โครงงาน ขนมไทยและวิท วิ ยาศาสตร์ เรื่อ รื่ ง ขนมทองหยอด จัดทำ โดย นาย ธนกฤต รวมครบุรี เลขที่ 4 นาย ภูเบต ดาผา เลขที่ 8 นาย สิทธิศักดิ์ อาบครบุรี เลขที่ 10 นาย อนุชา รุมผักแว่น เลขที่ 12
กิตกรรมประกาศ เนื่องจากในปัจจุบันมีวัฒนธรรมชาวประเทศต่างๆได้เข้ามาเผยแพร่ขนมของแต่ละ ประเทศ มีเข้ามาผลิตในประเทศเยอะแยะมากมาย จนทำ ให้หลายๆคนลืมขนมไทยใน ประเทศบ้านเกิดเราไป ขนมชาติอื่นไม่มีอะไรอร่อยเท่าบ้านเรา ในสมัยโบราณที่มีการรับ ประทานขนมไทยหลังจากการรับประทานอาหารเสร็จแล้วทั้งที่ขนมไทยนั้นนอกจากมีสีสัน สวยงามแล้วยังมีประโยชน์มากมาย อีกทั้งยังสามารถเชื่อมกับหลักวิทยาศาสตร์ที่น่าสนใจอีก ด้วย ขอขอบคุณ ผู้อำ นวยการสถานศึกษา และ รองผู้อำ นวยการสถานศึกษา อาจาารย์ปรำ จำ วิชา อาจารย์จรุณ แฝงกระโทก
บทคัดย่อ เนื่องจากในปัจจุบันมีวัฒนธรรมชาวประเทศต่างๆได้เข้ามาเผยแพร่ ขนมของแต่ละประเทศ มีเข้ามาผลิตในประเทศเยอะแยะมากมาย จน ทำ ให้หลายๆคนลืมขนมไทยในประเทศบ้านเกิดเราไป ขนมชาติอื่นไม่มี อะไรอร่อยเท่าบ้านเรา ในสมัยโบราณที่มีการรับประทานขนมไทยหลัง จากการรับประทานอาหารเสร็จแล้วทั้งที่ขนมไทยนั้นนอกจากมีสีสัน สวยงามแล้วยังมีประโยชน์มากมาย อีกทั้งยังสามารถเชื่อมกับหลัก วิทยาศาสตร์ที่น่าสนใจอีกด้วย
บทนำ ที่มาและความสำ คัญ จากการศึกษาพบว่าขนมทองหยอดเป็นผลิตภัณฑ์ประเภทของหวานสำ หรับรับประทานเล่น เหมาะสำ หรับทุกรุ่น ทุกวัย เป็นผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสำ หรับซื้อเป็นของฝากทุกเทศกาลอย่างยิ่ง ซึ่งขนมทองหยอดเป็นขนมไทยที่มีความหมาย คณะผู้จัดทำ จึงได้รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับกรรมวิธีในการทำ ขนมทองหยอดและได้นำ มาเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับการ ทำ ขนมไทยให้สร้างสรรค์และให้ประโยชน์ต่อผู้ที่สนใจจะศึกษาได้เป็นอย่างดี ทำ ให้ขนมทองหยอดเป็นที่รู้จักโดยทั่วกัน จุดประสงค์ของการศึกษา - เพื่อเป็นสื่อความรู้แก่ผู้ที่สนใจเกี่ยวกับการทำ ขนมทองหยอด - เพื่อทำ ให้มีขนมหวานที่เราจะได้ทานในเวลาว่าง - เพื่อฝึกการทำ งานเป็นหมู่คณะ ขอบเขตของการศึกษาค้นคว้า 1. ทำ การศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับ เรื่อง ขนมทองหยอดจากอินเทอร์เน็ต 2. ศึกษาจากภูมิปัญญาท้องถิ่นหรือผู้รู้ ประสบการณ์มาสร้างสรรค์และประยุกต์การทำ ขนมทองหยอด 3. ระยะเวลาที่ใช้ในการศึกษาใช้เวลารวม 1 เดือน 10วัน บทที่1
บทที่2 เอกสารและงานที่เกี่ยวข้อง ประวัติ ขนมทองหยิบ-ทองหยอดประวัติ ทองหยิบ-ทองหยอดเมื่อสมัยอยุธยาเริ่มมีการเจริญสัมพันธ์ไมตรี กับต่างประเทศทั้งชาติตะวันออกและตะวันตก ไทยเรายิ่งรับเอาวัฒนธรรมด้านอาหารของชาติ ต่างๆ มาดัดแปลงให้เหมาะสมกับสภาพความเป็นอยู่ เครื่องมือเครื่องใช้ วัตถุดิบที่หาได้ ตลอดจน นิสัยการบริโภคของคนไทยเอง จนบางทีคนรุ่นหลังแทบจะแยกไม่ออกเลยว่า อะไรคือขนมไทย แท้ๆ อะไรที่เรายืมเค้ามา เช่น ทองหยิบ ทองหยอดและฝอยทอง หลายท่านอาจคิดว่าเป็นของไทย แท้ๆ แต่ความจริงแล้วมีต้นกำ เนิดจากประเทศโปรตุเกส โดย “มารี กีมาร์” หรือ “ท้าวทองกีบม้า”
วิธีการทำ 1. น้ำ เชื่อมหล่อขนม – กะทะทองใส่น้ำ ตาล น้ำ ตั้งไฟ ให้เดือดและน้ำ ตาลละลาย ใส่ภาชนะพักไว้ให้เย็น 2. อ่างผสมตอกไข่เป็ดใส่ ใช้มือแยกเอาแต่ไข่แดงใส่ผ้าขาวบาง รีดไข่น้ำ ค้างที่เปลือกใส่ด้วย รีดไข่ผ่านลง มา อย่าทิ้งไว้นานเพราะจะตีไม่ขึ้น ตีไข่ให้ข้นฟูเนียน ตีประมาณ 5 – 10 นาที (ถ้าตีน้อยไปขนมจะด้านแข็ง แต่ถ้าตีมากไปขนมจะนิ่มและแตกง่าย) ตักไข่ใส่ภาชนะประมาณ 1 ถ้วยตวง แล้วใส่แป้งทองหยอด 2-3 ช้อน โต๊ะ ตล่อมคนผสมให้เข้ากัน อย่าคนนานแป้งจะเหนียว 3. กะทะทอง ใส่น้ำ ตาลทราย น้ำ ตั้งไฟให้เดือด ไม่ต้องคน (จะทำ ให้เกิดผลึกน้ำ ตาล) ดูจนน้ำ ตาลละลาย พอน้ำ เชื่อมเดือดฟูเป็นฟองเล็กๆ ใช้นิ้วชี้ตักไข่ปาดไปมากับขอบชามให้ได้ลูก ตอนหยอดใช้นิ้วกลางกับนิ้วชี้ เป็นตัวหยอด แล้วใช้นิ้วโป้งดันส่วนผสมไข่ หยอดใส่กะทะ ให้เป็นก้อนกลมและมีหางเล็กๆ เป็นลูกคล้ายหยด น้ำ หรือใช้ปลายช้อนแกงตักส่วนผสมหยอด (เวลาหยอดต้องให้น้ำ เชื่อมเดือดฟูอยู่ตลอดเวลา เพราะถ้าน้ำ เชื่อมไม่เดือดฟูตลอด จะหยอดขนมไม่ได้ เพราะขนมจะลอยเป็นแผ่น) ถ้าน้ำ เชื่อมข้นไป เติมน้ำ ได้เล็กน้อย แล้วรอให้เดือดฟูอีกครั้งจึงหยอดขนม เมื่อขนมลอยขึ้น แสดงว่าสุกได้ที่ ใช้กระชอนโปร่งช้อนขึ้น ตักใส่หล่อใน น้ำ เชื่อมที่แยกไว้ บทที่3 วิธี วิธี ดำ เนินการดำ เนินงาน จากการศึกษาโครงงาน มีวิธี วิธี การดำ เนินงานดังนี้ อุปกรณ์ ไข่แดงของไข่เป็ด 9 ฟอง แป้งทองหยอด 1/2 ถ้วย น้ำ ตาลทราย 2+1/2 ถ้วย น้ำ ลอยดอกมะลิ 2+1/2 ถ้วย
บทที่4 ผลการดำ เนินงาน ประโยชน์ของขนมทองหยอด ขนมไทยนั้นผลิตจากวัตถุดิบจากธรรมชาติหรือทางเกษตร จึงเหมาะสมสำ หรับการทานเพื่อสุขภาพ คนไทยในยุคสมัยก่อนจึงมีสุขภาพดี แข็งแรงก็เพราะการ ได้รับประทานอาหารจากธรรมชาติอย่างเช่นขนมไทยนี้นี่เอง อีกทั้งยังเป็นที่นิยมอย่างมากในการนำ ไปเป็นของหวานตามร้านอาหารหลังจากทานอาหารจานหลัก เสร็จเรียบร้อยแล้ว หรือแม้แต่การนำ ไปเป็นของหวานตามงานเลี้ยงต่างๆ เราเห็นได้ชัดจากงานมงคลต่างๆ อย่างเช่น งานมงคลสมรส หรืองานบวช โดยเฉพาะ ช่วงเวลาหลังๆมานี้ มีกลุ่มชมรมเกษตรกรหรือกลุ่มชมรมต่างๆที่เริ่มรณรงค์ในการผลิตขนมไทยเพื่อจำ หน่ายเป็นสินค้า OTOP และตามร้านสะดวกซื้อทั่วไป อย่างเช่นตาม 7-Eleven ในปัจจุบันเริ่มมีการรับขนมชั้นหรือขนมฝอยทองเข้ามาขายบ้างแล้ว เห็นได้เลยว่าขนมไทยกำ ลังแพร่หลายอย่างมากในยุคปัจจุบันนี้ ด้านวัฒนธรรม ใช้ในเทศกาลต่างๆของไทย อย่างเช่นเทศกาล ทำ บุญตักบาตร เทศกาลเข้าพรรษา ออกพรรษา เป็นต้น ขนมทองหยอดกับวิทยาศาสตร์ ไข่แดงของไข่เป็ด ไข่แดงมีโปรตีนจะช่วยทำ ให้ร่างกายแข็งแรงแรง แป้งทองหยอด เป็นคาร์โบไฮเดตช่วยรักษามวลกล้ามเนื้อ น้ำ ตาลทาย มีกระบวนการทางวิทยาศาสตร์คือการเปลี่ยนสถานะ จากของแข็งเป็นของเหลว น้ำ ดอกมะลิ มีกระบวนการทางวิทยาศาสตร์คือการระเหยจากกลิ่นของดอกมะลิเพื่อให้ขนมหอม
บทที่5 สรุปผลการดำ เนินงาน โครงงานเรื่องขนมทองหยอดที่เกิดจาการบูรณาการ เกิดขึ้นได้ดังนี้ 1}ขนมทองยอดมีต้นกำ เนิดในสมัยอยุธยา ผู้คิดค้นคือ ท้าวตองกีบม้า 2}มีส่วนผสม คือ น้ำ ตาลทราย น้ำ เชื่อม ไข่ 3}มีส่วนเกี่ยวข้องในวัฒนธรรมและประเพณีไทย
บรรณานุกรม/เอกสารอ้างอิง ที่มาและแหล่งศึกษาค้นคว้า -https://ww2.ayutthaya.go.th/otop/detail/68 -หนังสือรายวิชาเคมี -หนังสือวิทยาศาสตร์
THANK YOU