1
วารสารซบแดงเจอร์นล
ั
ั
กาหนดเผยแพรทกปลายเดอน
ื
ุ
่
ิ
บรรณาธการ/Editor
สมคด สงสง
ิ
ิ
ิ
บรรณาธการผชวย/
ู
้ ่
assistant editor
ั
ิ
ิ
ิ
อาทตยาภนนทน์ สงสง 28 ตอนที่ 3 ยังไม่พร้อม
ิ
กองบรรณาธการ/ เผยแพร่/มีเรื่องสั้นมาแทน
Editorial Staff
ุ
ุ
สรยทธ วาระกล ยทธศกด ลมไธสงค์
์
ิ
ุ
ั
ุ
ั
ปยะพงษ์ คลงทอง
ิ
รจนา อนทร์เหลาใหญ
ิ
่
่
ผประสานงาน/Coordinator
ู
้
ู
ี
ชชพ กาญจนสตร
ู
เป้าหมายปลูก 1
เจาของ/สานกงาน หมื่นต้น/ฤดู
ั
้
ิ
ิ
สวนวนเกษตรอนทรีย์วถคนกบควาย
ี
ั
บวขาวฟาร์มควายงาม ดินแดนแห่งต้น
ั
เฮอนดนคาฟา ศาลาเกยรตยศ หว้า
ี
้
ิ
ื
ิ
้
พนที่ศลปะ_อาศรมเคยวเกยวดาว 38
ิ
ื้
ี่
ี
Human & Buffalo Art Space &
Gallery
ั
1/1 หม 5 ซบแดงแหลงตานาน
ู
่
่
ต.ซบสมบรณ์ ໄຊສ ຸ ວນ ແພງພງ
ู
ั
อ.โคกโพธไชย จ.ขอนแกน Thailand ັ ົ
์
ิ
่
40160 18 สืบสานวรรณคดี
Mobile +66 99-952-9181 ชนเชื้อชาติลาว
ສຽວສວາດ
NEW ฉ บั บ ค ำ ก ล อ น ปู่ ป ำ ง ค ำ
พร้อมคอลัมน์ประจ าครบถ้วน
2
4 บรรณาธิการกถา/ลดธงลงสลดด้วยหดหู่ C
จงสู่สุคติเถิดสหาย
6 โรงเรียนในกระดาษ/เก่ง ดี มีความสุข/“ครูคม”
8 ธรรมพาที/อวิชชาพญามาร/ทยาลุ
10 เสียงจากภูพาน/ธงปฏิวัติ วรรณกรรมกลาง
สนามรบภูพาน/เจน อักษราพิจารณ์ O
14 คิดและเขียน เรียนรู้ เล่าสู่กันฟัง/โรงเรียนขนาดใหญ่
พิเศษ นักเรียน ครู อยู่อย่างไรให้รอดจากภาวะ
วิกฤต/รจนา อินทร์เหล่าใหญ่
16 บัญชรกวี/ฝนแรก_ธีระธรรม แก้วเพ็ญศรี/ N
อย่าห่าว_สะดันยู เพ็ดชะลาด
8 วรรณรูป 18 เสียวสวาดค ากลอนปางค า/ไชสุวัน แพงพง/
อัตลักษณ์
ชาตรี เสงี่ยมวงศ์_แปลงเป็นภาษาไทย
ทยาล 27 ทรรศนะนานา/บันทึกของออกญา (อย่างข้าพเจ้า)/ T
ุ
สรยุทธ วาระกุล
28 เรื่องสั้น/ขายควาย/สมคิด สิงสง/ไชสุวัน แพงพง_
36 หอมกลิ่นความดี/บทเพลงจากลาดยาว/ประสาร ั้
10 38 หอมกลิ่นดิน/เป้าหมาย 10,000 ต้นในฤดูเพาะปลูก/
มฤคพทักษ์
ิ
แปลงเป็นภาษาลาว รวมในชุดแบบเรียนแต่งเรื่องสน E
ดินแดนแห่งต้นหว้า/ปิยะพงษ์ คลังทอง
42 ท ามาหากิน/หญ้าสดหมักอาหารปศุสัตว์/รายงาน
จากพื้นที่/กองบรรณาธิการ (รายงานซ้ า) N
46 เหลียวาหลังแลอีสาน/สร้อย อินทนิล
ื้
50 คลื่นลูกใหม่/พนที่ของเยาวชน นิสิต นักศึกษา/ คิด
และเขียน เรียนรู้ เล่าสู่กันฟัง/รจนา อินทร์เหล่าใหญ่
54 History Talk/แหกขุมนรก/ แสงพูไซ อินทะวีค า T
60 จรทัศน์จักรยาน/สายลมพริ้วแผ่ว แว่วเสียงกระซิบ
รัก เพลงชีวิตช้าลงที่เมองน่าน/ขุนคีร คูณมูนจันทร์
ี
ื
64 ก่อนปิดปก Before Last Page S
50
3
ลดธงลงสลดดวยหดหู
้
่
ุ
ิ
จงสสคติเถดสหาย
ู
่
ภาพประกอบปก : ยืนหยัด
ชิ้นงานจิตรกรรมภาพเขียนสีน้ า
ิ
ฝีมือสมคิด สงสง
4
5
6
7
8
ู
ั
ความร ไรปญญาญาณ ยอม
่
้
้
ถกอวชชาบงการใหกอการเขน
ู
ิ
้ ่
่
ั
ื
ี
ฆากนจนเลอดนองปฐพ เพยง
ี
่
็
เพราะอยากมี อยากเปน
มหาราช อยางเชน อเลกซาน
็
่
่
เดอร์กษตริย์แหงอาณาจักรมา
ั
่
กาย-ใจนี แทจริงนั้นเปน เกโคนิอา ผูเตบโตมาใตเงือม
็
้
้
้
ิ
้
้
ั
ภัยของวฏสงสาร ธรรมชาติ ธาตุ-ขันธ์ เงาอนมืดมิดของอวชชา ขึ้น
ั
ิ
มิใชตวตน และรวา ส่งที ่ หลงมาแกวงดาบทีเปรอะคราบ
ั
ู
ิ
้ ่
่
่
ั
ี
การหมุนไปเวยนมาของ เรียกวาอตตา หรือตวตนนั้น ้ ่
ั
ั
่
ื
ื
ิ
้
่
ี
ิ
มวลชีวต ทีระงมดวยเสยง มันเปนเพยงภาพลวงตาที่ เลอด หอตะบึงเชือดเฉอนชีวต
้
็
ี
ื
่
ุ
ิ
้
่
ี
หัวเราะเคลาเสยงครวญครา อวชชา ตัณหา อปาทานปรง เพอนมนุษย์สดบาระห่า เกนจะ
้
ุ
ุ
ิ
นั้น คือปรากฏการณ์ของ แตงขึนเพอหลอกคนเขลาให ้ หาค ามาบรรยาย นั่นคือ
ื
่
้
่
ั
ี
้ ้
่
่
วฏสงสาร นับแตวนทีปรากฏ เขาไปยึดตด หากมีปญญา ตวอยางของคนผูไรเดยงสา
ั
ั
่
ิ
ั
้
ิ
ั
รองรอยของสตว์สองเทาทีชือ รเทารทัน มารจะอนตรธาน กับพษภัยของวฏสงสาร
่
่
ั
้
่
ั
ู
ู
้
้ ่
ิ
่
ิ
มนุษย์เกดขึนบนผืนโลก กงลอ วฏสงสารกส้นสลาย สนตสข อวชชาพญามารจึงลวงลอให ้
้
้
ั
ั
ิ
็
ุ
ิ
้
้
่
่
้
ิ
แหงการเวยนวายตายเกด และสนตภาพภาพยอมเกดกบ กอกรรมซาแลวซาเลา
ี
่
่
ิ
ั
ิ
ั
่
ั
ั
ี
่
ุ
กเริ่มหมุนไปตามเหตปจจัย สังคม วนเวยนในวฎจักรอนโงเขลา
ั
็
ั
้
ั
จวบจนวนนีการหมุนนั้นยังไมมี หากเมือใดผูมีอานาจขาด เมาอตตาตัวตน
่
่
้
่
่
ทีทาวาจะหยุดลง สงครามโลกครั้งทีหนึง
่
่
ั
่
็
ี
ู
ผูรทั้งหลายกลาววา ครั้งทีสองกท านองเดยวกน
้ ้
่
่
ิ
้
่
อวชชาพญามารเปนตัวการ เกดขึนเพราะความมืดบอดตอ
ิ
็
ั
้
ิ
ั
ใหญแหงการเกดวฏฏะ หรือ สจธรรมของบรรดาผูน า โลก
่
่
ู
ั
่
้
ี
ั
การเวยนวายในวงวนแหงทุกข์ เขาสสงครามตามค าส่งของ
่
่
็
้
ิ
ั
้ ่
โดยมีตัณหาคอยเติมเชื้อไฟ อวชชา โลกวนนี กมิไดตางจาก
ั
้
แหงความอยาก และมีอปาทาน วนนั้น ผูน าของประเทศมหา-
ุ
่
ั
่
ิ
(การหลงยึดตด) คอยลากทึ้ง อานาจตางขาดปญญาญาณ
ั
ั
ั
่
ดงชีวตทีโงเขลาเขาไปสกระแส กาลงรวมกนน าพาสงคมโลก
่
ิ
ึ
ู
่
้
่
ั
ู
่
่
้
ั
วฎฎะ หากมนุษย์เราตองการให ้ เขาสวฏจักรสงครามอยางไร ้
้
ึ
ั
ุ
วฏสงสารส้นสดกตองศกษา ส านึก
ิ
็
้
่
่ ้
ิ
ี
วธการประหารอวชชา โดย หากไมเขาใจเลห์ลวงของ
ิ
อวชชา จงเลิกเพรียกหา
ิ
ี
การเพยรเติมเต็มสติ พฒนา สนติภาพ
ั
ั
ั
สมาธใหเตมอตรา และบมเพาะ
็
ิ
้
่
่
ิ
ปญญาใหพรอม เมือเกด
ั
้
้
สามัคคีธรรมการประจักษ์แจง
้
ิ
ในสจจะจึงพลนบังเกด เชนรวา
ู
ั
ั
่
้ ่
9
ั
“ธงปฏิวติ” วรรณกรรม
ู
กลางสนามรบภพาน
“ธงปฏิวัติ” เป็นชื่อหนังสือ
พิมพ์ และจุลสารที่ผลิตขึ้นในป่าภู
พานในเขตอ าเภอดงหลวง จังหวัด
นครพนม (เมื่อครั้งอดีต) ก่อตั้งเมื่อ
ปี ๒๕๑๕ เพื่อสนองความต้องการ
ของมวลชนบนภูสูงและเขตพื้นราบ
เป็นเอกสารท ามือยุคบุกเบิก ตั้งแต่
การพิมพ์ดีด จัดรูปเล่ม โรเนียว การ
เข้าเล่มและส่งต่อผู้อ่านกลุ่มเป้าหมาย
คือผู้ปฏิบัติงาน มวลชนได้ศึกษา
สถานการณ์ ทราบความเคลื่อนไหว
สู้รบที่เกิดขึ้นในที่ต่าง ๆ เพื่อเป็น
แบบอย่างที่ดีงามของนักปฏิวัติ และ
เผยแพร่เอกสารศึกษาของพรรค
อย่างทั่วถึง
ในระยะเริ่มแรกการจัดรูปเล่ม
โดยใช้กระดาษเขียนข้อสอบของ
นักเรียนเป็นแผ่น ๆ เย็บตรงมุม
ก าหนดออกเดือนละ ๑ ครั้ง คณะ ข่าวสารความเคลื่อนไหว บทกวี
ผู้จัดท าประมาณ ๑๐ คน ประกอบ เรื่องสั้น เผยแพร่ในเขตงานและต่าง
ด้วยพนักงานโรเนียว พนักงาน เขตงาน
พิมพ์ดีด กองบรรณาธิการ และ ส านักพิมพ์ธงปฏิวัติแบ่ง
นักข่าว เมื่อจัดท าไประยะหนึ่งขาด แผนกต่าง ๆ ตามรูปแบบของโรง
ผู้รับผิดชอบฝ่ายบรรณาธิการ และ พิมพ์ทั่วไป ท่ามกลางสถานการณ์สู้
คนเขียนเนื้อหา จึงได้หยุดไประยะหนึ่ง รบและการขาดแคลนกระดาษ โดย
ภายหลังปี ๒๕๑๘ จึงได้จัดท า ตั้งธงให้เป็นหนังสือพิมพ์ของภาค
ขึ้นอีกครั้งหนึ่ง ช่วงหลังเหตุการณ ๖ อีสานเพื่อรับใช้กรรมกรชาวนา และ
์
ตุลาคม ๒๕๑๙ จึงได้ทีมงานนักศึก- ทหารปฏิวัติในฐานที่มั่น การน าเสนอ
ษาจากในเมืองเข้ามาร่วมเป็นคณะ เนื้อหาให้อ่านง่ายเข้าใจง่าย แต่ใน
ท างาน ได้ปรับปรุงโฉมใหม่ตั้งแต่ ขณะเดียวกันยังมีหน้าที่ล าเลียงข้าว
กลางเดือนเมษายน ๒๕๒๐ ล าเลียงกระดาษ และปฏิบัติงาน ธงปฏิวัติมีอยู่ ๒ ฉบับ คือ
ปลายปี ๒๕๒๐ มีทีมงานจาก ผู้ปฏิบัติงานตามหน้าที่ที่ได้รับ ฉบับออกตามวันส าคัญต่าง ๆ เสนอ
ทับ ๗๔ มี ส.ไพร า ส.ร้อย ส.แสง มอบหมาย นอกจากนั้นยังมีผู้สื่อข่าว เนื้อหาหลายด้านครอบคลุมไปถึงงาน
1
ธรรม จัดท าหนังสือ “ธงปฏิวัติ” ท้องถิ่นตามเขตงานต่าง ๆ และเขต ศิลปวัฒนธรรม และฉบับข่าวธง
สื่อสิ่งพิมพ์รายสองเดือน เสนอ จรยุทธ ปฏิวัติ มีวาระ ๑๕ วันออกครั้งหนึ่ง
10
เสนอข่าวภายในประเทศ ข่าวท้องถิ่น เก่า คือความหวังในวาระปีใหม่ ขอ ประสานงานศิลปะวรรณคดีภูพาน
ข่าวสู้รบ ข่าวในต่างประเทศ เราจงช่วยกันท าให้เป็นจริงขึ้นมา ได้แถลงถึง
นอกจากนั้นส านักพิมพ์ธง ภาคบทกวี มีบทกวีจากเพื่อน โครงการจัดพิมพ์หนังสือใหม่
ปฏิวัติยังได้จัดพิมพ์ บทกวี เรื่องสั้น นักเขียนในเมือง “แด่นักรบแดง” โดย ในปี ๒๕๒๓ คือ รวมเรื่องสั้นจากธง
ร า
นวนิยาย เช่น ดงแดง ศึกดงอิน า เพย ร่วมพัดภัย “เพื่อนร่วมแนว ปฏิวัติ รวมข้อเขียนของลูกหลาน
จากภูพานถึงลานโพธิ์ ทลายแนวปิด จงเจริญ” โดย อินคา บทกวี กรรมกรชาวนาจากคอลัมน์ “จับ
ล้อม ฯลฯ สร้างสรรค์ของชาวนาชุด “จับเคียว เคียวจับปากกา” รวมเรื่องสั้นสู้รบ
ั
ในข่าวธงปฏิวัติ ปีที่ ๑ ฉบบที่ จับปากกา” เช่น น้อมจิตคารวะแด่ จากธงปฏิวัติ และศึกดงอิน า สาระ
๑๒ วันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๒๒ : ภูพาน สมัย โดย ลูกสาว บ้านนา ข่าวจาก นิยายจากเทือกเขาภูพาน โดย รบ
ต้นฉบับจากหอจดหมายเหตุ มหา- จดหมาย โดย พลอย กลางทุ่ง ล้าน ชนะ ช่ าชองยุทธ์ รายงาน
วิทยาลัยธรรมศาสตร์ ประกอบด้วย ไพรีสิจะพ่ายพินาศลง โดย ผีบุญ วรรณกรรมสนทนาสื่อ
ข่าวการเมือง ข่าวกรรมกรอ้อมน้อย ภาคเรื่องสั้นสร้างสรรค์ชอง สัมพันธ์ป่ากับเมือง ท่ามกลางสาย
การ์ตูนการเมือง รายงานข่าวจาก ชาวนา มีเรื่องสั้น เขากับเรา โดย ลมหนาว โดยกลุ่มประสานงาน
เขตบุกเบิก คอลัมน์ “เสียงปืนชัย” ชาน ภูสูง น้ าใจมวลชน โดย ยุทธ์ วรรณศิลปวรรณคดีและโฆษณาการ
รายงานสถานการณ์สู้รบในเขตงาน พร้อมรบ เหตุเกิดปี ๑๙๗๙ โดย นที ภูพาน จัดรายการวรรณกรรม
ต่าง ๆ ข่าวรอบโลก กระทบหลังข่าว น้ าว้า สนทนาที่เขตที่มั่นจรยุทธ์แห่งหนึ่ง มี
เป็นรายงานข่าวทั่วไปทั้งในเขตเมือง วรรณกรรมบันทึก รอยยิ้ม วิสา คัญทัพ ธัญญา ชุนชฎาธาร
และเขตป่า แห่งชัยชนะ โดย วิชัย สงคราม เรา อุดร ทองน้อย ยงค์ ยโสธร ค า
จะต้องพร้อม โดยภูสิต ค าภู กลอย มหาสารคาม วัฒน์ วรรลยาง
ธงปฏิวัติ วรรณกรรมภูพาน : วรรณกรรมรายงาน “เหมา กูร ธีรชัย มฤคพิทักษ์ ร่วมเสวนา
จับเคียวจับปากกา เจ๋อตุง – กวีนักปฏิวัติ” โดย บังทราย เป็นการแลกเปลี่ยนข่าวคราวและ
ธงปฏิวัติ ฉบับวรรณกรรมภู วรรณศิลป์ แปลจากภาษาอังกฤษ ัศนะบทเรียนในงานเขียน บทเรียน
ท
้
พาน ๒ ปีที่ ๑๐ ประจ าเดือนมกราคม มีบทกวีที่เหมาเจ๋อตุงเขียนใหเพื่อน การเคลื่อนไหวทางวรรณกรรมใน
๒๕๒๓ โปรยปกว่าด้วย “จับเคียวจับ เก่าว่า อดีตและปัจจุบัน การส่งข่าวสารจาก
ั
ปากกา” มีเนื้อหาเช่นเดียวกบหนังสือ ยามที่ดอกไม้ร่วงหล่น ป่าสู่เมือง การเสนอแนะข้อคิดและ
แนววรรณกรรมในเขตเมือง ฉันได้อ่านบทกวีไพเราะของเธอ ระวัง วิธีการที่จะประสานการเคลื่อนไหว
จัดพิมพ์ด้วยระบบโรเนียวใน อย่าปล่อยให้หัวใจของเธอเศร้าโศก ทางวรรณกรรมระหว่างป่ากับเมือง
ยังม
ึ่
รูปแบบกระดาษ เอ๔ พับครง เนื้อหา เกินควร ีวิเคราะห์
นั้น
นอ
กจาก
ในเล่มประกอบด้วย บทน า บทกวี จงมีสายตายาวไกลทันกับเหตุการณ บทความของเสถียร จันทิมาธร ใน
์
วรรณกรรมพื้นบ้าน เรื่องสั้น ของโลก นิตยสารอธิปัตย์ฉบับเดือน
วรรณกรรมบันทึก ข่าววรรณกรรม อย่าบ่นว่าน ้าในทะเลสาบคุนหมิงขุ่น กรกฎาคม – สิงหาคม ๒๕๒๓ ว่า
จดหมายจากผู้อ่าน และคอลัมน์ เกินไป เพราะเห็นปลาที่แม่น ้าฟูอันได้ “ต้องเข้าประสานกรรมกร ชาวนา
หนังสือน่าอ่านห้องสมุดธงปฏิวัติ ดีกว่า และคนยากจน อารมณ์ศิลปินจะยิ่ง
ภาคบทน าโดยกอง ในภาคบทผญา มหาห้วย วัง ละเอียดอ่อนยิ่งขึ้น” ได้แสดงทัศนะว่า
บรรณาธิการ ได้กล่าวอวยพร เดือนห้า ได้ร่ายผญาภายใต้ชื่อ “สุข นักเขียนหรือศิลปินแขนงอื่น ๆ
ส.ค.ส. ๒๕๒๓ ลึกลงไปในจิตใจ เรา ใจเมื่อได้ติดตามพรรค” จะต้องมีอารมณ์ศิลปิน ผลงานจึงจะ
ต่างเชื่อมั่นว่าสักวันหนึ่ง เราจักต้อง ส่วนวรรณกรรมพื้นบ้าน มีชีวิตชีวา แต่อารมณ์ของศิลปินแต่
ชนะ การต่อสู้ผ่านไปปีแล้วปีเล่า จัก กลอนล าเพลินสลับเพลงน่าสนใจยิ่ง ละคนก็มีลักษณะชนชั้นที่แน่นอน ซึ่ง
ปัจจ
ก้าวต่อไปใน ๓ ด้าน คือ ด้าน “ฉลองชัย ๗ สิงหา” “หน่ายลูกแหล่ง ุบันในวงการนักเขียนไทยมี
ความคิด ด้านการเมือง ด้านการ โซเวียตในเอเซีย” แนวคิด ๓ แนว คือ
จัดตั้ง เราใฝ่ฝันว่าโลกใหม่ สังคมใหม่ หน้าข่าววรรณกรรม : ๑. กระแสความคิดศักดินา
และชีวิตใหม่ที่จะมาถึง ควรสดใสกว่า กรรมการฝ่ายวรรณกรรม กลุ่ม ก าลังตกต่ า
11
๒. กระแสความคิดเสรีนิยมของ ถูกต้อง จะมีอารมณ์ที่ละเอียดอ่อน มีการเคลื่อนไหวออกหนังสือประจ า
ชนชั้นนายทุนน้อย เป็นกระแส ลึกซึ้งและเข้าใจอย่างเป็นระบบถึง จังหวัด ๓ ฉบับ คือ นสพ.ตะวันแดง
ครอบง าวงการนักเขียนไทยใน เหตุผลที่ประชาชนส่วนใหญถูกกดขี่ (ภูสระดอกบัว) นสพ.แนวหน้า (ดง
่
ปัจจุบัน จะยิ่งมีอารมณ์รักต่อประชาชนและ มูล) นสพ.ภูสูง ยุคใหม่ (ภูสูง) ออก
๓. กระแสความคิดลัทธิมาร์กซ– มองเห็นทิศทางอันรุ่งโรจน์ของการ ฉบับปฐมฤกษ์พร้อมกันทั้ง ๓ ฉบับ
เลนิน เป็นพลังใหม่ที่ก าลังเติบใหญ่ พัฒนาสังคม เมื่อ ๗ สิงหาคม ๒๕๒๒ พิมพ์ด้วย
กระแสความคิดเสรีนิยมมีลักษณะที่ ระบบโรเนียว นอกจากนั้นยังมี
ก้าวหน้าระดับหนึ่ง คือคัดค้านความ หลังการประชุมผู้ปฏิบัติงาน หนังสือพิมพ์ประจ าเขตฐานที่มั่นคือ
คิดศักดินา รักความเป็นธรรม รักใน โฆษณา เมื่อเดือนกรกฏาคม ๒๕๒๒ “๔ หน้าปฏิวัติ” รายเดือนซึ่งออกมา
เสรีภาพ เสมอภาพ เกลียดการรวม ได้ ๒ ปี ด้วยระบบพิมพ์ดีดอัดส าเนา
อ านาจ การกดขี่เอารัดเอาเปรียบ มีจดหมายจาก ส.ขาว ทีมงาน
ขณะเดียวกันก็มีด้านที่ล้าหลัง คือ หนังสือพิมพ์ภูสูงยุคใหม่ ใน
เน้นเสรีภาพส่วนบุคคลมากเกินไป ภาวการณ์ขาดแคลนอุปกรณ์ต่าง ๆ
ชอบท าตามใจตนเองจนกระทั่งเกิด ในการจัดพิมพ์แต่ใจยังเข้มแข็ง
ลักษณะเสรีอย่างไร้ขอบเขต ซึ่ง จดหมายจาก ส.เกียรติ ได้ส่งข่าวถึง
สะท้อนเข้ามาในความคิดของศิลปิน เพลงใหม่ของวง ๖๖ ภูพาน เช่น
บางกลุ่มในลักษณะอนาธิปไตย เช่น สองผู้ยิ่งใหญ่ มวยคู่เอก ศึกเจ้ายุทธ
หมกมุ่นกับตัวเองอย่างบ้าครั้ง ท าให้ จักร นักรบจากไซบีเรีย
คนทั่วไปเกิดความรู้สึกที่ไม่ดีต่อค าว่า จดหมายจากนักเขียนน้องใหม่
“อารมณ์ศิลปิน” ได้เสนอทิศทางแก่ ลูกหลานชาวไร่ชาวนานาม “รณ
ศิลปิน นักเขียนว่า การที่จะมีอารมณ์ ยุทธ์” ส่งเรื่องมาเพื่อตีพิมพ์
ศิลปินที่ถูกต้องได้ ก็จะต้องย้าย จดหมายจากมิตรร่วมรบ เขาชัย ภู
จุดยืนจากชนชั้นนายทุนน้อย เข้า สระ ให้ก าลังใจทีมงานธงปฏิวัติยังยืน
ประสานกับประชาชนผู้ถูกกดขี่ หยัดสู้ต่อไป ท่ามกลางกระแสคลื่นลม
โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรรมกรชาวนา แรงที่ซัดกระหน่ ามาอยู่ไม่ขาดระยะ
และคนยากจน ศึกษาทฤษฎีมาร์กซ– และจดหมายจาก ส.ชาน ให้ก าลัง
เลนินประสานกับการปฏิวัติ อารมณ์ ทีมงานธงปฏิวัติ และก าลังท า
ความรู้สึกจึงจะเปลี่ยนไปสู่ทิศทางที่ ห้องสมุดในเขตป่า พร้อมส่งเรื่องสั้น
มาเพื่อพิจารณา
แนะน าหนังสือห้องสมุดธงปฏิวัติ
๗ เล่ม คือ โฉมหน้าศักดินาไทย
(จิตร ภูมิศักดิ์) ลาก่อนนาวังเหล็ก
(สมคิด สิงสง) ข้าวแค้น (วัฒน์ วรร
ลยางกูร) ก่อนกัมพูชาแตก (เอกสาร
ของกรมหนังสือพิมพ์และข่าวสาร
ของกัมพูชาประชาธิปไตย) เราผ่าน
เหตุการณ์ ๖ ตุลาคมมาได้อย่างไร
(สุธรรม แสงประทุม) เยาวชนแห่งทุ่ง
กว้าง (นวนิยายจีนหลังการปฏิวัติ
ส าหรับเยาวชน) พิราบเมิน (สุวัฒน์
วรดิลก)
มีข่าวดีหนังสือใหม่ที่ส่งมายัง
12
ทั้งนี้ห้องสมุดธงปฏิวัติ ยืมได้ครั้งละ
ไม่เกิน ๒ เล่ม
ธงปฏิวัติ ฉบับวรรณกรรมภู
พาน ๒ ปิดท้ายด้วยบทกวี เราจะท า
อะไรกันวันปีใหม่ โดย ธงแดง ประดับ
ดาว เขียนถึงธงปฏิวัติเมื่อได้มาเยือน
ถิ่นดงหลวง ทุ่งโล่ง ดงงาม ผ่านถนน
ชื่อเปรมพัฒนาจากดงหลวงถึงเขา
วง เรื่องราวเหล่านี้ถูกบันทึกไว้ว่า
ผ่านความทรงจ าจากหนังสือท ามือ
เล่มเล็ก ๆ ที่เมื่อกลับไปอ่านแล้วยัง
ทรงคุณค่าท่ามกลางสถานการณ ์
การสู้รบในห้วงสุดท้ายก่อนจะ
ประกาศใช้นโยบาย ๖๖/๒๕๒๓
ในขณะที่ปัจจุบันทีมงานธงปฏิวัติส่วน
หนึ่งยังลี้ภัยในต่างประเทศ
ก่อนที่ประวัติศาสตร์และ
ความทรงจ าเหล่านี้จะเลือนหายไป
น่าจะมีการบันทึกเรื่องราวหรือ
ศูนย์กลางข้อมูลในท้องถิ่นเพื่อ
ศึกษาประวัติศาสตร์แห่งการการ
ต่อสู้ทั้งอุดมการณ์ความคิดและ
การเมือง
ข้อมูลอางอิง/ภาพประกอบ :
้
บันทึกจากภูพานถึงลานโพธิ์ โดย วิ
สา คัญทัพ
ข่าวธงปฏิวัติ ปีที่ ๑ ฉบบที่ ๑๒ วันที่
ั
๑ ตุลาคม ๒๕๒๒
ธงปฏิวัติ ฉบับวรรณกรรมภู
พาน ๒ มกราคม ๒๕๒๓
ขอขอบคุณ : หอสมุดจดหมาย
เหตุ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่า
ห้องสมุดธงปฏิวัติ จ านวน ๑๒ เล่ม ผู้ต้องหา ๖ ตุลา) ฟ้าหลังฝนที่บ้าน พระจันทร์
คือ รวมบทกวีและเรื่องสั้นดีเด่น ดอกท้อบาน (รวมเรื่องสั้นจีน) สาย 1 หมายเหตุบรรณาธิการ ส.
ประจ าปีของสมาคมภาษาและหนังสือ ธารวรรณกรรม (รวมบทวิจารณ ์ ไพร า หมายถึงวิสา คัญทัพ ส.ร้อย
แห่งประเทศไทย รวมเรื่องสั้นยุคขาน ศิลปะวรรณคดีของประสิทธิ์ รุ่งเรือง หมายถึงวัฒน์ วรรลยางกูร และ ส.
รับปีชาวนา (หลายนักเขียน) รวม รัตนกุล) เข้าสู้เพื่อเสรีภาพ (เสถียร แสงธรรม หมายถึงธัญญา ชุญชฏา
เรื่องสั้นจากเหตุการณ์ ๖ ตุลา ชุด เกตุสัมพันธ์) แด่เยาวชน (บทความ) ธาร
ฆาตกร (หลายนักเขียน) ขอดน้ าตา ตื่นเถิดเยาวชน (รวมบทความของ
กิน (ส าเริง ค าพะอุ) บนเส้นทาง อนุช อาภาภิรม) แผ่นดินเดียวกัน
ศรัทธาประชาชน (รวมบทกวีของ (รพีพร) พิราบเมิน (สุวัฒน์ วรดิลก)
13
โดยที่ครูเองซึ่งท าหน้าที่สอน
ี
ิ
โรงเรยนขนาดใหญพเศษ อยู่ในโรงเรียนขนาดใหญ่พิเศษอย่าง
่
ู
ี
นักเรยน คร อยูอยางไร สมเด็จพิทยาคม ก็เป็นห่วงเช่นกัน
่
่
และอาจมากกว่าผู้ปกครองบางท่าน
ใหรอดจากภาวะวกฤต เสียอีก เพราะมาตรฐานของโรงเรียน
ิ
้
ขึ้นอยู่กับผลการเรียนรู้ของเด็กเป็น
ส าคัญ
ดังนั้นการจัดกิจกรรมการ
เรียนการสอนด้วยระบบ Online
เพื่อรองรับสถานการณ์จึงเป็น
รูปแบบหลักในโรงเรียนของเรา แต่
ปัญหาที่พบมาตลอดระยะเวลาสองปี
กว่า คือปัญหาเรื่อง เครื่องมือ
สื่อสาร และสัญญาณเน็ต
“คุณครูอ้าปากพะงาบ ๆ แต่
พวกหนูไม่ได้ยินเสียงเลยค่ะ“
“คุณครูอ้าปากค้าง คุณครู
งับปาก“
“หลุด ๆ เน็ตผมหลุดครับ
ครู“
“ครูคะบ้านหนูมีโทรศัพท์
เครื่องเดียว ถ้าน้องหนูเรียน หนูก็
ขาดเรียนค่ะ“
เสียงของเด็กย่อมดังเสมอ
นามว่า โอมิคอน “หลายระลอกแล้ว ส าหรับครู ครูจึงใช้ตารางการเรียน
นะ เมื่อไหร่มันจะหยุดเสียที” เสียง การสอนโทรทัศน์ทางไกล On air
บ่นอุบของผู้ปกครองนักเรียนดังมา พร้อมทั้งให้เอกสารประกอบการ
เข้าหูครูเป็นระยะบ่งบอกถึงความ เรียนการสอน หรือบทเรียนส าเร็จรูป
วิตกกังวลเกี่ยวกับอนาคตการเล่า แก่นักเรียน ซึ่งแน่นอนว่าความ
เรียนของลูกหลาน แตกต่างระหว่างบุคคลของนักเรียน
สองปีมาแล้วที่โลกได้เรียนรู้
และอยู่กับสถานการณ์โรคระบาด
อย่างไวรัสโคโรนา 2019 ซึ่งมีการ
กลายพันธุ์ จนล่าสุดได้ชื่อเสียงเรียง
14
ในด้านระเบียบวินัยความใส่ใจ ช่วยเหลือครอบครัวครูก็อนุญาต เดี่ยวขับรถเข้าไปในชุมชน ในหมู่บ้าน
รับผิดชอบก็ย่อมส่งผลด้านการเรียน และพยายามชี้แจงกับผู้ปกครองด้วย ที่ห่างไกลหลายกิโลเมตร การลง
ที่แตกต่างกันในด้านคุณภาพ เหตุและผล ซึ่งเสียงของผู้ปกครองก็ พื้นที่อย่างไม่เป็นทางการนั้นท าให้คร ู
ส่วนผู้ปกครองของนักเรียนที่ ต้องมีมาให้ครูรับฟังพร้อมพิจารณา ได้พบกับสภาพจริงของครอบครัว
แตกต่างหลากหลายก็เช่นกัน แยกแยะ นักเรียน และที่น่าวิตกคือ นักเรียนมี
“คุณครูขาแม่ไปธุระ แม่ให้หนู “พ่อแม่มันไม่อยู่ ไปท างาน ปัญหาเป็นโรคซึมเศร้า อันเป็นผล
เลี้ยงน้องค่ะ“ กรุงเทพ /ระยอง /ภูเก็ต...หมด มัน พวงมาจากการห่างหายจากสังคม
“คุณครูครับตาผมให้ไปเลี้ยง อยู่กับยาย เพื่อนในโรงเรียน ห่างหายจาก
วัว...” อยากให้โรงเรียนเปิดไว ๆ กิจกรรมหลายอย่างที่โรงเรียนเคย
“คุณครูคะย่าให้หนูพาไป ยายขี้เกียจดูแลมัน“ จัดให้ในช่วงสถานการณ์ปรกติ
โรงพยาบาลค่ะ“ อย่างไรก็ตาม แม้จะสื่อสาร อย่างไรก็ตามล่าสุด
เสียงของนักเรียนเหล่านี้ครู ผ่านออนไลน์ แต่สุดท้ายแล้วการ โรงเรียนได้ฝ่าฟันวิกฤตตัดสินใจจัด
ย่อมมีหน้าที่รับฟัง แม้ใจจะรุ่ม ๆ ออกเยี่ยมบ้านนักเรียนคือวิธีการที่ กิจกรรมใน “โครงการพัฒนาการ
กลัวเด็กเรียนไม่ทันเพื่อน แต่ถ้า ดีที่สุด ซึ่งมีทั้งการเยี่ยมในระบบและ อ่านเขียนคิดวิเคราะห์วิชาภาษาไทย”
เหตุผลนั้นคือทักษะชีวิต คือการ นอกระบบ บางครั้งครูต้องฉาย ซึ่งปีนี้เน้นกิจกรรมสุนทรียภาษาศิลป์
อ่าน เขียน สร้างสุขเรียนรู้กับครูกว ี
ศิลปินแห่งชาติ ไพวรินทร์ ขาวงาม
เพื่อให้นักเรียนได้ปลดปล่อยตัวเอง
จากการถูกล้อมกรอบจากโรคระบาด
ซึ่งได้รับการชื่นชมจากทุกฝ่าย และนี่
จะเป็นแนวทางการท าให้นักเรียน ครู
โรงเรียนน าไปใช้แก้ปัญหา และเสริม
สร้างศักยภาพอย่างเป็นรูปธรรม
ต่อไป.
ครูรจนา อินทร์เหล่าใหญ่ โรงเรียน
สมเด็จพิทยาคมอ าเภอสมเด็จ
จังหวัดกาฬสินธุ์
15
คือวรรณศิลป์กลนอักษร
ิ่
ื
หอมระบือลอกระฉ่อนทั่วภพผอง
ฝนแรก
ธีระธรรม แก้วเพ็ญศร
ี
ปลายเดือน มีนาคม ๒๕๖๕
16
่
่
ຢ່າຫ່າວ อยาหาว
ບູຮານວ່າ...
ມີມື ຢ່າຫ່າວຊີີ້ ບັນຊາສັັ່ງວິນິດໄສ
ໃຫ້ໄຄ່ ຄວນຄະເນຄັກ ຊັັ່ງຊາເໝາະແມ້ງ
ຕົກຕາ ລົງລາຍໝ້ອງ ຕີປາສະເທືອນນາກ
ຍາກເມືື່ອ ການເກືື່ອຍແກ້ ຊວຍຊ ້າສົັ່ງເວນ
ມີປາກ ຢ່າຫ່າວເວົ້າ ວາງວາດໂວຫານ
ເຖືອຖາກ ແຝງຝົງຄົມ ຖະຫລົັ່ມໃຈເຈັບຊ ີ້າ
້
ໃຫຮ ່າ ດອມດູຖ້ວນ ສຸນັກຂາຄັກລະອຽດ
ໃຜເປັນ ເຈົ້າຜູ້ລ້ຽງ ເກືອເຂົ້າຄອບອາຫານ
ມີຕີນ ຢ່າຫ່າວທືີ້ນ ຍົກຍ່າງສະເທືອນແຮງ
ຂາງຂືື່ ເຮືອນຮັງໄຫວ ຫວັັ່ນໂຍນຖະໜັດໂຫຍ້ນ
ເພິື່ນວ່າ ຂວງເຂັດຮ້າຍ ຜີເຮືອນຄະນອງເດດ
ພາໃຫ້ ເຄືອງຄັັ່ງຄ້າງ ຂັດຂ້ອງຕະລ່າງເຮືອນ
ມີຫົວ ຢ່າຫ່າວໃຊ້ ປະສົງທີື່ທາງທ າລາຍ
ຄິດຕ ່າ ເຕັມຕີມພິດ ແພ່ພານພະລັງຮ້ອນ
ຫົວນັ້ນ ສູງສຸດດ້ວຍ ມີປັນຍາແຍງປະໂຫຍດ
ຄິດແຕ່ ແນວຂີີ້ດຽດຮ້າຍ ສະເໝີເທົ້າແທດຕີນ ຊັ້ນ
ໃດ
26.7.2021.
ออออ
สะดันยู เพ็ดชะลาด
นักเขียนหนุ่ม สปป.ลาว เคยมาเยือน “ซับแดงแหล่ง
ต านาน” พร้อมคณะผู้แทนนักเขียน สปป.ลาว จาก
ิ
สมาคมนักประพันธ์ลาว เมื่อเดือนสงหาคม 2562
่
ก่อนการแพรระบาดของไวรัสโควิด 19
17
เสียวสวาดค ากลอนปางค า ົ ົ ົ້
ັ
ั
ไชสุวน แพงพง ັ
ั
ุ
ั
้
้
ผมไดรบขอความจากไชสวน แพงพง ີ
ื่
ี
ิ
ั
เพอนนักเขยนเชอชาติลาวสญชาตอเมริกน ັ
ั
ื้
เมอไมกวนมาน ความวา.. ກ່ຽວກັບວາຣະສານ ື
ี
่
ี
้
ั
่
ื
่
่
ສັບແດງເຈີໂນລ ນັ້ນ ຄຶດວ່າຖ້າມີຄໍລ ານຶື່ງ "ນິທານຄ າ ກມວນນະຄະດ, ກະຊວງສກສາທການ ຕນສະບບ “ໜງສສຽວສວາດ” ພມໂດຍ
ກອນຊຸດສຽວສວາດ" ໃນນັ້ນຈະມີ 48 ເລືື່ອງ ນ າສເນີ
ເປັນຕອນໆໄປ ຄົງກຸ້ມເຖິງ2ປີປາຍ. ຂໍອາໄສໃຫ້ ຊາຕຣີ ຶ
ສງ່ຽມວົງສ໌ ຖອດເປັນພາສາໄທຍໃຫ້ ຈະໄດ້ບໍ? ເຫັນ
ວ່າລາວຊ ານານດ້ານກາບກອນສູງ. ຄ່າປາກກອກ ິ ິ
ປາກກາ ບໍໍ່ໃຫ້ກັງວົນນ າດອກ. ເອົາໄວ້ໂຄວິດວ່າງໆ
ຈັກໜ້ອຍຈະໄປຢາມ
แปลงเปนความไทยไดประมาณวา “..
็
้
่
่
ั
เกยวกบวารสารซบแดงเจอร์นล น้น คดวา
ั
ี
ั
ิ
ั
่
ิ
ั
้
่ ้
่
ั
ุ
ี
ถามคอลมน์หนง “นิทานค ากลอนชดเสยว ปากกอกปากกา ไมใหกงวล เอาไวโควดวาง
ึ
่
ี
้
่
ี
่
ั
ี
สวาด” ในน้นจะม 48 เรื่อง น าเสนอเปน ๆ จักหนอยจะไปเยยมยาม..”
็
ี
่
ตอน ๆ ไป คงคมไดกวา 2 ป ขออาศยให ้ ผมจึงประสานงานไปงานทานอดต
ั
ุ
ี
่
้
้
่
ั
ี
่
้
่
ี
็
ชาตร เสงียมวงศ์ ถอดเปนภาษาไทยใหจะได ้ ผอ.กศน.ชาตร เสงียมวงศ์ ทานไมขดของ
่
้
ิ
ื
่
่
้
่
็
ู
บ? เหนวาทานชานาญดานกาพกลอนสง คา แตขอเวลาหนอย เนองจากภารกจดานการ ี ่
่
่
่
่
้
ี
ผลตตนฉบบงานเขยนของทานมประจ าอยท
ิ
ั
ี
ู
้
่
่
นตยสารทางอศานรายเดอนอกแหงหนง
่
ึ
ื
ิ
ี
ี
่
ิ
ู
ระหวางรอ ผมจึงพจารณาด “ค าน า”
่
และบทประกอบความคดเหนในประเดนตาง
็
็
ิ
่
ๆ ของทานไชสวน แพงพง (Xaysouvanh
ั
ุ
่
็
Phengphong) และเหนวานาจะนามาเผย-
่
่
็
่
ี
ี
่
แพรไวทนดวย กจะเปนประโยชน์แกผสนใจท ี ่
็
ู
้
่ ้
่ ้
ิ
ิ
จะตดตาม คนควางานศลปะวรรณกรรม
้
้
ิ
ี
คลาสสกช้นนไมมากกนอย
้
ิ
็
่
้
ุ
ิ
สรปไดวา การนาเสนอช้นงาน “นิทาน
้ ่
ี
ค ากลอนเสยวสวาด” สานวนไชสวน แพง
ั
ุ
้
พงนจะเปนการทางานรวมกน ท้งทานไชส ุ
ี
ั
็
ั
่
่
ั
ู
ั
ี
วน ผประพนธ์ ทาน ผอ.ชาตร และผม
่
้
ิ
ในฐานะบรรณาธการวารสารฉบับนี้
18
ຄ ານ າ ค าน า
ຕອນເລີື່ມຕົ້ນແຕ່ງການບ້ານເລືື່ອງ ”ບຸນທາດ ตอนเรมต้นแต่งการบ้านเรื่อง “บุญธาตุ
ิ่
ຫລວງ”ເມືື່ອຄາວຮຽນຢູ່ຊັ້ນ ມ.2 ນັ້ນ ຕົນເອງບໍໍ່ເຄີຍ หลวง” เมอคราวเรียนอยู่ชั้น ม.2 นั้น ตนเองไม่เคย
ื่
ຝັນເຖິງອະນາຄົດວ່າມີວັນນຶື່ງຈັກໄດ້ຮຽບຮຽງ”ສັງສິນ ฝันถึงอนาคตว่าจะมีวนหนึ่งจักได้เรียบเรียง “สัง
ั
ໄຊ” “ຊຽງໝ້ຽງ” ແລະ”ສຽວສວາດ-ສະບັບປະພັນ สินไช” “เซียงเหมี้ยง” และ “เสียวสวาด ฉบับ
ດ້ວຍກອນອ່ານປາງຄ າ” ຄືແນວນີີ້. ประพันธ์ด้วยกลอนอ่านปางค า” ดังเช่นนี้
ພຽງແຕ່ວ່າ ແຕ່ງກອນເພືື່ອຄວາມມ່ວນຊືື່ນ, ແຕ່ງ เพียงแต่ว่า แต่งกลอนเพื่อความสนุกสนาน
ิ่
ຍ້ອນເລີື່ມມີຄວາມຮັກໃນຜູ້ຄົນ ແລະໃນທັມມະຊາດຂອງ แต่งเพราะเรมมีความรักในผู้คน และในธรรมชาติ
ของบ้านเกิดเมืองนอน หลัง ๆ มาก็แต่งเพราะเห็น
ບ້ານເກີດເມືອງນອນ ຫລັງໆມາກໍແຕ່ງເພາະເຫັນ ความบกพร่องของคนในสังคม เคยแต่งใส่เศษ
ຄວາມ ບົກພ່ອງຂອງບຸກຄົນໃນສັງຄົມ... ເຄີຍແຕ່ງໃສ່ กระดาษขณะท าการบินอยู่บนท้องฟ้า แต่งตอนได ้
ັ້
ເສດເຈຽຕອນບິນຢູ່ເທິງຟ້າ ແຕ່ງຕອນໄດ້ໄປພັກຢູ່ ไปในที่ต่าง ๆ เมื่อมาอยู่อเมริกาก็ยังแต่งอยู่เป็น
ູ່
ເມືອງອືື່ນໆ...ເມືື່ອມາຢູ່ອະເມຣິກາກໍຍັງສືບຕໍໍ່ແຕ່ງຢເປັນ ประจ า
ປະຈ າ. อยู่มาวันหนึ่ง ได้อาศัยคนรัก ช่วยกันแปลบ
ຢູ່ມາວັນນຶື່ງ ກໍອາໄສຄົນຮັກແພງຊ່ອຍແປກອນ ทกลอนเป็นภาษาอเมริกันส่งให้ส านักพิมพ์ เขาก็
ิ
ลงพมพ์ให้ร่วมกับบรรดากวีเชื้อสายอื่น ๆ
ເປັນພາສາອະເມຣິກັນແລ້ວສົັ່ງຫາສ ານັກພິມ ເພິື່ນກໍລົງ
ั
ื
เนื่องในวนได้เข้าเป็นพลเมองสหรัฐก็ได้เขียน
ພິມໃຫ້ຮ່ວມກັບບັນດານັກກະວີເຊືີ້ອສາຍອືື່ນໆ. ເນືື່ອງ กลอนขึ้นอ่านในพิธี มีนักหนังสอพมพมาขอกลอน
ิ
์
ื
ໃນວັນໄດ້ຮັບເຂົ້າເປັນ”ພົນລະເມືອງສະຫະຣັດ” ກໍໄດ້ บทนั้นไป
19
ແຕ່ງກອນແລ້ວອ່ານຢູ່ໃນພິທີ, ມີນັກໜັງສືພິມມາຂໍ ผลงานได้รับการตีพิมพรวมอยู่ในหนังสือ 3-4
์
ກອນບົດນັ້ນໄປ. เล่ม จึงมีคนติดต่อขอผลงานลงพิมพ์ในรวมชุดใหญ่
ຜົນງານໄດ້ຮັບລົງພິມຮວມໝູ່ໃນປ ຶ້ມປົກແຂງ ชื่อว่า “บทกวีและกวีดีเด่นของอเมริกาในศตวรรษท ี่
ี
3-4 ຫົວ ຈຶື່ງມີຄົນຕິດຕໍໍ່ເພືື່ອຂໍຜົນງານລົງພິມໃນໂຮມ 20” จากนั้นมา 8-9 ปี ส านักกวทางฝั่งตะวันออกซึ่ง
ຊຸດໃຫຍ່ຊືື່ວ່າ ”ບົດກະວີແລະນັກກະວີດີເດັັ່ນ ຂອງ ติดตามผลงานของคนสมควร ได้เชิญชวนร่วมการ
ตรวจสอบและลงพิมพ์ผลงานใหม่ จนถงปี 2013
ึ
ຈາກນັ້ນມາ8-9 ປີ ສ າ
ອະເມຣິກາໃນສະຕະວັດທີ20”. (2556) เขาจึงประกาศว่าได้รับรางวัล “กวีผู้ยิ่งใหญ่
ນັກກະວີທາງຝັັ່ງຕາເວັນອອກຊຶື່ງເພິື່ນຕິດຕາມຜົນງານ ทั่วอเมริกา” และปีเดียวกันนั้น ส านักกวีอีกแห่งหนึ่ง
ั
ມາດົນສົມຄວນ ໄດ້ເຊີນຮ່ວມການກວດສອບແລະ ทางฝั่งตะวนตกก็ประกาศให้รางวัล “เหรียญทองกวี
ລົງພິມຜົນງານໃໝ່, ເຖິງປີ 2013 ເພິື່ນຈຶື່ງປະກາດວ່າ นิพนธ์ยอดเยี่ยม”
ั้
ໄດ້ຮັບຮາງວັນ”ນັກກະວີอออຜູ້ຍິື່ງໃຫຍ່ທົັ່ວອະເມຣິກາ” รางวัลทงสองถือเป็นบาทเลี้ยวที่สาคัญในชีวิต
ແລະປີດຽວກັນນັ້ນ ສ ານັກກະວີອີກແຫ່ງນຶື່ງທາງຝັັ່ງ วรรณกรรมของข้าพเจ้า โดยเฉพาะคือการได้เข้า
เรียนยกระดับก่อนจะรับเหรียญทองกวี ซึ่งมด้วยกัน
ี
ຕາເວັນຕົກກໍປະກາດໃຫ້ໄດ້ຮັບຮາງວັນ”ຫລຽນຄ າ 64 คนจากรฐต่าง ๆ ของสหรัฐ พวกเขาเป็นกวีทมี
ั
ี่
ກະວີນິພົນຍອດຢ້ຽມ” ชื่อเสียง ผลงานตีพิมพ์มาหลายเล่ม และก็มีเชื้อสาย
ຮາງວັນທັງສອງ ຖືເປັນບາດລ້ຽວໃນຊີວິດ จากหลายชาติ
ວັນນະກັມຂອງຂ້າພະເຈົ້າ โอกาสนั้นข้าพเจ้ารสึกว่าการแต่งกลอนของ
ໂດຍສະເພາະແມ່ນການໄດ້
ู้
ເຂົ້າຮຽນຍົກລະດັບກ່ອນຈະຮັບຫລຽນຄ າກະວີ ຊຶື່ງ ตนเองที่ผ่านมาอยู่เพียงระดับชั้นประถมเท่านั้น ทั้ง ๆ
ื่
ມີນ າກັນ 64 ຄົນຈາກຣັດຕ່າງໆຂອງສະຫະຣັດ. ພວກ ที่มีผลงานพิมพ์ในลาว ไทย บูลการีมาก่อนแล้ว เมอ
ເພິື່ນເປັນນັກກະວີທີື່ມີຊືື່ສຽງ, ຜົນງານຖືກຕີພິມມາ มองกลับไปก็เป็นจริมตามนั้น เพราะบทกลอนเพียงแต่
ระบายยความรู้สึก หรือไมก็เพียงแต่วาดภาพ
่
ຫລາຍຫົວ ແລະກໍມີເຊືີ້ອສາຍຈາກຫລາຍຊາດ. เหตุการณ์ด้วยค ากลอน
ໂອກາດນັ້ນ ຂ້າພະເຈົ້າຮູ້ສຶກວ່າການແຕ່ງກອນຂອງ เทียบอย่างหนึ่ง ตนเองยังเป็นนักฟุตบอลทีม
ູ່
ຕົນເອງທີື່ຜ່ານມາ ຢພຽງລະດັບຊັ້ນປະຖົມທໍໍ່ນັ້ນ. ທັງໆ เมืองอยู่ ยังไม่ถึงทีมชาติ และยังห่างไกลจากนัก
ທີື່ຕົນເອງມີຜົນງານພິມໃນລາວ, ໄທ, ບຸນກາຣີ ฟุตบอลทีมโลก ด้วยพรสวรรค์และการพากเพียร
ี
้
ມາກ່ອນແລ້ວ. ເມືື່ອຫລຽວຄືນຫລັງກໍເປັນແນວນັ້ນ ศึกษาเล่าเรยนดวยตนเอง จึงค่อย ๆ ก้าวขึ้น
ุ
ແທ້ ເພາະບົດກອນພຽງແຕ່ລະບາຍຄວາມຮູ້ສຶກອອກ มองเห็นโลกวรรณคดีชัดเจนกว่าเก่า มีมมมองด้าน
ึ
“จินตภาพและอารมณ์ความรู้สก” อันเป็นพื้นฐานของ
ຫລືບໍໍ່ ກໍພຽງແຕ່ວາດພາບເຫດການດ້ວຍຄ າກອນ. กวีได้สูงขึ้น
ທຽບຢ່າງນຶື່ງຕົນເອງຍັງຢູ່ໃນທິມເຕະບາຂອງ จนมาถึงวนนี้จึงสามารถแต่ง “เสียวสวาด”
ั
ເມືອງ ຍັງບໍໍ່ເຖິງຂັ້ນທິມຊາດ ແລະໄກຫ່າງຈາກທິມ ขึ้นมาใหม่ เป็นฉบับประพันธ์ด้วยกลอนอ่าน “ปางค า”
ເຕະບານໂລກ. ຍ້ອນພອນສວັນ ແລະພາກພຽນສຶກສາ ไว้เพื่อทดแทนคุณบรรพบุรุษนักปราชญ์ลาวล้านช้าง
ຮ ່າຮຽນດ້ວຍຕົນເອງຈຶື່ງຄ່ອຍໆກ້າວຂຶີ້ນ ເບິື່ງໂລກ และเพื่อส่งต่อให้คนยุคใหม่ต่อไป
ວັນນະຄະດີແຈ້ງຊັດກວ່າເກົັ່າ, ມີມຸມມອງດ້ານ ”ຈິນຕະ เมื่อพดถึง “เสียวสวาด” มีหลายคนเคยได้รับรู้
ู
ນາພາບແລະອາຣົມຈິດ” ອັນເປັນພືີ້ນຖານຂອງນັກ นิทานบางเรื่องมาก่อนแล้ว เช่นเรื่องเสนาหมากขี้กา,
ກະວີ ສູງລືື່ນເກົັ່າ. ຈົນມາເຖິງມືີ້ນີີ້ ຈຶື່ງສາມາດແຕ່ງໃໝ່ กระต่ายตื่นตูม, หงส์หามเต่า.. นิทานในเสียวสวาดยังม ี
หลายสิบเรื่อง อาจเป็นเพราะว่าส านวนการแต่งไม
่
“ສຽວສວາດ-ສະບັບປະພັນດ້ວຍກອນອ່ານ-ປາງຄ າ” ง่ายดาย จึงไม่เป็นที่จับใจของมวลชน ท่านประพันธ์
ໄວ້ເພືື່ອທົດແທນຄຸນບັນພະບຸຣຸດນັກປຣາດລາວລ້ານ ด้วยค าพูดธรรมดา ตรงที่เป็นบทกลอนก็ไม่เลื่อนไหล
ຊ້າງ ແລະເພືື່ອສົັ່ງຕໍໍ່ໃຫ້ຄົນຍຸກໃໝ່ຕໍໍ່ໄປ. ส่วนหนึ่งก็เป็นร่าย ถึงเป็นวรรณคดีของชาติ แต่มี
ເມືື່ອເວົ້າເຖິງ”ສຽວສວາດ” ມີຫລາຍຄົນເຄີຍໄດ້ หลายเรื่องที่ไม่ค่อยเกาะกินใจมวลชน ซึ่งได้อธิบายไว้
20
ຮູ້ນິທານບາງເລືື່ອງມາກ່ອນແລ້ວ ເຊັັ່ນເລືື່ອງ: ເສນາໝ ใน “บทความเห็น” หน้าต่อไป
າກຂີີ້ກາ, ກະຕ່າຍຕືື່ນໝາກຕູມ, ຫົງຫາມເຕົັ່າ... เคยไดพิมพ์เป็นเล่มเล็กมาก่อนแล้ว มีด้วยกัน
้
ນິທານໃນສຽວສວາດຍັງມີຫລາຍສິບເລືື່ອງ. ອາດ 45 บท แต่ก็เป็นเพียงการย่อนิทาน เพื่อประกอบส่วน
ຍ້ອນວ່າສ ານວນການແຕ່ງບໍໍ່ງ່າຍດາຍຈຶື່ງບໍໍ່ເປັນທີື່ การร่วมฉลองนครหลวงเวียงจันทน์ครบรอบ 450 ปี
ຈັບໃຈຂອງມວນຊົນ. ເພິື່ນປະພັນດ້ວຍຄ າເວົ້າທັມມະ ผลงานแต่ละฉบับได้รับก าลังใจและปัจจัยอุ้มชู
้
ດາ ບ່ອນເປັນກອນກໍບໍໍ່ລ່ຽນໄຫລ ສ່ວນນຶື່ງກໍເປັນ จากพี่นองเชื้อสายลาวอยู่ทุกมุมโลก โดยเฉพาะอยู่ใน
”ກອນຮ່າຍ”. ເຖິງເປັນວັນນະຄະດີຂອງຊາດແຕ່ມີ สหรัฐอเมริกา หากไม่ได้รับแรงใจและการสนับสนุน
ຫລາຍເລືື່ອງບໍໍ່ຄ່ອຍເກາະກິນໃຈມວນຊົນ ຊຶື່ງໄດ້ แล้ว ข้าพเจ้าก็คงจะถึงทางตัน
เมื่อหนังสือ “เสียวสวาดฉบับประพันธ์ด้วย
ອະທິບາຍໄວ້ຢູ່ ”ບົດຄ າເຫນ” ໜ້າຕໍໍ່ໄປ. กลอนอ่านปางค า” ฉบับนี้เกิดขึ้นแล้ว ข้าพเจ้าเชื่อว่า
ັ
ເຄີຍໄດ້ພິມເປັນປ ຶ້ມຫົວນ້ອຍມາກ່ອນແລ້ວ ມີນ າ ดอกไม้ในอุทยานกวีลาวก็ได้มีนิทานเพิ่มขึ้นอีกหลาย
ກັນ 45 ບົດແຕ່ກໍເປັນພຽງການຫຍນິທານ ເພືື່ອ ๆ เรื่อง
ໍ໎້
ັ
ປະກອບສ່ວນສລອງນະຄອນຫລວງວຽງຈນຄົບຮອບ ณ ที่นี้ ข้าพเจ้าขอแสดงความขอบใจต่อพน้อง
ี่
450 ປີ. เชื้อสายลาว ที่ให้ความส าคัญของการเรียบเรียง หรือ
ั
ຜົນງານແຕ່ລະສະບັບແມ່ນໄດ້ຮັບກ າລັງໃຈ การประพนธ์วรรณคดีพื้นเมืองอยู่ต่างแดน โดยการ
ั
ແລະປັດໄຈອູ້ມຊູຈາກພີື່ນ້ອງເຊືີ້ອສາຍລາວຢູ່ທຸກມຸມ ใช้ส านวนค าศพท์และภาษาในยุคสมัยปัจจุบัน พร้อมนี้
ข้าพเจ้าก็ขอสงความค านับถึงนักประพันธ์อาวุโสอยู่
่
ໂລກ ໂດຍສະເພາະຜູ້ຢູ່ໃນສະຫະຣັດອະເມຣິກາ ຖ້າວ່າ ในแผ่นดนแม่ ซึ่งให้ค าชี้แนะบทเรียนมาให้ค้นคว้า
ิ
ບໍໍ່ໄດ້ຮັບແຮງໃຈແລະການສນັບສນູນແລ້ວ ຂ້າພະເຈົ້າກໍ เพิ่มเติม ขอให้ทุกท่านอยู่ดีมีแรง ปราศจากโควิด-19
ຄົງຈະເຖິງທາງຕັນ. ด้วยเทอญ
ເມືື່ອໜັງສື”ສຽວສວາດ-ສະບັບປະພັນດ້ວຍ ที่สหรัฐอเมริกา บุญปีใหม่ลาว 2022
ກອນອ່ານປາງຄ າ”ສະບັບນີີ້ເກີດຂຶີ້ນແລ້ວ ຂ້າພະເຈົ້າ ไชสุวัน แพงพง
ເຊືື່ອວ່າ ດອກໄມ້ໃນອຸທິຍານກະວີລາວໄດ້ເກີດມີພັນໃ
ໝ່ຂຶີ້ນອີກ ເພືື່ອໃຫ້ຄົນເຊືີ້ອສາຍລາວໄດ້ຮູ້ນິທານຕືື່ມ
ຂຶີ້ນອີກຫລາຍໆເລືື່ອງ!
ນະທີື່ນີີ້ ຂ້າພະເຈົ້າຂໍສະແດງຄວາມຂອບໃຈຕໍໍ່
ພີື່ນ້ອງເຊືີ້ອສາຍລາວ ທີື່ໃຫ້ຄວາມສ າຄັນຂອງ
ການຮຽບຮຽງ ຫລືການປະພັນວັນນະຄະດີພືີ້ນເມືອງຢ ູ່
ຕ່າງແດນ ໂດຍການໃຊ້ສ ານວນຄ າສັບແລະພາສາໃນ
ຍຸກສໄມປັດຈຸບັນ. ພ້ອມນີີ້ຂ້າພະເຈົ້າກໍຂໍສົັ່ງຄວາມຄ າ
ນັບເຖິງນັກປະພັນອະວຸໂສຢູ່ໃນແຜ່ນດິນແມ່ ຊຶື່ງໃຫ້ຄ າ
ຊີີ້ແນະ-ບົດຮຽນມາໃຫ້ຄົ້ນຄວ້າຕືື່ມ. ຂໍໃຫ້ທຸກໆທ່ານ
ຢູ່ດີມີແຮງ ປັດສະຈາກໂຄວິດ19 ດ້ວຍເຖີີ້ນ!
ທີື່ສະຫະຣັດອະເມຣິກາ, ບຸນປີໃໝ່ລາວ ເມສາ
2022
ໄຊສຸວັນ ແພງພົງ
21
ໄຫວ ົ້ ວອນອະທ ິ ຖານ
ົ້
ສຣ ີ ສ ຸ ພະ ມ ັ ງຄລະເລ ີ ດລ າ ສ ິ ດທ ິ ເດດລ ື ຊາ
ນາໂຖສ ຸ ດ ຍອດຍານໄຕຣແກ ົ້ ວ
ົ້
ໍ່
ນ ົ້ ອມໃຈ ວ ັ ນທາກ ົ ມ ສ ັ ງຮວມກາຍຈ ົ ດຈ
ົ້
ໍ່
ົ້
ບ ັ ນພະຊ ົ ນ ໂຄດເຄ ົ າ ເຄ ື ອເຫງ ົ າເຜ ົ າລາວ ກ ໍ່ ອນແລ ົ້ ວ
ໍ່ ວ ິ ງວອນ ຄ ຸ ນປ ໍ່ ຄ ົ້ ມ ຄ ຸ ມຂມ ໍ່ ອມຈອມຂວ ັ ນ
ົ້
ກ ັ ນກາງ ມວນໄພພານ ແວດວ ົ ນວຽນໃກ ົ້
ຊ ໍ່ ອຍຮຽມ ມ ີ ພະລ ັ ງສ ົ້ າງ ເສ ີ ມມ ນມວນປ ໍ່
ົ້
ໍ່
ໍ່
ເຕ ີ ມຕ ສ ື ສ ົ ງໃຫ ົ້ ແຊງເຊ ື ອສ ື ບສາຍ ແດ ໍ່ ຖ ົ້ ອນ
ົ້
ໍ່
ວອນຄ ຸ ນ ຄຣ ສ ັ ງຊ ີ ສອນສາດພາສາ
ໍ່
ຂ ຈ ົ ງ ແຮຮຽງຫ ົ ວ ສ ໍ່ ອງເຍ ື ອງຍາມສ ົ້ າງ
ົ້
ໍ່
ວ ິ ນຍານ ບ ິ ດາເຫງ ົ າ ມານດາມ ຸ ງເຫລ ື ອມ
ໍ່
ຍາມເມ ື ອ ຮຽມແຕ ໍ່ ງແຕ ົ້ ມ ຜຍາໃຫ ົ້ ວ ໍ່ ອງໄວ ແດ ໍ່ ຖ ົ້ ອ
ວອນເດດ ປວງປຣາດປ ົ້ ອງ ສມອງລ ໍ່ ຽນໄຫລເລ ີ ງ
ທຽມລ າທານ ຜ ໍ່ ານທາງຕາມທ ົ້ າງ
22
ໂຕນຕາດ ຕ າຫ ີ ນກ ົ້ ອນ ຜ ັ ນເປ ັ ນສຽງກ ໍ່ ອມ
ໍ່
ງາມຄ ໍ່ ອງ ມອງຈ ຈ ົ້ ອງ ຍ ິ ນແມ ົ້ ງມ ໍ່ ວນມະໂນ
ໍ່
ໍ່
ອ ັ ນນ ຶ ງ ແນນເກ ົ າກ ົ້ ຽວ ໂນ ົ້ ມໜ ໍ່ ຽວທຽວທວນ
ົ້
ແມ ໍ່ ນຈ ັ ກ ໄກຮວງຮ ັ ງ ຫ ໍ່ າງດອນຄອນເຄ ົ າ
ໍ່
ຍ ັ ງຈ ື ຈ າຝ ັ ງແໜ ົ້ ນ ສຽງຂານຂ ັ ນກ ໍ່
ົ້
ພາສາ ສຽງປາກເວ ົ າ ຝ ັ ງແໜ ົ້ ນແນບຊວງ ແທ ົ້ ແລ ົ້ ວ
ໍ່
ອ ັ ນນ ຶ ງ ຄອງປ ໍ່ ຈານວາດໄວ ົ້ ໃນຜ ກໃບລານ
ົ້
ຫລາຍເປ ີ ງປາງ ຄ ໍ່ າຍ ັ ງສະຖຽນໝ ັ ນ
ຕ ົ ວລະຄອນລ ົ້ ວນ ຕ ີ ງຄ ີ ງມ ີ ຊ ີ ບ
ົ້
ົ້
ຮອດຊ ໍ່ ມ ື ຍ ັ ງຟ ື ນຊ ໍ່ າລ ື
ົ້
ຄາວນ ີ ມວນມະນ ຸ ດນ ົ້ ອຍ ຫາທ ໍ່ ອງຈ ັ ກກະວານ
ົ້
ສ ື ສານກ ັ ນ ແຄ ໍ່ ພຽງປາຍນ ີ ວ
ສ ີ ວ ິ ໄລກ ົ້ າວ ກວາງໄກກວມໂລກ
ົ້
ຄອງຈານ ປ ໍ່ ຢ ໍ່ ອງຢ ື ກະຈາຍກວ ົ້ າງຊ ໍ່ ຫ ົ ນ
ຂ ວອນ ປ ໍ່ ຊ ໍ່ ອຍໃຫ ົ້ ຮຽມໄຕ ໍ່ ຕາມຫລ ັ ງ
ຂຍາຍຄ າສອນ ລວດລາຍແລວລ ົ້ ວນ
ໍ່
ົ້
ໂຮຍຫວ ໍ່ ານ ຫອມໂຮມເຮ ົ າ ວ ັ ນນະກ ັ ມມ ນເກ ົ າ
ົ້
ປະດ ັ ບໂລກກວ ົ້ າງ ຕາມເຄ ົ າປ ໍ່ ຈານ ແດ ໍ່ ຖ ົ້ ອນ
ໍ່
ົ້
ເປ ັ ນສານ ເຜ ີ ຍກ ິ ນກ ົ ວ ຫອມກ ໍ່ ອມມວນຊ ົ ນ
ນ ິ ທານທ ັ ມ ຊ ໍ່ ອຍເຕ ື ອນສະຕ ິ ໄວ ົ້
ົ້
ໃຜຜ ົ້ ພຽງພານພ ພ ໃຈແມ ົ້ ງມ ໍ່ ວນ
ົ້
ຈວບທວນ ໄຟຮ ຸໍ່ ງແຈ ົ້ ງ ເຍ ີ ງກ ົ້ າວສ ໍ່ ອງທາງ ນ ັ ນຖ ົ້ ອນ
ໍ່
ຂວບເມ ື ອ ຟ ົ້ າສວ ໍ່ າງແຈ ົ້ ງ ປ ີ ໃໝ ໍ່ ເມສາ ມາແລ ົ້ ວ
ຕາມຣະດ ການ ດອກບານເບ ີ ຍແຍ ົ້ ມ
ຍ ິ ນມ ໍ່ ວນ ມວນມະໂນແມ ົ້ ງ ຄວາມເຄ ີ ຍຄອງຮ ີ ດ
ໍ່
ົ້
ສ ັ ງຄ ົ ມ ຄ ົ ນສ ົ ງຍ ິ ມ ພອນແກ ົ້ ວປ ໍ່ ຽນປະສານ
ໍ່
ົ້
ວ ັ ນງາມ ຍາມຣ ື ກກ ົ້ າ ລ ິ ເລ ີ ມປະພ ັ ນສານ ນ ີ ແລ ົ້ ວ
ເປ ັ ນກອນ ແນວປາງຄ າ ປະສາດສອນປ ຸ ນປ ົ້ ອນ
ົ້
ຮຽບຮຽງ ຄ າສອນຊ ີ ເຊ ີ ງກະວ ີ ຂອງປ ໍ່
ແຕ ໍ່ ງເຕ ີ ມ ເສ ີ ມໃໝ ໍ່ ສ ົ້ າງ ໄປໜ ົ້ າສວ ໍ່ າງສໄວ ແທ ົ້ ນາ
ุ
ສອງແຖວທ າອ ິ ດແມ ໍ່ ນຂອງປ ໍ່ ປາງຄ າ / ສຣ ີ ສ ຸ ພະ = * สองวรรคแรกมาจากค าประพันธ์ของปู่ปางคา / ศรีศภ =
ี
้
้
ດ ີ ງາມ / ມ ັ ງຄລະ = ມ ົ ງຄ ຸ ນ / ดงาม / มังคละ = มงคล / ไตรแกว = แกวสามประการ
ໄຕຣແກ ົ້ ວ = ແກ ົ້ ວສາມປະການ (ພຣະພ ຸ ດ, ພຣະ (พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์)
ั
ิ
ທ ັ ມ ແລະ ພຣະສ ົ ງ) - ปางคา = นามของผู้ประพันธ์วรรกรรมสงสนไซ ของชน
ล้านช้าง (ผู้ถอดความภาษาไทย)
23
ົ້
ໍ່ ຜ ແຍງ ແສງສ ໍ່ ອງຟ ົ້ າ ເວ ີ ງວ ໍ່ າງເວຫາ ພ ຸົ້ ນເຢ ີ
ໍ່
ມ ໍ່ ານເມກ ມ ຸ ງຢອງຢາຍ ດ ັ ງຍອງໃຍຝ ົ້ າຍ
ລ ົ ມອອນອ ົ້ ມ ລະອອງຂາວຂ ົ ນໄກ ໍ່
ໍ່
ົ້
ເໝອນນ ຶ ງນ ິ ງ ຄາວໜ ົ້ ອຍປ ໍ່ ຽນໂສມ
ື
ໍ່
ຫ ົ ວພ ຍ ັ ງຫ ຫ ຸົ້ ມ ຫ ິ ມະຂາວພອນ
ົ້
ກ ັ ງໂກບ ເປ ັ ນສາຍາ ຖ ໍ່ າຍຣະດ ແຊມຊ ົ້ ອນ
ສາຍລ ົ ມ ເມສາໂຫຍ ົ້ ນ ກາງເວ ັ ນກາຍອ ຸໍ່ ນ
ົ້
ກາງຄ ື ນ ເຢ ັ ນຈ ໋ ຽບຈ ົ້ ອຍ ຍາມເຊ ົ າໝອກຮວາຍ
ຣະດ ບານໃໝ ໍ່ ໄມ ົ້ ຊອວດສ ີ ສ ັ ນ ແລ ົ້ ວນ
ໍ່
ດອກຈ ລາມລຽນຕ ິ ດ ງ ໍ່ າຕ ີ ງລ ົ ມຕ ົ້ ອງ
ໍ່
ບ ົ້ າງກ ໄຂຂຽວນ ົ້ ອຍ ໃບຊອນແຊມຊ
ໍ່
ງ ໍ່ າສ ງ ໂອນເຫລ ື ອງຫລ ົ້ າງ ແພນຟ ົ້ ອນກ ໍ່ ອງໄກວ
ົ້
ມວນໝ ໍ່ ແມງພ ໍ່ ເຜ ີ ງ ວ ົ ນແວ ໍ່ ວຽນຕອມ
ສ ັ ກກ ຸ ນາເພ ີ ນ ແອ ໍ່ ນບ ິ ນຂ ັ ນຮ ົ້ ອງ
ນ ົ ກເຂ ົ າ ງອຍຄຽງຂ ົ້ າງ ຄວນຄາງກ ຸ ກກ ໍ່
ໍ່
ກ ົ້ ຽວກ ໍ່ ອມຊ ົ້ ອນ ເຊ ີ ຍຊ ົ້ ຊ ື ນຊ ົ ມ ແທ ົ້ ແລ ົ້ ວ
ົ້
ບ ັ ດນ ີ ຈ ັ ກກ ໍ່ າວເຖ ິ ງເຂດຕ ົ້ າຍ ຂ ົ ງຂອບອາຮາມຫລວງ
ົ້
ກາລະ ອ ົ ງສ ັ ມມາ ປະທ ັ ບແຮມເນ ົ າຢ ັ ງ
ກາງຄ ັ ນທະ ກ ຸ ດ ີ ກວ ົ້ າງ ໂຮງທ ັ ມທານເທດ
ໍ່
ສ ິ ດນ ັ ງຊ ົ້ ອງ ລຽນລ ົ້ ອມຫລ ດຫລາມ
ໍ່
ົ້
ົ້
ເມ ື ອນ ັ ນ ອ ົ ງສ ັ ມພ ັ ນຍ ເຈ ົ າ ທ ົ ງເທດສນາສອນ
ສ ັ ບເພ ສ ັ ຕຕາ ສ ຸ ຂ ິ ຕາ ໂຫນຕ ຸ ສ ໍ່ ສ ົ ງປະນ ົ ມນ ົ້ ອມ
ົ້
ົ້
ຊ ີ ວ ໍ່ າ ປ ັ ນຍາປາຣະມ ີ ນ ີ ຂອງດ ີ ອ ັ ນປະເສ ີ ດ
ປະດ ັ ບແກ ໍ່ ຜ ົ້ ຍ ໄວ ົ້ ວ ໍ່ າງໃຈ ຈ ິ ງແລ ົ້ ວ
ໍ່
ເໝອນດ ັ ງ ເປ ັ ນຊ ັ ບຊ ົ້ ອນ ດວງປະເສ ີ ດຮຽງຂວ ັ ນ
ື
ແມ ໍ່ ນຈ ັ ກ ມ ີ ໂພຍໄພ ແວດວຽນກວນໃກ ົ້
ໍ່
ມາຈາກ ລ ົ ມແຮງຮ ົ້ າຍ ພະຍ ຸ ໂຍງທ ື ບທ ັ ງ
ົ້
ົ້
ໍ່
ໍ່
ກ ບ ຄ ຸ ງຂ ົ ມເນ ື ອ ພາສ ິ ນຊ ີ ບວາຍ
ໍ່
ົ້
ແມ ໍ່ ນຈ ັ ກ ມາຈາກນ າ ແປວປ ັ ນສມ ຸ ດຟອງ
ຄ ຸ ງປາຍຕານ ລວດພຽງປາຍພ ົ້ າວ
ແມ ໍ່ ນຈ ັ ກ ໄຟແຮງຮ ົ້ າ ອ ັ ກຄ ີ ສ ງຄ ຸ ງເມກ
ົ້
ກ ຍ ໍ່ ອມ ຫວ ິ ດເຫດຮ ົ້ າຍ ກາຍເວ ັ ນວ ົ ກໜ ແທ ົ້ ແລ ົ້ ວ
ີ
ແມ ໍ່ ນວ ໍ່ າ ຫ ິ ນະຊາດຈ ົ້ ອງ ຫວ ັ ງມອດຊ ີ ວ ີ ກ ດ ີ
ົ້
ຕາມຕ ິ ດ ປອງສ ັ ງຫານ ຊ ໍ່ ແລງງາຍເຊ ົ າ
24
ແມ ໍ່ ນວ ໍ່ າ ອ ັ ນຕະພານຮ ົ້ າຍ ໝາຍປອງປ ົ ງຊ ີ ບ
ົ້
ຫລາວແຫລມ ປ ື ນດາບງ ົ້ າວ ຫວ ິ ດພ ົ ນຫ ໍ່ າງເຫ ີ ນ
ແທ ົ້ ແລ ົ້ ວ
ໍ່
ົ້
ໍ່
ເມ ື ອນ ັ ນ ອານ ົ ນນ ັ ງນອບນ ົ້ ອມ ກາງໝ ໍ່ ມວນສ ົ ງ
ທອມທວນຟ ັ ງ ໍ່ ບ ແຈບໃຈຈ ິ ງແຈ ົ້ ງ
ໍ່
ກ ຈ ຶ ງ ຍ ມ ື ນ ົ້ ອມ ຮຽນຖາມກອຍກ ໍ່ າວ
ໍ່
ົ້
ຂາບຂ ພຣະເດດເຈ ົ າ ແປຊ ົ້ ອນບອກສອນ ຕ ື ມຖ ົ້ ອນ
ຂ ໂຜດ ຜາຍພວກຂ ົ້ າ ເປ ັ ນເພ ັ ດເຈ ັ ຽຣະໄນ
ດວງຕາ ທ ັ ນແສງທ ັ ມ ຮ ຸໍ່ ງເວ ັ ນຄ ື ນແຈ ົ້ ງ
ໍ່
ພ ເພ ື ອ ສານ ຸ ສ ິ ດນ ົ້ ອຍ ນ າທາງທຽວຖ ື ກ
ົ້
ຕາມໄຕ ໍ່ ຕ ົ້ ອຍ ທາງເທ ົ າແຫ ໍ່ ງພຣະອ ົ ງ
ໄວ ົ້ ແກ ໍ່ ພາຍພາກໜ ົ້ າ ແນແນບມວນໂຍມ
ົ້
ເກງວ ໍ່ າ ເຍ ື ອງທາງຜ ິ ດ ຄອບແສງທ ັ ມເສ ົ າ
ົ້
ໍ່
ເກງວ ໍ່ າ ທຽວທາງເວ ີ ງ ຕ ີ ນຕ າຕ ຕ າ
ົ້
ົ້
ເກງວ ໍ່ າ ຄາເຄ ີ ກຄ ົ້ າງ ນ າສ ົ ນໄຂວ ໍ່ ເຂວ ກ ຂ ົ້ າເຖ ີ
ົ້
ມວນສ ິ ດ ພ ົ້ ອມກາບກ ົ ມ ນວຍນອບໂດຍດຽວ
ອ ົ ງພຣະ ສ ັ ມພ ັ ນຍ ຄ ໍ່ ອຍຂານໄຂແຍ ົ້ ມ
ົ້
ປ ັ ນຍາ ປາຣະມ ີ ນ ີ ມ ີ ມາໃນຊາດກ ໍ່ ອນ ພ ຸົ້ ນແລ ົ້ ວ
ົ້
ົ້
ົ້
ໍ່
ສ ັ ງຮວມ ໃຈຕ ຕ ັ ງ ຟ ັ ງພ ື ນເມ ື ອຫລ ັ ງ ກ ໍ່ ອນເຖ ີ ນ
ຍ ັ ງມ ີ ເມ ື ອງໃຫຍ ໍ່ ກວ ົ້ າງ ເຊ ັ ງຊ ໍ່ າພາຣານະສ ີ
ສ ິ ມມາສ ິ ບສອງ ໂຍດຍາວໄກກວ ົ້ າງ
ົ້
ຍ ັ ງມ ີ ກະດ ມພ ີ ເຊ ື ອ ຜ ົ ວເມ ັ ຽຄອງຄ ໍ່
ມ ີ ລ ກແກ ົ້ ວ ສອງນ ົ້ ອຍເພດຊາຍ
ສ ີ ສລຽວຜ ໍ່ ອ ົ້ າຍ ສຽວສວາດກະນ ິ ດຖາ
ໍ່
ເຖ ິ ງໄວ ສ ິ ບຫ ົ ກປ ີ ພ ແມ ໍ່ ໄຂຂານຕ ົ້ ານ
ຄອບວ ໍ່ າ ສ ັ ງຂານໃກ ົ້ ຄວາມຊະລາມາຮອດ
ຄ ຶ ດຈ ັ ກ ຖາມລ ກນ ົ້ ອຍ ພ ຮ ົ້ ຮອບນ ິ ໄສ
ົ້
ໍ່
ດ ລາ ລ ກຮ ັ ກເອ ີ ຍ ຟ ັ ງພ ຖາມຖແລງ
ົ້
ອ ັ ນວ ໍ່ າ ທະເວ ເຄຫະ ເລ ື ອກຕາມໃຈເຈ ົ າ
ໍ່
ຫລ ັ ງນ ຶ ງ ບ ຣະບວນແລ ົ້ ວ ດາດ ີ ພ ົ້ ອມຢ ໍ່
ໍ່
ໍ່
ໍ່
ຫລ ັ ງນ ຶ ງ ຍ ັ ງບ ແລ ົ້ ວ ຈ າຕ ົ້ ອງຕ ື ມແປງ
ໍ່
ໍ່ ພ ຂ ຖາມລ ກແກ ົ້ ວ ຈະເລ ື ອກຢ ໍ່ ຫລ ັ ງໃດ ພ ເດ ົ້
ສ ີ ສລຽວ ເອ ົ າຫລ ັ ງງາມ ໍ່ ຊ ຶ ງປ ຸ ນແປງແລ ົ້ ວ
ໍ່
ສຽວສວາດ ເອ ົ າຫລ ັ ງຫລ ົ້ າ ໝາຍແປງເຕ ີ ມຕ
25
ໍ່ ພ ີ ນ ົ້ ອງ ຄ ິ ດຕ ໍ່ າງປ ົ້ ອງ ສອງກ າຕ ໍ່ າງກ ັ ນ ຈ ິ ງແລ ົ້ ວ
ົ້
ໍ່
ດ ລາ ເຂ ື ອລ ກແກ ົ້ ວ ຄວນຮ າຮອນຄ ິ ດ ເອ ົ າຖ ົ້ ອນ
ົ້
ຄ ົ ນເຮ ົ າ ມ ີ ສອງຫ ງ ໍ່ ຽງຟ ັ ງສຽງເຂ ົ າ
ໍ່
ົ້
ຄ ົ ນເຮ ົ າ ຕາສອງເບ ື ອງ ພ ິ ຈານຍາມເບ ິ ງ
ໍ່
ໍ່
ໍ່
ໍ່
ໃຫ ົ້ ຮ ີ ນ ຕອງຖ ີ ຖ ົ້ ວນ ໂດຍດ ົ້ ວຍນ ຶ ງໃຈ ພ ຖ ົ້ ອນ
ໍ່
ອ ັ ນນ ຶ ງ ຍ ິ ງໃດເຄ ີ ຍຢ ໍ່ າຮ ົ້ າງ ປະຫ ໍ່ າງຜ ົ ວໜ
ີ
ເຖ ິ ງສາມທ ີ ຢ ໍ່ າເອ ົ າຊ ົ ມຊ ົ້ ອນ
ໍ່
ຍ ິ ງໃດ ເຄ ີ ຍເປ ັ ນໝ ົ້ າຍ ຜ ົ ວຕາຍສາມເທ ື ອ
ົ້
ໍ່
ກ ຢ ໍ່ າ ເອ ົ າຄ ໍ່ ຂ ົ້ າງ ຄຽງຊ ົ້ ອນຮ ໍ່ ວມເຮ ື ອນ ພ ເນ ີ
ໍ່
ໍ່
ອ ັ ນນ ຶ ງ ໃຜບວດແລ ົ້ ວ ເລ ີ ຍເລ ົ າລາສ ິ ກ
ົ້
ໜສາມວ ັ ດ ບວດຄ ື ນສາມຄ ັ ງ
ີ
ໍ່
ກ ຢ ໍ່ າ ຕ ີ ສນ ິ ດດ ົ້ ວຍ ດ ີ ດອມເປ ັ ນເພ ື ອນ
ໍ່
ໍ່
ົ້
ໃຫ ົ້ ຫ ໍ່ າງເວ ັ ນ ເຫຍ ີ ງຫຍ ຸົ້ ງເມ ື ອລ ຸ ນ ພ ແລ ົ້ ວ
ໍ່
ເຂ ື ອຈ ົ ງ ແປງເຮ ື ອໄວ ົ້ ຫລາຍລ າແຮທ ໍ່ າ
ໍ່
ໍ່
ບາດວ ໍ່ າ ລ ານ ຶ ງໂຫລ ົ້ ມ ລ າຊວ ົ້ ານກ ຈ ຶ ງມ ີ
ົ້
ໍ່
ເຂ ື ອຈ ົ ງ ມ ໍ່ າເຂ ົ າໄວ ົ້ ຢ ັ ງຢາຍຫລາຍບ ໍ່ ອນ
ົ້
ໍ່
ໍ່
ໍ່
ົ້
ຫ ົ້ າງໄວ ົ້ ບ ົ້ ານຕ ບ ົ້ ານ ມ ີ ໜງເມ ື ອຫ ີ ວ ພ ເນ ີ
ື
ົ້
ໍ່
ໍ່
ໍ່ ພ ຂ ເຕ ື ອນສ ັ ງໄວ ົ້ ລ ກຮ າຮອນຄ ຶ ດ ເອ ົ າເນ ີ
ໍ່
ົ້
ຫາກລ ື ນ ກາຍຄ າຈາ ລ ໍ່ ວງເລ ີ ຍຄອງເຄ ົ າ
ົ້
ເກງຈ ັ ກ ພອຍພາໃຫ ົ້ ໝອງໃຈເສ ົ າໂສກ
ໍ່
ົ້
ເປ ັ ນປ ໍ່ ວຍໄຂ ົ້ ໃນເນ ື ອປວດຄ ີ ງ ພ ແລ ົ້ ວ
ຮ ົ້ ວ ໍ່ າ ໄມ ົ້ ຕ ໍ່ າງປ ົ້ ອງ ໍ່ ພ ີ ນ ົ້ ອງຕ ໍ່ າງຄວາມຄ ຶ ດ
ໍ່
ໍ່
ົ້
ເມ ື ອພ ໄລລາລ ັ ບ ແມ ໍ່ ນໄປຄ ົ ນກ າ
ໍ່
ໍ່
ົ້
ກ ຈ ຶ ງ ຫາທາງຊ ີ ແປງທາງຕາງສ ັ ງ
ົ້
ກ ໍ່ ອນຈ ັ ກ ລາລ ໍ່ ວງສ ິ ນ ເຫລ ື ອໄວ ົ້ ວາດສອນ ແທ ົ້ ນາ
26
บันทึกของออกญา
(อยางขาพเจา)
่
้
้
สรยุทธ วาระกุล
มาตรฐาน
ส่วนหญิงไทยในยุคปัจจุบัน
นั้นล้วนหลากหลายเปิดเผยมากขึ้น
ออกญาอย่างผมมมุมมองต่อออ
ี
เจ้าอย่างพวกหล่อนว่ากล้าหาญ
มากขึ้น แคร์สังคมน้อยลง พวก
ิ
หล่อนสามารถวพากษ์วิจารณ์
เรื่องสองแง่สองง่ามได้อย่างเต็ม
ปากเต็มค า สะท้อนเลขเด็ดพร้อม
กับค าผรสวาทด่าทอได้อย่างถือ
ุ
ผมอ่านหนังสือของลาลูแบร์ เป็นเรองปรกติธรรมดาเมอเลขที่
ื่
ื่
ไปหัวเราะไป ยิ่งมาเจอเฟสในช่วง ออกบิดเบือนไปจากโพยหวยในมือ
วันหวยออกของบรรดาคอหวย ของออเจ้าเหล่านั้น!
ด้วยแล้วยิ่งข าหนัก ออกญาอย่างผมยังมี
่
จริงแล้วเรื่องที่มิสเตอร์ลาลู ความเห็นต่อไปอีกวา ชายไทย
แบร์ได้วิจารณ์ชายไทยในสมัย จ านวนหนึ่ง ยังเห็นคล้อยไปกับออ
้
อยุธยาเอาไวนั้นไม่ใช่เรองปกปิด
ื่
อะไร ออกจะรู้กันโดยทั่วไปส าหรับ เจ้าซึ่งเป็นเมีย คือแทนที่จะห้าม
ั
ุ
คนที่สนใจประวัติศาสตร์ คือแก ปรามตักเตือน แต่กลับสนบสนน
เห็นว่าชายไทยขี้เกียจสันหลังยาว ส่งเสรมภรรเมียของตนเองให้
ิ
ตื่นเช้าขึ้นมาเมียต้องหาข้าวปลา ส าแดงโวหาร ลุ้นระทึกเลขเด็ดใน
อาหารมาประเคนให้ถึงทนอน กิน แต่ละงวดอีกด้วย
ี่
แล้วก็นอนต่อ หรือไม่ก็ไปเล่นการ บันทึกของออกญาฉบับเฟซ
พนันตีไก่กัดปลาสพเพเหระ ส่วน บุ๊กนี้ แม้จะไม่ถูกบันทึกไว้ในหน้า
ั
เมียก็ออกไปทาไร่ไถนา หรือจะไป ประวัติศาสตร์ใด ๆ ก็ตาม แต่เชื่อ
่
ไหนมาไหนก็ได้ตามอิสระ ไม่เหมือน ว่า มีออกญาอีกจ านวนไมน้อยที่
เมียพวกขุนนางที่ต้องเก็บตัวอยู่ ก าลังเห็นพ้องไปกับเรื่องราว
ุ
แต่ในบ้าน นาน ๆ ทีจึงจะมีโอกาส เหล่านี้ และก าลังมีมมมองต่อออ
ออกไปนอกบ้านสักครง ซึ่งสุจิตต์ เจ้าของตนเองไปอีกมิติหนึ่งอย่าง
ั้
่
วงษ์เทศเขียนเสริมท้ายเอาไว้วา ไม่ต้องสงสัย
พวกนางถือวาเป็นเกียรติยิ่งที่ผว (สุดท้าย ...จะเขียนจะสอน
่
ั
ไม่ให้ไปไหนมาไหน(ฮา) อย่างไรให้คนหันมาสนใจอ่าน
ดังนั้นจะเห็นว่า แค่ในยุค ประวัติศาสตร์กันมากขึ้น?)
สมัยเดียวกัน สตรีไทยก็ถูกควบ
คุมไว้ด้วย 2 วัฒนธรรม หรือ 2
27
ຂາຍຄວາຍ * ขายควาย
ສມຄດ ສງສງ * สมคิด สงสง
ิ
ົ
ິ
ິ
ົ
ພໍໍ່ກັບແມ່ແຍງເບິື່ງທາງຫລັງບັກແຫລມ ໄປຈົນກວຽນ
ຄວາຍລ້ຽວໂງ້ງອອກຈາກຫົນທາງໃຫຍ່ປູຢາງ. ມັນເປັນ
ຄວາຍໂຕທີື່ງາມແລະແຂງແຮງທີສຸດທີື່ເຄີຍມີມາ. ທັງພໍໍ່ແລະ
ແມ່ຮັກມັນປານລູກໃນໄສ້, ເມືື່ອຈ າເປັນຕ້ອງຂາຍໄປຈຶື່ງທໍໍ່ ກັບ
ວ່າຂາຍລູກກິນ. ສອງເຖົ້າເຖິງກັບຄໍຕົກເຕະເສະປານຜັກລວກ.
“ກູຮູ້ວ່າພວກສູຄຶດຮອດມັນ”, ລູງຈານຄົນໃກ້ຊິດ
ອອກປາກເປັນເຊີງອອຍໃຈ ພໍໍ່ໄດ້ແຕ່ແກວ່ງຫົວເພາະບໍໍ່ຮູ້ຈະ “
ເວົ້າດ້ວຍແນວໃດອີກ.
“ຄວາຍກັບນາເປັນຂອງຄູ່ກັນຖ້າຂາຍຄວາຍ ກໍບໍໍ່ຮູ້ວ່າ
ຊິເອົາຫຍັງມາຊ່ອຍນາ”. “
“ແມ່ນແລ້ວພໍໍ່ລຸງ ແຕ່ວ່າຝົນຫັ້ນມັນບໍໍ່ຊ່ອຍ ຖ້າບໍໍ່ຂາຍ “
ກໍອົດຕາຍ”
“ແມ່ນຄວາມມຶງ ເຖິງມີຄວາຍ ມີນາ ຖ້າບໍໍ່ມີນ ້າກໍບໍໍ່ມ ີ “
ຄວາມໝາຍ”
ພໍໍ່ໂຍບໂຕລົງນັັ່ງຢ່າງເມືື່ອຍໃຈ ສ່ວນແມ່ຜີກຕົວຂຶີ້ນ
ເຮືຶອນໄປເພືື່ອຕຽມແນວປັ້ນເຊົ້າ
“ນັັ່ງກ່ອນແມ໊ລຸງຈານ ບໍໍ່ທັນຟ້າວໄປທາງໃດຕິບໍໍ່?” ພ ໍໍ່ “
ເອົາຜ້າຂ້າມ້າຜືນທີື່ພາດບ່າ ປັດພືີ້ນຟາກໄມ້ໄຜ່ປຸບປັບ.
“ກູວ່າລາຄາມັນບໍໍ່ສົມຄວາຍ”. ເຖົ້າລຸງຈານເລີື່ມຕົ້ນ
ຂຶີ້ນໃນຂະນະທີື່ໂຍບນັັ່ງລົງຂ້າງ ໆ ພໍໍ່. “
“ມັນບໍໍ່ສົມຄືກັບພໍໍ່ລຸງວ່າ ແຕ່ກໍຈົນໃຈເພາະເຂົາບໍໍ່ຍອມ
ຂຶີ້ນໃຫ້ຕືື່ມພໍດ”.อ “
ີີ້
“ກະຄືວ່າ...”
ທັງສອງຄົນມິດງຽບໄປດັັ່ງໝົດຄວາມລົມ. “
*ออ*ออ*
“ເຂົ້າຊິເປັນເກືອ ເສືອຊິຄອງບ້ານ ປໍປ່ານຊິເປັນຄ າ” “
ພໍໍ່ໄດ້ຍິນຄ າທ ານາຍທາຍທັກຢ່າງນີີ້ ປີແລ້ວປີເລົັ່າ.
28
ຕັ້ງແຕ່ທາງການເລີື່ມຕັດທາງ ຄ າທ ານາຍຈະປ່ຽນໄປທຸກໆປີ
ີ
ັ
ມັນຈະເປັນຖ້ອຍຄ າຄ້ອງຈອງ ຄືຄ າກອນ ຟງແລ້ວຄືມຄວາມ
ສັກສິດແລະເດັດຂາດແຝງຢູ່ໃນນັ້ນ. ບໍໍ່ມີໃຜຮູ້ວ່າ ມັນອອກມາ
ຈາກປາກຂອງໃຜກ່ອນທີື່ຈະມາເຂົ້າຫູຕົນ. ຮູ້ແຕ່ວ່າຖ້ອຍຄ າ
ສັກສິດເຫລົັ່ານີີ້ຈະເລົັ່າລືກັນມາຈາກຕະຫລາດ(ຕລາດ) ຄົນ
ື
ທີື່ສາມາດຕີຄວາມໝາຍຖ້ອຍຄ າມວນນີີ້ຄ ຜູ້ທີື່ເຄີຍບວດ
ຮຽນຂຽນອ່ານມາແດ່ ຫລືບໍໍ່ກໍເຄີຍຜ່ານໃນເມືອງໃນນາມາແດ່
ແລ້ວ.
“ກູວ່າເຂົ້າເປືອກມັນຊິລາຄາຕົກຕ ່າທໍໍ່ກັບເກືອ ອັນວ່າ
ເສືອຊິຄອງບ້ານນັ້ນ
ຄົງຈະໝາຍເຖິງໝູຕິບໍ ໝູຄົງຈະຂາຍບໍໍ່ອອກ ຄົງຊິຕ້ອງໄດ້ “
ລ້ຽງໄວ້ເຕັມບ້ານເຕັມ ຊ່ອງເພາະລາຄາມັນຕົກຕ ່າ ແຕ່ທີື່ແນ່ໆ
ປໍຊິຕ້ອງມີລາຄາແພງຄັກໆເລີຍ...
ລຸງຈານວາງທ່າເປັນນັກປຣາດແຫ່ງໝູ່ບ້ານ. ເພິື່ນມັກ
ຈະເປັນຜູ້ຕີຄວາມໝາຍຖ້ອຍຄ າປິດສະໜາ(ປິດສນາ) ທີື່ວ່ານີີ້
ີ
ສະເໝີ(ສເມ)ມາທຸກໆປີ.
29
ັ
“ຄົນຊັ້ນເຮດໄຮ່ປໍກໍມີທາງລວຍ”, ຜູ້ຄນໂສ້ເຫລ້ກັນ
ົ
ເມືື່ອປີທີື່ທາງການຕັດຫົນທາງສ າເລັດແລ້ວໃໝ່ໆ.
ແລ້ວປ່າດົງພົງໜາອັນເປັນພືີ້ນທີື່ໆອຸດົມສົມບຸນດ້ວຍ
ພືດພັນແລະສັດປ່າ ກໍຄົງຖືກຖາງ ປ່ຽນເປັນພືີ້ນທີື່ປູກຝັງ ຕໍໍ່ໄປ “
ອີກບໍໍ່ທໍໍ່ໃດປີ ກໍຈະກຸດຫ້ຽນສຸດຊົັ່ວຫູຊົັ່ວຕາ.
ພໍເຖິງລະດູເກັບກ່ຽວ ຜະຫລິດຜົນ(ຜລິດຜົນ)ກໍຈະມີລົດ
ບັນທຸກເຂົ້າມາ ຮັບຊືີ້ເຖິງຕີນຂັ້ນໃດເຮືອນ.
ໃຜໆກໍເວົ້າກັນວ່າ ສະໄໝ(ສໄມ)ນີີ້ບ້ານເມືອງຈະເລີນ
ແລ້ວ ທາງການເພິື່ນທຸ້ມເທງົບປະມານມະຫາສານໃນການ
ີີ້
ພັດທະນາປະເທດ. ເລືື່ອງນ ບໍໍ່ພຽງແຕ່ລຸງຈານປຣາດປະຈ າໝູ້
ບ້ານທໍໍ່ນັ້ນທີື່ຮູ້ດີ ແມ່ນແຕ່ພໍໍ່ຜູ້ອານໜັງສືບໍໍ່ອອກຈັກຕົວ ກໍພໍຮ ູ້
່
ຢູ່ ຄືກັນ. ສິື່ງທີື່ບໍໍ່ເຄີຍຄາດຄຶດວ່າຈະມີ ກໍຈະເກີດມີຂຶີ້ນ. ສິື່ງທີື່
ເຄີຍຄາດວ່າຈະເຫັນກໍ ຈະໄດ້ເຫັນ.
“ທາງການຈະສ້າງເຂືື່ອນກັ້ນນ ້າພອງເດ໋ ມືີ້ວານນີີ້ກູໄປ
ເຮັກໜັງສືການເກີດໃຫ້ບັກຫ ານ້ອຍ ໄດ້ຍິນລຸງຕາແສງເວົ້າ”,
ລຸງຈານຮູ້ຂ່າວກ່ອນລຸງແພງຊ ້າ. “ເພິື່ນຈະສ້າງເຂືື່ອນກັ້ນກະໂຕ
ບ່ອນພູພານຄ າຕໍໍ່ໃສ່ພູພານນ້ອຍ.”
30
ແລ້ວວົງໂອ້ລົມໂສເຫລ້ກໍຢິບຍົກເລືື່ອງເຂືື່ອນຂຶີ້ນມາຖົກ “
ູ
ຖຽງກັນອ້ອມກອງໄຟ ໃນລະດໜາວຈັດຂອງປີນັ້ນ
“ຄົງຈະໃຫຍ່ກວ່າຝາຍໃຫຍ່ຂອງລຸງຕາແສງນໍ?” ບາງ
ຄົນພະຍາຍາມວາດພາບສິື່ງທີື່ຮຽກວ່າເຂືື່ອນ. “
ພໍໍ່ເປັນຄົນເວົ້າໜ້ອຍ ໄດ້ແຕ່ນັັ່ງຟັງ
ັ
“ບ້າເອີີ້ຍ... ມັນຄົນລະເລືື່ອງ ອນນີີ້ເຂືື່ອນ ບໍໍ່ແມ່ນຝາຍ”,
ລຸງຈານອວດພູມຂອງເພິື່ນ ຫລາຍຄົນຕ້ອງຫຸບປາກ, “ຝາຍ
ນັ້ນເຂົາເອົາດິນປານ ແຕ່ເຂືື່ອນຕ້ອງສ້າງດ້ວຍຊີເມັນ...” “
ັ້
“ອໍ... ຄັນຊນນາແຖວນັ້ນກໍສະບາຍລະຕິ?”
“ແຖວໃດ?”
“ກໍໜ້າເຂືື່ອນຫັ້ນແຫລ້ວ” “
“ບ້າເອີີ້ຍ... ຖ້າສ້າງເຂືື່ອນຂຶີ້ນມາ ແຖວໜ້າເຂືື່ອນມັນຊິ
ເຮັດນາໄດ້ຊັ້ນເບາະ ບໍໍ່ເຊືື່ອໃຫ້ພວກມຶງຖ້າເບິື່ງ ກູວ່າມັນຈະຕ້ອງ
ເປັນທະເລພຸ້ນລະ...” ລຸງຈານເວົ້າຄືກັບວ່າຕົນເອງເຄີຍເຫັນ
ທະເລມາແລ້ວ ຄວາມຈິງກໍເຄີຍເຫັນແຕ່ຢູ່ນ າຮູບເງົາຂາຍຢາ. “
ັ
້
“ອ້າວ ຖ້າວ່າເຮັດນາບໍໍ່ໄດ ເພິື່ນສ້າງເຂືື່ອນເຮດຫຍັງ “
ຊັ້ນນ໋າ?” ຫລາຍຄົນງຶກຫົວນ າຄ າຖາມນີີ້ “
“ເພິື່ນກໍຜລິດໄຟຟ້າ ບ້າເອີີ້ຍ... ສ້າງເຂືື່ອນນັ້ນ ມັນຕ້ອງ “
ລົງທຶນເປັນລ້ານ ໆ ມຶງເອີີ້ຍ ບໍໍ່ແມ່ນວ່າຊິສ້າງເຂືື່ອນເພືື່ອເອົານ ້າ
ມາເຮັດນາ.”
ປຣາດແຫ່ງໝູ່ບ້ານ ດັດສຽງເຢີຶ້ຍຫຍັນຄວາມບໍໍ່ຮູ້ຂອງ
ຜູ້ຄົນ.
ເຖິງຢ່າງໃດພໍໍ່ກໍຍັງບໍໍ່ເຂົ້າໃຈ ເລືື່ອງທີື່ລຸງຈານເວົ້າຢູ່ຫັ້ນ “
ລະ ລາວຄຶດບໍໍ່ອອກວ່າຈະເອົານ ້າມາເຮັດເປັນໄຟຟ້າໄດ້ຈັັ່ງໃດ. “
*ออ*ออ*
້
ຄົນຄືພໍໍ່ ບໍໍ່ອາດໄປຮອບຮູ້ໄດວ່າ ທາງດານບ້ານເມືອງມ ີ
ແຜນຈະພັດທະນາ ເສດຖະກິດ-ສັງຄົມແຫ່ງຊາດແນວໃດ ແຕ່
ີ
ັ
ເມືື່ອມຄ າທ ານາຍທາຍທັກວ່າ ປີນັ້ນປໍຈະ ໄດ້ລາຄາດີ ມນກໍເ
ໝືອນຄ າສັັ່ງອັນສຽບຂາດໃຫ້ເພິື່ນຕ້ອງລົງມືຖາກຖາງຫົວໄຮ ່
ປາຍນາເປັນການໃຫຍ່ ແລະກໍດ້ວຍນ ້າເຫືື່ອນ ້າແຮງຂອງພໍໍ່ກັບ
້
ແມ່ແລະລູກໆ. ກ່ອນຈະ ເຖິງໜານາເພິື່ນກໍໄດ້ຢອດເມັດປໍແກ້ວ
ໄວ້ແລ້ວຕັ້ງ 10 ໄຮ່ ບໍໍ່ໜອຍໜ້າໄປກວ່າຜູ້ໃດໃນໝູ່ບ້ານ.
້
“ປໍຈະຕ້ອງເປັນເຊືອກ ເຂົ້າເປືອກຈະເປັນຄ າ ບັກ
ສາມຫ າຈະເປັນລາຄາ”
31
ສາມສີື່ປີຫລັງມານີີ້ ຄົນເຮັດໄຮປໍເລີື່ມຄໍຕົກ ເມືື່ອມີຄ າ
່
ທ ານາຍອອກມາເປັນທ ານອງວ່າ ປໍຟອກຈະບໍໍ່ເປັນລາຄາ
“ບັກສາມຫ ານີີ້ ມັນໝາຍເຖິງອີື່ຫຍັງລະ ລຸງຈານ?
້
“ກະ ໝູຫັ້ນເດ”
“ອໍ໎້ ຄັນຊັ້ນໝູຂຶີ້ນລາຄາເບາະ?”
“ມຶງຊິເອົາບໍໍ່ລະ ພວກຕະຫລາດ(ຕລາດ)ມາບອກກູໄວ້
ວ່າ ຜູ້ໃດຢາກໄດ້ໝູນ້ອຍມາລ້ຽງ ເຂົາໃຫ້ໄປຕິດຕໍໍ່.” “
อ ”อແຕ່ຮ າ ຜັດແພງເຫລືອເຫດ.”
“ເຮີີ້ຍ...ຮ າແພງກໍຂາຍໝູູຸຊັ້ນຕວ໋າ ບ້າເອີີ້ຍ...ກໍໝູມັນ
ເປັນລາຄາຊິໃຫ້ຮ າມັນຖືກໄດ້ຈັັ່ງໃດ?”
ກໍເປັນອັນວ່າ ໃຜມີໂຮງສີກໍໄດ້ຂາຍຮ າ ເປັນເງິນເປັນຄ າ “
ຂຶີ້ນມາ ເພາະໃຜໆໃນໝູ່ບ້ານກໍຫັນມາລ້ຽງໝູ. ພໍໍ່ເຫັນຄົນອືື່ນ
ລ້ຽງໝູກັນເປັນແຖວ ຢ້ານຊິບໍໍ່ມີ “ບັກ-ສາມຫ າ”ໄວ້ຂາຍ ກໍ “
ື
ຕ້ອງໄປເປັນໜີີ້ລູກໝູມາລ້ຽງຄກັບຄົນອືື່ນ. ເພາະຖ້າວ່າມັນຂຶີ້ນ “
ລາຄາແທ້ໆ ມັນຈະເສຍ(ເສັຽ)ປຽບບ້ານເມືອງເຂົາ. ແຕ່ທາງໄຮ່ “
ປໍກໍບໍໍ່ຖິີ້ມ ຖ້າບໍໍ່ເຮັດຜືນໄຮ່ກໍຈະຮົກເຮືີ້ອກາຍເປັນປ່າຄືນຄືເກົັ່າ
ຄັນປີຕໍໍ່ມາ ເກີດວ່າປໍເປັນລາຄາຂຶີ້ນມາຈະຕ້ອງເສັຽແຮງຂຸດ “
ກົັ່ນໃໝ່, ດັງນັ້ນຈຶື່ງສູ້ທົນເຮັດໄຮ່ປໍກັບລ້ຽງໝູ. ສ່ວນວຽກເຮັດ “
ນາ ນັ້ນເປັນຂອງແນ່ນອນຢູ່ແລ້ວ ຄົງບໍໍ່ມີໃຜບ້າພໍທີື່ຈະຖິີ້ມນາ
ໃຫ້ວ່າງຢູ່ລ້າໆ ຖ້າບໍໍ່ຈັັ່ງຊັ້ນ ຕ້ອງອົດຕາຍ ຈະໃຫ້ຫາເງິນມາ
ັ
ຈາກໃສສ າຫລັບຊືີ້ເຂົ້າສານຕໍໍ່ຫວາດຕໍໍ່ໄຫວ. ທຸກຄົນເຮດນາ
ເອົາເຂົ້າໄວ້ກິນ.
*ออ*ออ*
อ
อออ ເຖິງວ່າບ້ານຈະທັນສະໄໝ(ສໄມ)ປານໃດ ແຕ່ຄວາຍກໍ
ຍັງເປັນຂອງຄູ່ໄຮ່ຄູ່ນາ ຫລາຍຄນອາດໄຝ່ຝັນຢາກໄດ້ລົດແທັກ
ົ
ົ
ເຕີີ້ມາໃຊ້ແທນຄວາຍ ແຕ່ມັນກໍເປັນພຽງເລືື່ອງລມໆແລ້ງໆທໍໍ່
ນັ້ນ ໃນຄວາມເປັນຈິງແລ້ວຖ້າຫາກຈະຊືີ້ລົດແທັກເຕີີ້ຈັກຄັນ
ມັນໝາຍເຖິງຕ້ອງຂາຍທຸກສິື່ງທຸກຢ່າງ ຕ້ອງຂາຍເຮືອນ ຂາຍ
ນາ ຂາຍຄວາຍທຸກໂຕ ທີື່ມີໃນຄອກ.
อออ ເມືື່ອບໍໍ່ມີໄຮ່ບໍໍ່ມີນາ ແລ້ວຈະເອົາລົດແທັກເຕີີ້ມາໄວ້ເຮັດ
ຫຍັງ ເຖິງປານນັ້ນບາງຄົນກໍໃຈປ ໍ້າ ລົງທຶນຂາຍທຸກສິື່ງທຸກ
ຢ່າງ ເພືື່ອໃຫ້ໄດ້ລົດແທັກເຕີີ້ຕາມເວົ້າ. ກໍ ເລີຍການເປັນຄົນສິີ້ນ
ໄຮ້ໄມ້ຕອກຕາມມາທີຫລັງ ເພາະໃນຕອນຕັດສິນໃຈນັ້ນ ມອງ
32
ເຫັນແຕ່ທາງໄດ້ ຮັບຈ້າງໄຖນາໄຮ່ລະຮ້ອຍ ສອງຮ້ອຍບາດ ບໍໍ່ທໍໍ່
ໃດປີກໍຈະໄດ້ທຶນຄືນ ຈາກນັ້ນກໍຈະແມ່ນກ າໄລ ສ າຫລັບຊືີ້ນາ
ຄືນມາ. “
ັ
ແຕ່ໃນຄວາມເປັນຈິງ ມນມີແຕ່ທາງເສຍ(ເສັຽ)ຫລາຍ
ກວ່າ ຈັກແມ່ນຄ່ານ ້າມັນ ຈັກໜ້ອຍຜັດໄຖແຕກ ທັງຈະຕ້ອງ
ຶື່
ຈ່າຍຄ່າງວດລົດ ທັງຈະຕ້ອງຈ່າຍຄ່າສ້ອມ ອະໄຫລ່ອັນນງກໍ
ລາຄາຕັ້ງສີື່ພັນຫ້າພັນ ເງິນຫາໄດ້ມາກໍໝົດໄປກັບຄ່ານ ້າມັນ
ແລະຄ່າສ້ອມແປງ ເອົາໄປເອົາມາກໍເລີຍໝົດຕົວຢ່າງງ່າຍດາຍ. “
“ກໍພວກມຶງບໍໍ່ຟັງເບິື່ງໃຫ້ດີໆ ຂຶີ້ນຊືື່ວ່າລົດ ມັນລົດອີື່ຫລີ
ລົດປິກອັບ ລົດສອງແຖວ ລົດຈັກ ມັນລົດທັງນັ້ນ... ຍິື່ງລົດໄຖ “
ນີີ້ ທັງລົດ ທັງໄຖ...” ລຸງຈານສາທະຍາຍ ເລືື່ອງລົດໃຫ້ໃຜຕໍໍ່ໃຜ
້
ໄດ້ຫົວລໍ໎້ໄດອີກ. “
ັ
ຶ
“ຢ່າງພວກເຮົານີີ້ ຄດອ່ານເຮດອີື່ຫຍັງຄືກັບຄົນອືື່ນ, ມ ີ “
ແຕ່ໝົດເນືີ້ອໝົດຕົວເດ໊ລຸງຈານ, ບາງຄົນເວົ້າເພືື່ອປັບທຸກ
ບ້າເອີີ້ຍ... ມີທຶນໜ້ອຍດຽວ ຊ ້າຜັດຄຶດເຮັດການໃຫຍ່ ມັນກໍ
33
ເຈັ້ງວັນຍັັ່ງຄ ່າ”
“ອ້າວ ຄັນຊັ້ນຄົນອນທີື່ເຂົາລ ້າລວຍນັ້ນເດ້?”
ືື່
“ເຂົາມີທຶນຫລາຍ... ແລ້ວອີກອັນນຶື່ງ ສໄມນີີ້ມັນເປັນ “
ັ
ຍຸກຈະຫລວດ ຊິເຮັດອີື່ຫຍັງມນຕ້ອງໄດ້ໃຊ້ຫົວຄິດ ປັນຍາທັງ
ນັ້ນ ດຽວນີີ້ຫົວຄິດຂອງຄົນເຮົາມັນໄປເຖິງໂລກພະຈັນແລ້ວ”
ູ້
“ມັນກະຄືວ່າຫັ້ນລະ!” ຜຄົນໃນໝູ່ບ້ານພາກັນຍອມ,
”ເລືື່ອງຄວາມຄິດປັນຍານີີ້ ພວກເຮົາສູ້ເຂົາບໍໍ່ໄດ້ດອກ.” “
*ออ*ออ*
“ຂາຍອັນໃດກໍຂາຍເຢີຶ້ ແຕ່ຢ່າໃຫ້ກູຕ້ອງຂາຍຄວາມຄ ື
ເຂົາເດ”
ີີ້
ລຸງຈານເວົ້າຢ່າງເຄັັ່ງຄຽດ ຕົກມາປີນີີ້ລາວບໍໍ່ຄ່ອຍມີ
້
ອາລົມມ່ວນນ າໃຜຕໍໍ່ໃຜພໍໃຫ້ໄດຫົວຄືດັັ່ງທີື່ຜ່ານມາທໍໍ່ໃດດອກ, “
“ຂ້ອຍກໍບໍໍ່ວ່າຊິຢາກຂາຍດອກ... ບັກແຫລມມັນພວມ
ຶື່
ອ້ວນພີ ອີກຢ່າງນງກໍມີຄວາຍນ າເພິື່ນພຽງແຕ່ຕົວດຽວເທົັ່າ
ນັ້ນ.” “
“ກູຮູ້ວ່າພວກສູຄຶດຮອດມັນ... ແຕ່ກະຄືວ່າຫັ້ນລະ”
“ແມ່ນຄວາມ...ລຸງຈານ ຖ້າບໍໍ່ຂາຍກໍບໍໍ່ມີຫຍັງຊິກິນ.” “
“ໄທບ້ານເຮົາຂາຍຄວາຍອອກບ້ານໄປເກືອບຫ້າສິບ “
ຕົວແລ້ວປີນີີ້ ຍັງເຫລືອແຕ່ກູ... ທິດສີ...ທິດມີ...” ລາວນັບ
ນີີ້ວມື. “ແຕ່ກະຄືວ່າຫັ້ນລະ...ມນກໍຕ້ອງຂອດນ ້າຈາກສ້າງມາ
ັ
ໃຫ້ມັນກິນ ຟ້າຝົນປີນີີ້ກໍບໍໍ່ຮູ້ວ່າມັນເປັນແນວໃດ ຖ້າຂືນເປັນ
ແນວນີີ້ອີກຈັກສອງປີ ແຖວນີີ້ຕ້ອງເປັນບ້ານຮ້າງແທ້ໆ”
“ມັນແລ້ງຫລວງແລ້ວປີນີີ້.” ພໍໍ່ຈົັ່ມຄືຄົນລະເມີ. “
“ວ່າແຕ່ມືີ້ໃດມງຊິເອົາເງິນໄປຝາກ?” ລຸງຈານກ່າວ “
ຶ
ດ້ວຍນ ້າສຽງຫ່ວງໃຍ.
“ຄຶດວ່າສວຍໆຈັກໜ້ອຍນີີ້ລະລຸງຈານ.”อ “
ິ
“ດີແລ້ວ... ຢ່າເອົາເງນໄວ້ເຮືອນເປັນອັນຂາດ ສະໄ “
ໝ(ສໄມ)ນີີ້ມັນອຶດຢາກ ສອງມກ່ອນເຂົາກໍປຸ້ນກັນຢູ່ທາງບ້ານ
ືີ້
ດົງເຢັນ ຂາຍຄວາຍໄດ້ເງິນໝືື່ນ ຂ້າມຄືນກໍຖືກປຸ້ນແລ້ວ.”
อ
อออออออ*ออ*ออ*
ພໍໍ່ກັບຈາກຕະຫລາດ(ຕລາດ)ພ້ອມລົດອອກຕາມຄີວ
ສຽງຜູ້ຄົນເອະອະກັນກາງໝູູຸື່ບ້ານ ເຮັດໃຫ້ພໍໍ່ຕ້ອງຟ້າວໄປເບິື່ງ
ກ່ອນຊິຂຶີ້ນເຮືອນ ຟັງສຽງຄົນໂຈດຂານກັນຄືວ່າມີເຫດຮ້າຍ.
34
“ບັກມີພາພັກພວກໄປຕາມຮອຍ ກູກັບລຸງຈານຈະໄປ
ແຈ້ງຕ າຫລວດ ໃຫ້ຊ່ອຍລັດກວດກາຕາມດ່ານ ຄວາຍມັນ “
ຶີ້
ຕ້ອງຂນລົດແນ່ນອນ...”
ປະທານບ້ານແພງຢືນອອກຄ າສັັ່ງຢູ່ກາງທາງຫລວງ ຜ ູ້
ຄົນຟ້າວຟັັ່ງແຍກຍ້າຍປານເຜິີ້ງແຕກຮັງ.
“ຄວາຍໃຜ?”
ູ້
ພໍໍ່ຮ້ອງຖາມເມືື່ອຮວ່າຄົນທັງຫລາຍໂຈດຖາມກັນເລືື່ອງ “
ຄວາຍເສຍ(ເສັຽ)
“ຄວາຍລຸງຈານ ບັກຕູ້ໂຕງາມຂອງລາວຫັ້ນແຫລະ”
ລຸງຈານເສືອກຕາເຫັນພໍໍ່ພໍດີ. “
“ບັກທິດ ມຶງໄປກັບກູ ຕ້ອງຟ້າວໄປຫາຕ າຫລວດໃຫ້
ເຂົາລັດດ່ານ”อ
ືື່
“ຖ້າຈັກໜ້ອຍ ໃຫ້ຂ້ອຍເອົາເຄອງໄປໄວ້ເຮືອນ “
ບຶດດຽວ...” ພໍໍ່ບອກພ້ອມກັບຫັນຫລັງກັບຄືນເຮືອນຢ່າງຟ້າວ
ຟັັ່ງ. “
“ເຂົາເອົາຄວາຍບັກຕູ້ຂອງລງຈານໄປກິນແລ້ວ.” ແມ່
ຸ
ຟ້າວລາຍງານ.
“ເອີີ້... ຂ້ອຍຮູ້ແລ້ວ.” ພໍໍ່ບໍໍ່ຍອມນັັ່ງ, “ວ່າແຕ່ເຂົາມາລັກ “
ຕັ້ງແຕ່ຍາມໃດ?”
“ເຫັນບັກຫ າມັນບອກວ່າ ບໍໍ່ເຫັນຄວາຍຕັ້ງແຕ່ຕອນ “
ບ່າຍ ຊອກຫາຢູ່ຕັ້ງດົນນານ ກໍບໍໍ່ເຫັນ...”
“ໂອ້ຍ... ຖ້າຈັັ່ງຊັ້ນກໍບໍໍ່ຕ້ອງເສຍ(ເສັຽ)ເວລາໄປນ າ “
ແລ້ວ.”อ
“ເຫັນຄົນເຂົາວ່າ ຄວາຍຕ້ອງຂຶີ້ນລົດ...” “ “
“ສໄມນີີ້ມັນກໍຕ້ອງຂຶີ້ນລົດທັງນັ້ນແຫລະ ເສັຽໄປຕັ້ງແຕ່ “
ບ່າຍ ຈົນປານນີີ້ຈຶື່ງຄ່ອຍອອກຕິດຕາມ ຂ້ອຍວ່າມັນເປັນຊີີ້ິີ້ນກິ
ໂລໄປແລ້ວລະ...”
“ເຄາະດີ ທີື່ເຮົາຂາຍບັກແຫລມໄປກ່ອນ.” “
ແມ່ລືມຄວາມເສັຽດາຍຄວາຍບັກແຫລມໄປທັນທີ.
ລົງພິມຄັ້ງທີ 1 ໃນ “ສຍາມຣັດສັບປະດາວິຈານ” ກຸງແທບ ພ.ສ.
2524อ 15
ລົງພິມຄັ້ງທີ 2 ໂດຍສະມາຄົມພາສາແລະໜັງສືແຫ່ງປະເທດໄທຍ
ລົງພິມຄັ້ງທີ 3 ນສພ. “ຂ່າວມິຕພາບ”ຂອນແກ່ນ ພ.ສ. 2530
35
เขาพบว่า จิตร ภูมิ ดนตรีขับร้องหมู่และร้องเดี่ยว
ศักดิ์ มีความ มีทั้งวงดนตรีไทย และวงดนตรี
เชี่ยวชาญทาง เครื่องเล่นแบบจีน จึงมีเพลง
วรรณคดีและ ร้องเล่นที่เป็นเพลงเก่าและ
ประวัติศาสตร์ เล่น เพลงที่แต่งขึ้นใหม่”
ิ
เครื่องดนตรีไทยได้ จิตร ภูมศักดิ์ ใช้นามปากกา
หลายชนิด ที่คล่อง ว่า สุธรรม บุญรุ่ง ในการเขียน
มากคือ เล่นจะเข้ตัว เพลง
่
นักดนตรีรวมคุกในตอนนั้น
บทเพลงจากลาดยาว มี ขุนศิลปะพูนสวสด (แคน) ส ุ
ั
ิ์
ภัทร สคนธาภิรมย์ โกศล กิจจา
ุ
กวีการเมืองในยุคปี 2500 นุวัตร จิตร ภูมิศักดิ์ ธ ารง
สมัยจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ จันทรสมบัติ ชิต เดชพิชัย
เป็นนายกรัฐมนตรี คนที่โดดเด่น เรือน เทศ (ชาวกัมพูชา)
ที่สุดเห็นจะไม่มีใครเกิน จิตร ภม ิ อุดม สีสุวรรณ ประเวทย์
ู
ศักดิ์ ผู้ซึ่งถูกคุมขังในคุก บูรณกิจ ทอน จันทรศรี ไขแสง
่
ลาดยาว โดยถูกฟ้องวากระท า สุกใส เชลง กัทลีรดพันธุ์ อิศรา
ิ
ิ
ผิดต่อกฎหมายคอมมวนสต์และ อมันตกุล
ความผิดต่อความมั่นคงของรัฐ ส่วนนักรองมี ธรรมนูญ
้
ภายในและภายนอก ในที่สุด ตัณฑเตมีย์ นิพนธ์ ชัยชาญ
่
ศาลทหารพพากษาวาเขาไม่ผิด ประวฒิ ศรีมันตระ สุธีร์ คุปตา
ุ
ิ
ยกฟ้องและปล่อยตัวไปในปี รักษ์ มนัส พรหมบุญ และวิทิต
2507 หลังจากถูกคุมขังอยู่ จันดาวงศ์
เป็นเวลา 6 ปีเศษ เพลงของจิตร ภูมิศักดิ์ ที่
ใครๆ รู้จักเขาว่า จิตร ภูม ิ แต่งในช่วงนั้น สะท้อนถึงจิตใจ
ศักดิ์ หรือ ทีปกร หรือ สมชาย กล้าต่อสู้ กล้าเอาชนะต่อเผด็จ
ปรีชาเจริญ หรือ สุธรรม บุญ การ ไม่กลัวความพ่ายแพ้ ปลุก
รุ่ง หรือกวีการเมือง ซึ่งล้วน ใหญ่ที่จิตร หอบเอาเข้าไปในคุก พลังหวังในยามมืดมน โดย
แต่เป็นนามปากกาที่ใช้ในการ ด้วย เฉพาะอย่างยิ่ง เพลง แสงดาว
งานเขียนประเภทต่างๆ ทุกวันหลังกินข้าว จิตรจะ แห่งศรัทธา ที่เคยน าเสนอไป
ทองใบ ทองเปาด์ ทนาย เล่นจะเข้ และใช้จะเข้เป็นอุปกรณ์ แล้ว
้
ประชาชน ทนายผู้ได้รับรางวัล ในการสรางท านองเพลง นอกจากนี้ยังมี เพลงมาร์ช
แมกไซไซ และอดีตสมาชิก ทองใบ ทองเปาด์ เล่าว่า ลาดยาว เพลงมาร์ชชาวนาไทย
วุฒิสภา จ. มหาสารคาม เขียน “พวกเรามีงานรื่นเริงใน เพลงเทิดสิทธิมนุษยชน เพลง
เล่าไวในหนังสอ “ชีวิตและการ คุกกันเป็นประจ า โดยเฉพาะ ฟ้าใหม่ เพลงความหวังยังไม่
ื
้
ท างาน ทองใบ ทองเปาด์” ที่เรา ตอนปีใหม่ นอกจากมีการ สิ้น เพลงศักดิ์ศรีแรงงาน
น ามาเล่าสู่กันฟังว่า ท าบุญเลี้ยงพระ มีแข่งกีฬา เพลงเสียงเพรียกจากมาตุภูมิ
เขาเป็นเพื่อนรวมคุก โดยมีญาติพี่น้องของชาวคุก เพลงร าวงวันเมย์เดย์ เพลง
่
ลาดยาวกับจิตร ภูมศักดิ์ เข้ามาฉลองร่วมด้วย ยังมี มนต์รักจากเสียงกระดึง
ิ
36
ม่านฟ้ายามค่ า ดั่งม่านสีด า
ม่านแห่งความร้าวระบม
เปรียบเหมือนดวงใจ มืด
ทึบระทม
พ่ายแพ้ซานซมพลัดพราก
บ้านมา
ต่อสู้กู้ถิ่น และสิทธิเสรี
กู้ศักดิ์และศรีโสภา จึง
พลัดมาไกล
ทิ้งไว้โรยรา จะร้างดังป่า
อยู่นับปี
เคยสดใส รื่นเริง ดังนก
เริงลม
ถลาลอยชื่นชม อย่างมี
เพลงที่ขอเสนอวันนี้มีสอง ขอบฟ้าสีทองอ าไพเป็น “ฟ้า เสรี
เพลง เพลงแรกคือเพลง ฟ้าใหม ใหม่” ที่อาบด้วยเสรีภาพและ แม้ร้อยวัง วิมานที่มี มิ
่
แต่งในปี 2503 ภราดรธรรม เทียมเทียบปฐพีที่รักมั่น
เนื้อรอง/ท านอง จิตร ภม ิ “ชนผู้รักชาติ รักความ ความใฝ่ฝันแสนงาม แต่
ู
้
ศักดิ์ เป็นไทย จงสามัคค ี ครั้งเคยเนาว์
โน่นขอบฟ้าเรืองรองทาบ เร็วลุกขึ้นเถิด เร็วลุกขึ้น ชื่นหวานในใจเรา อยู่มิเว้น
ทองอ าไพ ใสสดงามตา เถิด ทุกชั้นชนไทย” วัน
คือฟ้าใหม่ ใกล้มา น ามวล นี่เป็นการปลุกพลังชาวคุก ความหวังเอย ไม่เคยไหว
ทาสเป็นไทย ลาดยาวให้มองเห็นความหวังที่ หวั่น
อาบด้วยแสงเสรี ภราดร เรืองรอง ณ “ฟ้าใหม่” นั่นเอง ยึดมั่นว่าจักได้คืน เหมือน
ธรรม ฟุ้งเฟื่องประจ า ส่วนอีกเพลงคือ เสียง ศรัทธา
งามล้ ากว่า ก่อนไกล ชีพ เพรียกจากมาตุภูมิ แว่วเสียงก้องกู่ จากขอบ
สดใสเริงรื่น เพลงนี้แสดงให้เห็นว่า ทุก ฟ้าไกล
ิ
เร็วลุกขึ้นเถิด เร็วลุกขึ้น คนมีบ้านมีแผ่นดนเกิด อันเป็นท ี่ แว่วดังจากโพ้นนภา บ้าน
เถิด ทุกชั้นชนไทย อยู่ที่กิน และเป็นเรือนตาย เมื่อ เอ๋ย เคยเนาว์
ชนผู้รักชาติ รักความเป็น ต้องพลัดพรากจึงเป็นความร้าว กังวานครวญมา รอคอย
ไท จงสามัคค ี ระบม ที่ต้องต่อสู้กู้ถิ่น เป็นความ เรียกข้าอยู่ทุกวัน
เร็วลุกขึ้นเถิด เร็วลุกขึ้น ใฝ่ฝันแสนงามที่จะได้คืนกลับ ฟังเพลงของจิตร ภูมิศักดิ์
เถิด ทุกชั้นชนไทย มาตุภูมิของตนเอง ทั้งสองเพลงนี้แล้ว
พร้อมใจกัน ก้าวตรงไป เพลง เสียงเพรียกจาก สัมผัสได้ถึงความใฝ่ฝัน
สู่ไทยเสรี มาตุภูมิ ความหวัง พลังที่ไม่รู้จบรู้สนของ
ิ้
เพลงนี้ให้ความหมายว่า แม้ จิตร ภูมิศักดิ์ ประพันธ์ ผู้คนที่มีต่ออนาคต แม้ว่าจะอยู่
จะถูกคุกคุมขังอย่างไม่เป็นธรรม ในนาม สุธรรม บุญรง ท่ามกลางความมืดมิด แต่ก็ไม ่
ุ่
กระทั่งบางคน ก็ถูกประหารไป เรียบเรียงเสียงประสาน อาจปิดกั้นพลังแห่งศรัทธา
แล้ว แต่ชาวลาดยาวยังมองเห็น วงกรรมาชน ของผู้คนได้ /
37
เปาหมาย 10,000
้
ตนในฤดูเพาะปลูก :
้
ดินแดนแหงตนหวา
้
่
้
ั
ั
ิ
ตามประวตการต้ง นเรศวรมหาราช ทรงน า พระองคและไพรพลหยด
ุ
์
่
ั
ชื่อของอาเภอสีชมพ ทัพไปราชการสงคราม พกประทับแรมคือ
ู
ี
ิ
ุ
ั
ื
บอกเลาสบตอกนมาวา ผานมาและหยดพกใน บรเวณใตตนหวาสชมพ ู
ั
่
้
้ ้
่
่
่
ั
ั
่
คร้งหนึงสมเดจพระ พนที่อาเภอสีชมพ ตรงที่ ขนาดใหญ ซงกาลงออก
ึ
ื้
ู
็
่
่
ี
ู
ุ
ผลสชมพใกลสกเตมตน
็
้
้
ื
่
กอนจะเคลอนทัพตอไป
่
่
ั
ในพทธประวต ระบุไววา
ุ
ิ
้ ่
ิ
เมือคร้งเจาชายสทธตถะ
ั
ั
่
้
ทรงพระเยาว พระองค ์
์
ทรงมีความเกี่ยวพนกับ
ั
ตนหวาดวยการบรรล ุ
้
้
้
ปฐมณานใตตนหวาขณะ
้
้ ้
นั่งรอพระราชบิดา
้
ู
ั
นอกจากนีน้าลกหวา ยง
้
เปน 1 ใน 8 น้าปานะที่
็
็
สมเดจพระสัมมาสัม
ุ
พระพทธเจา ทรง
้
อนุญาตใหพระสงฆฉันได
์
้
้
38
้
่
ู
็
ิ
ดวยความเปนศรมงคล หวาทีมีอยตามหัวไร ่ 141 ตน ทั้งนี มีเปาหมาย
ิ
้
่
้
้
้
ู
ู
่
ของตนหวาดงกลาว ปลายนาหรอที่เกิดเอง ทีจะปลกเพ่ ิมในฤดกาล
ั
ื
้
่
้
ี
ิ
ู
ขางตนนั้น อาเภอสชมพ ตามธรรมชาต จากการ เพาะปลูกที่จะถึงนี้
้
้
ู
้
จึงกาหนดใหการปลกตน สารวจในเบืองตน มี (พฤษภาคม-กรกฎาคม
้
้
้
็
ี
หวาสชมพ เปนวาระการ จ านวนทั้งส้น 392 ตน 2565) จ านวน 10,000
ู
ิ
้
้
ั
็
ี
พฒนาอกเรื่องหนึ่งของ จ าแนกเปนตนหวาทีมี ตน โดยไดประสานสถานี
่
้
้
้
้
ี
อาเภอสีชมพ การ อายต้งแต 1-5 ป จ านวน เพาะช ากลาไมชุมแพและ
ู
ุ
ั
่
้
้
ั
ขับเคลื่อนระดบอาเภอ 103 ตน อายต้งแต 5-10 องคกรเอกชน สนับสนุน
ั
ุ
์
้
่
่
ี
ื
จึงมอบหมายใหกานัน ป จ านวน 148 ตน และ การเพาะช าตนหวา เพอ
้
้
้
้
ั
ผใหญบาน สารวจตน อาย 10 ปขึ้นไป จ านวน แจกจายใหรวมกนปลก มี
ุ
ี
ู
ู
่
้
่ ้
้ ่
้
39
แผนรณรงค ์
ั
ั
ประชาสมพนธเชิญชวน
์
ใหหนวยงานราชการ
่
้
ภาคเอกชน ภาค
ประชาชน และภาคี
ื
เครอขายทุกภาคสวน
่
่
ั
่
ื
้
ชวยกนปลกในพนทีไรที ่
ู
่
่
่
สวน ทีรกรางวางเปลา
้
่
่
่
ื
หรอทีสาธารณะประโยชน ์
่
ตางๆตามทีเห็นสมควร
่
และเหมาะสม
วตถประสงคการปลกตน
ั
ุ
ู
์
้
หวาสชมพ มีดงนี 1. เพอ ค าวา ‘ชมฺพุ’ ในภาษาบาลี-สันสกฤต เป็ น ชื่อ
ั
ื
่
ี
ู
้
่
้
ั
ื
สบคนและสบสาน เอกลก เรยกของตนหวา “ทวป” หมายถึงดินแดน,
ื
ี
ี
้
้
้
ั
ลกษณ อตลกษณ ความ เกาะ ชมพทวป จึงหมายถึงดนแดนแหงตน
ั
ั
์
์
ิ
ี
ู
้
่
ี
็
ู
เปนอาเภอสชมพ สราง หวา เปนดนแดนทีพทธศาสนาถือก าเนิด
้
ุ
็
ิ
่
้
ความภาคภมิใจในความ
ู
็
ั
ิ
เปนมาและประวตศาสตร ์
ั
ของการกอต้งอาเภอ 2.
่
ื
ิ
่
เพอสงเสรมและ
่
พฒนาการทองเทียว
ั
่
่
นวตกรรม ทักษะ สราง
ั
้
งาน สรางอาชีพ เพ่ ิม
้
ุ
รายไดใหกลมอาชีพและ
้ ้
่
ประชาชน เชน การทอ
่
ู
ผาลายลกหวา การยอม
้
้
้
ู
ผาลกหวา การท าไวนลก
ู
์
้
้
ู
หวา การแปรรปลกหวา
ู
้
้
ิ
ั
ิ
ุ
สก และคดคนผลตภณฑ ์
้
40
ู
จากลกหวาและตนหวา
้
้
้
ู
็
และมุงสการเปนอาเภอที ่
่
่
มีตนหวามากทึสดใน
ุ
่
้
้
ื
่
้
ื
ประเทศ 3.เพอเพ่ ิมพนที ่
่
ปา พนทีสเขียว ลด
ี
ื
้
่
ปญหาหมอกควน ฝน
ุ
ั
ั
่
ละออง (pm 2.5) บรรทา
ปญหาโลกรอน
ั
้
ุ
เสรมสรางสมดล
ิ
้
ิ
ส่งแวดลอมและ
้
ั
ทรพยากรธรรมชาตให ้
ิ
อดมสมบูรณอยางย่งยน
ุ
ื
ั
์
่
41
ุ
หญาสดหมักอาหารปศสตว
ั
์
้
สมคิด สิงสง
รายงานจากพื้นที่
้
ทุกข์หนักของคนเลยวววควายคือในยาม
ั
ี
ิ
ึ
ทีขาดแคลนหญาสดใหววควายกน ถงแมนจะมี
่
ั
้
้
้
ึ
็
่
แปลงหญาเปนของตนเอง แตเมือถงหนาแลง
่
้
้
้
่
ี
หากแปลงหญาไมมีระบบการใหน้าทีดพอ ก ็
้
่
้
เทากบไมมีแปลงหญาอยูด ดงนั้นเมือถงฤดเกบ
็
ู
ี
ั
ั
่
ึ
่
้
่
่
เกยวนาขาว คนเลยงววควายจะพากนเกบ
ั
็
ี
่
้
ี
ั
้
่
่
รวบรวมฟางแหงไวใหมากทีสดเทาทีจะท าได ้
ุ
้
่
้ ้
ื
้
ั
หาไมแลวจะตองหาซอฟางแหงอดกอนใน
้
่
้
้
้
ู
่
่
็
ี
่
่
ู
สนนราคาทีสงขึนเรือย ๆ เมือพนฤดเกบเกยว
้
้
ไปเนิ่นนาน จากราคากอนละ 28 บาท ก็จะขยับ
้
เปน 30-40 หรือสงกวานั้น
็
ู
่
่
ี
้
ั
ื
ไมกวนมานี ผมตระเวนหาซอฟางแหงอด
ั
้
้
่
ุ
่
ิ
กอน เมือฟางกอนสดทายควายกนหมดลงแลว
้
้
้
้
บังเอญแหลงทีขายฟางมีปญหาไมพรักพรอม
ิ
่
ั
้
่
่
ั
่
่
เรืองคนงานทีจะขนสงฟางอดกอนไปสงคอก
่
้
่
ควายผม เขาจึงแนะน าใหไปซอหญาหมักไปแก ้
ื
้
้
้
ขัดกอน
่
ผมเคยรจักเขาในฐานะเอเยนซ์ขายปุยเคมี
ู
๋
้
่
่
ั
เงินลานในหมูบาน ไมนาเชือวาวนนีเขาจะเลยว สมพร หนองขุนสาร
้
ี
้
่
่ ่
้
่ ้
ุ
ิ
ิ
หักศอกมาท าธรกจเกษตรอนทรีย์อยางเอาจริง ่
่
เอาจัง มือถือ 082-154-8582
ั
ั
้
ถาวนนั้นผมไมไดไปส่งซอฟางแหงอด
ื
ั
้
้
่ ้
ู
ฟอนมาใหควาย ผมกจะไมรดอกวามีหญาหมัก แลวดดอากาศออกจากถงขณะมัดปากถงให ้
็
ู
้
ุ
่ ้
ุ
่
้
่
้
่
ขายอยูใกล ๆ นีเอง แนนสนิท อนเปนกระบวนการหมักหญาสดบด
็
ั
้
่
้
่
่
ั
สมพร หนองขุนสาร หนุมวย 40 ตน ๆ สับ ใหเป็ นอาหารวัวควายทีทรงคุณภาพ
้
้
่
่
ู
่
ั
ราษฎรบานซาไผ หมู 6 ต.ซบสมบูรณ์ อ.โคก ทดแทนหญาสดทีขาดแคลนในชวงฤดแลง
่
้
่
่
้
้
ั
่
ึ
์
โพธไชย จ.ขอนแกน คือเขาคนนั้น ซงกาลงงวน เวบไซต์ วถชีวตเกษตรพอเพยง.คอม
ิ
ิ
ี
่
ี
ิ
่
บรรจหญาเนเปยร์บดสบลงถงดา โรยเกลอ เผยแพรสตรหญาเนเปยร์หมัก ขั้นตอนงายๆ
ุ
ื
ั
ุ
ี
ู
ี
้
่
้
่
42
ั
ู
และน้าตาลสงพอสมควร ควรมีลาตนตนเพอ
่
ื
้
่
ชวยลดชองอากาศภายในใหนอยทีสด เชน
ุ
้ ้
่
่
่
ี
ี
ขาวโพด หญาเนเปยร์ ซงในหญาเนเปยร์ปาก
ึ
่
้
้
้
ชอง 1 มีคาร์โบไฮเดรตละลายน้าได (WSC) 18
่
้
% ดงนั้นจึงมีความเหมาะสมในการน ามาผลต
ิ
ั
หญาหมัก โดยไมตองเตมสารเสริมในการท า
ิ
่ ้
้
หญาหมัก
้
ื
ั
2. เวลาในการตดพชมาท าหมัก ไมแกและ
่
่
ไมออนจนเกนไปและยังมีคุณคาทางอาหารอยู ่
ิ
่
่ ่
ั
ี
ในการตดหญาเนเปยร์ปากชอง 1 พชมาท าหมัก
ื
้
่
ั
ควรตัดที่อายุประมาณ 60-70 วน
็
่
็
ท าเองกได ท าขายกรวย เมือ 10 พฤษภาคม 3. ความยาวของทอนพช ชวยในการไล ่
้
ื
่
่
2021 (2564) วา.. อากาศ เชน หั่นยาวประมาณ 1 นิ้ว
่
่
ิ
การผลตหญาเนเปยร์ปากชอง 1 หมัก 4. ระดับความชื้นเหมาะสม พชที่น ามา
ี
่
้
ื
ั
ิ
ื
การผลตหญาหมักคือการน าพชอาหารสตว์ หมักควรมีความชื้นประมาณ 60–70 %
้
ชนิดตาง ๆ น ามาเกบรักษาไวในสภาพความชืน 5. การกาจัดอากาศออก เปนหลักส าคัญ
้
็
่
้
็
่
็
ึ
สงทีไมมีอากาศ ซงการเกบแบบหมักนีสามารถ ทีสดในการท าหญาหมัก เพราะปองกนการเกด
้
่
ู
่
ั
ิ
่
ุ
้
้
อยูไดเปนเวลานานโดยสวนประกอบตาง ๆ และ เชือราและชวยใหจลนทรีย์ทีไมใชออกซเจน
็
่
่ ้
่
ิ
้
่
ิ
ุ
่
่ ้
้
่
ี
คุณคาของอาหารไมเปลยนแปลงสาหรับไวใช สรางกรดมารักษาคุณภาพของหญาหมักเอาไว ้
่
่
้ ้
้
้
ั
ั
็
เปนอาหารสตว์ในชวงขาดแคลนหญาสด หลง
่
้
การท าหญาหมักประมาณ 1 สปดาห์จะเริ่มมี
ั
้
ิ
ี
ู
ู
ิ
ิ
กล่นหอม ประมาณ 3 สปดาห์จะเกดการหมัก รปแบบและวธการท ามีหลายรปแบบ ดังนี้
ั
เต็มที่ 1. หลุมหมักแบบราง
ั
ปจจัยที่ควบคุมคุณภาพของการหมัก 2. หลุมหมักแบบก าแพงคอนกรีต
ุ
ื
็
่
ื
่
1. ชนิดของพช เปนพชทีมีเปอร์เซนต์แปง 3. หลมหมักแบบปลอง
็
้
43
4. หลมหมักแบบทอ
ุ
่
5. ถุงหมักแบบสุญญากาศ
6. แบบมวนกอน
้
้
7. แบบบรรจในภาชนะจากผลพลอยได ้
ุ
ของโรงงานอตสาหกรรม
ุ
ื้
8. แบบกองพน
ขั้นตอนการท าหญาหมัก
้
ื
่
ั
1. การตดหญาหรือพชในระยะทีเหมาะสม
้
หั่นใหมีขนาด 2-3 ซม. (1 นิ้ว) เพอชวยในการ
ื
่
่
้
อดหญาให ้
ั
้
แนน
่
ุ
2. การบรรจลงหลุมหรือภาชนะหมัก
ั
จ าเปนตองอดใหแนน เพอไลอากาศออกใหมาก
่
็
ื
้
้
่
่
้
ทีสดโดยใชคนย่า หรือใชแทรกเตอร์ว่งทับ หาก
ุ
่
ิ
้
้
ั
ิ
มีการเตมสารเสริมตองน ามาผสมผสมกบหญา
้
้
ึ
ุ
ใหทั่วถงกอนบรรจ
่
้
ิ
3. การกลบหลุม หรือปดภาชนะบรรจ เมื่อ ทิ้งไวนาน ๆ หญาหมักทีไมไดน ามาใชจะเกดการ
ุ
ิ
่
้
้
้
่ ้
ั
บรรจหญาเตมหลมและอดหญาแนนแลว สญเสยได ้
ุ
ุ
็
้
้
่
้
ู
ี
ุ
ุ
ื
่
จะตองปดหลม หรือภาชนะบรรจใหสนิท เพอ
ิ
้
้
ุ
ั
ึ
ปองกนอากาศซมเขาและฝนชะลาง ถาหลม
้
้
้
้
ั
่
ี
ี
้
่
ขนาดใหญควรใชพลาสตกคลมกอน แลวจึงใช ้ ลกษณะทีดของหญาเนเปยร์ปากชอง 1 หมัก
ุ
ิ
้
่
้
่
ี
ื
ี
ี
้
ิ
ั
ี
ุ
วสดตางๆ กดทับบนผาพลาสตกอกชั้น 1. ส ควรมีสเขียวแกมเหลอง ถาสน้าตาล
้
่
ิ
่
้
้
4. การเก็บ ไหมแสดงวาเกดความรอนมากในขณะท าหมัก
้
็
ี
ั
ี
้
่
้
ิ
และเปดใชหญา ถาเปนสดา ไมควรน าไปใชเลยงสตว์
้
้
ิ
้
ิ
่
หมักภายหลัง 2. กล่น ควรมีกล่นหอมเปรียวออน ๆ
้
้
การปดหลุมหรือ คลายผลไมดอง
ิ
้
็
้
ภาชนะ ใหเกบ 3. เนือหญาหมัก ตองไมเปนเมือก ไมเละ
่
้
่
็
้
ู
ุ
่
้
ทิ้งไว 3-4 เอามือถเนือไมหลดออกมา ไมมีราหรือสวนทีบูด
่
่
่
้
สปดาห์ จะได ้ เนา
ั
่
หญาหมักที ่ 4. ความชืน ควรอยูระหวาง 65-70%
้
้
่
่
้
ู
ื
้
สมบูรณ์ หากมีความชืนสงพชหมักจะเปรียวหรือถา
้
สามารถเปดและ ความชืนนอยจะเสียไดงายกวาปกติ
้
ิ
้ ่
้
่
น ามาใชได แต ่ 5. ความเปนกรด ควรมี pH อยูระหวาง
้ ้
็
่
่
ุ
ิ
ถาเปดหลมหมัก 3.5 – 4.2
้
44
ื
สรางงานสรางอาชีพ ร าขาวและเกลอ
้
้
้
ั
็
้
กลับมาดกิจกรรมธรกิจการเกษตรของ เลกนอย บางวน
ู
ุ
ี
่
สมพร หนองขุนสาร นานนับปแลวทีเขาท า จะมีมันส าปะหลัง
่
้
้
หญาเนเปยร์หมักขาย เขาบอกวาเวลานียอด ตากแหง (มัน
ี
้
่
้
้
้
ขายจะตกประมาณ 2 ตนตอวน หรือเดอนหนึง เสน) ดวย
ั
ื
่
ั
่
ประมาณ 60 เมตริกตัน ในราคาขายปลีกตันละ ระยะนี้คอก
1,400 บาท เดือนหนึ่งเขาจะมียอดขายประมาณ บัวขาวฟาร์ม
84,000 บาท ใชแรงงานในครอบครัวและญาต ควายงามขาด
ิ
้
ื
้
ั
ี
พนองใกลชิด กอใหเกดงาน อาชีพ และรายได ้ ฟางแหง ส่งซอ
ิ
่
้
้
่
้
้
ขึนในชุมชนทองถ่นของเขาจ านวนหนึง แลวแตยังไมได
้
่
ิ
่ ้
้
่
้
ื
ี
วธการท าหญาหมักของเขา เลอกวธที 5. ของ ในราคา
่
ี
ิ
ิ
้
กอนหรือฟอนละ
คือใชถงหมักแบบสญญากาศ ถงหนึงบรรจ 30 ้ ่
่
ุ
ุ
ุ
ุ
้
่
็
้
้
กิโลกรัม ขายปลึกถุงละ 42 บาท 30 บาท เมือมีฟางแหงแลวกคงลดปริมาณ
่
ั
่
้
ั
ผมมีควาย 6 ตว ตวใหญ 3 ตัว เล็ก 3 หญาหมักลงไปสกครึงหนึง
ั
่
ตัว ใหหญาหมักชวงเชากอนปลอยแทะเลมตาม
็
้
่
่
้
้
่
ื
ี
่
ื
ั
ิ
ธรรมชาต และชวงค่าเพอใหรางวลแกควายที ่ หญาเนเปยรในฐานะพชพลังงาน
์
้
่
่
้
่
เขาคอกเองเมือไดเวลา วนละ 2-3 ถุง โดยผสม ความจริงมีความเคลื่อนไหวเรื่องการ
ั
้
้
ู
ิ
ี
ิ
ั
จัดต้งวสาหกจชุมชนปลกหญาเนเปยร์ปอน
้
้
โรงงานไฟฟาชีวภาพมานานนับปเหมือนกน
ั
ี
้
แตโรงไฟฟายังไมเกดขึนเปนรปธรรมใน
ิ
ู
้
็
่
้
่
ู
ิ
ทองถ่นนี แตเห็นแปลงปลกหญาเกดขึนแลว
้
ิ
้
้
้
้
่
ั
็
หลายแปลง ก็จะเปนโอกาสอนเหมาะของสมพร
่
็
ุ
ั
ิ
ทีจะหาซอเหมาหญาเปนแปลง มาใชเปนวตถดบ
็
้
ื
้
้
ผลตหญาเนเปยร์หมักสนองความตองการของ
ี
ิ
้
้
่
้
ี
ั
เกษตรกรผูเลยงววควาย ซงแนวโนมวาจะมี
ึ
้
่
้
ั
้
ุ
มากขึน เพราะมีการสงเสริมของกรมปศสตว์
่
่
ื
และธนาคารเพอการเกษตรและสหกรณ์
้
ึ
การเกษตร (ธกส.) แพรหลายอยูในเวลานี ซง
่
่
่
้
่
จะน าเสนอเรืองนีในโอกาสตอไป
่
สมพร หนองขุนสาร ไดพสจน์ใหเห็น
ิ
ู
้
้
่
ั
็
ิ
แลววา การผลตหญาหมักเปนอาหารสตว์ เปน
็
้
้
่
่
ี
อกชองทางอาชีพหนึงของผูไมยอมแพตอการ
้ ่
่
้ ่
ิ
แสวงหาชองทางท ามาหากนโดยสจริต
ุ
่
45
น้อง ๆ รสึกกลัว
ู้
3 เพราะข้าวสุกติด
ก้นหมาแค่เม็ด
ขาวญของแม เดียว ด้วยความ
ี
่
้
หิว จึงลงทุนไล่กิน
กว่าหมาจะเหนื่อย
สมัยเด็ก แม่ก าชับเพลินกับ ยอมให้กินข้าวติดก้น ต้องข้าม ขณะนั่งล้อมวงกินข้าวแลงกันอยู่
น้องๆ กินข้าวอย่าให้ข้าวติดมือ ภูเขาถงสามลูก เพลินกับน้องๆ จึง นั้น มักจะมคนจรที่มาพักตาม
ึ
ี
แม้แต่เม็ดเดียว แต่ถ้าข้าวติดมือ ติดนิสัยควดข้าวจากกระติบไม ่ ศาลาวัด ออกขอข้าวกิน
ิ้
แม่ห้ามปัดข้าวที่ติดมือทงเด็ดขาด ยอมให้ติดมอ ถ้ารู้ตัวว่ามอไมมีมัน “ขอข้าวแลงกินแหน”
ื
่
่
ื
ทุกคนต้องเล็มมือ จนข้าวหมดทุก ก็ต้องหามันปูมาทามือก่อน เพื่อ แม่จะควดข้าวเหนียวจาก
เม็ด การเล็มอาจจะใช้นิ้วหยิบเม็ด ไม่ให้ข้าวติดมือเวลาควดข้าว กระติบ ก้อนเท่าหัวหมาเหงา ส่งให้
ข้าวออกทีละเม็ด หรือใช้ปากเล็ม เหนียวปั้นจิ้มกับอาหาร จนต้อง เพลิน น าไปยื่นให้กับคนจรที่มายืน
จนกว่าจะหมด ก่อนจะล้างมือให้ เสียเวลาเล็มออกทีละเม็ดสองเมด รออยู่ตรงบันไดทางขึ้นบ้าน
็
สะอาด เพราะความยากจนแท้ๆแม่ กว่าจะหมดก็ต้องใช้เวลาไปไม่น้อย “มาพักอยู่ที่ไหนล่ะ” แม่รอง
้
จึงต้องก าชับลูกๆให้ท ายังงน ถึงแม่จะเป็นคนเจ้าระเบียบใน ถาม
ั้
เนื่องจากข้าวในเล้าไม่เคยพอกินได ้ เรื่องปั้นข้าวเหนียวไม่ให้ติดมือ แต่ “ศาลาวัด” คนจรตอบ
ตลอดปีสักที ทาให้แม่ต้องก าชับ แม่ไม่ใช่คนขี้ถี่ แม่ออกจะใจกว้าง “มาเฮ็ดอิหยัง”
เอาจริงเอาจังกับข้าวที่ติดมือลูกๆ ด้วยซ้ า แม่ชอบท าบุญท าทาน “มาขายผ้า แม่ มื้ออื่น ก็กลับ
“อดอยากมา ข้าวติดก้นหมา เสมอ ไม่ใช่แค่กับพระเท่านน แต่กับ แล้วล่ะ”
ั้
่
เม็ดเดียว ไล่จนข้ามเขาสามลูกโนน คนธรรมดา ที่ตกทุกข์ได้ยากมา ถ้าแม่มีกับด้วยก็จะห่อให้ไปกิน
แหละมึงถึงจะได้กิน” แม่ก็จะให้ความช่วยเหลือเกื้อกูล จนอิ่มหน า ไม่เคยนึกรงเกียจคนจร
ั
แม่บ่นยังงี้ทุกครั้งหากน้องๆ ตลอด ไม่เคยขับไล่ให้คนจนที่บาก ที่มาขอข้าวแลงกินเลย
เผลอปัดข้าวติดมือทิ้ง ค าพูด หน้ามาพึ่งพาต้องกลับไปมอเปล่า “สงสารเขา ถ้าเราไม่ให้ เขาจะ
ื
ท านองนี้ของแม่ ท าให้เพลินกับ เพราะปกติชนบทอีสานสมยนั้น กินอะไร”
ั
“ใครล่ะแม่” เพลินถาม เพราะ
ไม่รู้ ทั้งที่น าข้าวไปให้แล้ว
“คนมาขายผ้า ส่วนใหญ่จะมา
จากเมืองเว คนพวกนี้ขยันไม่เคย
อยู่นิ่งสักที ”
แม่พูดตามที่เคยมีประสบ-
การณ์มา คนขายผ้าส่วนมาก จะ
เป็นไทเมืองเว มาจากเรณูนคร
เที่ยวขายผ้าจนกว่าจะหมดห่อ
ที่สะพายหลังมา นั่นแหละ พวกเขา
ถึงจะกลับบ้าน แต่บางคนก็พบรัก
แต่งงานมีครอบครัวอยู่แถวบ้าน
ของเพลินก็หลายคน
เห็นหน้าลุงผายครั้งใดก็ให้
46
ั
่
คิดถึงแม่อยู่ครามครน ลุงผายคือ ทุกปี พอกับแม่จะวางแผนใส่ สามารถฟาดหลุดง่าย และถูกกับ
คนที่แม่เอ่ยถึงอยู่เสมอ สิ่งหนึ่งคือ (ปลูก)ข้าวในนาหลายพันธุ์ ทั้ง นาของแม่ เม็ดดก ให้กลิ่นหอม
ความสัมพันธ์ฉันท์พี่น้องยังแนบ ข้าวดอที่ต้องเก็บเกี่ยวในช่วงก่อน และอ่อนนุ่มน่ากิน
่
แน่นไมเคยจืดจาง ลุงผายคือคนที่ ออกพรรษา แม่จะใส่ข้าวหมาก “กินข้าวอย่าให้ติดมือหลาย
่
เพลินได้ยินได้ฟังชื่อนี้มานาน จน ม่วย เม็ดสีเหลืองทอง เป็นข้าวดอ ทุกวันนี้ ข้าวติดก้นหมาไมมีให้ไล่
แทบกล่าวได้ว่า ลุงผายเป็นคนใน ที่ได้รบความนิยมมาก แต่ข้าว กินแล้วนะ พวกสูจะได้กินกลอยกิน
ั
่
ครอบครวเดียวกัน ทั้งที่เพลินไม่ หมากมวยก็ยังดอไม่ทันใจคนอึด เผือกแทน”
ั
เคยอยู่บ้านเดียวกับแกมาก่อน ข้าว ต่อมาเมื่อมีข้าวดอกข่าซึ่ง การเล็มข้าวติดมือ ทั้งเพลิน
บ้านของเพลิน มีเฉพาะคนใน สามารถเก็บเกี่ยวได้ในช่วงบุญข้าว และน้องๆยังคงท ามาจนติดเป็น
ั
ั้
ั
ครอบครวเท่านน พอ แม่ เพลิน สาก ผู้คนก็หันมาใส่ข้าวดอกข่ากัน นิสัย กินข้าวอิ่ม ไม่มีใครปดมือ
่
และน้องอีกสามคน ที่ต่างก็ลืมกัน มากขึ้น เพื่อให้เม็ดข้าวหลุดทิ้งเกลื่อน แต่
ไม่ลง เมอนึกถึงทุกครั้งที่เล็มเม็ด “มันเป็นข้าวไร่ เกี่ยวข้าวใหม่ ทุกคนจะเล็มเม็ดข้าวที่ติดตาม
ื่
็
ข้าวในมือให้หมดทุกเมด ตามค าสั่ง ใส่บุญข้าวสากเลยล่ะพ่อมึง” แม่ ปลายนิ้ว ง่ามนิ้วมือ จนบางครั้ง
ของแม่ พูดกับพ่อ เมื่อโตแล้ว เพอนจะมองอย่าง
ื่
ั้
เกือบทุกปีที่แม่ต้องบากหน้าไป “แต่มันดอขนาดนน จะทันได้ สงสัย ไม่เข้าใจว่า ท าไมเพลินจึง
ยืมข้าวลุงผาย เมื่อข้าวในเล้าหมด ตั้งต้นตั้งกอรึ” พ่อยังไม่เห็นด้วย เล็มเมดข้าวแค่เม็ดสองเม็ด ไม่ปัด
็
ี
ลง ซึ่งทุกครั้งก็ไม่เคยผิดหวังได้รับ “เราก็สักลุ่งดามนตั้งแต่เดือน ทิ้งเสยเลย
ั
ื
ความเอื้อเฟื้อเสมอ ความมีน้ าใจ หกโน่นสิ” “แกยังเล็มมออยู่รึเปล่า
เกื้อกูลกันของคนชนบท ไม่เคย “เดือนหก บางปีฝนยังไม่มา เพลิน”
เหือดแห้ง สายธารน้ าใจสายนี้ เลย แล้วจะไปหว่านกล้าที่ไหน” “เล็มซี่ลุงผาย มันติดเป็น
ยังคงชุ่มฉ่ าด้วยความเอื้อเฟื้อเผื่อ “ปลูกเป็นเม็ด” นิสัยเสียแล้ว”
แผ่แก่กันด้วยพื้นฐานแห่งหลัก แม่ออกความเห็น ซึ่งไมมีใคร ลุงผายหัวเราะอั๊กๆ เมื่อเห็น
่
ธรรมค าสอนของพระพุทธองค์ เคยท ายังงี้มาก่อน คนสมัยนั้นจะ เขาเล็มเม็ดข้าว ที่ติดมือเพยงสอง
ี
“บ่ดน ข้าวดอก็ได้เกี่ยวแล้ว ด านาก็ต้องหว่านกล้า ถ้าอายุของ สามเม็ด ไม่ยอมให้หลุดหล่นลงบน
ล่ะ” แม่บอกกับลุงผาย และลูก ๆ กล้าไม่ถึงเดือนก็ไมถอนมาด า ต้อง พื้น
เสมือนเป็นค ามั่นสัญญา รอให้ถูกตามโบราณพาท ามาจึงจะ “ปัดทิ้งบ้างก็ได้หรอกเพลิน
่
“ไม่ต้องรีบเรงหรอก ข้าวดอก็ ไม่ถูกคนอื่นเว้าพื้น ให้มดให้แมงมันได้กินบ้าง”
่
เก็บเอาไว้กินพวกสูให้อิ่ม ข้าวขึ้น “คนจะไม่ว่าขี้คร้านรึ กล้าก็ “ผมก็ไมคิดจะหวงไม่ให้มดให้
เล้า ค่อยเอามาคืน” ลุงผายกล่าว ไม่หว่าน” แมงกินนะลุง แต่มันรู้สึกว่า เหมือน
“จะเอากี่หาบ” แต่ถึงยังไงข้าวดอกข่าก็เข้า มีอะไรติดมอ และขาดอะไรบาง
ื
่
“สักสองหาบ มื้อแลงสิให้พ่อ มามีบทบาทอยู่พักหนึ่ง ไมนานนัก อย่างไป ถ้าไม่เล็มมืออย่างที่เคย
ิ
้
เขามาหาบเอา ตอนเช้าสไดต า” แม่ก็กลับไปใส่ข้าวหมากม่วย ท า”
่
การยืมข้าวคนอื่นกิน เป็น เหมือนเดิม เพราะแม่บอกวา ข้าว “อือ เล็มก็ดีนะ ไม่เสียหาย
็
ความน่าอายอย่างหนึ่ง แม้จะจน ดอกข่าไม่ถูกกับนา เมดไม่ดกอย่าง อะไรหรอก กินข้าวหมดจาน กินน้ า
จนข้าวไม่เหลือติดเล้า แต่ความ ข้าวหมากม่วย หมดแก้ว ข้ายังเห็นเขารณรงค์ทาง
่
อายยังมีมาก เกินกวาจะยอมให้คน นอกจากนั้น พ่อกับแม่ก็จะ โทรทัศน์กันเลย”
่
บ้านใกล้เรือนเคียงรู้วา หมดข้าว ใส่ข้าวกลาง ในนาที่ต่ าลงไปกว่าที่ เพลินยิ้มกับลุงผาย ทุกครั้งท ี่
กินแล้ว จนต้องได้ยืมข้าวญาติมา ใส่ข้าวดอ ซึ่งเป็นข้าวน้ าผึ้ง เม็ดสี เขากลับมาเยี่ยมบ้าน การได้ออก
ประทังชีวิต เหลืองทอง ขั้วไม่หยาบมากนัก ทุ่งนา ได้พบกับญาติพี่น้อง เป็น
47
่
ความสุขอย่างหนึ่งที่ขาดไม่ได้ วิทยาศาสตร์ และก าจัดศัตรูพืช คนเกี่ยวข้าวสักเท่าไหร่ สวนมากก็
แต่เดี๋ยวนี้ นาของเขาไมได ้ ด้วยยาฆ่าแมลงที่ผลิตจาก จะรอแต่รถเกี่ยวมาเกี่ยว สีให้
่
ปลูกข้าวหมากมวยอีกแล้ว ไม่มี ต่างประเทศ พร้อม พวกเขาเกี่ยวข้าววันเดียว
่
ั้
ั
ข้าวน้ าผึ้งที่เหลืองอร่ามทงทุ่ง ยาม “เกี่ยวข้าว เก็บแมงมนมาจี่ ก็เสร็จแล้ว คนมันต้องการความ
ข้าวสุกเต็มนา แต่พันธุ์ข้าวได ้ อร่อยมากเลยนะ ลุงผาย” สะดวกสบาย ก็เลยต้องลงทุนหนัก
เปลี่ยนไป ตามสมัยนิยม และความ “นั่นมันสมัยแกเป็นเด็ก หน่อย”
เจริญก้าวหน้าทางเทคโนโลยี เดี๋ยวนี้ไม่มีแมงมันให้เห็นหรอก” เสียงปี่ซังข้าวไม่มีให้ได้ยินอีก
ั
ทางการเกษตร ข้าวพนธุ์โบราณ “จริงรึลุง” แล้ว ซึ่งเพลินรู้สึกเสียดายบรรยา-
ุ่
ื่
ถูกทิ้งจนหายไปจากท้องทง ชาว “มันหายไปนานแล้ว ทุ่งนามี กาศเก่า ๆ ที่เขาเคยซึมซับมาเมอ
นาหันมาใส่ข้าวพันธุ์เกษตรที่มีชื่อ แต่ยา มีแต่ปุ๋ยวิทยาศาสตร์ แมง ครั้งยังเด็ก
กอขอขึ้นหน้า พัฒนาไปสปุ๋ย พวกนี้หายหมด แถมเดี๋ยวนี้ ไม่ม ี “กินของหวานซี่เพลิน”
ู่
ลุงผายให้คนยกถ้วยของ
หวานมาให้ เพลินมองอยู่พักหนึ่ง
จึงหยิบช้อนตักเข้าปาก พลางถาม
“เอ๊ะ นอะไรลุงผาย”
ี่
“จ าไม่ได้รึไง”
เพลินส่ายหน้า พลางตักอีก
ค าส่งเข้าปาก ซึ่งรสชาติคุ้นเคย
ปากและลิ้น หากทว่าเขายังนึกไม่
่
ออกวามันคืออะไร
“กลอย”
เพลินอดที่จะคิดถึงแม่ไม่ได ้
กลอยเป็นพืชตระกูลเผอก ที่เกิด
ื
ื
อยู่ตามป่า เครอของมันมีหนาม มี
หัวใต้ดิน ต้องไปขุด และหาบกลับ
บ้าน ปลอกเปลือก ฝานเป็นแว่นๆ
ห่อด้วยผ้าสะอาด น าไปแช่ไว้ในล า
ห้วยที่มีน้ าไหล ตื่นเช้าแม่จะต้องลุก
ไปเหยียบกลอย เพื่อไล่สารเมา
ออกให้หมด ครั้งหนึ่งๆจะเหยียบ
้
สักสามนา จึงจะหมดความเมา
น ามาตากไว้ เพื่อนึ่งกับหมากอึ
(ฟักทอง) กินแทนข้าว
ปีหนึ่ง ทุกคนในหมู่บ้านอด
ข้าว เพราะปีที่ผ่านมา เกิดความ
แห้งแล้งผลิตผลในนาได้ข้าวไม่
พอเพียงที่จะเก็บไว้กินได้ตลอดปี
ไม่มีใครสามารถให้ใครยืมข้าวกิน
ได้ แม้แต่ลุงผายก็มีอย่างจ ากัดจ า
48
เขี่ย “นี่ข้าวอะไรแม่”
แม่กับพ่อต้องออกป่า ขุดมัน “ไม่ใช่ข้าว แต่พ่อไปเอาเม็ด
และกลอยมาประทังความหิว วัน ไผ่มานึ่งสู่กินลูก รีบ ๆ กิน ถ้ามัน
็
หนึ่ง มีข้าวกินแค่หนึ่งมื้อ นอกนั้น เย็นจะแข็งกว่านี้ เรวเข้า”
กินมันกลอยแทน จนหลายวันผ่าน เม็ดไผ่เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ช่วย
้
ไป ข้าวในกระบุงเหลือน้อยมาก คนอึดข้าวให้มีชีวิตต่อไปไดอีก
แล้ว แม่จึงออกค าสั่งให้เพลินกับ หลายวัน เพลินกินได้ไม่กี่ค า ก็ต้อง
น้องคนถัดไป กินกลอยแทน เพื่อ หยุด ขอกินกลอยแทนเม็ดไผ่เพราะ
ประหยัดข้าวไว้ให้น้องคนเล็กสอง ทั้งแข็งและเหม็นเขียว
คนกิน “นี่แหละดีลูก ไม่ต้องเล็มมือ”
ึ่
“กินกลอยนงใส่หมากอึก็อิ่ม แม่บอกด้วยน้ าเสียงขมขื่น
หรอกลูก กินปลาเยอะ ๆ จะไอ้อิ่ม ปีนั้น เพลินต้องกินกลอย
นานๆ” และมันป่า นงใส่หมากอึ อยู่นาน
ึ่
่
เพลินรู้วาแม่มีความทุกข์ใจแค่ หลายเดือนกว่าข้าวดอจะพอเกี่ยว
ไหนที่เลี้ยงลูกไม่เหมือนกัน สองคน “พ่อมึง ดูข้าวซิ พอเกี่ยวร ึ
ได้กินข้าว แต่อีกสองคนกลับได้กิน ยัง” แม่จะถามพอยังงี้ ทุกเย็น
่
กลอยแทน แต่น้องคนถัดเขาไป ยัง ระหว่างล้อมวงกินอาหาร
้
ี
ึ
ไม่รู้ภาษามากนัก จึงท าท่างอแง “ยังเป็นนานมอยู่เลย” พ่อ บ้านเดอ พ่อมง อกสองวนก็คงต า
ั
้
“กลอยมันจืด กินยังไงก็ไม่อิ่ม หมายถึงข้าวยังเป็นน้ านมอยู่ ได”
้
ท้อง” “ลูก ๆ เรมหัวโต พุงโรกัน อีกสองวนต่อมา กลิ่นข้าวใหม่
ั
ิ่
“ยังงั้นแกจะกินอะไร” แล้วนะ” แม่มองดูลูก ๆ ด้วย หอมกรุ่นเตะจมูก ท าให้เพลินกับ
“กินข้าว” สายตาปวดร้าว น้องๆ ไม่ห่างไปไหน วนเวียนอยู่
แม่ไม่พูดอะไรสักค า แต่เย็นวัน “หลังวันพระหน้าก็คงพอ ข้างโบมส่ายข้าวของแม่ ที่ปั้นยื่นให้
นั้น แม่มีกระติบข้าวเหนียวมาวาง เกี่ยวได้หรอก” ลูกๆคนละปั้น พร้อมกับโรยเกลือ
ข้างสารับ พรอมกับเรียกทุกคนให้ ในที่สุดข้าวหมากม่วยก็สุก ให้ด้วยความรัก
้
มากินอาหารพรอมกัน พอที่จะเกี่ยวได้แล้ว “กินซะลูก ข้าวใหม่โรยเกลือ
้
“กระติบอะไรแม่” พ่อกับแม่ถือเคียวลงเกี่ยว หอมอ่อนดีกว่ากลอยอีก”
แม่มองหน้าพ่อ ไม่ตอบ ข้าวตั้งแต่เช้า พอตกเย็น แม่ก็น า แม่ญีข้าวอีกหลายครั้ง กว่าจะ
ค าถาม แต่กลับเร่งให้เพลินกับน้อง กระด้งมาวางลงกับพื้น ให้พ่อมัด เกี่ยวข้าวดอเสร็จ และขนขึ้นไป
ๆ กินข้าวกันเร็ว ๆ ฟ่อนข้าวแล้วยกลงวางในกระด้ง ฟาดใต้ถึงเถียงนา หนีฝนเดือนสิบ
“กินเร็ว ๆ ลูก กินตอนร้อน ๆ ก่อนขึ้นเหยียบฟ่อนข้าวแม่ยกมือ ข้าวญีของแม่ ท าให้เพลิน และ
่
ิ่
นี่แหละมันถึงจะแซ่บ เพนวา กิน ไหว้แม่โพสพก่อน แล้วจึงค่อยๆ น้อง ๆ อ้วนท้วนมีน้ ามีนวลขึ้น ไม่
พวมฮ้อนฟอนพวมเมา มนจั่งดี” เหยียบ ค่อยๆญี พลิกไปมา ให้เม็ด เป็นตานขโมย พุงโรหัวโตก้นปอด
ั
้
เพลินเปิดฝากระติบข้าว ควด ข้าวหล่นลงกระด้ง จนกว่าจะหมด เพราะกินกลอยนึ่งใส่หมากอึมา
ข้าวในกระติบที่ร้อนๆออกมา แต่ ฟ่อน ท าอยู่ยังงนจนได้หนึ่งหาบ นานกว่าเดือนแล้ว.
ั้
ั
เม็ดข้าวมนใหญ่กว่าเม็ดข้าวทั่วไป แม่จึงหยุด บอกให้เพลินมาเอาฟาง
แถมยังแข็ง มีกลิ่นเหม็นเขียว ข้าวไปให้ควายกิน อย่าให้คนเห็น
เล็กน้อย ปั้นยังไง มนก็ไม่อ่อน ไม่ เดี๋ยวเขาจะเวาพนเอาได ้
้
ื้
ั
ติดมือเลย “ค่ า ๆ เจ้าค่อยหาบไปตาก
49
เมื่อนักเรียนอยากเปนนักเขียน ควบนัก
็
ปกครอง คุณครจะตองแนะน าอยางไร
ู
้
่
50