The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by xtobanleng, 2020-02-03 07:01:25

บางระจัน

บางระจัน

บางระจนั

ศกึ บางระจัน

ชาวบา้ นบางระจัน (กลุม่ วรี ชนผู้กลา้ )
ชาวบ้านบางระจนั เป็นกลุม่ บุคคลทถี่ อื เปน็ ตัวอย่างบคุ คลสาคญั ในภาคกลาง ซึ่งไดร้ ับการยกย่องวา่ เป็นกลมุ่

บุคคลผกู้ ลา้ หาญและเสียสละชวี ิตต่อชาตบิ ้านเมอื ง

ประวตั ิ
ในสมยั กรงุ ศรีอยธุ ยาตอนปลาย ก่อนจะเสียกรงุ ศรอี ยุธยาครงั้ ที่ 2 พระเจา้ มงั ระกษัตริย์พมา่ ได้ยกทพั มาตกี รงุ

ศรอี ยธุ ยาโดยได้ยกกองทพั มา 2 ทาง คือ ทางเมอื งกาญจนบรุ ีและทางเมอื งตาก โดยมเี นเมียวสหี บดีและมงั มหานรธา
เปน็ แม่ทพั โดยทัพแรกใหเ้ นเนียวสีหบดีเป้นแม่ทพั ยกมาตหี วั เมืองฝา่ ยเหนือของกรงุ ศรีอยุธยาแล้วให้ย้อนกลบั มาตีกรงุ
ศรอี ยธุ ยา สว่ นทัพที่ 2 มอบใหม้ หานรธาเป็นแมท่ พั ยกมาตีเมอื งทวายและกาญจนบุรี แล้วให้ยกกองทพั มาสมทบ
กบั เนเมียวสหี บดเี พ่ือล้อมกรุงศรอี ยุธยาพรอ้ มกัน

ทพั ของเนเมียวสีหบดีไดม้ าตั้งค่ายอยู่ทเี่ มอื งวเิ ศษไชยชาญ แลว้ ใหท้ หารออกปลน้ สะดมทรพั ย์สมบตั ิ เสบยี ง
อาหาร และขม่ เหงราษฎรไทย จนชาวเมอื งวเิ ศษไชยชาญไม่สามารถถอดทนต่อการขม่ เหงของพวกพม่าได้ กลมุ่
ชาวบา้ นท่ีบางระจันประกอบด้วย นายแทน่ นายโชติ นายอิน นายเมือง นายดอก และนายทองแกว้ จึงได้รวบรวม
ชาวบ้านต่อส้กู ับพม่า โดยไดอ้ ัญเชิญพระอาจารย์ธรรมโชตจิ ากสานกั วัดเขานางบวช แขวงเมืองสพุ รรณบรุ ี ซึ่ง
ชาวบา้ นให้ความเคารพศรทั ธาใหม้ าชว่ ยคมุ้ ครองและมารว่ มใหก้ าลงั ใจ และไดม้ ีบุคคลชน้ั หัวหน้าเพิม่ ข้ึนอกี ได้แก่
ขุนสวรรค์ นายจันหนวดเขยี้ ว นายทองเหม็น นายทองแสงใหญ่ และพนั เรอื ง เม่อื มีชาวบา้ นอพยพเขา้ มามากขึ้น
จึงช่วยกนั ตงั้ ค่ายบางระจันข้นึ เพ่อื ตอ่ สูข้ ดั ขวางการรกุ รานของพมา่

วรี กรรมสาคญั

ชาวบา้ นบางระจันรวบรวมชาวบา้ นไดจ้ านวนมาก จงึ ต้งั ค่ายส้รู บกบั พม่า โดยมีกลุ่มผนู้ ารวม 11 คน พมา่
ได้พยายามเข้าตีคา่ ยบางระจนั ถึง 7 คร้ัง แตก่ ไ็ ม่สาเรจ็

ในทสี่ ุดสุก้ีซง่ึ เป็นพระนายกองของพม่าไดอ้ าสาปราบชาวบ้านบางระจนั โดยตง้ั ค่ายประชดิ ค่ายบางระจนั
แลว้ ใช้ปนื ใหญ่ยิงเขา้ ไปในค่ายแทนการสรู้ บกนั กลางแจง้ ทาให้ชาวบ้านเสียชีวิตไปจานวนมาก

ชาวบ้านบางระจนั ไม่มปี ืนใหญ่ยิงตอบโต้ฝา่ ยพม่า จงึ มีใบบอกไปทางกรุงศรอี ยธุ ยาให้สง่ ปืนใหญ่มาให้ แต่
ทางกรงุ ศรีอยธุ ยาไมก่ ลา้ ส่งมาให้ เพราะเกรงวา่ จะถกู ฝ่ายพม่าดักปลน้ ระหว่างทาง ชาวบ้านจึงช่วยกนั หล่อปืนใหญโ่ ดย
บรจิ าคของใช้ทุกอย่างทีท่ าด้วยทองเหลืองมาหลอ่ ปนื ได้สองกระบอก แต่พอทดลองนาไปยิง ปืนก็แตกรา้ วจนใชก้ าร
ไมไ่ ด้ ถึงแม้วา่ ไมม่ ปี ืนใหญ่ ชาวบา้ นบางระจันกย็ งั คงยนื หยดั ต่อสกู้ ับพมา่ ต่อไปจนกระทงั่ วนั แรม 2 คา่ เดือน 8
พ.ศ. 2309 ค่ายบางระจนั ก็ถูกพม่าตีแตกและสามารถยึดคา่ ยไวไ้ ด้ หลังจากทีย่ ืนหยัดตอ่ สู้กบั ขา้ ศกึ มานานถึง 5 เดอื น

จากวีรกรรมของชาวบ้านบางระจันทาใหไ้ ดร้ บั การยกย่องว่า เป็นวีรกรรมของคนไทยทีม่ คี ณุ คา่ อย่างยิ่งใน
การเสยี สละชวี ติ ให้แก่ชาติบา้ นเมือง และแสดงให้เห็นถงึ ความสามัคคแี ละความกล้าหาญของคนไทยในการตอ่ สู้กับ

ขา้ ศึก และถอื เป็นแบบอยา่ งท่ดี ีของอนชุ นรนุ่ หลงั ทางราชการจงึ ไดส้ รา้ งอนสุ าวรยี ว์ ีรขนค่ายบางระจันเป็นรปู หล่อ
วีรชนท่ีเป็นหวั หน้าทงั้ 11 คน ข้นึ บริเวณหนา้ ค่ายบางระจนั อ.บางระจัน จ.สิงห์บรุ ี เพอื่ เป็นอนสุ รณส์ บื ต่อไป

ประวตั ิศาสตร์การรบทง้ั 8 ครง้ั

การรบครั้งที่ ๑ ทหารพมา่ ทีเ่ มืองวเิ ศษชยั ชาญยกพลมาประมาณ ๑๐๐ เศษ มาตามจบั พนั เรอื งเมอื่ ถงึ บา้ น
บางระจัน กห็ ยุดอยู่ ณ ฝั่งแม่นา้ (บางระจนั ) นายแทน่ จัดคนใหร้ กั ษาค่ายแลว้ นาคน ๒๐๐ ข้ามแมน่ า้ ไปรบกับพม่า
ทหารพม่าไมท่ ันรตู้ ัวยิงปนื ไดเ้ พียงนดั เดยี วชาวไทยซ่ึงมีอาวธุ สัน้ ทัง้ นัน้ ก็กรเู ข้าไลฟ่ ันแทงพม่าถงึ ข้นั ตะลมุ บอน พลทหาร
พมา่ ล้มตายหมดเหลอื แตต่ วั นายสองคนขน้ึ มา้ หนไี ปได้ ไปแจง้ ความใหน้ ายทพั พมา่ ท่คี ่ายแขวงเมอื งวเิ ศษชยั ชาญทราบ
และสง่ ขา่ วให้แม่ทพั ใหญ่คือเนเมยี วสีหบดี ซงึ่ ตัง้ ค่ายใหญอ่ ยู่ ณ ปากน้าพระประสบทราบดว้ ย

การรบคร้งั ท่ี ๒ เนเมียวสีหบดจี งึ แตง่ ใหง้ าจนุ หวนุ่ คมุ พล ๕๐๐ มาตีคา่ ยบางระจัน นายแทน่ ก็ยกพลออกรบ
ตที พั พมา่ แตกพ่ายล้มตายเปน็ อันมาก แมท่ พั พมา่ ไดเ้ กณฑ์ทหารเพิ่มเปน็ ๗๐๐ คน ให้เยกินหวุ่นคุมพลยกมาตคี ่าย
บางระจนั ทพั พม่ากถ็ ูกตแี ตกพา่ ยอกี เปน็ ครงั้ ท่ี ๒

การรบคร้ังที่ ๓ เม่ือกองทพั พมา่ ตอ้ งแตกพ่ายหลายครง้ั เนเมียวสหี บดเี หน็ ว่าจะประมาทกาลงั ของชาวบ้าน
บางระจนั ต่อไปอีกไมไ่ ด้ จึงเกณฑพ์ ลเพมิ่ เป็น ๙๐๐ คน ใหต้ ิงจาโบ เป็นผู้คมุ ทพั คร้งั นช้ี าวบ้านบางระจนั มีชยั ชนะพม่า
อกี เชน่ ครั้งก่อนๆ

การรบครง้ั ที่ ๔ การทพ่ี มา่ แพไ้ ทยหลายครั้งเช่นนี้ ทาใหพ้ มา่ ขยาดฝีมอื คนไทย จึงหยดุ พักรบประมาณ ๒-๓
วัน แล้วเกณฑท์ พั ใหญเ่ พื่อมาตคี า่ ยบางระจัน มีกาลงั พลประมาณ๑,๐๐๐ คน ทหารมา้ ๖๐ สรุ ินจอข่องเปน็ นายทพั
พม่ายกทัพมาต้งั ทบี่ า้ นหว้ ยไผ่ (ปจั จบุ ันอยูใ่ นเขตอาเภอแสวงหา จงั หวัดอ่างทอง) ฝ่ายคา่ ยบางระจันไดจ้ ัดเตรียมกนั เปน็
กระบวนทพั สพู้ ม่าคือ นายแท่นเปน็ นายทพั คุมพล ๒๐๐ พันเรอื งเปน็ ปกี ซา้ ยคมุ พล ๒๐๐ ชาวไทยเหลา่ นมี้ ปี นื คาบศิลา
บ้าง ปนื ของพมา่ และกระสุนดินดาของพมา่ ซึง่ เก็บไดจ้ ากการรบครั้งกอ่ นๆ บ้าง นอกจากนัน้ กเ็ ปน็ อาวธุ ตามแตจ่ ะหาได้
ทพั ไทยท้งั สามยกไปตัง้ ทีค่ ลองสะตอื สตี่ ้น อยู่คนละฟากคลองกบั พม่า ตา่ งฝ่ายตา่ งยงิ ตอบโต้กันฝ่ายไทยชานาญภูมิ
ประเทศกว่า ไดข้ นไมแ้ ละหญา้ มาถมคลอง แลว้ พากันรกุ ข้ามรบไลพ่ มา่ ถงึ ข้นั ใชอ้ าวธุ สั้น พม่าลม้ ตายเป็นอนั มาก ตัว
สุรนิ ทรจอขอ้ งนายทพั พมา่ ขี่ม้าก้นั รม่ ระย้าเร่งให้ตกี องรบอยู่กลางพล ถูกพลทหารไทยวิ่งเขา้ ไปฟนั ตาย ณ ทนี่ นั้ ส่วน
นายแท่นแมท่ พั ไทยก็ถูกปนื ทเี่ ข่าบาดเจบ็ สาหสั ตอ้ งหามออกมาจากทร่ี บ ทพั ไทยกบั พม่ารบกนั ตงั้ แตเ่ ชา้ จนเท่ยี ง ตา่ ง
ฝา่ ยต่างอิดโรย จงึ ถอยทพั จากกนั อยคู่ นละฟากคลอง พวกชาวบ้านบางระจันในค่ายก็นาอาหารออกมาเลย้ี งดพู วกทหาร
ขณะพม่าต้องหงุ หาอาหารและมัวจัดการศพแมท่ พั ไมท่ นั ระวังตัว กองสอดแนมของไทยมาแจง้ ข่าว พวกทหารไทยกนิ
อาหารเสรจ็ แล้วกย็ กขา้ มคลองเขา้ โจมตพี มา่ พรอ้ มกนั ทนั ที ทหารพม่าแตกพา่ ยไมเ่ ป็นกระบวน ที่ถูกอาวุธลม้ ตาย
ประมาณสามสว่ น และเสียเครื่องอาวุธยุทธภณั ฑเ์ ปน็ อนั มาก ไทยไล่ตดิ ตามจนใกลค้ ่าจงึ ยกกลบั มายงั คา่ ย กิตตศิ พั ท์
ความเก่งกลา้ ของชาวบา้ นบางระจันแพร่หลายออกไปมชี าวบา้ นอ่ืนๆ อพยพครอบครวั เขา้ มาอาศัยอยใู่ นคา่ ยบางระจนั
เพื่อขึ้นอกี เป็นลาดับ

การรบครง้ั ที่ ๕ พมา่ เวน้ ระยะไม่ยกมาตคี า่ ยบางระจันอย่ปู ระมาณ ๑๐-๑๑ วนั ด้วยเกรงฝมี อื ชาวไทย
หลงั จากนนั้ จึงแตง่ ทพั ยกมาอีกครงั้ หนงึ่ มแี ยจออากาเปน็ นายทัพ คุมทหารซึ่งเกณฑแ์ บ่งมาจากทกุ คา่ ยเป็นคนประมาณ
๑,๐๐๐ คนเศษ พร้อมด้วยม้าและอาวุธต่างๆแตก่ องทพั พมา่ นี้ก็ปราชยั ชาวบ้านบางระจนั แตกพา่ ยไป

การรบครัง้ ที่ ๖ นายทัพพม่าครงั้ ที่ ๖ นคี้ อื จิกแก ปลัดเมอื งทวาย คุมพล ๑๐๐ เศษ ฝ่ายไทยมีชยั ชนะอกี
เชน่ เคย

การรบครง้ั ที่ ๗ เนเมียวสหี บดีไดแ้ ต่งกองทัพใหย้ กมาตคี ่ายบางระจันอีก ให้อากาปนั คยีเปน็ แมท่ ัพคุมพล
๑,๐๐๐ เศษ อากาปนั คยียกกองทพั ไปตงั้ ณ บ้านขนุ โลก ทางค่ายบางระจนั ดาเนินกลศึกคือ จัดให้ขนุ สรรคซ์ ่ึงมฝี ีมอื
แม่นปืน คุมพลทหารปนื คอยปอ้ งกนั กองทัพมา้ ของพมา่ นายจนั หนวดเช้ยี วเปน็ แมท่ ัพใหญค่ มุ พล ๑,๐๐๐ เศษออกตีทพั
พม่าและล้อมคา่ ยไว้ ทหารไทยใช้การรบแบบจโู่ จม พม่ายงั ไม่ทนั ต้งั ค่ายเสรจ็ กถ็ ูกโอบตที างหลงั คา่ ย ทหารพม่าถกู ฆา่
ตายเกือบหมดเหลอื รอดตายเปน็ ส่วนนอ้ ย แม่ทัพกต็ ายในทรี่ บครงั้ นท้ี าใหพ้ มา่ หยุดพักรบนานถึงครง่ึ เดือน

การรบครงั้ ที่ ๘ การทพี่ ม่าสง่ กองทัพมาปราบคา่ ยบางระจันถึง ๗ คร้ัง แตต่ ้องแตกพา่ ยยบั เยินทุกครงั้ น้นั
ทาให้แมท่ พั ใหญ่ของพมา่ วติ กมาก เนื่องจากชาวบา้ นบางระจนั มกี าลังเข้มแขง็ ขึน้ ทุกที และทหารพมา่ ก็พากันเกรงกลวั
ฝีมือไทย ไม่มีใครอาสาเป็นนายทพั ขณะนัน้ มีชาวรามัญผหู้ นึง่ เคยอยเู่ มอื งไทยมานาน รู้จกั นิสยั คนไทยและภมู ปิ ระเทศดี
ได้เข้าฝากตวั ทาราชการอย่กู ับพมา่ จนไดร้ ัยตาแหน่งสกุ ี้ หรือพระนายกอง สกุ เี้ ขา้ รบั อาสาจะขอไปตีค่ายบางระจัน
เนเมยี วสีหบดีจงึ แตง่ ต้งั ใหเ้ ปน็ แมท่ ัพคุมพล ๒,๐๐๐ พรอ้ มทง้ั มา้ และสรรพาวุธทั้งปวง สกุ ้ีดาเนนิ การศึกอย่างชาญฉลาด
เม่ือเวลาเดนิ ทพั ไม่ตั้งทพั กลางแปลงอยา่ งทัพอนื่ ใหต้ งั้ คา่ ยรายไปตามทาง ๓ ค่าย และรื้อคา่ ยหลงั ผ่อนไปสร้างขา้ งหนา้
เปน็ ลาดบั (เป็นทีน่ ่าสังเกตุว่าการเคลือ่ นทพั โดยต้ัง ๓ คา่ ยของสุกน้ี ี้ เปน็ วธิ ีเดยี วกับการเดนิ ทพั ของกองทัพเลา่ ป่ี ทมี่ ี
ขงเบง้ เปน็ แมท่ พั ในสงครามสามกก็ ใช้ตั้งรบั ทัพที่เช่ยี วชาญการรบในทอ้ งที่น้นั ๆ น่าจะแสดงใหเ้ ห็นวา่ สุกี้ ชาวรามญั ผนู้ ้ี
ต้องเปน็ ผเู้ ช่ยี วชาญในพิชยั สงครามหรอื อย่างน้อยตอ้ งศกึ ษาประวัติศาสตร์สงครามมาอยา่ งลกึ ซง้ึ ) ใช้เวลาถงึ ครึง่ เดือน
จงึ ใกล้คา่ ยบางระจัน สุกใี้ ขว้ ธิ ีตั้งมนั่ รบอย่ใู นค่าย ด้วยรวู้ ่าคนไทยเชี่ยวชาญการรบกลางแปลง พวกหัวหน้าคา่ ยบางระจนั
นากาลังเข้าตีค่ายพมา่ หลายคร้ังไมส่ าเรจ็ กลบั ทาให้ไทยเสียไพรพ่ ลไปเปน็ จานวนมาก วนั หนงึ่ นายทองเหมน็ ดม่ื สรุ าแล้ว
ขก่ี ระบอื นาพลส่วนหนง่ึ เข้าตคี ่ายพมา่ สุก้ีนาพลออกรบนอกคา่ ย นายทองเหม็นถลาเขา้ อยทู่ ่ามกลางข้าศกึ แตผ่ เู้ ดียว
แมว้ ่าจะมฝี มี ือสามารถฆ่าฟันทหารพม่ารามญั ลม้ ตายหลายคน แต่ในท่สี ดุ กถ็ ูกทหารพมา่ รมุ ล้อมจนสน้ิ กาลงั และถูกทุบตี
ตายในทร่ี บ (เลา่ ขานกนั มาวา่ นายทองเหมน็ เป็นผูร้ ใู้ นวิชาคงกระพันชาตรี และมขี องขลังปอ้ งกันภยันตราย ฟนั แทงไม่
เขา้ หากจะทารา้ ยคนมีวิชาเชน่ น้ีจะตอ้ งตดี ว้ ยของแขง็ ) ทัพชาวบา้ นบางระจันเม่ือเสยี นายทพั กแ็ ตกพ่าย ซ่งึ นบั ว่าเปน็
ครัง้ แรกในการรบกบั พมา่ ทพั พมา่ ยกติดตามมาจนถึงบ้านขนุ โลกใกลค้ า่ ยบางระจนั แลว้ ตงั้ ค่ายมนั่ อยู่ ทัพบางระจัน
พยายามตีค่ายพม่าอกี หลายครง้ั ไมส่ าเรจ็ กท็ ้อถอย สุกจี้ ึงใหท้ หารขดุ อโุ มงคเ์ ข้าใกลค้ ่ายน้อยบางระจัน ปลกู หอรบขึ้นสงู
นาปืนใหญข่ ้ึนยงิ เขา้ ไปในค่ายถูกผู้คนล้มตายเปน็ อันมาก คา่ ยน้อยบางระจนั กแ็ ตกพา่ ยลงนอกจากนี้ยงั มเี รอ่ื งทท่ี าให้
ชาวบา้ นบางระจนั เสียกาลังใจลงอีกคอื นายแทน่ หวั หน้าคา่ ยท่ถี กู ปืนทเ่ี ข่าบาดเจ็บคร้งั ทส่ี ุรนิ ทรจอข่องเปน็ แมท่ ัพยกมา
เมอ่ื การรบครง้ั ท่ี ๔ น้นั ไดถ้ ึงแกก่ รรมลง ในเดือน ๖ ปจี อ พ.ศ. ๒๓๐๙ หวั หนา้ ชาวบา้ นบางระจันคนอืน่ ไดพ้ ยายามจะ
นาทพั ไทยออกรบกับพมา่ อีกหลายครง้ั วนั หนึ่งทพั พมา่ สามารถตโี อบหลงั กระหนาบทพั ไทยได้ ขุนสรรคแ์ ละนาย

จนั หนวดเข้ียวไดท้ าการรบจนกระทงั่ ตวั ตายในทรี่ บ ยงั เหลอื แตพ่ นั เรืองและนายทองแสงใหญเ่ ปน็ หวั หนา้ สาคัญ ชาว
คา่ ยบางระจันเหน็ ว่าตนเสยี เปรียบ ผู้คนลม้ ตายลงไปมาก เหลือกาลงั ทีจ่ ะตอ่ สกู้ บั พมา่ แลว้ จงึ มใี บบอกเข้าไปยงั กรงุ ศรี
อยุธยาขอปืนใหญ่ ๒ กระบอก พร้อมด้วยกระสนุ ดนิ ดาเพื่อจะนามายิงคา่ ยพม่า ทางพระนครปรกึ ษากนั แลว้ เหน็ พรอ้ ม
กันว่าไมค่ วรให้เนือ่ งจากกลวั ว่าพมา่ จะแยง่ ชิงกลางทางบา้ ง หรือหากพมา่ ตคี า่ ยบางระจนั แตก พมา่ ก็จะไดป้ ืนใหญน่ น้ั มา
เป็นกาลังรบพระนคร พระยารัตนาธเิ บศรไ์ มเ่ ห็นดว้ ยในข้อปรกึ ษา จึงออกไป ณ ค่ายบางระจนั เร่ยี ไรเครอ่ื งภาชนะ
ทองเหลอื งทองขาวจากพวกชาวบา้ นหล่อปืนใหญ่ข้ึนมาสองกระบอก แตป่ ืนทง้ั สองนนั้ รา้ วใชไ้ ม่ได้ พระยารัตนาธเิ บศร์
เห็นว่าการศึกจะไมเ่ ปน็ ผลสาเร็จจงึ กลบั พระนคร เมอ่ื ขาดทพ่ี ึง่ ชาวบา้ นบางระจนั ก็เสยี กาลังใจมากขนึ้ ฝมี อื การสู้รบกบั
พม่าก็พลอยออ่ นลง บางพวกกพ็ าครอบครัวหลบหนอี อกจากคา่ ย ผคู้ นในคา่ ยกเ็ บาบางลง ในทสี่ ุดพมา่ ก็สามารถตคี า่ ย
ใหญบ่ างระจันได้ ในวันจันทร์ แรม ๒ ค่า เดือนแปด ปีจอ พ.ศ. ๒๓๐๙ รวมเวลาทไ่ี ทยรบกับพม่าต้ังแตเ่ ดอื น ๔ ปลายปี
ระกา พ.ศ. ๒๓๐๘ ถงึ เดอื นแปด ปจี อ พ.ศ. ๒๓๐๙ เป็นเวลาทัง้ ส้นิ ๕ เดอื น พม่าได้กวาดตอ้ นชาวไทยในคา่ ยบรรดาท่ี
รอดตายทั้งหลายกลบั ไปยงั ค่ายพม่า สว่ นพระอาจารยธ์ รรมโชติซ่ึงเป็นผหู้ นึง่ ท่ชี ว่ ยให้กาลงั ใจใหช้ าวบา้ นบางระจนั สรู้ บ
กบั พมา่ อย่างห้าวหาญนั้น ไม่ปรากฏวา่ ทา่ นมรณภาพอยู่ในคา่ ย ถูกกวาดตอ้ น หรอื หลบหนไี ปได้

ค่ายจาลองบางระจนั พระอาจารยธ์ รรมโชติ เกจิอาจารยผ์ เู้ รืองวิชาอาคม
ทีเ่ คารพบชู า ของเหล่าผกู้ ลา้ แห่งบา้ นบางระจัน

โบสถ์พระธรรมโชติ ในคา่ ยบางระจนั

อนุสรณ์สถานชาวบา้ นบางระจนั

รายชื่อผเู้ ปน็ หวั หน้าถึง ๑๑ คน มีดังนี้
พระอาจารยธ์ รรมโชติ เดมิ อยู่วดั เขานางบวช แล้วมาอยู่วัดโพธ์เก้า
ต้น มีความรู้ ทางวิชาอาคม เปน็ ท่พี ง่ึ ทางใจแกช่ าวคา่ ยบางระจัน

( 1 ) นายแท่น เปน็ ชาวบา้ นสบี ัวทอง ถืออาวุธสั้น ถูกปนื ของพม่าท่ี
เขา่ ใน การรบครง้ั ท่ี ๔ เสียชวี ติ เม่ือการรบครงั้ สุดทา้ ย

( 2 ) นายเมอื ง เป็นชาวบ้านสบี วั ทอง

( 3 ) นายโชติ เป็นชาวบา้ นสบี วั ทอง ถอื อาวธุ ส้ัน

( 4 ) นายทองแกว้ เป็นชาวบา้ นโพทะเล

( 5 ) นายจนั หนวดเขย้ี ว เกง่ ทางใช้ดาบ เสยี ชีวติ ในการรบครัง้ ที่ ๘

( 6 ) นายทองเหมน็ ขีก่ ระบอื เข้าสรู้ บกบั พม่า ตกในวงล้อมถูกพม่าตี
ตายใน การรบครง้ั ที่ ๘

( 7 ) ขุนสรรค์ มีฝมี ือเขม้ แข็งมกั ถือปนื เปน็ นิจ แม่นปนื

( 8 ) นายทองแสงใหญ่ ผชู้ ่วยกำนนั ตำบลบำงระจนั
- ( 9 ) นายพนั เรือง กำนนั ตำบลบำงระจนั
- ( 10 ) นายดอก เป็นชาวบา้ นกลบั
- ( 11 ) นายอนิ เป็นชำวบำ้ นสีบวั ทอง

เอกสารอ้างอิง

( 1 ) ประวัติชาวบา้ นบางระจนั เมื่อ: 14 ธันวาคม 2551, 15:54:26
http://www.abhakara.com/webboard/index.php?topic=1017.0

( 2 ) ชาวบา้ นบางระจัน (กลุ่มวีรชนผู้กลา้ ) วันทโ่ี พส 28 ต.ค. 2552 โพสโดย ทมี งานทรปู ลูกปญั ญา
http://www.trueplookpanya.com/true/knowledge_detail.php?mul_content_id=1821

( 3 ) วรี กรรมของชาวบา้ นบางระจัน โพสตเ์ ม่ือ 24 ก.พ. 53 เวลา 16:32
http://www.clipmass.com/story/6263

( 4 ) วีรชนบา้ นบางระจัน โพสเมอื่ 08/04/2011 By หอ้ งเรียนครจู ริ าพร.
http://chiraporn.igetweb.com/index.php?mo=3&art=199394

( 5 ) บางระจัน โดย...จริ ภัทร วรรัตน์ II
http://www.royjaithai.com/bangrajun.php

( 6 ) ศกึ บางระจนั Posted by ลกู เสอื หมายเลข9 , ผู้อ่าน : 7174 , 13:04:47 น.
http://www.oknation.net/blog/chai/2008/06/15/entry-1

( 7 ) ตานาน บ้านบางระจัน โพสตเ์ มือ่ วันท่ี : 10 ก.ค. 2551
http://www.kroobannok.com/1699

( 8 ) ชาวบา้ นบางระจัน(อนสุ าวรียว์ รี ะชนค่ายบางระจนั )

http://kanchanapisek.or.th/kp8/sbr/sbr203.html


Click to View FlipBook Version