The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

การจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning
โดยใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้
“เก่งคณิต...พิชิตโจทย์ปัญหาการบวกและการลบ”
ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by เวธกานต์ มีสุข, 2022-11-23 08:52:49

วิจัยการจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning โดยใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ “เก่งคณิต...พิชิตโจทย์ปัญหาการบวกและการลบ” ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4

การจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning
โดยใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้
“เก่งคณิต...พิชิตโจทย์ปัญหาการบวกและการลบ”
ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4

ความเป็นมาและความสำคญั ของปญั หา

คณิตศาสตร์ มีบทบาทสำคัญย่ิงต่อการพัฒนาความคิดของมนุษย์ ทำให้มนุษย์มีความคิดอย่าง
สร้างสรรค์ คิดอย่างมีเหตุผล เปน็ ระบบ มีแบบแผน สมารถวิเคราะห์ปัญหาหรือสถานการณ์ได้อยา่ ง ถ่ีถว้ น
รอบคอบ ช่วยให้คาดการณ์ วางแผน ตัดสินใจ แก้ปัญหา และนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างถูกต้อง
เหมาะสม นอกจากนี้คณิตศาสตรย์ ังเป็นเครื่องมือในการศึกษาทางด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยแี ละศาสตร์
อื่นๆ วิชาคณิตศาสตร์จึงมีประโยชน์ต่อการดำเนินชีวิต ช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น และสามารถอยู่
รว่ มกับผ้อู ืน่ ได้อย่างมีความสุข

การสอนวชิ าคณติ ศาสตร์นนั้ ส่อื การเรยี นการสอนนับว่ามีความสำคัญในการส่งเสรมิ ความสามารถ
ในการเรียนรู้ของผู้เรียนทำให้ผ้เู รยี นได้เรียนตามความสามารถและความต้องการ ซึ่งชดุ กิจกรรมการเรียนรู้
เป็นเครือ่ งมอื ที่ช่วยให้ผู้สอนดำเนินการสอนไปตามลำดบั ขั้นผ้เู รียนมีส่วนร่วมในกิจกรรมการเรียนการสอน
ทั้งรายบุคคลและรายกลมุ่ ทำให้นักเรยี นไดร้ ู้จักการวางแผนในการแกป้ ญั หารจู้ กั ชว่ ยเหลอื ซ่ึงกันและกนั ทำให้
เกิดปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้เรียนกับผู้สอนและผู้เรียนกับผู้เรียนชุดกิจกรรม การเรียนรู้เป็นนวัตกรรมทาง
การศกึ ษาอย่างหน่ึงที่ตอบสนองความต้องการของนกั เรยี นและกระทำรว่ มกับเพ่อื นๆ โดยเรมิ่ จากทีน่ ักเรยี น
ไดเ้ ผชญิ ปัญหาแล้วต้งั คำถามเพ่ือหาคำตอบโดยการเลือกวิธกี ารแกป้ ัญหาทเ่ี หมาะสมและสรุปข้อมูลได้อย่าง
สมเหตุสมผลช่วยให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ด้วยตนเองตามอัตภาพช่วยเสริมให้ผู้เรียนเกิดทักษะที่คงทนผู้เรียน
สามารถนำไปฝึกเมื่อไรก็ได้ไม่จำกัดเวลาและสถานท่ีฝึกความรับผิดชอบของผู้เรียน และผู้เรียนมีเจตคติที่ดี
ตอ่ การเรียนรู้ ชุดกิจกรรมการเรียนการสอนเป็นสือ่ การเรียนการสอนชนิดหนึ่ง ซง่ึ เป็นชุดของสื่อประสม มี
จุดมุง่ หมายเฉพาะเรือ่ งทส่ี อนมกี ารวางแผนการจดั การเรยี นอย่างเป็นระบบ ท้ังทางด้านวิธีการจัดการเรียนรู้
กจิ กรรม สอ่ื และการใชส้ ่ือ ตลอดจนการวดั ผลประเมินผล โดยจัดเอาไว้เป็นชุดๆ บรรจุอยู่ในซองหรือกล่อง
เพื่อให้ผู้สอนใช้เป็นเคร่ืองมือ ในการจัดการเรียนรู้ที่ทำให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้อย่างมีประสิทธิภาพตาม
จุดมุ่งหมายที่ต้ังไว้ นอกจากนี้ผลดีของการใช้ชุดกิจกรรมการเรียนการสอน ว่าช่วยให้ครูผู้สอนสามารถ
ดำเนินกิจกรรมการเรียนการสอนได้ อย่างมีคุณภาพ สามารถถ่ายทอด เนื้อหาวิชาการได้ดี แก้ปัญหาความ
แตกต่างระหวา่ งบุคคลและการเรียนรู้จะเกดิ ขึน้ ไดด้ ี เม่ือผเู้ รียนมสี ว่ นรว่ มอยา่ งกระตือรือรน้ ในกระบวนการ
เรยี นรู้ การเรียนรู้อยา่ งดเี ลิศจะเกิดขน้ึ จากการไดค้ ิด ไดส้ ัมผสั ได้ตดั สนิ ใจ และลงมือปฏบิ ตั ิ

การจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning เป็นกระบวนการเรียนการสอนท่ีส่งเสริมให้ผู้เรียนมี
ส่วนร่วมในชั้นเรียน สร้างปฏสิ ัมพนั ธ์ระหว่างครูผสู้ อนกับผ้เู รียน มุ่งให้ผูเ้ รยี นลงมอื ปฏบิ ัติ โดยมีครูเป็นผู้
อำนวยความสะดวก สร้างแรงบันดาลใจ ให้คำปรึกษา ดูแล แนะนำ จัดวิธีการเรยี นรู้และแหล่งเรียนรทู้ ่ี
หลากหลาย ให้ผู้เรียนได้เรียนรู้อย่างมีความหมาย สร้างองค์ความรู้ได้ มีความเข้าใจในตนเอง ใช้
สติปัญญา คิด วิเคราะห์ สร้างสรรค์ผลงาน มีสมรรถนะสำคัญ มีทักษะวิชาการ ทักษะชีวิต บรรลุ
เป้าหมายการเรียนรู้ตามระดับชว่ งวยั (สำนกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาขน้ั พื้นฐาน. 2562 : 4)

ลักษณะของการจัดการเรยี นรแู้ บบ Active Learning มดี ังนี้
1. เป็นการพัฒนาศักยภาพการคิด การแกป้ ัญหา และการนำความรไู้ ปประยุกต์ใช้
2. ผ้เู รยี นมีส่วนร่วมในการจัดระบบการเรยี นรู้ และสร้างองค์ความรู้โดยมีปฏิสัมพันธ์ร่วมกันใน
รปู แบบของความรว่ มมือ
3. เปิดโอกาสใหผ้ ู้เรียนมีสว่ นร่วมในกระบวนการเรียนรู้สูงสุด
4. เปน็ กจิ กรรมท่ีให้ผเู้ รยี นบรู ณาการข้อมูล ข่าวสาร สารสนเทศ สู่ทักษะการคดิ
วิเคราะห์
5. ผเู้ รยี นได้เรยี นรู้ความมีวนิ ัยในการทำงานร่วมกับผู้อน่ื
6. ความรู้เกดิ จากประสบการณ์ และการสรุปของผเู้ รียน
7. ผูส้ อนเปน็ ผอู้ ำนวยความสะดวกในการจดั การเรยี นรู้ เพือ่ ให้ผเู้ รียนเปน็ ผูป้ ฏบิ ตั ิดว้ ย
ตนเอง
(สำนักงานคณะกรรมการการศกึ ษาข้ันพ้ืนฐาน. 2562 : 5)

ตัวอย่างเทคนิคการจัดการเรยี นรู้แบบ Active Learning
การจดั การเรียนร้แู บบ Active Learning สามารถสรา้ งใหเ้ กดิ ข้ึนได้ท้งั ในหอ้ งเรยี นและนอก
หอ้ งเรยี น รวมท้งั สามารถใช้ไดก้ บั นักเรยี นทุกระดับ ท้งั การเรียนรูเ้ ปน็ รายบคุ คล การเรยี นรู้แบบกลุ่มเลก็
และการเรียนร้แู บบกลุ่มใหญ่ ตัวอยา่ งรูปแบบหรือเทคนคิ การจดั กจิ กรรมการเรียนรู้ที่จะช่วยให้ผู้เรียนเกดิ
การเรียนร้แู บบ Active Learning ได้ดี ไดแ้ ก่
1. การเรยี นรู้แบบแลกเปลี่ยนความคิด (Think-Pair-Share) คอื การจดั กจิ กรรมการ
เรียนรทู้ ่ใี ห้ผเู้ รียนคิดเก่ียวกบั ประเด็นที่กำหนดแต่ละคน ประมาณ 2-3 นาที (Think) จากนัน้ ใหแ้ ลกเปลยี่ น
ความคิดกบั เพ่ือนอกี คน 3-5 นาที (Pair) และนำเสนอความคิดเหน็ ต่อผเู้ รียนทั้งหมด (Share)
2. การเรยี นรู้แบบร่วมมือ (Collaborative learning group) คอื การจัดกิจกรรม
การเรยี นรู้ที่ให้ผเู้ รยี นไดท้ ำงานรว่ มกับผู้อ่ืน โดยจัดเป็นกลุ่มๆ ละ 3-6 คน
3. การเรยี นรแู้ บบทบทวนโดยผเู้ รียน (Student-led review sessions) คอื การจัด
กจิ กรรมการเรยี นรทู้ ีเ่ ปิดโอกาสให้ผ้เู รยี นได้ทบทวนความรู้และพิจารณาขอ้ สงสัยต่าง ๆ ในการปฏิบัติ
กิจกรรมการเรยี นรู้ โดยครูจะคอยชว่ ยเหลือกรณีทมี่ ปี ัญหา
4. การเรยี นรแู้ บบใชเ้ กม (Games) คือการจัดกจิ กรรมการเรียนรูท้ ผ่ี ้สู อนนำเกมเขา้
บรู ณาการในการเรยี นการสอน ซึ่งใช้ไดท้ ั้งในขั้นการนำเข้าสู่บทเรยี น การสอน การมอบหมายงาน และหรือ
ขน้ั การประเมนิ ผล
5. การเรียนรแู้ บบวเิ คราะห์วีดโี อ (Analysis or reactions to videos) คอื การจดั
กิจกรรมการเรยี นรทู้ ่ใี หผ้ ู้เรียนไดด้ วู ีดีโอ 5-20 นาที แลว้ ให้ผู้เรียนแสดงความคดิ เหน็ หรอื สะทอ้ นความคิด
เก่ยี วกับสงิ่ ทีไ่ ด้ดู อาจโดยวิธีการพูดโต้ตอบกนั การเขียน หรอื การรว่ มกนั สรุปเป็นรายกล่มุ

6. การเรยี นรแู้ บบโต้วาที (Student debates) คอื การจัดกิจกรรมการเรยี นรู้ท่ีจดั ให้
ผู้เรยี นได้นำเสนอขอ้ มลู ท่ไี ด้จากประสบการณแ์ ละการเรยี นรู้ เพือ่ ยืนยนั แนวคิดของตนเองหรือกลุ่ม

7. การเรยี นรูแ้ บบผเู้ รยี นสรา้ งแบบทดสอบ (Student generated exam
questions) คอื การจัดกิจกรรมการเรียนรทู้ ่ีใหผ้ ้เู รยี นสร้างแบบทดสอบจากสิ่งที่ไดเ้ รยี นรู้มาแล้ว

8. การเรียนรแู้ บบกระบวนการวจิ ัย (Mini-research proposals or project)
คือการจดั กิจกรรมการเรยี นรู้ท่อี งิ กระบวนการวจิ ยั โดยให้ผเู้ รียนกำหนดหัวขอ้ ทตี่ ้องการเรยี นรู้ วางแผนการ
เรยี น เรียนรู้ตามแผน สรปุ ความรหู้ รอื สรา้ งผลงาน และสะท้อนความคดิ ในสิง่ ทีไ่ ด้เรียนรู้ หรืออาจเรยี กวา่
การสอนแบบโครงงาน(project-based learning) หรือ การสอนแบบใชป้ ัญหาเปน็ ฐาน (problem-based
learning)

9. การเรยี นรู้แบบกรณีศึกษา (Analyze case studies) คอื การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้
ทใ่ี หผ้ ู้เรียนได้อ่านกรณตี ัวอยา่ งท่ตี อ้ งการศกึ ษา จากน้นั ให้ผูเ้ รียนวเิ คราะห์และแลกเปลย่ี นความคิดเห็นหรอื
แนวทางแก้ปัญหาภายในกลุ่ม แล้วนำเสนอความคดิ เหน็ ต่อผู้เรียนทง้ั หมด

10. การเรียนรู้แบบการเขยี นบนั ทกึ (Keeping journals or logs) คอื การจดั กิจกรรม
การเรียนรทู้ ี่ผู้เรยี นจดบนั ทกึ เร่อื งราวตา่ งๆ ทไ่ี ด้พบเหน็ หรอื เหตุการณ์ที่เกดิ ขึน้ ในแต่ละวนั รวมทั้งเสนอ
ความคดิ เพม่ิ เตมิ เก่ียวกับบันทกึ ท่ีเขียน

10. การเรยี นรแู้ บบการเขยี นจดหมายข่าว (Write and produce a newsletter) คอื
การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ท่ีให้ผู้เรียนรว่ มกันผลิตจดหมายข่าว อนั ประกอบด้วย บทความ ขอ้ มูลสารสนเทศ
ข่าวสาร และเหตุการณ์ทเ่ี กิดขึ้น แลว้ แจกจ่ายไปยังบุคคลอ่นื ๆ

11. การเรยี นรู้แบบแผนผงั ความคิด (Concept mapping) คอื การจัดกิจกรรมการเรยี นรู้
ทใ่ี หผ้ ู้เรยี นออกแบบแผนผงั ความคดิ เพ่อื นำเสนอความคดิ รวบยอด และความเชอื่ มโยงกันของกรอบ
ความคิด โดยการใช้เสน้ เปน็ ตวั เชื่อมโยง อาจจัดทำเป็นรายบคุ คลหรอื งานกลุ่ม แล้วนำเสนอผลงานตอ่
ผู้เรียนอนื่ ๆ จากน้ันเปิดโอกาสให้ผ้เู รยี นคนอืน่ ไดซ้ ักถามและแสดงความคดิ เหน็ เพิ่มเติม
(สถาพร พฤฑฒิกุล, 2558)

บทบาทของครูในการจัดกจิ กรรมการเรยี นรตู้ ามแนวทางของ Active Learning ดงั น้ี
1. จัดใหผ้ ูเ้ รยี นเป็นศูนย์กลางของการเรียนการสอน นำไปใชป้ ระโยชน์ในชีวติ จรงิ ของ
ผู้เรียน
2. สรา้ งบรรยากาศของการมีสว่ นรว่ ม และการเจรจาโต้ตอบที่ส่งเสริมให้ผู้เรียนมี
ปฏิสัมพนั ธท์ ี่ดกี ับผู้สอนและเพ่ือนในชน้ั เรียน
3. จัดกจิ กรรมการเรยี นการสอนสง่ เสริมให้ผูเ้ รียนมีส่วนรว่ มในทุกกจิ กรรม รวมทงั้ กระตุน้
ให้ผ้เู รยี นความสำเรจ็ ในการเรยี นรู้
4. จัดกจิ กรรมการเรยี นการสอนแบบร่วมมอื ส่งเสริมให้เกดิ การร่วมมือในกลุ่มผู้เรยี น
5. จัดกิจกรรมการเรียนการสอนให้ท้าทาย และใหโ้ อกาสผเู้ รียนได้รับวธิ ีการสอนท่ี

หลากหลาย
6. วางแผนเก่ียวกับเวลาในการจัดการเรยี นการสอนอยา่ งชัดเจน ทง้ั ในสว่ นของเน้อื หา

และกิจกรรม
7. ครูผสู้ อนต้องใจกวา้ ง ยอมรับความสามารถในการแสดงออก และความคิดของผ้เู รียน

(ณชั นนั แกว้ ชัยเจรญิ กจิ , 2550)

การสอนแบบเทคนิค เค ดับเบิ้ลยู ดี แอล (K W D L) หรือ เทคนิค เค ดับเบ้ิลยู ดี แอล (K W D L)
ได้พฒั นาขึ้นโดย Ogle (1989) เพือ่ ใช้สอนและฝึกทักษะทางการอ่าน และต่อมาไดพ้ ฒั นาให้สมบูรณ์ขนึ้ โดย
Carr และ Ogle ในปีถัดมา (1987) โดยยังคงสาระเดิมไว้ แต่เพ่ิมการเขียนผังสัมพันธ์ทางความหมาย
(Semantic Mapping) สรุปเรื่องที่อ่าน และมีการนำเสนอเร่ืองจากผังอันเป็นการพัฒนาทักษะการเขียน
และพูด นอกเหนือไปจากทักษะการฟัง และการอ่าน โดยมีวัตถุประสงค์หลักคือการสอนทักษะภาษา แต่
สามารถนำมาประยุกต์ใช้ในการเรียนวิชาอื่นๆท่ีมีการอ่านเพ่ือทาความเข้าใจ เช่น วิชาสังคมศึกษา
วทิ ยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ เป็นต้น เพราะว่าผู้เรียนจะได้รับการฝึกให้ตระหนักในกระบวนการการทาความ
เข้าใจตนเอง การวางแผนการ ตัง้ จุดมุ่งหมาย ตรวจสอบความเข้าใจในตนเอง การจดั ระบบขอ้ มลู เพื่อดึงมา
ใช้ภายหลังได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงมีประโยชน์ในการฝึกทักษะการอ่าน คิดวิเคราะห์ เขียนสรุป และ
นำเสนอ โดยมีขนั้ ตอนการเรียนการสอบ 4 ขั้นตอนดงั น้ี

ขน้ั ที่ 1 K (What we know) นกั เรยี นรู้อะไรบ้างในเรื่องที่จะเรียนหรอื ส่ิงท่โี จทย์บอกใหท้ ราบ
มอี ะไรบา้ ง

ขัน้ ที่ 2 W (What we want to know) นกั เรยี นหาส่ิงทโ่ี จทย์ตอ้ งการทราบหรือสงิ่ ทีน่ กั เรียน
ต้องการรู้

ข้ันที่ 3 D (What we do to find out) นักเรียนจะตอ้ งทำอะไรบ้างเพ่ือหาคำตอบตามท่โี จทย์
ตอ้ งการ หรอื สิ่งท่ตี นเองตอ้ งการรู้

ขน้ั ที่ 4 L (What we learned) นักเรียนสรปุ สิ่งที่ได้เรียนรู้

การจัดการเรยี นรูก้ ลมุ่ สาระการเรยี นรู้คณิตศาสตรใ์ ห้มีประสิทธภิ าพ หลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษา
ขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง 2562) ได้เสนอแนวทางการจัดการเรียนรู้ โดยให้ผู้สอน
คำนึงถึงความสนใจความถนัดและความแตกต่างของผู้เรียน รูปแบบของกิจกรรมการเรียนการสอนควรมี
ความหลากหลาย จัดให้เหมาะสมกบั เนื้อหาวิชาและเหมาะสมกับผู้เรียน จัดกิจกรรมการเรยี นรู้ให้ผเู้ รียนได้
เรยี นร้ดู ้วยตนเอง ไดล้ งมอื ปฏิบัตจิ ริง มุ่งให้ผู้เรยี นได้ประสบการณต์ รงจากการปฏิบัติจรงิ โดยใชส้ ่อื รูปธรรมท่ี
สามารถนำผู้เรียนไปสู่การคน้ พบหรือไดข้ อ้ สรุป

สาระและมาตรฐานการเรียนรคู้ ณติ ศาสตร์ ช้นั ประถมศกึ ษาปที ่ี 4
สาระที่ 1 จำนวนและพชี คณิต
มาตรฐาน ค 1.1 เข้าใจความหลากหลายของการแสดงจำนวน ระบบจำนวน การดำเนินการของ

จำนวน ผลที่เกดิ ขึน้ จากการดำเนินการ สมบัตขิ องการดำเนินการ และนำไปใช้
ตัวช้วี ัด

ค 1.1 ป.4/1 อา่ นและเขยี นตัวเลขฮินดูอารบกิ ตัวเลขไทย และตัวหนงั สือแสดงจำนวนนบั ที่
มากกวา่ 100,000

ค 1.1 ป.4/2 เปรยี บเทียบและเรยี งลำดับจำนวนนับท่มี ากกว่า 100,000 จากสถานการณต์ ่างๆ
ค 1.1 ป.4/3 บอกอ่านและเขยี นเศษสว่ นจำนวนคละแสดงปรมิ าณสง่ิ ตา่ งๆ และแสดงสิง่ ต่างๆ
ตามเศษส่วน จำนวนคละท่กี ำหนด
ค 1.1 ป.4/4 เปรยี บเทยี บเรียงลำดับเศษสว่ นและจำนวนคละท่ตี วั สว่ นตวั หน่ึงเปน็ พหคุ ณู ของอีก
ตัวหนึ่ง
ค 1.1 ป.4/5 อา่ นและเขียนทศนยิ มไมเ่ กนิ 3 ตำแหน่งแสดงปริมาณของสิ่งตา่ งๆ และแสดงส่ิง
ตา่ งๆ ตามทศนิยมทกี่ ำหนด
ค 1.1 ป.4/6 เปรยี บเทยี บและเรียงลำดับทศนิยมไมเ่ กิน 3 ตำแหนง่ จากสถานการณ์ต่างๆ
ค 1.1 ป.4/7 ประมาณผลลพั ธข์ องการบวก การลบ การคูณ การหารจากสถานการณต์ ่างๆ อย่าง
สมเหตุสมผล
ค 1.1 ป.4/8 หาค่าของตวั ไมท่ ราบค่าในประโยคสัญลกั ษณ์ แสดงการบวกและประโยคสัญลกั ษณ์
แสดงการลบของจำนวนนบั ท่มี ากกวา่ 100,000และ 0
ค 1.1 ป.4/9 หาคา่ ของตัวไมท่ ราบค่าในประโยคสญั ลักษณ์แสดงการคณู ของจำนวนหลายหลัก 2
จำนวน ท่ีมีผลคูณไม่เกนิ 6 หลักและประโยคสญั ลักษณแ์ สดงการหารที่ตัวตัง้ ไมเ่ กนิ 6 หลัก ตวั หารไม่เกิน
2 หลัก

ค 1.1 ป.4/10 หาผลลพั ธ์การบวก ลบ คูณ หารระคนของจำนวนนับ และ 0
ค 1.1 ป.4/11 แสดงวิธีหาคำตอบของโจทยป์ ัญหา2ขั้นตอนของจำนวนนับท่ีมากกวา่ 100,000
และ 0
ค 1.1 ป.4/12 สร้างโจทย์ปญั หา 2 ข้นั ตอนของจำนวนนบั และ 0 พรอ้ มท้ังหาคำตอบ
ค 1.1 ป.4/13 หาผลบวกผลลบของเศษสว่ นและจำนวนคละทีต่ ัวสว่ นตัวหนง่ึ เปน็ พหุคูณของ
อกี ตวั หน่ึง
ค 1.1 ป.4/14 แสดงวิธหี าคำตอบของโจทยป์ ัญหาการบวกและโจทยป์ ัญหาการลบเศษสว่ นและ
จำนวนคละท่ีตวั สว่ นตัวหน่ึงเป็นพหคุ ูณของอีกตวั หนึ่ง
ค 1.1 ป.4/15 หาผลบวก ผลลบของทศนยิ มไมเ่ กนิ 3 ตำแหนง่

ค 1.1 ป.4/16 แสดงวิธหี าคำตอบของโจทย์ปญั หาการบวก การลบ 2 ขัน้ ตอนของทศนยิ มไม่เกิน3
ตำแหนง่

มาตรฐาน ค.1.2 เข้าใจและวเิ คราะหแ์ บบรูป ความสมั พันธ์ ฟังก์ชัน ลำดับและอนกุ รม และนำไปใช้
(มกี ารจดั การเรยี นการสอนเพื่อเปน็ พืน้ ฐาน แตไ่ มว่ ดั ผล)

สาระท่ี 2 การวัดและเรขาคณติ
มาตรฐาน ค 2.1 เขา้ ใจพนื้ ฐานเกี่ยวกบั การวัด วัดและคาดคะเนขนาดของสง่ิ ท่ีตอ้ งการวดั และนำไปใช้
ตวั ชวี้ ัด

ค 2.1 ป.4/1 แสดงวธิ หี าคำตอบของโจทยป์ ัญหาเกีย่ วกับเวลา
ค 2.1 ป.4/2 วัดและสรา้ งมมุ โดยใช้โพรแทรกเตอร์
ค 2.1 ป.4/3 แสดงวิธีหาคำตอบของโจทยป์ ัญหาเก่ยี วกับความยาวรอบรปู และพ้นื ทข่ี องรปู
สีเ่ หลี่ยมมมุ ฉาก

มาตรฐาน ค 2.2 เขา้ ใจและวิเคราะห์รูปเรขาคณิต สมบัติของรปู เรขาคณิต ความสมั พนั ธ์ระหวา่ งรปู
เรขาคณติ และทฤษฎีบททางเรขาคณติ และนำไปใช้

ตวั ชี้วัด
ค 2.2 ป.4/1 จำแนกชนิดของมมุ บอกชอื่ มมุ สว่ นประกอบของมุมและเขียนสัญลกั ษณแ์ สดงมุม
ค 2.2 ป.4/2 สรา้ งรูปส่ีเหลี่ยมมุมฉากเม่ือกำหนดความยาวของดา้ น

สาระท่ี 3 สถิตแิ ละความน่าจะเป็น
มาตรฐาน ค 3.1 เข้าใจกระบวนการทางสถิติ และใช้ความรทู้ างสถติ ิในการแกป้ ญั หา
ตวั ช้ีวัด

ค 3.1 ป.4/1 ใชข้ ้อมลู จากแผนภมู แิ ทง่ ตารางสองทางในการหาคำตอบของโจทย์ปญั หา

จากประสบการณ์ของผู้วิจยั ในการสอนคณิตศาสตร์ระดับชั้นประถมศึกษาปีท่ี 4 โรงเรียนบ้านกก
ไทร สำนักงานเขตพืน้ ท่ีการศกึ ษาประถมศึกษาเพชรบูรณ์ เขต 1 จากการจัดกจิ กรรรมการเรียนการสอนที่
ผ่านมา พบว่ายังไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร จึงทำให้ผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนกลุ่มสาระการเรียนรู้
คณิตศาสตรช์ ั้นประถมศึกษาปที ี่ 4 มคี ณุ ภาพตำ่ กว่าเป้าหมายของทางโรงเรียนที่กำหนดไว้ คอื รอ้ ยละ 65

ผลสัมฤทธิ์ทางการเรยี น กลมุ่ สาระการเรยี นรคู้ ณิตศาสตร์ ชนั้ ประถมศึกษาปที ี่ 4 โรงเรยี นบา้ นกกไทร
ปีการศึกษา 2563 และปกี ารศึกษา 2564

ปกี ารศกึ ษา คะแนนเฉล่ียรอ้ ยละ
2563 70
2564 65

ทมี่ า : (รายงานผลสัมฤทธิ์ทางการเรยี น. โรงเรียนบ้านกกไทร)

ด้วยเหตุผลดังกล่าว ผู้ศึกษาจึงเห็นว่า การจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบ Active Learning โดยใช้
ชดุ กิจกรรมน่าจะมีความเหมาะสมกับผู้เรยี น จึงมคี วามสนใจท่ีจะออกแบบการจัดกิจกรรมการเรยี นรู้แบบ
Active Learning โดยใช้ชุดกิจกรรมท่ีเน้นทักษะกระบวนการทางคณิตศาสตร์ เรื่อง การแก้โจทย์ปัญหา
การบวกและการลบ กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 เพ่ือเป็นการ
พฒั นาและแกป้ ัญหาในด้านการคิด การคิดแก้ปัญหา การเชื่อมโยง การสื่อความ ภาษาและสญั ลักษณ์ และการ
ให้เหตุผลของผู้เรียนหมดไป อันจะนำไปสู่การแก้ปัญหาดังกล่าวโดยใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ การแก้โจทย์
ปญั หาการบวกและการลบ ร่วมกับเทคนคิ KWDL

วตั ถุประสงคข์ องการวจิ ยั
1. เพ่ือพฒั นาผลสัมฤทธิ์ทางการเรยี น เรอ่ื ง การแกโ้ จทย์ปญั หาการบวก การลบ

ดว้ ยการจดั กิจกรรมการเรยี นรแู้ บบ Active Learning โดยใช้ชุดกจิ กรรมที่เน้นทักษะกระบวนการทาง
คณติ ศาสตร์ เรื่อง การแกโ้ จทยป์ ัญหาการบวกและการลบ สำหรบั นักเรียนชั้นประถมศึกษาปที ่ี 4

ความสำคญั ของการศึกษา
1. ไดร้ ปู แบบการจัดกิจกรรมการเรยี นการสอนกลุ่มสาระการเรียนรคู้ ณิตศาสตร์

ดว้ ยการจดั กิจกรรมการเรยี นร้แู บบ Active Learning โดยใช้ชดุ กจิ กรรมท่เี น้นทักษะกระบวนการทาง
คณิตศาสตร์ เรอ่ื ง การแก้โจทยป์ ญั หาการบวกและการลบ ประกอบการสอน

2. เป็นแนวทางสำหรับครหู รือผ้เู กี่ยวขอ้ งในการจัดการเรียนการสอนกลุ่มสาระ
การเรียนรคู้ ณิตศาสตร์

ขอบเขตของการศึกษา
1. ขอบเขตด้านประชากรและกลมุ่ ตวั อย่าง
ประชากรที่ใช้ในการศึกษาคร้ังนี้ ได้แก่ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนบ้านกกไทร

สังกัดสำนกั งานเขตพ้ืนท่ีการศึกษาประถมศกึ ษาเพชรบรู ณ์ เขต 1 ปกี ารศึกษา 2565 จำนวนทัง้ สน้ิ 30 คน
2. ขอบเขตด้านเนอื้ หา
เนื้อหาท่ีใช้ในการศึกษาครั้งนี้ได้แก่ โจทย์ปัญหาการบวก การลบ สำหรับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4

ตามหลักสูตรสถานศึกษาของโรงเรียนบ้านกกไทร พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พุทธศึกราช 2562) กลุ่ม
สาระการเรยี นรูค้ ณิตศาสตร์ ซ่งึ เป็นไปตามหลักสตู รการศึกษาขั้นพื้นฐาน พทุ ธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง
พุทธศักราช 2562) ของกระทรวงศึกษาธกิ าร โดยมีเน้ือหารายละเอียดเกย่ี วกับการแก้โจทย์ปัญหาการบวก
การลบ นำมาการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบ Active Learning โดยใช้ชุดกิจกรรมที่เน้นทักษะ
กระบวนการทางคณิตศาสตร์ เรื่อง การแก้โจทย์ปัญหาการบวกและการลบ สำหรับนักเรียนช้ัน
ประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนบ้านกกไทร สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเพชรบูรณ์ เขต 1 มี
จำนวน 8 ชุด ดังนี้

ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ ชุดที่ 1 โรงเรียนของเรา
ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ ชดุ ท่ี 2 หมู่บา้ นแสนสขุ
ชดุ กิจกรรมการเรยี นรู้ ชุดท่ี 3 วัดบา้ นเรา
ชุดกจิ กรรมการเรยี นรู้ ชุดท่ี 4 มอี ะไรในตลาด
ชุดกิจกรรมการเรยี นรู้ ชดุ ที่ 5 สถานอี นามัยใกล้บ้าน
ชดุ กิจกรรมการเรียนรู้ ชดุ ท่ี 6 เทีย่ วเขื่อนกนั เถอะ
ชุดกจิ กรรมการเรียนรู้ ชุดท่ี 7 ยอ้ นรอยศาลสมเด็ก
ชุดกิจกรรมการเรยี นรู้ ชดุ ท่ี 8 ชวนชมสวนสัตว์

3. ระยะเวลาทใ่ี ชใ้ นการศึกษาคน้ คว้า
ระยะเวลาทีใ่ ชใ้ นการศึกษา ดำเนินการทดลองในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2565

4. ตัวแปรท่ีศกึ ษา
ตัวแปรอสิ ระ ได้แก่ การจัดกจิ กรรมการเรียนรแู้ บบ Active Learning โดยใช้ชุดกจิ กรรมที่เน้น
ทักษะกระบวนการทางคณิตศาสตร์ เรื่อง การแก้โจทย์ปัญหาการบวกและการลบ สำหรับนักเรียนช้ัน
ประถมศึกษาปที ี่ 4
ตัวแปรตาม ไดแ้ ก่
ผลสัมฤทธ์ทิ างการเรียนของนักเรยี น

สมมติฐานของการศึกษา
นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ที่เรียนด้วยการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบ Active Learning

โดยใช้ชุดกิจกรรมท่ีเน้นทักษะกระบวนการทางคณิตศาสตร์ เร่ือง การแก้โจทย์ปัญหาการบวกและการลบ
กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ชัน้ ประถมศึกษาปที ี่ 4 มผี ลสมั ฤทธิ์ทางการเรยี นหลงั เรียนสูงกวา่ กอ่ นเรียน

กรอบแนวคิดของการศกึ ษา
ผู้ศึกษาได้วางกรอบแนวคิดในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบ Active Learning โดยใช้ชุด

กิจกรรมทีเ่ น้นทักษะกระบวนการทางคณิตศาสตร์ เรื่อง การแก้โจทย์ปญั หาการบวกและการลบ กล่มุ สาระ
การเรยี นรู้คณติ ศาสตร์ ชัน้ ประถมศกึ ษาปที ่ี 4 ประกอบการสอน ดงั นี้

การจดั กิจกรรมการเรยี นรู้ ผลสมั ฤทธิท์ างการเรียน
แบบ Active Learning เรือ่ ง การแก้โจทยป์ ัญหาการบวกและการลบ
โดยใช้ชุดกิจกรรมทเ่ี น้นทักษะ ด้วยการจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้แบบ Active Learning
กระบวนการทางคณิตศาสตร์ โดยใช้ชุดกิจกรรมทเ่ี น้นทักษะกระบวนการทางคณิตศาสตร์
เรือ่ ง การแกโ้ จทย์ปญั หาการ เรื่อง การแกโ้ จทยป์ ญั หาการบวกและการลบ

บวกและการลบ

ประโยชน์ทคี่ าดว่าจะไดร้ ับ
1. นกั เรยี นมีทกั ษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์เรอ่ื ง การแก้โจทยป์ ญั หาการบวก การลบ
2. เป็นแนวทางสำหรับครผู สู้ อนคณติ ศาสตร์ในการเลือกกิจกรรมการเรียนการสอน
3. เป็นแนวทางในการปรับปรุงและพัฒนาการเรียนการสอนเร่ือง โจทย์ปัญหาการบวก การลบ

ในสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ช้ันประถมศกึ ษาปที ี่ 4

นิยามศัพทเ์ ฉพาะ
1. การจัดการเรียนรแู้ บบ Active Learning หมายถึง กระบวนการเรียนการสอนที่ส่งเสริมให้

ผเู้ รยี นมีส่วนร่วมในชน้ั เรียน สร้างปฏิสัมพนั ธ์ระหวา่ งครูผู้สอนกบั ผู้เรียน มุ่งใหผ้ ู้เรียนลงมือปฏิบัติ โดยมี
ครเู ป็นผู้อำนวยความสะดวก สร้างแรงบันดาลใจ ให้คำปรึกษา ดูแล แนะนำ จัดวิธกี ารเรียนรแู้ ละแหล่ง
เรียนรู้ที่หลากหลาย ให้ผูเ้ รียนได้เรียนรู้อย่างมีความหมาย สร้างองค์ความรู้ได้ มีความเข้าใจในตนเอง ใช้
สติปัญญา คิด วิเคราะห์ สร้างสรรค์ผลงาน มีสมรรถนะสำคัญ มีทักษะวิชาการ ทักษะชีวิต บรรลุ
เปา้ หมายการเรียนรตู้ ามระดับชว่ งวัย

2. การสอนโดยใช้ชุดกิจกรรมที่เน้นทักษะกระบวนการทางคณิตศาสตร์ เร่ือง การแก้โจทย์
ปัญหาการบวกและการลบ หมายถึง การใช้ชุดกิจกรรมที่เน้นทักษะกระบวนการทางคณิตศาสตร์ เรื่อง
การแก้โจทย์ปัญหาการบวกและการลบ มาใช้เป็นกิจกรรมประกอบการเรียนการสอนในเน้ือหาวิชา
คณติ ศาสตร์ ระดับชน้ั ประถมศึกษาปีที่ 4

3. แผนการจัดการเรียนรู้ หมายถึง แผนการจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning โดยใช้ชุด
กิจกรรมทเ่ี น้นทักษะกระบวนการทางคณิตศาสตร์ เรื่อง การแกโ้ จทย์ปัญหาการบวกและการลบ กลุ่มสาระ
การเรียนรู้คณิตศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีท่ี 4 ซ่ึงประกอบไปด้วยจุดประสงค์การเรียนรู้ สาระการเรียนรู้
กระบวนการจัดการเรยี นรู้ สือ่ และแหลง่ การเรียนรู้ การวัดผลประเมินผล

4. ผลสัมฤทธ์ิทางการเรียน หมายถึง ความรู้ ความสามารถของนักเรียนที่แสดงพฤติกรรมตาม
ตวั ช้ีวดั ของหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐาน พ.ศ. 2551 ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช 2560 หลังจากสิ้นสุด
การเรียนการสอนด้วยการจดั การเรียนรู้แบบ Active Learning โดยใช้ชุดกิจกรรมท่ีเน้นทักษะกระบวนการ
ทางคณิตศาสตร์ เร่ือง การแก้โจทย์ปัญหาการบวกและการลบ กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ช้ัน
ประถมศึกษาปีที่ 4 ซึ่งสามารถวัดได้จากคะแนนของนักเรียนในการทำแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์
ทางการเรียน ชั้นประถมศกึ ษาปที ่ี 4 จำนวน 30 ข้อ

5. แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธ์ิทางการเรียน หมายถึง แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธ์ิทางการเรียน เรื่อง
การแก้โจทยป์ ัญหาการบวกและการลบ กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศกึ ษาปีท่ี 4 ท่ีผู้ศึกษาสร้าง
ข้ึน จำนวน 30 ข้อ เพื่อใช้ทดสอบนักเรียนก่อนเรียนและหลังการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบ Active
Learning โดยใช้ชุดกิจกรรมที่เน้นทักษะกระบวนการทางคณิตศาสตร์ เร่ือง การแก้โจทย์ปัญหาการบวก
และการลบ กลุม่ สาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ชน้ั ประถมศึกษาปีที่ 4

วธิ ดี ำเนนิ การวิจยั
1. ประชากร
ประชากรเป็นนักเรยี นช้นั ประถมศกึ ษาปีที่ 4 โรงเรียนบ้านกกไทร

สงั กัดสำนักงานเขตพ้ืนทีก่ ารศกึ ษาประถมศึกษาเพชรบูรณ์ เขต 1 สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ัน
พ้ืนฐาน

2. เครื่องมอื ที่ใช้ในการวจิ ัย
2.1 แบบทดสอบการแก้โจทย์ปัญหาการบวก การลบ
2.2 ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ “เกง่ คณิต...พิชิตโจทย์ปัญหาการบวกและการลบ”

สำหรบั นักเรียนช้ันประถมศกึ ษาปีที่ 4
3. ขัน้ ตอนการสร้างเครอื่ งมือ
3.1 ศกึ ษาเอกสารหลักสตู รสถานศกึ ษา แนวคดิ ทฤษฏีการเรียนการสอน
3.2 ศึกษาปัญหาของนกั เรยี น วิเคราะหข์ ้อมูลทพ่ี บในการจัดการเรียนการสอน
3.3 ศึกษาเทคนิควิธกี ารจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning

3.4 ศกึ ษาเทคนิคการสรา้ งชุดกิจกรรมการเรียนรู้ เพ่อื ใหเ้ หมาะสมกับเน้ือหาและผู้เรยี น
3.5 สร้างแบบประเมินผลก่อนเรียน - หลังเรยี น
3.6 ประเมินผล กอ่ นใช้ชุดกิจกรรมการเรยี นรู้ “เก่งคณิต...พชิ ิตโจทยป์ ญั หาการบวกและ
การลบ” สำหรับนักเรยี นชั้นประถมศึกษาปีท่ี 4
3.7 ดำเนินการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบ Active Learning โดยใช้ชุดกิจกรรมท่ีเน้น
ทักษะกระบวนการทางคณิตศาสตร์ เรื่อง การแก้โจทย์ปัญหาการบวกและการลบ สำหรับนักเรียนช้ัน
ประถมศกึ ษาปที ่ี 4
3.8 ประเมินผลหลังใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ “เก่งคณิต...พิชิตโจทย์ปญั หาการบวกและ
การลบ” สำหรับนักเรียนช้ันประถมศึกษาปที ่ี 4

การเกบ็ รวบรวมขอ้ มลู
ใช้การเก็บรวบรวมข้อมูลในสถานการณ์จริงในช้ันเรียน โดยใช้แบบประเมินผลก่อนใช้

และหลังการจัดกจิ กรรมการเรียนรูแ้ บบ Active Learning โดยใช้ชุดกิจกรรมท่เี น้นทกั ษะกระบวนการทาง
คณิตศาสตร์ เรื่อง การแก้โจทย์ปัญหาการบวกและการลบ สำหรับนักเรียนช้ันประถมศึกษาปีที่ 4 และ
สงั เกตพฤติกรรมของผู้เรียนระหว่างจดั กิจกรรมการเรยี นการสอน

การวิเคราะหข์ ้อมลู
ข้อมูลท่ีรวบรวมไดจ้ ากแบบทดสอบเรื่อง โจทย์ปญั หาการบวก การลบ ก่อนเรียนและหลงั เรียน

นำมาวิเคราะห์ หาค่าเฉล่ีย (  ) และส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐาน (S.D.) แล้วเปรียบเทยี บคะแนนความกา้ วหน้า
ของนักเรียนแตล่ ะคน

ผลการวเิ คราะหข์ ้อมลู
ขอ้ มูลท่ัวไปของกลุม่ ทศ่ี ึกษา คือ นักเรียนชน้ั ประถมศึกษาปีท่ี 4 โรงเรยี นบ้านกกไทร ทั้งหมด

รวม 30 คน มกี ารทดสอบวัดผลสัมฤทธกิ์ ่อนเรียน แล้วจึงดำเนนิ การสอนตามแผนการจัดการเรียนรู้ด้วย
การจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบ Active Learning โดยใช้ชุดกิจกรรมท่ีเน้นทักษะกระบวนการทาง
คณิตศาสตร์ เร่ือง การแก้โจทย์ปัญหาการบวกและการลบ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีท่ี 4
หลงั จากน้ันจงึ ทำการทดสอบวัดผลสมั ฤทธ์ิหลังเรยี น แล้วจึงนำผลมาเก็บรวบรวม ข้อมูลกอ่ นเรยี นและหลัง
เรยี นที่รวบรวมไดจ้ ากเครื่องมอื ท่ีผ้วู ิจัยสรา้ งขน้ึ มาจำแนกผลการเรียนรู้ ดังนี้

สรุปได้ว่านักเรียนทั้ง 30 คน มีความก้าวหน้าในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบ Active
Learning โดยใช้ชุดกิจกรรมที่เน้นทักษะกระบวนการทางคณิตศาสตร์ เร่ือง การแก้โจทย์ปัญหาการบวก
และการลบ สำหรบั นักเรยี นช้ันประถมศกึ ษาปีท่ี 4 ประกอบการเรียนรู้

คา่ เฉลีย่ และค่าเบยี่ งเบนมาตรฐานของนกั เรยี นในการใช้ชดุ กจิ กรรมการเรยี นรู้ “เกง่ คณติ ...พชิ ิตโจทย์

ปญั หาการบวกและการลบ” สำหรบั นกั เรียนชน้ั ประถมศึกษาปีท่ี 4

การฝกึ จำนวน ผลรวม คา่ เฉลีย่

นักเรียน X X รอ้ ยละ คา่ S.D

ก่อนเรียน 30 คน 540 18 60 1.20

หลงั เรียน 30 คน 750 25 83 1.25

จากตารางสรุปได้ว่าการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบ Active Learning โดยใช้ชุดกิจกรรมท่ีเน้น
ทักษะกระบวนการทางคณิตศาสตร์ เรื่อง การแก้โจทย์ปัญหาการบวกและการลบ สำหรับนักเรียนช้ัน
ประถมศึกษาปที ี่ 4 ก่อนเรียนมีค่าเฉล่ียเท่ากับ 18 หลังเรยี นมีค่าเฉลยี่ เทา่ กับ 25 จะเห็นได้ว่าคะแนน
ของค่าเฉลี่ยหลังเรียนมีค่ามากกว่าคะแนนเฉล่ียก่อนเรียน และค่าเบ่ียงเบนมาตรฐานของก่อนเรียนมีค่า
เทา่ กับ 1.15 สว่ นคา่ เบ่ียงเบนมาตรฐานหลังเรยี นมคี า่ เทา่ กับ 1.25 แสดงวา่ ข้อมลู มคี ่าคะแนนใกล้เคียง
กัน

สรุปผลการวจิ ัย
การวิจัยคร้ังน้ีมีวตั ถปุ ระสงค์เพ่ือพฒั นาผลสัมฤทธท์ิ างการเรียน เรือ่ ง โจทยป์ ญั หาการบวก การลบ

ด้วยการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบ Active Learning โดยใช้ชุดกิจกรรมที่เน้นทักษะกระบวนการทาง
คณิตศาสตร์ เร่ือง การแก้โจทย์ปัญหาการบวกและการลบ สำหรับนักเรียนช้ันประถมศึกษาปีที่ 4 เพ่ือ
แก้ปัญหาเรื่อง โจทย์ปัญหาการบวก การลบ สำหรับนักเรียนช้ันประถมศึกษาปีท่ี 4 โรงเรยี นบ้านกกไทร
พบวา่ นักเรียนมีผลสัมฤทธทิ์ างการเรียน เร่อื ง โจทย์ปญั หาการบวก การลบ ดีขึ้น

อภิปรายผล
ผลการศึกษาคน้ ควา้ ในคร้ังนปี้ รากฏว่า ผลสมั ฤทธกิ์ ารเรียนรู้ของนกั เรยี นหลงั การใช้ชดุ กิจกรรม

การเรยี นรู้ “เกง่ คณิต...พิชิตโจทย์ปัญหาการบวกและการลบ” สำหรบั นักเรียนช้ันประถมศกึ ษาปที ่ี 4
มคี ุณภาพและประสิทธิภาพอยา่ งดีย่งิ ด้วยเหตผุ ลดงั ต่อไปนี้

1. ชดุ กจิ กรรมการเรยี นรู้ “เก่งคณติ ...พิชติ โจทยป์ ญั หาการบวกและการลบ” สำหรับนักเรียน
ชนั้ ประถมศกึ ษาปที ี่ 4 เป็นสอ่ื ทีม่ ีคุณภาพและประสิทธิภาพตามผลของการวเิ คราะหข์ อ้ มลู ดังกลา่ ว

2. ชดุ กิจกรรมการเรียนรู้ “เกง่ คณิต...พิชิตโจทย์ปญั หาการบวกและการลบ” สำหรับนกั เรยี น
ชั้นประถมศกึ ษาปีท่ี 4 ชุดน้ีสร้างขึ้นอย่างถูกวธิ ี ไดผ้ ่านข้นั ตอนการสร้างและพัฒนาอย่างเป็นระบบ เริ่ม
ตั้งแตเ่ อกสารหลกั สตู รและเอกสารทเี่ กีย่ วข้องในการใชห้ ลักสูตร และยังได้รบั การแนะนำ ข้อเสนอแนะจาก
ผเู้ ชย่ี วชาญและมปี ระสบการณด์ า้ นเนื้อหาการจัดกิจกรรมการเรยี นรู้ ความเหมาะสมของเนอ้ื หา

3. การจดั กจิ กรรมการเรียนร้แู บบ Active Learning โดยใชช้ ุดกิจกรรมท่เี น้นทักษะ

กระบวนการทางคณติ ศาสตร์ เรื่อง การแกโ้ จทย์ปัญหาการบวกและการลบ สำหรบั นกั เรียนช้ันประถมศกึ ษา
ปีที่ 4 นักเรียนเกิดความสนุกสนานในการเรียนรู้

4. การจดั กิจกรรมการเรยี นรแู้ บบ Active Learning โดยใชช้ ุดกจิ กรรมทเี่ น้นทกั ษะ
กระบวนการทางคณิตศาสตร์ เร่ือง การแก้โจทย์ปัญหาการบวกและการลบ สำหรับนักเรียนชั้น
ประถมศึกษาปีที่ 4 ได้เรียงลำดับความยากง่ายสอดคล้องตามธรรมชาติการเรียนรู้ ทำให้เรียนรู้สึกว่า
ตนเองประสบความสำเร็จในการเรียนรู้ จึงสรุปได้ว่าการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบ Active Learning
โดยใช้ชุดกิจกรรมท่ีเน้นทักษะกระบวนการทางคณิตศาสตร์ เรื่อง การแก้โจทย์ปัญหาการบวกและการลบ
สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีท่ี 4 มีประสิทธิภาพอย่างย่ิง สามารถนำไปใช้ในการจัดกิจกรรมการ
เรียนรู้ ส่งผลให้ผเู้ รยี นมีผลสัมฤทธ์ิทางการเรยี นสงู ขึน้

ภาคผนวก

แบบบันทึกคะแนนทดสอบวดั ผลสัมฤทธ์ทิ างการเรียนก่อนเรียน – หลงั เรียน
เร่ือง โจทย์ปัญหาการบวก การลบ

นกั เรียนช้ันประถมศึกษาปี ที่ 4 โรงเรียนบ้านกกไทร

เลขท่ี ชื่อ - สกลุ ก่อนเรียน หลังเรียน

1 ด.ช.ฐานวฒั น์ แก้วหอม 30 คะแนน 30 คะแนน
2 ด.ช.ฉตั รชานนท์ บุญเม่น 20 28
3 ด.ช.ภรี วทิ เพลยี โคตร 12 20
4 ด.ช.ยงิ่ คณุ ผดงุ ชาติ 19 29
5 ด.ช.ธนากร จทั ร์ตา 15 20
6 ด.ช.พีรพงษ์ จนั ทัก 16 22
7 ด.ช.ชวกร เตยกญุ ชร 19 25
8 ด.ช.ธนภัทร ภูสมพงษ์ 20 28
9 ด.ช.ณัฐสิทธ์ิ ภักดจี ิตร 15 24
10 ด.ช.ณัฐภัทร เปรมทอง 12 20
11 ด.ช.พรี วัฒน์ ยอดคำ 14 22
12 ด.ช.ณฐั กรณ์ แกว้ เถาว์ 10 20
13 ด.ช.กติ ติ มีเหม 13 25
14 ด.ช.คุณภัทร ธงเนาว์ 10 20
15 ด.ช.ธนโชติ ไชยแสน 16 26
16 ด.ช.กติ ตศิ กั ด์ิ รังสิกรรพมุ 8 19
17 ด.ญ.เฟ่อื งฟ้า ชนะชารี 5 18
18 ด.ญ.ชญานศิ พรมนนท์ 22 29
19 ด.ญ.ปรฉิ ัตร อินทรบ์ ึง 18 27
20 ด.ญ.ปิญาดา ยอดทอง 15 24
21 ด.ญ.ชาลิสา คำแก้ว 10 20
22 ด.ญ.ณฐพร ทองเมือง 12 20
23 ด.ญ.พิมพพ์ ิชชา ปาโน 19 28
16 26

เลขที่ ช่ือ - สกุล ก่อนเรียน หลังเรียน

24 ด.ญ.หทยั ทิพย์ ศรีสภุ ูมิ 30 คะแนน 30 คะแนน
25 ด.ญ.พิชญาพร จนั พะเนา 6 18
26 ด.ญ.นฤวรรณ กนึ สี 12 20
27 ด.ญ.กวนิ ตา สพุ ันธพ์ มิ พ์ 20 28
28 ด.ญ.นทิมนต์ คำทิพย์ 12 20
29 ด.ญ.ธาราทิพย์ แก้วด้วง 16 26
30 ด.ญ.เกวลิน พวงแก้ว 18 25
10 16
เฉล่ีย 18 25
ส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐาน 1.20 1.25
60 83
ร้อยละ

แบบทดสอบวัดผลสมั ฤทธท์ิ างการเรยี น
เรื่อง โจทยป์ ญั หาการบวกและการลบ
กลุ่มสาระการเรยี นรคู้ ณติ ศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปที ี่ 4

1. โรงเรียนมีนกั เรยี นทง้ั หมด 23,560 คน เป็นนกั เรียนชาย 16,500 คน จะเปน็ นกั เรยี นหญิงก่คี น
ก. 5,060 คน
ข. 6,050 คน
ค. 6,060 คน
ง. 7,060 คน

2. โรงเรียนมีโตะ๊ 11,230 ตวั มีเกา้ อ้ี 32,709 ตวั โรงเรียนมีเกา้ อีม้ ากกว่าโตะ๊ ก่ตี วั
ก. 21,479 ตวั
ข. 24,694 ตัว
ค. 42,147 ตวั
ง. 43,939 ตวั

3. โรงเรยี นมีเงนิ ทั้งหมด 100,000 บาท จา่ ยค่าไฟฟ้าไป 6,590 บาท โรงเรยี นเหลือเงินก่ีบาท
ก. 83,410 บาท
ข. 93,410 บาท
ค. 73,410 บาท
ง. 93,401 บาท

4. โรงเรียนซือ้ คอมพวิ เตอร์ 55,460 บาท ซอื้ ตเู้ กบ็ เอกสาร 21,580 บาท โรงเรียนตอ้ งจา่ ยเงิน
ท้งั หมดกีบ่ าท

ก. 76,040 บาท
ข. 77,400 บาท

ค. 77,040 บาท
ง. 67,040 บาท

5. ปีท่แี ล้วสวนสตั วจ์ ่ายคา่ อาหารสัตว์ 75,000 บาท ปีนจ้ี า่ ย 65,488 บาท ปีทแี่ ล้วจา่ ยคา่ อาหารสตั ว์
มากกว่าปีนก้ี บ่ี าท

ก. 9,512 บาท
ค. 9,500 บาท
ค. 9,215 บาท
ง. 9,600 บาท

6. เดอื นธนั วาคมสวนสตั ว์ขายของท่ีระลึกไดเ้ งนิ 25,400 บาท เดือนมกราคมขายไดม้ ากกว่าเดือน
ธันวาคม 7,990 บาท เดอื นมกราคมสวนสัตว์ขายของทร่ี ะลึกไดเ้ งนิ ก่ีบาท

ก. 33,399 บาท
ข. 34,399 บาท
ค. 43,399 บาท
ง. 33,330 บาท

7. วนั นม้ี ีคนเขา้ ชมการแสดงแมวนำ้ 10,456 คน มีคนเขา้ ชมการแสดงช้าง 8,100 คน วนั น้ีมคี นเขา้ ชม
การแสดงแมวนำ้ มากกว่าชมการแสดงชา้ งกค่ี น

ก. 2,356 คน
ข. 1,653 คน
ค. 3,356 คน
ง. 1,356 คน

8. เดอื นน้ีสวนสัตวข์ ายตั๋วรถไฟฟ้าได้เงิน 47,200 บาท ขายตัว๋ รถลางไดเ้ งนิ 37,500 บาท สวนสตั ว์ขาย
ต๋ัวรถไฟฟา้ ได้มากกว่ารถลางกบี่ าท

ก. 7,700 บาท
ข. 8,700 บาท
ค. 9,700 บาท
ง. 9,007 บาท

9. ปี พ.ศ.2561 มนี กั ทอ่ งเท่ยี วมาเท่ียวเขอ่ื น 23,250 คน ปี พ.ศ.2562 มีนกั ท่องเทย่ี วมาเทยี่ วเข่ือน
22,988 คน รวมสองเดอื นมีนักท่องเที่ยวมาเท่ียวเขอ่ื นก่คี น

ก. 45,238 คน
ข. 46,283 คน
ค. 46,238 คน
ง. 47,238 คน

10. พนื้ ท่ีการเกษตรทอี่ าศยั นำ้ จากเขื่อนแบ่งเป็นพ้ืนที่ทำนา 67,200 ไร่ พืน้ ทท่ี ำไร่ 22,745 ไร่
รวมพืน้ ที่การเกษตรทอ่ี าศยั นำ้ จากเขือ่ นกไี่ ร่

ก. 87,945 ไร่
ข. 88,945 ไร่
ค. 89,945 ไร่
ง. 86,945 ไร่

11. วันน้ีเขือ่ นปล่อยนำ้ 45,100 ลูกบาศก์เมตร เมื่อวานปลอ่ ยนำ้ 49,999 ลูกบาศก์เมตร รวมสอง
วนั เขอ่ื นปลอ่ ยน้ำกีล่ ูกบาศก์เมตร

ก. 95,099 ลูกบาศกเ์ มตร
ข. 95,909 ลกู บาศก์เมตร
ค. 85,099 ลูกบาศกเ์ มตร
ง. 95,990 ลูกบาศกเ์ มตร

12. เดอื นน้มี นี ักทอ่ งเที่ยว 15,572 คน เปน็ ผู้ชาย 8,698 คน ทเ่ี หลอื เป็นผหู้ ญงิ มนี ักทอ่ งเท่ยี วที่
เปน็ ผหู้ ญิงก่ีคน

ก. 6,847 คน
ข. 6,874 คน
ค. 6,874 คน
ง. 6,270 คน

13. ถนนในหมู่บ้านเส้นทห่ี น่ึงยาว 8,210 เมตร เส้นที่สองยาว 3,990 เมตร ถนนเส้นทส่ี องสัน้ กวา่
ถนนเส้นท่ีหน่ึงกเ่ี มตร

ก. 1,220 เมตร
ข. 5,220 เมตร
ค. 3,220 เมตร
ง. 4,220 เมตร

14. ปีทแี่ ลว้ หมู่บ้านนมี้ ีประชากร 58,590 คน ปีนี้มปี ระชากร 33,664 คน ปีทแี่ ล้วมีประชากร
มากกวา่ ปนี ก้ี ีค่ น

ก. 24,926 คน
ข. 92,254 คน
ค. 24,296 คน
ง. 92,524 คน

15. ชาวสวนเกบ็ แตงโมวันแรกได้ 7,850 กโิ ลกรัม วันที่สองเก็บได้ 23,450 กโิ ลกรมั รวมสองวัน
ชาวสวนเก็บแตงโมไดก้ ีก่ ิโลกรมั

ก. 15,600 กโิ ลกรมั
ข. 31,003 กิโลกรมั
ค. 41,300 กโิ ลกรมั

ง. 31,300 กิโลกรมั

16. ในหมบู่ า้ นมีหนองน้ำกว้าง 3,450 เซนตเิ มตร ยาว 5,670 เซนตเิ มตร ด้านกว้างของหนองนำ้
สัน้ กวา่ ดา้ นยาวเท่าไร

ก. 2,222 เมตร
ข. 2,220 เมตร
ค. 9,120 เมตร
ง. 3,220 เมตร

17. ศาลสมเด็จพระนเรศวรปลกู ดอกกุหลาบ 9,230 ต้น ปลูกดอกพทุ ธรักษามากกว่าดอกกุหลาบ
1,980 ต้น ศาลสมเดจ็ พระนเรศวรปลกู ดอกพุทธรกั ษากีต่ น้

ก. 11,210 ตน้
ข. 16,250 ต้น
ค. 18,210 ตน้
ง. 17,210 ต้น

18. นารอี อกเดนิ ทางจากบา้ นเวลา 09.45 น. ถึงศาลสมเด็จพระนเรศวรเวลา 10.45 น. นารีใช้เวลา
เดินทางกีช่ ่ัวโมง

ก. 2 ชัว่ โมง 30 นาที
ข. 1 ช่ัวโมง 30 นาที
ค. 2 ชว่ั โมง
ง. 1 ชวั่ โมง

19. เดือนกนั ยายนหนูนดิ เก็บค่าบรกิ ารห้องนำ้ ได้เงิน 9,855 บาท เดอื นตุลาคมเก็บได้ 7,450 บาท
รวมสองเดอื นหนนู ดิ เกบ็ เงนิ ค่าบรกิ ารหอ้ งนำ้ ได้เงนิ กบ่ี าท

ก. 16,305 บาท
ข. 18,305 บาท
ค. 17,305 บาท
ง. 15,305 บาท

20. ในการก่อสร้างศาลสมเดจ็ พระนเรศวรต้องใช้เงนิ ท้งั หมด 100,000 บาท มีเงินอยู่แลว้
70,321 บาท ต้องหาเงินมาเพ่ิมอีกกี่บาท

ก. 49,679 บาท
ค. 39,679 บาท
ค. 29,679 บาท
ง. 59,679 บาท

21. วดั น้ีเรม่ิ สร้างเมอ่ื ปีพ.ศ. 2423 สรา้ งเสรจ็ ปพี .ศ. 2498 วดั นี้ใชเ้ วลาสร้างก่ปี ี
ก. 75 ปี
ข. 85 ปี
ค. 65 ปี
ง. 55 ปี

22. เจดีย์สูง 1,050 เมตร วหิ ารสงู 975 เมตร เจดีย์สงู กวา่ วิหารก่เี มตร
ก. 65 เมตร
ข. 75 เมตร
ค. 85 เมตร
ง. 95 เมตร

23. วดั นี้มพี ระ 3,218 รปู มีเณรน้อยกวา่ พระ 455 รปู วดั แหง่ นีม้ เี ณรกี่รูป
ก. 2,673 รปู
ข. 2,763 รปู
ค. 3,673 รปู
ง. 3,763 รูป

24. ปที ี่แล้วทางวัดทอดผา้ ป่าไดเ้ งิน 75,000 บาท ปนี ีท้ อดผ้าป่าได้มากกวา่ ปีทีแ่ ลว้ 10,900 บาท
ปนี ที้ างวดั ทอดผ้าป่าได้เงนิ ก่บี าท

ก. 65,900 บาท
ข. 75,900 บาท
ค. 85,900 บาท
ง. 95,900 บาท

25. สถานอี นามยั เปิดใหบ้ ริการวนั ละ 8 ชั่วโมง ถา้ วนั นี้สถานีอนามยั เปิดเวลา 09.00 น. สถานี
อนามัยตอ้ งปดิ ให้บรกิ ารเวลาใด

ก. 15.00 น.
ข. 16.00 น.
ค. 18.00 น.
ง. 17.00 น.

26. มยี าคุมกำเนิด 14,599 แผง จำหนา่ ยไปแล้ว 2,780 แผง จะเหลือยาคมุ กำเนดิ ทัง้ หมดก่แี ผง

ก. 17,379 แผง
ข. 11,891 แผง
ค. 11,819 แผง
ง. 11,981 แผง

27. มีประชากรในเขตบรกิ าร 11,200 คน เปน็ ประชากรเพศหญงิ 5,577 คน จะเปน็ ประชากร
เพศชายจำนวนกค่ี น

ก. 5,632 คน
ข. 5,623 คน
ค. 5,620 คน
ง. 6,523 คน

28. แกว้ ตาขายปลาได้เงนิ 20,800 บาท ขายกุ้งไดเ้ งนิ 77,210 บาท แกว้ ตาขายปลาและกุ้งไดเ้ งนิ
กี่บาท

ก. 96,900 บาท
ข. 98,500 บาท
ค. 98,010 บาท
ง. 97,500 บาท

29. พ่อคา้ ต้องการซ้อื ผกั ราคา 55,000 บาท มีเงนิ อยู่แลว้ 30,989 บาท พอ่ คา้ ตอ้ งหาเงนิ เพิม่ อีกก่ี
บาท

ก. 85,989 บาท
ข. 24,011 บาท
ค. 85,998 บาท
ง. 24,011 บาท

30. เดอื นน้หี วานตาขายดอกไม้ไดเ้ งิน 60,455 บาท เดอื นทีแ่ ลว้ ขายไดม้ ากกวา่ เดอื นนี้
33,870 บาท เดือนท่แี ลว้ หวานตาขายดอกไมไ้ ดเ้ งินกบี่ าท

ก. 94,425 บาท
ข. 26,585 บาท
ค. 94,325 บาท
ง. 26,485 บาท

เฉลยแบบทดสอบ

1. ง 16. ข
2. ก 17. ก
3. ข 18. ง
4. ค 19. ค
5. ก 20. ค
6. ง 21. ก
7. ก 22. ข
8. ค 23. ข
9. ค 24. ค
10. ค 25. ง
11. ก 26. ค
12. ข 27. ข
13. ง 28. ค
14. ก 29. ง
15. ง 30. ค

ตวั อยา่ งแผนการจัดการเรยี นรู้ 1 แผน

แผนการจัดการเรียนรู้

กล่มุ สาระการเรียนรู้คณติ ศาสตร์ ช้ันประถมศึกษาปี ท่ี 4
หน่วยการเรียนรู้ เรื่อง โจทย์ปัญหาการบวก การลบ จานวน 18 ชั่วโมง
แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 1 เร่ือง โรงเรียนของเรา เวลา 3 ชั่วโมง
สอนวันที่...............เดือน..............................พ.ศ. ………………..

มาตรฐาน ค 1.1 เขา้ ใจความหลากหลายของการแสดงจานวน ระบบจานวน การดาเนินการของ
จานวน ผลท่เี กิดข้นึ จากการดาเนินการ สมบตั ขิ องการดาเนินการ และนาไปใช้

ตวั ชี้วดั

ค 1.1 ป.4/11 แสดงวิธีหาคาตอบของโจทยป์ ัญหา 2 ข้นั ตอน ของจานวนนบั ทีม่ ากกว่า 100,000
และ 0

ค 1.1 ป.4/12 สร้างโจทยป์ ัญหา 2 ข้นั ตอนของจานวนนบั และ 0 พร้อมท้งั หาคาตอบ

สาระสาคญั
โจทยป์ ัญหาการบวก การลบ เป็นสถานการณท์ างคณิตศาสตร์ ในลกั ษณะของการเพมิ่ ข้นึ หรือ

ลดลงจากที่มอี ยเู่ ดิม ในการแกโ้ จทยป์ ัญหาการบวก การลบ สามารถวิเคราะห์โจทยโ์ ดยใชเ้ ทคนิค
KWDL ไดโ้ ดยอ่านใหเ้ ขา้ ใจและวเิ คราะห์โจทยต์ ามลาดบั ดงั น้ี

K : โจทยก์ าหนดอะไรให้บา้ ง
W : โจทยต์ อ้ งการทราบอะไร
D : ดาเนินการแกโ้ จทยป์ ัญหาอยา่ งไร
L : คาตอบทไ่ี ดค้ อื อะไร

จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
1. อธิบายข้นั ตอนและวิธีการแกโ้ จทยป์ ัญหาไดถ้ กู ตอ้ ง (K)
2. เมอื่ กาหนดโจทยป์ ัญหาในชีวติ ประจาวนั ให้สามารถวเิ คราะห์โจทย์ แสดงวธิ ีทา

และหาคาตอบไดถ้ กู ตอ้ ง พร้อมท้งั ตระหนกั ถึงความสมเหตุสมผลของคาตอบทไี่ ด้ (P)
3. นกั เรียนมีคณุ ลกั ษณะทพี่ ึงประสงคท์ ี่ดีในการเรียน (A)

สาระการเรียนรู้
โจทยป์ ัญหาการบวก การลบ โดยใชข้ อ้ มูลจากเร่ือง “โรงเรียนของเรา”

คุณลกั ษณะอันพึงประสงค์
๑. มวี นิ ยั
๒. ใฝ่รู้ใฝ่เรียน
๓. มุ่งมน่ั ในการทางาน

ชิน้ งาน / ภาระงาน
๑. กิจกรรมที่ 1 การตอบคาถามจากการอา่ นเรื่องส้นั ชวนคิด “โรงเรียนของเรา”
๒. กิจกรรมท่ี 2 การแกโ้ จทยป์ ัญหาโดยใชเ้ ทคนิค KWDL
๓. กิจกรรมที่ 3 การแกโ้ จทยป์ ัญหาโดยใชเ้ ทคนิค KWDL
๔. กิจกรรมที่ 4 การแกโ้ จทยป์ ัญหาโดยใชเ้ ทคนิค KWDL
๕. กิจกรรมท่ี 5 การแกโ้ จทยป์ ัญหาโดยใชเ้ ทคนิค KWDL
๖. กิจกรรมท่ี 6 การสร้างและแกโ้ จทยป์ ัญหาจากเร่ืองส้นั ชวนคิด “โรงเรียนของเรา”โดย
ใชเ้ ทคนิค KWDL

กิจกรรมการเรียนรู้

ช่ัวโมงท่ี 1
ทดสอบวดั ผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนก่อนเรียน จานวน 30 ขอ้

ชั่วโมงที่ 2
ข้นั นาเข้าสู่บทเรียน
1. ทดสอบก่อนเรียนเร่ือง โจทยป์ ัญหาการบวก การลบ ชุดที่ 1 เร่ือง โรงเรียนของเรา

จานวน 10 ขอ้
2. จดั กิจกรรมแข่งขนั คิดเลขเร็ว โดยกาหนดโจทยก์ ารบวก การลบ ใหแ้ ข่งขนั กนั

คิดเลขเร็วจานวน 10 ขอ้
ข้นั สอน
3. ยกตวั อยา่ งโจทยป์ ัญหาทีเ่ กี่ยวกบั เร่ืองราวในโรงเรียน ใหน้ กั เรียนร่วมกนั อา่ น ดงั น้ี

สุนารีสูง 142 เซนติเมตร วิรดาสูง 154 เซนติเมตร วิรดาสูงกว่าสุนารีก่ีเซนติเมตร

4. นกั เรียนร่วมกนั วเิ คราะหโ์ จทยป์ ัญหา โดยครูใช้คาถามดงั น้ี
- ส่ิงท่ีโจทยก์ าหนดให้มอี ะไรบา้ ง
- สิ่งที่โจทยต์ อ้ งการทราบคืออะไร

- นกั เรียนจะดาเนินการแกโ้ จทยป์ ัญหาไดอ้ ยา่ งไร
- คาตอบทไี่ ดจ้ ากการแกโ้ จทยป์ ัญหาคืออะไร
- คาตอบทไ่ี ดถ้ กู ตอ้ งสมเหตสุ มผลหรือไม่
5. ติดตาราง KWDL บนกระดาน ครูแนะนาและอธิบายเร่ืองการแกโ้ จทยป์ ัญหาและการ
หาคาตอบโดยใชเ้ ทคนิค KWDL วา่ มขี ้นั ตอนอยา่ งไร และนกั เรียนจะตอ้ งทาอยา่ งไรบา้ งในแต่ละ
ข้นั ตอนของเทคนิค KWDL
6. อาสาสมคั รนกั เรียนออกมาเขียนคาตอบจากตวั อยา่ งโจทยป์ ัญหาทก่ี าหนดให้ ในตาราง
KWDL นกั เรียนและครูร่วมกนั ตรวจสอบความถกู ตอ้ ง มอบรางวลั เป็นเสียงปรบมือสาหรับอาสาสมคั ร

ตวั อยา่ ง สุนารีสูง 142 เซนติเมตร วิรดาสูง 154 เซนติเมตร วริ ดาสูงกว่าสุนารีกี่เซนติเมตร

K : โจทยก์ าหนดอะไรให้บา้ ง สุนารีสูง 142 เซนตเิ มตร
วริ ดาสูง 154 เซนตเิ มตร

W : โจทยต์ อ้ งการทราบอะไร วิรดาสูงกวา่ สุนารีก่ีเซนติเมตร
วิรดาสูง 154 เซนติเมตร เขียนแผนภาพความคิด

- สุนารีสูง 142 เซนตเิ มตร

D : ดาเนินการแกโ้ จทยป์ ัญหาอย่างไร 115424- เซนตเิ มตร
เซนตเิ มตร
ประโยคสัญลกั ษณ์ 154 - 142 = 
วิธีทา 12 เซนตเิ มตร

วิรดาสูง
สุนารีสูง
วริ ดาสูงกว่าสุนารี
ตอบ ๑๒ เซนตเิ มตร

L : คาตอบที่ไดค้ ืออะไร วิรดาสูงกวา่ สุนารี 12 เซนติเมตร

ตรวจคาตอบ 142 + 12 = 154

7. นกั เรียนร่วมกนั อ่านเร่ือง “โรงเรียนของเรา” จากน้นั ใหน้ กั เรียนทาใบกิจกรรมที่ 1
โดยตอบคาถามจากการอ่านเรื่องส้ัน “โรงเรียนของเรา” จานวน 10 ขอ้

8. นกั เรียนแตล่ ะคนทาใบกิจรรมท่ี 2 – 3 โดยนาขอ้ มลู จากการตอบคาถามในกิจกรรมท่ี
1 เตมิ ลงในโจทยป์ ัญหาแตล่ ะขอ้ ใหส้ มบูรณ์ จากน้นั ใหน้ กั เรียนแกโ้ จทยป์ ัญหาโดยใชเ้ ทคนิคของ
KWDL

9. อาสาสมคั รนกั เรียนออกมานาเสนอผลงานหนา้ ช้นั เรียน ขอ้ ละ 3 – 5 คน
ข้นั สรุป
10. นกั เรียนร่วมกนั อภิปรายสรุปข้นั ตอนการแกโ้ จทยป์ ัญหาโดยใชเ้ ทคนิค KWDL
โดยครูคอยแนะนาเพ่ิมเตมิ ในส่วนที่นกั เรียนยงั สรุปไม่ครบถว้ น
11. มอบหมายให้นกั เรียนทาใบกิจกรรมที่ 4 – 5 เป็นการบา้ น

ช่ัวโมงท่ี 3

ข้นั นาเข้าสู่บทเรียน
1. ทบทวนบทเรียนเก่ียวกบั การบวก และการลบ โดยนาบตั รประโยคสัญลกั ษณ์การบวก
และการลบ แลว้ ให้นกั เรียนช่วยกนั หาคาตอบ เช่น

3,600 + 574 =  1,920 - 365 =  4,500 + 2,576 = 

ข้นั สอน
2. นกั เรียนร่วมกนั แตง่ โจทยป์ ัญหาการบวกและการลบจากการอ่าน เรื่อง “โรงเรียนของเรา”

1 ขอ้ ครูเขยี นโจทยท์ ่ีนกั เรียนร่วมกนั แตง่ บนกระดาน
3. นกั เรียนร่วมกนั วิเคราะห์โจทย์ แสดงวิธีทาและหาคาตอบโดยใชเ้ ทคนิค KWDL
4. แบ่งนกั เรียนออกเป็น 5 กลุ่ม ให้แตล่ ะกลุ่มช่วยกนั แต่งโจทยป์ ัญหาการบวกหรือ
การลบจากการอา่ นเรื่องส้ันชวนคิด เร่ือง “โรงเรียนของเรา” กลุ่มละ 1 ขอ้ เขียนลงในกระดาษแผ่นใหญ่
ท่ีครูแจกให้ จากน้นั ร่วมกนั แกโ้ จทยป์ ัญหาโดยใชเ้ ทคนิค KWDL
5. นกั เรียนแต่ละกล่มุ ออกมานาเสนอผลงานหนา้ ช้นั เรียน
6. นกั เรียนแตล่ ะคนทาใบกิจกรรมที่ 6 โดยแตง่ โจทยป์ ัญหาการบวกหรือการลบจาก
เร่ืองส้นั ชวนคดิ เร่ือง “โรงเรียนของเรา” จากน้นั วเิ คราะห์โจทยป์ ัญหาและแกโ้ จทยป์ ัญหาโดยใชเ้ ทคนิค
KWDL

ข้นั สรุป
7. นกั เรียนร่วมกนั สรุปเทคนิคการวเิ คราะห์โจทย์ เช่น

- ถา้ โจทยป์ ัญหาที่มีคาถามวา่ “รวมท้งั หมด” จะเป็นโจทยป์ ัญหาการบวก
- ถา้ โจทยป์ ัญหาทมี่ คี าถามว่า “เหลอื เทา่ ไร” จะเป็นโจทยป์ ัญหาการลบ
8. นกั เรียนทาสอบหลงั เรียนเร่ือง โจทยป์ ัญหาการบวก การลบ ชุดที่ 1 เรื่อง
โรงเรียนของเรา จานวน 10 ขอ้

ส่ือและแหล่งการเรยี นรู้

1. ชุดกิจกรรม ชุดท่ี 1 “โรงเรียนของเรา”
2. แถบประโยคโจทยป์ ัญหาการบวก การลบ
3. แผนภาพ KWDL

การวดั และประเมนิ ผล วิธีการวดั เคร่ืองมือวดั เกณฑก์ ารประเมนิ ผล
1.สังเกตการอธิบาย
จดุ ประสงค์ 2.ตรวจแบบทดสอบ 1.แบบสังเกตการอธิบาย 1. อธิบายข้นั ตอนและ
1.อธิบายข้นั ตอนและ
วธิ ีการแกโ้ จทยป์ ัญหา 2.แบบทดสอบ วธิ ีการแกโ้ จทยป์ ัญหา
ไดถ้ ูกตอ้ ง (K)
ไดร้ ะดบั คุณภาพดีข้นึ

ไป

2.ทาแบทดสอบได้

ถูกตอ้ งไมน่ อ้ ยกว่า

ร้อยละ 80 ถือว่าผ่าน

เกณฑ์

2.เมอื่ กาหนดโจทย์ 1.ตรวจชุดกิจกรรม 1.แบบประเมนิ การตรวจ 1.ทาชุดกิจกรรมได้
ปัญหาในชีวิตประจาวนั
ใหส้ ามารถวิเคราะห์ ชุดกิจกรรม ถกู ตอ้ งไมน่ อ้ ยกว่าร้อย
โจทย์ แสดงวิธีทา
และหาคาตอบได้ ละ 80 ถอื ว่าผ่านเกณฑ์
ถูกตอ้ ง พร้อมท้งั
ตระหนกั ถึงความ แบบประเมินคุณลกั ษณะ ผ่านเกณฑก์ ารประเมิน
สมเหตสุ มผลของ
คาตอบทไี่ ด้ (P)
3.นกั เรียนมีคณุ ลกั ษณะ สังเกตพฤติกรรมการ

ทพี่ งึ ประสงคท์ ี่ดีในการ ร่วมกิจกรรมของ อนั พึงประสงคข์ อง คณุ ลกั ษณะอนั พงึ
นกั เรียน ประสงค์ ไดร้ ะดบั
เรียน (A) นกั เรียน คณุ ภาพดีข้นึ ไป

ความคดิ เห็นของผ้บู ริหาร

ไดต้ รวจแผนการจดั การเรียนรู้ที่ ๑ กลมุ่ สาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ เรื่อง โจทยป์ ัญหา

การบวก การลบ ชุดท่ี 1 “โรงเรียนของเรา” มีความเห็นดงั น้ี

๑. องคป์ ระกอบของแผนการจดั การเรียนรู้ครบถว้ น

( ) ดีมาก ( ) ดี

( ) พอใช้ ( ) ควรปรับปรุง

๒. สอดคลอ้ งกบั มาตรฐานการเรียนรู้ / ตวั ช้ีวดั

( ) สอดคลอ้ งครอบคลุ ม ( ) ไม่สอดคลอ้ งไม่ครอบคลุม

๓. การจดั กิจกรรมการเรียนรู้ไดเ้ หมาะสม เนน้ ผเู้ รียนเป็นสาคญั

( ) ดีมาก ( ) ดี

( ) พอใช้ ( ) ควรปรับปรุง

๔. การใชส้ ื่อและนวตั กรรมทีห่ ลากหลายและเหมาะสม

( ) ดีมาก ( ) ดี

( ) พอใช้ ( ) ควรปรับปรุง

๕. การวดั ผลประเมนิ ผลเหมาะสม

( ) ดีมาก ( ) ดี

( ) พอใช้ ( ) ควรปรับปรุง

ข้อเสนอแนะอ่ืนๆ

..............................................................................................................................................................

.......................................................................................................................................................................

.....................................................................................................................................................

.......................................................................................................................................................................

.....................................................................................................................................................

ลงช่ือ............................................
(.....................................)

ผอู้ านวยการโรงเรียน...............

บันทกึ ผลหลังการเรียนรู้
ด้านความรู้ (K)
นกั เรียนผ่านเกณฑก์ ารอธิบายข้นั ตอนและวิธีการแกโ้ จทยป์ ัญหา
จานวน.............. คน คิดเป็นร้อยละ ............
นกั เรียนผ่านเกณฑก์ ารทาแบบทดสอบ
จานวน.............. คน คิดเป็นร้อยละ ............

ด้านทกั ษะกระบวนการ (P)
นกั เรียนผ่านเกณฑก์ ารวิเคราะหโ์ จทยป์ ัญหา แสดงวธิ ีทาและหาคาตอบ

จานวน.............. คน คดิ เป็นร้อยละ ............

ด้านคณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์ (A)
นกั เรียนผ่านเกณฑก์ ารประเมนิ คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์

ระดบั คณุ ภาพ ดีมาก จานวน.............. คน คดิ เป็นร้อยละ ............
ระดบั คุณภาพ ดี จานวน.............. คน คดิ เป็นร้อยละ ............
ระดบั คณุ ภาพ พอใช้ จานวน.............. คน คิดเป็นร้อยละ ............
ระดบั คณุ ภาพ ปรับปรุง จานวน.............. คน คิดเป็นร้อยละ ............

ปัญหาและอปุ สรรค
..............................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................
ข้อเสนอแนะและแนวทางแก้ไข
..............................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................

ลงช่ือ .............................................
(.......................................)

แบบสังเกตการอธบิ าย (K)

การอธบิ าย
ระดบั คณุ ภาพ ผลการตดั สิน
เลขท่ี ช่ือ – สกลุ ๔๓๒ ๑

เกณฑ์การให้คะแนน

คะแนน ๔ คะแนน ระดบั คณุ ภาพ ดีมาก
คะแนน ๓ คะแนน ระดบั คณุ ภาพ ดี
คะแนน ๒ คะแนน ระดบั คณุ ภาพ พอใช้
คะแนน ๑ คะแนน ระดบั คณุ ภาพ ควรปรบั ปรุง

เกณฑ์การตดั สิน ไดร้ ะดบั คุณภาพดีข้นึ ไปถือวา่ ผา่ น

รายละเอยี ดเกณฑ์การให้คะแนนการอธบิ าย

รายการประเมนิ เกณฑ์การประเมนิ

อธิบายข้นั ตอนและ ๔๓๒ ๑
วิธีการแกโ้ จทยป์ ัญหา
อธิบายไดถ้ กู ตอ้ ง อธิบายไดถ้ ูกตอ้ ง อธิบายไดถ้ ูกตอ้ ง อธิบายไมถ่ กู ตอ้ ง

รวดเร็ว แตต่ อบชา้ แต่ชา้ มาก ไม่มีความมน่ั ใจ

มีความมน่ั ใจ มีอาการลงั เล มีอาการลงั เลมาก มอี าการลงั เลมาก

ในการตอบ เล็กนอ้ ย น้าเสียงแผ่วเบา น้าเสียงแผ่วเบา
เสียงดงั ฟังชดั เสียงดงั ฟังชดั

แบบประเมนิ การตรวจชุดกิจกรรม

ชุดที่ 1 “โรงเรียนของเรา”

สรุป

เลข ช่ือ – สกุล ิกจกรรมท่ี 2 รวม
ท่ี ิกจกรรมที่ 3 10
ิกจกรรมที่ 4
ิกจกรรมท่ี 5
ิกจกรรมท่ี 6

10 10 10 10 10 ผ่าน ไม่ผ่าน

เกณฑ์การประเมิน (ผ่าน 80%) ได้คะแนนรวม 40 คะแนนขนึ้ ไปถือว่าผ่านเกณฑ์

รายละเอยี ดเกณฑ์การให้คะแนนการตรวจใบกจิ กรรมที่ 2 - 5

กิจกรรมที่ 2 - 5 จานวน 4 กิจกรรม ให้คะแนนกจิ กรรมละ 10 คะแนน รวม 40 คะแนน

ประเด็นการประเมนิ เกณฑ์การให้คะแนน

1 คะแนน 0 คะแนน

1. บอกส่ิงทโี่ จทยก์ าหนดให้ เขยี นไดถ้ กู ตอ้ ง ครบถว้ น เขียนไมถ่ ูกตอ้ ง ไม่ครบถว้ น

2. บอกสิ่งทโี่ จทยต์ อ้ งการทราบ เขยี นไดถ้ กู ตอ้ ง ครบถว้ น เขยี นไม่ถูกตอ้ ง ไม่ครบถว้ น

3. เขียนแผนภาพความคดิ เขียนไดถ้ กู ตอ้ ง ครบถว้ น เขยี นไม่ถูกตอ้ ง ไมค่ รบถว้ น

4. เขียนประโยคสัญลกั ษณ์ เขียนไดถ้ กู ตอ้ ง ครบถว้ น เขยี นไม่ถูกตอ้ ง ไม่ครบถว้ น

5. ข้นั ตอนการแสดงวธิ ีทา เขยี นไดถ้ ูกตอ้ ง ครบถว้ น เขยี นไมถ่ ูกตอ้ ง ไมค่ รบถว้ น

6. เขียนสัญลกั ษณ์ (+ หรือ -) เขียนสัญลกั ษณถ์ กู ตอ้ ง ไม่เขยี นสัญลกั ษณ์ หรือเขยี น

ในข้นั ตอนการแสดงวธิ ีทา ไมถ่ กู ตอ้ ง

7. เขียนจานวนตรงกนั ทุกหลกั เขยี นจานวนไดถ้ ูกตอ้ งตรงกนั เขยี นจานวนไม่ตรงกนั ทกุ หลกั

ในข้นั ตอนการแสดงวิธีทา ทกุ หลกั

8. คาตอบ คาตอบถูกตอ้ ง คาตอบไมถ่ ูกตอ้ ง

9.การสรุปคาตอบ สรุปคาตอบไดถ้ กู ตอ้ ง สรุปคาตอบไมถ่ กู ตอ้ ง

ครบถว้ น ไม่ครบถว้ น

10.การตรวจคาตอบ ตรวจคาตอบไดถ้ กู ตอ้ ง ตรวจคาตอบไมถ่ ูกตอ้ ง

ไมค่ รบถว้ น

รายละเอยี ดเกณฑ์การให้คะแนนการตรวจใบกิจกรรมท่ี 6

ประเด็นการประเมนิ เกณฑ์การให้คะแนน

1. การสร้างโจทยป์ ัญหา 1 คะแนน 0 คะแนน
2. บอกสิ่งท่โี จทยก์ าหนดให้
3. บอกสิ่งทีโ่ จทยต์ อ้ งการทราบ สร้างโจทยป์ ัญหาไดถ้ กู ตอ้ ง สร้างโจทยป์ ัญหาไดถ้ กู ตอ้ ง
4. เขียนแผนภาพความคิด
5. เขียนประโยคสัญลกั ษณ์ เขยี นไดถ้ กู ตอ้ ง ครบถว้ น เขยี นไมถ่ กู ตอ้ ง ไม่ครบถว้ น
6. ข้นั ตอนการแสดงวธิ ีทา
7. เขียนจานวนตรงกนั ทกุ หลกั เขียนไดถ้ ูกตอ้ ง ครบถว้ น เขียนไม่ถูกตอ้ ง ไมค่ รบถว้ น
ในข้นั ตอนการแสดงวิธีทา
8. คาตอบ เขยี นไดถ้ ูกตอ้ ง ครบถว้ น เขยี นไมถ่ กู ตอ้ ง ไม่ครบถว้ น
9.การสรุปคาตอบ
เขยี นไดถ้ ูกตอ้ ง ครบถว้ น เขยี นไม่ถูกตอ้ ง ไม่ครบถว้ น
10.การตรวจคาตอบ
เขียนไดถ้ กู ตอ้ ง ครบถว้ น เขยี นไม่ถูกตอ้ ง ไม่ครบถว้ น

เขยี นจานวนไดถ้ กู ตอ้ งตรงกนั เขยี นจานวนไมต่ รงกนั ทุกหลกั

ทกุ หลกั

คาตอบถกู ตอ้ ง คาตอบไม่ถกู ตอ้ ง

สรุปคาตอบไดถ้ กู ตอ้ ง สรุปคาตอบไมถ่ ูกตอ้ ง

ครบถว้ น ไม่ครบถว้ น

ตรวจคาตอบไดถ้ กู ตอ้ ง ตรวจคาตอบไมถ่ ูกตอ้ ง

ไมค่ รบถว้ น

มี ิวนัย แบบประเมนิ คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์ของผ้เู รยี น
ใ ่ฝเ ีรยน ู้รคาช้ีแจง ทาเคร่ืองหมาย ✓ ลงในช่องรายการสังเกตพฤตกิ รรมท่กี าหนด
มุ่งมั่นในการ
ทางาน รายการสังเกต
ความเพลิดเพลินเลขที่ ช่ือ – สกลุ
ในการเ ีรยน
รวมคะแนน3 2 1 3 2 1 3 2 1 3 2 1 12
ส ุรปผลการระเมิน
่ผาน / ไม่ ่ผานเกณฑ์การให้คะแนน 3 = ดีมาก , 2 = ดี , 1 = พอใช้
เกณฑ์การประเมนิ ได้คะแนนรวม 8 คะแนน ขนึ้ ไปถือว่าผ่านเกณฑ์

รายละเอยี ดเกณฑ์การให้คะแนนการสังเกตคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ของนกั เรียน

ระดบั คะแนน 3 21

ประเด็นการประเมนิ ปฏิบตั ิตนอยใู่ นขอ้ ตกลง ปฏบิ ตั ิตนอยใู่ นขอ้ ตกลง ปฏิบตั ิตนอยใู่ น

มวี ินยั ทก่ี าหนดให้ร่วมกนั ท่กี าหนดใหร้ ่วมกนั เป็น ขอ้ ตกลงทีก่ าหนดให้

ใฝ่ เรียนรู้ ทกุ คร้งั ส่วนใหญ่ ร่วมกนั เป็นบางคร้งั

ตอ้ งอาศยั การแนะนา

ต้งั ใจเรียน มสี มาธิ ต้งั ใจเรียน มสี มาธิ ไมต่ ้งั ใจเรียน

ในการเรียนกระตอื รือร้น ในการเรียนกระตอื รือร้น คยุ หรือเลน่ ในเวลาเรียน

สนใจร่วมกิจกรรม สนใจร่วมกิจกรรม และไมส่ นใจร่วม

อยเู่ สมอ เป็ นบางเวลา กิจกรรม

มุ่งมนั่ ในการทางาน มีความรับผิดชอบตอ่ งาน มีความรับผิดชอบดี ไม่คอ่ ยมคี วาม
รบั ผิดชอบ
ท่ไี ดร้ บั มอบหมายดีมาก คดั ลอกผลงานของผอู้ นื่ คดั ลอกผลงานของผอู้ นื่
ส่งงานล่าชา้
ทาผลงานไดด้ ว้ ยตนเอง เป็นบางคร้ัง
เงียบขรึม ไม่ร่าเริง
ส่งงานไดต้ รงตามเวลา ส่งงานไดต้ รงตามเวลา แจม่ ใส

ทก่ี าหนด ทีก่ าหนด

มคี วามเพลิดเพลนิ มีความสุข สนุกสนาน มคี วามสุข สนุกสนาน

ในการเรียน ร่าเริงแจม่ ใส ในการเรียน ร่าเริงแจ่มใสเป็นบาง

อยเู่ สมอ เวลา

บรรณานุกรม

ไชยยศ เรอื งสุวรรณ. Active Learning. ข่าวสารวชิ าการ คณะเภสชั ศาสตร์
มหาวิทยาลยั เชยี งใหม่ ประจำเดือนพฤศจิกายน, ๒๕๕๓.

ณัชนัน แก้วชัยเจรญิ กิจ. บทบาทของครูผ้สู อนในการจดั กิจกรรมและวธิ กี ารปฏบิ ตั ิตาม
แนวทางของ Active Learning. สืบค้นจาก http//www.kroobannok.com เมอื่
๑๕ พฤษภาคม ๒๕๖๔.

จำรสั น้อยแสงสรี. คู่มอื การศกึ ษาเทคนิคและวิธีสอนของคร.ู กรงุ เทพมหานคร : มหาวทิ ยาลัยศรี
นครนิ ทรวิโรฒ ประสานมติ ร, 2540.

ชยั วฒั น์ สทุ ธริ ตั น.์ 80 นวัตกรรมการจดั การเรียนรู้ทเ่ี นน้ ผูเ้ รียนเปน็ สำคัญ. พิษณโุ ลก : โปรแกรม
2550

ชัยพร รูปน้อย. คู่มอื เกม. กรงุ เทพมหานคร : โอเดียนสโตร,์ 2540.
ดวงมน ปรปิ ุณณะ. เทคนคิ และวิธสี อนในระดบั ประถมศกึ ษา. กรงุ เทพมหานคร : ไทยวัฒนาพานิช,

2547
ธีระพฒั น์ ฤทธ์ิทอง. 30 รปู แบบการจัดกจิ กรรมโดยยึดผเู้ รยี นเป็นสำคัญ. กรุงเทพฯ : เฟ่ืองฟา้

พรนิ้ ตง้ิ , 2545.
นิรมล ชยดุ ลาหกจิ . การจัดกจิ กรรมการเรียนรู้โดยยึดผเู้ รยี นเป็นสำคัญ. กรงุ เทพมหานคร : ต้นออ้ ,

2544.
สถาบนั สง่ เสรมิ การสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลย.ี มาตรฐานการเรยี นรแู้ ละตวั ชี้วัด กลมุ่ สาระ

การเรียนรคู้ ณิตศาสตร์ (ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ.2560) ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขน้ั
พื้นฐาน พุทธศกั ราช 2551. กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพ์ชมุ นุมสหกรณก์ ารเกษตรแห่งประเทศ
ไทยจำกัด, 2560
สถาบนั สง่ เสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี. หนงั สือเรยี นรายวชิ าพนื้ ฐานคณิตศาสตร์
ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ี่ 5 ตามมาตรฐานและตวั ช้ีวัด กลมุ่ สาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์
(ฉบบั ปรบั ปรุง พ.ศ. 2560) ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาข้ันพืน้ ฐาน พุทธศักราช
2551 (พมิ พค์ ร้ังท่ี 1). กรงุ เทพมหานคร : โรงพมิ พ์ สกสค. ลาดพร้าว, 2562


Click to View FlipBook Version