The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

รายงานผลการนิเทศการศึกษา

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by yongyee7269, 2020-02-06 02:50:12

รายงานผลการนิเทศการศึกษา

รายงานผลการนิเทศการศึกษา

1

ฝศน. 22.5

รายงานผลการนเิ ทศการศกึ ษา

เร่อื ง การจดั การเรียนรคู้ ณิตศาสตรต์ ามแนวคดิ การเรียนรเู้ ชงิ รกุ (Active Learning)
ด้วยกระบวนการนเิ ทศแบบ “PIDRE”

โดย
นางสาวนรศิ รา แสงจนั ทร์
ผู้ฝึกประสบการณ์นเิ ทศการศกึ ษา

รายงานผลการนเิ ทศการศกึ ษานี้ เปน็ สว่ นหน่ึงของการฝึกประสบการณน์ ิเทศการศกึ ษา
เพื่อแต่งตั้งใหด้ ารงตาแหนง่ ศึกษานเิ ทศก์

สานกั งานคณะกรรมการการศึกษาขัน้ พน้ื ฐาน

ก3

คานา

เอกสารรายงานฉบบั นี้เป็นการรายงานผลการนิเทศการศึกษาเร่อื งเรื่อง การจดั การเรียนรูค้ ณติ ศาสตร์
ตามแนวคิดการเรียนรเู้ ชิงรุก (Active Learning) ดว้ ยกระบวนการนิเทศแบบ “PIDRE”ของผฝู้ ึกประสบการณ์
นิเทศการศึกษาการพัฒนาข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาก่อนแต่งตั้งให้ดารงตาแหน่งศึกษานิเทศก์
ตามหลักสูตรการพัฒนาข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ผู้ฝึกประสบการณ์ได้ศึกษาศึกษา ค้นคว้า
และพัฒนาเพ่ือเรียบเรียงเอกสารรายงานฉบับน้ี ซึ่งประกอบด้วย ความเป็นมาและความสาคัญของการพัฒนา
นิเทศ วตั ถปุ ระสงค์ กระบวนการนิเทศ เครอื่ งมอื นเิ ทศ การวเิ คราะห์ข้อมูลการนิเทศ การสรปุ ผลการนิเทศ
และข้อค้นพบ ขอขอบคุณ คณะผู้บริหาร และศึกษานิเทศก์ สานักงานเขตพื้นท่ีการศึกษาประถมศึกษาพิจิตร
เขต 1 ผู้บริหารและคณะครูโรงเรียนอนุบาลพิจิตร และทุกท่านท่ีได้ให้ข้อคิดและข้อเสนอแนะในการฝึก
ประสบการณ์นิเทศการศึกษาในคร้ังน้ี ซ่ึงจะได้นาไปใชป้ ระโยชน์ต่อผฝู้ กึ ประสบการณ์นิเทศการศึกษา ในการ
นามาประยกุ ตใ์ ช้ในการทางาน ปรับปรุงและพฒั นาในการนิเทศการศกึ ษาต่อไป

นรศิ รา แสงจนั ทร์

สารบัญ ข4
เรือ่ ง
คานา หนา้
สารบญั ก
สารบัญตาราง ข
ความเปน็ มาและความสาคัญของการพัฒนานิเทศ ค
วตั ถุประสงค์ 1
กระบวนการนเิ ทศ 2
เคร่ืองมือนิเทศ 3
การวเิ คราะห์ขอ้ มลู การนเิ ทศ 7
การสรปุ ผลการนิเทศและข้อค้นพบ 8
เอกสารอา้ งอิง 17
ภาคผนวก 18
19

ค0

สารบญั ตาราง

ตารางท่ี หนา้

1 การวางแผนการจดั การเรียนรูค้ ณติ ศาสตรต์ ามแนวคดิ การเรยี นร้เู ชิงรุก 4

(Active Learning) ดว้ ยกระบวนการนเิ ทศแบบ “PIDRE”

2 ข้อมูลจากการนเิ ทศการจดั การเรียนร้คู ณิตศาสตรต์ ามแนวคิดการเรียนรู้เชงิ รกุ 8

(Active Learning) ดว้ ยกระบวนการนเิ ทศแบบ “PIDRE”

3 ผลการนิเทศตดิ ตามการจัดการเรยี นร้คู ณิตศาสตร์ตามแนวคดิ การเรยี นรู้เชงิ รุก 9

(Active Learning) ของครูผ้สู อนคณิตศาสตร์โรงเรียนอนุบาลพจิ ิตร

4 สารวจความต้องการพฒั นาของครผู ้สู อนคณิตศาสตรเ์ ก่ียวกบั การจัดการเรยี นรู้คณิตศาสตร์ 11

ตามแนวคิดการเรยี นร้เู ชงิ รุก (Active Learning) โดยการตอบกลบั ผา่ นแบบสอบถามออนไลน์

google form

5 ความพึงพอใจของครูผู้สอนทีต่ อ้ งการพฒั นาต่อเอกสารประกอบการนิเทศการจัดการเรยี นรู้ 13

คณติ ศาสตรต์ ามแนวคดิ การเรียนรู้เชงิ รุก (Active Learning) ผา่ นแบบสารวจออนไลน์

google form

6 ผลการประเมินตนเองในการจดั การเรียนรคู้ ณิตศาสตร์ตามแนวคดิ การเรียนรเู้ ชงิ รุก 15

(Active Learning) ของครผู ้สู อนคณิตศาสตร์ โดยการตอบกลบั ผา่ นแบบสอบถามออนไลน์

google form

7 ผลการประเมินแผนการจดั การเรียนรู้คณติ ศาสตร์ตามแนวคิดการเรียนรู้เชิงรุก 16

(Active Learning)

1

รายงานผลการนิเทศการศึกษา
เร่อื ง การจัดการเรียนรู้คณิตศาสตร์ตามแนวคดิ การเรยี นรเู้ ชงิ รุก (Active Learning)

ดว้ ยกระบวนการนิเทศแบบ “PIDRE”

1. ความเปน็ มาและความสาคญั ของการพัฒนานิเทศ
Active Learning เปน็ กระบวนการเรยี นการสอนอย่างหน่ึง แปลตามตัวกค็ ือเป็นการเรียนรู้ผา่ น

การปฏิบัติหรือการลงมอื ทาซ่ึง “ความรู้” ทเี่ กดิ ขึน้ ก็เปน็ ความรู้ทไ่ี ด้จากประสบการณ์ กระบวนการในการจดั
กจิ กรรมการเรยี นรู้ท่ผี เู้ รยี นต้องได้มโี อกาสลงมอื กระทามากกว่าการฟงั เพยี งอย่างเดยี ว ตอ้ งจดั กจิ กรรมให้
ผูเ้ รียนไดก้ ารเรียนร้โู ดยการอ่าน การเขยี น การโตต้ อบและการวเิ คราะห์ปัญหา อีกทั้งให้ผเู้ รียนได้ใช้
กระบวนการคิดข้ันสูง ไดแ้ ก่ การวิเคราะห์ การสงั เคราะห์ และการประเมนิ ค่า โดยผ่านกระบวนการ
เรยี นรู้ท่ใี ห้ผเู้ รียนได้เรียนรู้อย่างมคี วามหมาย โดยการรว่ มมือระหวา่ งผู้เรยี นด้วยกัน ในการนี้ครตู ้องลดบทบาท
ในการสอนและการให้ข้อความรู้แก่ผู้เรียนโดยตรงลง แตไ่ ปเพิ่มกระบวนการและกิจกรรมทจี่ ะทาให้ผู้เรียนเกดิ
ความกระตอื รือร้นในการจะทากิจกรรมต่างๆ มากข้ึนและอย่างหลากหลาย ไมว่ า่ จะเป็นการแลกเปล่ยี น
ประสบการณ์ โดยการพูด การเขยี น การอภิปรายกบั เพ่ือนๆ กระบวนการเรียนรู้ Active Learning ทาให้
ผู้เรียนสามารถรักษาผลการเรียนรู้ให้อยู่คงทนได้มากและนานกว่ากระบวนการเรียนรู้ Passive Learning
เพราะกระบวนการเรยี นรู้ Active Learning สอดคล้องกับการทางานของสมองทีเ่ ก่ียวข้องกับความจา โดย
สามารถเกบ็ และจา สง่ิ ที่ผู้เรียนเรยี นรู้อย่างมสี ว่ นร่วม มีปฏิสัมพันธ์ กับเพื่อน ผู้สอน สงิ่ แวดล้อม การเรียนรู้ได้
ผ่านการปฏิบตั จิ รงิ จะสามารถเกบ็ จาในระบบความจาระยะยาว (Long Term Memory) ทาให้ผลการเรียนรู้
ยังคงอยู่ไดใ้ นปริมาณท่มี ากกว่า ระยะยาวกว่าและคงทน สาหรับเทคนคิ การจดั การเรยี นรู้เชิงรกุ มีหลาย
รปู แบบ ได้แก่ การเรยี นแบบรว่ มมือ (Cooperative Learning) การเรียนโดยใชป้ ญั หาเปน็ ฐาน (Problem-
Based Learning) การเรยี นการสอนแบบกลุ่มยอ่ ย (Small Group Teaching/Learning) การเรียนรู้ดว้ ย
ตนเอง (Self-Directed Learning) การใชก้ ระบวนการกลุ่มเพ่ือรว่ มกนั วเิ คราะห์ (Group Analysis
/Learning) ร่วมกนั แก้ไขปญั หา (Group Problem-Solving) การเรียนเปน็ ทีม (Team-Based Learning)
ตลอดจนการเรยี นรู้จากการปฏิบตั ิ (Learning by Doing/Activities) โดยการจัดการเรียนการสอนลักษณะนี้
จะประสบความสาเรจ็ ไดน้ ้ัน องคป์ ระกอบที่สาคัญนอกจากผูเ้ รียนแล้ว คือ “ครผู ้สู อน” มคี วามจาเปน็ อยา่ งยง่ิ
ท่ีผูส้ อนต้องมีความรู้และความเขา้ ใจเกี่ยวกับรปู แบบของการจัดการเรียนการสอน การประเมินผล และมีทักษะ
การจัดการเรียนรู้เชงิ รุก (ณัชนัน แก้วชยั เจริญกิจ, 2563)

โรงเรียนอนบุ าลพจิ ิตร เปดิ สอนตั้งแตร่ ะดบั อนุบาล 1 ถึง ชัน้ ประถมศกึ ษาปีที่ 6 มีการจดั โปรแกรม
การเรียนการสอนเทียบเคยี งมาตรสากล จานวน 4 โปรแกรม ได้แก่ ห้องเรียนพเิ ศษด้านวิชาการ
ภาษาต่างประเทศ (Intensive English Program : IEP) ห้องเรยี นพิเศษด้านวชิ าการวทิ ยาศาสตร์และ
คณติ ศาสตร์ (Gifted Program : GP) ห้องเรยี นพเิ ศษด้านวชิ าการทางภาษา (Thaiclass Standard Program
: TSP) และห้องเรียนมาตรฐานเรยี นฟรเี รยี นดอี ยา่ งมีคุณภาพ จากรายงานการประเมินตนเอง ประจาปี

2

การศกึ ษา 2561 มีผลการทดสอบระดบั ชาติ O-NET คา่ เฉลีย่ สูงกวา่ ระดับประเทศทกุ วิชา ขอ้ มูลด้านครูผู้สอน
พบว่า ครูผู้สอนสว่ นใหญจ่ ดั กิจกรรมการเรยี นการสอนที่เน้นให้ผูเ้ รยี นไดพ้ ฒั นาตนอยา่ งเตม็ ศักยภาพผเู้ รียน
เนน้ ลงมอื ปฏบิ ัตจิ ริง เพือ่ ให้เกิดความเข้าใจต่อสงิ่ ทเ่ี รียนรู้ เปน็ กระบวนการเรยี นรู้ที่ผ้เู รยี นเปน็ ผผู้ ลิตความรู้
ข้ึนเองการจดั การเรยี นรู้ในรายวชิ าการศึกษาเพ่ือเรียนรู้ (Knowledge inquiry) แตอ่ ย่างไรก็ตาม ครูผู้สอนยงั
มีความต้องการสง่ เสริมพัฒนาเทคนิค รูปแบบการจดั การเรียนร้เู ชิงรกุ ด้วยการจดั การเรียนรูเ้ ชิงรุกน้ันมี
หลากหลายรปู แบบ หากใช้รูปแบบหรอื เทคนิควธิ ีการท่ีดี จะทาให้การเรยี นมีความน่าสนใจ นา่ ตน่ื เตน้ ผเู้ รยี น
เกดิ การเรียนร้จู ากการลงมอื ปฏิบัตไิ ดเ้ ป็นอยา่ งมปี ระสิทธิภาพ จะสง่ ให้การพัฒนาคณุ ภาพผ้เู รียนเปน็ ไปตาม
เป้าหมายและตวั ชี้วัดของโรงเรียนอนุบาลพิจติ ร

การนเิ ทศการศึกษาเปน็ ภารกิจทจี่ าเป็นตอ่ การจดั การศกึ ษา เปน็ เรอ่ื งละเอียดอ่อนจาเปน็ ต้องอาศัย
ความร่วมมือจากบุคคลหลายฝ่าย ในหลายๆด้าน โดยเฉพาะอยา่ งยิ่งทางด้านการพฒั นาคณุ ภาพการเรียน
การสอน ดังจะเหน็ ได้จากเหตุผลความจาเป็นในหลายประการดังน้ี ประการแรก ความเปลี่ยนแปลงของสงั คม
ความเจรญิ กา้ วหน้าดา้ นวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีท่ีเปน็ ไปอยา่ งรวดเร็ว บุคลากรในหน่วยงานทางการศึกษา
จาเปน็ ต้องปรับปรุงตนเองให้ทนั ต่อการเปลีย่ นแปลง เพ่ือจะได้ปฏิบตั งิ านได้อยา่ งมีประสิทธภิ าพ ซง่ึ การนิเทศ
การศกึ ษาเป็นกระบวนการท่ีมีจดุ มุ่งหมายเพื่อชว่ ยเหลือและพฒั นางาน ใหท้ ันต่อสภาพความเปลย่ี นแปลงที่
เกิดข้ึน ประการท่สี อง ในหน่วยงานทางการศกึ ษาทุกระดบั มเี ปา้ หมายในการปฏิบัติงานร่วมกันคอื พัฒนา
คณุ ภาพการศึกษา ซึง่ จาเป็นตอ้ งใชก้ ระบวนการบรหิ าร กระบวนการเรียนการสอน และกระบวนการนเิ ทศ
เพ่ือจะไดช้ ่วยส่งเสรมิ สนบั สนุนการทางานซึ่งกนั และกนั การนิเทศการศึกษาจงึ เป็นองค์ประกอบสาคญั ที่
ช่วยเหลอื สนับสนนุ ให้กระบวนการบริหาร และกระบวนการเรยี นการสอนมีคณุ ภาพถงึ ระดบั ที่พึงประสงค์
และประการสุดท้าย มาตรฐานการศึกษาของประเทศจาเป็นต้องมีการรักษาและควบคมุ คณุ ภาพให้ไดต้ าม
มาตรฐาน และกระบวนการนิเทศการศึกษาก็มขี อบข่ายการปฏบิ ัตงิ านทีม่ ุ่งเน้นการควบคุมมาตรฐาน
การศึกษาโดยตรง ซึง่ กระบวนการนิเทศแบบ PIDRE เป็นการทางานอยา่ งมขี ้นั ตอน เป็นระบบเพื่อแกป้ ญั หา
การจัดการเรยี นการสอนในโรงเรยี นและพัฒนากระบวนการทางานอย่างมปี ระสิทธิภาพและประสทิ ธผิ ลโดย
การพัฒนาครใู ห้เปน็ ครูมืออาชพี และนกั เรยี นมีพฒั นาการเหมาะสมตามวยั และให้ถึงขีดสุดของศกั ยภาพซึ่ง
จากสภาพการปฏบิ ตั ิงานของการนิเทศในครง้ั นี้ ผฝู้ ึกประสบการณจ์ งึ เลือกกระบวนการนเิ ทศแบบ PIDRE
มาใชใ้ นการศกึ ษาครงั้ นี้ เพ่อื ให้บรรลเุ ป้าหมายของการพฒั นาคุณภาพการสอนและการเรยี นรู้ของสถานศกึ ษา
ต่อไป
2. วัตถุประสงค์

1. เพ่ือศึกษาความต้องการในการจัดการเรียนรู้คณิตศาสตรต์ ามแนวคดิ การเรยี นรเู้ ชงิ รกุ (Active
Learning) สาหรับครูผสู้ อนโรงเรียนอนบุ าลพิจิตร

2. เพื่อศึกษาผลการนเิ ทศการจดั การเรยี นรู้คณิตศาสตรต์ ามแนวคิดการเรียนรู้เชิงรกุ (Active
Learning) ดว้ ยกระบวนการนเิ ทศแบบ “PIDRE”

3

3. กระบวนการนิเทศ
การนิเทศการศึกษาในคร้งั น้ี เพอ่ื พฒั นาการจัดการเรยี นรู้คณิตศาสตร์ตามแนวคิดการเรียนรเู้ ชงิ รุก

(Active Learning) ด้วยกระบวนการนเิ ทศแบบ “PIDRE” โดยมขี ้ันตอนทีส่ าคัญ 5 ข้ันตอน คือ
ขน้ั ตอนที่ 1 วางแผนการนเิ ทศ (Planning-P) เป็นขั้นทผ่ี ้บู รหิ าร ผนู้ ิเทศ และผ้รู บั การนิเทศจะทาการ

ประชมุ ปรกึ ษาหารอื เพ่ือให้ไดม้ าซ่ึงปัญหาและความต้องการจาเปน็ ที่จะต้องมีการนเิ ทศ รวมทง้ั วางแผนถึง
ข้นั ตอนการปฏิบัติงานเก่ยี วกับการนเิ ทศทีจ่ ะจดั ขนึ้ อีกด้วย

ข้นั ตอนที่ 2 ให้ความรใู้ นสงิ่ ที่จะทา (Informing-I) เป็นขนั้ ตอนของการให้ความรู้ความเข้าใจถึงสิง่ ทีจ่ ะ
ดาเนนิ งานวา่ จะต้องอาศยั ความร้คู วามสามารถอยา่ งไรบ้าง จะมขี นั้ ตอนในการดาเนินการอยา่ งไร และจะทา
อยา่ งไรจึงจะทาให้ไดผ้ ลงานออกมาอย่างมคี ุณภาพ ขัน้ น้ีจาเปน็ ทุกคร้ังสาหรบั การเริ่มการนิเทศทจี่ ดั ขึน้ ใหม่ไม่
วา่ จะเป็น เรื่องใดกต็ าม และกม็ คี วามจาเปน็ สาหรับงานนิเทศท่ยี ังไม่ไดผ้ ล หรอื ได้ผลไม่ถงึ ขน้ั ที่พอใจซงึ่ จาเป็น
จะตอ้ งทาการทบทวนให้ความรู้ในการปฏิบตั ิงานทถี่ ูกต้องอกี ครั้งหนง่ึ

ขั้นตอนท่ี 3 การปฏบิ ัตงิ าน (Doing -D) ประกอบดว้ ยงานใน 3 ลกั ษณะคือ
3.1 การปฏิบตั ิงานของผู้รับนิเทศเป็นขัน้ ที่ผรู้ ับการนิเทศลงมอื ปฏบิ ัตงิ านตาม ความรู้

ความสามารถทไ่ี ด้รับมาจากดาเนนิ การในข้นั ที่ 2
3.2 การปฏบิ ัตงิ านของผใู้ ห้การนเิ ทศ ข้ันนี้ผู้ให้การนเิ ทศจะทาการนเิ ทศและควบคุมคุณภาพ

ให้งานสาเร็จออกมาทันตาม กาหนดเวลาและมีคณุ ภาพสูง
3.3 การปฏิบตั งิ านของผสู้ นบั สนนุ การนิเทศ ผู้บรหิ ารก็จะให้บริการสนับสนนุ ในเรือ่ งวัสดุ

อปุ กรณ์ ตลอดจนเคร่ืองใช้ต่าง ๆ ท่ีจะช่วยให้การปฏบิ ัติงานเป็นไปอย่างไดผ้ ล
ขั้นตอนที่ 4 การสร้างขวัญและกาลังใจ (Reinforcing-R) ข้นั น้เี ปน็ ข้ันของการเสรมิ กาลังใจของ

ผูบ้ รหิ ารเพื่อให้ผรู้ ับการนิเทศมีความมนั่ ใจและบังเกิดความพึงพอใจ ในการปฏิบตั ิงานขน้ั น้ีอาจจะดาเนนิ การไป
พรอ้ มๆ กันกับผู้ท่รี ับการนิเทศกาลังปฏิบตั งิ านหรือการปฏิบตั ิงานได้เสร็จส้นิ ลงไปแลว้ กไ็ ด้

ขนั้ ตอนที่ 5 ประเมนิ ผลผลิตของการดาเนินงาน (Evaluating-E) เป็นข้นั ท่ผี ้นู เิ ทศทาการประเมินผล
การดาเนนิ การซ่งึ ผา่ นไปแล้วว่าเปน็ อยา่ งไร หลังจากการประเมนิ ผลการนิเทศหากพบว่ามปี ัญหาหรืออปุ สรรค
อยา่ งหนึ่งอย่างใด ที่ทาให้การดาเนนิ งานไมไ่ ดผ้ ลกส็ มควรจะตอ้ งทาการปรบั ปรุงแกไ้ ข ซ่ึงการปรบั ปรุงแก้ไข
อาจจะทาได้โดยการให้ความรู้ในสิง่ ทีท่ าใหมอ่ ีกครงั้ หนงึ่ สาหรบั กรณีที่ผลงาน ออกมายังไมถ่ ึงข้นั ท่พี อใจ หรือ
ดาเนนิ การปรับปรุงการดาเนินงานท้ังหมดสาหรบั กรณีการดาเนนิ งานเปน็ ไปไม่ ได้ผลและ ถ้าหากการ
ประเมนิ ผลได้พบว่า ประสบผลสาเร็จตามทีไ่ ด้ตั้งไวห้ ากจะไดด้ าเนนิ การนิเทศต่อไป กส็ ามารถทาไปไดเ้ ลยโดย
ไมต่ ้องใหค้ วามรู้ในเรื่องน้นั อีก

กลา่ วโดยสรปุ กระบวนการนเิ ทศการศึกษาแบบ PIDRE หมายถึง ระบบการนเิ ทศการสอนการช้ีแนะ
ชว่ ยเหลือดา้ นการจดั เรยี นการสอน ประกอบด้วย 5 ขั้นตอน ได้แก่ ขั้นท่ี 1 การวางแผนการนเิ ทศ (P-Planing)
ขน้ั ท่ี 2 ใหค้ วามรูใ้ นส่ิงท่จี ดั ทา (I-Informing) ขนั้ ท่ี 3 การปฏิบตั งิ าน (D-Doing) ข้ันที่ 4 การสรา้ งขวัญ และ
กาลงั ใจ (R-Reinforcing) ขน้ั ท่ี 5 ประเมนิ ผล (E-Evaluation)

4

ในการนเิ ทศการศึกษาครง้ั นี้ ผนู้ ิเทศได้วางแผนการนเิ ทศการจัดการเรยี นรู้คณิตศาสตร์ตามแนวคิด
การเรียนรูเ้ ชงิ รุก (Active Learning) ด้วยกระบวนการนิเทศแบบ“PIDRE” โดยมีวัตถปุ ระสงค์ กระบวนการ
นเิ ทศ และเครื่องมอื การนิเทศ ตามกระบวนการนิเทศแบบ“PIDRE” ดงั ตารางที่ 1
ตารางท่ี 1 การวางแผนการจัดการเรียนร้คู ณิตศาสตรต์ ามแนวคดิ การเรียนรเู้ ชงิ รุก (Active Learning)

ด้วยกระบวนการนเิ ทศแบบ “PIDRE”

วตั ถุประสงค์ กระบวนการนเิ ทศ กจิ กรรมการนเิ ทศ/ เครอ่ื งมือการนิเทศ
เทคนคิ การนเิ ทศ
1. เพื่อศึกษาและรวบรวม ขน้ั ตอนที่ 1 การวางแผน 1. ศกึ ษาข้อมลู เกี่ยวกับ 1. แบบตดิ ตามนิเทศการ
ข้อมูลความต้องการของครู การนเิ ทศ (P-Plan) โรงเรียนอนุบาลพจิ ติ ร และ จดั การเรียนรคู้ ณิตศาสตร์
และผบู้ รหิ าร 1. ศึกษาเอกสารที่เกี่ยวขอ้ ง การจดั การเรียนรู้ ตามแนวคดิ การเรียนร้เู ชงิ รุก
2. เพ่อื วางแผนการนเิ ทศ เช่น รูปเลม่ รายงานของกลมุ่ คณติ ศาสตร์ของครผู ้สู อนใน 2. แบบสารวจความตอ้ งการ
3. เพ่ือสรา้ ง/เตรยี มเอกสาร สาระการเรยี นรู้คณติ ศาสตร์ โรงเรียน พัฒนาของครูผสู้ อน
ประกอบการนิเทศ รูปเลม่ รายงาน SAR เว็บไซต์ 2. สารวจความตอ้ งการ คณิตศาสตร์ (แบบออนไลน)์
โรงเรียนและสารสนเทศ พฒั นาของครูผสู้ อน
2. วิเคราะห์ขอ้ มลู /ปญั หา/ คณิตศาสตร์ จานวน 8 คน
สารวจความตอ้ งการ 3. วางแผนการนิเทศ
พฒั นาการจดั การเรียนรู้ 4. สรา้ ง/เตรยี ม/เอกสาร
คณิตศาสตร์ ประกอบการนิเทศ
3. วางแผนการนิเทศ
4. กาหนดการนิเทศ
5. ศกึ ษาเอกสารประกอบ
การนิเทศ
6. เตรยี ม/สร้าง เอกสาร
ประกอบการนเิ ทศ : แนว
ทางการจดั การเรียนรู้
คณติ ศาสตร์
7. ตรวจสอบคุณภาพ
คมู่ อื แนวทางการสอนActive
Learning และแผนการ
จัดการเรียนรแู้ บบ Active
Learning แกไ้ ขปรับปรงุ ให้
สมบูรณ์

5

ตารางท่ี 1(ต่อ) การวางแผนการจดั การเรยี นรู้คณติ ศาสตรต์ ามแนวคิดการเรียนรูเ้ ชงิ รุก (Active Learning)

ด้วยกระบวนการนเิ ทศแบบ “PIDRE”

วัตถุประสงค์ กระบวนการนิเทศ กิจกรรมการนเิ ทศ/ เคร่อื งมอื การนเิ ทศ

เทคนิคการนเิ ทศ

4. เพอื่ แลกเปลี่ยนเรยี นร้กู บั ขน้ั ตอนที่ 2. ให้ความรูก้ ่อน 1. แลกเปลีย่ นเรยี นรู้กับ 1. คมู่ อื เรื่องแนวทาง

ครูผูส้ อนคณติ ศาสตร์ การนเิ ทศ (I-Informing) ครูผู้สอนคณติ ศาสตร์เร่ือง การสอน Active Learning

1. ผู้นิเทศนาเสนอความ การจดั ทาแผนการเรยี นรู้ 2. แผนการจัดการเรยี นรู้

แตกต่างของแผนการจดั การ Active Learning และ คณติ ศาสตร์แบบ Active

เรียนร้เู ดิม กับ Active รูปแบบกจิ กรรมการจัดการ Learning

Learning เรยี นการสอนแบบ Active 3. แบบสอบถามพึงพอใจต่อ

2. รูปแบบกิจกรรมแบบ Learning เอกสารประกอบการนเิ ทศ

Active Learning มี 2. ครผู ูส้ อนท่ตี ้องการพัฒนา (แบบออนไลน์)

ความสาคัญอยา่ งไร จานวน 5 คน ประเมนิ ความ

พึงพอใจต่อเอกสารประกอบ

การนิเทศ

5. เพือ่ นเิ ทศ ตดิ ตาม ข้นั ตอนท่ี 3 การปฏบิ ัติการ 1. พูดคุยเพื่อนเิ ทศติดตาม/ แบบประเมินตนเองในการ

เกย่ี วกบั การจดั การเรียนรู้ นิเทศ (D-Do) ใช้เทคนคิ การสมั ภาษณ์/การเยีย่ มชน้ั จัดการเรียนรู้คณิตศาสตร์

คณติ ศาสตร์ การนเิ ทศแบบ PIDRE และ เรียน ตามแนวคิดการเรียนรู้เชงิ รุก

รปู แบบออนไลน์ 2. ครผู ูส้ อนคณติ ศาสตร์ท่ี (Active Learning) ของ

1. ครูดาเนนิ การจัดทา ตอ้ งการพฒั นาจานวน 5 คน ครูผสู้ อนคณิตศาสตร์

แผนการสอนตามขน้ั ตอนท่ี ประเมินการจดั การเรยี นรู้ (แบบออนไลน์)

ไดร้ บั ความรูจ้ ากเอกสาร คณิตศาสตร์ ตามแนวคดิ

ประกอบการนิเทศโดย การเรยี นร้เู ชงิ รกุ

รว่ มกันวิเคราะห์ (Active Learning)

2. ครูจดั กิจกรรมการสอน

ตามแผนการสอน

3. ผนู้ ิเทศสังเกตการสอน

สมั ภาษณ์ ตรวจผลงาน ตาม

แบบบนั ทึกการนเิ ทศ แบบ

สงั เกตการณส์ อน แบบทึก

พฤติกรรมครู พฤติกรรม

ผูเ้ รยี น ตามข้นั ตอนทไ่ี ด้รับ

ความรู้

6

ตารางท่ี 1(ต่อ) การวางแผนการจัดการเรียนรู้คณติ ศาสตรต์ ามแนวคดิ การเรยี นรูเ้ ชิงรุก (Active Learning)

ดว้ ยกระบวนการนิเทศแบบ “PIDRE”

วัตถุประสงค์ กระบวนการนเิ ทศ กจิ กรรมการนิเทศ/ เครอื่ งมอื การนเิ ทศ

เทคนคิ การนิเทศ

4. รว่ มกันสรปุ ผลการจัด

กจิ กรรมการสอนตาม

รูปแบบ โดยให้คุณครู ช่วย

สะท้อนคดิ เกี่ยวการจัด

กจิ กรรมการสอน ถึงจุดเดน่

และจุดท่ีควรพฒั นาในครั้ง

ต่อไป

6. เพื่อประเมินแผนการ ข้ันตอนท่ี 4 การเสริมสร้าง การประเมนิ แผนการจดั การ แบบประเมนิ แผนการ

จดั การเรยี นร้คู ณิตศาสตร์ ขวญั และกาลังใจ เรียนรคู้ ณิตศาสตร์ จัดการเรียนรู้คณิตศาสตร์

(R-Reinforcing)

1. ผู้นเิ ทศชน่ื ชมผลงาน

นักเรยี นที่เกดิ จากการจดั

กจิ กรรมการเรียนรู้ ตาม

ข้นั ตอนท่ีได้รบั ความรู้ และ

ใหค้ าช่นื ชมยนิ ดีใน

ความสาเรจ็

2. ผู้นเิ ทศตรวจผลงาน

ประเมนิ แผนการจัดการ

เรยี นรู้ คัดเลือกแผนการ

จัดการเรยี นรทู้ เ่ี ป็นเลิศ

เผยแพร่เพื่อเป็นขวัญและ

กาลังใจในการปฏิบตั งิ าน

แนะนาให้ความรู้แก่ครู

เพิ่มเติมเก่ียวกับการจัด

กิจกรรมสง่ เสริมผเู้ รยี น

7

ตารางที่ 1(ต่อ) การวางแผนการจดั การเรียนรู้คณติ ศาสตรต์ ามแนวคิดการเรยี นรู้เชิงรุก (Active Learning)

ดว้ ยกระบวนการนเิ ทศแบบ “PIDRE”

วัตถุประสงค์ กระบวนการนิเทศ กจิ กรรมการนเิ ทศ/ เครอ่ื งมือการนิเทศ

เทคนิคการนิเทศ

7. เพ่อื ประเมินผลการ ข้นั ตอนท่ี 5 การประเมินผล 1. การสังเกตการจัดการ แบบบันทึกการสงั เกตการ

จดั การเรยี นร้คู ณิตศาสตร์ การนเิ ทศ (E-Evaluation) เรยี นรู้คณติ ศาสตร์ ของ จัดการเรียนรคู้ ณิตศาสตร์

ของครผู ู้สอน 1. การประเมนิ ผลการนเิ ทศ ครูผู้สอน ตามแนวคดิ การเรียนรูเ้ ชิงรุก

8. เพ่ือรายงานผลการนเิ ทศ 2. สรุปและเผยแพร่ความรู้ 2. เขยี นรายงาน (Active Learning) ของ

3. ตดิ ตามผลการพฒั นา การนิเทศการศึกษา ครูผสู้ อนคณิตศาสตร์

3. นาเอกสารการนเิ ทศและ

รายงานการนเิ ทศเผยแพร่

ผา่ นเครอื ขา่ ยออนไลน์

4. เคร่อื งมือการนิเทศ
เคร่อื งมอื นเิ ทศ ท่ใี ชใ้ นการนิเทศการศกึ ษาคร้ังน้ี แบ่งเป็น
1. เครือ่ งมือตรวจสอบคุณภาพการศึกษาได้แก่
1.1 แบบนเิ ทศตดิ ตามการจดั การเรียนรูค้ ณิตศาสตรต์ ามแนวคิดการเรียนรเู้ ชิงรุก (Active

Learning) ของครผู ูส้ อนคณติ ศาสตร์โรงเรยี นอนบุ าลพจิ ิตร
1.2 แบบสารวจความต้องการพฒั นาของครผู สู้ อนคณติ ศาสตร์เก่ียวกับการจัดการเรยี นรู้

คณิตศาสตรต์ ามแนวคิดการเรียนร้เู ชงิ รุก (Active Learning) (ออนไลน)์
1.3 แบบสอบถามความพงึ พอใจต่อเอกสารประกอบการนเิ ทศการศึกษาการจัดการเรยี นรู้

คณติ ศาสตร์ตามแนวคิดการเรียนรูเ้ ชงิ รุก (Active Learning) (ออนไลน์)
1.4 แบบประเมนิ แผนการจัดการเรียนรู้คณติ ศาสตร์ตามแนวคิดการเรียนรู้เชงิ รกุ

(Active Learning)
1.5 แบบบันทึกการสังเกตการจดั การเรยี นรู้คณิตศาสตรต์ ามแนวคดิ การเรยี นรู้เชงิ รุก

(Active Learning) ของครผู ู้สอนคณิตศาสตร์

2. เครอ่ื งมอื สาหรับพัฒนาคุณภาพการศึกษาได้แก่ เอกสารประกอบการนเิ ทศการจัดการเรียนรู้
คณิตศาสตร์ตามแนวคดิ การเรียนรู้เชิงรกุ (Active Learning)

การพัฒนาเครื่องนิเทศ มขี ั้นตอนการพัฒนา ดงั นี้
1. สภาพปัจจุบันของโรงเรยี นอนบุ าลพิจติ ร จังหวดั พิจิตร และกลมุ่ เปา้ หมายทใ่ี ห้ข้อมูล ไดแ้ ก่
ครูผูส้ อน จานวน 5 คน ซึง่ มีความตอ้ งการพฒั นาการจัดการเรยี นรคู้ ณิตศาสตรต์ ามแนวคิดการเรยี นรูเ้ ชงิ รกุ

8

(Active Learning) กาหนดแนวทางการพฒั นา โดยใช้เอกสารประกอบการนเิ ทศเพื่อพัฒนาครผู ้สู อน
2. ศึกษารายละเอยี ดของเครอื่ งมือท่ีพจิ ารณาเลือกไว้วา่ มรี ายละเอียดปลีกย่อยจุดเด่น จดุ ดอ้ ย
3. ดาเนนิ การสร้างเคร่ืองมือ โดยมีเกณฑว์ า่ ต้องตรวจสอบได้ ตามมาตรฐาน และต้องคานึงถงึ เรื่อง

ตา่ งๆ ดังนี้
3.1 กาหนดวัตถุประสงค์
3.2 กาหนดขอบขา่ ย/กรอบเนือ้ หา
3.3 การดาเนนิ การเกบ็ รวบรวมข้อมูล
3.4 การวิเคราะหข์ อ้ มูล
3.5 การนาขอ้ มลู ไปใช้/การรายงานผล

4. นาเคร่ืองมือนิเทศทสี่ รา้ งข้นึ เสนอตอ่ ศึกษานิเทศก์พเ่ี ล้ียง ขอคาปรึกษา ขอ้ ชแ้ี นะปรับปรุง แล้ว
แกไ้ ขตามขอ้ คิดเห็นก่อนนาไปใช้

5. การวิเคราะห์ข้อมูลการนเิ ทศ
1. วธิ กี ารวิเคราะหข์ ้อมูลการนิเทศ
ข้อมลู เชิงปรมิ าณวิเคราะห์ดว้ ยการแจกแจงค่าความถร่ี ้อยละ
2. ข้อมูลจากการนิเทศ ตามกระบวนการนเิ ทศแบบ “PIDRE” ไดด้ งั ตารางที่ 2

ตารางที่ 2 ข้อมูลจากการนเิ ทศการจดั การเรยี นรคู้ ณติ ศาสตร์ตามแนวคดิ การเรยี นร้เู ชิงรุก (Active Learning)

ด้วยกระบวนการนเิ ทศแบบ “PIDRE”

กระบวนการนิเทศ ข้อมูลจากการนเิ ทศ
ขนั้ ตอนที่ 1 การวางแผนการ 1. ผลการติดตามการจัดการเรยี นรคู้ ณิตศาสตร์ตามแนวคิดการเรียนรู้
นเิ ทศ (P-Plan) เชงิ รุก (Active Learning) ของครผู สู้ อนคณิตศาสตร์โรงเรยี นอนุบาล
พจิ ติ ร
ขน้ั ตอนที่ 2. ใหค้ วามรู้ก่อน 2. ความตอ้ งการพฒั นาของครผู ู้สอนคณิตศาสตรเ์ ก่ียวกับการจดั การ
การนเิ ทศ (I-Informing) เรยี นรู้คณติ ศาสตร์ตามแนวคิดการเรียนรูเ้ ชิงรกุ (Active Learning) โดย
ข้นั ตอนท่ี 3 การปฏิบัตกิ าร การตอบกลบั ผ่านแบบสอบถามออนไลน์ จานวน 8 คน
นิเทศ (D-Do) 3. ความพงึ พอใจของครผู ูส้ อนคณิตศาสตร์ท่ตี ้องการพฒั นา จานวน 5
คน ตอ่ เอกสารประกอบการนิเทศ
4. ผลการประเมินตนเองในการจัดการเรียนรู้คณิตศาสตร์ตามแนวคดิ
การเรียนรู้เชิงรกุ (Active Learning) ของครผู ้สู อนคณติ ศาสตร์ โดยการ
ตอบกลับผา่ นแบบสอบถามออนไลน์ จานวน 5 คน

9

ตารางที่ 2(ต่อ) ข้อมลู จากการนเิ ทศการจดั การเรยี นรคู้ ณติ ศาสตรต์ ามแนวคิดการเรียนรู้เชงิ รกุ (Active
Learning) ด้วยกระบวนการนเิ ทศแบบ “PIDRE”

ขั้นตอนท่ี 4 การเสรมิ สร้าง 5. ผลการประเมินแผนการจดั การเรียนร้คู ณิตศาสตร์ตามแนวคดิ การ
ขวัญและกาลงั ใจ เรยี นรเู้ ชงิ รกุ (Active Learning) จานวน 5 คน
(R-Reinforcing)
ข้นั ตอนที่ 5 การประเมนิ ผล 6. แบบบนั ทกึ การสงั เกตการจัดการเรยี นรคู้ ณิตศาสตร์ตามแนวคดิ การ
การนเิ ทศ (E-Evaluation) เรยี นรู้เชิงรุก (Active Learning) ของครผู ูส้ อนคณติ ศาสตร์

3. ผลการนเิ ทศ นาเสนอตามกระบวนการนิเทศ ดงั นี้
ขนั้ ที่ 1 การวางแผน(P : Plan)
1. ผลการนเิ ทศตดิ ตามการจดั การเรยี นร้คู ณิตศาสตร์ตามแนวคดิ การเรียนรเู้ ชิงรุก (Active Learning)

ของครูผู้สอนคณิตศาสตร์โรงเรยี นอนุบาลพจิ ิตร นาเสนอดงั ตารางที่ 3 ดังนี้
ตารางที่ 3 ผลการนิเทศติดตามการจัดการเรียนรู้คณิตศาสตรต์ ามแนวคิดการเรียนรู้เชงิ รุก (Active Learning)

ของครผู สู้ อนคณติ ศาสตร์โรงเรียนอนบุ าลพจิ ติ ร

ที่ ประเดน็ ผลการตรวจสอบ ร่องรอยหลักฐาน
ปฏิบัติ ไม่ปฏบิ ัติ
1 ครมู กี ารนาส่ือหรือกิจกรรมการเรียนร้ทู ห่ี ลากหลายมาใชใ้ น
การจัดการเรยี น การสอน  ส่อื การสอน

2 ครจู ัดการเรยี นรู้ท่ีให้นักเรียนไดล้ งมือปฏิบัติจรงิ  แผนการจัดการเรยี นรู้
ชนิ้ งาน
3 ครจู ดั กิจกรรมทสี่ ่งเสริมให้นักเรยี นได้คดิ ได้แก้ปญั หา และได้
นาความรไู้ ปประยกุ ต์ใช้ชีวิตประจาวันและการเรียนรูใ้ นกลุ่ม แผนการจดั การเรียนรู้
สาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์
 ชิ้นงาน
4 ครูเปดิ โอกาสให้ผเู้ รียนไดม้ สี ว่ นรว่ มในกระบวนการเรยี นรู้
5 ครูวางบทบาทตนเองเป็นผู้อานวยความสะดวกในการจัดการ  แผนการจัดการเรียนรู้
แผนการจัดการเรยี นรู้
เรยี นรมู้ ากกว่า ผสู้ อน และเปิดโอกาสให้ผู้เรยี นได้สร้างองค์
ความรแู้ ละจดั กระบวนการเรียนรู้ ด้วยตนเอง 
6 ครูส่งเสริมให้เกิดบรรยากาศในการเรยี นแบบรว่ มมือกันมีการ
แบง่ หนา้ ท่ี ความรบั ผิดชอบมากกวา่ การเรียนแบบแขง่ ขนั  แผนการจดั การเรยี นรู้
ชิน้ งาน

10

ตารางที่ 3(ต่อ) ผลการนเิ ทศติดตามการจัดการเรียนรคู้ ณิตศาสตรต์ ามแนวคิดการเรยี นรู้เชิงรุก
(Active Learning) ของครูผู้สอนคณติ ศาสตรโ์ รงเรยี นอนุบาลพจิ ิตร

ที่ ประเด็น ผลการตรวจสอบ ร่องรอยหลักฐาน
ปฏบิ ตั ิ ไมป่ ฏบิ ัติ
7 ครูจัดกิจกรรมสง่ เสรมิ ให้ผเู้ รยี นได้ฝกึ ปฏิบตั แิ ละเห็น
ความสาคญั ของความรบั ผิดชอบรว่ มกนั การมีวินัยต่อการ แผนการจัดการเรียนรู้
ทางาน ต่อตนเองและผู้อ่ืน
 ชน้ิ งาน
8 ครมู ีการนากิจกรรมการสอนแบบสถานการณ์ มาใหผ้ ู้เรียนได้
ฝกึ อ่าน พูด ฟัง คิด  แผนการจัดการเรยี นรู้
ชน้ิ งาน
9 ครจู ัดกิจกรรมท่ีส่งเสริมให้ผ้เู รียนไดใ้ ชท้ กั ษะการคิดขัน้ สูง
 แผนการจดั การเรียนรู้
10 ครจู ัดกจิ กรรมทเี่ สริมให้ผู้เรยี นไดบ้ รู ณาการข้อมลู ขา่ วสาร ช้นิ งาน
หรอื สารสนเทศ และหลักการความคิดรวบยอด การสรา้ งองค์
ความรู้ และการสรปุ ทบทวนความรู้ ดว้ ยตนเอง แผนการจัดการเรียนรู้

 ชิ้นงาน

จากตารางที่ 3 ผลการนิเทศติดตามการจัดการเรียนรู้คณติ ศาสตรต์ ามแนวคดิ การเรยี นรูเ้ ชงิ รกุ
(Active Learning) ของครูผู้สอนคณิตศาสตรโ์ รงเรียนอนุบาลพจิ ิตร โดยภาพรวมมีการจัดกจิ กรรมการเรยี น
การสอนคณิตศาสตร์ตามแนวคดิ เชงิ รุก (Active Learning) โดยมกี ารนาสื่อ จัดกจิ กรรมการเรยี นรทู้ ่ี
หลากหลาย เนน้ ให้นกั เรยี นลงมอื ปฏิบตั ิจรงิ มีทกั ษะการคิดขน้ั สูง เปน็ การเรยี นแบบร่วมมือ มีส่วนร่วมใน
กระบวนการเรยี นรู้ นาสารสนเทศ ความคิดรวบยอดมาสร้างองค์ความรู้ สรุป ทบทวนความรดู้ ว้ ยตนเอง

11

2. ความต้องการพัฒนาของครูผูส้ อนคณิตศาสตรเ์ กี่ยวกับการจัดการเรยี นรู้คณิตศาสตร์ตาม
แนวคดิ การเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) โดยการตอบกลบั ผ่านแบบสอบถามออนไลน์ จานวน 8 คน
นาเสนอดังตารางท่ี 4 ดงั นี้
ตารางท่ี 4 สารวจความต้องการพัฒนาของครูผสู้ อนคณติ ศาสตรเ์ กี่ยวกบั การจัดการเรยี นรู้คณติ ศาสตรต์ าม

แนวคดิ การเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) โดยการตอบกลบั ผ่านแบบสอบถามออนไลน์
google form

ขอ้ มูล แผนภาพแสดงขอ้ มูล
เพศ

อายุ

ประสบการณใ์ นการสอน

12

ตารางที่ 4 (ต่อ) สารวจความตอ้ งการพัฒนาของครูผู้สอนคณิตศาสตร์เก่ียวกับการจดั การเรียนรคู้ ณิตศาสตร์
ตามแนวคดิ การเรียนรเู้ ชิงรุก (Active Learning) โดยการตอบกลับผ่านแบบสอบถาม
ออนไลน์ google form

ขอ้ มูล แผนภาพแสดงขอ้ มูล
ความเขา้ ใจเก่ียวกับการจัดการ
เรียนรูเ้ ชิงรุก (Active learning)

ความตอ้ งการพัฒนารปู แบบในจัดการเรียนรู้แบบเชงิ รุก(Active learning)

จากตารางที่ 4 สารวจความต้องการพฒั นาของครูผู้สอนคณิตศาสตร์เก่ยี วกับการจดั การเรยี นรู
คณิตศาสตร์ตามแนวคดิ การเรียนรเู้ ชงิ รุก (Active Learning) โดยการตอบกลบั ผา่ นแบบสอบถามออนไลน์
google form ทัง้ หมดจานวน 8 คน พบว่า เพศชาย ร้อยละ 12.50 เพศหญิง ร้อยละ 87.50 อายอุ ยู่ใน ช่วง
31 - 40 ปี มากทสี่ ดุ ร้อยละ 50 ประสบการณ์ในการสอน ระหวา่ ง 6 - 20 ปีขึน้ ไป ครูมีความรู้ความเข้าใจ
เก่ยี วกับความเข้าใจเกย่ี วกบั การจดั การเรียนรู้เชิงรุก (Active learning) ระดบั มากและปานกลางร้อยละ 50
และมีความตอ้ งการพฒั นาความต้องการพัฒนารูปแบบในจัดการเรียนร้แู บบเชงิ รกุ (Active learning) มาก
ทีส่ ุด ได้แก่ การเรยี นรทู้ เี่ นน้ ทักษะกระบวนการคิด ร้อยละ 50

13

ขัน้ ตอนที่ 2 ให้ความรู้ก่อนการนิเทศ (I-Informing)
3. ความพึงพอใจของครผู ู้สอนคณติ ศาสตรท์ ีต่ ้องการพัฒนา จานวน 5 คน ต่อเอกสารประกอบ
การนิเทศ ดงั ตารางที่ 5 ดังนี้
ตารางที่ 5 ความพึงพอใจของครผู สู้ อนท่ีตอ้ งการพฒั นาต่อเอกสารประกอบการนเิ ทศการจดั การเรียนรู้

คณติ ศาสตรต์ ามแนวคิดการเรยี นรู้เชิงรุก (Active Learning) ผา่ นแบบสารวจออนไลน์
google form

รายการ แผนภาพแสดงข้อมูล
เนอื้ หานาเสนองา่ ยต่อการ
เขา้ ใจ

รูปแบบการนาเสนอนา่ สนใจ

ความทนั สมัย และเอกสารการ
อา้ งอิง

14

ตารางท่ี 5 (ต่อ) ความพึงพอใจของครูผสู้ อนท่ีตอ้ งการพัฒนาต่อเอกสารประกอบการนิเทศการจัดการเรียนรู้
คณิตศาสตร์ตามแนวคดิ การเรียนรู้เชิงรกุ (Active Learning) ผา่ นแบบสารวจออนไลน์
google form

รายการ แผนภาพแสดงขอ้ มลู
สามารถนาความรไู้ ปประยุกต์ใช้
ในการจดั การเรยี นรไู้ ดจ้ รงิ

มีประโยชนต์ ่อการจัดการเรียนรู้
เมอ่ื นาไปใชจ้ ริง

จากตารางท่ี 5 ความพึงพอใจของครผู ู้สอนทตี่ ้องการพฒั นาตอ่ เอกสารประกอบการนิเทศ
การจดั การเรียนรู้คณิตศาสตรต์ ามแนวคดิ การเรียนรู้เชิงรกุ (Active Learning) ผ่านแบบสารวจออนไลน์
google form พบว่า ในภาพรวมผรู้ บั การนเิ ทศมีความพึงพอใจต่อเอกสารประกอบการนเิ ทศ อยู่ระดับมาก
ที่สุด รูปแบบการนาเสนอนา่ สนใจ ความทนั สมยั และเอกสารการอา้ งอิงสามารถนาความรไู้ ปประยุกตใ์ ช้ใน
การจดั การเรยี นรู้ได้จรงิ และมีประโยชน์ต่อการจัดการเรยี นรู้เมือ่ นาไปใช้จริง รอ้ ยละ 80 ในรายการมีเนื้อหา
นาเสนองา่ ยต่อการเข้าใจ ร้อยละ 60

15

ข้ันตอนที่ 3 การปฏิบตั ิการนเิ ทศ (D-Do)
4. ผลการประเมนิ ตนเองในการจัดการเรียนรู้คณติ ศาสตรต์ ามแนวคิดการเรียนรู้เชงิ รกุ (Active
Learning) ของครผู สู้ อนคณติ ศาสตร์ โดยการตอบกลบั ผ่านแบบสอบถามออนไลน์ จานวน 5 คน
ดังตารางท่ี 6 ดังน้ี
ตารางที่ 6 ผลการประเมินตนเองในการจดั การเรียนรู้คณิตศาสตร์ตามแนวคดิ การเรียนรู้เชิงรุก

(Active Learning) ของครผู ้สู อนคณิตศาสตร์ โดยการตอบกลับผา่ นแบบสอบถามออนไลน์
google form

รายการ ภาพแผนภูมแิ สดงขอ้ มูล
ทา่ นมีความรเู้ ก่ยี วกับการจัดการเรยี นรู้
คณิตศาสตร์ตามแนวคดิ การเรียนรเู้ ชงิ รุก (Active
Learning) หลังจากไดร้ บั การนเิ ทศ

ทา่ นมคี วามต้องการพัฒนาการจดั การเรียนรู้
คณติ ศาสตร์ตามแนวคดิ การเรียนรเู้ ชิงรกุ (Active
Learning) อกี หรือไม่

จากตารางที่ 6 การประเมินตนเองในการจัดการเรยี นรู้คณิตศาสตร์ตามแนวคดิ การเรยี นรู้เชงิ รุก
(Active Learning) ของครผู ู้สอนคณติ ศาสตร์ โดยการตอบกลับผ่านแบบสอบถามออนไลน์ google form
จานวน 5 คน พบวา่ ผู้รับการนเิ ทศหลังจากการจดั การเรยี นร้คู ณติ ศาสตรต์ ามแนวคดิ การเรยี นรู้เชิงรุก
(Active Learning) ประเมนิ ตนเอง มีความรู้เพิ่มขน้ึ รอ้ ยละ 100 และมคี วามต้องการพัฒนาการจดั การเรียนรู้
คณติ ศาสตร์ตามแนวคิดการเรียนรู้เชิงรกุ (Active Learning) รอ้ ยละ 100

16

ข้นั ตอนที่ 4 การเสรมิ สร้างขวญั และกาลังใจ (R-Reinforcing)
5. ผลการประเมนิ แผนการจดั การเรยี นรู้คณิตศาสตร์ตามแนวคดิ การเรยี นรเู้ ชงิ รุก (Active Learning)
จานวน 5 คน เพ่ือเปน็ แบบอยา่ งและขยายผล ดังตารางท่ี 7 ดงั นี้
ตารางที่ 7 ผลการประเมินแผนการจัดการเรยี นรู้คณติ ศาสตรต์ ามแนวคิดการเรียนร้เู ชงิ รุก (Active Learning)

คนท่ี คะแนนประเมนิ
(คะแนนเตม็ 60 คะแนน)

1 51

2 59

3 50

4 54

5 56

60 59 50 54 56
58 คนที่ 2 คนที่ 3 คนที่ 4 คนที่ 5
56
54
52 51
50
48
46
44

คนที่ 1

จากตารางท่ี 7 ผลการประเมินแผนการจัดการเรยี นรู้คณติ ศาสตร์ตามแนวคิดการเรยี นรู้เชิงรกุ
(Active Learning) จานวน 5 คน เพ่อื เสริมสรา้ งขวัญและกาลังใจ เป็นแบบอย่างทดี่ ี และนาไปขยายผล
พบวา่ คณุ ครูทา่ นที่ 2 มีคะแนนประเมินสงู สดุ 59 คะแนน แผนการจัดการเรยี นรู้คณติ ศาสตร์ตามแนวคดิ
การเรยี นรู้เชงิ รุก (Active Learning) ของคณุ ครูท่ีมีคะแนนประเมนิ สงู สดุ จะนาไปเผยแพรแ่ ละขยายผลให้กบั
คณุ ครใู นจังหวดั พจิ ิตรต่อไป

17

ขนั้ ตอนท่ี 5 การประเมนิ ผลการนิเทศ (E-Evaluation)
6. ผลการสังเกตการจัดกิจกรรมการเรียนรู้คณิตศาสตรต์ ามแนวคิดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning)
ของครูผู้สอนคณิตศาสตร์โรงเรียนอนุบาลพิจิตร พบว่า ผลการสังเกตกระบวนการจัดการเรียนรู้ของครูโดยภาพ
รวมอยู่ในระดับคุณภาพดีเยี่ยม ในด้านกระบวนการจัดการเรียนรู้ ครูผู้สอนมีการนาเข้าสู่บทเรียน มีการใช้ส่ือ
อุปกรณ์ ประกอบการนาเขา้ สบู่ ทเรยี น เช่ือมโยงการสอนคร้งั กอ่ นมายงั คร้ังน้ี การจัดกิจกรรมการเรียนรู้สอดคล้อง
กบั มาตรฐานการเรยี นรู้ตวั ชี้วดั และจดุ ประสงค์การเรียนรู้ ใช้เทคนคิ กระบวนการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรยี นเป็นสาคัญที่มี
ลีลาน่าสนใจ เหมาะสมกับธรรมชาติวิชา ผู้เรียนมีบทบาทส่วนร่วมในการปฏิบัติกิจกรรมการเรียนรู้ ได้เรียนรู้
กระบวนการและเกิดผลงาน ช้ินงาน การสรุปบทเรียน ผู้เรียนมีโอกาสสรุปบทเรียนด้วยตนเอง การวัดผลและ
ประเมินผล วัดและประเมินผลด้วยวิธีการท่ีหลากหลาย ประเมินผลสอดคล้องกับมาตรฐานการเรียนรู้ ตัวชี้วัด
จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
6. การสรุปผลการนเิ ทศและขอ้ คน้ พบ
1. ความตอ้ งการตอ้ งการพัฒนาของครผู ูส้ อนคณิตศาสตรเ์ ก่ยี วกับการจัดการเรยี นรคู้ ณิตศาสตร์ตาม
แนวคิดการเรียนรเู้ ชิงรกุ (Active Learning) เรยี งตามลาดับจากมากไปหาน้อย ดงั นี้ การเรยี นรู้ทเ่ี นน้ ทกั ษะ
กระบวนการคิด การเรียนรู้แบบร่วมมือ การเรียนรู้แบบใช้เกม การเรียนรู้โดยใช้กจิ กรรมเป็นฐาน และการ
เรยี นรโู้ ดยใช้โครงงานเปน็ ฐาน
2. ผลการนิเทศการจดั การเรียนรคู้ ณิตศาสตรต์ ามแนวคิดการเรียนรู้เชงิ รกุ (Active Learning) ดว้ ย
กระบวนการนิเทศแบบ “PIDRE” พบว่า ครูสามารถจัดกระบวนการจดั การเรียนรู้แนวคิดการเรียนรู้เชงิ รุก
(Active Learning) และคานงึ ถงึ ผเู้ รียนเปน็ สาคญั ให้กับผเู้ รียนไดอ้ ยา่ งมีคุณภาพ มีความรู้ ความเขา้ ใจเกี่ยวกบั
ผู้เรียน มองเหน็ ปญั หา และความตอ้ งการและธรรมชาติของผเู้ รียนไดร้ ับรถู้ งึ ปัญหา หรอื อปุ สรรคทเี่ กิดขน้ึ ใน
การจดั การเรยี นร้รู ่วมกับผู้นเิ ทศ และมสี ่วนรว่ มกับผนู้ เิ ทศ ในการพิจารณา แก้ไขปญั หาที่เกดิ ขึ้นมคี วามรู้และ
ทกั ษะในการวิเคราะห์ปัญหาการจดั ประสบการณข์ องตนเอง และ ประเมินผลงานได้ดีขึ้น พัฒนากระบวนการ
ทางานร่วมกนั ซงึ่ ส่งผลให้ครูมคี วามสามารถในการจดั กจิ กรรมการเรยี นรไู้ ด้อย่างมเี ป้าหมาย และมี
วัตถปุ ระสงค์ชัดเจน ครสู ามารถประเมนิ ตนเอง ร้จู ักตนเองมากขน้ึ ว่าตนเองมคี วามสามารถใดบา้ ง และต้อง
ปรับปรงุ แก้ไขด้านใด

18

7. เอกสารอา้ งอิง
ณชั นนั แก้วชยั เจริญกจิ . (2563). บทบาทของครผู ูส้ อนในการจดั กจิ กรรมและวธิ ีการปฏิบตั ติ ามแนวทาง

ของ Active Learning. สบื คน้ จาก http://www.itie.org. เม่ือ 27 มกราคม 2563.
โรงเรียนอนบุ าลพจิ ิตร. (2561). รายงานการประเมนิ ตนเอง (SAR) โรงเรยี นอนุบาลพจิ ิตร. พจิ ิตร.

เอกสารอัดสาเนา.
สงดั อุทรานันท.์ (2530). การนเิ ทศ : หลกั การทฤษฎีและการปฏิบตั ิ.พมิ พ์ครั้งท่ี 2.กรุงเทพมหานคร :

มิตรสยาม.
สานักงานเขตพืน้ ที่การศึกษาประถมศกึ ษาอุบลราชธานีเขต 1. (2559). แนวทางการนเิ ทศเพ่อื พฒั นาและ

ส่งเสรมิ การจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning). อุบลราชธาน.ี เอกสารอดั สาเนา.
สานักงานเขตพืน้ ที่การศึกษามธั ยมศกึ ษาเขต 35. (2560). แนวทางการจัดการเรียนร้เู ชิงรุก Active

Learning. ลาปาง.เอกสารอัดสาเนา.
หนว่ ยศกึ ษานิเทศก์ สานกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาขน้ั พ้ืนฐาน. (2562). แนวทางการนิเทศเพ่ือพัฒนาและ

สง่ เสริมการจดั การเรยี นรูเ้ ชิงรกุ (Active Learning) ตามนโยบายลดเวลาเรียนเพ่มิ เวลารู้.
กรงุ เทพมหานคร. เอกสารอัดสาเนา.

19

ภาคผนวก

ภาพกิจกรรมนิเทศ

20

21

สมดุ นิเทศการศึกษาโรงเรยี นอนุบาลพจิ ติ ร

22

เอกสารประกอบการนเิ ทศการศึกษา

แบบสอบถามความต้องการพฒั นาของครูผสู้ อนเก่ียวกบั การจดั การเรยี นรเู้ ชิงรุก(Active learning)

แบบสอบถามความพงึ พอใจของครูผูส้ อนท่ีต้องการพฒั นาตอ่ เอกสารประกอบการนิเทศการจดั การเรยี นรู้
คณิตศาสตรต์ ามแนวคิดการเรียนรู้เชิงรกุ (Active Learning)

การประเมนิ ตนเองในการจดั การเรียนร้คู ณิตศาสตร์ตามแนวคิดการเรยี นรเู้ ชงิ รุก (Active Learning) ของ
ครูผู้สอนคณติ ศาสตร์

23

แผนการจัดการเรียนรคู้ ณติ ศาสตร์ Active Learning ช้นั ประถมศึกษาปที ี่ 1

แผนการจดั การเรียนรคู้ ณติ ศาสตร์ Active Learning ชนั้ ประถมศกึ ษาปที ่ี 4

คมู่ อื การจัดการเรยี นรู้ตามแนวทาง Active Learning

24

แบบนิเทศติดตามการจัดการเรยี นรู้คณติ ศาสตร์ตามแนวคิดการเรียนรเู้ ชงิ รุก (Active Learning)
สานักงานเขตพนื้ ทีก่ ารศกึ ษาประถมศึกษาพจิ ิตร เขต 1
ชื่อโรงเรียนอนบุ าลพิจติ ร อาเภอเมอื ง จังหวัดพิจติ ร

คาช้แี จง ใหศ้ กึ ษาเอกสารหลกั ฐานร่องรอยเก่ยี วกับประเด็นทจี่ ะศึกษา แลว้ ให้ระบุ 1 เม่ือพบวา่ ได้มี
การดาเนินการแล้ว และระบุ 0 หากพบว่ายังไมด่ าเนนิ การ

ที่ ประเด็น การ
ดาเนินการ
1 ครมู กี ารนาส่ือหรอื กิจกรรมการเรียนรทู้ ห่ี ลากหลายมาใชใ้ นการจดั การเรียน การสอน
2 ครจู ัดการเรียนร้ทู ่ีให้นกั เรยี นไดล้ งมือปฏบิ ัตจิ ริง
3 ครจู ดั กจิ กรรมทสี่ ง่ เสริมให้นักเรยี นไดค้ ดิ ไดแ้ ก้ปัญหา และไดน้ าความร้ไู ปประยุกตใ์ ช้

ชีวิตประจาวันและการเรียนรู้ในกลุ่มสาระต่างๆ
4 ครูเปดิ โอกาสให้ผูเ้ รียนได้มีสว่ นรว่ มในกระบวนการเรียนรู้
5 ครูวางบทบาทตนเองเปน็ ผู้อานวยความสะดวกในการจัดการเรยี นรู้มากกวา่ ผู้สอน และเปดิ

โอกาสใหผ้ ้เู รียนได้สร้างองค์ความรูแ้ ละจดั กระบวนการเรียนรู้ ดว้ ยตนเอง
6 ครสู ง่ เสรมิ ให้เกิดบรรยากาศในการเรียนแบบร่วมมือกันมีการแบง่ หนา้ ที่ ความรบั ผิดชอบ

มากกว่าการเรยี นแบบแขง่ ขัน
7 ครูจัดกิจกรรมสง่ เสรมิ ใหผ้ ู้เรยี นไดฝ้ ึกปฏิบัติและเห็นความสาคัญของความรับผดิ ชอบรว่ มกัน

การมีวินยั ต่อการทางาน ตอ่ ตนเองและผู้อน่ื
8 ครูมกี ารนากิจกรรมการสอนแบบสถานการณ์ มาให้ผเู้ รียนไดฝ้ กึ อ่าน พูด ฟงั คดิ
9 ครจู ดั กิจกรรมท่ีส่งเสรมิ ให้ผ้เู รียนไดใ้ ช้ทกั ษะการคิดข้นั สงู
10 ครูจดั กิจกรรมทเ่ี สรมิ ใหผ้ ูเ้ รยี นได้บูรณาการข้อมูลข่าวสาร หรอื สารสนเทศ และหลักการ

ความคิดรวบยอด การสร้างองคค์ วามรู้ และการสรุปทบทวนความรู้ ด้วยตนเอง

ลงช่ือ........................................ผู้นเิ ทศ
(นางสาวนริศรา แสงจนั ทร์)

25

แบบประเมนิ แผนการจดั การเรยี นร้เู ชงิ รกุ Active Learning

คาชีแ้ จง : โปรดทาเคร่อื งหมาย  ลงในชอ่ งทตี่ รงกบั ความคดิ เหน็ ของท่าน
4 หมายถงึ ผลงานมีคุณภาพในระดับดมี าก 3 หมายถงึ ผลงานมีคุณภาพในระดบั ดี
2 หมายถึง ผลงานมีคณุ ภาพในระดบั พอใช้ 1 หมายถึง ผลงานมีคุณภาพในระดบั ปรบั ปรงุ

ท่ี รายการ ระดบั คุณภาพ
1234
1 แผนการจัดการเรียนรสู้ อดคล้องสัมพันธ์กับหนว่ ยการเรยี นรู้ท่ีกาหนดไว้
2 แผนการจัดการเรียนรู้มีองค์ประกอบสาคัญครบถ้วนร้อยรัดสมั พนั ธ์กนั
3 การเขยี นสาระสาคัญในแผนถูกต้อง
4 ตวั ชวี้ ดั /จุดประสงค์ การเรียนรู้มีความชัดเจนครอบคลุมเนื้อหาสาระ
5 การเรียนรเู้ รยี งลาดับพฤติกรรมจากง่ายไปยาก
6 กจิ กรรมการเรยี นรู้สอดคลอ้ งกบั ตวั ชี้วดั /จุดประสงคแ์ ละเน้ือหาสาระ
7 กจิ กรรมการเรยี นรู้มีความหลากหลายและสามารถปฏบิ ัติไดจ้ รงิ
8 กิจกรรมการเรียนรู้เปน็ กิจกรรมท่สี ่งเสรมิ กระบวนการคิดของนกั เรยี น
9 กิจกรรมเน้นใหน้ ักเรยี นเรียนรู้จากการปฏิบัติจริง
10 กิจกรรมการเรยี นรู้สอติแทรกคณุ ธรรมและคา่ นยิ มทีด่ ี
11 กจิ กรรมการเรยี นรู้เปิดโอกาสใหผ้ ู้เรยี นบรู ณาการข้อมลู ข่าวสาร

สารสนเทศ สู่การสร้างความคิดรวบยอด
12 กิจกรรมการเรียนร้ใู ห้ผ้เู รยี นเปน็ ผ้ปู ฏิบตั ดิ ้วยตนเอง ความรู้เกิดจาก

ประสบการณ์ การสร้างองคค์ วามรแู้ ละการสรปุ ทบทวนของผเู้ รียน
13 กิจกรรมการเรียนรู้ส่งเสริมให้ไดใ้ ช้ความรู้ ความคิด ในการสร้างสรรค์

ชน้ิ งาน/ภาระงาน
14 วัสดุอปุ กรณ์ สื่อและแหล่งเรยี นรู้มีความหลากหลายเหมาะสมกบั เนอื้ หา

สาระ นักเรยี นได้ใช้สอ่ื และแหล่งเรยี นรู้ด้วยตนเอง
15 มกี ารวดั และประเมินผลที่สอดคล้องกบั ตวั ชว้ี ัด/ผลการเรยี นรู้ ท้ังดา้ น

ความรู้ ทักษะ และคณุ ลักษณะ
รวมคะแนน

รวมสรปุ คะแนน

ลงช่ือ........................................ผู้ประเมิน
(นางสาวนรศิ รา แสงจนั ทร)์

26

แบบบนั ทึกการสงั เกตการจัดการเรยี นรู้

ตอนที่ 1 ข้อมูลทั่วไป
คาชแ้ี จง โปรดเตมิ ข้อความลงในช่องว่างท่ีกาหนดให้
โรงเรียนอนบุ าลพจิ ติ ร สงั กัดสานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพิจติ รเขต 1
ช่ือครู..................................................................ตาแหนง่ ............................วทิ ยฐานะ....................................
กลมุ่ สาระการเรียนรู้...............................................................ช่ือวิชาทส่ี อน....................................................
ระดับชน้ั ....................................... วนั เดอื น ปี ที่สงั เกตการจดั การเรียนรู้.....................................................
ตอนท่ี 2 สงั เกตกระบวนการจัดการเรียนรู้
คาชแ้ี จง ใหท้ ่านสังเกตกระบวนการจดั การเรียนรูข้ องครู แล้วทาเคร่ืองหมาย ลงในช่องระดับคุณภาพ
โดยใชเ้ กณฑ์ดังน้ี

5 หมายถึง คณุ ภาพดีเยี่ยม
4 หมายถึง คณุ ภาพดมี าก
3 หมายถงึ คณุ ภาพดี
2 หมายถงึ คุณภาพพอใช้
1 หมายถึง คณุ ภาพปรบั ปรุง

ขอ้ กระบวนการจัดการเรียนรู้ ระดับคุณภาพ บันทึกเพม่ิ เติม
54321
การนาเข้าสบู่ ทเรยี น
1 มกี ารใชส้ ่อื / อปุ กรณ์ ประกอบการนาเข้าส่บู ทเรยี น
2 การเชอ่ื มโยงการสอนครั้งก่อนมายังครัง้ นี้
3 การชแี้ จงเป้าหมาย/จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้แกผ่ เู้ รยี น

การจัดกิจกรรมการเรียนรู้
4 สอดคล้องกบั มาตรฐานการเรียนร้/ู ตวั ชี้วดั และจดุ ประสงค์

การเรยี นรู้
5 ใช้ส่ือ / อุปกรณ์ / แหล่งเรยี นรู้ ประกอบการจดั กจิ กรรม

การเรยี นรู้
6 ใชเ้ ทคนิค / กระบวนการเรียนรู้ท่ีเน้นผูเ้ รยี นเปน็ สาคัญที่มีลลี า

น่าสนใจ เหมาะสมกับธรรมชาตวิ ชิ า
7 เปดิ โอกาสใหผ้ เู้ รียนได้ร่วมมอื กันสร้างองค์ความรู้ดว้ ยตนเอง

27

ขอ้ กระบวนการจดั การเรียนรู้ ระดับคุณภาพ บันทกึ เพิม่ เติม
54321

8 มปี ฏสิ มั พนั ธร์ ะหวา่ งผู้สอนกบั ผู้เรียน และผูเ้ รียนกับผเู้ รยี น เช่น

มกี ารตัง้ คาถาม / ข้อสงสยั ในสง่ิ ทต่ี อ้ งการเรียนรอู้ ย่างมเี หตุผลและ

สรา้ งสรรค์

9 ผู้เรยี นมีบทบาทส่วนร่วมในการปฏิบัตกิ ิจกรรมการเรยี นรู้

10 ผเู้ รียนมีการศึกษาค้นคว้า สืบค้นข้อมูลจากแหล่งข้อมลู ตา่ งๆ

11 ผเู้ รยี นได้เรยี นรกู้ ระบวนการและเกิดผลงาน / ชน้ิ งาน

12 ผู้เรยี นมกี ารสอื่ สารและนาเสนอผลงานอย่างมปี ระสิทธภิ าพ

การสรปุ บทเรียน

13 มกี ารอภิปรายเพ่ือสรุปบทเรยี นโดยผสู้ อน / ผู้เรยี น

14 ผเู้ รยี นมีโอกาสสรุปบทเรียนด้วยตนเอง หรือ ดว้ ยกระบวนการกลุ่ม

15 ผเู้ รียนมีการนาองค์ความรู้ทีไ่ ดร้ ับไปประยุกตใ์ ช้สรา้ งสรรค์

ประโยชนต์ อ่ ตนเอง / เพ่ือน / สงั คม

การวดั ผลและประเมนิ ผล

16 วัดและประเมินผลด้วยวธิ กี ารท่หี ลากหลาย

17 วัดและประเมินผลสอดคลอ้ งกับมาตรฐานการเรยี นรู้ / ตัวชีว้ ัด /

จดุ ประสงค์การเรียนรู้

18 มผี ลงาน / ช้นิ งาน / ภาระงาน ซ่ึงเปน็ หลักฐานการเรียนรู้

19 จดุ ประสงค์การเรยี นรู้ / กจิ กรรมการเรยี นรู้ และการวัด

ประเมนิ ผลการเรยี นรู้ สอดคล้องสัมพันธก์ นั

รวมคะแนน

คะแนนเฉลยี่ ระดับ.................

ระดับคุณภาพมีคะแนนเฉล่ยี ดังน้ี
4.50 – 5.00 = ดีเยีย่ ม
3.50 – 4.49 = ดีมาก
2.50 – 3.49 = ดี
1.50 – 2.49 = พอใช้
1.00 – 1.49 = ปรบั ปรงุ

ลงชอ่ื ........................................ผู้นเิ ทศ
(นางสาวนริศรา แสงจันทร์)

28

แผนการนเิ ทศการศกึ ษา
เรือ่ ง การจัดการเรียนรู้คณิตศาสตร์ตามแนวคิดการเรียนรเู้ ชิงรุก (Active Learning)

ดว้ ยกระบวนการนเิ ทศแบบ “PIDRE”
โรงเรียนอนบุ าลพจิ ติ ร สานักงานเขตพ้นื ท่กี ารศึกษาประถมศึกษาพิจิตรเขต 1

วัน/ โครงการ วัตถุประสงค์ วิธีดาเนินงาน/ ส่ือ/เครอ่ื งมือ แนวทาง ผู้รับ ผูน้ ิเทศ
เดอื น/ปี /กจิ กรรม การนเิ ทศ รูปแบบการนเิ ทศ การนิเทศ การตดิ ตาม/ การนิเทศ
การนิเทศ ประเมนิ ผล
20 - 22 1. เพื่อศกึ ษาและ ขน้ั ตอนที่ 1 การ 1. แบบติดตาม ครผู สู้ อน นางสาว
มกราคม 1. ศกึ ษาขอ้ มูล รวบรวมข้อมลู ความ วางแผนการนเิ ทศ นิเทศการจดั การ 1. ผลการ คณติ ศาสตร์ นริศรา
2563 เก่ยี วกับโรงเรียน ต้องการของครูและ (P-Plan) เรยี นรคู้ ณติ ศาสตร์ นิเทศตดิ ตาม และครูที่ แสงจันทร์
อนุบาลพจิ ติ ร ผบู้ รหิ าร 1. ศกึ ษาเอกสารท่ี ตามแนวคดิ การ การจดั การ เกยี่ วข้อง
และการจดั การ 2. เพือ่ วางแผนการ เกย่ี วข้อง เชน่ รปู เล่ม เรียนรเู้ ชงิ รุก เรยี นรู้ โรงเรียน
เรยี นรู้ นเิ ทศ รายงานของกล่มุ สาระ 2. แบบสารวจ คณิตศาสตร์ อนุบาลพจิ ิตร
คณิตศาสตร์ของ 3. เพอื่ สร้าง/เตรยี ม การเรยี นร้คู ณิตศาสตร์ ความตอ้ งการ ตามแนวคิด จานวน 8 คน
ครูผสู้ อนใน เอกสาร รปู เลม่ รายงาน SAR พฒั นาของ การเรยี นรู้
โรงเรียน ประกอบการนเิ ทศ เวบ็ ไซตโ์ รงเรยี นและ ครผู สู้ อน เชงิ รุก
2. สารวจความ สารสนเทศ คณิตศาสตร์ 2. ผลการ
ตอ้ งการพัฒนา 2. วิเคราะหข์ ้อมลู / (แบบออนไลน)์ สารวจความ
ของครูผู้สอน ปญั หา/สารวจความ ตอ้ งการ
คณติ ศาสตร์ ตอ้ งการพฒั นาการ พฒั นาของ
3. วางแผนการ จัดการเรียนรู้ ครูผสู้ อน
นิเทศ คณติ ศาสตร์ คณติ ศาสตร์
4. สร้าง/เตรียม/ 3. วางแผนการนิเทศ
เอกสารประกอบ 4. กาหนดการนิเทศ
การนิเทศ 5. ศึกษาเอกสาร
ประกอบการนเิ ทศ
6. เตรยี ม/สร้างเอก
สารประกอบการนเิ ทศ
: แนวทางการจัดการ
เรียนรคู้ ณติ ศาสตร์
7. ตรวจสอบคณุ ภาพ
เอก สารประกอบการ
นเิ ทศ : แนวทางการ
จัดการเรยี นรู้
คณิตศาสตร์

29

วัน/ โครงการ วัตถปุ ระสงค์ วธิ ีดาเนนิ งาน/ สื่อ/เครอ่ื งมอื แนวทาง ผู้รบั ผูน้ ิเทศ
เดอื น/ปี /กิจกรรม การ การนิเทศ รปู แบบการนิเทศ การนเิ ทศ การตดิ ตาม/ การนเิ ทศ
ประเมนิ ผล
23 นิเทศ 4. เพ่ือแลกเปลี่ยน
มกราคม 5. แลกเปลีย่ น เรียนรูก้ บั ครผู สู้ อน ข้ันตอนท่ี 2. ให้ 1. คมู่ อื เรอ่ื งแนว ผลความพึง ครผู สู้ อน นางสาว
2563 เรียนรูก้ บั คณติ ศาสตร์
ครผู สู้ อน ความรู้กอ่ นการนิเทศ ทางการสอน พอใจต่อ วิชาคณิต นรศิ รา
คณิตศาสตร์
เร่ืองการจดั ทา (I-Informing) Active Learning เอกสารประ ศาสตร์ แสงจนั ทร์
แผนการเรยี นรู้
Active 1. ผนู้ เิ ทศนาเสนอ 2. แผนการจดั การ กอบการนเิ ทศ โรงเรียน
Learning และ
รูปแบบกิจกรรม ความแตกตา่ งของ เรยี นรคู้ ณติ ศาสตร์ (แบบออนไลน)์ อนุบาล
การจัดการเรยี น
การสอนแบบ แผนการจดั การเรียนรู้ แบบ Active พิจติ ร
Active
Learning เดิมกบั Active Learning ท่ตี ้องการ
6. ครผู สู้ อนที่
ต้องการพัฒนา Learning 3. แบบสอบถาม พัฒนา
จานวน 5 คน
ประเมินความ 2. รปู แบบกิจกรรม พงึ พอใจต่อเอก จานวน 5 คน
พึงพอใจตอ่
เอกสาร แบบ Active Learning สารประกอบการ
ประกอบ การ
นเิ ทศ มีความสาคัญอยา่ งไร นเิ ทศ

(แบบออนไลน)์

30

วัน/ โครงการ วัตถปุ ระสงค์ วิธดี าเนนิ งาน/ สื่อ/เครอื่ งมอื แนวทาง ผูร้ บั ผูน้ เิ ทศ
เดอื น/ปี /กจิ กรรม การ การนิเทศ รูปแบบการนิเทศ การนเิ ทศ การติดตาม/ การนิเทศ
ประเมินผล
24 - 29 นเิ ทศ
มกราคม
2563 7. พูดคุยผ่านทาง 5. เพ่อื นิเทศ ข้ันตอนท่ี 3 การ แบบประเมนิ ผลการ ครผู สู้ อนวิชา นางสาว

LINEเพอื่ นิเทศ ติดตาม ปฏิบัติการนเิ ทศ ตนเองในการ ประเมนิ คณติ ศาสตร์ นริศรา

ตดิ ตาม/การ เกี่ยวกบั การจดั การ (D-Do) ใชเ้ ทคนคิ การ จดั การเรยี นรู้ ตนเองในการ โรงเรยี น แสงจันทร์

สัมภาษณ/์ การ เรียนรคู้ ณติ ศาสตร์ นเิ ทศแบบ PIDRE คณติ ศาสตร์ตาม จดั การเรียนรู้ อนุบาลพิจิตร

เยยี่ มชั้นเรยี น และรปู แบบออนไลน์ แนวคดิ การเรยี นรู้ คณติ ศาสตร์ ทต่ี ้องการ

8. ครผู ู้สอน 1. ครูดาเนินการจัดทา เชิงรุก (Active ตามแนวคดิ พัฒนา

คณิตศาสตร์ที่ แผนการสอนตาม Learning) ของ การเรยี นร้เู ชงิ จานวน 5 คน

ตอ้ งการพัฒนา ขน้ั ตอนท่ีไดร้ บั ความรู้ ครูผสู้ อน รกุ (Active

จานวน 5 คน จากเอกสาร คณติ ศาสตร์ Learning)

ประเมินการ ประกอบการนเิ ทศโดย (แบบออนไลน์) ของครูผู้สอน

จัดการเรยี นรู้ ร่วมกนั วิเคราะห์ คณติ ศาสตร์

คณติ ศาสตร์ตาม 2. ครูจัดกิจกรรมการ (แบบออนไลน์)

แนว คิดการ สอนตามแผนการสอน

เรียนรเู้ ชงิ รกุ 3. ผ้นู ิเทศสังเกตการ

(Active สอน สัมภาษณ์ ตรวจ

Learning) ผลงาน ตามแบบ

บนั ทึกการนเิ ทศ แบบ

สงั เกตการณส์ อน

แบบทึกพฤตกิ รรมครู

พฤติกรรมผู้เรียน ตาม

ขนั้ ตอนทไี่ ด้รับความรู้

4. ร่วมกนั สรุปผลการ

จัดกจิ กรรมการสอน

ตามรูปแบบ โดยให้

คุณครู ชว่ ยสะทอ้ น

คดิ เกี่ยวการจดั

กจิ กรรมการสอน ถึง

จุดเดน่ และจดุ ท่คี วร

พัฒนาในครงั้ ต่อไป

31

วนั /เดือน/ปี โครงการ วตั ถปุ ระสงค์ วธิ ดี าเนนิ งาน/ สอ่ื /เครอื่ งมอื แนวทาง ผรู้ บั ผนู้ เิ ทศ
30 - 31 /กจิ กรรม การ การนเิ ทศ รปู แบบการนเิ ทศ การนเิ ทศ การติดตาม/ การนเิ ทศ นางสาว
มกราคม ประเมนิ ผล ครผู สู้ อนวิชา นรศิ รา
2563 นเิ ทศ 6. เพอ่ื ขัน้ ตอนท่ี 4 การ แบบประเมนิ ผลการประเมิน คณติ ศาสตร์ แสงจันทร์
9. การประเมิน ประเมนิ แผนการจดั การ โรงเรยี นอนบุ าล
1–2 แผนการจดั การ แผนการ เสรมิ สร้างขวญั และ แผนการจดั การ เรยี นรคู้ ณติ ศาสตร์ พจิ ติ รทตี่ อ้ งการ นางสาว
กุมภาพนั ธ์ เรยี นรู้ จดั การเรยี นรู้ พฒั นา จานวน นริศรา
2563 คณติ ศาสตร์ คณิตศาสตร์ กาลงั ใจ (R- เรยี นรู้ ผลการสังเกตการ 5 คน แสงจนั ทร์
จดั การเรียนรู้
Reinforcing) คณิตศาสตร์ คณิตศาสตร์ตาม ครผู สู้ อนวิชา
แนวคดิ การเรยี นรู้ คณติ ศาสตร์
1. ผู้นเิ ทศชน่ื ชมผลงาน เชิงรุก (Active โรงเรียนอนบุ าล
Learning) พิจิตรทีต่ อ้ งการ
นกั เรยี นท่ีเกดิ จากการ ของครผู ูส้ อน พัฒนา จานวน
คณิตศาสตร์ 5 คน
จัดกจิ กรรมการเรียนรู้

ตามขนั้ ตอนที่ไดร้ บั

ความรู้และให้คาชน่ื ชม

ยินดีในความสาเรจ็

2. ผู้นิเทศตรวจ

ผลงานประเมนิ

แผนการจดั การเรยี นรู้

คัดเลือกแผนการ

จดั การเรียนรู้ท่เี ปน็

เลิศเผยแพรเ่ พือ่ เปน็

ขวญั และกาลงั ใจใน

การปฏิบัติงาน

แนะนาให้ความรู้แก่

ครเู พิ่มเติมเกย่ี วกับ

การจดั กจิ กรรม

สง่ เสรมิ ผเู้ รียน

10. ตดิ ตามการ 7. เพอ่ื ประเมิน ขนั้ ตอนที่ 5 การ แบบบนั ทกึ การ
จัดการ เรียนรู้ ผลการจดั การ
คณิตศาสตร์ เรียนรคู้ ณติ ประเมินผลการนเิ ทศ สังเกตการ
ของครูผูส้ อน ศาสตร์ ของ
11. เขยี นราย ครผู สู้ อน (E-Evaluation) จดั การเรียนรู้
งานการนิเทศ 8. เพื่อรายงาน
การศกึ ษา ผลการนเิ ทศ 1. การประเมินผลการ คณิตศาสตร์
12. นารายงาน
การนเิ ทศเผยแพร่ นิเทศ ตามแนวคิด
ผ่านเครอื ข่าย
ออนไลน์ 2. สรปุ และเผยแพร่ การเรยี นรู้เชงิ

ความรู้ รกุ (Active

3. ตดิ ตามผลการ Learning)

พัฒนา ของครูผูส้ อน

คณิตศาสตร์

32


Click to View FlipBook Version