถ ผู้อนุบาลเป็นผู้มีอำนาจกระทำการแทนคนไร้ ความสามารถ ผู้อนุบาลจึงเป็นผู้มีส่วนได้เสีย 5.เจ้าหนี้ที่มีสิทธิได้รับชำระหนี้จากกองมรดก 6.ผู้จัดการมรดกตามพินัยกรรม 7.สามีหรือภรรยาที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย(ไม่ได้จดทะเบียนสมรส) หากเป็นผู้หา ทรัพย์สินมาได้ร่วมกัน 8.ผู้มีกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินร่วมกับเจ้ามรดก ผู้มีสิทธิไถ่ถอนทรัพย์ที่จำนำ


คู่มือการร้องขอตั้งผู้จัดการมรดก | 11 3.พนักงานอัยการ พนักงานอัยการ คือ ข้าราชการในสังกัดสำนักงานอัยการสูงสุด ซึ่งเป็นไปตามอำนาจหน้าที่ตามพระราชบัญญัติองค์กรอัยการและพนักงานอัยการ พ.ศ. ๒๕๕๓ มาตรา ๑๔ (๑๐) การที่กฎหมายให้อำนาจพนักงานอัยการยื่นคำร้องขอตั้งผู้จัดการ มรดกได้เป็นเรื่องช่วยเหลือและอำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชน เหตุตามกฎหมายที่จำเป็นจะต้องยื่นคำร้องต่อศาลขอตั้งผู้จัดการมรดก ได้แก่ 1.ทายาทโดยธรรมหรือผู้รับพินัยกรรมได้สูญหายหรือไปอยู่นอกอาณาเขตหรือเป็น ผู้เยาว์ที่ไม่มีผู้ปกครอง 2.เมื่อผู้จัดการมรดกหรือทายาทไม่สามารถหรือเต็มใจที่จะจัดการหรือมีเหตุขัดข้องใน การจัดการมรดกหรือในการแบ่งปันทรัพย์มรดก 3.เมื่อข้อกำหนดพินัยกรรมซึ่งตั้งผู้จัดการมรดกไว้ไม่มีผลบังคับได้ด้วยประการใดๆ


คู่มือการร้องขอตั้งผู้จัดการมรดก | 12 การรับมรดกแทนที่ การรับมรดกแทนที่เป็นกรณีที่ผู้เป็นทายาทโดยธรรมมีสิทธิได้รับมรดกของเจ้ามรดก แต่ได้ตายก่อนเจ้ามรดกหรือถูกกำจัดก่อนเจ้ามรดกตาย ผู้สืบสันดานของผู้นั้นมีสิทธิ รับมรดกแทนที่ในส่วนมรดกของผู้นั้นถ้ามีผู้รับมรดกแทนที่หลายคนก็แบ่งส่วนคนละ เท่าๆกันถ้าผู้สืบสันดานคนใดตายไปเสียก่อนหรือถูกกำจัดมิให้รับมรดกก่อนเจ้ามรดก ตายผู้สืบสันดานของผู้นั้นก็รับมรดกแทนที่ต่อไปอีกทำนองเดียวกันเรื่อยไปเช่นนี้จน หมดสาย โดยการรับมรดกแทนที่กัน ไม่มีในฐานะผู้รับพินัยกรรมมีเฉพาะทายาทโดย ธรรมเท่านั้น ซึ่งการรับมรดกแทนที่กันนั้นมีได้แต่เฉพาะทายาทโดยธรรมในลำดับที่ 1ผู้สืบสันดาน แต่ต้องเป็นผู้สืบสันดานโดยตรง กล่าวคือ ผู้สืบสันดานที่แท้จริงของผู้ นั้น ดังนั้นบุตรบุญธรรมจึงไม่มีสิทธิรับมรดกแทนที่ แต่ถ้าบุตรบุญธรรมมีลูก ลูกของ บุตรบุญธรรมถือว่าเป็นผู้สืบสันดานโดยตรงจึงมีสิทธิรับมรดกแทนที่ได้ลำดับที่ 3 พี่ น้องร่วมบิดามารดาเดียวกัน ลำดับที่ 4 พี่น้องร่วมบิดาหรือร่วมมารดาเดียวกัน หรือ ลำดับที่ 6 ลุง ป้า น้า อา เท่านั้น ส่วนทายาทโดยทำลำดับที่2 บิดามารดา และที่5 ปู่ย่าตายาย ไม่สามรถรับมรดกแทนที่ได้ โดยผู้ที่รับมรดกแทนที่กันต้องมีสภาพบุคคลหรือมีความสามารถรับมรดกอยู่ ในขณะเจ้ามรดกตายหรือเป็นทารกในครรภ์มารดาในขณะเจ้ามรดกตายแล้วภายหลัง เกิดมารอดอยู่


คู่มือการร้องขอตั้งผู้จัดการมรดก | 13 หลักการแบ่งมรดก 1 หากเป็นสินสมรสต้องแบ่งให้คู่สมรสครึ่งหนึ่งก่อน ส่วนที่เหลือจึงเป็นทรัพย์มรดกที่ จะนำมาแบ่งให้แก่ทายาท 2 ทายาทลำดับชั้นก่อน ตัดทายาทลำดับชั้นหลัง โดย ลำดับชั้นที่ 1ผู้สืบสันดาน และ 2บิดามารดา ไม่ตัดกัน 3 หากไม่มีทายาททั้ง 6 ลำดับชั้น ทรัพย์นั้นให้ตกเป็นของแผ่นดิน 4 ทายาทที่มีลำดับชั้นเดียวกันมีสิทธิรับมรดกคนละเท่าๆ กัน 5 ถ้าทายาทลำดับชั้นที่ 1ผู้สืบสันดาน 3พี่น้องร่วมบิดามารดาเดียว 4พี่น้องร่วมบิดา หรือมารดาเดียวกัน หรือ 6ลุง ป้า น้า อา ตายก่อนเจ้ามรดก ทายาทผู้ที่ตายมีสิทธิรับ มรดกแทนที่


คู่มือการร้องขอตั้งผู้จัดการมรดก | 14 วิธีการแบ่งมรดกอย่างง่าย ๆ 1 ถ้ามีทายาทลำดับชั้นที่ 1 ผู้สืบสันดาน คู่สมรสมีสิทธิรับมรดกเหมือนหนึ่งว่าเป็น ทายาทชั้นบุตร 2 ถ้าไม่มีทายาทลำดับชั้นที่ 1 ผู้สืบสันดาน มีเพียงทายาทลำดับชั้นที่ 2 บิดามารดา คู่สมรสมีสิทธิรับมรดกครึ่งหนึ่ง อีกครึ่งหนึ่งเป็นของบิดามารดา 3 ถ้าไม่มีทายาทลำดับชั้นที่ 1 ผู้สืบสันดาน และที่ 2 บิดามารดา คู่สมรสมีสิทธิรับ มรดกครึ่งหนึ่ง อีกครึ่งหนึ่งเป็นของทายาทลำดับชั้นที่ 3 ปู่ ย่า ตา ยาย 4 ถ้าไม่มีทายาทลำดับชั้นที่ 1 ผู้สืบสันดาน ที่ 2 บิดามารดา และที่ 3 ปู่ ย่า ตา ยาย คู่สมรสมีสิทธิรับมรดก 2 ใน 3 ส่วนของทรัพย์มรดก อีก 1 ใน 3 ส่วนของทรัพย์มรดก เป็นของทายาทลำดับชั้นที่ 4 พี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกัน 5 ถ้าไม่มีทายาทลำดับชั้นที่ 1ผู้สืบสันดาน ที่ 2 บิดามารดา ที่ 3 ปู่ ย่า ตา ยาย และ ที่ 4 พี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวคู่สมรสมีสิทธิรับมรดก 2 ใน 3 ส่วนของทรัพย์มรดก อีก 1 ใน 3 ส่วนของทรัพย์มรดก เป็นของทายาทลำดับชั้นที่ 5 พี่น้องร่วมบิดาหรือ มารดาเดียวกัน 6 ถ้าไม่มีทายาทลำดับชั้นที่ 1 ผู้สืบสันดาน ที่ 2 บิดามารดา ที่ 3 ปู่ย่าตายาย ที่ 4 พี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกัน และที่ 5 พี่น้องร่วมบิดาหรือมารดาเดียวกัน คู่สมรสมีสิทธิรับมรดก 2 ใน 3 ส่วนของทรัพย์มรดกอีก 1 ใน 3 ส่วนของทรัพย์มรดก เป็นของทายาทลำดับชั้นที่ 6 7 ถ้าไม่มีทายาทโดยธรรมเลย คู่สมรสได้ทั้งหมด


คู่มือการร้องขอตั้งผู้จัดการมรดก | 15 การแบ่งปันทรัพย์มรดกระหว่างทายาท 1 ทายาทต่างเข้าครอบครองทรัพย์สินเป็นส่วนสัด 2 โดยขายทรัพย์มรดก แล้วเอาเงินที่ขายได้มาแบ่งกันระหว่างทายาท 3 โดยทำสัญญาที่มีหลักฐานเป็นหนังสือลงลายมือชื่อฝ่ายที่ต้องรับผิด (โดยอาจนำ หลักการในเรื่องสัญญาประนีประนอมยอมความมาใช้บังคับ) ผู้จัดการมรดกมีหน้าที่ ต้องรวบรวมทรัพย์มรดกเพื่อแบ่งปันให้แก่ทายาทของเจ้ามรดก ดังนั้นการที่ผู้จัดการ มรดกครอบครองทรัพย์มรดก จึงต้องถือว่าครอบครองแทนทายาทอื่นด้วย จะอ้าง เรื่องอายุความมายันทายาทไม่ได้


คู่มือการร้องขอตั้งผู้จัดการมรดก | 16 การร้องขอตั้งผู้จัดการมรดกจำเป็นต้องมีทนายความหรือไม่ ในกรณีเป็นคดีไม่มีข้อพิพาท คือ ไม่มีผู้ใดคัดค้านการร้องขอเป็น ผู้จัดการมรดกก็ไม่จำต้องมีทนายความ สามารถไปติดต่อนิติกรของแต่ละศาลได้เลย แต่ถ้ามีผู้คัดค้านก็จะถือว่าเป็นคดีมีข้อพิพาท จำเป็นต้องมีทนายความเพื่อเตรียม ข้อกฎหมายและเอกสาร ในการขึ้นศาล


คู่มือการร้องขอตั้งผู้จัดการมรดก | 17 อำนาจและหน้าที่ของผู้จัดการมรดก อำนาจหน้าที่ผู้จัดการมรดก คือ มีสิทธิและอำนาจดำเนินการดุจตนเอง เป็นเจ้าของทรัพย์สินของผู้ตาย ผู้จัดการมรดก มีหน้าที่รวบรวม ทำบัญชี และแบ่งปันทรัพย์สินซึ่งเป็นมรดก ของผู้ตายให้ทายาทผู้มีสิทธิรับมรดกของผู้ตาย และที่สำคัญ ผู้จัดการมรดก ต้องเป็น บุคคลซึ่งศาลมีคำสั่งตั้งให้เป็นผู้จัดการมรดก ผู้จัดการมรดกมีสิทธิและหน้าที่ที่จะทำการอันจำเป็นเพื่อจัดการมรดก โดยทั่วไปและมีหน้าที่รวบรวมทรัพย์มรดกเพื่อแบ่งให้ทายาทโดยธรรมหรือผู้รับ พินัยกรรม ตลอดจนชำระหนี้สินของเจ้ามรดกแก่เจ้าหนี้ ทำบัญชีทรัพย์มรดก และทำ รายการแสดงบัญชีการจัดการและแบ่งมรดก โดยต้องจัดการไปในทางที่เป็น ประโยชน์ แก่มรดก จะทำนิติกรรมใด ๆ ที่เป็นปรปักษ์ต่อกองมรดกไม่ได้ หากผู้จัดการมรดกละเลยไม่ทำการตามหน้าที่ เช่น ปิดบังมรดกต่อทายาท หรือเบียดบังเป็นของตน หรือเพิกเฉยไม่แบ่งมรดกให้แก่ทายาท ทายาทผู้มีสิทธิรับ มรดกหรือผู้มีส่วนได้เสียจะร้องขอให้ศาลมีคำสั่งถอนผู้จัดการมรดก เพราะเหตุ ผู้จัดการมรดกละเลยไม่ทำตามหน้าที่หรือเพราะเหตุอย่างอื่นที่สมควรก็ได้และอาจมี ความผิดอาญามีโทษจำคุกได้


คู่มือการร้องขอตั้งผู้จัดการมรดก | 18 หน้าที่ของผู้จัดการมรดก โดยเริ่มนับตั้งแต่วันที่ศาลได้มีคำสั่ง 1.จัดทำบัญชีทรัพย์มรดก ภายใน 15 วัน และต้องจัดทำให้เสร็จภายใน 1 เดือน หากไม่เสร็จก็สามารถขออนุญาตต่อศาลขยายระยะเวลาอีกได้โดยบัญชีทรัพย์ มรดก ต้องมีพยานรับรอง 2 คน โดยต้องเป็นทายาทที่มีส่วนได้เสียในกองมรดกด้วย และต้องประกอบด้วย รายการแสดงทรัพย์สิน สิทธิเรียกร้อง เงิน มูลค่า และแจ้งจำนวนเจ้าหนี้ เป็นเงินรวมเท่าใด ถ้ามิได้จัดทำให้เสร็จภายในกำหนดเวลา และตามแบบที่กำหนดหรือบัญชีไม่เป็นที่พอใจแก่ศาล เพราะความประมาทเลินเล่อ อย่างร้ายแรงหรือการทุจริต หรือความไม่สามารถของผู้จัดการมรดก ศาลจะถอน ผู้จัดการมรดกก็ได้ 2.ต้องจัดการทำรายงานแสดงบัญชีการจัดการ และแบ่งปันมรดกแก่ทายาท ทั้งหมด ให้เสร็จสิ้นภายใน 1 ปี นับแต่วันที่ศาลได้มีคำสั่งตั้ง โดยจำนวนเสียงข้างมาก ของทายาท หรือศาลจะกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น 3.ผู้จัดการมรดกไม่มีสิทธิที่จะได้รับบำเหน็จจากกองมรดก เว้นแต่พินัยกรรม หรือทายาทจำนวนเสียงข้างมากจะได้กำหนดไว้ 4.จะทำนิติกรรมใดๆ ซึ่งตนมีส่วนได้เสียเป็นปฏิปักษ์ต่อกองมรดกไม่ได้ เว้นแต่พินัยกรรมจะได้อนุญาตไว้หรือได้รับอนุญาตจากศาล 5.ต้องจัดการมรดกด้วยตนเอง


คู่มือการร้องขอตั้งผู้จัดการมรดก | 19 6.ถ้าผู้จัดการมรดกเข้าทำนิติกรรมกับบุคคลภายนอก โดยเห็นแก่ทรัพย์สิน อย่างใดๆ หรือประโยชน์อื่นใดอันบุคคลภายนอกได้ให้ หรือได้ให้คำมั่นว่าให้เป็นลาภ ส่วนตัวย่อมไม่ผูกพันทายาท เว้นแต่ทายาทจะได้ยินยอม 7.ต้องสืบหาโดยสมควรซึ่งตัวผู้มีส่วนได้เสีย และแจ้งไปให้ทราบถึงข้อกำหนด พินัยกรรมที่เกี่ยวกับผู้มีส่วนได้เสียนั้นภายในเวลาอันสมควร 8.ทายาทจะต้องบอกทรัพย์สินมรดกและหนี้สินของผู้ตายตามที่ตนรู้ทั้งหมด แก่ผู้จัดการมรดก 9.ผู้จัดการมรดกต้องจัดแบ่งสินมรดกและมอบโดยเร็วโดยชำระหนี้กองมรดก เสียก่อน


คู่มือการร้องขอตั้งผู้จัดการมรดก | 20 ความสิ้นสุดของการเป็นผู้จัดการมรดก 1. เสียชีวิต 2. ลาออก ซึ่งต้องได้รับอนุญาตจากศาล แต่หากมีความเสียหายเกิดขึ้นในระหว่าง ทำหน้าที่ ก็ต้องรับผิดชอบในความเสียหาย 3. ศาลมีคำสั่งถอน อาจจะเนื่องจากละเลยไม่กระทำตามหน้าที่ หรือปกปิด ทรัพย์มรดก ยักยอกทรัพย์มรดก 4. ตกเป็นบุคคลผู้มีคุณสมบัติต้องห้าม เช่น บุคคลไร้หรือเสมือนไร้ความสามารถ ตกเป็นบุคคลล้มละลาย เป็นต้น


คู่มือการร้องขอตั้งผู้จัดการมรดก | 21 คุณสมบัติของผู้จัดการมรดก 1. ต้องบรรลุนิติภาวะ ต้องอายุ 20 ปีบริบูรณ์ 2. ไม่เป็นคนวิกลจริต หรือ ไม่เป็นบุคคลที่ศาลสั่งให้เป็นคนไร้ความสามารถ หรือคน เสมือนไร้ความสามารถ 3. ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย เพิ่มเติม ผู้จัดการมรดกไม่จำเป็นต้องเป็นทายาท แต่ผู้มีสิทธิร้องขอต่อศาล ต้องเป็น ทายาทหรือผู้มีส่วนได้เสีย โดยอาจขอให้ศาลตั้งใครก็ได้ เป็นผู้จัดการมรดก


คู่มือการร้องขอตั้งผู้จัดการมรดก | 22 เขตอำนาจศาล เอกสาร ขั้นตอน วิธีการ ร้องขอตั้ง ผู้จัดการมรดก เขตอำนาจศาลในการร้องขอตั้งผู้จัดการมรดก ในการร้องขอตั้งผู้จัดการมรดก ผู้ร้องต้องร้องต่อศาลที่มีเขตอำนาจ ดังนี้ 1.กรณีที่เจ้ามรดกมีภูมิลำเนาอยู่ในประเทศ ให้ยื่นคำร้องต่อศาลที่เจ้ามรดกมี ภูมิลำเนาอยู่ในเขตศาลในขณะถึงแก่ความตาย กล่าวคือ ผู้ตายมีชื่อในทะเบียนในเขต อำนาจศาลไหน ให้ไปยื่นคำร้องที่ศาลที่มีเขตอำนาจ (ป.วิ.พ. มาตรา4 จัตวา วรรค แรก) 2.กรณีที่เจ้ามรดกไม่มีภูมิลำเนาอยู่ในประเทศหรือเป็นชาวต่างชาติ ให้ยื่นคำ ร้องต่อศาลที่ทรัพย์มรดกตั้งอยู่ในเขตศาล เช่น ผู้ตายเป็นคนเยอรมัน มีโฉนดที่ดินใน เขตตลิ่งชัน ดังนั้นจึงต้องมายื่นคำร้องที่ศาลแพ่งตลิ่งชัน เนื่องจากเขตตลิ่งชันอยู่ใน เขตอำนาจศาลแพ่งตลิ่งชัน (ป.วิ.พ. มาตรา 4 จัตวา วรรคสอง)


คู่มือการร้องขอตั้งผู้จัดการมรดก | 23 เอกสารที่ใช้ในการยื่นคำร้องขอตั้งผู้จัดการมรดก -เอกสารของผู้ร้อง -เอกสารของผู้ตาย -เอกสารทรัพย์มรดก -บัญชีเครือญาติ -หนังสือให้ความยินยอมของทายาท ในกรณีที่มีทายาทอื่นนอกจากผู้ร้อง -บัญชีพยาน -คำให้การพยานผู้ร้อง -ใบแต่งทนาย ในกรณีที่มีการแต่งตั้งทนายเข้ามาในการดำเนินคดี


คู่มือการร้องขอตั้งผู้จัดการมรดก | 24 เอกสารที่ต้องใช้ประกอบในการยื่นคำร้องขอตั้งผู้จัดการมรดก 1.กรณีบิดาชอบด้วยกฎหมายเสียชีวิต(บิดาเป็นเจ้ามรดก) 1.เอกสารผู้ร้อง -สำเนาทะเบียนบ้านผู้ร้อง หรือ ทะเบียนราษฎร -สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนผู้ร้อง หรือ สำเนาหนังสือเดินทางในกรณีเป็นคนต่างชาติ -สำเนาใบเปลี่ยนชื่อ-สกุลผู้ร้อง 2.เอกสารผู้ตาย -สำเนาบัตรมรณบัตรผู้ตาย -สำเนาทะเบียนบ้านผู้ตาย หรือ ทะเบียนราษฎร -สำเนาใบเปลี่ยนชื่อ-สกุลผู้ตาย -สำเนาทะเบียนสมรส/หย่า ของผู้ตาย -สำเนาทะเบียนรับรองบุตร หรือ ทะเบียนรับบุตรบุญธรรมของผู้ร้อง -พินัยกรรม (ถ้ามี) 3.ทรัพย์มรดก -โฉนดที่ดิน ทะเบียนรถ/ทะเบียนปืน บัญชีเงินฝาก ใบหุ้น สัญญาจำนอง สัญญาซื้อขาย สลากออมสิน 4.บัญชีเครือญาติ *กรณีมีทายาทโดยธรรมเสียชีวิต -สำเนาใบมรณบัตร หรือ หลักฐานการเสียชีวิตของทายาท บิดาผู้ตาย มารดาผู้ตาย ภรรยาผู้ตาย บุตรผู้ตาย 5.หนังสือให้ความยินยอมในการร้องขอจัดการมรดกและเอกสารทายาทโดยธรรมที่ให้ความยินยอม -สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน หรือสำเนาหนังสือเดินทาง ในกรณีเป็นคนต่างชาติ -สำเนาสูติบัตร (กรณีทายาทเป็นผู้เยาว์ไม่มีบัตรประจำตัวประชาชน) -สำเนาทะเบียนบ้าน หรือทะเบียนราษฎร *ในการยื่นคำร้อง ให้ใช้สำเนาอย่างละ 1 ชุด โดยเอกสารของผู้ร้อง ของผู้ตาย ทรัพย์มรดก ใบมรณ บัตรหรือหลักฐานการเสียชีวิตของทายาท ให้ผู้ร้องลงลายมือชื่อรับรองถูกต้อง ส่วนเอกสารประกอบหนังสือให้ ความยินยอม เช่น สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน ให้ทายาทลงลายมือชื่อรับรองให้ถูกต้อง


คู่มือการร้องขอตั้งผู้จัดการมรดก | 25 2.กรณีบิดาไม่ชอบด้วยกฎหมายเสียชีวิต(บิดาไม่ได้จดทะเบียนสมรสกัมารดา) 1.เอกสารผู้ร้อง -สำเนาทะเบียนบ้านผู้ร้อง หรือ ทะเบียนราษฎร -สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนผู้ร้อง หรือ สำเนาหนังสือเดินทางในกรณีเป็นคนต่างชาติ -สำเนาใบเปลี่ยนชื่อ-สกุลผู้ร้อง -สำเนาสติบัตรของผู้ร้อง 2.เอกสารผู้ตาย -สำเนาบัตรมรณบัตรผู้ตาย -สำเนาทะเบียนบ้านผู้ตาย หรือ ทะเบียนราษฎร -สำเนาใบเปลี่ยนชื่อ-สกุลผู้ตาย -พินัยกรรม (ถ้ามี) 3.ทรัพย์มรดก -โฉนดที่ดิน ทะเบียนรถ/ทะเบียนปืน บัญชีเงินฝาก ใบหุ้น สัญญาจำนอง สัญญาซื้อขาย สลากออมสิน 4.บัญชีเครือญาติ *กรณีมีทายาทโดยธรรมเสียชีวิต -สำเนาใบมรณบัตร หรือ หลักฐานการเสียชีวิตของทายาท บิดาผู้ตาย มารดาผู้ตาย ภรรยาผู้ตาย บุตรผู้ตาย 5.หนังสือให้ความยินยอมในการร้องขอจัดการมรดก และเอกสารประกอบเกี่ยวกับทายาทโดย ธรรมที่ให้ความยินยอม -สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน หรือ สำเนาหนังสือเดินทาง ในกรณีเป็นคนต่างชาติ -สำเนาสูติบัตร (กรณีทายาทเป็นผู้เยาว์ไม่มีบัตรประจำตัวประชาชน) -สำเนาทะเบียนบ้าน หรือ ทะเบียนราษฎร *ในการยื่นคำร้อง ให้ใช้สำเนาอย่างละ 1 ชุดโดยเอกสารของผู้ร้องของผู้ตายทรัพย์มรดก ใบมรณบัตรหรือหลักฐานการเสียชีวิตของทายาทให้ผู้ร้องลงลายมือชื่อรับรองถูกต้องส่วนเอกสาร ประกอบหนังสือให้ความยินยอม เช่น สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน ให้ ทายาทลงลายมือชื่อรับรองให้ถูกต้อง


คู่มือการร้องขอตั้งผู้จัดการมรดก | 26 3.กรณีมารดาเสียชีวิต 1.เอกสารผู้ร้อง -สำเนาทะเบียนบ้านผู้ร้อง หรือ ทะเบียนราษฎร -สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนผู้ร้อง หรือ สำเนาหนังสือเดินทาง ในกรณีเป็นคนต่างชาติ -สำเนาใบเปลี่ยนชื่อ-สกุลผู้ร้อง 2.เอกสารผู้ตาย -สำเนาบัตรมรณบัตรผู้ตาย -สำเนาทะเบียนบ้านผู้ตาย หรือ ทะเบียนราษฎร -สำเนาใบเปลี่ยนชื่อ-สกุลผู้ตาย -สำเนาทะเบียนสมรส/หย่าของผู้ตาย -พินัยกรรม(ถ้ามี) 3.ทรัพย์มรดก -โฉนดที่ดิน ทะเบียนรถ/ทะเบียนปืน บัญชีเงินฝาก ใบหุ้น สัญญาจำนอง สัญญาซื้อขาย สลากออมสิน 4.บัญชีเครือญาติ *กรณีมีทายาทโดยธรรมเสียชีวิต -สำเนาใบมรณบัตร หรือ หลักฐานการเสียชีวิตของทายาท บิดาผู้ตาย มารดาผู้ตาย ภรรยาผู้ตาย บุตรผู้ตาย 5.หนังสือให้ความยินยอมในการร้องขอจัดการมรดก และเอกสารประกอบเกี่ยวกับทายาทโดย ธรรมที่ให้ความยินยอม -สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน หรือ สำเนาหนังสือเดินทาง ในกรณีเป็นคนต่างชาติ -สำเนาสูติบัตร (กรณีทายาทเป็นผู้เยาว์ไม่มีบัตรประจำตัวประชาชน) -สำเนาทะเบียนบ้าน หรือ ทะเบียนราษฎร *ในการยื่นคำร้อง ให้ใช้สำเนาอย่างละ 1 ชุด โดยเอกสารของผู้ร้อง ของผู้ตาย ทรัพย์ มรดก ใบมรณบัตรหรือหลักฐานการเสียชีวิตของทายาท ให้ผู้ร้องลงลายมือชื่อรับรองถูกต้อง ส่วนเอกสารประกอบหนังสือให้ความยินยอม เช่น สำเนาบัตรประจำตัวประช าชน สำเนาทะเบียนบ้าน ให้ทายาทลงลายมือชื่อรับรองให้ถูกต้อง


คู่มือการร้องขอตั้งผู้จัดการมรดก | 27 4.กรณีบุตรเสียชีวิต 1.เอกสารผู้ร้อง -สำเนาทะเบียนบ้านผู้ร้อง หรือ ทะเบียนราษฎร -สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนผู้ร้อง หรือ สำเนาหนังสือเดินทาง ในกรณีเป็นคนต่างชาติ -สำเนาใบเปลี่ยนชื่อ-สกุลผู้ร้อง -สำเนาทะเบียนสมรส/หย่าของผู้ร้อง 2.เอกสารผู้ตาย -สำเนาบัตรมรณบัตรผู้ตาย -สำเนาทะเบียนบ้านผู้ตาย หรือ ทะเบียนราษฎร -สำเนาใบเปลี่ยนชื่อ-สกุลผู้ตาย -สำเนาทะเบียนสมรส/หย่าของผู้ตาย -สำเนาสูติบัตรของผู้ตาย หรือ ทะเบียนรับรองบุตร -พินัยกรรม (ถ้ามี) 3.ทรัพย์มรดก -โฉนดที่ดิน ทะเบียนรถ/ทะเบียนปืน บัญชีเงินฝาก ใบหุ้น สัญญาจำนอง สัญญาซื้อขาย สลากออมสิน 4.บัญชีเครือญาติ *กรณีมีทายาทโดยธรรมเสียชีวิต -สำเนาใบมรณบัตร หรือ หลักฐานการเสียชีวิตของทายาท บิดาผู้ตาย มารดาผู้ตาย ภรรยาผู้ตาย บุตรผู้ตาย 5.หนังสือให้ความยินยอมในการร้องขอจัดการมรดก และเอกสารประกอบเกี่ยวกับทายาทโดย ธรรมที่ให้ความยินยอม -สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน หรือ สำเนาหนังสือเดินทาง ในกรณีเป็นคนต่างชาติ -สำเนาสูติบัตร (กรณีทายาทเป็นผู้เยาว์ไม่มีบัตรประจำตัวประชาชน) -สำเนาทะเบียนบ้าน หรือ ทะเบียนราษฎร **ในการยื่นคำร้อง ให้ใช้สำเนาอย่างละ 1 ชุด โดยเอกสารของผู้ร้อง ของผู้ตาย ทรัพย์ มรดก ใบมรณบัตรหรือหลักฐานการเสียชีวิตของทายาท ให้ผู้ร้องลงลายมือชื่อรับรองถูกต้อง ส่วนเอกสารประกอบหนังสือให้ความยินยอม เช่น สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน ให้ทายาทลงลายมือชื่อรับรองให้ถูกต้อง


คู่มือการร้องขอตั้งผู้จัดการมรดก | 28 5.กรณีคู่สมรสเสียชีวิต 1.เอกสารผู้ร้อง -สำเนาทะเบียนบ้านผู้ร้อง หรือ ทะเบียนราษฎร -สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนผู้ร้อง หรือ สำเนาหนังสือเดินทาง ในกรณีเป็นคนต่างชาติ -สำเนาใบเปลี่ยนชื่อ-สกุลผู้ร้อง -สำเนาทะเบียนสมรส ของผู้ตาย 2.เอกสารผู้ตาย -สำเนาบัตรมรณบัตรผู้ตาย -สำเนาทะเบียนบ้านผู้ตาย หรือ ทะเบียนราษฎร -สำเนาใบเปลี่ยนชื่อ-สกุลผู้ตาย -พินัยกรรม (ถ้ามี) 3.ทรัพย์มรดก -โฉนดที่ดิน ทะเบียนรถ/ทะเบียนปืน บัญชีเงินฝาก ใบหุ้น สัญญาจำนอง สัญญาซื้อขาย สลากออมสิน 4.บัญชีเครือญาติ *กรณีมีทายาทโดยธรรมเสียชีวิต -สำเนาใบมรณบัตร หรือ หลักฐานการเสียชีวิตของทายาท บิดาผู้ตาย มารดาผู้ตาย ภรรยาผู้ตาย บุตรผู้ตาย 5.หนังสือให้ความยินยอมในการร้องขอจัดการมรดก และเอกสารประกอบเกี่ยวกับทายาทโดย ธรรมที่ให้ความยินยอม -สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน หรือ สำเนาหนังสือเดินทาง ในกรณีเป็นคนต่างชาติ -สำเนาสูติบัตร (กรณีทายาทเป็นผู้เยาว์ไม่มีบัตรประจำตัวประชาชน) -สำเนาทะเบียนบ้าน หรือ ทะเบียนราษฎร *ในการยื่นคำร้อง ให้ใช้สำเนาอย่างละ 1 ชุด โดยเอกสารของผู้ร้อง ของผู้ตาย ทรัพย์ มรดก ใบมรณบัตรหรือหลักฐานการเสียชีวิตของทายาท ให้ผู้ร้องลงลายมือชื่อรับรองถูกต้อง ส่วนเอกสารประกอบหนังสือให้ความยินยอม เช่น สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน สำเนา ทะเบียนบ้าน ให้ทายาทลงลายมือชื่อรับรองให้ถูกต้อง


คู่มือการร้องขอตั้งผู้จัดการมรดก | 29 6.กรณีพี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกันเสียชีวิต 1.เอกสารผู้ร้อง -สำเนาทะเบียนบ้านผู้ร้อง หรือ ทะเบียนราษฎร -สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนผู้ร้อง หรือ สำเนาหนังสือเดินทาง ในกรณีเป็นคนต่างชาติ 2.เอกสารผู้ตาย -สำเนาบัตรมรณบัตรผู้ตาย -สำเนาทะเบียนบ้านผู้ตาย หรือ ทะเบียนราษฎร -สำเนาใบเปลี่ยนชื่อ-สกุลผู้ตาย -สำเนาทะเบียนสมรส/หย่า/รายการข้อมูลการทะเบียนสมรสของผู้ตาย -พินัยกรรม(ถ้ามี) 3.ทรัพย์มรดก -โฉนดที่ดิน ทะเบียนรถ/ทะเบียนปืน บัญชีเงินฝาก ใบหุ้น สัญญาจำนอง สัญญาซื้อขาย สลากออมสิน 4.บัญชีเครือญาติ *กรณีมีทายาทโดยธรรมเสียชีวิต -สำเนาใบมรณบัตร หรือ หลักฐานการเสียชีวิตของทายาท บิดาผู้ตาย มารดาผู้ตาย ภรรยาผู้ตาย บุตรผู้ตาย พี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกันกับผู้ตาย 5.หนังสือให้ความยินยอมในการร้องขอจัดการมรดก และเอกสารประกอบเกี่ยวกับทายาทโดย ธรรมที่ให้ความยินยอม -สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน หรือ สำเนาหนังสือเดินทาง ในกรณีเป็นคนต่างชาติ -สำเนาทะเบียนบ้าน หรือทะเบียนราษฎร *ในการยื่นคำร้อง ให้ใช้สำเนาอย่างละ 1 ชุด โดยเอกสารของผู้ร้อง ของผู้ตาย ทรัพย์มรดก ใบมรณบัตรหรือหลักฐานการเสียชีวิตของทายาท ให้ผู้ร้องลงลายมือชื่อรับรอง ถูกต้อง ส่วนเอกสารประกอบหนังสือให้ความยินยอม เช่น สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน ให้ทายาทลงลายมือชื่อรับรองให้ถูกต้อง


คู่มือการร้องขอตั้งผู้จัดการมรดก | 30 ค่าใช้จ่ายในการร้องขอจัดการมรดก ค่าใช้จ่ายในวันยื่นคำร้อง -ค่าขึ้นศาลเจ้ามรดกคนละ 200 บาท กล่าวคือ การร้องเป็นผู้จัดการมรดกของเจ้า มรดก 1 คน ต้องจ่ายค่าขึ้นศาล 200 บาท ถ้าร้องเป็นผู้จัดการมรดกของเจ้ามรดก 2 คน ก็จ่ายค่าขึ้นศาล 400 บาท -ค่าส่งหมายนัดและสำเนาคำร้อง ในกรณีที่ทายาทลงลายมือชื่อให้ความยินยอม ไม่ครบ หรือมีการคัดค้าน หรือไม่ให้ความยินยอมในการร้องขอจัดการมรดก โดยค่านำ หมายจะขึ้นอยู่ตามอัตราค่านำหมายแต่ละศาล ตามระยะใกล้-ไกลในการนำส่งหมาย ค่าใช้จ่ายหลังศาลมีคำสั่ง -ค่าใช้จ่ายในการขอคัดคำสั่งศาล และหนังสือคดีถึงที่สุด ฉบับละ 50 บาท -ค่ารับรองสำเนาถูกต้อง ฉบับละ 50 บาท


คู่มือการร้องขอตั้งผู้จัดการมรดก | 31 วิธีการและขั้นตอนในการร้องขอตั้งผู้จัดการมรดก การยื่นคำร้องขอตั้งผู้จัดการมรดก มีได้ 2 วิธี 1.การยื่นคำร้องเองที่ศาล -ผู้ร้องจัดเตรียมคำร้อง เอกสารของผู้ร้อง เอกสารของผู้ตาย ทรัพย์มรดก บัญชีเครือญาติ หนังสือให้ความยินยอม คำให้การ ให้ครบถ้วน และนำคำร้องและเอกสาร ทั้งหมดมายื่นที่งานรับฟ้องของศาลที่มีเขตอำนาจศาล -เมื่อมีการยื่นคำร้องขอตั้งผู้จัดการมรดกแล้ว เจ้าหน้าที่ศาลส่วนงานรับฟ้อง โดยทั่วไปจะกำหนดวันนัดไต่สวนประมาณ 30 วัน เว้นแต่มีเหตุต้องมีการส่งหมายนัดและ สำเนาคำร้องไปยังทายาทอื่น ในกรณีที่มีการส่งหมายไปในพื้นที่ในเขตอำนาจศาลที่ยื่นคำ ร้อง เจ้าหน้าที่ศาลจะนัดวันนัดไต่สวนไม่เกิน 30 วัน แต่ถ้าในกรณีที่ส่งหมายไปยังนอกเขต พื้นที่ในเขตอำนาจศาลที่ยื่นคำร้อง เจ้าหน้าที่ศาลจะนัดวันไต่สวนไม่เกิน 45 วัน -ในกรณีที่ผู้ร้องได้เขียนคำร้องขอให้ประกาศนัดไต่สวนโดยวิธีการลงโฆษณาทาง สื่อเทคโนโลยีสารสนเทศ ศาลจะทำการประกาศโฆษณาลงสื่อเทคโนโลยีสารสนเทศ เพื่อให้ บุคคลใดที่จะทำการคัดค้านการร้องขอจัดการมรดก ได้ยื่นคำร้องคัดค้านต่อศาลภายในนัด -เมื่อถึงวันนัดไต่สวน ให้ผู้ร้องมาศาลพร้อมทั้งนำเอกสารของผู้ร้อง เอกสารของ ผู้ตาย ทรัพย์มรดก ฉบับจริงมาศาลทั้งหมด โดยศาลจะใช้เวลาในการไต่สวนประมาณ 1 ชั่วโมง เว้นแต่มีการคัดค้าน หรือมีเหตุอย่างอื่น ศาลอาจจะนัดไต่สวนอีกครั้ง หรือนัดสืบพยานผู้ร้อง ผู้คัดค้านเป็นลำดับต่อไป


คู่มือการร้องขอตั้งผู้จัดการมรดก | 32 -เมื่อมีการไต่สวนคำร้องหรือสืบพยาน พิจารณาคดีเสร็จเรียบร้อยแล้ว ศาลอาจมี คำสั่งตั้งผู้จัดการมรดกให้ผู้ร้องหรือบุคคลใดเป็นเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตาย ตามประมวล กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1713 เพื่อให้มีสิทธิและหน้าที่ตามกฎหมาย ภายในวัน ไต่สวน หรือภายใน15 วันนับแต่วันไต่สวนหรือวันที่คดีเสร็จสิ้น และ นับแต่วันที่ศาลได้มี คำสั่ง ถ้าไม่มีผู้มาคัดค้านคำสั่งตั้งผู้จัดการมรดก ศาลจะออกหนังสือคดีถึงที่สุด ภายใน 40 วัน -เมื่อศาลมีหนังสือคดีถึงที่สุดแล้ว ผู้ร้องสามารถขอคัดถ่ายคำสั่งศาลและใบรับรอง คดีถึงที่สุด เพื่อนำไปจัดการทรัพย์มรดก


คู่มือการร้องขอตั้งผู้จัดการมรดก | 33 2.การยื่นคำร้องผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ เป็นกรณีที่ผู้ร้อง ร้องตนเองเป็นผู้จัดการมรดก และทายาททุกคนให้ความ ยินยอมให้ผู้ร้องเป็นผู้จัดการมรดก และกรณีมีข้อกำหนดในพินัยกรรมให้ผู้ร้องเป็นผู้จัดการมรดก -ผู้ร้องต้องลงทะเบียน ผ่านแอปพลิเคชัน Coj Connect พร้อมยืนยันตัวตนผ่าน แอปพลิเคชัน -เมื่อผู้ร้องละเบียนและยืนตัวตนเรียบร้อยแล้ว ให้ผู้ร้องเข้าเว็บไซต์ https://efiling3.coj.go.th/citizen/login และเข้าสู่ระบบ -ให้ผู้ร้องเลือกเมนู ยื่นคำร้องขอคีจัดการมรดก -ให้ผู้ร้องกรอกข้อมูลเอกสารของผู้ร้อง เอกสารของผู้ตาย ทรัพย์มรดก บัญเครือ ญาติ หนังสือให้ความยินยอมในกรณีที่มีทายาทอื่นด้วย พร้อมอัปโหลดไฟล์เอกสารตามที่ กำหนดไว้ในระบบ -ให้ผู้ร้องกดเลือกส่งคำร้องให้เจ้าหน้าที่เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบความถูกต้อง ของข้อมูลและเอกสารที่แนบในระบบ -เมื่อเจ้าหน้าที่ตรวจสอบเรียบร้อยแล้ว จะส่งกลับให้ผู้ร้องยืนยันการยื่นคำร้องขอ และให้ผู้ร้องดำเนินการชำระเงินค่าธรรมเนียม -หลังจากนั้นผู้ร้องสามารถติดตามสถานะของรายการที่ยื่น ที่เมนู ฉบับร่างและผล การยื่น ระบบจะแสดงผลการค้นหาข้อมูล


คู่มือการร้องขอตั้งผู้จัดการมรดก | 34 -หลังจากศาลมีคำสั่งรับคำร้องขอแล้ว ผู้ร้องสามารถขอดูข้อมูลคดี ได้ที่เมนู ข้อมูลคดียื่นขอคัดถ่ายเอกสาร -เมื่อผู้ร้องรู้วันนัดไต่สวนแล้ว ให้ผู้ร้องมาศาลหรือติดต่อศูนย์หน้าบัลลังก์ เพื่อดำเนินการไต่สวนคำร้อง โดยนำเอกสารของผู้ร้อง ของผู้ตาย ทรัพย์มรดก ฉบับจริงมาไต่สวนด้วย -เมื่อมีการไต่สวนคำร้องเสร็จแล้ว ศาลอาจมีคำสั่งตั้งผู้จัดการมรดกให้ผู้ร้องเป็น ผู้จัดการมรดกของผู้ตาย ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1713 เพื่อให้มี สิทธิและหน้าที่ตามกฎหมาย ภายในวันไต่สวน หรือภายใน15 วันนับแต่วันไต่สวนหรือวันที่ คดีเสร็จสิ้น และ นับแต่วันที่ศาลได้มีคำสั่ง ถ้าไม่มีผู้มาคัดค้านคำสั่งตั้งผู้จัดการมรดก ศาลจะออกหนังสือคดีถึงที่สุด ภายใน 40 วัน -เมื่อศาลได้ออกหนังสือรับรองคดีถึงที่สุดแล้ว ผู้ร้องจะมาขอคัดถ่ายที่ศาลเอง หรือผู้ร้องสามารถยื่นขอคัดถ่ายคำสั่งศาลและใบรับรองคดีถึงที่สุดได้ที่ เว็บไซต์https://efiling3.coj.go.th/citizen/login โดยอาจะมาขอรับเองที่ศาลหรืออาจ ให้ส่งทางไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ เพื่อนำไปจัดการทรัพย์มรดก


คู่มือการร้องขอตั้งผู้จัดการมรดก | 35 ระยะเวลาในการดำเนินการร้องขอตั้งผู้จัดการมรดก ตามขั้นตอนดังกล่าวจะใช้ระยะเวลาในการดำเนินการประมาณ 2-3เดือนแล้วแต่ กรณี อายุความ คดีมรดก 1 ปี จัดการมรดก 5 ปี แต่ไม่เกิน 10 ปีคดีเกี่ยวกับการจัดการ มรดก คือ คดีที่เกี่ยวกับกรณีพิพาทในเรื่องการจัดการมรดกของผู้จัดการมรดกนั้น ไม่ ชอบหรือไม่ โอนให้ทายาทถูกต้อง ครบถ้วน หรือไม่ เป็นคดีที่ฟ้องผู้จัดการมรดก โดย มิให้ทายาทฟ้องเกินกว่า 5 ปี นับแต่การจัดการมรดกเสร็จสิ้นลงตามมาตรา 1733 วรรคสอง แต่ถ้าเป็นการฟ้องให้แบ่งทรัพย์มรดกแก่ทายาท ไม่ใช่คดีเกี่ยวกับการ จัดการมรดก แต่เป็นคดีมรดก มีอายุความ 1 ปี นับแต่วันได้รู้หรือควรได้รู้ความตาย ของเจ้ามรดก ตาม ป.พ.พ.มาตรา 1754 แต่ไม่เกินกำหนด 10 ปีนับแต่เจ้ามรดกถึง แก่ความตาย


คู่มือการร้องขอตั้งผู้จัดการมรดก | 36


จัดทำ โดย นางสาว พิชชากร สุนิพล นิสิตฝึกสหกิจศึกษา ภาคเรียนที่2 ปีการศึกษา 2565 คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยทักษิณ


Click to View FlipBook Version