The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ผลของการฝึกกีฬาเซปักตะกร้อโดยใช้แบบฝึกความแข็งแรงของกล้ามเนื้อขา ที่มีผลต่อทักษะการเสิร์ฟ

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by dollaporn.kaekai, 2024-01-24 01:29:59

วิจัยในชั้นเรียน

ผลของการฝึกกีฬาเซปักตะกร้อโดยใช้แบบฝึกความแข็งแรงของกล้ามเนื้อขา ที่มีผลต่อทักษะการเสิร์ฟ

Keywords: วิจัยในชั้นเรียน

45 อภิปรายผลวิจัย จากการวิจัยครั้งนี้ เพื่อเปรียบเทียบผลของการฝึกกีฬาเซปักตะกร้อโดยใช้แบบฝึกความ แข็งแรงของกล้ามเนื้อขาที่มีผลต่อทักษะการเสิร์ฟ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 นำมาอภิปราย ผลได้ ดังนี้ ผลของการฝึกกีฬาเซปักตะกร้อโดยใช้แบบฝึกความแข็งแรงของกล้ามเนื้อขาที่มีผลต่อทักษะ การเสิร์ฟ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 จึงสามารถอธิบายได้ว่าการฝึกความแข็งแรงของ กล้ามเนื้อขาที่มีผลต่อทักษะการเสิร์ฟ โดยแบ่งกลุ่มทดลองกับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โดยได้ทำ การเสิร์ฟเซปักตะกร้อทั้งหมด 3 รูปแบบ คือ 1. ทักษะการเสิร์ฟด้วยข้างเท้าด้านใน 2. ทักษะการ เสิร์ฟด้วยหลังเท้า 3. ทักษะการเสิร์ฟด้วยฝ่าเท้า เพราะ การฝึกด้วยโปรแกรมการฝึกความแข็งแรงของ กล้ามเนื้อขาที่จะพัฒนาทักษะการเสิร์ฟเซปักตะกร้อ จำนวน 6 แบบฝึก โดยแต่ละแบบฝึกจะพัฒนา กล้ามเนื้อขาแต่ละส่วนที่แตกต่างกัน คือ ท่าที่ 1 ท่าพุ่งหลัง จะพัฒนาในส่วนของความแข็งแรงของ กล้ามเนื้อต้นขาด้านหน้า กล้ามเนื้อน่อง และกล้ามเนื้อสะโพก ท่าที่ 2 ท่าเลก ลันจ์ (Leg lunge) จะ พัฒนาในส่วนของความแข็งแรงของกล้ามเนื้อต้นขาด้านหน้า-หลังและกล้ามเนื้อสะโพก ท่าที่ 3 ไซด์ ลันจ์ (Side Lunge) จะพัฒนาในส่วนของความแข็งแรงของกล้ามเนื้อบริเวณสะโพกและกล้ามเนื้อต้น ขาด้านใน ท่าที่ 4 ท่าจั้มพ์ สคอช (Jump Squat) จะพัฒนาในส่วนของความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ บริเวณก้น เอ็นร้อยหวาย และกล้ามเนื้อต้นขา ท่าที่ 5 ท่าสคอช (Squat) จะพัฒนาในส่วนของความ แข็งแรงของกล้ามเนื้อต้นขาและกล้ามเนื้อสะโพก ท่าที่ 6 วอลล์ สควอท (Wall Squat) จะพัฒนาใน ส่วนของความแข็งแรงของกล้ามเนื้อน่อง กล้ามเนื้อต้นขาและกล้ามเนื้อสะโพก แบบฝึกความแข็งแรง ของกล้ามเนื้อขาที่มีความเฉพาะเจาะจง ส่งผลทำให้มวลของกล้ามเนื้อขาเพิ่มมากขึ้น เส้นใยกล้ามเนื้อ เพิ่มมากขึ้น จะสังเกตได้จากขนาดของมัดกล้ามเนื้อมีขนาดใหญ่ขึ้นกว่าปกติเนื่องจาก การทำแบบฝึก ด้วยโปรแกรมการฝึกความแข็งแรงของกล้ามเนื้อขา ทำการฝึกจำนวน 8 สัปดาห์ สัปดาห์ละ 3 วัน คือ วันอังคาร วันพุธ และวันศุกร์ เวลา 16.00 – 17.30 น. และทำการฝึกแต่ละแบบฝึก จำนวน ท่าละ 10 ครั้ง 3 เซต โดยความหนักที่ใช้ในการฝึกแต่ละแบบฝึกอยู่ที่ระดับปานกลาง เพราะ มวล กระดูกและกล้ามเนื้อของนักเรียนในช่วงอายุ 12-15 ปี ยังไม่แข็งแรงพอที่จะฝึกแบบหนักจึงได้ทำการ ฝึกโปรแกรมการฝึกของความแข็งแรงของกล้ามเนื้อขาอยู่ในความหนักระดับปานกลาง และ ทำการ ทดสอบด้วยแบบทดสอบทักษะการเสิร์ฟเซปักตะกร้อด้วยข้างเท้าด้านใน การเสิร์ฟเซปักตะกร้อด้วย หลังเท้า และการเสิร์ฟเซปักตะกร้อด้วยฝ่าเท้า ก่อนฝึกสัปดาห์ที่ 1 และ หลังฝึกสัปดาห์ที่ 3 ผลวิจัย พบว่า การใช้โปรแกรมการฝึกความแข็งแรงของกล้ามเนื้อขาของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 มี ทักษะการเสิร์ฟเซปักตะกร้อที่มีประสิทธิภาพที่ดีขึ้นเมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยระหว่างก่อนฝึกด้วย โปรแกรมการฝึกความแข็งแรงของกล้ามเนื้อขาและหลังฝึกด้วยโปรแกรมการฝึกความแข็งแรงของ กล้ามเนื้อขา สามารถพัฒนาทักษะการเสิร์ฟเซปักตะกร้อของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ให้ดีขึ้นได้ ซึ่งเกี่ยวข้องกับ ศราวุฒิ โภคาและสุธนะ ติงศภัทธิย์ (2557) ได้ศึกษาผลของโปรแกรมการฝึกทักษะ การเสิร์ฟเซปักตะกร้อ ร่วมกับการฝึกการทรงตัว ความอ่อนตัว และความแข็งแรงของกล้ามเนื้อที่มีต่อ ทักษะการเสิร์ฟเซปักตะกร้อของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนต้น พบว่า 1. โปรแกรมการฝึกทักษะการ เสิร์ฟเซปักตะกร้อร่วมกับการฝึกการทรงตัว ความอ่อนตัว และความแข็งแรงของกล้ามเนื้อสามารถ


46 ทำให้ความสามารถในทักษะการเสิร์ฟเซปักตะกร้อของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนต้นดีขึ้น 2. ค่าเฉลี่ย ของผลการทดสอบทักษะการเสิร์ฟเซปักตะกร้อหลังการทดลองของนักเรียนกลุ่มทดลอง และกลุ่ม ควบคุมสูงกว่าก่อนการทดลองอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 3. ค่าเฉลี่ยของ ผลการทดสอบ ทักษะการเสิร์ฟเซปักตะกร้อหลังการทดลองของนักเรียนกลุ่มทดลองสูงกว่า กลุ่มควบคุมอย่างมี นัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 สรุปผลการวิจัย การใช้โปรแกรมการฝึกทักษะ การเสิร์ฟเซปักตะกร้อ ร่วมกับการฝึกการทรงตัว ความอ่อนตัว และความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ สามารถพัฒนาทักษะการ เสิร์ฟเซปักตะกร้อให้ดีขึ้นได้ซึ่งสอดคล้องกับ ไตรมิตร โพธิแสนและชาญเวช ธรรมเสาวภาคย์ (2555) ได้ศึกษาและหาความสัมพันธ์ของผลของโปรแกรมการฝึกเสริมด้วยห่วงพลาสติกที่มีต่อความ คล่องแคล่วว่องไวและพลังกล้ามเนื้อขาในนักกีฬาเซปักตะกร้อ กลุ่มตัวอย่างเป็นนักกีฬาเซปักตะกร้อ ชาย ทีมโรงเรียนสิงห์สามัคคีวิทยา อายุระหว่าง 15-18 ปีจำนวน 16 คน แบ่งกลุ่มตัวอย่างออกเป็น 2 กลุ่มๆ ละ 8 คน โดยการสุ่มอย่างง่าย (Simple random sampling ) คือ กลุ่มควบคุม เป็นกลุ่ม นักกีฬาเซปักตะกร้อฝึกตามโปรแกรมการฝึกซ้อมตะกร้อของ โรงเรียนตามปกติ และกลุ่มฝึกเสริมด้วย ห่วงพลาสติก เป็นกลุ่มนักกีฬาเซปักตะกร้อที่ได้รับการฝึก โปรแกรมฝึกห่วงพลาสติกควบคู่กับ โปรแกรมการฝึกซ้อมตะกร้อ ทำการฝึกเป็นเวลา 8 สัปดาห์ๆ ละ 3 วัน โดยทำการทดสอบความ คล่องแคล่วว่องไวด้วยวิธีอิลลินอยส์ (Illinois Agility Test) และ ทดสอบพลังกล้ามเนื้อขาแบบการ ทดสอบยืนกระโดดไกล (Standing board jump) ก่อนการทดลอง และภายหลังการทดลองสัปดาห์ที่ 4 และภายหลังการทดลองสัปดาห์ที่ 8 นำผลที่ได้มาทำการ วิเคราะห์ข้อมูลทางสถิติ พบว่า ค่าเฉลี่ย ความคล่องแคล่วว่องไว ภายหลังการทดลองสัปดาห์ที่ 4 ของ กลุ่มควบคุมกับกลุ่มฝึกเสริมด้วยห่วง พลาสติก มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ค่าเฉลี่ยความคล่องแคล่วว่องไว ภายหลังการทดลองสัปดาห์ที่ 8 ของกลุ่มควบคุมกับกลุ่มฝึกเสริม ด้วยห่วงพลาสติก แตกต่างกับกลุ่ม ควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 พลังกล้ามเนื้อขา พบว่ากลุ่มฝึกเสริมด้วยห่วงพลาสติก กับกลุ่มควบคุม ซึ่งสอดคล้องกับ ชูชีพ คงมีชนม์ (2560) ศึกษาวิจัยเรื่อง ผลของการฝึกตารางเก้าช่อง ที่มีต่อการเล่นกีฬาตะกร้อด้วยข้างเท้าด้านในกลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้นักศึกษาชั้นปีที่ 1 มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐมจำนวน 40คน แบ่งกลุ่ม ตัวอย่างออกเป็นสองกลุ่ม ๆ ละ 20คน โดยสุ่ม แบบกำหนด (Randomized Assignment) เครื่องมือที่ใช้ ในการวิจัยได้แก่ 1) โปรแกรมการฝึก ตารางเก้าช่อง 2) โปรแกรมการฝึกการเล่นกีฬาตะกร้อด้วยข้างเท้า ด้านใน 3) แบบทดสอบทักษะการ เล่นตะกร้อด้วยข้างเท้าด้านใน 4) แบบทดสอบทักษะการรับส่งตะกร้อ กระทบฝาผนัง ทำการฝึก 8 สัปดาห์ๆ ละ 3 วันคือ วันจันทร์ วันพุธ วันศุกร์วันละ 60 นาที โดยกลุ่มควบคุมฝึกโปรแกรมการเล่น ตะกร้อด้วยข้างเท้าด้านใน และกลุ่มทดลองฝึกโปรแกรมตารางเก้าช่องควบคู่ กับฝึกโปรแกรมการเล่น ตะกร้อด้วยข้างเท้าด้านใน ทำการทดสอบด้วยแบบทดสอบทักษะการเล่นตะกร้อ ด้วยข้างเท้าด้านใน และแบบทดสอบทักษะการรับส่งตะกร้อกระทบฝาผนัง ก่อนการฝึก หลังการฝึก สัปดาห์ที่ 4 หลังการ ฝึกสัปดาห์ที่6 และหลังการฝึกสัปดาห์ที่8 วิเคราะห์ข้อมูลโดยหาค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และ วิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียวแบบวัดซ้ำ (Repeated Measures Designs) ทำการทดสอบความ แตกต่างเป็นรายคู่ (Dependent t-test) และเปรียบเทียบผลระหว่างกลุ่มควบคุม และกลุ่มทดลอง ก่อนการฝึก หลังการฝึกสัปดาห์ที่ 4 หลังการฝึกสัปดาห์ที่ 6 และหลังการฝึกสัปดาห์ ที่ 8 โดยใช้สถิติ ค่า “ที” (Independent Sample t–test) ผลการศึกษาพบว่า การฝึกตารางเก้าช่องควบคู่กับการฝึก


47 การเล่นกีฬาตะกร้อด้วยข้างเท้าด้านในมีทักษะที่ดีขึ้น และโปรแกรมการฝึกระหว่างกลุ่มควบคุมและ กลุ่มทดลอง แตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ซึ่งสอดคล้องกับ บุญญาวีย์ ม่วงพูล (2561) ศึกษาวิจัยเรื่อง การศึกษาตัวแปรทางคิเนมาติกส์ของการเสิร์ฟลูกตะกร้อด้วยหลังเท้าของนักกีฬามือ อาชีพและสมัครเล่น กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้ เป็นนักกีฬาเซปักตะกร้อชาย ตำแหน่งเสิร์ฟ แบ่งกลุ่มตัวอย่างออกเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มนักกีฬาอาชีพ จำนวน 8 คนและกลุ่มนักกีฬาสมัครเล่น จำนวน 7 คน มีการสุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง (Purposive Sampling) วิธีดำเนินการวิจัย กลุ่มตัวอย่าง ทำการเสิร์ฟตะกร้อด้วยหลังเท้าจำนวน 20 ครั้ง โดยจะต้องลงในบริเวณที่ว่างระหว่างผู้เล่นหน้าขวา กับผู้เสิร์ฟ อย่างน้อย 5 ครั้งหากภายในการเสิร์ฟ 20 ครั้งแรก ไม่สามารถเสิร์ฟลงในบริเวณที่กำหนด ครบ 5 ครั้ง จะทำการพักเป็นเวลา 10 นาที แล้วทำการเสิร์ฟใหม่อีก 20 ครั้ง นำลูกเสิร์ฟที่มีความเร็ว ลูกสูงสุดจำนวน 2 ครั้งมาวิเคราะห์ข้อมูลทดสอบค่า “ที” (Independent t-test) สำหรับข้อมูลที่ กระจายตัวปกติ และทดสอบด้วยแมน-วิทนีย์ (Mann-Whitney Test) สำหรับข้อมูลที่กระจายตัวไม่ ปกติโดยกำหนดp<0.05 ผลการศึกษาพบว่า กลุ่มนักกีฬาอาชีพมีน้ำหนักตัวและดัชนีมวลกายสูงกว่า กลุ่มนักกีฬาสมัครเล่นอย่างมีนัยสำคัญและพบความแตกต่างของความเร็วสูงสุดของลูกตะกร้อ ความเร็วสูงสุดของข้อเท้าในช่วง Preliminary และ Follow-through และความเร่งของข้อเท้าในทุก ช่วงของการเสิร์ฟอย่างมีนัยสำคัญ สรุป นักกีฬาอาชีพเสิร์ฟลูกตะกร้อด้วยหลังเท้าได้ความเร็วลูก ตะกร้อของนักกีฬาสูงกว่าในนักกีฬาสมัครเล่น โดยแสดงความเร็วสูงสุดของข้อเท้าในช่วง Preliminaryและ Follow-through และความเร่งของข้อเท้าในทุกช่วงของการเสิร์ฟมีค่ามากกว่าใน นักกีฬาสมัครเล่นอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งสอดคล้องกับ เศกสิทธิ์ ถาวรศิร (2563) ศึกษาวิจัยเรื่องผลของ การฝึกเสิร์ฟควบคู่กับการฝึกจินตภาพที่มีผลต่อความแม่นยำในการเสิร์ฟของนักกีฬาเซปักตะกร้อชาย ก่อนและหลังการฝึกสัปดาห์ที่ 8 ของกลุ่มควบคุม และกลุ่มทดลอง และเปรียบเทียบผลของความ แม่นยำในการเสิร์ฟ หลังการฝึกสัปดาห์ที่ 8 ระหว่างกลุ่มควบคุม และกลุ่มทดลอง กลุ่มประชากรเป็น นักกีฬาเซปักตะกร้อชาย มหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติวิทยาเขตเพชรบูรณ์จำนวน 20 คน แบ่ง ออกเป็น 2 กลุ่มๆ ละ10 คน ได้แก่ กลุ่มควบคุมฝึกเสิร์ฟเพียงอย่างเดียว และกลุ่มทดลองฝึกเสิร์ฟ ควบคู่กับการฝึกจินตภาพ เป็นเวลา 8 สัปดาห์เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ การฝึกเสิร์ฟควบคู่กับการ ฝึกจินตภาพ และแบบทดสอบความแม่นยำในการเสิร์ฟ แล้วนำข้อมูลมาวิเคราะห์สถิติได้แก่ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และเปรียบเทียบด้วยสถิติDependence t-test ผลการศึกษาพบว่า 1. ข้อมูล ทั่วไปของกลุ่มประชากร กลุ่มควบคุม ด้านอายุมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 20.15 ด้านส่วนสูงมีค่าเฉลี่ย เท่ากับ 170.20 ด้านน้ำหนักมีค่าเฉลี่ย เท่ากับ 62.40 และกลุ่มทดลอง ด้านอายุมีค่าเฉลี่ย เท่ากับ 20.30 ด้าน ส่วนสูงมีค่าเฉลี่ย เท่ากับ 170.90 และด้านน้ำหนักมีค่าเฉลี่ย เท่ากับ 64.20 พบว่า กลุ่มควบคุมและ กลุ่มทดลอง ไม่มีความแตกต่างกัน 2. ผลการทดสอบของความแม่นยำในการเสิร์ฟควบคู่กับการฝึก จินตภาพของนักกีฬาเซปักตะกร้อชาย กลุ่มควบคุม ก่อนการฝึกมีค่าเฉลี่ย เท่ากับ 24.10 หลังการฝึก สัปดาห์ที่ 8 มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 30.10 และกลุ่มทดลอง ก่อนการฝึกมีค่าเฉลี่ย เท่ากับ 25.30 หลังการ ฝึกสัปดาห์ที่ 8 มีค่าเฉลี่ย เท่ากับ 38.10 พบว่า ทั้งกลุ่มควบคุม และกลุ่มทดลอง หลังการฝึกสัปดาห์ที่ 8 มีความแม่นยำในการเสิร์ฟควบคู่กับการฝึกจินตภาพสูงกว่าก่อนการฝึก 3. เปรียบเทียบผลการ ทดสอบความแม่นยำในการเสิร์ฟควบคู่กับการฝึกจินตภาพของนักกีฬาเซปักตะกร้อชาย ระหว่างกลุ่ม


48 ควบคุม และกลุ่มทดลอง หลังการฝึกสัปดาห์ที่ 8 พบว่า กลุ่มทดลองมีค่าเฉลี่ย เท่ากับ 38.10 สูงกว่า กลุ่มควบคุม ที่มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 30.10 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 จึงสรุปได้ว่า ผลของการฝึกกีฬาเซปักตะกร้อโดยใช้แบบฝึกความแข็งแรงของกล้ามเนื้อขาที่มี ผลต่อทักษะการเสิร์ฟ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ผลของการฝึกกีฬาเซปักตะกร้อโดยใช้แบบ ฝึกความแข็งแรงของกล้ามเนื้อขาที่มีผลต่อทักษะการเสิร์ฟของกลุ่มทดลองมีผลทำให้ทักษะการเสิร์ฟ เซปักตะกร้อของนักเรียนดีขึ้น จากผลวิจัยพบว่าระหว่างก่อนฝึกและหลังฝึกผลปรากฏว่า การเสิร์ฟ เซปักตะกร้อด้วยข้างเท้าด้านใน มีค่าเฉลี่ยก่อนฝึกเท่ากับ 5 ค่าเฉลี่ยหลังฝึกเท่ากับ 6.2 และค่าเฉลี่ย ผลต่างลดลง 1.2 มีส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานก่อนฝึกเท่ากับ 2.21 มีส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานหลังฝึก เท่ากับ 2.65 ผลต่างส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานก่อนฝึกและหลังฝึกเท่ากับ 0.78 ซึ่งผลคะแนนหลังฝึกสูง กว่าคะแนนก่อนฝึก การเสิร์ฟเซปักตะกร้อด้วยหลังเท้า มีค่าเฉลี่ยก่อนฝึกเท่ากับ 3.2 ค่าเฉลี่ยหลังฝึก เท่ากับ 4.3 และค่าเฉลี่ยผลต่างลดลง 1 มีส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานก่อนฝึกเท่ากับ 1.75 มีส่วนเบี่ยงเบน มาตรฐานหลังฝึกเท่ากับ 2.00 ผลต่างส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานก่อนฝึกและหลังฝึกเท่ากับ 0.94 ซึ่งผล คะแนนหลังฝึกสูงกว่าคะแนนก่อนฝึก การเสิร์ฟเซปักตะกร้อด้วยฝ่าเท้า มีค่าเฉลี่ยก่อนฝึกเท่ากับ 1.9 ค่าเฉลี่ยหลังฝึกเท่ากับ 2.7 และค่าเฉลี่ยผลต่างลดลง 1 มีส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานก่อนฝึกเท่ากับ 0.99 มีส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานหลังฝึกเท่ากับ 1.15 ผลต่างส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานก่อนฝึกและหลังฝึก เท่ากับ 0.66 ซึ่งผลคะแนนหลังฝึกสูงกว่าคะแนนก่อนฝึกเพราะว่าได้รับการฝึกเสริมด้วยโปรแกรมการ ฝึกกีฬาเซปักตะกร้อโดยใช้แบบฝึกความแข็งแรงของกล้ามเนื้อขาที่มีผลต่อทักษะการเสิร์ฟ คือใน โปรแกรมการฝึกความแข็งแรงของกล้ามเนื้อขาที่มีผลต่อทักษะการเสิร์ฟที่ผู้วิจัยสร้างขึ้นมานั้นมีการ พัฒนาความแข็งแรงของกล้ามเนื้อขาที่มีส่วนช่วยให้ทักษะการเสิร์ฟเซปักตะกร้อความประสิทธิภาพ มากยิ่งขึ้น และในโปรแกรมยังมีการพัฒนาท่าทางในการเสิร์ฟเซปักตะกร้อให้ถูกต้อง โปรแกรมการฝึก ที่ผู้วิจัยสร้างขึ้นมีการฝึกที่ช่วยเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามขาที่ส่งผลต่อทักษะการเสิร์ฟ ช่วยให้ทักษะ การเสิร์ฟมีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้นจึงส่งผลให้ผู้เข้ารับการทดสอบมีความแข็งแรงของกล้ามเนื้อขา ประกอบกับทักษะการเสิร์ฟเซปักตะกร้อที่มีประสิทธิภาพที่ดีเพราะปัจจัยที่กล่าวมาในข้างต้นเป็น องค์ประกอบสำคัญที่ทำให้เกิดการเสิร์ฟเซปักตะกร้อที่ดีขึ้น จึงทำให้ความสามารถในการเสิร์ฟเซปัก ตะกร้อของกลุ่มทดลองเพิ่มขึ้นและจะเห็นได้ว่าโปรแกรมที่ผู้วิจัยได้จัดทำขึ้นนั้นได้คำนึงถึงหลักของ การฝึกและระยะเวลาของการฝึก ซึ่งสอดคล้องกับหลักการต่าง ๆ ของการฝึกจึงทำให้ทักษะการเสิร์ฟ เซปักตะกร้อของกลุ่มทดลองเพิ่มมากขึ้น ข้อเสนอแนะ 1. ข้อเสนอแนะในการทำผลการวิจัยไปใช้ให้เกิดประโยชน์ 1.1 ควรมีการควบคุมการฝึกให้เป็นไปตามโปรแกรมการฝึกความแข็งแรงของกล้ามเนื้อขา ที่มีผลต่อทักษะการเสิร์ฟอย่างเคร่งครัดเพราะอาจทำให้ไม่ได้ผลตามที่ต้องการหรืออาจทำให้ผู้เรียน ได้รับบาดเจ็บ 1.2 ควรศึกษาการฝึกความแข็งแรงของกล้ามเนื้อขาที่มีผลต่อทักษะการเสิร์ฟที่ถูกต้อง และเหมาะสมกับช่วงวัยและพัฒนาการของเด็กในชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2


49 1.3 เพื่อให้เกิดความคุ้นเคยกับรูปแบบการฝึกความแข็งแรงของกล้ามเนื้อขาที่มีผลต่อ ทักษะการเสิร์ฟ ผู้ฝึกสอนอาจให้นักเรียนลองปฏิบัติท่าฝึกความแข็งแรงของกล้ามเนื้อขาให้เกิดความ เข้าใจและความชำนาญในการปฏิบัติหรือเป็นการวอร์มอัพก่อนการฝึกซ้อมจริงก็ได้ 1.4 นำการฝึกโดยใช้โดยใช้แบบฝึกความแข็งแรงของกล้ามเนื้อขาที่มีผลต่อทักษะการ เสิร์ฟ ไปประยุกต์ใช้เสริมโปรแกรมแบบฝึกปกติที่มีอยู่เพื่อพัฒนาทักษะด้านความแข็งแรงของ กล้ามเนื้อขา เพื่อความหลากหลายในการฝึก 2. ข้อเสนอแนะในการทำวิจัยต่อไป 2.1 โปรแกรมการฝึกโดยใช้แบบฝึกความแข็งแรงของกล้ามเนื้อขาที่มีผลต่อทักษะการ เสิร์ฟ แบบการฝึกที่ส่งผลต่อทักษะการเสิร์ฟเซปักตะกร้อ ดังนั้นจึงควรเพิ่มแบบฝึกสมรรถภาพทาง กายที่หลากหลาย เช่น ความอดทน และความคล่องตัว 2.2 ควรเพิ่มเซ็ตในการฝึกหรือความหนักในการฝึกแต่ละท่าของแบบฝึกความแข็งแรงของ กล้ามเนื้อขา ให้สอดคล้องกับทักษะการเสิร์ฟเซปักตะกร้อหรือมีแบบฝึกเข้ามาสอนเพื่อช่วยกระตุ้น การเสิร์ฟเซปักตะกร้อให้ดีมากยิ่งขึ้น 2.3 ควรศึกษาวิจัยแนวทางการฝึกโดยใช้แบบฝึกความแข็งแรงของกล้ามเนื้อขาที่มีผลต่อ ทักษะการเสิร์ฟ เน้นการใช้กิจกรรมที่หลากหลายเข้ามาประกอบการสอน


50 รายการอ้างอิง ภาษาไทย กมล ตันกิมหงษ์. 2549. ปัญหาการเตรียมทีมเซปักตะกร้อเพื่อแข่งขันในกีฬาซีเกมส์ครั้งที่ 22. (ปริญญานิพนธ์วิทยาศาสตร์การกีฬา). กรุงเทพฯ : บัณฑิตวิทยาลัยมหาวิทยาลัยศรี นครินทร์วิโรฒ. กรมพลศึกษา กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา. 2555. คู่มือผู้ฝึกสอนกีฬาเซปักตะกร้อ T-Certificate. พิมพ์ครั้งที่ 1. กรุงเทพฯ : สำนักงานกิจการโรงพิมพ์. องค์การสงเคราะห์ ทหารผ่านศึกในพระราชูปถัมภ์. กรมพลศึกษา. 2555. การฝกความแข็งแรงรูปแบบFunctional Training สําหรับนักกีฬา. กรุงเทพฯ : ไทยวัฒนาพาณิชย์ กรมพลศึกษา. 2559. รายงานผลการทดสอบสมรรถภาพทางกายนักกีฬาผู้สูงอายุที่เข้าร่วมการ แข่งขันกีฬาผู้สูงอายุแห่งประเทศไทยครั้งที่ 10 ประจำปี 2559. สำนักวิทยาศาสตร์การ กีฬา. กรมพลศึกษา กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา. กรมพลศึกษา. 2562. แบบทดสอบและเกณฑ์มาตรฐานสมรรถภาพทางกายของนักเรียน ระดับ มัธยมศึกษา (อายุ 13 - 18 ปี). สำนักวิทยาศาสตร์การกีฬา กรมพลศึกษา กระทรวงการ ทองเที่ยวและกีฬา. กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา. 2560. เเผนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ ฉบับที่ 6 (พ.ศ. 2560 – 2564). พิมพ์ครั้งที่ 1. กรุงเทพฯ. สำนักงานกิจการโรงพิมพ์องค์การสงเคราะห์ทหาร ผ่านศึก. การกีฬาแห่งประเทศไทย. 2560. แผนยุทธศาสตร์การกีฬาแห่งประเทศไทย พ.ศ.2560-2564. กรุงเทพฯ :การกีฬาแห่งประเทศไทย กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา. เกียรติวัฒน์ วัชญากาญจน์. 2560. ทักษะและการสอนกีฬาเซปักตะกร้อ. กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์ จตุพันธ์ ปัญจมนัส. 2556. การวิเคราะห์แบบแผนการฝึกกีฬาเซปักตะกร้อในการแข่งขันคิงส์คัพ ชิงถ้วยพระราชทาน ครั้งที่ 26. วิทยานิพนธ์นี้เป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาตามหลักสูตร วิทยาศาสตร์มหาบัณฑิตสาขาวิชาวิทยาศาสตร์การกีฬา คณะวิทยาศาสตร์การกีฬา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. เจริญ กระบวนรัตน์. 2545. หลักการและเทคนิคการฝึกกรีฑา. กรุงเทพฯ : ภาควิชาวิทยาศาสตร์ การกีฬา คณะศึกษาศาสตร์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์. เจริญ กระบวนรัตน์. 2548. หลักการและเทคนิคการฝึกกรีฑา. พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพฯ : มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์. เจริญ กระบวนรัตน์. 2552. การยืดเหยียดกล้ามเนื้อ. กรุงเทพฯ : คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์. เจริญ กระบวนรัตน์. 2557. การฝึกสมรรถภาพทางกาย. กรุงเทพฯ : ฝ่ายวิทยาศาสตร์การกีฬา การกีฬาแห่งประเทศไทย.


51 ชนินทร์ชัย อินทิราภรณ์. 2547. เทคนิคและโปรแกรมการฝึกกล้ามเนื้อ. กรุงเทพมหานคร : สำนัก วิชาวิทยาศาสตร์การกีฬา. ชูชีพ คงมีชนม. 2560. ผลของการฝึกตารางเก้าช่องที่มีต่อทักษะกีฬาตะกร้อด้วยข้างเท้าด้านใน ของนักศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม. วิทยานิพนธ์ศึกษาศาสตร์มหาบัณฑิต สาขาวิชาพลศึกษา. สถาบันการพลศึกษาวิทยาเขตสุพรรณบุรี. ไตรมิตร โพธิแสนและชาญเวช ธรรมเสาวภาคย์. 2555. ผลของโปรแกรมการฝึกเสริมด้วยห่วง พลาสติกที่มีต่อความคล่องแคล่วว่องไวและพลังกล้ามเนื้อขาในนักกีฬาเซปักตะกร้อ. (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต). มหาวิทยาลัยขอนแก่น. ถนอมวงศ์ กฤษณ์เพ็ชร์. 2554. การฝึกพลัยโอเมตริกที่มีผลต่อพลังของกล้ามเนื้อ. กรุงเทพฯ ถาวร กมุทศรี. 2560. การเสริมสร้างสมรรถภาพทางกาย. พิมพ์ครั้งที่ 1. กรุงเทพฯ : วิทยาลัย วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการกีฬา มหาวิทยาลัยมหิดล. ธีระศักดิ์ อาภาวัฒนากุล. 2552. หลักวิทยาศาสตร์ในการฝึกซ้อมกีฬา. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. บุญยงค์ เกตเทศ. 2547. ศิลปะการเล่นตะกร้อ. กรุงเทพฯ : โอเดียนสโตร์. ประเสริฐ ชมมอญ. 2561. การศึกษารูปแบบการฝึก SSAQP ที่มีผลต่อประสิทธิภาพการรุกหน้า ตาข่าย(การฟาด) เฉพาะตำแหน่งตัวทำของนักกีฬาเซปักตะกร้อมหาวิทยาลัยราชภัฏ มหาสารคาม. รายงานการวิจัย. มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม. ปิยศักดิ์ มุทาลัย. 2550. ประวัติศาสตร์กีฬาตะกร้อของประเทศไทย อ้างถึงใน อับดุล ฮาลิม บิน เคเดอร์ และบุญชัย หล่อพิพัฒน์. กีฬาเซปักตะกร้อ. สหพันธ์ตะกร้อแห่งเอเชีย รับรองโดย สหพันธ์ตะกร้อนานาชาติ. ปิยานันท์ โสพิน. 2564. ผลการฝึกความสัมพันธ์ของระบบประสาทและกล้ามเนื้อควบคู่การฝึก ทักษะที่มีต่อความสามารถของการเดาะตะกร้อด้วยข้างเท้าด้านในของนักเรียนชั้น ประถมศึกษาปีที่6. (ปริญญานิพนธ์ปริญญาการศึกษามหาบัณฑิต) : มหาวิทยาลัยศรี นครินทรวิโรฒ. พวงรัตน์ ทวีรัรัตน์. 2540. วิธีการวิจัยทางพฤติกรรมศาสตร์และสังคมศาสตร์. พิมพ์ครั้งที่ 7. กรุงเทพฯ : สำนักงานทดสอบทางการศึกษาและจิตวิทยามหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร. พัชราภา ไชยรักษ์. 2561. พฤติกรรมการออกกำลังกายของผู้มาใช้บริการการกีฬาแห่งประเทศ ไทย. (วิทยานิพนธ์ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต). กรุงเทพฯ : มหาวิทยาลัยรามคำแหง. พัชรี ทองคําพานิช. 2552. สมรรถภาพทางกายของนักกีฬาเซปกตะกรอในโรงเรียนกีฬาจังหวัด ลําปาง. เชียงใหม. วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต. บัณฑิตวิทยาลัย. มหาวิทยาลัยเชียงใหม. รังสฤษฎิ์ บุญชลอ. 2553. เซปักตะกร้อและตะกร้อลอดบ่วง. พิมพ์ครั้งที่ 1. ปทุมธานี : สกายบุ๊กส์ รังสฤษฎิ์ บุญชลอ. 2558. เซปักตะกร้อและตะกร้อลอดห่วง. ปทุมธานี : สกายบุ๊กส์. วรศักดิ์ เพียรชอบ. 2561. รวบรวมบทความเกี่ยวกับปรัชญา หลักการ วิธีสอน และการวัดเพื่อ ประเมินผลทางการพลศึกษา. กรุงเทพฯ : จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย.


52 ศราวุฒิ โภคาและสุธนะ ติงศภัทธิย์. 2557. ผลของโปรแกรมการฝึกทักษะการเสิร์ฟเซปักตะกร้อ ร่วมกับการฝึกการทรงตัว ความอ่อนตัว และความแข็งแรงของกล้ามเนื้อที่มีต่อทักษะ การเสิร์ฟเซปักตะกร้อของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนต้น. วารสารอิเล็กทรอนิกส์ทาง การศึกษา. (มหาบัณฑิตสาขาวิชาสุขศึกษาและพลศึกษา). ภาควิชาหลักสูตรและการ สอน คณะครุศาสตร์ : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. ศักยภาพ บุญบาล. 2554. การฝึกทักษะกีฬาเซปักตะกร้อ. พิมพ์ครั้งที่ 1. กรุงเทพฯ : โอเดียน สโตร์. เศกสิทธิ์ ถาวรศิร. 2563. ผลของการฝึกเสิร์ฟควบคู่กับการฝึกจินตภาพที่มีผลต่อความแม่นยำ ใ น การเสิร์ฟของนักกีฬาเซปักตะกร้อชาย. (วิทยานิพนธ์บัณฑิตวิทยาลัย). มหาวิทยาลัย นเรศวร. สนธยา ลีละมาด. 2547. หลักการฝึกสำหรับผู้ฝึกสอนกีฬา. กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์จุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย. สนธยา ลีละมาด. 2551. หลักการฝึกกีฬาสำหรับผู้ฝึกสอนกีฬา. กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์ จุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย. สนธยา ลีละมาด. 2555. วิทยาศาสตร์การกีฬาการฝึกกีฬา. พิมพ์ครั้งที่ 4. กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สมศักดิ์ เผือกพันธ์. 2549. การทดสอบและวัดผลทางพลศึกษา. ขอนแก่น : ภาควิชาพลศึกษา คณะศึกษาศาสตร์มหาวิทยาลัยขอนแก่น. สโรชา สุทธิจิต. 2551. ผลของการออกกำลังกายท่าฤๅษีดัดตน ที่มีต่อความอ่อนตัวและการทรง ตัวของผู้สูงอายุ. กรุงเทพฯ : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. สันติวัฒน์ พันทา. 2548. เซปักตะกร้อ. สกลนคร : ภาควิชาพลศึกษา คณะครุศาสตร์ สถาบันราช ภัฏสกลนคร. สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา, 2560. แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560-2579. พิมพ์ครั้ง ที่ 2. กรุงเทพฯ : สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. สำนักวิทยาศาสตร์การกีฬา. 2562. ลักษณะองค์ประกอบร่างกาย สมรรถภาพทางกายและทักษะ การจัดการความเครียดของนักกีฬายูโดเยาวชนไทย. รายงานการวิจัย. กรมพลศึกษา กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา. สุพจน์ ปราณี. 2549. ตารางการฝึกทักษะเชปักตะกร้อ(ระดับพื้นฐาน). พิมพ์ครั้งที่ 1. กรุงเทพฯ : โอเดียนสโตร์. สุพจน์ ปราณี. 2550. ตารางการฝึกทักษะเชปักตะกร้อ. พิมพ์ครั้งที่ 1. กรุงเทพฯ : โอเดียนสโตร์. สุพจน์ ปราณี. 2551. เซปักตะกร้อคู่มือกลยุทธ์การฝึกทักษะกีฬา. กรุงเทพฯ : โอเดียนสโตร์. สุพิตร สมาหิโต. 2556. คู่มือแบบทดสอบและเกณฑ์มาตรฐานสมรรถภาพทางกายสำหรับ ประชาชนไทย อายุ 19-59 ปี. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์สัมปชัญญะ. สุพิตร สมาหิโต. 2555. แบบทดสอบและเกณฑ์มาตรฐานสมรรถภาพทางกายสำหรับเด็กไทย อายุ 7-18 ปี. กรุงเทพฯ. สำนักงานวิทยาศาสตร์การกีฬา กรมพลศึกษา กระทรวงการ ท่องเที่ยวและกีฬา.


53 สุวัตร สิทธิหล่อ. 2551. การวิเคราะห์ทางชีวกลศาสตร์ของการเสิร์ฟตะกร้อ ในการแข่งขันกีฬา ซีเกมส์ ครั้งที่ 24. กรุงเทพฯ : กรมพลศึกษา.แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. อภิลักษณ์ เทียนทอง. 2552. การฝึกด้วยน้ำหนักเบื้องต้น. พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์. อุทัย สงวนพงศ์. 2547. ตะกร้อ. พิมพ์ครั้งที่ 3. กรุงเทพฯ : อักษรเจริญทัศน์. ภาษาอังกฤษ Bompa T.; & M.Carrera. (2015). Conditioning Young Athlete. Human Kinetics Publishers., Javis, S.D.,R.B. Eath, and K. Fujita. 2005. Consistency of piglet crushing by sows. Animal Welfare. 14: 43-51. Jawis MN, Singh R, Singh HJ, Yassin MN. 2005.“ Anthropometric and physiological profiles of sepak takraw players”. B J Sport Med 39; 825-9.


54 ภาคผนวก


55 ภาคผนวก ก รายนามผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบคุณภาพเครื่องมือ


56 รายนามผู้เชียวชาญที่ตรวจงานวิจัยเรื่อง ผลของการฝึกกีฬาเซปักตะกร้อโดยใช้แบบฝึกความ แข็งแรงของกล้ามเนื้อขา ที่มีผลต่อทักษะการเสิร์ฟของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 นายชินภัทร นาพรม คุณครูกลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา โรงเรียนเพ็ญพิทยาคม นายอภิชาต ปทุมชาติ คุณครูกลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา โรงเรียนบ้านหินโงม นายสุภักษร ลีนาลาด คุณครูกลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา โรงเรียนบ้านหินโงม


57 ภาคผนวก ข เครื่องมือที่ใช้ในการทดลอง


58 แบบฝึกความแข็งแรงของกล้ามเนื้อขา แบบฝึกนี้ใช้ระยะเวลา 3 สัปดาห์ สัปดาห์ละ 3 วัน ได้แก่ วันอังคาร วันพุธ และวันศุกร์ ใช้เวลาในการฝึก 60 นาทีต่อวัน โดยกำหนดเวลาการฝึกไว้ดังนี้ รายการ สัปดาห์ที่ 1 สัปดาห์ที่ 2 สัปดาห์ที่ 3 แบบฝึกความแข็งแรงของ กล้ามเนื้อขา 180 นาที 180 นาที 180 นาที แผนการทดสอบ รายการ สัปดาห์ที่ 1 สัปดาห์ที่ 2 สัปดาห์ที่ 3 การเสิร์ฟข้างเท้าด้านใน, การเสิร์ฟหลังเท้า, การเสิร์ฟ ฝ่าเท้า Pretest Posttest ตารางขั้นตอนการฝึกความแข็งแรงของกล้ามเนื้อขา สัปดาห์ที่ 1 วัน กิจกรรม เวลา (นาที) จำนวนครั้ง เซต จันทร์ - - - - อังคาร 1. Warm up 2. ฝึกความแข็งแรงของกล้ามเนื้อขา - ท่าพุ่งหลัง - ท่าเลก ลันจ์ - ท่าไซด์ ลันจ์ 3. ยืดเหยียดกล้ามเนื้อ 10 40 10 10 10 10 3 3 3 พุธ 1. Warm up 2. ฝึกความแข็งแรงของกล้ามเนื้อขา - ท่าจั้มพ์ สคอช - ท่าสคอช - ท่าวอลล์ สควอช 3. ยืดเหยียดกล้ามเนื้อ 10 40 10 10 10 10 3 3 3 พฤหัสบดี - - - - ศุกร์ 1. Warm up 2. ฝึกความแข็งแรงของกล้ามเนื้อขา - ท่าพุ่งหลัง - ท่าจั้มพ์ สคอช - ท่าวอลล์ สควอช 3. ยืดเหยียดกล้ามเนื้อ 10 40 10 10 10 10 3 3 3


59 ตารางขั้นตอนการฝึกความแข็งแรงของกล้ามเนื้อขา สัปดาห์ที่ 2 วัน กิจกรรม เวลา (นาที) จำนวนครั้ง เซต จันทร์ - - - - อังคาร 1. Warm up 2. ฝึกความแข็งแรงของกล้ามเนื้อขา - ท่าพุ่งหลัง - ท่าเลก ลันจ์ - ท่าไซด์ ลันจ์ 3. ยืดเหยียดกล้ามเนื้อ 10 40 10 10 10 10 3 3 3 พุธ 1. Warm up 2. ฝึกความแข็งแรงของกล้ามเนื้อขา - ท่าจั้มพ์ สคอช - ท่าสคอช - ท่าวอลล์ สควอช 3. ยืดเหยียดกล้ามเนื้อ 10 40 10 10 10 10 3 3 3 พฤหัสบดี - - - - ศุกร์ 1. Warm up 2. ฝึกความแข็งแรงของกล้ามเนื้อขา - ท่าพุ่งหลัง - ท่าจั้มพ์ สคอช - ท่าวอลล์ สควอช 3. ยืดเหยียดกล้ามเนื้อ 10 40 10 10 10 10 3 3 3 ตารางขั้นตอนการฝึกความแข็งแรงของกล้ามเนื้อขา สัปดาห์ที่ 3 วัน กิจกรรม เวลา (นาที) จำนวนครั้ง เซต จันทร์ - - - - อังคาร 1. Warm up 2. ฝึกความแข็งแรงของกล้ามเนื้อขา - ท่าพุ่งหลัง - ท่าเลก ลันจ์ - ท่าไซด์ ลันจ์ 3. ยืดเหยียดกล้ามเนื้อ 10 40 10 10 10 10 3 3 3


60 วัน กิจกรรม เวลา (นาที) จำนวนครั้ง เซต พุธ 1. Warm up 2. ฝึกความแข็งแรงของกล้ามเนื้อขา - ท่าจั้มพ์ สคอช - ท่าสคอช - ท่าวอลล์ สควอช 3. ยืดเหยียดกล้ามเนื้อ 10 40 10 10 10 10 3 3 3 พฤหัสบดี - - - - ศุกร์ 1. Warm up 2. ฝึกความแข็งแรงของกล้ามเนื้อขา - ท่าพุ่งหลัง - ท่าจั้มพ์ สคอช - ท่าวอลล์ สควอช 3. ยืดเหยียดกล้ามเนื้อ 10 40 10 10 10 10 3 3 3


61 รูปแบบการฝึกความแข็งแรงของกล้ามเนื้อขา ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อเป็นพื้นฐานสำคัญของการเคลื่อนไหวร่างกายเพื่อการเล่นกีฬา หรือออกกำลังกาย ซึ่งต้องอาศัยการหดตัวของกล้ามเนื้อเพื่อออกแรง กล้ามเนื้อที่ได้รับการฝึกมาเป็น อย่างดีจะสามารถหดตัวแล้วเกิดแรงและปฏิบัติซ้ำได้ต่อเนื่องทำให้เกิดประสิทธิภาพ แบบการฝึกความ แข็งแรงของกล้ามเนื้อขามีทั้งหมด 6 แบบฝึก ได้แก่ 1. ท่าพุ่งหลัง (Burpee) ช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อต้นขาด้านหน้า กล้ามเนื้อน่อง และกล้ามเนื้อ สะโพก ท่าพุ่งหลัง (Burpee) วัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อขา วิธีการฝึก 1. เริ่มจากเซ็ตอัพด้วยท่า High-Plank 2. ให้ตำแหน่งของมืออยู่ใต้หัวไหล่ โดยพยายามเซ็ตร่างกายให้เป็นเส้นตรงไม่หลังแอ่นหรือ โก่งหลัง 3. ออกแรงเตะขามาด้านหน้า เหมือนทำท่ากบ(นั่งยองๆ) พยายามให้เท้ากว้างกว่าฝ่ามือ 4. ดันตัวขึ้นจากพื้นแล้วกระโดดขึ้นมาแล้วกลับลงพื้นมาเบา ๆ 5. จากนั้นทำท่าสควอช หย่อนตัวลงมาให้ลึก 6. วางมือกลับลงไว้บนพื้น และเตะขากลับไปด้านหลังสู่ท่า High-Plank 7. ทำซ้ำ 10 ครั้ง/เซต ทำ 3 เซต


62 2. ท่าเลก ลันจ์ (Leg lunge) ช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อต้นขาด้านหน้า-หลังและกล้ามเนื้อสะโพก ท่าเลก ลันจ์ (Leg lunge) วัตถุประสงค์ เพื่อเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อขา วิธีการฝึก 1. ยืนตัวตรง กางขาขนานกัน ให้กว้างประมาณช่วงสะโพก เกร็งหน้าท้อง ยืดหน้าอกขึ้น หลัง ตรง ศีรษะตั้งตรง ตามองไปด้านหน้า 2. ก้าวขาไปด้านหน้ายาว ๆ หนึ่งก้าว ยกส้นเท้าของขาที่อยู่ด้านหลังขึ้น ถ่ายน้ำหนักให้อยู่ที่ เท้าทั้งสองข้าง 3. งอเข่าทั้งสองข้าง ค่อย ๆ ย่อตัวลงตรง ๆ จนเข่าทั้งสองข้างงอทำมุมประมาณ 90 องศา หัวเข่าและปลายเท้าทั้งสองข้างชี้ไปด้านหน้า เกร็งหน้าท้อง ยืดหน้าอกขึ้น หลังตรง ศีรษะตั้งตรง ตา มองไปด้านหน้า ค้างไว้ 1-2 วินาที แล้วยืดขาและลำตัวขึ้นกลับสู่ท่าเริ่มต้น 4. ทำซ้ำ 10 ครั้ง แล้วเปลี่ยนไปทำอีกข้างนึง และทำซ้ำอีก 3 เซต


63 3. ท่าไซด์ ลันจ์ (Side Lunge) ช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อบริเวณสะโพกและกล้ามเนื้อต้นขาด้านใน ท่าไซด์ ลันจ์ Side Lunge วัตถุประสงค์ เพื่อเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อขา วิธีการฝึก 1. ยืนตรง แยกขาออกจากกันประมาณช่วงสะโพก ยกมือเท้าเอว 2. ยกเข่าขวาตั้งฉากแล้วก้าวขาขวาออกด้านข้างจนสุด หลังตรงและงอเข่าซ้ายเล็กน้อยเพื่อ ป้องกันการบาดเจ็บ 3. ก้าวเท้าขวากลับที่เดิม จากนั้นทำซ้ำ 10 ครั้ง/เซต ทำ 3 เซต แล้วสลับมาทำข้างซ้าย


64 4. ท่าจั้มพ์สคอช (Jump Squat) ช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อบริเวณก้น เอ็นร้อยหวาย และกล้ามเนื้อต้นขา ท่าจั้มพ์ สคอช (Jump Squat) วัตถุประสงค์ เพื่อเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อขา วิธีการฝึก 1. ยืนแยกขาเท่ากับความกว้างของไหล่ โดยเน้นไปที่ขาส่วนล่างกระโดดโดยใช้กล้ามเนื้อน่อง 2. ย่อตัวลงในท่า Half squat ทำซ้ำ 3 เซต เซตละ 10 ครั้ง เพื่อให้กล้ามเนื้อน่องแข็งแรง


65 5. ท่าสคอช (Squat) ช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อต้นขาและกล้ามเนื้อสะโพก ท่าสคอช (Squat) วัตถุประสงค์ เพื่อเพิ่มความแข็งแรงของกล้าเนื้อขา วิธีการฝึก 1. เริ่มจากกางขาสองข้างออกให้ระยะห่างเท่าช่วงไหล่ 2. ย่อเข่าลง โดยขณะที่ย่อเข่าจะต้องไม่ให้หัวเข่าเลยปลายเท้า ย่อลงให้ได้มุมเข่า 90 องศา สามารถยื่นแขนมาข้างหน้าเพื่อทรงตัวแล้วลุกขึ้น 3. เกร็งหน้าท้องไว้ จุดส้นเท้าเป็นจุดที่รับน้ำหนัง จากนั้นก็ยืดตัวขึ้นนับเป็น 1 ครั้ง 4. ทำ 10 ครั้ง/เซต ทำทั้งหมด 3 เซ็ต


66 6. ท่าวอลล์ สควอท (Wall Squat) ช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อน่อง กล้ามเนื้อต้นขาและกล้ามเนื้อสะโพก ท่าวอลล์ สควอท (Wall Squat) วัตถุประสงค์ เพื่อเพิ่มความแข็งแรงของกล้าเนื้อขา วิธีการฝึก 1. หันหลังชนกับผนังไว้ โดยให้เท้าห่างจากผนังออกมาประมาณ 2 ฟุต 2. เกร็งหน้าท้องไว้ แล้วค่อยๆ เคลื่อนหลังลงมาจนขาขนานไปกับพื้น 3. ปรับเท้า เข่า และข้อเท้า ไม่ให้เข่าเกินปลายเท้าออกมา 4. พยายามให้หลังชิดกับผนังไว้ ค้างท่าไว้ 30–60 วินาที 5. คลายท่าโดยค่อยๆ เคลื่อนหลังขึ้นมากลับมาท่ายืนเหมือนเดิม 6. พัก 30 วินาทีแล้วทำซ้ำ 3 ครั้ง เพื่อเพิ่มความแข็งแรงให้กล้ามเนื้อ


67 ภาคผนวก ค เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล


68 แบบทดสอบทักษะการเสิร์ฟ การทดสอบสำหรับทักษะการเสิร์ฟด้วยข้างเท้าด้านใน หลังเท้าและฝ่าเท้าของตำแหน่งตัวเสิร์ฟ การเสิร์ฟให้ลงในสนาม แผนผังของสนาม จุดเริ่มต้น แผนผังสนาม : การเสิร์ฟให้ลงในสนาม วัตถุประสงค์เพื่อวัดความแข็งแรงของกล้ามเนื้อขาที่มีผลต่อการเสิร์ฟรตะกร้ออย่างต่อเนื่อง 10 ลูก หมายถึง ผู้ควบคุมการทดสอบ หมายถึง กลุ่มทดลอง ตำแหน่งตัวเสิร์ฟ หมายถึง จุดในการเสิร์ฟที่ผู้ควบคุมการเสิร์ฟจะโยนลูกให้เสิร์ฟลงในสนาม วิธีการทดสอบ ท่าเตรียม ให้ผู้รับการทดสอบยืนในจุด และผู้ควบคุมการทดสอบถือลูกตะกร้อในจุด 1. ให้ผู้ควบคุมการฝึกโยนลูกตะกร้อไปยังจุด 2. ผู้รับการทดสอบยืนในจุด และเสิร์ฟให้ข้ามลงภายในสนาม โดยให้เสิร์ฟด้วยข้างเท้า ด้านใน 10 ลูก หลังเท้า 10 ลูก และฝ่าเท้า 10 ลูก ให้คะแนนตามลูกที่เสิร์ฟลงสนามลูกละ 1 คะแนน รวม 30 คะแนน หมายเหตุผู้รับการทดสอบเมื่อเสิร์ฟแต่ละท่าครบ 10 ลูก ให้วิ่งกลับมาต่อแถวตามภาพประกอบ


69 เกณฑ์การให้คะแนนแบบทดสอบ ลำดับ รายการ ลงในสนาม 1 การเสิร์ฟข้างเท้าด้านใน 2 การเสิร์ฟหลังเท้า 3 การเสิร์ฟฝ่าเท้า รวม คำชี้แจง ให้ผู้ทำการทดสอบเสิร์ฟให้ข้ามแล้วลงในสนาม โดยนับลูกที่เสิร์ฟข้ามแล้วเขียนลงในตาราง เกณฑ์การให้คะแนน คะแนนระหว่าง 21 – 30 คะแนน อยู่ในเกณฑ์ ดี คะแนนระหว่าง 11 – 20 คะแนน อยู่ในเกณฑ์ ปานกลาง คะแนนระหว่าง 0 – 10 คะแนน อยู่ในเกณฑ์ ต่ำ


70 ภาคผนวก ง การวิเคราะห์คุณภาพเครื่องมือ


71 ตารางแบบตรวจสอบคุณภาพความเที่ยงตรงของแบบฝึกความแข็งแรงของกล้ามเนื้อขา ที่มีผลต่อทักษะการเสิร์ฟ แบบฝึกท่าพุ่งหลัง (Burpee) ข้อที่ วัตถุประสงค์ คะแนนของผู้เชี่ยวชาญ ผลรวม ค่า IOC แปลผล คนที่1 คนที่ 2 คนที่ 3 1 วัตถุประสงค์ 1 1 1 3 1 ใช้ได้ 2 วิธีการฝึก 1 1 1 3 1 ใช้ได้ 3 ระยะเวลา 1 1 1 3 1 ใช้ได้ 4 จำนวนครั้ง/เซต 1 1 1 3 1 ใช้ได้ แบบฝึกท่าเลก ลันจ์(Leg lunge) ข้อที่ วัตถุประสงค์ คะแนนของผู้เชี่ยวชาญ ผลรวม ค่า IOC แปลผล คนที่1 คนที่ 2 คนที่ 3 1 วัตถุประสงค์ 1 1 1 3 1 ใช้ได้ 2 วิธีการฝึก 1 1 1 3 1 ใช้ได้ 3 ระยะเวลา 1 1 1 3 1 ใช้ได้ 4 จำนวนครั้ง/เซต 1 1 1 3 1 ใช้ได้ แบบฝึกท่าไซด์ ลันจ์(Side Lunge) ข้อที่ วัตถุประสงค์ คะแนนของผู้เชี่ยวชาญ ผลรวม ค่า IOC แปลผล คนที่1 คนที่ 2 คนที่ 3 1 วัตถุประสงค์ 1 1 1 3 1 ใช้ได้ 2 วิธีการฝึก 1 1 1 3 1 ใช้ได้ 3 ระยะเวลา 1 1 1 3 1 ใช้ได้ 4 จำนวนครั้ง/เซต 1 1 1 3 1 ใช้ได้ แบบฝึกท่าสก๊อต จั้มพ์(Squat Jump) ข้อที่ วัตถุประสงค์ คะแนนของผู้เชี่ยวชาญ ผลรวม ค่า IOC แปลผล คนที่1 คนที่ 2 คนที่ 3 1 วัตถุประสงค์ 1 1 1 3 1 ใช้ได้ 2 วิธีการฝึก 1 1 1 3 1 ใช้ได้ 3 ระยะเวลา 1 1 1 3 1 ใช้ได้ 4 จำนวนครั้ง/เซต 1 1 1 3 1 ใช้ได้


72 แบบฝึกท่าสคอช (Squat) ข้อที่ วัตถุประสงค์ คะแนนของผู้เชี่ยวชาญ ผลรวม ค่า IOC แปลผล คนที่1 คนที่ 2 คนที่ 3 1 วัตถุประสงค์ 1 1 1 3 1 ใช้ได้ 2 วิธีการฝึก 1 1 1 3 1 ใช้ได้ 3 ระยะเวลา 1 1 1 3 1 ใช้ได้ 4 จำนวนครั้ง/เซต 1 1 1 3 1 ใช้ได้ แบบฝึกท่าวอลล์ สควอช (Wall Squat) ข้อที่ วัตถุประสงค์ คะแนนของผู้เชี่ยวชาญ ผลรวม ค่า IOC แปลผล คนที่1 คนที่ 2 คนที่ 3 1 วัตถุประสงค์ 1 1 1 3 1 ใช้ได้ 2 วิธีการฝึก 1 1 1 3 1 ใช้ได้ 3 ระยะเวลา 1 1 1 3 1 ใช้ได้ 4 จำนวนครั้ง/เซต 1 1 1 3 1 ใช้ได้ แบบทดสอบทักษะการเสิร์ฟลงในคอร์ด ข้อที่ วัตถุประสงค์ คะแนนของผู้เชี่ยวชาญ ผลรวม ค่า IOC แปลผล คนที่1 คนที่ 2 คนที่ 3 1 วัตถุประสงค์ 1 1 1 3 1 ใช้ได้ 2 วิธีการทดสอบ 1 1 1 3 1 ใช้ได้ 3 เกณฑ์การให้คะแนน 1 1 1 3 1 ใช้ได้


73 ภาคผนวก จ รูปภาพกิจกรรม


74


75


76


77


78


79


80


81


82 ประวัติย่อของผู้วิจัย ชื่อ-นามสกุล นางสาวดลพร รัตนวงศ์ วัน เดือน ปีเกิด วันที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2543 ที่อยู่ปัจจุบัน บ้านเลขที่ 74 หมู่ที่ 9 บ้านโคกก่อง ตำบลหนองหลวง อำเภอสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนคร 47110 ประวัติการศึกษา พ.ศ. 2555 จบการศึกษาระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนหนองหลวงวิทยานุกูล พ.ศ. 2561 จบการศึกษาระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนกีฬาจังหวัดขอนแก่น ปัจจุบันกำลังศึกษาในระดับปริญญาตรีสาขาวิชาพลศึกษาและสุขศึกษา คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี


Click to View FlipBook Version