The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by สุปรียา เสือเหลือง, 2023-12-13 09:34:42

นางจูฬสุภัททา

นางจูฬสุภัททา

สารบัญ


ประวัติ นางจูฬสุภัททาเป็นธิดาของอนาถบิณฑิกเศรษฐี การที่นางได้ชื่อว่า จูฬ สุภัททา (สุภัททาเล็ก) เพราะนางมีพี่สาวคนหนึ่งที่ชื่อมหาสุภัททา (สุภัททา ใหญ่) เดิมท่านเศรษฐีแต่งตั้งให้นางมหาสุภัททาเป็นผู้จัดการเกี่ยวกับการ เลี้ยงพระสงฆ์ซึ่งทำ อยู่ประจำ จนนางมหาสุภัททาแต่งงาน มีครอบครัวไป ท่านเศรษฐีจึงตั้งนางจูฬสุภัท ทาให้ทำ หน้าที่แทน นางปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเรียบร้อย และได้ฟังธรรม ของพระพุทธเจ้าบรรลุโสดาบันปัตติผลเป็นพระโสดาบัน อนาถบิณฑิกเศรษฐีมีเพื่อคนหนึ่งชื่อ อุคคะ เป็นเศรษฐีอยู่ในนครอุค คนคร ทั้งสองคนเคยศึกษาศิลปะในสำ นักอาจารย์เดียวกันสมัยยังหนุ่ม และได้ทำ กติกากันว่า เมื่อมีครอบครัวกันแล้ว ถ้าฝ่ายหนึ่งสู่ขอธิดาให้บุตร ชายของตน และอีกฝ่ายหนึ่งจะต้องให้ ครั้งหนึ่ง อุคคเศรษฐีไปค้าขายยังกรุงสาวัตถีด้วยเกวียนเป็นอันมาก และไปพักอยู่กับอนาถบัณฑิกเศรษษฐี อนาถบิณฑิกเศรษฐีมอบหน้าที่ ต้อนรับทุกอย่างให้นางจูฬสุภัททา นางปฏิบัติหน้าที่อย่างดียิ่งทั้งในด้านจัด ที่พัก จัดอาหาร จัดประดับตกแต่งด้วยดอกไม้ ของหอม เป็นต้น อุคค เศรษฐีมีความพอใจมาก


ประวัติ วันหนึ่งมีโอกาสเหมาะจึงเตือนอนาถบิณฑิกเศรษฐีถึงกติกาที่เคย ทำ กันไว้ กล่าวคือ สู่ขอนางจูฬสุภัททาให้บุตรชายของตน และอนาถ บิณฑิกเศรษฐีก็ยอมรับอุคคเศรษฐีนั้นเป็นทิจฉาทิฏฐิ คือ นับถือ ศาสนาอื่นนอกจากพระพุทธศาสนา อนาถบิณฑิกเศรษฐีจึงเรียกลูกสาวมาอบรมสั่งสอนด้วยหลักคำ สอน 10 ประการ ตามที่นิยมกันในสมัยนั้น เพื่อให้เป็นภรรยาที่ดี ซึ่ง หลักคำ สอนทั้ง 10 ประการนี้ ธนญชัยเศรษฐีเคยใช้สั่งสอนนาง วิสาขาบุตรสาวของตนมาแล้ว ดังนี้ 1) ไฟในอย่านำ ออก คือ อย่านำ เรื่องไม่ดีภายในบ้านไปพูดให้ คนนอกบ้านฟัง 2) ไฟนอกอย่านำ เข้า คือ อย่านำ เรื่องไม่ดีภายนอกบ้านมา ให้คนภายในบ้านฟัง 3) ให้แก่คนที่ให้ คือ คนที่ยืมของแล้วนำ มาคืน ต่อไปถ้ามา ยืมก็ควรให้ หมายถึง ให้เอื้อเฟื้อแก่คนที่รู้จักหน้าที่และรับผิดชอบ 4) อย่าให้แก่คนที่ไม่ให้ คือ คนที่ยืมของไปแล้วไม่ยอมคืน หากมายืมอีกก็ไม่ควรให้ หมายถึง ไม่ควรเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่แก่คนที่ไม่รู้ จักหน้าที่และไม่รับผิดชอบ 5) ให้แก่คนที่ให้และไม่ให้ คือ ญาติมิตร แม้จะขอยืมอขงไป แล้ว เอามาคืนหรือไม่ก็ตามก็ควรให้ยืมอีก


ท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐีได้คัดเลือกทนาย ๘ ท่าน คือ ท่านคิด แล้ว ว่า การไปครองเรือน โดยอีกฝ่ายหนึ่งเป็นมิจฉาทิฐิ จะต้องมี ปัญหาเกิดขึ้นสักวันหนึ่ง เพราะฉะนั้นเราเตรียมทนายไปก่อน แล้วก็ สั่งว่า หากมีเรื่องเสียหายเกิดขึ้นในสถานที่ ๆ ลูกสาวของเราไปอยู่ก็ ขอให้พวกท่านเป็นผู้ชำ ระคดีความด้วย ประวัติ 6) นั่งให้เป็นสุข คือ อย่านั่งในที่ซึ่งเมื่อพ่อสามี แม่สามี หรือ สามีเดินผ่านตนเองแล้วตนเองจะต้องลุกให้ หมายมิได้ให้ล่วงละเมิด สิทธิและหน้าที่ของพ่อสามี แม่สามี และสามี 7) นอนให้เป็นสุข คือนอนภายหลังพ่อสามี แม่สามี และสามี 8) กินให้เป็นสุข คือให้กินอาหารภายหลังจากพ่อสามี แม่ สามี และสามีอิ่มแล้ว 9) บูชาไฟ คือ ให้เคารพยำ เกรงพ่อสามี แม่สามี และสามีดุจ ไฟ 10) บูชาเทวดา คือ ให้ดูแลเอาใจใส่และนับถือพ่อสามี แม่สามี และสามีดุจเทวดา ในวันที่ท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐีจะส่งลูกสาวไปท่านก็ได้ไปถวาย มหาทานแด่พระพุทธเจ้าพร้อมด้วยเหล่าพระสาวก คือชวนกันไป เลย ไปถวายภัตตาหาร เมื่อถวายมหาทานเสร็จเรียบร้อยแล้ว จึง จัดพิธีส่งตัวลูกสาวไปสู่เมืองอุคคนครอย่างยิ่งใหญ่


ชาวอุคคนครนำ เครื่องบรรณาการมาให้ นางก็ได้แบ่งปันของ เหล่านั้นให้ชาวอุคคนครเช่นกัน ดังนั้นชาวเมืองอุคคนครจึงรักนาง เสมือนกับญาติ ประวัติ เมื่อเดินทางไปถึงเมืองอุคคนคร บรรดาญาติมิตรอุคคเศรษฐี พร้อมด้วยมหาชนก็ได้ให้การต้อนรับอย่างสมเกียรติ นางจูฬสุภัท ทาได้ลุกขึ้นยืนในรถ เพื่อให้ชาวเมืองได้เห็นสมบัติของตนเอง เศรษฐี สมัยก่อนเขาทำ กันอย่างนี้ ท่านอุคคเศรษฐีผู้เป็นพ่อของสามีเป็นมิจฉาทิฐิ มีความเห็นผิด ไม่รู้ว่าบุคคลใดจึงจะควรบูชา ได้จัดงานในเรือนของตนอย่างยิ่งใหญ่ แล้วก็ได้เชิญนักบวชชีเปลือยมา ท่านเศรษฐีจึงให้คนรับใช้ไปตาม นางจูฬสุภัททามาไหว้นักบวชชีเปลือยตอนนี้ ตอนนี้ก็ได้เอานางสาวจูฬสุภัททามาตบแต่งอย่างดี เพื่อยกย่อง เชิดชูนางจูฬสุภัททาให้ประจักษ์แก่สายตาชาวนครสาวัตถี ที่มา ชื่นชมอยู่สองข้างทางเป็นจำ นวนมาก


จนกระทั่งท่านอุคคเศรษฐีรู้ว่านางไม่ยอมมาก็โกรธ จึงสั่ง บริวารว่า “เจ้าจงไปฉุดตัวนางจูฬสุภัททามาเดี๋ยวนี้” ลืมไปเลยว่า เพิ่งไปขอลูกสาวมาจากเพื่อน แต่บรรดาทาสและบริวารทุกคนมี ความรักและเคารพต่อนางจูฬสุภัททามากไม่มีใครกล้าไปแตะต้อง ตัวนางเพียงแต่ไปบอกให้นางทราบแล้วเชิญไปหาท่านอุคคเศรษฐี ประวัติ นางจูฬสุภัททาคิดว่า พ่อผัว ไม่อาจให้อภัยแก่เราได้ ท่านโกรธเรา เพราะเหตุที่ไม่สมควรเลย หน้าตาเธอยังเบิกบานเพราะเธอไม่ได้ โกรธตอบ จึงให้บริวารไปเชิญทนายทั้ง ๘ ท่านไปด้วยกัน แล้วก็เล่าเรื่องราว ที่เกิดขึ้นให้ทนายทั้ง ๘ ทราบต่อหน้าอุคคเศรษฐี ทนายทั้ง ๘ ท่าน พอทราบเรื่องราวทั้งหมดก็มีวินิจฉัยว่า นางจูฬสุภัททาไม่มีความ ผิด แล้วก็ชี้แจงให้ท่านอุคคเศรษฐียินยอม เมื่อนางจูฬสุภัททารู้ว่า ท่านอุคคเศรษฐีให้คนมาตามไปไหว้นักบวช เปลือย นางจึงปฏิเสธ เพราะเกิดความละอาย อุคคเศรษฐีพอได้ทราบ ดังนั้น จึงได้ส่งคนรับใช้ไปตามนางอีกหลายครั้ง แต่นางจูฬสุภัททาก็ ปฏิเสธที่จะมาทุกครั้ง


ภรรยาของอุคคเศรษฐีคิดว่า แล้วสมณะที่ลูกสะใภ้ของเรา นับถือนั้นเป็นอย่างไร ทำ ไมนางถึงได้ให้ความเคารพกราบไหว้นับถือ เป็นนักหนา เราควรจะไปถามนางให้รู้เรื่องดีกว่าว่า สมณะที่ลูกสะใภ้ นับถือ มีลักษณะเป็นอย่างไร เพราะเราก็ไม่เคยรู้เลย การสื่อสาร สมัยก่อนยังไม่คอยจะดี ประวัติ จึงให้บริวารไปตามนางจูฬสุภัททามา แล้วก็ถามนางอย่างดีเลย “ลูก … สมณะที่ลูกนับถือเป็นอย่างไร ทำ ไมถึงได้สรรเสริญนักหนา ท่านมีศีล มีอาจาระอย่างไร ช่วยบอกให้แม่ทราบหน่อยเถอะ” นางจูฬสุภัททาก็เบิกบานขึ้นมาทันทีเลย มีความปลื้มเพราะตัวเอง ก็เป็นพระโสดาบัน จึงประกาศคุณของพระพุทธเจ้าและเหล่าพระ สาวกให้มารดาของสามีได้ทราบ แต่อุคคเศรษฐียังค้างคาใจ จึงไปปรึกษาหารือกับภรรยาว่า “เธอดู ลูกสะใภ้ของเราสิ ไม่ยอมไหว้สมณะที่พวกเรานับถือ แล้วยังบอกว่า ท่านเหล่านี้ไม่มีความละอาย ไม่นับถือและยังบอกอย่างนี้อีก”


คือสมัยนั้นมุกกับสังข์ คนในยุคนั้นเขาเห็นง่าย สังข์ที่ขัดอย่าง ดีแล้ว สะอาดหมดจดทั้งภายนอกภายใน “เต็มเปี่ยมไปด้วยธรรมอัน บริสุทธิ์ ภายนอกก็เป็นพระแท้ ภายในก็มีพระแท้ มีพระในตัว เป็น พระทั้งนอกทั้งในสองชั้นทีเดียว” ประวัติ “ธรรมดาบุคคลทั้งหลาย ย่อมหวั่นไหวต่อความมีลาภและความ เสื่อมลาภ คือ มีลาภก็ดีใจ พอเสื่อมลาภก็เสียใจ แต่สมณะที่ลูก นับถือ แม้จะได้ลาภ หรือเสื่อมลาภก็ตาม ท่านก็วางใจเป็นกลาง ๆ เฉย ไม่ได้รู้สึกอะไร” “ธรรมดาบุคคลทั้งหลาย ย่อมหวั่นไหวต่อความมียศและความ เสื่อมยศ แต่สมณะของลูก แม้จะมียศหรือเสื่อมยศท่านก็วางใจเป็นก ลาง ๆ คือ มียศก็เฉย เสื่อมยศก็เฉย ๆ ไม่แสวงหายศด้วย และไม่ แย่งเรื่องยศด้วย” โดยในที่นี้ ขอนำ มากล่าวโดยย่อ ๆ กล่าวว่า “คุณแม่คะ สมณะ ทั้งหลายที่ลูกนับถือ เป็นผู้มีอินทรีย์สงบ มีใจสงบ คือ หยุดนิ่งดีแล้ว ท่านเหล่านั้นไม่ว่าจะยืน เดิน นั่ง นอน ก็มีความเรียบร้อย สงบ เป็น ผู้มีกายกรรมสุจริต วจีกรรมสุจริต มโนกรรมสุจริต คือ มีความคิด ที่บริสุทธิ์ คำ พูดก็พูดออกมาจากใจที่บริสุทธิ์ และมีการกระทำ ที่ บริสุทธิ์ เว้นจากบาปอกุศลทั้งหลาย แล้วท่านยังเป็นผู้ไม่มีมลทิน แจ่มใสดุจสังข์และมุก”


ผลงาน - ชักนำ อุคคเศรษฐีให้หันมานับถืิอพระพุทธศาสนา - เป็นที่พึ่งของชาวเมืิอง - เผยแผ่พระพุทธศาสนา


คุณธรรมแบบอย่าง 1. เป็นผู้มีความศรัทธาเลื่อมใสในพระพุทธศาสนา นางจูฬสุภัท ทา ถึงแม้ว่าจะได้แต่งงานและกลับไปอยู่ยังเรือนของสามี แต่ก็มี ความศรัทธาในพระพุทธศาสนา และแนะนำ บิดาของสามีตลอดถึง บุคคลในบ้านให้เลื่อมใสนับถือพระพุทธศาสนาด้วย 2. เป็นผู้ปฏิบัติตามหลักคำ สอนของพระพุทธศาสนา นางจูฬสุภั ททา นับว่าเป็นพุทธสาวิกาตัวอย่างในการปฏิบัติตนตามหลัก ธรรมของพระพุทธศาสนา และเป็นผู้มีบทบาทที่สำ คัญอย่างยิ่งใน การเผยแผ่พระพุทธศาสนาให้แก่ผู้ที่ยังไม่นับถือ ไม่เลื่อมใส ให้นับถือ และเลื่อมใส 3. เป็นผู้กตัญญูต่อบิดามารดา เมื่อคราวที่นางจะได้กลับไปยัง เรือนของสามี บิดาของนางได้ให้โอวาท 10 ประการแก่นางและนาง ก็ได้ปฏิบัติตามโอวาททั้ง 10 ประการนั้น จนเป็นที่พอใจของ ครอบครัวสามีเป็นอย่างยิ่ง


จัดทำ โดย นาย ปาราเมศ แย้มคำ เลขที่ 4 นางสาว สุปรียา เสือเหลือง เลขที่ 25


Click to View FlipBook Version