The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ณัฐดามาศ ปาริชาติ

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Natdamas Salee, 2022-05-19 05:34:38

ณัฐดามาศ ปาริชาติ

ณัฐดามาศ ปาริชาติ

• ความรู้เบอื ้ งต้นเกี่ยวกบั คอมพิวเตอร์และ
เทคโนโลยีสารสนเทศ

ความหมายของของพวิ เตอร์

คอมพิวเตอร์ หมายถึง อปุ กรณ์ชนิดหนงึ่ ที่ทางานด้วยระบบอเิ ล็กทรอนิกส์ สามารถจาข้อมลู และ
คาสง่ั ได้ ทาให้สามารถทางานไปได้โดยอตั โนมตั ิด้วยอตั ราความเร็วท่ีสงู มาก ใช้ประโยชน์ในการคานวณ
หรือการทางานตา่ งๆได้เกอื บทกุ ชนิด คอมพวิ เตอร์เป็นเคร่ืองมือท่ีชว่ ยในการคานวณและประมวลผลข้อมลู
ซ่ึงประกอบด้วยคณุ สมบตั ิ 3 ประการ คอื

1. ความเร็ว (Speed) เคร่ืองคอมพิวเตอร์ทางานด้วยความเร็วสงู มาก หนว่ ย

ความเร็วของการทางานของคอมพิวเตอร์วดั เป็น

มลิ ลิเซกนั (Millisacond) ซงึ่ เทียบความเร็วเท่ากบั 1/1,000 วนิ าที , ไมโครเซกนั
(Microsecond) ซง่ึ เทยี บความเร็วเท่ากบั 1/1,000,000 วินาที ,นาโนเซกนั (Nanosacond)
ซ่ึงเทียบความเร็วเท่ากบั 1/1,000,000,000 วินาที

2. หน่วยความจา (Memory) เคร่ืองคอมพิวเตอร์ประกอบไปด้วยหน่วยความจา

สามารถใช้บนั ทกึ และเกบ็ ข้อมลู ได้คราวละมากๆ สามารถเก็บคาสง่ั ต่อๆ กนั ทเ่ี ราเรียกว่า โปรแกรม และ
นามาประมวลในคราวเดยี วกนั ซึ่งเป็นปัจจยั ทาให้คอมพวิ เตอร์สามารถทางานเก็บข้อมลู ได้คราวละมากๆ
และสามารถประมวลผลได้เร็วและถกู ต้อง

3. ความสามารถในการเปรียบเทียบ (Logical) เครื่องคอมพวิ เตอร์

ประกอบด้วยหนว่ ยคานวณและตรรกะ นอกจากจะมคี วามสามารถในการคานวณแล้วยงั มคี วามสามารถ
ในการเปรียบเทียบ ความสามารถนเี ้องทที่ าให้เคร่ืองคอมพวิ เตอร์ตา่ งกบั เครื่องคดิ เลข และคณุ สมบตั ินที ้ ่ี
ทาให้นกั คอมพิวเตอร์สร้างโปรแกรมอตั โนมตั ขิ นึ ้ ใช้อย่างกว้างขวาง คอมพิวเตอร์ยงั มคี วามแม่นยาในการ
คานวณ มีความเทย่ี งตรงแม้จะทางานเหมือนเดมิ ซา้ กนั หลายรอบ และสามารถติดต่อส่ือสารกบั
คอมพวิ เตอร์เคร่ืองอ่นื ๆ ด้วย

ประโยชน์ของคอมพวิ เตอร์

การใช้ประโยชน์จากคอมพิวเตอร์กระจายไปอยใู่ นทกุ วงการ

- ด้านธุรกิจ ได้แก่การนาคอมพวิ เตอร์มาประมวลงานด้านธรุ กิจ

- ด้านการธนาคาร ปัจจบุ นั ทกุ ธนาคารจะนาระบบคอมพิวเตอร์มาใช้งานในองค์กรของตนเพ่ือให้บริการ
ลกู ค้า

- ด้านตลาดหลกั ทรพั ย์ ตลาดหลกั ทรพั ย์เป็นศนู ยก์ ลางการซอื ้ ขายหลกั ทรพั ย์ จะมีข้อมลู จานวนมากและ
ต้องการความรวดเร็วในการปฏบิ ตั ิงาน

- ธุรกิจโรงแรม ระบบคอมพิวเตอร์สามารถใช้ในการบริหารโรงแรม การจองห้องพกั การติดตงั้ ระบบ
Online ตามแผนกตา่ งๆ

- การแพทย์ มกี ารนาระบบคอมพิวเตอร์มาใช้อยา่ งกว้างขวาง เชน่ ทะเบียนประวตั ิคนไข้,ระบบข้อมลู การ
ให้ภมู คิ ้มุ กนั โรค,สถิตดิ ้านการแพทย์,ด้านการบญั ชี

- วงการศกึ ษา การนาคอมพวิ เตอร์มาใช้กบั สถาบนั การศึกษาจะมี ระบบงานทเี่ กี่ยวกบั การเรียนการสอน
การวิจยั การบริหาร

- ด้านอตุ สาหกรรมทวั่ ไป

- ด้านธรุ กจิ สายการบนิ สายการบนิ ต่างๆทวั่ โลกได้นาเอาคอมพิวเตอร์มาใช้งานอย่างแพร่หลายโดย
เฉพาะงานการสารองทน่ี ง่ั และเที่ยวบิน

- ด้านการบนั เทงิ เชน่ วงการภาพยนตร์ การดนตรี เต้นรา

ความหมายและความสาคญั ของเทคโนโลยีสารสนเทศ

เทคโนโลยสี ารสนเทศ มาจากคาภาษาองั กฤษวา่ Information Technology และมผี ู้
นิยมเรียกทบั ศพั ท์ย่อว่า IT สชุ าดา กีระนนั ท์ (2541) ให้ความหมายว่า เทคโนโลยีสารสนเทศ หมายถึง
เทคโนโลยีทกุ ด้านที่เข้าร่วมกนั ในกระบวนการจดั เกบ็ สร้าง และส่อื สารสนเทศ ครรชติ มาลยั วงศ์ (2539)
กลา่ วว่า เทคโนโลยีสารสนเทศ ประกอบด้วยเทคโนโลยีที่สาคญั สองสาขาคอื เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ และ
เทคโนโลยีสอื่ สารโทรคมนาคม โดยทวั่ ไปแล้วเทคโนโลยสี ารสนเทศจะครอบคลมุ ถงึ เทคโนโลยีต่างๆ ที่
เกยี่ วข้องกบั การบนั ทึก จดั เก็บ ประมวลผลสืบค้น สง่ และรับข้อมลู ในรูปของสอ่ื อเิ ล็กทรอนกิ ส์ ซึ่งรวมถงึ
เคร่ืองมอื และอปุ กรณ์ต่างๆ เชน่ คอมพวิ เตอร์ อปุ กรณ์จดั เก็บ บนั ทกึ และค้นคืน เครือข่ายสื่อสาร ข้อมลู
อปุ กรณ์ส่อื สารและโทรคมนาคม รวมทงั้ ระบบทค่ี วบคมุ การทางานของอปุ กรณ์เหล่านี ้

ครรชติ มาลยั วงศ์ (2541) กลา่ ววา่ เทคโนโลยีสารสนเทศมคี วามสาคญั ดงั นี ้

1. สามารถจดั เกบ็ ข้อมลู จากจดุ เกิดได้อย่างรวดเร็ว

2. สามารถบนั ทึกข้อมลู จานวนมากๆไว้ใช้งานหรือไว้อ้างองิ การดาเนินงานหรือการตดั สนิ ใจ
ใดๆ

3. สามารถคานวณผลลพั ธ์ตา่ งๆได้รวดเร็ว

4. สามารถสร้างผลลพั ธ์ได้หลากหลายรูปแบบ

5. สามารถสง่ สารสนเทศ ข้อมลู หรือผลลพั ธ์ท่ีได้จากที่หนึง่ ไปยงั อกี ทห่ี นึ่งได้อยา่ งรวดเร็ว

ข้อมลู (data) => กล่มุ ตวั อกั ษรอกั ขระทีเ่ มอ่ื นามารวมกนั แล้วมีความหมายอยา่ งใดอยา่ งหน่ึงและ
สาคญั ควรค่าแก่การจดั เก็บเพ่อื นาไปใช้ในโอกาศตา่ งๆ ข้อมลู มกั เป็นข้อความทอี่ ธบิ ายถึงสงิ่ ใดสิ่งหนงึ่ อาจ
เป็นตวั อกั ษร ตวั เลข หรือสญั ลกั ษณ์ใดๆ ท่ีสามารถนาไปประมวลผลด้วยคอมพิวเตอร์

สารสนเทศ => ข้อมลู ขา่ วสาร ความรู้ต่างๆ ทไี่ ด้รบั การสรุป คานวณ จดั เรียงหรือประมวลแล้ว
จากข้อมลู ตา่ งๆ ทเ่ี กย่ี วข้องอย่างเป็นระบบตามหลกั วชิ าการจนได้เป็นความรู้เพือ่ นามาเผยแพร่และใช้
ประโยชน์ในงานด้านต่างๆ

ข้อมลู และสารสนเทศนบั ว่าเป็นประโยชน์ตอ่ การนาไปใช้บริหารงานด้านตา่ งๆ มากมายอาทิ เชน่

ด้านการวางแผน ,ด้านการตดั สินใจ ,ด้านการดาเนินงาน

เทคโนโลยแี ละสารสนเทศ

Information Technology หรือ IT คอื การประยกุ ตค์ วามรู้ทางวทิ ยาศาสตร์มาใช้ในระบบ
สารสนเทศ ตงั้ แตก่ ระบวนการจดั เก็บ ประมวลผล และการเผยแพร่สารสนเทศ เพ่ือชว่ ยให้ได้สารสนเทศทมี่ ี
ประสทิ ธิภาพและรวดเร็วทนั ต่อเหตกุ ารณ์ โดยเทคโนโลยีสารสนเทศ อาจประกอบด้วย

- เครื่องมอื และอปุ กรณ์ต่างๆ เช่น เครื่องคอมพวิ เตอร์ เครื่องใช้สานกั งาน อปุ กรณ์สอ่ื สารโทรคมนาคม
ต่างๆ รวมทงั้ ซอฟทแ์ วร์ทงั้ แบบสาเร็จรูปและแบบพฒั นาขนึ ้ เพื่อใช้ในงานเฉพาะด้าน ซึง่ เคร่ืองมือเหล่านี ้
จดั เป็นเคร่ืองมือทนั สมยั และใช้เทคโนโลยีระดบั สงู (High Technology)

- กระบวนการในการนาอปุ กรณ์เคร่ืองมอื ตา่ งๆ ข้างต้นมาใช้งาน เพอ่ื รวบรวม จดั เกบ็ ประมวลผล และ
แสดงผลลพั ธ์เป็นสารสนเทศในรูปแบบตา่ งๆ ทีส่ ามารถนาไปใช้ประโยชน์ได้ต่อไป เช่น การจดั เกบ็ ข้อมลู ใน
ลกั ษณะของฐานข้อมลู เป็นต้น

ระบบสารสนเทศ (Information system)

ระบบสารสนเทศ (Information system) หมายถึง ระบบท่ีประกอบด้วยส่วนตา่ งๆ ได้แก่ ระบบ
คอมพิวเตอร์ทงั้ ฮาร์ดแวร์ ซอฟทแ์ วร์ ระบบเครือข่าย ฐานข้อมลู ผ้พู ฒั นาระบบ ผ้ใู ช้ระบบ พนกั งานท่ี
เกยี่ วข้อง และ ผ้เู ชี่ยวชาญในสาขา ทกุ องคป์ ระกอบนที ้ างานร่วมกนั เพ่ือกาหนด รวบรวม จดั เกบ็ ข้อมลู
ประมวลผลข้อมลู เพื่อสร้างสารสนเทศ และสง่ ผลลพั ธ์หรือสารสนเทศท่ไี ด้ให้ผ้ใู ช้เพ่ือช่วยสนบั สนนุ การ
ทางาน การตดั สินใจ การวางแผน การบริหาร การควบคมุ การวเิ คราะห์และติดตามผลการดาเนินงานของ
องคก์ ร

ระดบั ของผ้ใู ช้ระบบสารสนเทศ
ระดบั ของผ้ใู ช้ระบบสารสนเทศแบ่งตามลกั ษณะการบริหารจดั การได้ 3 ระดบั ดงั นี ้

- ระดบั สงู (Top Level Management) กล่มุ ของผ้ใู ช้ระดบั นจี ้ ะเก่ียวข้องกบั ผ้บู ริหาร
ระดบั สงู มหี น้าทกี่ าหนดและวางแผนกลยทุ ธ์ขององคก์ รเพอ่ื นาไปส่เู ป้าหมาย โดยมที งั้ สารสนเทศภายใน
และสารสนเทศภายนอก เพอื่ วิเคราะหแ์ นวโน้มสถานการณ์โดยรวม ซง่ึ ระบบสารสนเทศในระดบั นตี ้ ้อง

ออกแบบให้งา่ ยและสะดวกตอ่ การใช้งาน ไม่มีความซบั ซ้อนหรือยงุ่ ยาก แสดงผลทางด้านกราฟฟิคบ้าง
ต้องตอบสนองท่รี วดเร็วและทนั ท่วงทีด้วยเชน่ กนั

- ระดบั กลาง (Middle Level Management) เก่ียวข้องกบั กลมุ่ ผ้ใู ช้งานระดบั การ
บริหารและจดั การองคก์ ร ซึง่ มีหน้าที่รบั นโยบายมาจากผ้บู ริหารระดบั สงู นามาสานต่อให้บรรลตุ าม
เป้าหมายท่ีกาหนดไว้ ด้วยการใช้หลกั บริหารและจดั การอย่างมปี ระสิทธิภาพ ระบบสารสนเทศท่ีใช้มกั
ได้มาจากแหลง่ ข้อมลู ภายใน ระบบสารสนเทศจึงต้องมีการจดั อนั ดบั ทางเลือกแบบต่างๆไว้ โดยเลอื กใช้คา่
ทางสถติ ิช่วยพยากรณ์หรือทานายทศิ ทางไว้ด้วย หากระดบั ของการตดั สินใจนนั้ มีความซบั ซ้อนหรือย่งุ ยาก
มากเกนิ ไป

- ระดบั ปฏบิ ตั ิการ (Operation Level Management) ผ้ใู ช้กล่มุ นจี ้ ะเกี่ยวข้องกบั การ
ผลิตหรือการปฏิบตั งิ านหลกั ขององคก์ ร เช่น การผลติ หรือประกอบสินค้า งานทวั่ ไปท่ีไมจ่ าเป็นต้องใช้การ
วางแผนหรือระดบั การตดั สนิ ใจมากนกั ข้อมลู หรือสารสนเทศในระดบั นี ้จะถกู นาไปประมวลผลใน
ระดบั กลางและระดบั สงู ตอ่ ไป

ประเภทของระบบสารสนเทศ

ปัจจบุ นั จะเห็นความสมั พนั ธ์ระหว่างองค์กร กบั ระบบสารสนเทศ และเทคโนโลยีสารสนเทศชดั เจนมาก
ขนึ ้ และเนื่องจากการบริหารงานในองค์กรมีหลายระดบั กจิ กรรมขององค์กรแตล่ ะประเภทอาจจะแตกตา่ ง
กนั ดงั นนั้ ระบบสารสนเทศของแต่ละองค์กรอาจแบ่งประเภทแตกต่างกนั ออกไป

พจิ ารณาจาแนกระบบสารสนเทศตามการสนบั สนนุ ระดบั การทางานในองค์กร จะแบง่ ระบบสารสนเทศ
ได้เป็น 6 ประเภท ดงั นี ้(Laudon & Laudon, 2001)

1. ระบบประมวลผลรายการ (Transaction Processing Systems - TPS)
เป็นระบบท่ที าหน้าทใ่ี นการปฏบิ ตั งิ านประจา ทาการบนั ทึกจดั เก็บ ประมวลผลรายการทเี่ กดิ ขนึ ้ ในแต่ละวนั
โดยใช้ระบบคอมพิวเตอร์ทางานแทนการทางานด้วยมือ ทงั้ นเี ้พือ่ ท่จี ะทาการสรุปข้อมลู เพ่อื สร้างเป็น
สารสนเทศ ระบบประมวลผลรายการนี ้ส่วนใหญ่จะเป็นระบบที่เช่ือมโยงกจิ การกบั ลกู ค้า ตวั อยา่ ง เช่น
ระบบการจองบตั รโดยสารเครื่องบิน ระบบการฝากถอนเงนิ อตั โนมตั ิ เป็นต้น ในระบบต้องสร้างฐานข้อมลู ที่
จาเป็น ระบบนมี ้ กั จดั ทาเพ่ือสนองความต้องการของผ้บู ริหารระดบั ต้นเป็นสว่ นใหญ่เพอ่ื ให้สามารถ
ปฏบิ ตั งิ านประจาได้ ผลลพั ธ์ของระบบนี ้มกั จะอย่ใู นรูปของ รายงานที่มีรายละเอียด รายงานผลเบือ้ งต้น

2. ระบบสานกั งานอตั โนมตั ิ (Office Automation Systems-

OAS) เป็นระบบทส่ี นบั สนนุ งานในสานกั งาน หรืองานธุรการของหนว่ ยงาน ระบบจะประสานการ

ทางานของบุคลากรรวมทงั้ กบั บุคคลภายนอก หรือหนว่ ยงานอน่ื ระบบนจี ้ ะเกี่ยวข้องกบั การจดั การเอกสาร
โดยการใช้ซอฟทแ์ วร์ด้านการพิมพ์ การติดตอ่ ผา่ นระบบไปรษณยี อ์ ิเล็กทรอนิกส์ เป็นต้นผลลพั ธ์ของระบบนี ้
มกั อยใู่ นรูปของเอกสาร กาหนดการ ส่ิงพมิ พ์

3. ระบบงานสร้างความรู้ (Knowledge Work Systems -

KWS) เป็นระบบทช่ี ว่ ยสนบั สนนุ บุคลากรท่ที างานด้านการสร้างความรู้เพอื่ พฒั นาการคิดค้น สร้าง

ผลิตภณั ฑ์ใหมๆ่ บริการใหม่ ความรู้ใหมเ่ พ่ือนาไปใช้ประโยชน์ในหนว่ ยงาน หน่วยงานต้องนาเทคโนโลยี
สารสนเทศเข้ามาสนบั สนุนให้การพฒั นาเกดิ ขนึ ้ ได้โดยสะดวก สามารถแข่งขนั ได้ทงั้ ในด้านเวลา คณุ ภาพ
และราคา ระบบต้องอาศยั แบบจาลองท่ีสร้างขนึ ้ ตลอดจนการทดลองการผลิตหรือดาเนินการ ก่อนที่จะ
นาเข้ามาดาเนนิ การจริงในธรุ กจิ ผลลพั ธ์ของระบบนี ้มกั อย่ใู นรูปของ ส่งิ ประดิษฐ์ ตวั แบบ รูปแบบ เป็นต้น

4. ระบบสารสนเทศเพ่ือการจดั การ (Management Information

Systems- MIS) เป็นระบบสารสนเทศสาหรับผ้ปู ฏิบตั ิงานระดบั กลาง ใช้ในการวางแผน การ

บริหารจดั การ และการควบคมุ ระบบจะเชอ่ื มโยงข้อมลู ทมี่ อี ยู่ในระบบประมวลผลรายการเข้าด้วยกนั เพอ่ื
ประมวลและสร้างสารสนเทศทเี่ หมาะสมและจาเป็นตอ่ การบริหารงาน ตวั อย่าง เช่น ระบบบริหารงาน
บุคลากร ผลลพั ธ์ของระบบนี ้มกั อย่ใู นรูปของรายงานสรุป รายงานของส่งิ ผดิ ปกติ

5. ระบบสนบั สนนุ การตดั สินใจ (Decision Support Systems –

DSS) เป็นระบบท่ชี ว่ ยผ้บู ริหารในการตดั สินใจสาหรับปัญหา หรือที่มโี ครงสร้างหรือขนั้ ตอนในการหา

คาตอบท่ีแน่นอนเพยี งบางส่วน ข้อมลู ทีใ่ ช้ต้องอาศยั ทงั้ ข้อมลู ภายในกจิ การและภายนอกกจิ การประกอบ
กนั ระบบยงั ต้องสามารถเสนอทางเลือกให้ผ้บู ริหารพจิ ารณา เพอ่ื เลือกทางเลือกท่ีเหมาะสมทสี่ ดุ สาหรับ
สถานการณ์นนั้ หลกั การของระบบ สร้างขนึ ้ จากแนวคดิ ของการใช้คอมพวิ เตอร์ช่วยการตดั สนิ ใจ โดยให้
ผ้ใู ช้โต้ตอบโดยตรงกบั ระบบ ทาให้สามารถวเิ คราะห์ ปรับเปลีย่ นเงื่อนไขและกระบวนการพจิ ารณาได้ โดย
อาศยั ประสบการณ์ และ ความสามารถของผ้บู ริหารเอง ผ้บู ริหารอาจกาหนดเงื่อนไขและทาการ
เปลี่ยนแปลงเงื่อนไขตา่ งๆ ไปจนกระทงั่ พบสถานการณ์ทเี่ หมาะสมทีส่ ดุ แล้วใช้เป็นสารสนเทศท่ีช่วย
ตดั สินใจ รูปแบบของผลลพั ธ์ อาจจะอย่ใู นรูปของ รายงานเฉพาะกจิ รายงานการวิเคราะห์เพือ่ ตดั สนิ ใจ
การทานาย หรือ พยากรณ์เหตกุ ารณ์

6. ระบบสารสนเทศสาหรับผ้บู ริหารระดบั สงู (Executive

Information System - EIS) เป็นระบบทสี่ ร้างสารสนเทศเชิงกลยทุ ธ์สาหรับผ้บู ริหาร

ระดบั สงู ซงึ่ ทาหน้าท่กี าหนดแผนระยะยาวและเป้าหมายของกจิ การ สารสนเทศสาหรับผ้บู ริหารระดบั สงู นี ้
จาเป็นต้องอาศยั ข้อมลู ภายนอกกจิ กรรมเป็นอยา่ งมาก ย่ิงในยคุ ปัจจบุ นั ท่เี ป็นยคุ Globalization
ข้อมลู ระดบั โลก แนวโน้มระดบั สากลเป็นข้อมลู ทจ่ี าเป็นสาหรับการแข่งขนั ของธุรกจิ ผลลพั ธ์ของระบบนี ้
มกั อยใู่ นรูปของการพยากรณ์/การคาดการณ์

* ความรู้เบ้อื งตน้ เกี่ยวกบั คอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศ

ความหมายของของพิวเตอร์

คอมพิวเตอร์ หมายถงึ อปุ กรณช์ นิดหน่ึงทีท่ างานดว้ ยระบบอิเลก็ ทรอนิกส์ สามารถจาขอ้ มูลและคาส่งั ได้ ทาให้สามารถ
ทางานไปไดโ้ ดยอตั โนมตั ิดว้ ยอตั ราความเร็วทสี่ ูงมาก ใชป้ ระโยชนใ์ นการคานวณหรือการทางานตา่ งๆไดเ้ กือบทกุ ชนิด
คอมพิวเตอร์เป็นเครื่องมอื ที่ช่วยในการคานวณและประมวลผลขอ้ มลู ซ่ึงประกอบดว้ ยคุณสมบตั ิ 3 ประการ คือ

1. ความเร็ว (Speed) เครื่องคอมพวิ เตอร์ทางานดว้ ยความเร็วสูงมาก หน่วยความเร็วของการทางานของคอมพวิ เตอร์วดั เป็น
มลิ ลิเซกนั (Millisacond) ซ่ึงเทียบความเร็วเท่ากบั 1/1,000 วนิ าที , ไมโครเซกนั (Microsecond) ซ่ึงเทยี บความเร็ว
เทา่ กบั 1/1,000,000 วนิ าที ,นาโนเซกนั (Nanosacond) ซ่ึงเทียบความเร็วเท่ากบั 1/1,000,000,000 วินาที

2. หน่วยความจา (Memory) เคร่ืองคอมพวิ เตอร์ประกอบไปดว้ ยหน่วยความจา สามารถใชบ้ นั ทกึ และเก็บขอ้ มลู ไดค้ ราว
ละมากๆ สามารถเกบ็ คาสัง่ ตอ่ ๆ กนั ท่เี ราเรียกว่า โปรแกรม และนามาประมวลในคราวเดียวกนั ซ่ึงเป็นปัจจยั ทาให้คอมพิวเตอร์
สามารถทางานเก็บขอ้ มลู ไดค้ ราวละมากๆ และสามารถประมวลผลไดเ้ ร็วและถกู ตอ้ ง

3. ความสามารถในการเปรยี บเทยี บ (Logical) เคร่ืองคอมพวิ เตอร์ประกอบดว้ ยหน่วยคานวณและตรรกะ นอกจากจะมี
ความสามารถในการคานวณแลว้ ยงั มีความสามารถในการเปรียบเทียบ ความสามารถน้ีเองทที่ าให้เคร่ืองคอมพวิ เตอร์ตา่ งกบั เคร่ือง
คดิ เลข และคณุ สมบตั นิ ้ีทท่ี าใหน้ กั คอมพวิ เตอร์สร้างโปรแกรมอตั โนมตั ิข้นึ ใชอ้ ยา่ งกวา้ งขวาง คอมพวิ เตอร์ยงั มคี วามแมน่ ยาใน
การคานวณ มคี วามเที่ยงตรงแมจ้ ะทางานเหมอื นเดิมซ้ากนั หลายรอบ และสามารถติดตอ่ ส่ือสารกบั คอมพวิ เตอร์เคร่ืองอื่นๆ ดว้ ย

ประโยชน์ของคอมพวิ เตอร์

การใชป้ ระโยชน์จากคอมพวิ เตอร์กระจายไปอยใู่ นทกุ วงการ

- ด้านธุรกจิ ไดแ้ ก่การนาคอมพวิ เตอร์มาประมวลงานดา้ นธุรกิจ

- ด้านการธนาคาร ปัจจบุ นั ทกุ ธนาคารจะนาระบบคอมพิวเตอร์มาใชง้ านในองคก์ รของตนเพอื่ ให้บริการลูกคา้

- ด้านตลาดหลักทรพั ย์ ตลาดหลกั ทรพั ยเ์ ป็นศนู ยก์ ลางการซ้ือขายหลกั ทรพั ย์ จะมีขอ้ มลู จานวนมากและตอ้ งการความรวดเร็วใน
การปฏิบตั งิ าน

- ธุรกิจโรงแรม ระบบคอมพิวเตอร์สามารถใชใ้ นการบริหารโรงแรม การจองห้องพกั การติดต้งั ระบบ Online ตามแผนกต่างๆ
- การแพทย์ มีการนาระบบคอมพิวเตอร์มาใชอ้ ยา่ งกวา้ งขวาง เช่น ทะเบียนประวตั คิ นไข,้ ระบบขอ้ มูลการใหภ้ ูมิคุม้ กนั โรค,สถติ ิ
ดา้ นการแพทย,์ ดา้ นการบญั ชี

- วงการศึกษา การนาคอมพิวเตอร์มาใชก้ บั สถาบนั การศึกษาจะมี ระบบงานท่ีเก่ียวกบั การเรียนการสอน การวิจยั การบริหาร

- ด้านอุตสาหกรรมทว่ั ไป

- ด้านธุรกจิ สายการบิน สายการบินตา่ งๆทว่ั โลกไดน้ าเอาคอมพิวเตอร์มาใชง้ านอยา่ งแพร่หลายโดยเฉพาะงานการสารองทีน่ งั่ และ
เทย่ี วบนิ

- ด้านการบันเทิง เช่น วงการภาพยนตร์ การดนตรี เตน้ รา

ความหมายและความสาคัญของเทคโนโลยีสารสนเทศ

เทคโนโลยสี ารสนเทศ มาจากคาภาษาองั กฤษวา่ Information Technology และมีผนู้ ิยมเรียกทบั ศพั ทย์ อ่ ว่า IT สุชาดา กี
ระนนั ท์ (2541) ให้ความหมายวา่ เทคโนโลยีสารสนเทศ หมายถึง เทคโนโลยีทุกดา้ นทเ่ี ขา้ ร่วมกนั ในกระบวนการจดั เก็บสร้าง
และส่ือสารสนเทศ ครรชิต มาลยั วงศ์ (2539) กลา่ ววา่ เทคโนโลยสี ารสนเทศ ประกอบดว้ ยเทคโนโลยที ่ีสาคญั สองสาขาคอื
เทคโนโลยคี อมพวิ เตอร์ และ เทคโนโลยีสื่อสารโทรคมนาคม โดยทว่ั ไปแลว้ เทคโนโลยสี ารสนเทศจะครอบคลุมถงึ เทคโนโลยี
ต่างๆ ที่เก่ียวขอ้ งกบั การบนั ทกึ จดั เกบ็ ประมวลผลสืบคน้ ส่งและรับขอ้ มูลในรูปของส่ืออิเลก็ ทรอนิกส์ ซ่ึงรวมถงึ เครื่องมือและ
อปุ กรณต์ ่างๆ เช่น คอมพิวเตอร์ อุปกรณจ์ ดั เก็บ บนั ทึกและคน้ คนื เครือขา่ ยส่ือสาร ขอ้ มลู อุปกรณ์ส่ือสารและโทรคมนาคม
รวมท้งั ระบบท่ีควบคุมการทางานของอุปกรณ์เหลา่ น้ี

ครรชิต มาลยั วงศ์ (2541) กลา่ วว่า เทคโนโลยีสารสนเทศมีความสาคญั ดงั น้ี

1. สามารถจดั เก็บขอ้ มูลจากจุดเกิดไดอ้ ยา่ งรวดเร็ว

2. สามารถบนั ทึกขอ้ มลู จานวนมากๆไวใ้ ชง้ านหรือไวอ้ า้ งองิ การดาเนินงานหรือการตดั สินใจใดๆ

3. สามารถคานวณผลลพั ธต์ า่ งๆไดร้ วดเร็ว

4. สามารถสร้างผลลพั ธไ์ ดห้ ลากหลายรูปแบบ

5. สามารถส่งสารสนเทศ ขอ้ มลู หรือผลลพั ธท์ ่ไี ดจ้ ากทห่ี น่ึงไปยงั อกี ทีห่ น่ึงไดอ้ ยา่ งรวดเร็ว

ขอ้ มูล (data) => กลมุ่ ตวั อกั ษรอกั ขระที่เมื่อนามารวมกนั แลว้ มีความหมายอยา่ งใดอยา่ งหน่ึงและสาคญั ควรค่าแกก่ าร
จดั เกบ็ เพ่ือนาไปใชใ้ นโอกาศตา่ งๆ ขอ้ มลู มกั เป็นขอ้ ความทอี่ ธิบายถึงส่ิงใดสิ่งหน่ึง อาจเป็นตวั อกั ษร ตวั เลข หรือสญั ลกั ษณใ์ ดๆ ที่
สามารถนาไปประมวลผลดว้ ยคอมพิวเตอร์

สารสนเทศ => ขอ้ มลู ข่าวสาร ความรู้ตา่ งๆ ทีไ่ ดร้ บั การสรุป คานวณ จดั เรียงหรือประมวลแลว้ จากขอ้ มลู ต่างๆ ที่
เกี่ยวขอ้ งอยา่ งเป็นระบบตามหลกั วิชาการจนไดเ้ ป็นความรู้เพ่อื นามาเผยแพร่และใชป้ ระโยชน์ในงานดา้ นตา่ งๆ

ขอ้ มูลและสารสนเทศนบั วา่ เป็นประโยชน์ตอ่ การนาไปใชบ้ ริหารงานดา้ นต่างๆ มากมายอาทิ เช่น

ดา้ นการวางแผน ,ดา้ นการตดั สินใจ ,ดา้ นการดาเนินงาน

เทคโนโลยแี ละสารสนเทศ

Information Technology หรือ IT คือ การประยกุ ตค์ วามรู้ทางวทิ ยาศาสตร์มาใช้ในระบบสารสนเทศ ต้งั แต่กระบวนการจดั เกบ็
ประมวลผล และการเผยแพร่สารสนเทศ เพอื่ ช่วยให้ไดส้ ารสนเทศท่มี ีประสิทธิภาพและรวดเร็วทนั ตอ่ เหตุการณ์ โดยเทคโนโลยี
สารสนเทศ อาจประกอบดว้ ย

- เครื่องมอื และอุปกรณ์ต่างๆ เช่น เครื่องคอมพิวเตอร์ เครื่องใชส้ านกั งาน อุปกรณส์ ื่อสารโทรคมนาคมตา่ งๆ รวมท้งั ซอฟทแ์ วร์
ท้งั แบบสาเร็จรูปและแบบพฒั นาข้ึนเพือ่ ใชใ้ นงานเฉพาะดา้ น ซ่ึงเคร่ืองมอื เหลา่ น้ีจดั เป็นเครื่องมอื ทนั สมยั และใชเ้ ทคโนโลยี
ระดบั สูง (High Technology)

- กระบวนการในการนาอปุ กรณ์เคร่ืองมือต่างๆ ขา้ งตน้ มาใชง้ าน เพ่ือรวบรวม จดั เก็บ ประมวลผล และแสดงผลลพั ธ์เป็น
สารสนเทศในรูปแบบตา่ งๆ ทสี่ ามารถนาไปใชป้ ระโยชน์ไดต้ ่อไป เช่น การจดั เก็บขอ้ มลู ในลกั ษณะของฐานขอ้ มลู เป็นตน้

ระบบสารสนเทศ (Information system)

ระบบสารสนเทศ (Information system) หมายถึง ระบบทีป่ ระกอบดว้ ยส่วนต่างๆ ไดแ้ ก่ ระบบคอมพิวเตอร์ท้งั ฮาร์ดแวร์
ซอฟทแ์ วร์ ระบบเครือขา่ ย ฐานขอ้ มลู ผูพ้ ฒั นาระบบ ผใู้ ชร้ ะบบ พนกั งานทเ่ี กี่ยวขอ้ ง และ ผูเ้ ชี่ยวชาญในสาขา ทกุ องคป์ ระกอบน้ี
ทางานร่วมกนั เพอ่ื กาหนด รวบรวม จดั เก็บขอ้ มลู ประมวลผลขอ้ มลู เพอ่ื สร้างสารสนเทศ และส่งผลลพั ธ์หรือสารสนเทศท่ีไดใ้ ห้

ผใู้ ช้เพือ่ ช่วยสนบั สนุนการทางาน การตดั สินใจ การวางแผน การบริหาร การควบคุม การวเิ คราะห์และตดิ ตามผลการดาเนินงาน
ขององคก์ ร

ระดบั ของผใู้ ชร้ ะบบสารสนเทศ
ระดบั ของผใู้ ชร้ ะบบสารสนเทศแบ่งตามลกั ษณะการบริหารจดั การได้ 3 ระดบั ดงั น้ี
- ระดบั สูง (Top Level Management) กลมุ่ ของผูใ้ ชร้ ะดบั น้ีจะเก่ียวขอ้ งกบั ผบู้ ริหารระดบั สูง มหี นา้ ท่กี าหนดและ

วางแผนกลยทุ ธข์ ององคก์ รเพ่ือนาไปสู่เป้าหมาย โดยมที ้งั สารสนเทศภายใน และสารสนเทศภายนอก เพอ่ื วิเคราะหแ์ นวโนม้
สถานการณ์โดยรวม ซ่ึงระบบสารสนเทศในระดบั น้ีตอ้ งออกแบบใหง้ ่ายและสะดวกต่อการใชง้ าน ไมม่ คี วามซบั ซอ้ นหรือยงุ่ ยาก
แสดงผลทางดา้ นกราฟฟิคบา้ ง ตอ้ งตอบสนองทร่ี วดเร็วและทนั ทว่ งทดี ว้ ยเช่นกนั

- ระดบั กลาง (Middle Level Management) เกี่ยวขอ้ งกบั กลุ่มผใู้ ชง้ านระดบั การบริหารและจดั การองคก์ ร ซ่ึงมีหนา้ ท่ี
รับนโยบายมาจากผบู้ ริหารระดบั สูง นามาสานต่อใหบ้ รรลตุ ามเป้าหมายทีก่ าหนดไว้ ดว้ ยการใชห้ ลกั บริหารและจดั การอยา่ งมี
ประสิทธิภาพ ระบบสารสนเทศที่ใชม้ กั ไดม้ าจากแหล่งขอ้ มูลภายใน ระบบสารสนเทศจึงตอ้ งมกี ารจดั อนั ดบั ทางเลือกแบบตา่ งๆ
ไว้ โดยเลอื กใชค้ ่าทางสถติ ิช่วยพยากรณห์ รือทานายทศิ ทางไวด้ ว้ ย หากระดบั ของการตดั สินใจน้นั มีความซบั ซ้อนหรือยงุ่ ยากมาก
เกินไป

- ระดบั ปฏิบตั ิการ (Operation Level Management) ผูใ้ ชก้ ลุม่ น้ีจะเก่ียวขอ้ งกบั การผลิตหรือการปฏบิ ตั งิ านหลกั ของ
องคก์ ร เช่น การผลติ หรือประกอบสินคา้ งานทวั่ ไปท่ีไม่จาเป็นตอ้ งใชก้ ารวางแผนหรือระดบั การตดั สินใจมากนกั ขอ้ มลู หรือ
สารสนเทศในระดบั น้ี จะถูกนาไปประมวลผลในระดบั กลางและระดบั สูงต่อไป

ประเภทของระบบสารสนเทศ

ปัจจบุ นั จะเห็นความสมั พนั ธ์ระหว่างองคก์ ร กบั ระบบสารสนเทศ และเทคโนโลยีสารสนเทศชดั เจนมากข้นึ และเนื่องจากการ
บริหารงานในองคก์ รมีหลายระดบั กิจกรรมขององคก์ รแต่ละประเภทอาจจะแตกตา่ งกนั ดงั น้นั ระบบสารสนเทศของแต่ละองคก์ ร
อาจแบง่ ประเภทแตกต่างกนั ออกไป

พิจารณาจาแนกระบบสารสนเทศตามการสนบั สนุนระดบั การทางานในองคก์ ร จะแบง่ ระบบสารสนเทศไดเ้ ป็น 6 ประเภท
ดงั น้ี (Laudon & Laudon, 2001)

1. ระบบประมวลผลรายการ (Transaction Processing Systems - TPS) เป็นระบบท่ีทาหนา้ ท่ีในการปฏิบตั ิงานประจา ทาการ
บนั ทกึ จดั เก็บ ประมวลผลรายการทเ่ี กิดข้ึนในแตล่ ะวนั โดยใชร้ ะบบคอมพวิ เตอร์ทางานแทนการทางานดว้ ยมือ ท้งั น้ีเพือ่ ทจี่ ะทา
การสรุปขอ้ มูลเพอื่ สร้างเป็นสารสนเทศ ระบบประมวลผลรายการน้ี ส่วนใหญจ่ ะเป็นระบบที่เชื่อมโยงกิจการกบั ลูกคา้ ตวั อยา่ ง
เช่น ระบบการจองบตั รโดยสารเครื่องบนิ ระบบการฝากถอนเงินอตั โนมตั ิ เป็นตน้ ในระบบตอ้ งสร้างฐานขอ้ มลู ที่จาเป็น ระบบน้ี
มกั จดั ทาเพ่อื สนองความตอ้ งการของผูบ้ ริหารระดบั ตน้ เป็นส่วนใหญเ่ พ่ือให้สามารถปฏบิ ตั งิ านประจาได้ ผลลพั ธข์ องระบบน้ี
มกั จะอยใู่ นรูปของ รายงานทีม่ ีรายละเอียด รายงานผลเบ้อื งตน้

2. ระบบสานกั งานอตั โนมตั ิ (Office Automation Systems- OAS) เป็นระบบทีส่ นบั สนุนงานในสานกั งาน หรืองานธุรการ
ของหน่วยงาน ระบบจะประสานการทางานของบุคลากรรวมท้งั กบั บคุ คลภายนอก หรือหน่วยงานอนื่ ระบบน้ีจะเก่ียวขอ้ งกบั การ
จดั การเอกสาร โดยการใชซ้ อฟทแ์ วร์ดา้ นการพมิ พ์ การตดิ ต่อผา่ นระบบไปรษณียอ์ เิ ล็กทรอนิกส์ เป็นตน้ ผลลพั ธข์ องระบบน้ี มกั
อยใู่ นรูปของเอกสาร กาหนดการ ส่ิงพิมพ์

3. ระบบงานสร้างความรู้ (Knowledge Work Systems - KWS) เป็นระบบที่ช่วยสนบั สนุน บุคลากรทท่ี างานดา้ นการสร้าง
ความรู้เพื่อพฒั นาการคดิ คน้ สร้างผลิตภณั ฑใ์ หม่ๆ บริการใหม่ ความรู้ใหม่เพ่ือนาไปใชป้ ระโยชน์ในหน่วยงาน หน่วยงานตอ้ งนา
เทคโนโลยีสารสนเทศเขา้ มาสนบั สนุนให้การพฒั นาเกิดข้นึ ไดโ้ ดยสะดวก สามารถแขง่ ขนั ไดท้ ้งั ในดา้ นเวลา คุณภาพ และราคา

ระบบตอ้ งอาศยั แบบจาลองทสี่ ร้างข้ึน ตลอดจนการทดลองการผลิตหรือดาเนินการ กอ่ นท่จี ะนาเขา้ มาดาเนินการจริงในธุรกิจ
ผลลพั ธ์ของระบบน้ี มกั อยใู่ นรูปของ สิ่งประดิษฐ์ ตวั แบบ รูปแบบ เป็นตน้

4. ระบบสารสนเทศเพือ่ การจดั การ (Management Information Systems- MIS) เป็นระบบสารสนเทศสาหรบั ผปู้ ฏิบตั งิ าน
ระดบั กลาง ใชใ้ นการวางแผน การบริหารจดั การ และการควบคมุ ระบบจะเชื่อมโยงขอ้ มลู ทมี่ ีอยใู่ นระบบประมวลผลรายการเขา้
ดว้ ยกนั เพื่อประมวลและสร้างสารสนเทศท่ีเหมาะสมและจาเป็นตอ่ การบริหารงาน ตวั อยา่ ง เช่น ระบบบริหารงานบคุ ลากร
ผลลพั ธ์ของระบบน้ี มกั อยใู่ นรูปของรายงานสรุป รายงานของส่ิงผิดปกติ

5. ระบบสนบั สนุนการตดั สินใจ (Decision Support Systems – DSS) เป็นระบบทช่ี ่วยผบู้ ริหารในการตดั สินใจสาหรับปัญหา
หรือท่ีมโี ครงสร้างหรือข้นั ตอนในการหาคาตอบทแ่ี น่นอนเพียงบางส่วน ขอ้ มูลที่ใชต้ อ้ งอาศยั ท้งั ขอ้ มลู ภายในกิจการและภายนอก
กิจการประกอบกนั ระบบยงั ตอ้ งสามารถเสนอทางเลือกใหผ้ บู้ ริหารพิจารณา เพื่อเลือกทางเลือกทเ่ี หมาะสมทส่ี ุดสาหรบั
สถานการณน์ ้นั หลกั การของระบบ สร้างข้นึ จากแนวคิดของการใชค้ อมพวิ เตอร์ช่วยการตดั สินใจ โดยให้ผูใ้ ชโ้ ตต้ อบโดยตรงกบั
ระบบ ทาใหส้ ามารถวเิ คราะห์ ปรบั เปล่ียนเง่ือนไขและกระบวนการพิจารณาได้ โดยอาศยั ประสบการณ์ และ ความสามารถของ
ผบู้ ริหารเอง ผบู้ ริหารอาจกาหนดเงอ่ื นไขและทาการเปลย่ี นแปลงเง่ือนไขต่างๆ ไปจนกระทงั่ พบสถานการณ์ที่เหมาะสมที่สุด แลว้
ใชเ้ ป็นสารสนเทศท่ีช่วยตดั สินใจ รูปแบบของผลลพั ธ์ อาจจะอยใู่ นรูปของ รายงานเฉพาะกิจ รายงานการวิเคราะห์เพ่อื ตดั สินใจ
การทานาย หรือ พยากรณ์เหตกุ ารณ์

6. ระบบสารสนเทศสาหรบั ผบู้ ริหารระดบั สูง (Executive Information System - EIS) เป็นระบบทส่ี ร้างสารสนเทศเชิงกลยทุ ธ์
สาหรบั ผบู้ ริหารระดบั สูง ซ่ึงทาหนา้ ที่กาหนดแผนระยะยาวและเป้าหมายของกิจการ สารสนเทศสาหรับผบู้ ริหารระดบั สูงน้ี
จาเป็นตอ้ งอาศยั ขอ้ มูลภายนอกกิจกรรมเป็นอยา่ งมาก ย่งิ ในยคุ ปัจจุบนั ที่เป็นยคุ Globalization ขอ้ มลู ระดบั โลก แนวโนม้ ระดบั
สากลเป็นขอ้ มูลท่ีจาเป็นสาหรับการแข่งขนั ของธุรกิจ ผลลพั ธข์ องระบบน้ี มกั อยใู่ นรูปของการพยากรณ/์ การคาดการณ์

องค์ประกอบของระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ

มดี งั ต่อไปน้ี

1.เทคโนโลยคี อมพิวเตอร์

คอมพวิ เตอร์เป็นเครื่องมืออเิ ล็กทรอนิกส์ที่สามารถจดจาขอ้ มลู ต่างๆ และปฏิบตั ติ ามคาส่ังท่บี อกเพ่อื ใหค้ อมพวิ เตอร์ทางานอยา่ ง
ใดอยา่ งหน่ึง ในคอมพวิ เตอร์น้นั ประกอบดว้ ยอปุ กรณต์ า่ งๆ ตอ่ เชื่อมกนั เรียกว่า Hardware และอุปกรณ์ Hardware น้ีจะตอ้ ง
ทางานร่วมกบั โปรแกรมคอมพวิ เตอร์หรือเรียกว่า Software

Hardware --- > อปุ กรณร์ บั ขอ้ มูล (Input) , หน่วยประมวลผลกลาง , อปุ กรณส์ ่งขอ้ มูล (Output) ,หน่วยความจาหลกั

หน่วยความจารอง

ข้ันตอนท่ี 1 การรับขอ้ มูลและคาส่ัง คอมพิวเตอร์รับขอ้ มูลและคาส่ังผ่านอุปกรณ์นาเขา้ ขอ้ มูล คือ เมาส์ คียบ์ อร์ด สแกนเนอร์
มโครโฟน ฯลฯ

ข้ันตอนที่ 2 การประมวลผลหรือคิดคานวณ ขอ้ มูลที่คอมพิวเตอร์รับเขา้ มา จะถูกประมวลผลโดยการทางานของหน่วย
ประมวลผลกลาง (CPU: Central Processing Unit) ตามคาส่ังของโปรแกรม หรือซอฟตแ์ วร์ การประมวลผลขอ้ มูล เช่น นาขอ้ มูลมา
บวก ลบ คูณ หาร ทาการเรียงลาดบั ขอ้ มูล นาขอ้ มูลมาจดั กลุ่ม นาขอ้ มูลมาหาผลรวม เป็นตน้

ข้ันตอนท่ี 3 การแสดงผลลพั ธ์ คอมพิวเตอร์จะแสดงผลลพั ธ์ของขอ้ มูลที่ป้อน หรือแสดงผลจากการประมวลผล ทาง
อภาพ (Monitor) เคร่ืองพิมพ์ (Printer) หรือลาโพง

ข้ันตอนท่ี 4 การเก็บขอ้ มูล คอมพิวเตอร์จะทาการเก็บผลลพั ธ์จากการประมวลผลไวใ้ นหน่วยเก็บขอ้ มูล เช่น ฮาร์ดดิสก์ แผ่น
บนั ทึกขอ้ มูล (Floppy disk) ซีดีรอม เพื่อให้สามารถนามาใชใ้ หม่ไดใ้ นอนาคต

Software --- >ซอฟตแ์ วร์ระบบ และ ซอฟตแ์ วร์ประยกุ ต์

ซอฟต์แวร์ระบบ => มีหนา้ ท่คี วบคมุ ระบบต่างๆ ภายในคอมพวิ เตอร์ และเป็นตวั กลางระหวา่ งผใู้ ชก้ บั คอมพิวเตอร์หรือ Hardware

ซอฟต์แวร์ประยกุ ต์ => เป็นโปรแกรมท่เี ขยี นข้นึ เพอื่ ทางานเฉพาะดา้ นตามความตอ้ งการของผูใ้ ชง้ าน

ซอฟต์แวร์ระบบปฏิบัติการ (Operating System Software-OS) หมายถึง ซอฟต์แวร์หรือโปรแกรมท่ีควบคุมการทางาน
ท้งั หมดของเครื่องคอมพิวเตอร์ โดยคอมพิวเตอร์ทุกเคร่ืองจะตอ้ งมีระบบปฏิบตั ิการอย่างใดอยา่ งหน่ึงเสมอ ระบบปฏิบตั ิการยอดนิยม
นปัจจุบนั คือ Windows 95, Windows 98, Windows 2000,Windows Me, Windows XP, Linux, DOS เป็นตน้

ซอฟต์แวร์ประยุกต์ (Application Software) หมายถึง โปรแกรมท่ีเขียนข้ึนมาเพื่อสั่งให้เคร่ืองคอมพิวเตอร์ทางาน
เฉพาะดา้ น เช่น โปรแกรมระบบบญั ชี โปรแกรมออกแบบ โปรแกรมสาเร็จรูปต่างๆ เช่น Microsoft Word, Excel,
PowerPoint เป็นตน้

2. เทคโนโลยสี ่ือสารโทรคมนาคม

เทคโนโลยสี ื่อสารโทรคมนาคมใชใ้ นการติดต่อส่ือสาร รับ/ส่ง ขอ้ มลู จากทไ่ี กลๆ เป็นการส่งของขอ้ มูลระหวา่ ง
คอมพวิ เตอร์หรือเครื่องมอื ท่อี ยหู่ ่างไกลกนั ซ่ึงจะช่วยใหก้ ารเผยแพร่ขอ้ มูลหรือสารสนเทศไปยงั ผใู้ ชใ้ นแหล่งตา่ งๆ เป็นไปอยา่ ง
สะดวก รวดเร็ว ถกู ตอ้ ง ครบถว้ น และทนั การณ์ ซ่ึงรูปแบบของขอ้ มูลท่ี รับ/ส่ง อาจเป็นตวั เลข (Numeric Data) , ตวั อกั ษร (Text)
, ภาพ (Image) และเสียง (Voice)

ววิ ฒั นาการของคอมพิวเตอร์

นบั ต้งั แตม่ ีการประดิษฐ์คอมพิวเตอร์เคร่ืองแรกมาจนกระทง่ั ปัจจบุ นั เราสามารถแบง่ ยคุ ของการพฒั นาคอมพวิ เตอร์
ออกเป็นยคุ ตา่ งๆ ได้ 5 ยคุ โดยพิจารณาจากเทคโนโลยที ่ใี ช้ในการสร้างเคร่ืองคอมพวิ เตอร์

คอมพวิ เตอร์ยคุ ที่ 1 เป็นคอมพวิ เตอร์ที่ใชง้ านในช่วง ค.ศ 1951 - 1958 เป็นคอมพวิ เตอร์ทใี่ ชห้ ลอดสูญญากาศ (Vacuun
Tube) ขนาดใหญ่ ตอ้ งใชพ้ ลงั งานไฟมากในการทางานการใชง้ านยาก ราคาแพง มปี ัญหาเรื่องความร้อนและไสห้ ลอดขาดบอ่ ย
ถึงแมจ้ ะมรี ะบบระบายความร้อนที่ดีมาก การส่ังงานใชภ้ าษาเคร่ืองซ่ึงเป็นรหัสตวั เลขที่ยงุ่ ยากซบั ซ้อน เคร่ืองคอมพวิ เตอร์ของยคุ น้ี
มีขนาดใหญโ่ ต เช่น มาร์ค วนั (MARK I), อีนิแอค (ENIAC), ยนู ิแวค (UNIVAC)

คอมพวิ เตอร์ยคุ ที่ 2 เป็นคอมพิวเตอร์ท่ใี ชง้ านในช่วง ค.ศ 1959 - 1964 เป็นคอมพวิ เตอร์ท่ใี ชท้ รานซิสเตอรท่พี ฒั นาโดย
เทคโนโลยสี ารก่ึงตวั นา นามาใชแ้ ทนหลอดสุญญากาศทาใหค้ อมพิวเตอร์ มีอปุ กรณเ์ ก็บขอ้ มลู สารองในรูปของส่ือบนั ทกึ แม่เหลก็
เช่น จานแม่เหลก็ ส่วนทางดา้ นซอฟตแ์ วร์ก็มีการพฒั นาดีข้ึน โดยสามารถเขียนโปรแกรมดว้ ยภาษาระดบั สูงซ่ึงเป็นภาษาทีเ่ ขียน
เป็นประโยคทีค่ นสามารถเขา้ ใจได้ เช่น ภาษาฟอร์แทน ภาษาโคบอล เป็นตน้ ภาษาระดบั สูงน้ีไดม้ กี ารพฒั นาและใชง้ านมาจนถึง
ปัจจุบนั

คอมพวิ เตอร์ยุคที่ 3 เป็นคอมพิวเตอร์ที่ใชใ้ นช่วง ค.ศ 1965 - 1971 เป็นคอมพิวเตอร์ท่สี ร้างจากอุปกรณ์ ที่เรียกว่าวงจร
รวม (Integrated Circuit) วงจรรวมเป็นวงจรท่นี าเอาทรานซิสเตอร์หลายๆตวั มาประดิษฐร์ วามบนชิ้นส่วนเดียวกนั ทาใหข้ นาดของ
คอมพิวเตอร์เล็กลง และราคาก็ถกู ลงกวา่ เดิม ทางดา้ นซอฟตแ์ วร์ก็มรี ะบบควบคมุ ที่มคี วามสามารถสูงท้งั ในรูประบบแบง่ เวลาการ
ทางานใหก้ บั งานหลาย ๆ อยา่ ง

คอมพวิ เตอร์ยุคท่ี 4 เป็นคอมพวิ เตอร์ทใ่ี ชง้ านในช่วง ค.ศ 1972 - 1980 เป็นคอมพิวเตอร์ท่ใี ชว้ งจรรวมขนาดใหญข่ ้ึนทีร่ วม
การทางานของทรานซิสเตอร์จานวนมากข้นึ ไวบ้ นชิ้นส่วนเดียว ทาให้คอมพิวเตอร์มขี นาดเลก็ ลงเป็นคอมพิวเตอร์ต้งั โต๊ะที่เราเห็น
กนั ท้วั่ ไป

คอมพิวเตอร์ยคุ ที่ 5 เป็นคอมพิวเตอร์ท่ใี ชง้ านต้งั แต่ ค.ศ 1981 จนถงึ ปัจจบุ นั คอมพิวเตอร์ในยคุ น้ี ไดพ้ ฒั นาจนมคี วาม
แตกต่างไปจากคอมพิวเตอร์ในยคุ ก่อนหนา้ น้ีมาก ท้งั ขนาดคณุ ภาพ ประสิทธิภาพความสะดวกและความหลากหลายในการใชง้ าน
เช่นคอมพิวเตอร์ที่สามารถใชด้ หู นงั ฟังเพลง เลน่ เกม เป็นตน้ และความสามารถอกี หลายอยา่ งท่อี ยรู่ ะหว่างการพฒั นา เช่น การ
รบั รู้คาสง่ั ดว้ ยเสียงพูดหรือประโยคทเี่ ป็นภาษามนุษย์ คอมพวิ เตอร์ท่สี ามารถเรียนรู้คดิ ตดั สินใจเช่นเดียวกนั มนุษย์

ชนดิ ของคอมพิวเตอร์
เคร่ืองคอมพิวเตอร์ในปัจจบุ นั สามารถแบง่ เป็นประเภทตา่ งๆ โดยใชค้ วามแตกต่างจากขนาดของเคร่ือง ความเร็วในการ

ประมวลผล รวมท้งั ราคาเป็นหลกั ซ่ึงแบ่งไดเ้ ป็นดงั น้ี คอื
1. ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ Super Computer

เครื่องคอมพิวเตอร์ในปัจจุบนั สามารถแบง่ เป็นประเภทต่างๆ โดยใชค้ วามแตกต่างจากขนาดของเครื่อง
ความเร็วในการประมวลผล รวมท้งั ราคาเป็นหลกั ซ่ึงแบง่ ไดเ้ ป็นดงั น้ี คือ

หมายถึง คอมพิวเตอร์เครื่องใหญท่ ม่ี ีสมรรถนะสูง มีความเร็วในการทางาน และประสิทธิภาพสูงสุดเมอ่ื เปรียบเทยี บกบั
คอมพวิ เตอร์ชนิดอ่ืนๆ มีราคาแพงมาก มขี นาดใหญ่ สามารถคานวณทางคณิตศาสตร์ไดห้ ลายแสนลา้ นคร้ังตอ่ วินาที และไดร้ ับ
การออกแบบเพ่อื ใหใ้ ชแ้ กป้ ัญหาขนาดใหญ่มากไดอ้ ยา่ งรวดเร็ว เช่น การพยากรณอ์ ากาศล่วงหนา้ เป็นเวลาหลายวนั งานควบคุม
ขปี นาวธุ งานควบคมุ ทางอวกาศ งานประมวลผลภาพทางการแพทย์ งานดา้ นวิทยาศาสตร์เคมี งานทาแบบจาลองโมเลกลุ ของ
สารเคมี งานดา้ นวิศวกรรมการออกแบบ งานวเิ คราะหโ์ ครงสร้างอาคารทซ่ี บั ซอ้ น ซ่ึงหากใชค้ อมพวิ เตอร์ชนิดอื่นๆ แกไ้ ขปัญหา
ประเภทน้ี อาจจะตอ้ งใชเ้ วลาในการคานวณหลายปี กวา่ จะเสร็จสิ้น ในขณะท่ีซูเปอร์คอมพิวเตอร์สามารถแกไ้ ขปัญหาไดภ้ ายใน
เวลาไม่ก่ีชว่ั โมงเท่าน้นั

ซูเปอร์คอมพวิ เตอร์จึงมหี น่วยความจาท่ีใหญม่ ากๆ สามารถทางานหลายอยา่ งไดพ้ ร้อมๆ กนั โดยทง่ี านเหล่าน้นั อาจจะเป็น
งานที่แตกต่างกนั อาจจะเป็นงานใหญ่ท่ีถูกแบ่งยอ่ ยไปใหห้ น่วยประมวลผลแต่ละตวั ทางานกไ็ ด้ และยงั ใชโ้ ครงสร้างการคานวณ
แบบขนานทเี่ รียกว่า เอ็มพีพี (Massively Parallel Processing : MPP) ซ่ึงเป็นการคานวณท่ีกระทากบั ขอ้ มูลหลายๆ ตวั หรือหลายๆ
งานในเวลาเดียวกนั ไดพ้ ร้อมๆ กนั เป็นจานวนมาก ทาให้มคี วามสามารถในการทางานแบบมลั ติโปรเซสซิง
(Multiprocessing) หรือความสามารถในการทางานหลายงานพร้อมๆกนั ได้ ดงั น้นั จึงมีผูเ้ รียกอกี ช่ือหน่ึงวา่ คอมพิวเตอร์สมรรถนะ
สูง (High Performance Computer)

ความเร็วในการคานวณของซูเปอร์คอมพวิ เตอร์จะมกี ารวดั หน่วยเป็น นาโนวนิ าที (nanosecond) หรือเศษหน่ึงส่วนพนั ลา้ น
วินาที และ กิกะฟลอป (gigaflop) หรือการคานวณหน่ึงพนั ลา้ นคร้ังในหน่ึงวินาที ปัจจุบนั ประเทศไทย มีเครื่องซูเปอร์
คอมพวิ เตอร์ Cray YMP ใช้ในงานวิจยั อยทู่ ีห่ อ้ งปฏิบตั กิ ารคอมพิวเตอร์สมรรถภาพสูง (HPCC) ศูนยเ์ ทคโนโลยอี ิเล็กทรอนิกส์
และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ ผใู้ ชเ้ ป็นนกั วิจยั ดา้ นวิศวกรรม และวิทยาศาสตร์ทวั่ ประเทศ

2. เมนเฟรมคอมพิวเตอร์ Mainframe Computer
หมายถึง เคร่ืองคอมพวิ เตอร์ขนาดใหญ่ที่มสี มรรถนะสูง แต่ยงั ต่ากว่าซูเปอร์คอมพวิ เตอร์ มคี วามเร็วสูงมาก มี

หน่วยความจาขนาดมหึมา เมนเฟรมคอมพิวเตอร์สามารถให้บริการผใู้ ชจ้ านวนหลายร้อยคน ท่ีใชโ้ ปรแกรมที่แตกต่างกนั นบั ร้อย
พร้อมๆ กนั ได้ เหมาะกบั การใชง้ านท้งั ในดา้ นวศิ วกรรม วทิ ยาศาสตร์ และธุรกิจ โดยเฉพาะงานที่เกี่ยวขอ้ งกบั ขอ้ มลู จานวนมากๆ

เครื่องเมนเฟรมไดร้ ับการพฒั นาให้มีหน่วยประมวลผลหลายหน่วยพร้อมๆ กนั เช่นเดียวกบั ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ แตจ่ ะมจี านวน
หน่วยประมวลทนี่ อ้ ยกว่า และเครื่องเมนเฟรมจะวดั ความเร็วอยใู่ นหน่วยของ เมกะฟลอป (Megaflop) หรือการคานวณหน่ึงลา้ น
คร้ ังในหน่ึงวินาที
3. มินคิ อมพวิ เตอร์

หมายถงึ เครื่องคอมพิวเตอร์ขนาดกลาง มสี มรรถนะต่ากวา่ เคร่ืองเมนเฟรม แต่สูงกวา่ เวิร์คสเตชนั จดุ เดน่ ทส่ี าคญั คือ ราคา
ยอ่ มเยากวา่ เมนเฟรม และการใชง้ านใชบ้ ุคลากรไม่มากนกั มินิคอมพิวเตอร์เริ่มพฒั นาข้ึนใน ค.ศ. 1960 ต่อมาบริษทั Digital
Equipment Corporation หรือ DEC ได้ ประกาศตวั มนิ ิ คอมพวิ เตอร์ DEC PDP-8 (Programmed Data Processor) ในปี ค.ศ.1965

ซ่ึงไดร้ ับความนิยมจากบริษทั หรือองคก์ รทมี่ ขี นาดกลาง เพราะมรี าคาถูกกวา่ เครื่องเมนเฟรมมากเคร่ืองมนิ ิ คอมพิวเตอร์ใช้
หลกั การของมลั ติโปรแกรมมิงเช่นเดียวกบั เคร่ืองเมนเฟรม โดยจะสามารถรองรับผใู้ ชไ้ ดน้ บั ร้อยคนพร้อมๆกนั แต่เครื่อง
มินิคอมพิวเตอร์จะทางานไดช้ า้ กว่า การควบคุมผใู้ ชง้ านตา่ งๆ ทานอ้ ยกว่า สื่อท่ีเก็บขอ้ มูลมคี วามจไุ ม่สูงเท่าเมนเฟรม

การทางานบนเครื่องเมนเฟรมหรือมนิ ิคอมพวิ เตอร์ ผใู้ ชจ้ ะสามารถควบคมุ การรบั ขอ้ มูลและดูการแสดงผลบนจอภาพได้
เท่าน้นั ไมส่ ามารถควบคมุ อุปกรณร์ อบขา้ งอน่ื ๆ ได้ แต่การใชร้ ะบบคอมพวิ เตอร์ ชนิดทมี่ ีผใู้ ชค้ นเดียวน้นั ผใู้ ชส้ ามารถควบคุม
อปุ กรณ์รอบขา้ งต่างๆ ไดท้ ้งั หมด ไม่วา่ จะเป็นหน่วยรบั ขอ้ มูลหน่วยประมวลผล หน่วย แสดงผล ตลอดจนหน่วยเกบ็ ขอ้ มูลสารอง
สามารถเลือกใชโ้ ปรแกรมได้ โดยไม่ตอ้ งกงั วลว่าจะตอ้ งไปแยง่ เวลาการเรียกใชข้ อ้ มลู กบั ผใู้ ชอ้ ื่น
4. เวิร์คสเตชั่น และไมโครคอมพวิ เตอร์

คอมพวิ เตอร์สาหรบั ผูใ้ ชค้ นเดียว สามารถแบง่ ออกเป็นสองรุ่น คือ เวริ ์คสเตชนั หมายถงึ คอมพวิ เตอร์ขนาดเลก็ ทีถ่ กู
ออกแบบมาใหเ้ ป็นคอมพิวเตอร์แบบต้งั โตะ๊ สามารถทางานพร้อมกนั ไดห้ ลายงาน และประมวลผลเร็วมาก มีความสามารถในการ
คานวณดา้ นวศิ วกรรม สถาปัตยกรรม หรืองานอนื่ ๆ ทเ่ี นน้ การแสดงผลดา้ นกราฟิก เช่น นามาช่วยในโรงงานอตุ สาหกรรมเพ่อื
ออกแบบชิ้นส่วน เป็นตน้ ซ่ึงจากการท่ตี อ้ งทางานกราฟิ กทีม่ ีความละเอียดสูง ทาให้เวิร์คสเตชนั ใชห้ น่วยประมวลผลทมี่ ี
ประสิทธิภาพมาก รวมท้งั มหี น่วยเกบ็ ขอ้ มูลสารองจานวนมากดว้ ย เวริ ์คสเตชนั ส่วนมากใชช้ ิปประเภท RISC (Reduce instruction
set computer) ซ่ึงเป็นชิปท่ีลดจานวนคาส่งั ที่สามารถใชส้ ั่งงานใหเ้ หลอื เฉพาะท่ีจาเป็น เพอื่ ให้สามารถทางานไดด้ ว้ ยความเร็วสูง

ไมโครคอมพิวเตอร์ หมายถึง คอมพิวเตอร์ขนาดเลก็ และใชง้ านคนเดียว เรียกอีกช่ือหน่ึงว่า คอมพวิ เตอร์ส่วนบุคคล
(Personal Computer) จดั วา่ เป็นเคร่ืองคอมพิวเตอร์ขนาดเลก็ ท้งั ระบบใชง้ านคร้ังละคนเดียว หรือใชง้ านในลกั ษณะเครือข่าย แบง่
ไดห้ ลายลกั ษณะตามขนาด เช่นเคร่ืองคอมพิวเตอร์ส่วนบคุ คลแบบต้งั โตะ๊ (Personal Computer) หรือแบบพกพา (Portable
Computer)

มดี งั ตอ่ ไปนี ้

1.เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์

คอมพวิ เตอร์เป็นเครื่องมอื อิเลก็ ทรอนกิ ส์ทสี่ ามารถจดจาข้อมลู ต่างๆ และปฏบิ ตั ิตามคาสงั่ ท่ีบอกเพือ่ ให้
คอมพวิ เตอร์ทางานอย่างใดอย่างหน่ึง ในคอมพวิ เตอร์นนั้ ประกอบด้วยอปุ กรณ์ตา่ งๆ ตอ่ เชอื่ มกนั เรียกวา่
Hardware และอปุ กรณ์ Hardware นจี ้ ะต้องทางานร่วมกบั โปรแกรมคอมพวิ เตอร์หรือเรียกวา่
Software

Hardware --- > อปุ กรณ์รบั ข้อมลู (Input) , หน่วยประมวลผลกลาง , อปุ กรณ์
ส่งข้อมลู (Output) ,หนว่ ยความจาหลกั ,หน่วยความจารอง

ขนั้ ตอนที่ 1 การรบั ข้อมลู และคาสงั่ คอมพิวเตอร์รบั ข้อมลู และคาสง่ั ผ่านอปุ กรณ์นาเข้าข้อมลู คอื เมาส์
คีย์บอร์ด สแกนเนอร์ ไมโครโฟน ฯลฯ

ขนั้ ตอนที่ 2 การประมวลผลหรือคิดคานวณ ข้อมลู ทค่ี อมพิวเตอร์รบั เข้ามา จะถกู ประมวลผลโดย
การทางานของหนว่ ยประมวลผลกลาง (CPU: Central Processing Unit) ตามคาสงั่ ของ
โปรแกรม หรือซอฟตแ์ วร์ การประมวลผลข้อมลู เช่น นาข้อมลู มาบวก ลบ คณู หาร ทาการเรียงลาดบั ข้อมลู
นาข้อมลู มาจดั กลมุ่ นาข้อมลู มาหาผลรวม เป็นต้น

ขนั้ ตอนท่ี 3 การแสดงผลลพั ธ์ คอมพวิ เตอร์จะแสดงผลลพั ธ์ของข้อมลู ท่ปี ้อน หรือแสดงผลจาก
การประมวลผล ทางจอภาพ (Monitor) เคร่ืองพมิ พ์ (Printer) หรือลาโพง

ขนั้ ตอนท่ี 4 การเกบ็ ข้อมลู คอมพวิ เตอร์จะทาการเกบ็ ผลลพั ธ์จากการประมวลผลไว้ในหน่วยเก็บ
ข้อมลู เชน่ ฮาร์ดดิสก์ แผ่นบนั ทกึ ข้อมลู (Floppy disk) ซีดรี อม เพอื่ ให้สามารถนามาใช้ใหม่ได้ใน
อนาคต

Software --- >ซอฟตแ์ วร์ระบบ และ ซอฟต์แวร์ประยกุ ต์

ซอฟตแ์ วร์ระบบ => มีหน้าทค่ี วบคมุ ระบบต่างๆ ภายในคอมพิวเตอร์ และเป็นตวั กลางระหวา่ ง
ผ้ใู ช้กบั คอมพิวเตอร์หรือ Hardware

ซอฟตแ์ วร์ประยกุ ต์ => เป็นโปรแกรมท่ีเขียนขนึ ้ เพอ่ื ทางานเฉพาะด้านตามความต้องการของ
ผ้ใู ช้งาน

ซอฟตแ์ วร์ระบบปฏิบตั ิการ (Operating System Software-OS) หมายถึง ซอฟตแ์ วร์
หรือโปรแกรมทคี่ วบคมุ การทางานทงั้ หมดของเครื่องคอมพิวเตอร์ โดยคอมพวิ เตอร์ทกุ เครื่องจะต้องมี
ระบบปฏบิ ตั กิ ารอย่างใดอย่างหนึ่งเสมอ ระบบปฏบิ ตั ิการยอดนิยมในปัจจบุ นั คือ Windows 95,
Windows 98, Windows 2000,Windows Me, Windows XP, Linux,
DOS เป็นต้น

ซอฟต์แวร์ประยกุ ต์ (Application Software) หมายถงึ โปรแกรมที่เขยี นขนึ ้ มาเพ่อื สง่ั ให้เคร่ือง
คอมพิวเตอร์ทางานเฉพาะด้าน เช่น โปรแกรมระบบบญั ชี โปรแกรมออกแบบ โปรแกรมสาเร็จรูปต่างๆ เชน่
Microsoft Word, Excel, PowerPoint เป็นต้น

2. เทคโนโลยีส่ือสารโทรคมนาคม

เทคโนโลยีส่อื สารโทรคมนาคมใช้ในการติดตอ่ สื่อสาร รบั /สง่ ข้อมลู จากท่ไี กลๆ เป็นการสง่ ของ
ข้อมลู ระหวา่ งคอมพิวเตอร์หรือเคร่ืองมอื ท่อี ย่หู า่ งไกลกนั ซงึ่ จะชว่ ยให้การเผยแพร่ข้อมลู หรือสารสนเทศไป
ยงั ผ้ใู ช้ในแหลง่ ต่างๆ เป็นไปอย่างสะดวก รวดเร็ว ถกู ต้อง ครบถ้วน และทนั การณ์ ซ่ึงรูปแบบของข้อมลู ที่
รับ/ส่ง อาจเป็นตวั เลข (Numeric Data) , ตวั อกั ษร (Text) , ภาพ (Image) และเสยี ง
(Voice)

วิวฒั นาการของคอมพวิ เตอร์

นบั ตงั้ แต่มีการประดิษฐ์คอมพวิ เตอร์เคร่ืองแรกมาจนกระทงั่ ปัจจบุ นั เราสามารถแบง่ ยคุ ของการ
พฒั นาคอมพิวเตอร์ออกเป็นยคุ ต่างๆ ได้ 5 ยคุ โดยพจิ ารณาจากเทคโนโลยีท่ใี ช้ในการสร้างเครื่อง
คอมพิวเตอร์

คอมพวิ เตอร์ยคุ ที่ 1 เป็นคอมพวิ เตอร์ทใี่ ช้งานในช่วง ค.ศ 1951 - 1958 เป็นคอมพิวเตอร์ทใี่ ช้หลอด
สญู ญากาศ (Vacuun Tube) ขนาดใหญ่ ต้องใช้พลงั งานไฟมากในการทางานการใช้งานยาก
ราคาแพง มปี ัญหาเรื่องความร้อนและไส้หลอดขาดบอ่ ย ถงึ แม้จะมีระบบระบายความร้อนทดี่ มี าก การ
สง่ั งานใช้ภาษาเคร่ืองซึง่ เป็นรหสั ตวั เลขทีย่ ่งุ ยากซบั ซ้อน เครื่องคอมพวิ เตอร์ของยคุ นมี ้ ขี นาดใหญ่โต เชน่
มาร์ค วนั (MARK I), อีนแิ อค (ENIAC), ยนู แิ วค (UNIVAC)

คอมพวิ เตอร์ยคุ ที่ 2 เป็นคอมพวิ เตอร์ทใี่ ช้งานในช่วง ค.ศ 1959 - 1964 เป็นคอมพวิ เตอร์ท่ใี ช้ทราน
ซิสเตอรที่พฒั นาโดยเทคโนโลยีสารก่งึ ตวั นา นามาใช้แทนหลอดสญุ ญากาศทาให้คอมพิวเตอร์ มอี ปุ กรณ์
เกบ็ ข้อมลู สารองในรูปของสื่อบนั ทึกแมเ่ หลก็ เชน่ จานแมเ่ หล็ก สว่ นทางด้านซอฟต์แวร์ก็มีการพฒั นาดขี นึ ้
โดยสามารถเขยี นโปรแกรมด้วยภาษาระดบั สงู ซึ่งเป็นภาษาทีเ่ ขยี นเป็นประโยคท่ีคนสามารถเข้าใจได้ เช่น
ภาษาฟอร์แทน ภาษาโคบอล เป็นต้น ภาษาระดบั สงู นไี ้ ด้มกี ารพฒั นาและใช้งานมาจนถงึ ปัจจบุ นั

คอมพวิ เตอร์ยคุ ท่ี 3 เป็นคอมพิวเตอร์ท่ีใช้ในช่วง ค.ศ 1965 - 1971 เป็นคอมพิวเตอร์ทส่ี ร้างจาก
อปุ กรณ์ ท่ีเรียกว่าวงจรรวม (Integrated Circuit) วงจรรวมเป็นวงจรท่ีนาเอาทรานซิสเตอร์
หลายๆตวั มาประดิษฐ์รวามบนชนิ ้ สว่ นเดยี วกนั ทาให้ขนาดของคอมพิวเตอร์เล็กลง และราคากถ็ กู ลง
กวา่ เดิม ทางด้านซอฟตแ์ วร์กม็ ีระบบควบคมุ ทีม่ คี วามสามารถสงู ทงั้ ในรูประบบแบง่ เวลาการทางานให้กบั
งานหลาย ๆ อย่าง

คอมพิวเตอร์ยคุ ที่ 4 เป็นคอมพิวเตอร์ท่ใี ช้งานในช่วง ค.ศ 1972 - 1980 เป็นคอมพวิ เตอร์ทีใ่ ช้วงจร
รวมขนาดใหญข่ นึ ้ ทรี่ วมการทางานของทรานซสิ เตอร์จานวนมากขนึ ้ ไว้บนชนิ ้ สว่ นเดยี ว ทาให้คอมพิวเตอร์มี
ขนาดเล็กลงเป็นคอมพิวเตอร์ตงั้ โต๊ะที่เราเหน็ กนั ทวั่ ้ ไป

คอมพิวเตอร์ยคุ ท่ี 5 เป็นคอมพิวเตอร์ทใี่ ช้งานตงั้ แต่ ค.ศ 1981 จนถงึ ปัจจบุ นั คอมพิวเตอร์ในยคุ นี ้
ได้พฒั นาจนมคี วามแตกต่างไปจากคอมพวิ เตอร์ในยคุ ก่อนหน้านมี ้ าก ทงั้ ขนาดคณุ ภาพ ประสทิ ธิภาพ
ความสะดวกและความหลากหลายในการใช้งาน เชน่ คอมพวิ เตอร์ท่ีสามารถใช้ดูหนงั ฟังเพลง เล่นเกม เป็น
ต้น และความสามารถอกี หลายอย่างท่อี ย่รู ะหวา่ งการพฒั นา เชน่ การรบั รู้คาสงั่ ด้วยเสยี งพดู หรือประโยคที่
เป็นภาษามนษุ ย์ คอมพิวเตอร์ทสี่ ามารถเรียนรู้คดิ ตดั สินใจเช่นเดียวกนั มนษุ ย์

ชนดิ ของคอมพิวเตอร์

เครื่องคอมพวิ เตอร์ในปัจจบุ ันสามารถแบง่ เป็นประเภทต่างๆ โดยใช้ความแตกต่างจากขนาดของ
เครื่อง ความเร็วในการประมวลผล รวมทงั้ ราคาเป็นหลกั ซ่งึ แบง่ ได้เป็นดงั นี ้คือ

1. ซเู ปอร์คอมพิวเตอร์ Super Computer

เครื่องคอมพวิ เตอร์ในปัจจบุ นั สามารถแบง่ เป็นประเภทตา่ งๆ โดยใช้ความแตกตา่ งจากขนาดของ
เคร่ือง

ความเร็วในการประมวลผล รวมทงั้ ราคาเป็นหลกั ซง่ึ แบง่ ได้เป็นดงั นี ้คอื

หมายถงึ คอมพวิ เตอร์เคร่ืองใหญท่ ่ีมสี มรรถนะสงู มคี วามเร็วในการทางาน และประสทิ ธิภาพ
สงู สดุ เมื่อเปรียบเทยี บกบั คอมพวิ เตอร์ชนดิ อนื่ ๆ มีราคาแพงมาก มีขนาดใหญ่ สามารถคานวณทาง
คณติ ศาสตร์ได้หลายแสนล้านครงั้ ต่อวินาที และได้รับการออกแบบเพอ่ื ให้ใช้แก้ปัญหาขนาดใหญม่ ากได้
อยา่ งรวดเร็ว เชน่ การพยากรณ์อากาศลว่ งหน้าเป็นเวลาหลายวนั งานควบคมุ ขปี นาวธุ งานควบคมุ ทาง
อวกาศ งานประมวลผลภาพทางการแพทย์ งานด้านวิทยาศาสตร์เคมี งานทาแบบจาลองโมเลกลุ ของ
สารเคมี งานด้านวิศวกรรมการออกแบบ งานวิเคราะหโ์ ครงสร้างอาคารทีซ่ บั ซ้อน ซง่ึ หากใช้คอมพวิ เตอร์
ชนิดอืน่ ๆ แก้ไขปัญหาประเภทนี ้อาจจะต้องใช้เวลาในการคานวณหลายปีกวา่ จะเสร็จสนิ ้ ในขณะที่ซเู ปอร์
คอมพวิ เตอร์สามารถแก้ไขปัญหาได้ภายในเวลาไมก่ ชี่ ว่ั โมงเทา่ นนั้

ซูเปอร์คอมพวิ เตอร์จึงมีหน่วยความจาทใ่ี หญม่ ากๆ สามารถทางานหลายอย่างได้พร้อมๆ กนั โดย
ที่งานเหลา่ นนั้ อาจจะเป็นงานท่ีแตกต่างกนั อาจจะเป็นงานใหญ่ทถี่ กู แบง่ ย่อยไปให้หน่วยประมวลผลแต่ละ
ตวั ทางานกไ็ ด้ และยงั ใช้โครงสร้างการคานวณแบบขนานทเี่ รียกวา่ เอม็ พพี ี (Massively Parallel
Processing : MPP) ซ่งึ เป็นการคานวณท่กี ระทากบั ข้อมลู หลายๆ ตวั หรือหลายๆ งานในเวลา
เดียวกนั ได้พร้อมๆ กนั เป็นจานวนมาก ทาให้มีความสามารถในการทางานแบบมลั ติโปรเซสซงิ

(Multiprocessing) หรือความสามารถในการทางานหลายงานพร้อมๆกนั ได้ ดงั นนั้ จึงมีผู้เรียกอกี
ชือ่ หนึง่ วา่ คอมพิวเตอร์สมรรถนะสงู (High Performance Computer)

ความเร็วในการคานวณของซูเปอร์คอมพิวเตอร์จะมีการวดั หนว่ ยเป็น นาโนวนิ าที
(nanosecond) หรือเศษหน่งึ สว่ นพนั ล้านวนิ าที และ กิกะฟลอป (gigaflop) หรือการคานวณ
หนง่ึ พนั ล้านครงั้ ในหน่ึงวนิ าที ปัจจบุ นั ประเทศไทย มเี ครื่องซเู ปอร์คอมพิวเตอร์ Cray YMP ใช้ใน
งานวิจยั อย่ทู ีห่ ้องปฏบิ ตั กิ ารคอมพวิ เตอร์สมรรถภาพสงู (HPCC) ศนู ยเ์ ทคโนโลยีอิเล็กทรอนกิ ส์ และ
คอมพิวเตอร์แหง่ ชาติ ผ้ใู ช้เป็นนกั วิจยั ด้านวิศวกรรม และวิทยาศาสตร์ทวั่ ประเทศ

2. เมนเฟรมคอมพวิ เตอร์ Mainframe Computer

หมายถึง เครื่องคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่ทีม่ สี มรรถนะสงู แต่ยงั ตา่ กว่าซูเปอร์คอมพวิ เตอร์ มี
ความเร็วสงู มาก มีหนว่ ยความจาขนาดมหึมา เมนเฟรมคอมพวิ เตอร์สามารถให้บริการผ้ใู ช้จานวนหลาย
ร้อยคน ทใ่ี ช้โปรแกรมทีแ่ ตกต่างกนั นบั ร้อยพร้อมๆ กันได้ เหมาะกบั การใช้งานทงั้ ในด้านวิศวกรรม
วิทยาศาสตร์ และธุรกจิ โดยเฉพาะงานทีเ่ กยี่ วข้องกบั ข้อมลู จานวนมากๆ

เครื่องเมนเฟรมได้รบั การพฒั นาให้มหี น่วยประมวลผลหลายหน่วยพร้อมๆ กนั เชน่ เดียวกบั ซเู ปอร์
คอมพิวเตอร์ แตจ่ ะมจี านวนหนว่ ยประมวลทีน่ ้อยกวา่ และเครื่องเมนเฟรมจะวดั ความเร็วอยใู่ นหน่วยของ
เมกะฟลอป (Megaflop) หรือการคานวณหนึ่งล้านครงั้ ในหน่งึ วินาที

3. มนิ ิคอมพิวเตอร์

หมายถงึ เครื่องคอมพิวเตอร์ขนาดกลาง มีสมรรถนะต่ากว่าเคร่ืองเมนเฟรม แตส่ งู กวา่ เวริ ์คสเตชนั
จดุ เดน่ ที่สาคญั คอื ราคาย่อมเยากวา่ เมนเฟรม และการใช้งานใช้บุคลากรไม่มากนกั มินคิ อมพวิ เตอร์เริ่ม
พฒั นาขนึ ้ ใน ค.ศ. 1960 ตอ่ มาบริษทั Digital Equipment Corporation หรือ DEC ได้
ประกาศตวั มินิ คอมพิวเตอร์ DEC PDP-8 (Programmed Data Processor) ในปี
ค.ศ.1965

ซึง่ ได้รับความนิยมจากบริษทั หรือองค์กรที่มีขนาดกลาง เพราะมรี าคาถกู กวา่ เครื่องเมนเฟรมมาก
เครื่องมินิ คอมพวิ เตอร์ใช้หลกั การของมลั ติโปรแกรมมงิ เชน่ เดียวกบั เคร่ืองเมนเฟรม โดยจะสามารถรองรับ
ผ้ใู ช้ได้นบั ร้อยคนพร้อมๆกนั แต่เคร่ืองมินคิ อมพวิ เตอร์จะทางานได้ช้ากวา่ การควบคมุ ผ้ใู ช้งานตา่ งๆ ทา
น้อยกวา่ ส่อื ท่ีเก็บข้อมลู มคี วามจไุ มส่ งู เท่าเมนเฟรม

การทางานบนเคร่ืองเมนเฟรมหรือมนิ ิคอมพิวเตอร์ ผ้ใู ช้จะสามารถควบคมุ การรบั ข้อมลู และดกู าร
แสดงผลบนจอภาพได้เท่านนั้ ไม่สามารถควบคมุ อปุ กรณ์รอบข้างอื่นๆ ได้ แต่การใช้ระบบคอมพวิ เตอร์
ชนิดที่มีผ้ใู ช้คนเดยี วนนั้ ผ้ใู ช้สามารถควบคมุ อปุ กรณ์รอบข้างตา่ งๆ ได้ทงั้ หมด ไม่ว่าจะเป็นหน่วยรบั ข้อมลู
หน่วยประมวลผล หนว่ ย แสดงผล ตลอดจนหน่วยเกบ็ ข้อมลู สารอง สามารถเลอื กใช้โปรแกรมได้ โดยไม่
ต้องกงั วลว่าจะต้องไปแย่งเวลาการเรียกใช้ข้อมลู กบั ผ้ใู ช้อื่น

4. เวริ ์คสเตชนั่ และไมโครคอมพวิ เตอร์

คอมพวิ เตอร์สาหรบั ผ้ใู ช้คนเดียว สามารถแบง่ ออกเป็นสองรุ่น คอื เวิร์คสเตชนั หมายถงึ
คอมพิวเตอร์ขนาดเลก็ ทถี่ กู ออกแบบมาให้เป็นคอมพวิ เตอร์แบบตงั้ โต๊ะ สามารถทางานพร้อมกนั ได้หลาย
งาน และประมวลผลเร็วมาก มคี วามสามารถในการคานวณด้านวิศวกรรม สถาปัตยกรรม หรืองานอ่ืนๆ ท่ี
เน้นการแสดงผลด้านกราฟิก เช่น นามาชว่ ยในโรงงานอตุ สาหกรรมเพ่ือออกแบบชนิ ้ สว่ น เป็นต้น ซ่ึงจาก
การทตี่ ้องทางานกราฟิกทมี่ คี วามละเอียดสงู ทาให้เวิร์คสเตชนั ใช้หนว่ ยประมวลผลทีม่ ปี ระสิทธิภาพมาก
รวมทงั้ มหี นว่ ยเก็บข้อมลู สารองจานวนมากด้วย เวิร์คสเตชนั สว่ นมากใช้ชิปประเภท RISC
(Reduce instruction set computer) ซ่ึงเป็นชปิ ที่ลดจานวนคาสง่ั ทสี่ ามารถใช้สงั่ งาน
ให้เหลือเฉพาะท่จี าเป็น เพอื่ ให้สามารถทางานได้ด้วยความเร็วสงู

ไมโครคอมพิวเตอร์ หมายถึง คอมพวิ เตอร์ขนาดเล็ก และใช้งานคนเดียว เรียกอกี ชอ่ื หน่งึ วา่
คอมพิวเตอร์สว่ นบคุ คล (Personal Computer) จดั ว่าเป็นเคร่ืองคอมพวิ เตอร์ขนาดเลก็ ทงั้
ระบบใช้งานครงั้ ละคนเดยี ว หรือใช้งานในลกั ษณะเครือข่าย แบง่ ได้หลายลกั ษณะตามขนาด เช่นเครื่อง
คอมพิวเตอร์สว่ นบุคคลแบบตงั้ โต๊ะ (Personal Computer) หรือแบบพกพา (Portable
Computer)


Click to View FlipBook Version