กิจกรรมพัฒนา
คุณลักษณะผู้เรียน
วัยอนุบาล
กิจกรรมพัฒนาคุณลักษณะผู้เรียน
วัยอนุบาล
จัดทำโดย
นางสาวมณฑิดา ฝั่งซ้าย 63040111108
นางสาวชนิดาพร เหล่าราษฎร์ 63040111120
นางสาวฐาปนี ภูมิลา 63040111126
นางสาวณัฐริกา บุญพา 63040111132
นางสาวภัคจิรา สานู 63040111133
คู่มือเล่มนี้เป็นส่วนหนึ่งของการศึกษารายวิชา จิตวิทยาสำหรับครู ED15101
สาขาวิชาวิทยาศาสตร์ทั่วไปและชีววิทยา คณะครุศาสตร์
มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี
ก
คำนำ
คู่มือกิจกรรมพัฒนาคุณลักษณะผู้เรียน วัยอนุบาล เล่มนี้ เป็นส่วนหนึ่งของการศึกษา
รายวิชา จิตวิทยาสำหรับครูสาขาวิชาวิทยาศาสตร์ทั่วไปและชีววิทยา คณะครุศาสตร์
มหาวิทยาลัยราชภัฎอุดรธานี จัดทำขึ้นเพื่อเป็นคู่มือให้ครู ผู้ปกครอง หรือผู้ที่สนใจ ได้ใช้เป็น
แนวทางในการศึกษาพัฒนาการด้านต่าง ๆ ของเด็กปฐมวัย รวมไปถึง กิจกรรมการเรียนรู้ที่
ส่งสริมต่อพัฒนาการของเด็กอย่างเหมาะสมตามวัย เพื่อให้เกิดพัฒนาการที่ส่งผลในหลายด้านต่อ
ตัวเด็ก ไม่ว่าจะเป็นพัฒนาการด้านร่างกาย อารมณ์ สังคม และสติปัญญา รวมไปถึงการมีความ
รับผิดชอบต่อส่วนรวม พัฒนาการด้านภาษาและทักษะการสื่อสาร ส่งเสริมให้เด็กมีจิตนาการที่
กว้างไกล มีการต่อยอดความคิด และสามารถแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าได้ นอกจากนี้ ยังสามารถ
พัฒนาการด้านร่างกายในการใช้กล้ามเนื้อมือ เพื่อพัฒนาไปสู่การเขียนในลำดับถัดไป
ความเข้าใจพัฒนาการของเด็กจะเป็นเส้นทางนำไปสู่การจัดกิจกรรมที่ส่งเสริมความ
สามารถด้านต่าง ๆ ได้อย่างเหมาะสม และให้ความสนุกสนานเด็กวัยนี้สามารถเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ
ได้จากประสบการณ์ การได้ลงมือทำด้วยตัวเองจะก่อให้เกิดการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพและยั่งยืน
ด้วยพัฒนาการที่ได้รับการส่งเสริมในทุกด้าน ส่งผลให้เด็กเติบโตไปเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพและอยู่
ร่วมกับผู้อื่นในสังคมได้อย่างดีต่อไป
คณะผู้จัดทำ
สารบัญ 1
2
3
ธรรมชาติเด็กวัยอนุบาล 4
5
ประการแรก (1) คือ ธรรมชาติทางด้านร่างกาย 6
ประการที่ 2. ธรรมชาติทางความคิด จิตใจ และอารมณ์ 7
ประการที่ 3. ธรรมชาติในการเข้าสังคม 8
ประการที่ 4. ธรรมชาติด้านจิตวิญญาณ 9
พัฒนาการ 4 ด้าน ของผู้เรียนวัยอนุบาล 10
พัฒนาการด้านร่างกายและการเคลื่อนไหว 11
พัฒนาการด้านความคิดและความเข้าใจ 12
พัฒนาการด้านการพูดและการสื่อสาร 13
พัฒนาการด้านอารมณ์และสังคม 14
พัฒนาการด้านอื่นๆของวัยอนุบาล ที่ปกติ 16
พัฒนาการด้านอื่นๆของวัยอนุบาล ที่ผิดปกติ 18
คุณลักษณะตามวัย 20
เด็กอายุ 3 ปี 21
เด็กอายุ 4 ปี 22
เด็กอายุ 5 ป๊ 23
กิจกรรมสนุกเสริมพัฒนาการผู้เรียนวัยอนุบาล 24
25
กกิิจจกกรรรรมมททีี่่21::พชาวไนปทเรำียกินจรกู้ธรรรรมมใชนาชตีวิิตประจ
ำวัน 26
27
กิจกรรมที่ 3 : เล่นเกมที่มีกติกาการแข่งขัน 29
กิจกรรมที่ 4 : มาออกกำลังกายกันเถอะ
กิจกรรมที่ 5 : เล่านิทาน อ่านหนังสือ
กิจกรรมที่ 6 : ศิลปิน ศิลปะ
กิจกรรมเสรี
บรรณานุกรม
ธรรมชาติเด็ก
วัยอนุบาล
1
ธรรมชาติเด็กวัยอนุบาล
การดูแลเลี้ยงดูเด็กในวัยอนุบาล มีความจำเป็นต้องเข้าใจถึงธรรมชาติของเด็กในวัยนี้ ก่อน
ว่าเป็นอย่างไร คือ ด้านร่างกาย ด้านความคิด-จิตใจและอารมณ์ ด้านการเข้าสังคม และด้านจิต
วิญญาณเพื่อจะ สามารถช่วยให้เด็กมีความสุข และพัฒนาเด็กได้อย่างถูกต้อง เพื่อช่วยส่งเสริมให้
เด็กเติบโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพต่อไปในอนาคต
ประการแรก (1) คือ ธรรมชาติทางด้านร่างกาย
– เด็กในวัยอนุบาลนี้จะเติบโตอย่างรวดเร็ว มีการเคลื่อนไหวของร่างกายที่คล่องแคร่วว่องไว
และมักจะเคลื่อนไหวตลอดเวลา ด้วยเหตุนี้ พ่อแม่จะต้องเข้าใจเด็กว่า นี่คือธรรมชาติของเขา
เพราะพ่อแม่บางคนอาจคิดว่า ลูกของตนเองซน อยู่ไม่ค่อยสุข แต่ความจริงแล้ว เด็กกำลังตื่นเต้น
และฝึกประสบการณ์ในการเดิน การวิ่งและการเล่นสิ่งต่างๆ
– เด็กวัยนี้จะชอบถือของเล่นติดมือและเรียนรู้ไปพร้อมๆกับการเล่น แต่กล้ามเนื้อมือยังไม่
คล่องแคล่วเท่าที่ควร พ่อแม่จึงควรจัดหาของเล่นที่เหมาะสม ไม่อันตรายและเป็นประโยชน์ต่อ
การเรียนรู้ของเด็ก
– เด็กในวัยอนุบาลนี้ เริ่มมีความรู้สึกชอบดนตรี ซึ่งโดยมาก มักจะชอบเครื่องเคาะจังหวะดนตรี
เร็วๆทุกชนิด และเป็นวัยที่ชอบเลียนแบบ ทั้งการเต้นและการร้องเพลงตาม
2
ประการที่ 2. ธรรมชาติทางความคิด จิตใจ และอารมณ์
– เด็กในวัยอนุบาลเป็นวัยช่างคิดช่างฝัน แต่จะไม่รู้ว่า อะไรคือความจริงและอะไรคือความฝัน
บางเรื่องที่พ่อแม่ หรือ ผู้ใหญ่คนอื่นๆ บอกแก่เด็กหรือเล่านิทานให้เด็กฟังนั้น เด็กจะแยกไม่ออก
ว่า เรื่องใดจริง เรื่องใดไม่จริง เพราะบางเรื่องเกิดจากความฝันหรือจินตนาการ ดังนั้น พ่อแม่ควร
อธิบายให้เด็กรู้และเข้าใจอย่างถูกต้อง เพื่อ เด็กจะได้ไม่เข้าใจผิดหรืออาจมีความกลัวเกิดขึ้น ซึ่ง
จะเป็นผลเสียแก่จิตใจและอารมณ์ของเด็กเอง
– เด็กวัยอนุบาลมักชอบฟังเรื่องซ้ำๆ เพราะอยากเป็นคนเก่ง ที่รู้ตอนจบของเรื่อง เด็กวัยนี้มี
ความสนใจสั้นๆเพียง 5-10 นาที ดังนั้น พ่อแม่ต้องเข้าใจเด็ก เพื่อจะไม่รู้สึกหงุดหงิดเด็ก เมื่อเด็ก
ขอให้เล่าเรื่องนั้นๆซ้ำอีก และพ่อแม่ก็ไม่ควรเล่าเรื่องหรือสอนเด็กยาวนานเกินไป
– เด็กวัยอนุบาลจะรู้คำศัพท์จำกัด มักจะพูดประโยคง่ายๆที่เกี่ยวกับตนเอง อยากรู้อยากเห็น
ชอบถาม ไม่มีความเข้าใจเกี่ยวกับเวลา พ่อแม่จึงควรตอบคำถามของเด็กด้วยความรู้สึกยินดีและ
เต็มใจ พ่อแม่ต้องไม่แสดงอาการรู้สึกรำคาญ หรือ ดุต่อว่าเด็ก เด็ดขาด เมื่อเด็กถามคำถาม
แม้ว่าจะเป็นคำถามที่ผู้ใหญ่ไม่อยากตอบหรือเป็นเรื่องที่เด็กไม่ควรถามก็ตามเพราะจะเป็นผล
เสียต่อจิตใจของเด็กและการเรียนรู้ของเด็ก
– เด็กวัยนี้ มักจะมีความกลัวและตกใจง่าย มักจะกลัวความมืด กลัวคนแปลกหน้า รวมทั้ง กลัว
เสียงฟ้าร้องฟ้าผ่า หรือ แม้กระทั้งกลัวคำขู่จากผู้ใหญ่ ดังนั้น ไม่เป็นการสมควรอย่างยิ่งที่พ่อแม่
หรือผู้ใหญ่จะขู่ในเรื่องที่เด็กกลัว ซึ่งพ่อแม่บางคนชอบขู่เด็กเพื่อจะเอาชนะเด็กเมื่อเด็กไม่ทำตาม
คำสั่งหรือดื้อกับพ่อแม่ สิ่งนี้ก็จะเป็นผลเสียที่กระทบต่อจิตใจและอารมณ์ของเด็ก
3
ประการที่ 3. ธรรมชาติในการเข้าสังคม
- เด็กวัยนี้เริ่มสนใจที่จะมีกลุ่มเพื่อน ชอบเล่นสนุกกับเพื่อนๆที่เป็นเด็กในวัยใกล้เคียงกัน
- มักขี้อาย โดยเฉพาะกับผู้ใหญ่ที่ไม่รู้จักหรือคนแปลกหน้าที่มาทักทาย
- ชอบให้พ่อแม่และ ครูสนใจในตัวเขา วัยนี้เด็กจะเริ่มเรียกร้องให้พ่อแม่หรือครูสนใจในตัวเขา
- โต้ตอบต่อความรักที่ครูให้อย่างรวดเร็วเด็กจะสัมผัสถึงความรักที่ครูแสดงออกและสนใจตัวเขา
ซึ่งเด็กบางคนจะรักครูและเชื่อฟังครูมากกว่าเชื่อฟังพ่อแม่เสียอีก ซึ่งเรื่องนี้พ่อแม่ไม่ควรละเลย
การแสดงความรักต่อลูกของตนเองอย่างสม่ำเสมอ
- สนใจชอบช่วยเหลือ เด็กวัยนี้บางครั้งจะแสดงออกถึงการชอบช่วยเหลือเพื่อนๆหรือพ่อแม่ เช่น
อยากช่วยพ่อแม่ล้างจานหรือช่วยรดน้ำต้นไม้ เป็นต้น
4
ประการที่ 4. ธรรมชาติด้านจิตวิญญาณ
- เริ่มโกหก เพราะลืมหรือกลัวถูกลงโทษเรื่องนี้พ่อแม่มักรู้อยู่แก่ใจดีต้องพยายามค่อยๆฝึกและ
ปรับพฤติกรรมของเด็ก แต่ต้องสอนเด็กด้วยว่า การโกหกเป็นสิ่งที่ไม่ดี และอย่าลงโทษเด็ก
รุนแรงเกินกว่าเหตุ พ่อแม่ต้องเข้าใจว่า นี่คือ ธรรมชาติบาปที่มนุษย์ทุกคนเกิดมาในโลกนี้มีทั้ง
นั้น แม้ว่าจะเป็นเด็กเล็กๆ ก็ยังรู้จักการโกหกแล้ว
- เชื่อคนง่าย เด็กวัยนี้มักจะถูกหลอกง่าย ไม่ว่าจะหลอกเรื่อง การกลัวผี หรือหลอกให้ทำอะไร
เพื่อจะสนอง ทำตามความต้องการของผู้ใหญ่ เหตุที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะเป็นวัยที่เชื่อคนง่ายนั่นเอง
พ่อแม่จึงควรระมัดระวังลูกของตนไม่ให้คนอื่นมาหลอก และพ่อแม่ก็ไม่ควรหลอกลูกของตนเอง
ด้วย เพราะ จะกระทบต่อความเชื่อและจิตวิญญาณของเด็กเอง
- เด็กวัยนี้ สามารถเข้าใจได้ว่าการอธิษฐาน คือ การพูดกับพระเจ้า พ่อแม่จึงต้องวางพื้นฐาน
ด้านความเชื่อแก่เด็กอย่างเหมาะสม ให้เด็กได้เรียนรู้ความจริงเกี่ยวกับเรื่องราวต่างๆ และมี
ความเข้าใจอย่างถูกต้อง
การที่พ่อแม่และครูจะสอนและฝึกอบรมเด็กในวัยอนุบาล ไม่ใช่เรื่องง่ายเพราะไม่สามารถ
จับเด็กมานั่งเฉยๆเพื่อฟังคำพูดคำสอนเหมือนเด็กโตได้ เพราะเด็กวัยนี้มีความสนใจสั้นและชอบ
เล่นพวกเขาจะเรียนรู้ผ่านการเล่น
เมื่อพ่อแม่หรือครู มีความเข้าใจเกี่ยวกับธรรมชาติของเด็กทั้ง 4 ด้านอย่างดีแล้ว ก็จะ
สามารถช่วยพัฒนา ส่งเสริมและสอนเด็กได้อย่างถูกต้องเพื่อจะช่วยให้เด็กเติบโตขึ้นอย่างอบอุ่น
และมีความสุข ทำให้เด็กสามารถเห็น คุณค่าของตนเอง มีชีวิตที่สมดุลและเป็นผู้ใหญ่สมบูรณ์
5
พัฒนาการ 4 ด้าน
ของผู้เรียนวัยอนุบาล
เด็กวัยอนุบาล (preschool) เป็นวัยที่สำคัญ เพราะเป็นช่วงที่เด็กเริ่มมีพัฒนาการ
หลายด้านก้าวหน้าขึ้น ทั้งด้านความคิด ภาษา การสื่อสาร การเคลื่อนไหว และการช่วย
เหลือตนเอง นอกจากนี้ยังเป็นวัยที่เด็กเริ่มออกจากครอบครัวไปสู่โรงเรียน ได้เรียนรู้การ
อยู่ร่วมกับผู้อื่น และ ใช้ชีวิตภายนอกบ้านมากขึ้น ดังนั้นครูจึงเป็นอีกบุคคลหนึ่งที่มีความ
สำคัญในการส่งเสริมพัฒนาการเด็กวัยนี้นอกเหนือจากคุณพ่อคุณแม่หรือบุคคลใกล้ชิดใน
ครอบครัว จึงมีความจำเป็นที่ผู้ปกครองและครูจะต้องทราบ พัฒนาการพื้นฐานของเด็กๆ
เพื่อส่งเสริมทักษะที่จำเป็น ให้เด็กๆมีพัฒนาการตามวัย และ เติบโตอย่างมีความสุข
โดยพัฒนาการของเด็กจะแบ่งเป็น 4 ด้านหลักๆ
6
1. พัฒนาการด้านร่างกายและการเคลื่อนไหว
เด็กในวัยนี้ กล้ามเนื้อมัดเล็กเริ่มแข็งแรงขึ้น จึงสามารถวาดรูปทรงเรขาคณิตง่าย ๆ เช่น วงกลม
สี่เหลี่ยม สามเหลี่ยม วาดรูปคน ใช้มือได้คล่องในทุกทิศทาง ใช้ช้อนส้อมทานข้าวเองได้ ต่อ
บล็อกได้ สามารถสวมใส่และถอดเสื้อผ้าได้ แปรงฟันเองได้ สำหรับกล้ามเนื้อมัดใหญ่จะเริ่มแข็ง
แรงขึ้นจนสามารถกระโดดขาเดียว วิ่งเร็วขึ้น โยนรับเตะลูกบอลได้ดี
เคล็ดลับการส่งเสริมพัฒนาการในด้านร่างกายและการเคลื่อนไหว
- ให้เด็กๆเล่นตัวต่อเลโก้ บล๊อกต่างๆ เพื่อเสริมความแข็งแรงของกล้ามเนื้อมัดเล็ก เสริมสร้าง
พัฒนาการด้านความคิดและจินตนาการ
- ฝึกให้ช่วยเหลือตนเอง เช่น อาบน้ำ แต่งตัว ติดกระดุม ผูกเชือกรองเท้า
- ส่งเสริมพัฒนาการผ่านกิจกรรมต่างๆ เช่น การเล่นกีฬา ว่ายน้ำ เตะฟุตบอล
7
2. พัฒนาการด้านความคิดและความเข้าใจ
เด็กในวัยนี้ รู้จักสี รูปร่าง และรูปทรง จดจำสัญลักษณ์ต่างๆได้ รู้จักซ้าย-ขวา นับ 1-10 ได้ เด็กวัย
นี้จะแก้ปัญหาต่าง ๆ ด้วยสิ่งที่ รับรู้และจินตนาการของตนเอง โดยยังไม่รู้จักคิดไตร่ตรองอย่างรอบ
ด้าน การแก้ปัญหาของเขาจึงเป็น แบบลองผิดลองถูก และเรียนรู้จากผลของการกระทำ
เคล็ดลับการส่งเสริมพัฒนาการในด้านความคิดและความเข้าใจ
- ทำกิจกรรมต่างๆร่วมกับเด็ก เช่น เกมส์ต่อภาพ ต่อบล็อก
- สอนให้รู้จักและสังเกตสิ่งต่างๆรอบตัว
- ให้โอกาสเด็กๆได้ทดลองแก้ปัญหาด้วยตนเอง โดยคอยให้คำแนะนำ ชมเชยเมื่อเด็กทำสำเร็จ ให้
กำลังใจและช่วยแนะวิธีแก้ไขเมื่อทำผิดพลาด จะทำให้เด็กเติบโตเป็นคนกล้าคิดกล้าแสดงออก มี
ความคิดสร้างสรรค์และไม่เกรงกลัวต่อปัญหา เด็กๆจะเกิดความภาคภูมิใจในตนเองเมื่อสามารถ
เอาชนะปัญหาต่างๆได้
8
3. พัฒนาการด้านการพูดและการสื่อสาร
เด็กในวัยนี้มีความอยากรู้อยากเห็น มีคำถามมากมาย สนใจสิ่งแปลกใหม่ สามารถพูดคุยเป็น
ประโยคที่ซับซ้อนมากขึ้น สามารถเล่าเรื่องราวได้ สามารถเข้าใจคำพูดของผู้ใหญ่ได้เกือบทั้งหมด
บอกได้ว่า ชอบ หรือ ไม่ชอบอะไร
เคล็ดลับการส่งเสริมพัฒนาการในด้านการพูดและการสื่อสาร
- ใช้การ์ดตัวอักษร หรือ การ์ดตัวเลข เพื่อเพิ่มคำศัพท์ และ สอนวิธีการนับเลข
- เล่านิทาน อ่านหนังสือให้ฟัง และชี้ตามคำที่อ่านด้วย เพื่อให้เด็กๆรู้จักตัวสะกดเหล่านั้น
- คุณพ่อคุณแม่ไม่ควรแสดงความหงุดหงิดหรือรำคาญที่จะต้องตอบคำถามของเด็กๆ
9
4. พัฒนาการด้านอารมณ์และสังคม
เด็กในวัยนี้มีความสนใจและอยากมีส่วนร่วมในการเล่นกับเด็กคนอื่น สามารถเข้าร่วมกลุ่มกับ
เพื่อนได้แต่อาจจะยังไม่รู้จักกฏและกติกา ยังคงเห็นพฤติกรรมหวงและแย่งของเล่น ยังไม่
สามารถควบคุมอารมณ์ได้ดีนัก อาจอารมณ์เสียใส่เพื่อนคนอื่น โกรธและหงุดหงิดง่าย
เคล็ดลับการส่งเสริมพัฒนาการในด้านอารมณ์และสังคม
- ควรพาเด็กๆไปเข้ากิจกรรมกลุ่ม (play group) เพื่อสร้างปฏิสัมพันธ์กับเด็กคนอื่น
- สอนให้รู้จักการให้ การแบ่งปัน และ การรับ
- หากลูกรู้สึกหงุดหงิดหรือโกรธง่าย ให้พยายามสอนลูกถึงการควมคุมอารมณ์ และค่อยๆแก้
ปัญหาไป
- เตรียมความพร้อมด้านจิตใจให้กับเด็กก่อนเข้าโรงเรียน เช่น หัดให้มีความอดทน รู้จักรอคอย
สามารถจากพ่อแม่และอยู่กับคนที่ไม่รู้จัก ได้นานหลายชั่วโมงในแต่ละวัน
- เลือกโรงเรียนให้เหมาะสมกับลูก
10
พัฒนาการด้านอื่นๆของวัยอนุบาล ที่ปกติมีดังนี้
การใช้มือและนิ้ว พัฒนาการด้านสังคมและอารมณ์
- 3 ขวบ เขียนวงกลมได้ - ต้องการเอาใจเพื่อน
- 4 ขวบ เขียนสี่เหลี่ยมได้ - ต้องการทำหรือมีของอย่างเพื่อน
- 5 ขวบ เขียนรูปสามเหลี่ยมได้ - ทำตามกฎเกณฑ์
- เขียนสามเหลี่ยมและตัวเลขตามแบบได้ - ชอบร้องเพลง เต้นรำ และแสดง
- เขียนรูปภาพที่มีลำตัวได้ - ชอบอิสระ และไปบ้านเพื่อน
- เขียนตัวหนังสือได้บางตัว ที่อยู่ใกล้ด้วยตัวเอง
- ใส่เสื้อและถอดเสื้อได้โดยไม่ต้องช่วย - รู้จักเพศ
เหลือ - แยกแยะได้ว่าอะไรเป็นโลกแห่งความจริง
- ใช้ ช้อน ส้อม ได้ - บางครั้งแสดงความต้องการ ให้ทำอย่างนั้น
- เข้าส้วมเองได้ อย่างนี้ บางครั้งก็ให้ความร่วมมืออย่างดี
พัฒนาด้านภาษา พัฒนาด้านความคิดและความจริง
- จำเรื่องราวบางตอนของนิทานได้ - นับเลขได้เกิน 10
- พูดประโยคยาวมากกว่า 5 พยางค์ - บอกสีต่าง ๆ ได้ถูกต้องอย่างน้อย 4 สี
- เล่าเรื่องยาว ๆ ได้ - เข้าใจความสำคัญของเวลา
- บอกชื่อตัวเองและที่อยู่ได้ - รู้จักของใช้ในบ้าน
11
พัฒนาการของวัยอนุบาล
พัฒนาการที่ผิดปกติ มีอาการดังต่อไปนี้
- แสดงอาการหวาดกลัว และขี้ขลาดมาก - ไม่ยอมกิน นอน ใช้ส้วม
- ก้าวร้าวมาก - แยกโลกแห่งจินตนาการจาก โลกแห่ง
- เกาะแม่หรือพ่อแจ ความจริงไม่ได้
- ไม่สนใจเล่นกับเพื่อน - ไม่เข้าใจคำสั่ง “วางถ้วยบนโต๊ะ”
- ไม่ตอบสนองต่อคนรอบข้าง - บอกชื่อและนามสกุลตัวเองไม่ได้
- ไม่เล่นสมมติ หรือเล่นตามอย่างเพื่อน - ไม่พูดถึงกิจกรรม และประสบการณ์ใน
- ดูเหมือนเป็นเด็กไม่มีความสุข ซึมเศร้า แต่ละวันให้พ่อแม่ฟัง
- จบดินสอไม่ค่อยเป็น
ตลอดเวลา
- ถอดเสื้อไม่ค่อยได้
- ไม่เข้าร่วมทำกิจกรรมอะไรเลย
- แปรงฟันไม่ได้ดี
- หลีกเลี่ยงที่จะคบกับเด็กคนอื่น
- ล้างมือและเช็ดมือไม่เป็น
- ไม่แสดงอารมณ์ใด ๆให้เห็น
12
คุณลักษณะตามวัย
13
เด็กอายุ 3 ปี
-พัฒนาการด้านร่างกาย
กระโดดขึ้นลงอยู่กับที่ได้
รับลูกบอลด้วยมือและลำตัว
เดินขึ้นบันไดสลับเท้าได้
เขียนรูปวงกลมตามแบบได้
ใช้กรรไกรมือเดียวได้
-พัฒนาการด้านอารมณ์และจิตใจ
แสดงอารมณ์ตามความรู้สึก
ชอบที่จะทำให้ผู้ใหญ่พอใจ
และได้คำชม
กลัวการพลัดพรากจากผู้
เลี้ยงดูใกล้ชิดน้อยลง
14
เด็กอายุ 3 ปี
-พัฒนาการด้านสังคม
รับประทานอาหารได้ด้วยตนเอง
ชอบเล่นแบบคู่ขนาน (เล่นของเล่น
ชนิดเดียวกันแต่ต่างคนต่างเล่น)
เล่นสมมติได้
รู้จักรอคอย
-พัฒนาการด้านสติปัญญา
สำรวจสิ่งต่างๆ ที่เหมือนกันและต่างกันได้
บอกชื่อของตนเองได้
ขอความช่วยเหลือเมื่อมีปัญหา
สนทนาโต้ตอบ/เล่าเรื่องด้วยประโยคสั้นๆ ได้
สนใจนิทานและเรื่องราวต่างๆ
ร้องเพลง ท่องคำกลอน คำคล้องจองง่ายๆ และ
แสดงท่าทางเลียนแบบได้
รู้จักใช้คำถาม “อะไร”
สร้างผลงานตามความคิดของตนเองอย่างง่ายๆ
อยากรู้อยากเห็นทุกอย่างรอบตัว
15
เด็กอายุ 4 ปี
-พัฒนาการด้านร่างกาย
กระโดดขาเดียวอยู่กับที่ได้
รับลูกบอลได้ด้วยมือทั้งสอง
เดินขึ้น ลงบันไดสลับเท้าได้
เขียนรูปสี่เหลี่ยมตามแบบได้
ตัดกระดาษเป็นเส้นตรงได้
กระฉับกระเฉงไม่ชอบอยู่เฉย
-พัฒนาการด้านอารมณ์และจิตใจ
แสดงออกทางอารมณ์ได้เหมาะสม
กับบางสถานการณ์
เริ่มรู้จักชื่นชมทางอารมณ์ และผล
งานของตนเองและผู้อื่น
ชอบท้าทายผู้ใหญ่
ต้องการให้มีคนฟัง คนสนใจ
16
เด็กอายุ 4 ปี
-พัฒนาการด้านสังคม
แต่งตัวได้ด้วยตนเอง ไปห้องส้วมได้เอง
เล่นร่วมกับคนอื่นได้
รอคอยตามลำดับก่อน-หลัง
แบ่งของให้อื่น
เก็บของเล่นเข้าที่ได้
-พัฒนาการด้านสติปัญญา
จำแนกสิ่งต่างๆ ด้วยประสาทสัมผัส
ทั้ง ๕ ได้
บอกชื่อและนามสกุลของตนเองได้
พยายามแก้ปัญหาด้วยตนเองหลัง
จากได้รับคำชี้แนะ
สนทนาโต้ตอบ/เล่าเรื่องเป็นประโยค
อย่างต่อเนื่อง
สร้างผลงานตามความคิดของตนเอง
โดยมีรายละเอียดเพิ่มขึ้น
รู้จักใช้คำถาม “ทำไม”
17
เด็กอายุ 5 ปี
-พัฒนาการด้านร่างกาย
กระโดดขาเดียวไปข้างหน้าอย่างต่อเนื่องได้
รับลูกบอลที่กระดอนขึ้นจากพื้นได้ด้วยมือ
ทั้งสอง
เดินขึ้น ลงบันไดสลับเท้าได้อย่างคล่องแคล่ว
เขียนรูปสามเหลี่ยมตามแบบได้
ตัดกระดาษตามแนวเส้นโค้งที่กำหนด
ใช้กล้ามเนื้อเล็กได้ดี เช่น ติดกระดุม ผูก
เชือกรองเท้า ฯลฯ
ยืดตัว คล่องแคล่ว
-พัฒนาการด้านอารมณ์และจิตใจ
แสดงอารมณ์ได้สอดคล้องกับ
สถานการณ์อย่างเหมาะสม
ชื่นชมความสามารถและผลงานของ
ตนองและผู้อื่น
ยึดตนเองเป็นศูนย์กลางน้อยลง
18
เด็กอายุ 5 ปี
-พัฒนาการด้านสังคม
ปฏิบัติกิจวัตรประจำวันได้ด้วยตนเอง
เล่นหรือทำงานโดยมีจุดมุ่งหมายร่วม
กับผู้อื่นได้
พบผู้ใหญ่ รู้จักไหว้ ทำความเคารพ
รับผิดชอบงานที่ได้รับมอบหมาย
-พัฒนาการด้านสติปัญญา
บอกความแตกต่างของกลิ่น สี เสียง
รส รูปร่าง จำแนก และ จัดหมวดหมู่
สิ่งของได้
บอกชื่อ นามสกุล และอายุของ
ตนเองได้
สนทนาโต้ตอบ / เล่าเป็นเรื่องราวได้
สร้างผลงานตามความคิดของตนเอง
โดยมีรายละเอียดเพิ่มขึ้นและแปลก
ใหม่
รู้จักใช้คำถาม “ทำไม” “อย่างไร”
เริ่มเข้าใจสิ่งที่เป็นนามธรรม
นับปากเปล่าได้ถึง ๒๐
19
กิจกรรมสนุกเสริม
พัฒนาการผู้เรียน
วัยอนุบาล
20
กิจกรรมที่ 1 : ชวนทำกิจกรรมในชีวิตประจำวัน
เด็กในช่วงวัยนี้ชอบการเคลื่อนไหว ชอบทำกิจกรรมต่าง ๆ โดยเฉพาะกิจกรรมกลาง
แจ้ง คุณพ่อคุณแม่ก็ใช้โอกาสนี้ชวนลูกทำกิจกรรมต่าง ๆ ที่ต้องทำในชีวิตประจำวัน
ด้วยกันเลย เช่น งานบ้าน งานครัว ปลูกต้นไม้ ขุดดิน ล้างรถ ตากผ้า พับผ้า กวาด
ใบไม้ รดน้ำต้นไม้ ทาขนมปัง ล้างผัก ให้อาหารปลา รวมถึงการดูแลช่วยเหลือตัวเอง
อย่างการอาบน้ำ แปรงฟัน แต่งตัว ทานข้าว ซึ่งการที่เด็ก ๆ ได้คุ้นชินกับกิจกรรม
เหล่านี้ นอกจากจะเป็นการสอนให้เขาได้ทำสิ่งต่าง ๆ เป็นแล้ว ยังสอนให้เขารู้จัก
ความรับผิดชอบ รู้จักแสดงความมีน้ำใจช่วยเหลือผู้อื่น สิ่งสำคัญคือ ควรมอบหมาย
งานให้เหมาะกับพัฒนาการ ความสามารถของลูก และไม่คาดหวังว่าลูกจะทำได้อย่าง
ไม่มีข้อบกพร่อง
21
กิจกรรมที่ 2 : พาไปเรียนรู้ธรรมชาติ
นอกจากเด็ก ๆ จะชอบทำกิจกรรมกลางแจ้งแล้ว การได้เป็นนักสำรวจตัวจิ๋ว ท่อง
โลกไปสังเกต เรียนรู้สิ่งต่าง ๆ รอบตัว ก็เป็นการเปิดโลกการเรียนรู้นอกตำรา ที่ลูก
ได้มาเห็นกับตา และศึกษาด้วยตนเอง โดยมีคุณพ่อคุณแม่คอยแนะนำ กระตุ้นให้ลูก
รู้จักคิด วิเคราะห์ และหาคำตอบในสิ่งที่สงสัยไปด้วยกัน เช่น ชวนกันปลูกต้นไม้ ใส่
ปุ๋ย รดน้ำ ดูพัฒนาการการเติบโตของสิ่งที่ปลูก รวมถึงการเลี้ยงสัตว์ ให้อาหารสัตว์
สังเกตวงจรชีวิตของสัตว์ต่าง ๆ เช่น กบ ผีเสื้อ หรือแม้กระทั่งการพาลูกไปทะเล ไป
สวนสาธารณะ ได้วิ่งเล่นบนสนามหญ้าด้วยเท้าเปล่า ได้เล่นดิน เล่นทราย เป็นต้น
กิจกรรมเหล่านี้ยังช่วยส่งเสริมให้เด็ก ๆ มีน้ำใจ โอบอ้อมอารี รักธรรมชาติ และมี
ความรับผิดชอบเพิ่มขึ้นอีกด้วย
22
กิจกรรมที่ 3 : เล่นเกมที่มีกติกาการแข่งขัน
เด็กวัยอนุบาลเริ่มเรียนรู้การเล่นที่มีกฎกติกาง่าย ๆ ได้แล้ว ดังนั้นการที่ลูกได้เล่นเกม
ที่มีกติกา มีการแข่งขัน เช่น เป่ายิ้งฉุบ จับคู่รูปภาพ มอญซ่อนผ้า โดมิโน เกม
กระดานต่าง ๆ จึงเป็นการฝึกให้ลูกปฏิบัติตามกฎ รู้จักการรอคอย รู้แพ้ รู้ชนะ มี
ทักษะในการวางแผน รู้จักการต่อรองกับผู้อื่น และสามารถแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้
เป็นอย่างดี
23
กิจกรรมที่ 4 : มาออกกำลังกายกันเถอะ
การได้เต้น ทำท่าทางตามจังหวะเพลง หรือออกกำลังกายที่เหมาะสมตามวัย เช่น
ปั่นจักรยาน ว่ายน้ำ เล่นเครื่องเล่นปีนป่ายต่าง ๆ ส่งผลให้เด็ก ๆ มีการทรงตัวที่ดี
ช่วยพัฒนากล้ามเนื้อมัดใหญ่ สุขภาพร่างกายแข็งแรง และยังส่งเสริมทักษะทาง
สังคม ทางภาษาในการสื่อสารพูดคุยร่วมกับคุณพ่อคุณแม่ และผู้อื่นระหว่างทำ
กิจกรรมอีกด้วย
24
กิจกรรมที่ 5 : เล่านิทาน อ่านหนังสือ
แรกเริ่มคุณพ่อคุณแม่หรือครูอาจเป็นผู้นำในการหยิบหนังสือมาอ่าน มาเล่าให้ลูกฟัง
จากนั้นค่อยขยับมาผลัดกันเล่า ผลัดกันฟัง อาจมีทั้งหนังสือนิทาน หนังสืออ่านเล่น
สำหรับเด็ก หรืออาจช่วยกันแต่งเรื่องเล่าตามจินตนาการ ชวนกันเล่นบทบาทสมมติ
ซึ่งนอกจากเด็ก ๆ จะได้ความรู้แล้ว ยังได้รับความสนุกสนานเพลิดเพลิน ได้ใช้
จินตนาการ ความคิดสร้างสรรค์ ฝึกภาษา ฝึกทักษะทางสังคม แถมยังเสริมสร้างความ
สัมพันธ์ในครอบครัวให้ใกล้ชิดผูกพันกันมากขึ้นด้วย
25
กิจกรรมที่ 6 : ศิลปิน ศิลปะ
สำหรับกิจกรรมนี้นอกจากจะกระตุ้นให้เด็ก ๆ ได้มีความคิดสร้างสรรค์แล้ว ยังช่วย
ฝึกให้มีสมาธิจดจ่อในการทำสิ่งต่าง ๆ และยังช่วยพัฒนากล้ามเนื้อมือให้ทำงาน
ประสานกับตาได้ดีขึ้นด้วย ซึ่งกิจกรรมด้านศิลปะก็มีให้เด็ก ๆ เลือกทำได้หลากหลาย
เช่น วาดรูป ระบายสี ปั้นดินน้ำมัน ดินเหนียว ทรายวิทยาศาสตร์ ประดิษฐ์สิ่งต่าง ๆ
ตัด พับ ปะ แปะ กระดาษ ร้อยลูกปัด ต่อจิ๊กซอว์ ต่อเลโก้ เป็นต้น ทั้งนี้คุณพ่อคุณแม่
อาจมีการตั้งโจทย์ให้ลูกทำ และปล่อยอิสระให้ลูกทำตามจินตนาการของตัวเองสลับ
กันไปด้วย
26
กิจกรรมเสรี
เป็นกิจกรรมที่เปิดโอกาสให้เด็กได้เล่นอิสระตามมุมการเล่น หรือมุมประสบการณ์
หรือศูนย์การเรียน ที่จัดไว้ภายในห้องเรียน เช่น มุมบล็อก มุมหนังสือ มุม
วิทยาศาสตร์ มุมธรรมชาติศึกษา มุมบ้าน มุมร้านค้า เป็นต้น มุมต่างๆ เหล่านี้ เด็ก ๆ
มีโอกาสเลือกเล่นได้อย่างเสรีตามความสนใจและความต้องการของเด็กทั้งเป็นราย
บุคคลและเป็นกลุ่มย่อย
อนึ่ง กิจกรรมเสรีนอกจากให้เด็กเล่นตามมุมแล้ว อาจให้เด็กทำกิจกรรมที่ครูจัดเสริม
ขึ้น เช่น เกมการศึกษา เครื่องเล่นสัมผัส กิจกรรมสร้างสรรค์ประเภทต่างๆ
27
" เด็กแต่ละคนมีความชอบ ความถนัดที่แตกต่างกัน
ดังนั้นนอกจากจะต้องคำนึงถึงพัฒนาการตามช่วงวัยของลูกแล้ว
คุณพ่อคุณแม่อย่าลืมหมั่นสังเกตความชอบ และไม่ชอบของลูกด้วย
เพื่อจะได้จัดกิจกรรมที่เหมาะสม ให้ลูกได้สนุกและเรียนรู้ได้อย่างเต็มที่ "
28
บรรณานุกรม
ราชทีป ทากิยูชิ. ธรรมชาติเด็กวันอนุบาล. สืบค้นเมื่อ 10 ธันวาคม 2565.
จาก http://www.rnrnewlife.com
วิไลพร แก่นเหล็ก. (2012). พัฒนาการของเด็กอนุบาล. สืบค้นเมื่อ 10 ธันวาคม 2565.
จาก https://www.gotoknow.org
นพรดา คำชื่นวงศ์. (2020). พัฒนาการของเด็กปฐมวัย. สืบค้นเมื่อ 10 ธันวาคม 2565.
จาก https://researchcafe.org/
บริษัท แปลน ฟอร์ คิดส์ จำกัด. (2022). กิจกรรมสนุกเสริมพัฒนาการลูกวัยอนุบาล.
สืบค้นเมื่อ 10 ธันวาคม 2565. จาก https://www.planforkids.com
29