ศึกษาพฤติกรรมการใช้ Social media ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่1 โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย จัดทำโดย เด็กชายปราชญ์ เด่นเเก้ว เลขที่ 21 ห้อง102 เด็กชายรัชชศิร์ สิริศรีสัมฤทธิ์ เลขที่ 29 ห้อง102 เด็กชายวีรวิทย์ ฐิติสิทธิกร เลขที่ 30 ห้อง102 รายงานนี้เป็นส่วนหนึ่งในรายวิชาการสื่อสารและการนำเสนอ (I21202) ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ปีการศึกษา 2566 โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย
ศึกษาพฤติกรรมการใช้ Social media ของนักเรียนโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย จัดทำโดย เด็กชายปราชญ์ เด่นเเก้ว เลขที่ 21 ห้อง102 เด็กชายรัชชศิร์ สิริศรีสัมฤทธิ์ เลขที่ 29 ห้อง102 เด็กชายวีรวิทย์ ฐิติสิทธิกร เลขที่ 30 ห้อง102 เสนอ ครูจิราภรณ์ กลัดป้อม รายงานนี้เป็นส่วนหนึ่งในรายวิชาการสื่อสารและการนำเสนอ (I21202) ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ปีการศึกษา 2566 โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย
ก ปราชญ์ เด่นเเก้ว, รัชชศิร์ สิริศรีสัมฤทธิ์ และวีรวิทย์ ฐิติสิทธิกร (2566). ศึกษาพฤติกรรมการใช้ Social media ของนักเรียนโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัยชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนสวนกุหลาบ วิทยาลัย. รายงานการศึกษาค้นคว้า(รายวิชา I21202 การสื่อสารและการนําเสนอ). กรุงเทพฯ : โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย. บทคัดย่อ การศึกษาค้นคว้าในครั้งนี้มีจุดหมายเพื่อศึกษากลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาค้นคว้าคือนักเรียนระดั ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2565 จำนวน 130 คน โดยใช้ วิธีการสุ่มแบบโควต้า จาก 13 ห้อง ห้องละ 10 คน เครื่องมือที่ใช้ในการรวบรวมข้อมูลคือแบบสอบถามเคราะห์ ข้อมูลโดยการหาค่าร้อยละ (ค่าเฉลี่ย หรือการจัดอันดับ) ผลการศึกษาค้นคว้า 1. มีผู้ตอบแบบสอบถามร้อยละ 67.7 2.จากตารางทีี่ 2 พบว่า นักเรียนระดับชั้น ม.1 มีการใช้ platform youtube มากที่สุด รองลงมาคือ game facebook tiktok IG X และอื่นๆเช่นdiscordตามลำดับ 3. จากตารางที่ 3 แสดงว่าระดับพฤติกรรมการใช้socialmediaที่ส่งผลกระทบต่อการใช้ในชีวิตประจำ วัน พบว่า โดยรวมนักเรียนชั้นม.1 รร.สวนกุหลาบวิทยาลัย มีค่าเฉลี่ย3.14 ซึ่งอยู่ในระดับปานกลาง
ข รายงานการศึกษาค้นคว้า เรื่อง สิ่งของสะสมของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย ของ เด็กชายปราชญ์ เด่นเเก้ว เลขที่ 21 ห้อง102 เด็กชายรัชชศิร์ สิริศรีสัมฤทธิ์ เลขที่ 29 ห้อง102 เด็กชายวีรวิทย์ ฐิติสิทธิกร เลขที่ 30 ห้อง102 …………………………………………… ครูประจำรายวิชา ( ครูจิราภรณ์ กลัดป้อม ) …………………………………………… ครูประจำชั้น คนที่ 1 ( ครูจิราภรณ์ กลัดป้อม ) …………………………………………… ครูประจำชั้น คนที่ 2 ( ครูกุนนที วงศ์ชัยอุดมโชค )
ค กิตติกรรมประกาศ รายงานทางวิชาการฉบับนี้สําเร็จลุล่วงได้ด้วยดี เนื่องจากได้รับความกรุณาอย่างสูงจาก ครูจิราภรณ์ กลัดป้อม กรุณให้คํา ปรึกษาและแนะนําแนวทางที่ถูกต้อง ตลอดจนแก้ไขปรับปรุงข้อบกพร่อง ต่างๆ สุดท้ายนี้คณะผู้จัดทําขอกราบขอบพระคุณ คุณพ่อ คุณแม่ เพื่อนๆ นักเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 รุ่น 147 ที่ได้ตอบแบบสอบถาม คณะผู้จัดทำ 9 กุมภาพันธ์ 2567
ง สารบัญ บทที่ หน้า 1 บทนำ……………………………………………………..………………………………………….…… 1 ความสำคัญของปัญหา………………………………………..………….……………………………….. 1 วัตถุประสงค์ของการศึกษาค้นคว้า…….…………….…………………………………….…… 2 ขอบเขตการศึกษาค้นคว้า ………………………………………………………………………... 2 2 เอกสารและวรรณกรรมที่เกี่ยวข้อง……………………………………………………………. 3 หัวข้อ 1 เสพติดโซเชียวมากเกินไป …….…………………..……..…………………………… 3 หัวข้อ 2 การเสพติดโซเชียลมีเดียคืออะไร................……………………………………… 4 หัวข้อ 3 ปัญหาการติดโซเชียวมีเดีย จนเกิดภาวะเครียดหรือเสี่ยงเป็นโรคซึมเศร้า…. 4 หัวข้อ 4 ปัญหาการใช้สื่อสังคมออนไลน์ที่นำมาสู่การฆ่าตัวตาย……………………………..4 หัวข้อ 5.พฤติกรรมที่ไม่ควรทำใน Social media……………………………………..……….. 4 หัวข้อ 6 ผลกระทบของโซเชียวมีเดียต่อสุขภาพจิตวัยรุ่น…………………………...…… 4 3 วิธีดำเนินการ…………….…………………...………………………………………………………...... 6 4 ผลการศึกษาค้นคว้า....................………………………….……………………………….…… 8 5 สรุปผลการศึกษาค้นคว้า และข้อเสนอแนะ....................……………………………… 11 บรรณานุกรม…………………………..………………………………………………..…..………...………… 12 ภาคผนวก……………………………………………………………………………………………………..…… 13
จ สารบัญตาราง หน้า ตาราง 1 ข้อมูลทั่วไปของผู้ตอบแบบสอบถาม 8 ตาราง 2 จัดอันดับการใช้ social media 9 ตาราง 3 ระดับพฤติกรรมการใช้socialmediaที่ส่งผลกระทบต่อการใช้ในชีวิตประจำวัน 9
1 บทที่ 1 บทนำ ความเป็นมาและความสำคัญ ในปัจจุบันเกิดพฤติกรรมการใช้ Social Media ผิดวิธี เช่น ใช้สื่อ Social media มากเกินไป หรือการใช้ Social media นำไปบูลลี่ หรือทำให้คนอื่นเสื่อมเสียชื่อเสียงต่างๆ ทำให้เกิดปัญหาต่างๆ เช่นการ ติดSocial mediaจนเกิดการตกงาน ใช้เวลากับ Social media มากเกินไปจนไม่มีเวลาทำงาน ทำการบ้านหรือ อื่นๆ เราจึงต้องศึกษา พฤติกรรมการใช้ Social media เพื่อจะได้นำไปปรับใช้ ทำให้อัตราการใช้ Social media อย่างผิดวิธีลดลง การใช้Social mediaมากเกินไป(Social addiction)เกิดจากการใช้สื่อSocial mediaมากเกินไป สื่อSocial mediaต่างๆ เช่นYoutube Tikitok Facebook Instragram เเละอื่นๆ มีประโยชน์มากมาย เช่นหา ข้อมูล คลายเครียด เเต่หากใช้มากเกินไปอาจเกิดโรคนี้ขึ้นได้ โรคSocial addiction อาจทำให้เกิดอาการหรือ ผลกระทบต่อคนรอบข้างขึ้นได้ เช่น มีปฏิสัมพันธ์ลดลง นอนหลับยากขึ้น ไขว้เขวจากเป้าหมาย เพราะใช้เวลา ทั้งหมดไปกับการเล่นโซเชียลทั้งวัน วุ้นในตาเสื่อม (Eye Floaters)เกิดจากพฤติกรรมการใช้หน้าจอที่มากเกินไป วุ้นในตาเสื่อม เป็นภาวะที่มองเห็นจุดเล็กๆ ลอยผ่านไปมา โดยจะมีรูปร่างและขนาดที่แตกต่างกันไป เช่น จุด ดำเล็ก ๆ หรือวงใหญ่ ๆ คล้ายเมฆ ซึ่งผู้ป่วยอาจพบว่าเกิดเป็นจุดขนาดเล็กหลาย ๆ จุดพร้อมกัน หรือมีเพียงจุด ขนาดใหญ่เกิดขึ้นเพียง 1 หรือ 2 จุด และจะสามารถสังเกตได้ชัดเจนเมื่อมองไปที่ที่มีพื้นหลังสีสว่างโนโมโฟเบีย (Nomophobia) โรคกลัวไม่มีมือถือใช้ มาจากคำว่า no mobile phone phobia สมาร์ทโฟนเฟซ (Smartphone Face) โรคสมาร์ทโฟนเฟซ (Smartphone face) หรือโรคหน้าแก่ก่อนวัย เกิดจากการที่เราก้ม ลงมองหน้าจอเป็นเวลานานเกินไป (Social addiction ผลกระทบชีวิตติดโซเชียล. 2565 : ออนไลน์) วิธีป้องกันจากโรคSocial addiction มีได้หลายวิธี เช่นจำกัดเวลาหน้าจอขของตนเอง หากิจกรรมอื่นๆทำเเท นการเล่นSocial media เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจของตนเองไม่ให้อยู่ในSocial mediaมากเกินไป เช่นออก กำลังกาย เล่นกีฬา ฟังเพลง การไปท่องเที่ยว เเละอื่นๆ(Social Addiction ส่งผลกระทบต่อสภาพจิตใจ. 2564 : ออนไลน์) โดยสรุปเเล้วโรค Social addictionเกิดจากการใช้Social media มากเกินไป ทำให้เกิดปัญหามากมาย การป้องภัย จากโรคSocial addiction คือการลดเวลาบนSocial mediaลง เเละหากิจกรรมต่างๆ มาทำเเท นการใช้Social mediaให้มากขึ้น
2 วัตถุประสงค์ 1. เพื่อศึกษาพฤติกรรมการใช้social mediaของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่1 2. เพื่อศึกษาปัญหาการใช้social media ที่มากไปของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่1 ประโยชน์ที่ได้รับ 1.ได้ทราบพฤติกรรมการใช้social mediaของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่1 2.ได้รับปัญหาเกี่ยวกับsocial mediaของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่1 ขอบเขตของการศึกษาค้นคว้า ประชากรที่ใช้ในการศึกษาค้นคว้า ประชากรที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้คือ นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย จำนวน 479 คน กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาค้นคว้า กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้ คือ นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย ได้จากการสุ่มแบบโควต้า จากนักเรียน 13 ห้อง ห้องละ 10 คน จำนวน 130 คน นิยามศัพท์เฉพาะ 1. Social Media หมายถึงแพลตฟอร์มดิจิทัลที่ถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือในการสื่อสารแลก เปลี่ยนความคิดเห็นและแบ่งปันเรื่องราวกับสาธารณชนผ่านอินเทอร์เน็ต โดยผู้ให้บริการ social media ราย ใหญ่ที่รู้จักกันดี ได้แก่ Facebook, YouTube, Instagram, TikTok และ Twitter
3 บทที่ 2 เอกสารและวรรณกรรมที่เกี่ยวข้อง ในการศึกษาค้นคว้าครั้งนี้ ผู้ศึกษาค้นคว้าได้ศึกษาเอกสารและวรรณกรรมเกี่ยวข้อง ได้นำเสนอตาม หัวข้อต่อไปนี้ 1.เสพติดโซเชียวมากเกินไป 2การเสพติดโซเชียลมีเดียคืออะไร 3ปัญหาการติดโซเชียวมีเดีย จนเกิดภาวะเครียดหรือเสี่ยงเป็นโรคซึมเศร้า 4ปัญหาการใช้สื่อสังคมออนไลน์ที่นำมาสู่การฆ่าตัวตาย 5พฤติกรรมที่ไม่ควรทำใน Social media 6ผลกระทบของโซเชียวมีเดียต่อสุขภาพจิตวัยรุ่น หัวข้อที่ 1 เสพติดโซเชียวมากเกินไป โซเชียลมีเดีย เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญในการใช้ชีวิตของคนในปัจจุบันไปแล้ว การใช้โซเชียลมีเดียผ่านอุปกรณ์ สมาร์ทโฟนมากเกินไปอาจทำให้เกิดภาวะเสพติดได้ (Social Addiction) ส่งผลกระทบต่อร่างกายและจิตใจ และยังเสี่ยงที่จะก่อให้เกิดโรคซึมเศร้า เครียด สมาธิสั้น และไบโพลาร์ไร์ด้ เสพติดโซเชียลมีเดียมากเกินไป ส่งผลกระทบอะไรบ้าง?1.มีปฏิสัมพันธ์ลดลง 2.เรียกร้องความสนใจ เช่นต้องการ จำนวน Like มากขึ้น จากการโพสต์ 3.ไขว้เขวจากเป้าหมาย เพราะใช้เวลาทั้งหมดไปกับการเล่นโซเชียลทั้งวัน 4. ความสัมพันธ์ล้มเหลว เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดความหึงหวง ไม่ไว้ใจกัน และสิ้นสุดความสัมพันธ์5.เจอนักเลง คีย์บอร์ด คำหยาบคาย คำด่า ทำให้รู้สึกเครียดเเละกลายเป็นโรคซึมเศร้าในที่สุด(Social addiction ผลกระทบ ชีวิตติดโซเชียล - โรงพยาบาลศิครินทร์. ม.ป.ป. : ออนไลน์) หัวข้อใหญ่ที่ 2 อาการเสพติดโซเชียวมีเดีย อาการเสพติดโซเชียลมีเดีย หรือ Social Addictionการเสพติดโซเชียลมีเดีย (Social Addiction) คือ การใช้โซเชียลมีเดียเป็นเวลามากจนเกินไป ทำให้เกิดผลกระทบกับการงาน การเรียน และการขาด ปฏิสัมพันธ์กับคนรอบข้างอย่างเห็นได้ชัด นอกจากนี้การเสพติดโซเชียลมีเดียยังเป็นพฤติกรรมเสี่ยงที่จะก่อให้ เกิดโรคซึมเศร้า โรคเครียด สมาธิสั้น และไบโพลาร์ได้เช่นกัน อาการของการเป็นโรคนี้คือช่วงเวลาที่ไม่ได้ใช้โซ เชียลมีเดีย มักจะมีอาการกระวนกระวายใจ หรือหงุดหงิดพยายามที่จะควบคุมการเข้าถึงโซเชียลมีเดียของตัวเอง แต่ไม่สามารถควบคุมได้คิดถึงโซเชียลมีเดียเป็นประจำ ไม่ว่ากำลังทำอะไรอยู่ก็ตามทุกครั้งที่เครียดมักจะใช้โซเชีย ลมีเดียเพื่อคลายเครียดโกหก หรือปิดบัง เพื่อที่จะได้เล่นโซเชียลมีเดียมีปัญหาการทำงาน หรือเกิดปัญหาความ สัมพันธ์กับคนใกล้ชิด (Social Addiction ส่งผลกระทบต่อสภาพจิตใจ - โรงพยาบาลเพชรเวช. 2564 : ออนไลน์)
4 หัวข้อใหญ่ที่ 3 ปัญหาการติดโซเชียวมีเดีย จนเกิดภาวะเครียดหรือเสี่ยงเป็นโรคซึมเศร้า ปัญหา “ติดโซเชียลมีเดีย” จนเกิดภาวะเครียด หรือเสี่ยงเป็นโรคซึมเศร้า เป็นหนึ่งในภัยเงียบที่หลาย คนไม่รู้ตัวเลย ด้วยจำนวนแพลตฟอร์มที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ตั้งแต่ Facebook ไปจนถึง TikTok ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า โซเชียลมีเดียมีบทบาทอย่างมากในชีวิตของเรา แต่สำหรับบางคน การใช้โซเชียลมีเดีย “มากเกินไป” ก็อาจ กลายเป็นปัญหาได้ จนถึงขนาดที่นักวิจัยบางคนกล่าวว่า สื่อสังคมออนไลน์เป็นสิ่งเสพติดพอ ๆ กับการพนันการ ช้อปปิ้ง โดยสาเหตุอาจเกิดการจาก โดนบูลลี่ ในสื่อSocial media หรืออื่นๆ (ติดโซเชียลมีเดียมากไป เสี่ยงโรค เครียด โรคซึมเศร้า. 2566 : ออนไลน์) หัวข้อใหญ่ที่ 4 ปัญหาการใช้สื่อสังคมออนไลน์ที่นำมาสู่การฆ่าตัวตาย แพทย์ระบุว่าการเผยแพร่ข้อความหรือเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับความรุนแรงรวมถึงการฆ่าตัวตาย ส่งผล โดยตรงในเรื่องของการเรียนรู้ในสังคม โดยเฉพาะอิทธิพลที่มีต่อเด็กและวัยรุ่นที่ยังรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ไม่มีทักษะ การแก้ไขปัญหาที่ดีพอ อาจมีการเลียนแบบพฤติกรรมได้ เนื่องจากคิดว่าเป็นการแก้ปัญหาที่ดีที่สุด แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นในเรื่องของการฆ่าตัวตายก็ต้องมีปัจจัยหลายอย่างร่วมด้วย นอกเหนือจากเลียนแบบพฤติกรรม ตามเนื้อหาที่เผยแพร่ในสื่อสังคมออนไลน์ โดยปัญหาที่เกิดมากที่สุดมักเกิดกับวัยรุ่นโดยเฉพาะ เนื่องจากความ สามารถของสมองส่วนที่เกี่ยวข้องกับการยับยั้งชั่งใจยังพัฒนาได้ไม่เท่ากับด้านของอารมณ์ ทำให้ขาดความ สามารถในการจัดการกับปัญหาที่เกิดขึ้น ในวัยรุ่นเองก็มีความเครียดที่ค่อนข้างหลากหลาย เนื่องจากความ เปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นหลายด้าน ทั้งในด้านสรีระที่เปลี่ยนไป หรือในด้านความรับผิดชอบที่เพิ่มมากขึ้นจากในวัย เด็ก รวมถึงเรื่องเพื่อนที่มีอิทธิพลต่อเด็กวัยนี้ค่อนข้างมาก เริ่มมีความรัก หรือมีความสนใจบางอย่างเป็นพิเศษ ส่งผลให้เกิดความเครียดและการแสดงออกทางพฤติกรรมได้ และการใช้สื่อสังคมออนไลน์ก็มีส่วนต่อการ แสดงออกทางพฤติกรรมค่อนข้างมาก (ปัญหาการใช้สื่อสังคมออนไลน์ที่นำมาสู่การฆ่าตัวตาย. 2566 : ออนไลน์) หัวข้อใหญ่ที่ 5 พฤติกรรมที่ไม่ควรทำใน Social media การใช้ชีวิตในโซเชียลมีเดีย จะเรียกว่าเป็นโลกเสมือนก็ดูจะไม่ผิดนัก เพราะทุกอย่างมันอยู่บนออนไลน์ เป็นสำคัญ บางอย่างจับต้องไม่ได้ในโลกความเป็นจริง รวมถึงอาจไม่มีอยู่จริงในโลกความเป็นจริงก็ได้ ชีวิตใน โลกเสมือนเราจะเป็นใครก็ได้ที่ไม่ใช่ตัวเอง ถือเป็นความบันเทิงอีกรูปแบบที่อาจเป็นดาบสองคมต่อการใช้ชีวิต จริง ๆ และอาจทำให้เราติดพฤติกรรมไม่พึงประสงค์บางอย่างมาจากการใช้โซเชียลมีเดียที่ไม่ได้ต้องการความ เป็นทางการ หรือไม่ได้เป็นกิจจะลักษณะเท่าที่ควร ดังนั้นนี่คือ 7 ตัวอย่างพฤติกรรมที่ไม่ควรทำใน social media1ด่าคนอื่นลงโซเชียลgdp 2โพสต์ข้อความอันเป็นเท็จ 3กดไลก์ กดแชร์ ข้อความอันเป็นเท็จ 4แคปเจอร์ ภาพแชทผู้อื่น 5แอบอ้างเป็นคนอื่น6ฝากร้านในโซเซีย 7แชร์ลูกโซ่ รับจ้างรีวิวสินค้า (พฤติกรรมที่ไม่ควร ทำในsocial media. 2566 : ออนไลน์) หัวข้อใหญ่ที่ 6 ผลกระทบของโซเชียวมีเดียต่อสุขภาพจิตวัยรุ่น คงจะปฏิเสธไม่ได้ว่าในปัจจุบันสื่อโซเชียลมีเดียได้กลายเป็นส่วนสำคัญในชีวิตประจำวันของเราทุกคนไป แล้ว ไม่ว่าจะเป็น Facebook, Instagram, Twitter, YouTube ฯลฯ หากจะกล่าวว่าทั้งหมดนี้ได้กลายมาเป็น “ปัจจัยที่ 5” ของชีวิตเราก็คงไม่ผิดนัก แทบจะกลายเป็นเรื่องปกติไปแล้วที่เรามักจะใช้เวลาว่างไปกับการนั่ง
5 เลื่อนฟีด แน่นอนว่าโซเชียลมีเดียมีประโยชน์มากมาย ทั้งเป็นแหล่งความบันเทิงที่ดีและสื่อความรู้ที่ยอดเยี่ยม แต่การใช้งานที่มากเกินไปก็ส่งผลกระทบต่อสุขภาพจิตเช่นกัน โดยเฉพาะในหมู่วัยรุ่นที่มีสถิติการใช้งาน แพลตฟอร์ม โซเชียลมีเดียมากกว่าวัยอื่น ๆ แต่ทั้งในเด็ก ผู้ใหญ่ ไปจนถึงผู้สูงอายุต่างก็ได้รับผลกระทบอย่างมากเช่นเดียวกัน ผลกระทบของโซเชียลมีเดียต่อสุขภาพจิตมีดังนี้1 Cyberbullying 2ทำให้รู้สึกไม่มั่นใจในตัวเอง 3นำไปสู่ความ รู้สึกอิจฉาคนอื่น 4เสียเวลาชีวิต 5ทำให้รู้สึกเหงามากกว่าเดิม 6ทำให้เราละเลยปัญหาที่แท้จริง (ผลกระทบของ โซเชียวมีเดียต่อสุขภาพจิตวัยรุ่น. 2566 : ออนไลน์)
6 บทที่ 3 วิธีดำเนินการ ในการศึกษาค้นคว้าครั้งนี้ ผู้ศึกษาค้นคว้าได้ดำเนินการตามขั้นตอนดังนี้ 1. การกำหนดประชากรและการสุ่มกลุ่มตัวอย่าง 2 . การสร้างเครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาค้นคว้า 3. การเก็บรวบรวมข้อมูล 4. การจัดกระทำและการวิเคราะห์ข้อมูล การกำหนดประชากรและการเลือกกลุ่มตัวอย่าง ประชากร ประชากรที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้คือ นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย จำนวน 479 คน การเลือกกลุ่มตัวอย่าง กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้ คือ นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย ได้จากการสุ่มแบบโควต้า จากนักเรียน 13 ห้อง ห้องละ 10 คน จำนวน 130 คน การสร้างเครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาค้นคว้า 1. ศึกษาเอกสารและวรรณกรรมที่เกี่ยวข้องกับเรื่อง ศึกษาพฤติกรรมการใช้Social mediaของนักเรียน โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัยชันมัธยมศึกษาปีที่1 2. สร้างแบบสอบถาม ตามวัตถุประสงค์ดังนี้ ตอนที่ 1 เป็นข้อคำถามแบบนามบัญญติเกี่ยวกับข้อมูลส่วนตัวของผู้ตอบแบบสอบถาม จำนวน1ข้อ ตอนที่ 2 เป็นข้อคำถามแบบมาตรอันดับ จำนวน 3 ลำดับ 7รายการ ตอนที่ 3 เป็นคำถามแบบประมาณค่า จำนวน5ระดับ ซึ่งมีรายการให้ตอบ 6รายการ 3. นำไปให้ครูที่ปรึกษา ตรวจสอบความถูกต้องและความครอบคลุมของข้อคำถาม แก้ไขตามคำแนะนำ 4. ทดลองใช้ โดยให้เพื่อนลองทำ การเก็บรวบรวมข้อมูล เริ่มเก็บข้อมูลตั้งแต่วันที่15 ม.ค. 67 ถึงวันที่6 ก.พ. 67โดยสมาชิกในกลุ่มแบบเก็บข้อมูลด้วยตนเองคนละ3-4ห้อง จำนวนทั้งหมด 130 ฉบับ ได้แบบสอบถามกลับจำนวน 88 แบบสอบถามไม่สมบูรณ์ จำนวน 42 ฉบับ การจัดกระทำข้อมูลและการวิเคราะห์ข้อมูล 1. แบบสอบถามตอนที่ 1 ซึ่งเป็นแบบสอบถามแบบนามบัญญัตินำมาแจกแจงความถี่ และหาค่า ร้อยละ 1. แบบสอบถามตอนที่ 2 เป็นแบบสอบถามให้จัดอันดับ 3 ลำดับ กำหนดค่าน้ำหนักคะแนนดังนี้
7 อันดับที่ 1 ค่าน้ำหนักคะแนนคือ 3 อันดับที่ 2 ค่าน้ำหนักคะแนนคือ 2 อันดับที่ 3 ค่าน้ำหนักคะแนนคือ 1 หลังจากนั้นนำค่าคะแนนรวมที่ได้มาเรียงลำดับจากมากไปน้อย เพื่อเรียงลำดับ 3.แบบสอบถามตอนที่ 3 เป็นแบบประมาณค่า 5 ระดับ สอบถามระดับความชอบ นำมาหาค่าเฉลี่ย ดังนี้ 5 หมายถึง มากที่สุด 4 หมายถึง มาก 3 หมายถึง ปานกลาง 2 หมายถึง ชอบน้อย 1 หมายถึง น้อยที่สุด การแปลผลค่าเฉลี่ยที่ได้ ระดับ แปลผล 4.50 - 5.00 มากที่สุด 3.50 - 4.49 มาก 2.50 - 3.49 ปานกลาง 1.50 - 2.49 น้อย 1.00 – 1.49 น้อยที่สุด
8 บทที่ 4 ผลการวิเคราะห์ข้อมูล การนำเสนอข้อมูล ตอนที่ 1 ข้อมูลทั่วไปของผู้ตอบแบบสอบถาม ตอนที่ 2 จัดอันดับการใช้social media จำนวน3อันดับ ตอนที่ 3 ระดับพฤติกรรมการใช้socialmediaที่ส่งผลกระทบต่อการใช้ในชีวิตประจำวัน ตอนที่ 1 ข้อมูลทั่วไปของผู้ตอบแบบสอบถาม ตาราง 1 ห้อง รายการ จำนวน/คน ร้อยละ 101 10 11.4 102 10 11.4 103 10 11.4 104 10 11.4 105 9 10.1 106 10 11.4 107 7 7.9 108 10 11.4 109 0 0 110 0 0 111 10 11.4 112 2 2.2 113 0 0 รวม 88 100 จากตาราง 1 แสดงจำนวนนักเรียนโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย ที่ตอบแแบสอบถามในแต่ละห้อง
9 ตอนที่ 2 จัดอันดับการใช้social media จำนวน3อันดับ ตารางที่ 2 จัดอันดับการใช้ social media รายการ 1 2 3 ค่าน้ำหนัก อันดับ Ig 13*3 7*2 15*1 68 5 facebook 14*3 16*2 13*1 87 3 tiktok 13*3 13*2 20*1 85 4 youtube 24*3 29*2 11*1 141 1 X 8*3 4*2 10*1 42 6 เกมต่างๆ 15*3 19*2 16*1 89 2 อื่นๆ 1*3 0*2 3*1 6 7 จากตารางที่ 2 แสดงว่าการ จัดอันดับการใช้ social media นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 อันดับ 1 youtube อันที่ 2 เกมต่างๆ และอันดับที่ 3 facebook ตอนที่ 3 ระดับพฤติกรรมการใช้socialmediaที่ส่งผลกระทบต่อการใช้ในชีวิตประจำวัน ตารางที่ 3 ระดับพฤติกรรมการใช้socialmediaที่ส่งผลกระทบต่อการใช้ในชีวิตประจำวัน รายการ ระดับพฤติกรรม ค่าเฉลี่ย แปลผล 5 4 3 2 1 1. มีปฎิสัมพันธ์กับเพื่อนหรือคนในครอบครัวลดลง 32 12 15 16 13 3.4 ปานกลาง 2. รู้สึกอยางได้likeและผู้ติดตามมากขึ้น 14 28 11 16 19 3 ปานกลาง 3. หมดเวลาไปกับsocial media 24 26 24 10 4 3.6 มาก 4. ความสัมพันธ์ล้มเหลวจาการติดsocial media 9 15 22 27 15 2.7 ปานกลาง 5. เจอคำด่า นักเลงคีย์บอร์ด ทำให้เครียด 17 15 19 17 20 2.9 ปานกลาง 6. ทำการบ้านไม่เสร็จบ่อยครั้ง เพราะsocial media 19 20 19 17 13 3.2 ปานกลาง รวม 115 116 110 103 84 3.14 ปานกลาง
10 จากตารางที่ 3 แสดงว่าระดับพฤติกรรมการใช้socialmediaที่ส่งผลกระทบต่อการใช้ในชีวิตประจำวัน พบว่า โดยรวมนักเรียนชั้นม.1 รร.สวนกุหลาบวิทยาลัย มีค่าเฉลี่ย3.14 ซึ่งอยู่ในระดับปานกลาง
11 บทที่ 5 สรุปผลการศึกษาค้นคว้า และข้อเสนอแนะ การศึกษาค้นคว้าครั้งนี้ เกี่ยวกับศึกษาพฤติกรรมการใช้Social mediaของนักเรียนโรงเรียนสวนกุหลาบ วิทยาลัยชันมัธยมศึกษาปีที่1 วัตถุประสงค์ 1. เพื่อศึกษาพฤติกรรมการใช้social mediaของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่1 2. เพื่อศึกษาปัญหาการใช้social media ที่มากไปของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่1 วิธีดำเนินการศึกษาค้นคว้า 1. กำหนดกลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาค้นคว้า 2. เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาค้นคว้าครั้งนี้ คือแบบสำรวจมี3ตอน ตอนที่ 1 ข้อมูลทั่วไปของผู้ตอบแบบสอบถาม ตอนที่ 2 จัดอันดับการใช้social media จำนวน3อันดับ ตอนที่ 3 ระดับพฤติกรรมการใช้socialmediaที่ส่งผลกระทบต่อการใช้ในชีวิตประจำวัน 3. เก็บรวบรวมข้อมูล 4. การวิเคราะห์ข้อมูล สรุปผลการศึกษาค้นคว้า 1. มีผู้ตอบแบบสอบถามร้อยละ 67.7 2.จากตารางทีี่ 2 พบว่า นักเรียนระดับชั้น ม.1 มีการใช้ platform youtube มากที่สุด รองลงมาคือ game facebook tiktok IG X และอื่นๆเช่นdiscordตามลำดับ 3. จากตารางที่ 3 พบว่า นักเรียนระดับชั้นม.1 มีปัญหาการหมดเวลาไปกับsocial media มากที่สุด ข้อเสนอแนะ 1. ควรมีช้อยมากกว่านี้
12 บรรณานุกรม พฤติกรรมที่ไม่ควรทำใน social media https://www.sanook.com/hitech/1543901/ เสพติดโซเชียวมากเกินไป. (ม.ป.ป.). : ออนไลน์ สืบค้นจาก https://www.petcharavejhospital.com/en/Article/article_detail/Social-Addiction-Affects-Mental -Health อาการเสพติดโซเชียวมีเดีย. (2564). : ออนไลน์ สืบค้นจาก https://ooca.co/blog/social-media-addiction/ Social Addiction ผลกระทบชีวิตติดโซเชียล. (2565). : ออนไลน์ สืบค้นจาก https://www.sikarin.com/health/social-addiction Social Addiction ส่งผลกระทบต่อสภาพจิตใจ. (2564). : ออนไลน์ สืบค้นจาก https://www.google.com/search?q=Social+Addiction
13 ภาคผนวก
14 เเบบสอบถาม ศึกษาพฤติกรรมการใช้social mediaของนักเรียนโรงเรียนสวนกุหลาบวิิทยาลัย ชั้นมัธยมศึกษาปีที่1 โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย —------------------------------------------------------------ ตอนที่ 1 ข้อมูลทั่วไปของผู้ตอบเเบบสอบถาม คำชี้เเจง โปรดใส่เครื่องหมาย / ในช่องว่างให้ตรงกับคำถามเเละตรงกับความเป็นจริงหรือรายละเอียดที่เป็นจริง 1คุณอยู่ห้องอะไร □101 □102 □103 □104 □105 □106 □107 □108 □109 □110 □111 □112 □113 ตอนที่ 2 จัดอันดับการใช้งานsocial media จำนวน 3 อันดับ ที่คุณใช้บ่อยที่สุด 1. กรุณาเรียนงลำดับใช้งานsocial media จำนวน 3 อันดับ ที่คุณใช้บ่อยที่สุด (ใช้เลข 1-3 ตอบข้อมูลที่คุณใช้บ่อย ที่สุด) __IG __Facebook __Tiktok __Youtube __X(twitter) __เกมต่างๆ _อื่น___ ตอนที่ 3 ระดับพฤติกรรมการใช้ social media ทีี่ส่งผลกระทบในการใช้ชีวิตประจำวัน คำชี้เเจง โปรดทำเครื่องหมายถูกที่ตรงกับระดับพฤติกรรมของท่านมากที่สุด รายการ ระดับพฤติกรรม 5 4 3 2 1 1. มีปฎิสัมพันธ์กับเพื่อนหรือคนในครอบครัวลดลง 2. รู้สึกอยางได้likeและผู้ติดตามมากขึ้น 3. หมดเวลาไปกับsocial media 4. ความสัมพันธ์ล้มเหลวจาการติดsocial media 5. เจอคำด่า นักเลงคีย์บอร์ด ทำให้เครียด 6. ทำการบ้านไม่เสร็จบ่อยครั้ง เพราะsocial media
15 ข้อเสนอแนะ ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ประวัติผู้จัดทำ ด.ช.ปราขญ์ เด่นเเก้ว ม.102 เลขที่21 สถาบันการศึกษา โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย เกิดเมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ.2553 อายุ13 ปี contact: 098-272-1633 [email protected] ด.ช.วีรวิทย์ ฐิติสิทธิกธิร ม.102 เลขที่ 30 สถาบันการศึกษา โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย เกิดเมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554 อายุ12 ปี contact:094-652-2255 [email protected] ด.ช.รัชชศิร์สิริศรีสัมฤทธิ์ ม.102 เลขที่ 29 สถาบันการศึกษา โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย เกิดวันที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2554 อายุ13ปี contact:092-969-5615 [email protected]
16