คำนำผเู้ ขยี น
ไม่เคยคิดว่าจะเขียนเร่ืองราวเก่ียวกับนักเรียนที่มีความต้องการพิเศษ
เลย แต่มาน่ังนึกดวู ่าถ้าเราจะเขียนดูบ้างโดยเขียนจากประสบการณ์ของตนเอง
ท่ีเคยดูแลเด็กเหล่านี้ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2556 จนถึงปัจจุบันและคิดว่า น่าจะ
เป็นแนวทาง เป็นกำลังใจให้คุณครูท่ีมี นักเรียนท่ีมีความต้องการพิเศษใน
ความดแู ล เปน็ กำลังใจใหก้ ับพอ่ แม่ ผู้ปกครอง ได้เข้าใจ ทำใจในส่ิงท่ลี กู -บตุ ร
หลานของตนเองเปน็ อยู่ เพ่ือท่ีจะหา
แนวทางแก้ไข พฤติกรรมท่ีไม่เหมาะสมบางประการ หาแนวทางในการพัฒนา
เพ่ือใหเ้ ขาสามารถอยใู่ นสงั คมได้อย่างมีความสุข
ซึ่งข้าพเจ้ามีความเช่ือเหมือนกับคุณหมอประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์
ทไ่ี ด้เขียนหนังสือเรือ่ ง “ทำอย่างไรเม่ือเจ้าตัวเล็กสมาธิสัน้ ” ท่ีเขียนไว้วา่ ปัจจัย
ท่ีทำให้พวกเขาเติบโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพไม่แพ้คนอ่ืนในสังคม ก็มีเพียง
ข้อเดียว น่ันคือ “พอ่ -แม่-ผปู้ กครอง ต้องยอมรับเขาในแบบที่เขาเปน็ ”
และเป้าหมายของการเขียนประสบการณ์เล่มนี้ก็คือ “ขอเป็น
กำลังใจ” ใหก้ ับคณุ ครู ท่ีมีนกั เรยี นทมี่ ีความตอ้ งการพิเศษในห้องเรียน
ปรชั พร ศริ เิ ขตร์
สารบญั 1
5
คำนำผเู้ ขยี น 7
1. เม่ือขา้ พเจ้ารจู้ ักเด็กพิเศษ 10
2. เตรียมรบั มอื กบั เดก็ พิเศษ 13
3. เมื่อเดก็ พเิ ศษมาเรยี นกบั เด็กปกติ 17
4. เตรียมพรอ้ มกบั แผนเดก็ พเิ ศษ I.E.P 19
5. การปรบั พฤติกรรม 21
6. ตวั ช่วยการปรบั พฤติกรรม 23
7. เตรยี มตัว เตรียมใจกับแผนเดก็ พเิ ศษ 25
8. อย่าคาดหวังมากนกั 27
9. ฝกึ เขา้ สังคม 29
10. ให้โอกาส 31
11. การโอบกอดกส็ ำคัญ 33
12. การมอบหมายงานให้ 36
13. ของเล่นมหัศจรรย์ 38
14. วนั พระสำคญั ไฉน 40
15. เพื่อนกันช่วยกันไดไ้ หม 42
16. รักใหเ้ ท่ากัน 44
17. ตอ้ นรับกลับบา้ น 48
18. บทส่งท้าย
19. เสียงสะท้อน
ประวตั ผิ เู้ ขยี น
ห น้ า | 1
1
“เมอ่ื ขา้ พเจา้ รจู้ กั
เดก็ พเิ ศษ”
ห น้ า | 2
ในปีการศึกษา 2556 ข้าพเจ้าได้เป็นครูประจำชั้นประถมศึกษา
ปีท่ี 2/3 ของโรงเรียนอนุบาลอดุ รธานี
ขา้ พเจา้ ไม่เคยไดร้ บั ทราบข่าวคราว ความเคล่อื นไหวเก่ยี วกบั
เดก็ พเิ ศษมากนกั ทราบแต่เพียงว่า “เขา” ไม่เหมือนเพือ่ นกับเด็กท่ัวไป
ข้าพเจ้าได้เริ่มรู้จักกับเด็กพิเศษเม่ือได้รับการเชิญชวนจากคุณครู
นฤมล ตะภูเขียว ซ่ึงเป็นครูที่จบการศึกษามาด้านการศึกษาพิเศษ ของ
โรงเรียนอนุบาลอุดรธานี ให้เข้าร่วมสังเกตการณ์ การประชุมผู้ปกครอง
เดก็ พเิ ศษ ขา้ พเจา้ อยากร้เู ช่นกันว่า เด็กพิเศษเป็นอยา่ งไร จึงไดเ้ ขา้ ร่วม
การประชมุ ในครง้ั น้ี
ในการประชุมในคร้ังนี้มีวิทยากรมาให้ความรู้เร่ืองเด็กพิเศษ ว่ามี
ทัง้ หมด 9 ประเภท ซ่ึงได้แก่
1) บคุ คลที่มีความบกพรอ่ งทางการเหน็
2) บุคคลท่มี ีความบกพรอ่ งทางการไดย้ ิน
3) บุคคลทม่ี ีความบกพรอ่ งทางการสตปิ ัญญา
4) บุคคลทม่ี ีความบกพร่องทางการเรียนรู้
5) บคุ คลทีม่ คี วามบกพร่องทางการพูดและภาษา
6) บคุ คลออทิสติก
7) บคุ คลพิการซอ้ น
8) บคุ คลที่มีความบกพรอ่ งทางพฤตกิ รรมหรืออารมณ์
9) บุคคลทีม่ คี วามบกพรอ่ งทางร่างกายหรือการเคลอื่ นไหว
หรอื สุขภาพ
ห น้ า | 3
การสังเกตเด็กที่มีลักษณะเป็นเด็กพิเศษว่ามีวิธีการสังเกตอย่างไร
อย่างแรกคือ พฤติกรรม การไมอ่ ยู่น่ิงเฉยของเด็ก การมพี ละกำลังทำอะไรที่
ไม่เหนื่อยง่าย ชอบย้ำคิด ย้ำทำ ใจน้อย รังแกเพื่อน แม้แต่พฤติกรรม
บางอย่างก็ไม่สามารถจะควบคุมตนเองได้ เช่นการแทะเล็บมือ การแกะเล็บ
เน้ือตนเอง การไม่สบตากับคนท่ัวไป การเก็บอารมณ์ของตัวเองคิดอย่างไร
รู้สึกอยา่ งไร กจ็ ะแสดงออกไมส่ ามารถควบคุมอารมณ์ของตนเองได้
ข้าพเจ้าก็นั่งฟังวิทยากรไปเรื่อยๆ จนกระทั่งเข้ากลุ่ม สนทนา
ปัญหากันมีผู้ปกครองท่านหนึ่งได้ลุกถามในที่ประชุมว่า กรณีปัญหาของลูก
สาวโรงเรียน คุณครูจะมีวิธีการดูแล ช่วยเหลืออย่างไรบ้าง โดยลูกสาวเค้า
เข้าเรียนช้ันอนุบาล 1 มาจบถึงช้ัน ป.1 โดยสอบเข้าห้อง IP ได้ด้วยตนเอง
แต่ไม่สามารถเรียนร่วมกับเพ่ือนๆ ในช้ันเรียนได้ เนื่องมาจากพฤติกรรม
แทะเล็บ และเอาดินสอจิ้มเพ่ือน คุณครูประจำช้ันได้แจ้งให้ทราบและได้ร่วม
ปรึกษาหารือกับทางโรงเรียน ได้พักการเรียน... และผู้ปกครองยังได้เรียน
ถามอีกว่า จะให้ผมทำอย่างไรลูกผมถึงจะได้กลับเข้ามาเรียนกับเพ่ือน มีครู
ท่านใดท่ีจะเมตตารับลกู ผมเป็นลกู ศิษย์บา้ ง...
ข้าพเจ้านั่งน่ิง ตกใจ...อ้ึง...กับคำถามของผู้ปกครองคนนั้น....ทุกคน
ในห้องประชุมนั้นเงียบ...ไม่มีเสียงตอบรับใดๆท้ังสิ้น...ทุกคนมองหน้ากัน
แลว้ กถ็ อนหายใจ...
ข้าพ เจ้ านั่ งน่ิ ง...ม อ งห น้ าผู้ ป ก ค ร อ งพ ร้ อ ม กั บ ลู ก ส าวท่ี ม าด้ วย
หน้าตาน่ารัก ผิวขาว แอบอยู่หลังพ่อของตัวเอง ข้าพเจ้าได้ชะโงกหน้าไปดู
แล้วถามว่า “หนูชื่ออะไรลูก” เด็กคนน้ันตอบข้าพเจ้าว่า “ชมพู่ค่ะ” ข้าพเจ้า
ห น้ า | 4
ได้ถามตอบไปว่าหนูอยากเรียนไหม เด็กได้ตอบมาว่า “หนูอยากเรียนค่ะ”
งั้นครูจะรับหนูเป็นลูกศิษย์นะ เด็กคนนั้นดีใจรีบวิ่งเข้ามากอดข้าพเจ้าทันที...
วินาทนี ้ันขา้ พเจ้าได้เห็นน้ำตาแห่งความปลืม้ ปิติของคนเป็นพ่อ ที่ดีใจที่
ลูกสาวจะกลับเข้ามาเรียนต่อไดอ้ ีกครั้ง
นีค่ ือการไดร้ ู้จัก...ไดส้ ัมผสั ...เด็กพิเศษที่เขาว่ากันแล้ว....
ห น้ า | 5
2
“เตรยี มรบั มอื กบั เด็กพเิ ศษ”
ห น้ า | 6
ตลอดช่วงปิดเทอมในเดือนเมษายน ข้าพเจ้า ได้ไปศึกษาค้นคว้า
เร่ืองราวตา่ งๆ เก่ียวกับเด็กพิเศษว่าเขาเป็นอย่างไร มีความต้องการอะไรบ้าง
มีพฤติกรรมท่ีไม่พึงประสงค์อะไรบ้าง จะแก้ได้อย่างไร...ใจหนึ่งก็คิดนะว่า...
หนักไปหรือเปล่าหนอ...หาเหาใส่หัวไหม...แต่อีกใจก็คิดว่า...เอาว่ะ...เป็นไง
เป็นกันลองสกั ต้ังดสู วิ ่าเราจะทำไดไ้ หม...
จึงได้ติดตอ่ ขอเขา้ เย่ียมบ้านผู้ปกครองพูดพบปะกับคนในครอบครัว
ทราบว่าแม่เป็นพยาบาล พ่อเป็นผู้จดั การห้างโลตัสสาขาอุดรธานี และยอม
ลาออกทิ้งเงนิ เดือน เดือนละคร่งึ แสนเพ่ือมาดแู ลลูกสาวของตนเองโดยเฉพาะ
เอาล่ะ ข้าพเจ้าได้ข้อมูลอย่างนี้แล้วก็เตรียมสถานการณ์ท่ีจะต้องอยู่
กับเดก็ พิเศษมีเดก็ พิเศษมาเรยี นกับเดก็ ปกติในห้องเรียนอีก 42 คน
ห น้ า | 7
3
“เมอื่ เดก็ พเิ ศษมาเรยี นกบั เดก็ ปกต”ิ
ห น้ า | 8
เม่ือเปิดเรียนในเดือนพฤษภาคม ข้าพเจ้าก็ได้เรียนรู้อีกว่า ข้าพเจ้า
นนั้ โชคดสี องตอ่ ต่อแรกคือ “ชมพ่”ู เด็กทท่ี ำรา้ ยเพือ่ น อกี คนคือ
“ออมสิน” ซึ่งมีความบกพร่องทางการได้ยินหรือเรียกง่ายๆ คือ “หูตึง”
พอขา้ พเจ้าตงั้ สตไิ ด้ข้าพเจ้าไดจ้ ดั พ้ืนท่ีนงั่ ให้ทั้งสองให้นั่งติดกบั โต๊ะข้าพเจา้
ลักษณะของ “ชมพู่” : จะอ่านออก เขียนได้ ทำงานได้นาน
พอสมควร จากนั้นก็จะเดินวนรอบห้อง ถ้าครูเผลอก็จะกัด เอาดินสอจิ้มแขน
เพอื่ น เวลาปวดปสั สาวะจะกลั้นไม่อยู่ จะปสั สาวะทนั ที ไมอ่ ายใคร
ลักษณะของ “ออมสิน” : ไม่ค่อยพูด ชอบวาดรูป ชอบทำงาน
คนเดียวแต่ชา้ อ่านหนังสือไม่ออก ชอบแตง่ ตัวสวยๆ ไวผ้ มยาวถกั เปีย
ตัวเล็ก พูดไม่ชัด
เอาล่ะสิ...งานหนัก...เข้ามาแล้ว ทั้งเด็กปกติทั้งเด็กพิเศษ พอต้ังสติ
ได้ขา้ พเจ้าไดเ้ ขียนปฏิทนิ ไว้ ดงั นี้
07.00 – 07.30 น. รับเด็กพเิ ศษพรอ้ มเด็กปกติ และนำมาเขา้ แถว
หนา้ เสาธงพร้อมเพื่อนโดยให้เข้าแถวหน้าสุด
ท้งั 2 คน
08.00 – 08.30 น. เร่ิมเขา้ เรยี นชว่ั โมงแรกให้ท่องสตู รคูณทอ่ งบท
อาขยานพรอ้ มเพือ่ น
08.30 – 09.30 น. เรยี นคณติ ศาสตร์
ครูไดใ้ ห้ “ชมพ”ู่ ทำพร้อมกบั เด็กปกติ
ส่วน “ออมสนิ ” จะมีพฒั นาการชา้
จงึ ใหเ้ ขยี นตวั เลข ไทย, อารบิก จากเลข 1-10
ห น้ า | 9
09.30 – 10.30 น. เดก็ พเิ ศษทง้ั 2 คนพักโดยชมพู่ให้ป้นั ดินน้ำมัน
10.30 – 11.30 น. ส่วนออมสิน วาดภาพระบายสี
ให้นักเรยี นกับเพื่อนปกติ เรียนตามตารางเรียน
11.30 – 12.30 น. ส่วนครูคอยดูแลภายในห้องเรียน ร่วมกับครู
13.00 – 13.30 น. ประจำวิชา
13.30 – 14.30 น. รบั ประทานอาหาร
14.30 – 15.30 น. เรียนภาษาไทย พรอ้ มเพือ่ นๆ แตง่ านจะทำ
นอ้ ยกวา่ เพือ่ น ชมพู่จะเรยี นไดพ้ รอ้ มเด็กปกติ
แต่ออมสินครูตอ้ งคอยช่วย
ให้พักเล่นตัวตอ่ ทัง้ 2 คน โดยครกู ำหนดว่าจะ
ให้ตอ่ เปน็ รูปอะไร
ให้มาอ่านหนงั สอื ให้ครฟู งั กอ่ นกลับบ้าน
ทุกวันจะปฏิบัติกิจกรรมคล้ายๆ กันโดยในแต่ละช่ัวโมงที่ไม่ใช่ของ
ครปู ระจำชน้ั สอน จะมีครูประจำวิชาเข้าสอน แต่ครูประจำช้ันจะต้องเข้าสอน
ดว้ ยเพอ่ื ดูแล อธิบายใหเ้ ดก็ พเิ ศษ 2 คนได้เรยี นไปพรอ้ มกบั เพ่ือนๆ
แต่ถ้าเป็นช่ัวโมงของครูประจำชั้นจะต้องมอบหมายงานให้ และ
อธิบายให้เขา้ ใจแลว้ ถึงหนั มาสอนเดก็ ปกติ
ห น้ า | 10
4
“เตรยี มพร้อม
กบั แผนเดก็ พิเศษ”
I.E.P.
ห น้ า | 11
ส่ิงท่ีเป็นปัญหาท่ีสุดสำหรับข้าพเจ้าคือ จะทำอย่างไรถึงจะพัฒนา
เดก็ พเิ ศษใหไ้ ดเ้ รียนร้มู ากทสี่ ดุ แต่กต็ ิดปัญหาทีศ่ ักยภาพของเด็กทั้งคู่
ไมเ่ หมอื นกัน
“ชมพู่” อ่านออก เขียนได้ เรียนรู้คณิตศาสตร์ได้เท่าทันเพื่อน
ชอบอา่ นหนังสอื ชอบการเรยี นรู้
“ออมสิน” เรยี นรชู้ ้า ประกอบกบั มีปัญหาเกย่ี วกบั การได้ยิน
“หูตึง” เรียนรู้ได้ช้ากว่าอายุสมองจริงชอบวาดภาพ เล่นตุ๊กตา มีโลก
ส่วนตวั สงู รกั สวยรกั งาม
ข้าพเจ้าจึงได้เรียนรู้กว่าจะจัดการเรียนการสอนอย่างไรจะทำอย่างไร
ให้เกิดการเรียนรู้และพัฒนาจึงได้ขอคำแนะนำกับคุณครูการศึกษาพิเศษของ
โรงเรยี นวา่ ควรจัดทำแผน I.E.P. เพ่อื พัฒนาเด็กพเิ ศษ
แผน I.E.P. คือ แผนการจัดการเรียนรู้ที่จัดทำข้ึนเพ่ือพัฒนาเด็ก
พิเศษให้เกิดการเรียนรู้ โดยจะกำหนดเป็นช่วงเวลาอาจจะเป็น 1 สัปดาห์ 1
เดือน ก็ได้และกำหนดกิจกรรมว่าจะได้เรียนรู้ในเรื่องใดในส่วนของ “ชมพู่”
ขา้ พเจ้าไม่ห่วงเรื่องการเรียน เพราะเขาสามารถเรียนได้เท่าทันเด็กปกติ จะมี
ปญั หาเพยี งพฤตกิ รรมเช่น
1) การปัสสาวะไม่เลือกที่ คืออยากจะปัสสาวะท่ีใดก็จะนั่งลงตรง
นน้ั เลยไม่อายเพอ่ื นๆ แต่จะไมป่ ัสสาวะราดกระโปรงตนเอง
2) การกัดปาก รมิ ฝีปากของตนเอง
3) การแกะเนอ้ื ท่เี ล็บของตนเอง
4) การเอาดนิ สอไปจ้ิมร่างการของเพอื่ นๆ
ห น้ า | 12
5) การกัดเพื่อนๆ
แต่ไม่เป็นไร ! ข้าพเจ้าจะใช้แผน I.E.P. ในการเขียนปรับปรุง
พฤติกรรมของ “ชมพู่”
ส่วน “ออมสิน” จะเขียนแผน I.E.P. แบบพัฒนาการเรียนรู้คือ
การอ่าน เพราะ “ออมสิน” อ่านไม่ได้เลย ไม่รู้จักพยัญชนะ สระ และ
ตวั สะกด เลยสกั ตัว
ข้าพเจ้าได้แต่ให้กำลังใจตัวเองว่า “สู้ๆ” อย่าท้อ เขารอความหวัง
จากเราอยู่
ห น้ า | 13
5
“การปรบั พฤตกิ รรม”
ห น้ า | 14
ขา้ พเจา้ คดิ หาวธิ ีปรบั พฤติกรรมของ “ชมพู่” ที่ไมพ่ งึ ประสงค์
ดอี ย่างเร่งด่วน คือ การปัสสาวะไม่เป็นท่เี ป็นทาง โดยรอถาม และพยายาม
บงั คับให้ไปเข้าห้องน้ำทุกชั่วโมง แต่ “ชมพู่” อาจจะขี้เกยี จ เบอื่ หรือไม่ปวด
ปัสสาวะก็เป็นได้ ในการไปห้องน้ำแต่ละคร้ังข้าพเจ้า จะหาผู้ช่วยไปกับชมพู่
ด้วย และตัวช่วยของขา้ พเจ้าต้องเป็นคนที่ “ชมพู่” ชอบ และเช่อื ฟงั
ข้าพเจา้ ไดท้ ำอยา่ งน้ีประมาณ 2 เดือน ผลปรากฏวา่ ได้ผลเป็น
ที่น่าพอใจเป็นอย่างมาก “ชมพ่”ู ไม่ปัสสาวะราดสถานท่ีตา่ งๆ ในโรงเรียน
อกี เลย จนผูป้ กครองเข้ามาถามขา้ พเจ้าวา่ คณุ ครูทำอย่างไรเหรอครบั
ยายชมพู่ถึงไมป่ ัสสาวะรดกระโปรงตัวเอง ข้าพเจ้าจึงเลา่ ให้ฟังว่าข้าพเจา้ ได้ทำ
อย่างไรกับลูกของเขาบ้าง การปรับพฤติกรรมปัสสาวะไม่เป็นท่ี เป็น
ทางผ่านไปแต่มีพฤติกรรมการเอาดินสอจิ้มเพื่อน กัดเพื่อนยังคงอยู่ ซ่ึง
ค่อนข้างเป็นปัญหามาก เพราะบางทีท่ี “ชมพู่” เพลอพลั้งทำค่อนข้าง
รุนแรง ผู้ปกครองนักเรียน หรือ เพ่อื นในหอ้ ง ไม่ค่อยพงึ พอใจมากนัก
ได้เข้ามาต่อว่าข้าพเจ้าหลายต่อหลายคร้ัง บางทีใช้ถ้อยคำท่ีค่อนข้างรุนแรง
กบั ข้าพเจา้ ว่าทำไมถึงไปรับเดก็ คนนม้ี า ถ้าเดก็ โดนจ้ิมตาจะทำอย่างไร
บางคร้ังข้าพเจ้าก็อดคิดอยู่ไม่ได้ว่า ตัวเองคิดถูกหรือคิดผิดท่ีรับ
“ชมพู่” เข้ามาเรียนร่วมกับเด็กปกติประกอบด้วยการที่ตนเองไม่ได้จบ
การศึกษามาทางด้านการศึกษาพิเศษด้วย มีแต่ความตั้งใจที่จะพัฒนา
ชว่ ยเหลือ “ชมพ่”ู ให้มีชวี ิตร่วมกับคนอ่ืนในสงั คมได้ เหมือนคนปกตทิ ่วั ไป
ห น้ า | 15
น้อยใจ...ท้อ...มันเริ่มเกิดข้ึนในใจของข้าพเจ้า ข้าพเจ้าได้ขอเวลา
ผู้ปกครองนักเรียนในห้องขอโอกาสแก่ข้าพเจ้าอีกครั้ง ถ้า “ชมพู่” ทำร้าย
เพอ่ื นอีกขา้ พเจา้ จะใหย้ ้ายห้องเรียน
ข้าพเจ้าขอคุยกับผู้ปกครอง “ชมพู่” ว่าอยากให้ “ชมพู่” ไปพบ
จติ แพทยเ์ ด็ก ให้การแนะนำและลงความคิดกันว่าเป็นอะไร ขา้ พเจ้าถงึ จะดูแล
แก้ไขได้บ้าง... ซึ่งผู้ปกครองยอมทำตามพา “ชมพ”ู่ ไปพบแพทยท์ ี่เชย่ี วชาญ
เฉพาะทางด้านเด็กพิเศษ ซ่ึงคุณหมอได้ลงความกันว่า “ชมพู่” เป็นเด็ก
พเิ ศษประเภทออทิสติก คือ ความบกพรอ่ งของการพัฒนาการรอบด้านไมว่ ่า
จะเป็นพฤติกรรม สังคม ภาษา มีพัฒนาการไม่เป็นไปตามปกติ ตามวัยจะ
แสดงอาการอย่างชัดเจนในวัยเด็ก ซึ่งเป็นผลมาจากความผิดปกติของสมอง
อาจมาจากได้รับการติดเช้ือ อุบัติเหตุ สารพิษต้ังแต่อยู่ในครรภ์ หรือเกิด
จากการท่ีครอบครัวไม่กระตุ้นเด็กให้เกิดสื่อสารหรือพัฒนา ให้เด็กอยู่คน
เดียว อยู่กับโทรทศั น์ คอมพิวเตอร์ โทรศัพท์ ซึ่งถ้าเด็กอยู่ในสภาพนี้นานๆ
อาการจะรุนแรงมากข้นึ
คนท่ีจะรักษาหรือดูแลบำบัดคือ คนท่ีใกลช้ ิดทสี่ ุดนอกจาก พ่อ-แม่
ก็จะเป็นครู การปรับพฤติกรรมควรนำการให้รางวัล การเพิกเฉย การกอด
การเบี่ยงเบนความสนใจมาใช้ ส่วนการลงโทษห้ามใช้เด็ดขาด เพราะเด็กจะ
เกิดการตอ่ ตา้ นทนั ที
ข้าพเจ้าได้นำมาใช้กับ “ชมพู่” ทันที คือ ไม่ได้คลาดสายตา
พยายามให้อยู่ใกล้ กระตุ้นให้ทำงานที่โต๊ะ ไม่ไห้เดินไปหาเพื่อน ถ้าจะเดิน
ห น้ า | 16
ครูจะไปด้วยหรือน่ังมอง เม่ือทำพฤติกรรมที่ดีก็จะ (งานเสร็จ) ชมเชย
กอด ใหร้ างวลั บ้าง
ผลปรากฏว่าพฤติกรรมการทำร้ายเพื่อนได้หมดไป คงเหลือแต่การ
แทะเล็บ ฉีกเน้ือทีรุ่ยจากเล็บมือ จนบางคร้ังเลือดออกจนมือแดง ข้าพเจ้าได้
ใช้ดินน้ำมันเข้าช่วย ไม่ให้เขาว่าง ถ้าว่างจะแทะ, ดึง เน้ือท่ีรุ่ยทันที บางคร้ัง
“ชมพู่” ก็เข้ามาบอกว่า “คณุ ครคู ะ” ทำไงหนูถึงจะไม่แทะเลบ็ แสดงว่าเขา
อาจควบคุมตนเองไม่ได้ แต่รู้ตนเอง ข้าพเจ้าได้แต่บอกว่าให้เอาดินน้ำมัน
ใส่กระเป๋าไปด้วย ถ้าว่างก็นำข้ึนมาป้ัน หลังจากนั้นไม่นาน “ชมพู่” ก็เลิก
แทะเลบ็ ของตนเอง
ห น้ า | 17
6
“ตวั ชว่ ยการปรบั พฤตกิ รรม”
ห น้ า | 18
ข้าพเจ้าเรียกตัวช่วยแต่ที่แท้จริงคือ “ยา” ซึ่งข้าพเจ้าเป็น “ครู”
ไม่มีความรู้ในเร่ืองยามากนักแต่พอรู้ว่า ผู้ปกครองของ “ชมพู่” ได้ให้ยา
“ชมพู่” วันละ 1 เม็ด ตอนเช้าคร่ึงเม็ด ตอนเท่ียงครึ่งเม็ดหลังจากทาน
อาหารเสร็จ ข้าพเจ้าเลยมีหน้าที่เป็น “นางพยาบาล” อีกหน้าท่ีหน่ึง คือ
เอายาให้ชมพู่กินหลังทานอาหารเท่ียงแล้ว ซ่ึงข้าพเจ้าก็สังเกตกันว่ามีความ
แตกต่างอย่างมาก “ชมพู่” จะไม่เดิน จะมีสมาธิในการเรียน โต้ตอบครูและ
เพ่ือนๆ ได้ไม่เกิดการเบ่ือหน่ายในการเรียน แต่มีบางวัน “ชมพู่” ก็เกิด
อาการเดนิ บ่อย หน้าตาเรียบเฉย ไมส่ บตา พูดบ่อยๆ ซึ่งข้าพเจ้าก็แปลกใจ
และนึกได้ว่าอาจจะไม่ได้ทานยา ซ่ึงขอดูยาท่ีกระเป๋าปรากฏว่าไม่มี ได้
สอบถามกับผู้ปกครองว่ายาหมด ไม่ได้ทานยาตอนเช้ามา ถ้าถามข้าพเจ้าว่า
“ยา” มีผลไหม ข้าพเจา้ เชอ่ื ว่า “ยา” มผี ลเป็นอยา่ งมาก...
ห น้ า | 19
7
“เตรยี มตวั เตรยี มใจ
กบั แผนเดก็ พเิ ศษ”
ห น้ า | 20
ขา้ พเจ้าในฐานะครู ปฏเิ สธไม่ได้กับการรับนักเรียนเข้ามาเรียน
ในชัน้ เรียน เหมือนดังคุณหมอท่ีจะปฏิเสธคนไข้ไม่ได้เช่นกัน ฉะน้ัน ข้าพเจ้า
จงึ คิดว่าสิ่งที่จะตอ้ งเตรยี มเปน็ ส่ิงแรกคือ
การเตรียมใจ ! เพื่อรับเด็กพิเศษเข้ามาอยู่ในช้ันเรียนปกติของ
ตนเอง ซึ่งหอ้ งเรยี นมีนกั เรียนไม่ตำ่ กว่า 50 คน มีพฤติกรรมมากมายที่
ไม่พึงประสงค์ เช่นการซน การไม่มีระเบียบวินัย การไม่รู้หนังสือ ซึ่ง
ปัญหาเหล่าน้ีมักมีอยู่ท่ัวไปของห้องเรียนปกติ แต่การนำเด็กพิเศษมาเรียน
ร่วมกับเด็กปกติ จงึ ค่อนขา้ งมีปัญหาตามมา สิ่งที่ “เรา” ในฐานะครจู ะต้อง
ทำใจต้องอดทน ต้องมีความพยายาม และความมุ่งม่ันที่จะต้องแก้ไข
ปรับเปล่ียนพฤติกรรมของเด็กพิเศษที่ไม่พึงประสงค์ เพ่ือให้เขาสามารถอยู่
ร่วมกับเพ่ือนในช้ันเรียนได้เหมือนเด็กปกติ มันจึงเป็นงานที่ต้องอดทนและ
ใช้ความพยายามเป็นอย่างมาก แต่ถ้า “คุณครู” ท่านใดคิดว่าตนเองไม่
เหมาะ หรือไม่ต้องการต้ังแต่แรก ก็ให้ปฏิเสธเสียต้ังแต่แรก เพราะหากย้ือ
หรือจะทดสอบดู ข้าพเจ้าคิดว่าค่อนข้างเสียเวลาทำให้เด็กเสียโอกาส ท่ีจะ
ไดร้ ับการพัฒนา สู้ปลอ่ ยไปให้กับ “คณุ คร”ู ทีส่ ามารถพัฒนา และมคี วาม
อดทนจะเปน็ ผลดกี ว่า...
ห น้ า | 21
8
“อยา่ คาดหวงั มากนกั ”
ห น้ า | 22
เมื่อเราเป็น “คุณครู” ท่ีมีเด็กในความดูแลเป็นเด็กพิเศษ ไม่ว่า
ประเภทใดๆ ก็ตาม สิง่ ท่ีคณุ ครจู ะตอ้ งอธิบายกับผูป้ กครองคือ
“อย่าคาดหวังสูงนัก” โดยเฉพาะกับผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนของลูกว่าจะตอ้ ง
มีผลสัมฤทธิ์สงู จะเรยี นเทา่ ทันเพ่อื น
การปรบั เปลี่ยนพฤติกรรมท่ีไม่พงึ ประสงค์ของเด็กเท่านั้น ท่ีคุณครู
จะกระทำเป็นสิ่งแรกเด็กพิเศษที่เขา้ มาเรียนรว่ มกับเด็กปกติ จะมีพฤติกรรมท่ี
ไม่พึงประสงค์หลายประการ เช่น ก้าวรา้ ว ทำรา้ ยเพ่ือน การโกหก อารมณ์
รนุ แรง ควบคมุ ตนเองไมไ่ ด้
สิ่งแรกท่ีคุณครูจะต้องทำคือ การเข้าใจในตัวเด็กเข้าใจในส่ิงท่ีเขา
เป็น ให้ความรัก โอบกอด ใหเ้ หตุผลพูดจาด้วยถ้อยคำทีส่ ุภาพ ไพเราะ และ
จริงใจ ซ่ึงเด็กจะรับรู้ได้ เมื่อเราให้ความรัก ความเข้าใจกับเขาแล้ว เขาก็จะ
เร่ิมไว้ใจเรา เช่ือใจเรา จะทำตามที่เราสอน หรือแนะนำเพียงเท่านี้ถ้า
“คุณครู” ทำได้ กช็ นะใจเขาแล้ว
ห น้ า | 23
9
“ฝกึ เขา้ สงั คม”
ห น้ า | 24
เด็กพิเศษ ส่วนมากมปี ญั หาในเร่ืองการคบเพอ่ื น เพือ่ นไม่มี
ไมส่ นใจ ไม่เข้าใจ เด็กมักเกบ็ ตวั เงยี บอยู่คนเดยี ว
ข้าพเจ้าได้พา “ชมพู่” เข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ ในห้องเรียน เช่น
การเข้ากลุ่มทำงาน โดยคุณครูจะต้องอยู่ด้วยเสมอ เวลาเข้ากลุ่ม การระแวง
ท่เี ด็กจะไม่มคี วามมั่นใจ เพื่อนบางคนอาจไมเ่ ข้าใจ รำคาญที่จะต้องดูแล เป็น
หน้าที่ของคุณครูที่จะต้องอธิบายให้เพื่อนในกลุ่มเข้าใจ และยอมรบั ในความ
เป็นตัวตนท่ีแท้จริงของ “เด็กพิเศษ” แต่คุณครูก็ต้องคอยดูแลอย่างเข้มงวด
ในการควบคุมพฤติกรรมท่ีไม่พึงประสงค์ของเขาที่จะแสดงออกมาใช้กับ
เพอ่ื นๆ ในกลมุ่
ถ้าคุณครูทำได้อย่างน้ี เด็กพิเศษเองก็จะมีความมั่นใจในตนเองที่จะ
ทำงานรว่ มกบั เพ่ือน สว่ นเด็กปกติก็จะผ่อนคลายความวิตกกงั วลลงได้
เกิดการยอมรับเพ่ือน เม่ือมีกิจกรรมรวมกลุ่มต่อไป คุณครูลองค่อยๆ
ปล่อยวางลง ยืนดูห่างๆ ไม่เข้าไปกำกับดูแลอย่างเช่นเคย... เพียงเท่านี้ก็
เป็นการเรมิ่ ต้นการทำงานกล่มุ อยา่ งมคี วามสขุ
ห น้ า | 25
10
“ใหโ้ อกาส”
ห น้ า | 26
เม่ือเด็กพิเศษสามารถทำงานร่วมกับเพ่ือนๆ ในห้องได้โดยไม่แสดง
พฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ ครูควรเปิดโอกาสให้เด็กเหล่าน้ีได้แสดงออกบ้าง
ในชนั้ เรยี น เชน่ การออกมาเฉลยการบ้านบนกระดาน ถึงแม้จะผิดก็ตามครู
ควรให้โอกาส เพ่ือให้เขามีความมั่นใจในตนเอง กล้าที่จะแสดงออก ครูและ
เพอ่ื นควรให้โอกาส และใหก้ ำลงั ใจเขา
นอกจากน้ียงั ต้องเปดิ โอกาสให้เขาได้ทำงานร่วมกบั เพ่อื น
ในชั้นเรียน เช่น รับผิดชอบเวรประจำวัน ให้เขาได้มีส่วนร่วม กวาดห้อง
ยกเก้าอ้ี เทขยะ แลว้ เขาจะรูส้ ึกว่าเขาก็มีความพยายาม ความสำคัญ สามารถ
ทำงานร่วมกับเพ่ือนได้ สามารถทำงานเหมือนเพ่ือนๆ ได้ เพียงเท่านี้เขาก็
พอใจแล้วทไี่ ดร้ ับโอกาสทคี่ ณุ ครแู ละเพ่ือนๆ มอบให้
ห น้ า | 27
11
“การโอบกอดกส็ ำคญั ”
ห น้ า | 28
ลักษณะของเด็กพิเศษโดยส่วนมากจะใจน้อย อารมณ์อ่อนไหวง่าย
ทำอะไรทก่ี ระทบกระเทอื นจิตใจจะมคี วามรสู้ ึกค่อนขา้ งเรว็ กว่าเดก็ ปกติ
ไม่สามารถเก็บอารมณ์ของตนเองได้ คิด... รู้สึกอย่างไรก็จะแสดงออกอย่าง
นั้น
เราในฐานะ “ครู” จะต้องรับรู้ความรู้สึกอย่างน้ีของเด็กและวิธีท่ีจะ
รับมือกับเราได้คือ การเข้าไปโอบกอด พูดจาเบาๆ ด้วยเหตุผล ในส่ิงที่เขา
ทำลงไป ว่าเหมาะสมหรือไม่ ถ้าไม่ถูกต้องหรือเหมาะสมเราต้องพูดจาด้วย
เหตุผล อธิบายให้เข้าใจถึงส่ิงที่เขาทำว่าถกู หรอื ผิด ค่อยๆ ใช้ความอดทนใน
การอธิบาย ห้าม ! ดุด่าว่ากล่าวที่รุนแรง เพราะการดุด่า ว่ากล่าวย่ิงจะทำ
ให้เกิดการต่อต้านอย่างมาก แต่ถ้าเราให้เหตุผลในสิ่งท่ีเขากระทำที่ไม่
เหมาะสม อธิบายใหเ้ ขาฟังเขาก็จะหยุดพฤติกรรมในสิ่งน้ันในคราวตอ่ ไป
“คุณครู” ต้องอดทนเป็นอย่างมาก เพราะเด็กพิเศษบางคนจะมี
ลักษณะแตกต่างๆ กันออกไปอาจจะก้าวร้าว พูดจาหยาบคาย ร้องไห้ไม่
หยุด คุณครูต้องเข้าไปใกล้ๆ โอบกอดเขาไว้ ให้เขาได้ระบายออกมาแล้วสัก
พัก เขาจะดขี ึน้ ทส่ี ำคญั ครูต้องอดทน และพยายามใหม้ ากๆ
ห น้ า | 29
12
“การมอบหมายงานให”้
ห น้ า | 30
เด็กพิเศษส่วนมากจะมีสมาธิค่อนข้างจำกัด รับรู้อะไรได้ช้า คุณครู
ต้องทราบถึงขอ้ จำกัดอันน้ี
ดังนั้น...การมอบหมายงานได้ จะต้องให้ได้น้อยกว่าเพื่อน เช่น
เพ่ือนทำ 10 ข้อ เขาอาจได้ 5 ข้อ และครูต้องคอยเป็นพ่ีเล้ียงตลอดเวลาท่ี
ทำงาน คอยให้กำลงั ใจชมเชยเวลาเขาทำงานได้มาก แต่ถา้ เขาบอกว่า
“เขาไม่ไหว” “เหน่ือย” ก็ต้องให้พัก อย่าไปบังคับเด็ดขาด แต่ต้องมี
ข้อตกลงว่า ถ้าเขาทำงานเสรจ็ ตามที่ครูมอบให้ เขาก็สามารถทำงานอย่างอื่น
ได้ แต่ต้องไม่ไปรบกวนเวลาเพื่อนเรียนเช่น การเล่นตัวต่อ การป้ันดิน
น้ำมนั การวาดภาพ
เพียงเท่าน้ีเขาก็สามารถเรียนร่วมกับเพื่อน ทำงานที่มอบหมาย
เหมอื นเพือ่ นได้ เขาก็อยากทีจ่ ะมาโรงเรยี น อยากมาอยู่กับเพื่อนๆ
“คณุ ครู” ต้องอดทนมากๆ เพราะคุณครูกม็ นี ักเรียนปกติสอนดว้ ย
แต่ครูก็จะปล่อยให้เขาเล่นอย่างเดียวไม่ได้ ต้องให้เขาได้เรียนรู้ให้ทำงานส่ง
ครูบา้ ง ถึงจะเปน็ เพยี งแต่นอ้ ยนดิ แตก่ ็สำคัญสำหรบั เขามาก
ห น้ า | 31
13
“ของเลน่ มหศั จรรย”์
ห น้ า | 32
จากประสบการณ์ท่ีอยู่กับเด็กพิเศษมา 5 ปี ข้าพเจ้าสังเกตได้ว่า
เด็กพิเศษเหล่าน้ี ไม่ว่าพกพร่องทางการเรียนรู้ บกพร่องทางการได้ยิน
ออทิสติก ก้าวรา้ ว จะชอบเล่นตัวต่อหลากสี และดินน้ำมัน มากกว่าทจี่ ะวาด
รูประบายสี เม่ือเขาทำงานเสร็จ เขาจะถามหาตัวต่อ หรือขออนุญาตเล่นตัว
ต่อหลากสี โดยคุณครูจะต้องมีตัวต่อหลากสีไว้ในห้องเรียน เพ่ือให้เขาได้
ผ่อนคลาย หลังจากท่ีเขาเรียนเสร็จได้ตามศักยภาพของเขา แต่คุณครูต้องมี
การต่อรองมีข้อแม้ มีเง่ือนไขว่า หลังจากทำงานที่ครูมอบหมายงานให้ทำ
เสร็จแลว้ ก็สามารถลงมาเลน่ ตัวต่อทมี่ ุมของตนเองได้
รูปท่ีเขาประกอบจากตัวต่อหลากสีจะมีหลายแบบหลายประเภท
เช่น หุ่นยนต์ เคร่ืองบิน สัตว์ต่างๆ หมู วัว ควาย บ้าน รถยนต์ รถไฟ
เมื่อเขาต่อเสร็จเขาจะเอามาอวด โชว์ ให้ครูและเพ่ือนๆ ดูว่าเขาสามารถทำได้
คุณครูต้องให้กำลังใจในการชมเชย ชื่นชมกับผลงานของเขา จากนั้นเขาก็จะ
นั่งเล่น นอนเล่นของเขา คุณครูก็จะมีเวลาดูแลเรื่องการสอนตามตารางของ
เดก็ ปกติได้อยา่ งไมย่ ากเลย
ส่วนดินน้ำมันนั้นก็จะชอบป้ันเป็นรูปสัตว์ งู จะเป็นสัตว์ท่ีช่ืนชอบ
มากท่ีสุดเพราะมันง่าย บางครั้งคุณครูอาจจะให้เขาเล่าเป็นเรื่องราว หรือ
ประโยคสั้นๆ ว่าส่ิงท่ีเขาประกอบ น้ันมันเป็นตัวอะไร ทำไมถึงชอบ ทำไม
ถึงประกอบเขาจะอธิบายเป็นเร่ืองราวให้เราฟัง คุณครูก็ต้องใส่ใจ ต้ังใจฟัง
เขาในขณะทเี่ ขาเลา่ อธบิ ายให้เราฟัง
ถึงตอนน้ีแล้วคุณครูต้องมองหาแล้วว่าจะใช้ตัวต่อหลากสีแบบใด
ในการพัฒนาเด็กพิเศษของเรา
ห น้ า | 33
14
“วนั พระสำคญั ไฉน”
ห น้ า | 34
บางคนเริ่มตั้งคำถามในใจว่า “เด็กพิเศษ” กับวันพระ มันมี
ความหมายหรือความสัมพันธ์กันอย่างไร จะเช่ือหรือไม่ ข้าพเจ้าได้ลอง
พิสูจน์มาแล้วว่าเกี่ยวกันหรือสัมพันธ์กัน เด็กพิเศษเหล่าน้ีเม่ือถึงวันพระ
โดยเฉพาะวันพระใหญ่ หรือ วันขึ้น 15 ค่ำ เด็กจะมีอาการกระวนกระวาย
ไม่มีสมาธิ เดินไปเดินมา อารมณ์ค่อนข้างอ่อนไหว ใครสะกิดหรือต่อว่า
เพียงนิดเดยี วก็จะร้องไหอ้ อกมา ซึ่งบางคร้งั เพ่ือนหรือคุณครูไม่ได้ตั้งใจ
จะต่อว่า เพียงอาจจะอยากเล่นด้วย คุยด้วยเขาจะคิดว่าเป็นจริงเป็นจังขึ้นมา
ทันทีย่ิงถ้าไปต่อว่าว่าเขาเป็นคนผิด เป็นคนทำ ไม่ยอมให้อภัยหรือลงโทษเขา
เขาจะมปี ฏกิ ิรยิ ากับครูและเพื่อนทันที อาจจะงอนไม่พดู ด้วย ร้องไห้เสยี งดงั ๆ
โวยวาย ทำร้ายตนเอง พงั โยนขา้ วของทีอ่ ย่ใู กล้ตัว
คณุ ครูจะตอ้ งคอยระมัดระวังเปน็ อย่างมาก เมอื่ วันพระมาถึง
ครูต้องคอยระงับ ใชส้ ติ ใชเ้ หตุผล กับเด็กเหล่าน้ีให้มากกว่าวันไหนๆ บาง
ทีเขาทำไปเขาเองก็รู้ เข้ามากอดครูแล้วก็พูดว่าเขาไม่ได้ต้ังใจจะทำเลย ไม่รู้
เปน็ อะไร คณุ ครชู ว่ ยท.ี ...
บางทีเราเป็นครู...เราแทบน้ำตาคลอเลย ก็ได้แต่ปลอบ กอดให้
กำลังใจเขา ว่าไม่เป็นไร ลูกไม่ได้ตั้งใจ... แต่ครูต้องคอยสอน คอยกำกับ
คอยใหก้ ำลังใจวา่ ต่อไปอยา่ ทำอีก โดยใชเ้ หตุผลในสง่ิ ที่เขาทำลงไปด้วย
ซ่ึงเหตุการณ์เหล่านี้ จะเกิดวนเวียนซ้ำไปซ้ำมาทุกครั้งที่เป็นวันพระ
ถา้ จะคิดว่าประมาณ 4 วนั ต่อ 1 เดือน และเป็นทุกครั้งไป ซ่ึงข้าพเจ้าก็หา
คำตอบไม่ได้แต่มนั ก็เกดิ ข้ึนแล้ว
ห น้ า | 35
ฉะนนั้ คุณครูต้องอดทน พยายามอธิบายใหเ้ พอ่ื นในห้องเรียน
ไดเ้ ข้าใจ ให้อภัยใหเ้ พ่ือน แลว้ เราทุกคนกผ็ า่ นเหตุการณ์ “วนั พระ”
ไปด้วยกัน
ห น้ า | 36
15
“เพอื่ นกนั ...ชว่ ยกันไดไ้ หม”
ห น้ า | 37
คุณครูต้องอธิบายให้เพื่อนในห้องฟังว่า เรามีเพื่อนเป็นเด็กพิเศษ
ตอ้ งคอยดูแล เอาใจใส่ช่วยครูถ้าเพ่ือนมีพฤติกรรมไม่เหมาะสมให้ช่วยแจ้งครู
ทันที ไม่ให้ตัดสินเพื่อนเอง หรือลงโทษเพ่ือน ต่อว่าด้วยถ้อยคำที่รุนแรง
ให้รีบมาบอกครู ครูจะตัดสินเองว่าเขาถูกต้องหรือไม่ แต่ท้ังนี้ทั้งน้ันคุณครู
จะต้องอยู่ไม่ห่างจากห้องเรียนในกรณีท่ี ไม่ใช่ชั่วโมงสอนของตนเอง เพราะ
คุณครูบางคนไม่เข้าใจเด็ก ไม่ทราบปัญหา ไม่สามารถแก้ไขสถานการณ์ได้
บางครั้ง คุณครจู ะต้องนำเด็กพิเศษแยกออกมาจากห้องเรียนในกรณีท่ีเพ่ือน
กำลังทำข้อสอบ หรือทำกิจกรรมท่ีค่อนข้างยาก หรือเขาไม่สนใจ ต้องจับ
แยกออกมาทันที ไมเ่ ช่นนนั้ เขาก็จะไปรบกวน ว่นุ วายเพอื่ นทอี่ ยู่ในหอ้ งเรียน
และคณุ ครูท่านทกี่ ำลังสอน
บางคร้งั ขา้ พเจา้ ก็คดิ นอ้ ยใจเหมือนกันนะวา่ เราแทบไม่มีเวลาพัก
ไม่มีเวลาส่วนตัวของเราเลยแต่ในช่วงวิกฤตอย่างน้ี คุณครูจะได้รับโอกาสใน
การท่ีจะอยู่ใกล้ชิดกับเด็กพิเศษ เขาจะทำโน่น ทำน่ี พูดคุยเล่าอะไรต่างๆ
ให้เราฟัง หรือไม่ ก็ต้องหากิจกรรมให้เขาทำเช่น ตั้งโจทย์ ให้เขาต่อตัวต่อ
ปั้นดินน้ำมันตามท่ีครูกำหนดไว้ เขาก็จะทำตามคำส่ังนั้นหรือจะมาอ่าน
หนงั สือทตี่ นชอบหรือสนใจให้ครูฟัง คณุ ครกู ็จะมีเวลาทำงานของตนเอง
เวลาคณุ ครูไม่อยใู่ นห้องคณุ ครตู ้องบอกเขาว่าคุณครูไปไหน
ไปนานสักเท่าไหร่ ให้เพื่อนคนท่ีเขารักเขาชอบดูแลในเรอ่ื งการเรียน การไป
ทำธุระส่วนตวั ซ้ือขนม เขากจ็ ะสามารถอยกู่ ับเพอ่ื นได้เม่ือคณุ ครูไมอ่ ยู่ด้วย
ห น้ า | 38
16
“รกั ใหเ้ ทา่ กนั ”
ห น้ า | 39
เด็กพิเศษก็เหมือนแด็กปกติคนอื่นๆ ที่ต้องการความรัก ความเอาใจใส่
จากเพื่อน โดยเฉพาะจากคุณครูท่ีตนเองรัก ตนเองศรัทธา ย่ิงถ้ามีเด็กพิเศษ
อยู่ในชั้นเรียน 2 คน คุณครูต้องปฏิบัติให้เท่าๆ กัน เช่นการพูดจา การ
ให้โอกาส เพราะเขาจะถามทันทีว่า “ทำไมคนนที้ ำถึงตรงน้ี ทีเขาทำไมได้ทำ
มากกว่า เยอะกว่า” คุณครูต้องตอบคำถามเขาให้ได้ หาเหตุผลให้ได้ว่า
เพราะอะไรคุณครูถึงให้ทำงานไม่เท่ากัน ถ้าเขายังไม่ยอม คุณครูก็ต้องให้
เท่ากัน เพราะไม่อย่างนั้นเขาคิดว่า คุณครูรักไม่เท่ากันและก็จะงอนไม่พูดไม่
จา รอ้ งไห้ ประชดเดินหนมี ีปฏกิ ิริยาที่ไม่ดีกบั คุณครู
คุณครูต้องง้อค่ะ แล้วให้เหตุผลท่ีเขาสามารถยอมรับได้ เขาก็จะ
พอใจและจะเลิกงอน เลิกมีปฏิกิริยากับคุณครู กลับมานั่งทำงานของตนเอง
ใหเ้ สร็จตามทีค่ ุณครูกำหนด
ห น้ า | 40
17
“ตอ้ นรบั กลบั บา้ น”
ห น้ า | 41
เด็กพิเศษบางคนเพื่อเลื่อนช้ันไปเรยี นในชนั้ สูงต่อไป ไปพบคุณครู
ประจำช้ันคนใหม่ ถ้าเข้ากับเขาไม่ได้หรือไม่ยอมรับเขา เด็กพิเศษเหล่าน้ีจะ
หนั หลงั ให้คณุ ครูทา่ นนัน้ เลย เขาจะขอกลบั มาท่ี ท่เี ดมิ ที่เขาเลน่ อยู่ และ
มคี วามสุข
คุณครูต้องเข้าใจเขา ให้การต้อนรับเขาเหมือนเขากลับมาบ้านเก่า
ของตนเอง คุณครูอย่าพึ่งผลักไสเขาว่าเขาควรข้ึนไปเรียนกับเพื่อน อยู่กับ
เพอ่ื นในชน้ั เรียนนนั้
คณุ ครตู ้องเข้าไปคุย สอบถามถงึ รายละเอยี ดความต้องการว่า เขามี
ความต้องการอะไร เปน็ อะไรแลว้ นำขอ้ มูลท่ไี ดน้ ำเสนอตอ่ ผ้บู ริหาร
ถงึ ขอ้ มูลนี้ไดจ้ ากเขา
ในกรณที ่ีข้าพเจ้ามีประสบการณ์ ผู้บรหิ ารไดใ้ ห้เขามาอยูใ่ นห้องกับ
ข้าพเจ้า แล้วให้ข้าพเจ้าคอ่ ยตะลอ่ มให้เขากลับเข้ามาเรยี นในโรงเรียน แล้วถึง
มีข้อตกลงกันว่า ถ้าจะมาหาครูต้องเป็นเวลานะ น่าจะเป็นช่วงบ่ายก็ได้
เพราะช่วงเช้าคุณครูมีสอน ซึ่งปรากฏว่าเขายอมทำตามข้อตกลงน้ัน ซ่ึงเป็น
ข้อตกลงที่คุณครูสามารถยอมรับได้ไม่ยากค่ะ เพียงคุณครูให้โอกาสเขา
กลับมาอยู่บ้านอกี ครงั้ แม้เป็นเพียงเวลานิดเดียวก็ตาม เขากพ็ ึงพอใจแลว้
ห น้ า | 42
18
“บทสง่ ทา้ ย”
ห น้ า | 43
ในส่วนสุดท้ายของหนังสือเล่มน้ีข้าพเจ้าใคร่อยากจะให้กำลังใจกับ
คุณครูที่มีเด็กพิเศษเข้ามาเรียนในชั้นเรียนของคุณครู ถ้าให้เลือกคงไม่มี
คุณครูท่านใดจะเลือกรับเด็กพิเศษเหล่านี้ เพราะการรับเด็กเหล่าน้ีเข้ามาใน
ชั้นเรียน เป็นงานที่ค่อนข้างหนัก ภาระรับผิดชอบมากมาย สอนเด็กปกติ
ก็หนักเอาการแล้ว ยังมาเจอกับเด็กพิเศษอีก ซึ่งบางทีเราก็ไม่รู้ว่าเขามีความ
พิเศษในด้านใด ถ้าเป็นเด็กพิเศษที่ไม่รังแกคนอื่น ไม่ทำร้ายเพ่ือน คุณครู
ก็อาจจะยินดีต้อนรับ ถ้าคุณครูรับเด็กพิเศษที่มีพฤติกรรมก้าวร้าว รังแก
เพ่ือน คุณครจู ะหนักใจมาก
แต่ไม่ใช่ปัญหาค่ะ ถ้าคุณครูทำใจยอมรับจริงใจในการแก้ไขเขา
เพื่อให้เขาได้มีพัฒนาการท่ีดีข้ึน ซ่ึงคุณครูต้องใช้เวลานานพอสมควรในการ
ทำใจ
คุณครูต้องอดทนค่ะ สงสาร ให้โอกาสแก่เขา เขาก็พร้อมที่จะได้รับ
การพัฒนาจากคุณครู ซ่ึงไม่นานคุณครูจะได้เห็นเขามีพัฒนาการ มีการ
เปลี่ยนแปลงในทางที่ดี คุณครูก็จะยิ้มจนแก้มปริ กับผลงานของตนเองที่ให้
โอกาสแกเ่ ด็กพเิ ศษเหลา่ น้ัน
ห น้ า | 44
19
“เสยี งสะทอ้ น”
ห น้ า | 45
จากผปู้ กครอง
ต้องขอขอบพระคุณครูปรัชพร ศิริเขตร์ ในความเมตตาที่มอบ
โอกาสดีๆ ในชีวติ ให้แก่ลูกผม ผมไมร่ จู้ ะหาคำพดู ใดมาแทนคำขอบคณุ
ที่คุณครูได้มอบให้ลูกผม ชีวิตลูกผมจากที่ต้องได้รับการดูแล ปรับปรุงแก้ไข
อยา่ งเร่งด่วน แต่ก็ไดร้ บั การปฏิเสธจากหลายๆ คนไม่ว่าผบู้ รหิ าร คุณครใู น
ช้ันเรียนของตนเองชีวิตทั้งชีวิตของลูกผม ผมยอมที่จะทำทุกอย่างเพ่ือมา
ดูแลลูก ยอมท้ิงงานท่ีได้รับการยอมรับ ทง้ิ รายได้เดือนละเกือบแสน เพ่ือจะ
ได้มเี วลามาดูแลตนเอง
ชว่ งแรกผมก็ไม่รู้ว่าลูกเป็นอะไร จนกระทั่งถึงเวลาเขาเข้าโรงเรียนจึง
นำมาตามระบบ แต่เขาไมส่ ามารถอยู่ร่วมกับเพ่อื นๆ ได้ทำรา้ ยเพ่ือน
ทำร้ายคุณครูครงั้ แรกผมไม่เช่ือ จนกระทั่งได้เห็นร่องรอย การบอกกล่าวจาก
ผอู้ ยใู่ นเหตกุ ารณ์ ผมทำใจอยนู่ านกวา่ จะยอมรับในสง่ิ ทล่ี กู ทำ
ผมพยายามทำทุกวิธีทางที่จะให้ลูกได้รับการพพัฒนาไปพบแพทย์
บำบัด การใช้ยา การใช้กิจกรรมกระตุ้น แต่พอลูกจะกลับมาเรียนกลับไม่มี
ใครยินดีต้อนรับ กลัวเป็นปัญหา กลัวเป็นภาระ ผมเข้าใจในความรู้สึกของ
ทุกคน ถ้าเป็นผม ผมเองคงคิดหนักเช่นกัน แต่คุณครูปรัชพร ศิริเขตร์
ท่านนั่งนง่ิ เม่ือผมได้เล่าเรอ่ื งราวให้ฟัง ตอนแรกผมคดิ ว่าอยา่ งน้อยก็ให้ผมได้
ระบายบ้าง แต่ไม่ใช่...คุณครูปรัชพรท่านกลับตอบว่า ก็ลองเอามาลองดูสิ
เผื่อจะไปกันได้ ผมดีใจมากท่ีสุดในชีวิตเลย ไม่คิดว่าจะมีครูท่านใดท่ีจะ
ยอมรับกับภาระที่จะเกิดข้ึน 1 ปี เต็มคุณครูได้ให้โอกาสแก่ลูกผมเป็นอย่าง
ห น้ า | 46
มากได้ให้โอกาสในการพัฒนาในเรื่องการเรียนการแก้ไขพฤติกรรมที่ไม่
เหมาะสม ลกู ลดการใชย้ าลง มีความเข้าใจในชวี ิตประจำวนั สามารถพฒั นา
และสามารถอยใู่ นสังคมไดเ้ หมอื นคนปกติท่ัวไป
ขอขอบพระคุณจรงิ ๆ ครับคณุ ครทู เี่ มตตาใหโ้ อกาสแก่ลูกผม
จากเพื่อนร่วมงาน
เห็นคุณครูปรัชพร ดูแลเด็กที่มีความต้องการพิเศษ ตอนแรกคิดว่า
ยายน่ีถ้าจะบ้าหาเหาใส่ตัวเอง เด็กปกติก็สอนยาก เข้าใจยากอยู่แล้วน่ีจะรับ
เดก็ พวกนเ้ี ขา้ มาในช้ันเรยี น ตอ้ งบ้าแน่ๆ เลย
เหตุการณ์ไม่เป็นอย่างนั้น เด็กท่ีอยู่กับคุณครูปรัชพร ได้รับการ
พัฒนา ทั้งด้านความรู้ พฤติกรรม เด็กมีความสุขในการมาเรียนการอยู่กับ
เพอื่ นๆ ในช้ันเรยี น ไม่สรา้ งปัญหา ให้กับคนรอบขา้ ง
“ทำได้อย่างไร” บางครั้งก็แปลกใจ แอบดูอยู่ห่างๆ ว่าคุณครูปรัช
พรทำอย่างไร กับเด็กเหลา่ น้ี เข้าสอนในชัว่ โมงเขาก็เรียนกับเพื่อนๆ ทำงาน
พร้อมเพื่อน บางทีเสร็จก่อนเพื่อนปกติด้วยซ้ำ พอคุณครูท่านยืนสอน
คุณครูปรัชพรก็ขออนุญาตนั่งอยู่ด้วยเพื่อคอยดูแลเด็กเหล่าน้ี เผื่อเวลา
ทำงานจะคอยอธิบายในภาษาท่ีเขาสามารถเข้าใจได้ เช่น การบวกเลข
คุณครูอธิบายว่าไปหน้านะ ไม่ใช่ถอยหลังถ้าเป็นการทด คุณครูจะสอนอีก
ว่าแวะรับคนมาด้วยไปด้วยกัน เพื่อการประหยัด ซ่ึงเราฟังก็อดย้ิมไม่ได้ ถึง