ภูมิปัญญาไทย
ดา้ นอาหารไทย
จดั ทำโดย
นำยอมรเชษฐ์ จันทะศิลำ เลขท่ี 13
นำงสำวจินตจ์ ฑุ ำ วงศ์รู้คุณ เลขที่ 17
นำงสำวณฐมน สกลุ ปัญญำกอ้ ง เลขท่ี18
นำงสำววรำภรณ์ เจนหนองแวง เลขท่ี22
นำงสำวสธุ มิ ำ บุตรดี เลขที่ 24
ชัน้ มธั ยมศึกษำปที ี่ 6/3
เสนอ
คุณครเู กศกำญจน์ ปรชี ำชำญ
อาหาร เปน็ ปจั จยั สาคญั สาหรบั การดารงชีวิตของมนุษย์ให้อยู่รอดและ
ดารงเผา่ พนั ธุ์ต่อมาได้ ซงึ่ กถ็ ือวา่ เป็นหนง่ึ ในปัจจัยส่ที ่ีมนษุ ยไ์ ม่อาจขาดได้
ให้มคี วามสมบรู ณแ์ ขง็ แรงและมคี ณุ ภาพชีวิตทดี่ ี การมอี าหารบริโภค ที่
เหมาะสมและพอเพียง จงึ เป็นเครอื่ งชว้ี ัดการมคี ุณภาพชีวิตทีด่ ีของ
ประชากรในชมุ ชนอีกด้วย
ประวตั คิ วำมเปน็ มำของอำหำรไทย
อาหารไทย เป็นอาหารประจาของชนชาติไทย ทม่ี ีการส่ังสมและถ่ายทอดมาอยา่ งตอ่ เน่อื ง
ตง้ั แต่อดตี จนเปน็ เอกลกั ษณป์ ระจาชาตถิ ือได้วา่ อาหารไทยเปน็ วฒั นธรรมประจาชาติท่ี
สาคญั ของไทย ขณะทอ่ี าหารพ้ืนบ้าน หมายถึง อาหารที่นยิ มรับประทานกนั เฉพาะท้องถิ่น
ซึง่ เป็นอาหารทีท่ าขึ้นไดง้ า่ ย โดยอาศยั พชื ผกั หรอื เครือ่ งประกอบอาหารทมี่ อี ยูใ่ นท้องถ่นิ มี
การสบื ทอดวธิ ปี รงุ และการรับประทานตอ่ ๆ กนั มา
ประเภทของ
อาหารไทย
๑. แกง
แกงของไทยมหี ลายชนิด ไดแ้ ก่ แกงเผ็ด แกงค่ัว แกงส้ม แกงจืด ต้มยา
ต้มโคล้ง ต้มส้ม ซง่ึ จะใส่เน้อื สตั ว์และผกั ตา่ งๆ ตามลักษณะ ของแกง แต่
ละชนดิ
๒. ผัด
แยกไดเ้ ปน็ ๒ อย่างคือ ผัดจดื และผัดเผ็ด ผัดจะใชผ้ ักและเนอ้ื ทุกชนิด ปรุงรส
ดว้ ยน้าปลา หรือซอี ิ๊วขาว ส่วนผดั เผ็ด ใชเ้ นื้อทุกชนดิ ผัดกบั พรกิ สด หรือพรกิ
แห้ง ซ่ึงอาจจะนาเคร่อื งแกงมาผดั แหง้ เชน่ พะแนงไก่ ปลาดกุ ผดั เผด็ เป็นตน้
๓. ยา
เทียบไดก้ บั สลดั ผกั ของอาหารฝรัง่ รสของยาจะเหมาะกับล้ินของคนไทยคือ มีรสจัด ยา
แบบไทยแยกไดเ้ ป็น ๒ รส คอื รสหวาน และรสเปร้ียว ยาทมี่ ีรสหวานประกอบดว้ ย กะทิ
มะพร้าวคั่ว เช่น ยาถัว่ พู ยาทวาย ยาหวั ปลี สว่ นยาท่มี ีรสเปรี้ยวได้แก่ ยาใหญ่ และยาท่ี
ใช้เน้อื ประกอบผกั
๔. ทอด เผา หรือย่าง
สาหรบั เน้อื สตั ว์จะปรงุ รส และดับกล่ินคาว ดว้ ยรากผักชี กระเทยี ม พรกิ ไทย
และเกลือ เชน่ กุ้งทอด หมูทอด ปลาทอด หรอื จะเผาหรอื ยา่ ง เช่น กงุ้ เผา ไก่
ย่าง เป็นต้น
๕. เคร่อื งจิม้
เปน็ อาหารที่คนไทยชอบรบั ประทานมาก ไดแ้ ก่ น้าพรกิ กะปิ นา้ พรกิ มะมว่ ง กะปิคว่ั
แสร้งว่า ปลาร้าหลน เต้าเจ้ียวหลน และน้าปลาหวาน เปน็ ต้น เครอื่ งจ้มิ น้ี จะ
รับประทานกับผัก ท้ังผกั สด และผกั สกุ ผักสด ไดแ้ ก่ มะเขือ แตงกวา ผักบุ้ง ขมน้ิ ขาว
ผักสุก ไดแ้ ก่ หน่อไม้ลวก มะเขือยาวเผาหรอื ชบุ ไขท่ อด ชะอมทอด ถ้าตอ้ งการใหอ้ รอ่ ย
มากข้นึ ก็จะรบั ประทานกบั ปลาทอด กุง้ เผา หรอื กงุ้ ตม้ ตวั อย่างเช่น น้าพรกิ และผัก
รบั ประทานกบั ปลาทูทอด หรอื กุ้งตม้ หลนกับปลาชอ่ นทอดและผัก น้าปลาหวานยอด
สะเดากับก้งุ เผา หรอื ปลาดุกยา่ ง เป็นต้น
๖. เครอื่ งเคียง
อาหารไทยจะมีเครื่องเคยี ง หรือเครื่องแนมประกอบ เพอื่ ชู
รสชาตยิ ง่ิ ขนึ้ เชน่ แกงเผด็ จะมีของเค็มเคร่ืองเคยี ง ไดแ้ ก่ ไข่
เคม็ ปลาเค็ม หรอื เนือ้ เค็ม อาหารบางชนดิ จะรบั ประทานกับ
ผกั ดอง เชน่ แตงกวาดอง ขิงดอง กระเทยี มดอง เป็นตน้ ผู้ปรุง
หรือแม่ครวั จะต้องเลอื กจัดให้เขา้ กนั ตามลกั ษณะของอาหาร
อาหารไทยชาววงั
แกงรัญจวน
เน้อื เค็มตม้ กะทิ
มา้ ฮอ่
ยาทวาย
หมโู สรง่
แกงระแวงเน้อื
อำหำรไทยประจำแตล่ ะภูมภิ ำค
อำหำรประจำภำคกลำง
ตม้ ยากงุ้
แกงเขียวหวาน
แกงเขียวหวาน
ตม้ ข่าไตก่ ม้ ข่าไก่
ทอดมนั
แกงมัสม่นั
แสรง้ ว่าก้งุ
ผดั ไท
อำหำรประจำภำคใต้
ผดั สะตอก้งุ
ค่วั กล้งิ
แกงไตปลา
แกงเหลอื ง
ขา้ วยาปักษ์ใต้
อำหำรประจำภำคตะวนั ออกเฉียงเหนอื
สม้ ตา
ลาบหมู
แกงอ่อมหมู
นา้ ตก
กอ้ ย
ยาไข่มดแดง
คอหมูยา่ ง
แกงเปรอะ
อำหำรประจำภำคเหนอื
นา้ พริกหนุ่ม
ขา้ วซอย
แกงฮงั เล
ไสอ้ ่วั
นา้ พริกออ่ ง
ขนมจนี น้าเง้ียว
อำหำรไทยทม่ี ีชื่อเสียงของ
จงั หวดั พระนครศรีอยุธยำ