รายงานผลการอบรมออนไลน์ ภาษาไทยผา่ นวรรณกรรมเพื่อการคิดขนั้ สงู ปีการศึกษา 2564 1
รายงานการอบรมออนไลน์
ภาษาไทแยบผบา่รานยวงชา่วรนงรกชณาแ้ันบรบจทกัด5ี่รก2OราNรมเรเียพนอ่ื กากราสรอนคิดขน้ั สูง
ในสถานการณ์โรคติดเช้ือ โคโรนาไวรัส ( COVID -19 )
ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2564
ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6
คณะผู้จดั ทา
นางวรินดา ทุม่ วเิ ศษ
นายพงษธ์ ร บง้ จ่า
โรงเรยี นบ้านสระกุด
สานักงานเขตพื้นทกี่ ารศึกษาประถมศกึ ษาขอนแก่น เขต 4
กระทรวงศกึ ษาธิการ
รายงานผลการอบรมออนไลน์ ภาษาไทยผา่ นวรรณกรรมเพือ่ การคดิ ขั้นสูง ปกี ารศึกษา 2564 2
ก
คานา
เน่ืองด้วยมูลนิธิลำปลำยมำศพัฒนำ ด้วยกรอบควำมคิดของกำรศึกษำท่ีเอำควำมรู้เป็นตัวตั้งและ
เป็นระบบแพ้คัดออก ทำให้มีเด็กเพียงจำนวนหน่ึงเท่ำน้ันที่จะสำมำรถเรียนต่อไปในระดับสูงขึ้นได้ โอกำส
แคบลง ในบำงกระบวนกำรยังเป็นกำรย่ำยีคุณค่ำควำมเป็นมนุษย์ในตัวเด็กโดยกำรเปรียบเทียบหรือตีค่ำ
กำรใช้ควำมกลัวกับควำมอยำกเป็นเคร่ืองล่อคนไปสู่เป้ำหมำยยิ่งทำให้เด็ก อ่อนแอในกระแสบริโภคนิยม
วัตถุนิยม หรือค่ำนิยมตำมอย่ำง เด็กอีกส่วนหน่ึงที่ไม่เก่งด้ำนวิชำกำรจึงถูกทิ้งระหว่ำงทำงทั้งที่พวกเธอ
เหลำ่ น้นั ต่ำงก็มีศักยภำพด้ำนอ่ืน ๆ ท่รี อกำรงอกงำม
มูลนิธิลำปลำยมำศพัฒนำซ่ึงเป็นมูลนิธิเพื่อกำรกุศล จึงก่อต้ังโรงเรียนลำปลำยมำศพัฒนำ
ทีม่ ีทั้งระดับอนุบำล ประถมศกึ ษำ และ มธั ยมศึกษำ เพ่ือเป็นโรงเรียนตวั อย่ำงในกำรจัดกำรศึกษำท่ีเอำชีวิต
เป็นตัวตง้ั อันจะเปน็ ที่ทีม่ นุษย์ได้สรำ้ งกำรเรยี นรู้สำหรับมนุษย์โดยไม่ละทงิ้ ใครแมแ้ ต่คนเดยี ว ซงึ่ จะมคี รู พ่อ
แม่ และชุมชนร่วมมือกันในกำรเก้ือหนุนให้เดก็ ทุก ๆ คนได้มีโอกำสท่ีจะประสบควำมสำเร็จและงอกงำมได้
ตำมศักยภำพตำมควำมถนัดและตำมควำมปรำรถนำของตน โรงเรยี นบ้ำนสระกุด สังกัดสำนักงำนเขตพ้ืนที่
กำรศึกษำประถมศึกษำขอนแก่น เขต 4 อำเภอน้ำพอง จังหวัดขอนแก่น เล็งเห็นควำมสำคัญจึงได้ให้
บุคลำกรเข้ำรับกำรอบรมเชิงปฏิบัติกำร เรื่อง ภาษาผ่านวรรณกรรมเพ่ือการคิดขั้นสูง โดยอบรมท่ีผ่ำนทำง
ชอ่ งทำงออนไลน์ https://sokru.org และ ZOOM ณ โรงเรยี นบ้ำนสระกุด อำเภอน้ำพอง จังหวัดขอนแก่น
ระหว่ำงวนั ศกุ ร์ที่ 27 ถึงวนั อำทิตยท์ ่ี 29 สงิ หำคม พ.ศ. ๒๕๖4 นัน้
กำรจัดอบรมครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์ เพื่อให้ ผู้บริหำร คณะครแู ละบุคลำกรทำงกำรศึกษำ นักเรียนผู้
มสี ่วนเก่ียวข้อง ได้ทรำบและเข้ำใจ วรรณกรรม เป็นเรอื่ งแต่งที่ถ่ำยทอดควำมจริงควำมเป็นมนุษย์ ไมม่ ีดีไม่
มชี ั่ว แค่ “เป็น” กำรออกแบบกำรสอนภำษำไทยผ่ำนวรรณกรรมจงึ ซ่อนไว้ด้วยเจตนำลึกๆ คือเพื่อให้เด็กๆ
ได้เรียนรู้ชีวิต ได้ใคร่ครวญชีวิต ได้เข้ำใจชีวิตและได้ใช้ชีวิต แม้ผ่ำนมำ 15 ปีแล้ว แต่เร่ืองรำวของชีวิตก็ยัง
สดใหม่อยู่เสมอ แม้แต่ผู้คนท่ีตำยจำกไปนำนแล้วแต่เร่ืองรำวของพวกเขำที่อยู่ในวรรณกรรมก็ยังสดใหม่
เสมอ โลดแลน่ อย่ำงมชี วี ติ ชวี ำเสมอ
กำรรำยงำนครง้ั นี้ ผู้รำยงำนหวงั ว่ำจะเป็นประโยชน์สงู สดุ ต่อผบู้ ริหำร คณะครูและบุคลำกรทำงกำร
ศึกษำ นักเรียนผู้มสี ่วนเก่ียวข้อง และทำ่ นยงั สำมำรถศึกษำเพมิ่ เตมิ เก่ียวกบั กำรจัดกำรอบรมกำรอบรม เรอ่ื ง
ภาษาผา่ นวรรณกรรมเพอ่ื การคดิ ข้นั สูง https://sites.google.com/site/teacherkevinmix/home ต่อไป
คณะผจู้ ัดทำ
รายงานผลการอบรมออนไลน์ ภาษาไทยผา่ นวรรณกรรมเพอื่ การคดิ ขนั้ สงู ปีการศึกษา 2564 3
ข
สารบัญ
หนา้
คำนำ.......................................................................................................................................... ก
สำรบัญ....................................................................................................................... ................ ข
บันทึกข้อควำม........................................................................................................................... 4
โครงกำรอบรม............................................................................................................................. 6
กำหนดกำรอบรม....................................................................................................................... 7
สรุปสำระสำคญั ที่ไดจ้ ำกกำรอบรม............................................................................................. 8
วรรณกรรมเร่ืองส้ันชว่ งช้ันที่ 2................................................................................................... 22
ภำคผนวก.................................................................................................................................... 18
- รปู กำรอบรม.......................................................................................................... 32
- เอกสำรกำรอบรมออนไลน์..................................................................................... 34
- แผนกำรสอนภำษำไทยผำ่ นวรรณกรรม................................................................. 35
- เกยี รติบตั ร.............................................................................................................. 43
รายงานผลการอบรมออนไลน์ ภาษาไทยผ่านวรรณกรรมเพอื่ การคดิ ขน้ั สงู ปกี ารศึกษา 2564 4
บันทกึ ขอ้ ความ
รายงานผลการอบรมออนไลน์ ภาษาไทยผ่านวรรณกรรมเพอ่ื การคิดขัน้ สงู ปกี ารศกึ ษา 2564 5
บนั ทกึ ขอ้ ความ
ส่วนราชการ งำนกำรศึกษำพเิ ศษ โรงเรียนบำ้ นสระกดุ ตำบลม่วงหวำน อำเภอน้ำพอง จงั หวดั ขอนแก่น
ท่ี ศธ 04028.132/24 วนั ที่ 30 สิงหำคม พ.ศ. ๒๕๖4
เรอ่ื ง รำยงำนผลกำรอบรมออนไลน์ เร่ือง ภำษำไทยผำ่ นวรรณกรรมเพื่อกำรคิดขน้ั สูง
เรียน ผอู้ ำนวยกำรโรงเรียนบำ้ นสระกุด
1.เร่อื งเดิม
ตำมท่ีมูลนิธิลำปลำยมำศพัฒนำ ได้กำหนดกำรจัดอบรมภำษำผ่ำนวรรณกรรมเพ่ือกำรคิดขั้นสูง
โดยอบรมที่ผ่ำนทำงช่องทำงออนไลน์ https://sokru.org และ ZOOM ณ โรงเรียนบ้ำนสระกุด
อำเภอนำ้ พอง จงั หวัดขอนแกน่ ระหวำ่ งวันศุกร์ที่ 27 ถึงวันอำทติ ย์ที่ 29 สิงหำคม พ.ศ. ๒๕๖4 นน้ั
2.ข้อเท็จจรงิ
ข้ำพเจ้ำ นำยพงษ์ธร บ้งจ่ำ ตำแหน่ง ครูผู้ช่วย พร้อมด้วยนำงวิรนดำ ทุ่มวิเศษ ตำแหน่ง ครู วิทย
ฐำนะชำนำญกำรพิเศษ ปฏิบัติหน้ำท่ีครูผู้สอน ช่วงช้ันที่ 2 ช้ันประถมศึกษำ ปีท่ี 6 ดำเนินกำรอบรม
ช่องทำง ผ่ำนทำงช่องทำงออนไลน์ https://sokru.org และ ZOOM ณ ห้องพยำบำลและห้องส่งเสริม
วชิ ำกำรกำรศึกษำพิเศษ โรงเรียนบ้ำนสระกุด อำเภอน้ำพอง จังหวัดขอนแก่น ระหว่ำงวันศุกร์ที่ 27 ถึงวัน
อำทติ ย์ท่ี 29 สงิ หำคม พ.ศ. ๒๕๖4
3.ข้อพิจารณา
บัดน้ี กำรปฏิบัติหน้ำที่รำชกำรท่ีได้รับมอบหมำยได้เสร็จเรียบร้อยแล้ว ข้ำพเจ้ำขอรำยงำนผลกำร
อบรม ในครั้งนี้ มำเพ่ือพัฒนำงำนของหน่วยงำนต่อไป ทั้งน้ี ข้ำพเจ้ำได้แนบเอกสำรแบบออนไลน์และ
รำยละเอียดมำพร้อมหนงั สือฉบับนี้
จึงเรียนมำเพ่ือโปรดทรำบ
(นำยพงษ์ธร บง้ จ่ำ)
ตำแหน่ง ครผู ู้ชว่ ย
(นำงวรินดำ ทมุ่ วิเศษ)
ตำแหนง่ ครู วิทยฐำนะ ชำนำญกำรพิเศษ
ความเห็นผู้อานวยการโรงเรยี นบา้ นสระกดุ
.........................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ............................................
(นำยชูศักด์ิ กำงมัน)
ผอู้ ำนวยกำรโรงเรียนบ้ำนสระกุด
เอกสำรกำรอบรมออนไลน์
รายงานผลการอบรมออนไลน์ ภาษาไทยผ่านวรรณกรรมเพื่อการคิดขน้ั สูง ปีการศกึ ษา 2564 6
โครงการอบรมสนับสนนุ โรงเรยี นพัฒนาตนเอง
รนุ่ ท่ี 1 ตอ่ เนอื่ งปี 2564 โดยมลู นธิ ลิ าปลายมาศพฒั นา
รายงานผลการอบรมออนไลน์ ภาษาไทยผา่ นวรรณกรรมเพ่อื การคดิ ข้นั สงู ปกี ารศึกษา 2564 7
รายงานผลการอบรมออนไลน์ ภาษาไทยผา่ นวรรณกรรมเพือ่ การคิดข้นั สูง ปกี ารศึกษา 2564 8
สรปุ ผลการอบรมออนไลน์ เรื่อง ภาษาไทยผา่ นวรรณกรรมเพ่อื การคิดขนั้ สูง ช่วงชั้นท่ี 2
โดยอบรมออนไลน์ ผา่ น SoKru.org ณ ห้องพยาบาลและหอ้ งส่งเสริมวิชาการการศึกษาพิเศษ
โรงเรยี นบา้ นสระกดุ
ตาบลมว่ งหวาน อาเภอน้าพอง จงั หวัดขอนแกน่
ระหว่างวนั ศกุ ร์ท่ี 27 ถงึ วนั อาทติ ย์ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๖4
วันศุกร์ที่ 27 – วนั เสาร์ท่ี 28 สิงหาคม พ.ศ. 2564
เวลา 08.30 – 16.30 หัวข้อ ภาษาไทยผ่านวรรณกรรมเพ่อื การคิดขั้นสงู
ผ้อู บรม นายพงษธ์ ร บ้งจ่า ครูผชู้ ่วย
นางวรนิ ดา ทุ่มวิเศษ ครูชานาญการพเิ ศษ
อบรมเพ่ือเรียนรูด้ ้วยตนเองผ่ำนระบบ SoKru.org ระบบจัดกำรเรียนรโู้ รงเรียนลำปลำยมำศพัฒนำ
ร่วมกับองค์กรพันธมิตร มูลนิธิตลำดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และ ChangeFusion - Deep Matters
(พฒั นำระบบ)
การสอนภาษาไทยผา่ นวรรณกรรมเพอื่ การคดิ ข้นั สูง
วรรณกรรม เป็นเร่ืองแต่งท่ีถ่ำยทอดควำมจริงควำมเป็นมนุษย์ ไม่มีดีไม่มีช่ัว แค่ “เป็น” กำร
ออกแบบกำรสอนภำษำไทยผ่ำนวรรณกรรมจึงซ่อนไว้ด้วยเจตนำลึกๆ คือเพ่ือให้เด็กๆ ได้เรียนรู้ชีวิต ได้
ใคร่ครวญชีวิต ได้เข้ำใจชีวิตและได้ใช้ชีวิต แม้ผ่ำนมำ 15 ปีแล้ว แต่เร่ืองรำวของชีวิตก็ยังสดใหม่อยู่เสมอ
แม้แตผ่ ู้คนท่ตี ำยจำกไปนำนแล้วแตเ่ รือ่ งรำวของพวกเขำท่ีอย่ใู นวรรณกรรมก็ยังสดใหม่เสมอ โลดแล่นอย่ำง
มชี ีวติ ชีวำเสมอ
เนื้อหา
Module 1 การเชื่อมตนเองกับนวัตกรรมการสอนภาษาไทยผ่านวรรณกรรมเพื่อการคดิ ขน้ั สูง
ตอบคำถำมเพ่ือเชือ่ มตนเอง
อ่ำนบทควำม 3 เร่อื ง เพื่อตีควำม
เรอ่ื งแรกท่คี ณะผูจ้ ดั ทำได้อำ่ นและตคี วำม คอื วรรณกรรมเรอื่ ง
โตะ๊ คือโตะ๊ ผู้เขียน เพเตอร์ บคิ เซลล์
ผแู้ ปลจำกภำษำเยอรมัน ชลติ ดรุ งคพ์ ันธ์
รายงานผลการอบรมออนไลน์ ภาษาไทยผา่ นวรรณกรรมเพ่อื การคดิ ขน้ั สงู ปีการศกึ ษา 2564 9
โต๊ะก็คือโตะ๊
เป็นเรื่องเลำ่ สำหรบั เด็กใช้ภำษำที่เรียบงำ่ ยใชค้ ำง่ำยๆในกำรเล่ำเร่ือง แตก่ ำรตคี วำมหนังสือเล่มนี้ไม่
งำ่ ยนัก อ่ำนไปแรกๆก็เกิดอำกำรงงงวยอย่ำงบอกไม่ถูก ไม่เข้ำใจควำมคิดของตัวละคร เพรำะในหนังสือเล่ม
น้ีจะเป็นเร่ืองสั้นทั้งหมด 7 ตอน ตัวละครในแต่ละเร่ืองเป็นคนเล็กๆในสังคมและเป็นคนที่มีบุคลิกแปลกๆ
ทุกคน แต่ทกุ คนมกั เป็นคนทแ่ี ปลกแยกออกมำจำกสังคม เป็นคนแบบแปลกๆ เช่น ในตอนโตะ๊ กค็ อื โตะ๊ ชำย
แก่คนหน่ึงทเ่ี บ่ือกับรูปแบบชีวิตประจำวันที่เป็นอยู่เขำจึงลุกขึ้นมำเปลี่ยนแปลง โดยกำรตั้งข้อสงสัยว่ำทำไม
เรำจึงเรียกโต๊ะว่ำโต๊ะ ทำไมไม่เรียกว่ำเก้ำอี้ จำกน้ันมำเขำก็เริ่มเปลี่ยนชอ่ื ของส่ิงรอบๆตัวเขำ เช่น โต๊ะเรียก
ใหม่ว่ำ พรม กระจกเรียกใหม่ว่ำ เก้ำอี้ และนั่งจดศัพท์ต่ำงๆไว้ว่ำอันนี้เรียกว่ำอะไร แกจะหัวเรำะทุกครั้ง
เวลำทีฟ่ งั คนอื่นพูด เพรำะแกจะแปลเป็นภำษำทแ่ี กเข้ำใจในหัวเองอย่ำงอตั โนมัติ จนในที่สุดแกไม่สำมำรถที่
จะคุยกับใครได้เลย ได้แต่เก็บตัวพูดคุยแต่กับตัวเอง อ่ำนแล้วก็งงๆบ้ำงแต่ก็ทำควำมเข้ำใจได้ว่ำผู้เขียน
ต้องกำรท่ีจะสื่อถึงควำมเปลี่ยวเหงำของคนที่ถูกคนอ่ืนมองว่ำแปลกแยก มีควำมเป็นปัจเจกสูง บำงคร้ังกำร
ทำอะไรแปลกออกไปจำกสังคมโดยรวม ไม่ได้แปลว่ำบ้ำซักหน่อย แต่คนพวกนี้มักไม่สำมำรถที่จะอยู่ใน
สังคมได้ เพรำะถ้ำพวกเขำยังแคร์สังคมอยู่ ยังต้องอยู่ร่วมกับผู้อื่นกำรที่จะแสดงตัวตนที่แท้จริงออกมำมำก
คนอื่นก็จะมองว่ำบ้ำ แปลก คุยด้วยไม่รู้เร่ือง เรำเองกเ็ คยมีควำมรสู้ ึกเช่นน้ี ควำมรู้สึกแปลกแยกตลอดเวลำ
แม้ว่ำรอบกำยห้อมล้อมด้วยผู้คนมำกมำย บำงครั้งอยำกทำอะไร อยำกพูดอะไรท่ีใจต้องกำรมำกกว่ำนี้แต่ก็
ทำไม่ได้เพรำะกลัวกำรไม่เป็นที่ยอมรับ แม้บำงคร้ังเรำคิดว่ำมันไม่แปลกเลยซักนิดก็ตำม อะไรคือตัวที่ช้ีวัด
ของคำว่ำ "ปรกติ" ง้ันหรือ ฉันคิดว่ำตัวละครที่อยู่ในหนังสือเล่มน้ีทุกคนคงไม่สำมำรถพูดได้หรอกว่ำปรกติ
ชำยนักจำที่วันๆเสียเวลำนั่งจำเร่ืองตำรำงเดินรถไฟโดยท่ีเขำเองไม่เคยขึ้นรถไฟซักครั้ง ชำยท่ีไม่อยำกจะรู้
อะไรต่อไปแล้ว คณุ ปู่ทนี่ ่ังพูดถงึ ญำตทิ ี่ไม่มีตวั ตนตลอดเวลำ นักประดิษฐ์คนสุดท้ำยของโลกท่ีไม่กล้ำจะบอก
ใครเร่ืองสิ่งประดิษฐ์ของตัวเองจนลืมมองไปแล้วว่ำโลกหมุนไปเร็วแค่ไหน เห็นไหมว่ำแต่ละคนไม่ได้อยู่ใน
มำตรฐำนของคำว่ำ ปรกติ สำหรบั คนทั่วไป ไม่มใี ครอยำกเป็นคนโง่และบ้ำในสำยตำของคนอืน่ หรอกใช่ไหม
เพรำะฉะนั้นเวลำเห็นใครทำอะไรแปลกๆแตกต่ำงจำกเรำไปฉันต้องคอยท่ีจะเตือนตัวเองอยู่เสมอว่ำทุกคน
อยู่บนพน้ื ฐำนของควำมแตกต่ำง เพรำะฉันเองกไ็ ม่อยำกเป็นใครท่ีเขำมองวำ่ แปลกว่ำบ้ำเหมือนกนั
“เร่อื งเล่ำผใู้ หญ่ในครำบนิทำนเด็ก
ใชค้ ำโดดเด่น มลี กู เล่น กระชับ แยบคำย
อำ่ นแลว้ อยำกอำ่ นซ้ำเพ่ือซึมซำบตลกรำ้ ยทแ่ี ฝงใตค้ วำมใสซอ่ื ”
“โตะ๊ ก็คือโต๊ะ” มนั มีคำพ้องให้นึกถงึ “โตะ๊ โตะจัง” มคี วำมหมำยของช่ือดูเป็นปรัชญำ ประมำณว่ำ
โตะ๊ กค็ อื โตะ๊ ชวี ิตก็คือชวี ิต...น่คี ือสัจธรรม
หนังสือเริ่มแนะนำตัวกับฉันอย่ำงเหนียมอำยแบบคนถ่อมตัว “ผมคือเร่ืองเล่ำสำหรับเด็ก ช่ือ โต๊ะก็
คอื โต๊ะ” แลว้ เล่ำนทิ ำนหลอกเด็กทไ่ี ม่มีทำงเปน็ จรงิ ตำมตรรกะของผู้ใหญ่ให้ฟัง
เช่นบอกว่ำเขำไม่มีอะไรทำเลยวำงแผนไปพิสูจน์ควำมกลมของโลก บอกว่ำอเมริกำไม่มีจริง หรือ
บอกวำ่ เบ่ือหน่ำยชวี ติ ประจำวันเลยเปลีย่ นชื่อสิ่งของรอบตวั ซะใหม่ ให้โตะ๊ ชอื่ พรมแลว้ กันดตู ลกดี
เขำพยำยำมเล่นตลกแบบงำ่ ยๆ แต่จบท้ำยดว้ ยควำมรำ้ ย ช่ำงเสยี ดสี และควำมเศรำ้
ตลอดกำรสนทนำเขำคุยกับฉันด้วยภำษำง่ำยๆ เล่ำเรื่องแบบผู้ใหญ่หัวใจเด็ก แต่ผมว่ำมันไม่ง่ำย
แบบนนั้ หรอก เขำคงต้องกล่ันแล้วกรองแลว้ กลนั่ ควำมคิดหลำยสิบชั้นเพ่ือกลบควำมฉลำดและแยบคำยของ
ตวั เอง แสร้งทำตัวเหมือนเด็กไม่มพี ิษมีภัย พูดถึงเร่ืองโลกไม่มีจริง ยื่นอมยิ้มเคลือบบอระเพ็ดให้ผม เอียงคอ
เล็กนอ้ ยพรอ้ มสง่ ยมิ้ ใสซือ่ แลว้ บอกวำ่
“ไม่มอี ะไร กินสิ อรอ่ ยนะ”
รายงานผลการอบรมออนไลน์ ภาษาไทยผา่ นวรรณกรรมเพ่อื การคดิ ขน้ั สงู ปีการศกึ ษา 2564 10
แน่นอน ผมรับอมยิ้มมำกินต่อด้วยควำมเต็มใจ ถึงจะรู้ว่ำเป็นอมย้ิมเคลือบบอระเพ็ด แต่รสชำติหวำนปนขม
อยำ่ งนผ้ี มชอบอยูแ่ ลว้
วำ่ ดว้ ยมติ รภำพ
ผู้เขยี น คำหล์ ิล ยบิ รำน กวี ศิลปนิ ชำวเลบำนอน
วา่ ด้วยมิตรภาพ
มิตรของเธอ คือคำตอบต่อควำมต้องกำรของเธอเขำคือผืนนำของเธอ ซ่ึงเธอหว่ำนด้วยควำมรัก
และเกบ็ เกี่ยวดว้ ยควำมขอบคณุ และเขำคืออำหำร คอื บ้ำนของเธอเพรำะเธอไปหำเขำดว้ ยควำมหวิ โหย และ
เธอแสวงเขำเพอื่ สนั ตสิ ุขเม่ือมิตรของเธอพดู ถงึ จิตของเขำ เธอต้องไม่หว่นั กลวั คำว่ำ "ไม่" ในจิตเธอเอง ท้ังไม่
ควรย้ังคำว่ำ "ใช่"และเม่ือเขำเงียบ หัวใจเธอไม่หยุดที่จะฟังเสียงหัวใจเขำเพรำะโดยปรำศจำกถ้อยคำ ใน
มิตรภำพน้ัน ทุกควำมคิด ทุกควำมปรำรถนำ ทุกควำมคำดหวังบังเกิดและรับรู้รว่ มกัน ด้วยปีติซึ่งไม่ต้องโห่
ร้องเมื่อเธอแยกจำกมิตรของเธอ อย่ำได้โศกเศร้ำเพรำะส่ิงซ่ึงเธอรักที่สุดในตัวเขำอำจชัดเจนข้ึนในกำรขำด
หำยไปของเขำ เฉกเช่นภูเขำเห็นชัดกว่ำสำหรบั ผู้ปีนเขำเมื่ออยู่บนพนื้ รำบ และอย่ำได้มีวัตถุประสงค์ใดๆ ใน
มติ รภำพ เวน้ เพียงควำมลึกซึ้งยิ่งขึ้นของจติ วิญญำณ เพรำะควำมรักซ่งึ แสวงหำทุกส่ิง ยกเว้นกำรเผยให้เห็น
ในควำมลี้ลับแห่งตนน้ัน ไม่ใช่ควำมรัก ทว่ำคือแหท่ีเหวี่ยงออกไป และจับได้เพียงส่ิงอันไม่ให้ประโยชน์และ
จงให้สิ่งดีท่ีสุดของเธอแก่มิตรของเธอหำกเขำต้องรู้กระแสน้ำลดของเธอแล้ว ก็ให้เขำรู้เมื่อน้ำขึ้นด้วยเพรำะ
มิตรของเธอจะมีค่ำอะไร หำกเธอแสวงเขำเพียงเพ่ือฆ่ำโมงยำม?จงแสวงเขำเสมอในโมงยำมที่หมำยใช้ชีวิต
เพรำะโมงยำมของเขำนั้นเติมควำมต้องกำรของเธอ ไม่ใช่ควำมว่ำงเปล่ำของเธอและในควำมหวำนแห่ง
มติ รภำพ ขอจงมีเสียงหัวเรำะ และร่วมยินดีในปีติสุขเพรำะในหยำดน้ำค้ำงแห่งส่ิงเล็กน้อยนั้น ดวงใจได้พบ
อรุณรุ่งของมนั และได้ฟน้ื คืนควำมสดใส
โดยคำห์ลิล ยิบรำน [Kahlil Gibran, 1883-1931] กวี ศิลปินชำวเลบำนอน ผู้ใช้ภำษำสวยงำมพรรณนำ
จติ วญิ ญำณมนษุ ย์
รายงานผลการอบรมออนไลน์ ภาษาไทยผ่านวรรณกรรมเพ่ือการคิดข้ันสูง ปกี ารศึกษา 2564 11
Module 2 การศกึ ษาฐานสมรรถนะ
การศึกษาฐานสมรรถนะคอื อะไร
ก่อนจะมำพูดถึงกำรศึกษำฐำนสมรรถนะ หลำย ๆ คนอำจจะยังสงสัยว่ำคำว่ำ “สมรรถนะ”
(Competency) น้ันหมำยถงึ อะไร
คำว่ำ “สมรรถนะ” หมำยถึง “พฤติกรรม” ท่ีแสดงออกของบุคคล ผ่ำนกำรบูรณำกำรและ
ประยุกต์ใช้ปัจจัยท่ีอยู่ภำยใน เช่น ควำมรู้ ทักษะ และคุณลักษณะต่ำง ๆ ให้เกิดผลกำรปฏิบัติงำน และ
ประยกุ ตใ์ ชใ้ นสถำนกำรณ์ต่ำง ๆ ในกำรดำเนินชีวิต ซึ่งกำรศึกษำฐำนสมรรถนะถูกกลำ่ วถึงและกลำยมำเป็น
ท่ีรู้จักอย่ำงโด่งดังเมื่อปี 1973 เม่ือ McClleland นักจิตวิทยำชำวอเมริกัน ได้ตีพิมพ์บทควำมเรื่อง
ป ระเมิ น ห ำสม รรถน ะดี กว่ำป ระเมิ น ห ำคว ำมฉลำด (Testing for Competence rather than
Intelligence) ในบทควำมนี้ McClleland ได้กล่ำววำ่ กำรศกึ ษำควรเปลย่ี นรูปแบบกำรวดั ผลจำกข้อสอบให้
เปน็ กำรประเมนิ สมรรถนะแทน นัน่ คือ ใหพ้ ิจำรณำบคุ คลโดยกำรมองจำกภำพรวมของบุคคล หมำยถึง มอง
ทงั้ ปัจจัยภำยนอกและคุณลักษณะท่ีซ่อนอยู่ภำยใน ซึ่งสำมำรถผลักดนั ใหบ้ ุคคลน้ันสร้ำงผลกำรปฏิบัติกำรท่ี
ดีหรือตำมเกณฑ์ท่ีกำหนดในงำนท่ีตนรับผิดชอบ ท่ีอำจไม่สำมำรถพบได้จำกเกรด ใบรับรอง หรือใบ
ประกำศเกียรตคิ ุณต่ำง ๆ (McClleland, 1973)
ในกำรศกึ ษำฐำนสมรรถนะจะมีกำรประเมินผลผ้เู รยี นจำก “สมรรถนะ” น่ันคือ กำรประเมินผู้เรียน
จำกพฤติกรรม ซ่ึงจะต้องมีกำรกำหนดกรอบสมรรถนะหลักท่ีประกอบไปด้วยนิยำมของแต่ละสมรรถนะ
ระดับควำมเช่ียวชำญ และพฤติกรรมบ่งชี้ท่ีมคี วำมชัดเจน จะทำให้กำรเรียนกำรสอนนั้นม่งุ เน้นให้ผู้เรียนได้
รายงานผลการอบรมออนไลน์ ภาษาไทยผ่านวรรณกรรมเพ่ือการคิดขัน้ สูง ปีการศึกษา 2564 12
ลงมอื ทำมำกกว่ำแคเ่ รียนร้จู ำกในตำรำเรยี น เพอ่ื ให้ผเู้ รียนไดพ้ ฒั นำทกั ษะท่สี ำมำรถนำไปใช้ไดจ้ รงิ ทั้งภำยใน
และภำยนอกห้องเรียน นับว่ำเป็นกำรเตรียมควำมพร้อมผู้เรียน ให้เป็นประชำกรท่ีมีคุณภำพ และมี
ควำมสำมำรถในกำรขับเคลอ่ื นสงั คมและประเทศชำตใิ ห้พฒั นำไปได้
กำรศกึ ษำฐำนสมรรถนะในประเทศไทย
ประเทศไทยกำลังพัฒนำกำรศึกษำให้เป็นกำรศึกษำฐำนสมรรถนะ โดยหลักสูตรแกนกลำง
กำรศึกษำข้ันพ้ืนฐำน พทุ ธศักรำช 2551 (กระทรวงศึกษำธกิ ำร, 2551) ได้มีกำรกำหนดให้แผนกำรศึกษำ
ดำเนินไปเพื่อพัฒนำให้ผู้เรียนเกิดสมรรถนะที่พึงประสงค์เพิ่มเติมจำกหลักสูตรกำรศึกษำขั้นพื้นฐำน
พุทธศักรำช 2544 (กระทรวงศึกษำธิกำร, 2544) โดยมีกำรกำหนดสมรรถนะที่สำคัญไว้ 5 ประกำร
ได้แก่ ควำมสำมำรถในกำรส่ือสำร, ควำมสำมำรถในกำรคิด, ควำมสำมำรถในกำรแก้ปัญหำ, ควำมสำมำรถ
ในกำรใช้ทักษะชีวิต และ ควำมสำมำรถในกำรใช้เทคโนโลยี รวมไปถึงคณะกรรมกำรอิสระเพ่ือปฏิรูป
กำรศึกษำก็มีกำรศึกษำและพัฒนำกรอบสมรรถนะผู้เรียนระดับประถมศึกษำตอนต้นสำหรับหลักสูตร
กำรศึกษำขั้นพื้นฐำน จนได้สมรรถนะหลัก 10 สมรรถนะ นั่นคือ ภำษำไทยเพ่ือกำรสอ่ื สำร, คณิตศำสตร์ใน
ชีวิตประจำวัน, กระบวนกำรสืบสอบทำงวิทยำศำสตร์และจิตวิทยำศำสตร์, ภำษำอังกฤษเพ่ือกำรส่ือสำร,
ทักษะชีวิตและควำมเจริญแห่งตน, อำชีพและกำรเป็นผู้ประกอบกำร, ทักษะกำรคิดช้ันสูงและนวัตกรรม,
กำรรู้เท่ำทันสื่อสำรสนเทศและดิจิทัล, กำรทำงำนแบบรวมพลังเป็นทีมและมีภำวะผู้นำ และกำรเป็น
พลเมืองตื่นรู้และมีจิตสำนึกสำกล (คณะกรรมกำรอิสระเพื่อปฏิรูปกำรศึกษำ, 2562) จะเห็นได้ว่ำมีกำรให้
ควำมสำคญั กบั สมรรถนะทเ่ี ก่ยี วข้องกับกำรใชท้ ักษะตำ่ ง ๆ ที่นอกเหนอื จำกกำรมีควำมรตู้ ำมตำรำเรียน เช่น
กำรสื่อสำร กำรแก้ไขปัญหำ กำรใช้เทคโนโลยี และกำรทำงำนแบบรวมพลังเป็นทีม ซ่ึงสมรรถนะเหล่ำนี้ไม่
เพียงแตส่ ะทอ้ นให้เห็นวำ่ ผู้เรียนจะต้องมีควำมรเู้ พียงอย่ำงเดียว แต่ผู้เรียนจะต้องสำมำรถลงมือทำให้ได้จริง
ดว้ ย ซ่ึงแตกต่ำงจำกกำรวัดผลรำยวิชำที่หำกสำมำรถทอ่ งจำเน้ือหำวชิ ำได้ก็จะสำมำรถทำข้อสอบได้ แต่กำร
จะประเมนิ กำรกระทำ เช่น กำรทำงำนรว่ มกันน้ัน ไม่สำมำรถประเมนิ จำกกำรทำขอ้ สอบไดเ้ พียงอย่ำงเดยี ว
กำรจะพัฒนำกำรศึกษำฐำนสมรรถนะข้ึนมำได้น้ัน จะต้องเริ่มต้นจำกกำรทำควำมเข้ำใจควำมต้องกำรของ
ทกุ ๆ ภำคส่วนวำ่ ต้องกำรให้บคุ คลทำสง่ิ ใดไดบ้ ำ้ งหลังจำกจบกำรศึกษำ ต้ังแต่ทกั ษะในกำรใช้ชวี ิตประจำวัน
ไปจนถงึ กำรมสี ่วนร่วมในกำรพัฒนำประเทศ ทำงเรำกม็ ีสว่ นในกำรร่ำงกรอบสมรรถนะหลกั ของผู้เรียนในทุก
ระดับช้ัน โดยมีกำรร่วมงำนกับสำนักงำนคณะกรรมกำรส่งเสริมวิทยำศำสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.)
ในกำรศึกษำ ค้นหำ และพัฒนำผลลัพธ์ที่คำดหวังต่อผู้เรียนและกรอบสมรรถนะหลักของผู้เรียนภำยใต้
แนวคดิ ที่ตอ้ งกำรจะพัฒนำกำรศึกษำไทยให้เป็นกำรศึกษำเพ่ือตอบสนองต่อควำมต้องกำรของทกุ ภำคส่วนที่
เกี่ยวข้อง (Education for All) (UNESCO, 2015) โดยเร่ิมจำกกำรส่งเสริมให้เกิดกำรมีส่วนร่วมของทุก
ภำคส่วนมำกยงิ่ ข้นึ (All for Education) (UNESCO, 2005)
Module 3 หลักการสอนภาษาไทยของมนษุ ย์
กำรพัฒนำกำรเรียนกำรสอนท่ีสำคัญอย่ำงย่ิงประกำรหนึ่งคือ กำรพัฒนำทักษะกำรสอนของครู
คำว่ำทักษะกำรสอนในที่คอื ควำมสำมำรถในกำรปฏิบัติกำรสอนด้ำนต่ำงๆ อย่ำงชำนำญ ซึ่งจะเป็นไปได้
ก็ต่อเมื่อครูผู้สอนมีควำมรู้ควำมเข้ำใจเกี่ยวกับกำรสอน ซึ่งได้แก่ ควำมรู้ควำมเข้ำใจเรื่องทฤษฎี/หลักกำร
สอน ระบบกำรสอน รูปแบบกำรเรียนกำรสอน วิธีสอนและเทคนิคกำรสอน ในที่นี้กล่ำวถึงเฉพำะแต่
เทคนิคกำรสอน ซึ่งหมำยถึง ควำมรู้ต่ำงๆท่ีจะช่วยเสริมให้วิธีสอน รูปแบบและระบบกำรสอนมี
ประสิทธิภำพมำกย่ิงขึ้น ซึ่งเทคนิคกำรสอนน้ีมีจำนวนมำก เช่น เทคนิคกำรตั้งคำถำม เทคนิคกำร
รายงานผลการอบรมออนไลน์ ภาษาไทยผ่านวรรณกรรมเพื่อการคดิ ข้นั สูง ปีการศกึ ษา 2564 13
เสริมแรง เทคนิคกำรยกตัวอย่ำง เทคนิคกำรใช้ส่ือและอุปกรณ์ต่ำงๆ สำหรับเทคนิคกำรสอนบำงส่วนที่
เลอื กมำนำเสนอมดี ังน้ี
1. เทคนิคกำรนำเขำ้ สบู่ ทเรียน
กำรนำเข้ำสูบ่ ทเรียน คือข้นั ตอนก่อนจัดกิจกรรมกำรเรียนรู้ มีจุดมงุ่ หมำยเพ่ือเตรียมควำม
พร้อมของผู้เรียนให้เกิดกำรผ่อนคลำยจำกกิจกรรมท่ีทำมำก่อน และสร้ำงแรงจูงใจภำยในคือแรงกระตุ้นที่
ทำให้เกิดควำมสนใจและควำมต้องกำรท่ีจะทำกิจกรรมของผู้เรียน เทคนิคท่ีพบในกำรนำเข้ำสู่บทเรียน
เช่น กำรนำเข้ำสู่บทเรียนด้วยกำรใช้สื่อกำรสอน เช่น ใช้ภำพ หุ่นจำลอง ของจริง สไลด์ ภำพยนตร์
แผนภมู ิ แผนที่ ลูกโลก หรอื กิจกรรมต่ำงๆเช่น กำรร้องเพลง กำรขับเสภำ กำรเล่ำนิทำน กำรเลำ่ เร่อื ง
กำรแสดงบทบำทสมมติ และเกมต่ำงๆเพื่อกระตนุ้ ควำมสนใจ หรือ หำกตอ้ งกำรจัดกจิ กรรมกำรเรียนรใู้ น
เชิงทักษะสัมพันธ์ คือกำรเรียนรู้ที่ผู้เรียนจะต้องใช้ทักษะทำงภำษำ คือฟัง พูด อ่ำน เขียน อยำ่ งสัมพันธ์กัน
ไปตลอดกำรเรียนรู้ ในข้ันนำน้ัน ก็ควรใช้กำรฟัง กำรอภิปรำย กำรซักถำม กำรอำ่ นออกเสียง กำรอ่ำน
ข้อควำมจำกแผนภูมิ กำรอ่ำนในใจเอกสำรที่ครูแจกให้ หรือกำรเขียนสรุป วิจำรณ์แสดงควำมคิดเห็นใน
ส่วนที่เรียนมำแลว้ ตวั อย่ำง กำรสอนวรรณคดีเร่ือง พหุบำทสัตวำภิธำน อำจนำเข้ำสู่บทเรียนโดยกำรให้
นักเรียนพิจำรณำภำพสัตว์สองเท้ำ ส่ีเท้ำ หรือสัตว์ท่ีขำมำกกว่ำสี่เท้ำ แล้วให้นักเรียนพูดแสดงควำม
คดิ เห็นเกี่ยวกบั สตั วเ์ หล่ำนน้ั
แนวคิดท่สี ำคญั ในกำรนำเข้ำสบู่ ทเรยี นคอื กำรสรำ้ งลักษณะจติ เชงิ บวก (A Positive mental )
ซึ่งหมำยถึง ทัศนคติของจิตที่นักเรียนที่เตรียมจะอุทิศตนโดยกำรมุ่งต้ังใจเรียนอย่ำงเต็มที่ และมี
จิตใจอุตสำหะท่ีจะทำกิจกรรมที่ครูได้กำหนดขึ้น เมื่อย้อนกลับมำในกำรปฏิบัติกำรสอนในช้ันเรียน กำร
นำเข้ำสู่บทเรียนส่วนใหญ่ มกั จะใช้กำรหัวข้อเร่ืองหรือกิจกรรมซึ่งมคี วำมสัมพันธม์ ำนำ แต่ในบำงคร้ังครูก็
อำจประสบภำวะหยุดชะงักได้ หำกมีนักเรียนแม้เพียงคนเดียวไม่สนใจ ซ่ึงมีข้อแนะนำว่ำ หำกครูเสนอ
หัวข้อเร่ือง จะมีวธิ ีกำรอย่ำงไรท่ีจะดึงควำมสำมำรถและควำมสนใจของผูเ้ รียนออกมำ ในท่นี ี้วิธที ่ีดีท่สี ุดคือ
กำรควบคุมเสียงของตนเองให้มีน้ำเสียงแสดงควำมน่ำสนใจ ควำมมุ่งหมำยท่ีแจ่มชัดหรือควำมตื่นเต้น
เกีย่ วกับเรื่องรำวทจี่ ะตำมมำ
ครสู ำมำรถใช้หลักเกณฑ์เรอื่ งกำรสรำ้ งจิตใจตรวจสอบวำ่ นักเรียนทุกคนมีควำมพร้อมและเตรยี มตัว
ที่จะเร่มิ ต้นบทเรียน ในขณะนี้ใหค้ รูพิจำรณำวำ่ ยังมกี ระเปำ๋ ของนักเรยี นวำงอยู่บนโต๊ะ หรือนักเรียนบำง
คนยังยืนคุยอยู่กับคนอ่ืนอยู่ หรือมองหำหนังสือแบบฝึกหัดท่ีไม่ใช่ของตนเองหรือไม่ หำกยังมีเหตุกำรณ์
ลักษณะน้ี มีอยู่ทักษะหน่ึงท่ีควรพิจำรณำคือ กำรตัดสินใจว่ำจะหยุดพักก่อนกำรนำเพื่อเตรียมห้องโดย
พิจำรณำควำมเรียบร้อย หรือไม่ก็เริ่มเข้ำสู่บทเรียนโดยไม่มีเงื่อนไขทันที (Kyriacou, 1991) ซึ่งอย่ำง
หลงั นี้นักเรียนจะตอ้ งรีบให้ควำมสนใจครูทันทเี พรำะเห็นว่ำครูไมร่ อ
ควำมรู้ท่ีจะช่วยให้ครูใช้เทคนิคกำรนำเข้ำสู่บทเรียนได้อย่ำงมีประสิทธิภำพน้ันคือกำรวิเครำะห์
ลักษณะกำรสอน (Teaching Style) ของครู และลักษณะกำรเรียนรู้ของนักเรียน ( Learning Style) ซึ่ง
ลักษณะกำรสอนของครูโดยเฉพำะในกำรนำสู่บทเรียนนั้น หำกครูเริ่มต้นแนะนำแนวคิดหรือข้อเท็จจริง
จนกระทั่งนักเรียนเร่ิมที่จะเข้ำใจแนวคิดหรือเรื่องนั้นๆ ครูผู้นั้นจะมีควำมเกี่ยวข้องโดยตรงกับ “กำรสอน
เชงิ วิเครำะห์” (Analytic teaching) ซึง่ ตอ้ งเกิดจำกกระบวนกำรวเิ ครำะห์ในกำรสอน กล่ำวคือ จิตใจของ
รายงานผลการอบรมออนไลน์ ภาษาไทยผา่ นวรรณกรรมเพ่ือการคดิ ขัน้ สูง ปีการศึกษา 2564 14
นักเรียนจะต้องซึมซับข้อมูลชิ้นเล็กๆจำนวนมำก แล้วนำไปสังเครำะห์ขึ้นเป็นควำมเข้ำใจท้ังหมด ส่วน
นักเรียนแบบวิเครำะห์ (Analytic Student) จะต้องมีชีวิตท่ีสัมพันธ์กับรำยละเอียด กฎ วิธีกำร และ
คำสั่ง นักเรียนเหล่ำน้ีจึงชอบควำมเฉพำะเจำะจง และกำรเรียนอย่ำงเป็นข้ันเป็นตอน แต่ในทำงตรงกัน
ข้ำม หำกครูสอนเริ่มนำเข้ำสู่เร่ืองโดยกำรใช้กำรเล่ำเร่ืองท่ีทำให้นักเรียนเกิดควำมสนใจอย่ำงมำกใน
บทเรียน เช่น เกร็ดประวัติ เรื่องขำขัน รูปภำพประกอบ ตลอดจนสัญลักษณ์ และสำมำรถท่ีจะเติมเต็ม
ช่องว่ำงด้วยข้อมูลท่ีเก่ียวข้องได้ ครูผู้นั้นก็มี “กำรสอนเชิงโลก” (Global teaching) และนักเรียนที่มี
ลักษณะกำรเรียนรู้เชงิ โลก (Global Student) น้ันจะชนื่ ชอบกำรเรียนรจู้ ำกผลสุดท้ำย หรือภำพรวมขนำด
ใหญ่ (Big picture) หรือผลผลิตท่ีได้เป็นอันดับแรก จำกนั้นจึงย้อนกลับไปวิเครำะห์ให้เห็นควำมสัมพันธ์
ขององค์ประกอบต่ำงๆ ซ่ึงอำจยกตัวอย่ำงให้สอดคล้องกับกำรสอนภำษำไทย ในระดับช่วงชั้นที่ 3 (ม.3)
เช่น กำรสอนแต่งคำประพันธ์ประเภทโคลงสี่สุภำพ ครูผู้สอนท่ีถนัดเชิงวิเครำะห์จะให้พิจำณำแผนผัง
โครงสร้ำงของโคลงสี่สุภำพก่อน โดยมุ่งเสนอจำนวนวรรค คำเอก คำโท หรือข้อมูลทเ่ี ป็นตัวเลข ตำแหน่ง
ตลอดจนเสนอกำรเชื่อมโยงของสัมผัส แต่ครูที่สอนในเชิงโลกน้ัน จะนำด้วยกำรอ่ำนทำนองเสนำะโคลงส่ี
สภุ ำพ หรือร้องเพลงท่ีแต่งด้วยโคลงสี่สุภำพ (เช่นเพลงสยำมมำนุสสติ) ให้นักเรยี นฟัง เพ่ือให้นักเรียนเห็น
ภำพรวมของโคลงส่ีสุภำพแลว้ จึงค่อยไปพจิ ำรณำควำมสมั พันธ์ทำงดำ้ นโครงสรำ้ งของฉันทลักษณ์
ส่วนนักเรียนแบบวิเครำะห์นั้น จะพึงพอใจท่ีได้เรียนรู้หลักกำร กฎหรือโครงสร้ำงโดยทันที เช่น
นกั เรียนที่มุ่งศึกษำฉันทลักษณ์ โดยไม่สนใจกิจกรรมท่ีเร้ำควำมสนใจ เช่น เกร็ดประวัติ เรอ่ื งตลก เรื่องเล่ำ
เพลง หรอื อื่นๆ แต่ในทำงตรงกนั ข้ำม นักเรียนท่ีมลี ักษณะเชงิ โลกน้ัน จะช่นื ชอบหรือสนใจเพลงที่แตง่ ดว้ ย
โคลงสี่สุภำพ หรือเกร็ดประวัตินักแต่งโคลงสี่สุภำพท่ีโลดโผนอย่ำงศรีปรำชญ์ โดยเมื่อได้ทำหรือได้รับฟัง
แล้วจะมุ่งสนใจหำควำมสัมพันธ์ของฉันทลักษณ์ของโคลงส่ีสุภำพต่อไป สำหรับลักษณะกำรสอนของครู
ข้ำงต้นทั้งที่เป็นเชิงวิเครำะห์และเชิงโลกนี้ แท้จริงแล้วทั้งสองวิธีไม่มีวิธีใดที่ดีไปกว่ำกัน หำกข้ึนอยู่กับกำร
จับคู่กันอย่ำงเหมำะสมระหว่ำงลักษณะกำรสอนของครูกับลักษณะกำรเรียนของผู้เรียน ซึ่งครูจะต้องรู้จัก
สังเกตตนเองว่ำเป็นผู้มีลักษณะกำรสอนแบบใด และนักเรียนชั้นท่ีจะสอนนั้นส่วนใหญ่มีลักษณะกำรเรียน
อย่ำงไร (Dunn และ Dunn,1993: 102) เพ่ือให้สำมำรถดำเนินกิจกรรมได้อย่ำงเหมำะสมและเกิด
ประสิทธภิ ำพสูงสุด
แนวทำงกำรสอนนกั เรียนเชงิ โลก มีดงั ตอ่ ไปน้ี
1. เคร่ืองมือในกำรนำ (Introducing material) : เริ่มต้นบทเรียนด้วยกำรใช้เรื่องรำว เกร็ดสำระ
ประวัติ เหตุกำรณ์เด่นๆ หรือเรื่องขำขัน ท่ีมีควำมสัมพันธ์ทำงตรงกับเนื้อหำท่ีกำลังจะสอน ถ้ำเป็นไปได้
ควรเปน็ กำรนำท่ีมีควำมสัมพันธก์ ับประสบกำรณข์ องนักเรยี น แตห่ ำกไม่สำมำรถปฏิบัติได้ ควรเป็นกำรนำ
ที่มีควำมสัมพันธ์กับสิ่งที่เป็นไปได้สำหรับนักเรียน ตัวอย่ำงเช่น ในเรื่องกำรสอนโคลงส่ีสุภำพดังท่ีได้
ยกตวั อย่ำงไว้ตอนต้น ครูอำจนำด้วยกำรอำ่ นโคลงที่ครแู ตง่ โดยนำชื่อและบุคลิกของนักเรียนในช้ันมำเป็น
เน้ือหำของโคลง ฟังเพลงสยำมมำนุสสติที่นักเรียนค่อนข้ำงคุ้นเคย หรือ ครูให้นักเรียนดูภำพยนตร์สุริโย
ทยั ชว่ งท้ำยเร่อื ง แล้วอ่ำนโคลงภำพพระรำชพงศำวดำรให้นักเรียนฟงั เพอื่ เสรมิ อำรมณ์ เปน็ ตน้
2. กำรค้นพบจำกกำรเรียนร้ดู ว้ ยกลมุ่ ( Discovery through group learning) : ครคู วรหลีกเล่ียงท่ีจะ
บอกขอ้ เทจ็ จรงิ แกน่ ักเรียนโดยตรง โดยใชก้ ำรแก้ปัญหำข้อมูลด้วยตัวของพวกเขำแทน ในกำรทำกิจกรรม
นี้ ครูต้องแนะนำให้นักเรียนแบ่งเป็นกลุ่มย่อย ซ่ึงจะดีกว่ำกำรทำงำนคนเดียว โดยส่วนใหญ่แล้ว
รายงานผลการอบรมออนไลน์ ภาษาไทยผา่ นวรรณกรรมเพอื่ การคิดขัน้ สงู ปกี ารศึกษา 2564 15
นักเรียนเชิงโลกจะสำมำรถทำงำนได้ถ้ำไม่มีบรรยำกำศของกำรข่มขู่ และมีควำมสนุกสนำนท่ีจะแก้ปัญหำ
รว่ มกับผู้อ่นื ซ่ึงสำหรบั วิชำภำษำไทยแล้ว ควรส่งเสริมใหเ้ กิดกำรทำกิจกรรมกลุ่ม เช่น กำรร่วมกันศกึ ษำ
วิเครำะห์ตวั ละครในวรรณคดี กำรร่วมกนั ทำโครงงำนภำษำไทย เปน็ ต้น
3. กำรเขียนและกำรสัมผัส (Written and tactual involvement) : ในกำรสนับสนุนให้นักเรียนเชิง
โลกคิดดว้ ยตนเอง หรือคิดเปน็ กลุม่ ครูจะต้องให้รำยละเอียดข้อมูลใหมๆ่ เช่น กรำฟ แผนที่ แผนภมู ิ ซ่ึง
กำรแสดงให้เห็นด้วยภำพนั้น นักเรียนจะมีแน้วโน้มท่ีจะวำดควำมหมำยจำกรูป ภำพถ่ำย สัญลักษณ์
รวมถึงกำรนำเสนอด้วยภำพต่ำงๆ สำหรับในวิชำภำษำไทย ในกลุ่มสำระวรรณคดีและวรรณกรรม ครู
ควรนำภำพวรรณคดีหรือตัวละครต่ำงๆ มำให้นักเรียนชม หรือหำกศึกษำโคลงโลกนิติ ก็จัดกิจกรรมทัศน
ศกึ ษำวดั พระเชตุพน ฯ เพือ่ ใหน้ ักเรยี นได้ไปชมจำรึกเปน็ ตน้
แนวกำรสอนนกั เรียนเชงิ วิเครำะห์ มดี งั ต่อไปนี้
1. กำรอธิบำยและกำรเสริมแรงท่ีมองเห็นได้ (Explanations and visual reinforcement) ครู
จะต้องนำอธิบำยวิธีกำรหรือขั้นตอนและเข้ำสู่วัตถุประสงค์เฉพำะ โดยเขียนคำสำคัญที่ครูพูดบนกระดำน
แล้วตอบคำถำมท่ีได้รับโดยชัดแจ้งและตรงประเด็นทันที รวมทั้งจะต้องใช้สื่อโสตทัศนูปกรณ์ประกอบด้วย
ตวั อย่ำงเช่น กำรสอนเร่อื งชนิดคำไทย ครจู ะตอ้ งนำเสนอคำสำคญั บนกระดำน เช่น
2. กำรกำหนดทิศทำง (Direction) : ครจู ะต้องเสนอภำระงำน กำรบำ้ น คำสั่ง
วนั สอบและวัตถุประสงค์เฉพำะไว้ในเอกสำรทบทวนซ่ึงต้องจดั เตรยี มไวส้ ำหรับแต่ละคน แต่หำกมีกระดำษ
ไม่เพียงพอ ครูก็จะต้องเขียนจดรำยกำรไว้เป็นแผนภูมิและให้นักเรียนบันทึกไว้ ตัวอย่ำงที่เห็นได้อย่ำง
ชัดเจนคือกำรสอนในระดับอุดมศึกษำที่ผู้เรียนจะได้รับประมวลรำยวิชำ (Course Syllabus) เป็นลำดับ
แรก เพื่อใหส้ ำมำรถจดั ลำดบั ภำระงำนต่ำงๆได้อย่ำงมปี ระสิทธิภำพขึ้น
3. กำรเรียนรู้โดยกำรสอนทำงตรง หรือสัมพันธ์กับแหล่งทรัพยำกร (Learning through direct
teaching or related resources) : ครูต้องสอนไปทีละขั้นตอนโดยผ่ำนรำยละเอียดท่ีจะสำมำรถย่อย
และซึมซับเพ่ือให้เกิดควำมเข้ำใจหรือจนกระท่ังเกิดทักษะ เขียนคำสำคัญลงบนกระดำน แจกสำเนำ
เอกสำรหรือวัสดุทีท่ ุกคนจะได้เหมอื นกัน ขดี เส้นใต้เพ่ือแยกส่วนท่ีสำคัญ ตรวจกำรบ้ำนและสมุดบนั ทึกทุก
วัน สอนนักเรียนเกี่ยวกับวิธีกำรใช้ห้องสมุด และวิธีกำรค้นหำและใช้วัสุดุอุปกรณ์เสริมทำงตรงที่เก่ียวกับ
วัตถุประสงค์เฉพำะ ยกตัวอย่ำงเช่น กำรเรียนกำรสอนแบบโครงกำร ท่ีนักเรียนจะต้องเรียนรู้ลำดับ
ขั้นตอนกำรทำโครงกำรเสียก่อนซ่ึงอำจศึกษำจำกเอกสำร จำกนั้นจึงเข้ำศึกษำแหล่งทรัพยำกรหรือข้อมูล
จำกแหลง่ กำรเรยี นร้ตู ่ำงๆเป็นลำดบั ต่อไป
4. กำรทดสอบและผลตอบกลับ (Testing and feedback) : ครูจะต้องทดสอบนักเรียนบ่อยครั้ง
จำกน้ันจะต้องเตรียมผลกำรตอบกลับเก่ียวกับรำยละเอียดของผลกำรสอบโดยเร็วท่ีสุด รวมท้ังจะต้อง
สำมำรถตอบสนองต่อคำถำมทันทีท่ีเป็นไปได้ นอกจำกนี้จะต้องจดบันทึกควำมคำดหวังหรือควำมต้องกำร
ในกรณีทใ่ี หก้ ำรบ้ำนหรืองำน จำกน้นั ให้พจิ ำรณำงำนท้งั หมด กอ่ นจะแจ้งให้ผเู้ รยี นทรำบวำ่ จะสอบ
รายงานผลการอบรมออนไลน์ ภาษาไทยผ่านวรรณกรรมเพอ่ื การคิดขนั้ สูง ปีการศึกษา 2564 16
กล่ำวโดยสรุป กำรนำเข้ำสู่บทเรียนจะประสบควำมสำเร็จหรือไม่ ขึ้นอยู่กับกำรวิเครำะห์ลักษณะของ
ผู้เรียนว่ำมีลักษณะกำรเรียนรู้เช่นใด และมีควำมสำมำรถในกำรเรียนรู้อยู่ในระดับใด ผู้สอนก็ควรใช้
ลักษณะกำรนำและสอนที่สอดคล้องกับนักเรียนลักษณะเช่นน้ัน ตัวอย่ำงเช่น หำกสอนภำษำไทยใน
โรงเรียนท่ีนักเรียนมีควำมสำมำรถสูง เช่น โรงเรียนวิทยำศำสตร์ ครูต้องเน้นกำรนำเสนอกฎ ทฤษฎีทำง
ไวยำกรณ์ หรือวรรณคดี โดยมุ่งให้นักเรียนวิเครำะห์เน้ือหำและทดสอบอย่ำงเป็นข้ันตอน แต่หำกเป็น
นักเรียนที่สนใจทำกิจกรรม ก็ควรใช้กำรนำที่หลำกหลำย นอกเหนือจำกสำระกำรเรียนรู้เพ่ือเร้ำให้เกิด
ควำมสนใจ เช่นกำรพิจำรณำภำพ กำรเล่ำเรื่อง กำรแสดงบทบำทสมมติ หรือกำรร้องรำทำเพลง
จำกนน้ั จงึ สง่ เสรมิ ใหท้ ำกจิ กรรมเปน็ กลมุ่
2. เทคนคิ กำรสอนกำรคดิ
กำรคิดเป็นทักษะท่ีค่อนข้ำงมีควำมซับซ้อนเพรำะประกอบด้วยทักษะหลำยทักษะประกอบ
กัน แม้จะยังมีควำมไม่เข้ำใจในเรื่องกำรศึกษำเก่ียวกับกระบวนกำรภำยในสมองและองค์ประกอบต่ำงๆ
แต่นักกำรศึกษำและสังคมก็เช่อื ว่ำ กำรคิดน้ันเป็นทักษะที่สำมำรถสอนได้ และโรงเรยี นควรท่ีจะสอนด้วย
พวกเขำเชอ่ื วำ่ กำรสอนทักษะของกำรคิดนนั้ เรง่ ใหเ้ กิดกำรพัฒนำจิตใจและสร้ำงนกั เรียนให้เป็นผู้ทส่ี ำมำรถ
พ่ึงตนเอง มีควำมคิดสร้ำงสรรค์ และเป็นมีคุณลักษณะเป็น ซ่ึงตัวอย่ำงของทักษะกำรคิดได้แก่ กำร
แก้ปัญหำ ( Problem soving ) และ กำรสร้ำงมโนทัศน์ ( Conceptualizing ) ซ่ึงกำรคิดทั้งสองแบบนี้
เกิดขึ้นในชีวิตของมนุษย์ตลอดเวลำ ในท่ีน้ีจะเสนอเทคนิควิธีกำรสอนคิดแบบแก้ปัญหำซึ่งมีรำยละเอียด
สรุปได้ดงั น้ี
กำรแก้ปัญหำ ( Problem soving ) : คือกำรที่คนต้องเผชิญกับส่ิงทส่ี รำ้ งควำมยุ่งยำกและจะตอ้ งแก้ไขให้
ผ่ำนพ้น โดยกำรแก้ปัญหำนั้นเป็นเร่ืองท่ีสำมำรถสอนได้ และคนสำมำรถพัฒนำได้ด้วยกำรฝึกหัด ดังนั้น
กำรแก้ปัญหำจึงสำมำรถสอนในโรงเรียนได้ ซ่ึงจะมีลักษณะคือ ครูนำเสนอปัญหำแก่นักเรียนและมุ่ง
พิจำรณำวำ่ นกั เรียนคิดตอ่ ปัญหำน้ันอยำ่ งไรมำกกว่ำท่ีจะพจิ ำรณำวำ่ นักเรียนคิดอะไร โดยครใู ช้ธรรมชำติ
เกี่ยวกับควำมตอ้ งกำรของนักเรยี นทีเ่ ปน็ แรงจงู ใจ และชว่ ยให้นักเรยี นตคี วำมปญั หำในหนทำงที่
สอดคล้องกับตวั นักเรียนเอง แล้วพัฒนำสมมติฐำนเก่ียวกับวิธแี ก้ ทดสอบ และประเมินผล ครูจึงเป็นผู้นำ
ทำงปญั ญำนกั เรยี นและสนบั สนุนจนิ ตนำกำรใหน้ กั เรียนสำมำรถมคี วำมคิดรบั มอื กับสถำนกำรณ์ใหม่ๆได้
วิธีกำรสอนแกไ้ ขทม่ี ีช่ือเสียงมำก มีมำเมอื่ นำนแล้วโดยแนวคิดของ ริชำร์ด ซัคแมน ( Richard Suchman
) ในกำรออกแบบรูปแบบของเขำ ซัคแมนได้วิเครำะห์ว่ำนักวิจัยที่ได้รับทุนน้ันมีวิธีกำรแก้ปัญหำของพวก
เขำอย่ำงไร ซ่ึงได้มีกำรปรับมำใช้ให้มีควำมหมำยมำกขึ้นในกำรเรียนกำรสอน และพัฒนำข้ึนเพ่ือเป็น
แนวทำงให้กับครูไว้สำหรับแนะนำนักเรียนให้เรียนรู้อย่ำงเป็นขั้นตอนโดยจะได้ยกตัวอย่ำงประกอบ
กำรศึกษำในกลุ่มสำระกำรเรียนรู้ภำษำไทย เรื่อง กำรศึกษำลักษณะคำประพันธ์ของบทละครร้องเรื่อง
“มัทนะพำธำ” ซ่ึงเป็นบทละครพระรำชนิพนธ์ในพระบำทสมเด็จพระมงกุฎเกล้ำเจ้ำอยู่หัว ซึ่งเป็น
วรรณคดใี นช่วงชัน้ ที่ 4 ม.5 โดยมรี ำยละเอยี ดดงั น้ี
รายงานผลการอบรมออนไลน์ ภาษาไทยผา่ นวรรณกรรมเพ่อื การคิดขั้นสูง ปกี ารศึกษา 2564 17
ขน้ั ท่ี 1 : นำเสนอปัญหำ ( Presenting the problem)
ครูนำเสนอปัญหำแก่นักเรียน ซึ่งปัญหำนี้จะต้องไม่สำมำรถตอบได้อย่ำงชัดเจนในทันที (กำรนำเสนออำจ
ผ่ำนกำรสังเกตปัญหำที่สังเกตได้จริง เช่น พิจำรณำจำกสถำนกำรณ์ ภำพยนตร์ รูปภำพหรือเรื่อง ) โดย
ในกำรสอนเร่ืองลักษณะคำประพันธ์ในมัทนะพำธำ อำจเสนอโดยกำรอ่ำนออกเสียงบทประพันธ์ใหน้ ักเรียน
ฟัง และกระตนุ้ ให้นกั เรยี นเกิดควำมสนใจว่ำคำประพนั ธ์ทค่ี รูอ่ำนมีลักษณะคำประพนั ธ์อยำ่ งไร
ขนั้ ท่ี 2 : รวบรวมและตรวจสอบขอ้ มลู (Collecting and verifying data)
ครชู ่วยนักเรียนตรวจสอบธรรมชำตขิ องปัญหำ โดยกำรตอบคำถำมเกี่ยวกับข้อมูลบนวตั ถปุ ระสงค์ เง่อื นไข
และเหตุกำรณ์ของปัญหำแต่มิใช่กำรตอบแบบ ใช่ หรือ ไม่ใช่ ซ่ึงจำกในขั้น 1 ครูให้นักเรียนตรวจสอบ
ข้อมูลเบ้ืองต้นเกี่ยวกับคำประพันธ์ประเภทต่ำงๆ เช่น อ่ำนในเอกสำรกำรเรียนรู้ ถำมคำถำมครู หรือค้น
ขอ้ มลู จำกแหล่งเรียนรู้ตำ่ งๆ
ข้นั ที่ 3 : ทำกำรทดลองกับข้อมลู (Experimenting with data)
ครูจะต้องสนับสนุนให้ผู้เรียนแยกแยะตัวแปรที่สนใจเฉพำะ และค้นหำควำมสัมพันธ์ระหว่ำงปัญหำ และ
นักเรียนเร่ิมพัฒนำสมมติฐำน ซึ่งเมื่อมำถึงข้ันน้ีนักเรียนต้องมุ่งศึกษำคำประพันธ์ประเภท “ฉันท์” และ
ตรวจสอบกบั เน้ือหำวรรณคดมี ัทนะพำธำ
ขั้นที่ 4 : ตัง้ สมมติฐำน (Formulating a hypothesis)
ครูแนะนำนักเรยี นเพื่อพัฒนำสมมติฐำนที่จะอธิบำยปัญหำ ซึ่งสำหรบั กิจกรรมน้ี นกั เรียนอำจตั้งสมมตฐิ ำน
ว่ำ “วรรณคดีเร่ืองมัทนะพำธำแต่งข้ึนด้วยฉันท์หลำยชนิด รวมท้ังมีฉันท์ท่ีพระบำทสมเด็จพระมงกุฎเกล้ำ
คดิ ข้นึ ดว้ ยพระองค์เองดว้ ย ทรงแต่งขนึ้ เพ่ือให้เป็นบทละครร้อง”
ขั้นท่ี 5 : ประเมินสมมตฐิ ำน (Evaluating the hypothesis)
ครูช้ีแจงส่วนท่ีไม่เป็นประโยชน์ในสมมติฐำนของนักเรียน และสนับสนุนให้นักเรียนได้ตรวจสอบและ
ประเมินสมติฐำน เช่นจำกในข้อ 4 ครูอำจแนะนำว่ำในส่วน “ทรงแต่งข้ึนเพ่ือให้เป็นบทละครร้อง” นั้น
อำจเกินขอบเขตของปัญหำที่ครูนำเสนอเพรำะเป็นประเภทของกำรบทละคร ในท่ีน้ีนักเรียนจึงต้องศึกษำ
เฉพำะคำประพันธ์ประเภทฉนั ทใ์ นบทละครเรอ่ื งมัทนะพำธำเทำ่ นนั้
ขั้นท่ี 6 : วิเครำะหก์ ระบวนกำรแก้ปญั หำ (Analyzing the problem-solving process)
ครูช่วยนักเรียนวิเครำะห์ส่ิงที่นักเรียนจะต้องแก้ในปัญหำนั้นๆ โดยใช้กระบวนกำรกระทั่งกลำยมำเป็น
ทักษะในที่สุด ในท่ีนี้คือ นักเรียนต้องวำงแผนศึกษำคำประพันธ์ประเภทฉันท์ จำกเอกสำรประกอบกำร
เรียนรู้ และจำกแหล่งกำรเรียนรู้อื่นๆ จำกนั้นนำมำศึกษำวิเครำะห์คำประพันธ์ในบทพระรำชนิพนธ์มัท
พำธำ และจัดทำมำเป็นชิ้นงำนซึ่งอำจอยู่ในรูปโครงงำน รำยงำน บันทึก สิ่งประดิษฐ์หรือโปรแกรม
อเิ ล็กทรอนิกส์ตำ่ งๆเพื่อนำเสนอผลสัมฤทธิ์ท่ีเกิดจำกกำรแก้ปัญหำเรื่องลักษณะคำประพันธ์ประเภทฉันทใ์ น
วรรณคดเี รือ่ งนใี้ นทสี่ ุด
กำรสอนให้เกิดทักษะกำรคิดโดยกำรใช้กำรแก้ปัญหำ ยังสำมำรถนำไปใช้ในกำรสอนภำษำไทยในส่วนของ
ทักษะภำษำและผลท่ีได้ก็ย่อเกิดเป็นชิ้นงำนหรืออำจถึงข้ันเป็น “นวัตกรรม” ในกำรเรียนกำรสอนได้ เช่น
กำรหำสำเหตุปญั หำกำรอ่ำนทำนองเสนำะโดยกำรวเิ ครำะหด์ ว้ ยแถบบันทึกเสยี ง
รายงานผลการอบรมออนไลน์ ภาษาไทยผา่ นวรรณกรรมเพ่ือการคิดขัน้ สงู ปีการศกึ ษา 2564 18
กำรพัฒนำกำรเขียนอันเนือ่ งมำจำกกำรไมม่ ีลำดับควำมคิดโดยกำรใช้อปุ กรณ์ เช่น กำรใช้แผนภำพควำมคิด
กำรเพม่ิ ประสิทธิภำพกำรดโู ดยใช้อปุ กรณ์ชว่ ยดู เช่น กลอ้ งบันทึกภำพ สมุดสำหรับร่ำงภำพ เป็นต้น กำร
สอนด้วยวิธีนี้จึงช่วยทำให้ครูภำษำไทยสำมำรถยกระดับกำรพัฒนำนักเรียน จำกระดับเกิดควำมซำบซึ้งใน
คุณคำ่ และสุนทรียรส เป็นระดับทีก่ อ่ เกดิ ปัญญำและเห็นคุณคำ่ ในภูมิปัญญำของบรรพบุรษุ
3. เทคนิคกำรจัดบรรยำกำศหอ้ งเรียน
กำรจัดบรรยำกำศห้องเรียนมีควำมสัมพันธ์โดยตรงกับกำรประสบควำมสำเร็จของผู้เรียน กำรจัดระบบ
รูปแบบท่ีผลคือนักเรียนมีควำมรสู้ ึกว่ำกระทำได้ รวมท้ังมีควำมร้สู ึกปลอดภัยน้ัน ดูเหมือนว่ำสำมำรถสร้ำง
นักเรียนผู้ท่จี ะประสบควำมสำเรจ็ มำกย่งิ ขึ้น หอ้ งเรียนที่มบี รรยำกำศดังกล่ำวจะต้องมลี กั ษณะดังนี้
1.จะต้องรักษำควำมสมดุลระหว่ำงคำสั่งหรือวิธีกำรของครูกับทำงเลือกของนักเรียน ตัวอย่ำงเช่น ครูมี
จดุ ประสงค์ให้นักเรยี นพูดสุนทรพจน์ใหไ้ ด้ แต่กำรพูดสนุ ทรพจนเ์ ป็นกำรพดู ขน้ั สูง ดังน้นั ครคู วรเปดิ โอกำส
ใหน้ กั เรยี นฝกึ พูดเบ้อื งต้นเสียกอ่ น และให้นกั เรยี นได้เลือกตำมควำมสนใจ เช่น พูดแนะนำตัว พูดแนะนำ
สินค้ำ กล่ำวตอ้ นรับ กลำ่ วขอบคณุ เปน็ ต้น จำกน้ันจงึ พฒั นำกำรพดู ไปสกู่ ำรพูดสนุ ทรพจน์
2. มีกำรเตรียมวิธีกำรท่ีเฉพำะเจำะจงและมีควำมชัดแจ้ง คือเป็นห้องเรียนที่มีส่ือและอุปกรณ์พร้อม
สำมำรถนำเสนอและทำกจิ กรรมได้อย่ำงมปี ระสิทธภิ ำพ ในกำรเตรยี มนี้หมำยรวมถึงกำรออกแบบกจิ กรรม
กำรเรียนรู้ท่ีมีวิธีกำรเฉพำะและชัดเจนในทุกข้ัน ยกตัวอย่ำงในกำรสอนต้องระบุว่ำจะใช้กำรสอนแบบใด
เชน่ กำรสอนสัมมนำภำษำไทยปัจจุบัน กำรอภิปรำยกลมุ่ ย่อย ซง่ึ ต้องมีใบงำนกำหนดขัน้ ตอนกำรทำงำนที่
ชดั เจน
3. มีกำรรักษำควำมอิสระจำนวนมำกสำหรับนักเรียนที่จะคิดและมีวิธีกำรอันเป็นทำงเลือกท่ีหลำกหลำย
ครูต้องยอมรับควำมคิดท่ีค่อนข้ำงอิสระของนักเรียน โดยเฉพำะจะปรำกฏเม่ือตอบคำถำม เช่น นักเรียน
อำจไม่ยอมรับควำมสัมพันธ์ระหว่ำงพระอภัยมณีและนำงเงือก หรือเห็นว่ำขุนแผนเป็นผู้นำครอบครัวท่ีใช้
ไม่ได้ เป็นต้น ส่วนในเร่ืองวิธีคิดน้ันอำจปรำกฏในกำรทำกิจกรรม เช่นกำรทำโครงกำรคติชนเก่ียวกับ
ควำมเช่ือในชุมชน นักเรียนอำจเลือกใช้วิธีศึกษำจำกเอกสำร สอบถำม สัมภำษณ์ หรือสังเกตข้อมูลที่
สนใจศกึ ษำตำมควำมถนดั และควำมสนใจได้
4.มีกำรเตรียมกำรอบรมทักษะระหว่ำงบุคคลกับบุคคล ทำให้ห้องเรียนเป็นสถำนที่ท่ีนักเรียนจะบรรลุ
เป้ำหมำยและได้เรียนรู้เกี่ยวกับค่ำนิยม ซึ่งในชั้นเรียนภำษำไทยเอง ควรส่งเสริมให้ผู้เรียนได้ทำกิจกรรม
เป็นกลุ่ม เพื่อให้นักเรียนได้เรียนรู้เกี่ยวกับควำมสัมพันธ์และรู้จักจัดกำรควำมสัมพันธ์ของตนอย่ำงเป็น
ระบบ ร่วมท้ังยังสำมำรถใช้วรรณคดีและวรรณกรรมต่ำงๆมำใช้เป็นบทสำหรับสังเกตประสบกำรณ์และ
ขยำยโลกทัศน์ของผู้เรียน ท่ีจะเช่ือมโยงจำกตนเองไปสู่สังคมและกำรเปลี่ยนแปลงของโลก ซ่ึงจะยิ่งทำให้
ผู้เรยี นสำมำรถใช้ประโยชนจ์ ำกประสบกำรณท์ ำงภำษำไปใชป้ ระโยชน์ไดอ้ ยำ่ งเต็มท่ี
เทคนิคกำรสอนเท่ำที่ได้กล่ำวมำเบ้ืองต้นเป็นเพียงตัวอย่ำงส่วนหนึ่งของเทคนิคกำรสอนอีกเป็นจำนวนมำก
กำรศึกษำและกำรนำเทคนิคเหล่ำนี้ไปใช้ในกำรเรียนกำรสอนภำษำไทย จะช่วยสร้ำงเสริมสมรรถภำพกำร
เป็นครูภำษำไทยให้ก้ำวสู่ควำมเป็นวิชำชีพมำกย่ิงขึ้น แท้ท่ีจริงแล้วกำรสอนภำษำไทยได้เปรียบอยู่มำก
รายงานผลการอบรมออนไลน์ ภาษาไทยผา่ นวรรณกรรมเพ่ือการคิดขนั้ สูง ปีการศกึ ษา 2564 19
ตรงท่ีเป็นกำรสอนท่ีมุ่งเน้นให้เกิดทักษะสัมพันธ์ทำงภำษำ ซึ่งผู้เรียนมีโอกำสขยำยประสบกำรณ์ได้อย่ำง
กว้ำงขวำงหำกครูใส่ใจ โดยคำว่ำใส่ใจในท่ีนี้คือกำรสนใจในรำยละเอียดเล็กน้อยๆท่ีเกิดข้ึนกับนักเรียน ไม่
ว่ำจะเป็นกำรสนทนำ กำรตอบคำถำม กำรตอบสนองและควำมสนใจ เป็นต้น ด้วยรำยละเอียดเหล่ำน้ี
แท้จริงแล้วก็คือประสบกำรณ์ที่เกิดขึ้นในชีวิตของนักเรียนเพียงคร้ังเดียวเท่ำนั้น หำกครูใส่ใจนักเรียนก็จะ
ทำให้นักเรียนได้รบั ประสบกำรณท์ ี่น่ำทรงจำและเกดิ เปน็ กำรเรยี นรู้อยำ่ งถำวร
Module 4 การสอนภาษาไทยผา่ นวรรณกรรมเพอื่ การคิดข้นั สูง (ช่วงชั้นที่ 2)
เลือกอำ่ นวรรณกรรม จำก 3 เรือ่ ง
1.ลกู ชำย 2.มำร 3.เชยี งรำยรำลึก
Module 5 การสอนภาษาไทยผา่ นวรรณกรรมเพ่ือการคดิ ขน้ั สงู (ช่วงช้ันท่ี 1)
Module 6 การสอนภาษาไทยผา่ นวรรณกรรมเพือ่ การคิดขั้นสูง (ช่วงชนั้ มธั ยม)
Module 8 Child based Learning
Module 7 การประเมนิ
Module 8 Child based Learning
กำรจัดกำรเรียนรู้โดยเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ (Child Center Learning ) คือรูปแบบกำรจัดกำร
เรียนรู้รูปแบบหน่ึง ท่ีมุ่งเน้นให้ผู้เรียนเกิดองค์ควำมรู้ได้ด้วยตนเอง ผ่ำนส่ือและวิธีกำรจัดกำรเรียนรู้ท่ี
หลำกหลำยตำมควำมสนใจของผู้เรียน โดยมีครูเป็นผู้สนับสนุนและอำนวยควำมสะดวก ซึ่งต่ำงจำก
กระบวนกำรจัดกำรเรียนรู้ทั่วไปที่เน้นให้เด็กศึกษำหำควำมรู้จำกกำรสอนของครูโดยตรง แนวกำรจัดกำร
เรียนรู้รูปแบบนี้เกิดขึ้นจำกควำมเช่ือพ้ืนฐำนท่ีว่ำ ผู้เรียนทุกคนสำมำรถท่ีจะเรียนรู้และพัฒนำได้ตำมของ
ตวั เอง แต่แตกต่ำงทีค่ วำมต้องกำร ควำมสนใจและควำมถนัด รวมไปถึงทักษะต่ำงๆ ดังน้ันกำรจัดกำรศึกษำ
จึงไม่ควรทจ่ี ะเป็นไปในแนวทำงเดยี ว ควรมีควำมหลำกหลำยและตอบสนองได้กบั เดก็ ทุกกลุ่ม
รายงานผลการอบรมออนไลน์ ภาษาไทยผ่านวรรณกรรมเพ่ือการคิดข้นั สงู ปีการศกึ ษา 2564 20
ซึ่งขอ้ ดีของกำรจัดกำรเรยี นรใู้ นรูปแบบ Child Center น้นั คือกำรทีผ่ ู้เรียนสำมำรถค้นคว้ำหำควำมรู้
จนนำไปสู่กำรเกิดองค์ควำมรู้ได้ด้วยตัวเอง ตำมควำมเหมำะสมและควำมต้องกำรของเขำ ซ่ึงจะแตกต่ำงกับ
กำรจัดกำรศึกษำในรูปแบบท่ัวไป ที่ครูเป็นผู้วำงแผนกำรจัดกำรเรียนรู้ท้ังหมด แต่อย่ำงไรก็ดี กำรจัดกำร
เรียนรู้ในรูปแบบผู้เรียนเป็นสำคัญน้ี ครูผู้สอนจะต้องเป็นคนท่ีมีควำมรู้ควำมสำมำรถ และเรียนรู้ทักษะ
ควำมรู้ใหม่ๆอย่ำงสม่ำเสมอ รวมไปถึงต้องรู้จังหวะในกำรสอดแทรกส่ิงที่ต้องกำรสอนเข้ำไปในกำรเรียนรู้
ของพวกเขำ เพรำะกำรกำกบั ดแู ลของครูในกำรจัดกำรเรียนรูต้ ำมแบบผู้เรยี นเป็นสำคัญ ถือเป็นตัวแปรหน่ึง
ในกำรสง่ เสริมใหก้ ำรจดั กำรศกึ ษำรูปแบบน้ีมปี ระสิทธิภำพ
ถ้ำเป็นบุคคลท่ีคร่ำหวอดอยู่ในวงกำรกำรศึกษำของไทย จะเห็นได้ว่ำรูปแบบกำรจัดกำรเรียนรู้โดย
เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญนั้น เป็นแนวกำรจัดกำรเรียนรู้ที่ถูกหยิบยกข้ึนมำกล่ำวถึงในกำรส่งเสริมกำรจัด
กำรศึกษำ มำต้ังแต่ยุคเริ่มต้นปฏิรูปกำรศึกษำใหม่ๆ โดยได้มีกำรระบุไว้ในพระรำชบัญญัติกำรศึกษำ
แห่งชำติ พ.ศ. 2542 ในส่วนของแนวจัดกำรกำรศึกษำไว้ดังน้ี
“มำตรำท่ี 22 กำรจัดกำรศึกษำต้องยึดหลักว่ำผู้เรียนทุกคนมีควำมสำมำรถเรียนรู้และพัฒนำ
ตนเองได้ และถือว่ำผู้เรียนมีควำมสำคัญที่สุด กระบวนกำรจัดกำรศึกษำต้องส่งเสริมให้ผู้เรียนสำมำรถ
พัฒนำตำมธรรมชำตแิ ละเต็มตำมศักยภำพ”
ซึ่งในปัจจุบัน จะเห็นว่ำ ประเทศไทยเรำได้ให้ควำมสำคัญกับกำรจัดกำรกำรศึกษำในรูปแบบนี้
ค่อนข้ำงมำก แต่อย่ำงไรก็ดี ถึงแม้เรำจะนำแนวกำรจัดกำรเรียนรู้แบบนี้มำใช้นำนแล้ว แต่ผลสัมฤทธท์ิ ี่ออก
ออกมำกลับไม่ดีเท่ำที่ควร ส่วนหน่ึงเป็นเพรำะกำรที่ครูผู้สอนมีควำมเข้ำใจในกำรจัดกำรเรียนรู้แบบผู้เรียน
เป็นสำคัญตำมชว่ งช้นั ต่ำงๆท่ีไม่เพียงพอ ทำใหไ้ ม่สำมำรถสนบั สนนุ ใหผ้ ู้เรียนเกิดองค์ควำมรู้ในกำรเรยี นรไู้ ด้
ตำมแนวทำงนี้ได้ อีกทั้งกำรศึกษำในระบบของไทยไม่ตอบโจทย์ให้เกิดกำรเรียนรู้แบบผู้เรียนเป็นสำคัญ
เท่ำท่ีควร เช่น มีวชิ ำท่ีตอ้ งเรียนต่อสัปดำห์มำกเกินไป มีนักเรียนต่อห้องมำกเกินไป มีสื่อไม่เพียงพอ รวมไป
ถึงกำรจัดสรรเวลำเรียนท่ีไม่สอดคล้องกับแนวกำรเรียนรู้ ส่ิงเหล่ำนี้จึงข้อจำกัดท่ีทำให้แนวกำรเรียนรู้แบบ
ผ้เู รียนเป็นสำคัญน้ัน ไมป่ ระสบควำมสำเร็จในวงกว้ำง
ควำมจริง กำรจัดกำรเรียนรู้แบบผู้เรียนเป็นสำคัญน้ี สำมำรถนำไปประยุกต์ใช้ได้กับกำรศึกษำในทุก
ระดับชั้นไม่ว่ำจะเป็น กำรศึกษำปฐมวัย ประถมศึกษำ มัธยมศึกษำ อำชีวศึกษำ ระดับอุดมศึกษำ ตลอดไป
จนถึงกำรศึกษำทำงเลือกต่ำงๆ แต่กำรจะดำเนินแนวทำงให้มีประสิทธิภำพน้ัน จะต้องคำนึงถึงคุณสมบัติ
ของแนวกำรจดั กำรเรยี นรูร้ ูปแบบนี้ ซึ่งคณุ สมบัตเิ หล่ำน้นั ได้แก่
1. กำรจัดกำรเรียนรู้แบบผู้เรียนเป็นสำคัญนั้น ผู้เรียนจะต้องมีบทบำทรับผิดชอบต่อกำรเรียนรู้ของ
ตน ตง้ั แตเ่ ริม่ ต้นจนไปถึงกำรประเมินผลกำรเรยี นร้ดู ว้ ยตนเอง
2. สำมส่ิงสำคัญท่ีครูต้องนำมำพิจำรณำในกำรออกแบบกำรเรียนรู้คือ เน้ือหำวิชำ ประสบกำรณ์
และควำมตอ้ งกำรของผู้เรยี น
3. ครูตอ้ งเปดิ โอกำสให้ผ้เู รยี นมีสว่ นรว่ มในกำรจดั กำรเรยี นกำรสอน
4. กำรปฏิสัมพันธ์ระหว่ำงกันของผู้เรียน ถือเป็นช่วงเวลำแห่งกำรพัฒนำทักษะทำงสังคมและทำให้
ผเู้ รียนเกดิ ควำมเจริญงอกงำมในกำรเรียนรู้ เกิดองคค์ วำมรใู้ หมแ่ ละเรียนรคู้ วำมคิดเหน็ ของผู้อื่น
5. ครตู ้องทำหน้ำทเ่ี ป็นผู้อำนวยควำมสะดวก จัดหำสื่อและวัสดุ คอยสนบั สนนุ และแนะนำแนวทำงท่ี
เหมำะสม รวมไปถึงกำรหำจังหวะสอดแทรกเนอ้ื หำทต่ี อ้ งกำรสอ่ื ลงไปในกจิ กรรมของเด็กอยำ่ งชำญฉลำด
6. กำรมีสื่อเทคโนโลยีท่ีหลำกหลำยในห้องเรียน จะช่วยให้ผู้เรียนสำมำรถหยิบใช้เพ่ือส่งเสริมกำร
เรียนรู้ตำมควำมสนใจของตัวเองได้
รายงานผลการอบรมออนไลน์ ภาษาไทยผ่านวรรณกรรมเพ่อื การคดิ ขัน้ สูง ปกี ารศกึ ษา 2564 21
7. กำรจัดกำรเรียนรู้แบบผู้เรียนเป็นสำคัญน้ัน จะต้องส่งเสริมให้เกิดกำรพัฒนำประสบกำรณ์กำร
เรียนร้ขู องผู้เรยี นหลำยๆ ด้ำนไปพร้อมกนั ได้
และจำกแนวทำงกำรจัดกำรเรียนรู้แบบผู้เรียนเป็นสำคัญนี้เอง นักวิชำกำรศึกษำหลำยท่ำนก็ได้
นำไปพัฒนำเปน็ นวตั กรรมกำรสอนในรูปแบบตำ่ งๆ ซงึ่ สองรูปแบบท่ียกมำนี้ เป็นตัวอย่ำงของกำรนำแนวคิด
กำรเรยี นรู้แบบผูเ้ รียนเป็นสำคญั ไปประยุกต์ใชไ้ ดน้ ำ่ สนใจ
1. กำรสอนแบบโครงกำร (Project Approach) ซึ่งเป็นกำรจัดกำรเรียนกำรสอนรูปแบบหนึ่งที่ให้
ผู้เรียนแสวงหำคำตอบจำกกำรเรียนเร่ืองใดเรื่องหนึ่ง เพ่ือสร้ำงองค์ควำมรู้ด้วยตนเอง โดยท่ีผู้เรียนและครู
ร่วมกนั กำหนดเรือ่ งทีต่ อ้ งกำรเรียนรู้ ดำเนินกำรแสวงหำควำมรูด้ ้วยกระบวนกำรทำงวทิ ยำศำสตร์
2. กำรสอนแบบผู้เรียนเป็นศูนย์กลำง : CIPPA Model ซ่ึงเป็นนวัตกรรมกำรจัดกำรเรยี นรู้ท่ี รองศำ
สตรจำรย์ทิศนำ แขมมณี อำจำรย์จำกคณะครุศำสตร์ แห่งจุฬำลงกรณ์มหำวิทยำลัย ได้พัฒนำข้ึนจำกกำร
รวบรวมและประสำนสัมพันธ์ของรูปแบบกำรจัดกำรเรียนกำรสอนท่ีมีประสิทธิภำพ ได้แก่ (1) แนวคิดกำร
สร้ำงควำมรู้ (2) แนวคิดเก่ียวกับกระบวนกำรกลุ่มและกำรเรียนรู้แบบร่วมมือ (3) แนวคิดเก่ียวกับควำม
พร้อมในกำรเรียนรู้ (4) แนวคิดเก่ียวกับกำรเรียนรู้กระบวนกำร และ (5) แนวคิดเก่ียวกับกำรถ่ำยโอนกำร
เรียนรู้ จนทำให้เกิดเป็นรูปแบบกำรจัดกำรเรียนกำรสอนโดยเน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลำงในลักษณะใหม่ที่
เรยี กวำ่ ซปิ ปำ โมเดล
ทั้งหมดน้ีจะเห็นได้ว่ำ กำรจัดกำรเรียนรู้แบบผู้เรียนเป็นสำคัญนั้น แม้ว่ำจะไม่ใช่เรื่องง่ำยท่ีจะ
สำมำรถจัดได้เต็มรูปแบบ แต่อย่ำงไรก็ดี ทุกโรงเรียนก็พยำยำมจะพัฒนำกำรศึกษำโดยใช้แนวทำงน้ีมำโดย
ตลอด ถึงแม้ว่ำจะไม่ได้ประสบควำมสำเร็จอย่ำงชัดเจน แต่ก็ถือว่ำช่วยพลิกโฉมกำรศึกษำไทยให้ตระหนัก
ผู้เรียนมำกขนึ้ จนมำถงึ ปจั จบุ ัน และพรอ้ มจะพฒั นำตอ่ ไปในอนำคต
รายงานผลการอบรมออนไลน์ ภาษาไทยผา่ นวรรณกรรมเพ่ือการคิดขน้ั สูง ปีการศกึ ษา 2564 22
ภาษาวรรณกรรม เรื่องสนั้ ช่วงชน้ั ที่ 2 ผแู้ ตง่ วิเชียร ไชยบงั
วนั เสารป์ ลายเดือนกรกฎาคม ฝนพรา่ ท้งั คืน
ยังโปรยปรำยลงมำตอ่ อกี ในวนั อำทิตย์
วนั เวลำ และโอกำสอยำกน้ี ผคู้ นคงหมกตัวใหอ้ บอุ่นอย่ภู ำยในบ้ำน ให้รำงวัลตัวเองดว้ ยกำร
พักผ่อนทำตัวเอ่ือยเฉ่ือยในวนั ฝนตก
ผมต่ืนนอนรำวตีส่ีครึ่ง น่ังดูสำรคดีถึงตีห้ำครึ่ง ลุกชงกำแฟตั้งแต่เช้ำตรู่แล้วต้ังใจเขียนคอนเซ็ปท์
โครงกำร Child based learning ให้เสร็จ ซึ่งมีผู้เอ่ยบอกสนับสนุนมำแล้ว ผมเสียบปล๊ักกำต้มน้ำ ขณะรอ
เวลำน้ำเดือดก็เตรียมผงกำแฟสำหรับดริ๊ปไว้รอ สักพักน้ำก็เดือด เทใส่กำเล็กท่ีให้น้ำกำแฟสำหรับหนึ่งถ้วย
แล้วรนิ เนิบนำนลงไปในผงกำแฟ ไอน้ำระเหย กล่ินกำแฟกำจำย จนหอมอบอวลไปทั้งบ้ำน ต้องรออกี สักพัก
ให้น้ำกำแฟอุ่น แล้วคอยละเลียดจิบ กลำยเป็นกำรดื่มกำแฟที่ยำวนำนกว่ำสำมสิบนำทีทีเดียว เมื่อรวมท้ัง
เวลำด่ืมด่ำกับเวลำดื่มจริงเข้ำด้วยกัน นี่เป็นท้ังลิ้มรสและกำซำบ (Savoring) อย่ำงท่ีเข้ำใจอำจจะไม่
ครบถ้วนว่ำกำรล้ิมรสคือเพียงใช้ลิ้นสัมผัส ที่จริง ควำมสมบูรณ์แบบของกำรล้ิมรสน้ันเกิดข้ึนก่อนลิ้นสัมผัส
และยำวนำนต่อจำกนั้นไปอีกไกล กำรล้ิมรส(Savoring) คือกำรตระหนักรู้ต่อสัมผัสของผัสสะต้ังแต่ต้นของ
ที่มำ ไปจนถงึ ผลกระทบของทม่ี ันไป ทั้งตระหนกั ร้ถู ึงกำรผสำนอยู่ของทกุ อณูสงิ่
แลว้ ผมกต็ ง้ั ต้นเขียนงำนต่ออีกพักใหญ่
ฝนข้ำงนอกยังตกบำงจังหวะแผ่ววเบำลง น้ำตำมรอ่ งน้ำเร่มิ ไหล ฤดนู ี้ปลำยงั ปีนป่ำยขึ้นทวนน้ำ ผม
ได้ปลำดุกมำตัวหน่ึง นึกหำวิธีท่ีทำกินได้ง่ำยสำหรับเช้ำอันช่ืนแฉะน้ี เลยทำปลำดุกต้มน้ำปลำร้ำ ผมใช้
น้ำปลำร้ำและตัวปลำร้ำปลำกระดี่ท่ีได้มำจำกครูเจษใส่ลงไปให้เยอะหน่อย ทุบตะไคร้ หัวหอม กระเทียม
และพริก ใส่ลงต้มไปพร้อมกัน ต้มนำนจนน้ำงวด ระหว่ำงนั้นก็หันไปน่ึงข้ำวเหนียว แล้วก็รอ เท่ำนี้ก็เสร็จ
สรรพอำหำรเช้ำ อย่ำงท่ีบอกผมได้ล้ิมรส(savoring) อำหำรเช้ำด้วยเวลำอันยำวนำนเช่นกัน ต้ังแต่เร่ิมทำ
ขณะกนิ และ กำรเกบ็ ลำ้ งผมคิดว่ำ นั่นคือกำรใช้ชวี ิตและกำรกำซำบรสชำติของมนั
เครดติ เรอื่ งจากเพจ วเิ ชียร ไชยบงั
รายงานผลการอบรมออนไลน์ ภาษาไทยผา่ นวรรณกรรมเพอื่ การคดิ ข้ันสูง ปกี ารศึกษา 2564 23
กลับมากนิ ขา้ วเบียก้นไห
ไปปักเบ็ดเมือ่ ครงั้ ก่อนใช้เหย่ือล่อเปน็ จ้ิงหรีด หวงั ว่ำจะเปน็ พวกปลำชอ่ นทชี่ อบกินเหย่ือลอยนำ้ แต่
ตอนเช้ำทีผ่ มไปเกบ็ เบ็ดกลับได้กบเสียน่ี เปน็ กบโตขำ้ มปีเสียด้วย
สมัยเด็กพ่อมักชวนไปปักเบ็ดกบซ่ึงมักจะพำไปที่เป็นพงรกเร้ือตำมริมลำห้วย กบตัวโตอำยุหลำยปี
มักซ่อนตัวอยู่ในที่อย่ำงนั้น เหยื่ออำจเป็นจิ้งโก่ง หรือไส้เดือนตัวใหญ่ๆ ยำมค่ำคืนควำมรู้สึกกลัวจับใจ
พยำยำมเดินเกำะติดพ่อผ้ถู ือไฟฉำยใส่ถำ่ นตรำกบใหท้ ัน ลม้ ลุกคลุกกล้ิงบ้ำงเป็นบำงครัง้ แต่แห่งหนแบบน้ัน
ก็ทำให้เรำได้กบตัวเข่ืองอยู่ทุกครำ แม่ซ่ึงไม่กินกบ รังเกียจที่มันกินไส้เดือน จะเป็นคนทำอ่อมกบให้คนใน
ครอบครัวได้กิน ผมประหลำดใจทุกครั้งว่ำทำไมยังได้รสชำติอร่อยเป๊ะเช่นเดิมเสมอ ผมใคร่ครวญตอนนี้พอ
เข้ำใจว่ำนัน่ เป็น sense ของกำรทำอำหำรในฐำนะเชฟของครอบครัว บำงคร้งั ผมเหน็ แมเ่ ด็ดโน่นสับน่ีสักพัก
ก็เป็นอำหำรท่ีแสนอร่อย ข้ำงเตำไฟมีไห ไหที่ปิดฝำเป็นไหปลำร้ำ ส่วนไหที่เปิดผำไว้ในน้ันมีข้ำวเบีย(คำใน
ภำษำอีสำนแท้ๆ ไม่มีเสียงสระเอือ) เป็นข้ำวเหนียวน่ึงสุกป้ันกลมแล้วเผำไฟให้ไหม้ดำป๋ีท้ังก้อน เก็บใสไ่ หไว้
ข้ำมปีได้ไม่เน่ำเสีย เวลำจะทำอำหำรประเภทอ่อมก็เคำะขูดข้ำวที่ไหม้ดำรอบนอกน้ันออกเสีย แล้วโขลก
คลุกผสมลงไปในหม้อที่จะทำแกงอ่อม มันให้กล่ินหอมของข้ำวจ่ีกลบกล่ินคำว ทั้งให้ควำมเข้มข้นเหนียว
หนืดน่มุ นวล
วันนี้ผมลองทำอ่อมกบสตู รด้ังเดมิ ของแม่ กบนัน้ เผำไฟใหห้ นังเกรียมมีกลิ่นไหม้ ระหวำ่ งนน้ั ก็เผำ
ข้ำวเหนียวเพื่อเปน็ ขำ้ วเบยี ไปด้วย กระเพำะกบก็ควักออกล้ำงเผำเสียหนอ่ ย สว่ นน้อี รอ่ ยมำกแต่คนส่วน
ใหญ่ไม่รู้กท็ งิ้ เสยี กบทเี่ ผำสบั เปน็ ช้ินพอคำ แกะกระดูกตรงปำกและคำงออก ตัดเล็บเทำ้ ทง้ั สี่ทงิ้ ตง้ั หม้อใส่
นำ้ ไมต่ ้องเยอะ ใสน่ ำ้ ปลำรำ้ และเครอ่ื งอ่อมอย่ำงตะไคร้ รำกผกั ชี หอม กระเทยี ม พรกิ สด ขำ้ วเบยี ที่โขลก
แล้ว คั่วเครือ่ งให้สกุ จนหอมเคลำ้ เขำ้ กัน แล้วจงึ ใส่เนื้อกบลงไป เมอื่ ดูกบสุกไดท้ ี่ก็ใสผ่ กั สำหรบั ออ่ มอย่ำงผักชี
ลำว ใบแมงลัก ผักคำดหวั แหวน ชะพลู ถว่ั พลู ยอดพรกิ ยอดบวบ เรง่ ไฟเอำเท่ำท่ผี ักสลด
ไดก้ นิ ออ่ มกบก็พลอยใหน้ กึ ถึงถ่ำนไฟฉำยตรำกบ แบรนด์ดังที่อยคู่ ู่กับวัยเด็กเพรำะมเี พลงโฆษณำตดิ หู
คิดสงสยั ว่ำทำไมต้อง ตรำกบ สบื คน้ ดู พบสำเหตทุ เ่ี ปน็ เชน่ น้นั มำจำกกลยุทธท์ ำงกำรตลำดในสมัยโน้นท่ี
เรียกวำ่ “The Zoo” เป็นกำรนำสัตว์ต่ำง ๆ มำใชเ้ ป็นแบรนด์ ถ่ำนไฟฉำยเหล่ำนน้ั จงึ มชี ่ือแบรนด์เปน็ สตั ว์
ต่ำง ๆ เชน่ แมวเก้ำชวี ติ ห้ำแพะ มำ้ ขำว แน่นอนต่องมีตรำกบ
กอ่ นหนำ้ นีเ้ รำเปน็ เดก็ ถูกเลีย้ งดโู ดยแม่ ทกุ วันนเี้ ด็กๆ ถกู เลี้ยงดดู ้วยหน้ำจอ และ รำ้ นสะดวกซ้ือ
โควดิ คือโอกำส เปลี่ยน Living เป็น Learning ลดบทบำทโรงเรยี นเป็นฐำนให้เป็น child based
กำรเรยี นรทู้ ่แี ท้ของเด็กๆเกดิ จำกกำรมปี ฏิสัมพนั ธก์ ับคนอื่น ภำยใตภ้ ูมวิ ฒั นธรรมของตน ทถ่ี ูกร้อยไวด้ ้วย
ภำษำตน
รายงานผลการอบรมออนไลน์ ภาษาไทยผา่ นวรรณกรรมเพอื่ การคิดขัน้ สูง ปกี ารศึกษา 2564 24
เครดติ เร่ืองจากเพจ วิเชียร ไชยบงั
ลาบปลาเพลี้ยเทียม
หลำยปกี ่อนไปทำงำนจังหวดั น่ำนกบั โรงเรยี นจำนวนหนงึ่ ท่นี ำ่ นมอี ำหำรแปลกแปลกท่ีไมเ่ คยกิน
อย่ำงเชน่ ลำบเนอ้ื ดบิ ไกบ่ ้ำนของชุมชนชำวล้ัว ในควำมทรงจำของเรำเนอ้ื ไก่ดิบมกี ล่นิ คำวน่ำคลน่ื เหยี น แต่
พ่อครวั เขำทำกันอย่ำงดีจนแทบไม่มีกลิน่ คำวไกด่ ิบเลย คุณลงุ พ่อครวั ใจกวำ้ งยิ้มกรุ้มกริ่มเสรฟิ เหล้ำข้ำวโพด
ดองพงุ เม่นกันก่อนคนละจอกก่อนใหล้ ม้ิ ลอง แล้วรสชำตขิ องลำบไกด่ ิบในบทสนทนำจึงร่ืนไหลครืน้ เครงจน
ลว่ งเวลำส่งดวงตะวนั เข้ำห้องหอหมู่บ้ำนที่อยรู่ มิ นำ้ น่ำนกม็ ีลำบปลำเพล้ยี ในตำนำน ลำบก็ขม ตม้ ก็ขมกลม
กลอ่ มซดคล่องคอ ท้งั กล่ินน้ำมูตรรสเหลำ้ ขำ้ วโพดกร็ นิ ไหลมำไม่ขำดสำยดั่งตำนำ้ บนเทบิ ผำท่ไี ม่เคยเหือด
หำย คร้งั ลำ่ สุดทไ่ี ดล้ ิ้มลองรสลำปลำเพล้ยี คือตอนที่ไปเยีย่ มหลำยโรงเรยี นในพษิ ณโุ ลก ซ่ึงมีน้ำน่ำนผำ่ นล่อง
ลงใต้ ผอ สนุ ีย์ กรณุ ำควำนหำจนได้ชมิ
ชนบทอีสำนส่วนท่ีหำ่ งไกลจำกแม่น้ำโอกำสได้ลิ้มรสเน้ือปลำเพล้ียน่ันแสนยำก แตก่ ็พอหำลำบปลำ
เพลี้ยเทยี มแทนได้ ครูเส็งลงข่ำยไดป้ ลำตะเพยี นหลำยตัว ขอดเกล็ดเลำะเน้ือสับรวมกับพงุ ปลำ รวนแล้วปรุง
เป็นลำบขมได้กลมกล่อมไม่แพ้ลำบปลำเพล้ีย หัวและก้ำงต้มน้ำปลำร้ำกับมะกอกท่ีเก็บใส่ช่องฟรีชไว้ตั้งแต่
ปลำยหนำวที่แล้ว ได้รสส้มอมนัวเป็นน้ำซุบซดไล่ควำมชื้นยำมในยำมฝนพรำได้อย่ำงดี ถ้ำอยำกมีกลิ่นหอม
พิเศษกลน่ิ ใดร่วมเข้ำไปดว้ ยอำจเลือกเองวำ่ จะ เด็ดยอดผักกระแยง แมงลัก โหระพำ กะเพรำะ ผักแพรว ผัก
คำด ก็สนองใจได้ทั้งน้ันในชีวิตจริงไมม่ ีสงิ่ ใดแทนสิ่งเดมิ ได้ เผชิญกับส่ิงใหมไ่ ปเรอ่ื ย อยำ่ งที่เฮรำคลิตสุ กล่ำว
เอำไวเ้ รำไม่มีวนั ไดล้ งไปส่แู มน่ ้ำสำยเดมิ ควำมเทียมทไี่ ม่เสแสรง้ ยอ่ มเปน็ ควำมแทใ้ นตัวมนั เอง
เครดิตเร่ืองจากเพจ วเิ ชียร ไชยบงั
รายงานผลการอบรมออนไลน์ ภาษาไทยผา่ นวรรณกรรมเพอื่ การคดิ ขั้นสูง ปกี ารศึกษา 2564 25
ชว่ งนีง้ ำนเยอะจนชกั ยุ่ง
นอนไม่เป็นอันหลบั อันต่ืน
ฝนั ฟงุ้ ต่นื เช้ำจำควำมฝันได้รำงเลอื น
ฝันว่ำได้กลับไปอยู่โรงเรยี นเก่ำโรงเรยี นแรกท่บี รรจุครู 2534 สภำพโรงเรยี นกนั ดำรเหมอื นสภำพ
ท่ีเคยเหน็ อยู่ตอนน้ัน มีชว่ งเวลำหนงึ่ ทผี่ มได้อยู่รว่ มบำ้ นพกั หลงั เดียวกนั กับครูหนมุ่ ร่นุ พีส่ องคน แออัดคบั แค
บทว่ำอบอนุ่ ดีกวำ่ ช่วงแรกๆทีผ่ มมำอยูท่ ี่ต้องซุกนอนในห้องเกบ็ ของเกำ่ ทรดุ โทรม นำนมำกจนลืมนึกถงึ ว่ำ
สิ้นกนั ยำยนน้ที ง้ั ครเู กียรติครูซนุ กจ็ ะเกษียณแลว้ ตอนน้นั หลงั เลกิ เรียนเรำมกั พำเด็กๆ ซ้อมกีฬำจนมืดค่ำ
เหมือนกบั ครหู นมุ่ โดยทั่วไปท่ีมีพลังเหลอื ลน้ เสร็จจำกนั้นเรำมักจะตัง้ วงตรี ัมมี่กนั จดแต้มใครแพ้เปน็ คน
ทำกับข้ำว แตส่ ่ิงท่เี รำมักหำไดจ้ ำกแผงยำยปองอย่ำงมิได้ขำดคือแหนมตมุ้ สำมปีที่อยู่ท่ีน่ันเรำได้กนิ เมนทู ท่ี ำ
จำกแหนมตุ้มหมุนเวยี นไป เจียวใสไ่ ข่ ผดั กะเพรำ ผัดกับบวบหอม ย่ำง กนิ สด แหนมตุม้ ยำยปองชบุ เลี้ยงเรำ
เมอื่ วำนไปเดินตลำดไดแ้ หนมตุม้ มำพวงหน่งึ สนนรำคำยส่ี บิ บำท คลำกำดจู ะรู้สึกไดช้ ัดวำ่ เล็กจ๋วิ หลวิ กวำ่ สมัย
โน้นมำก ขนำดแปรผนั โดยเวลำ
เคร่อื งเครำเรยี บง่ำย ในแหนมมีรสเปรีย้ วอมเค็มจงึ ไมต่ ้องปรงุ อะไรอีก เจือนำ้ มันมะกอกชนิดทน
ร้อนท่กี ้นกระทะ เจียวใช้ไฟอ่อนๆ ได้กลิ่นรสทหี่ ลบซอ่ นอยู่ในซอกหลบื ควำมทรงจำเมอื่ สำมสบิ ปีกลับคืนมำ
ไดแ้ รงสู้งำนอย่ำงติรจั ฉำนตอ่ อกี วัน
เครดิตเรื่องจากเพจ วิเชียร ไชยบัง
รายงานผลการอบรมออนไลน์ ภาษาไทยผ่านวรรณกรรมเพื่อการคดิ ขน้ั สูง ปกี ารศกึ ษา 2564 26
ลวกยอดมะกลา่ ตาชา้ งกับลาบปลากระสูบ
ตอนเชำ้ เดินออกกำลังกำย แวะรอบโรงอำหำรมีตน้ มะกลำ่ นับร้อยท่โี รยเมด็ ไวเ้ มอื่ ซัก 10 ปที ่แี ล้ว
ตดั ต้นให้สงู รำเอวจะไดเ้ ด็ดยอดกินท้ังปี มะกล่ำตำช้ำงต้นโตสูงใหญ่ ฝกั แกแ่ มต่ ม้ ใสก่ ้นหม้อน่ึงไวใ้ ห้เรำลูกๆ
กนิ กันเลน่ ๆ สว่ นเมล็ดสีชำดจำกฝักแห้งก็นำมำค่วั แล้วขบกินเน้อื ในให้ควำมหอมมนั ดี เวลำมีหนงั
กลำงแปลงขำยยำกม็ ักจะมีแม่ค้ำค่วั ใสถ่ ุงมำขำยใหเ้ รำนงั่ แถะพลำงดคู นพำกย์แทนดูจอหนัง ตอนเดก็ ยังตรำ
ตรึงกบั รสชำติทแ่ี ม่อ่อมเนื้อใส่ยอดมะกล่ำท่ีใหร้ สหวำนอยำ่ งท่ีเด็กชอบมำกกว่ำยอดผักอนื่ ๆ
ตอนนี้น้ำในลำนำ้ มำศหลังโรงเรยี นงวดลงมำก ชำวบ้ำนลงหว่ำนแห ได้ทั้งปลำตอง ปลำจีน ปลำก่ำ
(ปลำหมอชำ้ งเหยียบ) ปลำสร้อย ปลำนลิ ปลำกระสูบ เม่อื วำนตอนเย็นครยู ้ิมหิ้วปลำที่ซือ้ ช่วยชำวบ้ำนมำ
ฝำก ผมเลือกปลำกระสูบไวห้ นงึ่ ตัว ปลำกระสบู อยวู่ งศ์เดยี วกับปลำตะเพยี น ขำ้ งลำตัวมีจดุ สดี ำดวงใหญ่
สงั เกตได้งำ่ ย แต่ไมไ่ ด้กินพชื เปน็ หลักเหมือนปลำตะเพียน ผำ่ เหลำ่ กินลูกปลำเปน็ อำหำร มกั รวมกลุ่มกันล่ำ
อยูก่ นั เป็นฝงู ถ้ำใช้เบด็ ตีเหย่ือปลอมกจ็ ะได้ครำละ่ หลำยตัว ด้วยทนงตนในควำมเปน็ นักสู้ผู้ปกป้องถ่นิ จึงอำจ
ผลผี ลำมจู่โจมสุดตวั ควำมผลผี ลำมเลยอำจทำให้พลำดทำ่
กระสบู มีก้ำงเยอะแตเ่ นือ้ แน่นและมีรสชำติดีไม่มีเน้ือจดื ชดื อย่ำงปลำจนี คอดเกลด็ เลำะเนอ้ื สับเนือ้ ให้
ละเอียด รวนกับน้ำปลำรำ้ สักช้อน ขณะทรี่ วนใชไ้ ฟอ่อนและยีเนอื้ ไปด้วย ถงึ จะสบั จนละเอียดแตเ่ นื้อปลำจะ
เหนยี วและจบั กนั เปน็ ก้อน เมื่อสกุ ได้ท่ีกส็ ับขำ่ แดงสักสองแว่นใหล้ ะเอยี ดโรยลงคนให้ดบั กลิน่ คำวขณะท่ยี ัง
รอ้ น ตัง้ รอให้เยน็ ก่อนจงึ ปรงุ รสดว้ ยพริกป่น ขำ้ วคั่วข้ำวเหนียว มะนำว โรยผกั ชีและต้นหอมซอยก็เสร็จ
สรรพ
ส่วนหัว พงุ กำ้ งและไสไ้ ม่มีอะไรต้องท้ิง บุบหอมกระเทียมตะไคร้พริกสด ต้มไปพรอ้ มกัน ทำเป็นน้ำ
ซปุ ต้งั ไฟให้เดือดรวดเดยี วจนสุก กอ่ นรำไฟเด็ดยอดผักกระแยงใสส่ ักกำมอื บีบมะนำวรไว้ในถว้ ยแล้วตักตม้
ปลำใส่ลงไป เท่ำน้ีกไ็ ดน้ ้ำซุปปลำไสป้ ลำที่ขมกลมกลอ่ ม
ทดิ จ่อยผ้ตู รมตรอมเพรำะพิษรัก แหงนหน้ำกลนื น้ำลำยอกี หลำยคำหลงั ซดต้มเพลีย้ ปลำขมๆ ก่อน
เปรยไวค้ มๆ “รสขมช่วยทำให้ตำขำ้ สว่ำง”
เครดิตเรอ่ื งจากเพจ วเิ ชยี ร ไชยบงั
รายงานผลการอบรมออนไลน์ ภาษาไทยผ่านวรรณกรรมเพื่อการคิดข้นั สูง ปีการศึกษา 2564 27
เช้านี้ หมกขี้ปลานั้นน่ารงั เกยี จ?
สง่ิ ที่มนุษย์กนิ ทกุ วันน้ถี ูกชีน้ ำโดยร้ำนสะดวกซื้อ หมกข้ีปลำไม่มใี นนั่นครำเปน็ เดก็ ผมไดเ้ ห็นตำทำ
กินบอ่ ยๆ ตอนน้ันลองชมิ แลว้ รใู้ นรสขมปี๋ จนเบือนหนำ้ นึกเหตุผลไมอ่ อกว่ำทำไมตำจงึ ชอบกินของขมอย่ำง
น้ี แตพ่ อถึงตอนน้ผี มก็อธิบำยไมไ่ ดอ้ ีกละ่ ว่ำทำไมผมกลับมำชอบกนิ รำกเหงำ้ วฒั นธรรมอีสำนมอี ำหำรรส
ขมอยู่คู่สำหรับมำเสมอ ก้อยขม ตม้ ขม ผักขมนำนชนิด คนอีสำนด่ังเดิมไม่มเี มนผู ดั ถว้ ยจำน ไม่ตดิ ไขมันจึง
ล้ำงง่ำยได้ด้วยเพยี งขเี้ ถ้ำ ยุคสมยั นี้เรำ เลือกกนิ อำหำรไดม้ ำกข้ึนเน้นในรสชำติท่ชี อบซงึ่ ก็ออกมำแนเดยี วกัน
ใช้ไขมันมสี ว่ นผสมมำกขึ้นทำใหร้ สนุ่มชุ่มช่ำ แต่นี่ละ่ ทีเ่ ป็นจุดเรมิ่ ต้นของNCDs แม้รำยกำรจะดูหลำกหลำย
แต่วตั ถดุ บิ ก็มีไม่กี่อยำ่ งไก่หมูกงุ้ ปลำจำกฟำร์ม แล้วควรจะกินอะไร กนิ อยำ่ งไรจงึ จะดที ี่สุดต่อร่ำงกำยของ
ตน? เร่อื งน้ีผมเข้ำใจวำ่ เปน็ เรอื่ งเฉพำะตนจรงิ ๆ ต้องรสู้ ึกและเฝำ้ สงั เกตตนเองเอำเอง เพื่อปรบั แตง่ วิธีและ
กำรกนิ ให้เข้ำกับร่ำงกำย
เรำอำจถกู สอนถูกชี้นำจำกควำมรู้ยังไม่ครบถ้วน อยำ่ งอำหำรหลกั ห้ำหมู่ หรือ เรื่องหลักโภชนำกำร
ลองตรึกตรองดู คนในแต่ละมุมโลกล้วนแต่กินไม่เหมือนกัน แม้ตอนน้ีวัฒนธรรมจะลำดไหลเลอะกันไหมด
แล้วก็ตำม แต่เรำจะยังเห็น บำงคนกินสำรพัดไม่เลือก บำงคนกินแต่พืช บำงคนกนิ แต่เนื้อสัตว์ บำงคนชอบ
หำของพศิ ดำรมำลมิ้ ลอง บำงคนไม่ค่อยมจี ะกนิ แตร่ ำ่ งกำยแต่ละคนกอ็ ยู่ได้ตำมควรแก่เวลำที่มันจะอยู่อย่ดู ี
วนั กอ่ นลงขำ่ ยตำกวำ้ งเจด็ เซนติเมตร ได้ปลำตะเพยี นหลำยตวั บำงสว่ นยำ่ ง เน้อื ปลำตะเพียนน้นั
อรอ่ ยแต่ก็มีกำงเล็กๆ เต็มไปหมดจนยำกที่จะระวัง กินปลำจงึ ไม่ง่ำยเหมือนปลอกกลว้ ยเขำ้ ปำก ปลำอีกสว่ น
หนึง่ กเ็ ลำะเอำแต่เน้อื แล้วสับใหล้ ะเอียด ปรงุ่ ทำเปน็ ลำบดบิ ๆเสียก่อนใส่ข่ำสบั ละเอียดพริกข้ำวค่ัว ปรงุ รส
ตำมชอบ ถำ้ จะซุกใสร่ งั มดแดงเสียหนอ่ ยกจ็ ะไดร้ ถเปรยี้ วกลมดี(น้ำส้มกลนั่ มรี สเปรย้ี วแหลม)เสร็จแลว้ จึงหอ่
ตองหมกไฟใหส้ กุ กล่ินหอมของใบตองไหมใ้ หน้ ึกถงึ คำข้ำวท่ีแมเ่ ค้ียวแลว้ หมกปอ้ นน้องผู้แบเบำะ ส่วนไส้
ปลำท่เี หลอื กน็ ำมำทำหมกเป็นนำ้ จมิ้ เคียงลำบ ใส่พริกสดหักกลำงสกั สำมสเี่ มด็ บุบตะไคร้ กระเทียม หัว
หอม และเกลอื หยิบปลำยมอื ห่อตองหมกต้ังไฟอ่อนจนกวำ่ ใบตองเกรยี ม หรอื จะอุใ๊ สห่ ม้อก็ได้ ทั้งหมกลำบ
ปลำ และ หมกขี้ปลำเก็บใส่ตเู้ ย็นไว้กินได้อีกหลำยวัน
เชำ้ นี้ หลงั จำกเดินออกกำลังกำยรำวชวั่ โมงเสรจ็ ก็เลำะเลยี บดแู ปลงนำ น้ำในคลองไส้ไก่ลดลงจนจะ
เหือดแหง้ ลูกครอกหลำยฝูงลอยคอรอคอยฝน คงคัง่ แค้นดั่งคนถูกทรยศจำกปำกของสำยลมสำ่ อันมดเท็จป
ร้นิ ปร้อน แต่ก็ไม่อำจทำอะไรได้ ในอีกไม่กีว่ นั หำกสำยฝนไม่โปรยมำลูกปลำคงแหง้ ตำย ดอกบวบสเี หลอื งสด
รายงานผลการอบรมออนไลน์ ภาษาไทยผา่ นวรรณกรรมเพอ่ื การคดิ ขั้นสูง ปีการศกึ ษา 2564 28
เบง่ บำนแขง่ แสงตะวันยำมเช้ำเยำ้ ยวนหมแู มลงก่อนที่แสงของวันจะแผดเผำกลบี ดอกขอเธอใหห้ มองไหม้จน
หมดสวย เธอคงทดท้อรำพึง “ควำมสวยมเี วลำส้นั นัก” ผมเก็บยอดแค และ บวบหอมมำลกู หน่งึ จำกกำร
ยนิ ยอมหมูแ่ มลงภู่ผ้อู วดศักด์ิดำอำ้ งสิทธิ์ในถิ่นดินแดนตนท้ิงบวบและยอดแคไวก้ ้นหม้อน่ึงที่ยังร้อนระอุร่ำสัก
พกั อุ่นหมกลำบปลำและหมกขี้ปลำ ไม่กีอ่ ึดใจกไ็ ดก้ ิน
อ่มิ หมีพีมันล่ะ
เครดิตเรอ่ื งจากเพจ วิเชยี ร ไชยบัง
รายงานผลการอบรมออนไลน์ ภาษาไทยผา่ นวรรณกรรมเพอื่ การคดิ ข้นั สูง ปกี ารศกึ ษา 2564 29
ปลาตกคลัก
เม่ือคนื นอนไม่ค่อยหลบั เมำซูมต้ังแต่เชำ้ ยนั เยน็ ควำมคิดก็ตดิ หนึบในหวั อยำ่ งกับตงั เมติดฟันตำม
ตดิ ผดุ พรำยเปน็ ควำมฝันฟงุ้ ฟั่นเฟือน
ผมลุกมำดรปิ กำแฟกนิ แตเ่ ชำ้ มดื เพื่อสลดั ควำมสลมึ สลือ นั่งลงทต่ี ่ังเต้ียๆ หนำ้ ครัว ค่อยๆจิบกลิ่นอ
โรม่ำใหอ้ ่ิมเอม ก่อนจิบกำแฟดว้ ยปำกและลนิ้ จรงิ ๆ บำงครำไดต้ ระหนักรู้ในรสขมของกำแฟนน่ั อำจจำงเจอื
รสขมของชวี ติ บำงสว่ นลงได้ ลมยำมเช้ำกลำงเดือนกรกฎำคมพัดชวิ เฉ่ือยเยน็ สบำย สง่ สญั ญะของแลง้ กลำง
ฝน ลมอยำ่ งน้ีชำวบ้ำนขำนวำ่ ลมส่ำ ส่ำท่ีหมำยถงึ รำ่ ลือ ในบรบิ ทน้ีลมเปน็ ผ้กู ระซิกกระซิบข่ำวกำรหำยลับไป
ของเมฆฝน
ผมออกเดินยำมเช้ำรอบบริเวณโรงเรียนอยำ่ งปกติ พอเหงื่อซมึ จงึ รสู้ กึ กระปร้ีกระเปร่ำ ถอดรองเทำ้
ถอื กำละมังใบเล็ก เดินไลเ่ ลำะตรวจดแู ปลงนำพลำงหำยอดผกั บงุ้ ยอดทเี่ บ่งบำนดว้ ยอำรมณด์ ียำมเช้ำสักกำ
มือ นกตมู ตัวทซี่ มุ่ กนิ ปลำตกคลักตกอกตกใจพลนั ลนลำนบินหนี ผมใชม้ อื วดิ น้ำจับปลำซิวไดส้ กั กอบมือ ถ้ำ
เเปน็ อย่ำงสมยั โน้นบรเิ วณน้ำขอดแห้งอย่ำงนี้ถำ้ ควักโกยพลกิ โคลนหน่อยกจ็ ะเจอปลำหลดซกุ ตวั ในโคลนน่ัน
พวกมนั ปรบั ตวั จำศีลไวร้ อฝนน่เี พ่อื อยรู อด ทุกวันน้หี ำยำกมำกแลว้ ไมร่ ู้ทำไมอยู่ๆ ปลำหลดจึงหำยไปจำก
แหลง่ น้ำ ปกี ่อนทโ่ี ควิดยังไมร่ ะบำด ตำมตลำดเช้ำเยน็ มกั จะมีปลำหลดแดดเดียวขำย ถำมแมค่ ้ำพอได้ควำม
วำ่ มำจำกประเทศเพื่อนบำ้ น ตอนนเี้ งียบหำยไปหมด พอนึกถึงปลำหลดก็พลอยไดน้ ึกถึงเมนูทอ่ี ยู่ในเพลง
“แกงปลำหลดใส่มะขำมป้อม”
ผมมเี วลำ เออ้ ระเหย สูดอำกำศ จำกทัองทุ่งอนั สงบยำมเชำ้ พลำงขอเก็บพริกจำกตน้ ท่ีใจดใี หเ้ ม็ด
อวบอม่ิ ขอเด็ดยอดแมงลกั ผู้รักโลกรกั ท้ังเพลีย้ และแมลง ไม่ลมื หกั ตะไคร้กลบั มำด้วย ถึงครวั ผมเพียงบุบ
กระเทยี ม หัวหอม ตระไคร้ และพริก สว่ นปลำซิวซำวเกลอื คลุกกับใบแมงลัก แลว้ หอ่ หมกใบตองตงั้ ไฟนึ่ง
ไมก่ ่ีอีดใจก็ได้กิน แต่มีเวลำใจเยน็ ใด้กวำ่ หนอ่ ยกต็ ง้ั หมกใบตองซุกขี้เถ้ำข้ำงเตำฝนื รอจนใบตองดำ้ นนอก
เกรยี มเน้ือในกห็ อมฉยุ ตำมตำหรับหมกปลำซิวแบบอสิ ำณ ท่จี ริงถำ้ อยำกไดก้ ินหมกปลำซิวในตลำดนำ่ จะมี
ทกุ วนั ทั้งปลำซวิ สดหรือหมกสำเร็จพร้อมกิน แต่มกั จะเป็นปลำซิวอำ้ วเสยี มำกกวำ่ ผมเข้ำใจวำ่ คงเปน็ ปลำ
เลย้ี ง ตวั มนั โตดูน่ำกินแตเ่ ม่ือนำมำทำหมกอย่ำงทว่ี ่ำมำนี้ไม่ค่อยอร่อยนัก ตดิ ตรงที่ก้ำงแข็งเคี้ยวแลว้ ปกั ใน
ปำก สว่ นปลำซวิ นำ ปลำซวิ หำงแดง ตัวเลก็ ที่มีในนำธรรมชำตอิ ำจต้องดกั ไซ หรือไม่กร็ อกำรตกคลกั อย่ำงน้ี
เครดิตเรื่องจากเพจ วเิ ชียร ไชยบัง
รายงานผลการอบรมออนไลน์ ภาษาไทยผ่านวรรณกรรมเพอ่ื การคดิ ขัน้ สงู ปีการศกึ ษา 2564 30
ลมสา่ หนา้ แลง้ รัดฤดู
ตำน้ำพริกตก๊ั แตน
ลมส่ำนำเดือนเจด็ ยำมแล้งรดั กลำงฤดูฝน เมฆเบำบำงเคล่ือนผำ่ นทอ้ งนำที่ไหห้ ำอำลยั ต้นข้ำวผู้แห้ง
โหยเว้ำวอนรอฟ้ำฝน แดดเปร้ียงสะท้อนใบข้ำวดั่งจะเยำ้ เลน่ แต่แสงกลบั แรงร้อนเชือดเฉือน
ครำวยังเป็นเดก็ พ่อแม่ให้ดูแลเลี้ยงควำย ฤดูลมส่ำเดือนเจ็ดแบบน้ีตัก๊ แตนเสือจะชกุ ชุม รูปร่ำงหน้ำตำคล้ำย
ปำทังก้ำแต่โครงเกรำะแข็งกว่ำมำก ชอบเกำะตำมต้นสำบเสือ หมู่เด็กว่ิงกวดมันจนกว่ำต๊ักแตนจะเหน่ือย
และเด็กๆ ถึงกบั หอบแฮก่ จึงจะจบั ไดส้ ักตวั แตถ่ ้ำใช้พลุไผ่ซำงยิงลูกดอกนัน้ งำ่ ยข้ึนหน่อย
ได้ตั๊กแตนเสือสักสิบตัวก็ตำทำน้ำพริกได้อ่ิมม้ือ ค่ัวจนสุกก่อนหักคอควักไส้ เด็ดขำดีดที่เป็นหนำม
แหลมคมออก สับสักหน่อย โครกใสพ่ รกิ สดเอำตำมทีช่ อบเผ็ดและสอยลกู มะขำมออ่ นท่ีเพิ่งสลัดดอกโคลกใส่
ให้รสเปรี้ยวสักลูก ปรุงรสด้วยน้ำปลำร้ำสักช้อน กินเคียงกับลวกผักเขียงซ่ึงตกพุ่มอยู่ท่ีปลำยนำชำยป่ำปอ
หรือลูกกระถิ่นอ่อนข้ำงเถียงนำ ก็เข้ำกันได้ทั้งนั้น กินอิ่มเหนื่อยอ่อนก็นอนพัก ชีวิตวัยเด็กชนบทไกลปืน
เที่ยงผ่ำนเร็ว บ้ำงมีเวลำให้พัก บ้ำงก็เหมือนมีอะไรที่ต้องทำไม่รู้จบสิ้น พอได้กินได้อยู่ ได้ผ่ำนวันคืน ผ่ำน
แลง้ ผ่ำนฝน รอดมำได้
สำนกึ คณุ โลกให้ต่อส้ดู ิ้นรนอยู่รอดได้มำทุกครำ แตก่ ็รใู้ นท่ีสุดจะมคี ร้ังที่เรำไม่อำจรอด
เครดิตเรื่องจากเพจ วิเชยี ร ไชยบงั
รายงานผลการอบรมออนไลน์ ภาษาไทยผ่านวรรณกรรมเพอ่ื การคดิ ขัน้ สงู ปกี ารศกึ ษา 2564 31
ภาคผนวก
ภาพประกอบการอบรม
เอกสารการอบรมออนไลน์
แผนการสอนภาษาไทยผ่านวรรณกรรม
เกยี รติบัตร
รายงานผลการอบรมออนไลน์ ภาษาไทยผา่ นวรรณกรรมเพอ่ื การคดิ ข้ันสงู ปกี ารศกึ ษา 2564 32
รปู ภาพการอบรมออนไลน์ เร่อื ง ภาษาไทยผา่ นวรรณกรรมเพื่อการคิดขนั้ สูง ชว่ งชน้ั ท่ี 2
โดยอบรมออนไลน์ ผ่าน SoKru.org ณ หอ้ งพยาบาลและหอ้ งส่งเสริมวิชาการการศึกษาพเิ ศษ
โรงเรยี นบา้ นสระกดุ
ตาบลมว่ งหวาน อาเภอน้าพอง จงั หวัดขอนแก่น
ระหวา่ งวนั ศุกรท์ ี่ 27 ถึงวนั อาทิตย์ท่ี 29 สงิ หาคม พ.ศ. ๒๕๖4
รายงานผลการอบรมออนไลน์ ภาษาไทยผา่ นวรรณกรรมเพอ่ื การคดิ ข้ันสงู ปกี ารศกึ ษา 2564 33
รปู ภาพการอบรมออนไลน์ เร่อื ง ภาษาไทยผา่ นวรรณกรรมเพื่อการคิดขนั้ สูง ชว่ งชน้ั ท่ี 2
โดยอบรมออนไลน์ ผ่าน SoKru.org ณ หอ้ งพยาบาลและหอ้ งส่งเสริมวิชาการการศึกษาพเิ ศษ
โรงเรยี นบา้ นสระกดุ
ตาบลมว่ งหวาน อาเภอน้าพอง จงั หวัดขอนแก่น
ระหวา่ งวนั ศุกรท์ ี่ 27 ถึงวนั อาทิตย์ท่ี 29 สงิ หาคม พ.ศ. ๒๕๖4
รายงานผลการอบรมออนไลน์ ภาษาไทยผา่ นวรรณกรรมเพอ่ื การคิดข้ันสูง ปกี ารศกึ ษา 2564 34
เอกสารออนไลน์
ทา่ นสามารถสแกนไดท้ ่ี QR Code ด้านล่าง
รายงานผลการอบรมออนไลน์ ภาษาไทยผ่านวรรณกรรมเพื่อการคิดขั้นสูง ปกี ารศึกษา 2564 35
โครงการสนับสนนุ โรงเรียนพฒั นาตนเอง
กสศ.รุ่น 1 ตอ่ เนื่องในปี 2564 หลักสูตร “ภาษาไทยวรรณกรรม เพื่อการคดิ ข้นั สูง ฐานสมรรถนะ”
ชว่ งที่ 2
แผนการจัดการเรยี นรู้ ภาษาไทยวรรณกรรม เพอื่ การคดิ ขั้นสูง ฐานสมรรถนะ แบบ Child based Learning
บทความท่ี 1 เร่อื ง กลบั มำกินขำ้ วเบียกน้ ไห
ชื่อ- สกลุ นำงวรินดำ ทุ่มวเิ ศษ
ระดับชน้ั ที่สอน ชัน้ ประถมศึกษำปีที่ 6
โรงเรยี น บำ้ นสระกดุ อำเภอนำ้ พอง สงั กดั สำนักงำนเขตพน้ื ทก่ี ำรศกึ ษำประถมศกึ ษำขอนแกน่ เขต 4
ขัน้ ท่ี 1 จากบทความ ให้หาคาทีเ่ ขยี นผดิ
1. ขำ้ วเบีย ภำษำถิน่ อีสำนแท้ จะไม่ออกเสยี งสระเอือ
2. จิ้งโก่ง คำทเ่ี ขียนถูกต้องเขียนด้วย “จิ้งโกรง่ ”
3. ถัว่ พลู คำทเี่ ขียนถูกต้องเขียนด้วย “ถ่วั พู”
4. ตอ่ ง คำทเ่ี ขยี นถูกต้องเขียนดว้ ย “ต้อง”
ข้ันที่ 2 จากบทความให้หาคาทใ่ี ชผ้ ดิ ความหมาย
1. ถกู ร้อย คำทเ่ี ขียนถูกควำมหมำยต้องเปน็ “ถูกร้อยเรียง”
2. ลม้ ลกุ คลกุ กล้งิ ใช้กับอำหำร ต้องใช้ลม้ ลุกคลุกคลำน
ขน้ั ที่ 3 จากบทความ ใหก้ าคาวเิ ศษ ประเภทของคาวเิ ศษ (หลกั ภาษา)
1. กบโตข้ำมปี คำวิเศษขยำยคำนำม โตเร็ว
2. รกเร้ือ คำวิเศษขยำยคำนำม รกมำกๆ
3. ตวั เขื่อง คำวเิ ศษขยำยคำนำม แปลวำ่ ค่อนขำ้ งใหญ่โต
4. เป๊ะ คำวิเศษ เป็นภำษำปำก
5. ดำป๋ี คำวิเศษ ดำมำกๆ
6. เกรียม คำวเิ ศษ บอกลกั ษณะอำกำรของสิ่งทถ่ี ูกควำมร้อนจำกไฟหรือ
แสงแดด
7. เยอะ คำวิเศษ มำกมำยเตม็ ไปหมด
8. จบั ใจ คำวเิ ศษ ประทบั ใจ
ขั้นที่ 4 จากบทความ ให้หาประโยคท่ไี ม่มีความหมายตรง หรือต้องตีความความหมายใต้บรรทดั
1. ได้กนิ อ่อมกบก็พลอยใหน้ ึกถงึ ถ่ำนไฟฉำยตรำกบ เพรำะคนรุ่นเกำ่ ในสมัยโบรำณสะท้อนใน
สงั คมไทย
2. ยำมค่ำคืนควำมรสู้ ึกกลัวจบั ใจ เพรำะส่วนใหญจ่ ะใชค้ ำว่ำ สวย เพรำะ เช่น สวยจบั จิต เพรำะ
จบั ใจ
รายงานผลการอบรมออนไลน์ ภาษาไทยผา่ นวรรณกรรมเพอื่ การคิดขั้นสงู ปีการศึกษา 2564 36
ข้ันที่ 5 ให้ออกแบบเพือ่ นาบทความนี้ไปสู่การสอนในรปู แบบ ภาษาไทยวรรณกรรม สกู่ ารคดิ ข้นั สงู
1. คำดเดำ เร่ือง กลับมำกินข้ำวเบียก้นไห ครูภำพปกของเรื่องหรือคำสำคัญที่อยู่ในเร่ืองมำตั้ง
คำถำมเพือ่ ใหน้ กั เรยี นได้คำดเดำ
2. อำ่ นเพ่อื จับประเด็น เข้ำใจเนอื้ เร่อื ง อ่ำนออกเสยี งตำมครอู ำ่ นออกเสียงตำมเพ่อื น อำ่ นออก
เสียงเอง อำ่ นในใจ แลว้ ตอบ คำถำมสู่ควำมเขำ้ ใจเร่ืองใคร ทำอะไรท่ีไหน อย่ำงไร เพรำะเหตใุ ด แลว้ เขียน
Story line
2.1 อ่ำนไฮไลทค์ ำ ทั้งอำ่ นออกเสียง / อำ่ นในใจ จำกนั้นไฮไลท์ คำ / วลี / ประโยค แต่งเรื่อง เพ่ือ
สรำ้ งคำอภิธำนศัพท์ แล้วบันทกึ เป็น Short Note คำลงในสมดุ
3. ตีควำมใต้บรรทัด เขำ้ ใจควำมคิด ควำมเช่ือ สงั คม วัฒนธรรม
ระดับที่ 1 เป็นคำถำมถึงเรอ่ื ง ท่ไี ม่ไดบ้ อกไวต้ รงๆ จำกเนื้อเร่อื ง โดยตีควำมจำกบริบท
ของคำ หรอื ประโยค เช่น มหี มูบ่ ้ำนมีไฟฟำ้ หรือยัง แมท่ ำอำชพี อะไร (ครูต้องหำ)
ระดับท่ี 2 เป็นคำถำมท่ีสะท้อนสังคม วิถีของคนในสังคมในช่วงเวลำท่ีเกิดเรื่อง โดยที่
ผเู้ รยี นต้องเขำ้ ใจ หำข้อมูล สืบค้นและเช่อื มโยง โดยกำรคิดวิเครำะห์ สังเครำะห์ ใช้วิจำรณญำณญำณ และ
ควำมคิดสรำ้ งสรรค์เพ่ือนำไปสูก่ ำรรู้คำตอบให้ได้
4. เชอื่ มโยงหลกั ภำษำ ทเ่ี กย่ี วข้องกับเร่ือง โดย กำรจดั ระบบขอ้ มูล
4.1 คน้ จำกเรอื่ ง จดั เปน็ ระบบ กำรทดลองใช้ หรือประสบกำรณ์ทำงภำษำ
4.2 อำ่ น เขยี น เชอื่ ม โดยแต่งประโยค แต่งเรือ่ ง
4.3 กำรสร้ำง Concept กฏเกณฑ์หลกั ภำษำ
รายงานผลการอบรมออนไลน์ ภาษาไทยผา่ นวรรณกรรมเพื่อการคิดข้นั สงู ปกี ารศึกษา 2564 37
โครงการสนบั สนุนโรงเรียนพฒั นาตนเอง
กสศ.รุ่น 1 ต่อเน่ืองในปี 2564 หลักสูตร “ภาษาไทยวรรณกรรม เพอ่ื การคิดขั้นสูง ฐานสมรรถนะ”
ช่วงที่ 2
แผนการจดั การเรยี นรู้ ภาษาไทยวรรณกรรม เพ่ือการคดิ ขน้ั สูง ฐานสมรรถนะ แบบ Child based Learning
บทความท่ี 2 เรอื่ ง ลำบปลำเพลย้ี เทียม
ชอื่ - สกลุ นำงวรินดำ ทุ่มวเิ ศษ
ระดบั ชนั้ ทส่ี อน ชั้นประถมศึกษำปที ี่ 6
โรงเรยี น บำ้ นสระกุด อำเภอน้ำพอง สงั กดั สำนักงำนเขตพนื้ ที่กำรศึกษำประถมศกึ ษำขอนแก่น เขต 4
ขั้นท่ี 1 จากบทความ ให้หาคาทเี่ ขยี นผดิ
1. เสริฟ คำที่เขยี นถกู ต้องเขียนดว้ ย “เสิรฟ์ ”
2. รนื ไหล คำท่เี ขยี นถกู ต้องเขยี นด้วย “ล่ืนไหล”
3. กะเพรำะ คำทีเ่ ขียนถูกต้องเขยี นดว้ ย “กะเพรำ”
4. ผอ คำทเ่ี ขยี นถกู ต้องเขยี นดว้ ย “ผู้อำนวยกำร”
5. ลำ คำทเ่ี ขียนถูกต้องเขียนด้วย “ลำบ”
ขัน้ ท่ี 2 จากบทความให้หาคาท่ีใช้ผดิ ความหมาย
1. รสสม้ อมนวั ใชค้ ำวำ่ กลมกล่อม
ขัน้ ที่ 3 จากบทความ ใหก้ าคาวเิ ศษ ประเภทของคาวเิ ศษ (หลักภาษา)
1. ย้มิ กรมุ้ กริ่ม คำวิเศษขยำยคำนำม แสดงสหี นำ้ แววตำทำ่ ทำงเจ้ำชู้
2. เทิบผำ คำวเิ ศษ กำรวำงซ้อนกัน
ขน้ั ท่ี 4 จากบทความ ให้หาประโยคที่ไม่มีความหมายตรง หรอื ต้องตคี วามความหมายใตบ้ รรทัด
1. ส่งดวงตะวนั เข้ำห้องหอ ตะวนั ลบั ขอบฟำ้
2. ดง่ั ตำนำ้ บนเทิบผำที่ไม่เคยเหือดหำย
3. กส็ นองใจได้ทงั้ น้นั
ขน้ั ท่ี 5 ใหอ้ อกแบบเพื่อนาบทความนีไ้ ปส่กู ารสอนในรูปแบบ ภาษาไทยวรรณกรรม สู่การคดิ ขนั้ สงู
1. คำดเดำ เร่ือง ลำบปลำเพล้ียเทียม ครูภำพปกของเร่ืองหรือคำสำคัญที่อยู่ในเร่ืองมำต้ังคำถำม
เพ่ือใหน้ กั เรยี นได้คำดเดำ
2. อ่ำนเพื่อจบั ประเด็น เข้ำใจเนื้อเรอื่ ง อ่ำนออกเสยี งตำมครอู ่ำนออกเสียงตำมเพอื่ น อำ่ นออก
เสียงเอง อำ่ นในใจ แลว้ ตอบ คำถำมสู่ควำมเขำ้ ใจเรือ่ งใคร ทำอะไรที่ไหน อย่ำงไร เพรำะเหตุใด แล้วเขยี น
Story line
รายงานผลการอบรมออนไลน์ ภาษาไทยผ่านวรรณกรรมเพอื่ การคดิ ขน้ั สงู ปกี ารศึกษา 2564 38
2.1 อำ่ นไฮไลทค์ ำ ท้ังอ่ำนออกเสียง / อำ่ นในใจ จำกน้ันไฮไลท์ คำ / วลี / ประโยค แตง่ เรอ่ื ง เพื่อ
สรำ้ งคำอภธิ ำนศัพท์ แลว้ บันทกึ เป็น Short Note คำลงในสมุด
3. ตีควำมใต้บรรทัด เขำ้ ใจควำมคิด ควำมเชื่อ สังคม วัฒนธรรม
ระดับท่ี 1 เป็นคำถำมถึงเรอ่ื ง ทีไ่ ม่ได้บอกไว้ตรงๆ จำกเนื้อเรือ่ ง โดยตีควำมจำกบรบิ ท
ของคำ หรอื ประโยค เชน่ มีหมบู่ ำ้ นมีไฟฟ้ำหรอื ยงั แมท่ ำอำชีพอะไร (ครูต้องหำ)
ระดับท่ี 2 เป็นคำถำมท่ีสะท้อนสังคม วิถีของคนในสังคมในช่วงเวลำท่ีเกิดเรื่อง โดยที่
ผูเ้ รียนต้องเขำ้ ใจ หำข้อมูล สบื ค้นและเชือ่ มโยง โดยกำรคิดวิเครำะห์ สังเครำะห์ ใช้วิจำรณญำณญำณ และ
ควำมคิดสรำ้ งสรรคเ์ พ่อื นำไปสู่กำรร้คู ำตอบใหไ้ ด้
4. เช่ือมโยงหลักภำษำ ที่เกี่ยวขอ้ งกบั เรอ่ื ง โดย กำรจัดระบบขอ้ มลู
4.1 คน้ จำกเรื่อง จัดเป็นระบบ กำรทดลองใช้ หรอื ประสบกำรณ์ทำงภำษำ
4.2 อำ่ น เขยี น เชือ่ ม โดยแต่งประโยค แตง่ เร่ือง
4.3 กำรสรำ้ ง Concept กฏเกณฑ์หลกั ภำษำ
รายงานผลการอบรมออนไลน์ ภาษาไทยผ่านวรรณกรรมเพอ่ื การคิดข้นั สูง ปกี ารศึกษา 2564 39
โครงการสนับสนุนโรงเรียนพฒั นาตนเอง
กสศ.รุน่ 1 ตอ่ เนือ่ งในปี 2564 หลักสูตร “ภาษาไทยวรรณกรรม เพ่อื การคดิ ขนั้ สูง ฐานสมรรถนะ”
ชว่ งท่ี 2
แผนการจดั การเรยี นรู้ ภาษาไทยวรรณกรรม เพ่อื การคดิ ขั้นสงู ฐานสมรรถนะ แบบ Child based Learning
บทความที่ 3 เรอ่ื ง ปลำตกคลัก
ชื่อ- สกลุ นำยพงษธ์ ร บ้งจำ่
ระดับช้ันที่สอน ชั้นประถมศึกษำปที ี่ 6
โรงเรยี น บำ้ นสระกุด อำเภอน้ำพอง สงั กดั สำนกั งำนเขตพ้นื ท่ีกำรศกึ ษำประถมศกึ ษำขอนแกน่ เขต 4
ขั้นที่ 1 จากบทความ ให้หาคาทีเ่ ขียนผิด
1. สัญญะ คำที่เขยี นถูกต้องเขียนด้วย “สัญญำณ”
2. กระซกิ กระซิบ คำที่เขียนถูกต้องเขียนดว้ ย “กระซบิ กระซำบ”
3. กะเพรำะ คำที่เขยี นถูกต้องเขยี นดว้ ย “กะเพรำ”
4. เเป็น คำท่ีเขียนถูกต้องเขียนดว้ ย “เป็น”
5. อยรู อด คำทเี่ ขยี นถูกต้องเขียนด้วย “อยู่รอด”
6. อีด คำทีเ่ ขยี นถูกต้องเขยี นดว้ ย “อึด”
7. อิสำณ คำทเ่ี ขียนถกู ต้องเขยี นด้วย “อีสำน”
8. เตำฝนื คำท่ีเขียนถกู ต้องเขียนดว้ ย “เตำฟนื ”
ขน้ั ที่ 2 จากบทความให้หาคาท่ใี ชผ้ ิดความหมาย
1. รสสม้ อมนวั ใชค้ ำว่ำ รสปรีย้ วกลมกล่อม
ขน้ั ท่ี 3 จากบทความ ให้กาคาวิเศษ ประเภทของคาวเิ ศษ (หลักภาษา)
1. ยิ้มกรุม้ กร่ิม คำวเิ ศษขยำยคำนำม แสดงสีหนำ้ แววตำทำ่ ทำงเจ้ำชู้
2. เทบิ ผำ คำวเิ ศษ กำรวำงซอ้ นกนั
ขัน้ ท่ี 4 จากบทความ ให้หาประโยคทีไ่ ม่มคี วามหมายตรง หรือต้องตคี วามความหมายใต้บรรทัด
1. ลมสำ่ ขำ่ วลอื คนหลำยใจ
2. จำศลี ไมอ่ อกหำอำหำรช่วงระยะเวลำหน่ึง เชน่ กบจำศีล
ขั้นท่ี 5 ใหอ้ อกแบบเพื่อนาบทความนี้ไปสกู่ ารสอนในรูปแบบ ภาษาไทยวรรณกรรม สู่การคิดขน้ั สูง
1. คำดเดำ เร่ือง ปลำตกคลกั ครูภำพปกของเร่ืองหรือคำสำคัญที่อยู่ในเร่ืองมำต้ังคำถำมเพื่อให้
นกั เรยี นได้คำดเดำ
รายงานผลการอบรมออนไลน์ ภาษาไทยผา่ นวรรณกรรมเพื่อการคดิ ข้ันสงู ปกี ารศกึ ษา 2564 40
2. อำ่ นเพื่อจับประเด็น เข้ำใจเนอื้ เรื่อง อำ่ นออกเสียงตำมครอู ำ่ นออกเสียงตำมเพอ่ื น อำ่ นออก
เสยี งเอง อำ่ นในใจ แลว้ ตอบ คำถำมสู่ควำมเขำ้ ใจเรือ่ งใคร ทำอะไรท่ีไหน อย่ำงไร เพรำะเหตุใด แลว้ เขียน
Story line
2.1 อ่ำนไฮไลท์คำ ท้ังอ่ำนออกเสยี ง / อ่ำนในใจ จำกน้ันไฮไลท์ คำ / วลี / ประโยค แตง่ เรอื่ ง เพื่อ
สร้ำงคำอภิธำนศัพท์ แล้วบนั ทึกเป็น Short Note คำลงในสมุด
3. ตคี วำมใต้บรรทดั เขำ้ ใจควำมคิด ควำมเชื่อ สงั คม วฒั นธรรม
ระดบั ที่ 1 เป็นคำถำมถึงเรื่อง ที่ไม่ได้บอกไว้ตรงๆ จำกเน้ือเรื่อง โดยตีควำมจำกบริบท
ของคำ หรือประโยค เช่น มหี มู่บ้ำนมีไฟฟ้ำหรอื ยัง แม่ทำอำชพี อะไร (ครูต้องหำ)
ระดับที่ 2 เป็นคำถำมท่ีสะท้อนสังคม วิถีของคนในสังคมในช่วงเวลำท่ีเกิดเรื่อง โดยท่ี
ผูเ้ รยี นต้องเข้ำใจ หำข้อมลู สบื ค้นและเชอ่ื มโยง โดยกำรคิดวิเครำะห์ สังเครำะห์ ใช้วิจำรณญำณญำณ และ
ควำมคิดสรำ้ งสรรค์เพ่ือนำไปสกู่ ำรรคู้ ำตอบให้ได้
4. เชอื่ มโยงหลกั ภำษำ ที่เก่ยี วข้องกับเรือ่ ง โดย กำรจัดระบบขอ้ มลู
4.1 คน้ จำกเร่อื ง จัดเปน็ ระบบ กำรทดลองใช้ หรือประสบกำรณ์ทำงภำษำ
4.2 อ่ำน เขียน เช่ือม โดยแต่งประโยค แต่งเร่ือง
4.3 กำรสร้ำง Concept กฏเกณฑห์ ลักภำษำ
รายงานผลการอบรมออนไลน์ ภาษาไทยผา่ นวรรณกรรมเพ่ือการคดิ ข้ันสูง ปกี ารศึกษา 2564 41
โครงการสนบั สนนุ โรงเรียนพฒั นาตนเอง
กสศ.รนุ่ 1 ตอ่ เนอ่ื งในปี 2564 หลกั สตู ร “ภาษาไทยวรรณกรรม เพอ่ื การคดิ ขัน้ สูง ฐานสมรรถนะ”
ช่วงท่ี 2
แผนการจดั การเรยี นรู้ ภาษาไทยวรรณกรรม เพือ่ การคิดข้นั สงู ฐานสมรรถนะ แบบ Child based Learning
บทความท่ี 4 เรื่อง ลมส่ำหน้ำแลง้ รดั ฤดู
ชื่อ- สกลุ นำยพงษ์ธร บ้งจำ่
ระดบั ชัน้ ทส่ี อน ชน้ั ประถมศึกษำปีที่ 6
โรงเรียน บ้ำนสระกดุ อำเภอน้ำพอง สงั กดั สำนักงำนเขตพื้นท่กี ำรศึกษำประถมศกึ ษำขอนแก่น เขต 4
ขนั้ ที่ 1 จากบทความ ให้หาคาท่เี ขียนผิด
1. โคลก คำที่เขียนถกู ต้องเขียนดว้ ย “โขลก”
ขนั้ ที่ 2 จากบทความให้หาคาทใ่ี ชผ้ ดิ ความหมาย
1. เย้ำเลน่ ใชค้ ำวำ่ เยำ้ หยอก
ขัน้ ที่ 3 จากบทความ ใหก้ าคาวเิ ศษ ประเภทของคาวิเศษ (หลกั ภาษา)
1. เชอื ดเฉอื น คำวิเศษขยำยคำนำม เจ็บแสบทำรำ้ ยจติ ใจ
2. หอบแฮก่ คำวิเศษ อำกำรทห่ี อบเพรำะเหนื่อยมำก
3. ไกลปืนเที่ยง คำวเิ ศษ หำ่ งไกลควำมเจรญิ
ขั้นท่ี 4 จากบทความ ให้หาประโยคทีไ่ ม่มคี วามหมายตรง หรอื ต้องตีความความหมายใตบ้ รรทัด
1. แดดเปร้ยี งสะทอ้ นใบขำ้ วดั่งจะเยำ้ เล่น
2. แต่แสงกลับแรงร้อนเชือดเฉือน
3. หมู่เด็กวิง่ กวด
4. ชีวิตวัยเด็กชนบทไกลปนื เท่ียง
ขน้ั ท่ี 5 ใหอ้ อกแบบเพื่อนาบทความนไี้ ปส่กู ารสอนในรูปแบบ ภาษาไทยวรรณกรรม สกู่ ารคิดขน้ั สูง
1. คำดเดำ เรื่อง ลมสำ่ หน้ำแลง้ รัดฤดูครภู ำพปกของเร่ืองหรือคำสำคัญที่อยู่ในเร่อื งมำตงั้ คำถำม
เพอื่ ให้นักเรียนไดค้ ำดเดำ
2. อำ่ นเพื่อจบั ประเดน็ เข้ำใจเนือ้ เร่อื ง อ่ำนออกเสียงตำมครูอำ่ นออกเสียงตำมเพอ่ื น อำ่ นออก
เสียงเอง อำ่ นในใจ แลว้ ตอบ คำถำมสู่ควำมเข้ำใจเรอื่ งใคร ทำอะไรที่ไหน อย่ำงไร เพรำะเหตใุ ด แลว้ เขียน
Story line
2.1 อำ่ นไฮไลทค์ ำ ท้ังอ่ำนออกเสยี ง / อำ่ นในใจ จำกนนั้ ไฮไลท์ คำ / วลี / ประโยค แตง่ เรอ่ื ง เพื่อ
สรำ้ งคำอภธิ ำนศัพท์ แลว้ บนั ทกึ เป็น Short Note คำลงในสมุด
3. ตคี วำมใต้บรรทัด เข้ำใจควำมคดิ ควำมเชื่อ สังคม วัฒนธรรม
รายงานผลการอบรมออนไลน์ ภาษาไทยผา่ นวรรณกรรมเพื่อการคิดขัน้ สงู ปีการศกึ ษา 2564 42
ระดับที่ 1 เปน็ คำถำมถึงเรื่อง ที่ไม่ไดบ้ อกไวต้ รงๆ จำกเนื้อเร่อื ง โดยตีควำมจำกบรบิ ท
ของคำ หรอื ประโยค เชน่ มีหมบู่ ำ้ นมีไฟฟำ้ หรอื ยัง แม่ทำอำชพี อะไร (ครูตอ้ งหำ)
ระดับท่ี 2 เป็นคำถำมท่ีสะท้อนสังคม วิถีของคนในสังคมในช่วงเวลำที่เกิดเรื่อง โดยท่ี
ผ้เู รียนต้องเข้ำใจ หำข้อมลู สืบค้นและเชื่อมโยง โดยกำรคิดวิเครำะห์ สังเครำะห์ ใช้วิจำรณญำณญำณ และ
ควำมคิดสรำ้ งสรรค์เพ่อื นำไปสูก่ ำรรู้คำตอบใหไ้ ด้
4. เชื่อมโยงหลักภำษำ ทเ่ี ก่ยี วขอ้ งกับเร่อื ง โดย กำรจดั ระบบข้อมูล
4.1 ค้นจำกเรื่อง จัดเปน็ ระบบ กำรทดลองใช้ หรอื ประสบกำรณ์ทำงภำษำ
4.2 อ่ำน เขยี น เชื่อม โดยแต่งประโยค แตง่ เรอ่ื ง
4.3 กำรสร้ำง Concept กฏเกณฑห์ ลักภำษำ
รายงานผลการอบรมออนไลน์ ภาษาไทยผา่ นวรรณกรรมเพื่อการคดิ ขั้นสงู ปกี ารศกึ ษา 25
564 43
รายงานผลการอบรมออนไลน์ ภาษาไทยผา่ นวรรณกรรมเพื่อการคดิ ขั้นสงู ปกี ารศกึ ษา 25
564 44