Charm
Defence Against the Dark Arts
Book
@Mystic University
@Mystic University
เวทมนตร์คาถา
ประเภทของเวทมนตร์
เวทย์มนตร์มีหลายประเภทอาจจัดแบ่งตามผลที่เกิดจากใช้เวทย์มนตร์เช่นเวทย์มนตร์รักษาเวทย์มนตร์คุ้มกัน
เวทย์มนต์มิติเวทย์มนต์กาลเวลาเป็นต้นหรือแบ่งตามพลังงานที่อยู่รอบ ๆ ตัวมัก จะกำหนดให้ประกอบไปด้วย
ธาตุต่างๆ ได้แก่ ธาตุพื้นฐาน 4 ธาตุ ได้แก่ ดิน, น้ำ, ลม, ไฟ
ราตุพิเศษอีก 2 ได้แก่ แสงสว่าง, ความมืด
และเวทย์มนเฉพาะทางอีกหลายอย่าง ได้แก่ เวทย์วิญญาณ, เวทย์มายา, เวทย์ มิติ, เวทย์เวลา
เวทมนตร์สายธาตุพื้นฐาน: คือมนตร์สายหลักที่เป็นสากลของโลกเป็นที่รู้จักกันโดยทั่วไปสามารถหักล้างหรือ
เกื้อหนุนกันเองได้
ดิน : พื้นฐานคือ "มั่นคง"
น้ำ : โดดเด่นคือ "พลิ้วไหว"
ลม : ชัดเจนคือ “ว่องไว"
ไฟ : หลักการคือ “รุนแรง"
เมื่อมีการผสมผสานธาตุทั้งสี่เข้าด้วยกันจะก่อให้เกิดธาตุใหม่ขึ้นมาอีก ได้แก่
ดิน + น้ำ = ไม้(พืช)
ดิน + ลม = ฝุ่นทราย
ดิน + ไฟ = โลหะ : สร้างวัตถุที่แข็งแกร่งดั่งเหล็กกล้าเป็นปราการไร้พ่ายและศาสตราวุธชั้นเลิศ
น้ำ + ลม = น้ำแข็ง : การเปลี่ยนของเหลวให้เป็นของแข็งด้วยการเยือกแข็งหรือการแปรสภาพของธาตุทันที
นํ้ำ + ไฟ = ไอน้ำ : การเปลี่ยนของเหลวให้เป็นก๊าซด้วยการเยือกแข็งหรือการแปรสภาพของธาตุทันที
ลม + ไฟ = สายฟ้า : ความรวดเร็วและรุนแรงจนไม่สามารถหลีกหนีได้พ้นหาก
แต่ถ้าใช้ในระดับที่ต่ำลงก็ก่อให้เกิดผลที่แตกต่างออกไปได้เช่นกัน
เวทย์มนตร์ธาตุสายพิเศษ : เป็นเวทย์มนตร์ที่ไม่ได้เป็นสะสารที่เราจะสัมผัสได้รวมถึงมีขอบเขตความสามารถ
และความเป็นตัวของตัวเองสูงหรือไม่สามารถประเมินได้แน่ชัดโดยอาจมีการหักล้างหรือเกื้อหนุนกันได้เป็นบาง
กรณี-แสงสว่าง : กล่าวกันว่าเป็นเวทศักดิ์สิทธิ์มีพลังความสามารถที่หลากหลาย แต่จะหักล้างกันกับเวทธาความ
มืดอยู่เสมอ-ความมืด: แม้จะมีความคล้ายคลึงกันในแง่ของความหลากหลาย แต่กลับตรงข้ามกันกับเวทแสงสว่าง
อย่างสิ้นเชิงโดยจะเห็นได้ชัดเจนจากด้านรูปแบบการเรียกใช้งาน
เวทย์เฉพาะทาง เป็นเวทย์ที่เป็นเอกลักษณ์ ไม่จำกัดธาตุในการใช้งานวิญญาณ : รู้จักกันดีในฐานะ
การเข้าทรงหรือการสนทนากันกับภูตผีหาก แต่บางกรณีก็สามารถเรียกใช้พลังวิญญาณในฐานะ "พลังงาน”
ที่ใช้เพื่อการทำลายได้เช่นกัน-มายา : ปกติแล้วจะถูกใช้งานผ่านการมองเห็นและการได้ยินโดยจะทำให้เหยื่อเห็น
ภาพหรือเสียงหรือสัมผัสที่ ไม่มีตัวตนจริงหรอผิดแปลกไปจากปกติได้ - มิติ : เป็นที่รู้จักกันในฐานะของเวท
อัญเชิญเสียมากกว่าโดยมากจะเข้าใจกันในรูปแบบของการเปิดช่องว่างระหว่างมิติ เพื่อดึงสิ่งที่ต้องการให้ออกมา
ได้ทั้งสิ่งมีชีวิตและไม่มีชีวิต
เวทมนตร์ที่ไม่สามารถระบุสายที่แน่นอนได้ : กล่าวคือเป็นเวทมนตร์ที่ไม่จำกัดว่าต้องเฉพาะสายนั้นสายนี้เท่า
นั้นจงึจะใช้ได้ - เวทย์เสริมพลัง
- เวทย์ซ่อมเสริม
- เวทย์ป้องกันและอื่นๆ
@Mystic University
เวทมนตร์คาถา
ประเภทของคาถา
โลกเวทมนตร์จะมีการควบคุมดูแลเวทมนตร์คาถาต่างๆ อยู่ภายใต้กองการควบคุมการใช้เวทมนตร์นานาชาติ
สังกัดสมาพันธ์พ่อมดนานาชาติ โดยในศตวรรษให้หลังที่ผ่านมาได้ทำการสำรวจคาถาจากทั่วทุกทวีป ทั้งในด้าน
ลักษณะต่าง ๆ ของคาถา การใช้คาถา รวมไปถึงลักษณะพื้นฐานทางคาถาวิทยา แสงสี คำร่าย ที่มา ทั้งที่เป็น
คาถาโบราณ คาถาร่วมสมัย หรือคาถาสมัยใหม่ จากนั้นจึงทำการศึกษาแยกแยะและแบ่งประเภทออกเป็น 7
ประเภทหลักด้วยกันคือ คาถาแปลงร่าง คาถาทั่วไป คำแกล้ง คำแช่ง คำสาป คาถาต้าน และคาถารักษา โดยการ
แบ่งประเภทออกเป็น 7 อย่างนี้ยังถือเป็นส่วนหนึ่งในความมหัศจรรย์ของเลขเจ็ดที่ปรากฏให้เห็นได้บ่อยครั้งใน
โลกเวทมนตร์
1.คาถาแปลงร่าง (Transfiguration)
คาถาประเภทแปลงร่าง เป็นคาถากลุ่มที่มุ่งเน้นการปรับเปลี่ยนรูปลักษณะและสัณฐานปรากฏของวัตถุต่าง ๆ ไม่ว่าจะมีชีวิต
หรือไม่ผ่านการเปลี่ยนแปลงในระดับโครงสร้างทางโมเลกุล โดยสามารถใช้กับวัตถุเกือบจะทุกชนิดเสมือนกับมนตร์คาถาทั่วไป
ทั้งนี้คาถาประเภทนี้ยังถือว่าเป็นคาถาที่ยากที่สุดจาก 7 ประเภท เพราะพ่อมดแม่มดจะต้องใช้เวลาในการฝึกฝน รวมถึงใช้ความ
ตั้งใจสูงเพื่อให้เกิดผล นอกจากนี้ยังมีความเกี่ยวพันกับความรู้ทางวิทยาศาสตร์ของมักเกิ้ล มากกว่าคาถาประเภทอื่น ตัวอย่าง
คาถาประเภทนี้ เช่น คาถาแปลงเป็นแก้ว (Vera Verto)
2. คาถาทั่วไป (Charm)
คาถาประเภททั่วไป หรือคาถาประเภทเพิ่มอำนาจ (Enhancing) เป็นคาถาที่มุ่งเน้นในการเพิ่ม-ลดคุณสมบัติ อำนาจ พลัง
ลักษณะบางอย่างให้กับสิ่งมีชีวิตหรือวัตถุ อาจจะรวมทั้งการก่อให้เกิดคุณสมบัติใหม่ขึ้นกับสิ่งที่โดนคาถานั้น คาถาประเภททั่วไปนี้
เป็นคาถาที่มีจำนวนมากที่สุดในสารบบคาถา และมีความแตกต่างกับคาถาแปลงร่างตรงที่คาถาทั่วไปไม่ได้เน้นหนัก ในเรื่องของการ
แปลงลักษณะที่เห็นได้ของวัตถุทั้งหมด แต่เปลี่ยนแปลงไปในสิ่งที่เป็นจุดย่อย หรือลักษณะเฉพาะบางอย่างที่โดยพื้นฐานแล้วสิ่ง
เหล่านั้นไม่สามารถทำได้ ตัวอย่างคาถาประเภทนี้ เช่น คาถาลอยตัว (Levitation Charm)
3. คำแกล้ง (Jinx)
คาถาประเภทคำแกล้ง เป็นหนึ่งในสามประเภทคาถาของคาถาที่เกี่ยวพันกับศาสตร์มืด โดยเป็นคาถาที่ก่อผลให้เกิดความระคาย
เคือง หรือก่อผลร้ายผลเสีย เพื่อใช้ในการกลั่นแกล้งสิ่งที่ถูกคาถา ลักษณะสำคัญอีกประการหนึ่งก็คือ เพื่อต้องการสร้าง
บรรยากาศตลกขบขันให้กับผู้ที่อยู่โดยรอบของผู้ถูกคาถา ตัวอย่างคาถาประเภทนี้ เช่น คาถาหัวฟักทอง (Melofors Jinx)
4. คำแช่ง (Hex)
คาถาประเภทคำแช่ง เป็นหนึ่งในสามประเภทของคาถาศาสตร์มืด (Dark Charms) โดยเป็นคาถาที่ก่อผลให้ผู้ถูกคาถาได้รับ
ความเจ็บปวดและทรมานอยู่บ้างพอสมควร แต่มักจะเป็นความเจ็บปวดทางกายภาพมากกว่าทางจิตภาพ อาจจะก่อให้เกิดบาดแผล
หรือสิ่งปกติกับร่างกาย แต่ถึงแม้ว่าคาถาคำแช่งจะมีอำนาจก่อให้เกิดอาการเจ็บปวด อย่างไรก็ตามความรุนแรงรวมไปถึงข้อจำกัด
ในการใช้งานยังไม่เท่ากับคำสาป ตัวอย่างคาถาประเภทนี้ เช่น คาถาลิ้นเป็นแตร (Horn Tongue Hex)
5. คำสาป (Curse)
คาถาประเภทคำสาป เป็นคาถาประเภทสุดท้ายในคาถาศาสตร์มืด โดยมักถูกถือว่าเป็นคาถาที่มีความเลวร้ายมากที่สุดหากถูกใช้
งานในโลกเวทมนตร์ (ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความรุนแรงด้วย) คาถาประเภทนี้เป็นคาถาที่ก่อให้เกิดความทรมานทางกายภาพและจิตภาพ
แก่ผู้ถูกคาถา อาจจะส่งผลกระทบตั้งแต่เบาบาง ร้ายแรง ไปจนถึงขั้นถึงแก่ชีวิต แต่อย่างไรเสียเนื่องด้วยความยากในการใช้งาน
และความหลากหลายในคำสาป ทำให้เกิดสภาวะคาดการณ์ได้ยาก ทั้งในลักษณะปรากฏ รวมไปถึงผล ทำให้ยากที่จะป้องกัน โดย
คำสาปนั้นถูกแบ่งออกเป็นสองประเภท คือคำสาปทั่วไป เช่น คำสาปพูนทวี (Gemino Curse) และคำสาปโทษผิดสถานเดียว
(Unforgivable Curse) ที่ถูกกำหนดโดยกระทรวงเวทมนตร์ เช่น คำสาปพิฆาต (Killing Curse)
6. คาถาต้าน (Counter-spell)
คาถาประเภทต้าน เป็นคาถาที่มีผลในการต้านทาน ลบล้าง หรือบั่นทอนผลจากคาถาชนิดอื่นที่ได้รับมา อีกทั้งยังมีลักษณะการ
เป็นคาถาคู่ตรงข้ามเกิดขึ้นกับคาถาที่ถูกต้านไว้ สามารแยกย่อยออกไปได้หลายชนิด ตามแต่ว่าจะใช้คาถานั้นต้านคาถาประเภทใด
ตัวอย่างคาถาประเภทนี้ เช่น คาถาต้านพื้นฐาน (General Counter-Spell)
7. คาถารักษา (Healing Spell)
คาถาประเภทรักษา เป็นคาถาที่มีอำนาจและอานุภาพในการเยียวยา รักษาด้วยการใช้เวทมนตร์ สามารถนำมาปรับใช้กับสิ่งมี
ชีวิต หรือบางครั้งอาจจะเป็นวัตถุได้หลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการรักษาเล็กน้อย ไปจนถึงรักษาความเสียหายขนาดใหญ่ทาง
กายภาพ ตัวอย่างคาถาประเภทนี้ เช่น คาถารักษามาตรฐาน (Episkey)
@Mystic University
เวทมนตร์คาถา
ไม้กายสิทธิ์
การออกแบบไม้กายสิทธิ์นั้นเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนพอๆ กับความรู้สึกของตัวเราเอง รูปลักษณ์ภายนอกของตัวไม้กายสิทธิ์ ไม่ใช่
เป็นเพียงสิ่งเดียวที่บ่งบอกถึงลักษณะของผู้ใช้ไม้ประเภทของไม้ เนื้อไม้ ความเหนียว และแกนของไม้ ล้วนเป็นองค์ประกอบ
สำคัญที่รวมตัวกันเกิดเป็นไม้กายสิทธิ์ที่เหมาะสมกับตัวเราเอง
ส่วนประกอบในไม้กายสิทธิ์
ไม้กายสิทธิ์ทุกๆด้ามอย่างน้อยที่สุดจะต้องประกอบไปด้วยไม้ และแกนไม้กายสิทธิ์อย่างละหนึ่งชนิดอย่างไรก็ตามไม้กายสิทธิ์
สามารถทำจากแกน 2 อย่าง หรือมีการผสมแกนก*ล**ากงาไรด้มีแกนกลางไม้กายสิทธ์มากกว่าสองชนิดอาจทำให้เกิดการระเบิด ซึ่งส่งผลถึงชีวิตได้
ถึงแม้ว่ามันจะเป็นไปไม่ได้เลยที่จะผสมเนื้อไม้ของไม้กายสิทธิ์เข้าด้วยกัน แต่คุณก็สามารถที่จะมีไม้กายสิทธิ์ที่ด้ามจับทำจากไม้ชนิด
หนึ่งและตัวไม้กายสิทธิ์ที่ทำจากไม้อีกชนิด
ในกรณีนี้จะถือว่าด้ามจับเป็นสัญลักษณ์แทนหัวใจของพ่อมดแม่มดผู้นั้นในขณะที่ตัวไม้อีกชนิดโดยทั่วไปจะแสดงถึงบุคลิกภายนอก
ดข้อวงยพช่่วองมเดวแลม่ามนี้ดเหคลน่านั้ช่นาๆงทำไม้กายสิทธิ์ในยุคปัจจุบันได้รับการศึกษาเกี่ยวกับศาสตร์แห่งการสร้างไม้กายสิทธิ์อันเก่าแก่
ซึ่งในไม้แต่ละด้ามจะประกอบไปด้วยส่วนประกอบสี่ส่วน คือ 1.ไม้
2.แกนกลางไม้
3.ความยาว
4.ความยืดหยุ่น
ชนิดของพันธุ์ไม้ที่ใช้ทำไม้กายสิทธิ์
ไม้อะเคเซีย (Acacia) ไม้ยูคาลิปตัส (Eucalyptus) ไม้แพร์ (Pear)
ไม้อัลเดอร์ (Alder) ไม้โอ๊คอังกฤษ (English Oak) ไม้สน (Pine)
ไม้แอปเปิล (Apple) ไม้เฟอร์ (Fir) ไม้พลัม (Plum)
ไม้มะกอก (Ash) ไม้แปะก๊วย (Ginko) ไม้ป๊อปลาร์ (Poplar)
ไม้แอสเพน (Aspen) ไม้ฮอว์ธอร์น (Hawthorn) ไม้โอ๊คแดง (Red Oak)
ไม้บีช (Beech) ไม้เฮเซล (Hazel) ไม้เรดวู้ด (Redwood)
ไม้เบิร์ช (Birch) ไม้เฮมล็อค (Hemlock) ไม้อ้อ (Reed)
ไม้แบล็คไอรอนวูด (Black ironwood) ไม้ฮอลลี่ (Holly) ไม้ชิงชัน (Rosewood)
ไม้แบล็คทอร์น (Blackthorn) ไม้ฮอร์นบีม (Hornbeam) ไม้โรแวน (Rowan)
ไม้แบล็ควอลนัท (Black walnut) ไม้ไอวี่ (Ivy) ไม้เซโคเยีย (Sequoia)
ไม้ซีดาร์ (Cedar) ไม้คายะ (Kaya) ไม้ซิลเวอร์ไลม์ (Silver lime)
ไม้ซากุระ (Cherry) ไม้ลาร์ช (Larch) ไม้สปรูซ (Spruce)
ไม้เกาลัด (Chestnut) ไม้ลอเรล (Laurel) ไม้มะเดื่อ (Sycamore)
ไม้สนไซเปรส (Cypress) ไม้มะนาว (Linden) ไม้องุ่น (Vine)
ไม้ด๊อกวู๊ด (Dogwood) ไม้เมโดรน่า (Madrona) ไม้วอลนัท (Walnut)
ไม้มะเกลือ (Ebony) ไม้มะฮอกกานี (Mahogany) ไม้สนขาว (whitepine)
ไม้เอลเดอร์ (Elder) ไม้เมเปิ้ล (Maple) ไม้หลิว (Willow)
ไม้เอล์ม (Elm) ไม้โอ๊ค (Oak) ไม้ยิว (Yew)
ชนิดของแกนจากสัตว์วิเศษที่ใช้ทำไม้กายสิทธิ์
Dragon heartstring เอ็นหัวใจมังกร Boomslang venom พิษของงูบูมสแลง Hippogriff feather ขนของฮิปโปกริฟฟ์
Phoenix tail feather ขนหางนกฟินิกส์ Veela hair เส้นผมของวีล่า Kelpie hair ขนของเคลปี้
Unicorn hair ขนหางยูนิคอร์น Demiguise hair ขนของเดมิไกส์ Chimera scale fragment ชิ้นส่วนของเกล็ดคิมีรา
Acromantula web ใยแมงมุมอโครแมนทูล่า Doxy wing ปีกของด็อกซี่ Thestral tail hair ขนหางเทรสธรอล
Augurey tail feather ขนหางออเกอรี่ Erumpent hide หนังของอีรัมเพนท์ Troll whisker หนวดโทรลล์
Basilisk skin หนังบาซิลิสก์ Fairy wing ปีกของแฟร์รี่
Billywig stinger เหล็กในของบิลลี่วิก Fwooper feather ขนของฟวูปเปอร์
ความยาวของไม้กายสิทธิ์แต่ละด้ามมีความยาวเฉพาะตัว
ซึ่งอาจมีความเกี่ยวพันกับความสูงของเจ้าของไม้ด้วยส่วนมากไม้กายสิทธิ์จะมีความยาวตั้งแต่9-14นิ้ว ส่วนไม้ที่มีความสั้น(สั้นมากกว่า8นิ้ว)หรือยาวมากกว่า
นั้น(มากกว่า15นิ้ว)เป็นข้อยกเว้นที่หาได้ยาก และในกรณีหลังนั้น เนื่องจากลักษณะทางกายภาพของทำให้ต้องการไม้กายสิทธิ์ที่มีความยาวเกินกว่า ปรกติ อย่างไรก็ดี ไม้
กายสิทธิ์ที่สั้นผิดปกตินั้นมักจะเลือกผู้ถือไม้ที่ขาดคุณลักษณะบางอย่าง มากกว่าที่จะ เลือกจากรูปร่างที่เล็กกว่ามาตรฐานทั่วไป(พ่อมดและแม่มดตัวเล็กจำนวนมากมักจะถูก
เลือกโดยไม้กายสิทธิ์ที่ยาวกว่าปกติ) อย่างไรก็ตาม การ์ริค โอลลิแวนเดอร์กำหนดไว้ การจับคู่ไม้กายสิทธิ์กับพ่อมดโดยดูเฉพาะความสูงนั้นเป็นแค่การวัดอย่างหยาบๆเท่านั้น
ไม้กายสิทธิ์แบบยาวนั้นเหมาะสมกับผู้ที่มีบุคลิกที่โดดเด่นและเป็นบุคคลที่ ชื่นชอบเวทมนตร์ที่ ดูเวิ้งว้าง หรือน่าตื่นตาตื่นใจ ซึ่งไม้ที่มีลักษณะเรียบเป็นระเบียบจะชื่นชอบการ
ร่ายเวทย์มนตร์ที่สง่างามหมดจด ไม้กายสิทธิ์ที่มีขนาดสั้นกว่าปกติ จะเลือกพ่อมดแม่มดที่ลักษณะบุคลิกยังขาดอะไรบางอย่างในตัว
@Mystic University
เวทมนตร์คาถา
ไม้กายสิทธิ์
ความยืดหยุ่นของไม้กายสิทธิ์
เป็นเครื่องแสดงออกถึงความสมัครใจของของไม้ที่จะทำงานให้แก่เจ้าของที่มันเลือก พ่อมดที่มีไม้กายสิทธิ์ที่สามารถหวดได้เหมือน
แส้อาจจะเรียนรู้เวทย์มนตร์ได้เร็วกว่าพ่อมดที่ใช้ไม้กายสิทธิ์เนื้อแข็ง แต่สำหรับพ่อมดที่ใช้ไม้กายสิทธิ์เนื้อแข็งนั้น เมื่อใดที่สามารถ
ควบคุมไม้กายสิทธิ์ได้ จะมีความแข็งแกร่งของคาถาเหนือกว่าพ่อมดที่ใช้ไม้กายสิทธิ์เนื้ออ่อน ไม้เนื้อแข็งและไม้ที่ไม่ยืดหยุ่นนั้นเป็น
ไม้ที่ควบคุมได้ยากที่สุดและทรง พลังที่สุด แต่ก็ขึ้นอยู่กับชนิดของไม้และแกนกลางด้วย
นอกจากนั้นยังเกี่ยว ข้องกับพื้นฐานทางกายของไม้ที่นำมาใช้เช่นกัน ซึ่งเป็นการยากที่จะหาไม้กายสิทธิ์ซึ่งทำจากไม้มะฮอกกานีที่
สามารถหวดได้ เหมือนแส้หรือ ไม้กายสิทธิ์ที่ทำจากต้นอ้อและเป็นไม้เนื้อแข็ง
อัตราส่วนความยืดหยุ่นของไม้กายสิทธิ์
whippy (หวดได้เหมือนแส้)< สามารถเรียนรู้และร่ายเวทย์ได้ง่ายที่สุดแต่ทรงอำนาจน้อยที่สุด
swishy (อ่อนตัวจนเกิดเสียงดังเฟี้ยวขึ้นเวลาหวด)
flexible (ยืดหยุ่น,ดัดงอได้โดยไม่แตกหัก)
springy (ยืดหยุ่นดีดคืนรูปเหมือนสปริง)
sturdy (เหนียว แข็งแรง ทนทาน)
inflexible (ไม่ยืดหยุ่นงอไม่ได้)
rigid (แข็ง) < สามารถเรียนรู้และร่ายเวทย์ได้ยากที่สุดและทรงอำนาจมากที่สุด
***วัดจากความเร็วในการเรียนรู้ไล่ไปถึงความทรงพลังของไม้กายสิทธิ์