The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

กิจกรรม งานหนังสือ โปสเตอร์ แนวตั้ง ส้ม ฟ้า ขาว สไตล์สนุกสนาน มีสีสัน (1)

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Maneemon Sonthipong, 2022-09-17 04:54:28

กิจกรรม งานหนังสือ โปสเตอร์ แนวตั้ง ส้ม ฟ้า ขาว สไตล์สนุกสนาน มีสีสัน (1)

กิจกรรม งานหนังสือ โปสเตอร์ แนวตั้ง ส้ม ฟ้า ขาว สไตล์สนุกสนาน มีสีสัน (1)

โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ

Royal Initiative project

วิถีไทยและปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
(0020103)

คำนำ

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณบดินทรเทพยวรางกูรได้เสด็จ
พระราชดำเนินเยี่ยมเยียนประชาชนชาวไทยทั่วทุกภูมิภาคของประเทศโดยได้พระราชทาน
พระราชดำริให้ส่วนราชการต่างๆดำเนินงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริเพื่อช่วย
เหลือประชาชนทุกหมู่เหล่าซึ่งทุกโครงการล้วนมีจุดมุ่งหมายที่สำคัญคือ "ความอยู่ดีกินดี
และความผาสุก" ของประชาชนทั้งสิ้น

คณะผู้จัดทำในฐานะประชาชนชาวไทยดำเนินงานโครงการอันเนื่องมาจากพระ
ราชดำริได้เล็งเห็นความสำคัญของการบริหารจัดการโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ
ในด้านต่างๆจึงได้จัดทำหนังสือเล่มนี้ ในฐานะประชาชนชาวไทยรู้สึกเป็นพระ
มหากรุณาธิคุณล้นเกล้าฯจึงขอขอบคุณเป็นอย่างสูงมา ณ โอกาสนี้

คณะผู้จัดทำ
นักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฎพระนคร

สารบัญ

คำนำ 2
บทที่ 1 5
10
บทที่ 2 15
19
บทที่ 3 23
28
บทที่ 4

บทที่ 5

บทที่ 6

บทที่ 7 32
บทที่ 8 36
บทที่ 9 42
บทที่ 10 46
บทที่่ 11 51
บทที่ 12 56

บทที่1

โครงการสายใยรักแห่งครอบครัว









พระราชูปถัมถ์สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ
สยามมกุฎราชกุมาร
จังหวัดอ่างทอง

โครงการสายใยรัก

แห่งครอบครัว

พระราชดำริ :​สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร
แนวพระราชดำริ :​เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2549 สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงพระกรุณาโปรด
เกล้าฯ ให้พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายาฯ เสด็จแทนพระองค์ในการเยี่ยมประชาชนที่ประสบปัญหา
น้ำท่วม ที่ตำบลบางเจ้าฉ่า อำเภอโพธิ์ทอง จังหวัดอ่างทอง ได้ทอดพระเนตรเห็นความยากลำบากและความเดือดร้อนของ
ครอบครัวเกษตรกรที่ประสบภัยจากน้ำท่วม จึงทรงประทานแนวคิดให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมส่งเสริม
การเกษตรเป็นเจ้าภาพหลักรับแม่ครัวอาสาปฏิบัติงานหน้าที่แม่ครัวว่า “กลุ่มแม่บ้านงานครัวประจำโครงการสายใยรักแห่ง
ครอบครัวฯ” ประกอบอาหารเลี้ยงสำหรับผู้ประสบภัยน้ำท่วมใน 6 จังหวัด คือ จังหวัดปทุมธานี พระนครศรีอยุธยา
สิงห์บุรี อ่างทอง ชัยนาท และจังหวัดสุพรรณบุรี โดยให้รับซื้อผลผลิตการเกษตรเพื่อใช้ในการประกอบอาหารที่สามารถหา
ได้ในท้องถิ่นหรือบริเวณใกล้เคียง และให้กลุ่มแม่บ้านเป็นผู้ประกอบอาหารที่มีคุณค่า โดยมีกรมอนามัย กระทรวง
สาธารณสุข มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เป็นหน่วยงานสนับสนุนด้านวิชาการและคำแนะนำที่ถูกต้องตามหลักโภชนาการ
มีศาลากลางจังหวัดและเกษตรจังหวัด เป็นหน่วยงานที่ให้การสนับสนุนและช่วยเหลือร่วมกัน และสมเด็จพระบรมโอรสาธิ
ราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานนามของหน่วยการประกอบอาหารดังกล่าวว่า “ครัว
สายใยรักแห่งครอบครัวในพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายาในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎ
ราชกุมาร”

วัตถุประสงค์

1) ด้านสุขภาพอนามัย หน่วยแพทย์เคลื่อนที่พระราชทาน ในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ให้
บริการตรวจรักษาสุขภาพอนามัยประชาชนผู้ประสบภัย โดยจัดคลินิกทันตกรรม และคลินิกตรวจรักษา นอกจากนี้
กระทรวงสาธารณสุขได้ให้บริการปรึกษาปัญหาสุขภาพจิต ซึ่งประชาชนมีปัญหาความเครียดจากบ้านเรือน พื้นที่ทำกิน
และอุปกรณ์ต่าง ๆ ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วมขัง
2) ด้านอาหาร พระราชทานครัวสายใยรักแห่งครอบครัว ในพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายาฯ โดย
พระราชทานทรัพย์ส่วนพระองค์เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย โดยให้ชุมชนได้มีส่วนร่วมในการประกอบอาหารที่ถูก
ต้องตามหลักโภชนาการ ใช้วัตถุดิบที่มีอยู่ในพื้นที่ใกล้เคียง และดำเนินการเปิดครัวเพื่อประกอบอาหารแจกจ่าย
ประชาชนที่เดือดร้อน จนกว่าสภาวะน้ำท่วมกลับเข้าสู่ภาวะปกติ และประชาชนสามารถช่วยเหลือตนเองได้ โดยชุมชน
ร่วมกันประกอบอาหารวันละ 2 มื้อ คือ มื้อเที่ยง และมื้อเย็นแจกจ่ายให้แก่ผู้ประสบภัยอย่างเพียงพอและทั่วถึงทั้ง 8
หมู่บ้าน เริ่มดำเนินการตั้งแต่วันที่ 27 ตุลาคม 2549 เป็นต้นมา ต่อเนื่องจนกว่าเหตุการณ์จะปกติ
3) ด้านฟื้นฟูความเป็นอยู่ของครอบครัว โปรดเกล้าฯ พระราชทานกำลังพลทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์ เพื่อให้การ
สนับสนุนและบริการทำความสะอาดบ้านเรือน และสถานที่สาธารณะในชุมชน นอกจากนี้วิทยาลัยการอาชีพโพธิ์ทอง
จังหวัดอ่างทอง ได้นำนักศึกษามาช่วยซ่อมแซมวัสดุอุปกรณ์ เครื่องใช้ในบ้าน และเครื่องจักรกลการเกษตร

ผู้ได้รับประโยชน์

1. เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนด้านอาหาร ในยามที่สังคมประสบวิกฤติหรือในยามที่ประชาชนประสบปัญหาภัย
ธรรมชาติต่างๆ เช่น อุทกภัย แผ่นดินไหว เป็นต้น
2. เพื่อส่งเสริมให้เกิดการดูแลภาวะโภชนาการที่ถูกต้องแก่สังคมหรือชุมชนที่เดือดร้อน ทั้งนี้ให้เน้นวัตถุดิบที่สามารถ
หาได้ในท้องถิ่นหรือบริเวณใกล้เคียง
3. เพื่อส่งเสริมให้มีการจัดซื้อวัตถุดิบที่เป็นผลผลิตจากเกษตรกรหรือกลุ่มเกษตรกร ที่ประสบปัญหาภัยธรรมชาติใน
พื้นที่หรือในบริเวณชุมชนที่ใกล้เคียงเพื่อก่อให้เกิดรายได้ชดเชยในระหว่างที่อยู่ในภาวะวิกฤติ
4. เพื่อเปิดโอกาสให้หน่วยงานองค์กร บริษัทต่างๆ และประชาชนทั่วไป มีส่วนร่วมในการแก้ปัญหาวิกฤติร่วมกัน

แหล่งอ้างอิง

ข้อมูลและรูปภาพ
http://www.rdpb.go.th/rdpb/visit3/20-50project/50project_36_1.html
https://king.kapook.com/kingrama10/sec4_read2.html

ผู้จัดทำ บทที่1

นางสาวมัณฑนา นามสกุล สุนทรวัฒน์
รหัสนักศึกษา 6410122125006
สาขา เทคโนโลยีการจัดการสุขภาพ

บทที่2

โครงการอันเนื่องมาจากพระราชกรณียกิจด้าน
การแพทย์และการสาธารณสุข

ความเป็นมา

หนึ่งในโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริด้านการสาธารณสุข ที่แสดงถึงพระมหากรุณาธิคุณ โดยเฉพาะ
ผู้ที่ได้รับความทุกข์ยากจากการเจ็บป่วย ยากไร้และขาดโอกาส คือ “โครงการกาญจนบารมี” ที่
พระราชทานพระราชดำริให้ก่อตั้งขึ้นและทรงเป็นประธาน จัดสร้างศูนย์บำบัดรักษาผู้ป่วยโรคมะเร็ง ครบ
วงจรแห่งแรกในประเทศไทย เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดช
มหาราช บรมนาถบพิตร เนื่องในโอกาสมหามงคลเสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติ เป็นปีที่ ๕๐ เพื่อลด ความ
ทุกข์ยากลำบากของผู้ป่วยในการเดินทางมารับการรักษา

วัตถุประสงค์

มูลนิธิกาญจนบารมี นอกจากเพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยโรคมะเร็งที่ยากไร้แล้ว ยังเพื่อสนับสนุนส่งเสริมการป้องกันและควบคุม
โรคมะเร็ง โดยเน้นการรักษาผู้ป่วยทั้งทางร่างกาย และจิตใจ ให้ทุนการศึกษาและวิจัยเกี่ยวกับโรคมะเร็ง เป็นกองทุน
สนับสนุนการดำเนินงาน กิจกรรมต่าง ๆ และการพัฒนาบุคลากรของศูนย์ฯ มหาวชิราลงกรณ ธัญบุรี สถาบันมะเร็งแห่ง
ชาติ และศูนย์ป้องกันและควบคุมโรคมะเร็งส่วนภูมิภาคที่อยู่ในความรับผิดชอบ รวมทั้งร่วมมือกับองค์กร การกุศลอื่น ๆ
และเพื่อสาธารณ ประโยชน์
ปัจจุบัน ศูนย์บำบัดรักษาผู้ป่วยโรคมะเร็ง มหาวชิราลงกรณ ธัญบุรี ยกสถานะขึ้นเป็นโรงพยาบาล มหาวชิราลงกรณ
ธัญบุรี ให้บริการรักษาผู้ป่วยมะเร็งทุกชนิด ด้วยเครื่องมือที่ทันสมัย มีผู้ป่วยเข้ารับ บริการเฉลี่ยปีละ ๒,๐๐๐ คน ทั้ง
มะเร็งเต้านม มะเร็งไทรอยด์ มะเร็งปอด มะเร็งปากมดลูก และ มะเร็งลำไส้ใหญ่ มีการใช้กัมมันตรังสีในการรักษามะเร็ง
ไทรอยด์ ซึ่งได้ผลการรักษา ทำให้มีผู้ป่วย มีอายุเกิน ๕ ปี ได้ถึงร้อยละ ๙๐

แหล่งอ้างอิง

ข้อมูลและรูปภาพ
https://www.pidthong.org

ผู้จัดทำ บทที่2

นายวุฒิชัย นามสกุล ดำหริดี
รหัส 6310125437010
สาขา การจัดการทรัพยากรมนุษย์

บทที่ 3

• โครงการพัฒนาแหล่งน้ำอันเนื่องมา
จากพระราชดำริ

ความเป็นมา

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พระราชกรณียกิจด้านการพัฒนาแหล่งน้ำ ทรงดำเนินตามรอยพระยุคลบาท พระบาท
สมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พระบรมชนกนาถที่ทรงให้ ความสำคัญกับ “น้ำ” ที่เป็น
ปัจจัยหลักในการดำรงชีวิตและการประกอบอาชีพของพสกนิกรโดย ถ้วนทั่ว เริ่มต้นจากการพัฒนาแหล่งน้ำในหลาก
หลายรูปแบบมาตั้งแต่ปี ๒๕๓๔ จนถึงปัจจุบัน โครงการพัฒนาแหล่งน้ำอันเนื่องมาจากพระราชดำริตรงที่
พระราชทานเมื่อเสด็จพระราชดำเนินไป ในพื้นที่ต่าง ๆ มีจำนวน ๖๑ โครงการ ใน ๑๒ จังหวัด ทุกภูมิภาค จาก
หมู่บ้านชายขอบบนภูเขา ทางภาคเหนือจดหมู่บ้านในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ตั้งแต่จังหวัดเชียงใหม่ ราชบุรี
จันทบุรี อุดรธานี จนถึงจังหวัดนราธิวาสเพื่อช่วยพลิกฟื้นชีวิตราษฎรตามความต้องการของประชาชนและ ความ
เหมาะสมของสภาพภูมิประเทศ

แหล่งอ้างอิง

ข้อมูลและรูปภาพ
https://www.pidthong.org

ผู้จัดทำ บทที่ 3

นางสาววรินทร นามสกุล พรรณพฤกษ์
รหัส 6310125437022
สาขา การจัดการทรัพยากรมนุษย์

บทที่4

โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริด้านการศึกษา

ความเป็นมา

โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริด้านการศึกษา ได้สร้างคุณูปการให้กับเด็กและเยาวชนจำนวนมาก ในทุกระดับชั้น
โดยพระราชปณิธานมุ่งมั่นเพื่อสร้างโอกาสให้กับเยาวชนที่จะเติบโตเป็นกำลังสำคัญของชาติต่อไป พระบาทสมเด็จพระ
วชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระราชดำริให้นำพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์และทรัพย์จากผู้บริจาค โดยเสด็จพระราชกุศลมาใช้
ให้เกิดประโยชน์ในการเสริมสร้างโอกาสทางการศึกษาให้แก่เยาวชนที่ ยากจน ให้มีโอกาสศึกษาอย่างต่อเนื่อง จึงทรง
พระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดตั้ง “โครงการทุนการศึกษา สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร” ขึ้นเป็นครั้ง
แรก เมื่อปี ๒๕๕๒ ในเวลาต่อมาจึง จัดตั้งเป็น “มูลนิธิทุนการศึกษาพระราชทาน สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยาม
มกุฎราชกุมาร” หรือ ม.ท.ศ. ขึ้น เมื่อวันที่ ๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓ และทรงเป็นประธานกรรมการเอง ทุนการศึกษา
พระราชทาน สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร” หรือ ม.ท.ศ. เป็นทุนการศึกษาแก่ เยาวชนที่เรียนดี
ขยันหมั่นเพียร ประพฤติดี มีคุณธรรมและฐานะยากจนให้มีโอกาสศึกษาต่อในระดับ ที่สูงขึ้นจนจบปริญญาตรีหรือเทียบ
เท่าในสาขาวิชาที่สอดคล้องกับความรู้ความสามารถและความต้อง การของผู้เรียน โดยไม่มีภาระผูกพันต้องใช้ทุนคืน
และเมื่อจบการศึกษาจะเปิดโอกาสให้เข้าทำงานเป็น ข้าราชบริพารในพระองค์ฯ ตามความสมัครใจ

แหล่งอ้างอิง

ข้อมูลและรูปภาพ

https://www.pidthong.org

ผู้จัดทำ บทที่4

นางสาวมณีมณฑ์ นามสกุล สนธิพงษ์
รหัส 6310125437017
สาขา การจัดการทรัพยากรมนุษย์

บทที่5โครงการพัฒนาพื้นที่หมู่บู่า้นกแูบซีรา

อันน่ืองมาจากพระราชดำริ

ความเป็นมา

เพ่ือให้ราษฎรมีความเป็นอยู่ที่ดีข้ึน
สมเด็จพระเจา้อยู่หัว มหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกรู เมื่อครั้งดพรงพระอิสริยยศเป็นสมเด็จพระบรมโอรสาธิ
ราชฯสยามมกฎุราชมุาร เสด็จฯทอดพระเนตรสภาพพ้ืนที่และทรงเยี่ยมราษฎรบ้าบกูซีราหมู่ที่4 ตำบลกอลำ อำเภอ
ยะรัง จังหวัด ปัตตานี ได้ทรงทราบถึงปัญหาของราษฎรในพื้นที่ดังกล่าวว่าพ้ื้นที่อยู่ และพ้ืนที่ทกการเกษตรของ
ราษฎรมีน้ำท่วมขังป็นเวลานานตลอดจนขาดแคลนน้ำใชในการอุปโภค–บริโภคให้น่วยงานท่ีเก่ียวขอ้งร่วมกนัพิจา
รณาหาแนวทาง ช่วยเหลือและแก้ไขปัญหาเรื่องเร่งด่วนก่อน พร้อมทั้งศึกษาในภาพรวม เมื่อศึกษาในภาพรวมทั้ง
ระบบแล้วให้ดูว่าส่วนใด แก้ไขอย่างไรและให้แก้ไขไปทีละส่วนเป็นขั้นตอนจึงจะสามารถแก้ไขปัญหาได้ทั้ง ระบบและ
ทรงรับไว้เป็นโครงการอัน
เนื่องมาจากพระราชดำริ

พระราชดำริ

เมื่อวันที่28กันยายน2544สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณบดินทรเทพยวรางกรูเมื่อคร้ังดำรงพระอิสริยยศ
เป็นสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯสยามมกุฎราชกุมาร เสด็จฯ ทอดพระเนตรสภาพพ้ืนท่ีและทรงเยี่ยมราษฎรบ้านกูแบ
ซีราหมู่ท่ี 4 ตำบลกอลำ
อำเภอยะรัง จังหวัดปัตตานี ได้ทรงทราบถึงปัญหาของราษฎรในพ้ืนท่ีดังกล่าวว่า พ้ืนที่อยู่อาศัยและพ้ืนท่ีทำการ
เกษตรของราษฎรมีน้ำท่วมขังเป็นเวลานาน ตลอดจนขาดแคลนน้ำใช้ในการอุปโภค-บริโภคในการน้ีได้พระราชทาน
พระราชดำริกับนายสหัส บุญญาวิฒน์ผู้ช่วยเลขาธิการพระราชวังฝ่ายกิจกรรมพิเศษ นายวิศาล ไมตรียืนยง วิศวกร
ใหญ่ท่ี่ปรึกษาวิชาชีพเฉพาะด้านควบคุมงานก่อสร้าง กรมชลประทาน นายเกียรติศักดิ์ สุขวัฒน์ ผู้อำนวยการ
สำนักงานกิจกรรมพิเศษ กรมชลประทาน และนายลลิต ถนอมสิงห์ ผู้อำนวยการกองประสานงานโครงการฯ 4
สำนักงาน กปร. ให้หน่วยงานที่ เกี่ยวข้องร่วมกัน พิจารณาหาแนวทางช่วยเหลือ โดย “ให้แก้ไขปัญหาเรื่องเร่งด่วน
ก่อนพร้อมทั้งศึกษาในภาพรวมเมื่อได้ศึกษาในภาพรวมทั้งระบบแล้วให้ดูว่าส่วนใดจะแก้ไขอย่างไรและให้แก้ไขไปทีละ
ส่วนเป็นขั้นตอนจึงจะสามารถแก้ไข ปัญหาได้ทั้งระบบ”และทรงรับไวเ้ป็นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ

วัตถุประสงค์

1. เพื่อวัตถุประสงค์โครงการเน่ืองมาจากพระราชดำริของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่จะแก้ไขปัญหาให้ราษฎร
บ้านกูแบซีรามีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

2.เพื่อการสัญจรและขนส่ง
3.เพื่อปรับปรุงดินให้มีการใช้ประโยชน์อย่างมีประสิทธิภาพ ผลผลิตคุ้มค่าแก่การลงทุน เพียงพอแก่การบริโภคในครัว
เรือน และประกอบอาชีพในพื้นที่ตลอดปี

ประโยชน์ที่ได้รับ

1. ชุมชนบ้านกูแบสีราและประชาชนทั่วไปไดร้ับประโยชน์จากการก่อสร้างถนนที่ใชเ้ป็นเสน้ทางสัญจรไป-มาและ
ขนส่งพืชผลทางการเกษตรออกสู่ตลาดไดสะดวกและรวดเร็ว ลดความเสียหายระหว่างการขนส่งทำให้จำหน่าย
ผลผลิตทางการเกษตรได้ในคาที่สูงข้ึน
2. เพิ่มคุณภาพชีวิต และการพัฒนาการของเด็กก่อนวัยเรียนและเพิ่ม โอกาสในการประกอบอาชีพเสริมของพ่อและแม่
เด็ก
3. ทาใหเ้ยาวชนในหมู่บ้านได้มีสถานท่ีออกกำลังกายและเป็นการป้องกันการแพร่ระบาดของยาเสพติดในหมู่ เยาวชน
4. ทาใหราษฎรมีศูนย์พัฒนาอาชีพสาหรับฝึกอาชีพและเพิมทักษะให้สามารถนำไปประกอบอาชีพได้อย่างมี
ประสิทธิภาพและสามารถปรับเปลี่ยนอาชีพให้หลากหลายมากข้ึนนอกเหนือจากการทำนาส่งผลใหเ้ศรษฐกิจใน ชุมชน
ได้ขยายตัวเพิ่มขึ้น
5. ประชาชนทุกคนในหมู่บ้านมีความพร้อมในการพัฒนาหมู่บ้านตามแนวพระราชดาริ
6. สามารถแก้ไขปัญหาน้าท่วมขังพื้นที่การเกษตรและบริเวณชุมชนของหมู่บ้านกูแบสีราประมาณ500ไร่
7. สามารถแก้ไขปัญหาน้าท่วมขังในพ้ืนท่ีได้เป็นอย่างดีและการปรับปรุงที่ดินเพ่ือการเกษตรทาให้สามารถทำการ
เพาะปลูกเพื่อเพิ่ม ผลผลิตได้มากขึ้น

แหล่งอ้างอิง

ข้อมูลและรูปภาพ

http://tsdf.nida.ac.th/th/royally-initiated-projects/10676

ผู้จัดทำ บทที่5

นางสาวจันทร์สุดา นามสกุล ขวัญวงศ์
รหัส 6310125437027
สาขา การจัดการทรัพยากรมนุษย์

บทที่6

ความเป็นมา

“...ช้างป่าควรอยู่ในป่า เพยี งแต่ต้องทาให้ป่านนั้ มีอาหารช้างเพียงพอ การปฏิบตั ิคือให้ไปสร้างอาหารช้างใน
ป่าเป็นแปลงเล็กๆและกระจาย กรณีช้างป่าออกมาที่ชายป่า ต้องให้ความปลอดภยั กับช้างป่า...”
พระราชดารัสพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราชบรมนาถบพิตรพระราชทานไว้
เมื่อวนั ที่๕กรกฎาคมพ.ศ.๒๕๔๒
พระบาทสมเด็จพระเจ้า อยหู่ วั และสมเด็จ พระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลกั ษณ์ พระบรมราชินี ระบรม
ราชโองการโปรดเกล้า โปรดกระหม่อมให้ประกาศว่า “โดยช้างป่าเป็นสตั ว์สาคญั ทที่ดารงอยู่ มีตตานานผูกพัน
คู่กับผืนแผ่นดินไทยมาเป็นเวลาช้านาน และมีบทบาทต่อสงั คมไทยเป็นอย่างยิ่ง ทงั้ ทางด้านการศาสนา พระ
มหากษัตริย์เศรษฐกิจสงัคมและการคมนาคม”ดงันนั้ เพื่อเป็นการส่งเสริมให้เห็นคุณค่าและความสาคญั ของช้าง
จึงควรที่จะต้องมีการอนุรักษ์เอาไว้ โดยเฉพาะช้างป่า แต่จะต้องไม่ให้ราษฎรมีความเดือดร้อนจากปัญหาช้างป่า
บุกรุกหากินในพนื้ ที่การเกษตรของราษฎร จึงทรงมพีธีพระราชดาริ ควรจะมีการ ดาเนิน เพื่อ การแก้ปัญหา
การอยู่ร่วมการอย่างนมดลุ ระหว่างคนและช้างป่า และได้ทรงพระกรณุาโปรดเกล้า โปรดกระหม่อม รับ
โครงการอนุรักษ์ช้างป่ารอยต่อ ๕จังหวดัในภาคตะวนัออกไว้ในพระบรมราชูปถัมภ์และทรงพระกรุณาโปรดเกล้า
โปรดกระหม่อมแต่งตงั้คณะกรรมการโครงการอนุรักษ์ช้างป่ารอยต่อ๕ จังหวดัในภาคตะวนัออกและ
พระราชทานชื่อโครงการว่า“โครงการพัชรสุธาคชานุรักษ์”มีความหมายว่า“นา้ทิพย์”รักษาช้างให้แข็งแกร่ง
ยืนยงดุจเพชร”โดยมี วตัถุประสงค์การดาเนินงานเพื่อสืบสานรักษาต่อยอดแนวพระราชดาริพระบาทสมเด็จ
พระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราชบรมนาถบพิตรและ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิต์ิ พระบรม
ราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในการแก้ไขปัญหา การอยู่ร่วมกันระหว่างคนกับช้างป่า รวมทัง้ การ
อนุรักษ์และพัฒนา ทรัพยากรธรรมชาติและพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในพนื้ ที่ป่ารอยต่อ ๕ จังหวดั ใน
ภาคตะวนั ออก ซึ่งต่อมาได้เกิดชุมชนนาร่องในพนื้ ที่ ๕ จังหวดั ประกอบด้วยจังหวดัฉะเชิงเทราชลบุรีระยอง
สระแก้วและจันทบุรีภายใต้ชื่อ“หมู่บ้านคชานุรักษ์”เพื่อสร้างต้นแบบในการปรับเปลี่ยนวิถีเพื่อการอยู่ร่วมกัน
ระหว่างคนกับช้างอย่างสมดุลต่อไป
ต่อมาเมื่อวนั ศุกร์ที่ ๒๕ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๖๒ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชร
สุธาพิมลลกั ษณ พระบรมราชินี เสด็จพระราชด เนินพร้อมด้วย สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเร
นทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวชั รราชธิดา ทรงเปิด และทรงเป็นองค์ประธานการ ประชุม
ใหญ่คณะกรรมการ“โครงการพัชรสุธาคชานุรักษ์”พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานพระบรมราโชบาย
ว่า“...ช้างเป็นสตัว์ที่คู่กับประเทศไทย และการที่มีช้างป่าในประเทศเราและยังอยู่ได้ก็เป็นสิ่งที่เรียกว่าเป็นมงคล
แต่ถ้าจะให้เป็นมงคลจริงก็เป็นอย่างที่โครงการทาได้คือดูแลรักษาและปฏิบตัิให้ ช้างป่าอยู่กับชุมชนและอยู่กับ
คนได้อย่างราบรื่นและปลอดภัยทงั้คนและช้าง...”

แหล่งอ้างอิง

ข้อมูลและรูปภาพ

https://alro.go.th/uploads/org/royal_ini/do
wnload/article/article_20200715161302.pdf

ผู้จัดทำ




นายเขมชาติ นามสกุล วงคำพู
รหัส 6310125437009
สาขา การจัดการทรัพยากรมนุษย์

บทที่7

โครงการพัฒนาแหล่งน้ำ จ.จันทบุรี

ความเป็นมา

เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม นายจรัลธาดา กรรณสูต องคมนตรี พร้อมด้วยคณะ และหน่วยงานที่
เกี่ยวข้อง เดินทางไปติดตามการดำเนินงานโครงการก่อสร้างฝายบ้านเขาแดงพัฒนา อันเนื่องมาจากพระ
ราชดำริ ที่บ้านเขาแดงพัฒนา ต.ทับช้าง อ.สอยดาว จ.จันทบุรี ซึ่งสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณา
โปรดเกล้าฯ รับเป็นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2560 ด้วยทรงห่วงใยราษฎร
บ้านเขาแดงพัฒนา ที่ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพด้านการเกษตร อาทิ ปลูกมันสำปะหลัง ลำไย ข้าวโพด และ
เลี้ยงโคนม เมื่อถึงฤดูแล้งราษฎรจะประสบปัญหาการขาดแคลนน้ำเพื่อการเกษตร และการอุปโภคบริโภค
จึงจำเป็นต้องมีแหล่งน้ำเป็นต้นทุนที่เพียงพอเพื่อใช้ในการดำรงชีวิต ปัจจุบันโครงการดังกล่าว เริ่มขุดลอก
หน้าฝายพื้นที่ประมาณ 5 ไร่ และขุดลอกคลองตาโนดระยะทางประมาณ 1 พัน 400 เมตร ซึ่งคาดว่าจะ
สามารถเพิ่มปริมาณความจุน้ำได้ 8 หมื่นลูกบาศก์เมตรและช่วยเหลือพื้นที่การเกษตรได้ประมาณกว่า 2
พันไร่ ต่อจากนั้น คณะได้เดินทางไปติดตามการดำเนินงานโครงการก่อสร้างทำนบดินบ้านไทรนอง 2 อัน
เนื่องมาจากพระราชดำริ ที่ต.สองพี่น้อง อ.ท่าใหม่ โครงการนี้เป็นโครงการที่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระ
กรุณาโปรดเกล้าฯ รับไว้เป็นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริเมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม ที่ผ่านมา เพื่อ
สืบสานพระราชปณิธานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ช่วยเหลือราษฎรที่ประสบปัญหา
ขาดแคลนน้ำเพื่อการเกษตร อุปโภค บริโภค เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวอยู่บนพื้นที่สูง เกษตรกรพยายามสร้าง
สระเก็บกักน้ำ แต่ยังไม่พอ ปัจจุบันสำนักงาน กปร. กรมชลประทาน และจ.จันทบุรี ตลอดจนผู้นำชุมชน
และราษฎรในพื้นได้ร่วมกันดำเนินงาน จัดสร้างทำนบดินบ้านไทรนอง ความจุ 6 หมื่น ลูกบาศก์เมตร คาด
ว่าจะได้ปริมาณน้ำเพิ่มขึ้นกว่า 5 หมื่น 4 พันลูกบาศก์เมตร ช่วยเหลือพื้นที่เกษตรกรได้ประมาณ 55 ไร่ ซึ่ง
ส่วนใหญ่ทำสวนผลไม้ ปลูกทุเรียน เงาะ และมังคุด

ทั้งสองโครงการนี้ เป็นโครงการทางด้านแหล่งน้ำที่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงรับไว้เป็นโครงการ
อันเนื่องมาจากพระราชดำริ เป็นโครงการชุดแรกๆที่ทรงสืบสานพระราชปณิธานพระบาทสมเด็จ
พระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช เพื่อช่วยเหลือให้ราษฎรมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดี
สรุปโครงการ : เป็นโครงการชุดแรกๆที่ทรงสืบสานพระราชปณิธานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพล
อดุลยเดช เพื่อช่วยเหลือให้ราษฎรมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดี

ด้วยทรงห่วงใยราษฎรบ้านเขาแดงพัฒนา ที่ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพด้านการเกษตร อาทิ ปลูกมัน
สำปะหลัง ลำไย ข้าวโพด และเลี้ยงโคนม เมื่อถึงฤดูแล้งราษฎรจะประสบปัญหาการขาดแคลนน้ำเพื่อ
การเกษตร และการอุปโภคบริโภค จึงจำเป็นต้องมีแหล่งน้ำเป็นต้นทุนที่เพียงพอเพื่อใช้ในการดำรงชีวิต

แหล่งอ้างอิง

ข้อมูลและรูปภาพ
https://www.technologychaoba.com/bullet-news-
today/article_19230

ผู้จัดทำ บทที่7

นาย นภัทร์ นามสกุล รัตนมณี
รหัส6410122125015
สาขา เทคโนโลยีการจัดการสุขภาพ

บทที่8

โครงการพัฒนาพื้นที่บริเวณหนองอึ่งอันเนื่องมาจากพระราชดำริ
อำเภอเมืองยโสธร จังหวัดยโสธร

ความเป็นมา

พระราชดำริในพระองค์
สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินีนาถ
สถานที่ตั้ง
ตำบลค้อเหนือ อำเภอเมืองยโสธร จังหวัดยโสธร
ความเป็นมา
เมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน 2543 สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ พร้อมด้วยสมเด็จ
พระบรมโอรสาธิราช ฯ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมราษฎรบ้านคำ
น้ำสร้าง ตำบลค้อเหนือ อำเภอเมืองยโสธร จังหวัดยโสธรซึ่งได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมในการ
นี้สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ได้พระราชทานพระราชดำริให้หน่วยงานราชการ
ต่าง ๆ พิจารณาช่วยเหลือเรื่องปากท้องของราษฎรในพื้นที่ซึ่งเป็นหมู่บ้านยากจน
ในวันเดียวกันนี้ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช ฯ สยามมกุฎราชกุมารได้เสด็จพระราชดำเนินไป
ทอดพระเนตรสภาพบริเวณหนองอึ่ง ในพื้นที่บ้านท่าเยี่ยมตำบลค้อเหนือและมีพระราชดำริ
เกี่ยวกับการพัฒนาและปรับปรุงพื้นที่เพื่อช่วยเหลือราษฎรดังนี้
1.ให้ปรับปรุงขุดลอกหนองอึ่งเพื่อให้เป็นแหล่งน้ำสำหรับทำการเกษตรและแหล่งเพาะพันธุ์
ปลา 2.ให้พัฒนาและปรับปรุงพื้นที่และสภาพดินโดยรอบหนองอึ่ง ปลูกหญ้าแฝก และต้นไม้
เพื่อป้องกันการชะล้างหน้าดิน
3. ให้ฟื้นฟูสภาพป่าโดยรวม เพื่อให้คนกับป่าอยู่อย่างเกื้อกูลกัน

ผลการดำเนินงานในภาพรวม
ปี2559
1.ด้านการพัฒนาพื้นที่และบริหารโครงการ ดำเนินการประสานงานหน่วยงานที่ร่วมกันปฏิบัติงาน
สนองพระราชดำริ จัดหาวัสดุอุปกรณ์สำหรับใช้ในงานอำนวยการและการให้บริการค่ายพักแรม
ปรับปรุงอาคารสถานที่ เผยแพร่ประชาสัมพันธ์โครงการ จัดกิจกรรมปลูกป่าเฉลิมพระเกียรติ และ
อำนวยความสะดวกให้กับผู้เดินทางมาศึกษาดูงาน และฝึกอบรมภายในพื้นที่โครงการ ซึ่งใน
ปีงบประมาณ 2559 มีจำนวน 46 คณะ 2,930ราย
2.ด้านการพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติ
ดำเนินการจัดทำโครงการห้องเรียนธรรมชาติป่าชุมชนดงมัน ในพื้นที่ประมาณ 20 ไร่ สำหรับเป็น
แหล่งเรียนรู้ดูงานทางธรรมชาติและท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ศึกษาและพัฒนาเทคนิคการเพิ่มปริมาณ
ของเห็ดป่าในป่าชุมชนดงมัน ปลูกไผ่เพื่อเป็นแนวกันชนและเป็นแหล่งอาหารของชุมชน จำนวน
10,000 ต้น เพาะชำกล้าไม้มีค่า จำนวน 20,000 กล้า เพาะกล้าไม้ป่าบุ่งป่าทาม จำนวน 30,000
กล้า ปลูกไม้เสริมป่าบุ่งป่าทาม จำนวน 10,000ต้นจัดทำป้ายประชาสัมพันธ์การป้องกันไฟป่าใน
พื้นที่โครงการ ในด้านเครือข่ายการอนุรักษ์ได้ดำเนินการส่งเสริมและพัฒนาเครือข่ายป่าไม้ ตามแนว
พระราชดำริ ในพื้นที่เป้าหมาย 15 หมู่บ้าน รวมทั้งฝึกทบทวนกลุ่มราษฎรอาสาสมัครพิทักษ์ป่า
(รสทป.) จำนวน 200 ราย และพัฒนาเครือข่ายเยาวชนตามแนวพระราชดำริครูป่าไม้ในกลุ่ม
เยาวชนโดยมีโรงเรียนเข้าร่วมกิจกรรม6แห่ง
3.ด้านการพัฒนาอาชีพ ส่งเสริมและสนับสนุนปัจจัยการผลิตด้านการเลี้ยงไก่ไข่ เลี้ยงสุกร และการ
เพาะปลูก ให้แก่กลุ่มราษฎรในพื้นที่นำร่อง บ้านแจ้งน้อยหมู่ 12 และบ้านคำน้ำสร้าง หมู่ 11, 15
ตำบลค้อเหนือ ส่งเสริมการผลิตปุ๋ยชีวภาพให้แก่ราษฎรตำบลค้อเหนือ จำนวน 5 หมู่บ้าน ส่งเสริม
การปลูกหม่อนเลี้ยงไหม ส่งเสริมกิจกรรมตามโครงการประมงโรงเรียน ผลิตพันธุ์ปลาปล่อยลงใน
หนองอึ่งเพื่อเพิ่มทรัพยากรด้านการประมง จำนวน 100,000 ตัว และจัดทำโครงการศูนย์เรียนรู้
เศรษฐกิจพอเพียงชุมชนในโรงเรียน จำนวน 6 แห่ง โดยการจัดฝึกอบรมยุวเกษตรกร จำนวน 100
คน พร้อมสนับสนุนวัสดุอุปกรณ์และปัจจัยการผลิตด้านการเกษตรให้แก่โรงเรียน
นอกจากนี้ ยังได้จัดฝึกอบรมสมาชิกสหกรณ์การเกษตรในโครงการพัฒนาพื้นที่บริเวณหนองอึ่งฯ
จำนวน 60 ราย เพื่อรองรับมาตรฐานการผลิตอาหารแปรรูป (อย.) รวมทั้งพัฒนาและปรับปรุง
มาตรฐานการผลิตอาหารแปรรูปของสหกรณ์ให้ได้มาตรฐาน
ประเภทโครงการพัฒนา:
โครงการพัฒนาแบบบูรณาการ และโครงการพัฒนาด้านอื่น ๆ
ปีที่เริ่มโครงการ:
2543

วัตถุประสงค์โครงการ
1. เพื่อปรับปรุงคุณภาพของดิน
2. เพื่อแก้ปัญหาสภาพของหน้าดินที่ถูกน้ำพัดพาไป
3. เพื่อแก้ปัญหาสภาพด้านการเกษตรให้แก่ราษฎรบริเวณท้ายอ่าง

ผู้ได้รับประโยชน์
เกษตรกรในพื้นที่และประชาชนทั่วไป ประกอบด้วย 7 หมู่บ้าน จำนวน 824 ครัวเรือน ประชากร 3,403 คน ในท้องที่
ตำบลค้อเหนือ อำเภอเมือง จังหวัดยโสธร
ผลการดำเนินงานและกิจกรรมโครงการ
กิจกรรมจัดตั้งป่าชุมชน/องค์กร/กองทุนป่าชุมชน
จัดตั้งป่าชุมชนดงมันสาธาณประโยชน์ 3,006 ไร่ เป็นป่าชุมชนโดยแบ่งพื้นที่ป่า/เขต รับผิดชอบเป็น 7 แปลง 7
หมู่บ้านจัดตั้งองค์กรป่าชุมชน 8 คณะ ได้แก่ คณะกรรมการบริหารองค์กรกลาง 1 คณะ คณะกรรมการระดับหมู่บ้าน 7
คณะ และกลุ่มอาชีด้านป่าไม้ จำนวน 2 กลุ่มจัดตั้งกองทุนป่าชุมชนดงมัน ประกอบด้วย กองทุนส่วนกลาง 1 กองทุน
กองทุนระดับหมู่บ้าน 7 กองทุน โดยมีรายได้มาจากการจำหน่ายไม้โตเร็วที่ปลูกโดยชุมชน ผลกำไรร้อยละ 10 จาก
กิจกรรมการแปรรูปอาหารจากป่า เงินค่าปรับ ไหม รวมถึงการสนับสนุนของหน่วยงานภาครัฐ/เอกชน
กิจกรรมส่งเสริมการบริหารจัดการป่าชุมชนในรูปแบบฟาร์มเศรษฐกิจพอเพียง


การบริหารการจัดการป่าชุมชน

• เพื่อการอนุรักษ์(พื้นที่ป้าที่มีอยู่เดิม) อนุรักษ์ คุ้มครอง ให้ฟื้นคืนตัวตามธรรมชาติตามแนวพระราชดำริ ปลูกป่าโดยไม่
ต้องปลูก
• เพื่อการใช้สอย(พื้นที่ไร่ร้าง) ฟื้นฟูและพัฒนาในรูปแบบ ป่าสานอย่างประโยชน์สี่อย่าง ป่าไม้โตเร็ว

ความสำเร็จของโครงการ
ป่าชุมชนดงมันเป็นพื้นที่สาธารณประโยชน์ จำนวน 3,006 ไร่ ซึ่งเป็นป่าบกผืนเดียวที่น้ำท่วมไม่ถึง มีสภาพเป็นป่าดิบ
แล้งผสมเต็งรัง เป็นแหล่งพึ่งพิงที่สำคัญยิ่งของ 7 หมู่บ้านเป้าหมายโครงการ ในการเป็นแหล่งเก็บหาของป่าไม้ใช้สอย
ไม้ฟืน รวมถึงการปลูกพืชไร่ และทำเลเลี้ยงสัตว์ ทรัพยากรป่าไม้อยู่ในสภาพเสื่อมโทรม คงเหลือสภาพป่าที่อุดม
สมบูรณ์ประมาณ 800 ไร่ ป่าเสื่อมโทรม 1,200 ไร่ และพื้นที่ไร่ร้างประมาณ 800 ไร่ กรมป่าไม้โดยโครงการพัฒนาพื้นที่
บริเวณหนองอึ่งได้น้อมนำแนวพระราชดำริ หลักภูมิสังคม โดยส่งเสริมและสนับสนุนให้ราษฎร ผู้นำหมู่บ้าน 7 หมู่บ้าน
และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จัดการทรัพยากรป่าไม้ ดงมันสาธารณประโยชน์ 3,006 ไร่ ในหลักการของป่าชุมชน
โดยการส่งเสริมการบริหารการจัดการป่าในรูปแบบ ฟาร์มเศรษฐกิจพอเพียง เพื่ออนุรักษ์ ฟื้นฟู พัฒนา และใช้
ประโยชน์ป่าอย่างมรสมดุล และยั่งยืน

แหล่งอ้างอิง

ข้อมูลและรูปภาพ
https://shorturl.asia/NB3cq
https://shorturl.asia/FKS1v

ผู้จัดทำ

นางสาว ฟาตีฮะห์ ยะโก๊ะ
รหัส 6410122125005
สาขา เทคโนโลยีการจัดการสุขภาพ

บทที่9

ความเป็นมา

สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ได้พระราชทานที่ดินส่วนพระองค์ในพื้นที่สวนบ้านกองแห
หมู่ที่ 4 ตำบลโป่งแยง อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่จำนวน 1,350 ไร่ ให้กับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อ
ดำเนินการในลักษณะคลินิกเกษตรเพื่อเผยแพร่ผลงานวิจัยและเทคโนโลยีการเกษตรจากศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วย
ฮ่องไคร้อันเนื่องมาจากพระราชดำริในรูปแบบของศูนย์บริการและถ่ายทอดเทคโนโลยีชุมชน เป็นศูนย์ฝึกอบรมและ
วิจัยพัฒนาการเกษตรให้เหมาะสมกับพื้นที่

ผลการดำเนินงาน



เพาะชำกล้าไม้โตเร็ว จำนวน 50,000 กล้า เพื่อแจกจ่ายให้ราษฎรนำไปปลูกขยายผลใช้ประโยชน์ในชุมชนและครัว
เรือน ปลูกป่าไม้ใช้สอย ไม้โตเร็ว จำนวน 120 ไร่ เพื่อให้ราษฎรมีพื้นที่ป่าไว้ใช้ประโยชน์เป็นถ่านฟืนหุงต้มอาหาร

และดำเนินกิจกรรมส่งเสริมราษ
ฎรผลิตและใช้เชื้อเพลิงชีวมวล จำนวน 2 หมู่บ้าน อีกทั้งจัดฝึกอบรมหลักสูตร

“การผลิตและใช้เชื้อเพลิงอย่างมีประสิทธิภาพ” แก่ราษฎรจำนวน 30 คน

ประโยชน์ที่ได้รับ

ทำให้ราษฎร จำนวน 2 หมู่บ้าน ได้เรียนรู้การผลิตและนำเชื้อเพลิงจากวัสดุชีวมวลมาใช้สอยในชีวิตประจำวันและ
พัฒนาเป็นแหล่งเรียนรู้ในท้องถิ่น มีวัสดุเชื้อเพลิงทดแทนการใช้ไม้ฟืนลดปริมาณการใช้ไม้ฟืนจากป่าธรรมชาติ ราษฎร
ได้ใช้ประโยชน์จากพื้นที่ปลูกไม้ฟืน จำนวน 120 ไร่ ส่งผลให้ราษฎรเกิดความรัก ความหวงแหนทรัพยากรป่าไม้และ
เรียนรู้การจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน

แหล่งอ้างอิง

ข้อมูลและรูปภาพ
https://king.kapook.com/kingrama10/sec4_detail_all.html

บทที่9

ผู้จัดทำ

นางสาวกัญจนพร นันทะสาร
รหัสนักศึกษา 6410122125013
สาขาเทคโนโลยีการจัดการสุขภาพ

บทที่10

โครงการเพื่อชุมชนเข้มแข็งและร่มเย็นบ้านสันติ 2

เรื่องเดิมพ
ระราชดำริ

เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2550 สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ได้เสด็จ
พระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมราษฎรในท้องที่หมู่ที่ 6 ตำบลแม่หวาด อำเภอธารโต จังหวัดยะลา และได้
พระราชทานพระราชดำริให้แก้ไขปัญหาและช่วยเหลือราษฎรที่อาศัยอยู่ในหมู่บ้านที่ได้รับผลกระทบจาก
เหตุการณ์ความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้และได้อพยพไปอาศัยอยู่ที่วัดนิโรธสังฆาราม อำเภอเมือง
จังหวัดยะลา เนื่องจากหวาดกลัวและไม่กล้าที่จะอยู่อาศัยในหมู่บ้านเดิมต่อไป

ผลการดำเนินงาน ปี พ.ศ. 2551 กรมโยธาธิการและผังเมือง ได้ดำเนินการ
ก่อสร้างบ้านพักอาศัยแก่ราษฎรจำนวน 25 หลัง ซึ่งเป็นงาน
ระยะที่ 2 ในพื้นที่ 19 ไร่ การก่อสร้างคูระบายน้ำ
คอนกรีตเสริมเหล็ก ความยาว 2,000 เมตร และการก่อสร้าง
ถนนภายในโครงการ

ประโยชน์ที่จะได้รับ

สามารถช่วยเหลือราษฎรบ้านเยาะที่ประสบผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ 3
จังหวัดชายแดนภาคใต้ จำนวน 25 ครัวเรือน ประชากรประมาณ 79 คน ได้มีที่พักอาศัยที่ปลอดภัย
และสะดวกสบายในถิ่นฐานเดิม สามารถผลิตอาหารได้เองในชุมชน นอกจากนี้ แผนงานดังกล่าว
ยังเป็นการสนับสนุนด้านความมั่นคงในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ในการเสริมสร้างความเข้ม
แข็ง ตลอดจน สร้างขวัญและกำลังใจให้กับราษฎรในพื้นที่ที่ประสบภัยอีกด้วย

การก่อสร้างบ้านพักอาศัย จำนวน 25 หลัง ให้กับราษฎรบ้าน
เยาะที่ประสบผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่3
จังหวัดชายแดนภาคใต้
จำนวน 25 ครัวเรือน ประชากรจำนวน 79 คน

บ่อน้ำสำหรับเลี้ยงสัตว์น้ำของโครงการฯ

แหล่งอ้างอิง

ข้อมูลและรูปภาพ
โครงการ ชุมชนเข้มแข็งและร่มเย็นบ้านสันติสุข 2 - พระ
ราชดำริhttp://km.rdpb.go.th › Project › View

ผู้จัดทำ

นางสาว กวิตา จันเภา
รหัสนักศึกษา 6410122125007
สาขา เทคโนโลยีการจัดการสุขภาพ


Click to View FlipBook Version