คำนำ
โปรแกรมนำเสนอ ศึกษาและปฏิบัติเกี่ยวกับการออกแบบโครงร่างเรื่องราว (Story Board) หลัก
การทำงานของโปรแกรมนำเสนอ สร้าง แก้ไข และตกแต่งโดยใช้โปรแกรมนำเสนอใช้เทคนิค
พิเศษ และใส่มัลติมีเดียเพื่อการนำเสนอ โดยผู้เรียบเรียงได้ศึกษาค้นคว้าและนำเสนอเนื้อหาสาระ
สำคัญพร้อมภาพประกอบตรงตามหัวข้อต่างๆ ตามหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.)
พุทธศักราช 2562 ของสำนักงานคณะกรรมการอาชีวศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ
หนังสือเล่มนี้ มีประโยชน์ต่อการจัดการเรียนการสอนตามหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ
เป็นอย่างยิ่ง เพราะจะช่วยทำให้ผู้เรียนสามารถนำหนังสือเล่มนี้ไปศึกษาและเรียนรู้ด้วยตนเองได้
ช่วยให้ผู้สอนสามารถให้คำแนะนำ คำปรึกษาที่ถูกตรงตามคำถามข้อสงสัยของผู้เรียนตลอดจน
ทำให้ผู้สอนสามารถจัดการเรียนการสอนได้อย่างเหมาะสม และมีประสิทธิภาพตรงตามเนื้อหาวิชา
ตรงตามจุดมุ่งหมายของหลักสูตรตามสภาพของผู้เรียน ช่วยทำให้เกิดการเรียนรู้และมีผลสำเร็จที่
ดียิ่งขึ้น
ผู้เรียบเรียงขอขอบพระคุณผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการจัดทำหนังสือเล่มนี้ทุกท่าน ได้แก่ ผู้
แนะนำการเขียน ผู้ทรงคุณวุฒิที่ตรวจสอบความถูกต้อง เจ้าของหนังสือที่ผู้เรียบเรียงใช้อ้างอิงตาม
รายชื่อ และเว็บไซต์ต่างๆ ในบรรณานุกรมท้ายเล่ม ตลอดจนบิดามารดาผู้ให้กำเนิดสนับสนุนการ
ศึกษาและครูอาจารย์ผูู้อบรมสั่งสอนทุกๆท่าน
practice interests and
talents 3 times a week
Study multiplication
facts at home
สารบัญ
หน่วย
ที่ 1 1 หน่วยที่ 2 17
2
การออกแบบโครงร่างเรื่องราว 3 หลักการทำงานของโปรแกรมนำเสนอ 19
3 - แบบทดสอบก่อนเรียน 19
(STOR BOARD) 3 -บทนำ 19
4 20
-แบบทดสอบก่อนเรียน 4 1. ความหมายของการนำเสนอข้อมูล 20
-บทนำ 2. ความสำคัญของการนำเสนอข้อมูล 20
ๅ. ความหมายของ story board 5 3. จุดมุ่งหมายของการนำเสนอมูล 20
2.หลักการเขียน stoy board 10 4. ประเภทของการนำเสนอข้อมูล 21
3.สิ่งาำคัญที่อยู่ภายใน stoy board 11 5. ลักษณะของการนำเสนอข้อมูล 22
4.ข้อดีของการทำ stoy board 14 6. โปรแกรมที่ใช้ในการนำเสนอ 24
5.การออกแบบ stoy board 7. หลักการออกแบบชิ้นงานนำเสนอ 25
6.แบบฟอร์มการเขียนstoyboard แบบต่างๆ 8. การเตรียมงานก่อนนำเสนอ 26
9. ตัวอย่างแบบการนำแสนอข้อมูล 29
7.การเตรียมข้อมูลสำหรับจัดทำ stoy
board สรุปท้ายหน่วย
ใบงานที่2
สรุปท้ายหน่วย แบบทดสอบหลังเรียน
ใบงานที่1
แบบทดสอบหลังเรียน
หน่วยที่ 3 33
34
สร้าง แก้ไข และตกแต่งโดยใช้โปรแกรมนำเสนอ 35
แบบทดสอบก่อนเรียน 35
ทบนำ 36
1.ลักษณะของโปรแกรมMICROSOFT POWERPOIMT 38
2.การเรียกใช้โปรแกรม MICROSOFT POWERPOIMT 39
3.ส่วนประกอบต่างๆของหน้ าต่างโปรแกรมMICROSOFTPOWERPOIMT 45
4.เค้าโครงภาพนิ่งและตัวยึด(SLIDELAYOUY$ PLACHOLDER 46
5.การสร้างงานนำเสนอด้วยโปรแกรมNICROSOFTPOWERPOINT 50
สรุปท้ายหน่าย
ใบงานที่ 3
แบบทดสอบหลังเรียน
หน่วยที่ 4 53
54
การจัดการและตกแต่งแผ่นสไลด์ 55
-แบบทดสอบก่อนเรียน 55
61
-บทนำ 64
1.การจัดการแผ่น 68 หน่วยที่ 5
2.การตกแต่งสไลด์
3.การแทรกข้อความ 70
4.การแทรกสัญลักษณ์แสดงหัว 74
ข้อย่อยและลำดับเลข
5.การจัดวางข้อความและย่อหน้ า 75 การทำงานกับกราฟิก
6.การจัดการกรอบข้อความ
76
สรุปท้ายหน่วย
ใบงานที่ 4 78 แบบทดสอบก่อนเรียน 81
แบบทกสอบหลังเรียน 82
บทนำ
8
3
1.การแทรกไฟล์รูปภาพ (Pictures) 84
2.การแทรกรูปภาพออนไลน์ (Online Pictures) 84
3.การแทรกภาพตัดปะ (ClipArt) 85
4.การปรับแต่งรูปภาพ 93
5.การแทรกและปรับแต่งรูปร่างสำเร็จรูป (Shapes) 97
98
สรุปท้ายหน่วย 100
ใบงานที่ 5
แบบทดสอบหลังเรียน
หน่วยที่ 6 104
105
การสร้างแผนภูมิหรือกราฟ
แบ10บ3ทดสอบก่อนเรียน 105
108
บทนำ 110
112
1.การสร้างแผนภูมิหรือกราฟ 115
2.การใช้แถบเครื่องมือออกแบบ (Design) 116
3.การแทรกองค์ประกอบแผนภูมิ ( Chart Elements) 119
4.การแต่งแผนภูมิด้วยแถบเครื่องมือรูปแบบ (Format)
สรุปท้ายหน่วย
ใบงานที่ 6
แบบทดสอบหลังเรียน
หน่วยที่
1
การออกแบบ
โครงร่างเรื่องราว (Story board)
สาระการเรียนรู้ จุดประสงค์การเรียนรู้
1.ความหมายของ Story board 1.อธิบายความหมายได้
2.หลักการเขียน Story board 2.อธิบายหลักการเขียนได้
3.สิ่งสำคัญที่อยู่ภายใน Story board 3.บอกสิ่งสำคัญที่อยู่ภายในได้
4.ข้อดีของการทำ Story board 4.บอกข้อดีของการทำได้
5.การออกแบบ Story board 5.อธิบายการออกแบบได้
6.แบบฟอร์มการเขียน Story board แบบต่างๆ 6.อธิบายแบบฟอร์มการเขียน
7.การเตรียมข้อมูลสำหรับจัดทำ Story board แบบต่างๆได้
7.เตรียมข้อมูลสำหรับจัดทำได้
สมรรถนะประจำหน่วย
แสดงความรู้เกี่ยวกับการออกแบบโครงร่าง
เรื่องราว (Story board)
1.ความหมายของ Story board
สตอรี่บอร์ด (Story bord) เป็นการเขียนลำดับขั้นตอนตามเนื้อหาที่ต้องการสร้างเกี่ยวกับงานนำ
เสนองาน แอนิเมชัน สื่อมัลติมีเดียเพื่อการเรียนรู้ หรือสื่อผสมต่างๆ ลงในกระดาษ เพื่อเล่าเรื่องราว จัด
ลำดับเรื่องและองค์ประกอบต่างๆ
สรุป Story board คือ การสร้างภาพให้เห็นลำดับขั้นตอนตามเนื้อร้องที่ต้องการ โดยเฉพาะภาพ
เคลื่อนไหวรายละเอียดที่ใส่ใน Story board อธิบายและสื่อที่ใช้ เช่น ข้อความ รูปภาพ ภาพเคลื่อนไหว
เสียง วิดีโอ
2.หลักการเขียน Story board
การเขียน Story board เป็นขั้นตอนการนำเสนอข้อความภาพ รวมทั้งสื่อในรูปของมัลติมีเดีย
ต่างๆ ลงในกระดาษ เพื่อนำเสนอข้อความและสื่อในรูปแบบต่างๆ อย่างเหมาะสมบนหน้ าจอ
คอมพิวเตอร์ต่อไป
รูปแบบของการเขียน Story board ประกอบด้วย 2 ส่วน คือ ส่วนภาพและส่วนเสียง Story
board จะวาดภาพใส่ในกรอบสี่เหลี่ยม บทบรรยาย หรือเสียงสนทนา และส่วนท้าย คือ การใส่เสียง
สนทนา เสียงเพลง และเสียงประกอบต่าง
ตัวอย่างการจัดทำ Story board เช่น หัวข้อการนเสนอการก่อตั้งอาเซียน เป็นการแจงราย
ละเอียดลงไปว่าในส่วนนี้ประกอบ ด้วยภาพ ข้อความ ภาพเคลื่อนไหว มีเสียงเพลงประกอบ และมี
การเรียงลำดับการทำงานอย่างไรมีการวางหน้ าจออย่างไร รวมทั้งการกำหนดแหล่งข้อมูล เช่น ภาพ
และเสียงว่าได้มาอย่างไร จากแหล่งไหน
การใช้ภาษา คือ สื่อศิลปะอย่างหนึ่งที่ทำให้ผู้ชมรับรู้ และจินตนาการถึงความงาม สิ่งทีเกิดขึ้น
บนเนื้อหานั้นได้ส่วนหนึ่งที่สำคัญของการใช้ภาษา คือ การใช้คำที่ถูกต้อง และอ่านเข้าใจได้ เป็นข้อ
กำหนดเบื้องต้น หลักการเขียนภาษาในการบรรยายเป็นการเขียนออกมาเป็นคำพูด ผู้บรรยายทำการ
สนทนากับผู้ฟัง ดังนั้น การเขียนควรเขียนในลักษณะการสนทนากับผู้ฟัง ดังนี้
1.ใช้ประโยคสั้นๆ กระชับ และสมบูรณ์
2.ใช้ถ้อยคำที่เหมาะสม ถูกต้องตรงตามความหมาย และใช้สำนวนโวหารเหมาะสมกับเนื้อหา
3.ใช้ภาษาสื่อสารอย่างตรงไปตรงมา ไม่วกวน ผู้ชมไม่จำเป็นต้องตีความ
4.ใช้ภาษาสุภาพและคำที่เป็นกันเอง โดยหลีกเลี่ยงคำต่อไปนี้ "ต่อไปนี้คุณจะได้เห็น" หรือ
"ให้สังเกตบนจอขณะนี้ " และคำว่า "จบแล้ว"
3.สิ่งสำคัญที่อยู่ภายใน Story board
ประกอบด้วย
1.ตัวละครหรือฉาก (คน สัตว์ สิ่งของ สถานที่ ตัวการ์ตูน) สิ่งสำคัญ คือ การเคลื่อนไหวของสิ่งเหล่านั้น
2.มุมกล้อง ทั้งในเรื่องของขนาดภาพ มุมภาพ และการเคลื่อนกล้อง
3.เสียงการพูดกันระหว่างตัวละคร มีเสียงประกอบหรือเสียงดนตรีแบบใด
4.ข้อดีของการทำ Story board
1.ช่วยให้เนื้อเรื่องต่อเนื่องกัน ไม่ออกนอกเรื่อง เพราะได้อ่านตั้งแต่ต้นจนจบก่อนลงมือทำจริง
2.ช่วยให้เนื้อเรื่องกะทัดรัด ไม่ออกนอกเรื่อง เพราะมีแผนกำหนดไว้
3.ช่วยกำหนดปริมาณบทพูดให้พอดีและเหมาะสมกับหน้ ากระดาษและบอลลูนนั้น ๆ
4.ช่วยให้สามารถจบได้ในจำนวนหน้ าที่กำหนด (สำคัญสุด)
5.การออกแบบ Story board
เป็นหัวข้อและขั้นตอนการทำ Story board ซึ่งแต่ละงานมีบางส่วนที่แตกต่างกัน ดังต่อไปนี้
1.วางโครงเรื่องหลัก ไม่ว่าจะเป็น Theme ตัวละครหลัก ฉาก
1.1 แนวเรื่อง
1.2 ฉาก
1.3 เนื้อเรื่องย่อ
1.4 Theme/แก่นเรื่อง (ข้อคิด/สิ่งที่ต้องการจะสื่อ)
1.5 ตัวละคร สิ่งสำคัญ คือ กำหนดรูปลักษณ์ของตัวละครแต่ละตัวให้โดดเด่นไม่คล้ายกันจนเกินไป
ควรออกแบบรูปลักษณ์ของตัวละครให้โดดเด่นแตกต่างกัน มองแล้วสามารถสืื่อถึงลักษณะนิสัยของตัว
ละครได้ทันที
2.ลำดับเหตุการณ์คร่าว ๆ
จุดสำคัญ คือ ทุกเหตุการณ์จะเป็นเหตุเป็นผลซึ่งกันและกัน เหตุการณ์ก่อนหน้ าจะทำให้เหตุการณ์
ต่อมามีน้ำหนักมากขึ้น และต้องหาจุด Climax ของเรื่องให้ได้ จุดนี้จะเป็นจุดที่น่าตื่นเต้นที่สุดก่อน
ที่จะเฉลยปมทุกอย่างในเรื่อง การสร้างปมให้ผู้อ่านสงสัยเป็นจุดสำคัญในการสร้างเรื่อง ปมจะทำให้
ผู้อ่านเกิดคำถามในใจและคาดเดาเนื้อเรื่องรวมถึงตอนจบไปต่าง ๆ นานา
3.กำหนดหน้า
4.แต่งบท
เป็นขั้นตอนสุดท้ายก่อนลงมือทำ Story board ควรเขียนบทพูดและบทความคิดที่จะใช้
เขียนออกมาโดยละเอียด เพื่ิอที่จะได้กำหนดขนาดของบอลลูน และจัดวางลงบนหน้ ากระดาษได้
อย่างเหมาะสม
5.ลงมือเขียน Story board
แหล่งที่มา https://sites.google.com/site/rabobcomtic/bth-thi-2
6.แบบฟอร์มการเขียน Story board แบบต่าง ๆ
1.ตัวอย่างแบบฟอร์ม Comp. & IT(SIE) Computer Instruction Script
ของคณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม มหวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี เหมาะกับ
การสร้างบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน (CAI) การพัฒนาบทเรียนอีเลิร์นนิ่ง (E-Learning)และสื่ิ
อการเรียนการสอน
2. ตัวอย่างกระดาษ Story board
3.ตัวอย่างแบบฟอร์ม Story board การสร้างการ์ตูน Animation
4.ตัวอย่างแบบฟอร์ม แบบ 2 ส่วน ภาพและบท
7.การเตรียมข้อมูลสำหรับจัดทำ Story board
ข้อมูลสำหรับ Story board ขึ้นอยู่กับงานที่ต้องการสร้าง ซึ่งอาจมีทัั้งข้อความ รูปภาพ เสียง
ภาพเคลื่อนไหวและอื่นๆ ซึ่งจะต้องมีการจัดเตรียมก่อนที่จะนำไปสร้างโปรแกรม ดังนี้
เนื้ อหา/เนื้ อเรื่ งย่อ
เตรียมรูปภาพ/ออกแบบตัวละคร
เตรียมเสียง
สร้างภาพเคลื่อนไหว (Animation File)
หน่วยที่
2
หลักการทำงาน
ของโปรแกรมนำเสนอ
สาระการเรียนรู้ จุดประสงค์การเรียนรู้
1.ความหมายของการนำเสนอข้อมูล 1.อธิบายความหมายได้
2.ความสำคัญของการนำเสนอข้อมูล 2.อธิบายความสำคัญได้
3.จุดมุ่งหมายของการนำเสนอข้อมูล 3.บอกจุดมุ่งหมายได้
4.ประเภทของการนำเสนอข้อมูล 4.บอกประเภทได้
5.ลักษณะของข้อมูลที่นำเสนอ 5.บอกลักษณะได้
6.โปรแกรมที่ใช้ในการนำเสนอ 6.บอกโปรแกรมที่ใช้ในการนำ
7.หลักการออกแบบชิิ้นานนำเสนอ เสนอได้
8.การเตรียมงานก่อนการนำเสนอ 7.อธิบายหลักการออกแบบได้
9.ตัวอย่างแบบการนำเสนอข้อมูล 8.สามารถเตรียมงานก่อนนำ
เสนอได้
9.ยกตัวอย่างแบบการนำเสนอ
ข้อมูลได้
สมรรถนะประจำหน่วย
แสดงความรู้เกี่ยวกับการออกแบบชิ้นงานนำ
เสนอ
1.ความหมายของการนำเสนอข้อมูล
การนำเสนอข้อมูล (Presentation) หมายถึง การนำข้อมูลและรายละเอียดต่าง ๆ ที่เก็บ
รวบรวมมาจัดให้เป็นระเบียบ เพื่อนำเสนอข้อมูลจากผู้นำเสนอไปยังผู้ฟังให้เกิดความเข้าใจในเรื่องที่
นำเสนอ โดยใช้เทคนิคและสื่อต่าง ๆ ในการนำเสนอข้อมูล เพื่อให้บรรลุจุดมุ่งหมายของการนำเสนอ
ที่กำหนดไว้
2.ความสำคัญของการนำเสนอข้อมูล
การสร้างงานนำเสนอข้อมูล ถือว่าเป็นสิ่งที่จำเป็นและมีความสำคัญมากกับงานทุก
สาขาอาชีพ จะเห็นว่าในการประชุม สัมมนาของหน่วยงานภาครัฐหรือภาคเอกชน มีการ
สร้างงานนำเสนอ เพื่อให้งานนำเสนอน่าสนใจทุกครั้งตลอดจนด้านการศึกษา ใช้สำหรับการ
สร้างสื่อการสอนของผู้สอน หรือใช้เป็นสื่อนำเสนองานโครงงานของผู้เรียนในสถานศึกษา
ต่าง ๆ ซึ่งในปัจจุบันนิยมใช้งานกันอย่างแพร่หลาย และยังเป็นรายวิชาหนึ่งของหลักสูตร
การศึกษาของสถาบันการศึกษาต่าง ๆ อีกด้วย
ด้วยเหตุนี้การนำเสนอข้อมูลถือว่ามีความสำคัญกับงานทุกเรื่องและทุกอาชีพ เพราะ
ช่วยให้การจัดเตรียมข้อมูลเพื่ อการนำเสนอข้อมูลเป็ นไปอย่างน่าสนใจและมีประสิทธิภาพ
ยิ่งขึ้น
3.จุดมุ่งหมายของการนำเสนอข้อมูล
1. เพื่อให้ผู้ฟังทราบความคิดเห็นหรือความต้องการ
2. เพื่ อให้ผู้ฟั งพิจารณาเรื่ องใดเรื่ องหนึ่ ง
3. เพื่ อให้ผู้ฟั งได้ความรู้จากข้อมูลที่นำเสนอ
4. เพื่ อให้ผู้ฟั งเกิดความเข้าใจที่ถูกต้อง
4. ประเภทของการนำเสนอข้อมูล
ในระบบการทำงานทุกวันนี้ การนำเสนอมีความจำเป็นและเป็นที่ยอมรับกันอย่างแพร่หลาย เพราะ
ช่วยให้การปฏิบัติงานบรรลุจุดมุ่งหมายและพัฒนางานได้รวดเร็วขึ้น การนำไปใช้ขึ้นอยู่กับลักษณะของ
งาน ประเภทของการนำเสนอแบ่งออกเป็นส่วนใหญ่ ๆ 2 รูปแบบ ดังนี้
1. การนำเสนอแบบเฉพาะกลุ่ม เป็นการนำเสนอข้อมูลต่างๆ ต่อผู้ที่มีหน้ าที่เกี่ยวข้องหรือผู้ที่ได้
รับเชิญให้เข้าร่วมฟั งข้อมูลในการนำเสนอ
2. การนำเสนอแบบสาธารณะ เป็นการนำเสนอข้อมูลต่าง ๆ ที่เปิดโอกาสให้บุคคลทั่วไปเข้าร่วม
ฟังการนำเสนอได้มีการเปิดโอกาสให้ผู้ฟังได้ซักถาม หรือแสดงความคิดเห็น
5. ลักษณะของข้อมูลที่นำเสนอ
การนำเสนอสามารถนำข้อมูลที่มีลักษณะแตกต่างกันมาร่วมนำเสนอได้ ซึ่งขึ้นอยู่กับจุด
ประสงค์ของผู้นำเสนอข้อมูลที่จะนำเสนอแบ่งออกได้ 2 ข้อ ตามลักษณะของข้อมูล คือ
1. ข้อเท็จจริง คือ ข้อความที่เกี่ยวข้องกับเหตการณ์ เรื่องราวความเป็นมาหรือเป็นอยู่ตาม
ความจริงอาจเป็นความรู้ที่ได้จากการทดสอบหรือทดลองวิทยาศาสตร์ สามารถนำมาใช้
เป็ นหลักฐานข้ออ้างอิงสำหรับอ้างถึงในการพิสูจน์สิ่งใดสิ่งหนึี่ง
2. ข้อคิดเห็น เป็นความเห็นซึ่งเกิดจากประเด็นหรือเรื่องราวที่ชวนให้คิด อาจเป็นความรู้สึก
ความเชื่อถือหรือแนวคิดที่ผู้นำเสนอมีต่อสิ่งหนึี่งสิ่งใด ความเห็นอาจแตกต่่างกัน ขึ้นอยู่
กับพื้นฐานและประสบการณ์ของแต่ละบุคคล
6. โปรแกรมที่ใช้ในการนำเสนอ
ในปัจจุบันโปรแกรมที่ใช้ในการนำเสนอ มีให้เลือกใช้งานกันหลายโปรแกรม ส่วนช่อง
ทางการนำเสนอผลงาน มี 2 ช่องทาง คือแบบออฟไลน์ (Offline) โดยใช้โปรแกรม
PowerPoint นำเสนองานหรือโปรแกรมสร้างชื่อ CAI และช่องทาแบบออนไลน์ (Online) คือ
ใช้เว็บไซต์ในการนำเสนองาน ดังตัวอย่างโปรแกรมการนำเสนอที่นิยมใช้กันคือ
ในปัจจุบันโปรแกรมที่ใช้ในการนเสนอ มีให้เลือกใช้งานกันหลายโปรแกรม ส่วนช่อง
ทางการนำเสนอผลงาน มี 2 ช่องทาง คือ แบบออฟไลน์ (Offline) โดยใช้โปรแกรม
PowerPoint นำเสนองานหรือโปรแกรมสร้างสื่อ CAI และช่องทางแบบออนไลน์
(Online) คือใช้เว็บไซต์ในการนำเสนองาน ดังตัวอย่างโปรแกรมนำเสนอที่นิยมใช้กัน
คือ
1.Microsoft powerpoint เป็นสุดยอด
โปรแกรมนำเสนอข้อมูลที่มีผู้ใช้มาก เพราะใช้
งานได้ง่ายที่สุด มีคุณภาพ สามารถเชื่อมต่อเข้า
กับเครื่องโพรเจกเตอร์เพื่อนำเสนอในห้อง
ประชุม หรือ นำเสนอต่อบุคคลจำนวนมากได้
ภาพที่2.1โปรแกรม Microsoft powerpoint
2. Adobe Animate CC 2019 เป็นโปรแกรม ภาพที่ 2.2 โปรแกรมAdobe Animate CC 2019
ทำการ์ตูนแอนิเมชัน สร้างภาพเคลื่อนไหวใน
ระดับมืออาชีพเหมาะสำหรับนักออกแบบและนัก
พัฒนาซอฟต์แวร์ที่ต้องการสร้างภาพเคลื่อนไหว
แบบ 2D และแบบ 3D แบบ Interactive เป็น
ซอฟต์แวร์แอนิเมชันสูงที่มี Interactive
Environment หลากหลายรูปแบบ และเพิ่ม
ความสามารถเพื่อรองรับความต้องการในการใช้
งานแอนิเมชันในปั จจุบันที่หลากหลายมากขึ้น
ซึ่งพัฒนา Adobe Flash ด้วยการออกแบบ
เทคโนโลยีใหม่ในชื่อ Adobe Animate
ข้อมูลเพิ่มเติมที่เว็บไซต์
https://bit.ly/2vYiOJH
3. โปรแกรมนำเสนองานออนไลน์หลายโปรแกรม
เช่น โปรแกรม Google Slides โปรแกรม Canva และโปรแกรม Perzi
ข้อมูลเพิ่มเติมที่เว็บไซต์ โปรแกรม Presentation ออนไลน์ https://bit.ly/2JJ8hFD
4. ประเภทของการนำเสนอข้อมูล
ข้อควรปฏิบัติในการวางโครงร่าง
1. สไลด์แผ่นเเรก แสดงเฉพาะหัวข้อหลัก (ชื่อเรื่อง) และหัวข้อ (ชื่อผู้นำเสนอ)
2. แผ่นสไลด์ ประกอบด้วย ตัวอักษร รูปภาพ ภาพเคลื่อนไหว แผนภูมิ แผนผัง ตาราง เสียง วิดีโอ
3. การใช้ภาพประกอบ
ภาพที่ใช้ต้องช่วยเสริมข้อความที่นำเสนอ
ไม่ควรมีอักษรภายในภาพ
ตัวอักษรที่่ใช้ควรให้เงา เพื่อเพิ่มความชัด
ลดสิ่งที่ทำให้เกิดความยุ่งเหยิง
ภาพที่ใช้อาจทำให้ขนาดของไฟล์ข้อมูลใหญ่เกินไป
4. ออกแบบพื้นหลังสไลด์
เรียบง่าย มองสบาย
เน้ นที่่ตัวข้อความเป็นสำคัญ
หลีกเลี่ยงการใช้สีเเวววาวหรือลวดลาย
อย่าให้สีที่มืดหรือสว่างเกินไป
5. สีเเละตัวอักษร
พื้นหลังมืดตัวอักษรสว่าง
เงาของตัวเองต้องมืดกว่าสีพื้น
ตัวอักษรต้องอ่านง่าย
ชนิดตัวอักษร True Type Font
ใช้ 1 หรือ 2 ชนิดของตัวอักษร
ขนาด 36-60 Point+ ตัวหนา
6. เรื่องของสี
ใช้เฉดสีเดียวกันให้สม่ำเสมอตลอดการนำเสนอ
เลือกพื้นหลังก่อน เเล้วเลือกสีให้ตัดกัน
7. หัวเรื่อง 60 Point
เนื้อหาควรมีขนาดตั้งเเต่36-50 Point
ควรเป็ นตัวหนา
8. มีสื่อมัลติมีเดียประกอบชัดเจน
สิ่งที่ไม่ควรทำในการออกแบบ
อย่าใส่ตัวอักษร ตัวเลขมากเกินไป หนือเล็กเกินไป
เอกสารหรือสไลด์ไม่มีสีสันดึงดูด หรือฉุดฉาดเกินไป
อย่าใส่รูปภาพมาก หรือใส่พื้นหลังเป็นภาพ
แสดงข้อมูลตารางใหญ่ เเต่ข้อมูลภายในน้ อย
แอนิเมชั่นมากเกินไป
8. การเตรียมงานก่อนการนำเสนอ
กานนำเสนองานที่ดีควรมีการวางแผนการทำเป็นขั้นตอน เริ่มจากการวางเรื่องโครงร่างความคิด
การจัดทำรายละเอียดเนื้อหา ซึ่งทำให้งานสำเร็จได้อย่างรวดเร็วเเละตรงตามเป้ าหมาย รูปเเบบที่
นิยมนำมาใช้ก่อนการนำเนอ
หน่วยที่
3
สร้าง แก้ไข และตกแต่ง
โดยใช้โปรแกรมนำเสนอ
สาระการเรียนรู้ จุดประสงค์การเรียนรู้
1. ลักษณะของโปรแกรม Microsoft 1. อธิบายลักษณะของโปรแกรม
PowerPoint ได้
2.การเรียกใช้โปรแกรม Microsoft 2. เรียกใช้โปรแกรมได้
PowerPoint 3.บอกส่วนต่างๆของหน้ าต่าง
3.ส่วนประกอบต่าง ๆ ของหน้ าต่าง โปรแกรมได้
โปรแกรม Microsoft PowerPoint 4. บอกเค้าโครงภาพนิ่งและตัว
4.เค้าโครงภาพนิ่งและตัวยึด (Slide Layout ยืดได้
& Placeholder) 5.บอกมุมมองของหน้ าต่าง
5.มุมมองของหน้ าต่างโปรแกรม Microsoft โปรแกรม
PowerPoint 6. สร้างงานนำเสนอด้วย
6.การสร้างงานนำเสนอด้วยโปรแกรม โปรแกรมได้
Microsoft Powerpoint
สมรรถนะประจำหน่วย
สร้าง แก้ไข และตกแต่งโดยใช้โปรแกรมนำ
เสนอ
1.ลักษณะของโปรแกรม
Microsoft PowerPoint เป็นโปรเเกรมสำหรับสร้างงานนำเสนอข้อมูลที่ได้รับความนิยม
มากที่สุดใช้ในการนำเสนอข้อมูลในรูปแบบของภาพนิ่ง
Slide (สไลด์) คือ แผ่นเอกสารเดี่ยวๆ ที่เเสดงสิ่งต่างๆ ได้แก่ ตัวอักษร กราฟ ตาราง รูปภาพ
เสียง วิดีโอ หรืออื่นๆ เเละสามารถเเสดงสไลด์ผ่านแผ่นกระดาษลงบนสไลด์หรือเครื่องฉายภาพข้าม
ศีรษะ บนหน้ าจอคอมพิวเตอร์ หรือ เครื่องฉายโพรเจกเตอร์
เหตุผลที่ Microsoft PowerPoint ได้รับความนิยมในการสร้างงานนำเสนอข้อมูล มีดังนี้
1.ใช้งานง่าย สามารถสร้าง แก้ไข และเพิ่มเติมเนื้อหาได้อย่างสะดวก
2.สนับสนุนมัลติมีเดียได้อย่างดี นำสื่อในรูปแบบวิดีโอ ภาพเคลื่อนไหว แบบแฟลชมูฟวี และเสียง
มาใช้เพื่ิอให้เห็นภาพที่สื่อความหมายได้ชัดเจน
3.ประยุกต์สร้างงานได้หลากหลาย สามารถนำเสนองานไปประยุกต์ในงานรูปแบบต่าง ๆ เช่น ตู้คี
ออสก์ (kiosk) เป็นตู้คอมพิวเตอร์นำเสนอข้อมูล หรือสำหรับเล่นเกม
4.แสดงผลทั้งจอภาพและเอกสาร สามารถนำเสนอข้อมูลบนหน้ าจอภาพ และสั่งพิมพ์งานสไลด์ใน
รูปของเอกสาร
5.บันทึกไฟล์ในรูปแบบต่าง ๆ เช่น ไฟล์ชนิดรูปภาพ หรือไฟล์เว็บเพจ เพื่อนำเสนองานบน
อินเทอร์เน็ตหรือไฟล์ชนิดอื่น ๆ ได้ตามต้องการ
2. การเรียกใช้โปรแกรม Microsoft Powerpoint
การเรียกใช้โปรแกรม Microsoft Powerpoint สามารถทำได้ ดังนี้
1.คลิกปุ่ม Start
2.คลิกโปรแกรม Powerpoint หรือคลิกไอคอน
3.ปรากฏหน้ าต่างเลือกรูปแบบสไลด์ที่ต้องการใช้งาน
4.คลิก Blank Presentation (นำเสนอเปล่า)
5.เปิดหน้ าต่างโปรแกรม Powerpoint
3. ส่วนประกอบต่างๆ ของหน้าต่างโปรแกรม Microsoft Powerpoint
หน้ าต่างหลักที่ทำงานเร็วขึ้นด้วยโปรแกรม Microsoft Powerpoint ดังนี้
1.Titlie Bar (ไตเติ้ลบาร์) คือ แถบชื่อเรื่อง บอกชื่อโปรแกรมและชื่อไฟล์ที่เปิดใช้งานอยู่
2.Menu Ber (เมนูบาร์) คือ แถบแสดงเมนูคำสั่ง
3.Ribbon/Toolbar (ริบบอน/ทูลบาร์) แถบเครื่องมือแสดงสัญลักษณ์ เครื่องมือต่างๆ
ประกอบขึ้นด้วยแท็บหลายๆ แท็บอยู่รวมกัน
4.Status Bar ( แถบสถานะ) แสดงสถานการณ์การทำงาน หมายเลขหน้ าในเอกสาร
5.Slide Area (พื้นที่สไลด์) สำหรับออกแบบและแสดงข้อความ รูปภาพ ตัวเลข ตาราง
แผนภูมิ ไดอะแกรม เสียง และวิดีโอ
4. เค้าโครงภาพนิ่งและตัวยึด (Slide Layout & Placeholder)
เค้าโครงสไลด์ หรือเค้าโครงภาพนิ่ง (Slide Layout) เป็นโครงร่างในการจัดวางสิ่งต่างๆ ที่
จะให้มีในแผ่นสไลด์และในเค้าโครงภาพนิ่งแต่ละแบบจะประกอบไปด้วย ตัวยึด
(Placeholder) ตัวยึดที่มีลักษณะเป็นกรอบสี่เหลี่ยม ที่มีเส้นขอบแบบจุดหรือเส้นประล้อม
รอบโดยแต่ละแบบจะปรากฏตัวยึดแบบต่างๆ เพื่อใส่ข้อความหรือเนื้อหา เช่น ตาราง
แผนภูมิ กราฟิก SmartArt ภาพยนตร์ เสียง รูปภาพและภาพตัดปะ นอกจากนี้ยังมีชุดรูป
แบบ สีแบบอักษร ลักษณะพิเศษและพื้นหลังใน Powerpoint
5. มุมมองของหน้าต่างโปรแกรม Microsoft Powerpoint
มุมมองของโปรแกรมและส่วนประกอบย่อยอื่นๆ ของโปรแกรม Microsoft Powerpoint แท็บนี้ใช้
เพื่อแสดงเค้าโครงข้อความที่อยู่ในสไลด์
1.คลิกที่ Notes (บันทึกย่อ) เพื่อแสดงหรือซ่อนบันทึกย่อ เป็นส่วนที่ใช้กรอกข้อความ
เพื่ออธิบายหรือบรรยายเกี่ยวกับสไลด์ที่กำลังทำงานอยู่ แสดงด้านล่างสไลด์ ดังนี้
Click to add notes
2. คลิกที่ Comments (ข้อคิดเห็น)
3. มุมมองต่างๆของโปรแกรม
- Normal (มุมมองปกติ) เพื่อใช้ในการแก้ไขหรือเพิ่มเติมวัตถุต่างๆ ลงในสไลด์
- Slide Sorter (ตัวเรียงลำดับสไลด์) ให้แสดงแผ่นสไลด์แบทั้งหมด สามารถเพิ่ม ลบ หรือ
เรียงลำดับแผ่นสไลด์ใหม่ได้ แสดงแผ่นสไลด์แบบตัวเรียงลำดับสไลด์
- Reading View (มุมมองการอ่าน) เพื่อใช้ในการอ่าน หรือมุมมองชมงานนำเสนอแบบ
เต็มหน้ าจอ
- Slide Show (การนำเสนอสไลด์) ปัจจุบัน คือ มุมมองในการนำเสนองานด้วยการแสดง
สไลด์เต็มหน้ าจอหรือกดปุ่ม Shift + F5 ที่แป้ นพิมพ์ (สังเกตแสดงพื้นที่สีขาวเต็มหน้ าจอ)
- Zoom In/Zoom Out (ย่อขยายหน้ าต่างสไลด์) ขยายให้เห็นรายละเอียดในแผ่นสไลด์
6. การสร้างงานนำเสนอด้วยโปรแกรม Microsoft Powerpoint
การสร้างงานนำเสนอ มีวิธีการสร้าง 3 วิธี ดังนี้
วิธีที่ 1 สร้างด้วยงานนำเสนอเปล่า (Blank Presentation) วิธีนี้เหมาะกับผู้ที่ต้องการสร้าง
งานนำเสนอด้วยตนเองทั้งหมดสำหรับผู้ที่ชำนาญในการสร้างงานนำเสนอเองมากกว่า ซึ่ง
สามารถเปิ ดงานนำเสนอเปล่าได้ดังนี้
1.คลิกแท็บ File (ไฟล์) --> New (ใหม่)
2.ปรากฏหน้ าต่าง New (ใหม่)
3.คลิกที่ Blank Presentation (งานนำเสนอเปล่า)
4.แสดงแผ่นสไลด์ งานนำเสนอเปล่า
วิธีที่ 2 สร้างงานนำเสนอใหม่ด้วยแม่แบบ (Template) หรือแม่แบบเอกสาร เป็นต้นแบบ
ของสไลด์ ซึ่งจะช่วยจัดการเรื่องพื้นหลัง รูปแบบ สี ข้อความ และปรับรูปแบบสไลด์ทุกแผ่น
ให้เหมือนกันอย่างอัตโนมัติ ซึ่งสามารถทำได้ดังนี้
1.เปิดโปรแกรม Powerpoint หรือ คลิกแท็บ File (ไฟล์) --> New (ใหม่)
2.ปรากฏหน้ าต่างสไลด์แม่แบบ Powerpoint
3.คลิกเลือกแม่แบบ Take a Tour (Welcome to Powerpoint : ยินดีตอนรับสู่ Powerpoint)
4. แสดงแม่แบบของโปรแกรม
5.คลิกปุ่ม Create (สร้าง)
6.ปรา้กฏสไลด์ Welcome to Powerpoint (ยินดีตอนรับสู่ Powerpoint) บนหน้ าจอ
7.คลิกเลือกแผ่นสไลด์ 2 เพื่อดูข้อมูล
8. คลิกเลือกแผ่นสไลด์ต่อไปเพื่ อดูข้อมูลจนถึงสไลด์สุดท้าย
วิธีที่ 3 สร้างงานนำเสนอใหม่ด้วยธีม (Themes) หรือชุดรูปแบบที่ติดตั้ง ซึ่งสมาารถทำได้ดังนี้
1.คลิกแท็บ File (ไฟล์) --> New (ใหม่)
2.ปรากฏหน้ าต่าง New (ใหม่)
3.คลิก Themes (ธีม) ต้องออนไลน์ดาวน์โหลด
4.คลิกเลือก Architecture Frame Design
5.แสดงรูปภาพ Themes ที่เลือก
6.คลิกปุ่ม Create (สร้าง)
7. แสดงง
8.สไลด์รูปแบบตามที่เลือกบนหน้ าจอ
การนำเสนอด้วยโปรแกรมMicrosoft Powerpoint
การดูงานนำเสนอหรือแสดงสไลด์ที่ได้สร้างเรียบร้อยแล้ว สามารถได้ 2 วิธี ดังนี้
วิธีที่ 1
1.คลิก แท็บ Slide Show
2.คลิก From Beginning (เริ่มจากสไลด์แรก)
วิธีที่ 2
คลิกที่ปุ่ม Slide Show (การนำเสนอสไลด์ปัจจุบัน/สไลดฺ์แผ่นที่แสดงบนหน้ าจอ
หน่วยที่
4
การจัดการ
และ ตกแต่งแผ่นสไลด์
สาระการเรียนรู้ จุดประสงค์การเรียนรู้
1.การจัดการแผ่นสไลด์ 1.จัดการแผ่นสไลด์ได้
2.การตกแต่งแผ่นสไลด์ 2.ตกแต่งแผ่นสไลด์ได้
3การแทรกข้อความในสไลด์ 3.แทรกข้อความในสไลด์ได้
4.การแทรกสัญลักษณ์แสดงหัวข้อย่อยและ 4.แทรกสัญลักษณ์แสดงหัวข้อ
ลำดับเลข ย่อยและลำดับเลขได้
5.การจัดวางข้อความและย่อหน้ า 5.จัดวางข้อความและย่อหน้ าได้
6.การจัดการกรอบข้อความ 6.จัดการกรอบข้อความได้
สมรรถนะประจำหน่วย
แสดงความรู้เกี่ยวกับการจัดการและตกแต่ง
แผ่นสไลด์
1.การจัดการแผ่นสไลด์
การทำงานในรูปของสไลด์ สามรถย่อ/ขยายหน้ าจอ จัดทำรูปแบบ เพิ่ม แทรก ลบ คัดลอก
ย้าย หรือ จัดลำดับสไลด์ใหม่ได้
1.1 การย่อ/ขยายหน้าจอ
การสร้างงานนำเสนอหรือการสร้างแผ่นสไลด์ หากต้องการขยายจอภาพ เพื่อขยายให้เห็นราย
ละเอียดในแผ่นสไลด์ ก่อนอื่นต้องเปิดไฟล์ 10 วิธีลดโลกร้อนบนจอภาพแล้วทำตามขั้นตอน ดังนี้
1.คลิกที่แถบ ย่อ/ขยาย
เลื่อนปุ่มไปทางซ้าย ลดขนาดมมมองภาพนิ่ง
เลื่อนปุ่มไปทางขวา ขยายมุมมองเอกสาร หรือคลิกเครื่องหมายลบ (-) หรือบวก (+)
2. ดูผลลัพธ์ที่ได้บนหน้ าจอ
3. คลิกปุ่ม Zoom (ระดับการย่อ/ขยาย) หรือคลิกแท็บ View (มุมมอง) --> คลิกปุ่ม Zoom (ย่อ/
ขยาย)
4. เปิดหน้ าต่าง Zoom (การย่อ/ขยาย)
5. คลิกเลือกการย่อ/ขยายที่ต้องการใช้งาน
6. คลิกปุ่ม OK (ตกลง) (ดูผลลัพธ์ที่ได้บนหน้ าจอ)
7. คลิกปุ่ม จัดภาพนิ่งให้พอดีกับหน้ าต่างปัจจุบัน หลังการย่อ/ขยาย
1.2 การจัดทำรูปแบบด้วยแถบเครื่องมือ
การจัดทำรูปแบบด้วยแถบเครื่องมือจัดรูปแบบ สามารถทำได้ดังนี้
1. เปิดไฟล์ชื่อ 10 วิธีลดโลกร้อน บนหน้ าจอ
2.เลือกข้อความให้มีแถบสี หรือให้มีจุด Handle ล้อมรอบข้อความ
3.คลิกที่ปุ่ม Increase Font Size (เพิ่มขนาดฟอนต์)
4.คลิกที่ปุ่ม Decrease Font Size (ลดขนาดฟอนต์)
5.คลิกที่ปุ่ม Text Shadow (แรเงาข้อความ)
6.คลิกที่ปุ่ม Font Color (สีฟอนต์)
7.ปรากฏตารางสี คลิกเลือกสีที่ต้องการ
8. ข้อความเปลี่ยนสีตามที่เลือก
9.คลิกเมาสืวางเคอร์เซอร์ข้อความที่ต้องการ ใส่ลำดับเลข
10.คลิกปุ่ม Numbering (ลำดับเลข) ปรากฏเลขลำดับหน้ าข้อความ (หากต้องการยกเลิก
ให้คลิกปุ่มซ้ำ)
11.คลิกปุ่ม Bullets (สัญลักษณืแสดงหัวข้อย่อย)
12.ปรากฏสัญลักษณ์แสดงหัวข้อย่อยหน้ าข้อความ
การเปลี่ยนรูปแบบสัญลักษณ์แสดงหัวข้อย่อย
สามารถทำได้ดังนี้
1.คลิกขวาตรงตำแหน่งเคอร์เซอร์ ปรากฏเมนู
2. คลิกรายการ Bullets (สัญลักษณ์แสดงหัวข้อย่อย)
3. คลิกรูปแบบที่ต้องการเปลี่ยน
4. ได้สัญลักษณ์แสดงหัวข้อย่อยตามที่เลือก
1.3 การเพิ่มแผ่นสไลด์
การเพิ่มแผ่นสไลด์ลงในงานนำเสนอ สามารถทำได้ดังนี้
1.คลิกเมาส์เลือกสไลด์แผ่นที่ ๅ
2.คลิกปุ่ม New Slide (สไลด์ใหม่)
3. ได้ภาพนิ่ง/แผ่นสไลด์เพิ่มขึ้น
4.ถ้าคลิกที่ปุ่ม New Slide (สไลด์ใหม่)
5.ปรากฏเค้าโครงภาพนิ่งหรือสไลด์แบบต่างๆ คลิกเลือกภาพนิ่งที่ต้องการ
6. ปรากฏภาพนิ่งตามเค้าโครงที่เลือกใช้งาน
1.4 การแทรกแผ่นสไลด์
การแทรกแผ่นสไลด์วางระหว่างแผ่นสไลด์แผ่นต่างๆ ในตำแหน่งที่ต้องการ สามารถทำได้ดังนี้
1.คลิกที่มุมมอง Slide Sorter (ตัวเรียงลำดับสไลด์)
2.คลิกเมาส์วางเคอร์เซอร์ด้านหน้ าแผ่นสไลด์ที่ต้องการแทรก
3.คลิกขวาตรงตำแหน่งเคอร์เซอร์ แล้วเลือก New Slide (สไลด์ใหม่)
4.ได้แผ่นสไลด์เพิ่มหลังสไลด์ที่เลือก 1 แผ่น
1.5 การลบแผ่นสไลด์
การลบแผ่นสไลด์ สามารถทำได้ดังนี้
1.ในมุมมอง Slide Sorter (ตัวเรียงลำดับสไลด์) ทำให้เห็นทุกสไลด์
2. คลิกเมาส์สไลด์แผ่นที่ต้องการลบให้มีกรอบล้อมรอบ
3.กดปุ่ม Delete ที่คีย์บอร์ด
4.หรือคลิกขวาที่แผ่นสไลด์ที่ต้องการลบ คลิกรายการ Delete Slide (ลบสไลด์)
1.6 การสลับแผ่นสไลด์
การสลับหรือเปลี่ยนลำดับแผ่นสไลด์ สามารถสลับสไลด์ให้อยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสมได้ ดังนี้
1. คลิกที่สไลด์ที่ต้องการย้ายหรือจัดลำดับ
2. คลิกเลืื่ อนมาวางตำแหน่งที่ต้องการ
3.สไลด์แผ่น 1 มาวางแผ่นที่ 2
1.7 การย้ายแผ่นสไลด์ข้ามแฟ้ ม
การย้ายแผ่นสไลด์ข้ามแฟ้ ม ต้องเปิดแฟ้ มที่ต้องการ 2 แฟ้ ม ตัวอย่างเปิดแฟ้ ม
10 วิธีลดโลกร้อน และเปิดแฟ้ มใหม่ ให้แสดงมุมมองตัวเรียงลำดับภาพนิ่งทั้ง 2
แฟ้ ม ซึ่งสามารถทำได้ดังนี้
1. คลิกแผ่นสไลด์ที่ต้องการย้ายค้างไว้
2.ลากข้ามมาแฟ้ มที่ต้องการวาง
3.ได้สไลด์ที่ย้ายข้ามแฟ้ ม
1.7 การคัดลอกแผ่นสไลด์
การย้ายแผ่นสไลด์ข้ามแฟ้ ม ต้องเปิดแฟ้ มที่ต้องกการ 2 แฟ้ ม ตัวอย่างเปิดแฟ้ ม
10 วิธีลดโลกร้อน และเปิดแฟ้ มใหม่ ให้แสดงมุมมองตัวเรียงลำดับภาพนิ่งทั้ง 2
แฟ้ ม ซึ่งสามารถทำได้ดังนี้
1. คลิกแผ่นสไลด์ที่ต้องการย้ายค้างไว้
2. ลากข้ามมาแฟ้ มทีต้องการวาง
3. ได้สไลด์ที่ย้ายข้ามแฟ้ ม
1.8 การคัดลอกแผ่นสไลด์
การ copy หรือคัดลอกแผ่นสไลด์ สามารถทำได้หลายวิธีดังนี้
วิธีที่ 1
1..เปิดไฟล์ 10 วิธีลดโลกร้อน
2.คลิกขวาที่รูปภาพ-->Duplicate slide (ทำซํ้าสไลด์)
3.ปรากฏสไลด์ที่เลือกซํ้าเพิ่มขึ้น
วิธีที่ 2.
1. คลิกเลือกแผ่นสไลด์ที่ต้องการคัดลอก
2.คลิกรายการ Copy (คัดลอก)
3. คลิกเมาส์ตำแหน่งที่ต้องการวาง
4. คลิกปุ่ม paste (วาง) ได้แผ่นสไลด์เพิ่มขึ้น
2. การตกแต่งแผ่นสไลด์
การตกแต่งแผ่นสไลด์ สามารถปรับสีพื้นหลังของสไลด์ที่กำหนดไว้แล้วเป็นสีใหม่ สีพื้นหลัง
แบบลวดลายหรือสีพื้นหลังด้วยรูปภาพ สามารถเลือกได้ตามต้องการ ดังนี้
2.1 การใส่สีพื้นหลังกับแผ่นสไลด์
การใส่สีพื้นหลังให้กับแผ่นสไลด์ PowerPoint สามารถทำได้หลายรูปแบบ ดังนี้
1. คลิกเมาส์ที่สไลด์ที่ต้องการเปลี่ยนพื้ นหลัง/
2.คลิกแท็บ Design (ออกแบบ)
3.คลิกปุ่ม Format Background (จัดรูปแบบพื้นหลัง) แสดงพาเนลจัดรูปแบบพื้นหลังด้านขวา
4.คลิกเลือก Solid Fill (เติมแบบทึบ) คลิก Color (สี) เลือกสีที่ต้องการ
5. พื้ นหลังจะเปลี่ยนเฉพาะสไลด์ที่เลือก
6.คลิกวงกลม Gradient Fill (เติมไล่ระดับ) แผ่นสไลด์เปลี่ยนสีไล่ระดับ
7.คลิกวงกลม Picture or texture Fill (เติมรูปภาพหรือพื้นผิว) แผ่นสไลด์เปลี่ยนพื้นหลัง
8.คลิก Pattern Fill (เติมลวดลาย) เลือกลวดลายที่ต้องการ
9.คลิกเครื่องหมาย หน้ า Hide Background Graphics ซ่อกราฟิกพื้นหลัง
10.คลิกปุ่ม Reset Background (ตั้งค่าพื้นหลังใหม่) แผ่นสไลด์จะเปลี่ยนเป็นสีขาว
2.2 การจัดรูปแบบพื้นหลัง
การจัดรูปแบบพื้นหลังให้กับแผ่นสไลด์สามารถทำได้ดังนี้
1. คลิกแผ่นสไลด์ที่ต้องการจัดรูปแบบพื้นหลัง
2.คลิกปุ่ม Format Background (จัดรูปแบบพื้นหลัง)
3.คลิกเลือก Color : สี จะปรากฏตารางสี
4.คลิกเลือกสีที่ต้องการ แผ่นสไลด์เปลี่ยนสี
5.คลิกวงกลม Gradient Fill (เติมไล่ระดับ)
6.เลือก Type (ชนิด) : ของการเปลี่ยนรูปแบบสี
2.3 การใส่สีพื้นหลังแบบรูปภาพและพื้นผิว
การใส่สีพื้นหลังแบบรูปภาพ ภาพตัดปะ (clipArt) และรูปภาพอออนไลน์ สามารถทำได้ดังนี้
1.คลิกวงกลม picture or texture fill
2.คลิกที่ปุ่มลูกศร เลือกพื้นผิว : Texture
3. คลิกเลือกรูปพื้ นผิวที่ต้องการ
4. ผลลัพธ์ได้พื้ นผิวที่ต้องการ
5.คลิกปุ่ม file (ไฟล์) (กรณีไม่มีปุ่มคำสั่ง file ให้ข้ามไปทำข้อ11)
6. คลิกเลือกรูปภาพที่ต้องการ
7.คลิกปุ่ม lnsert (แทรก) (รูปภาพที่เลือกปรากฏที่พื้นหลังสไลด์)
8.คลิกปุ่ม Online
9.พิมพ์ clipArt กดปุ่ม Enter เลือกรูปภาพที่ต้องการ
10. หรือเลือกจากกลุ่มด้านล่างนี้
(กรณีไม่มีปุ่มคำสั่ง File ให้ข้ามไปทำข้อที่11)
11 คลิกวงกลม Picture or texture fill (เติมรูปภาพหรือพื้นผิว
12.คลิกที่ปุ่มลูกศร เลือกพื้นผิว :Texture
13.คลิกเลือกรูปรูปพื้นผิวที่ต้องการ
14.คลิกปุ่ม lnsert (แทรก)
15.คลิกปุ่ม sำarch Bing
16.คลิกปุ่มรูปภาพที่ต้องการ
17.เลือกรูปแบบที่ต้องการ --> คลิกปุ่ม lnsert (แทรก)
18.แสดงรูปภาพพื้นหลังที่เลือก
3.การแทรกข้อความสไลด์
การสร้างข้อความมีวิธีการสร้างและการใช้งาน 3 รูปแบบคือ การสร้างข้อความ
ด้วยเค้าโครงภาพนิ่ง (slide layout) หรือกรอบเค้าโครง การสร้างข้อความด้วยกล่อง
ข้อความ (text Box) และการสร้างข้อความด้วยอักษรศิลป์ (wordArt) โดยแต่ละรูป
แบบมีขั้นตอนดังนี้
3.1 การสร้างข้อความด้วยเค้าโครงภาพนิ่งหรือกรอบเค้าโครง
การสร้างสไลด์หรือการเพิ่มแผ่นสไลด์ใหม่ลงในงานนำเสนอ ซึ่งมีรูปแบบเป็นกรอบข้อ
ควมสำหรับพิมพ์ข้อความลงในสไลด์ สามารถทำได้ดังนี้
ตัวอย่างเค้าโครงแบบชื่อเรื่องและเนื้อหา มีกรอบข้อความ คลิกเพื่อเพิ่มชื่อเรื่องและ
กรอบคลิกเพื่อพิมพ์ข้อความ
1.คลิกเมาส์วางเคอร์เซอร์ภายในกรอบเค้าโครง
2.พิมพ์ข้อความที่ต้องการ เช่น chat เป็นบริการอย่างหนึ่งบนอินเทอร์เน็ตที่ใช้ในการ
โต้ตอบ พูดคุยกันสดๆ (Real-Time) และอาจมีบริการเสริมอื่นๆ เช่น Ffile sharing
3.2 การสร้างข้อความด้วยกล่องข้อความ (text box)
สามารถสร้างกล่องข้อความเพิ่มเติมนอกเหนือจากกรอบเค้าโครงที่เลือกใช้งานตรง
ตำแหน่งใดก็ได้บนแผ่นสไลด์ ซึ่งมีวิธีการดังนี้
1.คลิกแท็บ lnsert (แทรก) --> คลิกปุ่ม (กล่องข้อความ)
2.เมาส์จะเปลี่ยนเป็ นเครื่ องหมาย
3.คลิกเมาส์วางตำแหน่งที่ต้องการจะปรากฏกรอบสี่เหลี่ยม
4.พิมพ์ชื่อของผู้เรียนตรงตำแหน่งเคอร์เซอร์
3.3 การสร้างและเปลี่ยนข้อความด้วยอักษรศิลป์ (WordArt)
อักษรศิลป์ คือ การแทรกข้อความตกแต่งลงในสไลด์หรือเอกสาร เพื่อเพิ่มคามน่าสนใจ
ให้กับสไลด์หรือใช้เป็นหัวข้อของสไลด์ ซึ่งมีขั้นตอนดังนี้
1.คลิกแท็บ lnsert (แทรก) --> คลิกปุ่ม (อักษรศิลป์)
2.ปรากฏหน้ าต่างสไตล์อักษรศิลป์ คลิกเลือกสไตล์ที่ต้องการ
3.แสดงกรอบข้อความ Your text here (ใส่ข้อความของคุณที่นี่)
4.ให้พิมพ์ข้อความ CHAT คืออะไร จะปรากฏข้อความสิลป์ CHAT คืออะไร ตามสไตล์ที่เลือก
5.ดับเบิลคลิกกรอบตัวอักษรศิลป์ จะปรากฏแถบเครื่ องมือรูปแบบ
6.คลิกปุ่ม More (เพิ่มเติม) ปรากฏตารางรูปแบบ
7.คลิกเลือกรูปแบบที่ต้องการเปลี่ยน
4.การแทรกสัญลักษณ์ แสดงหัวข้อย่อยและลำดับเลข
การใส่สัญลักษณ์แสดงหัวข้อย่อยหรือลำดับเลขลักษระต่างๆ หน้ าหัวข้อเพิ่มเติม มีวิธีการดังนี้
4.1 การแสดงหรือซ่อนสนัญลักษณ์ลักษณะต่างๆ
สามารถแสดงหรือซ่อนสัญลักษร์หน้ าข้อความได้ โดยคลิกปุ่ม สัญลักษณ์แสดงหัวข้อย่อย
และสามารถเปลี่ยนแปลงปรับสัญลักษณ์เพิ่มเติมได้
4.2 การแสดงหรือซ่อนตัวเลขลักษณะต่างๆ
สามารถแสดงหรือซ่อนตัวเลขหน้ าข้อความได้ โดยคลิกปุ่ม แสดงลำดับเลขและสามารถ
เปลี่ยนและปรับลำดับเลขเพิ่มเติมได้
5. การจัดวางข้อความและย่อหน้า
การจัดวางข้อความ เพื่อให้ดูเป็นระเบียบและอ่านง่าย มีวิธีการดังนี้
5.1 การจัดวางตำแหน่งข้อความ
การพิมพ์ข้อความปกติจะจัดแนวข้อความอยู่ชิดซ้ายอยู่แล้ว หากต้องการจัดวางแนว
ข้อความในตำแหน่งต่างๆ รวมทั้งการวางตามแนวนอนและแนวตั้งหรือหมุนด้านขวา ด้านซ้าย
สามารถทำได้
5.2 การจัดทิศทางการวางข้อความ
การปรับทิศทางการวางข้อความ สามารถปรับแนวนอน แนวตั้งและหมุนข้อความไปทาง
ขวาหรือทางซ้าย
5.3 การเพิ่มหรือลดระดับรายการ
สามารถลดระดับข้อความแต่ละหัวข้อด้วยการคลิกปุ่มเพื่อลดระดับรายการและเพิ่มระดับ
รายการ
5.4 การปรับระยะห่างบรรทัด
สามารถปรับข้อความระหว่างบรรทัดของข้อความได้ตามต้องการ
5.5 การแยกข้อความเป็ นคอลัมน์
สามารถปรับข้อความเดิม ให้แยกเป็นคอลัมน์ได้ด้วยปุ่ม Add
or Remove Columns
5.6 การตรวจสอบและแก้ไขคำผิด
โปรแแกรม Microsoft PowerPoint มีการตั้งค่าหรือการยกเลิกการตรวจสอบคำผิด
อัตโนมัติได้ หากมีคำผิดจะแสดงเส้นหยักสีแดงใต้ข้อความนั้น
5.7 การค้นหาข้อความ
โปรแแกรม Microsoft PowerPoint สามารถค้นหาคำเพื่อแก้ไข หรือแทนที่คำใหม่
5.8 การค้นหาแบบแทนที่ข้อความ
6. การจัดการกรอบข้อความ
ก่อนจัดการกรอบข้อความ ขั้นตอนแรกต้องเลือกกรอบข้อความก่อน แล้วจึงปรับขนาด ย้าย
หรือหมุนข้อความและตกแต่งสีของกรอบข้อความ
6.1 การเลือกและกรอบข้อความ
เมื่อเลือกกรอบข้อความแล้ว สามารถปรับขนาด แต่งสี หมุนหรือย้ายข้อความได้
6.2 การปรับแต่งข้อความด้วยสไตล์ด่วน
Power Point มีสไตล์สำหรับปรับแต่งสีหรือใส่เอฟเฟกต์ให้กรอบข้อความแบบ
ลักษณะด่วนของรูปร่างได้อย่างรวดเร็ว
หน่วยที่
5
หน่วยที่
การทำงาน
กับกราฟิก
สาระการเรียนรู้ จุดประสงค์การเรียนรู้
1.การแทรกไฟล์รูปภาพ (Pictures) 1.การแทรกไฟล์รูปภาพ (Pictures)
2.การแทรกรูปภาพออนไลน์ (Online 2.การแทรกรูปภาพออนไลน์ (Online Pictures)
Pictures) 3การแทรกภาพตัดปะ (ClipArt)
3การแทรกภาพตัดปะ (ClipArt) 4.การปรับแต่งรูปภาพ
4.การปรับแต่งรูปภาพ 5.การแทรกและการปรับแต่งรูปร่างสำเร็จรูป
5.การแทรกและการปรับแต่งรูปร่าง
สำเร็จรูป (Shapes) (Shapes)
สมรรถนะประจำหน่วย
ใช้คำสั่งในการทำงานกับกราฟิ ก
1. การแทรกไฟล์รูปภาพ (Pictures)
รูปภาพเป็นวัตถุ (Object) ประเภทหนึ่งที่นิยมใส่ลงในแผ่นสไลด์ เนื่องจากช่วยให้ดูสวยงาม
สื่อความหมายได้ดีและสนับสนุนไฟล์รูปภาพหลายประเภท เช่น .jpg .gif .bmp .png .tif
ทำให้สามารถเลือกใช้รูปภาพได้มากขึ้น
2. การแทรกรูปภาพออนไลน์
1. คลิกเลือก Two Content
2.คลิกแท็บ Insert (แทรก) รูปภาพออนไลน์
3.ปรากฏหน้ าต่าง Insert Pictures พิมพ์ช่อง Bing Image Search เช่น Family
3. การแทรกภาพตัดปะ (ClipArt)
ClipArt : คลิปอาร์ต ภาษาไทยเรียกว่า ภาพตัดปะ เป็นรูปภาพสำเร็จรูปแบบการ์ตูน มีให้
เลือกใช้งานในชุดโปรแกรม Microsoft Office
4. การปรับแต่งรูปภาพ
การปรับแต่งรูปภาพด้วยเครื่องมือรูปภาพ เมื่อนำรูปภาพมาวางลงบนแผ่นสไลด์จะปรากฏ
แถบเครื่องมือเพื่อจัดการรูปภาพที่ต้องการนำมาใช้งานในสไลด์ โดยมีวิธีการต่างๆ ดังนี้
4.1 การปรับขนาดรูปภาพ
การปรับขนาดรูปภาพ สามารถปรับได้ทุกส่วนของรูปภาพ คลิกเลือกรูปาพให้มีจุดแฮนเดิล
(Handle) เลื่อนเมาส์วาที่จุดปรับ 8 จุด รอบๆ รูปภาพ จะปรากฏลูกศร 2 หัว แล้วคลิกเมาส์
ค้างไว้ ลากปรับขึ้นลง หรือปรับ ความกว้างด้านซ้าย ด้านขวา หรือปรับส่วนสูงของภาพด้าน
บนและด้านล่าง
4.2 การย้ายตำแหน่งรูปภาพ
สามารถย้ายตำแหน่งของรูปภาพไปวางตำแหน่งต่างๆ ภายในแผ่นสไลด์ได้ โดยคลิกเมาส์ที่
รูปภาพแล้วลากไปยังตำแหน่งที่ต้องการวาง
4.3 การหมุนรูปภาพ
การหมุนรูปภาพ สามารถหมุนได้โดยคลิกเมาส์ที่รูปภาพ จะปรากฏจุดแอนเดิล (Handle)
ล้อมรอบรูปภาพส่วนบนของภาพมีจุดปรับหมุน (Rotate) เลื่อนเมาส์คลิกที่จุดปรับหมุนและ
หมุนภาพได้ามต้องการถ้ามีลูกศร 4 รูป คือ การหมุนรูปภาพ
4.4 การตัดรูปภาพบางส่วน
การตัดรูปภาพบางส่วน หรือเรียกว่า Crop เพื่อแสดงหรือปิดบางส่วนของภาพที่ไม่ต้องการ
แสดง
4.5 การปรับความสว่าง ความคมชัด การเปลี่ยนสี และการเปลี่ยนรูปภาพ
สามารถปรับแต่งเพิ่มหรือลดความสว่าง ความคมชัดและปรับสีให้กับรูปภาพ หรือบีบอัดไฟล์
ภาพให้เล็กลงได้อย่างง่ายๆ
4.6 การปรับเปลี่ยนลักษณะรูปภาพ
สามารถปรับเปลี่ยนลักษณะรูปภาพ โดยใช้เครื่องมือกลุ่มลักษณะภาพหรือเปลี่ยนรูปร่าง
ของภาพและกำหนดเส้นขอบโดยระบุสี คววามกว้าง ลักษณะเส้น
5. การแทรกและปรับแต่งรูปร่างสำเร็จรูป (Shapes)
รูปร่างหรือรูปวาด (Shapes) สามารถแทรกและปรับแต่งรูปร่างสำเร็จลงสไลด์ในแบบต่างๆ
เช่น สี่เหลี่ยม วงกลม ลูกศร เส้น แผนผัง ลำดับงาน สัญลักษณ์และคำอธิบายภาพโดยใช้
เครื่องมือรูปร่าง (Shapes) ซึ่งมีวิธีการดังต่อไปนี้
5.1 การแทรกรูปร่างสำเร็จรูป
5.2 การเปลี่ยนและแก้ไขรูปร่าง
5.3 การใส่ข้อความ
5.4 การใส่ลักษณะรูปร่างหรือสไตล์รูปร่าง
5.5 การเติ่มสีรูปร่าง
5.6 การใส่เส้นกรอบรูปร่าง
5.7 การใส่ลักษณะพิเศษรูปร่าง
5.8 การจัดเรียงและจัดกลุ่มรูปร่าง การจัดลำดับวัตถุ
หน่วยที่
5
หน่วยที่
การใส่มัลติมีเดีย
และการเตรียมเอกสาร
เพื่อการนำเสนอ
สาระการเรียนรู้ จุดประสงค์การเรียนรู้
1. สไลด์ต้นแบบและเทมเพลต 1. การสไลด์ต้นแบบและเทมเพลตได้
2. การใส่มัลติมีเดีย 2. ใส่มัลติมีเดียได้
3. เตรียมเอกสารประกอบการนำเสนองานได้
3. การเตรียมเอกสารประกอบการนำเสนองาน 4. สร้างเอกสารประกอบการบรรยาย
4. การสร้างเอกสารประกอบการบรรยาย (Handout)
5. การนำเสนองาน (Persentation) (Handout) ได้
6. การซ้อมตั้งเวลานพเสนองาน 5. บอกวิธีการนำเสนอ (Persentation) ได้
6. ซ้อมตั้งเวลานำเสนองานให้
สมรรถนะประจำหน่วย
ใช้คำสั่งในการใส่มัลติมีเดียและการเตรียมเอกสาร
เอกสารเพื่อการนำเสนอ
1.สไลด์ต้นแบบและเทมเพลต
สไลด์แบบต้นแบบของสไลด์ทุกๆ แผ่นที่มีการกำหนดขนาด ตัวยึด ลักษณะข้อความตำแหน่ง วัตถุบน
แผ่นสไลด์
พื้นหลัง ชุดรูปแบบสี และลักษณะพิเศษ เพื่อช่วยให้การสร้างสไลด์ทุกแผ่นมีเค้าโครงพื้นฐานเดียวกัน
1.1 การแก้ไขและบันทึกสไลด์ต้นแบบ
1. ลิกแท็บ View (มุมมอง)
2. คลิกปุ่ม (ต้นแบบสไลด์)
3. คลิกแท็บ Slide Master (ต้นแบบสไลด์)
4. คลิก Them
es (ธีม) ให้เปลี่ยนรูปแบบสไลด์
5. คลิกแท็บชุดรูปแบบ
6. คลิกเมาส์ที่กรอบข้อความบนแผ่นสไลด์
7. คลิก Colors (สี) เลือกชุดสีรูปแบบการนำเสนอ
8. คลิก Fonts (แบบอักษร) ชุดตัวอักษรการนำเสนอสามารถดปลี่ยนแบบตัวอักษรขนาดแบบใหม่ได้
9. คลิกแท็บ Format (รูปแบบ) --> ปุ่ม Shape Fill (สีรูปร่าง)
10. เลือกสีตามที่ต้องการ
11. คลิกขวาที่กรอบข้อความ --> เลือก Format Shape (จัดรูปแบบรูปร่าง)
12. คลิก Fill (เติม) --> Picture or texture fill (เลือกพื้นหลังสไลด์)
13. คลิกปุ่ม Texture (พื้นผิว)
14. คลิกปุ่ม Close (ปิด)
1.2 การสไลด์ต้นแบบ (Template)
1.คลิกแท็บ View (มุมมอง)
2.คลิกปุ่ม Slide Master (ต้นแบบสไลด์)
3.คลิกเมาส์ที่แผ่นสไลด์ (Slide Master) ที่ต้องการสร้างต้นแบบหรือแผ่นอื่นๆ
4. คลิกเมาส์ขวาที่พื้ นแผ่นสไลด์
5.คลิก Format Background (จัดรูปแบบพื้นหลัง)
6.คลิกวงกลม Picture or texture fill (การเติมรูปภาพหรือพื้นผิว)
7. ปรากฏรูปภาพบนแผ่นสไลด์ต้นแบบ
8.คลิกปุ่ม Apply yo All (นำไปใช้ทั้งหมด)
9.คลิกปุ่ม Close Master View (ปิดมุมมองต้นแบบ)
1.3 การบันทึกสไลด์ต้นแบบ (Template)
1.คลิกปุ่มFile (ไฟล์)
2.คลิก Save As (บันทึกเป็น)
3.คลิก Browse (เรียกดู)
4.ตั้งชื่อไฟล์เทมเพลต เช่น ต้นแบบสไลด์1.potx
5.คลิกปุ่ม Save (บันทึก)
6. ได้ผลลัพธ์ต้นแบบสไลด์
1.4 การเรียกงานสไลด์ต้นแบบ
เมื่อบันทึกต้นแบบสไลด์เรียบร้อยแล้ว ขั้นต่อไปการเรียกใช้งานสไลด์ต้นแบบ สามารถเรียกใช้งานได้
1.5 การเพิ่มรูปแบบสไลด์ต้นแบบ
สามารถสร้างต้นแบบสไลด์ โดยเพิ่มรูปแบบสไลด์ตเนแบบมากกว่า 1 แบบ โดยเพิ่มเค้าโครง
สไลด์ใหม่เพื่อให้สามารถเลือกได้ว่าสไลด์แผ่นไหนใช้ต้นแบบใด ซึ่งเหมาะกับสไลด์ที่ต้องการรูป
แบบหลากหลาย
1.6 การเรียกใช้งานเค้าโครงต้นแบบ
เมื่อเพิ่มรูปแบบสไลด์ต้นแบบหลายรูปแบบในไฟล์นำเสนองานเรียบร้อย ถ้าต้องสร้างสไลด์แผ่นใหม่
สามรถคลิกเปลี่ยนเค้าโครงสไลด์ได้จากปุ่มเค้าโครง
2. การใส่มัลติมิเดีย
มัลติมิเดีย คือการแทรกวิดีโอ หรือภาพยนต์และเสียงเข้ามาในสไลด์ นำมาใช้ประกอบกับการนำ
เสนอสไลด์เพื่อเพิ่มความน่าสนใจและน่าติดตาม
2.1 การใส่เสียงประกอบสไลด์
โปรแกรม PowerPoint สามราถเล่นเสียงดนตรี เสียงเพลงจากไฟล์ จากสื่อต่างๆ และบันทึกเสียงด้วย
หูฟั งที่ใช้กับโทรศัพท์ช่วยให้งานนำเสนอดูตื่ นเต้น
2.2 การบันทึกเสียง
1. คลิกแท็บ Inseet --> คลิกปุ่ม
2. คลิกรายการ Record Audio
3. คลิกปุ่ม Record
4. สังเกตตัวเลขหลัง total sound length
5. คลิกปุ่ม หยุดการบันทึกเสียงฃ
6ุ .คลิกปุ่ม เล่นเสียงที่ได้บันทึกไว้
7. คลิกปุ่ม ok
8. แสดงรูปสำโพงบนสไลด์
2.3 การแทรกวิดีโอลงในสไลด์
สไลด์ที่น่าสนใจ น่าติดตาม คือ สไลด์ที่มีวิดีโอเพิ่มลงในงานนำเสนอ มีให้เลือก 2 วิธี แบบ online video
(วิดีโอแบบออนไลน์) หรือ Vidvomon My PC (วิด๊โอบนพีซีของฉัน)
2.3 การบันทึกหน้าจอ
สไลด์ที่น่าสนใจ น่าติดตาม คือ สไลด์ที่มีดิวีโอเพิ่มลงในงานนำเสนอ มีให้เลือก 2 วิธี แบบ Online Video
(วิดีโอบบออนไลน์) หรอแบบ Video on My PC
2.4 การบันทึกหน้าจอ
การบันทึกหน้ าจอ PowerPoint สามารถบันทึกหน้ าจอคอมพิวเตอร์และเสียงที่เกี่ยวข้องก่อนแทรก
การบะนทึกลงในสไลด์
3. การเตรียมเอกสารประกอบการนำเสนอ
การเตรียมเอกสารประกอบการนำเสนองาน มีเอกสารที่ต้องเตรียม คือ เอกสารบันทึกย่อ (Note Pages)
และเอกสารประกอบการบรรยาย (Handout) คือ เอกสารสำหรับแจกผู้ฟัง ซึ่งสารมารถทำได้ดังนี้
3.1 การสร้างเอกสารบันทึกย่อ
3.2 การกำหนดข้อความหัวกระดาษ/ท้ายการดาษหน้ าบันทึกย่อ
4. การสร้างเอกสารประกอบการบรรยาย (Handou)
ในโปรแกรม (PowerPoint) สามารถพิมพ์สไลด์บันทึกย่อของผู้บรรยาย และสร้างเอกสารประกอบคำ
บรรยายสำหรับผู้ฟั งบรรยายได้
4.1 ตัวอย่างรูปแบบของการเลือกจำนวนแผ่นสไลด์
4.2 การกำหหนดหัวกระดาษ/ท้ายกระดาษเอกสารประกอบการบรรยาย
5. การนำเสนองาน(Presentation)
การนำเสนองานมี 2 รูปแบบ คือ การนำเสนองานแบบคลิกด้วยด้วยตนเองและแบบตั้งค่าการนำเสนอสไลด์
5.1 การนำเสนองานแบบคลิกด้วยตนเอง
5.2 การนำเสนองานแบบตั้งค่าการนำเสนอภาพนิ่ง
6. การซ้อมตั้งเวลานำเสนองาน
ก่อนการนำเสนองานสามารถฝึกซ้อมการนำเสนองาน เพื่อให้ทราบระยะเวลาที่ต้องการนำเสนอ โดยมีคำสั่งช่วย
นับเวลา ในการนำเสนอสไลด์แต่ละแผ่น