The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ลิลิตตะเลงพ่าย

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Kanyarat Bunphakdee, 2020-11-04 22:35:40

ลิลิตตะเลงพ่าย

ลิลิตตะเลงพ่าย

๙ อธนำน ธนุปทำน

(กำรใหท้ รพั ยแ์ ก่ผูไ้ ร้ทรัพยท์ ัง้ หลำย)

๔๒๑ชนใดใจขุ่นขน้ ธนแคลน

ทรงจำ่ ยรำยทรัพยแ์ สน สิง่ ให้

อำวรณห์ อ่ นหวงแหน หำยิ่ง ยำกแฮ

ชุบช่วยทวยธเรศไร้ เสอื่ มรอ้ นรอนเข็ญ ฯ

๑๐ สมณพฺรำหมฺ เณ อปุ สงกฺ มติ ฺวำ ปญฺหำปุจฺฉน

(กำรเขำ้ ไปหำสมณพรำหมณแ์ ล้วถำมปญั หำ)

๔๒๒ปวงเปน็ บำพรตพร้อม พรหมจรรย์

มำนะมละสบสรรพ์ สง่ิ เก้ำ

เสด็จสูศ่ ึกษำธรรม์ ถำมโทษ คณุ แฮ

เสรจ็ ทรำบบำปบญุ เคำ้ ขำดข้อกงั ขำ ฯ

๑๑ อธมมฺ รำคสสฺ ปหำน

(ละควำมกำหนดั ในอธรรมคอื ล่วงประเวณี)

๔๒๓ภวู นำยกนำถเกล้ำ กษัตรีย์

ขจดั จำกอธรรมรำคี เกลียดใกล้

ทจุ ริตรำคฤดี โดยกลำ่ ว ไว้นำ

ทัว่ อคมนิยฐำนไท้ ธริ ำชร้ำงห่ำงขวน ฯ

๑๒. วิสมโลภสสฺ ปหำน

(กำรละควำมโลภอันไมส่ มำ่ เสมอเสยี )

๔๒๔ไปด่ ลมหจิ ฉภำพเอื้อ เอำสำร ทรัพย์เฮย

แหง่ บใ่ ห้เหตพุ ำล โอบอำ้ ง

โดยกิจกอบพลกำร ปองประโยชน์ ตนนำ

นำมวิสมโลภมลำ้ ง เลห่ ์น้นั ฤๅมี ฯ

๔๒๕ พธิ ที วำทศพร้อง พรรณนำ นฤ้ี ๅ
จกั รพรรดวิ ัตรจรรยำ ชอ่ื ช้ี
เรืองร่งุ รำชกฤษฎำ ธกิ ำรเกยี รติ เกรกิ แฮ
เจรญิ สวัสดิข์ ัตติเยศกี้ ก่อสรำ้ งสบื แสวง ฯ
๔๒๖ โคลง ๔เสร็จแสดงพระยศเจ้ำ จอมอยุธ ยำเอย
องคอ์ ดิศรสมมุติ เทพไท้
นเรศวรรัตนมกุฎ เกศกษัตรยิ ์ สยำมฤๅ
หวังอยูค่ ธู่ เรศไว้ ฟำกฟ้ำดินเฉลมิ ฯ
๔๒๗ รงั เร่มิ รจเรขอ้ำง อรรถำ แถลงเอย
เสมอทพิ ยมำลยผ์ กำ เกบ็ รอ้ ย
ฉลองบทรชั นรำ ธิปผ่ำน ภพฤๅ
โดยบ่เชย่ี วเชลงถ้อย ถ่องแทแ้ ลฉงำย ฯ
๔๒๘ บรรยำยกลกำพยแ์ สร้ง สมญำ ไว้แฮ
สมลกั ษณ์เลห่ ์เสำวนำ เร่ืองรู้
ตะเลงพำ่ ยเพื่อตะเลงปรำ ชเั ยศ พระเอย
เสนอฤทธิ์สองรำชสู้ ศกึ ช้ำงกลำงสมร ฯ
๔๒๙ อวยพรคณะปรำชญ์พรอ้ ม พิจำรณ์ เทอญพอ่
ใดวริ ุธบรรหำร เหตดุ ว้ ย
จงเฉลมิ แหลง่ พสธุ ำร เจริญรอด หึงแฮ
มลำยโลกอย่ำมลำยม้วย อรรถอนื้ อญั ขยม ฯ

๔๓๐ กรมหมืน่ นุชติ เชอื้ กววี ร
ชิโนรส มง่ิ มหศิ ร เสกให้
ศรีสุคต พจนสุนทร เถลงิ ลกั ษณ์ นี้นำ
ขัตตยิ วงศ์ ผจงโอษฐไ์ ว้ สืบหล้ำอยำ่ ศนู ย์ ฯ
๔๓๑ ไพบูลยโ์ ดยบทเบอ้ื ง โบรำณ รีตฤๅ
รังสฤษฏพ์ ระหลำนตู ต่อบ้ำง
กปษิ ฐำขตั ติยกุมำร สมมติ นำมนำ
หน่อบพิตรเจำ้ ชำ้ ง เผือกผ้สู ำมทรง ฯ
๔๓๒ บรรจงเสำวเลขแลว้ หลำยคุง ขวบฤๅ
ปำงป่นิ ธเรศอำรงุ โลกเลยี้ ง
ทำนุกเชตพุ นผดงุ เผดมิ ตกึ เต็มเอย
อำวำสอำจเพ่งเพยี้ ง แผน่ ฟ้ำมำเสมอ ฯ
๔๓๓ อำเภอพริ ยิ ภำพพอ้ ง ปรีชำ เช่ยี วแฮ
เสำะส่องสุขมุ ปญั ญำ กอบกู้
คำมภรี พ์ ำกยส์ ุภำ ษิตสบื แสวงนำ
สบสง่ิ สรรพศพั ท์รู้ รวบร้วมรวมเฉลย ฯ
๔๓๔ มละเลยกิจอ่ืนเออ้ื เอำธรู เดียวพอ่
สมั ฤทธิม์ โนรถวบิ ูล บร่ ้ำง
จงเปน็ ปจั เยศพูน ศรำพก พระเอย
หนปกั ษท์ กั ษณิ สรำ้ ง สฤษฏ์ได้ดง่ั ถวิล ฯ
๔๓๕ แห่งปนิ่ วสิ ุทธเทพไท้ ทศพล
อนั อุบตั อิ นำคตดล อย่ำแคลว้
ปัญญำธกิ ญำณยล ส่สี ัจ แลฤๅ
มลำ้ งเกลศลำมกแผ้ว ผ่องเพ้ียงเพญ็ แข ฯ

๔๓๖ แปรมุขเมือม่งุ หอ้ ง นฤพำน
พน้ จัตุเภทกนั ดำร ดดั ดน้ั
เบญจำพิธมวลมำร มลำยลง่ แลเฮย
เสวยวมิ ตุ ติลำภซนั้ เสรจ็ ซอ้ งประสงค์ ฯ
๔๓๗ ผิววงวำ่ ยวฏั เวง้ิ วำรี โอฆฤๅ
บลุโลกุตรโมลี เลศิ ล้น
จงเจนจิตกวี วรวำกย์ เฉลยี วเอย
ตรำบลว่ งบว่ งภพพ้น เผด็จเสี้ยนเบยี นสมร ฯ
๔๓๘ จบกลอนเกลำพำกยอ์ ำ้ ง อภิปรำย
เถลิงเกยี รตริ ำชบรรยำย ยศไท้
เฉกนพรัตน์ตงั วำย วจิ ิตรแจก ไวน้ ำ
เสนอหม่เู มธำให้ อ่ำนเอ้อื นเตือนเกษม ฯ
๔๓๙ จบ เสร็จเสำวพำกยถ์ อ้ ย วติ ถำร แถลงนำ
ลิลติ รำชพงศำวดำร แต่ก้ี
ตะเลง เหล่ำดสั กรลำญ มลำยชพี ลงฤๅ
พำ่ ย พระเดชหลีกลี้ ประลำตตอ้ นแตกสยำม ฯ

สมเด็จพระวนั รัตขอพระรำชทำนอภยั โทษ
ยังไม่พน้ เวลำที่สมเดจ็ พระนเรศวรทรงกำหนดไว้ พอถึงวันแรม 15 ค่ำ เวลำประมำณ

8 นำฬิกำเศษ สมเด็จพระวันรัตวัดป่ำแก้ว กับพระรำชำคณะ 25 องค์สองแผนก คือ ฝ่ำย
คำมวำสี และ อรัญวำสี พำกันไปยังพระบรมมหำรำชวัง สมเด็จพระนเรศวรรับส่ังให้นิมนต์
เข้ำไปในทอ้ งพระโรง สมเด็จพระนเรศวรทรงประนมพระหัตถ์แสดงคำรวะ พระวันรัตได้ทูล
ถำมข่ำวที่สมเด็จพระนเรศวรทำยุทธหัตถีจนพระมหำอุปรำชำขำดคอช้ำง เม่ือสมเด็จพระ
นเรศวรทรงเลำ่ จบ พระวนั รัตกรำบทูลว่ำ พระมหำบพติ รพระรำชสมภำรเจำ้ ทรงไดร้ ับชัยชนะ
เหตุใดเล่ำเหล่ำบรพิ ำรจงึ ต้องโทษ ได้ยินแลว้ ทสี่ งสัย สมเด็จพระนเรศวรจึงตรัสต่อไปว่ำ แม่
ทัพนำยกองท้ังปวงซ่ึงได้รับเกณฑ์เข้ำในกองทัพ เม่ือเห็นข้ำศึกก็ตกใจกลัว ยิ่งกว่ำกลัว
พระองค์ซึ่งเป็นเจ้ำนำย ไม่ตำมเสด็จให้ทัน ปล่อยให้พระองค์สองพ่ีน้องเข้ำสู้รบท่ำมกลำง
ข้ำศกึ จำนวนมำกจนมชี ยั ชนะรอดพ้นควำมตำยจงึ ไดม้ ำดหู น้ำพวกทหำรเหล่ำน้ัน ท้ังนี้เพรำะ
คณุ ควำมดีย่งิ ใหญ่ท่ีได้ทำนุบำรุงบ้ำนเมืองไว้คอยอุดหนุนพระบรมเดชำนุภำพของพระองค์
สองพน่ี อ้ ง ถ้ำไม่ได้ควำมดีแตเ่ ก่ำแลว้ ประเทศไทยจะต้องสน้ิ อำนำจเสยี แผน่ ดินแกก่ รงุ หงสำว
ดีเป็นกำรเสอ่ื มเสยี เกียรติยศ จงึ ควรลงโทษถงึ ตำยตำมพระอยั กำรศึกเพอื่ ใหเ้ ป็นตัวอย่ำงมิให้
คนอื่นเอำเย่ียงอย่ำงสบื ไป

สมเด็จพระวันรัตจึงกรำบทูลว่ำ “ บรรดำข้ำทูลละอองธุลีพระบำทล้วนมีควำม
จงรักภักดี เป็นกำรผดิ แปลกไปจำกแบบแผนแตก่ ่อนทวี่ ำ่ ไม่จงรกั ยำเกรงพระองค์ ทงั้ นเี้ พรำะ
พระบรมเดชำนุภำพสำแดงให้ปรำกฏแกป่ วงชนเป็นที่น่ำอศั จรรยจ์ งึ บันดำลใหเ้ ป็นเชน่ นนั้

สมเด็จพระสมั มำสัมพุทธเจ้ำ ( พระตรีโลกนำถ ) ทรงชนะพระยำมำรลำพังพระองค์
เอง เช่นเดียวกับสมเด็จพระนเรศวร พระเอกำทศรถ เสด็จไปปรำบอรริ ำชศัตรจู นแพ้พำ่ ยโดย
ปรำศจำกไพร่พล พระเกียรติยศจึงเลือ่ งลอื กึกก้องไปท่ัวทุกแห่งหน หำกมีทหำรลอ้ มมำกมำย
ถงึ เอำชนะได้

พระเกยี รติยศกไ็ มฟ่ งุ้ เฟอื่ งเพ่ิมพนู ข้นึ และกษัตริยท์ ้งั หลำยก็จะไม่พำกันออกพระนำม
เอิกเกริกกันเช่นนี้ ขอพระองค์ทั้งสองอย่ำได้โทมนัสน้อยพระทัยไปเลย ท้ังน้ีเพรำะเพ่ือรำ
ชกฤฎำภินิหำรของพระองค์ ทวยเทพทั้งหลำยจึงบันดำลให้เป็นไปดังนั้น ขอมหำบพิตรท้ัง
สองพระองค์ อยำ่ ได้ทรงขนุ่ แคน้ พระทยั ไปเลย ท้ังนีเ้ ป็นไปตำมทีก่ รำบทูลทุกประกำร ”
สมเด็จพระนเรศวรได้ทรงฟังพระวนั รัตถวำยวิสัชนำบรรยำยโดยพิสดำรโดยวิธีเปรียบเทียบ
กับกฤฎำภินหิ ำรแหง่ พระสมั มำสัมพทุ ธเจำ้ ก็ทรงปรำโมทย์ ออกพระโอษฐส์ ำธุถวำยนมสั กำร
แลว้ ตรัสว่ำ พระวนั รัตกลำ่ วคำน่ำขอบใจ ทกุ สง่ิ ท่ีช้ีแจงสมควรและเปน็ จริงไมส่ งสยั แมแ้ ตน่ ้อย

พระวนั รตั เหน็ วำ่ ทรงคลำยกร้วิ แมท่ ัพนำยกองแล้ว จึงกล่ำวถวำยพระพรให้พระองค์
ปรำศจำกทุกข์ภัยอันตรำยท้ังปวง แล้วกรำบทูลต่อไปว่ำ แม่ทัพนำยกองเหล่ำนี้มีควำมผิด
รุนแรง ควรได้รับโทษท้งั โคตร แต่เคยไดร้ บั รำชกำรสนองพระเดชพระคณุ มำแตก่ อ่ นนบั ต้ังแต่
สมยั สมเดจ็ พระมหำจักรพรรดิพระบรมรำชอัยกำ และสมเด็จพระมหำธรรมรำชำพระรำช
บิดำ จนล่วงถึงสมเด็จพระนเรศวรได้ข้ึนครองรำชสมบัติ เปรียบได้กับพุทธบริษัทท้ังปวง
ช่วยกนั ดำรงพระพทุ ธศำสนำต่อมำ ขอให้พระองค์ทรงงดโทษประหำรชีวิตแม่ทัพนำยกองไว้
สกั คร้ังหนึง่ เพื่อจะได้เป็นกำลังส่งเสริมพระบรมเดชำนุภำพ เม่ือศึกสงครำมเกิดขึ้นอีก เขำ
เหล่ำน้ันจะคิดแก้ตัว หำควำมดีควำมชอบเพ่ือเพิ่มพูนพระบำรมีให้แผ่ไปทั่วบ้ำนเมืองชอง
พระองค์เปน็ แน่

สมเด็จพระนเรศวรไดท้ รงสดับขอ้ ควำมของพระวันรตั ทที่ ลู ขออภัยบรรดำแม่ทัพนำยก
องทง้ั ปวง ก็ทรงพระกรณุ ำทวี่ ำ่ บคุ คลเหล่ำนยี้ ังจงรักภักดตี ่อพระองคอ์ ยู่ จงึ พระรำชทำนอภยั
โทษตำมคำทูลของพระวันรัต แต่ทรงเห็นสมควรที่จะใช้ให้ไปตีเมืองตะนำวศรี ทวำย และ
มะริด เปน็ กำรชดเชยควำมผิด สมเดจ็ พระวนั รตั กรำบทลู วำ่ กำรรบทพั จับศกึ ไม่ใช่กิจอันควร
ทีพ่ ระภกิ ษุจะเหน็ ด้วย พระองค์จะทรงมพี ระรำชบัญชำใชส้ อยประกำรใดสุดแล้วแต่พระรำช
อัธยำศยั แล้วสมเด็จพระวนั รัตถวำยพระพรลำ พำคณะสงฆ์กลับวัด สมเด็จพระนเรศวรจึงมี
พระบรมรำชโองกำรโปรดเกลำ้ ฯ ให้แม่ทพั นำยกองพ้นโทษและคงดำรงตำแหนง่ ยศเดมิ

สมเดจ็ พระนเรศวรทรงมีพระรำชกำหนดให้ เจ้ำพระยำคลังคุมทหำร 50,000 คน ไป
ตเี มอื งทวำย ให้เจ้ำพระยำจกั รคี มุ ทัพจำนวนรพี้ ลเท่ำกนั ไปตีเมอื ง มะริด และ ตะนำวศรี มหำ
อำมำตยท์ ้งั สองกรำบถวำยบงั คมลำไปเตรยี มทพั ยกไปทันที แล้วท้ังสองพระองค์ก็มีพระรำช
ดำรัสถึงหัวเมืองฝ่ำยเหนอื วำ่ ไทยไดก้ วำดตอ้ นครอบครวั เข้ำมำจำนวนมำกแตย่ งั ไม่หมด ทรง
มีพระรำชดำริว่ำถึงศึก พม่ำ มอญ ว่ำคงจะลดลงถึงจะยกมำก็คงไม่น่ำกลัว ควรจะได้
ทะนุบำรุงหัวเมอื งฝำ่ ยเหนือไวใ้ ห้รงุ่ เรืองปรำกฏเปน็ เกียรติยศสบื ต่อไปชั่วกัลป์ปำวส

คุณธรรมที่ไดร้ ับจำกเร่ือง ลิลิตตะเลงพ่ำย

1 .ควำมรอบคอบไม่ประมำท
ในเร่อื งลลิ ิตตะเลงพ่ำยนี้เรำจะเหน็ คุณธรรมของพระนเรศวรได้อยำ่ งเด่นชดั และสง่ิ

ที่ทำใหเ้ รำเห็นวำ่ พระองค์ทรงเปน็ พระมหำกษตั รยิ ์ท่ีทรงพระปรีชำสำมำรถมำกท่ีสุด คือ
ควำมรอบคอบ ไมป่ ระมำท ดงั่ โคลงสีส่ ภุ ำพตอนหน่งึ กลำ่ วว่ำ

๖๒(๑๖๔) พระห่วงแตศ่ กึ เส้ียน อสั ดง
เกรงกระลับกอ่ รงค์ ร่ัวหลำ้
คือใครจกั คมุ คง ควรคู่ เข็ญแฮ
อำจประกันกรุงถ้ำ ทัพข้อยคนื ถึง

หลังจำกที่พม่ำยกกองทพั เข้ำมำพระองค์กท็ รงสง่ั ให้พำ่ ยพลทหำรไปทำลำยสะพำน
เพอื่ ว่ำเม่ือฝ่ำยไทยชนะศึกสงครำม พ่ำยพลทหำรของฝ่ำยพม่ำก็จะตกเป็นเชลยของไทย
ท้ังหมด นั่นแสดงใหเ้ รำเหน็ ว่ำพระองคท์ รงเป็นกษัตริย์ท่ีมีทัศนคติที่กว้ำงไกล ซึ่งมีผลมำ
จำกควำมรอบคอบไม่ประมำท

2 .กำรเปน็ คนรจู้ กั กำรวำงแผน
จำกกำรทีเ่ รำไดร้ บั กำรศึกษำเรื่องลลิ ติ ตะเลงพำ่ ยเรำจะเหน็ ไดช้ ัดเจนวำ่ ในชว่ งตอน

ท่ีสมเด็จพระนเรศวรมหำรำชทรงเปลี่ยนแผนกำรรบเป็นรับศึกพม่ำแทนไปตีเขมร
พระองค์ไดท้ รงจัดกำรวำงแผนอย่ำงเป็นขนั้ เปน็ ตอนอย่ำงไม่รอชำ้ ทรงแตง่ ตัง้ ใหพ้ ระยำศรี
ไสยณรงค์เปน็ แมท่ ัพหน้ำและพระรำชฤทธำนนท์เป็นปลัดทัพหน้ำตำมด้วยแผนกำรอื่นๆ
อกี มำกมำยเพอื่ ทำกำรรับมือ และพร้อมท่ีจะต่อสู้กับข้ำศึกศัตรูทำงฝ่ำยพม่ำ ยกตัวอย่ำง
โคลงสส่ี ภุ ำพทแ่ี สดงใหเ้ รำเหน็ ถงึ กำรรจู้ ักกำรวำงแผนของสมเดจ็ พระนเรศวรมหำรำช

๖๓(๑๖๕) พระพงึ พิเครำะหผ์ ู้ ภักดี ทำ่ นนำ
คอื พระยำจักรี กำจแกล้ว
พระตรสั แด่มนตรี มอบม่งิ เมืองเฮย
กไู กลกรุงแก้ว เกลือกช้ำคลำคนื

เมอ่ื เรำเห็นถงึ คณุ ธรรมทำงด้ำนกำรวำงแผนแล้วเรำก็ควรเอำเย่ียงอย่ำงเพ่ือใช้ใน
กำรดำเนินชีวิตให้เป็นไปอย่ำงมีระเบียบ มีแบบแผน ซ่ึงจำกคุณธรรมข้อนี้ก็อำจช่วย
เปลี่ยนแปลงให้ท่ำนผู้อ่ำนทุกท่ำน ให้กลำยเป็นบุคคลท่ีมีคุณภำพชีวิตทำงด้ำนกำร
วำงแผนในกำรดำเนินชวี ิตกเ็ ป็นไดถ้ ำ้ เรำรู้จกั กำรวำงแผนให้กบั ตัวเรำเอง

3. กำรเปน็ คนรูจ้ กควำมกตัญญูกตเวที
จำกบทกำรรำพึงของพระมหำอปุ รำชำถึงพระรำชบิดำนั้น แสดงให้เรำเห็นอย่ำง

เด่นชดั เลยทีเดยี ววำ่ พระมหำอุปรำชำทรงมีควำมห่วงใย อำทร ถึงพระรำชบดิ ำในระหว่ำง
ทท่ี รงออกรบ ซึ่งแสดงให้เรำเห็นถงึ ควำมรกั ของพระองค์ที่มตี อ่ พระรำชบิดำ โดยพระองค์
ได้ทรงถ่ำยทออดควำมนกึ คิด และรำพึงกับตวั เอง ดง่ั โคลงสีส่ ภุ ำพท่ีกล่ำวไว้ว่ำ

๕๑(๑๕๒) ณรงค์นเรศดำ้ ว ดสั กร
ใครจักอำจออกรอน รบสู้
เสียดำยแผน่ ดนิ มอญ มอด มว้ ยแฮ
เหตูบ่มีมอื ผู้ อืน่ ต้ำนทำนเขญ็

ซึง่ เมอ่ื แปลจะมคี วำมหมำยว่ำ เม่อื ยำมที่สงครำมข้ึนใครเล่ำจะออกไปรบแทนท่ำน
พ่อ จำกโคลงนไ้ี ม่ได้แสดงให้เรำเห็นถึงควำมกตัญญูที่มีต่อพระรำชบิดำของพระมหำอุป
รำชำเพยี งอยำ่ งเดยี ว แตย่ ังมีควำมกตัญญู ควำมจงรัก ภกั ดี ต่อชำตบิ ำ้ นเมืองอีก

4. ควำมซื่อสัตย์

จำกเนอ้ื เร่อื งนเี้ รำจะเหน็ ได้วำ่ บรรดำขนุ กรแี ละทหำรมำกมำยท้ังฝำ่ ยพม่ำและฝำ่ ย
ไทยมีควำมซอื่ สัตยแ์ ละควำมจงรกั ภักดี ต่อประเทศชำตขิ องตนมำกเพรำะจำกกำรท่ศี ึกษำ
เร่อื งลลิ ิตตะเลงพ่ำยเรำยังไม่เหน็ เลยว่ำบรรดำทหำรฝำ่ ยใดจะทรยศต่อชำติบ้ำนเมืองของ
ตน ซึ่งก็แสดงให้เรำเห็นวำ่ ควำมซ่อื สัตยใ์ นเรำองเล็กๆนอ้ ยๆกท็ ำใหเ้ รำสำมำรถซื่อสัตย์ใน
เรื่องใหญ่ๆได้ซึ่งจำกเร่ืองน้ีควำมซื่อสัตย์เล็กๆน้อยๆของบรรดำทหำรส่งผลให้ชำติ
บ้ำนเมืองเกิดควำมเป็นปึกแผ่นมั่นคงได้

เรำกเ็ ช่นเดยี วกัน....ถ้ำเรำรจู้ กั มีควำมซ่อื สตั ย์ต่อตนเองดั่งเชน่ บรรดำขุนกรี ทหำรก็
อำจนำมำซึ่งควำมเจริญและควำมมั่นคงในชีวิตก็เป็นได้ซึ่งส่ิงน้ีอำจส่งผลประโยชน์ต่อ
ตนเอง ตอ่ ครอบครวั และชำตบิ ำ้ นเมอื ง

5. กำรเปน็ คนชำ่ งสงั เกตและมีไหวพรบิ
สมเดจ็ พระนเรศวรมหำรำชทรงเปน็ พระมหำกษัตรยิ ์ทม่ี พี ระปรชี ำสำมำรถทำงด้ำน

กำรมคี วำมสตปิ ัญญำและมีไหวพริบเป็นเลิศ ดังนั้นจึงไม่แปลกเลยท่ีสมเด็จพระนเรศวร
มหำรำชจะทรงมคี ณุ ธรรมทำงด้ำนกำรเป็นคนช่ำงสังเกตและมีไหวพริบ ด้วยเหตุนี้ทำให้
พระองค์ทรงสำมำรถแก้ไขสถำนกำรณ์อันคับขันในช่วงท่ีตกอยู่ในวงล้อมของพม่ำได้ ซ่ึง
ฉำกท่ีแสดงใหเ้ รำเหน็ ว่ำพระองค์ทรงมคี ุณธรรมทำงดำ้ นนี้คือ

๑๓๐(๒๙๖)โดยแขวงขวำทศิ ท้ำว ทฤษฎี แลนำ
บัด ธ เห็นขุนกรี หนงึ่ ไสร้
เถลิงฉัตรจัตรุ พิรยี ์ เรยี งคง่ั ขเู ฮย
หนแห่งฉำยำไม้ ขอ่ ยช้ีเฌอนำม

๑๓๑(๒๙๗) ปนิ่ สยำมยลแทท้ ่ำน คะเนนึก อยู่นำ

ถวลิ ว่ำขุนศึกสำ- นักโนน้
ทวยทับเทยี บพนั ลกึ แลหลำก หลำยแฮ
ครบเครือ่ งอุปโภคโพ้น เพง่ เพยี้ งพศิ วง

สมเดจ็ พระนเรศวรทรงใช้วิธีกำรสังเกตหำฉัตร5ช้ันของพระมหำอุปรำชำ ทำให้
พระองคท์ รงทรำบว่ำใครเป็นพระมหำอุปรำชำทั้งๆที่มีทหำรฝ่ำยข้ำศึกร่ำยล้อมพระองค์
จนรอบ แต่ด้วยควำมมีไหวพริบพระองค์จึงตรัสท้ำรบเสียก่อนเพรำะถ้ำพระองค์ไม่ทรง
ตรัสท้ำรบเสียก่อนพระองค์อำจทรงถูกฝ่ำยข้ำศึกรุมโจมตีก็เป็นได้ ดังน้ันเมื่อเรำเห็น
คุณธรรมของพระองคด์ ้ำนนี้แลว้ กค็ วรยึดถอื และนำไปปฏิบัติตำมเพรำะส่ิงดีๆเหล่ำน้ีอำจ
ก่อให้เกิดผลดตี อ่ ตนเอง และต่อประเทศชำตไิ ด้

6. กำรมีวำทศลิ ป์ในกำรพูด
จำกเร่ืองน้ีมีบุคคลถึงสองท่ำนด้วยกันท่ีแสดงให้เรำเห็นถึงพระปรีชำสำมำรถ

ทำงด้ำนกำรมีวำทศิลป์ในกำรพูด ท่ำนแรกคือ สมเด็จพระนเรศวรมหำรำช ในโคลงสี่
สภุ ำพท่ีว่ำ

๑๗๗(๓๐๓) พระพ่ีพระผูผ้ ่ำน ภพอตุ -ดมเอย
ไป่ชอบเชษฐ์ยืนหยุด รม่ ไม้
เชิญกำรรว่ มคชยทุ ธ์ เผยอเกียรติ ไวแ้ ฮ
สืบว่ำสองเรำไซร้ สุดสน้ิ ฤำมี

เรำจะเห็นว่ำสมเด็จพระนเรศวรทรงใช้วำจำที่ไพเรำะมีควำมสุภำพน่ำฟังต่อพระ
มหำอปุ รำชำซึ่งเป็นพีเ่ มอ่ื ครง้ั ทสี่ มเด็จพระนเรศวรทรงประทบั อยู่ทำงฝ่ำยพม่ำ

ท่ำนท่ีสองคือ สมเด็จพระวันรัต เม่ือคร้ังที่พระองค์ทรงมำขอพระรำชทำนอภัย
โทษจำกพระนเรศวร ใหก้ บั บรรดำทหำรทตี่ ำมเสดจ็ พระนเรศวรในกำรรบไม่ทัน ซ่ึงอยู่ใน
โคลงส่สี ภุ ำพที่วำ่

๑๗๗(๓๕๗) พระตรโี ลกนำถแผ้ว เผดจ็ มำร
เฉกพระรำชสมภำร พ่ีน้อง
เสดจ็ ไร้พิรยิ ะรำญ อรินำศ ลงนำ
เสนอพระยศยนิ ก้อง เกยี รตกิ อ้ งทุกภำย

กำรมีวำทศลิ ปใ์ นกำรพดู ของสมเด็จพระวนั รัตครัง้ นท้ี ำใหบ้ รรดำขนุ กรี ทหำรไดร้ ับ
กำรพ้นโทษดงั น้นั จำกคณุ ธรรมข้อน้ีทำให้เรำได้ข้อคิดที่ว่ำ กำรพูดดีเป็นศรีแก่ตัวเม่ือเรำ
ทรำบเช่นนี้แลว้ เรำทกุ คนกอ่ นทจี่ ะพูดอะไรต้องคดิ และไตรต่ รองให้ดีกอ่ นทีจ่ ะพดู

ข้อคดิ ที่ได้จำกเร่อื ง ลิลติ ตะเลงพ่ำย

1. ลิลิตตะเลงพ่ำยสะท้อนให้เห็นควำมรักชำติ ควำมเสียสละ ควำมกล้ำหำญ ของ
บรรพบรุ ุษ ซง่ึ คนไทยควรภำคภูมใิ จ

2. แผน่ ดนิ ไทยต้องผ่ำนกำรทำศึกสงครำมอยำ่ งมำกมำยกวำ่ ท่จี ะมำรวมกันเป็น
ปึกแผ่นอยำ่ งปจั จุบนั นี้

3. พระรำชภำรกิจของกษัตริย์ไทยในสมัยก่อน คือกำรปกครองบ้ำนเมืองให้
ร่มเยน็ เปน็ สุขและรบเพือ่ ปกปอ้ งอธิปไตยของไทย

คณุ คำ่ ทไ่ี ดจ้ ำกเรอ่ื ง ลลิ ิตตะเลงพำ่ ย

๑. เป็นวรรณคดีชัน้ สูงของชำติซึง่ ถอื ได้ว่ำเปน็ แบบอยำ่ งที่ดขี องวรรณคดีอน่ื ๆ
๒. ให้คุณค่ำทำงด้ำนวรรณศิลป์หลำยประกำร เช่น กำรเล่นคำ กำรแทรกบท
นริ ำศครำ่ ครวญ กำรใช้โวหำรตำ่ งๆ กำรพรรณนำฉำกที่ทำให้ผู้อ่ำนมีอำรมณ์ร่วม และ
เกดิ ควำมรู้สึกคล้อยตำม
๓. ให้ควำมรเู้ กย่ี วกับประวัตศิ ำสตรแ์ ละลกั ษณะผฟู้ งั ท่ีดี
๔. ปลุกใจให้คนไทยรักและเทิดทูนแผ่นดินไทยจนพร้อมที่จะเสียสละเพื่อ
บำ้ นเมอื ง

บทอำขยำนเรื่อง ลิลิตตะเลงพำ่ ย

เบ้ืองนน้ั นฤนำถผู้ สยำมินทร์
เบี่ยงพระมำลำผนิ หอ่ นพอ้ ง
ศสั ตรำวุธอรนิ ทร์ ฤๅถกู องคเ์ อย
เพรำะพระหัตถห์ ำกปอ้ ง ปดั ดว้ ยขอทรง ฯ
ทวำรตั ิ
บดั มงคลพำ่ หไ์ ท้ ตกใต้
แว้งเหวีย่ งเบี่ยงเศียรสะบดั คอคช เศกิ แฮ
อุกคลกุ พลุกเงยงดั ทว่ งท้อทีถอย ฯ
เบนบำ่ ยหงำยแหงนให้ ในรณ
พ่ำยฟอ้ น
พลอยพล้ำเพลียกถ้ำท่ำน เผด็จคู่ เข็ญแฮ
บดั รำชฟำดแสงพล ขำดดำ้ วโดยขวำ ฯ
พระเดชพระแสดงดล ยลสยบ
ถนดั พระอังสำขอ้ น ท่ำวดิ้น
สังเวช
อรุ ำรำนร้ำวแยก สู่ฟำ้ เสวยสวรรค์ ฯ
เอนพระองคล์ งทบ
เหนอื คอคชซอนซบ
วำยชิวำตม์สดุ สิ้น

แบบทดสอบเร่อื ง ลลิ ติ ตะเลงพำ่ ย

รำยชอ่ื ผู้จัดทำ

นำยวชั รพงษ์ โตเหย้ี ม นำงสำวทศั นยี ์ ป้นั กนั อนิ ทร์
6113112029 6113112007

นำงสำวกญั ญำรัตน์ บุญภักดี
6113112002


Click to View FlipBook Version