นาฏศิลป์ไทย พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ในสมัยรัชกาลที่ 6
คำ นำ รายงานเชิงชิวิชวิาการนี้เป็นส่วนหนึ่งของรายวิชวิาศิลศิ ปะ 5 (ศ33101) ชั้นชั้มัธมัยมศึกศึษาปีที่ ๖ โดยมีจุมีจุดประสงค์ เพื่อพื่ศึกศึษาเกี่ยกี่วกับกันาฏศิลศิ ป์ไทยในสมัยมัรัตรันโกสินสิทร์ รัชรัการที่ 6 พระบาทสมเด็จด็พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวหัเกี่ยกี่วกับกัพระราชประวัติวั ติการแสดงและดนตรีสรีมัยมั รัชรักาลที่ 6 คณะละครที่เที่กิดกิขึ้นขึ้ในรัชรักาลที่ 6 และ ด้านกวีแวีละวรรณกรรมสมัยมัรัชรักาลที่ 6 ผู้จัดจัทำ คาดหวังวัเป็นอย่างยิ่งยิ่ว่าการจัดจัทำ รายงานวิชวิาการฉบับบันี้จะมีข้มี ข้ อมูลที่ เป็นประโยชน์ต่อผู้สนใจ นาฏศิลศิ ป์ไทยในสมัยมัรัตรันโกสินสิทร์ รัชรัการที่ 6 เป็นอย่างดี หากผิดผิพลาดประการใดผู้จัดจัทำ ขออภัยภัมา ณ ที่นี้ที่ นี้ ผู้จัดจัทำ คณะผู้จัดจัทำ
สารบัญ เรื่อง หน้า พระราชประวัติวั ติ การแสดงและดนตรีสรีมัยมัรัชรักาลที่ 6 ที่ คณะละครที่เ ที่ กิดกิขึ้นขึ้ในรัชรักาลที่ 6 ที่ ด้านกวีแวีละวรรณกรรมสมัยมัรัชรักาลที่ 6 ที่ 1-2 3-5 6-7 8
พระราชประวัติ พระบาทสมเด็จ ด็ พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวหัเป็นกษัตษัริย์ริ ย์พระองค์ที่ค์ ที่๖ แห่งพระบรมราช จักจัรีวรีงศ์ เสด็จ ด็ พระราชสมภพเมื่อมื่วันวัเสาร์ เดือดืนยี่ ขึ้นขึ้๒ ค่ำ ปีมะโรง จุลศักศัราช ๑๒๔๒ เวลา ๘ นาฬิกฬิา ๕๕ นาที ตรงกับกัวันวัที่ ๑ มกราคม พ.ศ. ๒๔๒๓ เป็นพระราชโอรส พระองค์ที่ค์ ที่๒๔ ในพระบาทสมเด็จ ด็ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวหัและพระองค์ที่ค์ ที่๒ ใน สมเด็จ ด็ พระศรีพัรีชพัรินริทราบรมราชินีชิ นีนาถ ทรงได้รับรัพระราชทานพระนามว่า “สมเด็จ ด็ พระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าวชิรชิาวุธ” สมเด็จ ด็ พระบรมชนกนาถและสมเด็จ ด็ พระบรมราชชนนี ตรัสรัเรียรีกว่า “ลูกโต” เมื่อมื่พระชนมายุได้ ๘ พรรษา ในปี ๒๔๓๑ ทรงได้รับรัการสถาปนา ขึ้นขึ้เป็นสมเด็จ ด็ พระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้ามหาวชิรชิาวุธ กรมขุนเทพทวาราวดี ปรากฏ พระนามตามที่จที่ารึกรึในพระสุพรรณบัฏบัว่า สมเด็จ ด็ พระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้ามหาวชิรชิาวุธ เอกอัคอัรมหาบุรุษรุบรมนราธิรธิาช จุฬาลงกรณ์นาถราชวโรรส มหาสมมตขัตขัติยติพิสุทธิ์ บรมมกุฎสุริยริสันสัตติวติงศ์ อดิสัดิยสัพงศ์วโรภโตสุชาติ คุณสังสักาศวิมวิลรัตรัน์ ทฤฆชนมสวัสวั ดิขัดิตขัติยติราชกุมาร มุสิกสินาม ทรงศักศัดินดิา ๕๐,๐๐๐ ตามพระราชกำ หนดอย่างสมเด็จ ด็ พระเจ้าลูกยาเธอเจ้าฟ้าต่างกรม ให้ทรงดำ รงพระเกียกีรติยติศเป็นชั้นชั้ที่ ๒ รองจากสมเด็จ ด็ พระบรมโอรสาธิรธิาช เจ้าฟ้ามหาวชิรุชิณรุหิศหิสยามมกุฎราชกุมาร และได้มีพมีระราชพิธี โสกันกัต์ใต์นเดือดืนธันธัวาคม พ.ศ.๒๔๓๕ ใน พ.ศ. ๒๔๔๗ ได้ผนวชตามโบราณราชประเพณี ณ พระอุโบสถวัดวัพระ ศรีรัรีตรันศาสดาราม ประทับทัจำ พรรษาที่วัที่ดวับวรนิเวศวิหวิาร ๑ พรรษา ทรงได้รับรัสมณฉายา จากสมเด็จ ด็ พระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรชิญาณวโรรส พระราชอุปัธปัยาจารย์ว่า “วชิรชิ าวุโธ” เมื่อมื่พระบาทสมเด็จ ด็ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวหัสวรรคตในวันวัที่ ๒๓ ตุลาคม พ.ศ.๒๔๕๓ สมเด็จ ด็ พระบรมโอรสาธิรธิาช เจ้าฟ้ามหาวชิรชิาวุธ สยามมกุฎราชกุมารได้เสด็จ ด็ เถลิงลิถวัลวัย ราชสมบัติบัสืติบสืแทนเมื่อมื่เวลา ๐.๔๕ นาฬิกฬิา ทรงพระนามว่า พระบาทสมเด็จ ด็ พระปรเมน ทรมหาวชิรชิาวุธพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวหัมีพมีระราชพิธีบธีรมราชาภิเภิษกจัดจัเป็น ๒ งาน คือคื งานพระราชพิธีบธีรมราชาภิเภิษกเฉลิมลิพระราชมนเทียทีรเมื่อมื่วันวัที่ ๑๑ พฤศจิกจิายน พ.ศ.๒๔๕๓ และงานพระราชพิธีบธีรมราชาภิเภิษกสมโภชเมื่อมื่วันวัที่ ๒๐ พฤศจิกจิายน พ.ศ.๒๔๕๔
พระบาทสมเด็จ ด็ พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวหัทรงพระประชวรด้วยโรคทางเดินดิอาหาร ขัดขัข้อง ได้มีปมีระกาศในราชกิจกิจานุเบกษาว่าทรงพระประชวรด้วยโรคพระโลหิตหิ เป็นพิษในพระอุทรมาตั้งตั้แต่วันวัที่ ๑๒ พฤศจิกจิายน พ.ศ.๒๔๖๘ และสวรรคต ณ พระที่นั่ที่นั่งจักจัรพรรดิพิดิ พิมาน เมื่อมื่วันวัที่ ๒๖ พฤศจิกจิายน พ.ศ.๒๔๖๘ เวลา ๑ นาฬิกฬิา ๔๕ นาที พระชนมพรรษาเป็นปีที่ ๔๖ เสด็จ ด็ ดำ รงสิริสิรริาชสมบัติบั ไติด้ ๑๕ พรรษา เนื่อนื่งจากเสด็จ ด็ สวรรคตเวลา ๑ นาฬิกฬิา ๔๕ นาที ล่วงมาในวันวัที่ ๒๖ พฤศจิกจิายน พ.ศ.๒๔๖๘ เพียพีงไม่กี่นกี่าที พระบาทสมเด็จ ด็ พระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวหัจึงจึมี พระราชประสงค์ใค์ห้ใช้วันวัที่ ๒๕ พฤศจิกจิายน เป็นวันวัสวรรคต และวันวัที่ ๒๖ พฤศจิกจิายนเป็นวันวัเสด็จ ด็ เถลิงลิถวัลวัยราชสมบัติบั ติทางราชการได้กำ หนดให้วันวัที่ ๒๕ พฤศจิกจิายนของทุกปีเป็นวันวัที่รที่ะลึกลึวันวัมหาธีรธีราชเจ้า และวันวัที่ ๒๖ พฤศจิกจิายน เป็นวันวัเสด็จ ด็ เถลิงลิถวัลวัยราชสมบัติบั ติ
การแสดงและดนตรีสมัยรัชกาลที่ 6 รัชรัสมัยมัพระบาทสมเด็จ ด็ พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวหันับนัเป็นยุคทองของศิลศิ ปะด้านการ แสดง ทั้งทั้แบบจารีตรีคือคื โขน ละครนอก ละครใน และละครแบบใหม่ซึ่งซึ่ได้รับรัอิทอิธิพธิลของ ประเทศตะวันวัตก อันอั ได้แก่ ละครร้อง ละครพูด ละครดึกดึดำ บรรพ์ ความสนพระทัยทัของ พระองค์ต่ค์ ต่ องานแสดงนั้นนั้มิใมิช่เพียพีงแต่การทอดพระเนตรดังดัเช่นรัชรักาลที่ผ่ที่ ผ่ านมา แต่ได้ มีส่มี ส่ วนพระราชนิพนธ์บทละครทั้งทั้ภาษาไทย และภาษาต่างประเทศรวมประมาณ 180 เรื่อรื่ง (ม.ล.ปิ่นปิ่มาลากุล,2518:8) ทรงควบคุมการแสดง และทรงแสดงร่วมด้วย 1) โขน การแสดงโขนเป็นศิลศิ ปะขั้นขั้สูงของไทยที่มีที่มมีาตั้งตั้แต่อดีตดีทั้งทั้ส่วนของพระมหากษัตษัริย์ริ ย์และ ประชาชนทั่วไป พระบาทสมเด็จด็พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวหัทรงสนับนัสนุนศิลศิ ปะการแสดงโขนด้วยการพระ ราชนิพนธ์บท ทรงควบคุมการจัดจัแสดงและฝึกซ้อมด้วยพระองค์เค์อง เนื่อนื่งจากผู้แสดงล้วนเป็นข้าราช บริพริารในพระองค์จึค์งจึรู้จักจักันกั ในนามโขนสมัคมัรเล่น ต่อมาเมื่อมื่ผู้แสดงได้รับรัพระราชทานบรรดาศักศัดิ์ให้ สูงขึ้นขึ้เป็นลำ ดับดัจึงจึมีชื่มี ชื่อชื่เรียรีกว่าโขนบรรดาศักศัดิ์ ซึ่งซึ่เริ่มริ่มีมมีาตั้งตั้แต่ครั้งรั้ยังยัดำ รงตำ แหน่งสมเด็จด็พระบรม โอรสาธิรธิาช มหาดเล็กล็ ในพระองค์ไค์ด้รวมตัวตักันกัเล่นโขนเพื่อพื่ความสนุกสนาน พระองค์จึค์งจึทรงโปรดฯ ให้ครูโรูขนละครจากคณะของเจ้าพระยาเทเวศรวงศ์วิวัวิฒวัน์ (หม่อมราชวงศ์หลาน กุญชรฯ เป็นผู้ฝึผู้ฝึกหัดหั พระองค์ทค์รงมีพมีระราชดำ ริว่ริ ว่ าโขนสมัคมัรเล่นสมควรจะแสดงได้ดีกดีว่าโขนอาชีพชีเนื่อนื่งจากมีพื้มีนพื้ฐานการ ศึกศึษาที่ดีที่กดีว่า โดยเทียทีบเคียคีงกับกั ประเทศอังอักฤษว่ายกย่องศิลศิ ปินให้เป็นขุนนาง (วรชาติ มีชูมีบชูท, 2553 : 41) การที่พที่ระบาทสมเด็จด็พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวหัทรงสนับนัสนุนการแสดงโขน นอกจากจะเป็นการ อนุรักรัษ์ศิลศิ ปะการแสดงให้คงอยู่แล้ว พระองค์ยัค์งยั ได้ทรงใช้ศิลศิ ปะการแสดงดังดักล่าวในการสอดแทรก พระราโชบายหรือรืพระราชดำ ริ โดยเฉพาะโขนซึ่งซึ่ใช้วรรณคดีเดีรื่อรื่งรามเกียกีรติ์เป็นหลักลั ในการแสดง มุ่ง เน้นความสำ คัญคัด้านคุณธรรมและยกย่องพระมหากษัตษัริย์ริ ย์ที่เที่ปรียรีบประดุจสมมติเติทพ โขนบรรดาศักดิ์ จ้าพระยารามราฆพ (ม.ล.เฟื้อ ฟื้ พึ่งพึ่บุญ)
2) ละคร อิทอิธิพธิลของประเทศตะวันวัตกที่มีที่ต่มี ต่ อศิลศิ ปะของไทยในสมัยมัรัชรัการที่ 6 ซึ่งซึ่เห็นห็ ได้อย่างเด่นชัดชั คือคืศิลศิ ปะการแสดงละคร โดยพระบาทสมเด็จด็พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวหัทรงนำ แบบอย่างมาเผยแพร่ ทั้งทั้บทละคร วีธีวีแธีสดง การวางตัวตัละครบนเวที การเปล่งเสียสีงพูด พระองค์ทค์รงมีบมีทบาททั้งทั้การพระราช นิพนธ์บทละคร ทรงควบคุมการแสดงและทรงแสดงร่วม นับนัเป็นการเปลี่ยลี่นแปลงรูปรูแบบความบันบัเทิงทิ จากสมัยมัจารีตรีที่ชที่นชั้นชั้นำ นิยมดนตรีไรีทยและละครใน บทพระราชนิพนธ์และการจัดจัแสดงของพระบาท สมเด็จด็พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวหัมิใมิช่เพียพีงเพื่อพื่ความบันบัเทิงทิเท่านั้นนั้แต่พระองค์ยัค์งยัทรงสอดแทรกพระ ราโชบายที่มุ่ที่มุ่งปลูกฝังฝัแก่ประชาชน ดังดัเช่น เรื่อรื่งพระร่วง นับนัเป็นละครอิงอิ ประวัติวัศติาสตร์ที่แที่สดงถึงถึความ มีสมีติปัติญปัญาของพระร่วงต่อการปลดปล่อยดินดิแดนสุโขทัยทั ให้หลุดพ้นพ้จากอำ นาจขอม ขณะเดียดีวกันกัก็ แสดงถึงถึความรักรัแผ่นดินดิและความจงรักรัภักภัดีต่ดี ต่ อผู้นำ จากบทของนายมั่นปืนยาว โดยพระองค์ทค์รง แสดงในบทบาทดังดักล่าวนี้ด้วย บทละครเรื่อรื่งนี้จึงจึเป็นต้นแบบของละครปลุกใจให้รักรัชาติ สอดคล้องกับกั แนวพระราชดำ ริ เรื่อรื่งชาตินิติ นิยมซึ่งซึ่เป็นพระราโชบายที่สำที่สำคัญคัยิ่งยิ่อย่างหนึ่งของรัชรัสมัยมันี้ ดังดัเช่น บทร้องในละครเรื่อรื่งพระร่วงตอนหนึ่งที่ว่ที่ ว่ า ...ข้าเจ้าผู้เป็นไทย จงใจรักและภักดี ต่อองค์พระทรงศรี สถิตเกล้าเหล่าประชา, ขอนั่งพระสมภาร ทุกวันวารขอเป็นข้า, เต็มใจใฝ่อาสา ต่อสู้หมู่ไพรี...
ด้วยความเอาพระราชหฤทัยทั ใส่ต่อศิลศิ ปะด้านการแสดงโขนละคร พระบาทสมเด็จด็ พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวหัจึงจึทรงโปรดฯ ให้จัดจัระเบียบีบกรมมหรสพที่เที่คยมีแมีต่เดิมดิตั้งตั้แต่รัชรักาล ที่ 5 ใหม่ กล่าวคือคื ในอดีตดีกรมมหรสพมีหมีน้าที่เที่กี่ยกี่วกับกัการละเล่นของหลวง 5 ประเภทคือคื ระเบง โมงครุ่ม กุลาตีไตีม้ แทงวิสัวิยสัและกระอั้วอั้แทงควาย ครั้นรั้ถึงถึรัชรักาลที่ 6 ก็ทก็รงโปรดฯ ให้ กรมมหรสพดูแล 4 หน่วยงานคือคืกรมโขนหลวง กรมปี่พาทย์หลวง กรมช่างมหาดเล็กล็และ กองเครื่อรื่งสายฝรั่งรั่หลวง ผู้ที่มีที่คมีวามสามารถด้านการแสดงและได้เข้ารับรัราชการในกรม มหรสพมักมัเป็นที่ทที่รงโปรดปรานของพระบาทสมเด็จด็พระเจ้าอยู่หัวหัจึงจึได้รับรัการเลื่อลื่นตำ แหน่ง เร็วร็กว่าบุคคลอื่นอื่ประกอบกับกัการใช้จ่ายเงินงิจำ นวนเพื่อพื่จัดจัการแสดงโขนละคร จึงจึทำ ให้เป็น บุคคลกลุ่มหนึ่งไม่พอใจอันอัเป็นปัจปัจัยจัเสริมริ ให้เกิดกิความเคลื่อลื่นไหวเรียรีกร้องทางการเมือมืง พระราชกรณียณีกิจกิด้านดนตรีใรีนพระบาทสมเด็จด็พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวหัเป็นส่วน หนึ่งของบทละคร จากการที่พที่ระองค์ทค์รงพระราชนิพนธ์บทร้องประกอบเนื้อนื้เรื่อรื่ง ทั้งทั้ทำ นอง เพลงไทยและเพลงสากล นอกจากนี้ยังยัทรงสนับนัสนุนและส่งเสริมริ ให้ดนตรีไรีทยดำ รงอยู่และ สืบสืทอดต่อมา โดยพระองค์ทค์รงโปรดฯให้มีกมีารสอนและฝึกซ้อมดนตรีไรีทยควบคู่ไปกับกัการ เรียรีนการสอนวิชวิาสามัญมั
คณะละครที่เกิดขึ้นในรัชกาลที่ 6 คณะละครวัง วัสวนกุห กุ ลาบ (พ.ศ. 2454 – 2462) ต่อมาย้ายไปอยู่ในพระอุปถัมถัภ์สมเด็จด็ฯ เจ้าฟูาฯ กรมขุนเพ็ชพ็รบูรณ์ฯ จนถึงถึพ.ศ. 2466) เกิดกิจาก พระประสงค์ขค์องสมเด็จด็พระเจ้าน้องยาเธอเจ้าฟูาจุฑาธุชธราดิลดิก กรมขุนเพ็ชพ็ร บูรณ์อินอิทราชัยชั ได้ทูลขอ สมเด็จด็พระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟูาอัษอัฎางค์เค์ดชาวุธ กรมหลวงนครราชสีมสีา พระเชษฐาให้ทรงหัดหัละคร 4 ตัวตั (พระ นาง ยักยัษ์ ลิงลิ) เพื่อพื่เป็นตัวตัละครในวังวัของพระองค์ท่ค์ ท่ านด้วย เหตุนี้ทางวังวัสวนกุหลาบจึงจึเปิดรับรัเด็กด็ หญิงเข้ามาหัดหัเป็นละครปรากฎว่ามีผู้มีผู้นําเด็กด็หญิงเข้ามาถวายตัวตัเป็นละครจํานวนมาก (150 คน) ทรงพระ กรุณรุารับรั ไว้ทั้งทั้หมด ประทานที่อที่ยู่ เงินงิเบี้ยบี้เลี้ยลี้งคนละ 3 บาทต่อเดือดืน และโปรดให้อยู่ในความดูแลของ คุณท้าวนารีวรีรคณารักรัษ์ (เจ้าจอมแจ่ม ในรัชรักาลที่ 5) ครูสรูอนประจําละครวังวัสวนกุหลาบสืบสืเชื้อชื้สายมาแต่ละครหลวงรัชรักาลที่ 2 ถึงถึละครเจ้าคุณจอม มารดาเอม ในพระบาทสมเด็จด็พระปิ่นปิ่เกล้าเจ้าอยู่หัวหัที่ขึ้ที่นขึ้ชื่อชื่ว่าแสดงตามแบบละคร หลวง เช่น หม่อมครู นุ่ม นวรัตรัน์ ณ อยุธยา (คุมฝุายนาง) หม่อมครูอึ่รูงอึ่หรือรืแม่ครูอึ่รูงอึ่หสิตสิะเสน (คุมตัวตัพระ) หม่อมครูแรูย้ม (อินอิเหนา-ถ่ายทอดกระบวนท่าอิเอิหนา การใช้อาวุธในละครอิเอิหนาทั้งทั้หมด) คุณครูหรูงิมงิ(ถ่ายทอดกระบวน ท่าออกภาษา กระบวนไม้รบทั้งทั้อาวุธจีนจี- ไทยและหน้าพาทย์กลม เงาะ) เป็นต้นส่วนครูสรูอนพิเศษเป็น พระมารดาของพระบรมวงศ์ที่มีที่คมีวามสามารถพิเศษเฉพาะบทบาท ได้แก่ ท้าววรจันจัทร์บรมธรรมิกมิภักภัดี นารี วรคณานุรักรัษา เจ้าจอมมารดาวาด ในรัชรักาลที่ 4 (วาด อิเอิหนา) เจ้าจอมมารดาเขียขีนในรัชรักาลที่ 4 (ถ่ายทอดบทบาทอิเอิหนา และละครพันพัทางเรื่อรื่งพระลอ) เจ้าจอมมารดาสาย ในรัชรักาลที่ 5 (ถ่ายทอดท่ารํา ของตัวตัเอก และชุดชุเบิกบิ โรงละครหลวง) เจ้าจอม ละม้าย ในรัชรักาลที่ 5 (ถ่ายทอดท่ารําของตัวตัเอก และชุดชุ เบิกบิ โรงละครหลวง) เจ้าจอมมารดาทับทัทิมทิ ในรัชรักาลที่ 5 (ถ่ายทอดท่ารําของตัวตันางเอก) นอกจากนี้ยังยัมี แม่ครูแรูปลก หม่อมครูครูร้าม เข้ามาสอนเรื่อรื่งละครนอก ละคร พันพัทาง และเมื่อมื่ จัดจัการแสดงโขน (ผู้หญิง) ได้เชิญชิพระยานัฎนักานุรักรัษ์ (ทองดี สุวรรณภารต) คุณ หญิงนัฎนักานุรักรัษ์ (เทศ สุวรรณภารต) และครูท่รู ท่ านอื่นอื่ๆ มาช่วยควบคุมและปรับรัท่าทางให้งดงามตาม รูปรูแบบการแสดงโขนหลวง เด็กด็หญิงทุกคนแห่งละครวังวัสวนกุหลาบนั้นนั้นอกจากจะให้ฝึกเป็นละครแล้ว ยังยัทรงพระกรุณรุาให้เรียรีน หนังนัสือสืเพื่อพื่ให้อ่านออกเขียขีนได้ ซึ่งซึ่เป็นมิติมิ ใติหม่ของเด็กด็หญิง แล้วยังยั ให้ฝึก 147 วิชวิาชีพชีอื่นอื่ๆ อีกอีเช่น ทํา อาหาร จัดจัดอกไม้ ตัดตัเย็บย็เสื้อสื้ผ้า อีกอีทั้งทั้ยังยั ฝึกให้มีกมีริยริามารยาทของสังสัคม ชั้นชั้สูงอีกอีด้วยคณะละครวังวัสวน กุหลาบจึงจึเป็นที่ยที่กย่องในรัชรัสมัยมัรัชรักาลที่ 6 ว่าเป็นสถาบันบัที่ฝึที่ฝึกหัดหัละครแบบหลวงดีที่ดี ที่สุที่สุด
ละครผู้หญิงของหลวง หรือรืละครหลวงฝุายหญิงมีขึ้มีนขึ้ในปี พ.ศ. 2457 โดยเจ้าพระยารามราฆพ ได้ทูล กล่าวฯ ถวายคณะละครผู้หญิงของท่าน ซึ่งซึ่มีมมีารดาของท่านคือคืพระนมทัดทัพึ่งพึ่บุญ ณ อยุธยา เป็นผู้จัดจัการละครผู้หญิงของหลวงแสดงในงานพระราชพิธีต่ธี ต่ าง ๆ ตามอย่างโบราณราชประเพณี ละครผู้ชผู้ ายของหลวง หรือรืละครหลวงฝุายชายมีขึ้มีนขึ้ในปี พ.ศ. 2457 เนื่อนื่งจากบรรดามหาดเล็กล็ต่างหัดหั โขนแสดงได้ดีแดีล้ว พระบาทสมเด็จด็พระเจ้าอยู่หัวหัทรงโปรดให้พระยานัฏนักานุรักรัษ์ครูพรูระนางและ พยาพรมาภิบภิาล ครูยัรูกยัษ์ ฝึกหัดหัละครในโรงหนึ่งแสดงเรื่อรื่งรามเกียกีรติ์แติ์ละอิเอิหนาในพระราชพิธี ต่าง ๆเช่นกันกั
ด้านกวีและวรรณกรรมสมัยรัชกาลที่ 6 ประเภทวรรณคดี - พระนลคำ หลวง นารายณ์สิบสิ ปาง ศกุนตลา มัทมันะพาธา ฯลฯ ประเภทบทละคร - หัวหั ใจนักนัรบ พระร่วง โรมิโมิอและจูเลียลีต ตามใจท่าน เวนิชวาณิชณิ ฯลฯ ประเภทธรรมะ - เทศนาเสือสืป่า พระพุทธเจ้าตรัสรัรู้อะไร พระบรมราโชวาทในงานวิสวิาขบูชา ฯลฯ ประเภทประวัติวั ติศาสตร์โบราณคดี – เที่ยที่วเมือมืงพระร่วง สันสันิษฐานเรื่อรื่งพระร่วง เที่ยที่วเมือมืงอียิอี ปยิต์ ประเภททหาร - การสงครามป้อมค่ายประชิดชิพันพัแหลม ความเจริญริแห่งปืน ฯลฯ ประเภทปลุกชาติ - เมือมืงไทยจงตื่นตื่เถิดถิยิวยิแห่งบูรพาทิศทิ ปลุกใจเสือสืป่า โคลนติดติล้อ ลัทลัธิเธิอาอย่าง ประเภทนิทาน - นิทานทองอินอินิทานทหารเรือรืนิทานชวนขันขั ฯลฯประเภทกฎหมาย ประเภทการเมือมืง - ความกระจัดจักระจายแห่งเมือมืงจีนจีการจราจลในรัสรัเซียซี ปกิณกิกคดีขดีองอัศอัวพาหุ ประเภทสุขวิทวิยา - กันกั ป่วย สันสันิษฐานเรื่อรื่งท้าวแสนปม ฯลฯ กฎหมายทะเลหัวหัข้อกฎหมายนานาประเทศแผนกคดีเดีมือมืง พระองค์ทค์รงอุตสาหะพระราชนิพนธ์หนังนัสือสืต่าง ๆ แล้ว ยังยั โปรดให้ตั้งตั้วรรณคดีสดี โมสร เพื่อพื่ส่งเสริมริ การประพันพัธ์ด้านภาษาไทย นอกจากนี้ยังยั ได้ทรงออกหนังนัสือสืพิมพ์ต่าง ๆ หลายฉบับบัด้วยกันกัเช่น ทวี ปัญปัญา เมื่อมื่ครั้งรั้ตั้งตั้ทวีปัวีญปัญาสโมสร ในสมัยมัก่อนขึ้นขึ้ครองราชย์ และสมัยมัที่เที่สวยราชสมบัติบัแติล้ว หนังนัสือสืพิมพ์ที่มีที่ชื่มี ชื่อชื่เสียสีงคือคืดุสิตสิสมิตมิ ในการพระราชนิพนธ์หนังนัสือสืต่าง ๆ พระองค์ทค์รงใช้ทั้งทั้พระนามจริงริ และพระนามแฝงในโอกาสต่างๆ ดังดันี้ เรื่อรื่งเกี่ยกี่วกับกัการเมือมืงและบทปลุกใจ ใช้พระนามแฝงว่า อัศอัวพาหุ สำ หรับรับทละคร ใช้พระนามแฝงว่า ศรีอรียุธยา นายแก้วนายขวัญวัพระขรรค์เค์พชรสำ หรับรับันบัเทิงทิคดี และสารคดีต่ดี ต่ าง ๆ ที่ทที่รงแปลจากภาษาต่างประเทศ ใช้พระนามแฝงว่า รามจิตจิติ สำ หรับรัเรื่อรื่งที่เที่กี่ยกี่วกับกัทหารเรือรื ใช้พระนามแฝงว่า พันพัแหลม สำ หรับรันิทานต่าง ๆ ใช้พระนามแฝงว่า น้อยลา สุครีพรี ด้วยเหตุนี้เอง มหาชนทั่วไปจึงจึพร้อมกันกัถวายพระสมัญมัญาให้แก่พระองค์ท่ค์ ท่ านว่า สมเด็จด็พระมหาธีรธีราชเจ้า
สมาชิกในกลุ่ม ๑. นายก้องภพ ช่วยคง ชั้นชั้ม.๖/๑๒ เลขที่ ๘ ๒. นายเมธาวุฒิ อุเทนพันพัธ์ ชั้นชั้ม.๖/๑๒ เลขที่ ๑๘ ๓. นางสาวปภาณินณิชุ่มเชื้อชื้ชั้นชั้ม.๖/๑๒ เลขที่ ๒๕ ๔. นางสาวปัทปัมาดา สุวรรณมณี ชั้นชั้ม.๖/๑๒ เลขที่ ๒๖ ๕. นางสาวศิรศิดา จันจัทร์ปรีดรีา ชั้นชั้ม.๖/๑๒ เลขที่ ๒๗