วิธีการสอนโดยใช้สถานการณ์จำลอง
และวิธีการสอนโดยการแสดงบทบาทสมมติ
จดั ทำโดย
นางสาวกมลพรรณ จันทนา รหัสนิสิต 60105010052
นางสาวกรวีย์ ม่ันคง รหัสนสิ ติ 60105010053
นางสาวชลดา พลิ าตนั รหสั นสิ ิต 60105010058
นางสาวสภุ ญิ ญา วรรณโคตร รหสั นสิ ติ 60105010085
นางสาวอนิศรา จักกา่ ยี่ รหัสนิสิต 60105010089
นางสาวอภิญญา เภรีพล รหสั นิสติ 60105010090
นางสาวอรนงค์ แจ่มใส รหัสนสิ ิต 60105010091
เสนอ
ผู้ช่วยศาสตราจารยด์ ร. กิตติชัย สธุ าสิโนบล
รายงานเลม่ นี้เปน็ สว่ นหนง่ึ ของรายวชิ า ปถ441
มหาวิทยาลยั ศรนี คริทรวโิ รฒ
ภาคเรียนที่ 1/2563
วดิ โี อวิธกี ารสอน
ขอ้ มลู วิธกี ารสอน
วธิ กี ารสอนโดยใช้สถานการณจ์ ำลอง
และ
วธิ กี ารสอนโดยใชก้ ารแสดงบทบาทสมมติ
หวั ข้อท่ศี กึ ษา
ความหมาย
วัตปุ ระสงค์
ขั้นตอนการสอน
ขอ้ ดแี ละขอ้ จำกดั
ความหมาย
กระบวนการท่ชี ่วยใหผ้ ูเ้ รียนเกิดการเรยี นรู้
ตามวัตถปุ ระสงค์ โดยการให้ผู้เรยี นลงไปเล่นใน
สถานการณ์ทม่ี บี ทบาท ข้อมูล และกติกาการเลน่ ท่ี
สะทอ้ นความเปน็ จรงิ และมปี ฏสิ ัมพันธ์กับส่ิงตา่ งๆ
ท่ีอยู่ในสถานการณ์นน้ั โดยข้อมูลที่มีสภาพคลา้ ย
กับข้อมูลในความเป็นจริง ในการตัดสนิ ใจและ (
แก้ปญั หาตา่ งๆ ซึง่ การตัดสินใจน้ัน จะสง่ ผลถงึ
ผู้เล่นในลักษณะเดยี วกันกับท่เี กิดขึ้นใน
สถานการณจ์ รงิ
(ทศิ นา แขมมณี, 2543)
วัตถปุ ระสงค์
วิ ธี ส อ น โ ด ย ใ ช้ ส ถ า น ก า ร ณ์ จ ำ ล อ ง
เ ป็ น วิ ธี ก า ร ที่ มุ่ ง ช่ ว ย ใ ห้ ผู้ เ รี ย น ไ ด้
เ รี ย น รู้ ส ภ า พ ค ว า ม เ ป็ น จ ริ ง แ ล ะ เ กิ ด
ค ว า ม เ ข้ า ใ จ ใ น ส ถ า น ก า ร ณ์ ห รื อ เ รื่ อ ง ท่ี
มีตัวแปรจำนวนมากท่ีมี ความสัมพันธ์
กั น อ ย่ า ง ซั บ ซ้ อ น
ขัน้ ตอนการสอน
(1) ผู้สอนเตรียมสถานการณ์จำลอง
(2) ผู้สอนนำเสนอสถานการณ์จำลอง
บทบาท ข้อมูล และกติกาการเล่น
(3) ผู้เรียน เลือกบทบาทที่จะเล่น
ห รื อ ผู้ ส อ น ก ำ ห น ด บ ท บ า ท ใ ห้ ผู้ เ รี ย น
(4) ผู้เรียนเล่นตามกติกาที่กำหนด
(5) ผู้สอนและผู้เรียน ร่วมกันอภิปราย
เกี่ยวกับสถานการณ์ ข้อมูล และกติกาของ
สถานการณ์ วิธีการเล่น พฤติกรรม
การเล่น และผลการเล่น
(6) ผู้สอนและผู้เรียน สรุปการเรียนรู้
ข้ันตอนการสอน (ต่อ)
(5) ผู้สอนและผู้เรียน ร่วมกัน
อภิปรายเก่ียวกับสถานการณ์ ข้อมูล
และกติกาของสถานการณ์ วิธีการเล่น
พฤติกรรมการเล่น และผลการเล่น
(6) ผู้สอนและผู้เรียน สรุปการ
เ รี ย น รู้ ที่ ไ ด้ รั บ จ า ก ก า ร เ ล่ น
(7) ผู้สอนประเมินผลการเรียนรู้ของ
ผู้ เ รี ย น
ข้อดี
เปน็ วธิ สี อนทช่ี ่วยให้ผู้เรียนได้เรยี นรเู้ รอ่ื ง
ที่มีความสัมพนั ธซ์ บั ซอ้ นไดอ้ ยา่ งเข้าใจเกดิ
ความเขา้ ใจ เน่อื งจากไดม้ ปี ระสบการณท์ ี่
เห็นประจักษช์ ัดดว้ ยตนเอง
เป็นวิธสี อนท่ผี ู้เรยี นมสี ว่ นรว่ มในการ
เรยี นรูส้ งู มาก ผเู้ รียนไดเ้ รียนอยา่ งสนกุ สนาน
การเรียนรูม้ คี วามหมายตอู่ ตวั ผเู้ รียน
ข้อดี (ต่อ)
เปน็ วิธสี อนทผ่ี ู้เรียนมีโอกาสฝกึ ทักษะ
กระบวนการต่างๆจำนวนมาก เชน่ กระบวนการ
ปฏสิ มั พนั ธ์กบั ผูอ้ ื่น กระบวนการสอื่ สาร
กระบวนการตัดสนิ ใจ กระบวนการแก้ปัญหา
และกระบวนการคดิ เปน็ ต้น
ข้อจำกัด
เปน็ วธิ สี อนทต่ี อ้ งใช้คา่ ใช้จา่ ยสูง เพราะต้อง
มวี สั ดุ อปุ กรณ์ และขอ้ มูลสำหรับผเู้ ล่นทกุ คน และ
สถานการณจ์ ำลองบางเร่อื ง มีราคาแพง
เป็นวธิ ีสอนท่ใี ช้เวลามาก เพราะต้องให้เวลา
แก่ผู้เล่นในการเลน่ และการอภปิ ราย
เปน็ วธิ ีการสอนท่ตี อ้ งใชเ้ วลาในการ
เตรียมการมาก ผ้สู อนต้องศกึ ษารายละเอยี ด
และลองเลน่ ดว้ ยตนเองและในกรณีที่ต้องสรา้ ง
สถานการณ์เอง ยงิ่ ตอ้ งใชเ้ วลาเพ่ิมขนึ้
ความหมาย
เป็นกระบวนการท่ีช่วยใหผ้ ู้เรยี นเกดิ การ
เรียนรู้ตามวัตถปุ ระสงค์ โดยการใหผ้ ู้เรยี น
สวมบทบาทในสถานการณซ์ งึ่ มีความใกล้เคยี ง
กับความเป็นจรงิ และแสดงออกตามความรูส้ ึก
นกึ คิดของตนและนำเอาการแสดงออกของผู้
แสดง ท้งั ทางด้านความรู้ ความคิด ความร้สู กึ
และพฤติกรรมท่ีสงั เกตพบ มาเป็นขอ้ มลู ในการ
อภปิ ราย เพื่อใหผ้ ูเ้ รยี นเกดิ การเรียนรตู้ าม
วตั ถปุ ระสงค์
(ทิศนา แขมมณี, 2543)
วัตถปุ ระสงค์
วิ ธี ส อ น โ ด ย ใ ช้ ก า ร แ ส ด ง บ ท บ า ท
สมมติ เป็นวิธีการที่มุ่งช่วยให้ผู้เรียน
ไ ด้ เ รี ย น รู้ ก า ร เ อ า ใ จ เ ข า ม า ใ ส่ ใ จ เ ร า
เ กิ ด ค ว า ม เ ข้ า ใ จ ใ น ค ว า ม รู้ สึ ก แ ล ะ
พ ฤ ติ ก ร ร ม ท้ั ง ข อ ง ต น เ อ ง แ ล ะ ผู้ อ่ื น ห รื อ
เกิดความเข้าใจในเรื่องต่าง ๆ
เ กี่ ย ว กั บ บ ท บ า ท ส ม ม ติ ที่ ต น แ ส ด ง
ขนั้ ตอนการสอน
ขน้ั ท่ี 1 กำหนดปัญหาหรือประเดน็ ที่จะนำมาสู่
การแสดง
ขน้ั ที่ 2 เลอื กผู้แสดง
ขนั้ ท่ี 3 จัดฉากและกำหนดขอบเขตของบทบาท
ขน้ั ที่ 4 เตรียมผ้สู งั เกตการณ์
ขน้ั ที่ 5 แสดง
ขนั้ ที่ 6 อภปิ รายและการประเมนิ ผล
ขนั้ ท่ี 7 แสดงเพม่ิ เตมิ
ขน้ั ที่ 8 อภปิ รายและประเมินผลอีกคร้ัง
ขน้ั ท่ี 9 แลกเปลี่ยนประสบการณแ์ ละสรุป
เปน็ หลักการ
ขอ้ ดี
เป็นวธิ สี อนทช่ี ่วยใหผ้ เู้ รียนเกิดความเข้าใจ
ความรสู้ กึ และพฤตกิ รรมของผู้อนื่ ไดเ้ รียนรู้
การเอาใจเขามาใสใ่ จเราเกดิ การเรยี นรู้ทล่ี กึ ซง้ึ
เปน็ วธิ ีสอนทช่ี ่วยให้ผเู้ รยี นมีความเข้าใจและ
เกิดการเปลี่ยนแปลงเจตคติและพฤติกรรมของตน
เปน็ วธิ ีสอนทช่ี ่วยพฒั นาทักษะในการเผชิญ
สถานการณ์ ตัดสินใจและแก้ปญั หา
เป็นวิธสี อนที่ช่วยใหก้ ารเรียนการสอนมคี วาม
ใกลเ้ คียงกับสภาพความเปน็ จรงิ
ข้อดี (ตอ่ )
เป็นวิธสี อนทเ่ี ปิดโอกาสใหผ้ เู้ รยี นมสี ว่ นร่วม
ในการเรียนมาก ผเู้ รยี นได้เรยี นรูอ้ ย่าสนุกสนาน
และการเรียนรมู้ คี วามหมายสำหรบั ผเู้ รยี น เพราะ
ข้อมลู มาจากผเู้ รียนโดยตรง
ข้อจำกดั
เป็นวธิ ีสอนทีใ่ ช้เวลามาก
เปน็ วิธีสอนทีต่ อ้ งอาศยั การเตรียมการและ
การจัดการอย่างรดั กุม หากจดั การไม่พอดอี าจเกิด
ความยงุ่ ยากสับสนข้นึ ได้
เป็นวธิ สี อนทต่ี ้องอาศัยความไวในการรบั รู้
ของผสู้ อน หากผู้สอนขาดคณุ สมบตั ินไ้ี มร่ บั รู้
ปญั หาท่ีเกดิ ขึน้ กับผู้เรียนบางคน และไม่ได้
แกป้ ญั หาแต่ต้น อาจเกิดเป็นปญั หาตอ่ เนอื่ งไปได้
ข้อจำกดั (ตอ่ )
เปน็ การสอนท่ตี ้องอาศัยความสามารถของครู
ในการแกป้ ัญหา เนอื่ งจากการแสดงของผเู้ รียนอาจ
ไม่เป็นไปตามความคาดหมายของผ้สู อน ซง่ึ ผู้สอน
จะต้องสามารถแกป้ ญั หาหรือปรบั สถานการณแ์ ละ
ประเดน็ ให้ผูเ้ รียนเกดิ การเรียนรไู้ ด้
อ้างองิ
ทศิ นา แขมมณี (2552). ศาสตรก์ ารสอน
องคค์ วามรเู้ พ่ือการจดั กระบวนการเรียนรทู้ ่มี ี
ประสทิ ธิภาพ.พิมพ์ครง้ั ที่ 10.กรงุ เทพ :
สำนักพมิ พแ์ หง่ จฬุ าลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
แผนการจดั การเรียนรู้
แผนการจัดการเรยี นรู้ กล่มุ สาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม
รายวชิ า เศรษฐศาสตร์ ระดับชน้ั ประถมศึกษาปีท่ี 4 ภาคเรียนท่ี 2
หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 8 เรือ่ ง ปจั จัยที่มีผลตอ่ การเลอื กซือ้ สนิ ค้าและบริการ เวลา 2 คาบ
มาตรฐานการเรียนรู้ ส 3.1 ตัวชี้วัด ส 3.1 ป.4/1 , ป.4/2 ผู้สอน
1. ผลการเรยี นรู้ (Learning Outcome)
สามารถระบุปจั จยั ทมี่ ีผลตอ่ การเลือกซือ้ สนิ คา้ และบรกิ ารได้ และสามารถบอกสิทธขิ ัน้ พนื้ ฐานและ
รักษาผลประโยชนข์ องตนเองในฐานะผูบ้ ริโภค มีทกั ษะการส่อื สาร และมีความมุ่งมั่นในการทางาน
2. ความคิดรวบยอดหลกั (Main Concept)
การผลติ สินค้าและบรกิ ารมีปัจจัยหลายด้าน ในการตัดสนิ ใจเลอื กผลติ อย่างมปี ระสิทธภิ าพและการ
ตดั สินใจเลอื กซื้อสินคา้ และบรกิ ารเป็นสิทธพิ ื้นฐานของผบู้ ริโภค
3. หัวข้อสาระการเรยี นรู้ (Sub Concept / Topic)
ปัจจยั ท่มี ีผลตอ่ การเลือกซื้อสนิ ค้าและบริการ
4. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้ (Learning Objective)
ด้านความรู้ (knowledge)
1.นกั เรียนสามารถระบุปัจจยั ทม่ี ผี ลต่อการเลือกซื้อสนิ ค้าและบริการได้
2.นักเรียนสามารถบอกสทิ ธิขน้ั พืน้ ฐานและรกั ษาผลประโยชนข์ องตนเองในฐานะผู้บริโภคได้
ดา้ นทกั ษะ (Skill)
1.มที ักษะการส่อื สาร (แสดงความคิดเหน็ และตอบคาถาม)
ด้านคณุ ลกั ษณะ (Characteristic)
1.นกั เรยี นมีความมุ่งมน่ั ในการทางาน
5. การออกแบบกจิ กรรม
ขัน้ ท่ี 1 นาเสนอสถานการณป์ ัญหาและบทบาทสมมติ
1.ครูกาหนดสถานการณ์ให้นักเรยี น จากนนั้ ตัวแทนนกั เรยี นออกมาเลา่ สถานการณใ์ หก้ บั เพื่อนฟัง
และร่วมกันวิเคราะหส์ ถานการณ์ดงั กลา่ ว
ขั้นท่ี 2 เลอื กแสดง
1.ครูแจ้งนักเรียนว่าวนั นี้จะให้นักเรยี นแสดงบทบาทสมมตุ ิ โดยครแู ละนกั เรยี นจะเลือกกผู้แสดง
3 กลุ่ม คอื ผูจ้ าหนา่ ยสนิ ค้า ผู้ซอื้ สินค้า และผูส้ งั เกตการณ์
ขนั้ ที่ 3 จดั ฉาก
ครแู ละนักเรยี นชว่ ยกันจดั ฉากที่จะแสดงบทบาทสมมตุ ิ ในห้องเรยี นให้เหมาะสมกับสถานการณ์
จาลอง คอื ตลาด และเตรยี มสินค้า เงนิ และแบบบันทกึ สาหรบั ผู้ทึกสถานการณ์
ข้นั ท่ี 4 เตรียมผ้สู ังเกตการณ์
จากที่ครูจัดจดั เตรียมกลมุ่ แสดงนัน้ มกี ล่มุ ผู้สงั เกตการณ์ ตามความสมัครใจของนกั เรยี น
ขน้ั ท่ี 5 แสดง
1.นกั เรยี นกล่มุ ผจู้ าหนา่ ยสินคา้ เลือกสินค้าท่ีจะจาหน่าย คดิ ตน้ ทุน กาไร และกลยุทธ์ในการจาหนา่ ย
สินคา้
2.นกั เรียนกลมุ่ ผู้ซ้ือสินคา้ ศึกษาสิทธขิ ้นั พืน้ ฐานและรกั ษาผลประโยชนข์ องตนเองในฐานะผู้บรโิ ภค
3.นักเรียนผสู้ ังเกตสถานการณ์ สารวจการทางานของผจู้ าหน่ายสินค้า และสอบถามกลมุ่ ผู้ซือ้ สนิ ค้าใน
การตัดสนิ ใจเลอื กซ้อื และสิทธพิ ื้นฐานและการรรักษาผลประโยชนข์ องผบู้ ริโภค
4.นักเรียนกลุ่มผจู้ าหนา่ ยสนิ คา้ เลอื กบรเิ วณรา้ นของตนเอง ติดปา้ ยโฆษณา จัดเรยี งสนิ คา้ ให้เรยี บร้อย
5.นักเรยี นทกุ กลมุ่ แสดงบทบาทสมมตุ ิที่ตนเองได้รับ มกี ารซอ้ื ขายสินคา้ เจราจาต่อรองกนั
แลกเปล่ียนความคิดเห็นจากกบั ผู้สงั เกตการณ์
ข้ันที่ 6 อภิปายและประเมนิ ผล
1.นักเรียนรว่ มกนั สรุปและอภปิ ายจากสถานการณ์จาลอง และการแสดงบทบาทสมมตุ ิ
2.นกั เรียนใหข้ อ้ แสดงความคดิ เห็น และเสนอแนะจากกจิ กรรม บทบาทสมมุติ
ข้ันท่ี 7 แสดงเพมิ่ เติม
1.จากการอภิปายร่วมกันของครแู ละนกั เรยี น จงึ มกี ารแสดงเพมิ่ คอื ใหน้ กั เรยี น สลบั บทบาทหน้าท่กี ัน
โดยขั้นตอนการแสดงนัน้ เหมอื นกนั กับขนั้ ท่ี 5
ขน้ั ท่ี 8 อภปิ ายและประเมนิ ผลอีกคร้ัง
1.นักเรยี นร่วมกันสรปุ และอภปิ ายจากสถานการณจ์ าลอง และการแสดงบทบาทสมมุติ
2.นักเรียนให้ข้อแสดงความคดิ เห็น และเสนอแนะจากกจิ กรรม บทบาทสมมุติ
ขัน้ ที่ 9 แลกเปลีย่ นประสบการณแ์ ละสรปุ ผลการเรยี นรู้
1.ครแู จก Post-it ให้กบั นักเรียนคนละสองแผ่น เพ่ือให้นักเรียนเขยี นสรปุ บทบาทการเปน็ ผู้ผลติ และ
ผู้บรโิ ภคที่ดี จากน้นั นามาติดท่กี ระดาน เพ่ือสรปุ ความรูร้ ว่ มกนั
10. ส่อื การเรยี นรู้และแหล่งการเรียนรู้
1.อุปกรณใ์ ช้ในการแสดงบทบาทสมมุติ
2.กระดาษ ปากกาสีสาหรับทาปา้ ยโฆษณา
3.post-it
11. การประเมนิ ผล
1.การสังเกตพฤตกิ รรม
12. การออกแบบวธิ กี ารและเครอ่ื งมอื ประเมินผล
ตัวช้วี ัด วิธีการวัด เคร่อื งมอื วดั แหลง่ ข้อมูล เกณฑ์
จากจดุ ประสงค์การเรียนรู้
ด้านความรู้ (knowledge) การสรปุ กิจกรรม แบบประเมิน นกั เรยี น ดมี าก(3) นักเรยี นสามารถ
1.นกั เรยี นสามารถระบุ การสรุป ระบุปจั จัยที่มีต่อการเลอื กซ้ือ
ปัจจยั ท่ีมีผลต่อการเลอื กซือ้ กิจกรรม สินค้าและบริการไดถ้ ูกตอ้ ง
สินค้าและบริการได้ รอ้ ยละ 80 ของข้อมูลขึ้นไป
ด(ี 2) นกั เรียนสามารถระบุ
ปัจจยั ท่มี ีต่อการเลอื กซอ้ื สนิ ค้า
และบรกิ ารได้ถกู ตอ้ งรอ้ ยละ
50 ถงึ 80 ของขอ้ มลู
พอใช(้ 1) นกั เรยี นสามารถ
ระบปุ ัจจยั ทม่ี ตี อ่ การเลอื กซื้อ
สนิ คา้ และบรกิ ารไดถ้ กู ต้อง
นอ้ ยกวา่ ร้อยละ 50 ของข้อมลู
ตัวช้วี ัด วิธกี ารวัด เคร่ืองมือวดั แหล่งข้อมูล เกณฑ์
จากจุดประสงค์การเรียนรู้
แบบประเมิน
ด้านความรู้ (knowledge) การมีส่วนร่วมใน การมีสว่ นใน นักเรียน ดมี าก(3) นักเรยี นสามารถ
กจิ กรรม บอกสิทธขิ ้ันพนื้ ฐานและรกั ษา
2.นักเรียนสามารถบอกสิทธิ กจิ กรรม ผลประโยชน์ของตนเองใน
ฐานะผูบ้ ริโภคได้
ขั้นพื้นฐานและรักษา
ดี(2) นักเรียนสามารถบอก
ผลประโยชนข์ องตนเองใน สิทธิขั้นพ้ืนฐานหรือบอกสิทธิ
ในการรกั ษาผลประโยชน์ของ
ฐานะผู้บริโภคได้ ตนเองในฐานะผ้บู รโิ ภคได้
อย่างใดอยา่ งหนึง่
พอใช(้ 1) นกั เรียนไมส่ ามารถ
บอกสทิ ธขิ ัน้ พน้ื ฐานและไม่
สามารถบอกสทิ ธใิ นการรกั ษา
ผลประโยชนข์ องตนเองใน
ฐานะผบู้ รโิ ภคได้
ด้านทักษะ (Skill) -การสงั เกต -แบบสงั เกต นกั เรยี น ดีมาก = นกั เรียนสามารถตอบ
พฤติกรรม พฤติกรรม คาถามได้ถกู ต้อง 5 ข้อข้ึนไป
1.มีทักษะการส่อื สาร
(แสดงความคิดเห็นและ ดี = นกั เรยี นสามารถตอบ
ตอบคาถาม) คาถาม3-4 ข้อ
พอใช้ = นักเรียนสามารถตอบ
คาถามได้ถกู ตอ้ งตา่ กวา่ 3 ข้อ
ตัวชี้วัด วิธกี ารวัด เคร่ืองมอื วัด แหลง่ ข้อมูล เกณฑ์
จากจดุ ประสงค์การเรยี นรู้
ดา้ นคณุ ลักษณะ -การสังเกต -แบบสังเกต นักเรยี น -สง่ งานตรงเวลา 2 คะแนน
(Characteristic) พฤตกิ รรม พฤตกิ รรม -ทางานถูกต้อง 2 คะแนน
-เรยี บร้อย สวยงาม 2 คะแนน
นักเรียนมคี วามมุ่งมัน่ ในการ ดีมาก = 6 คะแนน
ทางาน ดี = 4-5 คะแนน
พอใช้ = ตา่ กวา่ 4 คะแนน
13. การบนั ทกึ หลังการเรยี นการสอน
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ขอบคณุ ค่า