1
ชดุ กจิ กรรมการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตร์
หน่วยของสิง่ มีชวี ิตและการดารงชวี ติ ของพชื
วิชาวิทยาศาสตร์ รหสั ว21102 ชั้นมัธยมศึกษาปที ่ี 1
เรอื่ ง เซลลแ์ ละโครงสรา้ งเซลล์
โดย
นายภาณวุ ฒั น์ วรชินา
นกั ศึกษาสาขาวิทยาศาสตร์ท่ัวไป
ก
คานา
ชดุ กิจกรรมการเรียนรูว้ ิทยาศาสตร์ เรอื่ ง เซลล์และโครงสร้างเซลล์ จัดทาข้ึนเพ่อื ใช้ ประกอบการจัด
กิจกรรมการเรียนการสอน สาหรับนักเรียนช้ันมัธยมศึกษาปีที่ 1 วิชาวิทยาศาสตร์ รหัส วิชา ว21102
หน่วยการเรยี นรู้ที่ 2 เร่ือง หนว่ ยของสิ่งมชี วี ติ และการดารงชวี ติ ของพืช
ชุดกิจกรรม เรื่อง เซลล์และโครงสร้างเซลล์ เป็นชุดกิจกรรมท่ีมุ่งเน้นให้ผู้เรียนได้พัฒนาทักษะ
กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ เพอ่ื ให้ผูเ้ รยี นได้คดิ วิเคราะห์ สังเคราะห์ ลงมือปฏบิ ัติ สร้างองค์ความรู้ พัฒนา
กระบวนการทางานกลุ่ม อันจะส่งผลใหผ้ ลสมั ฤทธิ์ ทางการเรียนสูงข้ึน ผู้จัดทาหวังเป็นอย่างยงิ่ ว่า ชุดกิจกรรม
ชุดท่ี 1 เรื่อง เซลล์ของส่ิงมีชีวิต จะเป็น ประโยชน์ต่อการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนของครูการนาไปใช้
ประโยชน์ของผูเ้ รียน ตลอดจนผทู้ ี่สนใจ สง่ ผลตอ่ การพฒั นาคณุ ภาพการศกึ ษาต่อไป
ภาณวุ ัฒน์ วรชนิ า
สารบญั ข
เรอ่ื ง หนา้
คานา ก
สารบัญ ข
สารบัญภาพ ค
คาชแ้ี จงการใชช้ ุดกิจกรรมการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตร์สาหรบั ครู 1
คาชีแ้ จงการใชช้ ุดกิจกรรมการเรยี นร้วู ิทยาศาสตร์สาหรับนกั เรียน
ผังขน้ั ตอนการใช้ชดุ กจิ กรรมการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตร์สาหรับนกั เรยี น 2
แบบทดสอบกอ่ นเรยี นเร่อื ง เซลล์และโครงสรา้ งเซลล์
สาระและมาตรฐานการเรียนรู้ 3
ใบความรู้ท่ี 1 4
ใบกจิ กรรมท่ี 1 เรอ่ื ง กลอ้ งจุลทรรศนแ์ บบใช้แสง 6
ใบความรู้ท่ี 2 8
ใบกิจกรรมที่ 2 เรื่อง รูปร่างลกั ษณะของเซลลส์ งิ่ มชี ีวิต
ใบความรู้ท่ี 3 10
ใบกจิ กรรมที่ 3 เร่อื งเซลลพ์ ชื เซลลส์ ัตว์
แบบทดสอบหลงั เรียนเร่อื ง เซลล์และโครงสรา้ งเซลล์ 11
เฉลย ใบกจิ กรรม ท่ี 1 เรือ่ ง กล้องจลุ ทรรศนแ์ บบใชแ้ สง 14
เฉลย ใบกิจกรรมท่ี 2 เร่อื ง รูปร่างลกั ษณะของเซลลส์ ่ิงมชี วี ิต 15
เฉลย ใบกิจกรรมที่ 3 เร่ืองเซลล์พืชเซลล์สัตว์ 20
เฉลยแบบทดสอบหลังเรยี นเรอ่ื ง เซลลแ์ ละโครงสร้างเซลล์
25
บรรณานุกรม 27
28
30
34
36
สารบญั ภาพ ค
ภาพที่ หน้า
1 8
2 9
3 11
4-6 12
7-10 13
11-12 17
13-16 18
17-21 19
1
คาชแ้ี จงการใชช้ ุดกจิ กรรมการเรยี นรูว้ ทิ ยาศาสตร์สาหรับครู
คาชี้แจงการใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์สาหรับครูนี้ใช้ประกอบการใช้ชุดกิจกรรม
วิทยาศาสตรเ์ ร่ืองเซลลแ์ ละโครงสรา้ งเซลล์ ในรายวชิ าวทิ ยาศาสตร์ รหัสวิชา ว 21101 ระดับชน้ั มัธยมศึกษาปี
ท่ี 1 โรงเรียนม่วงมิตรวิทยาคม อาเภอโพนทอง จังหวัดร้อยเอ็ด กาหนดให้เป็นแนวทางให้ผู้สอนควรปฏิบัติ
กิจกรรมการเรียนการสอนดงั น้ี
1. ชุดกจิ กรรมการเรียนรู้วทิ ยาศาสตรใ์ ช้ 8 ชว่ั โมง
2. ศึกษาส่วนประกอบของชดุ กิจกรรมการเรียนร้วู ทิ ยาศาสตร์อยา่ งละเอยี ด
3. ครแู นะนาและชแี้ จงการใช้ชดุ กิจกรรมการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตร์ให้แก่นักเรียน
4. ครจู ดั กิจกรรมให้ครบตามแผนจัดการเรยี นรูเ้ พอื่ ความตอ่ เนอ่ื งของกิจกรรม
5. ครูควรกระต้นุ ให้นักเรยี นทุกคนมสี ่วนรว่ มในการปฏิบัติกจิ กรรมและควบคุมการทากิจกรรมของ
นกั เรยี นอยา่ งใกล้ชดิ เพื่อความปลอดภัยในการใช้อปุ กรณแ์ ละการเกดิ ประสทิ ธิภาพสงู สุดในการทากจิ กรรม
6.การจัดกจิ กรรมการเรยี นร้คู รูผ้สู อนใช้การสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ 5E
7. หลงั จากนักเรียนทากิจกรรมครบแล้วครแู ละนักเรียนร่วมกนั อภิปรายและลงข้อสรปุ
8.ครปู ระเมนิ นกั เรยี นตามเกณฑท์ ีก่ าหนดไว้ในแผนจัดการเรยี นรู้
2
คาช้ีแจงการใชช้ ุดกจิ กรรมการเรียนรูว้ ทิ ยาศาสตร์สาหรับนกั เรียน
คาชี้แจงการใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์สาหรับครูน้ีใช้ประกอบการใช้ชุดกิจกรรม
วิทยาศาสตรเ์ ร่ืองเซลล์และโครงสร้างเซลล์ ในรายวชิ าวทิ ยาศาสตร์ รหัสวชิ า ว 21101 ระดบั ชนั้ มัธยมศกึ ษาปี
ท่ี 1 โรงเรยี นม่วงมิตรวิทยาคม อาเภอโพนทอง จังหวัดรอ้ ยเอ็ด กาหนดให้เปน็ แนวทางให้นักเรียนควรปฏิบัติ
กจิ กรรมการเรียนการสอนดงั น้ี
1. นกั เรียนอ่านคาชแี้ จงการใช้ชุดกิจกรรมการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตรเ์ รื่อง เซลลแ์ ละโครงสร้างเซลล์
2. นักเรยี นแบ่งกลุม่ กลมุ่ ละ 5-6 คน
3. นกั เรียนทาแบบทดสอบก่อนเรียนเรื่องเซลลแ์ ละโครงสรา้ งเซลล์จานวน 20 ข้อพรอ้ มท้งั ตรวจ
คาตอบและบนั ทึกคะแนน
4. นักเรียนแต่ละกลุม่ รว่ มกันศึกษาผลการเรียนรู้และจดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
5. นักเรียนลงมือปฏิบตั ิกิจกรรมตาม ใบงาน ใบความรู้ ตามข้ันตอนทร่ี ะบไุ ว้ในชุดกิจกรรมการ
เรยี นร้วู ิทยาศาสตรเ์ ร่ืองเซลล์และโครงสร้างเซลล์โดยมีครผู ู้สอนคอยใหค้ าแนะนาอยา่ งใกล้ชดิ
6. ทาแบบทดสอบหลังเรยี นพร้อมทงั้ ตรวจคาตอบและบนั ทกึ คะแนน
7. เปรยี บเทียบความกา้ วหน้าของตนเอง
8. หากไม่ผา่ นเกณฑใ์ ห้กลับไปศกึ ษาชุดกจิ กรรมใหม่อกี ครงั้
3
ผังขั้นตอนการใช้ชุดกจิ กรรมการเรียนรวู้ ทิ ยาศาสตรส์ าหรบั นกั เรยี น
อา่ นคาแนะนาการใชช้ ุดกิจกรรมการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตร์
ทาแบบทดสอบก่อนเรียน
ศกึ ษาชุดกจิ กรรมการเรียนรวู้ ิทยาศาสตรแ์ ละทากจิ กรรม
ระหวา่ งเรยี นตามชุดกจิ กรรมการเรียนร้วู ิทยาศาสตร์
ทาแบบทดสอบหลังเรียน
การประเมนิ ผล
ผ่านเกณฑ์ ไม่ผา่ นเกณฑ์
4
แบบทดสอบก่อนเรียนเร่ือง เซลลแ์ ละโครงสรา้ งเซลล์
ชื่อ -สกลุ ...........................................................................ช้ัน..................เลขท่.ี ..............
คำชี้แจง : ให้นักเรียนเลอื กคำตอบทถี่ ูกต้องท่สี ุดเพียงคำตอบเดียว ทำเครื่องหมำย × หน้ำข้อควำมท่ี
ถูกต้อง
1. สง่ิ ใดเป็นเกณฑก์ ารจาแนกสง่ิ มชี ีวิตเซลล์เดียวกับส่ิงมีชีวิตหลายเซลล์
ก. จานวนเซลล์ ข. ขนาดของเซลล์ ค. รูปรา่ งของเซลล์ ง. สว่ นประกอบของ
เซลล์
2. ถ้าเราต้องการดูสิง่ ทม่ี ีขนาดเล็กมาก ๆ เราควรเลือกใชอ้ ปุ กรณ์ใดจึงจะเหมาะสม
ก. แว่นขยาย ข. กล้องจลุ ทรรศน์ ค. กลอ้ งโทรทรรศน์ ง. กลอ้ งส่องทางไกล
3. เมื่อนาเอาเลนสใ์ กลวตั ถุกาลงั ขยาย 40X และเลนสใ์ กล้ตากาลังขยาย 10X ตรวจดวู ัตถุจะสามารถขยายวัตถุ
ไดเ้ ท่าใด
ก. 4 เทา่ ข. 10 เทา่ ค. 40 เทา่ ง. 400 เทา่
จากรูปใหน้ ักเรยี นตอบคาถามขอ้ 4-5
4. จากภาพเลนส์ใกล้วัตถคุ ือหมายใด
ก. หมายเลข 1 ข. หมายเลข 2 ค. หมายเลข 3 ง. หมายเลข 4
5. จากภาพ ในการสอ่ งดเู ซลล์สงิ่ มีชวี ิตถา้ จะปรบั ภาพใหช้ ัดเจนควรใชห้ มายเลขใด มชี อ่ื เรยี กว่าอะไร
ก. หมายเลข 1 เลนส์ใกล้ตา ข. หมายเลข 2 เลนส์ใกลว้ ตั ถุ
ค. หมายเลข 3 แท่นวางวตั ถุ ง. หมายเลข 4 ปุม่ ปรับภาพหยาบ
6. สง่ิ มีชีวิตในข้อใด เป็นสง่ิ มชี วี ิตเซลลเ์ ดียว
ก. พยาธิ ข. ไฮดรา ค. แมงกะพรุน ง. พารามเี ซียม
7. สิง่ มีชวี ติ เซลล์เดยี วกับส่งิ มีชวี ติ หลายเซลลม์ ีสิง่ ใดท่ีเหมอื นกัน
ก. ขนาดของเซลล์ ข. รูปรา่ งของเซลล์
ค. ความแขง็ ของเซลล์ ง. ส่วนประกอบพน้ื ฐานของเซลล์
8. เพราะเหตใุ ดจงึ กล่าวว่าเซลล์เป็นหนว่ ยพน้ื ฐานของส่ิงมชี ีวติ
ก. เพราะเปน็ สง่ิ แรกทคี่ ้นพบ ข. เพราะเป็นหนว่ ยของสิ่งมชี วี ิตท่ีเลก็ ท่ีสดุ
ค. เพราะทาหนา้ ที่รองรบั สว่ นอน่ื ง. เพราะเปน็ ต้นกาเนิดของชีวิต
5
9. สิง่ มีชวี ติ ในข้อใด เป็นสง่ิ มีชีวติ หลายเซลล์
ก. อะมบี า ข. คลอเรลลา ค. ไฮดรา ง. ยีสต์
10. สว่ นประกอบของเซลลพ์ ืชสว่ นใดที่ทาหน้าท่คี ล้ายยาม
ก. ผนังเซลล์ ข. เยื่อหมุ้ เซลล์ ค. นวิ เคลียยส ง. ไซโทพลาซมึ
11. ส่วนประกอบของเซลลพ์ ชื ส่วนใดท่ีทาหนา้ ที่คลา้ ยหัวใจ
ก. ผนงั เซลล์ ข. เย่อื หุม้ เซลล์ ค. นวิ เคลียยส ง. ไซโทพลาซมึ
12. เพราะเหตใุ ดจึงจัดใหเ้ ยื่อหุ้มเซลล์มีคุณสมบตั เิ ปน็ เยอ่ื เลือกผ่าน
ก. ยอมให้โมเลกุลของสารทกุ ชนิดผ่านได้ ข. ยอมให้โมเลกุลของสารบางชนดิ เทา่ นนั้ ผา่ นได้
ค. ยอมใหโ้ มเลกุลของสารผา่ นออกมาได้ ง. ยอมให้โมเลกลุ ของสารผ่านเข้าไปได้
13. พชื สามารถสรา้ งอาหารได้เพราะในไซโทพลาซึม มสี ารชนิดใด
ก. ไรโบโซม ข. นิวเคลยี ส ค. คลอโรพลาสต์ ง. ไมโทคอนเดรีย
14. ส่วนประกอบใดของเซลลท์ ่ีช่วยใหเ้ ซลล์สามารถดารงสภาพอยูไ่ ด้อย่างปกติ
ก. ผนังเซลล์ ข.นิวเคลยี ส ค. ผนงั เซลล์ ง. ไซโทพลาซมึ
15. เซลลจ์ ะเก็บสะสมสารต่าง ๆ ไวใ้ นโครงสรา้ งใด
ก. แวควิ โอล ข. กอลจิคอมเพลกซ์ ค. ไมโทคอนเดรยี ง. คลอโรพลาสต์
16. โครงสรา้ งใดทีพ่ บในเซลล์สัตวแ์ ละโพรตสิ ต์บางชนิด ทาหน้าท่เี กี่ยวกบั การแบ่งเซลล์
ก. กอลจิคอมเพลกซ์ ข. แวควิ โอล ค. ไรโบโซม ง.เซนทริโอล
17. ไมโทคอนเดรีย ทาหน้าทอี่ ะไร
ก. เก็บนา้ และสารต่าง ๆ ข. สังเคราะห์โปรตนี
ค. สลายสารอาหาร เพ่อื ให้พลงั งานแกเ่ ซลล์ ง. สรา้ งคาร์โบไฮเดรตทรี่ วมกับโปรตนี
18. ข้อความใดกล่าวถกู ต้อง
ก. เซลล์พืชมรี ูปรา่ งเปน็ สี่เหล่ียม เพราะไมม่ ีผนังเซลล์
ข. ทัง้ เซลลพ์ ืชและเซลล์สตั ว์มีสง่ิ ทเี่ หมอื นกันคือคลอโรพลาสต์
ค. เซลลพ์ ชื มีแวคิวโอลขนาดใหญ่ ส่วนเซลล์สัตวม์ ีแวคิวโอลขนาดเลก็
ง. เซลลส์ ัตวม์ ีลกั ษณะออ่ นนมุ่ เพราะผนงั เซลล์ประกอบดว้ ยสารโปรตีน
19. สารพันธกุ รรมหรือดีเอ็นเอ มีอยใู่ นส่วนใดของเซลล์
ก. นวิ เคลียส ข. เยอ่ื หุม้ เซลล์ ค. ไซโทพลาซึม ง. คลอโรพลาสต์
20. เซลล์พืชและเซลล์สตั วม์ ีโครงสร้างใดทมี่ ขี นาดแตกตา่ งกนั อย่างชดั เจน
ก. เยือ่ หมุ้ เซลล์ ข. โครโมโซม ค. ไรโบโซม ง. แวคิวโอล
6
สาระและมาตรฐานการเรียนรู้
สาระการเรยี นรทู้ ี่ 1 สิ่งมชี วี ิตกับกระบวนการดารงชวี ิต
มาตรฐาน ว 1.1 : เข้าใจหน่วยพ้ืนฐานของสิ่งมีชีวิต ความสัมพันธ์ของโครงสร้างและหน้าที่ของ
ระบบต่าง ๆ ของสิ่งมีชีวิตที่ทางานสัมพันธ์กัน มีกระบวนการสืบเสาะหาความรู้ สื่อสารสิ่งท่ีเรียนรู้ และนา
ความรู้ไปใชใ้ นการดารงชีวิตของตนเอง และดูแลสิ่งมีชีวติ
สาระการเรยี นรทู้ ่ี 8 ธรรมชาตขิ องวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
มาตรฐาน ว 8.1 : ใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์และจิตวิทยาศาสตร์ในการสืบเสาะหาความรู้
การแก้ปญั หา รูว่าปรากฏการณ์ธรรมชาติท่ีเกดิ ข้ึนสว่ นใหญ่มีรปู แบบท่ีแนน่ อน สามารถอธิบายและตรวจสอบ
ไดภ้ ายใต้ข้อมูลและเครื่องมือท่ีมีอยู่ในชว่ งเวลานนั้ ๆ เข้าใจว่าวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี สงั คม และส่ิงแวดลอ้ ม
มคี วามเก่ียวขอ้ งสัมพนั ธ์กัน
ตัวชี้วดั
ว 1.1 ม. 1/1 สังเกตและอธิบายรปู ร่างลักษณะของเซลล์สิ่งมชี ีวติ เซลลเ์ ดียวและเซลล์ของส่ิงมีชวี ิต
หลายเซลล์
ว 1.1 ม. 1/2 สงั เกตและเปรยี บเทียบส่วนประกอบสาคญั ของเซลลพ์ ชื และเซลล์สัตว์
ว 1.1 ม. 1/3 สัตว์ทดลองและอธิบายหนา้ ทข่ี องส่วนประกอบท่ีสาคญั ของเซลล์พืชและเซลล์สตั ว์
ว 8.1 ม. 1/8 บันทึกและอธิบายผลการสังเกตการสารวจตรวจสอบค้นคว้าเพิ่มเติมจากแหล่ง
ความร้ตู ่างๆใหไ้ ด้ขอ้ มูลที่เชื่อถอื ไดแ้ ละยอมรับการเปลี่ยนแปลงความรู้ทค่ี ้นพบเมือ่ มีขอ้ มลู และประจักษพ์ ยาน
ใหมเ่ พิ่มข้นึ หรือโตแ้ ยง้ จากเดมิ
7
สาระการเรยี นรูแ้ กนกลาง
1. เซลลข์ องสง่ิ มีชีวิตเซลล์เดียวและเซลลข์ องสงิ่ มชี ีวิตหลายเซลล์เชน่ เซลล์พืชและเซลล์สัตวม์ ี
รปู ร่างลกั ษณะแตกตา่ งกัน
2. นวิ เคลยี สไซโทพลาสซึมและเย่ือห้มุ เซลล์เป็นส่วนประกอบสาคญั ของเซลล์ท่ีเหมือนกันของเซลล์
พืชและเซลล์สตั ว์
3. ผนังเซลล์และคลอโรพลาสตเ์ ปน็ สว่ นประกอบท่ีพบไดใ้ นเซลลพ์ ชื
4. นวิ เคลียสไซโทพลาสซึมเย่อื หมุ้ เซลลแ์ วคิวโอลเปน็ ส่วนประกอบทส่ี าคัญของเซลล์สตั ว์มหี น้าที่
แตกตา่ งกนั
5. นิวเคลยี สไซโทพลาสซึมเยือ่ หุ้มเซลลแ์ วคิวโอลผนังเซลลแ์ ละคลอโรพลาสตเ์ ป็นสว่ นประกอบท่ี
สาคญั ของเซลลพ์ ืชมหี นา้ ที่แตกต่างกัน
จุดประสงค์การเรยี นรู้
ดา้ นความรู้ (Knowledge)
1. สังเกตและอธิบายรปู ร่างของส่ิงมีชีวติ เซลล์เดยี วและสิ่งมีชวี ิตหลายเซลลไ์ ด้
2. สังเกตเปรียบเทยี บส่วนประกอบท่ีสาคัญของเซลล์พืชและเซลล์สัตวไ์ ด้
ดา้ นทักษะ / กระบวนการ (Process)
1. ทดลองสืบคน้ หน้าท่ขี องเซลลพ์ ืชและเซลลส์ ัตว์ได้
ดา้ นคุณลกั ษณะอันพึงประสงค์ (Attitude)
1. มพี ฤตกิ รรมทใ่ี ฝ่เรยี นรู้ในการทางาน
2. ให้ความร่วมมือมุ่งมั่นในการทากจิ กรรมร่วมกบั นักเรยี นคนอื่นได้
8
ใบความรู้ท่ี 1
กล้องจลุ ทรรศน์
กล้องจุลทรรศน์ (Microscope) เป็นอุปกรณ์ที่ช่วยในการศึกษาเซลล์หรือโครงสร้างของส่ิงมีชีวิตให้
ชัดเจนยิ่งข้ึน เพราะมีกาลังขยายท่ีสูงทาให้มองเห็นสิ่งมีชีวิตหรือโครงสร้างเล็ก ๆ ได้อย่างชัดเจน แบ่งตาม
แหล่งกาเนดิ แสงได้ 2 ชนิด ได้แก่
1. กลอ้ งจลุ ทรรศนแ์ บบใช้แสง (Light microscope)
2. กลอ้ งจุลทรรศนอ์ ิเล็กตรอน (Electron microscope)
กลอ้ งจลุ ทรรศนแ์ บบใช้แสง (Light microscope)
ภาพ 1 ท่มี า: shorturl.asia/UYLPq
สืบค้นเมอื่ 3 พฤศจกิ ายน 2564
9
ส่วนประกอบของกลอ้ งจุลทรรศน์
กลอ้ งจลุ ทรรศนแ์ บบใช้แสง มีสว่ นประกอบดังนี้
1. ส่วนท่ที าหนา้ ที่ 2. ส่วนทท่ี าหน้าท่ี 3. ส่วนท่ีทาหนา้ ท่ี ปรบั 4. สว่ นทท่ี าหนา้ ท่ี
เป็นตัวกล้อง ในการรบั แสง ความคมชัด ของภาพ ขยายภาพ
- ป่มุ ปรับภาพหยาบ
- ลากลอ้ ง (Body tube) - แหลง่ กาเนดิ แสง (Coarse focus knob - เลนส์ใกลว้ ตั ถุ
- แขน (Arm) (Light Source) (Objective lens)
- แทน่ วางวัตถุ - เลนสร์ วมแสง or coarse
(Condenser) adjustment) - เลนส์ใกล้ตา
(Specimen stage) - ไดอะแฟรม - ป่มุ ปรบั ภาพ ละเอียด (Eye piece)
- ท่หี นีบสไลด์ (Stage (Diaphragm) (Fine focus knob or
- กระจกเงา (Mirror) fine adjustment)
clips)
- ฐาน (Base)
การเกดิ ภาพภายใตก้ ล้องจลุ ทรรศน์
ภาพ 2 ท่มี า :http://tk.nanagallery.com/?p=176
สบื คา้ เม่ือ สบื ค้นเมือ่ 3 พฤศจกิ ายน 2564
ภาพที่เกิดจากเลนส์ใกล้วัตถุเป็นภาพจริงหัวกลับ ภาพท่ีเกิดจากเลนส์ใกล้ตาภาพที่ได้ เป็น
ภาพเสมือนหัวกลบั
การคานวณกาลังขยายของกล้องจุลทรรศน์
กาลังขยายของกล้อง = กาลงั ขยายของเลนสใ์ กลว้ ตั ถุ x กาลงั ขยายของเลนสใ์ กล้ตา
เช่น ถ้าใชเ้ ลนสใ์ กล้วัตถุ ×40 และเลนส์ใกล้ตา ×10 กาลังขยายของกล้อง = 40×10 เท่ากับ 400 เท่า
หมายความว่า ภาพท่ีมองเหน็ จากกลอ้ งจลุ ทรรศน์มขี นาดใหญ่กวา่ วตั ถจุ ริง 400 เท่า
10
ใบกิจกรรมที่ 1 เรื่อง กลอ้ งจุลทรรศนแ์ บบใช้แสง
คาชแี้ จง : ให้นกั เรยี นตอบคาถามตอ่ ไปนใ้ี ห้สมบรู ณ์
จากการนาสไลด์ไปส่องดูด้วยกล้องจุลทรรศน์โดยใช้กาลังขยายที่ Objective lens = 10x
และ Eye piece = 10x จงตอบคาถามขอ้ 1-4
ฮ
1. ภาพทม่ี องเห็นท่กี าลังขยาย = ……………………………………เทา่
2. ภาพทม่ี เี ห็นมีขนาด เลก็ ลง/ใหญ่ขึน้ และมีลักษณะเป็นรปู ........................................
เมอื่ ต้องการให้ภาพมขี นาดใหญ่ 400 เทา่ ต้องปรบั ส่วนใดของกล้องจลุ ทรรศน์ ตามลาดบั ดงั น้ี
3.1 …………………………………………………………………………………………………………
3.2 …………………………………………………………………………………………………………
4. เม่อื เลอื่ นสไลดไ์ ปทางซ้าย ภาพจะเลอื่ น..........................................................................
เม่ือเลื่อนสไลด์ไปทางขวา ภาพจะเลื่อน...........................................................................
เมือ่ เลือ่ นสไลดไ์ ปข้างหนา้ ภาพจะเลื่อน..........................................................................
เมื่อเลอื่ นสไลดไ์ ปข้างหลงั ภาพจะเลอื่ น..........................................................................
5. จงเปรียบเทียบภาพสาหร่ายหางกระรอก เม่ือสอ่ งดูด้วยกลอ้ งจลุ ทรรศนท์ ี่มกี าลงั ขยาย
40 เทา่ จานวนเซลลท์ ี่มองเห็น.............................. (สนามภาพ..........................)
11
ใบความรู้ท่ี 2
เรอ่ื ง รปู รา่ งและลักษณะของ เซลล์สง่ิ มชี ีวิต
เซลล์(Cell) หมายถึง หน่วยพื้นฐานท่ีเล็กท่ีสุดของสิ่งมีชีวิต สามารถเพ่ิมจานวน เจริญเติบโต
สืบพันธ์ุและตอบสนองต่อสิ่งเร้าได้ เซลล์มีในทุกส่วนของสิ่งมีชีวิต มีขนาด รูปร่าง หน้าท่ี และส่วนประกอบ
แตกตา่ งกันบ้าง
1. ขนาดของเซลล์ เซลล์แต่ละชนิดมขี นาดแตกต่างกัน ต้งั แต่ขนาดเลก็ ท่ีสุด ซ่ึงไม่ สามารถมองเห็นไดด้ ้วยตา
เปลา่ เช่น แบคทเี รยี จนกระทั่งเซลล์ทีม่ ีขนาดใหญ่ เช่น เซลล์ไข่ ไก่ เป็นต้น
2. รปู ร่างของเซลล์เซลลแ์ ตล่ ะชนิดมรี ูปร่างแตกตา่ งกนั เช่น
เซลล์ทไ่ี มม่ ีนวิ เคลียส ได้แก่ เซลลเ์ มด็ เลือดแดง
เซลลท์ ่มี ีคลอโรฟิลล์ ได้แก่ เซลล์ยกู ลนี า เซลล์คุมของพืช และเซลลพ์ ืช
เซลล์ท่ีมีรูปร่างค่อนข้างกลม ได้แก่ เซลล์เม็ดเลือดแดง เซลล์เม็ดเลือดขาว เซลล์ไข่ ไก่
และเซลล์บุผิว
เซลล์ท่เี คล่ือนท่ไี ด้ ได้แก่ เซลลส์ เปริ ์ม เซลลย์ ูกลีนา และเซลล์พารามีเซียม
รอ เบิรต์ ฮุค ( Robert Hooke) นกั วิทยาศาสตรช์ าวอังกฤษ ไดค้ น้ พบเซลลจ์ ากการน ากลอ้ งจุลทรรศน์ที่
ประดษิ ฐข์ นึ้ มา ศกึ ษา เปลอื กตน้ โอ๊กหรอื ท่ีเรยี กอีกชื่อหน่งึ วา่ “ไมค้ อรก์ ” โดยพบวา่ ประกอบดว้ ยเลก็ ๆ เรียงตดิ กนั คลา้ ยรงั
ผงึ้ จึงเรยี กชอ่ ง นีว้ า่ เซลล(์ cell) ซึ่งหมายความถงึ หอ้ งวา่ ง ๆ โดยเซลลท์ ี่เห็น เป็นสว่ นผนงั เซลล์
ภาพ 3 เซลล์จากไมค้ อร์ก ท่ีมา:shorturl.asia/5p7xm
สืบคน้ เมือ่ 3 พฤศจิกายน 2564
ชไลเดน (Schleiden) และชวาน (Schwann) รว่ มกันตงั้ ทฤษฎีของเซลลข์ นึ้ ทฤษฎีของเซลลก์ ลา่ ววา่ ส่ิงมีชีวติ ทงั้ หลาย
ประกอบดว้ ยเซลลแ์ ละเซลลท์ ่ีประกอบ เป็นสง่ิ มชี ีวติ นีอ้ าจมเี พียงเซลลเ์ ดียวหรอื หลายเซลล์
12
1. ส่ิงมีชีวิตเซลล์เดยี ว
สิ่งมีชีวิตเซลล์เดียว (unicellular organism) หมายถึง สิ่งมีชีวิตท่ีประกอบด้วย เซลล์เพียงเซลล์
เดียว มีลักษณะท่ีสาคัญ คือ เป็นเซลล์เด่ียวที่ไม่มีเยื่อหุ้มนิวเคลียส สารใน นิวเคลียสจะกระจายอยู่ท่ัวเซลล์
โครงสร้างภายในเป็นแบบง่าย ๆ พบได้ท่ัวไปทั้งในน้าและ บนบก ดารงชีวิตอย่างอิสระ ส่ิงมีชีวิตเซลล์เดียว
สามารถทากิจกรรมต่าง ๆ ท่ีเก่ียวข้องกับ การดารงชีวิต เช่น การกินอาหาร ย่อยอาหาร หายใจการขับถ่าย
เคลื่อนท่ี สืบพันธุ์ ซ่ึงจะ เกิดขึ้นภายในเซลล์เพียงเซลล์เดียว ประกอบด้วยโครงสร้างต่าง ๆ ภายในเซลล์
เหมือนกบั เซลลข์ องส่ิงมชี ีวิตหลายเซลล์
ตวั อย่างส่ิงมีชวี ิตเซลล์เดียว
เช่น อะมีบา พารามเี ซยี ม ยูกลีนา แบคทีเรีย ไดอะตอม เทานา้ หรือสไปโรไจรา คลอเรลลา
เซลล์ของส่ิงมีชีวิตเซลล์เดียวมีลักษณะและรูปร่างต่างกัน เพื่อให้เ หมาะกับการ ดารงชีวิต
ตัวอยา่ งเช่น
- อะมบี า รูปรา่ งไมแ่ นน่ อน เคลอ่ื นทโี่ ดยใช้ขาเทียม
- พารามีเซยี ม รูปรา่ งเรียวยาว คล้ายรองเท้าแตะ มขี นรอบ ๆ ตวั และใชข้ นในการ เคลอ่ื นท่ี
- ยูกลนี า รูปร่างยาวรี มแี ฟลกเจลลา (แส)้ อยู่บริเวณดา้ นบน ซึ่งใช้ในการเคลอ่ื นท่ี
ภาพ 4 พารามเี ซียม ที่มา : shorturl.asia/IDWuE ภาพ 5 อะมบี า ทมี่ า : shorturl.asia/hrvmz
สืบค้นเมือ่ 3 พฤศจกิ ายน 2564 สบื ค้นเมอ่ื 3 พฤศจิกายน 2564
ภาพ 6 อะมีบา ทีม่ า : shorturl.asia/hrvmz
สืบคน้ เมือ่ 3 พฤศจกิ ายน 2564
13
2. ส่ิงมีชีวิตหลายเซลล์
สิ่งมีชวี ติ หลายเซลล(์ multicellular organism) หมายถงึ สงิ่ มชี วี ิตท่ี ประกอบดว้ ยเซลล์มากกว่า 1
เซลลเ์ มือ่ เซลลห์ ลายเซลล์รวมกนั จะเป็น เน้อื เย่ือ (tissues) เนอื้ เยอื่ หลายเนื้อเย่ือรวมกนั เป็นอวยั วะ (organ)
อวัยวะหลาย ๆ อวยั วะท างานรว่ มกัน เป็นระบบ (system) ระบบหลายระบบทางานร่วมกันเปน็ ร่างกาย
(body) โดยแต่ลเซลล์ จะมีหน้าที่เฉพาะและมขี นาดเลก็ มาก มองด้วยตาเปล่าไมเ่ หน็
ตวั อย่างส่ิงมีชีวิตหลายเซลล์ เชน่ เซลลก์ ลา้ มเนื้อ เซลลเ์ ม็ดเลอื ดแดง พลานาเรีย ไฮดรา เซลล์คุมพืช
ภาพ 7 ไฮดรา ท่มี า : ภาพถ่ายภายใต้ ภาพ 8 เซลลก์ ลา้ มเนือ้ ท่ีมา : shorturl.asia/NtgpB
กลอ้ งจุลทรรศน์ ถา่ ยภาพโดย : นางสาว สืบค้นเม่ือ 3 พฤศจกิ ายน 2564
ปารชิ าติ บญุ เสวก เมื่อวันที่ 9 มกราคม
2559
ภาพ 9 เซลลเ์ มด็ เลือดแดง ภาพ 10 เซลลค์ ุมของพชื
ที่มา : shorturl.asia/ZTAJn ทีม่ า : shorturl.asia/D5LGu
สืบคน้ เมื่อ 3 พฤศจิกายน 2564 สบื คน้ เมือ่ 3 พฤศจิกายน 2564
14
ใบกิจกรรมท่ี 2 เร่ือง รูปร่างลกั ษณะของเซลลส์ ง่ิ มชี ีวิต
คาชแี้ จง : ให้นกั เรียนตอบคาถามต่อไปนใ้ี หส้ มบรู ณ์
1. เซลลห์ มายถงึ อะไร
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
2. การจาแนกสงิ่ มีชวี ิตออกเปน็ สิ่งมชี วี ติ เซลลเ์ ดียวและสิง่ มีชวี ิตหลายเซลล์ใชอ้ ะไร เปน็ เกณฑ์
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
3. สง่ิ มีชีวติ เซลลเ์ ดยี วและส่ิงมชี ีวติ หลายเซลล์แตกตา่ งกันอย่างไร
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
4. ยกตัวอย่างสงิ่ มีชีวติ เซลล์เดียว อย่างนอ้ ย 3 ตวั อยา่ ง
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
5. ยกตวั อยา่ งสงิ่ มชี วี ิตหลายเซลล์ อยา่ งนอ้ ย 3 ตัวอย่าง
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
6. ส่ิงมีชวี ิตเซลลเ์ ดยี วและสงิ่ มชี วี ติ หลายเซลล์มีโครงสร้างพนื้ ฐานที่เหมือนกัน ได้แกอ่ ะไรบา้ ง
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
15
ใบความรู้ที่ 3
เรื่อง เซลล์พืช เซลล์สตั ว์
เซลล์จดั เป็นหน่วยทีเ่ ลก็ ที่สุดที่และทาหน้าที่ของส่ิงมชี ีวติ ได้เช่นการเจริญเติบโตการสบื พนั ธเุ์ ปน็ ต้น
ปี พ.ศ. 2208 รอเบิร์ดฮุค (Robert Hooke) นักวิทยาศาสตร์ชาวอังกฤษได้ค้นพบเซลล์จากการที่เขาได้นา
เลนส์มาส่องดูส่ิงต่างๆเขานาเปลือกต้นโอ๊กมาตัดเป็นชิ้นบาง ๆ แลว้ นามาส่องดูด้วยเลนส์เห็นเป็นช่องสี่เหลี่ยม
เล็ก ๆ เรยี งติดต่อกนั เรียกชอ่ งส่ีเหลย่ี มเล็ก ๆ เหล่านัน้ ว่าเซลล์ (cell)
โครงสร้างและหนา้ ที่ของสว่ นตา่ งๆในเซลลพ์ ืชและเซลลส์ ัตว์มคี วามคล้ายคลึงกัน แตจ่ ะแตกตา่ งกัน
บา้ งขึน้ กับชนดิ ของเซลล์เชน่
-เซลล์พืช มักมีรูปร่างเป็นเหลย่ี มมผี นังเซลล์ (cell wall) ห่อหุ้มเพ่ือเพิ่มความแข็งแรงใหก้ ับเซลล์มี
เย่ือหุ้มเซลล์ (cell membrane) ห่อหุ้มส่วนต่างๆของเซลล์ไว้มีคลอโรพลาสต์ (Chloroplast) เพื่อใช้ใน
กระบวนการสงั เคราะหด์ ว้ ยแสง แต่ไม่มีเซนทริโอล (centriole)
-เซลล์สัตว์ มีรูปร่างไม่แน่นอนไม่มีผนังเซลล์ แต่มีเยื่อหุ้มเซลล์ไม่มีคลอโรพลาสต์ แต่มีเซนทริโอล
(centriole) และแวคิวโอลมีขนาดเล็กพบในบางเซลล์
โครงสร้างและหนา้ ทข่ี องเซลล์
1. ผนงั เซลล์ (cell wall) เปน็ โครงสรา้ งทไี่ ม่มชี ีวิตคอยหอ่ หมุ้ รอบนอกของเซลลป์ ระกอบดว้ ยสาร
จาพวกเซลลโู ลสผนงั เซลล์ทาหน้าท่ีให้ความแข็งแรงแกเ่ ซลล์และช่วยให้เซลล์สามารถคงรูปอยไู่ ด้
2. เย่อื หมุ้ เซลล์ (cell membrane) เปน็ เย่อื บาง ๆ ล้อมรอบเซลลอ์ ย่ถู ัดจากผนังเซลล์เขา้ มา
สรา้ งจากสารโปรตีนและไขมันทาหนา้ ท่ีควบคุมการแลกเปล่ียนสารระหว่างภายในและภายนอกเซลล์
3. ไซโทพลาสซมึ (cytoplasm) เป็นของเหลวซง่ึ เป็นทีร่ วมกนั ของสงิ่ ตา่ งๆทอี่ ยภู่ ายในเซลล์ทา
หนา้ ท่ีเกย่ี วกับกจิ กรรมส่วนใหญภ่ ายในเซลลโ์ ดยมีออร์แกเนลล์ชนดิ ตา่ งๆดังน้ี
3.1 ไรโบโซม (ribosome) เป็นออร์แกเนลลท์ ีส่ าคัญในการสังเคราะหโ์ ปรตีนภายในเซลล์มี
บทบาทที่สาคญั ตอ่ การแปลรหัสพนั ธุกรรมของสิง่ มีชีวิต
3.2 เซนทริโอล (centriole) พบในเซลลส์ ัตวไ์ ม่พบในเซลล์พชื ประกอบด้วยหลอดโปรตนี ไมโคร
ทวิ บลู ทาหน้าท่ีเกีย่ วข้องกับการเคลอ่ื นทีข่ องโครโมโซม
3.3 ไซโทสเกเลตอน (cytoskeleton) หน้าทเี่ กย่ี วข้องกับการค้าจุนเซลล์ให้คง รูปรา่ ง
3.4 รา่ งแหเอนโดพลาซึม (endoplasmic reticulum: ER) พบในเซลล์ยูคารโิ อตมี 2 ชนดิ คือ
16
3.4.1 รา่ งแหเอนโดพลาสซึมชนิดขรุขระ (rough endoplasmic reticulum: RER) มีไรโบ
โซมเกาะอยู่เป็นจานวนมากทาหน้าท่สี งั เคราะห์โปรตีนสง่ ออกนอกเซลล์
3.4.2 ร่างแหเอนโดพลาสซมึ ชนดิ เรยี บ (smooth endoplasmic reticulum: SER) ไมม่ ีไร
โบโซมมาเกาะจงึ ทาให้ผิวเรียบทาหนา้ ท่ีสงั เคราะหไ์ ขมันและสารสเตยี รอยด์ส่งออกนอกเซลล์และกาจัดสารพษิ
3.5 กอลจบี อดี (Golgi body) มีลกั ษณะเป็นถุงเย่อื บาง ๆ ซ้อนกันมกั อยูใ่ กล้กบั RER ทางาน
รว่ มกนั เพ่อื พาสารออกนอกเซลลโ์ ดยเม่ือ RER สร้างโปรตีนและไขมนั จะสง่ มาเกบ็ ไวท้ ีก่ อลจบี อดี
3.6 ไลโซโซม (lysosome) ลกั ษณะเป็นถุงกลมๆพบในเซลลส์ ัตวม์ เี อนไซมท์ า
3.7 แวคิวโอล (vacuole) ลกั ษณะใสในเซลล์พืชจะมีขนาดใหญ่กวา่ เซลล์สัตว์เปน็ แหล่งสะสมสาร
ต่างๆควบคมุ ปรมิ าณนา้ และของเสียภายในเซลล์
3.8 ไมโทคอนเดรีย (mitochondria) ทาหน้าท่เี ปน็ แหลง่ สร้างพลังงานให้กับเซลล์จากการสลาย
โมเลกุลของสารอาหารในกระบวนการหายใจภายในเซลล์
3.9 พลาสติด (plastid) เป็นออร์แกเนลล์เมด็ สีทพี่ บในพืชและสาหรา่ ยมี 3 ชนิดคอื
3.9.1 ลวิ โคพลาสต์ (leucoplast) เปน็ พลาสตกิ ทม่ี สี ีขาวพบในเซลล์สะสมอาหารจาพวกแปง้
และโปรตนี ในรากหรือลาต้นทอ่ี ยูใ่ ต้ดนิ เชน่ หวั เผือก หัวผักกาด เปน็ ตน้
3.9.2 โครโมพลาสต์ (chromoplast) เป็นพลาสติดทป่ี ระกอบด้วยรงควตั ถุสีต่างๆเช่นแคโรที
นอยด์ (carotenoid) ให้สสี ้มสีแดง (chlorophyll)
3.9.3 คลอโรพลาสต์ (chloroplast) ภายในมีรงควตั ถุสีเขยี ว คือ คลอโรฟิลลท์ าหน้าทเี่ กย่ี วกบั
การสงั เคราะหด์ ้วยแสง
4. นวิ เคลยี ส (nucleus) เปน็ โครงสร้างที่สาคญั มากภายในเซลล์พบไดเ้ กือบทกุ เซลล์ทง้ั เซลลพ์ ืช
และเซลล์สัตว์ มหี นา้ ที่ควบคุมการทางานของเซลลก์ ารแบง่ เซลล์และถา่ ยทอดลกั ษณะทางพันธุกรรมของ
สง่ิ มีชีวิต
17
ภาพ 11 เซลลส์ ัตว์
ทมี่ า: 16.jpg (600×450) (zoofirma.ru)
ภาพ 12 เซลล์พชื
ท่มี า: http://www.instructables.com/id/Plant-Cell-Cake
สบื คน้ เม่อื 3 พฤศจิกายน 2564
18
ตวั อย่างเซลลส์ ตั ว์
ภาพ 13 เซลล์เม็ดเลือด ภาพ 14 เซลลป์ ระสาท
ท่มี า: shorturl.asia/lXiFd ท่มี า: shorturl.asia/uHYAg
ภาพ 15 เซลล์ไขค่ น ภาพ 16 เซลล์อสจุ ิ
ที่มา: shorturl.asia/wCkFR ทีม่ า: shorturl.asia/TD3Jp
สืบคน้ เม่ือ 3 พฤศจิกายน 2564
19
ตวั อย่างเซลล์พชื
ภาพ 17 เซลล์พาเรงคมิ า ภาพ 19 เซลล์ปรายรากหอม
ทีม่ า: shorturl.asia/InBuP ทมี่ า: shorturl.asia/DaeTj
ภาพ 20 เซลล์ปากพชื หรือเซลล์คุม ภาพ 21 เซลลร์ ากพืชใบเลย้ี งเด่ียว
ท่ีมา: shorturl.asia/cj7Of ท่ีมา: shorturl.asia/E6Ilw
สบื คน้ เมอ่ื 3 พฤศจิกายน 2564
20
ใบกิจกรรมที่ 3 เรือ่ งเซลล์พชื เซลล์สัตว์
ขนั้ ตอนการทากจิ กรรม
1. เตรียมกล้องจุลทรรศนใ์ หพ้ รอ้ มสาหรับใชง้ านลกั ษณะของเซลล์ให้นกั เรยี นดูเป็นตัวอย่าง 1 สไลด์
2. นักเรียนแต่ละกลมุ่ นาสไลดท์ ี่ครูเตรียมไวไ้ ปส่องดดู ้วยกลอ้ งจลุ ทรรศน์โดยใชเ้ วลาสไลด์ละ 5 นาที
โดยครทู าการสาธติ ข้นั ตอนการใช้กลอ้ งจุลทรรศน์เพอ่ื ดู
1.1 เซลล์เยอ่ื บุขา้ งแกม้
1.2 เซลล์เม็ดเลอื ดแดง
1.3 เซลล์ประสาท
1.4 เซลลล์ าตน้ พชื ใบเลี้ยงเดย่ี ว
1.5 เซลล์ลาตน้ พืชใบเลย้ี งคู่
1.6 เซลลผ์ วิ ใบของว่านกาบหอย
3. ใหน้ ักเรยี นแตล่ ะกลุ่มทาการศึกษาและวาดภาพพร้อมทง้ั อธิบายลักษณะท่สี ังเกตเห็นลงในตาราง
บันทึกผลใน ตอนท่ี 1 ลักษณะของเซลล์พชื และเซลล์สตั ว์ เมื่อครบกาหนดเวลาแล้วทาการหมนุ เวียนไป
ศกึ ษาสไลดอ์ ื่นจนครบ
4. เม่ือนักเรียนได้ศกึ ษาลกั ษณะเซลล์ต่างๆจนครบแลว้ ให้นักเรยี นช่วยกันทากจิ กรรมใน ตอนท่ี 2
หนา้ ท่ีของโครงสร้างและออรแ์ กเนลล์ (สมาชิกในกลุ่มท่ียังศกึ ษาภาพสไลด์ในตอนที่ 1 ไม่ละเอียดสามารถ
ผลัดเปลยี่ นหมุนเวียนไปดไู ดต้ ลอดขณะทากิจกรรม)
5. หลงั จากทากจิ กรรมในตอนท่ี 2 เสรจ็ แลว้ ให้นักเรียนทากจิ กรรมใน ตอนที่ 3 เซลลพ์ ชื และเซลล์
สัตว์ต่างกนั อยา่ งไร ตอ่ เพื่อเปรียบเทียบโครงสรา้ งและออรแ์ กเนลล์ทีพ่ บในเซลลพ์ ชื และเซลลส์ ัตวแ์ ลว้ จึง
อภิปรายและสรุปผลการทากิจกรรมทัง้ หมด
6. ถ้านกั เรยี นมีข้อสงสยั ในการปฏิบัติกิจกรรมใหส้ อบถามและขอคาแนะนาจากครผู ู้สอนได้
ตลอดเวลา
ตอนท่ี 1 ลกั ษณะของเซลล์พชื และเซลลส์ ัตว์ 21
ตารางบนั ทึกผล อธิบายลักษณะท่ไี ด้
จากการสังเกต
เซลล์ ภาพสังเกตที่ไดจ้ าก
เซลลเ์ ยอ่ื บขุ ้างแกม้ กลอ้ งจลุ ทรรศน์
เซลล์เมด็ เลือดแดง
เซลลป์ ระสาท
เซลล์ท่อลาเลียงพชื ใบเลี้ยง
เด่ียว
เซลล์ทอ่ ลาเลยี งพืชใบเลี้ยง คู่
เซลล์ผิวใบของวา่ นกาบหอย
22
ตอนที่ 2 หน้าท่ขี องโครงสรา้ งและออร์แกเนลล์
คาช้ีแจง ให้นักเรยี นรว่ มกันพจิ ารณาและตอบคาถามตอ่ ไปน้จี านวน 10 ขอ้ โดยใสเ่ ครอ่ื งหมาย √
ใน ข้อท่ีตอบวา่ ใช่และใส่เคร่อื งหมาย × ในข้อทตี่ อบว่าไมใ่ ช่
23
ตอนที่ 3 เซลลพ์ ชื และเซลลส์ ตั วต์ ่างกนั อยา่ งไร
คาชแี้ จง ใหน้ กั เรยี นร่วมกันพิจารณาและตอบคาถามตอ่ ไปน้จี านวน 10 ขอ้ โดยใสเ่ ครือ่ งหมาย √ ใน
ขอ้ ทีต่ อบวา่ มี และใส่เครือ่ งหมาย × ในขอ้ ที่ตอบว่า ไมม่ ี
24
อภิปรายและสรุปผลการทากิจกรรม
อภิปรายผลการทากจิ กรรม
...................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ......................................
............................................................................................................................. ......................................
...................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ......................................
......................................................................................................................................... ..........................
........................................................................................................ ...........................................................
สรุปผลการทากิจกรรม
............................................................................................................................. ......................................
.......................................................................................................................................... .........................
...................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ......................................
.............................................................................................................................................................. .....
............................................................................................................................. ......................................
............................................................................................................................. ......................................
25
แบบทดสอบหลงั เรียนเรื่อง เซลล์และโครงสร้ำงเซลล์
ชื่อ -สกลุ ...........................................................................ช้ัน..................เลขท่ี...............
คำชี้แจง : ให้นักเรียนเลอื กคำตอบที่ถูกต้องท่สี ุดเพียงคำตอบเดยี ว ทำเคร่ืองหมำย × หน้ำข้อควำมที่
ถูกต้อง
1. สง่ิ ใดเปน็ เกณฑ์การจาแนกส่ิงมีชวี ิตเซลล์เดยี วกับสง่ิ มชี วี ติ หลายเซลล์
ก. จานวนเซลล์ ข. ขนาดของเซลล์ ค. รปู รา่ งของเซลล์ ง. ส่วนประกอบของ
เซลล์
2. ถา้ เราต้องการดสู ่ิงท่มี ีขนาดเลก็ มาก ๆ เราควรเลือกใชอ้ ุปกรณ์ใดจงึ จะเหมาะสม
ก. แว่นขยาย ข. กล้องจลุ ทรรศน์ ค. กลอ้ งโทรทรรศน์ ง. กล้องสอ่ งทางไกล
3. เมอื่ นาเอาเลนส์ใกลวตั ถกุ าลังขยาย 40X และเลนส์ใกล้ตากาลงั ขยาย 10X ตรวจดวู ัตถุจะสามารถขยายวัตถุ
ได้เท่าใด
ก. 4 เทา่ ข. 10 เท่า ค. 40 เทา่ ง. 400 เท่า
จากรูปให้นกั เรียนตอบคาถามข้อ 4-5
4. จากภาพเลนส์ใกล้วัตถคุ ือหมายใด
ก. หมายเลข 1 ข. หมายเลข 2 ค. หมายเลข 3 ง. หมายเลข 4
5. จากภาพ ในการสอ่ งดูเซลล์สง่ิ มีชวี ติ ถ้าจะปรบั ภาพให้ชัดเจนควรใชห้ มายเลขใด มชี ื่อเรยี กวา่ อะไร
ก. หมายเลข 1 เลนสใ์ กลต้ า ข. หมายเลข 2 เลนส์ใกล้วัตถุ
ค. หมายเลข 3 แท่นวางวัตถุ ง. หมายเลข 4 ปมุ่ ปรับภาพหยาบ
6. สงิ่ มชี วี ิตในขอ้ ใด เปน็ ส่ิงมีชวี ติ เซลล์เดียว
ก. พยาธิ ข. ไฮดรา ค. แมงกะพรนุ ง. พารามีเซยี ม
7. สง่ิ มชี วี ติ เซลลเ์ ดยี วกับส่งิ มชี วี ติ หลายเซลลม์ ีสง่ิ ใดที่เหมือนกัน
ก. ขนาดของเซลล์ ข. รูปร่างของเซลล์
ค. ความแขง็ ของเซลล์ ง. สว่ นประกอบพ้ืนฐานของเซลล์
8. เพราะเหตุใดจงึ กล่าวว่าเซลล์เป็นหน่วยพ้ืนฐานของสง่ิ มชี ีวติ
ก. เพราะเป็นสงิ่ แรกทค่ี น้ พบ ข. เพราะเป็นหน่วยของสิง่ มีชีวติ ท่เี ล็กท่ีสดุ
ค. เพราะทาหนา้ ทร่ี องรับสว่ นอ่ืน ง. เพราะเป็นต้นกาเนิดของชีวิต
26
9. สิง่ มีชวี ติ ในข้อใด เปน็ สิ่งมชี วี ติ หลายเซลล์
ก. อะมบี า ข. คลอเรลลา ค. ไฮดรา ง. ยสี ต์
10. ส่วนประกอบของเซลล์พืชส่วนใดที่ทาหน้าทค่ี ล้ายยาม
ก. ผนังเซลล์ ข. เยอ่ื หมุ้ เซลล์ ค. นวิ เคลียยส ง. ไซโทพลาซึม
11. สว่ นประกอบของเซลลพ์ ืชสว่ นใดที่ทาหนา้ ที่คลา้ ยหัวใจ
ก. ผนงั เซลล์ ข. เยือ่ ห้มุ เซลล์ ค. นิวเคลยี ยส ง. ไซโทพลาซึม
12. เพราะเหตุใดจงึ จัดให้เยอื่ หมุ้ เซลลม์ ีคุณสมบัติเปน็ เยือ่ เลือกผ่าน
ก. ยอมให้โมเลกุลของสารทุกชนิดผ่านได้ ข. ยอมใหโ้ มเลกลุ ของสารบางชนิดเท่านน้ั ผ่านได้
ค. ยอมใหโ้ มเลกุลของสารผา่ นออกมาได้ ง. ยอมให้โมเลกุลของสารผา่ นเข้าไปได้
13. พืชสามารถสรา้ งอาหารไดเ้ พราะในไซโทพลาซมึ มสี ารชนิดใด
ก. ไรโบโซม ข. นิวเคลยี ส ค. คลอโรพลาสต์ ง. ไมโทคอนเดรีย
14. สว่ นประกอบใดของเซลล์ท่ีช่วยให้เซลล์สามารถดารงสภาพอยู่ไดอ้ ย่างปกติ
ก. ผนงั เซลล์ ข.นิวเคลยี ส ค. ผนังเซลล์ ง. ไซโทพลาซึม
15. เซลลจ์ ะเกบ็ สะสมสารตา่ ง ๆ ไวใ้ นโครงสร้างใด
ก. แวควิ โอล ข. กอลจิคอมเพลกซ์ ค. ไมโทคอนเดรีย ง. คลอโรพลาสต์
16. โครงสรา้ งใดที่พบในเซลลส์ ัตว์และโพรติสตบ์ างชนิด ทาหน้าท่ีเกยี่ วกับการแบง่ เซลล์
ก. กอลจิคอมเพลกซ์ ข. แวคิวโอล ค. ไรโบโซม ง.เซนทริโอล
17. ไมโทคอนเดรยี ทาหนา้ ที่อะไร
ก. เก็บน้าและสารต่าง ๆ ข. สังเคราะห์โปรตีน
ค. สลายสารอาหาร เพอ่ื ใหพ้ ลังงานแก่เซลล์ ง. สรา้ งคารโ์ บไฮเดรตทร่ี วมกับโปรตนี
18. ข้อความใดกล่าวถกู ต้อง
ก. เซลลพ์ ืชมรี ปู ร่างเปน็ ส่ีเหล่ยี ม เพราะไม่มผี นังเซลล์
ข. ทง้ั เซลลพ์ ชื และเซลลส์ ตั วม์ ีสิ่งท่ีเหมอื นกันคอื คลอโรพลาสต์
ค. เซลล์พชื มีแวคิวโอลขนาดใหญ่ ส่วนเซลล์สัตว์มแี วคิวโอลขนาดเล็ก
ง. เซลล์สตั ว์มีลกั ษณะอ่อนนุม่ เพราะผนงั เซลล์ประกอบด้วยสารโปรตนี
19. สารพนั ธกุ รรมหรอื ดีเอ็นเอ มีอยใู่ นสว่ นใดของเซลล์
ก. นวิ เคลียส ข. เย่อื ห้มุ เซลล์ ค. ไซโทพลาซมึ ง. คลอโรพลาสต์
20. เซลล์พชื และเซลล์สัตวม์ ีโครงสร้างใดทม่ี ขี นาดแตกต่างกันอย่างชดั เจน
ก. เย่อื หุ้มเซลล์ ข. โครโมโซม ค. ไรโบโซม ง. แวคิวโอล
27
เฉลย ใบกจิ กรรม ที่ 1 เรอ่ื ง กลอ้ งจลุ ทรรศนแ์ บบใชแ้ สง
คาช้ีแจง : ใหน้ กั เรยี นตอบคาถามต่อไปนใ้ี หส้ มบรู ณ์
28
เฉลย ใบกจิ กรรมท่ี 2 เรื่อง รปู ร่างลักษณะของเซลล์สง่ิ มชี วี ิต
คาชแ้ี จง : ให้นกั เรยี นตอบคาถามต่อไปนใี้ ห้สมบรู ณ์
29
เฉลย ใบกจิ กรรมที่ 3 เร่ืองเซลล์พืชเซลลส์ ตั ว์
ข้ันตอนการทากจิ กรรม
1. เตรียมกล้องจลุ ทรรศนใ์ ห้พร้อมสาหรบั ใช้งานลกั ษณะของเซลล์ให้นกั เรียนดูเปน็ ตวั อย่าง 1 สไลด์
2. นักเรยี นแตล่ ะกลมุ่ นาสไลดท์ คี่ รูเตรียมไวไ้ ปส่องดูด้วยกล้องจุลทรรศน์โดยใช้เวลาสไลดล์ ะ 5 นาที
โดยครทู าการสาธติ ขน้ั ตอนการใชก้ ลอ้ งจลุ ทรรศน์เพอ่ื ดู
1.1 เซลล์เยอ่ื บขุ ้างแก้ม
1.2 เซลลเ์ มด็ เลือดแดง
1.3 เซลล์ประสาท
1.4 เซลลล์ าตน้ พืชใบเลีย้ งเดี่ยว
1.5 เซลล์ลาตน้ พืชใบเล้ยี งคู่
1.6 เซลลผ์ วิ ใบของว่านกาบหอย
3. ใหน้ ักเรยี นแตล่ ะกลุ่มทาการศกึ ษาและวาดภาพพร้อมท้ังอธิบายลกั ษณะท่ีสงั เกตเห็นลงในตาราง
บนั ทึกผลใน ตอนที่ 1 ลักษณะของเซลล์พชื และเซลลส์ ตั ว์ เม่ือครบกาหนดเวลาแลว้ ทาการหมนุ เวียนไป
ศกึ ษาสไลด์อื่นจนครบ
4. เมือ่ นักเรียนไดศ้ ึกษาลักษณะเซลล์ต่างๆจนครบแล้วให้นักเรยี นช่วยกนั ทากจิ กรรมใน ตอนท่ี 2
หนา้ ท่ขี องโครงสร้างและออรแ์ กเนลล์ (สมาชกิ ในกลมุ่ ท่ียงั ศึกษาภาพสไลด์ในตอนท่ี 1 ไมล่ ะเอียดสามารถ
ผลดั เปลีย่ นหมนุ เวยี นไปดูได้ตลอดขณะทากจิ กรรม)
5. หลงั จากทากิจกรรมในตอนท่ี 2 เสร็จแลว้ ใหน้ ักเรยี นทากจิ กรรมใน ตอนท่ี 3 เซลลพ์ ชื และเซลล์
สัตวต์ ่างกันอย่างไร ตอ่ เพ่ือเปรยี บเทียบโครงสรา้ งและออร์แกเนลลท์ พ่ี บในเซลล์พืชและเซลลส์ ัตว์แลว้ จึง
อภปิ รายและสรุปผลการทากิจกรรมทงั้ หมด
6. ถา้ นักเรียนมีข้อสงสยั ในการปฏบิ ัติกจิ กรรมใหส้ อบถามและขอคาแนะนาจากครูผู้สอนได้
ตลอดเวลา
30
ตอนท่ี 1 ลกั ษณะของเซลลพ์ ชื และเซลลส์ ตั ว์
ตารางบนั ทึกผล
31
32
ตอนที่ 2 หน้าท่ขี องโครงสรา้ งและออร์แกเนลล์
คาช้ีแจง ให้นักเรยี นรว่ มกันพจิ ารณาและตอบคาถามตอ่ ไปน้จี านวน 10 ขอ้ โดยใสเ่ ครอ่ื งหมาย √
ใน ข้อท่ีตอบวา่ ใช่และใส่เคร่อื งหมาย × ในข้อทตี่ อบว่าไมใ่ ช่
33
ตอนที่ 3 เซลลพ์ ชื และเซลลส์ ตั วต์ ่างกนั อยา่ งไร
คาชแี้ จง ใหน้ กั เรยี นร่วมกันพิจารณาและตอบคาถามตอ่ ไปน้จี านวน 10 ขอ้ โดยใสเ่ ครือ่ งหมาย √ ใน
ขอ้ ทีต่ อบวา่ มี และใส่เครือ่ งหมาย × ในขอ้ ที่ตอบว่า ไมม่ ี
34
เฉลยแบบทดสอบหลงั เรียนเร่ือง เซลล์และโครงสร้ำงเซลล์
ช่ือ -สกลุ ...........................................................................ช้ัน..................เลขท.่ี ..............
คำชี้แจง : ให้นักเรียนเลือกคำตอบที่ถูกต้องที่สุดเพยี งคำตอบเดียว ทำเครื่องหมำย × หน้ำข้อควำมท่ี
ถูกต้อง
1. ส่ิงใดเป็นเกณฑก์ ารจาแนกสิง่ มีชวี ติ เซลลเ์ ดียวกับสิง่ มีชีวติ หลายเซลล์
ก. จานวนเซลล์ ข. ขนาดของเซลล์ ค. รปู ร่างของเซลล์ ง. สว่ นประกอบของ
เซลล์
2. ถ้าเราตอ้ งการดสู ง่ิ ทีม่ ีขนาดเลก็ มาก ๆ เราควรเลอื กใชอ้ ุปกรณ์ใดจึงจะเหมาะสม
ก. แว่นขยาย ข. กล้องจลุ ทรรศน์ ค. กล้องโทรทรรศน์ ง. กลอ้ งสอ่ งทางไกล
3. เม่ือนาเอาเลนสใ์ กลวตั ถกุ าลังขยาย 40X และเลนส์ใกล้ตากาลงั ขยาย 10X ตรวจดวู ตั ถุจะสามารถขยายวตั ถุ
ได้เท่าใด
ก. 4 เทา่ ข. 10 เทา่ ค. 40 เทา่ ง. 400 เท่า
จากรปู ใหน้ กั เรยี นตอบคาถามข้อ 4-5
4. จากภาพเลนสใ์ กลว้ ัตถคุ ือหมายใด
ก. หมายเลข 1 ข. หมายเลข 2 ค. หมายเลข 3 ง. หมายเลข 4
5. จากภาพ ในการส่องดูเซลล์สิง่ มีชีวิตถ้าจะปรับภาพใหช้ ดั เจนควรใชห้ มายเลขใด มีชอื่ เรียกวา่ อะไร
ก. หมายเลข 1 เลนสใ์ กลต้ า ข. หมายเลข 2 เลนส์ใกล้วตั ถุ
ค. หมายเลข 3 แท่นวางวตั ถุ ง. หมายเลข 4 ป่มุ ปรับภาพหยาบ
6. สง่ิ มชี ีวิตในขอ้ ใด เป็นส่ิงมีชวี ติ เซลลเ์ ดยี ว
ก. พยาธิ ข. ไฮดรา ค. แมงกะพรุน ง. พารามีเซียม
7. ส่งิ มชี ีวิตเซลลเ์ ดียวกบั สิง่ มชี ีวิตหลายเซลล์มีสิ่งใดทเี่ หมือนกัน
ก. ขนาดของเซลล์ ข. รูปร่างของเซลล์
ค. ความแข็งของเซลล์ ง. ส่วนประกอบพ้นื ฐานของเซลล์
8. เพราะเหตใุ ดจึงกล่าวว่าเซลล์เป็นหนว่ ยพื้นฐานของสง่ิ มีชีวิต
ก. เพราะเปน็ ส่งิ แรกที่คน้ พบ ข. เพราะเป็นหน่วยของส่งิ มชี วี ิตทีเ่ ลก็ ที่สุด
ค. เพราะทาหน้าที่รองรับส่วนอื่น ง. เพราะเปน็ ตน้ กาเนดิ ของชีวิต
35
9. สิ่งมีชวี ิตในขอ้ ใด เปน็ สิ่งมชี ีวิตหลายเซลล์
ก. อะมบี า ข. คลอเรลลา ค. ไฮดรา ง. ยีสต์
10. สว่ นประกอบของเซลล์พชื สว่ นใดที่ทาหนา้ ทคี่ ล้ายยาม
ก. ผนังเซลล์ ข. เยือ่ หุม้ เซลล์ ค. นิวเคลยี ยส ง. ไซโทพลาซึม
11. สว่ นประกอบของเซลล์พชื ส่วนใดที่ทาหนา้ ท่ีคลา้ ยหวั ใจ
ก. ผนงั เซลล์ ข. เย่ือห้มุ เซลล์ ค. นวิ เคลยี ยส ง. ไซโทพลาซมึ
12. เพราะเหตุใดจงึ จัดใหเ้ ย่อื หุม้ เซลลม์ ีคณุ สมบตั เิ ป็นเยือ่ เลอื กผ่าน
ก. ยอมให้โมเลกุลของสารทกุ ชนิดผ่านได้ ข. ยอมให้โมเลกลุ ของสารบางชนดิ เทา่ นนั้ ผ่านได้
ค. ยอมให้โมเลกลุ ของสารผ่านออกมาได้ ง. ยอมใหโ้ มเลกลุ ของสารผ่านเข้าไปได้
13. พืชสามารถสรา้ งอาหารได้เพราะในไซโทพลาซึม มีสารชนิดใด
ก. ไรโบโซม ข. นิวเคลียส ค. คลอโรพลาสต์ ง. ไมโทคอนเดรยี
14. สว่ นประกอบใดของเซลล์ท่ีช่วยใหเ้ ซลลส์ ามารถดารงสภาพอยู่ไดอ้ ย่างปกติ
ก. ผนงั เซลล์ ข.นิวเคลียส ค. ผนงั เซลล์ ง. ไซโทพลาซึม
15. เซลลจ์ ะเก็บสะสมสารต่าง ๆ ไวใ้ นโครงสร้างใด
ก. แวควิ โอล ข. กอลจิคอมเพลกซ์ ค. ไมโทคอนเดรยี ง. คลอโรพลาสต์
16. โครงสรา้ งใดทพ่ี บในเซลลส์ ัตวแ์ ละโพรติสตบ์ างชนดิ ทาหน้าทีเ่ กีย่ วกบั การแบ่งเซลล์
ก. กอลจคิ อมเพลกซ์ ข. แวคิวโอล ค. ไรโบโซม ง.เซนทรโิ อล
17. ไมโทคอนเดรีย ทาหน้าทอ่ี ะไร
ก. เกบ็ น้าและสารต่าง ๆ ข. สงั เคราะห์โปรตนี
ค. สลายสารอาหาร เพอื่ ให้พลังงานแก่เซลล์ ง. สร้างคารโ์ บไฮเดรตท่รี วมกับโปรตีน
18. ข้อความใดกล่าวถกู ตอ้ ง
ก. เซลล์พชื มรี ูปร่างเป็นสี่เหลีย่ ม เพราะไม่มผี นงั เซลล์
ข. ทัง้ เซลล์พืชและเซลลส์ ัตว์มีสง่ิ ทีเ่ หมอื นกนั คอื คลอโรพลาสต์
ค. เซลล์พชื มแี วควิ โอลขนาดใหญ่ ส่วนเซลลส์ ัตวม์ ีแวคิวโอลขนาดเลก็
ง. เซลล์สตั ว์มีลกั ษณะอ่อนนมุ่ เพราะผนงั เซลล์ประกอบด้วยสารโปรตีน
19. สารพันธกุ รรมหรือดเี อน็ เอ มีอยู่ในสว่ นใดของเซลล์
ก. นิวเคลยี ส ข. เยอ่ื หุ้มเซลล์ ค. ไซโทพลาซึม ง. คลอโรพลาสต์
20. เซลล์พืชและเซลล์สัตวม์ ีโครงสร้างใดทม่ี ีขนาดแตกต่างกนั อยา่ งชัดเจน
ก. เย่อื ห้มุ เซลล์ ข. โครโมโซม ค. ไรโบโซม ง. แวควิ โอล
36
บรรณานกุ รม