ภาษาพูดกับภาษาเขียน
สารบัญ ภาษาพูดเป็นภาษาเฉพาะกลุ่มหรือ
เฉพาะวัย
ภาษาพูด มักเป็นภาษาไทยแท้
ภาษาพูดมักเปลี่ยนแปลงเสียวสระและ
เสียงพยัญชนะ รวมทั้งนิยมตัดคําให้สั้น
ลง
ภาษาพูด ยืมคําภาษาต่างประเทศ และ
มักตัดคําให้สั้นลง
ความแตกต่างระหว่างภาษาพูดกับภาษา
เขียน
การใช้ภาษาเพื่อสื่อสารนั้น ไม่ว่าจะเป็นภาษาพูด หรือภาษาเขียน
สามารถเป็นเครื่องบ่งชี้ได้ว่าผู้พูด หรือผู้เขียน มีความรู้ทางภาษา
แค่ไหน ได้รับการอบรมสั่งสอนมาดีอย่างไร ภาษาจึงเป็นเครื่อง
บอกระดับ การศึกษา และได้รับการอบรมของผู้ใช้ด้วย เหมือนสํา
นวนไทยโบราณที่ว่า “สําเนียงส่อภาษา กริยาส่อสกุล”
ภาษาพูด คือ ภาษาเฉพาะกลุ่ม หรือเรียกว่า ภาษษปาก เช่น
พวกภาษากลุ่มวัยรุ่น บางครั้งฟังแล้วดู ไม่สุภาพ มักใช้พูด
ระหว่างคนที่สนิทสนมกันมากๆ
ภาษาเขียน คือ ภาษาเขียนที่ลักษณะเคร่งครัด ในหลักทาง
ภาษา เรียกว่า ภาษาแบบแผน ระดับไม่ เคร่งครัดมากนัก
เรียกว่า ภาษากึ่งแบบแผน หรือ ภาษาไม่เป็นทางการ
ตัวอย่างเปรียบเทียบภาษาพูดและภาษาเขียน
1. ภาษาพูดเป็นภาษาเฉพาะกลุ่มหรือเฉพาะวัย เช่น
วัยโจ๋ = วัยรุ่น
เจ๋ง = เยี่ยมมาก
แห้ว = ผิดหวัง
= พลาดและเจ็บตัว
เดี้ยง = ทำไม่จริงจังและปิดบัง
มั่วนิ่ม
2. ภาษาพูด มักเป็นภาษาไทยแท้ คือ ภาษาชาวบ้าน เข้าใจ
ง่าย เป็นภาษากึ่งแบบแผน เช่น
= สามี ภรรยา
ผัวเมีย
ดาราหนัง = ดาราภาพยนตร์
ปอดลอย = หวาดกลัว
ตัวอย่างเปรียบเทียบภาษาพูดและภาษาเขียน
3.ภาษาพูดมักเปลี่ยนแปลงเสียวสระและเสียงพยัญชนะ
รวมทั้งนิยมตัดคำให้สั้นลง เช่น
เริ่ด = เลิศ
เพ่ = พี่
จิงอะป่าว = จริงหรือเปล่า
4. ภาษาพูด ยืมคำภาษาต่างประเทศ และมักตัดคำให้สั้น
ลง เช่น
เว่อร์ (Over) = เกินควร เกินกำหนด
จอย (Enjoy) = สนุก เพลิดเพลิน
ก๊อบ(Coppy) = สำเนา ต้นฉบับ
ความแตกต่างระหว่างภาษาพูดกับภาษาเขียน
เป็นการยากที่จะตัดสินว่า คำใดเป็นภาษาพูด คำใดเป็นภาษาเขียน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับ
กาลเทศะในการใช้คำนั้นๆ บางคำก็ใช้เป็นภาษาเขียนอย่างเดียว บางคำก็ใช้พูดอย่างเดียว
และบางคำอยู่ตรงกลางคืออาจเป็นทั้งภาษาพูดและภาษาเขียนก็ได้ ความแตกต่างระหว่าง
ภาษาพูดกับภาษาเขียนพออธิบายได้ดังนี้
1. ภาษาเขียนไม่ใช้ถ้อยคำหลายคำที่เราใช้ในภาษาพูดเท่านั้น เช่น เยอะแยะ โอ้โฮ จมไป
เลยแย่ ฯลฯ
2. ภาษาเขียนไม่มีสำนวนเปรียบเทียบหรือคำสแลงที่ยังไม่เป็นที่ยอมรับในภาษาเช่น ชัก
ดาบ พลิกล็อค โดดร่ม
3. ภาษาเขียนมีการเรียบเรียงถ้อยคำที่สละสลวยชัดเจน ไม่ซ้ำคำหรือซ้ำความโดยไม่
จำเป็น ในภาษาพูดอาจจะใช้ซ้ำคำหรือซ้ำความได้ เช่น การพูดกลับไปกลับมา เป็นการย้ำ
คำหรือเน้นข้อความนั้นๆ
4. ภาษาเขียนเมื่อเขียนเสร็จเรียบร้อยแล้ว ผู้เขียนไม่มีโอกาสแก้ไขเปลี่ยนแปลงได้ แต่ถ้า
เป็นภาษาพูด ผู้พูดมีโอกาสชี้แจงแก้ไขในตอนท้ายได้ นอกจากนี้ยังมีข้อแตกต่างระหว่าง
ภาษาพูดและภาษาเขียนอีกหลายประการ คือ
1) ภาษาเขียนใช้คำภาษามาตรฐานหรือภาษาแบบแผนซึ่งนิยมใช้
เฉพาะในวงราชการหรือในข้อเขียนที่เป็นวิชาการทั้งหลายมากกว่า
ภาษาพูด เช่น
2) ภาษาพูดมักจะออกเสียงไม่ตรงกับภาษาเขียน คือ เขียนอย่าง
หนึ่งเวลาออกเสียงจะเพี้ยนเสียงไปเล็กน้อย ส่วนมากจะเป็นเสียง
สระ เช่น
3) ภาษาพูดสามารถแสดงอารมณ์ของผู้พูดได้ดีกว่าภาษา
เขียน คือ มีการเน้นระดับเสียงของคำให้สูง-ต่ำ-สั้น-ยาว ได้ตาม
ต้องการ เช่น
4) ภาษาพูดนิยมใช้คำช่วยพูดหรือคำลงท้าย เพื่อช่วย
ให้การพูดนั้นฟังสุภาพและไพเราะยิ่งขึ้นเช่น ไปไหนคะ ไปตลาดค่ะ
รีบไปเลอะไม่เป็นไรหรอก นั่งนิ่งๆ ซิจ๊ะ
5) ภาษาพูดนิยมใช้คำซ้ำ และคำซ้อนบางชนิดเพื่อเน้นความ
หมายของคำให้ชัดเจนยิ่งขึ้น เช่น
คำซ้ำดี๊ดี เก๊าเก่า ไปเปย อ่านเอิ่น ผ้าห่มผ้าเหิ่มกระจกกระเจิก อาหง
อาหาร
คำซ้อนมือไม้ ขาวจั้ะ ดำมิดหมี แข็งเป็ก เดินเหิน ทองหยอง……
สมาชิก
นางสาวชนาภา ภิญโญ 650610261
นางสาววีรวรรณ วงวรรณา 650610267
นายธนวัฒน์ ตุ่มศรียา 650610100
นางสาวสุธิตา สุทธิพันธ์ 650610269