ว่านหางจระเข้
Aloe Vera
ผ้จู ัดทา
นาย รพภี ัทร พัฒนศริ ิ รหัสนกั ศกึ ษา 65301050022
รายงานการศกึ ษาคน้ ควา้ ฉบับน้เี ป็นส่วนหน่ึงของการศึกษาวชิ าเทคโนโลยสี ารสนเทศเพื่อการจดั การอาชพี
รหัสวิชา 30001-2001
ตามหลักสตู รประกาศนยี บัตรวิชาชพี ชน้ั สูง
สาขาวิชา อเิ ล็กทรอนกิ ส์ อตุ สาหกรรม
ปีการศึกษา 2565
วทิ ยาลัยเทคนคิ สุราษฎร์ธานี
สานกั งานคณะกรรมการการอาชวี ศกึ ษา
ก
ชื่อผลงาน: วา่ นหางจระเข้
ชอื่ ผคู้ น้ คว้า: นายรพีภทั ร พัฒนศริ ิ
อาจารยท์ ่ปี รึกษา: อาจารย์ จกั รรตั น์ จกั รานนท์
สาขาวชิ า: อเิ ล็กทรอนิกส์
ปีการศกึ ษา: 2565
บทคัดย่อ
โปรตีนท่ีมคุณสมบัติยบั ย้งั การทางานของเอนไซม์โปรติเอสขนาด 11,804,931 Da48 สามารถแยก
และทาให้บริสุทธ์ิจากวุ้นโปรตีนของต้น Aloe barbadensis Mill (Aloe vera)ด้วยโครมาโทรากราฟิแบบ
แลกเปลี่ยนไอออน ดงั นั้นจึงเรียกโปรตนี ชนิดนีว้ า่ AVPI-12 โปรตนี มคี า่ ของจดุ ไอโซอเิ ลกทริกประมาณ 7.43
และมีลาดับกรดอะมิโนจาก N-terminal คือ R-D-W-A-E-F-N-D-G-Y ซึ่งเป็นลาดับกรดอะมิโนท่ีไม่มีความ
เหมือนกันกับกรดอะมิโนของโปรตีนท่ีมีคุณสมบัติยับย้ังการทางานของเอ็นไซม์โปรติเลสอื่น ๆ ใน
databases ดังน้ันโปรตีน AVPI-12 จึงเป็นโปรตีนยับยั้งชนิดใหม่ โปรตีน AVPI-12 มีความทนทานต่อการ
ย่อยของเอนไซม์กลุ่มเซอรีนโปรติเอสจากมนุษย์คือ พลาสมิน และจากวัว คือ ทริปซิน AVPI-12 สมารถ
ป้องกัน Y-subunit ของไฟบริโนเจนของมนุษยจ์ ากการย่อยด้วยพลาสมินและทรปิ ซิน ซ่งึ คณุ สมบตั นิ มี้ คี วาม
คล้ายคลงึ กบั การทางานของ macroglobulin ตัวยับยั้งโปรตเิ อสทส่ี ามารถ พบไดใ้ นพลาสม่าของมนุษย์ ผล
การทดลองการศึกษาการยับย้ัง การย่อยไฟบรินของมนุษย์ด้วยวิธีการ X-ray แสดงให้เห็นว่า AVPI-12
สามารถปอ้ งกนั ไมใ่ หเ้ กดิ การยอ่ ยได้อย่างสมบรู ณข์ องก้อนไฟบรินจากพลาสมนิ
คาสาคัญ: ว่านหางจระเข้, โปรตนี
ข
Name of the work: Aloe vera
Name of researcher: Mr.Rapeepat Patthanasiri
Advisor: Ajarn Chakrarat Chakranon
Major: Electronic industry
Academic year: 2022
Abstrack
A protease inhibitor protein with the molecular mass of 11,804.931 Da was isolated
and purified from Aloe barbadensis Mill (Aloe vera) leaf gel by ion exchange
chromatography. Therefore, this protein was designated as AVPI-12. The isoelectric point of
the protein was about 7.43. The first ten amino acid sequence from the N-terminal was R-
D-W-A-E-P-N-D-G-Y, which did not match with other protease inhibitors in database searches,
indicating AVPI-12 is a novel protease inhibitor. AVPI-12 strongly resisted digestion by the
serine proteases human plasmin and bovine trypsin. AVPI-12 could protect the γsubunit of
human fibrinogen from plasmin and trypsin digestion, similar to the human plasma serine
protease inhibitor α2-macroglobulin. In addition, AVPI-12 could also protect the γ-subunit
of fibrinogen from the cysteine protease papain digestion. The results of colorimetric
method and small-angle X-ray scattering showed that AVPI-12 could protect human fibrin
clot from complete degradation by plasmin.
Keywords: Aloe vera, protein
ค
กติ ตกิ รรมประกาศ
งานนาเสนอวิชาเทคโนโลยสี ารสนเทศเพ่ือการจัดการอาชีพเรอื่ งโปรตีนว่านหาวจระเข้สาเร็จลุล่วงได้
ด้วยความกรุณาและความช่วยเหลืออย่างสูงยิ่งจากอาจารย์ จักรรัตน์ จักรานนท์ อาจารย์ท่ี ปรึกษาประจา
วิชาท่ไี ด้กรณุ าใหค้ าปรกึ ษาแนะนาและตรวจสอบแก้ไขข้อพกพร่องทุกข้ันตอน ของ การจดั ทาโครงงาน
คณะผู้จัดทาโครงงานขอขอบพระคุณเป็นอย่างสูงขอขอบพระคุณบิดามารดาเพ่ือน นักเรียนตลอดจนผู้ที่
เกี่ยวข้องทุกท่านที่ไม่ได้กล่าวนามไว้ ณ ที่น้ีที่ได้ให้กาลังใจและมีส่วน ช่วยเหลือให้โครงงาน ฉบับนี้สาเร็จ
ลลุ ว่ งได้ด้วยดีทา้ ยทส่ี ุดคณะผจู้ ัดทาโครงงานหวงั ว่าโครงงาน ฉบับน้ีจะเปน็ ประโยชนก์ ับผู้สนใจไม่มากก็น้อย
ท้ายที่สุดน้ีขอขอบคุณคณะกรรมการพิจารณาทุนอุดหนุนโครงงานทุกท่านท่ีให้การสนับสนุนการจัดทา
โครงงานในครั้งน้ี
ผู้ศกึ ษาคน้ คว้า
เดอื น กรกฎาคม พ.ศ.2565
ง
สารบญั
หน้า
บทคดั ย่อภาษาไทย.................................................................................................................................... ก
บทคัดยอ่ ภาษาองั กฤษ............................................................................................................................... ข
กิตติกรรมประกาศ ..................................................................................................................................... ค
สารบญั .......................................................................................................................................................ง
สารบญั ตาราง............................................................................................................................................ ฉ
สารบญั ภาพ............................................................................................................................................... ช
บทท่ี 1 บทนา............................................................................................................................................ 1
1.1 ความเป็นมาและความสาคญั ..................................................................................................1
1.2 วตั ถุประสงค์ในหารคน้ คว้า .....................................................................................................1
1.3 สมมตฐิ านในการคน้ ควา้ .........................................................................................................1
1.4 กรอบแนวคดิ ของการศกึ ษาคน้ คว้า.........................................................................................2
1.5 ขอบเขตของการศกึ ษาคน้ ควา้ .................................................................................................2
1.6 ข้อตกลงเบอื้ งตน้ .....................................................................................................................2
1.7 นยิ ามศพั ท์เฉพาะ....................................................................................................................2
1.8 ประโยชนท์ ่ีคาดวา่ จะได้รับ......................................................................................................2
บทที่ 2 เอกสารและงานศึกษาคน้ ควา้ ที่เกี่ยวข้อง.....................................................................................3
2.1 เอกสารทเี่ กีย่ วขอ้ ง..................................................................................................................3
2.2 การศึกษาคน้ ควา้ ที่เกี่ยวข้อง ...................................................................................................4
บทที่ 3 วิธีดาเนินการศึกษาคน้ ควา้ ...................................................................................................... 5
3.1ประชากรและกลุม่ ตวั อย่าง.......................................................................................................5
3.2การสร้างเครอ่ื งมือท่ใี ชใ้ นการวิจัย.............................................................................................5
3.3การสรา้ งแบบทดสอบวดั ผลสมั ฤทธิ์ทางการเรียน .....................................................................5
3.4การสร้างแบบประเมินความพึงพอใจ........................................................................................6
3.5การเก็บรวบรวมขอ้ มลู ..............................................................................................................7
จ
สารบัญ(ตอ่ )
หน้า
บทที่ 4 ผลการดาเนินการวจิ ยั ............................................................................................................. 8
4.1 การวเิ คราะห์ข้อมูลและสถติ ทิ ี่ใช่ในการวจิ ยั ............................................................................8
4.2ผลการวจิ ยั ...............................................................................................................................9
บทที่ 5 สรปุ ผล อภปิ รายผล และข้อเสนอแนะ...................................................................................... 13
5.1 อภปิ รายผล.......................................................................................................................... 13
5.2 ขอ้ เสนอแนะ........................................................................................................................ 13
บรรณานุกรม .......................................................................................................................................... 14
ฉ
สารบัญตาราง
ตารางที่ หน้า
ตารางที่ 4.1.1 ตารางสรปุ ผลของจานวนประชากรทีท่ าการประเมนิ .............................................8
ดีมาก ดี ปานกลาง นอ้ ย น้อยมาก
ตารางท่ี 4.1.2 ตารางสรปุ ผล ดมี าก ดี ปานกลาง น้อย นอ้ ยมาก.................................................8
ตารางท่ี 4.2.1 ตารางค่าเฉลยี่ )x̅) และคา่ เบี่ยงแบนมาตรฐาน (S.D.)...........................................9
ระดบั ความคดิ เหน็ ของการใช้งานโทรศพั ท์มือถืออจั ฉรยิ ะ
ตารางที่ 4.2.2 ตารางคา่ เฉลีย่ )x̅) และค่าเบีย่ งแบนมาตรฐาน (S.D.) ....................................... 10
ระดบั ความคิดเห็นงานของโครงงานคุณภาพของการศึกษาข้อมลู วา่ นหางจระเข้
ตารางที่ 4.2.3 ตารางค่าเฉลี่ย )x̅) และคา่ เบ่ยี งแบนมาตรฐาน (S.D.) ...................................... 11
ระดับความคดิ เหน็ งานของโครงงานคุณภาพของการศึกษาขอ้ มูลว่านหางจระเข้
ตารางท่ี 4.2.4 ตารางคา่ เฉล่ยี )x̅) และคา่ เบ่ยี งแบนมาตรฐาน (S.D.) ...................................... 12
ระดับความคดิ เหน็ งานของโครงงานคณุ ภาพของการศึกษาข้อมลู วา่ นหางจระเข้
ช
สารบญั ภาพ
ภาพที่ หน้า
ภาพท่ี 4.1 ผลรวม ผลการประเมินประสทิ ธภิ าพผลการศึกษาโดยผู้เชย่ี วชาญ.................................9
ภาพท่ี 4.2 ด้านผลิตภัณท์ ............................................................................................................ 10
ภาพท่ี 4.3 ด้านการต่อยอด.......................................................................................................... 11
ภาพท่ี 4.4 ดา้ นการพฒั นา ........................................................................................................... 12
1
บทท่1ี
บทนา
1.1 ความเป็นมาและความสาคญั
ใบว่านหางจระเข้ จัดเป็นพืชสมุนไพรชนิดหน่ึง ส่วนที่นามาใช้เป็นยาคือวุ้นหรือเจลจากใบ มีรายงาน
ข้อมลู ทางวิทยาศาสตรว์ ่าวา่ นหางจระเขม้ ีสารเคมหี ลายชนิด ยางทอี่ ย่ใู นวา่ นหางจระเข้มีสารจาพวก ท่ที าให้
ออกฤทธิ์ช่วยในการขบั ถ่าย การทดลองทางคลินิกพบวา่ น้าวา่ นหางจระเขส้ ดสามารถรักษาแผลไฟไหม้ในหนู
ขาว กระต่าย และคนได้ นอกจากนี้ว่านหางจระเข้ยังได้พัฒนาข้ึนเป็นตารับยาท่ีสามารถนามาใช้ในทาง
คลินิกได้ เช่นรักษาแผลอักเสบรังสีบาบัด แผลไฟไหม้ และ โรคกลากเป็นต้น จากข้อมูลเบ้ืองต้นแสดงว่าวนุ้
จากว่านหางจระเข้สามารถพฒั นาได้เป็นทัง้ ยาทา ยากนิ และ ยาฉดี ได้ โดยไมเ่ ป็นอนั ตรายต่อสัตวท์ ดลอง
เน่ืองจากการศึกษาถึงการทางานและประโยชน์ของโปรตีนท่ีเป็นองค์ประกอบในส่วนของว่านหาง
จระเข้มีผู้ศกึ ษาอยู่น้อยมาก มเี พียงรายงาน เชน่ Das และคณะ (2012) พบวา่ โปรตนี ขนาด 14 kDa ของวุ้น
จากวา่ นหางจระเขย้ งั มี คณุ สมบัติในการยับยั้งเช้ือราและด้านการอกั เสบได้ จากการศึกษาเบอื้ งต้นของผู้วิจัย
พบวา่ โปรตนี จากวา่ นหางจนเขย้ ังมีอีกมากมายซงึ่ หากได้มีการแยกใหบ้ รสิ ุทธิ์และศึกษาคุณสมบัติทางชีวเคมี
และทางเภสัชวิทยาจะสามารถนามาเป็นข้อมูลเพ่ือใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ อุตสาหกรรม หรือ งานวิจัย
ตอ่ ได้
1.2 วตั ถปุ ระสงค์ในหารค้นคว้า
1.2.1 เพ่ือศึกษาหาประโยชนจ์ ากวา่ นหางจระเข้
1.2.2 เพอื่ พฒั นาเป็นผลิตภัณฑว์ า่ นหางจระเขต้ า่ งๆ
1.2.3 เพือ่ ศึกษาหาสารต่างๆในว่านหางจระเข้
1.3 สมมติฐานในการค้นคว้า
1.3.1 สามารถหาประโยชนจ์ ากวา่ นหางจระเขไ้ ด้
1.3.2 สามารถพฒั นาเปน็ ผลติ ภัณฑ์ว่านหางจระเข้ต่างๆได้
1.3.3 สามารถหาสารต่างๆในว่านหางจระเข้ได้
2
1.4 กรอบแนวคดิ ของการศึกษาค้นควา้
1.4.1 หาสารท่อี ย่ใู นวา่ นหางจระเข้ดว้ ย Column
1.4.2 การพฒั นาเป็นผลติ ภณั ฑ์
1.4.3 หาสารชนิดตา่ งๆในวา่ นหางจระเข้
1.5 ขอบเขตของการศกึ ษาคน้ คว้า
1.5.1จากที่ให้คนในชุมชนจานวน 10 ครัวเรือนได้ทดลองใช้ผลิตภัณฑ์ว่านหางจระเข้ ปรากฏว่า 7
ครวั เรือน ชอบในผลิตภณั ฑว์ ่านหางจระเข้
1.6 ข้อตกลงเบื้องตน้
1.6.1 ชุมชนจานวน 10 ครวั เรอื นได้ทดลองใชผ้ ลิตภัณฑ์ว่านหางจระเข้
1.7 นยิ ามศพั ท์เฉพาะ
1.7.1 เคมี น. วิทยาศาสตร์กายภาพแขนงหนึ่ง ซง่ึ กล่าวถึงเร่อื งราวและสมบัติของสารต่าง ๆ วา่ ประกอบ
กันข้ึนเป็นสารนนั้ ๆ ไดอ้ ยา่ งไร และเม่ือสารน้นั ๆ แปรเปลย่ี นไปเปน็ สารอื่นได้ปฏกิ ิริยาทกี่ อ่ ใหเ้ กิดการ
เปลี่ยนแปลงนั้น ๆ เปน็ อย่างไร ทัง้ กลา่ วถงึ การท่ีจะสังเคราะห์สารนน้ั ๆ ขึน้ ได้อยา่ งไรดว้ ย แบง่ ออกเป็น
สาขาตา่ ง ๆ อีกหลายสาขา เช่น เคมอี นิ ทรีย์ เคมอี นนิ ทรยี ์ ชวี เคมี เคมกี ายภาพ เคมีวิเคราะห.์
(อ. chemistry).
1.7.2 สมนุ ไพร [สะหมฺ นุ ไพฺร] น. ผลิตผลธรรมชาติ ได้จาก พชื สตั ว์ และแร่ธาตุ ทีใ่ ช้เปน็ ยา หรือผสมกบั
สารอืน่ ตามตารบั ยา เพื่อบาบัดโรค บารุงรา่ งกาย หรือใชเ้ ป็นยาพิษ เชน่ กระเทยี ม น้าผง้ึ รากดิน (ไสเ้ ดือน)
เขากวางออ่ น กามะถัน ยางน่อง โล่ติน๊ .
1.7.3 โปรตีน [โปฺร]- น. สารประกอบอินทรีย์เชิงซ้อนของไนโตรเจน มีโมเลกุลขนาดใหญป่ ระกอบด้วย
กรดแอมโิ นหลายชนิดเช่ือมโยงกัน เปน็ สารประกอบท่ีสาคัญย่ิงต่อสิ่งมีชีวิตทกุ ชนดิ ซ่ึงจาเปน็ ตอ้ งใชเ้ พื่อสร้าง
เน้อื เยื่อของรา่ งกาย .อ) .protein).
1.8 ประโยชนท์ ีค่ าดว่าจะได้รับ
1.8.1 สามารถทาเปน็ ผลิตภณั ฑส์ ง่ ขายในชมุ ชนได้
1.8.2 สามารถสร้างรายไดใ้ ห้กับตนเองได้
1.8.3 สง่ ขายผลิตภณั ฑต์ ่างจงั หวัดได้
3
บทท่ี 2
เอกสารและงานศกึ ษาค้นคว้าทีเ่ กีย่ วขอ้ ง
2.1 เอกสารท่ีเกี่ยวข้อง
2.1.1 ถิน่ กาเนิดว่านหางจระเข้
ว่านหางจระเข้มีถ่ินกาเนิดแถวบริเวณตอนใต้ของทวีปแอฟริกา ว่านหางจระเข้น้ันมีสายพันธ์ุที่
มากกวา่ 300 ชนดิ ซึง่ ทัง้ พันธ์ขุ นาดเล็กกวา่ 10 ซม. ไปจนถงึ ขนาดใหญ่ ว่านหางจระเข้เปน็ พชื ชนดิ เดียวกับ
พลับพลึง หัวหอม ว่านหางจระเข้เป็นพืชอายุนานหลายปีและสามารถปลูกเป็นไม้ประดับหรือพืชเศรษฐกิจ
ได้
2.1.2 ลกั ษณะทั่วไปว่านหางจระเข้
วา่ นหางจระเขจ้ ดั เป็นกลุม่ ไมล้ ้มลุก มลี าตน้ ประมาณ 0.5-1 เมตร และมีข้อปล้องสั้นๆสีเขียวนวล
มีรูปร่างทรงกลม เปลอื กมยี างสเี หลอื งและขอบใบมหี นาม
ว่านหางจระเข้ เป็นพืชใบเลี่ยงเดี่ยว ออกเรียงเวียนรอบ ต้นเรียงสลับซ้อนกัน ใบมรความกว้าง
5-12 เซนติเมตร และมียาว 30-80 เซนติเมตร ใบมีลักษณะอูม และอวบน้าข้างในเป็นวุ้นใสสีเขียวอ่อน
และมเี มอื กลน่ื ออก
ดอกว่านหางจระเข้แทงออกเป็นข้อ บริเวณกลางต้นดอกจะมีแดงอมเหลืองเป็นหลอดๆดอกมี
6กลบี ความยาวของดอกประมาณ 2-3 เซนตเิ มตร กว้าง 0.5-1 เซนตเิ มตร สว่ นก้านจะมคี วามยาวประมาณ
40-90 เซนติเมตร ดา้ นในมเี กสรตัวผู้ 6 อนั ด้านล่างสดุ เปน็ รังไข่ ว่านหางจระเขจ้ ะออกดอกในช่วงฤดูหนาว
ของปแี ละออกดอกมากท่ีสดุ แถวบรเิ วณภาคเหนอื ของประเทศไทย
2.1.3 รูปแบบขนาดและวิธีการใช้
การเลือกใช้ใบจากต้นว่านหางจระเข้จะตอ้ งมีอายุประมาณ 1 ข้ึนไป และใช้ใบขา้ งล่างสุดท่ีมีรูปล่างอ้วน
อวบ เปลง่ อันเปน็ ใชไ้ ด้
จากการวิจัยวุ้นของว่านหางจระเข้ไม่มีฤทธิ์ในการฆ่าเช้ือ ถ้าเป็นไปได้ก็ควรที่ปลอกเปลือกโดยใช้เทคนิค
ปลอดเชือ้ Aseptic technique เพือ่ เปน็ การปอ้ งกันการติดเชื้อ
กอ่ นท่ีจะนายางของวา่ นหางจระเข้มาใชใ้ นการรกั ษาแผลกค็ วรจะลา้ งก่อน เพ่อื ป้องกนั นา้ ยางจากเปลือกมี
สารแอนทราควิโนนท่ตี ิดอยู่ เพราะอาจจะทาให้เกดิ อาการคันหรือแพไ้ ด้
เม่อื ตัดต้นวา่ นหางจระเข้มาแลว้ ควรที่จะใช้โดยทันทภี ายใน 6 ชว่ั โมงเพราะจะมีคุณคา่ ทางยาท่ีดแี ละจะได้
คณุ ภาพทีส่ งู สดุ
4
2.1.4 การศกึ ษาทางเภสชั วิทยา
จากการนาสารท่ีออกฤทธิ์ในวา่ นหางจระเข้มาทดลองในผู้ป่วยที่มีแผลในกระเพาะอาหารจานวน 12 ราย
โดยนานา้ วุ้นวา่ นหางจระเข้มาเตรียมให้อยูใ่ นรูปแบบ emulsion จากน้ันให้ผปู้ ่วยรับประทานคร้ังละ 2 - 2.5 ออนซ์
(1 fluid ounce เท่ากับ 30 มิลลิลิตร) ปรากฎว่าผู้ป่วยทุกรายหาย เชื่อว่ามีสารออกฤทธ์ิ traumatic acid ซ่ึงเป็น
ฮอร์โมนท่ีพบในพืช ติดอยู่กับวุ้นในใบว่านหางจระเข้ (มิวซิเลจ) โดยที่ออกฤทธ์ิช่วยลดการหล่ังของกรดและน้าย่อย
ในกระเพาะอาหาร สว่ นสาร manuronic และ glucuronic acid ทีช่ ่วยป้องกันไมใ่ หเ้ กิดแผลในกระเพราะอาหาร
2.1.5 การศกึ ษาทางพษิ วทิ ยา
เมื่อป้อนว่านหางจระเข้ใหห้ นูแรทสายพันธ์ุ Sprague-Dawley เพศผู้ ในขนาด 92.5 มกไม่พบพิษ .กก/.
เมื่อผสมผงว่านหางจระเข้ในอาหารให้หนูแรทกิน ปรากฎว่าหนูมีอาการท้องเสีย เม่ือผสมสารสกัดด้วยแอลกอฮอล์
ร้อยละ95 ในน้า แล้วป้อนให้หนูเม้าส์กินในขนาด 3 กรัม กิโลกรัม ไม่พบพิษ แต่ถ้าให้หนูเม้าส์กินในขนาด/
100 มิลลิกรัม กิโลกรัม เป็นเวลา/3 เดือน พบว่ามีอาการพิษรวมทั้งมีขนร่วงและการเสื่อมของอวัยวะเพศ และได้มี
การศึกษาต่อมาได้มีรายงานผลของสารกลุ่ม anthraquinone ซ่ึงจะออกมากับกระบวนการสกัด
hydroxyanthraquinone กระตุ้นให้เกดิ การขยายตัวของมะเรง็ ผู้ป่วยทีเ่ ปน็ โรคดีซ่านเสยี ชวี ติ เมื่อรับประทานยาซึ่ง
มียาดา โกฐน้าเต้า และมะขามแขก การชันสูตรพบว่าตับได้ถูกทาลาย และมีการเปลี่ยนแปลงของเนื้อเย่ือไต ม้าม
หัวใจ และปอด ทาให้ท้องเสียอย่างรุนแรง และยังพบว่าเมื่อฉีด aloin เข้าใต้ผิวหนังสุนัขในขนาด
0.10 – 0.12 ก.กก/. ทาใหส้ ุนัขเปน็ ไขเ้ ปน็ เวลา 24 ชและเกิดอาเจียนอยา่ งรนุ แรง .ม.
2.2 การศึกษาค้นคว้าทเี่ กยี่ วข้อง
ธีระวุฒิ บุตรสุวรรณ์ )2557) ได้ศึกษาเร่ือง เจลล้างมือจากวานหางจระเข้ การศึกษาครั้งนี้มี
วตั ถปุ ระสงค์เพื่อทาเจลล้างมือโดยใชส้ ารเคมีในปริมาณท่ีน้อยท่สี ุด และเพื่อลดอัตราการสะสมของ สารเคมี
จากเจลล้างมือที่จะไปสะสมในรา่ งกาย ผลการวิจยั พบว่า เจลล้างมือที่ทามาจากว่านหาง จระเข้น้ันสามารถ
ท่ีจะต่อต้านเช้ือแบคทีเรียได้และมีสรรพคุณท่ีจะช่วยทาให้มือของเราสะอาดทา ให้ผิวดูนุ่มชุ่มช่ืนและมี
คุณสมบัติคล้ายเจลลา้ งมอื ท่มี วี างขายอยูในท้องตลาด
นันทวัน และคณะ (2529) ได้ทดลองใช้วุ้นว่านหางจระเข้ในการรักษาแผลไฟไหม้ และแผล เร้ือรัง
จานวน 16 รายพบว่าได้ผลดที ้งั ท่ใี ช้วนุ้ สดและยาเตรยี ม (ยาสมุนไพรสาหรบั งานสาธารณสุขมูล ฐาน)
โอภา วัชรคุปต์ และคณะ (2529) ได้ทาการพัฒนาต้นตาหรับว่านหางจระเข้ และทดลองทาง คลินิก
พบว่า ผลิตภัณฑ์ว่านหางจระเข้ในรูปเจลครีม และขี้ผึ้งสามารถรักษาโรคผิวหนังในผู้ป่วยท่ีมี อาการของ
pityriasis, โรคกลาก และแผลอักเสบจากรงั สีบาบัด (ยาสมุนไพรสาหรบั งานสาธารณสขุ มูล ฐาน)
5
บทท่ี3
วิธีการดาเนินการวิจยั
การวจิ ยั นเ้ี ปน็ การพัฒนา ความรเู้ ก่ียวกับวา่ นหางจระเข้และการหาประสิทธภิ าพของวา่ นหางจระเข้
สาหรับการศึกษาและประเมินความพึงพอใจโดยการใช้แบบประเมินความเข้าใจระหว่าวัตถุประสงค์เชิง
พฤตกิ รรมของผู้ศึกษาโดยผู้เชย่ี วชาญจานวน คนโดยการห 30าความพงึ พอใจและหาประสิทธภิ าพของแบบ
ความรแู้ ละสรุปผลดังน้ี
3.1ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง
กลุ่มประชากรของวิทยาลัยเทคนิคสุราษฎร์ธานีของระดับ ปวสสาขาอุตสาหกรรม 1 ระดับที่ .
คน 30 อิเล็กทรอนิกสแ์ ละกล่มุ ตวั อย่าอ่นื ๆอีก
3.2การสรา้ งเคร่อื งมอื ท่ีใช้ในการวิจยั
เปน็ การพฒั นาการศกึ ษาความรเู้ บื้องต้นของการใชง้ านโทรศัพทโ์ ดยการแยกสว่ นแบ่งเป็นหัวข้อความพึง
พอใจแต่ละหวั ข้อและความถงึ ความคิดเห็นจากการสอบถามผู้สอนและผ้ทู ่ีได้รบั การศึกษา
3.3การสร้างแบบทดสอบวดั ผลสมั ฤทธท์ิ างการเรยี น
สร้างแบบประเมินความพึงพอใจของการศึกษาว่านหางจระเข้เบื้องต้นทางด้านการหาข้อมูลของแบบ
ประเมนิ เปน็ แบบมาตราส่วนประมาณคา่ (Rating Scale) ตามระดบั การประเมิน 5 ตวั เลือก
ดมี าก 5
ดี 4
ปานกลาง 3
นอ้ ย 2
นอ้ ยมาก 1
คา่ เฉล่ยี )Mean) (วาโร เพง็ สวสั ดิ์ 2551 : 284)
เมอื่ x̅ = ∑ x
n
x̅ แทน คา่ เฉลีย่
∑ x แทน รวมผลของคะแนนท้ังหมด
n แทน ขนาดตวั อยา่ ง
6
ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation: S) (วาโร เพ็งสวัสดิ์ 2551 : 296)
เม่ือ s = √n ∑ x2−(∑ x)2
n(n−1)
s แทน ส่วนเบยี่ งเบนมาตรฐาน
∑ x แทน ผลรวมของคะแนนทั้งหมด
∑ x2 แทน ผลรวมของคะแนนแต่ละตัวยกกาลงั
n แทน ขนาดตวั อย่าง
3.4การสร้างแบบประเมินความพึงพอใจ
ตอนที่ 1ข้อมลู สว่ นบุคคล ประกอบด้วย เพศ ชั้นปี คณะท่ีศกึ ษาโดยลกั ษณะแบบสอบถามเป็นแบบ
เลอื กตอบ (Check list) จานวน 2 ขอ้
ตอนที่ 2 แบบประเมนิ ความพึงใจโดยการประเมนิ เป็นแบบสอบถามเลือกตอบ )Check list) จานวน
ขอ้ และระดบั ความพงึ พอใจทม่ี ตี ่อการศึกษาขอ้ มลู ในแตล่ ะประเภทเปน็ แบบสอบถามมาตราส่วนประมาณ 2
) ค่าRating Scale) ขอ้ โดยกาหนดคะแนนในแต่ละดบั ดังนี้ 5 ระดับจานวน 5
คอื ดมี าก 5
คือ ดี 4
คอื ปานกลาง 3
คอื นอ้ ย 2
คอื น้อยมาก 1
ตอนท่ี 3 แบบสอบถามข้อมูลความพึงพอใจที่มีต่อวิทยาลัยวิทยาลัยเทคนิคสุราษฎร์ธานีเป็น
แบบสอบถามประมาณค่า )Rating Scale ระดับจานวน (5 ด้านจานวน 30 คนโดยกาหนดคะแนนใน แต่
ระดับดังนี้
ดีมาก คอื 5
ดมี าก คอื 4
ปานกลาง คอื 3
น้อย คอื 2
นอ้ ยมาก คือ 1
เกณฑ์การประเมินระดับความ พึงพอใจของนักศึกษาที่มีต่อวิทยาลัยเทคนิคสุราษฎร์ธานีแบ่งเป็น 5
ระดบั ตามเกณฑเ์ ป็นดังนี้
7
3.5การเกบ็ รวบรวมข้อมลู
3.5.1เก็บรวบรวมข้อมูลความพึงพอใจของนักศึกษาท่ี วิทยาลัยเทคนิคสุราษฎร์ธานี ให้ครบตาม
ต้องการของข้อมูล
3.5.2แสดงผลสรุปและข้อมูลของการศึกษาเพ่ือรายงานผลให้ อาจารย์จักรรัตน์ จักรานนท์ ของ
วทิ ยาลยั เทคนคิ สุราษฎร์ธานีเพื่อขอในการเก็บรวบรวมข้อมลู เพอื่ ในไปประเมนิ ผลต่อไป
นาแบบสอบถามมาตรวจสอบความสมบูรณ์และได้แบบสอบถามจากการตอบของนักศึกษา 3.5.3
30 จานวน คน คิดเป็นรอ้ ยละ ของจานวนนักศกึ ษา 100
3.5.4ทาการวิเคราะห์ขอ้ มลู และเผยแพรต่ ่อไป
8
บทท่ี 4
ผลการดาเนนิ การวิจัย
4.1 การวิเคราะห์ขอ้ มลู และสถิตทิ ใ่ี ชใ่ นการวิจยั
4.1.1 การประเมินความเหมาะสมของการศึกษาว่านหางจระเข้โดยผู้เชี่ยวชาญหรือนักศึกษา
วทิ ยาลยั เทคนิคสุราษฎรธ์ านแี ผนกสาขาอิเลก็ ทรอนกิ ส์จานวน 30 คนในการประเมินโดยสรุปตามตาราง
4.1.2 การหาประสิทธิภาพของการศึกษาว่านหางจระเข้โดยคดิ หาคา่ เฉลี่ย )Meanแบ่งตามหัวขอ้ ในแต่ (
นะประเด็นของการศกึ ษาข้อมลู
ตารางที่ 4.1.1 ตารางสรปุ ผลของจานวนประชากรท่ีทาการประเมิน ดีมาก ดี ปานกลาง น้อย นอ้ ย
มาก
สาขา ประชากร อายุ เพศ ระดับการศึกษา
อิเลก็ ทรอนิกส์ 30 ชาย หญงิ
19-20 24 6 ปวส.
ตารางที่ 4.1.2 ตารางสรปุ ผล ดีมาก ดี ปานกลาง น้อย น้อยมาก
ประเดน็ /ดา้ น ระดบั การประเมนิ
ดมี าก ดี ปานกลาง น้อย นอ้ ย
มาก
1.ด้านผลิตภณั ท์ 7 58 8
1.1เจลว่านหางจระเข้ 10 7 6 5 2
1.2ว้นุ ว่านหางจระเข้ 2
2.ดา้ นการต่อยอด 10 9 7 3
2.1หมบู่ า้ น 9 57 8 1
2.2แก่ตาบล 1
3.ด้านการพัฒนา 9 55 5
3.1ต่อจงั หวดั 9 55 5 1
3.2ตอ่ ประเทศ 1
9
4.2ผลการวจิ ัย
ตารางท่ี 4.2.1 ตารางค่าเฉลี่ย )x̅) และค่าเบี่ยงแบนมาตรฐาน (S.D.) ระดับความคิดเห็นของการใช้
งานโทรศัพท์มอื ถอื อัจฉรยิ ะ
หวั ขอ้ ประเมิน ระดับความคิดเหน็ แปลความหมาย
1.ดา้ นผลติ ภัณท์ ̅ S.D.
3.93 0.78 ดี
2.ด้านการตอ่ ยอด 4.05 1.13 ดี
3.ดา้ นการพฒั นา 3.25 1.01 ดี
รวม 11.23 2.92 ดี
ผลการประเมินประสิทธิภาพผลการศึกษาโดยผู้เชี่ยวชาญโดยรวม มีค่าเฉลี่ย (x̅ = 11.23) ค่าเบ่ียงเบน
มาตรฐาน (Standard Deviation = 2.92) อยใู่ นระดับ ดี
ผลรวม
4.5 S.D. คา่ เฉล่ยี x̅ คา่ เฉล่ยี S.D.
4
3.5
3
2.5
2
1.5
1
0.5
0
x̅
1.ดา้ นผลติ ภณั ท์ 2.ดา้ นการต่อยอด 3.ดา้ นการพฒั นา
ภาพที่ 4.1 ผลรวม ผลการประเมนิ ประสิทธิภาพผลการศึกษาโดยผู้เชี่ยวชาญ
10
ตารางที่ 4.2.2 ตารางค่าเฉลี่ย )x̅) และค่าเบ่ียงแบนมาตรฐาน (S.D.) ระดับความคิดเห็นงานของ
โครงงานคณุ ภาพของการศึกษาข้อมลู การใช้งานโทรศัพท์มือถืออจั ฉริยะ
หวั ขอ้ ประเมิน ระดับความคดิ เหน็ แปลความหมาย
x̅ S.D.
1.ดา้ นผลิตภณั ท์
1.1เจลว่านหางจระเข้ 3.53 0.71 ดี
1.2ว้นุ ว่านหางจระเข้ 4.33 0.86 ดี
รวม 3.93 0.78 ดี
ผลการประเมินประสิทธิภาพผลการศึกษาโดยผู้เช่ียวชาญโดยรวม มีค่าเฉลี่ย (x̅ = 3.93) ค่าเบี่ยงเบน
มาตรฐาน (Standard Deviation = 0.78) อยใู่ นระดบั ดี
ดา้ นผลติ ภณั ท์
9
8
7
6
5
4
3
2
1
0
1.1เจลวา่ นหางจระเข้ 1.2วุ้นว่านหางจระเข้
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
x̅
S.D.
ภาพท่ี 4.2 ด้านผลิตภัณท์
11
ตารางท่ี 4.2.3 ตารางค่าเฉล่ีย )x̅) และค่าเบี่ยงแบนมาตรฐาน (S.D.) ระดับความคิดเห็นงานของ
โครงงานคุณภาพของการศกึ ษาข้อมูลการใช้งานโทรศัพทม์ ือถืออัจฉรยิ ะ
หัวขอ้ ประเมนิ ระดบั ความคิดเห็น แปลความหมาย
̅ S.D.
2.ด้านการตอ่ ยอด
2.1หมู่บา้ น 4.27 0.95 ดี
2.2แก่ตาบล 3.83 1.32 ดี
รวม 4.05 1.13 ดี
ผลการประเมินประสิทธิภาพผลการศึกษาโดยผู้เช่ียวชาญโดยรวม มีค่าเฉล่ีย (x̅ = 4.05) ค่าเบี่ยงเบน
มาตรฐาน (Standard Deviation = 1.13) อยู่ในระดับ ดี
ดา้ นการตอ่ ยอด
12
10
8
6
4
2
0
2.1หมู่บา้ น 2.2แกต่ าบล
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
x̅
S.D.
ภาพที่ 4.3 ดา้ นการต่อยอด
12
ตารางท่ี 4.2.4 ตารางค่าเฉล่ีย )x̅) และค่าเบ่ียงแบนมาตรฐาน (S.D.) ระดับความคิดเห็นงานของ
โครงงานคุณภาพของการศกึ ษาข้อมูลการใชง้ านโทรศัพท์มือถืออัจฉริยะ
หวั ขอ้ ประเมนิ ระดับความคิดเห็น แปลความหมาย
x̅ S.D.
3.ดา้ นการพฒั นา
3.1ตอ่ จังหวดั 4 1.52 ดี
3.2ต่อประเทศ 2.5 0.49 ดี
รวม 3.25 1.01 ดี
ผลการประเมินประสิทธิภาพผลการศึกษาโดยผู้เช่ียวชาญโดยรวม มีค่าเฉล่ีย (x̅ = 3.25) ค่าเบ่ียงเบน
มาตรฐาน (Standard Deviation = 1.01) อย่ใู นระดับ ดี
ด้านการพัฒนา
9
8
7
6
5
4
3
2
1
0
3.1ตอ่ จังหวัด 3.2ตอ่ ประเทศ
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
x̅
S.D.
ภาพที่ 4.4 ดา้ นการพฒั นา
13
บทท่ี5
สรุปผลการวจิ ยั
5.1 อภิปรายผล
5.1.1 ผลการประเมินของกลุ่มตัวอย่าง มีผลต่อสื่อกานเรียนรู้ เร่ือง ว่านหางจระเข้ พบว่า
แบบสอบถามความพึงพอใจ และความเหมาะสม เป็นหัวข้อกลุ่มตัวอย่าง มีความคิดเห็นที่อยู่ใน ระดับดี มี
ค่าด้านความคิด ค่าด้านพัฒนา ค่าด้านความถูกต้องเท่ากับ 11.23 ส่วนเบนเบี่ยง มาตรฐานเท่ากับ 4.05
โดยมกี ารประเมนิ อยใู่ นระดบั ดี มากทส่ี ดุ
5.1.2 ผลการเปรยี บเทยี บผลทางการใช้งานโทรศัพท์ หลงั กอ่ นศึกษาและหลงั ศึกษาจากกลุ่มผ้ใู ห้ ความ
คดิ เหน็ จานวน 30 คนโดยหาคา่ เฉลี่ยมากทส่ี ุดและค่าเบนเบ่ยี งมาตรฐานตามความเหมาะสม
5.2 ข้อเสนอแนะ
5.2.1 เนอื่ งจากวิจยั ในคร้ังนี้ เป็นการนาส่อื การเรยี นรู้ว่านหางจระเข้ท่สี ร้างข้ึนและหาข้อมลู ไป ทดลอง
กับกลุ่มนักศึกษากลุ่มตัวอย่างใน วิทยาลัยเทคนิคสุราษฎร์ธานี ดังน้ันจึงควรมีการนาการใช้งาน สื่อการ
เรียนรู้ โทรศัพท์มือถือไปทดลองกับสถาบันการศึกษาอ่ืนๆ ท่ีใช้หลักสูตรการสอนประเภท เดียวกัน เพ่ือหา
ความเหมาะสมและประสิทธิภาพสื่อการเรียนรู้ โทรศัพท์มือถือนี้มาช่วยสอนและ เสนอแนะใน ภาพรวมให้
ชัดเจนมากยง่ิ ข้ึน
5.2.2 ควรเพ่มิ รายละเอียดเน้อื หาลงในสื่อการเรียนรู้ วา่ นหางจระเข้ให้มากกว่านี้เพื่อใหผ้ ู้เรยี นเกดิ การ
เรยี นร้แู ละสามารถเข้าใจเนือ้ หาได้มากขึ้น
14
บรรณานุกรม
ผู้ชว่ ยศาสตราจารย์ เทคนคิ การแพทย์หญงิ ดร.จารวุ รรณ ศริ เิ ทพทวี: การศกึ ษาผลของโปรตีนจากตน้
Aloe barbadensis MILL ต่อไฟบริโนเจนและก้อนไฟบรนิ ของมนษุ ย์ (Determination the effect of
protein from Aloe bardadensis Mill on human fibrinogen and fibrin clot)
จาก: http://sutir.sut.ac.th:8080/sutir/bitstream/123456789/5716/2/fulltext.pdf
คณะแพทย์ศาสตรโ์ รงพยาบาลรามาธบิ ดี มหาวิทยาลัยมหดิ ลรามาธิบดีเพื่อผู้ป่วยและสุขภาพ:
ประโยชนจ์ ากตน้ วา่ นหางจระเข้
จาก: https://www.rama.mahidol.ac.th/patient_care/th/health_issue/06112015-1325-th
GreedisGoods: สตู รหาค่าเฉล่ยี S.D
จาก: https://greedisgoods.com/%E0%B8%84%E0%B9%88%E0%B8%B2-sd-
%E0%B8%84%E0%B8%B7%E0%B8%AD-
%E0%B8%84%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%9A%E0%B8%B5%E0%B9%8
8%E0%B8%A2%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%9A%E0%B8%99%E0%B8%A1%E0%B8%
B2%E0%B8%95/#:~:text=%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%98%E0%B8%B5%E0%B8%AB
%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B9%88%E0%B8%B2%20SD%20%E0%B8%AA%E0%B8%A3
%E0%B8%B8%E0%B8%9B,%E0%B8%AB%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%
84%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%9A%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8
%A2%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%9A%E0%B8%99%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B
8%95%E0%B8%A3%E0%B8%90%E0%B8%B2%E0%B8%99
15