The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

โครงการส่งเสริมการปลูกพืชสุขภาพและการแพทย์ ธ.ก.ส.ร่วมกับกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ภาคีเครือข่ายภาครัฐ เอกชน ส่งเสริม สนับสนุน การพัฒนา ในปี 2566

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by plukardhan, 2024-04-11 23:42:53

โครงการส่งเสริมการปลูกพืชสุขภาพและการแพทย์

โครงการส่งเสริมการปลูกพืชสุขภาพและการแพทย์ ธ.ก.ส.ร่วมกับกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ภาคีเครือข่ายภาครัฐ เอกชน ส่งเสริม สนับสนุน การพัฒนา ในปี 2566

Keywords: พืชสมุนไพรไทย

บัญชี 2566 ก มงานพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก ายพัฒนาลูก าและชุมชน ผลการดำเนินงาน โครงการ งเสริมการปลูกพืชสุขภาพและการแพท


สารบัญ หน้า บทสรุปผู้บริหาร หลักการและเหตุผล 1 นิยามศัพท์ 1 วัตถุประสงค์ 1 เป้าหมายการดำเนินงาน 1 ระยะเวลาการดำเนินงาน 2 กรอบงบประมาณ 2 การดำเนินโครงการ 2 ผลลัพธ์การดำเนินโครงการส่งเสริมการปลูกพืชสุขภาพและการแพทย์ปีบัญชี 2566 4 ผลการดำเนินงานแยกตามประเภทกิจกรรมทางธุรกิจและตามจำนวนสมาชิก ปีบัญชี 2566 5 ผลการดำเนินงานแยกตามประเภทผลผลิต ณ 31 มี.ค. 2567 6 ถอดบทเรียนโครงการส่งเสริมการปลูกพืชสุขไพรและการแพทย์จำนวน 18 แห่ง 8 ปัญหา-อุปสรรค 26 ข้อเสนอแนะ 26 ภาคผนวก สรุปผลการสัมมนาโครงการสัมมนาเชิงปฏิบัติการยกระดับเครือข่ายผู้ปลูกพืชสมุนไพร 28 ครั้งที่ 1 สรุปผลการสัมมนาโครงการสัมมนาเชิงปฏิบัติการยกระดับเครือข่ายผู้ปลูกพืชสมุนไพร 30 ครั้งที่ 2


บทสรุปผู้บริหาร (Executive Summary) โครงการส่งเสริมการปลูกพืชสุขภาพและการแพทย์ โครงการส่งเสริมการปลูกพืชสุขภาพและการแพทย์ จัดทำขึ้นเพื่อพัฒนาศักยภาพกลุ่มองค์กรและชุมชน แบบบูรณาการอย่างยั่งยืนภายใต้ BCG Model ส่งเสริมการขับเคลื่อนการเป็นเกษตรมูลค่าสูงโดยชุมชนเป็น ศูนย์กลาง ร่วมมือกับภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อถ่ายทอดความรู้ความเข้าใจ ด้านพืชสุขภาพและการ แพทย์ ส่งเสริมให้มีการพัฒนาผลิตภัณฑ์สมุนไพรอย่างเป็นระบบสอดคล้องกับอัตลักษณ์ของแต่ละชุมชนทั้งการ ผลิต แปรรูป จัดจำหน่าย ส่งเสริมให้ชุมชนได้รู้จักคุณค่าพืชสมุนไพร สามารถนำพืชสมุนไพรพื้นบ้านในท้องถิ่นยก ระดับผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทยให้มีคุณภาพและมาตรฐานเป็นที่ยอมรับในระดับสากล ตรงกับความต้องการของ ตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ สร้างรายได้ให้แก่ครัวเรือนและชุมชน เป้าหมายดำเนินงานเพื่อส่งเสริมการ รวมกลุ่มสร้างมูลค่าเพิ่มพืชสุขภาพและการแพทย์ (พืชสมุนไพร) จำนวน 18 แห่ง การดำเนินการด้านพืชสุขภาพและการแพทย์ ต้องอาศัยบุคคลที่มีความรู้ความเข้าใจ ความสามารถมา เป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงการทำเกษตรแบบดั้งเดิมสู่เกษตรเทคโนโลยี เพราะทุกขั้นตอนต้องผลิตให้ได้มาตรฐาน เช่น มาตรฐานการผลิต มาตรฐานสารสำคัญ มาตรฐานผลิตภัณฑ์ มาตรฐาน อย. เป็นต้น เพื่อให้สินค้าเป็นที่ ยอมรับในตลาด ประกอบกับปัจจุบันผู้ทำการเกษตรมีอายุค่อนข้างสูงวัย จึงต้องมีการปรับใช้เทคโนโลยี ทั้งการ ผลิต การแปรรูป การจำหน่ายให้เหมาะสม สร้างเกษตรกรรุ่นใหม่ ทายาททดแทน สร้างกระบวนการรวมกลุ่มให้ เข้มแข็ง มีการเชื่อมโยงเครือข่ายการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ เทคโนโลยีนวัตกรรมใหม่ๆ และลดข้อจำกัดด้าน กฎหมายในพืชสมุนไพรบางชนิด ผลการดำเนินงานโครงการส่งเสริมการปลูกพืชสุขภาพและการแพทย์ปีบัญชี 2566 ณ 31 มีนาคม 2567 ผลลัพธ์เชิงปริมาณ (Output) เกิดการสร้างกลุ่มเพื่อส่งเสริมการปลูกพืชสุขภาพและการแพทย์ จำนวน 18 แห่ง รวมทั้งผสานความร่วมมือกับกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกจัดทำบันทึกความ เข้าใจ (MOU) ระหว่างทั้ง 2 หน่วยงานเพื่อร่วมพัฒนาศักยภาพชุมชน และหาช่องทางจัดจำหน่าย หรือเชื่อมโยง ตลาดพืชสมุนไพร ส่งเสริมให้มีการพัฒนาผลิตภัณฑ์สมุนไพรอย่างเป็นระบบซึ่งจะทำให้ผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทยมี คุณภาพและมาตรฐานเป็นที่ยอมรับในระดับสากล ผลลัพธ์เชิงคุณภาพ (Outcome) มีการสร้างงาน สร้างรายได้จำนวน 18 แห่ง เป็นเงิน 15 ล้านบาท อำนวยสินเชื่อจำนวน 6.5 ล้านบาท และมีการบูรณาการบริหารงบประมาณจากภาคีเครือข่าย ผลกระทบเชิงบวก (Impact) เกษตรกรได้รับประโยชน์จากโครงการจำนวน 471 ราย มีการรวบรวม แปรรูปผลผลิต การผลิตเกษตรมูลค่าสูงได้มาตรฐาน เกิดเครือข่ายเกษตรกรลูกค้าที่เข้มแข็ง สร้างเศรษฐกิจฐานราก ที่ยั่งยืน ข้อเสนอแนะ ชุมชนควรได้รับการส่งเสริมจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชนอย่างต่อเนื่องในทุกๆด้าน เพื่อพัฒนายกระดับการผลิตให้ได้มาตรฐานตามความต้องการของตลาด ผลิตภัณฑ์เหมาะสมในเชิงการค้า เกษตรกร/ชุมชนควรสร้างธุรกิจที่ต่อเนื่องจากผลิตภัณฑ์สมุนไพร มีการเชื่อมโยงเครือข่ายสมุนไพรไทยเพื่อแลก เปลี่ยนเรียนรู้การแบ่งปันองค์ความรู้ข้อมูลผลิตภัณฑ์รวมถึงให้ความสำคัญของการรวมกลุ่ม การจัดการกลุ่มที่ดี การสร้างเกษตรกรรุ่นใหม่ ทายาททดแทนเพื่อสืบทอดองค์ความรู้ภูมิปัญญาต่อไป ฝ่ ค้


โครงการส่งเสริมการปลูกพืชสุขภาพและการแพทย์ 1.หลักการและเหตุผล ตามข้อบังคับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ฉบับที่ 53 ว่าด้วยกองทุนพัฒนาการตลาด และพัฒนาชนบท มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นเงินทุนหมุนเวียนในการสนับสนุนเกี่ยวกับการพัฒนาชนบทและการ พัฒนาการตลาด ในการดำเนินการตามวัตถุประสงค์ของกองทุนให้รวมถึงการดำเนินการอื่นใดที่เกี่ยวเนื่องกับ การพัฒนาชนบทและการพัฒนาด้านการตลาด หรือเรื่องอื่นๆ ในด้านเศรษฐกิจ ด้านสังคม ด้านสิ่งแวดล้อม และ ด้านอื่นๆ ธนาคารได้ลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ร่วมกับกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก โดยมีบทบาทในการส่งเสริมให้ชุมชนได้รู้จักคุณค่าพืชสมุนไพร สามารถนำพืชสมุนไพรพื้นบ้านในท้องถิ่นของตน มาใช้ให้เกิดประโยชน์ สร้างรายได้ให้แก่ครัวเรือนและชุมชน สอดคล้องกับอัตลักษณ์ของแต่ละชุมชน เพื่อ เป็นการยกระดับกระบวนการผลิตให้ได้มาตรฐาน สามารถเพิ่มผลผลิต ลดต้นทุน และเพิ่มรายได้ รวมถึงการ แปรรูปการรวบรวม หรือการเชื่อมโยงตลาด การพัฒนาผลิตภัณฑ์สมุนไพรอย่างเป็นระบบ ตรงกับความต้องการ ของตลาดมีตลาดรับซื้อชัดเจน ทั้งในประเทศและต่างประเทศจะได้มีคุณภาพและมาตรฐานเป็นที่ยอมรับในระดับ สากล  ฝ่ายพัฒนาลูกค้าและชุมชน ได้จัดทำ “โครงการส่งเสริมการปลูกพืชสุขภาพและการแพทย์” ส่งเสริม การขับเคลื่อนการเป็นเกษตรมูลค่าสูง ด้านพืชสุขภาพและการแพทย์ ร่วมมือกับภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐและ เอกชน เป็นโอกาสในการส่งเสริมกลุ่มเกษตรกรที่สนใจ และประกอบกิจกรรมด้านพืชสมุนไพร เพื่อสร้างต้นแบบ ในการพัฒนาเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของสมาชิกในชุมชนได้อย่างยั่งยืน 2. คำนิยาม พืชสุขภาพและการแพทย์ หมายถึง พืชสมุนไพร ที่สามารถนำมาใช้เป็นยารักษาโรคต่างๆและบำรุง ร่างกายได้โดยได้จากส่วนต่างๆ ของพืชโดยตรง (พืชวัตถุ) หรือส่วนต่างๆ ที่นำมานั้นมีสารที่สามารถใช้เป็นยาได้ เช่น  ใบ ดอก ผล เปลือกผล เมล็ด เปลือกเมล็ด รากหรือหัว ต้น แก่น กระพี้เนื้อไม้เปลือกไม้เป็นต้น 3. วัตถุประสงค์ 3.1 เพื่อส่งเสริมให้ชุมชนได้รู้จักคุณค่าพืชสมุนไพร  สามารถนำพืชสมุนไพรพื้นบ้านในท้องถิ่น ของตนมาใช้ให้เกิดประโยชน์สอดคล้องกับอัตลักษณ์ของแต่ละชุมชน สร้างรายได้ให้แก่ครัวเรือนและชุมชน 3.2 เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้เทคโนโลยียกระดับมาตรฐานการผลิต มาตรฐานสารสำคัญ การแปรรูป การรวบรวม การสร้างผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทยที่มีคุณภาพและมาตรฐานเป็นที่ยอมรับในระดับสากล ร่วมกับภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐและเอกชน 3.3 เพื่อเชื่อมโยงตลาดสมุนไพรอย่างเป็นระบบ ตรงกับความต้องการของตลาด  ทั้งในประเทศ และต่างประเทศ 4. เป้าหมายการดำเนินงาน 4.1 ชุมชนเดิมหรือชุมชนอื่นในจังหวัดที่ดำเนินการโครงการส่งเสริมการปลูกพืชสุขภาพและ การแพทย์ของปีบัญชี 2565 จำนวน 11 จังหวัด จังหวัดละ 1 ชุมชน ได้แก่ เชียงราย พิษณุโลก มหาสารคาม ศรีสะเกษ สระบุรีจันทบุรีนครปฐม สุราษฎร์ธานีนราธิวาส ปัตตานีและยะลา 4.2 ชุมชนที่เป็นเป้าหมายการส่งเสริมโครงการพัฒนาเมืองสมุนไพรของกระทรวงสาธารณสุข อีก 7 จังหวัด จังหวัดละ 1 ชุมชน ดังนี้อุทัยธานีสกลนคร อำนาจเจริญ อุบลราชธานีปราจีนบุรีสระแก้ว และ อุดรธานี   โครงการส่งเสริมการปลูกพืชสุขภาพและการแพทย์ 1 ฝ่ ค้


5. ระยะเวลาดำเนินงาน ระหว่างวันที่ 1 เมษายน 2566 - 31 มีนาคม 2567 โดยมีรายละเอียด ดังนี้ 5.1 รายงานชุมชนที่สมัครเข้าร่วมโครงการ ภายในวันที่ 30 มิถุนายน 2566 5.2 รายงานผลการดำเนินงานของชุมชน ภายในวันที่ 31 มกราคม 2567 6. กรอบงบประมาณ งบประมาณการดำเนินโครงการ ธนาคารสนับสนุนงบประมาณสำหรับจัดอบรม จัดเวทีการให้ความรู้ หรือศึกษาดูงาน ด้านการผลิต รวบรวมผลผลิต แปรรูป หรือการเชื่อมโยงตลาด เข้าสู่การรับรองมาตรฐาน ผลิตภัณฑ์สมุนไพร แห่งละ 20,000 บาท โดยบริหารงบประมาณสำหรับเป็น ค่าอาหารและเครื่องดื่มของว่าง ค่า พาหนะเดินทาง ค่าวิทยากร ค่าสถานที่ เบ็ดเตล็ด 7. การดำเนินโครงการ 7.1 ค้นหา/คัดเลือกชุมชน พนักงานพัฒนาลูกค้า สนจ. และพนักงานที่ได้รับมอบหมาย ร่วมกับ ภาคีเครือข่าย ค้นหาชุมชนกลุ่มเป้าหมายจากข้อ 4 โดยพิจารณาและคัดเลือกชุมชนที่มีศักยภาพ มีความรู้ความ พร้อมด้านการผลิต /การแปรรูป /การรวบรวม  มีการเชื่อมโยงตลาดพืชสุขภาพและการแพทย์ ทั้งนี้ควร พิจารณาชุมชนในโครงการแก้หนี้แก้จน ตามแนวทาง D&MBA : Design & Manage By Area โดยประสานใจ ลดหนี้ครัวเรือนเกษตรกรลูกค้าหรือโครงการเกษตรมูลค่าสูง เป็นลำดับแรก พร้อมทั้งบันทึกข้อมูลในแบบรายงาน การค้นหากลุ่มเป้าหมาย และรายงานผลการค้นหาชุมชนที่สมัครเข้าร่วมโครงการให้ฝลช. พร้อมทั้งสำเนา ฝสข. ทราบ ทางระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ ภายในวันที่ 30 มิถุนายน 2566 7.2 จัดทำแผนการพัฒนาและดำเนินการตามแผนพนักงานพัฒนาลูกค้า สนจ. และพนักงานที่ ได้รับมอบหมาย ร่วมกับภาคีเครือข่าย ดำเนินการดังนี้  7.2.1 วิเคราะห์ข้อมูลหรือกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการส่งเสริมปลูกพืชสุขภาพและการ แพทย์ วางแผนจัดอบรม จัดเวทีการให้ความรู้หรือศึกษาดูงาน เช่น หลักสูตรด้านการควบคุมคุณภาพวัตถุดิบ สมุนไพรและสารสกัด หลักสูตรด้านการส่งเสริมมาตรฐานสมุนไพรไทยสู่อุตสาหกรรม หลักสูตรด้านมาตรฐานยา สมุนไพร หลักสูตรการได้รับมาตรฐาน GAP หลักสูตรการได้รับมาตรฐาน GMP หลักสูตรมาตรฐานอินทรีย์ หลักสูตรนวดแผนไทย การตลาด การเชื่อมโยงการตลาดผ่าน Platform เป็นต้น  7.2.2 จัดเวทีบูรณาการความร่วมมือร่วมกับภาคีเครือข่ายได้แก่กรมการแพทย์แผน ไทยและการแพทย์ทางเลือก กรมส่งเสริมการเกษตร  โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร  โรงพยาบาลในพื้นที่ หรือภาคีเครือข่ายอื่นทั้งภาครัฐและเอกชน ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับกระบวนการดำเนินงาน นำความรู้ ความ สามารถ และการสนับสนุนของแต่ละองค์กร เช่น การจัดการผลิต มาตรฐานการผลิต มาตรฐานสารสกัดจากพืช สมุนไพร เทคโนโลยีนวัตกรรม การขออนุญาตปลูกพืชสมุนไพรเพื่อการค้า ความรู้เรื่องการตลาด การทำตลาด ผ่าน Platform เป็นต้นโดย ทั้งนี้ฝลช. จะมีการจัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการเพิ่มให้อีกจำนวน 2 ครั้ง ดังนี้ ครั้งที่ 1 เพื่อให้ลูกค้ามีการรวมกลุ่มสร้างเครือข่ายแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์เกี่ยวกับ สมุนไพร ภายในเดือนกรกฎาคม 2566 ครั้งที่ 2 เพื่อให้ลูกค้าเกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้สร้างงาน สร้างอาชีพ  สร้างรายได้ เกิดกลุ่ม ธุรกิจสมุนไพรที่มั่นคงในชุมชน ยกระดับมาตรฐานผลิตภัณฑ์สมุนไพร และมีการเชื่อมโยงตลาดสมุนไพรอย่างเป็น ระบบ ภายในเดือนพฤศจิกายน 2566 โครงการส่งเสริมการปลูกพืชสุขภาพและการแพทย์ 2 ฝ่ ค้ โครงการส่งเสริมการปลูกพืชสุขภาพและการแพทย์ 2


ทั้งนี้หากชุมชนมีความต้องการการสนับสนุนด้านเงินทุน เพื่อการประกอบอาชีพที่เกี่ยวข้องกับการปลูก พืชสุขภาพและการแพทย์ให้สนจ./สาขา ดำเนินการวิเคราะห์ข้อมูล ในการสนับสนุนผลิตภัณฑ์สินเชื่อให้เหมาะ กับความต้องการและศักยภาพของชุมชน เช่น สินเชื่อธุรกิจชุมชนสร้างไทยระยะที่ 2 หรือ โครงการสินเชื่อสีเขียว (Green Credit) หรือโครงการสินเชื่อเสริมแกร่ง SME เกษตร  หรือ สินเชื่ออื่นๆที่เกี่ยวเนื่อง 7.3 รายงานผลการดำเนินงาน เมื่อดำเนินการพัฒนาชุมชนเสร็จสิ้น ให้พนักงานพัฒนาลูกค้า ประจำ สนจ. จัดทำแบบสรุปรายงานผลการพัฒนา และรายงานผลการดำเนินโครงการให้ฝลช. พร้อมทั้งสำเนา ฝสข. ทราบ ทางระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ภายในวันที่ 31 มกราคม 2567 ฝ่ ค้ โครงการส่งเสริมการปลูกพืชสุขภาพและการแพทย์ 3


ผลลัพธ์การดำเนินโครงการส่งเสริมการปลูกพืชสุขภาพและการแพทย์ปีบัญชี 2566 ณ 31 มีนาคม 2567 ผลผลิต (Output) เป้าหมายส่งเสริมการปลูกพืชสุขภาพและการแพทย์จำนวน 18 แห่ง ผลการดำเนินงาน จำนวน 18 แห่ง ได้แก่ 1.วิสาหกิจชุมชนณหทัยเนเจอร์รัลเฮิร์บ 2.วิสาหกิจชุมชน ปลูกและแปรรูปสมุนไพรทับยายเชียง 3.วิสาหกิจผู้ปลูกและแปรรูปสมุนไพรห้วยคต 4.วิสาหกิจชุมชนไร่สดใส 5.วิสาหกิจชุมชนเกษตรท่องเที่ยวสมุนไพรรักษ์น้ำ 6.วิสาหกิจชุมชนสมุนไพรไทวานรสกลนครโมเดล 7.วิสาหกิจ พฤกษเวชเกษตรอินทรีย์ภูเขาไฟอำเภอขุนหาญ 8.กลุ่มสมุนไพรบ้านโนนธาตุ 9.วิสาหกิจชุมชนสมายเฮิร์บ 10.วิสาหกิจชุมชนตลาดหัวปลี 11.วิสาหกิจชุมชนสมุนไพรอินทรีย์อำเภอแก่งหางแมว 12.วิสาหกิจชุมชนกลุ่ม แปรรูปสมุนไพรทับทิมสยาม 05 13.กลุ่มวิสาหกิจชุมชนเกษตรอินทรีย์ดงบัง 14.วิสาหกิจชุมชนศูนย์การเรียนรู้ แพทย์แผนไทยและสมุนไพร(ชุมชนบ้านใหม่) 15.วิสาหกิจชุมชนบ้านเขานาใน 16.วิสาหกิจชุมชนลังกาสุกะ 17.บ้านสมุนไพรอรุณี 18.กลุ่มนังวากรีน ชุมชนตำบลหน้าถ้ำ รูปที่ 1 แสดงผลการดำเนินงานแยกตามรายจังหวัด จำนวน 18 แห่ง ฝ่ ค้ โครงการส่งเสริมการปลูกพืชสุขภาพและการแพทย์ 4


ผลการดำเนินงานแยกตามประเภทกิจกรรมทางธุรกิจและตามจำนวนสมาชิก ณ 31 มี.ค.2567 รูปที่ 2 แสดงผลการดำเนินงานแยกตามประเภทกิจกรรมทางธุรกิจและตามจำนวนสมาชิก จากรูปที่ 2 แสดงผลการดำเนินงานแยกตามประเภทกิจกรรมทางธุรกิจ ดังนี้จากจำนวนกลุ่มทั้งหมด 18 กลุ่ม จำนวนสมาชิก 471 ราย เกิดกลุ่มการผลิต จำนวน 18 กลุ่มคิดเป็นร้อยละ 100 สมาชิกเข้าร่วม จำนวน 471 ราย คิด เป็นร้อยละ 100 กลุ่มรวบรวมผลผลิต จำนวน 6 กลุ่ม คิดเป็นร้อยละ 33 สมาชิกเข้าร่วม 118 ราย คิดเป็นร้อยละ 25 กลุ่มแปรรูปผลผลิต จำนวน 5 กลุ่ม คิดเป็นร้อยละ 28 สมาชิกเข้าร่วม จำนวน 129 ราย คิดเป็นร้อยละ 27 ฝ่ ค้ โครงการส่งเสริมการปลูกพืชสุขภาพและการแพทย์ 5


ผลการดำเนินงานแยกตามประเภทผลผลิต ณ 31 มี.ค.2567 รูปที่ 3 แสดงผลการดำเนินงานแยกตามประเภทผลผลิต จากรูปที่ 3 แสดงผลการดำเนินแยกตามประเภทผลผลิตทั่วทุกภูมิภาค เช่น ไพล ไพลดำ ขมิ้นชัน ขมิ้นอ้อย ขมิ้นด้วง ขมิ้นขาว ตะไคร้หอม มะระขี้นก มะขามป้อม มะแว้ง กระเจี๊ยบเขียว อัญชัญ มะม่วงหาวมะนาวโห่ บอระ เพ็ด ฟ้าทะลายโจร ว่านชักมดลูก ว่านนางคำ รางจืด พญายอ กระดูกไก่ดำ เพชรสังฆาต แก่นฝาง กัญชาทางการ แพทย์ดาวกระจาย คำแสด เป็นต้น ฝ่ ค้ โครงการส่งเสริมการปลูกพืชสุขภาพและการแพทย์ 6


ผลลัพธ์ (Outcome) เป้าหมาย สร้างรายได้ให้กับกลุ่มอาชีพปีละ 18 ล้านบาท และอำนวยสินเชื่อได้36 ล้านบาท ผลการดำเนินงาน สร้างรายได้ให้กับกลุ่มอาชีพ จำนวน 15.9 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 88.33 ของเป้าหมาย อำนวยสินเชื่อได้ 6.5 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 18.05 ของเป้าหมาย ผลกระทบเชิงบวก (Impact) เกษตรกรได้รับประโยชน์จากโครงการจำนวน 471 ราย เกิดการรวมกลุ่มสร้างเครือข่ายแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ประสบการณ์เกี่ยวกับสมุนไพร สร้างงาน สร้างอาชีพ สร้างรายได้ เกิดกลุ่มธุรกิจสมุนไพรที่มั่นคงในชุมชน ยกระดับ มาตรฐานผลิตภัณฑ์สมุนไพร และมีการเชื่อมโยงตลาดสมุนไพรอย่างเป็นระบบ สร้างเศรษฐกิจฐานราก สร้างสุขภาพ และคุณภาพชีวิตที่ดี มีการใช้เทคโนโลยีที่ใช้ในการผลิต/การปรับเปลี่ยนการผลิต/รวบรวม/แปรรูป/การตลาด เช่น ปลูกในโรงเรือนระบบปิด ใช้ระบบน้ำโซลาเซลล์ เครื่องตากพลังงานแสงอาทิตย์ เป็นต้น ผลิตผลและผลิตภัณฑ์ได้รับมาตรฐาน GAP Organic ฝ่ ค้ โครงการส่งเสริมการปลูกพืชสุขภาพและการแพทย์ 7


ถอดบทเรียนโครงการส่งเสริมการปลูกพืชสุขไพรและการแพทย์จำนวน 18 แห่ง 1. วิสาหกิจชุมชน ณหทัยเนเจอร์รัลเฮิร์บ ข้อมูลทั่วไป ที่ตั้ง ม. 3 ต.ทุ่งศรี อ.ร้องกวาง จ.แพร่ เบอร์โทร 062-9292566 ผู้นำชุมชน นางณหทัย ศรีภูมินทร์ จำนวนสมาชิก 11 ราย พื้นที่เพาะปลูก 15 ไร่ (ได้รับมาตรฐาน Organinc จำนวน 4 ไร่) ผลิตภัณฑ์ อาหารเครื่องดื่ม และเครื่องสำอางค์จากสมุนไพร สร้างรายได้กลุ่มจำนวน 1,200,000 บาท/ปี จุดเด่นและปัจจัยความสำเร็จ ใช้หลักตลาดนำการผลิต สินค้ามีอัตลักษณ์พื้นถิ่น ศักยภาพ/กิจกรรมกลุ่ม ประวัติความเป็นมา วสช. “ณหทัยเนเจอร์รัลเฮิร์บ” วิสาหกิจชุมชนณหทัยเนอเจอรัลเฮิร์บเป็นวิสาหกิจชุมชนที่ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวกับ สมุนไพร โดยได้นำองค์ความรู้จากคัมภีร์ใบลานมาพัฒนาต่อยอดสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อยกคุณค่าของพืช สมุนไพรในหมู่บ้านให้มีคุณค่ามากยิ่งขึ้น คัมภีร์ใบลานเป็นเอกสารโบราณประเภทหนึ่ง ทำมาจากใบต้นลาน มีการ จาร(บันทึก)องค์ความรู้และเรื่องราวต่างๆ ที่ล้วนแต่มีความสำคัญต่อการศึกษาพระพุทธศาสนา ประวัติศาสตร์ วรรณกรรม ตำรายา และภูมิปัญญาของคนในอดีต หน่วยงานต่างๆได้ทำการออกสำรวจและ อนุรักษ์คัมภีร์ใบลาน ซึ่งส่วนมากถูกเก็บรักษาตามวัดต่างๆ ทั่วประเทศ ในจังหวัดแพร่ วัดสูงเม่นมีคัมภีร์ใบลานมากที่สุดในโลก จึงสร้าง แรงบันดาลใจในการคิดพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้กับกลุ่ม โดยมีการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้เข้ากับยุคสมัยปัจจุบันแต่ยังคงมี เอกลักษณ์อัตลักษณ์พื้นถิ่น ความเป็นภูมิปัญญาที่อยู่บนพื้นฐานวิทยาศาสตร์อายุรเวทล้านนาในตำรับคัมภีร์ใบ ลานล้านนา เป็นการเพิ่มมูลค่าจากผลผลิตทางการเกษตรพืชสมุนไพรชุมชนแปรรูปเป็นเครื่องสำอางและอาหาร เพื่อสุขภาพ ขึ้นหิ้งสู่ห้างมีกลิ่นอายของแพทย์แผนไทยมีนวัตกรรมเชิงภูมิปัญญาล้านนา ภาคีเครือข่ายที่สนับสนุน 1) กรมการแพทย์แผนไทย 2) ม.แม่โจ้ 3) วิทยาลัยชุมชนแพร่ ฝ่ ค้ โครงการส่งเสริมการปลูกพืชสุขภาพและการแพทย์ 8


2. วิสาหกิจชุมชนปลูกและแปรรูปสมุนไพรทับยายเชียง ข้อมูลทั่วไป ที่ตั้ง เลขที่ 176 ม.2 ต.ทับยายเชียง อ.พรหมพิราม จ.พิษณุโลก เบอร์โทร 095-6780379 ผู้นำชุมชน นายทนงศักดิ์ มังกรศรี จำนวนสมาชิก 31 ราย พื้นที่เพาะปลูก 60 ไร่ (ได้รับมาตรฐาน GAP จำนวน 30 ไร่) ผลิตภัณฑ์ สมุนไพรสด ไพล ขมิ้นชัน ตะไคร้มะกรูด ยอ เป็นต้น แปรรูปผลิตภัณฑ์ ลูกประคบสด ลูกประคบแห้ง ขมิ้นผง ยานวดคลายเส้น ยาดม สบู่ถุงหอม สร้างรายได้กลุ่มจำนวน 800,000 บาท/ปี จุดเด่นและปัจจัยความสำเร็จ ใช้หลักตลาดนำการผลิต มีระบบกลุ่มเข้มแข็ง ศักยภาพ/กิจกรรมกลุ่ม กลุ่ม วสช. มีพื้นฐานและประสบการณ์ด้านการทำเกษตร เห็นความสำคัญของพืชสมุนไพร มีพื้นที่ป่า ชุมชนเหมาะสมในการปลูกพืชสมุนไพร และเป็นแหล่งผลิตสมุนไพร หลายชนิด ในจังหวัดพิษณุโลก มีการรวมกลุ่ม เกษตรกรในตำบลทับยายเชียง ที่สนใจในพืชผักสมุนไพร เริ่มจากส่งเสริมการปลูกพืชผักสมุนไพรในพื้นที่เล็กๆ ภายในบริเวณบ้าน และในพื้นที่ว่างเปล่าของตนเอง ให้ความรู้ กระบวนการปลูกที่สามารถสร้างมาตรฐาน สร้าง มูลค่าให้กับพืชสมุนไพร เสริมกับการทำเกษตรกรรมหลักที่เคยทำ และนำผลผลิตมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ มี หน่วยงานรัฐและเอกชนเข้ามาส่งเสริมให้ความรู้ควบคู่กันไป ปัจจุบันมีการขยายการปลูกเพิ่มมากขึ้น เพราะ เกษตรกรเห็นผลว่าสามารถสร้างรายได้ให้กับตนเองและครอบครัว มีช่องทางการจำหน่ายทั้งออนไลน์และตลาด ในชุมชน รับผลิตตามคำสั่งซื้อ ไปวางจำหน่ายตามวัดชุมชนต่างๆ ตลาดร้านค้าชุมชน เป็นต้น ภาคีเครือข่ายที่สนับสนุน 1) มหาวิทยาลัยนเรศวร 2) มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงครามพิษณุโลก ฝ่ ค้ โครงการส่งเสริมการปลูกพืชสุขภาพและการแพทย์ 9


3. กลุ่มวิสาหกิจผู้ปลูกและแปรรูปสมุนไพรห้วยคต ข้อมูลทั่วไป •ที่ตั้ง เลขที่ 143/4 หมู่ 1 ต.ห้วยคต อ.ห้วยคต จ.อุทัยธานีเบอร์โทร 056-040143, 081-0466966 •ผู้นำชุมชน คุณพรพนา ปิติสกุลสวัสดิ์ •สมาชิกจำนวน 40 ราย •พื้นที่เพาะปลูก 53 ไร่ 3 งาน (ได้รับมาตรฐาน GAP จำนวน 53 ไร่) •ผลิตภัณฑ์สมุนไพรขมิ้นชันสด/ ขมิ้นชันแห้ง •แปรรูปผลิตภัณฑ์พืชสมุนไพร ขมิ้น ตะไคร้ลูกยอ โกโก้ •สร้างรายได้กลุ่ม จำนวน 348,000 บาท/ปี •จุดเด่นและปัจจัยความสำเร็จ มีกลุ่มเข้มแข็ง มีการสืบทอดภูมิปัญญาท้องถิ่น •ศักยภาพ/กิจกรรมกลุ่ม กลุ่มวิสาหกิจผู้ปลูกและแปรรูปสมุนไพรห้วยคต ดำเนินธุรกิจตามแนวทางปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง มุ่ง เน้นการแก้ไขปัญหาด้านเศรษฐกิจและสังคม เพื่อนำมาซึ่งความกินดีอยู่ดีของสมาชิก มีความเป็นอยู่อย่างพอเพียง มีภูมิคุ้มกันที่ดีในการดำเนินชีวิตและปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์ในการผลิต โดยบูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่ เกี่ยวข้อง สร้างอาชีพเสริมเพิ่มรายได้ให้แก่ครัวเรือน เกษตรกรมีความมั่นคงในอาชีพและรายได้มีคุณภาพชีวิตที่ดี รู้จักใช้และจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างชาญฉลาด รอบคอบและได้ประโยชน์สูงสุด โดยการส่ง เสริมพัฒนาศักยภาพเละสร้างมูลค่าที่ทำกิน ต่อยอดจากองค์ความรู้และกิจกรรมที่เกษตรกรดำเนินการอยู่เดิมให้ ครบวงจรยิ่งขึ้นจากการวิเคราะห์ศักยภาพในด้านต่างๆ อาทิ ด้านพื้นที่ ความพร้อมและความต้องการของ เกษตรกร จึงมีแนวคิดในการส่งเสริมการปลูกพืชสมุนไพรขึ้น ประกอบกับปัจจุบันสมุนไพรเป็นทางเลือกที่นิยมใช้ ในการรักษาโรคภัยไข้เจ็บขั้นมูลฐานกันอย่างแพร่หลายและมีแนวโน้มความต้องการเพิ่มมากขึ้นในอนาคต เพราะมี ความปลอดภัยในการใช้มักไม่มีผลข้างเคียง โดยวัตถุดิบสมุนไพรสามารนำแปรรูปเบื้องต้นเป็นผลิตภัณฑ์ได้หลาก หลายและเป็นที่ต้องการของตลาดทั้งในรูปของยารักษาโรค อาหาร-เสริม เครื่องสำอาง ยากำจัดศัตรูพืช แล้วยัง นิยมปลูกเพื่อเป็นไม้ประดับบ้านเรือนหรือสถานที่ต่างๆ โดยจะส่งเสริมให้ปลูกสมุนไพรเป็นพืชแซมในแปลง ยางพารา ปาล์มน้ำมันอายุไม่เกิน 4 ปีหรือพื้นที่ว่างไม่ได้ใช้ประโยชน์ กลุ่มจึงได้จัดทำโครงการการส่งเสริมการ ปลูกพืชสมุนไพรเพื่อเพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกร และเป็นศูนย์กลางการเกษตรที่มีคุณภาพครบวงจร •ภาคีเครือข่ายที่สนับสนุน 1) สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร 2 ) สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ 3) สำนักงาน สาธารณสุขจังหวัดอุทัยธานี 4) สำนักงานสหกรณ์จังหวัดอุทัยธานี ฝ่ ค้ โครงการ โครงการส่ ส่งเสริมการปลูกพืชสุขภาพและการแพท งเสริมการปลูกพืชสุขภาพและการแพทย์ย์ 10


4. กลุ่มวิสาหกิจชุมชนไร่สดใส ข้อมูลทั่วไป •ที่ตั้ง เลขที่ 97 บ้านเขวาค้อ ต.แคน อ.วาปีปทุม จ.มหาสารคาม เบอร์โทร 082 8466834 •ผู้นำชุมชน นางดวงเดือน ปะติตังโข •สมาชิกจำนวน 34 ราย •พื้นที่เพาะปลูก 100 ไร่ •ผลิตภัณฑ์สมุนไพรสด ไพล ขมิ้นชัน ฟ้าทะลายโจร กระเจี๊ยบ •แปรรูปผลิตภัณฑ์ สมุนไพรตากแห้ง บดแบบผง ลูกประคบ สบู่ยาหม่อง สครับสมุนไพร ว่านชักมดลูก •สร้างรายได้กลุ่มจำนวน 750,000 บาท/ปี •จุดเด่นและปัจจัยความสำเร็จ ใช้หลักตลาดนำการผลิต ผลผลิตได้รับมาตรฐาน •ศักยภาพ/กิจกรรมกลุ่ม กลุ่มเริ่มต้นจากผู้นำกลุ่ม นางดวงเดือน ปะติตังโข เป็นคนรุ่นใหม่ที่เห็นปัญหาการทำเกษตรแบบดั้งเดิม การทำนาที่ต้องอาศัยฟ้า ฝน ประกอบกับพื้นที่ ต.แคน อ.วาปีปทุม เป็นพื้นที่แห้งแล้งทำนาได้ผลิตไม่ดีเท่าที่ควร จึงปรับเปลี่ยนมาปลูกพืชสมุนไพรที่ใช้เวลาการปลูกสั้นๆ ประกอบกับมีภูมิปัญญาเรื่องสมุนไพรจากปราชญ์ผู้เฒ่าผู้ แก่ในชุมชน เริ่มต้นมีการปลูกขมิ้นชัน จนได้รับความสนใจจากภาครัฐและเอกชน เข้ามาส่งเสริมสร้างช่องทางการ ตลาดให้ชุมชนอย่างชัดเจน จนต้องขยายกำลังการผลิต เกิดการสร้างกลุ่ม สร้างเครือข่าย สร้างความรู้มาตรฐาน การปลูก กลุ่มจดทะเบียนเป็น วิสาหกิจชุมชนไร่สดใสปี 2561 พัฒนาเป็นศูนย์เรียนรู้แปลงต้นแบบสมุนไพร แปลงใหญ่ มีการผลิต แปรรูปสมุนไพรหลากหลายชนิดภายใต้โครงการมหาสารคามเมืองสมุนไพร จดทะเบียนเป็น ห้างหุ้นส่วนจำกัด วิสาหกิจชุมชนไร่สดใส Community Enterprise Rai Sodsai Limited Partnership ปัจจุบัน ทางกลุ่มมีการพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อเข้าสู่มาตรฐาน อย. ต่อไป •ภาคีเครือข่ายที่สนับสนุนพัฒนา สาธารณสุขจังหวัดมหาสารคาม เกษตรจังหวัดมหาสารคาม ฝ่ ค้ โครงการส่งเสริมการปลูกพืชสุขภาพและการแพทย์ 11


5. วิสาหกิจชุมชนเกษตรท่องเที่ยวสมุนไพรรักษ์น้ำ ข้อมูลทั่วไป •ที่ตั้ง เลขที่ 243 หมู่ที 18 ตำบล น้ำโสม อำเภอน้ำโสม จังหวัด อุดรธานีรหัสไปรษณีย์ 41210 โทรศัพท์ 098-1654457 •ผู้นำชุมชน นายภาณุพงศ์ ภัทรคนงาม •สมาชิกจำนวน 27 ราย •พื้นที่เพาะปลูก 80 ไร่ •ผลิตภัณฑ์สมุนไพร ขมิ้นชัน ขมิ้นด้วง ขมิ้นอ้อย,พืชสมุนไพร ไพลม่วง ไพลดำ •สร้างรายได้กลุ่มจำนวน 4,000,000 บาท/ปี •จุดเด่นและปัจจัยความสำเร็จ มีการนำงานวิจัยสู่การขยายผลประกอบอาชีพ มีกลุ่มเข้มแข็ง มีการจัดสรรราย ได้และสวัสดิการให้กับสมาชิกอย่างเป็นธรรม •ศักยภาพ/กิจกรรมกลุ่ม กลุ่มเริ่มดำเนินการในเดือนกุมภาพันธ์ 2562 โดยได้ดำเนินการศึกษาวิจัยพืชสมุนไพรในชุมชนเป็นเวลา 2 ปีก่อนจะส่งเสริมเป็นอาชีพ ประกอบด้วย แหล่งผลิตต้นน้ำชุมชนบ้านเทพภูเงิน การจัดประชุมความร่วมมือ และออกแบบแผนการดำเนินงานร่วมกับชาวบ้านและหน่วยงานที่มีส่วนเกี่ยวข้อง การคัดเลือกเกษตรกรต้นแบบ การจัดอบรมระดับท้องถิ่นเพื่อวิเคราะห์ปัญหาและความอุดมสมบูรณ์ของดิน การแนะแนวทางการปลูกขมิ้นชันใน แปลงยางพารา การออกแบบการปลูกขมิ้นชันระหว่างร่องแปลงยางพารา การทำวิจัยต้นแบบในการปลูกขมิ้นชัน ในสภาพแสงน้อย การเก็บข้อมูลการเจริญเติบโตและปริมาณสารสำคัญในขมิ้นชัน (Curcumin)ตลอดจนการรวม กลุ่มเกษตรกรจัดอบรมการแปรรูปสมุนไพร และรณรงค์ความตระหนักในพิษภัยของการใช้เคมีเกษตร โดยทำการ เก็บข้อมูลสารเจือปน ในดิน น้ำ และผลผลิตของชุมชน นอกจากนี้โครงการ ฯ ยังได้ดำเนินการจัดตั้งกลุ่ม Young Smart Scientist ในโรงเรียน ตชด.บ้านเทพภูเงิน เพื่อการอบรมเชิงปฏิบัติการเกี่ยวกับสุขอนามัยพื้นฐาน แนะแนวทางการทำการวิจัยแบบมีส่วนร่วมพร้อมกับการสอนด้วยสื่อดิจิตอล ส่งเสริมการปลูกและแปรรูปสมุนไพร ด้วยโครงงานวิทย์ในโรงเรียน รณรงค์ความตระหนักในพิษภัยของการใช้เคมีเกษตร และการจัดตั้งกลุ่มเยาวชนและ ผู้ปลูกสมุนไพรรักษ์สิ่งแวดล้อม • ภาคีเครือข่ายที่สนับสนุน สาธารณสุขจังหวัดอุดรธานี ฝ่ ค้ โครงการส่งเสริมการปลูกพืชสุขภาพและการแพทย์ 12


6. วิสาหกิจชุมชนสมุนไพรไทวานรสกลนครโมเดล ข้อมูลทั่วไป •ที่ตั้ง เลขที่ 21 หมู่ที 16 บ้านโนนอุดม ตำบลศรีวิชัย อำเภอวานรนิวาส จังหวัดสกลนคร รหัสไปรษณีย์ 47120 โทรศัพท์ 081-9995892 •ผู้นำชุมชน นายทวีผล หนูพันธ์ •สมาชิกจำนวน 17 ราย •พื้นที่เพาะปลูก 15 ไร่ •ผลิตภัณฑ์สมุนไพร ขมิ้นชัน ฟ้าทะลายโจร ลูกประคบสมุนไพร •สร้างรายได้กลุ่มจำนวน 100,000 บาท/ปี •จุดเด่นและปัจจัยความสำเร็จ ใช้หลักตลาดนำการผลิต มีระบบกลุ่มเข้มแข็ง •ศักยภาพ/กิจกรรมกลุ่ม ปีพ.ศ.2562 ประธานและรองประธานกลุ่มวิสาหกิจข้าวอินทรีย์ ได้อบรมเรื่องสมุนไพร จาก มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พอเริ่มมีความรู้จึงทดลองปลูกพืชสมุนไพรในชุมชน โดยนายขจรศักดิ์ พรวิจิตร เป็นผู้ เริ่มต้นมาปลูกฟ้าทะลายโจร ผลตอบรับจากตลาดในปีนั้นดีมาก จึงได้ชักชวนคนในชุมชนเริ่มปลูกสมุนไพร คือ ฟ้า ทะลายโจร ขมิ้นชัน สามารถสร้างรายได้เสริมให้เกษตรกรได้สมาชิกก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เลยแยกจากกลุ่มวิสาหกิจข้าว อินทรีย์มาเป็นกลุ่มวิสาหกิจสมุนไพรไทยวานรสกลนครโมเดล •ภาคีเครือข่ายที่สนับสนุน สาธารณสุขจังหวัดสกลนคร ฝ่ ค้ โครงการส่งเสริมการปลูกพืชสุขภาพและการแพทย์ 13


7. วิสาหกิจพฤกษเวชเกษตรอินทรีย์ภูเขาไฟ อำเภอขุนหาญ ข้อมูลทั่วไป •ที่ตั้ง เลขที่ 52 ม.10 ต.พราน อ.ขุนหาญ จ.ศรีสะเกษ เบอร์โทร 096 6562796 •ผู้นำชุมชน นางพรไพลิน ทิพย์สุธันย์ •สมาชิกจำนวน 11 ราย •พื้นที่เพาะปลูก 10 ไร่ •ผลิตภัณฑ์สมุนไพรสด กัญชา ขิง ขมิ้น ไพล ดาวกระจาย กระเทียม อ้อยคั้นน้ำ •แปรรูปผลิตภัณฑ์ กระชายบด สบู่กัญ เครื่องดื่มสมุนไพรกัญช้างเผือก ชาดาวกระจาย ชาเลือดมังกร อ้อยกัญ ขิงกัญ ขมิ้นกัญ ขิงฟู่ซำกัญ นวดเพื่อสุขภาพด้วยน้ำมันกัญชา น้ำมันนวด อบตัวสมุนไพร •สร้างรายได้กลุ่มจำนวน 800,000 บาท/ปี •จุดเด่นและปัจจัยความสำเร็จ มีการใช้เทคโนโลยีนวัตกรรม ผลผลิตได้รับมาตรฐาน •ศักยภาพ/กิจกรรมกลุ่ม เกิดขึ้นจากความศรัทธาสมุนไพรของผู้นำกลุ่มนางพรไพลิน ทิพสุธันย์ ที่มีความรู้สมุนไพรทางการ แพทย์และมุ่งเน้นเรื่องสมุนไพรมาโดยตลอด จึงรวมกลุ่มสมาชิกปี 2562 ปลูกไพลส่งโรงงานแต่ถูกกดราคา เนื่องจากพบสารเคมีตกค้าง กลุ่มจึงศึกษาข้อมูลการปลูกแบบอินทรีย์ มีการควบคุมทุกขั้นตอน ปี 2563 ได้ปรับ เปลี่ยนสู่มาตรฐาน EarthSafe เกษตรอินทรีย์วิถีไทย มีการศึกษาเรียนรู้เพิ่มเติมอย่างครบวงจร ปี 2564 วิกฤต ของโรคระบาดโควิด–19 กลายเป็นโอกาสของกลุ่มสามารถสร้างรายได้อย่างชัดเจน กลุ่มมี วิสัยทัศน์ “ ผลิต สมุนไพรที่มีมาตรฐานปลอดภัยสู่ผู้บริโภค” มีการใช้เทคโนโลยีนวัตกรรมมาใช้ในกระบวนการแปรรูป ปี 2565 กลุ่มได้รับคัดเลือกเป็น โมเดล “ แก้หนี้แก้จน ” ตามแนวทาง D & MBA ควบคู่กับการสนับสนุนโครงการส่งเสริม การปลูกพืชสุขภาพและการแพทย์ ทำให้กลุ่มเกิดความเข้มแข็งแบบยั่งยืน มีการขยายเครือข่ายสมาชิกในหมู่บ้าน ใกล้เคียง •ภาคีเครือข่ายที่สนับสนุน สาธารณสุขจังหวัดศรีสะเกษ EarthSafe เกษตรอินทรีย์วิถีไทย ฝ่ ค้ โครงการส่งเสริมการปลูกพืชสุขภาพและการแพทย์ 14


8. กลุ่มสมุนไพรบ้านโนนธาตุ ข้อมูลทั่วไป ที่ตั้ง บ้านโนนธาตุ เลขที่ 135 ม.5 ต.พนา อ.พนา จ.อำนาจเจริญ เบอร์โทร 086-8681330 ผู้นำชุมชน นายสงัด บรรลือ สมาชิกจำนวน 30 ราย พื้นที่เพาะปลูก 15 ไร่ ผลิตภัณฑ์ขมิ้น ไพล ฟ้าทะลายโจร ตะไคร้หอม แปรรูปผลิตภัณฑ์ ลูกประคบ สเปร์ยน้ำหอม ขมิ้นชันแคปซูล สร้างรายได้กลุ่มจำนวน 850,000 บาท/ปี จุดเด่นและปัจจัยความสำเร็จ มีระบบกลุ่มเข้มแข็ง มีการจัดสรรผลประโยชน์อย่างเป็นธรรม ศักยภาพ/กิจกรรมกลุ่ม ประวัติความเป็นมา ด้วยทางโรงพยาบาลแพทย์แผนไทยพนา ได้ตั้งขึ้นในปีพ.ศ.2536 ได้นำสมุนไพรพื้น บ้านในการดูแลสุขภาพพื้นฐานให้กับประชาชนในพื้นที่ ลดการนำเข้ายารักษาโรค นำสมุนไพรไปใช้ประโยชน์ อย่างครบวงจร สร้างอาชีพสร้างรายได้ให้กับชาวบ้าน มีการส่งเสริมการปลูกพืชสมุนไพรในชุมชน สร้างความเข้ม แข็งให้ชุมชน เพื่อใช้ดูแลรักษาสุขภาพตามวิถีและภูมิปัญญาชาวบ้าน พร้อมทั้งสนับสนุนการนำสมุนไพรมา แปรรูปเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม จึงเกิดการรวมกลุ่มสมุนไพรบ้านโนนธาตุขึ้นมา ภาคีเครือข่ายที่สนับสนุน 1) สำนักงานพลังงานจังหวัดอำนาจเจริญ 2) สำนักงานปฎิรูปที่ดินจังหวัด อำนาจเจริญ ฝ่ ค้ โครงการส่งเสริมการปลูกพืชสุขภาพและการแพทย์ 15


9. วิสาหกิจชุมชนสมายเฮิร์บ ข้อมูลทั่วไป ที่ตั้ง ม.7 ต.โนนอุดม อ.เดชอุดม จ.อุบลราชธานี 34160 เบอร์โทร 065-4056073 ผู้นำชุมชน นายทองแดง กิ่งแก้ว สมาชิกจำนวน 27 ราย พื้นที่เพาะปลูก 5 ไร่ ผลิตภัณฑ์ สมุนไพร ไพลสดและขมิ้น แปรรูปผลิตภัณฑ์ ลูกประคบ ยาหม่อง น้ำมันนวดไพล จุดเด่นและปัจจัยความสำเร็จ มีระบบกลุ่มเข้มแข็ง มีการจัดสรรผลประโยชน์สมาชิกอย่างเป็นธรรรม ศักยภาพ/กิจกรรมกลุ่ม กลุ่มวิสาหกิจชุมชนสมายเฮิร์บ ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 60 โดยตอนนั้นเป็นเพียงคนกลุ่มเล็กๆที่อยู่ในชุมชน เดียวกัน ได้มีโอกาสเข้าไปเป็นนักศึกษาของวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีอุบลราชธานี และได้ก่อตั้งกลุ่มขึ้น เพราะทางอาจารย์ให้แนวคิดว่าทำอาชีพอะไร? โดยที่เรายังอยู่ในชุมชน เลยมองว่าในชุมชนมีสมุนไพรที่มี ประโยชน์มากมาย แต่ไม่เคยมีใครเอามาใช้งานจริงจังหรือเอามาสร้างรายได้เลย จึงเสนออาจารย์ว่าอยากนำ สมุนไพรเหล่านี้ คือไพล ขมิ้น ตะไคร้ ข่า มาทำเป็นผลิตภัณฑ์ จึงเกิดเป็นการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ลูกประคบ สมุนไพรและน้ำมันนวดไพลเหลว เป็นผลิตภัณฑ์เปิดตัวของกลุ่ม และต่อมาได้มีการรับสมาชิกเพิ่มจัดตั้งเป็นกลุ่ม วิสาหกิจชุมชนและต่อยอดผลิตภัณฑ์อีกหลายตัว มีการปรับเปลี่ยนแนวทางกลุ่มให้เป็นไปตามสถานการณ์ มีการ ขายเป็นสมุนไพรสด และแบบแห้ง แต่ผลิตภัณฑ์หลักยังคงเป็นลูกประคบสมุนไพร ภาคีเครือข่ายที่สนับสนุน สำนักงานเกษตรอำเภอเดชอุดม ฝ่ ค้ โครงการส่งเสริมการปลูกพืชสุขภาพและการแพทย์ 16


10. วิสาหกิจชุมชนตลาดหัวปลี ข้อมูลทั่วไป ที่ตั้ง เลขที่ 15/1 ม.1 ต.พุแค อ.เฉลิมพระเกียรติจ.สระบุรีเบอร์โทร 085 1237365 ผู้นำชุมชน นางสาวนารีรัช อุทัยแสงสกุล สมาชิกจำนวน 15 ราย พื้นที่เพาะปลูก 15 ไร่ ผลิตภัณฑ์ สมุนไพรสด มะขามป้อม มะม่วงหาวมะนาวโห่ขมิ้น ขิง ข่า ตะไคร้ แปรรูปผลิตภัณฑ์ น้ำมะขามป้อม มะขามป้อมอบแห้ง มะม่วงหาวมะนาวโห่อบแห้ง ยาดม สมุนไพรแช่ เท้า สร้างรายได้กลุ่มจำนวน 300,000 บาท/ปี จุดเด่นและปัจจัยความสำเร็จ ใช้หลักตลาดนำการผลิต มีระบบกลุ่มเข้มแข็ง ศักยภาพ/กิจกรรมกลุ่ม กลุ่มเกิดจากแนวคิดการทางด้านการตลาด เนื่องจากผู้นำกลุ่มเป็นแม่ค้าขายสินค้าริมถนนทางหลวง สระบุรี-หล่มสัก ลองผิดลองถูกหาสินค้าอะไรมาจำหน่ายแล้วจะสร้างจุดสนใจให้คนแวะซื้อ ผลคือ พืชสุขภาพ ผัก ผลไม้ท้องถิ่นได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ต่อมาจึงมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบการขายในสถานที่ที่ชัดเจน คือ ตลาดหัวปลีนำสินค้าพื้นเมือง ผัก ผลไม้สมุนไพรต่างๆ จากสมาชิกมาวางจำหน่าย และได้รับการสนับสนุนให้ เป็นศูนย์จำหน่ายสินค้า OTOP เมื่อตลาดมีการขยายตัว จึงเกิดเครือข่ายมากขึ้น นอกเหนือจากนำสินค้าทั่วไป มาจำหน่ายแล้วทางกลุ่มได้ส่งเสริมให้ปลูกพืชสมุนไพร โดยทำเป็นแปลงเกษตรสาธิต ปลอดสารเคมีส่งเสริมการ ปลูกมะขามป้อม มะม่วงหาวมะนาวโห่ มาแปรรูปเป็นแบบแห้ง แบบน้ำดื่มเพื่อสุขภาพ เป็นต้น ปัจจุบันสมาชิก ปลูกพืชสมุนไพร โดยมีตลาดรองรับทำให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ภาคีเครือข่ายที่สนับสนุน เครือข่ายผู้แปรรูปพืชสมุนไพรจังหวัดสระบุรี ฝ่ ค้ โครงการส่งเสริมการปลูกพืชสุขภาพและการแพทย์ 17


11. วิสาหกิจชุมชนเกษตรอินทรีย์ดงบัง ข้อมูลทั่วไป ที่อยู่เลขที่ 91 หมู่ที่ 7 ตำบล ดงบัง อำเภอ ประจันตคาม จังหวัด ปราจีนบุรีรหัสไปรษณีย์ 25130 โทรศัพท์ 082-4939645 ผู้นำชุมชน นางสาววารุณีพาวงษ์บล สมาชิกจำนวน 35 ราย พื้นที่เพาะปลูก 40 ไร่ ผลิตภัณฑ์ สมุนไพร ฟ้าทะลายโจร หญ้าปักกิ่ง หญ้าหนวดแมว รางจืด อัญชัน เพชรสังฆาต ใบชะพลู เสลดพังพอน ชุมเห็ดเทศ ว่านกาบหอย กระดูกไก่ดำ,มะระขี้นก,ขมิ้นชัน แปรรูปผลิตภัณฑ์ชาสมุนไพรต่างๆ เช่น ชามะเขือพวง ชาใบกัญชา กระเจี๊ยบ ลูกประคบ สมุนไพรอบ แห้ง สร้างรายได้กลุ่มจำนวน 100,000 บาท/ปี จุดเด่นและปัจจัยความสำเร็จ มีตลาดนำการผลิต สมุนไพรมาตรฐานอินทรีย์มีระบบกลุ่มเข้มแข็ง ศักยภาพ/กิจกรรมกลุ่ม “บ้านดงบัง” หมู่บ้านเล็กๆใน ต.ดงขี้เหล็ก อ.เมือง จ.ปราจีนบุรี เดิมพื้นที่หมู่บ้านเต็มไปด้วยสวนไม้ ดอกไม้ประดับซึ่งเป็นรายได้หลักของชาวบ้าน แต่ด้วยผลกระทบจากต้นทุนทางการเกษตรที่สูงขึ้น และสารเคมีที่ ใช้ประจำก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพ ชาวบ้านจึงรวมตัวกันคิดหาอาชีพอื่นที่เลี้ยงครอบครัวได้ขณะเดียวกันก็สามารถ หลีกเลี่ยงการใช้สารเคมีในปี 2540 สมัย “คุณสุข” ที่ปัจจุบันเป็นประธานที่ปรึกษากลุ่มสมุนไพรบ้านดงบัง เป็นผู้ ริเริ่มการปลูกสมุนไพร โดยร่วมมือกับชาวบ้านพลิกฟื้นคืนชีวิตภูมิปัญญาไทยที่มีมาแต่ครั้งบรรพบุรุษให้คืนกลับมา อีกครั้ง การปลูกสมุนไพรได้รับการสนับสนุนจากเภสัชกรของโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศรให้คำแนะนำ เกี่ยวกับแนวทางการปลูกสมุนไพรระบบเกษตรอินทรีย์ซึ่งไม่ต้องใช้ปุ๋ยเคมี ไม่พึ่งยาฆ่าแมลงหรือสารเคมีใดๆ กระทั่งสมุนไพรบ้านดงบังได้มาตรฐานเกษตรอินทรีย์ทัดเทียมมาตรฐานของเกษตรอินทรีย์นานาชาติ (IFOAM) การปลูกสมุนไพรกลายเป็นอาชีพหลักของชาวบ้าน ทั้งบ้านดงบังก็เป็นแหล่งผลิตสมุนไพรอินทรีย์แหล่ง ใหญ่ส่งตรงให้โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ส่งผลให้ชุมชนที่เคยมีปัญหาเรื่องสุขภาพกลับกลายเป็นหมู่บ้าน สุขภาพดีไปพร้อมกับสร้างรายได้ให้เกษตรกร เป็นต้นแบบให้กลุ่มเกษตรกรจากที่อื่นเข้ามาศึกษาเรียนรู้ และบ้าน ดงบังก็ได้รับคัดเลือกให้เป็นหมู่บ้านโอทอปต้นแบบของ จ. ปราจีนบุรีและพัฒนาเป็นหมู่บ้านท่องเที่ยวสมุนไพรใน ปี 2548 พื้นที่กว่า 40 ไร่ในเขตหมู่บ้าน ชาวบ้านกว่า 30 ครอบครัวใช้ปลูกพืชผักสวนครัวและสมุนไพรนับร้อยชนิด เฉพาะสมุนไพรตัวหลักๆ ที่ส่งให้โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศรก็มีร่วม 10 ชนิด ภาคีเครือข่ายที่สนับสนุน โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ฝ่ ค้ โครงการส่งเสริมการปลูกพืชสุขภาพและการแพทย์ 18


12. วิสาหกิจชุมชนกลุ่มแปรรูปสมุนไพรทับทิมสยาม 05 ข้อมูลทั่วไป ที่อยู่ 148 หมู่ที่ 10 ตำบลคลองไก่เถื่อน อำเภอคลองหาด จังหวัดสระแก้ว ผู้นำชุมชน นางน้ำอ้อย สุขเสมอ ประธานกลุ่ม หมายเลขโทรศัพท์ : 086-1511854 จำนวนสมาชิก 39 คน พื้นที่เพาะปลูก 233 ไร่ 2 งาน ผลิตภัณฑ์สมุนไพรสด ขมิ้นชัน ไพล ฟ้าทะลายโจร เพชรสังฆาต รางจืด กระเจี๊ยบแดง กระดูกไก่ดำ อัญชัน ตะไคร้มะขามป้อม มะระขี้นก ว่านชักมดลูก ว่านนางคำ ดีปลีมะกรูด เก๊กฮวย กุหลาบมอญ มะนาว แปรรูปผลิตภัณฑ์ ฟ้าทะลายโจรแคปซูล ยาหม่อง ยานวดคลายเส้น สร้างรายได้กลุ่มจำนวน 4,000,000 บาท/ปี จุดเด่นและปัจจัยความสำเร็จ มีตลาดนำการผลิต มีการใช้เทคโนโลยีนวัตกรรม มีมาตรฐานผลผลิต ศักยภาพ/กิจกรรมกลุ่ม วิสาหกิจชุมชนกลุ่มแปรรูปสมุนไพรทับทิมสยาม 05 จัดตั้งขึ้นภายใต้โครงการพระราชดำริฯ ของสถาบัน วิจัยจุฬาภรณ์เพื่อทำการพัฒนาคุณภาพชีวิต และสร้างรายได้ในครัวเรือนของคนในหมู่บ้านทับทิมสยาม 05 ด้วย การปลูกพืชสมุนไพรนานาชนิดเป็นอาชีพเสริม นำสมุนไพรมาแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่า หมู่บ้านทับทิมสยาม 05 ตั้งอยู่ ในโครงการทับทิมสยาม จังหวัดสระแก้ว ซึ่งเดิมเปิดเป็นศูนย์อพยพตามแนวชายแดนของชาวกัมพูชาที่หลบหนีภัย สงครามเข้ามาในเขตประเทศไทยตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2522 ภายหลังที่ได้ส่งตัวผู้อพยพกลับประเทศกัมพูชาหมดแล้ว ในปี พ.ศ.2536 ได้มีการฟื้นฟูสถานที่ดังกล่าวให้กลับสู่สภาพเดิมโดยการบูรณาการร่วมกันของทุกหน่วยงาน โครงการทับทิมสยามได้ถือกำเนิดในคราวที่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าจุฬาภรณ์วลัยลักษณ์อัครราชกุมารี องค์ ประธานสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ได้เสด็จฯ เยือนกองกำลังบูรพาเมื่อวันที่ 16 มกราคม 2536 โดยกองกำลังบูรพาได้ ทูลเกล้าฯ ถวายข้อมูลโครงการฟื้นฟูศูนย์อพยพเพื่อทรงพิจารณาสนับสนุนการดำเนินงานฯ พระองค์ได้ทรงให้ แนวทางที่จะพัฒนาฟื้นฟูหมู่บ้านตามแนวชายแดนและพระราชทานชื่อว่า “โครงการทับทิมสยาม” ปัจจุบันมีสมาชิก 39 ราย จาก 29 ครัวเรือน พื้นที่การผลิตสมุนไพร 233 ไร่ 2 งาน โดยมีการวางเป้า หมายของการรวมกลุ่มเพื่อให้สมาชิกมีการผลิตสมุนไพรให้ได้รับมาตรฐาน มีการบริหารจัดการ และมีการวางแผน การผลิตร่วมกัน ต่อมาคณะกรรมการและสมาชิกได้มีมติร่วมกัน โดยมีเจตนารมณ์ร่วมกัน คือ การพัฒนาการผลิต ให้ได้รับมาตรฐานระบบอินทรีย์ IFOAM หรือ International Federation of Organic Agriculture Movements ซึ่งปัจจุบันหลายประเทศทั่วโลกยอมรับ เช่น มาเลเซีย สิงคโปร์ ฮ่องกง ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ เป็นต้น และมีการวางแผนการผลิตร่วมกัน โดยหลักการตลาดนำการผลิต มีการทำบันทึกข้อตกลงรับซื้อสมุนไพร กับมูลนิธิโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ในพระอุปถัมภ์สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอเจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดาสิริ โสภาพัณณวดีจังหวัดปราจีนบุรีและโรงพยาบาลวังน้ำเย็น จังหวัดสระแก้ว ภาคีเครือข่ายที่สนับสนุน 1) โรงพยาบาลวังน้ำเย็น จังหวัดสระแก้ว 2) โรงพยาบาลเจ้าพระยา อภัยภูเบศร ฝ่ ค้ โครงการส่งเสริมการปลูกพืชสุขภาพและการแพทย์ 19


13. วิสาหกิจชุมชนสมุนไพรอินทรีย์อำเภอแก่งหางแมว ข้อมูลทั่วไป ที่ตั้ง เลขที่ 135/2 ม.4 ต.เขาวงกต อ.แก่งหางแมว จ.จันทบุรี เบอร์โทร 089 2459979 ผู้นำชุมชน คุณอารีรัตน์ พูลปาน สมาชิกจำนวน 35 ราย พื้นที่เพาะปลูก 600 ไร่ ผลิตภัณฑ์สมุนไพรสด ฟ้าทะลายโจร ขมิ้นชัน ไพล กัญชา บอระเพ็ด แปรรูปผลิตภัณฑ์ ฟ้าทะลายโจรแคปซูล ยาหม่อง ยานวดคลายเส้น ผงพอกตาทิพยเนตร สมุนไพร เครื่องสุม(บรรเทาอาการภูมิแพ้) การนวดแผนไทย สร้างรายได้กลุ่มจำนวน 400,000 บาท/ปี จุดเด่นและปัจจัยความสำเร็จ ใช้หลักตลาดนำการผลิต มีมาตรฐานผลผลิต มีแพลตฟอร์ม ศักยภาพ/กิจกรรมกลุ่ม วิสาหกิจชุมชนสมุนไพรอินทรีย์เกษตรแก่งหางแมว ทำการเกษตรแบบแบ่งปัน ให้องค์ความรู้แบบพึ่งพา ตนเอง พอกินพอใช้ใช้ทรัพยากรภูมิปัญญาพื้นบ้านที่มีให้เกิดประโยชน์แก่คนในชุมชน ปี 2558 เกิดปัญหา ช้าง ป่าเข้ามาทำลายผลผลิตเกษตรกรสมาชิก ผลผลิตเสียหายจำนวนมาก มีชมรมพื้นบ้านจันทบุรีช่วยผลักดันให้มีการ เปลี่ยนมาปลูกพืชสมุนไพร เช่น ขมิ้นชัน และช่วยหาตลาดรองรับ ต่อมาทาง ร.พ.พระปกเกล้า จันทบุรี เข้ามาให้ ความรู้เรื่องการทำลูกประคบเพื่อจำหน่าย ขับเคลื่อนการแปรรูปสมุนไพร เพิ่มผลิตภัณฑ์หลากหลาย เช่น ทำ สมุนไพรอบแห้ง ยานวด ยาหม่อง ใช้ไอความร้อนรักษาแบบแผนไทย เป็นต้น ปัจจุบันทางกลุ่มทำข้อตกลงกับ รพ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศ ขายสมุนไพรตามคำสั่งซื้อจากโรงพยาบาลฯ และมีหน่วยงานราชการเข้ามาส่งเสริมใน โครงการเมืองสมุนไพรจนได้ใบรับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ I FOAM ทั้งแปลง นอกจากส่งเสริมเรื่องสมุนไพร แล้ว ทางกลุ่มมีความรู้เรื่องนวดแผนไทย มีหมอแผนไทยประจำกลุ่ม 5 คน ปัจจุบันทางกลุ่มได้รับการส่งเสริม จากกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก เตรียมเสนอ แพลตฟอร์ม “อาหารเป็นยา” เสนอองค์การยู เนสโก พัฒนาเป็นชุมชนท่องเที่ยว ภาคีเครือข่ายที่สนับสนุน 1) กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก 2) กรมส่งเสริม การเกษตร 3) สาธารณสุขจังหวัดจันทบุรี ฝ่ ค้ โครงการส่งเสริมการปลูกพืชสุขภาพและการแพทย์ 20


14. วิสาหกิจชุมชนศูนย์การเรียนรู้แพทย์แผนไทยและสมุนไพร(ชุมชนบ้านใหม่) ข้อมูลทั่วไป ที่ตั้ง เลขที่ 16/10 ม.8 ต.บางแขม อ.เมืองนครปฐม จ.นครปฐม เบอร์โทร 092 7325554 ผู้นำชุมชน นางสาวปฐรัตน์หิตการุญ สมาชิกจำนวน 20 ราย พื้นที่เพาะปลูก 10 ไร่ ผลิตภัณฑ์ สมุนไพรสด ขิง ข่า มะกรูด ตะไคร้ขมิ้นชัน กะเพรา ใบเตย มะกรูด อัญชัน มะนาว เสลดพังพอน ว่านชักมดลูก ว่านหางจระเข้เสาวรส พริกขี้หนูกัญชา แปรรูปผลิตภัณฑ์ พิมเสนน้ำ ลูกประคบ ยาหม่อง น้ำมันนวด (นวดฝ่าเท้า นวดตัว) บริการนวด ฝ่าเท้า การอบสมุนไพร การประคบสมุนไพร สร้างรายได้กลุ่มจำนวน 460,000 บาท/ปี จุดเด่นและปัจจัยความสำเร็จ มีระบบกลุ่มเข้มแข็ง มีการจัดสรรผลประโยชน์แก่สมาชิกอย่างเป็น ธรรม ศักยภาพ/กิจกรรมกลุ่ม ประธานกลุ่มนางสาวปฐรัตน์ หิตการุญ เป็นอาสาพัฒนาชุมชน ได้รับนโยบายและงบประมาณให้นำมา พัฒนาอาชีพให้กับคนในชุมชน ซึ่งตัวผู้นำมีความรู้เรื่อง พืชสมุนไพร การนวดแผนไทย จึงได้ความรู้นำเรื่องนี้มา เสริมสร้างอาชีพให้คนในชุมชน เริ่มจากสมาชิก 20 คน สอนนวดแผนไทย การทำลูกประคบ น้ำมันนวด และส่ง เสริมให้ปลูกพืชสมุนไพรใช้เองในครัวเรือน พร้อมนำมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ เช่นลูกประคบ ยาหม่อง พิมเสน จำหน่ายตลาดในชุมชน จำหน่ายให้เครือข่ายนวดแผนไทย ได้รับการสนับสนุนเงินทุนและองค์ความรู้ภาครัฐ เช่น กระทรวงเกษตรและสหกรณ์กศน. กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ธ.ก.ส. เป็นต้น กลุ่มได้พัฒนา เป็นศูนย์จำหน่ายสินค้า OTOP ชุมชนเป็นศูนย์การเรียนรู้ฯและเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร สร้างงานสร้าง อาชีพ ให้แก่คนในชุมชน ภาคีเครือข่ายที่สนับสนุน 1) กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ 2) สำนักงานเกษตร อำเภอ 3) สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครปฐม ฝ่ ค้ โครงการส่งเสริมการปลูกพืชสุขภาพและการแพทย์ 21


15. วิสาหกิจชุมชนบ้านเขานาใน ข้อมูลทั่วไป ที่ตั้ง เลขที่ 54 ม.8 ต.ต้นยวน อ.พนม จ.สุราษฎร์ธานีเบอร์โทร 087 8939619 ผู้นำชุมชน นางหนูเรียง จีนจูด สมาชิกจำนวน 36 ราย พื้นที่เพาะปลูก 500 ไร่ ผลิตภัณฑ์สมุนไพรสด ขมิ้นชัน ว่านน้ำ ว่านม้า ว่านมหาเมฆ ว่านนางคำ พญาว่าน ข่า ฟ้าทะลาย โจร ตะไคร้ไพล (เหลือง/ดำ) ว่านชักมดลูก ขมิ้นอ้อย ว่านทรหด กระเจี๊ยบ แปรรูปผลิตภัณฑ์ ครีมนวดคลายเส้น น้ำมันนวด ขมิ้นผง ลูกประคบ สมุนไพรอบแห้ง สครับขมิ้นชัน เครื่องแกงผงพร้อมปรุง สบู่สมุนไพรขมิ้นชัน ยาหม่องสมุนไพร สมุนไพรแช่เท้าแช่มือ ยาดมสมุนไพร น้ำมันว่าน108 นวดแผนไทย สร้างรายได้กลุ่มจำนวน 600,000 บาท/ปี จุดเด่นและปัจจัยความสำเร็จ ใช้ตลาดนำการผลิต มีระบบกลุ่มเข้มแข็ง มีการใช้เทคโนโลยี นวัตกรรม มีมาตรฐานสารสำคัญ มาตรฐาน GAP สินค้า GI ศักยภาพ/กิจกรรมกลุ่ม วสช.บ้านเขานาใน เริ่มจากการรวมรวมกลุ่มแม่บ้าน ทำดอกไม้ประดิษฐ์จากเกล็ดปลา พ.ศ. 2544 เป็นปี เริ่มต้นเปลี่ยนแปลงมามุ่งสินค้าสมุนไพรโดยกลุ่มแม่บ้านได้นำภูมิปัญญาเรื่องการอบสมุนไพร ลูกประคบ ร่วมจัด กิจกรรมในงานสตรีสากล จ.สุราษฏร์ธานีซึ่งได้ความสนใจจากหน่วยงานราชการ เกิดการต่อยอดโดยการสอนทำ ลูกประคบ และจำหน่ายให้กับโรงพยาบาลพนม ตลาดชุมชน และส่งเสริมให้สมาชิกคนในชุมชน ปลูกพืชสมุนไพร หลากหลายชนิดในพื้นที่ของตนเอง เพื่อเป็นรายได้เสริมให้กับสมาชิก ต่อมาในปี 2548 กลุ่มได้ดำเนินการแปรรูป สมุนไพร จนสามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ ได้รับคัดเลือกเป็นสินค้า OTOP และพัฒนาความสามารถในการ แปรรูปสินค้าเกษตรจากระดับพื้นฐานสู่ระดับธุรกิจ ซึ่งนำไปสู่การจดทะเบียนวิสาหกิจชุมชนฯ เป็นชุมชนต้นแบบ เศรษฐกิจพอเพียง หมู่บ้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี(หมู่บ้านขมิ้นอินทรีย์) และศูนย์ต้นแบบด้านการแปรรูป สมุนไพร มีการถ่ายทอดองค์ความรู้ให้สมาชิกเกษตรกรที่สนใจ และหน่วยงานต่างๆ เข้ามาศึกษาดูงาน โดยได้ น้อมนำแนวคิดหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ ขมิ้นชันถือเป็นสมุนไพรหลัก และมีพืชสมุนไพรอีกหลากหลายชนิดแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ และจำหน่าย สมุนไพรอบแห้ง ให้กับกลุ่มเครือข่ายโรงพยาบาล ตลาดท้องถิ่น ตลาดออนไลน์และได้รับการสนับสนุนจากหน่วย งานราชการ ทางกลุ่มได้รับมาตรฐานการปลูก GAP ได้รับมาตรฐาน GI (ขมิ้นชันสุราษฎร์ธานี) นอกเหนือจาก สมุนไพรแล้วกลุ่มมีบริการนวดแผนไทย ผู้นำกลุ่มมีประสบการณ์ได้ผ่านการอบรมการนวดแผนไทย และได้นำ สมุนไพรของสมาชิกมานวดให้กับลูกค้าที่มาใช้บริการ เป็นการเพิ่มรายได้สร้างงานให้กับคนในชุมชน ภาคีเครือข่ายที่สนับสนุน สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสุราษฎร์ธานี ฝ่ ค้ โครงการส่งเสริมการปลูกพืชสุขภาพและการแพทย์ 22


16. วิสาหกิจชุมชนลังกาสุกะ ต.จะแนะ อ.จะแนะ จ.นราธิวาส ข้อมูลทั่วไป ที่ตั้ง เลขที่ 266/5 ม. 2 ต.จะแนะ อ.จะแนะ จ.นราธิวาส เบอร์โทร 065 9271655 ผู้นำชุมชน นายบือรอเฮง สาอุ สมาชิกจำนวน 10 ราย พื้นที่การเพาะปลูก 15 ไร่ ผลิตภัณฑ์ สมุนไพรสด ขมิ้น เพชรสังฆาต ฟ้าทะลายโจร มะแว้ง ไพล และตะไคร้หอม สร้างรายได้กลุ่มจำนวน 50,000 บาท/ปี จุดเด่นและปัจจัยความสำเร็จ ระบบกลุ่มเข้มแข็ง เกษตรปลอดภัย มีการจัดสรรผลประโยชน์แก่ สมาชิกอย่างเป็นธรรม ศักยภาพ/กิจกรรมกลุ่ม กลุ่มก่อตั้งจาก อสม.ในพื้นที่เข้ามาแนะนำส่งเสริมให้ปลูกพืชสมุนไพร ขมิ้นชัน ไพล เพื่อส่งผลผลิตให้กับ โรงพยาบาลจะแนะ ที่มีเครือข่ายกับโรงงานผลิตยาสมุนไพร มีการรวมกลุ่มครั้งแรกจากแนวคิดการสร้างรายได้ เสริมนอกเหนือจากการปลูกยาง เมื่อคนในชุมชนเห็นว่าการปลูกพืชสมุนไพรสามารถสร้างรายได้จริง จึงมีความ มุ่งมั่น ตั้งใจที่จะปลูกสมุนไพร ขยายพื้นที่เพาะปลูก สมาชิกมีจำนวนเพิ่มขึ้น และเพิ่มชนิดพืชสมุนไพร เช่น เพชร สังฆาต ฟ้าทะลายโจร มะแว้ง ไพล เป็นต้น พื้นที่เพาะปลูกเป็นแปลงเกษตรอินทรีย์และใช้ปุ๋ยอินทรีย์ที่ผลิตเอง ในชุมชน โดยการเลี้ยงวัวและนำมูลวัวมาทำปุ๋ยอินทรีย์ทำให้มั่นใจได้ว่าพืชสมุนไพรที่ปลูกในแปลงเกษตรปลอด สารเคมี สามารถนำไปใช้ในการบริโภคและผลิตยาสมุนไพรได้อย่างปลอดภัย มีหน่วยงานภาครัฐและเอกชนเข้า มาส่งเสริมให้ความรู้ ศึกษาดูงาน ช่องทางการตลาด เป็นต้น ทางกลุ่มมีการสร้างระเบียบ กติกากลุ่ม มีการ ประเมิน ตรวจสอบแปลงปลูก เพื่อให้ได้แปลงเกษตรอินทรีย์อย่างแท้จริง และต้องมีความตั้งใจจริงในการปลูกพืช สมุนไพร เพื่อสร้างกลุ่มที่เข้มแข็งช่วยกันสานต่อพัฒนาต่อยอดอย่างยั่งยืน ภาคีเครือข่ายที่สนับสนุน 1) โรงพยาบาลจะแนะ 2) สำนักงานเกษตรอำเภอจะแนะ ฝ่ ค้ โครงการส่งเสริมการปลูกพืชสุขภาพและการแพทย์ 23


17. บ้านสมุนไพรอรุณีต.ปะนาเระ อ.ปะนาเระ จ.ปัตตานี ข้อมูลทั่วไป ที่ตั้ง เลขที่ 13/21 ม.4 ต.ปะนาเระ อ.ปะนาเระ จ.ปัตตานี เบอร์โทร 087 3940453 ผู้นำชุมชน นางสาวณัฐวดีแก้วเพ็ชร สมาชิกจำนวน 23 ราย พื้นที่การเพาะปลูก 27 ไร่ ผลิตภัณฑ์สมุนไพรสด ขมิ้น ว่านนางคำ ฟ้าทะลายโจร บัวบก พญายอ รากย่านาง รากคน แปรรูปผลิตภัณฑ์ ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวพรรณ น้ำตบแตงกวา เซรั่มน้ำมันธรรมชาติ คลีนซิ่งออยล์ สบู่เหลวตะไคร้หอม สบู่ก้อนสมุนไพร สร้างรายได้กลุ่มจำนวน 400,000 บาท/ปี จุดเด่นและปัจจัยความสำเร็จ ใช้หลักตลาดนำการผลิต ผลผลิตได้รับมาตรฐาน ศักยภาพ/กิจกรรมกลุ่ม เริ่มก่อตั้งโดย “คุณแม่อรุณี” ซึ่งท่านเป็นมารดาของประธานกลุ่มคนปัจจุบัน ผู้มีความรู้ความสนใจ มี ภูมิปัญญาพื้นบ้านในเรื่องพืชสมุนไพร สามารถถ่ายทอดองค์ความรู้ ทั้งยังเป็นผู้นำศูนย์การเรียนรู้การทำสบู่ สมุนไพรภายในหมู่บ้านคลองต่ำ เป็นการสร้างความรู้และสร้างรายได้ให้กับคนในชุมชน และท่านได้ถ่ายทอดองค์ ความรู้ให้กับประธานณัฐวดี แก้วเพ็ชร ผู้เป็นบุตรนำมาพัฒนาต่อยอดผลิตภัณฑ์ชุมชน เพื่อให้ทันต่อการ เปลี่ยนแปลงภาวะเศรษฐกิจและ เทคโนโลยี ปี 2560 ประธานกลุ่มมีแนวคิดนำสมุนไพรในท้องถิ่น มาแปรรูปเป็น ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางสมุนไพรปลอดสารเคมี 100 % โดยการส่งเสริมสมาชิกให้การปลูกพืชสมุนไพรอินทรีย์แล้ว รับซื้อผลผลิต เพื่อนำมาเป็นวัตถุดิบทำเครื่องสำอางธรรมชาติ มีกระบวนการควบคุมการผลิตที่ได้มาตรฐาน การ ควบคุมคุณภาพตั้งแต่กระบวนการปลูกวัตถุดิบ ขั้นตอนการการผลิต บรรจุภัณฑ์ เป็นการสร้างมูลค่าให้กับสินค้า เกษตรอย่างแท้จริง การจำหน่าย ผ่านช่องทางออนไลน์ หน้าร้าน ตัวแทนจำหน่าย ออกบูธ ตามงานต่างๆ บ้านอรุณีเกิดจากนวัตกรรมแนวคิดคนรุ่นใหม่ผสมผสานกับภูมิปัญญาความรู้ของชาวบ้านจับมือไปพร้อมกัน พัฒนาเพิ่มศักยภาพการผลิต เพื่อเป็นจุดยืนและสอดคล้องกับความต้องการของตลาด และสร้างงานสร้างอาชีพ สร้างสุขภาพอนามัยที่ดีห่างไกลสารเคมีให้คนในชุมชนมีชีวิตที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ภาคีเครือข่ายที่สนับสนุน สำนักงานเกษตรอำเภอปะนาเระ ฝ่ ค้ โครงการส่งเสริมการปลูกพืชสุขภาพและการแพทย์ 24


18. กลุ่มนังวากรีน ชุมชนตำบลหน้าถ้ำ อ.เมือง จ.ยะลา ข้อมูลทั่วไป ที่ตั้ง เลขที่ 9/1 ม. 2 ต.หน้าถ้ำ อ.เมือง จ.ยะลา เบอร์โทร 063 0891055 ผู้นำชุมชน นางสาวรอสนะห์ กาเจ สมาชิกจำนวน 30 ราย พื้นที่การเพาะปลูก 3 ไร่ ผลิตภัณฑ์ ขมิ้น พริก กระเจี๊ยบเขียว บัวบก ขมิ้น ตะไคร้ ไพล น้ำมันสมุนไพร เครื่องหอม ยาลม ยาหอม เครื่องเทศ เครื่องดื่มสมุนไพร ยาดองสมุนไพร สร้างรายได้กลุ่มจำนวน 1,600,000 บาท/ปี จุดเด่นและปัจจัยความสำเร็จ มีระบบกลุ่มเข้มแข็ง เกษตรปลอดภัย มีหลักธรรมาภิบาล ศักยภาพ/กิจกรรมกลุ่ม นางสาวรอสนะห์ กาเจ ประธานกลุ่ม เป็นคนรุ่นใหม่ที่ใฝ่เรียนรู้ศึกษาแนวทางการทำเกษตรแนวใหม่ เป็น คนช่วยสนับสนุน สร้างแรงจูงใจ ระดมหลักคิดจากสมาชิก และสร้างแนวคิดการทำงานร่วมกัน เกิดการพัฒนาและ วางแผน เกิดกิจกรรมแบบกลุ่ม สร้างกลุ่มอาชีพ เริ่มจากแนวคิดการปลูกผักปลอดสารพิษ ต้องการให้คนในชุมชน บริโภคผักปลอดสารพิษ ผักเหลือจากการบริโภคนำไปวางจำหน่ายซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี เริ่มขยายผลให้ คนในชุมชนปลูกผักปลอดสารพิษ และปลูกพืชสมุนไพร จำนวนมากขึ้น กลุ่มจำหน่ายพืชสมุนไพร แบบสด ตาก แห้ง และแปรรูป ช่องทางจำหน่าย ตลาดท้องถิ่นและพื้นที่ใกล้เคียงเช่น ยะลา ปัตตานีตลาดเครือข่าย เป็นต้น กลุ่มมีกระบวนการจัดการกลุ่มที่ดีสร้างกลุ่มให้เกิดความเข้มแข็งด้วยกระบวนการมีส่วนร่วม สร้างกฎ ระเบียบ กลุ่มเพื่อวางกรอบในการพัฒนากลุ่ม สร้างคนและพัฒนาให้เกิดความเชี่ยวชาญเพื่อสร้างความเข้มแข็ง สร้างอาชีพ สร้างรายได้ให้คนในชุมชนมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดี ภาคีเครือข่ายที่สนับสนุน สำนักงานเกษตรอำเภอเมืองยะลา ฝ่ ค้ โครงการส่งเสริมการปลูกพืชสุขภาพและการแพทย์ 25


จากการดำเนินงานโครงการส่งเสริมการปลูกพืชสุขภาพและการแพทย์ในรอบปีบัญชี2566 พบปัญหาอุปสรรคและข้อเสนอแนะดังนี้ ปัญหาอุปสรรค 1. วัตถุดิบสมุนไพรมีสารสำคัญไม่สูงเพียงพอต่อการแปรรูปเป็นยา เวชสำอางค์และอาหารเสริม 2. ความรู้ความสามารถ ในการใช้แปรรูปสมุนไพรมีจำกัดเฉพาะบุคคล ส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุ 3. การผลิตสินค้า การแปรรูป ยังไม่ได้รับมาตรฐาน ทำให้มีตลาดรองรับน้อย และเป็นตลาดเฉพาะกลุ่ม 4. เกษตรกรไม่ให้ความสำคัญในการรวมกลุ่ม การจัดการกลุ่มยังไม่เข้มแข็ง ขาดการเชื่อมโยงเป็นเครือข่าย 5. การเพาะปลูก การแปรรูป การใช้สมุนไพรบางชนิดมีข้อจำกัดด้านกฎหมาย ข้อเสนอแนะ 1.ควรมีการให้ความรู้แลกเปลี่ยนวิธีการในการผลิตพืชสมุนไพรให้มีคุณภาพ มาตรฐานสารสำคัญ เพื่อเพิ่มมูลค่า ผลิตภัณฑ์ 2.ควรสร้างเกษตรกรรุ่นใหม่ ทายาทเกษตรกร เพื่อทดแทนและสืบทอดองค์ความรู้ด้านสมุนไพร เพื่อสร้างการ เปลี่ยนแปลง มุ่งสู่การพัฒนาผลิตภัณฑ์และเพิ่มมูลค่าสมุนไพร การสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลผลิตทางการเกษตร 3.เกษตรกรควรตระหนักถึงการสร้างมาตรฐานสารสำคัญ การตรวจสารสำคัญของผลิตภัณฑ์ เพื่อยกระดับผลิต ภัณฑฺ์การแปรรูปขั้นพื้นฐานสู่การแปรรูปขั้นสูง (เพิ่มมูลค่า เพิ่มยอดขาย) เพื่อเพิ่มยอดขายในลักษณะ"ทำน้อยแต่ ได้มาก" เป็นหัวขบวนธุรกิจ ลากจูงเกษตรกรรายย่อยสร้างรายได้กระจายสู่ชุมชน และการให้ความรู้การตลาดด้าน สื่อโฆษณา จำหน่ายสินค้ารูปแบบ Online ในหลากหลายช่องทางการพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อได้การรับรองมาตรฐาน ฉลากคาร์บอน 4.ควรสร้างจิตสำนึกให้เกษตรกรเห็นความสำคัญของการรวมกลุ่ม การจัดการกลุ่มที่ดีเพื่อสร้างความเข้มแข็งของ กลุ่มผู้ปลูกพืชสมุนไพร มีการจัดกิจกรรมสร้างความสัมพันธ์ของเครือข่ายทุกปีให้เกิดการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ด้านผลิตภัณฑ์สินค้าในแต่ละภูมิภาค และภาครัฐควรให้การสนับสนุนการเชื่อมโยงเครือข่าย สร้างธุรกิจชุมชนที่ เน้นการมีส่วนร่วมของคนในชุมชน 5.ควรมีพี่เลี้ยงจากสถาบันการศึกษา เครือข่ายภาครัฐ เอกชน ลงพื้นที่ปฎิบัติงานในระดับชุมชน นำผลวิจัย เทคโนโลยีและนวัตกรรม มาปรับใช้การเชื่อมโยง เพื่อให้ความรู้กำกับแนะนำในการผลิต รวบรวม แปรรูป และ การใช้สมุนไพรให้ถูกต้องตามข้อกำหนดหรือกฎหมายที่เกี่ยวข้องรวมถึงการพัฒนาการยกระดับผลิตภัณฑ์ ทั้ง พัฒนาบรรจุภัณฑ์เพื่อตอบสนองความต้องของตลาดที่หลากหลาย กลุ่มงานพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก ฝ่ายพัฒนาลูกค้าและชุมชน ฝ่ ค้ โครงการส่งเสริมการปลูกพืชสุขภาพและการแพทย์ 26


ภาคผนวก สรุปผลการสัมมนาโครงการสัมมนาเชิงปฏิบัติการยกระดับเครือข่ายผู้ปลูกพืชสมุนไพร ครั้งที่ 1 สรุปผลการสัมมนาโครงการสัมมนาเชิงปฏิบัติการยกระดับเครือข่ายผู้ปลูกพืชสมุนไพร ครั้งที่ 2 โครงการส่งเสริมการปลูกพืชสุขภาพและการแพทย์ 27 ฝ่ ค้


สรุปผลการสัมมนา โครงการสัมมนาเชิงปฏิบัติการยกระดับเครือข่ายผู้ปลูกพืชสมุนไพร ครั้งที่ 1 ธนาคารจัด “โครงการสัมมนาเชิงปฏิบัติการยกระดับเครือข่ายผู้ปลูกพืชสมุนไพร” หลักสูตร 3 วัน 2 คืน และการศึกษาดูงานระหว่างวันที่ 15 - 17 สิงหาคม 2566 ณ โรงแรมเอเชีย แอร์พอร์ท (ดอนเมือง) 99/2 หมู่ที่ 8 ถนนพหลโยธิน ตำบลคูคต อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานีโดยมีกลุ่มเป้าหมายเข้าร่วม จำนวน 36 คน และ พนักงานพัฒนาลูกค้าผู้รับผิดชอบโครงการ สนจ. ละ 1 คน จำนวน 18 คน วัตถุประสงค์ 1.เพื่อสร้างเครือข่ายความสัมพันธ์ระหว่างผู้เข้ารับการสัมมนา แลกเปลี่ยนความรู้ด้านการผลิต การแปรรูป การรวบรวม และการเชื่อมโยงตลาด ผ่านช่องทางออนไลน์และออฟไลน์ 2.เพื่อให้มีการพัฒนาผลิตภัณฑ์สมุนไพรอย่างเป็นระบบ ตรงกับความต้องการของตลาด ทั้งในประเทศและต่าง ประเทศ และมีตลาดรับซื้อชัดเจน ซึ่งจะทำให้ผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทยมีคุณภาพและมาตรฐาน 3.เพื่อจัดทำแผนธุรกิจ Canvas และสามารถนำแผนธุรกิจไปปฏิบัติได้จริง ความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากการสัมมนา 1.ควรให้ความรู้ด้านภาษีอากร ภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีการค้า 2.ควรจะหาคู่ค้าการตลาดมาร่วมกิจกรรม การจับคู่ทางธุรกิจ Business Matching 3.การให้ความรู้การตลาดด้านสื่อโฆษณา จำหน่ายสินค้ารูปแบบ Online ในหลากหลายช่องทาง 4.ควรจัดกิจกรรมสัมมนาเชื่อมโยงเครือข่ายสมุนไพรในระดับภูมิภาค 5.ผลิตภัณฑ์สินเชื่อที่ตรงกับธุรกิจ อัตราดอกเบี้ยที่เหมาะสม กระบวนการพิจารณาที่รวดเร็ว 6.ควรเพิ่มเวลาการจัดกิจกรรมสร้างความสัมพันธ์ของเครือข่าย และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นด้านผลิตภัณฑ์ สินค้าในแต่ละภาค ฝ่ ค้ โครงการส่งเสริมการปลูกพืชสุขภาพและการแพทย์ 28


ประโยชน์ที่ได้รับ 1.เกิดการสร้างเครือข่ายผู้ปลูกพืชสมุนไพร จำนวน 18 แห่ง ผ่าน Application Line เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูล สมุนไพร ผลิตภัณฑ์ ประสบการณ์องค์ความรู้ความชำนาญของแต่ละพื้นที่ 2.ได้รับข้อเสนอแนะในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ตัวอย่างที่นำมาแสดงจากวิทยากร 3.เกิดแนวทางเพื่อให้มีการพัฒนาผลิตภัณฑ์สมุนไพรอย่างเป็นระบบ ตรงกับความต้องการของตลาด ทั้งใน ประเทศและต่างประเทศ และมีตลาดรับซื้อชัดเจน ซึ่งจะทำให้ผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทยมีคุณภาพและมาตรฐาน 4.เพื่อจัดทำแผนธุรกิจ Canvas และสามารถนำแผนธุรกิจไปปฏิบัติได้จริง ข้อสรุปโครงการ ผู้ที่เข้าร่วมสัมมนา ได้รับโอกาสในการแสดงความคิดเห็น แลกเปลี่ยนเรียนรู้เชื่อมโยงการตลาดระหว่าง กัน และได้รับการถ่ายทอดความรู้จากโดยทีมงานวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิจากส่วนงานที่เป็นภาคีเครือข่ายธนาคาร ได้แก่ สถานวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว) กรมการแพทย์แผนไทยและแพทย์ทางเลือก ประกอบด้วยเนื้อหาความรู้ที่น่าสนใจ เช่น มาตรฐานการผลิตสมุนไพรไทยกับโอกาสทางการตลาด การพัฒนา ผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทยและมาตรฐานสาระสำคัญ ตลาดสมุนไพรไทยและทางรอดของเกษตรกร แผนธุรกิจ Canvas และแผนสินเชื่อที่เกี่ยวเนื่อง เป็นต้น ในครั้งนี้มีผู้เข้ารับการพัฒนาความรู้ทั้งสิ้น จำนวน 54 ราย หลังจากเกษตรกรลูกค้าการได้รับความรู้แล้ว ได้นำไปเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต พัฒนาผลิตภัณฑ์สามารถจัดทำแผนธุรกิจ Canvas และนำแผนธุรกิจไปปฏิบัติ ได้จริง เพิ่มโอกาสทางการแข่งขัน ทั้งด้านต้นทุนการผลิต ปริมาณผลผลิต คุณภาพผลิตภัณฑ์ มาตรฐานผลผลิต และการเชื่อมโยงตลาด มีตลาดรับซื้อชัดเจน ผ่านช่องทางออนไลน์และออฟไลน์ตรงกับความต้องการของตลาด ฝ่ ค้ โครงการส่งเสริมการปลูกพืชสุขภาพและการแพทย์ 29


สรุปผลการสัมมนา โครงการสัมมนาเชิงปฏิบัติการยกระดับเครือข่ายผู้ปลูกพืชสมุนไพร ครั้งที่ 2 จากการประเมินโครงการสัมมนาเชิงปฏิบัติการยกระดับเครือข่ายผู้ปลูกพืชสมุนไพร ครั้งที่ 1 ผู้เข้าร่วม สัมมนาต้องการเพิ่มองค์ความรู้การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในหัวข้อ การสร้างคอนเทนต์การสร้างตัวตน การขายของใน โลกออนไลน์การจัดการภาษีธุรกิจ มาตรฐานสารสำคัญ โดยมุ่งหวังพัฒนาให้เป็นหัวขบวนธุรกิจ รองรับการฟื้นฟู พัฒนา ธนาคารจึงได้จัดโครงการสัมมนาเชิงปฏิบัติการยกระดับเครือข่ายผู้ปลูกพืชสมุนไพร ครั้งที่ 2 หลักสูตร 2 วัน 1 คืน โดยมีกลุ่มเป้าหมายดำเนินการ จำนวน 18 แห่ง จำนวน 36 คน วิทยากรกระบวนการ 14 คน รวม 50 คน วัตถุประสงค์ 1.เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ด้านการผลิต ออกแบบผลิตภัณฑ์สินค้า การตลาด การสร้างมูลค่าเพิ่ม ซึ่งจะทำให้ผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทยมีคุณภาพและมาตรฐาน 2.เพื่อสร้างเครือข่ายความสัมพันธ์ระหว่างผู้เข้ารับการสัมมนา เกิดการแบ่งปันผลิตผลวัตถุดิบ สามารถเชื่อมโยง ตลาดระหว่างกันได้สร้างมูลค่าเพิ่ม เกิดเศรษฐกิจหมุนเวียนในชุมชน 3.เพื่อให้มีความรู้และฝึกปฏิบัติ (Work Shop) เรื่อง หลักการถ่ายภาพ/วิดีโอสั้น สร้างคอนเทนต์ การสร้าง Story สร้างตัวตนให้โดดเด่น 4.เพื่อให้มีความรู้เรื่องเกี่ยวกับ การจัดการภาษีของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนและผู้ประกอบการรุ่นใหม่ 5.เพื่อพัฒนาศักยภาพผู้เข้าร่วมสัมมนาให้มีความพร้อมเป็นหัวขบวนธุรกิจ ความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากการสัมมนา 1.การพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อได้การรับรองมาตรฐานฉลากคาร์บอน 2.ควรได้ความรู้และการตรวจสารสำคัญของผลิตภัณฑ์ 3.การให้ความรู้การตลาดด้านสื่อโฆษณา จำหน่ายสินค้ารูปแบบ Online ในหลากหลายช่องทาง 4.ผลิตภัณฑ์สินเชื่อที่ตรงกับธุรกิจ อัตราดอกเบี้ยที่เหมาะสม กระบวนการพิจารณาที่รวดเร็ว 5.ควรมีการจัดกิจกรรมสร้างความสัมพันธ์ของเครือข่ายในทุกๆปี และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นด้านผลิตภัณฑ์ สินค้าในแต่ละภูมิภาคอย่างต่อเนื่อง ฝ่ ค้ โครงการส่งเสริมการปลูกพืชสุขภาพและการแพทย์ 30


ประโยชน์ที่ได้รับ 1.เกิดการสร้างเครือข่ายผู้ปลูกพืชสมุนไพร จำนวน 18 แห่ง ผ่าน Application Line เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูล สมุนไพร ผลิตภัณฑ์ ประสบการณ์องค์ความรู้ความชำนาญของแต่ละพื้นที่ 2.ได้รับความรู้จากการ Work Shop หลักการถ่ายภาพ/วิดีโอสั้น สินค้าและผลิตภัณฑ์ เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม 3.ได้รับความรู้การจัดการภาษีแบบมืออาชีพ ของผู้ประกอบการเกษตรกรรุ่นใหม่/กลุ่มวิสาหกิจชุมชน 4.ได้รับความรู้เกี่ยวกับภารกิจกรมการแพทย์ฯ กับการสร้างงาน สร้างรายได้สร้างเศรษฐกิจไทยให้มั่นคง 5.ได้รับความรู้การพัฒนาผลิตภัณฑ์สมุนไพร สู่ A-Product ของธนาคาร 6.ได้ความรู้การสร้างคอนเทนต์การสร้าง Story สร้างตัวตนให้โดดเด่น เพื่อขายของบนโลกออนไลน์ ข้อสรุปโครงการ ผู้ที่เข้าร่วมสัมมนา ได้รับโอกาสในการแสดงความคิดเห็น แลกเปลี่ยนเรียนรู้เชื่อมโยงการตลาดระหว่าง กัน และได้รับการถ่ายทอดความรู้จากโดยทีมงานวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิจากส่วนงานที่เป็นภาคีเครือข่ายธนาคาร ได้แก่ กรมการแพทย์แผนไทยและแพทย์ทางเลือก,วิทยากรด้านภาษีอากร,วิทยากรในการขายสินค้าและผลิตภัณฑ์ มืออาชีพประกอบด้วยเนื้อหาความรู้ที่น่าสนใจ เช่น ได้รับความรู้หลักการถ่ายภาพ/วิดีโอสั้น เทคนิคการขาย ผลิตภัณฑ์รวมทั้งความรู้เกี่ยวกับด้านภาษีเป็นต้น ทั้งนี้ผู้เข้ารับการพัฒนาทั้งสิ้น จำนวน 50 ราย หลังจากได้รับการเรียนรู้ในครั้งนี้แล้ว จะได้นำความรู้ไป ใช้ในการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต การพัฒนาผลิตภัณฑ์ นำเทคนิคการถ่ายภาพผลิตภัณฑ์สินค้าไปใช้จัดทำสื่อ โฆษณาประชาสัมพันธ์สินค้า การสร้าง Story ให้กับสินค้าและชุมชน การขายสินค้าผลิตภัณฑ์ผ่านช่องทาง ออนไลน์เพื่อให้ตรงตามความต้องการของตลาด และความรู้เกี่ยวกับด้านภาษีของผู้ประกอบการ/กลุ่มวิสาหกิจ ชุมชนไปปฏิบัติได้อย่างถูกต้อง เหมาะสมต่อไป ฝ่ ค้ โครงการส่งเสริมการปลูกพืชสุขภาพและการแพทย์ 31


Click to View FlipBook Version