เขำพบว่ำ จิตร ภูมิ ดนตรีขับร้องหมู่และร้องเดี่ยว
ศักดิ์ มีควำม มีทั้งวงดนตรีไทย และวงดนตรี
เชี่ยวชำญทำง เครื่องเล่นแบบจีน จึงมีเพลง
วรรณคดีและ ร้องเล่นที่เป็นเพลงเก่าและ
ประวัติศำสตร์ เล่น เพลงที่แต่งขึ้นใหม่”
เครื่องดนตรีไทยได้ จิตร ภูมศักดิ์ ใช้นำมปำกกำ
ิ
หลำยชนิด ที่คล่อง ว่ำ สุธรรม บุญรุ่ง ในกำรเขียน
มำกคือ เล่นจะเข้ตัว เพลง
่
นักดนตรีรวมคุกในตอนนั น
บทเพลงจากลาดยาว มี ขุนศิลปะพูนสวสด (แคน) ส ุ
ั
ิ์
ุ
ภัทร สคนธาภิรมย์ โกศล กิจจา
กวีกำรเมืองในยุคปี 2500 นุวัตร จิตร ภูมิศักดิ์ ธ ารง
สมัยจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ จันทรสมบัติ ชิต เดชพิชัย
เป็นนำยกรัฐมนตรี คนที่โดดเด่น เรือน เทศ (ชำวกัมพูชำ)
ู
ที่สุดเห็นจะไม่มีใครเกิน จิตร ภม ิ อุดม สีสุวรรณ ประเวทย์
ศักดิ์ ผู้ซึ่งถูกคุมขังในคุก บูรณกิจ ทอน จันทรศรี ไขแสง
ลำดยำว โดยถูกฟ้องวำกระท ำ สุกใส เชลง กัทลีรดพันธุ์ อิศรา
่
ิ
ิ
ผิดต่อกฎหมำยคอมมวนสต์และ อมันตกุล
้
ควำมผิดต่อควำมมั่นคงของรัฐ ส่วนนักรองมี ธรรมนูญ
ภำยในและภำยนอก ในที่สุด ตัณฑเตมีย์ นิพนธ์ ชัยชาญ
่
ศำลทหำรพพำกษำวำเขำไม่ผิด ประวฒิ ศรีมันตระ สุธีร์ คุปตา
ิ
ุ
ยกฟ้องและปล่อยตัวไปในปี รักษ์ มนัส พรหมบุญ และวิทิต
2507 หลังจำกถูกคุมขังอยู่ จันดาวงศ์
เป็นเวลำ 6 ปีเศษ เพลงของจิตร ภูมิศักดิ์ ที่
ใครๆ รู้จักเขำว่ำ จิตร ภูม ิ แต่งในช่วงนั น สะท้อนถึงจิตใจ
ศักดิ์ หรือ ทีปกร หรือ สมชาย กล้ำต่อสู้ กล้ำเอำชนะต่อเผด็จ
ปรีชาเจริญ หรือ สุธรรม บุญ กำร ไม่กลัวควำมพ่ำยแพ้ ปลุก
รุ่ง หรือกวีการเมือง ซึ่งล้วน ใหญ่ที่จิตร หอบเอำเข้ำไปในคุก พลังหวังในยำมมืดมน โดย
แต่เป็นนำมปำกกำที่ใช้ในกำร ด้วย เฉพำะอย่ำงยิ่ง เพลง แสงดาว
งำนเขียนประเภทต่ำงๆ ทุกวันหลังกินข้ำว จิตรจะ แห่งศรัทธา ที่เคยน ำเสนอไป
ทองใบ ทองเปาด์ ทนำย เล่นจะเข้ และใช้จะเข้เป็นอุปกรณ์ แล้ว
ประชำชน ทนำยผู้ได้รับรำงวัล ในกำรสรำงท ำนองเพลง นอกจำกนี ยังมี เพลงมาร์ช
้
แมกไซไซ และอดีตสมำชิก ทองใบ ทองเปำด์ เล่ำว่ำ ลาดยาว เพลงมาร์ชชาวนาไทย
วุฒิสภำ จ. มหำสำรคำม เขียน “พวกเรามีงานรื่นเริงใน เพลงเทิดสิทธิมนุษยชน เพลง
ื
้
เล่ำไวในหนังสอ “ชีวิตและการ คุกกันเป็นประจ า โดยเฉพาะ ฟ้าใหม่ เพลงความหวังยังไม่
ท างาน ทองใบ ทองเปาด์” ที่เรำ ตอนปีใหม่ นอกจากมีการ สิ้น เพลงศักดิ์ศรีแรงงาน
น ำมำเล่ำสู่กันฟังว่ำ ท าบุญเลี้ยงพระ มีแข่งกีฬา เพลงเสียงเพรียกจากมาตุภูมิ
่
เขำเป็นเพื่อนรวมคุก โดยมีญาติพี่น้องของชาวคุก เพลงร าวงวันเมย์เดย์ เพลง
ิ
ลำดยำวกับจิตร ภูมศักดิ์ เข้ามาฉลองร่วมด้วย ยังมี มนต์รักจากเสียงกระดึง
51
ม่านฟ้ายามค่ า ดั่งม่านสีด า
ม่านแห่งความร้าวระบม
เปรียบเหมือนดวงใจ มืด
ทึบระทม
พ่ายแพ้ซานซมพลัดพราก
บ้านมา
ต่อสู้กู้ถิ่น และสิทธิเสรี
กู้ศักดิ์และศรีโสภา จึง
พลัดมาไกล
ทิ้งไว้โรยรา จะร้างดังป่า
อยู่นับปี
เคยสดใส รื่นเริง ดังนก
เริงลม
ถลาลอยชื่นชม อย่างมี
เพลงที่ขอเสนอวันนี มีสอง ขอบฟ้ำสีทองอ ำไพเป็น “ฟ้า เสรี
่
เพลง เพลงแรกคือเพลง ฟ้าใหม ใหม่” ที่อำบด้วยเสรีภำพและ แม้ร้อยวัง วิมานที่มี มิ
แต่งในปี 2503 ภรำดรธรรม เทียมเทียบปฐพีที่รักมั่น
เนื อรอง/ท ำนอง จิตร ภม ิ “ชนผู้รักชาติ รักความ ความใฝ่ฝันแสนงาม แต่
ู
้
ศักดิ์ เป็นไทย จงสามัคค ี ครั้งเคยเนาว์
โน่นขอบฟ้าเรืองรองทาบ เร็วลุกขึ้นเถิด เร็วลุกขึ้น ชื่นหวานในใจเรา อยู่มิเว้น
ทองอ าไพ ใสสดงามตา เถิด ทุกชั้นชนไทย” วัน
คือฟ้าใหม่ ใกล้มา น ามวล นี่เป็นกำรปลุกพลังชำวคุก ความหวังเอย ไม่เคยไหว
ทาสเป็นไทย ลำดยำวให้มองเห็นควำมหวังที่ หวั่น
อาบด้วยแสงเสรี ภราดร เรืองรอง ณ “ฟ้ำใหม่” นั่นเอง ยึดมั่นว่าจักได้คืน เหมือน
ธรรม ฟุ้งเฟื่องประจ า ส่วนอีกเพลงคือ เสียง ศรัทธา
งามล้ ากว่า ก่อนไกล ชีพ เพรียกจากมาตุภูมิ แว่วเสียงก้องกู่ จากขอบ
สดใสเริงรื่น เพลงนี แสดงให้เห็นว่ำ ทุก ฟ้าไกล
เร็วลุกขึ้นเถิด เร็วลุกขึ้น คนมีบ้ำนมีแผ่นดนเกิด อันเป็นท ี่ แว่วดังจากโพ้นนภา บ้าน
ิ
เถิด ทุกชั้นชนไทย อยู่ที่กิน และเป็นเรือนตำย เมื่อ เอ๋ย เคยเนาว์
ชนผู้รักชาติ รักความเป็น ต้องพลัดพรำกจึงเป็นควำมร้ำว กังวานครวญมา รอคอย
ไท จงสามัคค ี ระบม ที่ต้องต่อสู้กู้ถิ่น เป็นควำม เรียกข้าอยู่ทุกวัน
เร็วลุกขึ้นเถิด เร็วลุกขึ้น ใฝ่ฝันแสนงำมที่จะได้คืนกลับ ฟังเพลงของจิตร ภูมิศักดิ์
เถิด ทุกชั้นชนไทย มำตุภูมิของตนเอง ทั งสองเพลงนี แล้ว
พร้อมใจกัน ก้าวตรงไป เพลง เสียงเพรียกจาก สัมผัสได้ถึงควำมใฝ่ฝัน
สู่ไทยเสรี มาตุภูมิ ควำมหวัง พลังที่ไม่รู้จบรู้สนของ
ิ
เพลงนี ให้ควำมหมำยว่ำ แม้ จิตร ภูมิศักดิ์ ประพันธ์ ผู้คนที่มีต่ออนำคต แม้ว่ำจะอยู่
ุ่
จะถูกคุกคุมขังอย่ำงไม่เป็นธรรม ในนำม สุธรรม บุญรง ท่ำมกลำงควำมมืดมิด แต่ก็ไม ่
กระทั่งบำงคน ก็ถูกประหำรไป เรียบเรียงเสียงประสำน อำจปิดกั นพลังแห่งศรัทธำ
แล้ว แต่ชำวลำดยำวยังมองเห็น วงกรรมาชน ของผู้คนได้ /
52
ดอกกุหลาบในหุบเขา
ปยะพงษ คลงทอง วันที่ม่ำนหมอกห่มคลุมหมู่บ้ำน ใฝ่ฝัน ควำมรักนั นอยู่ในสัญชำต
ิ
ั
์
ภูมิล ำเนำ : บ้ำนโนนส ำรำญ กุหลำบดอกหนึ่งแย้มบำน บอกเล่ำ ญำณ เปี่ยมอยู่ในเลือดเนื อและหัวใจ
ต ำบลบ้ำนโสก อ ำเภอคอนสวรรค์ เรื่องรำวที่ล่วงผ่ำน กำลเวลำอยู่ใน ส่องประกำยเจิดจรัสออกมำทำง
จังหวัดชัยภูมิ ดอกกุหลำบ ดอกกุหลำบอยู่ในห้วง หน้ำต่ำงแห่งดวงตำ ปลุกเร้ำดวงใจ
รำว 10 ปีก่อนหน้ำนี เขำเข้ำ หนึ่งของเศษเสี ยวแห่งกำล ตรำบใด ขบถบำงดวงให้ตื่นฟื้น ชุบชูเหล่ำ
ไปหำสมคิด สิงสง ในฐำนะปลัดอ ำ- ที่ดอกกุหลำบอยู่ในควำมทรงจ ำ ดวงใจอัปลักษณ์ซึ่งอ่อนล้ำสิ นหวัง
เภอฝ่ำยป้องกันฯ อ.โคกโพธิ์ไชย จ. เรื่องรำวอันน้อยนิดก็ยังคงอยู่ใน ให้ถักทอ งดงำม เปี่ยมพลังเฉิดฉำย
ขอนแก่น ต่อมำขยับเคลื่อนย้ำยไป ควำมทรงจ ำ แต่ยิ่งใหญ่เหนือ หญิงสำวปลูกกุหลำบหนึ่งต้น
ต่ำงอ ำเภอ และเข้ำรับกำรฝึกอบรม กำลเวลำ มุ่งหวังช่อดอกเต็มกลีบเพียงหนึ่ง
ในสถำบันชั นสูงของกรมกำรปก กุหลำบหนึ่งต้น ก ำเนิดขึ นมำ ดอก เพื่อชื่นชมดมดอม หำกดวงใจ
ครอง ก่อนที่จะมำรับต ำแหน่งปลัด จำกควำมรัก ควำมเข้ำใจ และแรง มีรักล้น เธออำจ มอบรำชินีแห่งบุป
อำวุโสฯ ที่โคกโพธิ์ไชยอีกครั ง
2 ปีก่อนหน้ำนี ย้ำยไปรับ
ต ำแหน่งนำยอ ำเภอ (อ ำนวยกำร
ต้น) ที่ อ.หนองนำค ำ จ.ขอนแก่น
ปัจจุบัน รับรำชกำรในต ำแหน่ง
นำยอ ำเภอสีชมพู จังหวัดขอนแก่น
(อ ำนวยกำรสูง) พร้อมกับเขียน
หนังสือ บอกเล่ำวิถีของโลกและ
เรื่องรำวของผู้คน
ผลงำนวรรณกรรม : “ ผู้ร่วม
ชะตำกรรม” เรื่องสั นเรื่องแรก ตี
พิมพ์ในนิตยสำรสกุลไทย ปี 2547 :
“เมื่อพำยุมำถึง” รวมเรื่องสั นชุด
แรก ปี 2556 : “แผ่นดินแห่งรวง
ข้ำวและดอกไม้” กวีนิพนธ์ไร้ฉันท
ลักษณ์ ป 2559 : “จนกว่ำดอกไม้จะ
ี
ผลิบำน” รวมเรื่องสั นชุดสอง ปี
2564
53
ผำนี แก่ใครสักคน คนที่เธอปรำรถนำ
ที่จะมอบหัวใจทั งดวงให้แก่เขำ
กุหลำบเพียงดอกเล็กๆดอกเดียว
บอกเล่ำถึงอำนุภำพแห่งควำมรักที่
ยิ่งใหญ่ แม้แต่ดวงใจพิกำรมืดบอด
บำงดวง ก็ยังชุ่มชื่น ตื่นฟื้นจำก
ควำมป่วยไข้ พลันพร้อมผลิบำน รับ
แสงพลังชีวิตเปี่ยมท้น
เมื่อหญิงสำวลงแรงปลูกกุหลำบ
หลำยต้น ผลผลิตคือช่อดอกหลำย
ช่อ เธอจะมอบมันแก่ใคร หำกไม่มอบ
ให้ผู้คนบนแผ่นดินถิ่นเกิดของเธอ แน่
ล่ะ เธออำจได้รับสินน ำใจเล็กๆน้อยๆ
เป็นกำรตอบแทนเม็ดเหงื่อที่พรั่งพรู
ออกจำกร่ำง ทว่ำคุณค่ำแห่งกำรให ้
และกำรรับ หรือต่ำงแลกเปลี่ยนให้แก่
กันและกัน ล้วนงอกงำมและเติบโต
ออกมำจำกข้ำงใน ซึ่งล้วนมีค่ำแห่ง
ควำมรักควำมอิ่มใจตอบแทนเสมอ
ดังนี แล้ว กำรมอบควำมรักแก่ หนำว ผุดกลีบก้ำนอวบอ้วน กลีบ ซ่ำนไปทั่วทั งหุบเขำ หญิงสำว
ใครสักคน ก็คือกำรมอบของขวัญล ำ ดอกแต่ละกลีบพันซ้อนเบียดทับ ชูช่อ กลำยเป็นดอกกุหลำบดอกที่งดงำม
ค่ำและลึกล ำที่สุด ด้วยว่ำควำมรัก อำบแสงจันทร์สำดส่องสะพรั่งปลั่ง ที่สุดในฤดูแห่งบุปผำสะพรั่ง
คือสิ่งมหัศจรรย์ที่สร้ำงขึ นได้ด้วย แสงสีทองยำมรุ่งอรุณ เมื่อสำยลม กำรแสดงควำมรักต่อกันมี
ตนเอง ทว่ำพลังแห่งควำมรักนั น ประจ ำถิ่นหอบเอำกลิ่นหอมหวนอวล หลำกหลำยวิธี และควำมรักมี
กลับส่งผลสั่นสะเทือนไปทั่วทั ง
จักรวำล เฉกเช่นเดียวกัน ควำมรัก
เป็นควำมลี ลับหนึ่งเดียวที่ทลำย
เหตุผลหยำบกระด้ำงของคนละโมบ
โลภมำกให้ภินท์พังลง เพรำะควำมรัก
ที่แท้ คือแรงปรำรถนำกำรให้จำก
หัวใจ ยิ่งแบ่งปันยิ่งเพิ่มพูน ยิ่งกักขัง
ยิ่งหดหำยสำบสูญ
ต่อเมื่อหญิงสำวเลือกที่จะปลูก
กุหลำบทั่วทั งหุบเขำ เธอเฝ้ำรดน ำ
พรวนดิน โปรยควำมรักลงสู่รำก
เติมควำมเข้ำใจลงสู่ใบ รีดเค้นเหงื่อ
ด้วยไฟฝัน บ่มเพำะด้วยแสงตะวัน
และแสงจันทร์ ท่ำมกลำงคืนวัน
หมุนเวียนในหุบเขำ
ต้นกล้ำกุหลำบผลิพร่ำงขึ น
ท่ำมกลำงดวงตำแห่งโลกที่เฝ้ำมอง
เหยียดหยัดล ำต้น สู่มวลอำกำศเหน็บ
54
หลำกหลำยระดับ ทว่ำควำมรักที่ โลกและชีวิต โลกและชีวิตซึ่งต่ำงหมุน
แท้จริงเป็นอย่ำงไรบัญญัติไว้ด้วย วนสับสน ทว่ำสัมพันธ์เชื่อมโยงอยู่ใน ขอขอบคุณแรง
ถ้อยค ำหรือภำษำใด คุณเท่ำนั นให ้ กันและกัน สรรพสิ่งคล้ำยซ่อนเร้น
ค ำตอบ คุณเท่ำนั นสืบค้นท่องแท้ ควำมลึกลับ ดุจเดียวกับต้นไม้ สนับสนุนตาม
ลึกซึ ง เพรำะคุณนั่นเองหล่อเลี ยง โบรำณที่ยังคงหลงเหลืออยู่ กุม ก าลังศรัทธา
ควำมรักเอำไว้ในตน ในตัวตนคุณมี ควำมลับของดินฟ้ำ บอกเล่ำกำร
ควำมรักเป็นพื นฐำน หำกว่ำควำมรัก เดินทำงอันโดดเดียว ดุจเดียวกับ
คือด้ำนสว่ำงของดวงใจ ภำพสะท้อน หมู่บ้ำน ซ่อนเร้นร่องรอยกำรก่อเกิด เติมพลังขับเคลื่อน
ย่อมงดงำมด้วยแสงสีพรรณรำย ของเผ่ำชน วำรสำรซับแดงเจอร์
เปล่งประกำยฉำยฉำนออกมำจำก เมื่อหญิงสำวปรำกฏกำยอีก
จิตใจ ครั ง สวนกุหลำบชูช่อหลำกสีระดะไป นัลรำยเดือน (Sab
หญิงสำวมอบดอกกุหลำบแก ่ ทั่วหุบเขำ กลิ่นแห่งควำมรักหอมฟุ้ง Daeng Journal
คนรัก หรือใครสักคน ย่อมหมำยถึง ตลบอบอวล พุ่มไพรพริบพรำวด้วย
กำรมอบควำมรักให้ใครคนนั น หำใช่ เก็จแก้วแห่งรำตรี เหล่ำหญ้ำนำนำ Monthly)
เพรำะดอกกุหลำบเป็นสัญญำลักษณ์ พันธุ์ระบัดหยัดยอดแวววำว ขับสวน
แห่งควำมรักเพียงอย่ำงเดียว ควำม กุหลำบผลิสะพรั่งปลั่งแสงสีทอง
รักที่เต็มเปี่ยมอยู่ในหัวใจสองดวง พลันนั นควำมเร้นลับแห่งจักรวำลจึง
ต่ำงหำก คือควำมรักที่ก ำลังก่อเกิด ถูกเปิดเผย จักรวำลที่ซับซ้อนกลับ
ผลิบำน ก่อนกำรยืนหยัด เติบโต และ กลำยเป็นดอกกุหลำบเพียงดอกหนึ่ง
ออกดอกออกผลจะตำมมำ เอกภพทั งเอกภพหลอมรวมอยู่ใน
เช้ำวันที่แสงสุรีย์ระบำยหมู่เมฆ ดอกกุหลำบ เพียงหนึ่ง
เหนือหมู่บ้ำน เลื่อมสะท้อนเรืองรอง ดอก
ล ำแสงแห่งชีวิตทอทำบลงสู่พื นพิภพ
อำบไล้สรรพสิ่ง เผยให้เห็นวิถีของ
ผู้มีควำมประสงค์จะ
สนับสนุนกำรด ำเนินงำน
วำรสำรซับแดงเจอร์นัลรำย
เดือน สำมำรถบริจำคเงินเข้ำ
บัญชีธนำคำรกรุงไทย เลขที่
4050804751 แล้วส่งสลิป
กำรโอนเงินและชื่อที่อยู่ของ
ท่ำนผ่ำนทำงกล่องข้อควำม
เฟสบุ้ค https://
www.facebook.com/
somkhitsin จักขอบคุณยิ่ง
55
4.แลนแลกขาว เพรำะที่บ้ำนของ
้
เพลิน จะไม่ท ำงำน
ื
เตาแลกเกลอ
่
เมื่อถึงวันพระใหญ่
ขึ นสิบห้ำค่ ำ หรือ
เวลำพ่อใหญ่หัวล้ำนปืนขำว แรมสิบสี่ค่ ำใน
ี่
มำพักที่บ้ำนหลังทสองของเพลินที เดือนดับ
ไร พ่อกับแม่จะได้ลงดำนำอย่ำง พ่อใหญ่หัวล้ำนมำทุกปี “อีตำหัวล้ำนปืนขำว หำยไป
่
เต็มที่ ไม่ต้องห่วงเทียวขึ นมำดูแล ในช่วงที่พอกับแม่ลงด ำนำ ปืนขำว ไหนก็ไม่รู้ ไม่มำกี่ปีแล้ว พ่อมึง”
เพลินกับน้อง ๆ บ่อย ๆ ของแกยังสะพำยติดตัวมำตลอด “สำมปีนี ” พ่อท ำท่ำครุ่นคิด
่
ั
แม่เรียกชำยคนนนว่ำ ตำ และทุกครั งที่มำแกก็จะมำพักอยู่ “หรือว่ำแกตำยแล้วก็ไมรู้”
ึ่
หัวล้ำน ปืนขำว ทั งพอและแม่ไม่ กับเพลินครงศีลทุกครั ง “ว่ำบำปแก ยังไม่แก่พอตำย
่
้
รู้จักชื่อของแก แต่ก็ไว้ใจ ให้พักอยู่ ปืนขำวของแกไม่เคยยิงสัตว์ หรอก สักห้ำสิบไดไหม”
เถียงนำด้วยครั งละนำนๆ ทุกครั ง ให้เพลินเห็น แม้แต่พ่อก็เคยพูด “รำว ๆ นั นแหละ แต่ควำม
่
ไม่น้อยกว่ำห้ำหรือหกวัน แกจึงจะ บ่อย ๆ วำ ปืนขำวของแกจะใช้ยิง ตำยมันจะแน่นอนรึ ไม่ตำยเพรำะ
ู้
เดินทำงต่อไป ได้รึเปล่ำก็ไม่ร เพรำะไม่เคยได้ยิน เฒ่ำแก่ก็ตำยจำกอย่ำงอื่น”
ไม่รู้ว่ำแกไปไหน แต่ปีหนึ่งแก เสียงของมันเลย แต่แกก็มีย่ำมใส ่ บรรยำกำศวันนั น ค่อนข้ำง
จะมำแวะที่นำของเพลิน มีปืนแก๊ป กล่องมื่อ มอน ลูกตะกั่ว และดอก เศร้ำ ทั งพ่อและแม่ดูเหมือนจะกิน
้
่
้
ล ำกล้องขำวมำดวยทุกปี บ่อยครั ง แก๊ปมำดวย เพียงแต่แกไมยิงสัตว์ ข้ำวน้อยลง กำรหำยไปของพ่อ
ั
ที่เพลินเห็นแกเอำมำล้ำง ขัดจนขึ น ให้เห็นเท่ำนน ใหญ่หัวล้ำนปืนขำว เหมือนกำร
ั
เงำเอี่ยมวำววับ จนกระทั่งเพลินโตพอเข้ำ สูญเสียของครอบครว พ่อกับแม่
่
่
“แกชื่ออะไร เรำไม่เคยถำมสัก โรงเรียนแล้ว พอใหญ่หัวล้ำนปืน คงคิดวำ พ่อใหญ่หัวล้ำนปืนขำว
ที แต่แกก็เป็นคนดี มำเลี ยงลูกให้ ขำวที่เคยมำแวะเถียงนำของเพลิน เป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวไปแล้ว
ึ่
เรำตั งครึ่งศีล” แม่กล่ำว หลังจำก ก็หำยหน้ำไป ไม่มำแวะพักทีละครง จึงท ำให้เกิดควำมรู้สึกยังงั น
ที่แกจำกไปแล้ว ศีลอีกเลย “คิดถึงแกนะ เคยมำเลี ยงลูก
ค ำว่ำครึ่งศีลของแม่ สองหรือสำมปี หลังจำกนั น ให้ทุกปี เรำได้ด ำนำเต็มเม็ดเต็ม
่
หมำยควำมวำ เสี ยวของเดือน พ่อกับแม่ก็บ่นถึงแก หน่วย ไม่ต้องห่วงลูกๆก็เพรำะม ี
แก” แม่กล่ำวเสียงเศร้ำๆ
“แกคงไปทำงอื่นล่ะมง” พ่อ
ั
ถอนหำยใจ“ แต่ลูกๆเรำก็โตแล้ว
ไม่ได้ห่วงอะไรมำกนัก”
เพลินนึกถึงค ำพูดและควำม
ห่วงใยของพ่อและแม่ที่มีต่อคนท ี่
เคยพบหน้ำ พึ่งพำกันด้วยควำม
เอื อเฟื้อที่มีต่อกันและกันในสังคม
ชนบทแล้ว ท ำให้อดที่จะเกิดควำม
่
รู้สึกอ้ำงว้ำงไมได้
ชีวิตในเมองใหญ่ เหมือนเดิน
ื
คนเดียวกลำงดงเปลี่ยว พบหน้ำ
กันทุกวัน แต่แค่รอยยิ ม หรือค ำ
56
ทักทำยแม้เพียงนิดก็ยังไม่เคยได้ ซื อหำอำหำร ท ำให้พวกเขำต้อง เสื อผ้ำที่ขำดวิ่น จนแทบกลำยเป็น
ิ
รับ บ้ำนเช่ำห้องข้ำงเคียง แทบไม่ กลำยเป็นคนจร ร่อนเร่ไปขำย ผ้ำขี รว
รู้จักกันเลย ต่ำงคนต่ำงสร้ำง แรงงำนถึงต่ำงแดน “แล้วเต่ำนั่นล่ะ มีกี่ตัว”
ก ำแพงขึ นปิดกั นตัวเอง แต่คนที่ กำรก่อเกิดของพระรำช “เต่ำสำมตัว ขอแลกเกลือ
คุ้นเคย พูดคุยกันแทบไม่เว้นแต่วัน บัญญัติสัตว์ป่ำสงวน และสัตว์ป่ำ สักกะทอเถอะ ไทข้อยบ่มีเกลือกิน
่
กลับเป็นคนที่ไม่เห็นหน้ำ หำกทวำ คุ้มครอง ท ำให้คนชนบทต้อง หลำยมื อแล้ว”
อยู่ปลำยสำย ห่ำงไกลออกไป ไกล ล ำบำกในกำรด ำรงชีวิตมำกขึ น สิ่ง แม่ซื อเกลือไวสองสำมกะทอ
้
แต่เหมือนใกล้ ชีวิตในป่ำคอนกรีต ที่พวกเขำเคยใช้ด ำรงชีพ กลับ จึงตกลงแบ่งปันให้หญิงคนนั นไป
ที่เต็มไปด้วยควำมอ้ำงว้ำงเปล่ำ กลำยเป็นของผิดกฎหมำย รำยได้ กิน
ุ
เปลี่ยว ในท่ำมกลำงมวลหมู่มนษย์ ของคนเมืองกับคนชนบทกลำยเป็น สิ่งที่แม่ตระเตรียมสำหรับ
ั
่
ที่คับคั่ง ท ำให้เพลินต้องหำเวลำ ช่องวำงถ่ำงออกไปอีก แต่รำยจ่ำย ครอบครว ก่อนลงไร่นำมีหลำย
ว่ำงกลับไปดื่มด่ ำกับควำมหลังยัง ของคนสองกลุ่ม กับหดแคบเข้ำจน อย่ำง เป็นต้นว่ำ เกลือที่คนในเมือง
บ้ำนเกิดเสมอ กลำยเป็นเสนกรำฟเส้นเดียวกัน เอำมำขำย บรรจุในกะทอใบตองกุง
้
“แกมำก็ดีแล้วเพลิน” ลุง ตื่นเช้ำ คนชนบทต้องลุกไป หรือใบสะแบง ป้องกันไม่ให้น ำฝน
ิ
ผำยกล่ำว พร้อมหัวเรำะชอบใจ ยืนรอรถโตงเตง น ำสนค้ำบรรจุถุง ซึมลงไปได้ น ำมันก๊ำดหนึ่งปี๊บ จะ
่
“มีอะไรรึลุงผำย” มำจำกในเมือง พวกเขำด ำรงชีพ ต้องซื อมำเก็บไว้ที่บ้ำน ใสตะเกียง
ั
“เมื่อวำน เด็กมนไปเที่ยว ด้วยอำหำรในถุงพลำสติกเช่น จุดให้แสงสว่ำง แต่ถ้ำลงนำ แม่จะ
ปำกชม ได้แลนกับเต่ำมำสองสำม เดียวกับคนชั นกลำงในเมืองใหญ่ ใช้ขี กะบองแทนตะเกียง โดยให้
ี
ตัว คั่วเต่ำกินกันหน่อย แกจะได้กิน เย็นนน เพลินต้องทนผะอืด เหตุผลว่ำ อยู่ไร่อยู่นำ ไม่มคนเห็น
ั
ด้วย ไปอยู่เมืองหลวงนำน ได้กิน ผะอมกินคั่วเต่ำใส่ผักอีเลิด (ชะพลู) หรอก ถ้ำเอำขี กะบองไปใช้ในบ้ำน
ิ
เต่ำกินแลนบ้ำงไหมล่ะ” ด้วยท้องไส้ที่ปั่นป่วน กินได้ไม่กี่ค ำ แม่กลัวคนจะนนทำ เพรำะยุคสมัย
เพลินส่ำยหน้ำ เต่ำกับแลน เขำก็ต้องวำงค ำข้ำว กินนำล้ำงคอ ที่เพลินเริ่มเติบโตนั น ขี ไต้เริ่มถูก
เป็นสัตว์ป่ำที่คนชนบทจับหำมำเป็น “อ้ำว ท ำไมกินน้อยนักล่ะ แทนที่ด้วยตะเกียงน ำมันก๊ำดแล้ว
อำหำรประทังชีวิต ท ำให้ทุ่น เพลิน” “เต่ำกับแลน หำได้ไม่ยำกไม่
ิ
รำยจ่ำยไม่ต้องใช้เงนทองมำกมำย “ไม่ค่อยหิวเท่ำไหร่ครับลุง” เย็นอะไร แถวบ้ำนเรำก็มีเยอะแยะ
้
ก็สำมำรถด ำรงชีวิตอยู่ได แต่พอม ี คั่วเต่ำเป็นอำหำรที่เพลินเคย ยังแลกอีก”
คนนิยมกินกันอย่ำงแพร่หลำย ชื่นชอบ ในสมัยเป็นเด็ก เนองจำก พ่อบ่นกับแม่ในเย็นวันนั น
ื่
อำหำรป่ำกลำยเป็นเมนูยอดฮิต พ่อกับแม่เคยท ำอำหำรยังงี ให้กิน “สงสำรอีนำยคนนั น ข้อยยัง
ของคนเมือง กำรไล่ล่ำเพื่อน ำไป บ่อยๆ ป่ำดงแถบถิ่นนี มีเต่ำ แลน เอำซิ่นกับเสอเก่ำให้มันอีกอย่ำงละ
ื
เป็นสินค้ำส่งขำยให้กับร้ำนอำหำร ไม่อดอยำก หำกินได้ไม่ยำกนัก แต่ ตัวนะ”
ก็เกิดขึ นอย่ำงเป็นล่ ำเป็นสัน สัตว์ ถึงกระนั น แม่หรือคนในหมู่บ้ำนก็ “มีหลำยน้อ” พ่อประชด
ป่ำร่อยหรอลงทุกขณะ กำรยื อแย่ง ยังเอำข้ำว เอำเกลือแลกเต่ำแลก “ไม่มีหรอก แต่ก็ไม่ได้นุ่งซิ่น
ระหว่ำงท้องของคนจน กับท้อง แลนบ่อยๆ เมื่อคนที่อยู่ในดงลึก ขำดดำกอย่ำงอีนำยนั่น”
ของคนรวยจึงเกิดขึ น สงครำม หำบเต่ำหำบแลนออกมำแลกข้ำว ควำมมีเมตตำของแม่ ท ำให้
ระหว่ำงชนชั นก่อตัวขึ นแล้ว ใน ไปกิน อีนำยคนนั นหำบเต่ำแลนออกมำ
รูปแบบใหม่ มีปืนกับกระเป๋ำเงินเป็น “แลนสำมตัวนี ขอแลกสัก แลกข้ำวอยู่บ่อยๆ บำงทีแม่ก็ช่วย
ตัวช่วย ในที่สุด ฝ่ำยกระฎมพีก็ หำบนะแม่ป้ำ” หญิงคนหนึ่งอำยุ ให้ไปแลกกับญำติพี่น้องคนอื่นๆ
ุ
ชนะ คนจนต้องครองชีพอยู่อย่ำง น่ำจะอ่อนกว่ำแม่สักสองสำมปี ช่วยให้อีนำยคนที่ว่ำ มีอยู่มีกินไม่
ิ
ยำกล ำบำก กำรดนรนหำเงินเพื่อ กล่ำวอย่ำงน่ำสงสำร นำงสวมใส่ อดอยำก
57
ื
“ไม่ไดท ำไร่ท ำนำหรือ” แม่ เครือเพรำะควำมสะเทอนใจ“ แก อยู่เมืองหลวง กำรแลกเปลี่ยนยัง
้
ถำมในวันหนึ่ง เมื่อนำงหำบข้ำว ชอบเที่ยวป่ำ หำของป่ำ พอแก งั นไม่ค่อยมีให้เห็น บ้ำนของเขำ ยัง
ผ่ำนเถียงนำไป ตำยไป ก็ล ำบำกยังงี แหละ ต้องหำ ส่งถ้วยแกงแก่บ้ำนข้ำงเคียงอยู่ ไม ่
“ไม่มีคนพำท ำ เมื่อก่อนยัง เลี ยงลูกสำมคน ล ำบำกหลำยแม่ ว่ำจะเป็นเช้ำหรือเย็น แม่ท ำอำหำร
พอมีกิน ตั งแต่ผัวตำย ก็ไม่พออยู่ ป้ำ” เสร็จ จะตักใส่ชำม ให้เพลินเอำไป
พอกินเลย” แม่ท ำท่ำจะถำมถึงพ่อใหญ่ ส่งบ้ำนแม่ป้ำพ่อลุง ซึ่งบำง ครั ง
“ตำยนำนแล้วหรือ” หัวล้ำนปืนขำว แต่ก็ไม่ถำม เมื่อนึก บ้ำนนั นก็จะตักอำหำรที่พวกเขำมี
“สักสำมปีนี่แหละ” อะไรบำงอย่ำงได้ ส่งคืนให้ แต่ถ้ำไม่มีอะไรจะให้ พวก
่
“เป็นอะไรตำยล่ะ” สังคมแลกเปลี่ยนในสมัยที่ เขำก็จะสงชำมเปล่ำคืน โดยไม่ต้อง
็
ี
“ไปเที่ยวป่ำ เลยถูกช้ำง เพลินยังเดก มอยู่อย่ำงเหนียวแน่น ล้ำงให้ถือกลับบ้ำนไปเลย
เหยียบตำย” นำงพดเสยงแหบ ในชนบทบ้ำนเพลิน แต่เมื่อเข้ำมำ บ้ำนของเพลินก็ได้รับอำหำร
ี
ู
ื่
จำกบ้ำนข้ำงเคียงเสมอ เพอนบ้ำน
ั
ได้กินอะไร บ้ำนข้ำงๆ ก็มกจะได้กิน
ด้วย ควำมเอื อเฟื้อเผื่อแผ่ยังงี
หำยไปจำกสังคมไทยหมดแล้ว แม้
แต่สังคมชนบทอีสำน คงมีเหลืออยู่
้
ไม่กี่มำกนอย
“เดี๋ยวนี เด็กๆมนไม่รู้จักตัก
ั
อำหำรไปส่งบ้ำนข้ำงเคียงหรอก
เพลิน” ลุงผำยเคยพูดกับเพลิน
ยังง ี
“จริงรึลุง” ลุงผำยพยักหน้ำ
่
“คนบ้ำนเรำยังสงถ้วยแกงกันอยู่
ไหมครับ”
“คนรุ่นเก่ำ แต่เด็กใหม่ๆ มน
ั
ุ
รับวัฒนธรรมกรงมำหมดเปลือก
เลยไมรู้จักกำรต่ออำหำรกิน”
่
เพลินขมวดคิ ว ไม่เข้ำใจค ำ
ว่ำต่ออำหำรของลุงผำย
“ยังไงครับลุง”
“ก็เรำเอำแกงปลำไปให้เขำ
บ้ำนนั นเขำอำจจะมีแกงไก่ เรำก็จะ
ได้กินแกงไก่ไปดวย”
้
่
“อ้อ นี่เองที่ลุงวำกำรต่อ
อำหำร”
“ใช่ แต่กำรให้นั นไม่ได้หวังสิ่ง
ตอบแทนหรอกนะ ถ้ำไม่มีอะไร ก็ไม ่
ต้องหนักใจ วันหลังยังมีอยู่ แต่ยัง
58
ื่
ื้
ี
มีคนที่ไม่เข้ำใจธรรมเนียมอกนะ “ควำมเอื อเฟอเผอแผ่ ทุกข์
เพลิน” ยำกยังไง ก็หำสู่กันกิน แม่ของแก
่
“ยังไงรึลุง” เป็นคนทุกข์ แต่ไมเคยแล้งน ำใจ เขำ
“เด็กบำงคน เมื่อพ่อแม่ให้ หำบเต่ำหำบแลนมำแลกข้ำว แลก
เอำอำหำรไปส่งบ้ำนพี่ป้ำน้ำอำแล้ว เกลือ มีน้อยก็แบ่งนอย มมำกก็
้
ี
ี
เขำส่งชำมเปล่ำโดยไม่ล้ำงกลับมำ แบ่งมำก เพรำะยังงนี่ไง ลุงจึงไม่
จ่มใหญ่เลย หำวำเขำไมมีมำรยำท เคยทอดทิ งแม่แก มันเอำข้ำวแลก
่
่
กินของฟรีแล้ว ยังไม่ล้ำงชำมให้ เต่ำแลกแลนหมดแล้ว บำงปีก็ต้อง
ี
อีก” มำยืมข้ำวไปกิน ควำมมน ำใจของ
ลุงผำยพูดแล้วหยุดสูบยำก แม่แก มีคนอื่นเห็นอยู่ตลอด ไมสูญ
่
อกใหญ่ พนควนโขมงออกมำ เปล่ำหรอก”
ั
่
ในขณะที่เพลินถำม เรื่องแลนแลกข้ำวเต่ำแลก
ิ
“นั่นซีลุง ผมเองก็ไมเข้ำใจ เกลือ ยังคงด ำเนนอยู่ตลอดมำ
่
เหมือนกัน ท ำไมถึงไม่ล้ำงชำมให้ ในช่วงที่เพลินเป็นเด็ก คนในดงลึก
กัน” เข้ำไปอีก ท ำนำท ำไร่ไม่ค่อยพอกิน
“เขำถือ ถ้ำล้ำงชำมให้ นอกจำกขำดอุปกรณ์ในกำรท ำนำ
ี
เหมือนกับตัดญำติขำดมิตร แก แล้ว ทุนยังมส่วนอีกด้วย ไม่ว่ำจะ
อย่ำท ำเชียวนำเพลิน ล้ำงชำมคืน เป็นแรงงำนซึ่งมีอยู่อย่ำงจ ำกัด หลังจำกนนไม่นำน กำรแลก
ั
ั
ให้เขำ ถูบ้ำน กวำดบ้ำนขณะที่มี ครอบครวละคนสองคน แถมยัง เปลี่ยนก็ได้เปลี่ยนโฉมหน้ำไป
แขกอยู่ เหมือนกวำดไล่ ถูไล่แขก ต้องดูแลลูกๆที่เกิดใหม่อีกด้วย “เถ้ำแก่ในเมอง เพนเอำไอติ
ื
ิ่
เด็กทุกวันนี ไม่รู้เรื่องอะไร กวำด เงินทนในกำรซื อหำอุปกรณ์กำร มมำแลกข้ำว” แม่บอก “ แท่งหนึ่ง
ุ
ื่
บ้ำนต่อหน้ำแขกอยู่เรอย ไม่รู้มนไป ท ำงำน จอบ ครำด ไถ ควำย มีด เอำข้ำวสำรหนึ่งขัน”
ั
รับเอำวัฒนธรรมนี มำจำกไหน” พร้ำอื่นๆ ที่ดินซึ่งมอยู่เพียงน้อย “มันไม่แพงไปหรือแม่มึง”
ี
ลุงผำยหัวเรำะไม่ออก แก นิด ตำมก ำลังที่หักร้ำงถำงพงเอำ พ่อกล่ำว
เคยพูดกับเพลินหลำยครั งว่ำ ได้ นอกจำกนั นก็ยังขึ นอยู่กับ “ไม่แพงหรอก ของเพิ่นหอม
ั่
เด็กๆชนบทถูกล้ำงสมอง จนไม่ ธรรมชำติ ฝนฟ้ำไม่ตกต้องตำม หวำน ใส่ถวด ำด้วย”
เหลือครำบควำมเป็นคนชนบท ฤดูกำล แล้ง หรือท่วม สิ่งที่ท ำให้ แม่ได้นำไอติมที่แบ่งไวมำให้
้
่
อีสำนอีกแล้ว เพรำะกำรไมรู้จัก คนต้องอพยพโยกย้ำย หรือท ำไร่ พ่อซึ่งไปนำกลับมำค่ ำ แม่ตกลงกับ
ั
ของดงเดิมของตัวเอง ท ำให้ชนบท นำไม่พอกินอีกอย่ำงหนึ่ง นั่นคือ ลูกๆแล้วว่ำ กินคนละแท่งแล้ว
ต้องขำดไร้และสูญเสียควำมดีงำม สัตว์ป่ำ เวลำปลูกข้ำวก ำลังจะได้ ไม่ให้กินอีก เอำไว้ให้พ่อกินตอน
อันเป็นของดั งเดิมไปหมด ท ำให้ เกี่ยว หำกช้ำงทั งโขลงลงเหยียบ เย็น เพรำะมนเป็นของหำยำก
ั
ั
สำยสัมพนธ์ระหว่ำงญำติพี่น้อง จะไม่เหลือข้ำวแม้ฟำยมือเดียว “อยู่ในขันนี่แหละ กินซะ”
คน นกกระจิบฝูงใหญ่ๆ ลงสักครั งสอง พ่อรับขันตักน ำที่ปิดด้วยฝำ
ในสังคมขำดสะบั นลงอย่ำงไม ครั ง ข้ำวก็เกลี ยงทุ่งแล้ว หม้อมำจำกแม่ แต่เมอเปิดออกดู
ื่
่
มีเยื่อใย ด้วยเหตุนี สงคมแลกเปลี่ยน ไอติมแท่งนั น ก็ได้ละลำยกลำยเป็น
ั
“ข้ำเสียดำยของเก่ำ ๆ ของ ของชนบทอีสำนในช่วงที่เพลินเป็น น ำหมดแล้ว
่
เรำวะ เพลิน” เด็กจึงด ำเนนต่อมำด้วยควำมเอื อ
ิ
“อะไรบ้ำงล่ะลุง” อำทรต่อกัน แลกข้ำวพอจุนเจือ
แลกเกลือพอประทังชีวิต และ
59
บันทึกยามไกลบาน:
้
ี
ี
ู
จากอสานสชวตนักศกษา
ึ
ิ
่
พยาบาลในเมืองหลวง
อัศวิน ระวิไชย
60
“ มันเปื่อย เอำไว้ดนโพด” แม่บอก “ มื ออื่น
เพิ่นมำ ข้อยสิแลกไว้ให้กินอีกดอก”
พ่อส่ำยหน้ำไม่เห็นด้วยกับกำรแลกไอติมแท่ง
หนึ่งกับข้ำวสำรหนึ่งขัน
ต่อมำอีกไม่กี่ปี พอค้ำคนนนก็กลำยเป็นคน
ั
่
ั่
รวย เพรำะอำชีพ ไอติมแลกข้ำวนนเอง ช่ำงต่ำงกับ
แลนแลกข้ำวเต่ำแลกเกลือของชนบทอีสำนอย่ำง
สิ นเชิง.
61
62
ถวายบังคม 5 ธันวา
ู
ิ
ิ
พดดวยภาพ: มูลนิธน้าและคุณภาพชีวต
้
ุ
ขบวนจักรยานปนไปบอกรกแมน้าโขง ตม
ั
ั่
่
้
ั
โฮม ฮกแพง แบงปน
ั
่
ั
5 ธนวาคม 2564
63
จุดสตาร์ทเขื่อนอุบลรัตน์ อ.น้ าพอง
จ.ขอนแก่น 5 ธันวาคม 2564
64
65
66
์
ิ
ิ
ี
ั
ี
ั
ิ
ิ
ศลปน : อญมณศกดศรแหงชาต
่
ี
ขอแสดงควำมชื่นชมยินดกับ ศิลปกรรมด้ำนต่ำง ๆ
2 ศิลปินแห่งชำติสำยเลือดอีสำน หลำยสำขำ ไม่ว่ำจะเป็นด้ำน
ประจ ำปี 2564 ที่ได้รับกำร
ประกำศเชิดชูเมื่อวันที่ 27
เมษำยน 2565 คนแรกคือ
สลำ คุณวุฒิ สำขำศิลปะ
กำรแสดง (ดนตรีไทยสำกล
— ประพันธ์เพลงไทยลูกทุ่ง)
วิชชำ ลุนำชัย (นำมปำกกำ
ประชำคม ลุนำชัย) สำขำ
วรรณศิลป์
สลำ คุณำวุฒิ เกิดปี
ิ
้
พ.ศ.2505 อำยุ 60 ปี ได้รบกำร กวีนพนธ์ ดำนด้ำนดนตรี และ ได้รับกำรยกย่องจำกวรรณคดี
ั
่
็
ประกำศเชิดชูเป็นศิลปินมรดก ประติมำกรรม และเพื่อเป็นกำร สโมสร ในรัชกำลที่ 6 วำเปนยอด
ุ
้
อีสำน สำขำวรรณศิลป์พรอมกับ น้อมร ำลึกถึงพระมหำกรณำธิคุณ ของกลอนบทละครร ำ
ี
ผมเมอปี พ.ศ.2554 ส่วนวิชชำ อันยิ่งใหญ่ จึงถือเอำวันพระรำช นอกจำกน ยังทรงพระรำช
ื่
หรือประชำคม ลุนำชัย เกิดเมื่อปี สมภพ (วันที่ 24 กุมภำพันธ์ นิพนธ์บทละครนอกไว้ถึง 5 เรอง
ื่
พ.ศ.2502 อำยุ 63 ปี ได้รับกำร พ.ศ.2310) เป็น "วันศิลปิน ได้แก่ ไกรทอง พระไชยเชษฐ์ คำวี
ิ
ประกำศเชิดชูเกียรติให้เป็นศิลปิน แห่งชำติ" เอกอัครศลปินที่ยิ่งใหญ่ สังข์ทอง และมณีพิชัย และด้วย
มรดกอีสำนเมื่อปี พ.ศ.2563 ซึ่ง ผู้มีพระอัจฉริยภำพในงำนศิลปะ พระปรีชำสำมำรถของพระบำท
ผมเป็นกรรมกำรชุดตัดสินคนหนึ่ง หลำยสำขำทั งทำงด้ำนประติมำ- สมเด็จพระพทธเลิศหล้ำนภำลัย
ุ
่
กรรม ได้ทรงรวมกับช่ำงประติมำ-
้
ปกติกำรประกำศเชิดชู กรรมฝีมอเยี่ยมในสมัยนั นแกะสลัก ในด้ำนวรรณกรรม ทรงไดรับกำร
ื
เกียรติศิลปินแห่งชำติมักจะมีขึ นใน บำนประตูไมพระวิหำรวัดสุทัศน์ ยกย่องจำกองค์กำรศึกษำ
้
ั
ุ
วันที่ 24 กุมภำพนธ์ ของทกปี ซึ่ง เทพวรำรำม เป็นลำยเครือเถำรูป วิทยำศำสตร์ และวัฒนธรรมแห่ง
เป็นวันศิลปินแห่งชำติ เนื่องจำก ป่ำหิมพำนต์นับเป็นงำนฝีมอชั น สหประชำชำติ (UNESCO) ให้เป็น
ื
ตรงกับวันคล้ำยวันพระรำชสมภพ เยี่ยม ด้ำนวรรณกรรม ถือว่ำทรง บุคคลส ำคัญของโลกสำขำ
ของพระบำทสมเด็จพระพุทธเลิศ เป็นกวเอกแห่งแผ่นดินพระองค์ วรรณกรรม และเพื่อเป็นกำรยก
ี
ิ
หล้ำนภำลัย รัชกำลที่ 2 แห่ง หนึ่ง ทรงพระรำชนิพนธ์วรรณ ย่องศลปินผู้สร้ำงสรรค์ผลงำน
รำชวงศ์จักรี ผู้ทรงเป็นพระปฐม กรรมไว้จ ำนวนมำกมำยหลำยเรื่อง ทำงส ำนักงำนวัฒนธรรมแห่งชำติ
ิ
บรมศิลปินแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ เช่น อิเหนำ ซึ่งเป็นวรรณคดีที่ จึงได้มอบรำงวัลให้แก่ ศลปินที่มี
ด้วยทรงพระปรีชำสำมำรถใน ผลงำนดีเด่นในด้ำนต่ำง ๆ ทั งนี
67
เพื่อเป็นกำรยกย่องและเชิดชู แห่งชำติ ลงมติ ‘เอกฉันท’ ถอด บริสุทธิ์ที่ประดับควำมเป็นชำติให้
์
เกียรติศิลปิน ถอนศิลปินแห่งชำติผู้หนึ่ง ในกำร งำมสง่ำ และถูกกระท ำให้มีรำคิน
ิ
ศิลปินแห่งชำติ สำมำรถ ประชุมเมื่อวันที่ 19 สงหำคม โดย ด้วยเหตุผลทำงกำรเมือง
ถ่ำยทอดภูมิปัญญำของบรรพ กำรลงมติดังกล่ำวอยู่ใน ‘วำระลับ จึงท ำให้ผู้คนในสังคมจ ำนวน
บุรุษในอดีต ให้มีควำมรุ่งโรจน์ มำก’ ผ่ำนแอพพลิเคชั่น ‘ซูม’ หนึ่งเกิดข้อข้องใจลึก ๆ ว่ำ กำร
สืบไปยังอนำคตข้ำงหน้ำ เป็น เนื่องจำกอยู่ในมำตรกำรระมัด ประกำศเชิดชูศิลปินแห่งชำติ
่
ทรัพยำกรบุคคลส ำคัญทำงด้ำน ระวังกำรแพรระบำดของไวรัสโค ประจ ำปี พ.ศ.2564 ที่ล่ำช้ำมำ
ิ
ศิลปะ ที่ไดสืบสำนงำนศิลปะของ วิด-19 และเป็นที่วพำกษ์วิจำรณ์ หลำยเดือนกว่ำจะปรำกฏผล.. หรือ
้
้
ชำติให้เชื่อมโยงจำกอดีตมำส ู่ กันอย่ำงกวำงขวำงในเวลำต่อมำ ว่ำเบื องหลังมีกำรเมืองแอบแฝง
ปัจจุบัน ซึ่งนับตั งแต่เริ่มโครงกำร ว่ำกำรปลดศิลปินแห่งชำติ ซึ่งไม่ อยู่?
้
ศิลปินแห่งชำติ มำเมื่อปี พ.ศ.2527 เคยมีมำก่อน เกิดขึ นดวยเหตุผล ว่ำไปแล้วในบรรดำศิลปะ
และประกำศผลกำรคัดเลือกศิลปิน ทำงกำรเมือง กรรมแขนงต่ำง ๆ ล้วนแต่ได้รับ
แห่งชำติในปีแรกเมื่อ พ.ศ.2528 ท ำให้กำรเมืองล่วงล ำกร ำ แสงที่ส่องน ำไปจำกวรรณศิลป์
จนถึงปัจจุบัน กรำยเข้ำสู่บริบทศิลปินแห่งชำติ แทบทั งนั น โดยเฉพำะสำขำ
ทวำเมอปีที่ผ่ำนมำ (2564) ซึ่งถ้ำจะเปรียบไปแล้ว ศิลปิน ศิลปะกำรแสดง ที่จะต้องมีบท
่
ื่
ั
มีข่ำวว่ำคณะกรรมกำรวฒนธรรม แห่งชำติเปรียบได้ดังอัญมณีอัน (วรรณศิลป์) ก ำกับก่อนเสมอ ไม่
ว่ำจะเป็นบทภำพยนตร์ บทละคร
๏ วรรณศิลป์เป็นมณีศักดิ์ศรีชาติ เจ็ดสิบล้านประชากรมีคัวตน บทเพลง ฯลฯ แต่สัดส่วนของ
เพื่อประกาศเกียรติยศก าหนดเชื้อ แค่สองคนต่อปีแค่นี้นะ? จ ำนวนที่ได้รับกำรเชิดชู ทำไม
ว่าชาติใดทรงปัญญาหรือจางเจือ ๏ สงสัยคลังหลวงจะกลวงโบ๋ สำขำวรรณศิลป์จึงมได้แค่ 2 ใน
ี
วรรณศิลป์เป็นส่วนเกื้อภูมิปัญญา จึงอับจนหัวโตถึงปล่อยปะ 12 ขณะที่สำขำทัศนศิลป์มี 4 และ
๏ แม้นชาติใดไร้ซึ่งศิลปิน ศิลปินตามซอกหลืบลืมมันซะ สำขำศิลปะกำรแสดงมีถึง 6
คงสูญสิ้นชื่อชั้นไม่เป็นท่า หน่อยก็จะล้มตายหายไปเอง ยิ่งกว่ำนั น หำกประสงค์ให้
วรรณศิลป์ฤๅถดถอยด้อยราคา ๏ ปล่อยครูเพลง ครูล า ครูค าทิ้ง สังคมไทยไทยเป็นสงคมอุดม
ั
ศิลปะสื่อภาษาอารยธรรม ไม่ก็แขวนไว้บนหิ้งให้เท้งเต้ง ปัญญำ ท ำไมไม่ส่งเสรมกิจกรรม
ิ
ทำงภูมิปัญญำให้เข้มขั นกว่ำนี ?
๏ นับเนื่องประวัติศาสตร์ชนชาติไทย เป็นหรือตายช่างมันไปตามเพรง
มีฤๅจักแล้งไร้ลายลักษณ์ล้ า เล่นระเบงร่ายระบ าไปวันวัน ท ำไมจ ำนวนศิลปินแห่งชำติ
ควรเชิดชูคู่ชาติองอาจน า ๏ วรรณศิลป์แก่นมณีศักดิ์ศรีชาติ แต่ละมีมีได้แค่ 12 หมำยควำมว่ำใน
ให้ประจักษ์ไปทุกส่ าในสากล ปีหนึ่ง ๆ ประเทศเรำเชิดชูดูแล
ไม่ส าคัญถึงขนาดต้องสนั่น ศิลปินได้แค่นี เองหรือ?
๏ มืดบอดหรือไรสงสัยนัก ขอไปทีปีละคนก็แล้วกัน
ั
คนไทยหลักในแหล่งทั่วแห่งหน ที่นอกนั้นแท้ระนาวข้าวนอกนา๚ะ๛ น่ำสมเพทเวทนำนก!
68
มแตเวอรฌั่นอบุค
ี
ี
์
่
๊
ก าลังจะกลายเป็นหนังสือหายากแล้ว
สืบสานฉันทลักษณ์โบราณ ๖๘๗ บท เป็น
อุบัติการณ์งานค าฉันท์ในรอบศตวรรษ นับแต่
“ชิต บุรทัต” สร้าง “สามัคคีเภทค าฉันท์”
เมื่อปี พ.ศ.๒๔๕๘ ในแผ่นดินพระบาทสมเด็จ
พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๖ แห่งกรุง
รัตนโกสินทร์
ยังพอมีแบ่งปันได้บ้างเล็กน้อย ในราคา
หนังสือหายาก ฿500 พร้อมบริการจัดส่ง
69
ั
ื
ู
ื
หนงสอในรปแบบเลมกระดาษในเครอสานก
ั
่
ุ
ิ
ิ
ื
กระทอมลายสอ ผลงานสมคด สงสง/สรยทธ
่
ุ
ิ
ี
ิ
วาระกล/ปยะพงษ คลังทอง ตดตอนักเขยน
์
่
โดยตรงทางกลองขอความเฟสบุค
๊
่
้
70