ผลงานนวัตกรรมโครงงานสุขภาพนักเรียน เรื่อง ยางยืด เพื่อสุขภาพ ผู้จัดทำโครงงาน 1. ด.ช.อำไพ โพธิ์ทอง นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 2. ด.ญ.กัณฐิกากรอง ผ่องสวัสดิ์ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 3. ด.ญ.สิรินดา เขียวมาประเสริฐ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ครูที่ปรึกษาโครงงาน 1. นายสุขวิทย์ จันทร์เจิม 2. นางสาวพัณณ์ชิตา สิทธิประทานพร โรงเรียนวัดบางกระ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาราชบุรี เขต 1 สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ
3 สารบัญ เรื่อง หน้า แบบฟอร์มผลงานนวัตกรรมโครงานสุขภาพนักเรียน 1 บทคัดย่อ 2 โครงงานยางยืดเพื่อสุขภาพ 3 ระยะเวลาการดำเนินงาน 3 หลักการและเหตุผล 3 วัตถุประสงค์ 3 วรรณกรรมที่เกี่ยวข้อง 4 วิธีดำเนินงาน 8 แผนปฏิบัติงาน 8 การขยายผลสู่ชุมชน 10 สรุปผล 10 บรรณานุกรม 11 ภาคผนวก 12
1 แบบฟอร์มผลงานนวัตกรรมโครงงานสุขภาพนักเรียน โรงเรียนวัดบางกระ สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาราชบุรีเขต 1 จังหวัดราชบุรี ชื่อผู้บริหารโรงเรียน น.ส.รักชนก คชชา เบอร์โทรศัพท์ 092 - 1455653 ชื่อครูที่ปรึกษาโครงงาน 1. นายสุขวิทย์ จันทร์เจิม เบอร์โทรศัพท์ 096 - 5956269 2. น.ส.พัณณ์ชิตา สิทธิประทานพร เบอร์โทรศัพท์ 098 - 9292324 ชื่อนักเรียน 1. ด.ช.อำไพ โพธิ์ทอง ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 2. ด.ญ.กัณฐิกากรอง ผ่องสวัสดิ์ ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 3. ด.ญ.ด.ญ.สิรินดา เขียวมาประเสริฐ ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ชื่อโครงงาน ยางยืดเพื่อสุขภาพ ประเภท ✓ ⃞ โครงงานส่งเสริมสุขภาพ ⃞ โครงงานด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม โครงงานระดับ ⃞ ชั้นประถมศึกษา ✓⃞ ชั้นมัธยมศึกษา
2 บทคัดย่อ ยุคปัจจุบันเป็นยุคของเทคโนโลยีความก้าวหน้า สมาร์ทโฟนเข้ามามีบทบาทกับชีวิตประจำวัน เป็นอย่างมาก การเล่นสมาร์ทโฟนหรือการเล่นเกมเป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เด็ดขาดกิจกรรมที่มี การเคลื่อนไหวทำให้สมรรถภาพทางกายลดลง ส่งผลเสียทางเลือกสุขภาพทางกายและสุขภาพจิต ดังนั้นพ่อแม่ ผู้ปกครองควรหันกลับมาให้ความสำคัญและให้ความสนใจในเรื่องสุขภาพและสมรรถภาพทางกายของเด็ก มากขึ้น เมื่อเด็กมีสมรรถภาพทางกายดีเด็กสามารถจะทำกิจกรรมโดยทำงานได้เป็นระยะเวลานานๆติดต่อกัน และผลที่ได้รับจะมีประสิทธิภาพสูงสุด ในทางกลับกันถ้าเด็กมีสุขภาพและสมรรถภาพไม่ดี เจ็บป่วยบ่อย ไม่สามารถเข้าร่วมกิจกรรมบางอย่างได้หรือต้องขาดเรียนเพราะป่วยจะทำให้ส่งผลกระทบต่อการศึกษาได้ ทางโรงเรียนวัดบางกระ ได้เล็งเห็นคุณค่าและความสำคัญในการแก้ปัญหาดังกล่าวจึงได้จัดทำโครงงาน ยางยืด เพื่อสุขภาพ การจัดทำโครงงานครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1. นักเรียนมีสมรรถภาพทางกายที่ดีขึ้น 2. นักเรียนนำ ท่าออกกำลังกายไปใช้ในครอบครัวเพื่อเพิ่มสมรรถภาพทางร่างกายให้ดีขึ้น จากการทำโครงงาน ยางยืด พบปัญหาที่สำคัญคือนักเรียนมีสมรรถภาพทางร่างกายต่ำกว่าเกณฑ์ มาตรฐาน ผู้จัดทำโครงงานได้รับความร่วมมือจากทุกฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นครู ผู้ปกครอง ในการมีส่วนช่วย แก้ปัญหาดังกล่าว ผู้จัดทำได้แบ่งนักเรียนที่มีสมรรถภาพร่างกายต่ำกว่าเกณฑ์ออกเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มที่ 1 กลุ่มทดลอง คือกลุ่มที่เข้าร่วมกิจกรรมการเรียนรู้พลศึกษาโดยใช้โปรแกรมการออกกำลังกายด้วยยาง ยืด กลุ่มที่ 2 กลุ่มควบคุม คือกลุ่มที่เข้าร่วมกิจกรรมการเรียนรู้พลศึกษาปกติส่งผลให้นักเรียนโรงเรียนวัด บางกระ กลุ่มที่เข้าร่วมกิจกรรมการเรียนรู้พลศึกษาโดยใช้โปรแกรมการออกกำลังกายด้วยยางยืด มีระดับ สมรรถภาพทางกายที่สัมพันธ์กับสุขภาพของนักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 1-3 ที่มีสมรรถภาพทางกายที่สัมพันธ์กับ สุขภาพต่ำกว่าเกณฑ์ดีขึ้น และสูงกว่ากลุ่มที่เข้าร่วมกิจกรรมการเรียนรู้พลศึกษาปกตินอกจากนี้การทำ กิจกรรมออกกำลังกายด้วยยางยืด ยังส่งผลให้นักเรียนมีความรับผิดชอบมากขึ้น รู้จักใช้เวลาว่างให้เกิด ประโยชน์อีกด้วย
3 โครงงาน ยางยืด เพื่อสุขภาพ ระยะเวลาการดำเนินการ ปีการศึกษา 2565 (วันที่ 23 พฤษภาคม 2565 ถึง วันที่ 2 กันยายน 2565) หลักการและเหตุผล ยุคปัจจุบันเป็นยุคของเทคโนโลยีความก้าวหน้า สมาร์ทโฟนเข้ามามีบทบาทกับชีวิตประจำวันเป็น อย่างมาก การเล่นสมาร์ทโฟนหรือการเล่นเกมเป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เด็ดขาดกิจกรรมที่มีการเคลื่อนไหวทำ ให้สมรรถภาพทางกายลดลง ส่งผลเสียทางเลือกสุขภาพทางกายและสุขภาพจิต ดังนั้นพ่อแม่ผู้ปกครองควรหัน กลับมาให้ความสำคัญและให้ความสนใจในเรื่องสุขภาพและสมรรถภาพทางกายของเด็กมากขึ้น เมื่อเด็กมี สมรรถภาพทางกายดีเด็กสามารถจะทำกิจกรรมโดยทำงานได้เป็นระยะเวลานานๆติดต่อกัน และผลที่ได้รับจะ มีประสิทธิภาพสูงสุด ในทางกลับกันถ้าเด็กมีสุขภาพและสมรรถภาพไม่ดี เจ็บป่วยบ่อย ไม่สามารถเข้าร่วม กิจกรรมบางอย่างได้หรือต้องขาดเรียนเพราะป่วยจะทำให้ส่งผลกระทบต่อการศึกษาได้ทางโรงเรียนวัด บางกระ ได้เล็งเห็นคุณค่าและความสำคัญในการแก้ปัญหาดังกล่าวจึงได้จัดทำโครงงาน ยางยืด เพื่อสุขภาพ ถึงแม้ว่าทางโรงเรียนจะได้มีการจัดให้มีกิจกรรมทางพลศึกษาที่จะเน้นไปทางด้านการฝึกทักษะด้าน กีฬาชนิดต่างๆให้กับเด็กอย่างน้อย 1-2 คาบต่อสัปดาห์ ซึ่งนั่นอาจไม่เพียงพอต่อการพัฒนาศักยภาพทางกาย ของเด็กก็เป็นได้ เด็กในวัยนี้จำเป็นจะต้องได้รับการพัฒนาสมรรถภาพทางกายให้เหมาะสมตามช่วงพัฒนาการ ของวัย ดังนั้นทางผู้วิจัยจึงมีความสนใจที่จะออกแบบกิจกรรมพลศึกษาโดยใช้โปรแกรมการออกกำลังกายขึ้น โดยในการจัดโปรแกรมได้อาศัยการศึกษาในเรื่องของการพัฒนาการทางด้านร่างกายควบคู่ไปกับการเลือกใช้ วิธีการออกกำลังกายที่เหมาะสมกับวัยของเด็กระดับมัธยมศึกษาปีที่ 1-3 รวมถึงข้อห้ามหรือข้อควรระวังใน การออกกำลังกายสำหรับเด็กในช่วงวัยนี้ จากเหตุผลที่ได้กล่าวมาเบื้องต้น ผู้จัดทำจึงมีความสนใจที่จะศึกษาผลของการออกกำลังกายโดยใช้ยาง ยืดที่มีต่อสมรรถภาพทางกายที่สัมพันธ์กับสุขภาพของนักเรียนในชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1-3 ที่มีสมรรถภาพทาง กายที่สัมพันธ์กับสุขภาพต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐานเพื่อให้เด็กมีสมรรถภาพทางกายที่สัมพันธ์กับสุขภาพที่ดีขึ้น มีพัฒนาการเจริญเติบโตที่สมวัยและรักในการออกกำลังกาย ซึ่งผลการวิจัยในครั้งนี้จะเป็นทางเลือกหนึ่งที่เป็น ประโยชน์ต่อนักเรียนในวัยนี้ที่มักจะมีความสนใจที่หลากหลายได้มีโอกาสที่นำเอาการออกกำลังกายโดยใช้ ยางยืดมาใช้เป็นกิจกรรมหนึ่งในการเพิ่มสมรรถภาพทางกายได้เป็นอย่างดี วัตถุประสงค์. 1. นักเรียนมีสมรรถภาพทางกายที่ดีขึ้น 2. นักเรียนนำท่าออกกำลังกายไปใช้ในครอบครัวเพื่อเพิ่มสมรรถภาพทางร่างกายให้ดีขึ้น
4 วรรณกรรมที่เกี่ยวข้อง 1. ความรู้เกี่ยวกับสมรรถภาพทางกายที่สัมพันธ์กับสุขภาพ 1.1 ความหมายของสมรรถภาพทางกาย มีผู้ให้ความหมายคำว่าสมรรถภาพทางกายไว้หลากหลายมากมายแตกต่างกันออกไป ซึ่งพอสรุปความ หมายได้ดังต่อไปนี้ เกทเชล (Getcell, 1979 อ้างถึงใน เขตชัยภูมิ, 2554) กล่าวถึง สมรรถภาพทางกายว่า เป็น ความสามารถในการประกอบกิจวัตรประจำวัน (การทำงานและการเล่น) โดยไม่รู้สึกเหนื่อย แล้วยังมีพลังงาน สำรองเพื่อปฏิบัติงานในภาวะฉุกเฉิน ซึ่งคำจำกัดความดังกล่าวยังไม่เพียงพอกับการดำรงชีวิตในปัจจุบัน ดังนั้น จึงกล่าวถึงสมรรถภาพทางกายว่า ไอ้ฟ้าสามารถในการทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดของหัวใจ หลอด เลือด ปอดและกล้ามเนื้อ ซึ่งองค์ประกอบของสมรรถภาพทางกายประกอบด้วยความแข็งแรง ความอดทนของ กล้ามเนื้อ ความอ่อนตัวและความอดทนของระบบไหลเวียนโลหิต กรมวิชาการ (2532) กล่าวถึงจะมาสภาพทางกายว่า ความสามารถของร่างกายในการปฏิบัติงาน หรือภารกิจในชีวิตประจำวัน ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยไม่เกิดความเหน็ดเหนื่อยจนเกินไปและมีกำลังเหลือ เพื่อใช้ในเวลาว่าง ให้เกิดความสนุกสนานในชีวิตของตนเอง ตลอดจนมีไว้ใช้ในยามฉุกเฉิน ดุสิต สุขประเสริฐ (2542: 1) ได้ให้ความหมายของสมรรถภาพทางกายว่า ความสามารถของบุคคล ในการควบคุมสั่งการให้ร่างกายปฏิบัติภารกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ เหมาะสมกับปริมาณงานและเวลาตลอด ทั้งวัน โดยการปฏิบัติ ไม่ก่อให้เกิดความทุกข์ทรมานต่อร่างกาย อีกทั้งยังสามารถประกอบกิจการอื่นๆ ที่ นอกเหนือไปจากภารกิจประจำวันได้อีกด้วยความกระฉับกระเฉง ปราศจากอาการเมื่อยล้าอ่อนเพลีย 1.2 องค์ประกอบของสมรรถภาพทางกาย องค์การอนามัยโลก (25533, อ้างถึงใน พิชิต ภูตจันทร์และคณะ, 2546) ได้ให้ความหมายว่า สมรรถภาพทางกายเป็นความสามารถหรือประสิทธิภาพของการแสดงออกทางร่างกายสูงสุด โดยมี องค์ประกอบ ต่อไปนี้ 1. สามารถออกกำลังกายอย่างหนักได้ 2. มีความแข็งแรงและความทนทานของกล้ามเนื้อสูงสุด 3. มีความสามารถในการใช้ออกซิเจนสูงสุด 4. มีความทนทานต่อการไม่ใช้ออกซิเจนขณะออกกำลังกายได้เป็นเวลานาน 5. มีความสัมพันธ์ระหว่างระบบประสาทและระบบกล้ามเนื้อเป็นอย่างดี จึงสรุปได้ว่า องค์ประกอบของสมรรถภาพทางกายมีอยู่หลายอย่างขึ้นอยู่กับว่าเป็นสมรรถภาพทาง กายที่เกี่ยวข้องกับอะไร เช่น ถ้าเป็นสมรรถภาพทางกายทั่วไปจะมี 8 องค์ประกอบ ได้แก่ ความแข็งแรงของ กล้ามเนื้อ ความทนทานของกล้ามเนื้อ ความทนทานของระบบไหลเวียนของโลหิต พลังของกล้ามเนื้อ ความ อ่อนตัว ความเร็ว การทรงตัวและความว่องไว แต่ถ้าเป็นสมรรถภาพทางกายเพื่อสุขภาพจะมี 5 องค์ประกอบ ได้แก่ องค์ประกอบของร่างกาย ความอดทนของระบบไหลเวียนโลหิต ความอ่อนตัว ความอดทนของกล้ามเนื้อ และความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ เป็นต้น 1.3 ความสำคัญของสมรรถภาพทางกาย ในชีวิตมนุษย์เราทุกคน มีความปรารถนาอยากให้ตนเองมีสุขภาพพลานามัยแข็งแรงสมบูรณ์ ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บทั้งหลายทั้งปวง เหมือนดังคำกล่าวทางศาสนาที่ว่า “อโรค ยาปรมา ลาภา” แปลว่า ความไม่มีโรค เป็นลาภอันประเสริฐ สิ่งที่กล่าวมานี้นับว่าเป็นเป้าหมายที่สำคัญอย่างหนึ่งของชีวิตเราทุกคน
5 แต่จะทำอย่างไรเราจึงจะเป็นผู้ที่มีสุขภาพดีอย่างที่ตั้งความหวังไว้ ซึ่งจะแสดงออกมาโดยดูจากแนวทางการ ปฏิบัติตนของแต่ละบุคคล เพื่อให้บรรลุเป้าหมายดังกล่าว บ้างก็พยายามรักษาความสะอาดของร่างกายสิ่งของ เครื่องใช้ บ้างก็เลือกรับประทานอาหารที่ดี หรือ ให้ประโยชน์ ตามทัศนะของตน บ้างก็เน้นเรื่องการนอนหลับ พักผ่อน บ้างก็เลือกอาศัยอยู่ในห้องที่มีสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม บ้างก็หมั่นไปตรวจสุขภาพ หรือปรึกษา แพทย์เป็นประจำ และบ้างก็หาเวลาว่างในการออกกำลังกายอย่างเป็นประจำสม่ำเสมอ ทั้งนี้ ก็แล้วแต่ภูมิหลัง ของแต่ละบุคคล แต่ทุกคนก็จะมุ่งไปที่เป้าหมายเรื่องเดียวกันคือ ทำอย่างไรจะให้ตนเองเป็นผู้ที่มีสุขภาพดีมี ร่างกายที่แข็งแรงสมบูรณ์ จำเป็นต้องอาศัยองค์ประกอบพื้นฐานในด้าน เช่น สภาพร่างกาย สภาวะทาง โภชนาการ สุขนิสัยและสุขปฏิบัติ สภาวะทางจิตใจ สติปัญญาและสภาวะทางอารมณ์ที่สดชื่นแจ่มใส ซึ่ง ความสัมพันธ์ของร่างกายและจิตใจนี้ นักพลศึกษาได้มีคำกล่าวถึงเรื่องนี้ไว้ว่า “สุขภาพจิตที่แจ่มใส อยู่ใน ร่างกายที่แข็งแรง” หมายความว่า การที่บุคคลจะมีสุขภาพที่สดชื่นแจ่มใสได้นั้นจะต้องเป็นบุคคลที่มีร่างกาย แข็งแรงสมบูรณ์ด้วย 1.4 ดัชนีมวลกาย (Body Mass Index: BMI) ดัชนีมวลกาย เป็นค่าดัชนีที่คำนวณจากน้ำหนักและส่วนสูงเพื่อใช้เปรียบเทียบความสมดุลระหว่าง น้ำหนักตัว ต่อความสูงของมนุษย์ ซึ่งคิดค้นโดย อดอลฟ์ คิวทีเลท (Adolphe Quetelet) ชาวเบลเยียม ค่า ดัชนีมวลกายหาได้โดยนำน้ำหนักตัวหารด้วยกำลังสองของส่วนสูงเป็นเมตรของตนเอง โดยปกติ ให้ใช้น้ำหนักตัวเป็นกิโลกรัม และส่วนสูงของตนเองมีหน่วยเป็นเมตร ซึ่งมักจะละทิ้งหมาย เหตุ ดังต่อไปนี้ 1. ค่าปกตินี้ได้จากการวิจัยเชิงพรรณนา หรือ เชิงบรรยาย โดยศึกษาหาข้อมูลในคนป่วยโรคต่างๆ ว่ามี ดัชนีมวลกายอยู่ระหว่างค่าใด แล้วนำมาหาว่าดัชนีมวลกายในช่วงเท่าใดที่จะไม่พบว่า มีคนป่วยจึงจะ ถือว่าเป็นค่าเหมาะสม หรือเป็นค่าปกติ 2. ถ้าสำหรับชาวเอเชีย พบว่าเป็นกลุ่มประเทศที่มีอากาศร้อน ความอ้วนจะเป็นอันตรายต่อสุขภาพ ดังนั้น ค่าดัชนีมวลกายจะน้อยกว่าค่าข้างต้นซึ่งเป็นค่าของประเทศเมืองหนาวซึ่งจะต้องมีไขมันเพื่อ ปกป้องร่างกายจากความหนาว ในชาวเอเชียจึงถือค่าดัชนีมวลกายประมาณ 18-23 เป็นค่าที่มีความ เหมาะสมสำหรับชาวเอเชียที่ส่วนใหญ่เป็นเมืองร้อน 3. การประเมินค่าดัชนีมวลกายนั้นจะต้องคำนึงถึงตัวแปรต่างๆด้วย เช่นมวลกล้ามเนื้อ และมวลไขมัน ไม่เช่นนั้นค่าดัชนีมวลกายข้างต้นจะไม่สามารถนำไปใช้กับผู้ที่มีมวลกล้ามเนื้อมาก เช่น นักกีฬา นัก เพาะกาย ที่น่าจะมีน้ำหนักมากเกิน 100 กิโลกรัมแต่ไม่จัดอยู่ในขั้นอ้วนหรืออันตรายมาก ค่าดัชนีมวลกาย เป็นดัชนีที่อาศัยความสัมพันธ์ระหว่าง ส่วนสูงกับน้ำหนักตัวมาเป็นตัวช่วยบ่งชี้สภาวะ ร่างกายของแต่ละคน (ดีกว่าการอาศัยน้ำหนักตัวอย่างเดียวเพราะคนที่มีน้ำหนักตัวเท่ากันเช่นที่ 70 กิโลกรัม สำหรับผู้ที่สูงประมาณ 175-180 ซม. ถือว่าปกติหุ่นกำลังดีแต่กับผู้ที่สูงประมาณ 150-160 ซม. จะถือว่า อ้วน) ค่าดัชนีมวลกายจะช่วยบ่งบอกให้ทราบว่าเรามีสภาพที่อ้วนมากเกินไป (ตัวเลขดัชนีสูงกว่าค่ามาตรฐาน ยิ่งสูงมากก็ยิ่งอ้วนมาก) หรือในเกณฑ์ปกติ แสดงว่ามีความสมดุลที่ดีระหว่างการรับประทานอาหารกับการออก กำลังกายจึงได้ค่าดัชนีในเกณฑ์มาตรฐาน หรืออยู่ในสภาพที่ผอมหรือผอมมากเกินไป (ค่าดัชนีมวลกายจะต่ำ กว่าค่ามาตรฐานยิ่งต่ำมากแสดงว่ายิ่งผอมมาก) เหตุที่เราควรกังวลและสำรวจสภาพร่างกายของเราเป็นระยะๆ เพราะไม่ว่าจะอ้วนหรือมีน้ำหนักตัวมากเกินไปก็จะเป็นบ่อเกิดที่จะมีโรคตามมาได้มากมายเช่น ไขมันในเลือด สูง เส้นเลือดหัวใจตีบตัน ความดันโลหิตสูง เป็นอัมพฤกษ์ หรืออัมพาต เป็นโรคกระดูกและข้อ หรือ โรคเบาหวาน เป็นต้น จะเห็นได้ว่าความอ้วนก่อให้เกิดโรคต่างๆตามมาได้อีกมากมายที่จะบั่นทอนสุขภาพและ
6 คุณภาพชีวิตของเรา เราอาจเดินทางไปไหนมาไหนไม่สะดวกมีโรคคอยก่อกวน มียาที่ต้องคอยรับประทานอยู่ ตลอดเวลา 1.5 แบบทดสอบสมรรถภาพทางกาย กรมพลศึกษา (2539: 10) ได้กล่าวถึงการทดสอบสมรรถภาพทางกายว่ามีหลากหลายรูปแบบ การ ทดสอบแต่ละชนิดจะพิจารณาถึงความเหมาะสมของอายุ เพศ เวลา สถานที่ เครื่องมือและอุปกรณ์ต่อไปนี้ เป็นตัวอย่างของแบบทดสอบสมรรถภาพทางกายที่นิยมนำมาใช้ในการตรวจสอบทั่วไป 1. แบบทดสอบสมรรถภาพทางกายมาตรฐานระหว่างประเทศ (International Committee for the Standardization of the Physical Fitness Test) หรือที่เรียกเป็นชื่อย่อว ่า ICSPFT เป็น แบบทดสอบสมรรถภาพทางกายของคณะกรรมการนานาชาติเพื่อจัดหามาตรฐานการทดสอบความ สมบูรณ์ของร่างกาย ประกอบด้วยรายการทดสอบ 8 รายการ คือ 1.1 วิ่ง 50 เมตร 1.2 ยืนกระโดดไกล 1.3 แรงบีบมือที่ถนัด 1.4 ลุก - นั่ง 30 วินาที 1.5 ดึงข้อราวเดี่ยว (สำหรับชาย) งอแขนห้อยตัว (สำหรับหญิง) 1.6 วิ่งเก็บของ 1.7 วิ่งทางไกล 800 เมตร (สำหรับหญิง) 1,000 เมตร (สำหรับชาย) 1.8 นั่งงอตัวไปข้างหน้า 1. แบบทดสอบสมรรถภาพทางกายเพื่อสุขภาพของสมาคม AAHPERD (The American Alliance for Health, Physical Education, Recreation and Dance) ซึ่งประกอบไปด้วยรายการทดสอบ 5 รายการ คือ การวัดส่วนประกอบของร่างกาย สำหรับเปอร์เซ็นต์ไขมันในร่างกายใช้วิธีการวัดดัชนีมวล กาย (BMI) ซึ่งได้จากการคำนวณโดยเอาน้ำหนักเป็นกิโลกรัมตั้งหารด้วยส่วนสูงเป็นเมตรยกกำลังสอง 2.1 นั่งงอตัวไปข้างหน้า เพื่อวัดความอ่อนตัว 2.2 ลุก - นั่ง 30 วินาที เพื่อวัดความแข็งแรงและความอดทนของกล้ามเนื้อท้อง 2.3 ดันพื้น 60 วินาที ใช้วัดความแข็งแรงและความอดทนของกล้ามเนื้อแขน 2.4 เดิน - วิ่ง 800/1,000 เมตรใช้ในการวัดความอดทนของระบบไหลเวียนโลหิตและ ระบบหายใจ 1.6 การเสริมสร้างสมรรถภาพทางกาย เจริญ กระบวนรัตน์ (2540) ได้กล่าวว่าการฝึกเพื่อเสริมสร้างสมรรถภาพทางกายที่ถูกต้อง เหมาะสม ใช้เป็นหนทางที่นำไปสู่ความสำเร็จในการพัฒนาและเสริมสร้างให้มีสมรรถภาพทางกายที่ดี ไม่มีทางลัดใดๆ ที่ จะทำให้ประสบความสำเร็จ ในการเสริมสร้างสมรรถภาพทางกาย ได้เป็นอย่างดีเท่ากับการฝึกที่ดีมีระบบและ ถูกหลัก ด้วยเหตุนี้การฝึกจึงเป็นสิ่งสำคัญและจำเป็นมาก เป็นหนทางเดียวที่จะนำไปสู่การเสริมสร้าง ให้มี สมรรถภาพทางกายที่ดี ดังนั้นระยะเวลา ความหนักเบา แล้วความบ่อยครั้ง ในการฝึกจะต้องจัดให้สอดคล้อง และเหมาะสมกับระดับความสามารถของแต่ละบุคคล การฝึกหนักเกินไปหรือหักโหมเกินไป จะทำให้เน็ต เหนื่อยและไม่สามารถทนต่อไปได้ ผลของการเสริมสร้างสมรรถภาพทางกายก็ไม่ดีเท่าที่ควรหรืออาจจะไม่ ได้ผลตรงกับความต้องการ ในทำนองเดียวกัน การฝึกมากเกินไป จะมีผลทำให้ขีดความสามารถลดลง เบื่อการ ฝึกซ้อม น้ำหนักตัวลดลง อารมณ์หงุดหงิด โกรธง่าย ชีพจรเต้นเร็ว เป็นต้น แต่ถ้าฝึกน้อยเกินไปความสามารถ ทางด้านสมรรถภาพทางกาย ก็จะไม่ได้รับการพัฒนาให้ดีขึ้น ดังนั้นจะต้องให้ผู้ฝึกได้รับการฝึกที่เหมาะสมพอดี
7 กับความสามารถของผู้ฝึกอย่างเป็นระบบและต่อเนื่องสม่ำเสมอ จึงจะส่งผลให้เกิดการพัฒนาความสามารถ ของร่างกายในการที่จะปฏิบัติหน้าที่ประจำวันได้อย่างมีประสิทธิภาพ 2. แนวคิดเกี่ยวกับการออกกำลังกายด้วยยางยืด 2.1 คุณสมบัติเกี่ยวกับยางยืด ยางยืด เป็นอุปกรณ์ที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในวงการกีฬาและการแพทย์เพื่อพัฒนาสมรรถภาพของ นักกีฬาและใช้ในการฟื้นฟูและรักษาผู้ป่วย ซึ่งยางยืดที่ใช้นั้นเป็นที่รู้จักกันในหลายลักษณะไม่ว่าจะเป็นยางยืด แบบแผ่นแบน และยางยืดแบบเป็นเส้นกลม ซึ่งยังมีชื่อเรียกกันอีกหลากหลายชนิดมาก เช่น ยางยืดชีวิตพิชิต โรค ผลิตจากยางธรรมชาติ เกรด A ซึ่งได้รับการออกแบบและถักลายพิเศษ ถามแบบร้อย 2 เส้น เพื่อ ประโยชน์ในการออกกำลังกาย ยางยืดชีวิต ชนิดนี้สามารถให้ความยืดหยุ่นที่ดี อีกครั้ง มีแรงดึงและปฏิกิริยา สะท้อนกลับ ที่ช่วยกระตุ้นระบบประสาทรับรู้และสั่งงานของกล้ามเนื้อได้ดี (เจริญ กระบวนรัตน์,2549) 2.2 การฝึกแรงต้านด้วยยางยืด การฝึกแรงต้านด้วยยางยืด ถูกนำมาใช้เพื่อฝึกทางด้านความแข็งแรงมานานมากกว่า 100 ปี โดยปี ค.ศ.1901 มีการใช้แรงต้านด้วยยางยืด เรียกการออกกำลังกายแบบนี้ว่า ไวท์ลี เอ็กซ์เซอร์ไซส์ (Whitely Exercise) เกิดขึ้นภายในเมืองชิคาโก รัฐอิลลินอยส์ประเทศสหรัฐอเมริกา การออกกำลังกายประเภทนี้ต้องการ ความแข็งแรงในเพศชาย รักษารูปร่างทรงให้สวยงามในเพศหญิง และช่วยในด้านพัฒนาการของเด็กให้ดีขึ้น จึง มีบุคลากรทางด้าน การพัฒนาสมรรถภาพโดยใช้แรงต้านด้วยยางยืด และเชือกกระโดด มีการใช้แรงต้าน ตัวอย่างยืดในการฝึกทางด้านความแข็งแรงเพื่อให้การรักษาฟื้นฟู และในกลุ่มผู้ฝึกสอนกีฬา โดยมาใช้ในกลุ่มที่ ได้รับบาดเจ็บและรับการผ่าตัด กรุงเทพฯรับการบาดเจ็บจากการฝึกด้านความแข็งแรง และกลุ่มที่มีกล้ามเนื้อ อ่อนแรง ต่อมาในปี 1978 นักกายภาพบำบัดได้นำมาใช้ในการรักษาทางกายภาพบำบัดและได้จัดตั้งขึ้นใน รูปแบบของบริษัทได้มีการพัฒนาและเรียกว่า เทอร่าแบรนด์ โดยใช้สีเป็นตัวบอกถึงแรงต้านในอดีตการใช้แรง ต้านด้วยยางยืดมักจะนำมาใช้ในการฟื้นฟู และเพื่อการพัฒนาในเรื่องของสมรรถภาพทางกายซึ่งใช้กันเองที่ บ้าน แต่อย่างไรก็ตามได้มีการศึกษาวิจัยซึ่งพบว่าแรงต้านของยางยืดสามารถนำมาใช้ฝึกเพื่อพัฒนาความ แข็งแรงได้จริง เดินมาใช้ร่วมกับอุปกรณ์อิสระ สปริง และเครื่องมือที่ใช้เกี่ยวกับการพัฒนาความแข็งแรง ยาง ยืดแบบแผ่นแบน แล้วแบบกลม ถูกนำมาใช้กันอย่างแพร่หลายมากขึ้น ตั้งแต่เด็กจนกระทั่งในผู้สูงอายุ แม้กระทั่งบุคคลที่มีปัญหาด้านสุขภาพจนกระทั่งผู้ที่มีสุขภาพแข็งแรง ได้แจ้งสาเหตุนี้การใช้และการดูอย่างจึง เป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลายไปทั่วโลก ทั้งในแง่ของการรักษาและเพื่อพัฒนาสมรรถภาพ 2.3 การฝึกความแข็งแรงด้วยแรงต้านยางยืด หลักการออกกำลังกายด้วยยางยืดอย่างง่ายๆ คือ ในขณะที่ยางยืด ได้ถูกดึงยืดออกนั้นแรงต้านทานก็ จะเพิ่มขึ้นตามด้วยแรงต้านทานนี้จะทำให้เกิดการพัฒนาอย่างต่อเนื่องต่อกล้ามเนื้อ เพื่อที่จะสร้างความ แข็งแรงและช่วยในการเพิ่มมวลกล้ามเนื้อ การฝึกอุปกรณ์แรงต้านยางยืด สามารถใช้งานเพียงมุมเดียว หรือ หลายๆมุมพร้อมกันได้ในเวลาเดียวกันก็ได้เพื่อที่จะทำให้การฝึกได้ผลออกมาดีและมีประสิทธิภาพมาก ขึ้นแต่ การออกกำลังกายด้วยเครื่องออกกำลังกายและดัมเบล อย่างสม่ำเสมอนั้นจะเกิดแรงโน้มถ่วงคือ แรงต้านการ กับตัวน้ำหนักของร่างกาย และโดยบ่อยครั้ง ผู้ออกกำลังกายจะถูกจำกัดอยู่กับการออกกำลังกายเพียงท่าเดียว ต่อเครื่องออกกำลังกายนั้นๆ ในขณะเดียวกันอุปกรณ์ยางยืดไม่ได้อาศัยแรงโน้มถ่วง ตรงกันข้าม แรงต้านที่เกิด ขึ้นกับขึ้นอยู่กับระยะที่ยางหรือท่อถูกดึงยืดออกไป และไม่เหมือนเครื่องออกกำลังกายทั่วไป การออกกำลังกาย ที่หลากหลายสามารถกระทำได้ด้วยยางหรือท่อเพียงเส้นเดียว และระดับแรงต้านสามารถเพิ่มขึ้นได้โดยการ เคลื่อนไปสู่ความยากในระดับต่อไป โดยดูได้จากสีของมือ เส้นยางออกกำลังกายสามารถใช้สำหรับการออก
8 กำลังกายเพื่อเพิ่มความแข็งแรงของกลุ่มกล้ามเนื้อเดียวกัน นอกจากนี้ยางยืดบริหารร่างกายยังสามารถช่วย เสริมสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อเฉพาะส่วนที่เครื่องออกกำลังกายไม่สามารถทำได้ ยกตัวอย่าง เช่น ใน เครื่องฝึกกล้ามเนื้อไหล่ นอกจากนี้ยังยืดออกกำลังกายยังสามารถใช้ในการฝึกความยืดหยุ่นและการฝึกความ สมดุลหรือกระตุ้นการเคลื่อนไหว อย่างเฉพาะเจาะจงของกีฬาแต่ละประเภทได้อีกด้วย 6. วิธีดำเนินงาน ขั้นตอนการดำเนินการทดลอง ผู้จัดทำได้ทำการทดสอบสมรรถภาพทางกายเพื่อวิเคราะห์ผลทางสถิติ และจัดกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม ขั้นดำเนินการทดลอง โดยผู้จัดทำดำเนินการฝึกของกลุ่มทดลองด้วยรูปแบบโปรแกรมการออกกำลัง กายด้วยยางยืด ทำการฝึก 3 วันต่อสัปดาห์ วันละ 60 นาทีรวมทั้งสิ้น 24 วัน ขั้นหลังการทดลอง โดยหลังการเก็บรวบรวมข้อมูลหลังสิ้นสุดการทดลองเป็นเวลาทั้งหมด 8 สัปดาห์ แล้ว โดยการทำทดสอบสมรรถภาพทางกายทั้ง 4 องค์ประกอบและนำข้อมูลที่ได้มาวิเคราะห์ผลทางสถิติเพื่อ ทดสอบวัตถุประสงค์ในการจัดทำโครงงานต่อไป 7. แผนปฏิบัติงาน วันที่ กิจกรรม ผู้รับผิดชอบ 23 – 24 พ.ค. 65 ประชุมสมาชิกในกลุ่ม คิดหัวข้อโครงงาน เสนอครูที่ ปรึกษาโครงงาน กลุ่มผู้จัดทำโครงงาน 25 – 29 พ.ค. 65 ศึกษาและค้นคว้าข้อมูล กลุ่มผู้จัดทำโครงงาน ครูที่ปรึกษา 30 พ.ค. 65 เสนอโครงร่างโครงงาน กลุ่มผู้จัดทำโครงงาน ครูที่ปรึกษา 31 พ.ค. – 3 มิ.ย. 65 จัดทำเอกสารโครงงาน กลุ่มผู้จัดทำโครงงาน ครูที่ปรึกษา 6 – 10 มิ.ย. 65 ทดสอบสมรรถภาพทางกายของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษา ปีที่ 1 – 3 ก่อนการใช้โปรแกรมการออกกำลังกายด้วย ยางยืด กลุ่มผู้จัดทำโครงงาน ครูที่ปรึกษา 13 มิ.ย. – 8 ก.ค. 65 นักเรียนกลุ่มทดลอง เริ่มปฏิบัติโปรแกรมการออกกำลัง กายด้วยยางยืด สัปดาห์ที่ 1 - สัปดาห์ที่ 4 จะออกกำลัง กายท่าละ 15 ครั้ง ต่อ 1 เซ็ต โดยจะปฏิบัติทั้งหมด 2 เซ็ตต่อวัน กลุ่มผู้จัดทำโครงงาน ครูที่ปรึกษา 11 ก.ค. – 5 ส.ค. 65 นักเรียนกลุ่มทดลอง เริ่มปฏิบัติโปรแกรมการออกกำลัง กายด้วยยางยืด สัปดาห์ที่ 5 - สัปดาห์ที่ 8 จะออกกำลัง กายท่าละ 20 ครั้ง ต่อ 1 เซ็ต โดยจะปฏิบัติทั้งหมด 2 เซ็ตต่อวัน กลุ่มผู้จัดทำโครงงาน ครูที่ปรึกษา
9 8 – 12 ส.ค. 65 ทดสอบสมรรถภาพทางกายของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษา ปีที่ 1 – 3 หลังการใช้โปรแกรมการออกกำลังกายด้วย ยางยืด กลุ่มผู้จัดทำโครงงาน ครูที่ปรึกษา 15 – 19 ส.ค. 65 สรุปโครงงาน และจัดทำรูปเล่ม กลุ่มผู้จัดทำโครงงาน ครูที่ปรึกษา 22 ส.ค. 65 นำเสนอโครงงาน กลุ่มผู้จัดทำโครงงาน ผลการดำเนินงาน กลุ่มทดลอง กลุ่มที่เข้าร่วมกิจกรรมการเรียนรู้พลศึกษาโดยใช้โปรแกรมการออกกำลังกายด้วยยางยืด กลุ่มควบคุม กลุ่มที่เข้าร่วมกิจกรรมการเรียนรู้พลศึกษาปกติ ข้อมูลสมรรถภาพทางกายที่สัมพันธ์กับสุขภาพของกลุ่มทดลองก่อนและหลังการเข้าร่วมกิจกรรมการ เรียนรู้พลศึกษาโดยใช้โปรแกรมการออกกำลังกายด้วยยางยืด คนที่ ดัชนีมวลกาย งอตัวไปข้างหน้า ลุก-นั่ง 30 วินาที ดันพื้น 60 วินาที ก่อน หลัง ก่อน หลัง ก่อน หลัง ก่อน หลัง 1 16.11 17.10 5 6 13 21 9 16 2 19.21 18.12 4 4 11 18 20 25 3 21.40 20.20 3 5 20 27 7 14 4 25.50 23.56 0 3 8 14 19 24 5 29.60 25.78 -10 -8 3 10 14 19 6 20.10 19.20 3 4 14 19 15 22 7 17.82 18.12 6 7 11 19 9 15 8 18.30 17.70 7 8 12 19 16 21 9 21.28 20.21 8 9 20 24 25 28 10 22.40 20.78 0 2 8 15 17 22
10 ข้อมูลสมรรถภาพทางกายที่สัมพันธ์กับสุขภาพของกลุ่มควบคุมก่อนและหลังการเข้าร่วมกิจกรรมการ เรียนรู้พลศึกษา คนที่ ดัชนีมวลกาย งอตัวไปข้างหน้า ลุก-นั่ง 30 วินาที ดันพื้น 60 วินาที ก่อน หลัง ก่อน หลัง ก่อน หลัง ก่อน หลัง 1 15.54 16.21 4 5 22 24 11 13 2 19.20 20.46 0 2 15 16 5 9 3 21.23 21.46 8 8 14 18 16 19 4 22.83 23.13 4 5 10 11 13 15 5 22.82 27.71 -3 0 5 7 5 7 6 18.22 18.89 3 5 11 11 10 13 7 17.72 18.39 8 9 19 21 17 18 8 18.22 19.56 2 4 12 12 15 17 9 20.12 20.98 9 9 23 24 15 18 10 23.31 22.56 2 2 8 10 6 10 ผลที่ได้รับจากการทดสอบสมรรถภาพทางกาย ก่อน - หลัง พบว่า นักเรียนกลุ่มทดลองที่เข้าร่วม กิจกรรมการเรียนรู้พลศึกษาโดยใช้โปรแกรมการออกกำลังกายด้วยยางยืด มีสมรรถภาพทางกายที่เพิ่มขึ้น สูง กว่ากลุ่มควบคุมที่เข้าร่วมกิจกรรมการเรียนรู้พลศึกษาปกติ 9. การขยายสู่ชุมชน นักเรียนนำยางยืดกลับไปใช้กับครอบครัว อย่างน้อยสัปดาห์ละ 2 วัน ในการออกกำลังกายด้วยยางยืด เพื่อเพิ่มสมรรถภาพทางร่างกายให้กับผู้ปกครอง 10. สรุปผล จากการทำโครงงาน ยางยืด เพื่อสุขภาพ พบปัญหาที่สำคัญคือนักเรียนมีสมรรถภาพทางร่างกายต่ำ กว่าเกณฑ์มาตรฐาน ผู้จัดทำโครงงานได้รับความร่วมมือจากทุกฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นครู ผู้ปกครอง ในการมีส่วน ช่วยแก้ปัญหาดังกล่าว ผู้จัดทำได้แบ่งนักเรียนที่มีสมรรถภาพร่างกายต่ำกว่าเกณฑ์ออกเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มที่ 1 กลุ่มทดลอง คือกลุ่มที่เข้าร่วมกิจกรรมการเรียนรู้พลศึกษาโดยใช้โปรแกรมการออกกำลังกายด้วยยาง ยืด กลุ่มที่ 2 กลุ่มควบคุม คือกลุ่มที่เข้าร่วมกิจกรรมการเรียนรู้พลศึกษาปกติส่งผลให้นักเรียนโรงเรียนวัดบาง กระ กลุ่มที่เข้าร่วมกิจกรรมการเรียนรู้พลศึกษาโดยใช้โปรแกรมการออกกำลังกายด้วยยางยืด มีระดับ สมรรถภาพทางกายที่สัมพันธ์กับสุขภาพของนักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 1-3 ที่มีสมรรถภาพทางกายที่สัมพันธ์กับ สุขภาพต่ำกว่าเกณฑ์ดีขึ้น และสูงกว่ากลุ่มที่เข้าร่วมกิจกรรมการเรียนรู้พลศึกษาปกตินอกจากนี้การทำ กิจกรรมออกกำลังกายด้วยยางยืด ยังส่งผลให้นักเรียนมีความรับผิดชอบมากขึ้น รู้จักใช้เวลาว่างให้เกิด ประโยชน์อีกด้วย
11 บรรณานุกรม เจริญ กระบวนรัตน์. (2549). ยางยืดชีวิตพิชิตโรค. กรุงเทพฯ: สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริม สุขภาพ. โอฬาร รัตนบุรี. (2541). ผลของการออกกำลังกายด้วยการว่ายน้ำ วิ่ง และปั่นจักรยานอยู่กับที่มีผลต่อการ เปลี่ยนแปลงทางสรีรภาพของนักศึกษาหญิงชั้นปีที่ 1 มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์. วิทยานิพนธ์ปริญญา มหาบัณฑิต. มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์. กรมพลศึกษา. (2530). การสร้างเสริมสมรรถภาพทางกาย. กองส่งเสริมพลศึกษาและสุขภาพ. กรมพลศึกษา. (2539). การทดสอบและการประเมินผลสมรรถภาพทางกาย. กรุงเทพฯ: สำนักพัฒนาการพล ศึกษา สุขภาพและนันทนาการ กรมพลศึกษา. สัมฤทธิ์ คชศิลา. (2549). ผลการฝึกความแข็งแรงด้วยยางยืดที่มีต่อระยะทางและความแม่นยำในการโยนของ นักกีฬาบอคเซีย. วิทยานิพนธ์วิทยาศาสตร์มหาบัณฑิต. มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.
12 ภาคผนวก
13 รูปภาพกิจกรรม ท่าที่ 1 Bicep Curl นักเรียนได้รับการพัฒนาในด้านความแข็งแรงและความอดทนของกล้ามเนื้อบริเวณแขนด้านหน้า รวมถึงระบบ ไหลเวียนโลหิตและระบบหายใจ ท่าที่ 2 Tricep Extension นักเรียนได้รับการพัฒนาในด้านความแข็งแรงและความอดทนของกล้ามเนื้อบริเวณต้นแขนด้านหลัง รวมถึง ระบบไหลเวียนโลหิตและระบบหายใจ
14 ท่าที่ 3 Chest press นักเรียนได้รับการพัฒนาในด้านความแข็งแรงและความอดทนของกล้ามเนื้อบริเวณอก ไหล่ ต้นแขน ด้านหลัง รวมถึงระบบไหลเวียนโลหิตและระบบหายใจ ท่าที่ 4 Reserse Fly นักเรียนได้รับการพัฒนาในด้านความแข็งแรงและความอดทนของกล้ามเนื้อบริเวณไหล่ด้านหลัง รวมถึงระบบ ไหลเวียนโลหิตและระบบหายใจ
15 ท่าที่ 5 Side Lateral Raise นักเรียนได้รับการพัฒนาในด้านความแข็งแรงและความอดทนของกล้ามเนื้อบริเวณไหล่ รวมถึงระบบไหลเวียน โลหิตและระบบหายใจ ท่าที่ 6 Front Shoulder Raise นักเรียนได้รับการพัฒนาในด้านความแข็งแรงและความอดทนของกล้ามเนื้อบริเวณไหล่ รวมถึงระบบไหลเวียน โลหิตและระบบหายใจ
16 ท่าที่ 7 Pull Down นักเรียนได้รับการพัฒนาในด้านความแข็งแรงและความอดทนของกล้ามเนื้อบริเวณหลัง ต้นแขนด้านหน้า รวมถึงระบบไหลเวียนโลหิตและระบบหายใจ ท่าที่ 8 Side Bent นักเรียนได้รับการพัฒนาในด้านความแข็งแรงและความอดทนของกล้ามเนื้อบริเวณลำตัวด้านข้าง รวมถึงระบบ ไหลเวียนโลหิตและระบบหายใจ
17 ท่าที่ 9 Squat นักเรียนได้รับการพัฒนาในด้านความแข็งแรงและความอดทนของกล้ามเนื้อบริเวณต้นขาด้านหน้าและ ด้านหลัง รวมถึงระบบไหลเวียนโลหิตและระบบหายใจ ท่าที่ 10 Dead Lift นักเรียนได้รับการพัฒนาในด้านความแข็งแรงและความอดทนของกล้ามเนื้อบริเวณหลัง ต้นขาด้านหลัง รวมถึง ระบบไหลเวียนโลหิตและระบบหายใจ
18 กิจกรรมภายในโรงเรียน
19 กิจกรรมกับชุมชน
1