The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by ฟิล์ม เมืองงาม, 2021-06-12 22:30:53

หน่วยที่ 2 หลักการเลือกซื้อวัตถุดิบในการทำขนมไทย

ขนมไทยเบี้องต้น

หนว่ ยที่ 2 หลักการเลอื กซ้ือวตั ถุดบิ ในการทาขนมไทย

ชนดิ ของแป้ง
1. แป้งขา้ วเจา้

แป้งท่ีนำมำใชใ้ นกำรทำขนมไทยมหี ลำยชนดิ ดว้ ยกัน ดังน้ี
1.1. แป้งเกำ่ เป็นแปง้ ที่ทำจำกขำ้ วเก่ำ มีคุณสมบัติในกำรดดู ซึมน้ำได้ดี เป็นข้ำวท่ีคำ้ งปี นำมำขัดสีและ

โมจ่ นเปน็ เนือ้ ละเอยี ด แป้งชนิดนเี้ หมำะสำหรับทำขนมครก ขนมเรไร ขนมตำล เปน็ ต้น
1.2. แป้งใหม่ เป็นแปง้ ทผ่ี ลิตจำกข้ำวใหม่ มีกลนิ่ หอม แป้งชนิดนี้ดูดน้ำได้น้ำได้น้อย เพรำะใน

แป้งจะมีควำมชื้นสูง เหมำะสำหรับทำขนมเปียกปนู ขนมแป้งอ่อน ขนมกรวย ขนมตม้ แดง ขนมต้มขำว ขนมอำลัว
ฯลฯ

1.3. แป้งสด เปน็ แปง้ ท่โี ม่กับน้ำ ลักษณะของแปง้ จะมีควำมชน้ื มำก กำรนำไปใชต้ ้องลดปรมิ ำณ
น้ำจำกตำรับปกติท่ัวไป ในปัจจุบันจะมีเฉพำะร้ำนขนมท่ีทำกำรโม่ข้ึนมำใช้เอง เพรำะไม่สะดวกในกำรเก็บรักษำ
หำกมีกลิ่นเปร้ียวจะไม่นำมำใช้ สำมำรถใช้กับขนมไทยทุกชนิด เช่น ขนมต้มแดง ขนมต้มขำว ขนมถ้วย ลอกช่อง
ไทย ฯลฯ
กำรเลือกซื้อและกำรเก็บรักษำ ควรเลือกแป้งทมี่ ีเน้ือละเอยี ด เพรำะจะทำใหเ้ นอ้ื สัมผัสเนียนละเอียด มีสีขำว ไม่มี
ตวั มอด ถำ้ สำมำรถดมดูไดจ้ ะไม่มกี ล่ินอบั หรือกลิ่นสำบ แป้งสดต้องไมม่ กี ล่ินเปรยี้ ว กล่นิ อับ แป้งแห้งควรเก็บในท่ีที่
มีอำกำศแห้ง ใช้แล้วควรปิดปำกถุงให้สนิท ป้องกันมด แมลง หรือควำมชื้นจำกอำกำศ แป้งสดควรเก็บในตู้เย็น
ควรปดิ ให้สนิท มิฉะนนั้ แปง้ จะดูดกล่นิ จำกตู้เยน็ ทำให้แปง้ มีกลิ่นท่ีไม่พึงประสงค์ หำกมกี ล่นิ เปรี้ยวไมค่ วรนำมำใช้
2. แปง้ ขา้ วเหนียว มี 2 ชนิด คอื

2.1 แป้งข้ำวเหนียวขำว เป็นแป้งที่ได้จำกกำรนำข้ำวเหนียวขำวโม่จนละเอียด จะมี 2 ลักษณะ
คือ แปง้ สดและแปง้ แห้ง แป้งสดจะทำเช่นเดียวกับแป้งข้ำวเจ้ำสด นยิ มนำมำใชท้ ำขนมบวั ลอย ขนมบ้ำบิ่น ขนมไข่
หงส์ ขนมถั่วแปบ เป็นต้น สำหรับแป้งเป็นแป้งแห้งที่สำมำรถเก็บไว้ใช้ได้นำน สะดวกในกำรเก็บและกำรนำมำใช้
สำมำรถใชท้ ำขนมไทยไดท้ ุกชนดิ ควรเลอื กซือ้ แป้งทีไ่ ม่มกี ลิน่ อบั หรือตวั มอด

2.2 แป้งขำ้ วเหนียวดำ ทำจำกข้ำวเหนยี วดำ โดยปกตจิ ะมกี ำรผสมแปง้ ข้ำวเหนียวขำวลงไปด้วย
เพรำะแป้งจะมีสดี ำมำก และเน้ือแป้งเม่ือนำมำทำขนมจะมีควำมกระด้ำงไม่นุ่มนวล เม่ือเติมแป้งข้ำวเหนียวขำวลง

ไปจะช่วยให้สีและเนื้อขนมมีควำมนุ่มนวล มีทั้งชนิดแป้งสดและแป้งแห้งเช่นเดียวกับแป้งข้ำวเหนียวขำว นิยม
นำมำทำขนมถ่ัวแปบ ขนมสอดไส้

การเลอื กซ้ือและการเกบ็ รักษา
ในปัจจุบันแป้งข้ำวเหนียวในท้องตลำดจะบรรจุถุง สำมำรถดูวันหมดอำยุไดจ้ ำกฉลำกหน้ำซองหรือถุง

แป้ง นอกจำกน้ีอำจมีรำยละเอียดอื่นๆบอกไว้ด้วย จึงควรศึกษำจำกฉลำกท่ีติดไว้ ส่วนกำรเก็บรักษำเช่นเดียวกับ
แป้งขำ้ วเจ้ำ
3. แปง้ สาลี

ในกำรทำขนมไทยสำมำรถเลือกใช้ใหเ้ หมำะสมกบั งำน เพรำะแป้งสำลแี บ่งได้ 3 ชนดิ คอื
1. แป้งสำลีชนิดเบำ นิยมนำมำใช้กับขนมท่ีมีลักษณะเบำฟู เช่นขนมปุยฝ้ำย ขนมสำลี่ ขนมไข่

เป็นต้น
2. แป้งสำลีเอนกประสงค์ นิยมนำมำใช้ทำขนมกรอบเค็มเข่น ครองแครงกรอบ ทองม้วน ขนม

เกลยี ว เป็นต้น
3. แป้งสำลีชนิดหนัก แป้งชนิดน้ีไม่นิยมนำมำใช้กับขนมไทย เพรำะมีโปรตีนสูง จะทำให้ขนมมี

ควำมเหนียวแนน่
การเลอื กซือ้ และการเก็บรกั ษา

ในปัจจุบันแป้งสำลีจะมีจำหน่ำยในลักษณะของกำรบรรจุในถุงพลำสติก ถุงกระดำษ และกล่อง
กระดำษ จะมีฉลำกบอกรำยละเอียด เช่น ชนิดของแป้ง กำรนำไปใช้ ตำรับกำรใช้แป้ง น้ำหนัก วันผลิต วัน
หมดอำยุ ฉะนั้นผู้ซ้ือจะศึกษำรำยละเอียดจำกฉลำกได้ และนำวิธีกำรเลือกซื้อจำกแป้งข้ำวเจ้ำมำประกอบกันได้
กำรเก็บรักษำควรทำเช่นเดยี วกบั แป้งชนดิ อื่น
4. แปง้ ถว่ั เขียว

เป็นแป้งที่ทำจำกถว่ั เขียว เมื่อก่อนจะมีลักษณะเป็นเม็ดเล็กๆสีขำว กอ่ นนำมำบดหรือโขลกใหล้ ะเอียด แต่
ในปัจจุบันแป้งชนิดน้ีจะมีเนื้อเป็นผงละเอียด มีสีขำวสะอำด ไม่มีสิ่งเจือปน มีคุณสมบัติในกำรทรงตัวได้ดี จึงนิยม
นำแป้งถ่ัวเขียวไปผสมในส่วนผสมของขนมไทยชนิดต่ำงๆเพื่อกำรทรงตัวท่ีดีและมีลักษณะใส นิยมนำไปทำขนม
ซำ่ หร่ิม ตะโก้ ขนมลมื กลืน ลอดชอ่ งแก้ว
กำรเลือกซื้อและกำรเก็บรักษำ ควรเลือกซ้ือแป้งใหม่จำกวิธีกำรต่ำงๆที่กล่ำวมำแล้ว และควรเก็บรักษำในที่ที่มี
อำกำศแห้ง ปิดถงุ ให้สนิท

5. แปง้ เท้ายายมอ่ ม
แปง้ ชนิดนี้ทำจำกหัวเทำ้ ยำยมอ่ ม นำมำผำ่ นกระบวนกำรผลิตจนออกมำเปน็ แป้งท่มี ีลักษณะเป็นเม็ดเลก็ ๆ

สีขำวนวล มีรำคำสูง มีคุณสมบัติคล้ำยกับแป้งถั่วเขียวคือ เมื่อนำมำใช้จะมีสีสดใส ทรงตัวได้ดี เช่น กำรนำไปผสม
ในสว่ นของขนมชน้ั ทับทิมกรอบ ขำ้ วเกรยี บอ่อน ข้ำวเกรียบปำกหมอ้ ขนมกรวย กะละแม เป็นต้น

กำรเลือกซื้อและกำรเก็บรักษำ ควรเลือกซื้อแป้งใหม่ มีสีขำวนวล ไม่มีกลิ่นอับ ไม่มีตัวแมลง ตัว
มอด เม่อื ใช้แลว้ ควรปิดปำกถุงให้สนิท เกบ็ ในทีท่ ่มี อี ำกำศแหง้

6. แป้งมัน

ผลติ ภัณฑท์ ่มี ำจำกมันสำปะหลัง มีลักษณะพิเศษกวำ่ แปง้ อนื่ ๆคอื มลี กั ษณะลนื่ เนอื้ ละเอียดนมุ่ สขี ำวนวล
นยิ มนำไปใช้ผสมกับแปง้ อ่ืนๆเพอ่ื เพิม่ คณุ สมบตั ิของแป้ง แปง้ ชนดิ นี้จะมีรำคำค่อนข้ำงต่ำ สำมำรถหำซ้ือได้งำ่ ยตำม
ท้องตลำดท่ัวไป ซึ่งปัจจุบันจะมีกำรผลิตออกมำหลำยบริษัท ซ่ึงแต่ละบริษัทจะมีคุณสมบัติที่แตดต่ำงกันออกไป
กอ่ นนำมำใชใ้ นจำนวนมำกจึงควรศึกษำหรือทดลองนำมำใช้ก่อน เพื่อจะไดแ้ ป้งทีม่ ีคุณสมบตั ิตำมต้องกำร เช่น แป้ง
มนั บำงชนิดเม่ือนำมำใช้ ลักษณะขนมท่ีไดจ้ ะเปื่อยยุ่ยเร็วกว่ำบริษทั บำงบริษัทจะมีควำมเหนียวคงทนมำก จึงควร
เลือกใช้ให้เหมำะสมกับงำน เช่น กำรใชแ้ ป้งทำขนมชนั้ ขนมสังขยำ ฯลฯ
การเลือกซอ้ื และการเกบ็ รกั ษา

1. เลือกตรำฉลำกที่เรำเคยใช้แลว้ มีคุณสมบตั ติ รงกับควำมต้องกำร
2. ศกึ ษำรำยละเอียดบนฉลำกเพ่อื ท่ีจะไดแ้ ป้งใหม่
3. กำรซอื้ จำนวนมำกจะไดร้ ำคำถกู กวำ่ ซือ้ จำนวนน้อย
4. เมือ่ ใช้แล้วปดิ ปำกถุงให้สนิท เก็บในท่ีท่ีมีอำกำศแหง้ หรือสำมำรถเกบ็ ไวใ้ นตู้เย็น เป็นกำรยืดอำยุกำรใช้
งำนของแปง้ ได้
5. แปง้ ขำ้ วโพด เปน็ ผลิตภณั ฑ์จำกขำ้ วโพด เมอื่ นำมำทำเป็นแปง้ ข้ำวโพดจะมีลกั ษณะเน้ือเนียนละเอยี ด
มลี ักษณะลนื่ เช่นเดยี วกบั แปง้ มัน แต่แป้งจะมีสขี ำวนวล ไมข่ ำวสนทิ เหมอื นแป้งมัน นิยมนำมำผสมกับแป้ง
ชนิดอื่นเพ่ือเพิ่มคุณสมบัติในกำรทรงตัว กำรข้ึนเงำวำว และควำมนุ่ม เช่น กำรทำขนมชั้น ขนมสังขยำ
กำรเลือกซอ้ื และกำรเก็บรักษำเช่นเดยี วกับแป้งมัน
7. แปง้ กวนไส้หรอื แป้งโมดิฟายด์

เป็นแป้งท่ีมีลักษณะเนื้อละเอียดขำว นิยมนำมำผสมกับแป้งชนิดอื่นๆเพ่ือให้ไดคุณสมบัติพิเศษ
เช่นเดียวกับแป้งข้ำวโพด แต่แป้งกวนไส้จะมีคุณสมบัติในกำรทรงตัวได้ดีกว่ำ จะไม่คืนตัวเช่นแป้งข้ำวโพด นิยม
นำมำเป็นส่วนผสมในกำรทำขนมที่มีลักษณะกวน เช่น สังขยำทำขนมปัง กำรผสมลงในกะทิสำหรับแต่งหน้ำขนม
เพอื่ ให้กะทิทรงตัวอย่ไู ด้นำน ไมค่ นื ตวั กำรเลือกซ้อื และกำรเก็บรกั ษำเช่นเดยี วกับแป้งมนั

ไข่

ไข่ท่ีนำมำใช้ในกำรทำขนมไทยนิยมใช้ไข่ไก้เป็นส่วนมำก และรองลงมำคอื ไขเ่ ป็ด ส่วนไขอ่ ื่นๆ เช่น ไข่ห่ำน
ไข่นกกระทำ จะไม่นิยมใช้ ไข่ไก่จะมีลักษณะเปลือกสีนวล มีขนำดเล็กกว่ำไข่เป็ด น้ำหนักของไข่อยู่ท่ี 50 ,60,70
กรัม หรือมีเบอร์ตำ่ งๆ เช่น เบอร์ 2,3,4 เปน็ ต้น ในกำรทำขนมไทยนิยมใช้ไข่ไก่มำกกว่ำไข่เปด็ เพรำะไข่เป็ดมีกลิ่น
คำวมำกว่ำไก่ และต้องใช้กล่ินน้ำหอมหรือดอกไม้มำดับกล่ินคำว ไข่ไก่ที่นำมำใช้ในกำรทำขนมไทย เช่น ขนม
ฝอยทอง ทองหยิบ ทองหยอด ทองเอก เม็ดขนุน ขนมปยุ ฝ้ำย ฯลฯ
การเลอื กซ้ือและการเกบ็ รกั ษา
กำรเลือกซอื้ ควรเลือกไขใ่ หม่ เพรำะจะไดข้ นมทีม่ คี ุณสมบตั ดิ ี ดงั นี้

1. ควรเลอื กจำกร้ำนทีข่ ำยดี มีกำรหมนุ เวียนไขเ่ ข้ำ-ออกตลอดเวลำ ทำให้ไขใ่ หม่อยเู่ สมอ
2. กำรเลือกไข่ใหมจ่ ะสังเกตจำกเปลือกไข่ท่ีมีนวลเกำะบำงๆผิวไม่เปน็ เงำวำว ถ้ำเป็นไข่เป็นเงำวำวแสดง
ว่ำไข่เก่ำแลว้
3. จำกกำรต่อยไข่ใส่ภำชนะจะเห็นว่ำ ไข่แดงมีทรงกลมนูน ไม่แบนรำบ และมีไข่ขำวเป็นวุ้นเกำะรอบไข่
แดง ถ้ำเป็นไข่เก่ำ ไขแ่ ดงจะแบนรำบกับภำชนะ ถำ้ นำมำแยกไขแ่ ดงไข่ขำว ไข่แดงจะแตกได้ง่ำย ไขข่ ำวที่
ได้เมอ่ื นำไปตใี หข้ นึ้ ฟจู ะไดป้ รมิ ำณน้อยกว่ำไขใ่ หม่
ในกำรเก็บรกั ษำควรเก็บในตู้เยน็ หรอื ห้องเยน็ โดยจัดวำงใหส้ ว่ นท่ีปำ้ นอยูด่ ้ำนบน ด้ำนแหมอยดู่ ำ้ นล่ำง ทำ
ให้ไข่มีควำมสดนำนว่ำ
หมายเหตุ
ไข่น้ำค้ำง คือ ส่วนของไข่ขำวท่ีเป็นน้ำใสๆติดอยู่ท่ีเปลือกไข่ใกล้ๆเยื่อไข่ นิยมนำมำเป็นส่วนผสมของกำรทำ
ฝอยทอง
เปลือกไข่ นำเปลอื กไข่ที่ลำ้ งสะอำดมำขยำกบั นำ้ ตำลทรำย เพอื่ ใหไ้ ดน้ ้ำเช่อื มท่ีใสวำว สะอำดไม่มีสงิ่ เจือปน
นา้ ตาล
ในกำรทำขนมไทย กำรเลอื กใชน้ ้ำตำลใหถ้ ูกกับงำนจะทำให้ขนมมีคณุ ภำพ รวมทั้งได้กลิน่ หอมจำกน้ำตำล
ด้วย นำ้ ตำลทใ่ี ชใ้ นกำรทำขนมไทยมีดงั นี้
1. นา้ ตาลทราย ที่ทำจำกออ้ ยมี 2 ชนิด คือ

1.1 น้ำตำลทรำยขำว เป็นน้ำตำลที่ผ่ำนกระบวนกำรฟอกสีแล้ว น้ำตำลจะมีสีขำวบริสุทธิ์ มีทั้งเม็ด
ละเอียดและเมด็ หยำบ นยิ มนำมำใช้กบั ขนมไทยท่ีต้องกำรให้ขนมมีสีสวยใส ไม่ขุ่นมัว เช่น กำรนำมำทำน้ำเช่ือมใน
กำรทำขนมทองหยิบ ทองหยอด ฝอยทอง จะได้ขนมสเี หลืองทองใส ไมค่ ล้ำมวั หำกน้ำตำลมสี ีนำ้ ตำลเข้ม ขนมท่ีได้
จะมีสเี หลอื งคล้ำ ไมน่ ำ่ รบั ประทำน

1.2 น้ำตำลทรำยสีน้ำตำล เป็นน้ำตำลทรำยเช่นเดียวกัน แต่มีสีเข้มกว่ำ เม่ือนำไปเป็นส่วนผสม
ของขนมไทยจะทำให้ขนมคล้ำ ไม่น่ำรับประทำน จึงนิยมใช้กับขนมท่ีไม่ต้องกำรให้เห็นสีชัดเจน เช่น กำรทำ
นำ้ เชือ่ ม ขนมกวนทุกชนดิ

2. น้าตาลมะพร้าว ได้มำกจำกต้นมะพร้ำว มีลักษณะเป็นก้อนและเหลว มีสีน้ำตำล ถ้ำชนิด
เหลวบรรจุอยู่ในปีบ แต่ในปัจจุบันมีกำรบรรจุถุงพลำสติกหรือภำชนะพลำสติกขำยในปริมำณ 1 กิโลกรัม ชนิดท่ี
เป็นก้อนจะมีกลิ่นหอม บรรจุใส่ถุงพลำสติกวำงขำยท่ัวไป น้ำตำลชนิดน้ีมีกล่ินหอมจำกธรรมชำติ นิยมผสม ใน
ส่วนผสมขนมไทยที่ต้องกำรกลิ่นหอมจำกน้ำตำล เช่น สังขยำ ขนมหม้อแกง น้ำกะทิลอดช่อง ปลำกริมไข่เต่ำ ใน
กำรเก็บรักษำนำใส่ภำชนะที่มฝี ำปดิ สนิท

3. น้าตาลโตนด ได้มำจำกต้นตำล นิยมทำเป็นก้อน จะมีกล่ินหอมของตำล มีรสหวำน มีรส
หวำนแหลม มีรำคำสูงกวำ่ นำ้ ตำลมะพรำ้ ว กำรนำไปใชก้ ับขนมไทยเชน่ เดียวกบั นำ้ ตำลมะพร้ำว

4. น้าตาลป่น ได้มำจำกน้ำตำลทรำย นิยมป่นให้ละเอียด นำมำใช้กับขนมไทยบำงชนิด เช่น
ขนมหน้ำนวล ขนมปยุ ฝำ้ ย

5. แบะแซ มีลักษณะข้น เหนียวหนืด มสี ีใสเหมือนน้ำ ใช้สำหรับเป็นสว่ นผสมในขนมท่ีต้องกำร
ให้มีควำมเป็นก้อน เช่น ถั่วกวนอัดพิมพ์ ลูกชุบ และขนมกวนอ่ืนๆ เช่น กะละแม ในกำรเลือกซ้ือและเก็บรักษำมี
วิธีกำรเชน่ เดียวกับนำ้ ตำลมะพรำ้ ว

6. เกลือ ในขนมหวำนไทย เกลือให้รสเค็มมีบทบำทสำคัญ ทำให้ขนมเกิดรสชำติน่ำรับประทำน
ข้ึน เพรำะเมื่อนำไปผสมกบั กะทิ หรอื มะพร้ำว

7. สารชว่ ยใหข้ ้ึน ขนมโดยมีควำมจำเปน็ ในกำรใช้สำรชว่ ยขึ้นน้อย วธิ กี ำรทำ และสว่ นผสม มี
ส่วนช่วยทำใหข้ นมข้นึ โดยธรรมชำติ เชน่ กำรทำปยุ ฝ้ำย ขนมตำล ฯลฯ แต่ปัจจบุ ันลักษณะด้ังเดิมของขนมหวำน
ไทยในท้องตลำดเปลีย่ นไปเพื่อธรุ กิจกำรคำ้ หนำ้ ตำขนมจะมีควำมนำ่ รบั ประทำนข้ึน โดยอำศยั สำรทำง
วิทยำศำสตร์ ซ่ึงได้แก่ ผงฟู เพือ่ ทำใหข้ นมขน้ึ เรว็ และมลี กั ษณะน่ำรับประทำน
มะพรำ้ ว
มะพรา้ วมาและกะทิ
1. มะพร้าวห้าว คอื มะพร้ำวทแี่ กจ่ ัด นำมำขดู แลว้ คั้นให้เป็นน้ำกะทิ ซ่งึ น้ำกะททิ ่ีไดจ้ ะมลี ักษณะดงั น้ี

1.1 กะทิสด ได้จำกกำรขูดมะพร้ำวแลว้ นำมำคั้น จะได้ 2 ส่วน คือ ส่วนท่ีเขม้ ข้นเรียกว่ำ หัวกะทิ
ส่วนเจือจำงเรียกว่ำ หำงกะทิ กำรทำขนมไทยนิยมใช้กะทจิ ำกมะพร้ำวขูด คือมะพร้ำวท่ีกะเทำะเน้อื ออกจำกกะลำ
แล้วขูดส่วนที่เป็นเปลือกสีน้ำตำลเข้มบนเน้ือมะพร้ำวออก เมื่อนำไปขูดจะได้กะทิที่ขำวสะอำด เหมำะท่ีจะใช้กับ
ขนมที่ต้องกำรให้เห็นเน้ือขนมชัดเจน เช่น ขนมสอดไส้ ขนมท่ีใช้น้ำกะทิทุกชนิด เช่น ครองแครงกะทิ บัวลอย
ทับทิมกรอบ ตะโก้ วนุ้ กะทิ

1.2 กะทิสำเร็จรูป ในปัจจุบันมีกะทิสำเร็จรูปผลิตออกจำหน่ำย โดยกำรบรรจุในถุงพลำสติก
กล่องกระดำษ หรือกระป๋องอลูมิเนียม ซึ่งเรำสำมำรถเลือกใช้แทนกะทิสดได้ คุณสมบัติท่ีดีของกะทิสำเร็จรูป คือ
สำมำรถเก็บไว้ใช้ได้นำน อำจซ้ือสำรองไว้ได้ และเม่ือนำมำใช้ทำขนมไทยแล้วจะมีอำยุในกำรเก็บมำกกว่ำกะทิสด
เช่น กำรทำวุ้นกะทิ น้ำกะทิของขนมต่ำงๆเช่น ลอดช่อง ทับทิมกรอบ แต่บำงคร้ังคนไทยจะไม่นิยมใช้ เพรำะมี
ควำมคิดวำ่ กะทสิ ดมคี วำมหอมกวำ่ กะทิสำเรจ็ รปู และมีรำคำสงู กวำ่ กะทสิ ด
การเลอื กซ้ือและการเก็บรักษา

ควรเลือกซอื้ ร้ำนทีข่ ำยดี เพรำะจะมีมะพร้ำวเข้ำ-ออกอยตู่ ลอดเวลำ เลอื กกะทิที่ไม่มีกล่ินจำกกำร
ค้ำงของมะพร้ำวท่ีปอกไว้เป็นเวลำนำน มีสีขำวสะอำด ชนิดสำเร็จรูปควรศึกษำจำกฉลำกของบรรจุภัณฑ์เพื่อดูวั น
หมดอำยุ และบรรจภุ ัณฑ์อย่ใู นสภำพทเ่ี รยี บรอ้ ย ควรเก็บไวใ้ นที่เยน็ ปดิ ฝำให้สนทิ

2. มะพร้าวทึนทึก คือ มะพรำ้ วกลำงอ่อนกลำงแก่ กะลำจะเป็นสีนำ้ ตำลออ่ น ถ้ำเป็นสดี ำแสดงวำ่ เป็นมะพร้ำวแก่
เปลือกเป็นสีขำว นิยมนำมำขูดด้วยมือแมว ขนมที่ใช้กับมะพร้ำวทนึ ทึก เช่น ขนมถั่วแปบ ขนมมัน ขนมขี้หนู ขนม
เหนยี ว ขนมเกสรลำเจียก มะพร้ำวแก้ว
การเลอื กซ้อื และการเกบ็ รกั ษา
กำรเลอื กซอื้ ใหส้ ังเกตจำกเปลอื กมะพร้ำวเป็นสีน้ำตำลอ่อน กะลำสนี ้ำตำล เกบ็ รักษำโดยกำรทำให้สกุ และควรเก็บ
ไวใ้ นตเู้ ยน็
3. มะพร้าวอ่อน คือ มะพร้ำวท่ีมีเปลือกบำง มีสีขำว เน้ือมะพร้ำวจะนุ่ม นิยมนำมำใช้กับขนมต่ำงๆดังน้ี วุ้น
น้ำกะทิมะพร้ำวอ่อน สำคูเปียกมะพรำ้ วอ่อน ขำ้ วเหนียวเปียก เป็นต้น
กำรเลือกซื้อและกำรเกบ็ รักษำ
สังเกตจำกเปลือกสขี ำว เม่อื เขย่ำดจู ะมีน้ำน้อย แสดงว่ำจะได้มะพร้ำวเนื้อหนำ หำกมีน้ำมำกแสดงว่ำอ่อนมำก เนื้อ
จะบำงนำมำใชไ้ มไ่ ด้ ควรเกบ็ ในตู้เยน็
4. มะพร้าวกะทิ คอื มะพรำ้ วท่มี ลี ักษณะพิเศษ จะมเี นื้อหนำเปน็ ปุยขำว นำ้ จะข้นหนืดเป็นยำง นยิ มนำมำใส่เป็น
สว่ นผสมของขนมตำ่ งๆ เชน่ น้ำแขง็ ใส ทบั ทิมกรอบ
กำรเลอื กซ้ือและกำรเก็บรักษำ
กำรซือ้ ควรส่ังซื้อจำกร้ำนประจำ และสั่งซอื้ ในปรมิ ำณทต่ี ้องกำร ไม่ควรให้เหลอื ถำ้ ใช้มำกควรเกบ็ ในตู้เยน็
เผือก มนั ฟกั ทอง

1. เผือก เผือกท่ีนำมำใช้ในขนมไทยนิยมใช้เผือกที่มีลักษณะร่วนซุย ขนมท่ีทำมำจำกเผือก เช่น เผือกกวน ขนม
เผอื ก เผือกนำ้ กะทิ
2. มัน มันท่ีใช้ทำขนมไทยมี 2ชนดิ คือ

2.1 พันธุ์ไทจุง มีลำต้นเป็นพุ่ม ใบเป็นแฉก หัวมีรูปร่ำงคล้ำยไข่ มีเนื้อในสีเหลือง เม่ือนำมำต้มหรือนึ่งมี
ควำมเหนยี วไม่เละนิยมนำมำทำเปน็ แกงบวด

2.2 พนั ธุ์ห้วยสีทน มีลักษณะเป็นเถำเลอ้ื ย มีใบกวำ้ งพอประมำณเนื้อในมีสีแดงอมเหลือง มีรสหวำน นยิ ม
นำมำเชอ่ื ม มันฉำบ มนั รังนก จะได้สีสม้ สวยนำ่ รบั ประทำน
3. ฟกั ทอง ฟกั ทองที่ใช้ทำขนมไทย เชน่ แกงบวดฟักทอง บวั ลอย สงั ขยำฟักทอง ฟักทองกวน ฟักทองเชอ่ื ม
ถ่ัวตา่ งๆ

ในกำรทำขนมไทยนิยมนำถั่วตำ่ งๆมำใช้ เชน่ ถั่วเขียว ถ่วั ดำ ถ่วั ตำดำ ถั่วแดงหลวง ถวั่ แดง
1. ถ่ัวเขียว ถว่ั เขยี วเปน็ ถ่ัวทีใ่ ช้มำกทีส่ ดุ ในกำรทำขนมไทย ทม่ี ีจำหนำ่ ยในปจั จบุ นั มี 2 ชนดิ คือ

1.1 ถั่วเขียวกะเทำะเปลือก ใช้กันมำกในกำรทำขนมไทย ซ่ึงผู้ใช้บำงคนไม่เข้ำใจจะสับสนกับถ่ัว
เหลือง เพรำะถ่ัวชนิดน้ีเม่ือกะเทำะเปลือกออกจะเห็นเป็นเม็ดสีเหลือง ก่อนใช้จะนำไปแช่น้ำให้อิ่มตัว ไม่ควรใช้
เวลำในกำรแช่ยำวนำนเกินไป เพรำะจะทำให้ถั่วมีกล่ินไม่ดี ควรใช้เวลำแชเ่ พียง 2-3 ช่วั โมงจะอ่ิมตัว นำไปน่ึงหรือ
ต้มได้ตำมต้องกำร นยิ มนำไปทำขนมไทยดังน้ี เต้ำส่วน ถ่ัวกวน ลูกชุบ ไสข้ นมเทียน ขนมหมอ้ แกง
ถั่วทอง คือ ถั่วเขียวกะเทำะเปลือก นำไปค่ัวจนมีกลิ่นหอมแล้วนำมำบดจนละเอียด ปัจจุบันมีจำหน่ำยทั่วๆไป
นยิ มนำมำทำขนมไทย เชน่ ขนมกง ขนมเบื้องไทย สำหรบั ถ่ัวทีค่ ่วั โดยไม่บดจะโรยหน้ำขำ้ วเหนียวมะม่วง

1.2 ถั่วเขียวไม่กะเทำะเปลือก ถั่วชนิดน้ีนิยมนำไปต้มน้ำตำลหรือทำถ่ัวเขียวแกงบวด ใช้เป็น
เครื่องปรุงน้ำแข็งใส ซง่ึ ก่อนใชค้ วรนำไปแชน่ ้ำประมำณ 4-5 ชัว่ โมง ก่อนจะนำไปใชต้ ่อไป
2. ถั่วดา เปน็ ถ่ัวท่ีมีเปลือกหนำ ฉะน้ันกอ่ นใช้ต้องนำมำแช่น้ำคำ้ งคืนให้ถ่ัวอิ่มตัว จึงนำมำต้มเพ่ือใช้งำนอ่ืนๆ เช่น
กำรกวนเปน็ ไส้ขนม กำรนำมำทำแกงบวด ใส่ในข้ำวตม้ มดั
การเลือกซื้อและการเกบ็ รักษา

ถ่ัวทุกชนิดมีวิธีกำรเลือกซื้อเหมือนกัน ควรเลือกซื้อถ่ัวใหม่ไม่มีตัวมอด ไม่มีสีเจือปนอ่ืนๆกำรเก็บ
ควรปิดถุงใหส้ นทิ เก็บในที่ทม่ี อี ำกำศแห้ง
สี

กำรใช้สีในกำรทำขนมไทยเป็นส่วนสำคัญที่จะทำให้ขนมนั้นมีควำมสวยงำม น่ำรับประทำนและ
ควำมสำมำรถเรียกรอ้ งควำมสนใจจำกผ้คู นได้ ซ่งึ กำรใชส้ ีนน้ั เรำควรศกึ ษำควำมรเู้ รอ่ื งสีใหเ้ ข้ำใจก่อนนำไปใช้เพรำะ
เม่อื มคี วำมรู้แลว้ เรำสำมำรถใชส้ ไี ดถ้ กู ต้อง ซ่งึ สที ใี่ ช้มี 2 ชนิด คือ สีสังเครำะห์ และสีธรรมชำติ

1. สสี งั เคราะห์ เป็นสีท่ีมำจำกองค์กำรเภสชั กรรม มีดังนี้
1.1 สีน้ำ บรรจุอยู่ในขวดหรือหลอด เมื่อต้องกำรใช้ควรใช้ที่ดูดสีข้ึนมำเล็กน้อย อำจผสมในน้ำ

ก่อนเพอื่ ใหส้ เี จอื จำง เพรำะถำ้ สีเข้มจดั แล้วเรำไม่สำมำรถแกไ้ ขได้
1.2 สีฝุ่นหรือสีผง บรรจุอยู่ในซอง ก่อนใช้ต้องนำมำละลำยกับน้ำก่อน ควนหยดสีลงไปผสมใน

ขนมที่ต้องกำร
เทคนิคกำรใช้สีสังเครำะห์ สบี ำงสีหำกเรำใช้ผสมกนั ตำมทฤษฎี เมื่อผลออกมำสีอำจจะไม่สดใสเทำ่ ท่ีควร เช่น

กำรนำสแี ดงผสมกับสีน้ำเงินจะได้สมี ่วง ซง่ึ เรำจะไดส้ ีม่วงคลำ้ ไม่สดใส ควรเลี่ยงมำใชส้ ีชมพูผสมสีฟ้ำ จะไดส้ ีม่วงใส
น่ำรับประทำน ฉะนั้นกำรใช้สีสังเครำะห์ เรำควรศึกษำหรือนำมำทดลองใช้ในขนมท่ีมีปริมำณน้อยๆก่อน จึงจะ
นำไปใชใ้ นสว่ นมำก
2. สธี รรมชาติ เป็นสที ไ่ี ด้จำดส่วนต่ำงๆของพืช เช่น ดอก ใบ ผล เมลด็ แก่น รำก

ดอกกรรณกิ าร์
2.1 สจี ำกดอกไม้

ดอกอัญชัน ส่วนที่นำมำใชค้ อื ดอกสีนำ้ เงิน มีกลีบบอบบำง มีลักษณะคล้ำยดอกถัว่ ตรงปลำยสมี ่วงครำม
ตรงกลำงสีเขียว เวลำใช้ให้เลือกเอำแต่ส่วนท่ีเป็นม่วงครำม ก่อนนำมำใช้ต้องล้ำงให้สะอำด นำมำโขลกเบำๆ แล้ว
เติมน้ำร้อนเล็กน้อย ขยำให้สีออกจำกเน้ือดอกไม้แล้วกรองด้วยผ้ำขำวบำงหรือกระชอนตำถ่ีๆจะได้สีน้ำเงิน หำก
ต้องกำรสีม่วงแดง ใช้มะนำวหยดลงไปเล็กน้อย ผสมให้ข้ำกัน นำไปผสมในข้ำวเหนียวมูน ขนมช่อม่วง ขนม
น้ำดอกไม้ ขนมมัน
ดอกกรรณกิ ำร์ สว่ นที่นำมำใช้คอื สว่ นดอกที่มีสีเหลอื ง นำไปต้มในน้ำเดอื ดสักครู่ พอมีสีออกมำยกลงแล้วกรองดว้ ย
ผ้ำขำวบำง ใช้เฉพำะส่วนน้ำ

ดอกดิน จะมีเฉพำะหน้ำฝน ออกปนกับรำกไม้ชนิดอื่นๆ เช่น รำกหญ้ำ รำกเปรำะ รำกอ้อน ดอกดินโผล่ออกมำ
จำกดิน มีสีมว่ งเข้ม นำสจี ำกดอกดินมำผสมขนมแล้วทำให้สุก ขนมจะมีสดี ำ

2.2 สีจำกรำกหวั
ขม้ิน เป็นพืชท่ีมีหัวใต้ดิน มีลักษณะเป็นแง่งคล้ำยขิง มีเน้ือสีเหลือง ใช้ผสมในขนมท่ีต้องกำรสีเหลือง โดย
กำรนำขมิ้นมำทุบให้แตกหรือโขลกละเอียด ห่อด้วยผ้ำขำวบำงแช่ในน้ำเล็กน้อย จะได้ขมิ้นสำหรับแทนสีเหลือง
เช่น ในกำรทำข้ำวเหนียวหน้ำกุ้ง ใช้สีจำกน้ำขมิ้นเทผสมในข้ำวเหนียวแล้วแช่ไว้จนสีซึมเข้ำไปในข้ำวเหนียวท่ัวกัน
ทำใหข้ ำ้ วเหนียวมสี เี หลืองและมกี ลิน่ หอม ในปจั จุบนั มีขม้นิ ผงจำหนำ่ ย ทำให้ใชง้ ำนไดส้ ะดวกขน้ึ

บัวสาย นาเนือ้ มาผสมในเนื้อขนม จะใหส้ ีมว่ งอ่อนๆ

2.3 สีจำกผลลูกปลัง มีลักษณะคล้ำยมะเขือพวง มีผลกลมเล็กๆสีมว่ ง วิธีสกัดสนี ำลูกปลังล้ำงให้สะอำด
แช่น้ำในน้ำเดือดสักครู่ สีจะละลำยออกมำเป็นสีม่วงคล้ำยลูกหว้ำ นำมำกรองเอำกำกและเมล็ดออกใช้ผสมขนมที่
ตอ้ งกำรสีมว่ ง เช่น ขนมนำ้ ดอกไม้ ขนมมนั
กำบมะพร้ำว ให้น้ำสีดำ โดยนำกำบมะพร้ำวเผำไฟให้ไหม้แล้วค้ันกับน้ำ กรองเอำกำกออกให้หมด จะได้น้ำสีดำ มี
กล่นิ หอม นยิ มนำไปใชก้ บั ขนมเปียกปนู

2.4 สีจำกใบใบเตย มีลักษณะใบยำวเรียว มีสีเขียวเข้ม มีกล่ินหอม เตยมี 2 ชนิด คือเตยหอม
และเตยธรรมดำ ใบเตยหอมจะมีขนำดเล็กกว่ำใบเตยท่ัวไป เม่อื ใบเตยออกจำกกอเตยจะมีกลิ่นหอม แม้จะไม่ได้คั้น
น้ำ กำรค้ันนำ้ ใบเตยมวี ธิ ดี ังน้ี

ทำควำมสะอำดใบเตยแลว้ ห่ันหยำบตำมขวำง จะโขลกหรอื ใช้เครอ่ื งป่ันไฟฟ้ำโดยกำรใส่น้ำลงไปเลก็ นอ้ ย
นำมำกรองเอำกำกออกไปจะได้น้ำใบเตยสีเขียว นิยมนำไปผสมในขนมดังน้ี ขนมช้ัน ขนมน้ำดอกไม้ วุ้นกะทิ ขนม
ถัว่ แปบ ขนมลอดช่อง ขนมเปียกปนู ขนมซำ่ หร่มิ ฯลฯ
หญำ้ ฝรัน่ มีลักษณะคล้ำยเกสรดอกไมต้ ำกแหง้ มกี ลิ่นหอม เม่ือนำไปแช่น้ำร้อนจะให้สีเหลอื ง

การแต่งกล่ิน
กำรทำขนมไทยมิใช่วำ่ จะทำให้สวยหรือถูกวิธีเท่ำนนั้ สิง่ ทีส่ ำคัญมำกคือ กล่ิน ซง่ึ อำจเกิดจำกกลิ่น

ของแป้ง ไข่ น้ำตำล หรือสำรปรุงแต่งกล่ิน ฉะน้ันกำรทำขนมไทยจึงควรศึกษำเร่ืองกลิ่นให้เข้ำใจเพ่ือนำไปใช้ได้
อยำ่ งถูกตอ้ งและมีประสิทธภิ ำพ กลิน่ ท่ีใชใ้ นกำรปรุงแต่งขนมไทยมี 2 ประเภท คอื
1. กลิ่นสังเคราะห์ คือ กลิ่นที่สกัดโดยกระบวนกำรทำงวิทยำศำสตร์ มีขำยเป็นขวด เชน่ กล่ินมะลิ กล่ินสม้ กลิ่น
สบั ปะรด กล่ินน้ำนมแมว ฯลฯ
2. กลิ่นธรรมชาติ คือ กลิ่นที่ได้จำกส่วนต่ำงๆของพืชที่มีอยู่ในธรรมชำติ เช่น กลิ่นมะลิ กล่ินสับปะรด กลิ่น
กหุ ลำบ(จำกดอกกหุ ลำบมอญ) กลน่ิ ใบเตย ดอกกระดังงำ เปน็ ต้น

กำรเลือกกล่ินท่ีจะใช้กับขนมจะต้องดูให้เหมำะสม ขนมชนิดใดควรใช้กล่ินอะไร เช่น ถ้ำขนมสีเขียวควรใช้กล่ิน
ใบเตย กำรทำวุ้นกะทิควรใช้กลิ่นมะลิ กำรใช้กลิ่นของขนมควรใช้กล่ินเดียว ไม่ใช้หำยกลิ่นรวมกันในขนมชนิด
เดียวกัน

มะลิ ควรเลือกดอกสีขำวเกือบจะบำน คือ ดอกแก่ ถ้ำเป็นมะลิซ้อนควรเลือกที่ยังไม่พรมน้ำ ซื้อ
ตอนเช้ำ ถ้ำซ้ือตอนเย็นคนขำยจะพรมน้ำมำก ทำให้มะลิสำลักน้ำช้ำ มีกลิ่นเหม็นเขียวไม่หอม ดอกมะลิที่ใช้ควร
เป็นดอกทไ่ี มม่ ยี ำฆ่ำแมลงปะปนอยู่ หรือแชส่ ำรท่เี ปน็ อันตรำย

การลอย เด็ดขั้วแล้วค่อยๆวำวลงในน้ำท่ีใส่ภำชนะไว้ ถ้ำเป็นมะลิซื้อ ไม่ควรลอยน้ำโดยตรง
เพรำะมะลิอำจมยี ำฆำ่ แมลงอยู่ ใหใ้ ส่มะลใิ นภำชนะที่มลี กั ษณะแบนและเบำ กอ่ นนำ้ ลงลอยนำ้

กระดังงา มีลักษณะกลีบดอกยำว เวลำจะนำมำลอยน้ำควรเลือกดอกที่มีสีค่อนข้ำงเหลืองแต่ไม่
เหลอื งจัด ถำ้ เหลอื งจัดจะไม่หอม

การลอย จุดเทียนอบแล้วนำดอกกระดังงำทั้งดอกค่อยๆลนกลีบจนท่ัว แล้วบีบที่กระเปำะให้
กลีบหลน่ ลงในน้ำ ห้ำมฉกี กลบี เพรำะจะทำให้กลีบช้ำ

กุหลาบมอญ คือ กุหลำบทมี่ ีกลบี ซอ้ นมำกมำย มีสแี ดงออกชมพู กลน่ิ หอม สมัยกอ่ นมักนยิ มนำ
กลีบมำแต่งบนขนม เช่น จะโก้ แต่ในปัจจบุ ันมียำฆ่ำแมลงจึงไม่นิยมใช้ เพียงแต่นำมำลอยน้ำโดยใส่ในภำชนะก่อน
ลอยเพ่ือใหม้ กี ลน่ิ หอม

ใบเตยหอม ลกั ษณะเป็นใบยำวสีเขียว สำหรับใบเตยใช้ได้ทงั้ สีและกลิน่ ควรเลือกใบทแ่ี กจ่ ดั
กำรใช้ ห่ันเป็นท่อนๆแล้วโขลกค้ันน้ำข้นๆใส่ในขนมที่มีกล่ินหอมและมีสีเขียว หรือจะใช้มัดเป็นกำๆใส่ในน้ำเช่ือม
สำหรบั ทำขนมประเภทไข่ เชน่ ทองหยบิ
เทียนอบมี 2 ชนดิ คอื

1. ชนดิ ทใี่ ชเ้ คร่อื งหอมหลำยๆชนดิ มำรวมกนั แล้วป้นั เป็นแทง่
2. ชนดิ ที่ใช้ขี้ผึ้งแทเ้ ป็นแทง่ ใหญ่ๆนำมำตัดเป็นชนิ้ เล็กๆแลว้ อบ
ชนิดแรก จะใช้ไม้ขีดจุดไฟท่ีไส้ให้ลุกท้ัง 2 ด้ำน วำงในภำชนะ เช่น ถ้วย แล้วนำไปใส่ภำชนะที่มี
ขนมที่ต้องกำรอบแล้วปดิ ฝำ ไฟจะดบั และมีควันอบอวลอยู่ในภำชนะ จะเปิดกต็ ่อเมอื่ ควันหมด
ชนิดท่ี 2 จะใช้ถ่ำนแดงก้อนเล็กๆวำงในกะลำ ฝำนข้ีผ้ึงวำงบนถ่ำน นำไปใส่ภำชนะท่ีมีขนมอยู่
แล้ว กำรอบชนิดน้ีจะให้เทียนอบอยู่ด้ำนล่ำงของภำชนะ เพื่อให้ควันขึ้นดำนบน ส่วนใหญ่จะอบในลังถึง เทียนอบ
ชนดิ จะมีกลิ่นหอมออ่ นๆตำมธรรมชำติ รำคำของเทยี นจะแพงกวำ่ ชนดิ แรก

การอบแป้ง
1. ใสแ่ ปง้ ในภำชนะท่ีมฝี ำปิด เว้นทตี่ รงกลำงไว้
2. จดุ เทยี นอบใหเ้ ปลวไฟลุกทงั้ 2 ดำ้ น แลว้ วำงในภำชนะเลก็ ๆ
3. นำภำชนะท่ีมเี ทยี นอบวำงตรงทวี่ ำ่ เป่ำเปลวไฟให้ดับ ปดิ ฝำภำชนะทิ้งไวป้ ระมำณ 30นำทีจนควนั หมด
4. เปดิ ฝำออก ใชท้ ัพพีกลบั แปง้ ใหท้ ่ัวแลว้ จุดเทยี นอบอกี คร้ัง ควรอบอย่ำงนอ้ ย 2 ครง้ั
5. ถ้ำจะให้หอม ควรอบแปง้ ก่อนทำขนม 2-3 วัน และจดุ วันละ 2 คร้งั

ขนมไทยท่ีมีกลิ่นหอมมิใช่สำเร็จแล้วจึงนำมำปรุงแต่งกล่ิน ควรปรุงแต่งกลิ่นต้ังแต่ยังเป็นวัตถุดิบ เช่น ใช้ น้ำลอย
ดอกมะลิ อบแป้ง อบน้ำตำล ถ้ำอบเมื่อขนมสำเร็จจะทำให้ไดก้ ลน่ิ ที่รุนแรง และกล่นิ จะเคลือบแต่บรเิ วณผิวนอก มี
คำแนะนำดังนี้

1. ขนมที่ใช้น้ำเป็นส่วนผสม ควรใช้น้ำลอยดอกมะลิ เช่น วุ้นขนมน้ำเชื่อม สำหรับขนมน้ำเชื่อมควรอบ
นำ้ ตำลด้วยเทยี นอบก่อน
2. ขนมท่ีใช้แป้ง ควรอบแป้งด้วยเทียนอบแลใช้น้ำลอยดอกมะลินวดแป้ง เช่น ขนมเหนียว ครองแครง
แก้ว
3. ขนมจำพวกแป้งควรอบแปง้ ดว้ ยเทียนอบ
4. ขนมจำพวกแกงบวดตำ่ งๆไมต่ ้องปรงุ แตง่ กลน่ิ เพรำะมกี ลิน่ หอมของน้ำตำลแลกะทอิ ยู่แล้ว
วนุ้ ชนดิ เสน้ และชนดิ ผง

วุ้นชนิดเส้น จะมีลักษณะคล้ำยเชือกฟำง ขำวใส เส้นยำว ไม่ใช่ชนิดเดียวกับที่ทำแกงจืดหรืออำหำร
คำว

วิธีการใช้ ล้ำงด้วยน้ำสะอำดให้หมดผง และเศษสิ่งสกปรกออกให้หมด แช่น้ำไว้สักครู่ พอให้วุ้นเส้นพอง
ขนึ้ นำไปเค่ียวหรือต้มในน้ำ แล้วจึงเติมน้ำตำล หรือส่วนประกอบอื่นๆ แต่กำรเค่ียววุ้นมักไมใ่ ช้น้ำฝน เพรำะจะทำ
ให้วุ้นเปื่อยยยุ่ ไม่เกำะตัวกนั

วุ้นชนิดผง ลักษณะ เป็นผงสีขำวนวล บรรจุอยู่ในถุงเรียบร้อยแล้ว จะพิมพ์ชื่อและวิธีกำรใช้ติดไว้ท่ีซอง
สะดวกในกำรใช้ ไมต่ อ้ งลำ้ งน้ำ

วธิ ีการใช้ ผสมกับน้ำกับน้ำตำล เคีย่ วให้น้ำตำลละลำย กรองดว้ ยผ้ำขำวบำงเอำส่ิงสกปรกในน้ำตำลออก
ยกข้ึนตัง้ ไฟใหเ้ ดอื ดอีกครั้ง เติมผงวุ้นลงไป เคี่ยวสักครู่ลองหยดดู ถ้ำหยดแลว้ แข็งอยู่ตัวกใ็ ชไ้ ด้ ยกลงเทใส่พิมพห์ ล่อ
นำ้ เพอื่ ใหเ้ ย็นเร็ว

การชุบวุ้นในการทาลูกชุบ วุ้นจะแข็งตัวต้องหล่อด้วยน้ำร้อนอยู่เสมอ ถ้ำวุ้นแข็ง ให้ยกต้ังไฟ
เติมน้ำนดิ หน่อยก็ใช้ต่อไปได้อีก

ทองคาเปลว ทองคำเปลวที่ใช้ทำขนม เป็นชนิดเดียวกับท่ีใช้ปิดทองพระพุทธรูป กำรใช้เพ่ือให้
เกิดสีสันและเพิ่มควำมสวยงำม ทำให้ขนมเด่นขึ้นจำกเดิม นิยมตัดเป็นช้ินเล็กๆ ปะหน้ำขนมทองเอก และขนมจ่ำ
มงกุฎ


Click to View FlipBook Version