The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by panutda.insiri2004, 2022-08-19 00:15:15

ธุรกิจMICE

ธุรกิจMICE

ธุรกิจ

ธุรกิจ MICE

ความหมายและความเป็นมาของธุรกิจ ไมซ์
(MICE business)

การท่องเที่ยวอุตสาหกรรมการบริการเป็นสิ่งสำคัญต่อเศรษบกิจของประเทศ
เนื่องจากเป็นภาคบริการที่สร้างรายได้ จำนวนมาก และกระจายรายได้ที่เกิดขึ้นไปยัง
ภาคธุรกิจต่าง ๆ อย่างกว้างขางทั้งธุรกิจท่องเที่ยวโดยตรง อันได้แก่ ธุรกิจขนส่ง
ธุรกิจที่พัก ธุรกิจอาหารและบันเทอง ธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ ธุรกิจจำหน่าย
สินค้าที่ระลึก ธุรกิจพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว รวมถึงธุรกิจต่างๆ ที่ต่อเนื่องทางอ้อม
ได้แก่ ธุรกิจสื่อสาร ธุรกิจโฆษณาและประชาสัมพันธ์ ธุรกิจธนาคาร เป็นต้น นอก
จากั้นยังก่อให้เกืดประโยชน์ทางเศรษฐกิจคือ การสร้างอาชีพให้คนในสัวงคมนั้น
กินดีอยู่ดี ซึ่งการท่องเที่ยวจะแบ่งตามวัตถุประสงค์ได้ 2 ประเภท ดังนี้

1. การท่องเที่ยวเพื่อพักผ่อนหย่อนใจ
(Leisure Travel)

หมายถึง การท่องเที่ยวที่มีวัตถุประสงค์เพื่อพักผ่อน เช่น การ
นันทนาการ ศึกษาธรรชาติ ศึกษาศิลปะวัฒนธรรม เยี่ยมมิตรญาติ

2. การท่องเที่ยวธุรกิจไมซ์
( MICE BUSINESS TRAVEL)

หมายถึง การท่องเที่ยวขนาดใหญ่มี 4 ธุรกิจ ได้แก่
1.ธุรกิจการจัดประชุมขององค์กร ( Meeting )
2.การท่องเที่ยวเพื่อรางวัล ( Incentive )
3.การจัดประชุมนานาชาติ ( Convention )
4.การจัดแสดงสินค้า ( Exhibition )

ธุรกิจไมซ์เป็นการท่องเที่ยวเพื่อธุรกิจที่มีความแตกต่างจากธุรกิจท่องเที่ยว
เพื่อพักผ่อนหย่อนใจอยู่ 6 ประการ

(ก) ผู้สนับสนุนค่าใช้จ่ายในการดินทางท่องเที่ยว การท่องเที่ยวแบบทั่วไปนั้นนักท่อง
เที่ยวจะเป็นคนผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการเดินทางท่องเที่ยวทั้งหมดเอง ส่วนการท่อง
เที่ยวแบบธุรกิจไมซ์ บริษัทหรือนายจ้างเป็นผุ้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด
(ข) ผู้เลือกสถานที่ท่องเที่ยว การท่องเที่ยวแบบทั่วไปนั้นนักท่องเที่ยวจะเป็นคน
กำหนด และ ตัดสินใจเลือกสถานที่ท่องเที่ยวเอง ส่วนการท่องเที่ยวแบบธุรกิจไมซ์ ผู้
จัดการด้านนี้จะมีีบทบาทในการกำหนดและเลือกสถานที่ท่องเที่ยว โดยพิจารณาให้
สอดคล้องกับความต้องการของลูกค้าเป็นสำคัญ
(ค) ช่วงเวลาท่องเที่ยว การท่องเที่ยวแบบทั่วไปนั่นนิยมเดินทางไปท่องเที่ยวในช่วงวัน
หยุดสุดสัปดาห์และวันหยุดประจำปี ส่วนการท่องเที่ยวแบบธุรกิจไมซ์ สามารถจัดได้
ตลอดปี และนิยมจัดในวันทำงาน คือ วันจันทร์-วันศุกร์

(ง) ระยะเวลาสำรองการท่องเที่ยว การท่องเที่ยวแบบทั่วไปนั้นจะมีการสำรองการ
ท่องเที่ยวล่วงหน้า ไม่ว่าจะเป็นรายการนำเที่ยว การจองห้องพัก การจองอาหาร
ฯลฯ โดยระยะเวลาในการสำรองการท่อวเที่ยวจะยาวนานแค่ไหนขึ้นอยู่กับช่วง
เวลาการท่องเที่ยว ถ้าต้องการื่องเที่ยวในเทศกาลหรือวันหยุดติดต่อกันหลายวัน
อาจต้องสำรองการท่องเที่ยวยาวเป็นเดือน เนื่องจากเป็นช่วงระยะเวลาที่มีความ
ต้องการเดินทางเป็นอย่างมาก ส่วนท่องเที่ยวแบบธุรกิจไมซ์ ถ้าเป็นการจัดธุรกิจ
ระดับนานาชาติ ควรมีการจองล่วงหน้าหนึ่งปี

(จ) ประเภทของผู้เดินทางท่ิงเที่ยว การท่องเที่ยวแบบทั่วไปนั้นผู้เดินทางท่องเที่ยว
ได้แก่ นักท่องเที่ยวทุกคนที่ต้องการเดินทางเพ่อพักผ่อนหย่อนใจ คลายเครียดจาก
การทำงานประจำ ส่วนการท่องเที่ยวแบบไมซ์ ผู้เดินทางท่องเที่ยว ได้แก่ สมาชิก
หน่วยงานหรือลูกจ้างบราัทที่ได้รับการคัดเลือกให้เดินทางเข้าร่วมกิจกรรมไมซ์

(ฉ) ประเภทของสถานที่ท่องเที่ยว การท่องเที่ยวแบบทั่วไปนั้นสามารถเลือก
สถานที่ท่องเที่ยวได้ทุกประเภทของแหล่งท่องเที่ยว ทั้งแหลล่งท่องเที่ยวประเภท
ธรรมชาติและประเภทวัฒนธรรม ส่วนการท่องเที่ยวแบบไมซ์ มักเลืือกประเภท
การท่องเที่ยวตามเมืองใหญ่ในการมีกิจจกรรม เนื่องจากมีสิ่งอำนวยความจสะดวก
พร้อม และมีระบบการคมนาคม

จากลักษณะที่แตกต่างกันของการท่องดที่ยวแบบพักผ่อนหย่อนใจกับธุรกิจไมซ์สามารถ
แสดงในตารางที่1.1 ดังนี้

ตารางที่1.1 การเปรียบเที่ยบระหว่างการท่องเที่ยวลักษณะของการท่องเที่ยวแบบพักผ่อนกับธุรกิจไมซ์ ดังนี้

ประเด็นเปรียบ การท่องเที่ยวแบบพัก การท่องเที่ยวแบบธุรกิจ
เทียบ ผ่อนหย่อนใจ ไมซ์

(Leisure Travel) (Mice Travel)

(1) สนับสนุนค่าใช้จ่ายใน นักท่องเที่ยวเป็นผู้จ่ายเอง นายจ้าง/บริษัทเป็นผู้จ่าย
การเดินทางท่องเที่ยว

(2) ผู้เลือกสถานที่ท่อเที่ยว นักท่องเที่ยวเป็นผู้เลือกเอง ผู้จัดการธุรกิจไมซ์เป็นคน
เลือก

(3) ช่วงเวลาการท่องเที่ยว ระหว่างวันหยุดสุดสัปดาห์ ตลอดปี และจัดระหว่างวัน
และวันหยุดประจำปี จันทร์ถึงศุกร์

(4) ระยะเวลาการสำรองห้อง -วันหยุดติดต่อกันหลายวัน -การจัดประชุมควรจองล่วง
พัก ควรจองล่วงหน้าเป็นเดือน หน้าหนึ่งปี

-วันหยุดน้อยควรจองล่วง
หน้า 2-3 วัน

(5) ประเภทของผู้เดินทาง ทุกคนที่ต้องการท่องเที่ยว สมาชิกของหน่วยงาน หรือ
เพื่อพักผ่อน ลูกจ้างบริษัทที่ได้รับการคัด
เลือกให้เดินทางท่องเที่ยว

(6) ประเภทของสถานที่ท่อง ทุกประเภททั้งที่เป็นแหล่ง แหล่งท่องเที่ยวตามเมือง
เที่ยว ท่องเที่ยวธรรมชาติและที่ ใหญ่โดยเฉพาะประเทศ
มนุษย์สร้างขึ้น อุตสาหกรรม

ความหมายของธุรกิจไมซ์

ธุจกิจไมซ์ทั้ง 4 ตัวมีความสำคัญกันอย่างใกล้ชิด กล่างคือ มีการจัดประชุม
ไม่ว่าจะเป็นการขององค์การ (Meeting) หรือการจัดประชุมนานาชาติ
(Convention) ก็มักมีการจัดการแสดงสินค้าควบคู่กันไปด้วย เพื่อลดต้นทุน
ในการจัดประชุม และให้ผู้ร่วมประชุมได้ชมงานแสดงสินค้าหลังเสร็จการ
ประชุมแต่ละวัน หรืออาจมีการจัดการท่องเที่ยวเพื่อเปิดโดกาสให้ผู้เข้าร่วม
ประชุมได้ท่องเที่ยว และเรียนรู้เกี่ยวกัยสถานที่นั้น ๆ เพื่อให้ผู้เข้าร่วม
ประชุมมีประสบการณ์และสาระที่หลากหลายมากยิ่งขึ้น ในขณะเดียวกัน
เมื่อมีการท่องเที่ยวเพื่ปเป็นรางวัล ก็มักมีการประชุมแบบ Meetings ประชุม
แบบ Meetings เพื่อสร้างความรักองค์กรและแลกเปลี่ยนความรคิดเห็ฯของ
กันหรือจัดแสดงสินค้าเพ่อแนะนำสินค้าใหม่ ธุรกิจไมซ์ตามความหมายของ
สมาคามส่วเสริมการประชุมกลุ่มประเทศอาเซีย (Asain Associtioim of
COnvention and Vistor Bureaus-AACVB)

ธุรกิจ MICE หมายถึง ธุจกิจท่องเที่ยวที่มี
วัตถุประสงค์เพื่อการจัดการประชุมของท่องเที่ยว
เพื่อเป็นรางวัล การจุดประชุมนานาชาติและการ
จัดการแสดงสินค้าเข้าด้วยกัน โดยมีการจัดการที่ดี
และสมบูรณ์อย่างมืออาชีพ ทั้งด้านการบริการ ด้าน
สถานที่ด้านการจัดประชุม ด้านอาหารและเครื่องดื่ม
ด้านเครื่องมืออุปกรณ์อำนวยความสะดวก ด้านการ
รับส่งสินค้าที่จัดแสดง ด้านพิธีกร ฯลฯ โดยธุรกิจ
ไมซ์ประกอบไปด้วยธุรกิจหลักอยู่ 4 กลุ่มตามตัว
อักษรย่อที่มีความต่อเนื่องเชื่อมโยงกัน และมีความ
แตกต่างกันอย่างชัดเจน ได้แก่
- ธุรกิจการจัดประชุมองค์กร (MEETING หรือ M)
- การท่องเที่ยวแบบให้รางวัล (INCENTIVE หรือ
I)
- การจัดประชุมนานาชาติ (CONVENTION หรือ C)
- การจัดแสดงสินค้า (EXHIBITION หรือ E)
หรือที่รวมเรียกว่า ธุรกิจไมซ์ (MICE Business)

1.1 M = Meeting

หมายถึง ธุรกิจการจัดประชุมขององค์กร ซึ่งเป็นการจัดประชุมของ
กลุ่มบุคคลฝนองค์กรเดียวกันหรือสมาคมเดียวกัน อาจจะจัดประชุม
ระดับนานาชาติ ระดับภูมิภาค ระดับนานาชาติหรือระดับภายใน
ประเทศก็ได้ โดยเป็นการประชุมเฉพาะกิจหรือวางแผนล่วงหน้า
สามารถแบ่งได้ 3 ประเภทคือ

1.1.1 Association Meeting เป็นการประชุมเพื่อแลกเปลี่ยน
ข้อมูลจากกลุ่มบุคคลภายในองค์กร หรือ กลุ่มอาชีพเดียวกัน โดย
ทั่วไปจะมีการจัดสัมนาย่อยหรือจัดนิทรรศการขนาดเล็ก โดยเฉลี่ย
จะมีผู้เเข้าร่วมประมาณ 100 คนนอกจากนี้ยังอาจมีคำอื่นที่ใช้แทน
กันได้ เป็นต้นว่า

(1) Conference เป็นการประชุมที่มีผู้เข้าร่วมมาถกเถียงกันเพื่อหา
ข้อเท็จจริงหรือแก้ปัญหาหรือปรึกษาหารือ แต่จะขนาดเล็กกว่า
Association

(2) Congress เป็นากรประชุมที่มีผู้เข้าร่วมหลายร้อยคนหรือ
หลานพันคนจากลุ่มคนประเภทเดียวกัน เช่น กลุ่มอาชีพ กลุ่มศาสนา
เดียวกัน เป็นต้ จะพิจารณาในหัวขอการประชุมที่มาจากการ
สนับสนุนของสมาชิกหรือองค์กรเท่านั้น จึงมักเป็นการประชุม
นานาชาติหรือระดับโลก

(3) Seminar เป็นการประชุมที่มีผู้ชำนาญการโดยเฉพาะทาง
และมีทักษะที่แตกต่างกัน แต่มีความสนใจเฉพาะทาง และมาร่วม
กันเพ่ือบรมหรือเรียนรู้ตามวัตถุประสงค์นั้นๆ

(4) Symposium เป็นการประชุมกลุ่มผู้เชียวชาญเฉพาะทาง โดย
การเสนอผลงานจากผู้เชี่ยวชาญในหัวข้อนั้น ๆ เพื่อที่ประชุม
พิจารณาความเห็น

1.1.2 Coroprate Meeting เป็นการประชุมของกลุ่มบุคคลที่มาจาก
องค์กรเดียวกันหรือเครือเดียวกัน อาขมาจากประเทศเดียวกัน
ภูมิภาคเดียวกัน หรือหลายประเทศทั่วโลก มักเป็นการขัดโดยบริาัท
จึงสามารถเลือกสถานที่จัดได้ด้วยการสอบถามสมาชิก และไม่ต้องมี
การประชาสัมพันธ์มาก เนื่องจากเป็นกาารประชุมของบริษัทเท่านั้น
และมีขนาดเล็กกว่า Association Meeting โดยเฉลี่ยจะมีผู้เข้าร่วม
ประชุมประมาณ 80 คน

1.1.3 Goverment Meetings เป็นการประชุมของกลุ่มบุคคลหรือผู้
เเทนจำหน่ายจากหน่วยงานรัฐบาลนั้นเป็นผู้ดำเนินการ จึง
สามารถเลือกสถานที่ได้โดยไม่ต้องสอบถามสมาชิกสำหรับหารจัด
ประชุมขององค์กร (Meeting) นี้สามารถแบ่งออกเป็น 4 ลักษณะ

1.การจัดประชุมองค์กรระดับนานาชาติ (International
Meetings) หมายถึง การประชุมที่มีผู้เข้าร่วมประชุกิจการ
เดียวกันเดินทางมาจากต่างประเทศ ในทวีปต่างๆ ตั้งแต่ 2
ทวีปขึ้นไป

2.การจัดประชุมองค์กรระดับภูมิภาค (Reginal Meetings)
หมายถึงการประชุมที่มีผู้เข้าร่วมประชุมจากกิจการเดียวกัน
เดินทางมาจากประเทศต่างๆ ในทวีปเดียวกันตั้งแต่เเต่ 2
ประเทศขึ้นไป

3.การจัดประชุมองค์กรระดับชาติ (National Offshore
Meetings) เป็นการประชุมที่มีผู้เข้าร่วมกิจการเดียวกันเดิน
ทางมาจากประเทศใดประเทศหนึ่งในทวีปต่างๆ มาประชุม
ร่วมกัน และมีความเป็นไปได้ที่จะมาประชุมในต่างประเทศ
หรือมาประชุมร่วมกันกับประเทศเจ้าภาพ

4.การประชุมขององค์กรภายในประเทศ (Domestic Meetings)
หมายถึง การประชุมภายในประเทศที่มีผู้เข้าร่วมประชุมมา
จากกิจการเดียวกันทุกสัญชาติที่มีถิ่นพำนักถาวรอยู่ภายใน
ประเทศนั้น

1.2 I = Incentive

หมายถึง การจัดนำเที่ยวเพื่อเป็นรางวัลแก่พนักงานหรือบุคคลที่
สามารถดำเนินงานตามเป้าหมายที่บริษัทวางใจ โดยบริษัทผู้ให้
รางวัลเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการท่องเที่ยวทั้งหมด อาจใช้คำ
ว่า EVENT แทนก็ได้ซึ่งการท่องเที่ยวเพื่อเป็นรางวัลสามารถแบ่งเป็น
2 ประเภท

1.2.1 Individual Incentives หมายถึงการท่องเที่ยวเพื่อเป็น
รางวัลแก่พนักงานรายบุคคล ซึ่งพนักงานแต่ละคนมีอิสระ ในการ
เลือกสถานที่ท่องเที่ยวได้ แต่มักจำกัดขอบเขต เช่น ต้องเป็นการ
ท่องเที่ยวภายในประเทศเท่านั้น หรือการท่องเที่ยวเฉพาะประเทศ
เพื่อนบ้าน เป็นต้น

1.2.2 Group Incentives หมายถึง การจัดนำเที่ยวเพื่อเป็น
รางวัลแก่พนักงานเป็นกลุ่มซึ่งรูปแบบการให้รางวัลที่นิยมกันมาก
โดนมีการวางแผนและเตรียมการมากกว่าประเภทIndividual
Incentives และมักไม่จำกัดขอบเขตในการเลือกสถานที่ท่องเที่ยว
เนื่องจากเป็นการให้บริการแก่พนักงานกลุ่มใหญ่ จึงสามารถช่วย
ประหยัดค่าใช้จ่าย สำหรับการจัดนำเที่ยวเพื่อเป็นรางวัลประเภทนี้
สามารถแยกออกเป็น 3 กลุ่มย่อยคือ

1.User Incentive เป็นการเชิญผู้ใช้บริการหรือลูกค้าไปท่องเที่ยว
ฟรี เพื่อสร้างภาพลักษณ์ของบริษัทและสร้างความจงรักภักดีต่อ
บริษัท

2.Channel Incentives เป็นการให้รางวัลเพื่อการท่องเที่ยวแก่
ตัวแทนจำหน่ายที่ทำยอดขายได้ตามเป้าหมายที่กำหนดไว้

3.Inner Incentive เป็นการให้รางวัลเพ่ือการท่องเทีี่ยวพนักงาน
ภายในบริษัทตนเอง

1.3 C = Conventions

หมายถึง การประชุมนานาชาติของกลุ่มบุคคลต่างองค์กรในสายอาชีพ
หรือใกล้เคียงกัน เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลและความคิดเห็นโดยมีผู้เข้า
ร่วมประมาณ 800 คน ส่วนใหญ่จะเป็นการจัดของสมาคมระดับ
นานาชาติ และมีรูปแบบการจัดใน 2 ลักษณะคือ

1.3.1 ลักษณะการจัดประชุมแบบหมุนเวียนตามประเทศ
สมาชิก มักใช้วิธีการเวียนตามตัวอักษรและตามภูมิภาค

1.3.2 ลักษณะการประมูลเพื่อเป็นประเทศเจ้าภาพในการจัด
งานประเทศสมาชิกที่ต้องการเป็นเจ้าภาพจะส่งตัวแทนเข้าร่วมการ
ประมูลในสนาคมจึงต้องมีค่าใช้จ่ายสูง และมีระยะเวลาในการเตรียม
งานนานสำหรับความแตกต่างระหว่าง Conventions กับ Meetings
อยู่ที่ 2 ตัวแปรหลักคือ

1.จำนวนผู้เข้าร่วมโดย conventions จะมีผู้เข้าร่วมในระดับร้อย
คนขึ้นไปจนถึงระดับหมื่นคน ส่วน meetings จะมีผู้เข้าร่วมประ
ชุมตั้งเเต่ 10 คนจนถึงหลายร้อยคน

2.รายได้จากการประชุม โดย conventions จะมีรายได้จากการ
จัดการประชุมสูงกว่า meetings เพราะมีจำนวนคนเข้าร่วม
ประชุมมากกว่านั่นเอง

1.4 E = Exhibition

หมายถึง การจัดงานแสดงสินค้าหรือบริการเพื่อขายให้แก่
อุตสาหกรรมร้านค้าและผู้ซื้ิอ อาจจัดในระดับชาติก็ได้ สามารถแบ่ง
ออกได้ 3 ประเภท

1.4.1 TRADE SHOW เป็นการจัดงานแสดงสินค้าสำหรับผู้
ประกอบการ

1.4.2 CONSUMER SHOW เป็นการจัดงานแสดงสินค้าสำหรับผู้
บริโภคอาจมีการจัดประชุมในหัวข้อเดียวกันหรือเกี่ยวกับสินค้าหรือ
นิทรรศการนั้น

1.4.3 TRADE AND CONSUMER SHOW เป็นการจัดการแสดง
สินค้าสำหรับผู้ประกอบการและผู้บริโภครวมเข้าด้วยกัน

จงตอบคำถามต่อไปนี้ให้ถูกต้อง

1. ความหมายของธุรกิจไมซ์คืออะไรและมีจุดประสงค์เพื่อ
อะไร อะไรบ้าง

2.ตัวภาษาอังกฤษ M คืืออะไร และสามารถแบ่งได้กี่
ประเภท อะไรบ้าง

3.ตัวภาษาอังกฤษ I คืืออะไร และสามารถแบ่งได้กี่กลุ่ม
ย่อย อะไรบ้าง

4.ตัวภาษาอังกฤษ C คืืออะไร และสามารถแบ่งได้กี่
ลักษณะ อะไรบ้าง

5.ตัวภาษาอังกฤษ E คืืออะไร และสามารถแบ่งได้กี่
ประเภท อะไรบ้าง

เฉลย

1. ความหมายของธุรกิจไมซ์คืออะไรและมีจุดประสงค์เพื่อ
อะไร อะไรบ้าง ธุจกิจท่องเที่ยวที่มีวัตถุประสงค์เพื่อการ
จัดการประชุมของท่องเที่ยวเพื่อเป็นรางวัล การจุด
ประชุมนานาชาติและการจัดการแสดงสินค้าเข้าด้วยกัน
โดยมีการจัดการที่ดีและสมบูรณ์อย่างมืออาชีพ ทั้งด้าน
การบริการ ด้านสถานที่ด้านการจัดประชุม ฯลฯ

2.ตัวภาษาอังกฤษ M คืืออะไร และสามารถแบ่งได้กี่
ประเภท อะไรบ้าง M = Meeting ธุรกิจการจัดประชุม
ขององค์กร ซึ่งเป็นการจัดประชุมของกลุ่มบุคคลฝน
องค์กรเดียวกันหรือสมาคมเดียวกัน สามารถแบ่งได้ 3
ประเภทคือ
1. Association Meeting
2. Coroprate Meeting
3. Goverment Meetings

เฉลย

3. ตัวภาษาอังกฤษ I คืืออะไร และสามารถแบ่งได้กี่กลุ่มย่อย
อะไรบ้าง I = Incentive การจัดนำเที่ยวเพื่อเป็นรางวัลแก่
พนักงานหรือบุคคลที่สามารถดำเนินงานตามเป้าหมายที่
บริษัทวางใจ โดยบริษัทผู้ให้รางวัลเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่าย
ในการท่องเที่ยวทั้งหมด มีทั้งหมด 3 กลุ่มย่อยๆ

1.Individual Incentives
2.Group Incentives
3.Inner Incentive

4.ตัวภาษาอังกฤษ C คืืออะไร และสามารถแบ่งได้กี่
ลักษณะ อะไรบ้าง การประชุมนานาชาติของกลุ่มบุคคล
ต่างองค์กรในสายอาชีพหรือใกล้เคียงกัน เพื่อแลก
เปลี่ยนข้อมูลและความคิดเห็น มี 2 ลักษณะ
1. ลักษณะการจัดประชุมแบบหมุนเวียนตามประเทศ
2. ลักษณะการประมูลเพื่อเป็นประเทศเจ้าภาพ

เฉลย

5. ตัวภาษาอังกฤษ E คืืออะไร และสามารถแบ่งได้กี่
ประเภท อะไรบ้าง การจัดงานแสดงสินค้าหรือบริการเพื่อ
ขายให้แก่อุตสาหกรรมร้านค้าและผู้ซื้ิอ อาจจัดในระดับ
ชาติก็ได้ สามารถแบ่งออกได้ 3 ประเภท

1. TRADE SHOW
2. CONSUMER SHOW
3. TRADE AND CONSUMER SHOW


Click to View FlipBook Version