47 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๖ กลุ่มสาระการเรียนรู้ ภาษาไทย ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๔ รายวิชา การเขียน ๑ รหัสวิชา ท ๓๐๒๐๗ หน่วยการเรียนรู้ที่ ๓ เรื่อง ทำได้ทั้งและยาว จำนวน ๑๐ ชั่วโมง แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๖ เรื่อง การเขียนย่อความ เวลา ๕ ชั่วโมง ๑. มาตรฐานการเรียนรู้/ผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง ๑.๑ มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ท ๒.๑ ใช้กระบวนการเขียนเขียนสื่อสาร เขียนเรียงความ ย่อความ และเขียนเรื่องราว ในรูปแบบต่างๆ เขียนรายงานข้อมูลสารสนเทศและ รายงานการศึกษาค้นคว้า อย่างมีประสิทธิภาพ ๑.๒ ผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง ๑) เขียนย่อความได้ถูกต้อง ๒. จุดประสงค์การเรียนรู้ ๒.๑ ด้านความรู้ ๑) บอกความหมายของการย่อความได้ ๒) บอกความสำคัญของการย่อความได้ ๓) บอกแนวทางของการย่อความได้ ๔) บอกโครงสร้างของการย่อความแต่ละประเภทได้ ๕) บอกประโยชน์ของการย่อความได้ ๒.๒ ด้านทักษะและกระบวนการ ๑) เขียนย่อความได้ถูกต้อง ๒.๓ ด้านเจตคติ/คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ๑) มีมารยาทในการเขียน ๒) มีวินัย ๔) มีความมุ่งมั่นในการเรียน ๕) มีความซื่อสัตย์ สุจริต ๓. สมรรถนะของผู้เรียน ๑. ความสามารถในการสื่อสาร ๒. ความสามารถในการคิด ๓. ความสามารถในการแก้ปัญหา ๔. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต
48 ๕. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี ๔. สาระการเรียนรู้ ๑) ความหมายของการย่อความ ๒) ความสำคัญของการย่อความ ๓) แนวทางของการย่อความ ๔) โครงสร้างของการย่อความแต่ละประเภท ๕) ประโยชน์ของการย่อความ ๕. กิจกรรมการเรียนรู้ ๑) นักเรียนและครูพูดคุยสนทนาซักถามเกี่ยวทุกข์สุข นักเรียนดูวิดีโอ เพลง หนึ่งราตรี จากนั้นให้ นักเรียนช่วยกันย่อความ หรือย่อเนื้อหาของเพลงที่ฟัง ให้มีขนาดเรื่องให้สั้นที่สุด แต่ยังได้ใจความเหมือนเดิม เพื่อให้นักเรียนรู้จักเรียบเรียงการใช้ภาษา ๒) ครูแจ้งผลการเรียนรู้และสาระการเรียนรู้แก่นักเรียน ๓) นักเรียนฟังการอธิบายโดยมี Power Point ประกอบ เรื่องการเขียนย่อความ ( ความหมาย ความสำคัญ แนวทางการย่อความ โครงสร้างของการย่อความประเภทร้อยแก้ว นิทาน ตำนาน ) แล้วบันทึกลง สมุด ๔) นักเรียนใบงานที่ ๕ ข้อ ๑ ย่อความประเภทร้อยแก้ว นิทาน ตำนาน ๕) สุ่มนักเรียนนำเสนอหน้าชั้นเรียน ๒ คน ให้คำติชม และครูตรวจใบงาน ๖) นักเรียนฟังการอธิบายโดยมี Power Point ประกอบ เรื่องการเขียนย่อความ (โครงสร้างของการย่อ ความประกาศ แถลงการณ์ ระเบียบ คำสั่ง ) ๗) นักเรียนทำใบงานที่ ๕ ข้อ ๒ ย่อความประเภทประกาศ แถลงการณ์ ระเบียบ คำสั่ง ๘) สุ่มนักเรียนนำเสนอหน้าชั้นเรียน ๒ คน โดยไม่ซ้ำกับคนเดิม ครูให้คำติชมและตรวจใบงาน ๙) นักเรียนฟังการอธิบายโดยมี Power Point ประกอบ เรื่องการเขียนย่อความ ( โครงสร้างของการย่อ ความจดหมาย หนังสือราชการ สาส์น พระราชสาส์น) นักเรียนสรุปลงสมุด ๑๐) นักเรียนทำใบงานที่ ๕ ข้อ ๓ ย่อความประเภทจดหมาย หนังสือราชการ สาส์น พระราชสาส์น ๑๑) สุ่มนักเรียนนำเสนอหน้าชั้นเรียน ๒ คน โดยไม่ซ้ำกับคนเดิม ครูให้คำติชมและตรวจใบงาน ๑๒) นักเรียนฟังการอธิบายโดยมี Power Point ประกอบ เรื่องการเขียนย่อความ ( โครงสร้างของการ ย่อ คำปราศรัย สุนทรพจน์ พระราชดำรัส ) ๑๐) นักเรียนทำใบงานที่ ๕ ข้อ ๔ ย่อความประเภท คำปราศรัย สุนทรพจน์ พระราชดำรัส) ๑๑) สุ่มนักเรียนนำเสนอหน้าชั้นเรียน ๒ คน ที่ไม่ซ้ำกับคนเดิม ครูให้คำติชมและตรวจใบงาน ๑๒) นักเรียนฟังการอธิบายโดยมี Power Point ประกอบ เรื่องการเขียนย่อความ ( โครงสร้างของการ ย่อ ประเภทบทร้อยกรอง และประโยชน์ของการย่อความ ๑๓) นักเรียนทำใบงานที่ ๕ ข้อ ๕ ย่อความประเภทบทร้อยกรอง ๑๔) สุ่มนักเรียนนำเสนอหน้าชั้นเรียน ๒ คน ที่ไม่ซ้ำกับคนเดิม ครูให้คำติชมและตรวจใบงาน
49 ๑๕) นักเรียนทำแบบทดสอบ ๖. สื่อการเรียนรู้/แหล่งการเรียนรู้ ๑) สื่อ Power Point เรื่องการเขียนย่อความ ๒) แบบทดสอบ ๓) เพลง หนึ่งราตรี ๔) ใบงานที่ ๕ ๗. การวัดผลและประเมินผลการเรียนรู้ เพื่อให้สอดคล้องกับจุดประสงค์การเรียนรู้ การวัดผลและประเมินผลการเรียนรู้ในแผนนี้มีดังนี้ จุดประสงค์การเรียนรู้ที่ต้องการวัด และประเมินผล การวัด การประเมินผล ด้านความรู้ ๑) บอกความหมายของการย่อความได้ ๒) บอกความสำคัญของการย่อความได้ ๓) บอกแนวทางของการย่อความได้ ๔) บอกโครงสร้างของการย่อความแต่ ละประเภทได้ ๕) บอกประโยชน์ของการย่อความได้ วิธีวัดผล - การทดสอบ เครื่องมือวัดผล - แบบทดสอบ เกณฑ์การให้คะแนน ๐ – ๔ หมายถึง ปรับปรุง ๕ – ๖ หมายถึง พอใช้ ๗ – ๘ หมายถึง ดี ๙ – ๑๐ หมายถึง ดีมาก เกณฑ์การประเมินผล ๐ – ๔ หมายถึง ไม่ผ่าน ๕ – ๑๐ หมายถึง ผ่าน ด้านทักษะและกระบวนการ ๑) เขียนย่อความได้ถูกต้อง วิธีวัดผล - ใบงาน ๕ เครื่องมือวัดผล - แบบประเมินใบงาน เกณฑ์การให้คะแนน ๔ หมายถึง ดีมาก ๓ หมายถึง ดี ๒ หมายถึง ปานกลาง ๑ หมายถึง พอใช้ ๐ หมายถึง ปรับปรุง ด้านเจตคติ/คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ๑) มีมารยาทในการเขียน ๒) มีวินัย ๓) มีความมุ่งมั่นในการเรียน ๔) มีความซื่อสัตย์ สุจรีต วิธีวัดผล - การสังเกตพฤติกรรม เครื่องมือวัดผล - แบบสังเกตพฤติกรรม ลงชื่อ.................................................... ( นางสาวปทุมวัน ดุษฎี) ............./................../............
50 สุจริตคือเกราะบัง ศาสตร์พ้อง “ จงรังเกียจความทุจริต เพราะความทุจริตคือเนื้อร้ายที่กลืนกินความมนุษย์ให้หมดสิ้นไป ” จากประโยค ดังกล่าวตอกย้ำให้เห็นว่าไม่มีภัยอันตรายใด ๆ จะร้ายแรงไปกว่าภัยจากการทุจริต เราต่างคงคุ้นชินกับคำกล่าวที่ว่า “มนุษย์คือสัตว์ประเสริฐ” ซึ่งหมายถึงมนุษย์คือสิ่งชีวิตที่ดีเลิศ นั่นคือประเสริฐพร้อมไปด้วยความรู้ ความคิดมีจิต วิญญาณแห่งวิญญูชน เป็นคนที่เรียกว่าคนได้อย่างสมบูรณ์ มนุษย์จะทำอย่างไรจึงจะได้ชื่อว่าเป็นสัตว์ประเสริฐหรือเป็นผู้มีจิตวิญญาณแห่งวิญญูชนคือบุคคลที่รู้ผิดรู้ ชอบตามปรกติ สิ่งนั้นคือ “ความสุจริต” ซึ่งอาจกล่าวได้ว่า ความสุจริตคือจิตแห่งวิญญูชน ที่กล่าวเช่นนี้ก็เพราะ ความสุจริตเป็นบ่อเกิดแห่งความถูกต้องทั้งปวง เราจะไม่มีทางเป็นคนโกหกหากคำพูดนั้นกลั่นจากการยึดมั่นใน ความสุจริต เราจะไม่มีทางกระทำความผิดหากปฏิบัติในสิ่งที่ถูกต้องไม่คิดฉ้อโกงใคร ความสุจริตจึงเป็นเสมือน เกราะป้องกันภัยทั้งปวงเพราะเป็นเกราะที่แข็งแกร่งอันเคลือบไปด้วยความถูกต้อง 3 ประการคือคิดถูกต้อง พูด ถูกต้อง และทำถูกต้อง ซึ่งความถูกต้องดังกล่าวนี้ก็คือ “ความจริง” เกราะชั้นแรก คิดถูกต้อง หากมีคิดถูกต้องก็ไม่นำไปสู่การคิดที่จะกระทำความผิด ไม่เห็นผิดเป็นถูกไม่ต้อง คิดว่าใครจะมาหลอกลวงตนเพราะตนไม่ได้ไปหลอกลวงใครจึงไม่ต้องเสียเวลาไปกับการกังวลใจว่าใครจะมาทำร้าย คิดคด หรือฉ้อโกง เกราะชั้นที่สอง พูดถูกต้อง การพูดในสิ่งที่เป็นความจริง ความจริงนั้นย่อมเป็นเกราะคุ้มภัยให้กับผู้นั้น ยกตัวอย่างเช่น การที่นักเรียนคนหนึ่งไม่ได้ทำการบ้านส่งครูด้วยเหตุผลคือลืม เมื่อครูถามจึงโกหกไปว่าแม่ไม่สบาย ตนจึงต้องดูแลแม่ ครูจึงถามต่อไปอีกแม่เป็นอะไร ตอนนี้อยู่ที่ไหน อาการเป็นอย่างไรบ้าง นักเรียนคนนี้จึงต้อง โกหกทุกวิถีทางจนนับครั้งไม่ถ้วน เพียงเพื่อต้องการปกปิดความผิดในครั้งแรก สุดท้ายแล้วอาจจะแพ้ภัยให้กับคำ โกหกของตนเสียด้วยซ้ำไป จากความผิดแค่เพียงลืมทำการบ้าน ก็บานปลายกลายเป็นคนขี้โกหก ไร้ความน่าเชื่อถือ อีกทั้งยังไร้ความรับผิดชอบ การพูดความจริงตั้งแต่ครั้งแรกจึงทำให้ไม่ต้องโกหกในครั้งต่อ ๆ ไปซึ่งก็นับว่าเป็น เกราะคุ้มภัยได้เป็นอย่างดี เกราะชั้นสุดท้าย ทำถูกต้อง การทำในสิ่งที่ถูกต้อง ทำในสิ่งที่ควรจะทำ ย่อมนำไปสู่ความเที่ยงธรรม ไม่ เบียดเบียน และไม่เอาเปรียบใคร เช่น การคัดเลือกคนเข้าทำงานขององค์กรหนึ่ง หากคัดสรรตามกระบวนการก็คง ไม่มีปัญหาอะไร แต่เมื่อใดที่ไม่โปร่งใสใจทุจริตกระผิดจากขั้นตอนเพื่อผลประโยชน์ส่วนตน หากความผิดที่กระทำ นั้นถูกเปิดเผยขึ้นก็อาจจะพ้นจากตำแหน่งนั้นไป รวมถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นกับองค์กรคือแทนที่จะได้ผู้มีความรู้ ความสามารถเข้าทำงานก็กลับกลายเป็นว่าได้ผู้ที่ทุจริตตั้งแต่แรกเริ่มมาทำงานในองค์กร จะเห็นได้ว่าผลกระทบที่ เกิดขึ้นนั้นมิได้จำกัดกรอบความเสียหายหากแต่ยังแพร่ขยายเป็นวงกว้าง ฉะนั้นแล้ว ความสุจริตจึงเป็นเกราะคุ้มภัยอันตรายทั้งปวง ทั้งต่อผู้ที่ประพฤติสุจริตเองและผู้คนรอบข้างที่ ไม่ต้องเดือนร้อนกันเป็นร่างแห ต่างคนต่างยึดมั่นในความสุจริต คิด พูด และทำในสิ่งที่ถูกต้อง หากทุกคนสามารถ ทำได้เช่นนี้แล้ว สังคมไทยย่อมเป็นสังคมใสสะอาด และบริบูรณ์ไปด้วยความสุจริตที่สร้างความสงบสุขให้แก่สังคม อย่างแท้จริง ที่มา : การเขียนเรียงความและตัวอย่างการเขียนเรียงความ (trueid.net)
51 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๗ กลุ่มสาระการเรียนรู้ ภาษาไทย ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๔ รายวิชา การเขียน ๑ รหัสวิชา ท ๓๐๒๐๗ หน่วยการเรียนรู้ที่ ๔ เรื่อง ติดต่อสื่อสาร จำนวน ๑๕ ชั่วโมง แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๗ เรื่อง การเขียนกรอกแบบฟอร์ม เวลา ๕ ชั่วโมง ๑. มาตรฐานการเรียนรู้/ผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง ๑.๑ มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ท ๒.๑ ใช้กระบวนการเขียนเขียนสื่อสาร เขียนเรียงความ ย่อความ และเขียนเรื่องราว ในรูปแบบต่างๆ เขียนรายงานข้อมูลสารสนเทศและ รายงานการศึกษาค้นคว้า อย่างมีประสิทธิภาพ ๑.๒ ผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง ๑) เขียนกรอกแบบฟอร์มได้ถูกต้อง ๒. จุดประสงค์การเรียนรู้ ๒.๑ ด้านความรู้ ๑) บอกความหมายของแบบฟอร์มได้ ๒) บอกความสำคัญของการกรอกแบบฟอร์มได้ ๓) บอกประเภทของแบบฟอร์มได้ ๔) บอกข้อความปฏิบัติของการกรอกแบบฟอร์มได้ ๕) บอกคุณสมบัติของผู้กรอกแบบฟอร์มได้ ๒.๒ ด้านทักษะและกระบวนการ ๑) เขียนกรอกแบบฟอร์มถูกต้อง ๒.๓ ด้านเจตคติ/คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ๑) มีมารยาทในการเขียน ๒) มีวินัย ๔) มีความมุ่งมั่นในการเรียน ๕) มีความซื่อสัตย์ สุจริต ๓. สมรรถนะของผู้เรียน ๑. ความสามารถในการสื่อสาร ๒. ความสามารถในการคิด ๓. ความสามารถในการแก้ปัญหา ๔. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต
52 ๔. สาระการเรียนรู้ ๑) บอกความหมายของแบบฟอร์มได้ ๒) บอกความสำคัญของการกรอกแบบฟอร์มได้ ๓) บอกประเภทของแบบฟอร์มได้ ๔) บอกข้อความปฏิบัติของการกรอกแบบฟอร์มได้ ๕) บอกคุณสมบัติของผู้กรอกแบบฟอร์มได้ ๕. กิจกรรมการเรียนรู้ ๑) นักเรียนและครูพูดคุยสนทนาซักถามเกี่ยวทุกข์สุข และให้นักเรียนดูใบสมัครเข้าเรียนชั้นมัธยมศึกษา ปีที่ ๔ พร้อมกับถามนักเรียนถึงวันที่นักเรียนมาสมัครเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๔ ว่าทำอะไรบ้างในวันสมัคร และ ถามว่าเวลากรอกใบสมัครยุ่งยากหรือไม่ เพื่อเข้าสู่บทเรียน ๒) ครูแจ้งผลการเรียนรู้และสาระการเรียนรู้แก่นักเรียน ๓) นักเรียนฟังการอธิบายโดยมี Power Point ประกอบ เรื่องการเขียนกรอกแบบฟอร์ม แล้วบันทึกลง สมุด ๔) นักเรียนใบงานที่ ๖ (จำนวน ๕ ข้อ : ๕ แบบฟอร์ม ) ๕) ครูตรวจใบงาน ๖) นักเรียนทำแบบทดสอบ ๖. สื่อการเรียนรู้/แหล่งการเรียนรู้ ๑) สื่อ Power Point เรื่องการเขียนกรอกแบบฟอร์ม ๒) แบบทดสอบ ๓) ใบสมัครเข้าเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๔ ๔) ใบงานที่ ๖ ๗. การวัดผลและประเมินผลการเรียนรู้ เพื่อให้สอดคล้องกับจุดประสงค์การเรียนรู้ การวัดผลและประเมินผลการเรียนรู้ในแผนนี้มีดังนี้ จุดประสงค์การเรียนรู้ที่ต้องการวัด และประเมินผล การวัด การประเมินผล ด้านความรู้ ๑) บอกความหมายของแบบฟอร์มได้ ๒) บอกความสำคัญของการกรอก แบบฟอร์มได้ ๓) บอกประเภทของแบบฟอร์มได้ วิธีวัดผล - การทดสอบ เครื่องมือวัดผล - แบบทดสอบ เกณฑ์การให้คะแนน ๐ – ๔ หมายถึง ปรับปรุง ๕ – ๖ หมายถึง พอใช้ ๗ – ๘ หมายถึง ดี ๙ – ๑๐ หมายถึง ดีมาก
53 จุดประสงค์การเรียนรู้ที่ต้องการวัด และประเมินผล การวัด การประเมินผล ๔) บอกข้อความปฏิบัติของการกรอก แบบฟอร์มได้ ๕) บอกคุณสมบัติของผู้กรอก แบบฟอร์มได้ เกณฑ์การประเมินผล ๐ – ๔ หมายถึง ไม่ผ่าน ๕ – ๑๐ หมายถึง ผ่าน ด้านทักษะและกระบวนการ ๑) เขียนกรอกแบบฟอร์มได้ถูกต้อง วิธีวัดผล - ใบงาน ๖ เครื่องมือวัดผล - แบบประเมินใบงาน เกณฑ์การให้คะแนน ๔ หมายถึง ดีมาก ๓ หมายถึง ดี ๒ หมายถึง ปานกลาง ๑ หมายถึง พอใช้ ๐ หมายถึง ปรับปรุง ด้านเจตคติ/คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ๑) มีมารยาทในการเขียน ๒) มีวินัย ๓) มีความมุ่งมั่นในการเรียน ๔) มีความซื่อสัตย์ สุจรีต วิธีวัดผล - การสังเกตพฤติกรรม เครื่องมือวัดผล - แบบสังเกตพฤติกรรม ลงชื่อ.................................................... ( นางสาวปทุมวัน ดุษฎี) . ............/................../............
54 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๘ กลุ่มสาระการเรียนรู้ ภาษาไทย ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๔ รายวิชา การเขียน ๑ รหัสวิชา ท ๓๐๒๐๗ หน่วยการเรียนรู้ที่ ๔ เรื่อง ติดต่อสื่อสาร จำนวน ๑๕ ชั่วโมง แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๘ เรื่อง การเขียนจดหมาย เวลา ๕ ชั่วโมง ๑. มาตรฐานการเรียนรู้/ผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง ๑.๑ มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ท ๒.๑ ใช้กระบวนการเขียนเขียนสื่อสาร เขียนเรียงความ ย่อความ และเขียนเรื่องราว ในรูปแบบต่างๆ เขียนรายงานข้อมูลสารสนเทศและ รายงานการศึกษาค้นคว้า อย่างมีประสิทธิภาพ ๑.๒ ผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง ๑) เขียนจดหมายได้ถูกต้อง ๒) มีมารยาทในการเขียน ๒. จุดประสงค์การเรียนรู้ ๒.๑ ด้านความรู้ ๑) บอกความสำคัญของการเขียนจดหมายได้ ๒) บอกส่วนประกอบของจดหมายได้ ๓) บอกประเภทของจดหมายได้ ๔) เข้าใจการใช้คำขึ้นและคำลงท้ายในการเขียนจดหมาย ๕) บอกหลักการจ่าหน้าซองจดหมายได้ ๖) บอกมารยาทในการเขียนจดหมายได้ ๒.๒ ด้านทักษะและกระบวนการ ๑) เขียนจดหมายได้ถูกต้อง ๒.๓ ด้านเจตคติ/คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ๑) มีมารยาทในการเขียน ๒) มีวินัย ๔) มีความมุ่งมั่นในการเรียน ๕) มีความซื่อสัตย์ สุจริต
55 ๓. สมรรถนะของผู้เรียน ๑. ความสามารถในการสื่อสาร ๒. ความสามารถในการคิด ๓. ความสามารถในการแก้ปัญหา ๔. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต ๕. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี ๔. สาระการเรียนรู้ ๑) ความสำคัญของการเขียนจดหมาย ๒) ส่วนประกอบของจดหมาย ๓) ประเภทของจดหมาย ๔) คำขึ้นและคำลงท้ายในการเขียนจดหมาย ๕) หลักการจ่าหน้าซองจดหมาย ๖) มารยาทในการเขียนจดหมาย ๕. กิจกรรมการเรียนรู้ ๑) นักเรียนและครูพูดคุยสนทนาซักถามเกี่ยวทุกข์สุข และพูดคุยเกี่ยวกับการใช้รวมถึงวัตถุประสงค์ของ การใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ เพื่อเข้าสู่บทเรียน ๒) ครูแจ้งผลการเรียนรู้และสาระการเรียนรู้แก่นักเรียน ๓) นักเรียนฟังการอธิบายโดยมี Power Point ประกอบ เรื่องการเขียนจดหมาย ( ความสำคัญ และ ประเภทของจดหมาย ) นักเรียนบันทึกลงสมุด ๔) นักเรียนใบงานที่ ๗ โดยแบ่งกลุ่มนักเรียนออกเป็น ๖ กลุ่มเท่าๆกัน คละเด็กเก่ง ปานกลาง อ่อน กลุ่มที่ ๑, ๔ ค้นคว้าเรื่องส่วนประกอบของจดหมาย กลุ่มที่ ๒, ๕ ค้นคว้าเรื่อง คำขึ้นและคำลงท้ายของจดหมาย กลุ่มที่ ๓, ๖ ค้นคว้าเรื่องมารยาทในการเขียนจดหมาย ๕) นักเรียนแต่ละกลุ่มนำเสนอหน้าชั้นเรียนโดยในให้กลุ่มทั้งคู่แบ่งภาระงานการนำเสนอ ๖) ครูติชม นักเรียนจดบันทึกลงสมุด ๗) นักเรียนฟังการอธิบายโดยมี Power Point ประกอบ เรื่องการเขียนจดหมาย ( ซองจดหมายและการ จ่าหน้าซอง ) นักเรียนบันทึกลงสมุด ๘) นักเรียนทำใบงานที่ ๘ เขียนจดหมายถึงเพื่อนต่างโรงเรียนพร้อมจ่าหน้าซอ ๙) ครูตรวจใบงาน ๑๐) นักเรียนทำแบบทดอบ
56 ๖. สื่อการเรียนรู้/แหล่งการเรียนรู้ ๑) สื่อ Power Point เรื่องการเขียนจดหมาย ๒) แบบทดสอบ ๓) ใบงานที่ ๗, ๘ ๔) ห้องคอมพิวเตอร์ ๗. การวัดผลและประเมินผลการเรียนรู้ เพื่อให้สอดคล้องกับจุดประสงค์การเรียนรู้ การวัดผลและประเมินผลการเรียนรู้ในแผนนี้มีดังนี้ จุดประสงค์การเรียนรู้ที่ต้องการวัด และประเมินผล การวัด การประเมินผล ด้านความรู้ ๑) บอกความสำคัญของการเขียน จดหมายได้ ๒) บอกส่วนประกอบของจดหมายได้ ๓) บอกประเภทของจดหมายได้ ๔) เข้าใจการใช้คำขึ้นและคำลงท้ายใน การเขียนจดหมาย ๕) บอกหลักการจ่าหน้าซองจดหมายได้ ๖) บอกมารยาทในการเขียนจดหมายได้ วิธีวัดผล - การทดสอบ - ใบงานที่ ๗ เครื่องมือวัดผล - แบบทดสอบ - แบบประเมินใบงาน เกณฑ์การให้คะแนน ๐ – ๔ หมายถึง ปรับปรุง ๕ – ๖ หมายถึง พอใช้ ๗ – ๘ หมายถึง ดี ๙ – ๑๐ หมายถึง ดีมาก เกณฑ์การประเมินผล ๐ – ๔ หมายถึง ไม่ผ่าน ๕ – ๑๐ หมายถึง ผ่าน ด้านทักษะและกระบวนการ ๑) เขียนจดหมายได้ถูกต้อง วิธีวัดผล - ใบงาน ๘ เครื่องมือวัดผล - แบบประเมินใบงาน เกณฑ์การให้คะแนน ๔ หมายถึง ดีมาก ๓ หมายถึง ดี ๒ หมายถึง ปานกลาง ๑ หมายถึง พอใช้ ๐ หมายถึง ปรับปรุง ด้านเจตคติ/คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ๑) มีมารยาทในการเขียน ๒) มีวินัย ๓) มีความมุ่งมั่นในการเรียน ๔) มีความซื่อสัตย์ สุจรีต วิธีวัดผล - การสังเกตพฤติกรรม เครื่องมือวัดผล - แบบสังเกตพฤติกรรม ลงชื่อ.................................................... ( นางสาวปทุมวัน ดุษฎี) . ............/................../............
57 แบบทดสอบ เรื่องการเขียนจดหมาย ๑. ข้อใดคือจดหมายกิจธุระ ก. จดหมายลาครู ข. จดหมายสมัครงาน ค. ขอบคุณลูกค้า ง. จดหมายร้องเรียน ๒. การเขียนจดหมายต้องระวังเรื่องใดมากที่สุด ก. การใช้ซองจดหมายให้ถูกขนาด ข. การผนึกดวงตราไปรษณียากร ค. การใช้ภาษาให้สุภาพ ง. การเขียน วันเดือนปี ๓. จดหมายลาครูจะไม่สมบูรณ์ถ้าขาดส่วนใด ก. คำรับรองจากผู้ปกครอง ข. สถานที่เขียน ค. สาเหตุที่ลา ง. วันที่ที่ลา ๔. เขียนจดหมายถึงพระสงฆ์ต้องคำนึงถึงเรื่องใดบ้าง ก. ใจความ สรรพนาม ลงชื่อ ข. คำขึ้นต้น เนื้อเรื่อง คำลงท้าย ค. คำขึ้นต้น สรรพนาม คำลงท้าย ง. สรรพนาม ความสะอาด ลงชื่อ ๕. จดหมายติดต่อสอบถาม เป็นจดหมายประเภทใด ก. จดหมายราชการ ข. จดหมายกิจธุระ ค. จดหมายสูญหาย ง. จดหมายไม่ถึงผู้รับ ๖. ถ้านักเรียนเขียนจดหมายถึงเพื่อนแล้วติดแสตมป์ไม่ครบจะเกิดผลอย่างไร ก. ผู้รับถูกปรับ ข. ผู้ส่งถูกปรับ ค. จดหมายสูญหาย ง. จดหมายไม่ถึงผู้รับ ๗. ผนึกดวงตราไปรษณียากรในตำแหน่งใดจึงจะถูกต้อง ก. มุมบนซ้าย ข. มุมล่างขวา ค. มุมกลางซอง ง. มุมบนด้านขวามือของซอง ๘. ถ้าต้องการให้จดหมายถึงผู้รับแน่นอนไม่สูญหายควรทำอย่างไร ก. ส่งทางเมล์อากาศ ข. ติดแสตมป์เกินราคา ค. ลงทะเบียนจดหมาย ง. ไปส่งจดหมายที่ที่ทำการไปรษณีย์ ๙. การบอกชื่อที่อยู่ของผู้ส่งจดหมายให้ประโยชน์อย่างไร ก. ป้องกันจดหมายสูญหาย ข. จดหมายถึงผู้รับเร็วกว่าปกติ ค. บุรุษไปรษณีย์นำส่งได้สะดวก ง. จดหมายไม่ถึงผู้รับ ผู้ส่งจะได้รับจดหมายคืน
58 ๑๐. ข้อใดเป็นวิธีเขียนสถานที่ในการเขียนจดหมายที่ถูกต้อง ก. เขียนย่อๆ ให้สั้นที่สุด ข. เขียนเฉพาะอำเภอและจังหวัด ค. เขียนเฉพาะสถานที่ ไม่ต้องบอกรายละเอียด ง. เขียนระบุสถานที่ซึ่งผู้รับจดหมายจะสามารถส่งจดหมายตอบได้ ๑๑. ข้อใดเป็นการวางรูปจดหมายที่ถูกต้อง ก. เขียนตามแต่จะเห็นว่าสวย ข. วันข้างหน้าและข้างหลังประมาณ ๑ นิ้วเท่ากัน ค. เว้นข้างหน้าประมาณ ๑ นิ้ว ข้างหลังประมาณครึ่งนิ้ว ง. เขียนให้ชิดริมกระดาษทั้งสองข้าง เพื่อประหยัดกระดาษ ๑๒. ข้อใดเป็นมารยาทที่ดีในการเขียนจดหมาย ก. เนื้อความในจดหมายควรเขียนให้ละเอียด ข. ใช้หมึกปากกาสีแดง ค. ใช้ภาษากะทัดรัด ชัดเจน ง. เขียนด้วยปากกาสีสันสดใส ๑๓. คำขึ้นต้นจดหมาย “กราบเรียน” ควรใช้กับบุคคลในข้อใด ก. หม่อมเจ้า ข. จ้านายชั้นราชวงศ์ ค. รัฐมนตรี ง. อธิการบดี ๑๔. ข้อใดเขียน วัน เดือน ปี ในการเขียนจดหมายได้ถูกต้อง ก. ๒๕ ส.ค. ๖๕ ข. ๒๕ ธ.ค. ๒๕๖๕ ค. ๒๕ สิงหาคม ๒๕๖๕ ง. ๒๕ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๖๕ ๑๕. ในการเขียนจดหมาย ข้อใดที่เป็นสาระสำคัญ ก. หัวจดหมาย ข. เรื่อง ค. สิ่งที่ส่งมาด้วย ง. วัน เดือน ปี ๑๕. ข้อความในจดหมายกิจธุระต้องมี ๒ ย่อหน้าแรกบอกสาเหตุในการเขียนจดหมาย ย่อหน้า ๒ บอกอะไร ก. บอกชื่อตำแหน่งผู้รับ ข. บอกสิ่งที่ส่งมาด้วยกับจดหมาย ค. บอกวัตถุประสงค์ของจดหมาย ง. บอกวัน/เดือน/ปี ที่ส่งจดหมาย ๑๖. บัวได้รับจดหมายบอกเลิกนัดของกุหลาบมีข้อความตอนหนึ่งว่า "วันที่ ๑๓ ตุลาคม ฉันไปบ้านเธอตามที่นัดไว้ ไม่ได้ เนื่องจากคุณพ่อคุณแม่ไปวัดที่ต่างจังหวัด" ข้อความในจดหมายฉบับนี้บกพร่องอย่างไร ก. ใช้ภาษาไม่ถูกต้อง ข. มีเหตุผลไม่เหมาะสม ค. ประโยคซับซ้อนจับความไม่ได้ ง. มีใจความกำกวม ทำให้เกิดความเข้าใจผิด
59 ๑๗. จดหมายถึงเพื่อนฉบับนี้ต่อไป มีข้อบกพร่องอย่างไร "..คุณยอดชายเพื่อนรัก นานหลายปีทีเดียวนะขอรับที่คุณกับกระผมคบกันมา ร่วมทุกข์สุดมาด้วยกัน..." ก. ใช้ถ้อยคำอ้อมค้อม ข. ใช้ถ้อยคำไม่น่าเชื่อถือ ค. ใช้สรรพนามไม่ถูกต้อง ง. เรียงลำดับความไม่เหมาะสม ๑๘. ข้อใดบอกลำดับหัวข้อในการเขียนจดหมายให้ถูกต้อง ก. เรื่อง , วัน/เดือน/ปี , หัวจดหมาย ข. เรื่อง , ค าขึ้นต้น , ข้อความ ค. เรื่อง , ค าลงท้าย , สิ่งที่ส่งมาด้วย ง. เรื่อง , ลายมือชื่อ , ข้อความ ๑๙. จดเหมายเขียนถึงเพื่อนและญาติเป็นจดหมายประเภทใด ก.จดหมายธุรกิจ ข.จดหมายกิจธุระ ค.จดหมายส่วนตัว ง.จดหมายราชการ ๒๐. จดหมายมีกี่ประเภท ก. ๒ ประเภท ข. ๓ ประเภท ค. ๔ ประเภท ง. ๕ ประเภท
60 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๙ กลุ่มสาระการเรียนรู้ ภาษาไทย ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๔ รายวิชา การเขียน ๑ รหัสวิชา ท ๓๐๒๐๗ หน่วยการเรียนรู้ที่ ๔ เรื่อง ติดต่อสื่อสาร จำนวน ๑๕ ชั่วโมง แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๙ เรื่อง การเขียนหนังสือราชการ เวลา ๕ ชั่วโมง ๑. มาตรฐานการเรียนรู้/ผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง ๑.๑ มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ท ๒.๑ ใช้กระบวนการเขียนเขียนสื่อสาร เขียนเรียงความ ย่อความ และเขียนเรื่องราว ในรูปแบบต่างๆ เขียนรายงานข้อมูลสารสนเทศและ รายงานการศึกษาค้นคว้า อย่างมีประสิทธิภาพ ๑.๒ ผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง ๑) เขียนหนังสือราชการได้ถูกต้อง ๒) มีมารยาทในการเขียน ๒. จุดประสงค์การเรียนรู้ ๒.๑ ด้านความรู้ ๑) บอกความหมายของหนังสือราชการได้ ๒) บอกประเภทของหนังสือราชการได้ ๓) บอกรูปแบบของหนังสือราชการแต่ละประเภทได้ ๔) บอกมารยาทในการเขียนราชการได้ ๒.๒ ด้านทักษะและกระบวนการ ๑) เขียนหนังสือราชการได้ถูกต้อง ๒.๓ ด้านเจตคติ/คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ๑) มีมารยาทในการเขียน ๒) มีวินัย ๔) มีความมุ่งมั่นในการเรียน ๕) มีความซื่อสัตย์ สุจริต ๓. สมรรถนะของผู้เรียน ๑) ความสามารถในการสื่อสาร ๒) ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต ๓) ความสามารถในการคิด
61 ๔. สาระการเรียนรู้ ๑. ความสามารถในการสื่อสาร ๒. ความสามารถในการคิด ๓. ความสามารถในการแก้ปัญหา ๔. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต ๕. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี ๕. กิจกรรมการเรียนรู้ ๑) นักเรียนและครูพูดคุยสนทนาซักถามเกี่ยวทุกข์สุข และพูดคุยเกี่ยวกับการกฎระเบียบของโรงเรียน เช่น เรื่องการโทรศัพท์เคลื่อนที่ การแต่งกาย และถามว่ากฎระเบียบต่างๆ เอกสารประเภทใด เพื่อเข้าสู่บทเรียน ๒) ครูแจ้งผลการเรียนรู้และสาระการเรียนรู้แก่นักเรียน ๓) นักเรียนศึกษาใบความรู้ เรื่องการเขียนหนังสือราชการ ( ความสำคัญ ความหมายของหนังสือราช และมารยาทในการเขียนหนังสือราชการ ) ๔) ครูและนักเรียนสรุปเรื่องที่อ่าน นักเรียนบันทึกลงสมุด ๕) นักเรียนใบงานที่ ๙ โดยแบ่งกลุ่มนักเรียนออกเป็น ๖ กลุ่มเท่าๆ กัน คละเด็กเก่ง ปานกลาง อ่อน กลุ่มที่ ๑ ค้นคว้าเรื่องหนังสือราชการภายนอก กลุ่มที่ ๒ ค้นคว้าเรื่องหนังสือราชการภายใน กลุ่มที่ ๓ ค้นคว้าเรื่องหนังสือประทับตรา กลุ่มที่ ๔ ค้นคว้าเรื่องสั่งการ กลุ่มที่ ๕ ค้นคว้าเรื่องหนังสือประชาสัมพันธ์ กลุ่มที่ ๖ ค้นคว้าเรื่องหนังสือที่เจ้าหน้าที่จัดทำขึ้น ๖) นักเรียนแต่ละกลุ่มนำเสนอหน้าชั้นเรียน ๗) ครูติชม นักเรียนจดบันทึกลงสมุด ๘) นักเรียนทำใบงานที่ ๑๐ เป็นรายบุคคล ๙) ครูตรวจใบงาน ๑๐) นักเรียนทำแบบทดอบ ๖. สื่อการเรียนรู้/แหล่งการเรียนรู้ ๑) ใบความรู้เรื่อง การเขียนจดหมายราชการ ๒) แบบทดสอบ ๓) ใบงานที่ ๙,๑๐ ๔) ห้องคอมพิวเตอร์
62 ๗. การวัดผลและประเมินผลการเรียนรู้ เพื่อให้สอดคล้องกับจุดประสงค์การเรียนรู้ การวัดผลและประเมินผลการเรียนรู้ในแผนนี้มีดังนี้ จุดประสงค์การเรียนรู้ที่ต้องการวัด และประเมินผล การวัด การประเมินผล ด้านความรู้ ๑) บอกความหมายของหนังสือ ราชการได้ ๒) บอกประเภทของหนังสือราชการได้ ๓) บอกรูปแบบของหนังสือราชการแต่ ละประเภทได้ ๔) บอกมารยาทในการเขียนราชการได้ วิธีวัดผล - การทดสอบ - ใบงานที่ ๙ เครื่องมือวัดผล - แบบทดสอบ - แบบประเมินใบงาน เกณฑ์การให้คะแนน ๐ – ๔ หมายถึง ปรับปรุง ๕ – ๖ หมายถึง พอใช้ ๗ – ๘ หมายถึง ดี ๙ – ๑๐ หมายถึง ดีมาก เกณฑ์การประเมินผล ๐ – ๔ หมายถึง ไม่ผ่าน ๕ – ๑๐ หมายถึง ผ่าน ด้านทักษะและกระบวนการ ๑) เขียนจดหมายได้ถูกต้อง วิธีวัดผล - ใบงาน ๑๐ เครื่องมือวัดผล - แบบประเมินใบงาน เกณฑ์การให้คะแนน ๔ หมายถึง ดีมาก ๓ หมายถึง ดี ๒ หมายถึง ปานกลาง ๑ หมายถึง พอใช้ ๐ หมายถึง ปรับปรุง ด้านเจตคติ/คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ๑) มีมารยาทในการเขียน ๒) มีวินัย ๓) มีความมุ่งมั่นในการเรียน ๔) มีความซื่อสัตย์ สุจรีต วิธีวัดผล - การสังเกตพฤติกรรม เครื่องมือวัดผล - แบบสังเกตพฤติกรรม ลงชื่อ.................................................... ( นางสาวปทุมวัน ดุษฎี) . ............/................../............
63 แบบทดสอบ เรื่องการเขียนหนังสือราชการ ๑. เมื่อรับหนังสือภายนอกเข้ามาแล้ว ขั้นตอนแรกต้องปฏิบัติอย่างไร ก. จัดลำดับความสำคัญและความเร่งด่วน ข. ประทับตรารับหนังสือ ค. ลงทะเบียนหนังสือรับ ง. จัดแยกหนังสือ ส่งให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ๒. คำลงท้ายในข้อใดมีความเหมาะสมสำหรับหนังสือขอความร่วมมือ ก. จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบ ข. จึงเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณา ค. จึงเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณาให้ความร่วมมือตามร้องขอ ง. ถูกทั้งข้อ ข. และข้อ ค. ๓. ข้อใดคือข้อแตกต่างสำคัญระหว่างหนังสือภายนอกกับหนังสือภายใน ก. หนังสือภายในใช้กระดาษบันทึกข้อความ ติดต่อภายในกระทรวงทบวงกรม หรือจังหวัดเดียวกัน ส่วน หนังสือภายนอก ใช้กระดาษตราครุฑเพื่อติดต่อระหว่างส่วนราชการ หรือส่วนราชการมีถึง หน่วยงานอื่นใดซึ่งมิใช่ ส่วนราชการ หรือที่มีถึงบุคคลภายนอก ข. หนังสือภายในใช้คำย่อและอักษรย่อได้ ส่วนหนังสือภายนอกให้ใช้คำเต็ม ไม่ใช้คำย่อและอักษรย่อ ค. หนังสือภายในไม่มีคำลงท้าย ส่วนหนังสือภายนอกมีคำลงท้าย รวมทั้งในกรณีที่มีการอ้างถึงเอกสาร และมีสิ่งที่ส่งมาด้วย หนังสือภายนอกต้องระบุสิ่งที่ “อ้างถึง” และ “สิ่งที่ส่งมาด้วย” ไว้ต่อจากคำขึ้นต้น ง. ถูกทุกข้อ ๔. หนังสือสั่งการ มี ๓ ชนิด ประกอบด้วย ก. คำสั่ง แถลงการณ์ ข้อบังคับ ข. คำสั่ง ระเบียบ ข้อบังคับ ค. คำสั่ง ประกาศ ข้อบังคับ ง. ประกาศ แถลงการณ์ ข่าว ๕. ต่อไปนี้ข้อใดไม่ถูกต้อง ก. การเขียนหนังสือราชการจะต้องเขียนให้กะทัดรัด รัดกุม โดยใช้ภาษาให้ถูกต้อง ชัดเจนในความหมาย ไม่ใช้คำฟุ่มเฟือย ข. การพิมพ์หนังสือราชการ นอกจากต้นฉบับแล้ว ยังต้องทำสำเนาคู่ฉบับสำหรับให้หน่วย เจ้าของหนังสือ เก็บไว้เป็นหลักฐาน และทำสำเนาเก็บไว้ที่สารบรรณกลางเพื่อการติดตามเรื่อง ซึ่งการทำสำเนาหนังสืออาจทำ หลายฉบับเพื่อส่งให้หน่วยที่เกี่ยวข้องรับทราบด้วย ค. การประทับข้อความแสดงชั้นความลับ “ลับ” หรือ “ลับมาก” หรือ “ลับที่สุด” ในหนังสือภายนอก ให้ ประทับเหนือที่หนังสือซึ่งอยู่มุมบนด้านซ้าย
64 ง. ประเภทของเอกสารที่ใช้ในการปฏิบัติงาน แบ่งออกเป็น ๓ ประเภทใหญ่ ๆ ได้แก่ หนังสือเข้า หนังสือ ออก และหนังสือติดต่อภายใน (ใช้กระดาษบันทึกข้อความ) ๖. หนังสือสั่งการประเภทใด จำเป็นต้องอ้างหรืออาศัยข้อกฎหมายที่บัญญัติไว้ให้กระทำได้ ก. คำสั่ง ข. ระเบียบ ค. ข้อบังคับ ง. ทั้งคำสั่ง ระเบียบ และข้อบังคับ ๗. ข้อใดคือหนังสือราชการ ก. เอกสารของทางราชการ ข. เอกสารที่ทางราชการทำขึ้น ค. เอกสารโต้ตอบในราชการ ง. เอกสารที่เป็นหลักฐานในราชการ ๘. หนังสือประทับตราแทนการลงชื่อให้ได้ในกรณีใด ก. คำแนะนำ ข. แถลงการณ์ ค. หนังสือที่ไม่เกี่ยวกับราชการ ง. การส่งของเอกสาร หรือ บรรสารระหว่างส่วนราชการ ๙. ถ้าผู้รับหนังสือเป็นรัฐมนตรีคำขึ้นต้นให้ใช้คำว่าอะไร ก. เรียน ข. เสนอ ค. กราบเรียน ง. ขอประธานกราบเรียน ๑๐. หนังสือราชการ คือ เอกสารที่เป็นหลักฐานในราชการมี ๖ ชนิด คือข้อใด ก. หนังสือภายใน , หนังสือภายนอก , หนังสือที่มีไปมาระหว่างกระทรวง, ส่วนราชการมีถึง บุคคลภายนอก และหนังสือที่ลงรับไว้เป็นหลักฐานแล้ว ข. หนังสือภายใน , หนังสือประทับตราแทนการลงชื่อ , หนังสือสั่งการและโฆษณาหนังสือราชการที่ ส่งออก และหนังสือราชการสำคัญเกี่ยวกับการเงิน ค. หนังสือภายนอก , หนังสือภายใน, หนังสือประทับตราแทนการลงชื่อ , หนังสือสั่งการโฆษณา และ หนังสือที่เจ้าหน้าที่ทำขึ้นหรือรับไส้เป็นหลักฐาน ง. ผิดทุกข้อ ๑๑. ถ้าผู้รับหนังสือเป็นรัฐมนตรีคำลงท้ายให้ใช้คำว่าอะไร ก. ขอแสดงความนับถือ ข. ของแสดงความเคารพนับถือ ค. ขอแสดงความนับถืออย่างสูง ง. ขอแสดงความนับถืออย่างยิ่ง ๑๒.“ประกาศ” จัดเป็นหนังสือชนิดใด? ก. หนังสือสั่งการ ข. หนังสือแถลงข่าว ค. หนังสือแถลงการณ์ ง. หนังสือประชาสัมพันธ์
65 ๑๓. หนังสือที่ต้องจัดส่งและดำเนินการทางสารบรรณ โดยเจ้าหน้าที่ปฏิบัติโดยเร็วนั้นจะต้องระบุตัวอักษรสีแดงให้ เห็นชัดบนหนังสือและบนซองว่าอย่างไร? ก. ด่วน ข. ด่วนที่สุด ค. ด่วนมาก ง. ด่วนภายใน ๑๔. หนังสือที่ต้องปฏิบัติด้วยความรวดเร็วเป็นพิเศษ ตรงกับข้อใด? ก. ด่วนมาก,ด้วนเฉพาะ และ ด่วนที่สุด ข. ด่วนที่สุด, ด่วนมาก และ ด่วนที่สุด ค. ด่วนภายในวันเวลาที่กำหนด และด่วนเฉพาะ ง. ถูกทุกข้อ ๑๕. การลงวัน เดือน ปี ของหนังสือติดต่อราชการให้ปฏิบัติตามข้อใด ก. หนังสือภายนอก ให้ลงตัวเลขของวันที่ ชื่อเต็มของเดือนและตัวเลข ของปีพุทธศักราชที่ออกหนังสือ ข. ส่วนหนังสือภายใน ให้ลงตัวเลขของวันที่ ชื่อย่อของเดือนและตัวเลขของปีพุทธศักราชที่ ออกหนังสือ ค. ถูกทั้งข้อ ก. และ ข. ง. ไม่มีข้อใดถูก ๑๖. คำสรรพนามสำหรับเจ้าของหนังสือว่า “ข้าพระพุทธเจ้า” นอกจากใช้กับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและ พระบรมราชินีนาถ แล้วยังใช้ได้ตามข้อใด ก. สมเด็จพระบรมราชชนนี ข. พระบรมวงศ์เธอชั้นพระองค์เจ้า ค. สมเด็จพระยุพราช และ สมเด็จเจ้าฟ้าทุกพระองค์ ง. ถูกทุกข้อ ๑๗. คำว่า “คำสั่ง” มีความหมายตรงตามข้อใด ก. คำสั่งด้วยวาจา, คำสั่งเป็นลายลักษณ์อักษร และคำสั่งที่บันทึกถึงตัวผู้ปฏิบัติโดยเฉพาะ ข. การสั่งด้วยการบันทึกทางจดหมาย และด้วยสื่อนำสาร ค. บรรดาข้อความที่ผู้บังคับบัญชาสั่งการให้ปฏิบัติโดยชอบด้วยกฎหมาย ง. การกระทำด้วยหนังสือหรือเรียกเจ้าหน้าที่พบเพื่อสั่งการแต่ละเรื่อง ๑๘. ใครเป็นผู้รักษาการตามระเบียบว่าด้วยงานสารบรรณ ก. เลขาธิการ ก.พ. ข. ปลัดสำนักนายยกรัฐมนตรี ค. เลขาคณะรัฐมนตรี ง. รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ๑๙. หนังสือที่ปฏิวัติให้เร็วกว่าปกติแบ่งออกเป็น ก. ๒ ประเภท ข. ๓ ประเภท ค. ๔ ประเภท ง. ไม่มีข้อใดถูก
66 ๒๐. เพื่อให้หน่วยราชการติดต่อประสานงานระหว่างหน่วยอย่างใกล้ชิดและรวดเร็วขึงให้ทุกกระทรวง ทบวง กรม ถือปฏิบัติอย่างไร ก. พิมพ์หมายเลขโทรศัพท์ไว้ข้างบน ข. พิมพ์หมายเลขโทรศัพท์ไว้ในที่ที่เห็นชัดเจน ค. ไม่ต้องพิมพ์หมายเลขโทรศัพท์ไว้ก็ได้ เพราะได้ประทับตรายาง “ด่วน” อยู่แล้ว ง. พิมพ์หมายเลขโทรศัพท์ของหน่วยเจ้าของเรื่อง ไว้ใต้ชื่อหน่วยงานที่มุมล่างซ้ายของหนังสือราชการ
67
68
69